รอยทรงจำ ตอน Project Mint ep14.11

รอยทรงจำ ตอน Project Mint ep14.11

  • 80 ตอบ
  • 3163 อ่าน
*

ออฟไลน์ midobun001

  • Full Member
  • **
  • 78
  • 122
    • ดูรายละเอียด
รอยทรงจำ ตอน Project Mint ep14.11
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2022, 12:21:13 am »
ความลับ วันนี้ ขอเสนอ หมายเลขบท ทำไมไม่เปลี่ยนเป็นบทต่อไปซะที (เพราะมันเกี่ยวข้องกับเนื้อหายังไงละ เอาละอ่านกันต่อไป) บทนี้มีนางเอกใหม่เข้ามาอีกคน คิดว่าจะอยู่ทีมใคร ตอนนี้ก็เลือกเอาได้เลยครับ บทต่อๆไปจากนี้ ระอุ (อีกเรื่องบทนี้ นึกถึง กาสะลอง ซ้องปีบได้เลย)

บทที่ 14.11

เรื่องของแฝดสลับฝา

“ยัยส้มนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อะไรกัน มีเรื่องอะไรถึงได้อมยิ้มอยู่คนเดียว” จ๋าพี่สาวฝาแฝดของส้ม เดินเข้ามาตบไหล่น้องสาวที่กำลังนั่งอมยิ้มมองไปบนสนามบอลที่มีพวกผู้ชายกำลังวิ่งไล่ลูกบอลกันเหงื่อชุ่มตัว

“ไม่มีอะไรนิ” เธอตอบอย่างสงวนท่าที แล้วอมยิ้มต่อ

“อะไร แอบปิ๊งใครเข้าแล้วใช่ไหม อาการมันฟ้อง ไหนเล่าให้ฟังสิ” จ๋ารุกถามต่อ

“มีบ้าอะไร ไม่มีก็แค่.....” เธอพูดอ้ำอึ้ง คนเป็นพี่ที่หน้าตาละม้ายคล้ายกันนั่งลงข้างๆ พอดูผ่านๆ เหมือนเธอกำลังส่องกระจกกับตัวเอง หากแต่ทั้งสองคนต่างกันตรงที่รูปร่างและรอยขี้แมลงวันตรงแก้มที่อยู่คนละฝังเท่านั้น ส้มเป็นคนที่ช่วงหน้าอกจะดูเด่นกว่าสะโพกส่วนของจ๋ากลับกัน

“แค่....”

“วันนี้พวกยัยแต๋มกับแทม แวะไปแซวรุ่นพี่คนนั้นด้วย พี่ประธาน อิอิ เขามองหนูด้วยแหละ เขินจัง” สาวน้อยพูดแล้วก็บิดตัวไปมาเขินราวกับว่าเขามานั่งอยู่ใกล้ๆ

“หือ...พี่เลิฟหรอ เมื่อไหร่” จ๋าถามกลับท่าทางสนใจ

“ตอนบ่ายไง วันนี้ตอนบ่าย”

“แหมะ ดีจังเลยนะ ได้แอบไปคุย ว่าแต่พี่เค้ารู้จักชื่อเราหรือเปล่าหรือแค่ทักกันเฉยๆ ละ”

“รู้จักสิ ได้คุยกันด้วยนะ” ส้มรีบตอบ ต่อหน้าคนอื่นๆ เธอเป็นคนมั่นอกมั่นใจแต่พอต่อหน้าจ๋า ก็เปิดเผยนิสัยที่ตรงข้ามกันที่จริงส้มเป็นคนที่ไม่มั่นใจอะไรนัก แถมยังทำอะไรซุ่มซ่ามอยู่ตลอด มีแค่จ๋าที่รู้เรื่องนี้

“ดีแล้ว อย่าทำอะไรที่มันผิดผีก็แล้วกัน” จ๋าพูดเรื่อยๆ แล้วจัดการมัดรวบเก็บปลายผมเปิดท้ายทอย ยิ้มร่าบนแก้ม

“กลับบ้านกัน” เธอพูดต่อ

“อ่าว ไม่อยู่รอดูบัดดี้ แล้วหรือไง ไอ้เมจหน่ะ” ส้มถาม

“ช่างมัน ขี้เกียจ เบื่อ อยู่ไปมันก็ไม่สนใจ สนใจแต่อะไรก็ไม่รู้ เห็นวันๆตามเค้าต้อยๆ น่ารำคาญ” จ๋าพูดเหนื่อยๆ

