ผมถูกเลี้ยงต้อย ภาค ๑ copy

ผมถูกเลี้ยงต้อย ภาค ๑ copy

  • 4 ตอบ
  • 9829 อ่าน
*

ออฟไลน์ cyborg0011

  • Ultimate Member
  • ********
  • 3123
  • 3011
    • ดูรายละเอียด
ผมถูกเลี้ยงต้อย ภาค ๑ copy
« เมื่อ: พฤษภาคม 18, 2022, 12:34:36 am »
ติวกลกามกลเพศลูกชายวัยกระเตาะ



ผมถูกเลี้ยงต้อย ภาค1
ตอนที่1 ปฐมบทของกลกาม



ผมมีประสพกามจริงจังๆ ก็เมื่อตอนต้นๆของอายุสิบสามขวบ ถ้าเทียบกับเด็กในปัจจุบัน ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมอาจจะดูว่าผมเริ่มต้นช้ากว่าคนอื่นๆหลายๆคน ผมว่านะ..ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่ช้าหรือเร็ว แต่อยู่ที่ว่าเมื่อคุณมีมันแล้ว คุณได้มันแล้วคุณมีความสุข คุณประทับใจกับมันมากน้อยเท่าไร ไม่เฉพาะแต่กับคุณ รวมทั้งคนที่คุณมาเกี่ยวข้องด้วยนั้นมีความสุขกับคุณด้วยไหม? และความสุขที่คุณได้รับนั้น ตัวคุณเองคู่ขาหรือผู้ร่วมของคุณนั้น ทำความเดือดร้อนทำความทุกข์ทั้งกายใจให้กับคนอื่นๆบ้างหรือไม่? ถ้าไม่ คุณก็เริ่มได้เลย ตามมา..ผมจะเล่าให้ฟัง อ่านเรื่องราวทั้งหมดของผมแล้วคุณอาจจะคิดว่าเป็นโรคจิต โฉดชั่ว นั่นแล้วแต่คุณ แล้วแต่มุมมอง ผมเพียงแต่จะบอกว่าผมมีความสุขกับมัน ทั้งผมและคนที่ผมร่วมด้วยเราทุกคนที่มีประสพกามด้วยกันนั้น มีความสุขยินยอม พร้อมใจ เต็มใจ และที่สำคัญเราไม่ได้ทำไห้ใครเดือดร้อน ทั้งกายและใจ

ผมเกิดในครอบครัวที่อบอุ่น มีฐานะที่อยู่ในขั้นปานกลาง ไม่ต้องปากกัดตีนถีบ ครอบครัวของทั้งฝ่ายพ่อแม่ผมเป็นครอบครัวใหญ่ สืบสายตระกูลมายาวนาน อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข จนพี่น้องทั้งพ่อและแม่ผมมีครอบครัวจึงมีบ้างที่แยกตัวออกมาจากบ้านใหญ่ แต่ก็ยังไปมาหาสู่กันตามปกติวิสัย รักใคร่ปรองดองกัน เมื่อพ่อและแม่ผมแต่งงาน ตกลงปลงใจที่จะอยู่กินร่วมกัน ก็แยกตัวออกมาจากครอบครัวใหญ่ มีบ้านหลังกะทัดรัดรั้วรอบขอบชิดสมฐานะ เมื่อผมเกิดขึ้นมานั้น สิ่งอำนวยความสะดวกในบ้านแม้จะไม่ฟุ่มเฟือยแต่ก็ครบถ้วนตามฐานะ

พ่อแม่ผมเป็นคนเปิดเผย เป็นคนรุ่นใหม่ เราสามคนพ่อแม่ลูกไปไหนไปด้วยกัน กินอยู่หลับนอนบนเตียงใหญ่ร่วมกัน เราอาบน้ำพร้อมๆกันทั้งสามคน จนผมมีอายุได้สิบขวบ ก็เกิดความเปลี่ยนแปลงในบ้าน จริงๆแล้วเป็นเรื่องปกติของคนทั่วไป แต่กับผมแล้วในตอนนั้นผมถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดปกติ ว่าทำไมต้องเกิดกับผมด้วย วันหนึ่งๆ ก็เป็นไปตามปกติอย่างที่เคยเป็นมา ตั้งแต่ผมจำความได้ วันนั้นพ่อมีประชุมบ อกว่าจะกลับบ้านค่ำหน่อย ก่อนเวลาอาหารก็ต้องอาบน้ำ เราสองคนแม่ลูกเข้าไปอาบน้ำอย่างที่เคยเป็นมา แน่นอนที่เราเปลือยกายกันมาตลอดทุกครั้ง ถ้าพ่ออยู่ด้วยพ่อก็จะเปลือยเช่นกัน

วันนั้นผมกับแม่ก็อาบน้ำกันตามปกติ แม่อาบไป ผมก็อาบของผม แต่ตอนฟอกสบู่ถูตัว วันนี้ไม่รู้ว่าเป็นอะไร ทั้งๆที่แม่ก็ทำเหมือนทุกๆครั้ง แม่ฟอกสบู่ไปทั่วตัวผม พร้อมกับย้ำสอนเรื่องการทำความสะอาดเนื้อตัวตามที่ต่างๆ แม้จนที่อวัยวะสำคัญ แม่ก็ฟอกถูกให้อย่างแผ่วเบา แต่วันนี้เจ้าน้องชายผมมีการแข็งตัวขึ้นตามมือของแม่ที่สัมผัส ผมรู้แต่ว่ามีการแข็งตัวขึ้น พร้อมกับความรู้สึกแปลก เริ่มที่จะขวยอายไม่กล้ามองหน้าแม่ ได้แต่หลับตาปี๋เกร็งตัวยืนนิ่ง เมื่อมือของแม่ลูบไล้อยู่ที่น้องชายจากการสัมผัสอันอ่อนโยนนั้น เมื่อมันแข็งตัวอยู่ในมือแม่ ผมรู้แต่ว่าแม่กำมันแน่นขึ้น ดูครั้งนี้แม่จะทำความสะอาดน้องชายผมเนิ่นนานกว่าปกติ แม่มองดูผมแปลกๆแต่ก็ยิ้มละมัย พร้อมกับพูดว่า “ลูกแม่เริ่มโตแล้วนะ ต่อไปคงจะอาบน้ำกับแม่ไม่ได้แล้ว” ผมมองหน้าแม่ไม่เข้าใจ แล้วถามกลับว่า “ทำไมฮะ?” แม่บรรจงราดน้ำที่น้องชายผมที่ยังแข็งตัวอยู่ แม่ตอบผมด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า “เอาไว้ให้พ่อบอกเองดีกว่า พ่อคงจะพูดได้ดีกว่าที่แม่จะพูด” ผมไม่คิดอะไรมากนอกจากพูดว่า “ก็ได้ครับ”

เราเสร็จจากห้องน้ำ แต่งตัวกันตามสบาย แต่วันนั้นหลังจากแต่งตัวเสร็จ ผมมีความรู้สึกว่าวันนี้แม่ผมแต่งตัวสวยขึ้น เราไม่รอพ่อมากินข้าวเย็นด้วย เพราะจะเลยเวลา ผมรู้ว่าพ่อไม่เคยผิดเวลา และพ่อจะกลับมากินข้าวเย็นทุกครั้ง ตั้งแต่ผมจำความได้ ไม่ว่าพ่อจะกลับบ้านช้าแค่ไหน กินข้าวเย็นกันเสร็จ แม่ก็ทำงานบ้านไปตามปกติ ผมเอาหนังสือที่เรียนมาในวันนั้นมาทบทวน เพราะผมจะถูกกำชับจากพ่อและแม่จนเป็นนิสัย แล้วผมจึงจะดูหนังฟังเพลงตามเรื่องราวของผม สามทุ่มเป็นเวลาที่ผมจะต้องขึ้นนอน บนเตียงใหญ่ที่กว้างขวางพอสำหรับเราสามคน พ่อกลับบ้านจนเกือบสามทุ่ม ทักทายกันตามปกติ แต่วันนี้ผมดูว่าแม่เอาใจพ่อมากกว่าทุกวัน ชุดอยู่กับบ้านหรือชุดนอนของแม่วันนี้ดูแปลกๆไป ที่ออกไปทางบางเบา พ่อเห็นได้แต่มองยิ้ม ผมไม่ได้สนใจอะไร เพราะวัยแค่สิบขวบ

จนสามทุ่มผมเข้านอน ไม่นานนักผมก็หลับไป ไม่รู้ว่าพ่อกับแม่เข้ามานอนตั้งแต่เมื่อไร ก็เป็นปกติวิสัยเหมือนเช่นทุกๆคืน จำได้แต่เพียงว่าก่อนที่จะหลับไป เสียงของแม่ที่บอกว่าผมเริ่มโตแล้วแว่วเข้ามาในหูก็เท่านั้นเอง สายของวันรุ่งขึ้น ซึ่งเป็นวันหยุดของเราทั้งสามคน หลังอาหารเช้าแล้วเรานั่งเล่นกันตามสบายในห้องพักผ่อน พ่อเรียกผมเข้าไปใกล้แล้วบอกผมว่า “เรานี่โตแล้วใช่ไหม? แม่บอกพ่อว่าอย่างนั้น” “ฮะพ่อ แม่บอกว่าผมโตแล้ว ผมต้องอาบน้ำเองแล้ว แม่จะไม่อาบให้” ผมตอบอายๆมองหน้าแม่ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แม่ไม่พูดอะไรแต่ใบหน้ายิ้มละมัย ผมมีความรู้สึกแต่เพียงว่า แม่จ้องมองที่เป้ากางเกงผม

“ อืม.. พ่อก็ว่านะ ถ้าเป็นอย่างที่แม่เขาบอก ลูกก็ต้องอาบน้ำคนเดียว แล้วและคงต้องแยกห้องนอนกันแล้ว ต่อไปลูกจะมีห้องนอนเป็นของตนเอง อยากทำอะไรเป็นความลับในห้องนอน ก็ทำได้เองไม่มีใครรู้เห็น ดีไหม?” ในวัยนั้น ผมไม่ได้คิดอะไรมากมาย มีแต่ความสงสัย ถามพ่อว่า “ทำไมฮะ? แล้วพ่อยังอาบน้ำพร้อมกับแม่อีกหรือเปล่า? แล้วพ่อกับแม่ต้องแยกห้องนอนกันด้วยไหม?” คำถามของผมคงจะไร้เดียงสา จนถึงกับทำให้พ่อกับแม่หัวเราะขึ้นมาพร้อมกัน พ่อหยุดหัวร่อก่อนแม่ แล้วบอกผมว่า “เพราะลูกโตแล้ว จะเป็นหนุ่มแล้ว ต้องมีโลกส่วนตัวของลูกเอง แล้วพ่อกับแม่จะค่อยๆสอนให้ ว่าทำไมคนที่โตแล้ว จึงต้องทำอย่างนั้น ตอนนี้เดี๋ยวเราออกไปดูของใช้ที่จำเป็น สำหรับห้องนอนของลูก เราจะใช้ห้องสำรองที่ไว้รับแขก ที่อยู่ตรงข้ามกับห้องเดิมนั่นแหละ”

บ่ายแก่ๆของวันนั้น ห้องนอนส่วนตัวของผมจึงเสร็จเรียบร้อย ผมขลุกอยู่ในห้องนอนของผม จัดโน่นย้ายนี่จนเย็นใกล้เวลาอาหาร แม่ผมขึ้นมาบอกให้ไปเตรียมตัวอาบน้ำ และจะได้กินข้าวพร้อมกัน อาจจะเป็นที่ผมตื่นเต้นกับห้องใหม่โลกส่วนตัวของผม จึงทำตามที่แม่ว่า ผมอาบน้ำคนเดียว แม้จะรู้สึกแปลกๆ แต่กับห้องใหม่ที่ผมได้มา ทำให้ผมลืมความแปลก ความเคยชินจากการที่แม่คอยอาบน้ำให้มาเป็นสิบปี ยังไม่ทันจะเสร็จเรียบร้อย แม่เข้ามายืนดูผมอาบน้ำ ด้วยใบหน้ายิ้มๆ แม่ไม่พูดอะไร นอกจากถามว่า “เป็นไงลูก?” ผมเหลือบตามองแม่ ดูเหมือนว่าแวบเดียวแม่ผมเพิ่งจะละสายตาจากน้องชายของผม ซึ่งยังคงแข็งโด่ จากการสัมผัสขัดถูด้วยมือผมเอง “ได้ฮะแม่ ผมอาบได้ แม่สอนผมมาตั้งนานแล้ว รับรองสะอาดเอี่ยมเหมือนที่แม่ทำให้ผมเลย” ดูเหมือนแม่อยากจะเดินมาที่ผม แต่ก็หันหลังกลับด้วยใบหน้าที่ฉาบรอยยิ้มของความรักความเมตตาอย่างเดิม

พ่อมักจะเริ่มสอนโน่นสอนนี่ เรื่องของเพศ เรื่องของอารมณ์ วันละเล็กละน้อย ผมเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างตามประสาของเด็กอายุสิบขวบเต็ม แต่ก็พอรู้เรื่องความแตกต่างของเพศมากพอสมควร นานวันเข้า ผมเริ่มกล้าที่จะถาม แรกๆก็กับพ่อก่อนต่อมาก็กับแม่ แต่ก็เป็นคำถามพื้นๆจากคำพูดในหนัง จากรูปแบบท่าทางที่เห็นในหนังสือทั่วไป ทั้งพ่อและแม่เต็มใจที่จะตอบคำถาม ขยายความในสิ่งที่ผมรู้ผมเห็นมา ทั้งพ่อและแม่จะใช้ภาษาที่เรียบง่าย เหมาะสมกับภูมิความรู้และวัยของผม หลังอาหารเย็นของวันแรกที่ผมต้องนอนคนเดียว ทุกอย่างยังเป็นปกติเหมือนที่เคยเป็นมา คุยกัน นั่งดูทีวี วิภากษ์วิจารณ์สิ่งที่เกิดขึ้นรอบวัน

คืนนี้อีกเช่นกัน ที่ผมเห็นแม่ผมแต่งตัวสวยกว่าคืนก่อนๆ ชุดนอนเบาบางมองเห็นเนื้อในรำไร และเท่าที่ผมจำความได้ เมื่ออยู่บ้านแม่ไม่ชอบที่จะใส่เสื้อใน คืนวันศุกร์ คืนวันเสาร์ ผมจะได้รับอนุญาติให้นอนดึกได้ เพราะรุ่งขึ้นไม่ต้องไปโรงเรียน แต่ความเคยชินที่ว่าสามทุ่มต้องเข้าห้องนอน ผมก็เข้าห้องผมตามเวลา ห้องนอนใหม่ของผมพ่อไม่ต้องการให้ผมมีทีวีอยู่ในห้อง ซึ่งขัดกับความต้องการของแม่ ที่อยากให้ผมมีทีวีไว้ดู แต่แม่และผมก็ต้องยอมตามเหตุผลของพ่อ ที่ว่าถ้ามีทีวีอยู่ในห้องนอนคนเดียว จะทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวจางหายไป เพราะ ผมก็จะขลุกอยู่แต่ในห้อง ที่มีเพียงทีวีเป็นเพื่อน ผมจึงมีแต่วิทยุและหนังสือที่ผมเลือกมีไว้เหมาะสมสำหรับอายุอย่างผมในตอนนั้น