“นั่นสินะ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะตาสว่าง รู้สักทีว่าคนแถวนี้แอบชอบอยู่ทั้งคน ยังจะไปตาม ยัยคนปากร้ายแบบนั้นอยู่ได้เนอะ” ส้มพูดยิ้มๆ เพราะรู้ว่าพี่สาวแอบชอบเพื่อนสนิทตัวเอง

“หยุดเลย ใครให้พูดแบบนี้ยัยส้ม เดี๋ยวใครก็มาได้ยิน พี่อายแย่” จ๋ารีบตีไหล่น้องสาว

“ทำไงได้ละ ก็พี่สวยเหมือนหนู น่ารัก อิอิ แต่นมไม่ใหญ่เท่าหนูแค่นั้นแหละ”

“น่าเกลียด พูดอะไรแบบนี้ ยัยส้ม”

“ไม่แน่นะ ถ้าพี่นมใหญ่เท่าหนู ไอ้เมจอาจหันมาสนใจพี่แทน ยัยกาญก็ได้นะ” ส้มรีบลุกขึ้นหนี จับผมรวบเป็นหางม้าแล้ววิ่งหนีไป

“อย่าหนีนะ เด็กบ๊อง” จ๋ารีบไล่ตามไป อีกฝ่ายแอบวิ่งหนีกลับเข้าอาคารจากที่วิ่งรอบเล่นกันอยู่บนที่นั่งอัฒจันทร์ ถึงจะรีบตามไปแต่ก็ยังห่างจากส้ม อีกฝ่ายวิ่งหายไปแถวห้องพักนักกีฬาแล้ว ทั้งที่อยากกลับบ้านจะแย่แท้ๆ แต่กลายเป็นวิ่งเล่นซะเฉยๆ น่าหงุดหงิดชะมัด

------------------------------------------------------------------------------------

เมจเดินมาหลังจากซ้อมบอลเสร็จ เขาแยกกับเพื่อนในกลุ่มที่พากันเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัว เดินออกมาส่งข้อความหาบัดดี้ ที่ตอนนี้น่าจะเอาแต่ตามหาหัวใจตัวเอง

(กาญ ถ้ายังไม่กลับก็ส่งข้อความมาบอกทีนะ วันนี้เมจเอารถมาเดี๋ยวไปส่งที่บ้าน รอที่เดิมนะ) มันเป็นเหมือนทุกครั้งที่ข้อความถูกส่งไป แต่ไม่เคยมีอะไรตอบกลับมา ทั้งที่รู้แก่ใจแต่มือก็ยังคงส่งไปเพื่อหวังว่าจะมีสักวันที่ข้อความนั่นตอบกลับมาหาสักครั้ง มันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ ช็อกโกแลตกล่องแรก จนถึงกระทั่งตอนนี้ เขาควรชินได้แล้วแต่ทำไมมันถึงยังเจ็บอยู่แบบนี้ทุกครั้ง

ใครสักคนเลี้ยวผ่านมุมของกำแพง แล้วพุ่งเข้ามาชนกับเขาที่กำลังเดินอยู่พอดี อีกฝ่ายกระเด็นล้มลงไปกับพื้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง ชายร่างใหญ่ที่กำลังถอดเสื้อโชว์แผงอก เหงื่อชุ่มไปทั้งตัว

“ขอโทษครับ” เมจพูดเสียงเรียบ มองดูหญิงสาวที่เข้ามาชน

“ขอโทษค่ะ” จ๋าตอบอ้อมแอ้ม พอเห็นคนตรงหน้าเป็นเมจก็ก้มหน้างุด

“จ๋า ทำไมยังไม่กลับอีก รอส้มหรอ” เมจถาม

“ชะ ชะ ใช่ ไม่รู้วิ่งหายไปไหน เมจเห็นส้มไหม”

“ไม่เห็นนะ ผมไม่เห็น พึ่งซ้อมบอลเสร็จ ว่าจะไปหาอะไรกิน จ๋าจะกลับบ้านเลยไหม กลับดีๆ นะ หรือจะให้อยู่เป็นเพื่อนจนกว่าจะเจอส้มละ”