ผมเข้าห้องนอนสามทุ่มเศษ ทำโน่นทำนี่ตามประสาเด็กอายุสิบขวบ ใกล้สี่ทุ่มผมปิดไฟเตรียมนอน แต่จะเป็นด้วยความแปลกที่ แปลกแยกจากความเคยชิน ภาพของแม่ที่แต่งชุดมักจะแวบมาให้ผมเห็น ทำให้ผมนอนไม่หลับ ลืมตาโพลงอยู่ยนที่นอนอย่างเดียวดาย คงจะเลยสี่ทุ่มไปไม่มากนัก ทั้งพ่อและแม่เข้ามาในห้องผม หลังจากเคาะประตูแล้ว คงจะมาดูว่าผมนอนหลับหรือยัง? ตาแป๋วของผมสบตาทั้งพ่อและแม่ “นอนไม่หลับครับ” “เดี๋ยวก็หลับเองแหละ ลูกเพิ่งคืนแรก ใช้เวลาปรับตัวสักพัก ก็จะหลับง่ายเหมือนเคย” พ่อพูดเสร็จก็เดินออกจากห้อง แม่เข้ามานั่งบนเตียง ท้าวแขนบนที่นอน โน้มตัวลงมาบอกผมว่า “นอนให้หลับนะลูก ห้องนอนแม่จะไม่ล็อคประตู มีปัญหาอะไรก็เข้าไปเรียกแม่ได้”

ท่าที่แม่นั่งโน้มตัวเข้าหาผมนั้น ผมยาวสยายของแม่ละอยู่ที่ใบหน้าผม กลิ่นหอมของน้ำหอมระเหยกรุ่นตรงหน้า แสงไฟเรืองๆสีม่วงบนหัวเตียง ทำให้ผมเห็นใบหน้าสวยซึ้งของแม่ แววตาที่หวานฉ้ำที่ผมไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อนเลย ตาผมละเลยไปสิ้นสุด ที่อกอวบใหญ่ที่ปราศจากสิ่งรัดรึง นอกจากเสื้อนอนอันบางเบา ไม่รู้ว่าเป็นที่กลิ่น ภาพ หรือแสงสี เพียงแค่นั้นผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นน้องขายของผมชี้โด่ขึ้นมา คงจะเป็นธรรมชาติของมนุษย์ ผมอาย สบตาแม่แล้วเมิน “นอนนะลูก แม่จะไปละ” ผมรู้ว่าแม่ลุกขึ้น แต่แม่ยังไม่ขยับเดิน ผมหันกลับมามองแม่ เห็นแม่ผมจ้องที่น้องชายที่แข็งโด่ชูชันอยู่อย่างนั้น..อึดใจหนึ่ง แม่จึงหันกายก้าวออกจากห้อง พร้อมกับปิดประตูอย่างแผ่วเบา

ผมนอนไม่หลับ กระสับกระส่ายอยู่บนเตียง ผุดลุกผุดนั่งจนห้าทุ่มเศษ มีความรู้สึกหิว ผมบอกตนเองว่าต้องลงไปหาอะไรกิน ไม่รู้เป็นเพราะอะไร ก่อนนี้ถ้าผมลุกขึ้นมากลางดึก เพื่อหาอะไรกินหรือเข้าห้องน้ำผม ก็จะเดินเหินเป็นปกติ แต่มาคืนนี้คืนแรกที่ผมนอนเดียวดาย ผมถึงต้องค่อยๆเดิน ค่อยๆย่องแม้แต่การปิดเปิดประตู ก็ทำอย่างเงียบเชียบที่สุด หลังจากหาอะไรรองท้อง ผมย่องขึ้นบันไดจะด้วยความเคยชินที่มีมาแต่เนิ่นนานผม เปิดประตูไปที่ห้องนอนของแม่ โดยพยายามทำให้เงียบที่สุดเท่านั้น ผมค่อยๆแง้มประตูมองเข้าไปในห้อง บนเตียงนอนไฟสลัวจากหัวเตียง ทำให้มองเห็นภาพที่เกิดขึ้น แม้ไม่ชัดเจนแต่ก็เห็นว่าร่างท่อนบนเปลือยเปล่าของแม่ทาบทับอยู่บนตัวพ่อ แม่เหยีดร่างตรงโยกส่ายไปมาบนตัวพ่อ

ผมตกตะลึงตัวแข็ง เหลือกตาโพลงไปที่ภาพนั้น พ่อนอนเหยียดยาวหันศรีษะไปทางหัวเตียง ร่างเหยียดตรงที่บดส่ายอยู่บนท่อนกลางของลำตัวพ่อ จึงบังสายตาของพ่อจากประตู ในขณะที่แม่หันหน้าตรงประตูพอดี แม่สบตาผม ผมเห็นแววตาหยาดเยิ้มและรอยยิ้ม แต่แม่ยังไม่หยุดขยับร่างกายท่อนล่าง ที่ดูเหมือนจะเพิ่มความรุนแรงเร่าร้อนมากขึ้น เมื่อสบตากับผม ผมจังงังอยู่กับภาพนั้นชั่วขณะ จนหายตะลึงแต่ก็นานพอที่จะเห็นรูปทรงองค์เอวของแม่ในท่าแบบนั้น ที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ผมค่อยๆปิดประตู ผมกลับเข้าที่นอน ภาพของแม่ในท่านั้นติดตาผมอยู่ตลอดเวลา พร้อมๆกับที่น้องชายผมก็กลับมาแข็งแกร่งชูชันอีกครั้ง ผมไม่รู้ว่าผมหลับไปตอนไหน

แต่เช้าวันรุ่งขึ้นนั้น ผมตื่นนอนสายโด่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน


*

ออฟไลน์ cyborg0011

  • Ultimate Member
  • ********
  • 3123
  • 3011
    • ดูรายละเอียด
Re: ผมถูกเลี้ยงต้อย ภาค ๑ copy
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 18, 2022, 12:37:15 am »
ผมถูกเลี้ยง ต้อย ภาค1 ตอนที่2



ปกติแล้วเราทั้งสามคนจะตื่นนอนกันแต่เช้า แม้ในวันหยุด เพื่อที่จะออกไปวิ่งออกกำลังกายกันทุกๆเช้า ก่อนที่พ่อและแม่จะไปทำงาน ผมจะไปโรงเรียน พ่อบอกว่าคนเราต้องมีร่างกายที่แข็งแรง สุขภาพดี สุขภาพจิตก็จะดีตามไปด้วย พ่อผมเป็นทหารมีร่างกายล่ำสันแข็งแรง แม่เองทำงานบริษัทเอกชนในตำแหน่งที่ค่อนข้างสูง  การออกกำลังกายของเราอย่างสม่ำเสมอ ทำให้แม่มีรูปร่างทรวดทรงที่ผมเห็นว่าดีกว่าเพื่อนๆหลายคนของแม่ ความเป็นทหารของพ่อ..ทำให้พ่อเป็นคนที่เข้มแข็ง เชื่อมั่นในตนเองสูง ความคิดความอ่านทันสมัย เปิดกว้าง และรับฟังได้ทุกๆเรื่อง จะพูดได้ว่าพ่อเป็นคนสมัยใหม่ ก็ไม่ผิดนัก เช่นเดียวกับแม่เติบโตมาจากครอบครัวที่ไม่มีปัญหาทางเศรษฐกิจ และถูกเลี้ยงดูแบบคนรุ่นใหม่ จึงเป็นคนมั่นใจในความคิดอ่านของตนเอง เปิดกว้างในทุกๆเรื่อง สิ่งเหล่านนี้จึงตกทอดมาสู่ผมโดยไม่รู้ตัว

แม่จัดเตรียมอาหารมื้อเช้าไว้เรียบร้อยแล้ว กำลังทำความสะอาดในห้องครัวอยู่ พ่ออยู่ที่สนามหญ้าหน้าบ้าน และเล็มกิ่งไม้ไปตามเรื่องตามราว บนโต๊ะอาหาร แม่ทักผมว่า “เป็นไงบ้าง นอนหลับสบายไหมลูก?” ผมไม่กล้าสบตาแม่ ได้แต่ตอบว่า “ครับ” ในวันเวลาปกติที่อยู่บ้าน แม่จะแต่งตัวอยู่กับบ้านอย่างรัดกุม แต่ดูสบายๆ ผิดกับตอนกลางคืน ที่เป็นเวลาส่วนตัวสำหรับครอบครัว ส่วนผมในตอนนั้น ก็แต่งกันตามประสาเด็ก แม่อาจจะเข้าใจว่าผมรู้สึกเขินๆ หรือแปลกใจจากภาพที่เห็นเมื่อคืนนี้ แต่แม่ก็ไม่แสดงให้ผมเห็น ว่าผมเห็นท่าทางของแม่เมื่อคืนนี้ ครอบครัวเราเป็นปกติสุขอย่างนั้นตลอดมา

กิจวัตรประจำวันก็ไม่มีอะไรพิเศษ ภาพที่ผมเห็นในคืนวันนั้น ก็ไม่ทำให้ผมหมกมุ่นอยู่กับมันมากมายนัก นานครั้งจึงจะแวบเข้ามาในอารมณ์บ้าง การเรียนของผมยังเป็นที่น่าพอใจของพ่อและแม่ กิจกรรมจากการเรียนและการเป็นนักกีฬาของโรงเรียน ทำให้วันคืนของผมผ่านไปอย่างไม่เหงาหงอย มีบ้างบางคืนในช่วงกลางของอายุสิบเอ็ดขวบ ที่ผมต้องตื่นขึ้นมาแล้วพบกับความเปียกแฉะเปรอะเปื้อนที่กางเกงนอน ครั้งแรกที่พบก็ได้พ่อและแม่บอกให้รู้ ว่านั่นคือ”ฝันเปียก” และทั้งพ่อและแม่ก็พูดให้ฟังว่าอะไรคือฝันเปียก? จนอายุย่างเข้าสิบสองขวบเศษ ผมก็รู้จักกับการช่วยตัวเองเป็นครั้งแรก

เย็นวันนั้น ก็ปกติเหมือนเช่นทุกวัน หลังจากกลับจากเล่นกีฬา ที่สโมรสรใกล้ๆบ้านกับเพื่อนร่วมรุ่นกันแล้ว พ่อยังไม่กลับบ้าน แม่กลับมาแล้ว แต่คงอยู่ในห้องนอน ผมเปลือยกายเดินจากห้องนอนผม เปิดประตูที่ไม่ได้ล็อคเข้าไปในห้องน้ำ ที่ผมไม่คิดว่าแม่จะอยู่ในนั้น แม่นอนหลับตาพริ้ม เปลือยเปล่าอยู่ในอ่างอาบน้ำ มีเพียงฟองสบู่ปกคลุมร่างเอาไว้เท่านั้น ผมผลักประตูเข้าไป ตกใจ เพราะผมเปลือยและไม่ได้เห็นแม่เปลือยในอ่างอาบน้ำมานานแล้ว แม่ลืมตาเห็นผม พร้อมกับพูดว่า “อาบน้ำเหรอลูก? เข้ามาซิ ไม่ได้อาบน้ำกับแม่มานานแล้ว” แม่ลุกขึ้นยืนในอ่างอาบน้ำ..เปลือยเปล่า ยังไม่ทันที่ผมจะคิดจะตัดสินใจอย่างไร? น้องชายของผมแข็งตัวชูชันขึ้น และแม่ก็มองอยู่ที่จุดนั้น แม่เดินไปปิดประตู และจูงมือผมไปไต้ฝักบัว ภาพจากคืนที่ผมเห็นเมื่อสองปีที่แล้วผุดขึ้นมาในมโนภาพ ในตอนนั้นผมพูดได้แต่เพียงว่า “แม่ครับ” ร่างกายส่วนอื่นดูเหมือนจะแข็งชา ผมหลับตาไม่กล้าลืมตาดูร่างเปลือยของแม่

แม่ไม่พูดอะไร เปิดน้ำฝักบัว ฟอกสบู่ถูทาไปทั่วตัวผม ไม่เว้นแม้กระทั่งน้องชายของผม ที่ดูเหมือนว่าแม่จะพิถึพิถันเป็นพิเศษ ผมรู้แต่ว่าผมยืนนิ่งเฉย มีเพียงเสียงหายใจเท่านั้น ที่หอบกระชั้นแรงขึ้น ผมได้ยินเสียงงึมงัมจากปากแม่ ว่า”โตขึ้นมากแล้วนะ” จนเมื่อแม่ล้างคราบไคลและฟองสบู่เสร็จเรียบร้อยแล้ว แม่ก็บอกผม “อาบต่อไปเองนะลูก” แล้วแม่ก็ออกไป วันนั้นดูเหมือนจะเป็นวันที่ผมอาบน้ำยาวนานที่สุดในชีวิต ผมเปิดน้ำเย็นจัดสลับกับน้ำร้อนจัด จนน้องชายของผมลดความเดือดดาลแข็งกร้าวลง มาอยู่ในภาวะปกติ ผมเองสมองเริ่มแจ่มใส คลายความตึงเครียด ผมอ้อยอิ่งกับการแต่งตัวในห้องนอน จนแม่ต้องส่งเสียงเรียกให้ลงไปกินข้าว เพราะทุกคนรออยู่ ไม่มีใครมีพิรุธอะไรทั้งบนโต๊ะอาหารและในห้องพักผ่อน นอกจากผมที่ดูขัดเขินๆ ไม่อยากที่จะสบตาทั้งแม่และพ่อ