“ไม่เป็นไร คงเดินอยู่แถวนี้แหละ เดี๋ยวก็เจอ เมจ ไปเถอะ”

“งั้นเดี๋ยวขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน จ๋ารออยู่นี่ก่อนนะ เดี๋ยวผมมาช่วยหาส้มดีกว่า”

“อือ” เธอตอบ

สาวน้อยตัวสูงหุ่นนางแบบได้แต่ยืนรอตามคำที่อีกฝ่ายพูด มองเขาเดินหายเข้าห้องพักนักกีฬากว่าจะออกมาอีกพักใหญ่ๆ มันเป็นประโยคที่พูดกันไม่กี่คำแต่แสนจะชุ่มฉ่ำในหัวใจ รอไปได้ไม่นานส้มก็โผล่มาแบบไม่ให้สุ้มให้เสียง เข้ามาถึงก็โผล่มากอดเธอดื้อๆ

“ว๊าย...” คนเป็นพี่สะดุ้งสุดตัว

“มาทำอะไรหน้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าผู้ชายหะ แอบดูหรอ” ส้มถาม

“นึกว่าใคร ตกใจหมด” เธอตอบ ส้มทำท่าทีจ้องจับผิด มองๆ หรี่ตาใช้ความคิด

“อ่า อีเมจ เจอมันแล้วหรอ”

“อย่าไปเรียกเค้าแบบนั้น เดี๋ยวเค้าได้ยินจะมองเราไม่ดี”

“โอ๊ย หนูไม่ใช่พี่นะ อีเมจมันบ้าบอจะตาย”

“พอแล้วหยุดพูดแบบนั้น” จ๋าทำท่าจะหยิกแขนน้องสาวจนอีกฝ่ายสะดุ้งรีบปัดมือ

“เชอะไม่พูดก็ได้ งั้นรอไปนะ หนูกลับบ้านก่อน ที่จริงจะวิ่งมาบอกว่าคนรถมารอแล้ว พี่จะกลับกับอีเมจหรือจะไปด้วยกัน”

“อือ เดี๋ยวพี่กลับกับเมจก็ได้” จ๋ายิ้มเขินๆ

“ให้มันมาส่งจริงๆ เถอะ ถ้ามันไม่มาส่งพรุ่งนี้หนูมาถล่มมันถึงห้องเรียนแน่” ส้มพูดเจื้อยๆ จ๋ารีบผลักส้มให้กลับไป

ไม่ถึงอึกใจเมจก็โผล่ออกมาจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ผมสั้นตากลมโตหน้าตาธรรมดาไม่ได้หล่อเป็นพิเศษ แต่ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นลักยิ้มที่เปลี่ยนโลกทั้งใบของจ๋าให้กลายเป็นสีชมพูอยู่ตรงแก้มเขา

“เมื่อกี้ ในห้องผมได้ยินเสียงส้มด้วย” เมจพูดเรื่อยๆ แล้วเดินมาหาส้ม ขณะที่เพื่อนๆ ในทีมเริ่มทยอยออกมา เดินไปอีกทาง

“ไอ้เมจ มึงไปกินหมูกระทะกับพวกกูป่าว เอาไง” เพื่อนในทีมถาม

“ทำไมจ๋าไม่ไปกับส้มละ ส้มยังรออยู่หรือเปล่า” เขาถามต่อ

“อือ...เรารอบอกลาเมจนี่แหละ แล้วก็จะกลับแล้ว เมจกลับบ้านดีๆ นะ เจอกันพรุ่งนี้” จ๋าพูดเรียบๆ ทั้งที่ความจริงอยากขอให้เขาไปส่งบ้านใจจะขาด

“โอเค งั้นกลับบ้านดีๆ นะ พรุ่งนี้เจอกัน” เมจตอบแล้ววิ่งกลับไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ ทิ้งให้สาวน้อย ยืนมองเขาเดินไปด้วยดวงตาแสนเศร้าอยู่ลำพัง

-------------------------------------------------------------------

สองเท้าเดินไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย รถที่มารับก็กลับไปกับน้องสาวแล้ว คนที่อยากให้ไปส่งเธอก็ปากหนักจนไม่อยากจะพูดออกไป สุดท้ายก็ต้องยอมปล่อยให้เขาไปกับเพื่อน ทุกอย่างในอกตอนนี้มันแสนจะอึดอัดกระอักกระอ่วนไปหมด