ผมเข้านอนคืนนั้นตามปกติ พยายามจะให้หลับ แต่หลับตาครั้งไร..ภาพเปลือยของแม่ในห้องอาบน้ำ ภาพที่แม่บดขยี้ร่างกายท่อนบนของพ่อ ที่ผมเกือบจะลืมไปแล้ว กลับมาวนเวียนอยู่ในสมองในจิตใจตลอดเวลา น้องชายของผมชูชันขึ้นมา ผมเอื้อมมือไปลูบคลำ ความรู้สึกที่ผมไม่เคยสัมผัสมาก่อน แล่นวาบเข้าสู่ทุกองคาพยพของผม จากลูบคลำแผ่วเบา มือผมเริ่มกำแน่นสั่นระรัว รุนแรงมากขึ้น รวดเร็วมากขึ้น ความรู้สึกที่บอกไม่ถูก บรรยายไม่ได้ ซึมซาบอย่างรวดเร็วไปทุกขุมขน จนท้ายที่สุดร่างกายผมเกร็งแน่น จับกุมน้องชายของผมไว้จนแน่น และแล้วความรู้สึกเสียวซ่านเสียวซ่านจนสุดบรรยายก็เกิดขึ้นกับผม พร้อมๆกับน้องชายผมหลั่งน้ำออกมากระฉูดใหญ่เปรอะเปื้อนจนเปียกแฉะไปหมด มีเสียงหายใจหอบแรงเท่านั้น ในความเงียบ ผมยังเกาะกุมน้องชายของผมอยู่ ไม่อยากปล่อย หรือไม่มีแรงแม้แต่จะคลายมือก็ไม่ทราบได้แ ละก็ผล็อยหลับไปเมื่อไรไม่รู้เลย

ผมหลับสนิท จนไม่มีโอกาสที่จะรู้ได้เลย ว่ากลางดึกคืนนั้น แม่ผมเข้ามาเห็นผมอีกครั้งในสภาพที่ผมยังเกาะกุมอยู่กับน้องชายของผม ที่เปรอะเปื้อนกับของเหลวที่ถูกปล่อยออกมา เช้าวันรุ่งขึ้นเป็นวันหยุด ขึ้นมาหลังอาหารเช้า พ่อออกไปพบปะเยี่ยมเยียนญาติพี่น้องตามปกติ แม่เป็นคนที่ตามเก็บเสื้อผ้าเพื่อที่จะคัดเลือกใส่เครื่องซักผ้า รวมทั้งในห้องนอนของผม ที่แม่บอกอยู่ตลอดเวลา ว่าแม่อยากจะทำให้ด้วยตนเอง ผมนั่งจมอยู่กับโต๊ะกินข้าว ได้ยินเพียงเสียงเคลื่อนไหวของแม่ และเสียงครางเบาๆจากเครื่องซักผ้า คงจะนานโขที่ผมนั่งเงียบโดยไม่ขยับร่างกาย แม่เข้ามานั่งเคียงข้างผม ถามผมว่า ”กินข้าวอร่อยไหมลูก?” ผมบอกแต่เพียงว่าครับ ไม่กล้าสบตาแม่

แม่ดูเหมือนจะรู้ใจ เอื้อมมือมาจับมือผมข้างหนึ่ง พร้อมกับพูดว่า “ลูกแม่อย่าคิดมาก การช่วยเหลือตนเองเป็นเรื่องปกติ เป็นเรื่องของธรรมชาติ เป็นเรื่องของร่างกายและอารมณ์เรียกร้องเรา ไม่มีใครไม่เคยทำ แม่ก็เคย พ่อก็เคย อย่าไปคิดว่าเป็นความผิด เมื่อมีความต้องการลูกสามารถที่จะทำได้ตลอดเวลา เพียงแต่อยู่ในสังคมของมนุษย์ ต้องเลือกสถานที่ที่เหมาะสม ...เมื่อลูกรู้จักช่วยตัวเองแล้ว ลูกจะเห็นว่าลูกมีความสุขเสียวซ่านผ่อนคลาย หลับอย่างสนิท อยากทำก็ทำได้อีก แต่อย่าหมกมุ่น หลงอยู่กับมัน ทุกอย่างต้องมีความพอดี” ผมยังคงนิ่งเงียบ แต่พร้อมที่จะหันมาสบตาที่มีแต่ความรักของแม่ ผมยกมือของแม่ที่เกาะกุมอยู่บนมือของผมเข้ามาสูดดม ความเขินอายหมดไป ไม่หลบตาแม่ บอกแม่ไปว่า “ครับแม่ ขอบคุณครับ” แม่ยิ้มแย้ม แววตาเป็นประกายสดใส พูดต่อว่า “ลูกเริ่มโตแล้ว เรื่องพวกนี้เขาเริ่มมีสอนกันในโรงเรียนแล้ว และแม่ก็พร้อมที่จะสอนให้ในสิ่งที่ลูกอยากจะรู้ แต่ลูกต้องเข้าใจก่อนว่า เรื่องนี้แม้มีความสำคัญกับชีวิต แต่ไม่ใช่ทั้งหมดกับชีวิต แม่กับพ่อจะค่อยๆบอกลูก ว่าจะแบ่งแยกเรื่องเหล่านี้กับเรื่องอื่นๆได้อย่างไร?”

หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา แม่ผมดูเหมือนว่าจะต้องเก็บผ้าปูที่นอนของผมไปซักบ่อยครั้งขึ้น จนแม่สัพยอก ว่า “ทำไมบ่อยจังละลูก?” ผมยิ้มกอดแม่ พร้อมกับตอบว่า “โธ่แม่ ผมโตแล้วนะ” ผมเลิกขัดเขินเหนียมอาย กับการที่แม่ต้องมาเก็บคราบไคลเปื้อนเปรอะ จากการกระทำของผม แต่เมื่อบ่อยขึ้นถี่ขึ้น เช้าของวันหยุดสบายๆวันหนึ่ง หลังจากเราทั้งสามคนกลับจากการออกกำลังกาย บนโต๊ะอาหารมื้อเช้าที่พร้อมหน้าพร้อมตากัน หลังจากคุยเรื่องสัพเพเหระไปหลายเรื่อง พ่อเป็นคนเริ่มต้นเรื่องของผมว่า “เป็นไงบ้างลูก? หมู่นี้นอนหลับสนิทดีไหม? เรื่องการเรียนเห็นแม่บอกว่าเกรดยังดีเยี่ยมเหมือนเดิม พ่อก็ดีใจด้วย”

“...แม่เขาคุยกับพ่อบ่อยนะ เรื่องการช่วยตนเองของลูก ว่าหมู่นี้ชักจะถี่ไป แม่เขากลัวว่าลูกจะหมกมุ่นกับเรื่องนี้ จะทำให้เสียสุขภาพเสียการเรียน” ผมมองหน้าพ่อ แล้วหันไปสบตาแม่ยังไม่ตอบอะไร “ก็ไม่เป็นไรนะลูก เรื่องการช่วยเหลือตนเอง เรื่องอารมณ์ทางเพศเป็นเรื่องของธรรมชาติ ตอนพ่ออายุเท่าๆลูก ตอนนั้นพ่อก็ทำ แม่ก็ทำ อย่าไปคิดว่าเป็นสิ่งที่ผิด เพียงแต่ต้องรู้จักควบคุม เรื่องเวลาสถานที่ และฝึกที่จะอดกลั้นเบี่ยงเบนไปเรื่องอื่น อย่าไปหมกมุ่นอยู่เรื่องเดียว” แม่ยังยิ้มอยู่ เอื้อมมือมาตบมือผมเบาๆด้วยความรัก “ครับพ่อ ผมก็ไม่ได้หมกมุ่นอะไรครับ พยายามที่จะไม่ให้บ่อยนัก แต่มันเกิดขึ้นเอง แต่ทุกครั้งที่ผมทำมันลงไป ผมมีความสุขฮะ นอนหลับสนิท ตื่นมาด้วยความกระปรี้กระเปร่า สมองโปร่งโล่ง ครูสอนหรืออ่านตำราก็จำได้แม่นเหมือนเดิมครับ”

“ลูกเพิ่งจะสิบสองเต็มๆ ยังเติบโต และยังต้องเรียนรู้อีกมาก ที่ลูกทำไปแล้วมีความสุข แม่ก็ดีใจด้วย ว่าแต่ว่าไปโรงเรียนแล้ว ไปแอบทำในห้องน้ำบ้างไหมนี่?” “อ๋อ..ไม่เลยครับ ผมทำตามที่แม่และพ่อบอก มีสติอยู่ตลอดเวลา แยกได้ครับว่าที่ไหนเมื่อไรควรเป็นเรื่องอะไร” ผมละล่ำละลักตอบแม่ “ดีมากลูก แม่ก็จะได้เลิกกังวล ลูกมีความสุข พ่อกับแม่ก็มีความสุข” “ใช่ลูก เรื่องเซ็กส์เป็นเรื่องที่คู่กับมนุษย์ ถ้าเราจัดการได้ดี ก็ไม่มีปัญหา สงสัยอะไรก็ถามพ่อหรือแม่เขาได้ เอาเป็นว่าเรื่องพวกนี้เราจะเปิดใจคุยกันได้ตลอดเวลา พ่ออยากให้เป็นวันหยุด แต่ต้องหลังจากคุยกันเรื่องอื่นๆ โดยเฉพาะเรื่องเรียนต้องไม่ทิ้ง ตกลงมั๊ย?” แม่มองหน้าพ่อทำนองสงสัยในขณะที่ผมตอบรับ “ครับ” “แม่ ที่พ่อบอกให้คุยกันวันหยุด ไม่ใช่คุยกันทุกวัน ก็เพื่อจะได้ไม่หมกมุ่นอยู่กับมัน และในวันหยุดก็ควรจะคุยกันเรื่องสบายๆ คลายเครียดที่สะสมมาตลอดห้าหกวันทำงาน หรือแม่อยากให้มีกันทุกวัน” แม่ยิ้มตีแขนพ่อด้วยความรักไปเพี๊ยะหนึ่ง “เซี้ยว.. มีแต่พ่อนั่นแหละ ที่อยากทุกวัน” แม่หน้าแดงก่ำแต่ส่งสายตายิ้มอย่างมีความสุขมาที่ผม

ก่อนที่จะพูดคุยกันต่อ เสียงกริ่งประตูหน้าบ้านดังขึ้น พ่อชะโงกไปมองผ่านหน้าต่าง “มาตรงเวลาดีจัง ทส.พ่อ  วันนี้ต้องออกรอบกับเพื่อนๆ พ่อคงต้องไปล่ะ” แม่มองหน้าพ่อยิ้มๆ พร้อมกับกระเซ้าว่า “ทส.พ่อท่าทางเป็นเกย์นะ เสร็จพ่อหรือยัง?” พ่อลุกขึ้น “ยัง เพราะพ่อยังไม่แน่ใจ ว่าถ้าพ่อมีอะไรกับเขาแล้ว ผลอะไรจะตามมา ยังไม่รู้ว่าเขาต้องการเพียงมีเซ็กซ์ เพียงอย่างเดียว หรือเอาเรื่องเซ็กซ์เป็นใบเบิกทาง เอาน่า แล้วจะเล่าให้ฟังทีหลัง” พ่อหันมามองหน้าผม พร้อมๆกับลุกขึ้น พ่อออกจากบ้านไปแล้ว แต่ผมยังนั่งอ้อยอิ่งอยู่ที่เดิม แม่ยังคงเก็บถ้วยล้างชามอยู่ใกล้ๆ “แม่ฮะ พ่อเป็นเกย์ด้วยหรือครับ?”

*

ออฟไลน์ cyborg0011

  • Ultimate Member
  • ********
  • 3123
  • 3011
    • ดูรายละเอียด
Re: ผมถูกเลี้ยงต้อย ภาค ๑ copy
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 18, 2022, 12:38:15 am »

ผมถูกเลี้ยง ต้อย ภาค1 ตอนที่3



แม่เช็ดมือแล้วเดินมาโอบผมจากด้านหลัง “พ่อเขาเป็นไบเซกช่วล คือมีเซ็กซ์ได้กับทั้งผู้หญิงผู้ชาย” ผมแหงนมองหน้าแม่ “อื้อฮือ แม่ไม่หึง ไม่ว่าอะไรเลยเหรอ?“ “ไม่นี่ลูก ก็เพียงแต่เซ็กส์อีกรูปแบบหนึ่งเท่านั้น แล้วก็แล้วกันไป ไม่มีอะไรผูกพัน เพียงแต่มีข้อตกลงกันเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยจากโรค อย่ามาทิ้งไว้ให้ แม่เท่านั้น เรื่องนี้อีกเหมือนกัน ถ้าลูกอยากรู้ก็ถามพ่อดูได้ พ่อมีประสบการณ์แปลกๆ แต่แม่ว่านะ รอให้โตอีกหน่อยดีกว่า เรียนรู้เป็นเรื่องๆไป ดีไหมลูก?” ผมก้มลงหอมที่แขนแม่ทั้งสองข้าง “แล้วแม่ล่ะครับ เป็นเลสเบี้ยนด้วยหรือเปล่า? ขอโทษครับที่ถาม” “ฮือ... ก็มีบ้าง แต่ต้องเลือกคนเลือกเวลานะ ผู้หญิงกับผู้หญิงก็มีรสชาติไปอีกแบบหนึ่ง ทั้งพ่อและแม่เราตกลงกันไว้ ว่าเรื่องแบบนี้ขอให้ถือว่าเป็นการกินอาหารแปลกๆ อีกแบบหนึ่ง ถ้าอยากก็กิน ถือเป็นการเปลี่ยนเมนูอาหารประจำ แต่อย่าไปลุ่มหลงยึดติด” “แม่จะเล่าให้ผมฟังไหมครับ?” “ได้ซิ แต่ไม่ใช่ตอนนี้นะลูก”

พ่อกับแม่เคยพูดกับผมไว้ว่า บ้านเราจะมีความสุขได้ ก็ต่อเมื่อเราอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา โดยเฉพาะวันหยุดประจำสัปดาห์ ควรจะเป็นวันส่วนตัวสถานที่ส่วนตัวของเราทั้งสามคน วันอื่นๆเราพบปะผู้คนพานพบเหตุการณ์มากมายหลายเรื่อง ควรจะมีสักวันหรือสองวันที่เป็นวันของเรา อาจจะเป็นเพราะเหตุนี้ บ้านเราจึงไม่ค่อยมีคนไปมาหาสู่ แต่ความสัมพันธ์ทางสังคม เพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง ก็ไม่เคยขาดหาย ทั้งพ่อและแม่จึงชอบที่ออกไปเยี่ยมเยีอนหรือนัดพบปะกันตามสถานที่ต่างๆ แม้จะไม่บ่อยนัก แต่ก็ไม่เนิ่นนานจนความสัมพันธ์ต่อกันต้องจางหายไป ตั้งแต่ผมจำความได้ แม่จะมีเพื่อนสนิทอยู่คนหนึ่ง ที่แม่จะบอกว่ามองตาก็รู้ใจกัน “น้านิด”เป็นเพื่อนของแม่ที่อยู่ต่างจังหวัด เป็นเพื่อนกันตั้งแต่เรียนชั้นประถมจนถึงมหาวิทยาลัย น้านิดจะมาพักที่บ้านเราเสมอ เมื่อมีอันที่จะต้องมาทำธุระปะปังในกรุงเทพฯ