จ๋าเดินกลับมาถึงคณะเมื่อไหร่ไม่รู้ เห็นพวกรุ่นพี่กำลังเตรียมการประชุมใหญ่เพราะอีกไม่ถึงห้าวันก็จะถึงวันเริ่มค่ายแล้ว เธอเดินมานั่งเคลียความคิดรกๆ ในหัวกับอารมณ์ที่ชวนหงุดหงิดที่ไม่ยอมระเหยหายไปง่ายๆ

อีกด้านที่เลิฟกำลังเข้าประชุมกับเพื่อน หมิงกระทุ้งศอกใส่เอวเลิฟชี้ให้ดูหญิงสาวที่กำลังนั่งอยู่ตรงม้าหินหน้าตึก ตรงที่ไฟมืดๆ อยู่ลำพัง

“ไอ้เลิฟ มีน้องยังไม่กลับ มีปัญหาอะไรหรือเปล่าวะหรือว่าทะเลาะกับแฟน” หมิงถามเรื่อยๆ ทั้งกลุ่มมองหน้ากันลงความเห็นให้เลิฟออกมาคุย เขาเลยตัดบทเลิกการประชุมแล้วยกยอดคุยกันไว้วันพรุ่งนี้ค่อยสรุปกันต่ออีกที เอาเรื่องผู้หญิงมาอ้างทีไรเลิฟก็เสียการเสียงานตลอด

“น้องทำอะไรคนเดียวครับ ทำไมยังไม่กลับ” เลิฟเดินมาถามถึงโต๊ะ หญิงสาวหันหน้ากลับมามองชายหนุ่มต้นเสียง เธอดูคุ้นหน้าคุ้นตาเขา ขณะที่เขามองดูเธอแล้วโพล่งชื่อออกมาเสียงดังลั่น

“อ่าว น้องส้ม จะมืดแล้วนะ ทำไมยังไม่กลับบ้านอีก” หญิงสาวสะดุ้งตกใจ แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนทักเธอผิด เขาคงเข้าใจคลาดอยู่และไม่รู้จักเธอมาก่อน ครั้งจะอธิบายก็คง...ฟังดูเข้าใจยากจนเหมือนเป็นเรื่องตลกซะมากกว่า จ๋ารีบปล่อยผมบนหัวสยายลง ยิ่งเธอปล่อยผมจะยิ่งดูเหมือนส้มมากขึ้นไปอีก

“ค่ะ ก็กำลังจะกลับ พอดีคิดอะไรเรื่อยเปื่อยก็เลยเกินเวลา”

“พี่ก็จะกลับพอดีเลย ให้พี่ไปส่งดีไหม” เลิฟอาสา

“จะดีหรอคะ หนูเกรงใจพี่ บ้านหนูไม่ได้อยู่ใกล้ๆ ด้วย เกือบเข้าตัวเมืองโน้นเลย”

“ไม่เป็นไรหรอก มันเป็นหน้าที่อยู่แล้วที่รุ่นพี่จะต้องดูแลน้อง ดึกๆ แบบนี้ถ้าให้น้องกลับเอง น่าเป็นห่วงจะตายให้พี่ไปส่งนั่นแหละ”

“ค่ะ......” เธอตอบอ้อมแอ้มก้มหน้าก้มตา

“ส้มตอนนี้ดูไม่สนใสเหมือนส้ม ตอนกลางวันเลยยังกับคนละคน” เลิฟรู้สึกว่าคนนี้ดูไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองต่างกับคนตอนบ่ายๆ นั้นอย่างสิ้นเชิงที่ดูเป็นผู้หญิงเก่ง

“หนูคงมีเรื่องไม่สบายใจมั้งคะ”

“ไม่สบายใจ อย่าบอกนะไม่ไว้ใจที่พี่จะไปส่งที่บ้าน”

“ไม่ค่ะ ไม่ใช่”

“ถ้างั้นก็ดีเลย เล่าให้พี่ฟังได้ไหมเผื่อพี่ช่วยอะไรได้”

“ก็ได้ค่ะ” ที่สุดเธอก็ยอมขึ้นรถของเลิฟไป

ระหว่างที่รถขับออกจากมหาลัยทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรกันจนกระทั่งรถเลี้ยวผ่านร้านอาหาร เป็นร้านข้าวต้มที่อยู่ถัดจากมหาลัยไปอีกซอย เขาแวะจอดลงที่ข้างถนน