ส่วนพ่อนั้นมีเพื่อนฝูงมากมาย แต่ไม่เคยมีใครมานอนค้างที่บ้านเลย ไม่ว่าจะเป็นก่อนที่พ่อจะแต่งงานหรือแต่งงานแล้ว และพ่อก็ไม่เคยไปนอนค้างอ้างแรมที่ไหน ยกเว้นก็เป็นจากการต้องไปงานราชการต่างพื้นที่ ก็จะพักตามสถานที่ที่หน่วยงานนั้นจัดไว้ให้ แม่ก็เช่นกัน..ตั้งแต่จำความได้ แม่ไม่เคยจะทิ้งบ้านไปพักค้างอ้างแรมที่ไหน ถ้าเป็นการไปท่องเที่ยวพักผ่อน เราก็จะไปการสามคน พักค้างคืนร่วมกันทั้งสามคน แต่ก็ไม่บ่อยนัก พ่อมักจะพูดว่าไม่มีที่ไหนมีความสุขเท่าบ้านเรา ผมแม้จะอายุเพียงสิบสองปี ก็เห็นด้วย ผมไม่รู้ว่าครอบครัวคนอื่นเขาเป็นอย่างไร รู้แต่ว่าทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นหลังจากเลิกเรียน หลังจากการออกไปเที่ยวเตร่ตามประสาวัยรุ่น คราใดที่กลับเข้าบ้าน ผมจะมี ความสุขความอบอุ่น รู้ได้ว่าเจืออยู่ในทุกอณูของบ้าน

จำได้ว่าวันนั้นเป็นคืนวันศุกร์ ที่อยู่ในระหว่างปิดภาคเรียนภาคแรก ผ่านวันครบรอบวันเกิดครบสิบสองปีมาไม่กี่วัน ก็นับว่าผมย่างเข้าสิบสามแล้ว เป็นวันที่ฝนตกหนักตั้งแต่บ่าย และฟ้ายังฉ่ำฝนอยู่จนถึงเวลาเข้านอน  เป็นปกติหลังเวลาอาหาร ที่เราพ่อแม่ลูกจะคุยกันเรื่องสัพเพเหระ จนได้เวลาที่พ่อกับแม่ขึ้นนอน ผมยังดูรายการทีวีต่อจนรายการโปรดจบลง ผมขึ้นนอน อากาศวันนี้เย็นสบาย ผมไม่ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศ เปิดหน้าต่างให้อากาศบริสุทธิ์เย็นฉ่ำหลังฝนพัดผ่านเข้ามา ไล่ความอบอ้าวในห้อง ค่อนข้างดึกผมปิดไฟนอน เคลิ้มๆหลับไป มีความรู้สึกว่ามีคนเข้ามาในห้อง คิดว่าคงเป็นแม่ที่มักจะเปิดเข้ามาดูในห้องนอนผมบ่อยๆ

ในภวังค์เคลิบเคลิ้มนั้น ผมมีความรู้สึกว่ามีฝ่ามือนุ่มนิ่มลูบไล้อย่างแผ่วเบาไปที่น้องชายของผม ผ่านกางเกงนอนบางเบา ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเสียวซาบซ่า อ่อนโยนนุ่มนวลกว่าที่ผมสัมผัสด้วยตนเอง น้องชายเริ่มแข็งตัวชูชันอยู่ไต้ผ้าที่บางเบา มือนุ่มเนียนอ่อนโยนลูบไล้ไปทั่ว พร้อมๆกับที่ผมรู้สึกได้ถึงลมอุ่นๆจากปาก ของผู้มาเยือนพัดผ่านแผ่วเบาไปตลอดความยาวของน้องชายขึ้นลง ผมไม่เคยมีความรู้สึกเสียวซาบซ่าน มีความสุขแบบนี้มาก่อนเลย ผมอยากจะลืมตาดูว่าเป็นใคร แต่ผมไม่กล้า กลัวว่าถ้าผมลืมตาขึ้นมาแล้วความสุข เสียวซ่าน จากลมเป่าและการลูบไล้จากปลายมือ จะมลายหายไป สิ่งที่ผมทำได้ตอนนั้นคือขยับกายท่อนล่างเพื่อหวังว่าจะให้ฝ่ามืออันนุ่มนวล นั้นลูบไ ล้ที่น้องชายได้ถนัดถนี่ และถ้วนทั่วทุกตารางมิลลิเมตรของความโตและความยาว ตามขนาดของอายุของน้องชาย ที่ผงาดชูชันสู้กับความนุ่มนวลนั้นอยู่

ฝ่ามือที่นุ่มอ่อนโยนอีกข้างหนึ่งลูบไล้หน้าท้องของผม เหนือขอบกางเกงจากหน้าท้องขึ้นลงวนเวียนที่หน้าอกของผม บางครั้งอย่างนุ่มนวลแผ่วเบาเลยมาที่แก้มคางและริมฝีปาก พร้อมๆกับที่นิ้วทั้งห้าของฝ่ามือที่นุ่มนิ่มอีกข้างนั้นกำรอบตัวน้องชายที่กำลังแข็งแกร่ง แล้วสาวขึ้นลง ผมแอ่นลำตัวท่อนกลางขึ้นลงตามการสาวของมือ ที่แม้จะแผ่วเบา ผมช่วยเหลือตนเองบ่อยจ นมีท่าทางมากมายที่จะเพิ่มความเสียวซ่านให้กับตนเอง แต่ครั้งนี้กับการลูบไล้สาวขึ้นลงเป็นความสุข เป็นความเสียวซ่านสุดๆมากกว่า มากกว่าที่ผมทำให้กับตนเอง ผมบิดกายท่อนล่างเพื่อตอบรับกับความสุดเสียว

และแล้วสิ่งที่ผมไม่คาดคิดมาก่อน ก็เกิดขึ้น ริมฝีปากอบอุ่น แผ่นลิ้นที่แข็งแรงแต่นุ่มนิ่มก็สัมผ้สกับส่วนปลายของเจ้าน้องชาย ของอันเป็นส่วนที่ก่อให้เกิดความสุดเสียวอย่างหาที่สุดไม่ได้ ปากนั้นลิ้นนั้นสัมผัสและเล็มลามเลียไปทั่วลำตัวเจ้าน้องชาย จากยอดลงสู่โคน และทันใดนั้นปากคู่นั้นก็กลืนน้องชายผม เริ่มจากบนสุดไปจนถึงโคน มีความรู้สึกถูกอมถูกรูดขึ้นรูดลงครั้งแล้วครั้งเล่า กระชั้นถี่เร็วขึ้น ผมเกร็งตัวท่อนล่างยกขึ้นสูงสุดด้วยความเสียวซ่านสุดจะทานทน มือสองข้างของผมตะปบไปที่ศรีษะ ที่ก้มอยู่กับน้องชายของผม ผมนุ่มนิ่มนั้นถูกผมกำขยี้ตามความรุนแรงของความเสียวซ่าน สองมือผมออกแรงกดไปที่ศรีษะนั้น เพื่อให้น้องชายของผมจนหายไปเข้าไปปากอิ่ม นุ่มนวลที่แสนจะอบอุ่น

และแล้วก็ถึงเวลาที่ผมสุดจะอดกลั้น น้องชายผมฉีดปล่อยน้ำแห่งความรักเข้าไปในปากอวบอิ่มนั้น ผมไม่รู้ว่าแรงฉีดของน้ำมีมากน้อยเท่าไร ทิศทางของน้ำที่น้องชายผมพ่นออกมานั้น นอกจากในปากเข้าลำคอแล้ว จะหยดย้อยเปรอะเปื้อนไปที่ไหนได้บ้าง จนหยาดหยดสุดท้าย ปากอิ่มนั้นก็ยังไม่ปลดปล่อยน้องชายเป็นอิสระ ความเสียวซ่านยังคงมีอยู่ จนเมื่อมือสองข้างของผมหมดสิ้นเรี่ยวแรง ผ่อนคลายจากการกดศรีษะนั้นไว้ น้องชายผมจึงเป็นอิสระ ผมนอนหอบหายใจแรง ยังไม่กล้าที่จะลืมตามอง กลัวว่าถ้าเป็นความฝัน..แล้วฝันนั้นจะสลาย บอกตนเองได้เพียงว่า..นี่กระมังที่เขาเรียกกันว่าฝันสุดยอดของความสุข

ผมยังตื่นเช้าทันเวลาทีจะไปวิ่งออกกำลัง พร้อมกับแม่และพ่อ แต่งตัวเสร็จหิ้วรองเท้าจ๊อกกิ้ง พบพ่อและแม่ที่หน้าประตู “อ้าว.... ไปด้วยหรือ? เมื่อคืนเห็นนอนดึก จะไหวเหรอ?” “ไหวครับพ่อ นอนดึกแต่หลับเป็นตายรวดเดียวตื่นเลยครับ” “ท่าจะฝันดีนะลูกแม่” ใบหน้ายิ้มลมัยของแม่รอสบตาผมอยู่ ผมมองแล้วเมิน “ครับ ฝันดีครับ ฝันดีมากๆ” “พ่อจะบอกให้นะ ถ้าฝันดีแล้วมีความสุข ก็ไม่ต้องเล่าให้ใครฟัง เผื่อจะได้ฝันซ้ำบ่อยๆ” พูดจบพ่อยิ้มกริ่ม มองไปที่แม่ แม่หน้าแดง หวดฝ่ามือไปที่ต้นแขนพ่อ และเราทั้งสามก็หัวร่อขึ้นพร้อมกัน

แม้จะยังไม่ถึงกำหนดเปิดเรียนภาคสุดท้าย ในวันทำงานผมต้องอยู่โยงอยู่บ้านคนเดียว จนกว่าจะถึงเวลาเลิกงาน จากคืนวันศุกร์อันแสนซ่านเสียว ผมพยายามไม่คิดถึงมัน ผมเพียงต้องการที่จะเก็บทุกหยดที่อยู่กับน้องชายของผม เอาไว้เพื่อให้ถึงคืนวันศุกร์ วันศุกร์ที่ผมเฝ้ารอที่จะพบ แม้จะเพียงความฝัน วันทั้งวันตลอดสัปดาห์ ผมเลิกคิดเรื่องเซ็กส์ หางานมาทำ ไม่ให้ร่างกายได้พักผ่อน ก่อนนี้ผมจะออกวิ่งพร้อมพ่อและแม่ทุกเช้า ตอนนี้ผมจะออกไปเล่นกีฬาที่สนามกีฬาใกล้บ้าน และเพิ่มการวิ่งออกกำลังในช่วงตอนเย็นอีกครั้ง ได้ผล ทั้งตามที่พ่อและแม่พร่ำสอนว่าอย่าหมกมุ่น ต้องแยกให้ออกว่าเป็นที่ไหน? เมื่อไร? การทำงานทุกอย่างในบ้านการออกกำลังกายอย่างหนัก ทำให้ผมหลับง่าย เลิกหมกมุ่นกับการช่วยตนเอง ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย

จนแม้แต่แม่ก็แปลกใจ ถามผมในเย็นวันหนึ่งว่า “เกิดอะไรขึ้นลูก? เดี๋ยวนี้ผ้าปูที่นอน ชุดนอนของลูกไม่เปรอะเปื้อนแล้ว” พ่อหันมามองหน้าผม “เออ..ใช่ เห็นแม่เขาถามพ่อเหมือนกัน แต่พ่อเห็นว่าหักโหมออกกำลัง ระวังอย่าให้มากเกินไปนัก อะไรที่มากไป น้อยไปก็ไม่ดี“ “ไม่มีฮะ เพียงแต่ช่วงนี้ ผมจะทดสอบตนเอง ทำตามที่พ่อและบอกไว้ อดกลั้นและไม่หมกมุ่น ก็ได้ผลดีครับ หลับสบาย ร่างกายแข็งแรงมากขึ้นครับ” “นี่ลูกพ่อ ที่พ่อกับแม่สอนเอาไว้นั้น ก็เพื่อไม่ให้เกิดความเคยชิน จนเป็นการเสพติดเท่านั้น แต่ไม่ต้องการให้ถึงขนาดอด กลั้น ถึงขั้นมันไปจุกในอก” “ใช่จ๊ะลูก มีอะไรมากกว่านั้นหรือเปล่า?” เป็นน้ำเสียงอบอุ่นเจือความห่วงใยตอบมาจากแม่ “ไม่ครับ ผมเพียงแต่รอคืนวันศุกร์ครับ ศุกร์ที่แล้วผมฝันอย่างวิเศษสุด ก็หวังไว้ว่าคืนวันศุกร์ที่จะถึงนี้ ผมจะฝันอย่างนั้นอีก และอยากให้เป็นทุกๆวันศุกร์ครับ” ผมกุมมือข้างซ้ายของแม่และข้างขวาของพ่อหันไปสบตาทั้งพ่อและแม่

ฟังจบพ่อระเบิดหัวเราะลั่นออกมา “อ้อ อย่างนี้นี่เอง และถ้าไม่ฝันล่ะ จะทำอย่างไร? ทำเองเหรอ?” พ่อพูดยิ้มๆ  ฝ่ามือแข็งแกร่งแต่นุ่มนวลลูบไปที่ใบหน้าของผมอย่างรักใคร่ แม่บีบมือผมแน่นกระชับขึ้น พร้อมกับเอ่ยขึ้น “พ่อนี่ ให้กำลังใจให้ความหวังลูกบ้างซิจ๊ะ ลูกอุตส่าห์อดทนรอคอย ให้เหลืออาทิตย์ละครั้งเดียว” “ฮื่อ... แม่ก็ พ่อแค่พูดเล่นเท่านั้น” พร้อมๆกับที่พูด พ่อตบหลังผมเบาๆ “รู้อยู่แล้ว ว่าคืนวันศุกร์ลูกเราเขาต้องฝันดีแน่ๆ พ่อจะช่วยภาวนาให้ แม่เองคงไม่ต้องบอกมั๊ง ว่าภาวนามากกว่าลูกอีก” “เซี้ยวจังพ่อนี่” แม่พูดกลั้วหัวร่อ พร้อมกับที่โอบผมเข้าไปแนบไหล่อย่างรักใคร่

และแล้วเย็นวันศุกร์ก็มาถึง ตลอดเช้าจรดเย็น ผมรู้สึกว่าเป็นวันศุกร์อันยาวนาน ผมใช้เวลาอาบน้ำถูตัว ทำความสะอาดทุกสัดส่วนของร่างกายยาวนานกว่าทุกครั้ง โดยเฉพาะน้องชายผม เมื่อผมถูกต้องแม้จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ก็ผงาดตัวชูชันพร้อมที่จะสู้มือผมอยู่ตลอดเวลา ผมได้แต่ปลอบน้องไปว่าใจเย็นๆน้องพี่ คืนนี้เจ้าจะพบกับความสุขที่มากยิ่งกว่าศุกร์ที่แล้ว บนโต๊ะอาหารเราอยู่กันพร้อมหน้าเหมือนเช่นเคย พูดคุยสัพเพเหระตามปกติ มีเพียงพ่อเท่านั้นที่บอกว่าเช้าวันเสาร์ต้องไปราชการด่วนและค้างหนึ่งคืนที่นั่น คงจะกลับถึงบ้านเย็นวันอาทิตย์ เรา..ผมหมายถึงผมและแม่รับทราบ และไม่ได้สอบถามอะไรเพิ่มเติม เพราะพ่อมักจะย้ำนักย้ำหนาว่าเรื่องงานของพ่อนั้น ถ้าพ่อไม่พูดห้ามถาม มีแต่เพียงแม่เท่านั้นที่ถามยิ้มๆว่า “ทส.ไปด้วยไหมงานนี้?” “อ๋อ..ไปซิ แต่ไม่ต้องกลัวหรอกแม่ คงไม่มีโอกาสอยู่กันสองต่อสอง อย่างที่บอกแล้ว ถ้าเสร็จพ่อเมื่อไหร่ จะเล่าให้ฟังทั้งสองคนแหละ” พ่อตอบยิ้มๆ สบตาทั้งแม่และผม

ผมขึ้นนอนในเวลาที่ใกล้เคียงกับคืนวันศุกร์ที่แล้ว นอนกระสับกระส่ายไม่พยายามคิดถึงเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนนั้น ไม่พยายามแตะเนื้อต้องตัวน้องชายของผม คิดแต่ว่ามาหรือไม่มา? ผมปิดไฟเปิดแอร์เย็นฉ่ำ ตาจ้องที่บานประตู ดึกสงัด..ผมยังไม่ง่วง ที่ประตูลูกบิดขยับตัว ผมหลับตา ขยับท่าทางให้อยู่ในท่าแผ่แบหราอย่างสบายๆ เสียงเคลื่อนตัวแผ่วเบาใกล้มาที่เตียงนอน กลิ่นน้ำหอมอ่อนกระตุ้นอารมณ์ให้เตลิดเปิดเปิง คืนนี้ต่างจากคืนที่แล้ว มือนุ่มนิ่มอ่อนโยนคู่นั้นพุ่งตรงไปที่น้องชายผมใต้ขอบกางเกง ลูบไล้แผ่วเบา เนิบนาบ เกาะกุม กำแน่นและปล่อยคลาย ทุกอาการสัมผัส ส่งกระแสของความซ่านเสียวอบอุ่นไปทุกอณูของร่างกาย มีความรู้สึกว่าร่างกายของผู้มาปลดปล่อยนั้น เคลื่อนตัวไปทางเท้า มือหนึ่งเกาะกุมอยู่ที่น้องชายแนบแน่น แต่แผ่วเบา

แม้ผมจะไม่ลืมตา ก็รู้ได้ว่าปากและลิ้นเริ่มแตะชิมสัมผัส ลิ้มเลียตั้งแต่ปลายนิ้วเท้าของผม พร้อมๆกับมือที่เกาะกุมอยู่ที่น้องชายผมนั้นก็จะกุมแน่นบ้าง ปล่อยคลายบ้าง สาวขึ้นลงบ้าง ผมเกร็งจนสุดจะเกร็ง แอ่นตัวท่อนกลางลอยขึ้น ตามความเสียวซ่าน การลิ้มเลียต่ายขึ้นมาจากปลายเท้าถึงต้นขา ช้าแผ่วเบา นุ่มนวล หยาดเยิ้มแต่เสียวซ่าน ผมยังเขม็งเกร็ง หลับตาไม่กล้าลืมตาไม่กล้าแม้จะส่งเสียงครางหลุดรอดออกไป เพราะกลัว กลัวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะหยุดชะงักและมลายหายไป และแล้วริมฝีปากคู่นั้น ก็ดอมดมเล็มเลียพร้อมๆกับปลายลิ้นอันชุ่มฉ่ำก็วนเวียนอยู่ที่น้องชายของผม ลิ้นและริมฝีปากคู่นั้นดูเหมือนจะหยอกล้อ ทรมานน้องชายผมที่รอคอยอย่างหิวกระหายมาถึงเจ็ดวันเต็มๆ บนสุดเป็นส่วนที่เสียวกระสันที่สุด ค่อยๆถูกกลืนเข้าปากเนิ่นช้าเนิบนาบแต่อบอุ่น และซ่านเสียว ปากนั้นอมดูดลิ้นนั้นโฉบเลียรัวเร็วและเนิบนาบนุ่มนวล

ผมรู้แล้วว่าความสุขของมนุษย์นั้นอยู่ไม่ไกลเลย ความสุขความเสียวซ่านสุดๆเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ผมพยายามจะอดกลั้น เพื่อกักเก็บความเสียวกระสันไว้ให้นานที่สุด แต่ก็ต้องถึงเวลาที่ปลดปล่อย ผมรู้ว่าครั้งนี้น้องชายผมมีน้ำที่กักเก็บไว้ อย่างมากมายตลอดสัปดาห์ คงยากที่ปากนั้นจะกลืนกินเข้าไปหมด ผมอ่อนแรง แต่มีความสุข อยากจะลืมตามองผู้ปลดปล่อย แต่ก็กลัวว่าถ้าเขารู้ว่าผมมองอยู่ วันศุกร์หน้า เขาอาจจะไม่มาปลดปล่อยผมอีก ผมตื่นสายกว่าทุกวัน เหลือบดูที่นาฬิกาปลุกที่ผมไม่เคยใช่ปลุกเลย เกือบแปดโมงเช้า จัดว่าสายสำหรับบ้านผม ทั้งพ่อแม่และตัวผม พ่อผมสอนผมตลอดเวลา ว่าคนที่ตื่นสายคือคนที่ปล่อยโอกาสที่ดีๆในชีวิตให้หลุดลอยไป พ่อฝึกให้ผมตื่นแต่เช้า หัดที่จะกำหนดเวลาที่จะตื่นเอง โดยไม่ต้องใช้นาฬิกา

แม้จะสาย แต่เช้าวันนี้ ฟ้ายังขุ่นมัวด้วยเมฆฝน ดูท่าว่าฝนคงจะตกทั้งวัน ผมอาลัยอาวรณ์กับที่นอน คิดถึงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่ก็ไม่นานนัก คำเตือนของพ่อที่ว่าอย่าหมกมุ่นอยู่กับอย่างใดอย่างหนึ่ง ในห้องน้ำผมใช้เวลาค่อนข้างนาน ครุ่นคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนวันศุกร์ สองครั้งมาแล้ว ครั้งแรกผมยังไม่แน่ใจ ว่าเป็นความจริงหรือความฝัน จนเมื่อคืนนี้ และมาจนขณะนี้ผมแน่ใจแล้ว่าไม่ใช่ความฝันแน่นอน ทั้งสองครั้งที่ผ่านมาเป็นเรื่องจริง ผมแต่งตัวตามสบาย วันนี้คงออกไปไหนไม่ได้ และพ่อก็คงจะออกจากบ้านไปแล้ว พรุ่งนี้ถึงจะกลับ ผมค่อยๆเดินลงจากห้องนอน มีเสียงกุกกิ๊กอยู่ในครัว แม่คงอยู่ที่นั่น

เป็นอย่างที่ผมคาดคิด ร่างเพรียวระหงของแม่อยู่ในชุดนอนที่ค่อนข้างรัดกุมผ้าเบาแต่สีเข้ม ปกปิดร่างกายในส่วนที่ล่อแหลมอย่างรัดกุม ผมเดินเงียบไปหยุดด้านหลังของแม่ ห่างเพียงสองก้าว ผมกระซิบเรียก “แม่ครับ” แม่หันร่างกลับมาดู เหมือนไม่แปลกใจที่พบกับผมสองต่อสอง เพียงแต่เสียงกระซิบของผมเท่านั้น ที่ทำให้แม่ส่อแววฉงนออกมาทางสีหน้า ร่างของแม่หันกลับมาเต็มตัว ผมทรุดลงไปที่สองเท้าของแม่แล้วกราบ มือผมกุมอยู่ที่ข้อเท้าทั้งสองของแม่ ใบหน้าซบอยู่ที่หลังเท้า น้ำตาผมไหลหยดไปที่สองเท้านั้น “แม่ครับขอบคุณครับ”

*

ออฟไลน์ cyborg0011

  • Ultimate Member
  • ********
  • 3123
  • 3011
    • ดูรายละเอียด
Re: ผมถูกเลี้ยงต้อย ภาค ๑ copy
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 18, 2022, 12:41:56 am »
ผมถูกเลี้ยง ต้อย ภาค1 ตอนจบ



แล้วผมก็พูดอะไรไม่ออก แม่ทรุดลงนั่งโอบกอดผมไว้ ใบหน้าของแม่ ดวงตาทั้งสองเรื้อไปด้วยน้ำตา เสียงสั่นพร่าจ่อชิดริมหูผมว่า “ลูกมีความสุขมั๊ย?” “สุขมากที่สุดในชีวิตเลยครับ” ผมเบือนหลบสายตาแม่ สองมือนุ่มนวลที่แสนจะอบอุ่น ประคองที่ใบหน้าให้หันกลับมาสบตาแม่ แม่ยิ้มแจ่มใส จ้องตาผม “เมื่อลูกมีความสุข นั่นคือสิ่งที่พ่อและแม่ต้องการ” “พ่อรู้เรื่องด้วยหรือครับ?” “ใช่จ๊ะ ด้วยความยินยอมพร้อมใจ” ก่อนที่ผมจะเอ่ยปากถามต่อไป แม่ยังคงจ้องตาผมอยู่ “ลูกไปกินข้าวกินปลาก่อนเถอะลูก เรามีเวลาคุยกันทั้งวัน” หลังอาหารกลางวัน ประมาณบ่ายสองโมงเศษ หลังจากที่ผมกับแม่จัดการเรื่องในบ้าน เก็บกักเช็ดกวาดปัดถู รวมทั้งล้างรถทั้งสองคันของพ่อและแม่ แม่อาบน้ำอาบท่าเปลี่ยนชุดใหม่ เป็นชุดอยู่กับบ้านสบายๆ กางเกงขาสั้นรัดรูป เสื้อยืดตัวใหญ่ยาวคลุมมาถึงครึ่งขาอ่อน ผมนอนหนุนต้นขาแม่ เหยียดยาวไปบนโซฟาที่ค่อนข้างกว้างใหญ่ เหม่อมองไปที่ทีวีที่เปิดทิ้งไว้ ศรีษะของผมอยู่ตรงหน้าท้องของแม่พอดี ถ้ามองตรงขึ้นไปก็จะพบกับเนินอกอวบอิ่มของแม่ที่แม่ไม่ชอบที่จะใส่ชั้นใน

เรานิ่งเงียบอยู่ในภวังค์ มีแต่เสียงฝนตก บรรยากาศมืดคลึ้มนอกบ้าน ภาพและเสียงจากทีวีดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไร นอกจากเปิดไว้เป็นเพื่อน ผมเพิ่งจะใช้ความเป็นเพศชาย สัมผัสกับเนินเนื้อของแม่ กลิ่นหอมจากเนื้อแท้ๆของแม่เริ่มก่อกวนอารมณ์ของผมให้เป็นรูปเป็นร่าง น้องชายผมเริ่มตามอารมณ์ผมทัน มีความรู้สึกเริ่มพองตัว ผมพลิกร่างตะแคงหันหน้าบดอยู่กับหน้าท้องของแม่ ส่งเสียงอู้อี้ถามไปว่า “แม่บอกว่าพ่อรู้เรื่อง แล้วแม่ช่วยขยายความให้ผมด้วยครับ” แม่ขยับตัวเพื่อให้นั่งได้ถนัดขึ้น “พ่อและแม่ปรึกษากันนานแล้ว ว่าจะต้องให้ลูกมีความรู้เรื่องเพศสัมพันธ์ เราค่อยๆสอนลูกมาโดยที่ลูกอาจจะไม่รู้ตัว เริ่มตั้งแต่แยกห้องนอน พูดนั่นสอนนี่ จนลูกรู้จักการช่วยตนเอง นั่นก็ผ่านมาขั้นหนึ่ง”

“พ่อเขาเห็นว่าที่เขาสอนไปนั้น ลูกทำตามอย่างมีเหตุผล ลูกรู้จักอดกลั้น ไม่มุ่งอยู่กับเรื่องนี้ ลูกรู้จักวันเวลาสถานที่ ขอบเขตที่ควรจะทำ” จากท่าตะแคงซบอยู่บนหน้าท้องของแม่ ผมสอดแขนสองข้างไปรอบเอวแม่ขยับตัว เพื่อให้ท่อนแขนไปได้สะดวกขึ้น “ต่อไปครับแม่” “จนมาถึงวันศุกร์ก่อนนี้ ก่อนจะถึงวันนั้น แม่กับพ่อถกกันอยู่หลายคืน เรื่องของว่าถึงเวลาหรือยัง? ความเหมาะความควร ความถูกความผิด แม่ยินดีที่จะทำ พ่อก็เช่นกัน แต่เราต้องคิดกันนาน เพราะจะกลายเป็นการบ่มเพาะให้ลูกหมกมุ่นอยู่ในกามมากเกินไปหรือเปล่า? จนลูกเริ่มช่วยตัวเองบ่อยขึ้น แม้แต่จะเป็นในบ้านเราเอง ในห้องนอนของลูก เราก็กลัวกันว่าถ้าลูกไม่รู้จักวิธีอื่นๆ ที่จะปลดปล่อยโดยการช่วยตัวเอง ก็อาจจะทำให้ลูกไปมีเพศสัมพันธ์นอกบ้านกับใครก็ไม่รู้ ที่ไหนก็ไม่รู้ด้วย วิธีการอย่างไรก็ไม่รู้ เพราะความอยากความต้องการ เมื่อเกิดอารมณ์เต็มที่แล้วก็ยากที่หยุดยั้ง ถ้ายังไม่ได้รับการปลดปล่อย โดยเฉพาะลูกของแม่เป็นคนแข็งแรง มีอารมณค่อนข้างบ่อยตามวัย เราก็เลยตัดสินใจใช้บทเรียนนั้นในคืนวันศุกร์”