“พี่ขอกินข้าวก่อนนะ ยังไม่ได้กินอะไรเลย วันนี้กินไปแค่มื้อเช้าเอง ส้มก็ลงไปกินกับพี่ด้วยสิ” เลิฟพูดแล้วเปิดประตูรถลงไปดื้อๆ ไม่ได้ฟังเลยว่าเธอจะตอบว่าอะไร พอนั่งที่ร้านอาหารก็จัดการสั่งอาหารที่ตัวเองอยากทานเสร็จสรรพ แล้วให้เธอเลือกสั่งอีกสองเมนู กระทั่งอาหารมาทั้งสองคนก็ไม่ค่อยได้พูดกันเพราะจ๋าเอาแต่ นั่งก้มหน้าปิดปากเงียบ

“เหมือนคนละคนเลยกับตอนกลางวัน หรือเป็นเพราะอยู่กับพี่ตามลำพังก็เลยอายกันนะ” เลิฟพูดพึมพำตั้งใจให้อีกฝ่ายได้ยิน

“ค่ะ ปกติหนูก็ขี้อายอยู่แล้ว พออยู่กับพี่ก็ยิ่งอายเข้าไปอีก”

“อืม... งั้นบอกพี่สิ ว่าทำไมเราถึงไปนั่งอยู่หน้าตึกคนเดียว”

“เรื่องนั้น.... เอ่อ....”

“พี่สัญญานะว่าพี่จะไม่บอกใคร”

“มีเพื่อนหนู คนหนึ่งเค้าไปแอบชอบเพื่อนอีกคน แต่เพื่อนคนนั้นไม่สนใจ เค้าก็เลยต้องเจ็บ แต่เค้าเป็นบัดดี้หนู หนูก็เลยเป็นห่วงเค้า” เธอพูดออกมาเรื่อยๆ แต่ท่าทีดูกังวลหนักใจ เลิฟเอนตัวพิงพนักเก้าอี้มองหน้าเธอแล้วใช้ความคิด

“อืม.... สรุปคือ ที่นั่งหนักใจก็เป็นเรื่องของเพื่อนคนนี้” เขาสรุป

“ใช่ค่ะ” จ๋าพยักหน้ารับ

“เรื่องนี้ เราทำอะไรไม่ได้อยู่แล้วเพราะเราบังคับให้ใครชอบใครไม่ได้หรอก เขาจะสนใจหรือไม่สนใจมันก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นของมันเองอยู่แล้ว แต่แทนที่เราจะมาห่วงคนอื่นมากเกินไป ทำไมไม่หันไปมองดูละว่า มีใครสนใจเราหรือเปล่า บางทีเราอาจจะพลาดคนที่หวังดีกับเราไป เพียงเพราะเรามัวแต่สนใจคนที่ไม่เคยสนใจเราเลยก็ได้นะ”

“ค่ะ ก็จริงค่ะ น้องหนูก็เตือนแบบนี้อยู่เหมือนกัน จนทำให้น้องเริ่มไม่ชอบหน้าเพื่อนหนูไปด้วย”

“หือ...พึ่งรู้เลยนะว่าส้มมีน้องด้วย” เลิฟถามกลับ จ๋าสะดุ้งเฮือกเธอลืมไปซะสนิทว่ากำลังสวมบทบาทเป็นส้มอยู่

“อ่อค่ะ” เธอยิ้มตอบแก้เก้อ

“ส้ม ยังไม่มีแฟนใช่ไหม ส้มออกจะสวยแบบนี้ หาแฟนไม่น่าจะยาก” เลิฟพูดเรื่อยๆ หว่านสายตาหวานส่งให้สาวตรงหน้า เธอมองจนรู้สึกเขินต้องบ่ายหน้าหลบสายตามองลงต่ำ

“เขินอีกแล้ว พี่ยังไม่ทันจะทำอะไรเลยนะ”

“ขอโทษค่ะ ขอโทษจริงๆ ค่ะ” เธอรีบก้มหน้าผงกๆ แต่ก็ไม่กล้าเงยหน้ามองเขาสักนิด

“เวลาส้มยิ้มเขินแบบนี้ ก็น่ารักอีกแบบนะ” เลิฟมองสาวตรงหน้าสายตาหวานฉ่ำ ยิ่งชมเธออีกฝ่ายก็ยิ่งเขินหนักจนหน้าแดงก่ำ พอดีกับพนักงานเอาอาหารมาเสริฟบนโต๊ะ

“ทานข้าวเถอะค่ะ เดี๋ยวจะดึก” จ๋ารีบเปลี่ยนเรื่อง แล้วจัดการตักข้าวในโถที่สั่งมาใส่จานของเลิฟ ส่งให้เขาก่อนจะตักของตัวเอง

“น้องส้ม ลองชิมแกงส้มร้านนี้ไหม พี่ชอบมากเลยนะ” เขาพูดแล้วตักเนื้อปลาที่อยู่ในแกงส้มวางลงในจานหญิงสาว

“ขอบคุณค่ะ” เธอตอบเอียงอายก่อนจะตักแบ่งเนื้อปลาเข้าปาก กลิ่นหอมและเนื้อนุ่มรสหวานกระจายละมุนไปทั่วปาก รอยยิ้มอ่อนผลิขึ้นบนแก้ม

“อร่อยค่ะ พี่เลิฟก็ลองทานหอยลายดูนะคะ หนูแกะให้” ว่าแล้วก็จัดการตักผัดหอยลายผัดมาแกะเปลือกแล้ววางลงในจานเขา เขายิ้มอย่างพอใจมองตอบสายตาขวยเขินของเธอ ใครจะรู้ว่าสาวสวยที่แสนมั่นใจตอนนี้กลับกลายเป็นสาวขี้อายเมื่ออยู่กับผู้ชายตามลำพัง

-------------------------------------------------------------------------------

รถแล่นมาจอดใกล้ทางเข้าบ้านหลังใหญ่ ที่มองจากด้านนอกเห็นแค่เพียงรั้วสูงๆ เท่านั้น เลิฟดึงเบรกมือ หันมาทางสาวน้อยอีกฝ่ายหยิบกระเป๋าถือมาวางบนตักมือจับที่ประตู

“ขอบคุณมากเลยนะคะที่มาส่ง” เธอรีบออกตัว

“เดี๋ยวสิ พี่ขอเบอร์ส้มไว้หน่อยได้ไหม วันนี้เราไม่ค่อยได้คุยกันส่วนตัวเลย พอได้อยู่ด้วยกันเราก็เอาแต่เขินพี่อยู่ท่าเดียว”

“ขอเบอร์หรือคะ” จ๋าถามกลับ

“หรือจะให้พี่ทิ้งเบอร์ไว้ก็ได้นะ เผื่อน้องส้มมีเรื่องให้คิดอีก จะได้เรียกพี่มาส่งได้แบบวันนี้” มือไม้เขาคลานคลำมาตรงขาอ่อน จ๋ามองอย่างหวั่นใจ เธอไม่รู้ว่าควรจะดิ้นหนีแล้วบอกความจริงไปดีหรือเปล่า ถ้าเกิดเขาไม่พอใจขึ้นมาแล้วจู่ๆ เอาเรื่องนี้ไปลงกับส้ม คงยิ่งทำให้เรื่องวันนี้บานปลายไปกันใหญ่

“เบอร์หนูก็” เธอพูดแล้วดันมือเขาออกจากตัก เลิฟจัดการส่งโทรศัพท์ตัวเองให้ จ๋ารีบกดเบอร์ส้มใส่ลงไป พอได้เบอร์ก็รีบกดโทรออกไปเช็ค แต่ไม่มีใครรับและโทรศัพท์ก็ไม่ดังในรถ

“เออ หนูคงไม่ได้เอาโทรศัพท์มา” จ๋ารีบแย่งโทรศัพท์ในมือเลิฟมากดวาง พอดีกับจังหวะเสียงคนปลายสายรับ พูด “ฮัลโหล”

“อ่าว มิน่าถึงพิมพ์เบอร์ให้พี่เอง” เลิฟพูดเรื่อยๆ มองสาวน้อยตรงหน้ายิ่งรู้สึกหลงใหลถูกชะตา

“หนูขอตัวก่อนนะคะ” จ๋ารีบตัดบทเปิดประตู แต่เลิฟคว้าจับที่บานประตูดึงเอาไว้ ตอนนี้เขาคร่อมตัวขวางทับเธอ ใบหน้าจ้องมองเธอในระยะลมหายใจพ่นถึง