แม่นิ่งเงียบไป ปลดมือผมออกจากเอว พลิกร่างผมให้นอนหงาย ผมสบตาแม่ แม่ยิ้มให้ผม “แม่ฮะ แล้วบทเรียนต่อไป จะเป็นอย่างไรฮะ?” ผมประคองมือทั้งสองของแม่มาสูดดม แม่ดึงมือออกจากอุ้งมือผมไปขยี้ที่จมูกผม “ อื๊อ..ใจร้อนจริง รู้หรือเปล่าว่าบทเรียนของคืนวันศุกร์นั้น เขาเรียกว่าอะไรจ๊ะ?” พร้อมกับคำถามใบหน้าของแม่ก้มลงต่ำ นอกจากแววตาแห่งความรัก ความอบอุ่น ผมมองลึกเข้าไปผมเห็นแววของความหยาดเยิ้มท้าทาย ในท่านอนหงายของผมนั้น เจ้าน้องชายเริ่มที่ดิ้นทุรนทุรายผงาดชูชันเต็มที่ อยู่ภายไต้ก างเกงกีฬาที่ผมไม่ได้ใส่กางเกงใน น้องชายผมจึงค่อนข้างเป็นอิสระในการดิ้นรน ผมเงียบ..แต่อารมณ์ผมเริ่มไม่เงียบ อยากทดสอบบทเรียนต่อไปเร็วๆ “ไม่ทราบครับ”

แม่สะบัดหน้าขึ้นหันไปทางปลายเท้า คงจะเห็นเจ้าน้องชายสะบัดหัวชูชัน ปลายเปียกแฉะอยู่ใต้กางเกง มือข้างหนึ่งจึงเอื้อมไปเกาะกุมไว้แผ่วเบานุ่มนวล “เขาเรียกว่าการทำรักด้วยปากจ๊ะลูก ชายทำให้หญิงก็ได้ หญิงทำให้ชายก็ได้ สลับกันทำ หรือทำพร้อมๆกันก็ได้ เป็นการบรรลุจุดสุดยอดวิธีหนึ่ง ที่นิยมใช้กันในเมื่อไม่ต้องการให้มีการสอดใส่” “ชายทำให้หญิงก็ได้”...ผมพึมพำ แม่ยังคงลูบคลึงน้องชายผมอยู่ แต่ที่สุดแม่ก็ปล่อยมือ “อดทนไว้ก่อนลูก ตอนนี้กลางวันแสกๆ ...ใช่จ๊ะ ที่แม่ทำให้ลูกนั้น คือหญิงทำให้ชาย โดยทั่วไปถ้าเป็นหนุ่มสาวที่ยังไม่แต่งงานกัน เมื่อหญิงทำให้ชายเสร็จแล้ว ชายต้องทำให้หญิงด้วย เพราะหญิงเขาก็มีอารมณ์ ถ้าปล่อยไป ฝ่ายหญิงจะอารมณ์ค้างและเก็บกด บ่อยครั้งเข้าก็จะกลายเป็นคนฉุนเฉียวเจ้าอา รมณ์”

“อ้าว... ถ้าอย่างนั้นเมื่อคืนนี้และวันศุกร์ก่อน แม่ก็มีอารมณ์ค้างเก็บกดนะซิครับ” แม่ยิ้มเต็มปากส่ายหน้า “อย่าโง่ไปเลยลูกแม่” พร้อมกับพูดแม่เอื้อมมือเขย่าแรงๆไปที่น้องชายตัวดีของผม “ใช่ แม่มีอารมณ์ที่ทำให้ลูก เป็นเรื่องของปุถุชน แต่พ่อก็รอแม่อยู่ในห้อง แม่กับพ่อปลดปล่อยกันเต็มที่ แบบสุดๆกันไปเลยหลายๆครั้ง  มันวิเศษจริงๆลูก ...ใช่จ๊ะ ทั้งด้วยปากและการสอดใส่” ผมยังกำมือของแม่ไว้ข้างหนึ่ง อีกข้างหนึ่งผมสอดเข้าไปในเสื้อยืด เป้าหมายก็คือเต้านมที่อวบอัดเต่งตึง ผมกระซิบแผ่วๆ ”ขออนุญาติฮะแม่” แม่ยิ้ม ดูท่าจะลังเล แต่ที่สุดก็พยักหน้า “ลูกดูดของแม่ทั้งสองข้างมาสามปีเลยนะ อย่างไรมันก็เป็นของลูกของพ่ออยู่ เบาๆมือหน่อยนะ” “ผมอยากดูดอีกฮะแม่ ได้ไหมฮะ?”

แม่ยังไม่ตอบ แต่เอนหลังไปพิงพนักพิงโซฟา ทำให้อกอวบใหญ่ทั้งสองข้างนั้นเชิดชูชันขึ้นอีก ผมวางฝ่ามือแผ่วเบาไปที่เนินเนื้อนั้น ลูบคลำไปมาทั้งสองเต้า หัวนมสะดุดมือผมเป็นระยะ น้องชายเริ่มชูชันขึ้นอีก ฝ่ามือผมเริ่มออกแรงมากขึ้น แม่จึงได้ยึดมือผมไว้ “พอก่อนลูก แม่ไม่หนีไปไหน บทเรียนวันศุกร์ หญิงทำให้ชาย ลูกอยากเรียนวิธีการชายทำให้หญิงบ้างไหม?” ผมละมือจากอกแม่ เชื่อฟังแม่ เอามือออกจากอกอุ่น หันหน้าไปสูดไออุ่นจากหน้าท้องของแม่ “ตกลงครับ ขอตรงนี้ เดี๋ยวนี้เลยนะครับ” “ลูกต้องอดทน รอให้ถึงเวลาคืนนี้ก่อน แม่จะไปอยู่ในห้องของลูกทั้งคืน เราจะทำกันทั้งสองแบบ แต่ลูกต้องสัญญานะ ว่าจะไม่รุนแรงกับแม่ และห้ามสอดใส่เด็ดขาด” ผมลุกขึ้นนั่งสงบสติอารมณ์เจ้าน้องชายเริ่มอ่อนตัวลง ยังกุมมือแม่อยู่ “ตกลงฮะแม่ ผมจะตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด และจะทำตามที่แม่สอนทุกประการ” “ดีแล้ว พักผ่อนรอเวลาหลังอาหารเย็น อาบน้ำอาบท่าบ้าง อ้อ..ลูกต้องใส่กางเกงในบ้างน ะตัวลูกน่ะยังเด็ก แต่น้องน่ะขนาดนี้ไม่ถือว่าเด็กแล้ว”

หลังอาหารเย็นเราโทรฯติดต่อพูดคุยกับพ่อ ด้วยโทรศัพท์ประจำตัว ถามสารทุกข์สุกดิบการเดินทาง ก่อนจบการพูดจา ผมได้ยินแม่ถามว่า “กับทส.เป็นอย่างไร? มีโอกาสไหม?” เสียงหัวร่อดังของพ่อเล็ดลอดออกมา พร้อมกับเสียงแว่วๆว่าไม่บอก และพ่อก็ถามต่อว่า “คืนนี้จะใช้บทเรียนไหน?” แม่ตอบกลับเช่นกันว่าไม่บอก สองทุ่มแม่ลงมานั่งดูทีวี วันนี้แม่อยู่ในชุดนอนสีขาวสั้นบางเบา ท่อนบนเห็นอกอวบใหญ่ชัดเจน ท่อนล่างเป็นกางในลายฉลุสีดำปรุโปร่ง ตัดกับผิวขาวเนียน จนดูเหมือนหนุนส่งให้เนินสวรรค์ที่ปกคลุมด้วยพงไหมสีดำ ดูอวบนูนสูงเด่นขึ้นมา ที่จริงไม่ใช่ครั้งแรก ที่แม่แต่งชุดแบบนี้ แม่แต่งเป็นประจำผมเห็นจนเจนตา เพียงแต่ว่าก่อนนี้ก่อนที่จะมีบทเรียน ผมก็รู้สึกเฉยๆธรรมดา แต่วันนี้เพียงแค่เห็นแม่เดินลงมาตามบันได เจ้าน้องชายตัวดีก็อยากจะเผ่นโผนโจนทะยานออกไปสู่อุ้งมือของแม่

แม่เดินยิ้มเข้ามา เหลือบตาไปที่เป้ากางเกงผม ก็ใช้มือขยี้หัวผมยิ้มยั่ว “ลูกแม่อดทนไว้” เรานั่งเคียงคู่กันบนเบาะคนละตัว มีแต่เสียงพึมพำเบาๆจากทีวีที่เปิดไว้เป็นเพื่อนเท่านั้นเอง แม่เอื้อมมือมากุมมือผมไว้ มองหน้าผมยิ้มๆ แล้วถามว่า “อยากถามอะไรแม่บ้าง?” ผมสบตาแม่นิ่ง เงียบไปอึดใจหนึ่ง “แม่ฮะ เรื่องนี้เป็นความผิดไหมฮะ?” แม่อึ้งไปแต่ก็ยิ้มละมัยแทนคำตอบ “ความผิดความถูก..เป็นเรื่องที่คนกำหนดขึ้นมา แม่จะไม่พูดมากนะ เพราะเป็นเรื่องที่ลูกจะต้องคิดต้องตัดสินใจประกอบกันด้วย จำที่พ่อพูดบ่อยๆได้ไหม? คนเราต้องอยู่กับความถูกต้อง พูดในสิ่งที่เป็นความจริง แม้จะไม่มีโอกาสพูดกับทุกคน การทำการสิ่งใด ถ้าไม่ทำให้ตนเองเดือดร้อน ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน การนั้นคือการทำไม่ผิด ถ้าทำแล้วคนที่เกี่ยวข้องในสิ่งที่เราทำ แล้วมีความสุขก็ถือว่าไม่ได้ทำอะไรผิด” เป็นคำตอบอันยืดยาวของแม่

ผมนั่งฟังหันหน้ามองแม่อย่างเต็มตา “เรื่องเพศเป็นเรื่องของธรรมชาติ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับทุกๆคน เป็นอย่างนี้มาเนิ่นนานแล้ว ถ้าเรารู้จักเรื่องเพศอย่างลึกซึ้ง เข้าใจอย่างถ่องแท้ รู้จักวิธีการที่จะควบคุมมันอย่างเหมาะสม ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ถ้าใครจะไปมีความสัมพันธ์กับใคร ...เพียงแต่ว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้น กำลังเกิดขึ้น หรือที่เกิดขึ้นมาแล้ว จะต้องเป็นความลับเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยตรงเท่านั้น พ่อกับแม่มีความเห็นตรงกันว่าเซ็กส์เป็นเพียงอาหารจานหนึ่ง หิวก็กิน ถ้าอร่อยก็กินต่อ แต่ไม่ใช่การกินมูมมาม จนท้องอืดท้องเฟ้อท้องแตก หรือสรรหามากินโดยไม่รู้ที่มาที่ไป ถูกล่ะ..บางครั้งบางอารมณ์ที่เราหิวจัด เราอยากกินเร็วๆอิ่มเร็ว แต่ก็ต้องเลือก หาสิ่งที่ ดีที่สุดเหมาะสมที่สุดในขณะนั้น ความสำคัญอยู่ที่ว่าถ้าคู่ครองหรือคู่ที่มีเพศสัมพันธ์กันแล้วนั้น รู้จักวิธีที่จะทำอาหารอร่อยๆ ไม่มีรสชาติจำเจ เปลี่ยนเมนูอาหารบ่อยๆ ความเบื่อหน่ายเฉื่อยชาก็จะไม่เกิด ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปหาอาหารนอกบ้าน”

“ที่พ่อและแม่ยินดีที่จะสอนให้รู้เรื่องเพศ เรื่องเพศสัมพันธ์ ก็เพราะว่า เดี๋ยวนี้เด็กทั้งหญิงทั้งชายโตกันเร็ว สิ่งยั่วยุที่จะทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศ มีมากมายตลอดเวลา ถ้าใครไม่รู้จักมันดีพอ ก็อาจจะลุ่มหลงมัวเมาไปกับมัน เป็นโรคร้ายที่ติดต่อได้ จากการที่ไม่เข้าใจเรื่องเพศสัมพันธ์ และแม้แต่อาจจะทำให้ครอบครัวแตกแยก พ่อ-แม่-ลูกไปกันคนละทาง ...ลูกรู้ไหม ทั้งพ่อและแม่มีความคิดเห็นแบบนี้ เปิดกว้าง แต่นับตั้งแต่เราคบกันก่อนแต่งงาน พ่อและแม่ไม่เคยไปมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่นเลย ยกเว้นก็แต่การมีกับคนเพศเดียวกันในบางครั้ง แต่นั่นก็ยังอยู่ในขอบเขตของการเปลี่ยนรสชาติของอาหาร แม่กับพ่ออ่านหนังสืออ่านตำรา เพื่อที่ปรับปรุงอาหารเปลี่ยนรสชาติ เปลี่ยนเมนูด้วยตัวของเราเอง เราจึงไม่มีปัญหาเรื่องเพศสัมพันธ์”

“ลูกแม่ แม่รักพ่อมาก พ่อก็รักแม่มาก และเราก็รักลูกมาก อาจจะดูประหลาด ที่พ่อและแม่เป็นคนสอนเรื่องเพศอย่างลึกซึ้งให้กับลูก ในสายตากับคนอื่น คนเรามีความอยากความใคร่ด้วยกันทุกคน ต่างกันตรงวิธีที่จะปลดเปลื้อง แม่กับพ่อสอนหรือเปิดโอกาสให้ลูกเรียนรู้ ตั้งแต่สรีระของร่างกายในขณะอาบน้ำด้วยกัน สอนให้ลูกรู้ว่าการช่วยตนเองเป็นเรื่องปกติ และสอนให้รู้ว่าการมีเพศสัมพันธ์ เพื่อปลดเปลื้องความอยากความต้องการของอารมณ์ไม่จำเป็นจะต้องมีการสอดใส่ ถ้าหากยังไม่พร้อม มีมากมายหลายวิธี ที่จะทำให้มีความสุขสมได้”

“ลูกอาจจะสงสัยว่าการสอดใส่สำคัญอย่างไร? การสอดใส่ก็คือการระบายความใคร่อย่างหนึ่ง ที่คนทั่วไปนั้นตั้งเป็นกฎเกณฑ์เอาไว้ ว่าสามีภรรยากันเท่านั้นที่จะสอดใส่ให้กันได้ แม่และพ่อมีความเห็นที่ตรงกัน ว่าเป็นความคิดที่คับแคบ แต่ก็ต้องใคร่ครวญพิจารณาให้ดี เพราะเป็นเรื่องใหญ่ของสังคม ถ้าแม่จะยอมให้ลูกสอดใส่” แม่ยังกุมมือผมอยู่ นิ่งเงียบไปพักหนึ่ง ใบหน้าแววตาแจ่มใสยิ้มละมัย บ่งบอกถึงความรักความอบอุ่น ผมนั่งสงบนิ่งเงียบด้วยเยาว์วัยเพียงสิบสามปี แม้จะเข้าใจในสิ่งที่แม่พูด แต่ก็นึกหาคำถามที่จะถามไม่ได้ แต่แม่ก็คือแม่ ดูเหมือนแม่จะรู้ใจผม ว่าอยากถามแต่ไม่รู้จะถามอะไร? แม่ปล่อยมือจากเกาะกุมผมไปขยี้ที่เส้นผมแทน