“พี่เลิฟ” จ๋าพูดเสียงสั่น

“พี่เลือกไม่ผิดเลย ที่ให้เราเป็นดาวภาค เราสวยมากเลยนะ” เลิฟพูดเสียงอ้อน มองจ้องเข้าไปในตาสาวตรงหน้าจนอีกฝ่ายใจสั่นระรัว

“พี่ชอบส้มหรอคะ ถึงทำแบบนี้”

“ใช่ ชอบตั้งแต่แรกเห็นเลยละ” เขารีบตอบ ตอนนี้เขารู้สึกมีอารมณ์สุดๆ ยิ่งมองหน้าอกอวบตรงหน้าที่แม้จะอยู่ใต้เสื้อนักศึกษาสีขาวแล้วแต่ก็ไม่อาจฉุดรั้งอารมณ์เขาไม่ให้โหยหาเธอได้

“พี่จะทำอะไร” จ๋าถามเสียงอ่อยเธอเบือนหน้าหลบ เลิฟเชยคางเธอหันกลับมา

“พี่อยากมัดจำ จูบนี้เอาไว้ พี่จะได้รู้ว่า ส้มจะมาทวงจูบนี้คืน ขอจูบนี้ให้พี่ได้ไหม”

“พี่เลิฟ อย่าค่ะ ถ้ามีคนมาเห็นเข้า มันคงไม่ดี” จ๋าใช้มือทาบอกเขาดันออก

“ส้มไม่ชอบพี่หรอ” จ๋าสะดุ้งเฮือก เธอกำลังสวมบทบาทเป็นน้องสาวและนี่คงเป็นจูบแรกของน้องสาวเธอกับแฟน เธอจำเป็นต้องตามน้ำต่อไป

“ชอบค่ะ ส้มชอบพี่เลิฟ” เธอตอบตามความจริงที่ว่า ส้มชอบเลิฟจริงๆ เลิฟแนบปากลงประกบจูบอย่างช้าๆ อ่อนละมุนและนุ่มนวล เป็นจูบแรกในชีวิตของจ๋าที่ถูกชายที่ไม่ได้รักขโมยไป พรากความใสบริสุทธิ์หายไปกับความเข้าใจผิด
 
เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 22, 2022, 12:21:44 am โดย midobun001 »
ติดตามเนื้อเรื่องหลัก และแนว Erotic จาก readawrite นะครับ
ผลงานผม จะเป็นแนว BiSex หน่อยๆนะครับ

ถ้าคอมเม้น ฝากให้คะแนนผลงานด้วยครับ
เนื้อเรื่องเข้าใจง่าย / ฉาก เซ็กส์ซีน / คำบรรยาย / มุมมองการเล่า
จำนวนหน้ากระดาษ / การใช้คำเปรียบเทียบ / ตอนที่ชอบมากที่สุด

เพื่อใช้ปรับปรุงเนื้อหาในเนื้อเรื่องถัดๆไปครับ

รวมวาป
https://xonly8.com/index.php?topic=252283.msg2330925#msg2330925

*

ออฟไลน์ peddo

  • Ultimate Member
  • ********
  • 3918
  • 1236
    • ดูรายละเอียด
Re: รอยทรงจำ ตอน Project Mint ep14.11
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2022, 12:33:55 am »
เลิฟนี่จะลาอไม่เลิกเลย จ๋าจะเสร็จก่อนเข้าบ้านไหมนี่ พี่น้องจะต้องแชร์ของรักของลับกันหรือเปล่า ปล่อยน้องจ๋ำให้กับคนดีๆ บ้างเถอะ

*

ออฟไลน์ np5077

  • Junior Member
  • ***
  • 409
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: รอยทรงจำ ตอน Project Mint ep14.11
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2022, 12:39:14 am »
พี่เลิฟออกลายอีกแล้ว ส้มคงไม่พ้นเป็นเหยื่อล่าสุด

*

ออฟไลน์ Taizen

  • Gold Member
  • *****
  • 1070
  • 1
    • ดูรายละเอียด
Re: รอยทรงจำ ตอน Project Mint ep14.11
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2022, 01:38:03 am »
พี่เลิฟนี่ได้ทั้งพี่ทั้งน้องเลย