“วันนี้ลูกรู้เท่านี้ก่อน ลูกคงอยากถามเรื่องการสอดใส่ เอาไว้พ่อกับแม่ตกลงปลงใจเรื่องนี้เมื่อไหร่แล้ว มาคุยกันอีกครั้ง ที่จริงแล้วก่อนเรื่องการสอดใส่ พ่อกับแม่มีเรื่องที่จะสอนให้รู้เรื่อง เพศสัมพันธ์ของคนเพศเดียวกันก่อน ชายกับชาย หญิงกับหญิง ว่าเขาทำกันอย่างไร? เอาไว้เมื่อถึงเวลานั้นก่อน” ผมมองหน้าแม่ตาปริบๆ “เอาละลูก คงได้เวลาที่ลูกรอคอยมาทั้งวันแล้ว เราขึ้นนอนกันเร็วหน่อยคืนนี้ แม่จะอยู่กับลูกทั้งคืนที่ห้องลูก แต่อย่าลืมข้อห้าม” แม่ลุกขึ้นยืนพร้อมๆกับผม ผมแยกไปปิดสวิทช์ไฟตามจุดต่างๆ จนทุกอย่างเรียบร้อย เราเกี่ยวก้อยกันขึ้นบันไดเข้าไปในห้องนอนของผม ผมเปิดแต่ไฟหัวเตียง แม่ทรุดนั่งลงขอบเตียงห้อยขาลง ผมทรุดตัวลงคุกเข่า ก้มกราบที่เท้าแม่อีกครั้ง พึมพำเบาๆไม่รู้ว่าแม่จะได้ยินหรือไม่ “ขอบคุณฮะแม่”

ใบหน้าผมเกลือกลิ้งอยู่บนฝ่าเท้าแม่ พักหนึ่งสองมืออันอบอุ่นของแม่จับกุมที่หัวไหล่ โอบอุ้มให้ผมชันตัวยืดขึ้นในท่าคุกเข่า เราโอบกอดกันไว้ แม่กระซิบข้างหูผมว่า “ลูกพร้อมไหม? ยังอยากเรียนอยู่หรือเปล่า? แม่ไม่บังคับนะ” ผมส่ายหน้าไปมา “ผมพร้อมฮะแม่ และอยากเรียนกับแม่” “ถ้างั้นแม่จะบอกให้นะลูก อยากจะทำอะไรกับแม่ ลูกทำได้เลย ยกเว้นการสอดใส่ ลูกต้องห้ามใจให้ได้นะ” “ผมจะเริ่มอย่างไรฮะ?” “เมื่อตอนบ่ายลูกบอกว่าลูกอยากดูดนมแม่ ไม่ใช่หรือ? เริ่มที่นั่นเลยก็ได้ ลองดูจ๊ะ เริ่มเบาๆพยายามถอดเสื้อแม่ออก แม่ไม่ถอดให้นะ อย่าให้ขาดด้วย” ผมโอบกอดหรือรัดแม่แน่นเข้า อกอวบใหญ่ของแม่เบียดอยู่กับใบหน้าของผม มีเพียงผ้าบางขวางกันเท่านั้น

ผมดอมผมดม ผมสูดผมเม้มไปทั่วทั้งทั้งเต้า ผมยังนั่งคุกเข่าโอบแม่อยู่อย่างนั้น มือที่อยู่ด้านหลัง ผมเริ่มป่ายปะเพื่อหาตำแหน่งที่จะปลดขอ และผมก็พบมัน แม่ขยับตัวช่วย เพียงอึดใจเสื้อผ้าขาวบางเบาก็หลุดออกไปอยู่ที่หัวเตียง ผมจ้องมองสองเต้าของแม่ แล้วซุกไซ้สูดดมและเล็มดูดเลีย พูดจางึมงำซ้ำแล้วซ้ำเล่า “สวยจังแม่ฮะ สวยจังแม่ฮะ” ท่อนบนของแม่ค่อยๆเอนตัวไปด้านหลัง โดยที่จมูกปากใบหน้าของผมยังเฟ้นฟอนอยู่กับอกอวบอิ่มทั้งสองข้าง ท่าร่างตอนนี้ของแม่เป็นการนอนครึ่งตัวขวางเตียง ร่างท่อนบนบิดส่ายตามแรงกอดรัดฟัดเหวี่ยงของผม สะโพกผายของแม่วางอยู่บนขอบหมิ่นของริมเตียง เนินสวรรค์อันเป็นที่กำเนิดผม อวบอิ่มอูมเอมสูงเด่นภายไต้เนื้อผ้าลายฉลุ โปร่งตาสีดำ ดำกับขาวตัดกันโดดเด่น

ผมยังคงนั่งคุกเข่าบนที่นอน โอบรัดซุกไซ้อยู่ที่ร่างท่อนบนของแม่ ที่ค่อยๆขยับตัวเปลี่ยนท่า หันไปตามความยาวของเตียง แขนแม่สองข้างโอบรอบตัวผม ค่อยบรรจงบังคับให้ผมนอนเหยียดยาวแบบเดียวกับแม่ แม่ยังนอนหงาย เนินนนูนผุดเด่นเห็นขัดเจน เมื่อผมนอนราบประกบด้านข้างของแม่ ปากลิ้นผมยังไม่ละจากเต้าอวบอิ่มทั้งสอง มือไม้ของผมเริ่มเคลื่อนไหวจากการเกาะกุมประคองสองเต้า มาเป็นไต่เลี้ยลงล่าง วนเวียนใต้ฐานอกอวบ ลงสู่ขอบของสิ่งบดบังสีดำสนิทด้านล่าง ผมลูบไล้แผ่วเบาไปบนเนินนูนที่มีผ้าสีดำปกคลุม ใยไหมดำสนิท ผมตะโบมลูบไล้จากบนลงล่างหลายครั้งหลายครา แม้จะแผ่วเบาแต่รู้ได้ว่าสะโพกผายของแม่เริ่มขยับเขยื่อนตามมือที่ผมลูบผ่าน

น้องชายตัวน้อยของผมแข็งแกร่ง ป่ายปีนอยู่แถวข้างสะโพก ท้องน้อยตามจังหวะที่ผมขยับตัว ผมขึ้นคร่อมร่างระหง ขยับตัวจ่ำลงจากยอดอก ดูดเม้มแล้วปล่อย ปลายลิ้นแลบเลียวนเวียนอยู่รอบเม็ดมรกต จากซ้ายย้ายไปขวาสลับกันไปมา จนได้ยินเสียงครางแผ่วเบา ผมขยับตัวลงต่ำ ละทิ้งฐานที่มั่นจากอกอวบ มาเป็บแลบเลียดูดเม้มที่หน้าท้อง มือข้างหนึ่งสอดใส่แผ่วเบาไปใต้ขอบกางเกงใน และรูดออกลงล่าง ดูเหมือนแม่จะเป็นใจงอเข่างอขา สิ่งปกปิดบางเบาชิ้นสุดท้าย จึงเลื่อนลอยออกจากล่าง ก็พอดีที่ปากและลิ้นของผมสัมผัสกับใยไหมที่ปกคลุมเนินนูน เนินนูนสองฝั่งสนิทแนบชิด มีเพียงร่องน้ำที่เริ่มฉ่ำเยิ้มขวางกั้น ลิ้นเรียวของผมกวาดสำรวจร่องน้ำที่แคบยาวแต่ลึกล้านั้น แม้จะยังไม่แคล่วคล่องว่องไว ด้วยเป็นเพียงครั้งแรก

เมื่อลิ้นสัมผัสกับปุ่มเนื้อที่อยู่ต้นธาร แลบเลียมิบเม้มดูดกลืน วนเวียนอยู่ที่โขดเนินนั้นเนิ่นนาน จนตาน้ำเริ่มไหลซึม สะโพกส่ายแรงมากขึ้น เรียวขาที่แยกจากเนินสามเหลี่ยมนั้น แยกแล้วหุบแล้วแยก เสียงดัง “อูย..ซี๊ด ..อูย..ซี๊ด...ลูกแม่ ตรงนั้นแหละ อย่างนั้นแหละ” เสียงกระเส่าซ้ำซาก พร้อมกับการบิดตัวของท่อนล่าง ผมนอนคว่ำเหยียดยาว เพื่อที่จะใช้ปากที่เนินเนื้อและร่องน้ำได้เต็มที่ สองมือแม่ตะปบที่หัวผมกดลงอย่างรุนแรง พร้อมกับที่ก้นอวบอิ่มยกขึ้นส่ายร่อน ลอยพื้น ต้นขาแม่แนบชิดสนิทกับศรีษะผม เหมือนกับจะหนีบหัวผมให้จมอยู่กับโหนกนูนของแม่ สองมือกดหัวผมเหมือนจะให้จมดิ่งเข้าไปในธารแคบแต่ล้ำลึกสุดหยั่ง แม่ดิ้นสะบัดโดยที่ทั้งหนีบทั้งกดอยู่ที่หัวผม เสียงร้องครางเริ่มดังขึ้นสับสนมากขึ้น

“ใช่แล้วลูก..เร่งหน่อย พ่อจ๋าช่วยด้วย ลูกแม่..อีกนิดเดียว” ซี๊ดซ้าด..ออกมาจากปากแม่ ธารน้ำรินหลั่งเลอะเทอะเปรอะเปื้อนเต็มใบหน้าผม รวมทั้งที่ผมมิบเม้มดูดกลืนเข้าในปากและคอ เสียงซาบซ่านแหบเครืออย่างเป็นสุขลากยาวออกจากปากของแม่เป็นครั้งสุดท้าย ตามด้วยเสียงพึมพำ “เสร็จแล้วๆ..ๆๆ..ลูกแม่ เสร็จแล้วพ่อจ๋า” และร่างกายของแม่ก็สงบนิ่งลง ผมเหยียดตัวนอนตะแคงช้างกายแม่ มือผมลูบไล้แผ่วเบาจากบนลงล่าง และจากล่างขึ้นบน พักใหญ่จนแม่หายใจเป็นปกติ จึงหันตะแคงโอบกอดผม เนื้อแนบเนื้อ น้องชายผมยังไม่หมดพยศดิ้นตูมตามอยู่แถวๆท้องน้อยของแม่

แม่ประคองหน้าผมจนชิดใกล้ ปากสัมผัสปาก ตาจ้องตา “ลูกแม่เก่งจัง ใครสอนให้นี่ ใช้มือไม้ปากลิ้นเหมือนคนเจนสังเวียน” ผมยิ้มรับ ลิ้นแลบเลียไปที่ริมฝีปากอวบอิ่ม “พ่อครับ พ่อค่อยๆบอกค่อยๆสอน และผมก็จำเอาไว้” “อื๊อ.. จริงเหรอ แค่พ่อสอนแล้วลูกอายุสิบสามทำได้ขนาดนี้” ผมจ้องตาแม่ไม่ตอบอะไร โอบกอดรัดรึง เนื้อแนบเนื้อกันอยู่พักใหญ่ เสียงแม่กระซิบแผ่วว่า “ถึงตาแม่บ้างแล้วนะ แม่ขอบใจนะ ที่อดกลั้นในการที่จะสอดใส่ เอาละนอนหงายเหยียดยาวตามสบาย ระวังตัวนะ แม่จะกินลูกทั้งตัวเลย อดทนเอาไว้ อยากร้องอยากดิ้นทำได้เลย แม่จะกลืนกินทุกหยาดหยดที่ออกจากเจ้าตัวน้อย”

ผมนอนเหยียดแข้งขา ผ่อนปรนกล้ามเนื้อตามสบาย ตามองตามการเคลื่อนไหวของแม่ทุกอิริยาบถ ร่างเปลือยเปล่าของแม่นั่งคร่อมอยู่กลางลำตัวผม ท่อนบนของแม่โน้มลงต่ำ ใบหน้าของแม่คลอเคลียที่หน้าผาก ริมฝีปากอวบอิ่มเม้ม เล็มเลียดุนอยู่บนหน้าผาก เปลือกตา อกอวบอิ่มย้อยย้วยละปลายคาง ริมฝีปากของแม่เหมือนจะยั่วเย้าแก่วงไปมา ล่อหลอกให้ผมแลบลิ้นเลียดูดดุน ริมฝีปากของแม่คลอเคลียลงต่ำ ผ่านจมูกลงมาหยุดเม้มไล่เม้มกับริมฝีปากที่แห้งผากหิวกระหายของผม แม่ฉกลิ้นแลบเลียวนเวียนอยู่ที่ริมฝีปาก ปลายลิ้นชอนไชเข้าในปาก จนผมต้องเผยอปาก ปล่อยให้ลิ้นอันซุกซนของแม่ ชอนไชเข้าโพรงปาก อบอุ่นซ่านเสียวแม่ใช้ลิ้นหยอกล้อล่อ เล่นค้นหาตวัดตามกับปลายลิ้นของผม บางครั้งหลีกหนีบางครั้งตวัดม้วน สองมือผมประคองใบหน้าแม่โยกส่ายตามการเคลื่อนไหวของใบหน้า

น้องชายของผมแม้จะไม่มีผิวเนื้ออ่อนนุ่มส่วนใดทั้งของแม่และของผมไปสัมผัส แต่ก็บอกได้ถึงอาการลุกโชนแข็งแกร่งเปียกชุ่ม แม่ละจากปากผม และเล็มต่ำลงไปที่ปลายคาง แผงอก ปลายลิ้นฉกวาบเล็มเลียที่หัวนมของผมทั้งสองข้าง จำไม่ได้ว่ามือไม้ของผมนั้นเคลื่อนไหวลูบไล้ โลมเลียไปส่วนใดของแม่บ้าง แต่ไม่เคยหยุดนิ่ง เพียงหัวนมของเด็กอายุสิบสามถูกปลายลิ้นโลมเลียวกวนไปมา ผมสูดปากส่งเสียงครางแบบไม่ออมเสียง ร่างกายท่อนกลางที่เจ้าหนูปักธงชูเด่นอยู่นั้น เคลื่อนไหวโยกย้ายซ้ายขวาขึ้นลง ตามจังหวะลีลาจากปลายลิ้นของแม่ แม่ถอยต่ำลง น้องชายของผมที่คงจะเริ่มงุ่นง่านหงุดหงิด สัมผัสกับร่องก้นที่เคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง ผมเริ่มครางเสียงดังขึ้น ร่างการเคลื่อนไหวรุนแรงถี่ยิบมากขึ้น เสียงงึมงำจากปากของแม่ ที่วนเวียนอยู่ที่หน้าท้องผมจั บใจความได้ว่า “อดทนไว้ลูก..อดทนไว้ลูก”