*

ออฟไลน์ 1819

  • Legend Member
  • *******
  • 2352
  • 4
    • ดูรายละเอียด
Re: รอยทรงจำ ตอน Project Mint ep14.11
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2022, 01:49:54 am »
ไปๆมาๆ จ๋าฟลุ๊คได้เลิฟซะงั้นป่าว  แต่ เลิฟแรกๆ ดู สุภาพบุรษ  ที่ไหน หมาป่า สวมขนแกะ นี่เอง    แต่รู้สึก ช่วง ต้อนปลาดุกกินดาว ซักจะยืดไปหน่อย เมนหลัก น้องมิ้น ซีนไม่มีเลย หรือ ว่า ทุกคน ในเรื่อง คือ ตัวเอก  งั้น เจ้าเก่ง ก็คงเป็นได้ แค่ตัวตลก   ที่มามีบทเกริ่น แล้วตายทันที แค่ นำต้อน1 เท่านั้น น่าเสียดาย ลุ้นให้ ลงเอ่ยกับมิ้นชายที่มิ้นรักแรก แต่ พอจุดควาทร่านได้ ลืมรักแรก เลย
กรุงเทพเป็นเมืองที่มีคนเหงา มากกว่าเสาไฟฟ้า

*

ออฟไลน์ KonMol2

  • Senior Member
  • ****
  • 885
  • 1
    • ดูรายละเอียด
Re: รอยทรงจำ ตอน Project Mint ep14.11
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2022, 02:51:06 am »
เอ่ามีแฝดด้วย ส่วนเลิฟตอนนี้มันยิ่งกว่าเลิฟคนใสๆอีกนะ

*

ออฟไลน์ sammyadong

  • Gold Member
  • *****
  • 1106
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: รอยทรงจำ ตอน Project Mint ep14.11
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2022, 05:40:01 am »
ก็เอาเสียทั้งคู่ไปเลย

*

ออฟไลน์ sommchai

  • Gold Member
  • *****
  • 1144
  • 155
    • ดูรายละเอียด
Re: รอยทรงจำ ตอน Project Mint ep14.11
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2022, 06:37:27 am »
โชคดีจริง น่าจะได้เปิดซิงส้มกับจ๋าอีกคู่หนึ่ง เรื่องนี้พระเอกคือเลิฟใช่ไหมเนี่ย

*

ออฟไลน์ เอกเอก

  • Junior Member
  • ***
  • 327
  • 2
    • ดูรายละเอียด
Re: รอยทรงจำ ตอน Project Mint ep14.11
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2022, 06:54:22 am »
พี่เลิฟนี้กวาดเรียบจริงๆ

*

ออฟไลน์ howto

  • Senior Member
  • ****
  • 884
  • 208
    • ดูรายละเอียด
Re: รอยทรงจำ ตอน Project Mint ep14.11
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2022, 07:02:06 am »
เลิฟกวาดเรียบเลย

*

ออฟไลน์ kk2016

  • Senior Member
  • ****
  • 751
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: รอยทรงจำ ตอน Project Mint ep14.11
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2022, 07:15:42 am »
งานนี้จะได้ทั้งพี่ทั้งน้องเลยไหมเนี่ย ไม่ธรรมดาจริงๆเลิฟ

*

ออฟไลน์ ones26421

  • Veteran Member
  • ******
  • 1857
  • 212
    • ดูรายละเอียด
Re: รอยทรงจำ ตอน Project Mint ep14.11
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2022, 07:48:19 am »
ถ้าได้จัดฝาแฝดจะแยกออกไหมเนี่ย

*

ออฟไลน์ Jim Lord

  • Gold Member
  • *****
  • 1265
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: รอยทรงจำ ตอน Project Mint ep14.11
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2022, 08:05:52 am »
ไอ้หัวปลาดุกออกลายอีกแล้ว อิๆ

*

ออฟไลน์ Nal

  • Gold Member
  • *****
  • 1332
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: รอยทรงจำ ตอน Project Mint ep14.11
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2022, 08:10:14 am »
แยกไม่ออกเฉยว่าไม่ใช่ส้ม แปลว่าใจจริงชอบจ๋าล่ะมั้ง

*

ออฟไลน์ kiti90

  • Junior Member
  • ***
  • 380
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: รอยทรงจำ ตอน Project Mint ep14.11
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2022, 08:47:36 am »
มั่วแล้วจำผิดคนหรือจะเอาทั้งพี่ทั้งน้อง

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