แม่เลื่อนตัวลงต่ำ หน้าท้องบดทับเจ้าหนูแนบแน่น แต่นุ่มนิ่มอ่อนโยน แม่เงยหน้า แววตาหยาดเยิ้ม ริมฝีปากอิ่มแย้มยิ้มยั่วยวน “ลูกแม่ลืมตาดูแม่นะ ดูให้ดี ถึงตอนสำคัญ แม่จะทำช้าๆ” แม่ถอยลงไป นั่งโก้งโค้งบั้นท้ายเป็นลอนงามสวย สองมือกุมจับหลวมๆที่ส่วนโคนของน้องชาย ผมมองเห็นลิ้นนั้นลามเลียที่ส่วนปลายสุดวนเวียนไปมา เสียวซ่านจากปลายเท่าจดเส้นผม ผมแอ่นร่างเกร็งยกสูงขึ้นสู้มือแม่ น้องชายถูกอาบด้วยจากปลายลิ้น และเมือหล่อลื่นที่หลั่งจากน้องชาย ริมฝีปากแดงอวบอิ่มค่อยกลืนอม เริ่มจากส่วนปลายค่อยๆและเล็มลงมา และในที่สุดทุกส่วนของหนูน้อยก็จมหายไปอยู่ในปากนั้นจนหมดสิ้น ช้าเนิบนาบ ปากอิ่มนั้นอมครูดกับผิวของน้องชายขึ้นลง ผมแอ่นขึ้นและปล่อยลงตามการขึ้นลงของปากแม่ ที่อมดูดเลียหยอกเอินกับเจ้าหนู เสียงครางไม่เป็นส้ำจากปากผม “แม่ครับ แม่ฮะ ผมใกล้แล้วฮะ แม่อย่าหยุด แม่เร่งให้เร็วขึ้นฮะๆๆๆ” และแล้วก็ถึงจุดที่ธรรมชาติต้านอารมณ์ไว้ไม่อยู่

ผมตวัดรัดขาทั้งสองรอบเอวแม่ ร่างกายเหยียดเกร็งแอ่นขึ้น เหมือนกับต้องการเสือกทวนอันแข็งแกร่งให้ทะลุปากแม่ ร่างเกร็งสั่นระรัว พร้อมๆกับน้ำข้นเหลวที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ไว้ในแก่นกาย ก็พุ่งทะลักทลวงเข้าไปในส่วนลึกที่สุดของปากแม่ ระลอกแล้วระลอกเล่า แม่ดูดกลืน..ดูเหมือนจะไม่ปล่อยให้หล่นออกมาจากสักหยาดหยด แม่ยังดูดยังตอดที่ส่วนปลาย เสียวซ่านสุดจะเสียว มือสองข้างผมกดหัวแม่เหมือน กลัวว่าแม่จะถอนปากออกจากท่อนเอ็นอันแข็งแกร่ง ที่เริ่มจะอ่อนล้า จวบจนหนูน้อยของผมหมดพิษสง อ่อนตัวยุบตัวหดตัวเหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก แม่จึงปลดเปลื้องคายออก จากเคลื่อนตัวนอนประกบเนื้อแนบเนื้อ ตาฉ่ำหหยาดเยิ้ม ยิ้มยั่วมาที่ผม กระซิบเบาๆว่า “เป็นไงบ้างลูกแม่?” ผมยกมือโอบกอดแม่ไว้กระซิบตอบ “วิเศษสุดเลยฮะแม่ ผมรักแม่จังเลยฮะ รักพ่อด้วยฮะ อยากให้วันนี้ อย่างนี้ไม่มีเวลาที่สิ้นสุดเลยฮะ”

แม่ซบหน้าลง แก้มแนบแก้ม “แม่เองก็มีความสุขสุดๆเลยลูก รักลูก คิดถึงพ่อ รักพ่อเหมือนกัน” เนื้อแนบเนื้อทาบทับ เคลื่อนไหวหนักแน่นแผ่วเบาไปมา นานเท่าไรไม่รู้ที่เราก่ายกอดประคองกัน ลูบไล้โลมเลีย เสียงกระซิบแผ่วของแม่ แว่วข้างหู “เจ้าหนูน้อยเริ่มมีเรี่ยวแรงแข็งขันขึ้นมาอีกแล้วลูก ลูกยังต้องการอีกไหม?” “ฮะแม่ อยากมากๆ” ปากปะกบปาก ลิ้นสอดส่าย ม้วนตวัดล้วงควาน นูนเนื้อสัมผัสบดขยี้กับแท่งอันที่เริ่มอวดอ้าชูพลัง แม่ยกหน้าขึ้นตาสบตา “ถ้างั้น เราหยุดพัก อาบน้ำ หาอะไรรองท้อง แล้วเริ่มบทเรียนสำคัญของวิชานี้” ผมมองหน้าสบตาแม่ ด้วยแวววิงวอนขอร้อง ที่อยากจะเริ่มติดต่อกันไปเลย แม่ส่ายหน้า “ทนนิดเดียวจ๊ะลูกจ๋า พักผ่อน ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เมื่อเริ่มใหม่แล้ว ลูกจะรู้ว่า ที่ว่าสุดๆนั้นเป็นอย่างไร? ไปลุกขึ้น”
ผมอิดออด ลูบเค้นโลมไล้ทุกสัดส่วนของแม่ แต่ก็ต้องยอมลุกขึ้นนั่ง แม่ยืนขึ้นเต็มสัดส่วน ยื่นมือมามาเกี่ยวก้อยผมให้ลุกขึ้น เราโอบประคองกอดรัดกันเข้าห้องน้ำอย่างมีสุขและอิ่มเอม

ในห้องครัวด้วยผ้าเช็ดตัวคลุมร่างคนละผืน แชนด์วิชคนละชิ้น นมคนละกล่อง เท่านี้ก็ทำให้เราสองคนแม่ลูกเปล่งปลั่งคึกคัก เข้มแข็งสดใสกันอีกครั้ง แม่ลูกนอนกอดก่าย มือไม้ตะโบมลูบโลมไล้ไปถ้วนทั่ว ไม่รู้มือใคร ส่วนไหนเป็นของใคร แข้งขาป่ายเปะปะ ปากปะกบปาก ลิ้นพันลิ้น แม่หยุดถอนหายใจ “ลูกรัก โตขึ้นลูกจะเป็นนักรักที่ยิ่งใหญ่” ผมยิ้มมองด้วยความสงสัย “ลูกมีความอดทนเป็นเลิศ อย่างเมื่อกี้นี้ แม่กลัวว่าลูกจะอดกลั้นไม่ได้ กระฉูดก่อนแม่ใช้ปาก แต่ลูกก็ทำได้ มันมากมายจนแม่แทบจะกลืนลงคอไม่ทัน” ผมยิ้มซบหน้าลงสูดดมเนินนมทั้งสอง เท้ามือลูบไล้แผ่วเบาที่พงไหมเนินนูน น้องชายตัวดีถูกมือแม่ลูบคลึง กำไว้รูดขึ้นลงแผ่วเบา “เมื่อกี้ลูกใช้ปากให้แม่ก่อน แล้วแม่ก็ทำให้ลูกทีหลัง มันวิเศษสุดเลยล่ะ ขอบใจลูกที่อดกลั้น ที่จะไม่สอดใส่ บทเรียนต่อไปเราจะใช้ปากเหมือนเดิม แต่จะทำไปพร้อมกัน ถ้าลูกทำให้แม่เสร็จได้..พร้อมๆกับที่แม่ทำให้ลูก มันจะเป็นสิ่งที่วิเศษสุด ที่ลูกจะต้องจดจำอย่างไม่ลืมเลือน”

ผมมองสบตาแม่ส่อแววฉงน “อย่างไรฮะ?” “เขาเรียกว่าว่าท่าหกเก้าจ๊ะลูก ก็มาจากตัวเลขหกกับเลขเก้าของตัวอาราบิก ลูกจะเห็นว่าเลขหกกับเลขเก้าเขียนเหมือนกันเพียงแต่กลับหัวเท่านั้น ท่านี้จะเหมาะกับคนที่รักกันมากๆ รักอย่างดูดดื่ม แต่ไม่ต้องการให้สอดใส่ นอกจากนั้นท่านี้ยังเหมาะสำหรับหญิงกับหญิง ชายกับชายอีกด้วย เป็นการเปลี่ยนรสชาติท่าทาง ที่เสียวสุดๆอีกอย่างหนึ่ง” ในขณะที่บรรยาย ฝ่ามือนุ่มนิ่มอ่อนละมุนแต่มีพลังของแม่ก็ลูบไล้คลึงเค้นไปทุกสัดส่วนของผม ไม่เว้นแม้แต่จะหยอกล้อกับเจ้าหนู ผมเองก็เช่นกัน ใบหน้าปากลิ้นไม่ห่างจากอกอวบสองข้างของแม่ มือข้างหนึ่งลูบไล้แผ่วเบาที่พงไหมคลุมเนินเนื้ออวบอูม ปลายนิ้วชำแรกแหวกเข้าไปคุ้ยเขี่ยสำรวจแหล่งน้ำ จนพบกับความชุ่มฉ่ำเปียกนิ้วล้นทะลักออกมาเต็มฝ่ามือ

จากท่านอนตะแคงกอดรัดโลมลูบ แม่ใช้ร่างของแม่ผลักดันให้ผมนอนหงายเหยียดยาว ร่างงามของแม่อยู่ในท่าเริ่มต้นของบทเรียนเมื่อก่อนหน้า ผมเริ่มคุ้นเคยกับท่านี้ ปล่อยอารมณ์ ปล่อยแขนขาให้เป็นไปตามธรรมชาติ บีบเค้นลูบคลำในขณะที่แม่ยังใช้เพีงปากและลิ้น จนร่างของแม่เคลื่อนย้ายมาอยู่กลางลำตัวของผม ร่างของแม่หันหลังกลับร้อยแปดสิบองศา สองมืออ่อนนุ่มเกาะกุมที่แก่นกายเหยียดเกร็งของเจ้าหนูน้อยอันทรงพลัง แม่ค่อยๆเหยียดเท้าทั้งสองข้ามไหล่ผมไป ในลักษณะนี้บั้นท้ายสวยงามไร้รอยตำหนิของแม่ก็มาลอยอยู่ตรงหน้าผม แม่เหยียดตัวเต็มที่ใบหน้าก้มต่ำลง ปากอวบอิ่มลิ้นฉกแวบเล็มเลียไปที่น้องชาย

พอเหมาะพอดีกับเนินสวรรค์ที่ปกคลุมด้วยพงไหม อันเป็นที่ก่อกำเนิดของมนุษย์ ร่องน้ำฉ่ำเยิ้มก็มาลอยเด่นตรงปากของผม ผมขยับหัวจมูกสูดดมพงไหมและเนินนูน มือสองข้างผมแตะประคองลูบไล้อยู้ที่แก้มก้น หอมหวนยวนใจจากจมูกสัมผ้ส ผมฝังจมูกเข้าไปในร่องน้ำสูดดมจนหมด กลั้นลมหายใจถอนจมูกออก ปากเม้มลิ้นเลียไปทั่วโขดเขินเนินไสลนั้น ปลายลิ้นฉกแวบฝ่าพงไหมเข้าไปในร่องน้ำ ควานหาความชุ่มชื้น จนพบกับเมล็ดพันธุ์ของความกระสันที่ต้นน้ำกลางเนิน ผมดูดดุนฉกเลียเม้มกัดอยู่กลีบเมล็ดนั้น สะโพกแม่ส่ายไหวรุนแรงขึ้น แต่น้ำหนักของบั้ยท้ายกดลงที่ใบหน้าผม เหมือนกลัวว่าเมล็ดแห่งความสุขนั้นจะหล่นหายเลื่อหลุดออกจาก

ผมไม่รู้ว่าแม่ซ่านเสียวแค่ไหน? แต่การบดซ่ายแขม่วเกร็งของบั้นท้ายของแม่ พร้อมๆกับที่ท่อนแข็งชูชันของเจ้าหนูของผม ที่อยู่ในปากแม่ผมก็ถูกการดูดเม้มรูดขึ้นลงรุนแรงมากขึ้นถี่ยิบมากขึ้น แม่โอบรอบท่อนล่างของผมไว้ พยายามพลิกตัวลงล่าง ผมเข้าใจโดยอัตโนมัติ ฝังใบหน้าให้แนบแน่นกับโนมเนื้อ สองแขนกระชับแน่นที่แก้มก้นของแม่ แล้วพลิกตัวไปตามทิศทางที่แม่ต้องการ ณ นาทีนี้กลายเป็นผมอยู่บน แม่อยู่ล่าง แต่ปากผมยังบดขยี้อยู่บนร่องเนินสวรรค์ พร้อมๆกับปลายลิ้นยังเล็มเลียอยู่ที่เมล็ดแห่งความเสียวซ่าน มือแม่เกาะเกร็ง ปากลูบลิ้นเลียรูดขึ้นบนที่แก่นกายของน้องชายที่ใกล้จะหมดความอดทน ผมชอยก้นขยับขึ้นลง ไม่ใช่จากสมองสั่งการ แต่จากความต้องการของธรรมชาติ พร้อมๆกับริมฝีปากลิ้นจมูกบดขยี้ไปที่เนินเนื้อและร่องน้ำรุนแรงขึ้น ลึกล้ำมากขึ้น

ผมซอยบั้นท้ายขยับขึ้นลง ไม่สนใจแล้วว่าเจ้าน้องชายที่อยู่ในปากของแม่นั้น จะไปทิ่มแทงเอาส่วนไหนภายในปาก ผมรู้แต่ว่าผมถอนออกแล้วเสือกแทงเข้าไปใหม่ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า..ถี่ยิบ ในขณะที่ท่อนล่างของแม่ส่ายร่อนรุนแรงถึ่ยิบมากขึ้น สองเข่าแนบกับใบหูเหมือนจะหนีบหัวผมไว้ ไม่ให้หลุดจากการบดขยี้ ครั้งสุดท้ายที่ผมถอนเจ้าหนูน้อยออกมา แล้วเสือกทิ่มเต็มแรงกลับเข้าไปใหม่นั้น ความเสียวซ่านสุดยอดเกิดขึ้น พร้อมๆกับน้ำในกายฉีดทะลักพุ่งอย่างรุนแรงเข้าสุดคอหอยของแม่ ในขณะที่ร่างแม่เกร็งสุดขีด ท่อนล่างแอ่นเหยียดขึ้น เหมือนจะให้เนินเนื้อเข้ารับการบดขยี้จากปากลิ้นของผมจนเป็นผุยผง แล้วทุกอย่างก็ค่อยผ่อนคลายลง หน้าผมยังไม่ละจากเนินเนื้อของแม่ เพียงเผยอจมูกให้พบอากาศบริสุทธิ์ มีเพียงเสียงหายใจหอบหืดของผมเท่านั้น ร่างแม่นิ่งเงียบไม่ไหวติงมีพียงหน้าท้องที่ยุบลงพองขึ้นตามลมของการหายใจ น้องชายของผมค่อยหดตัวเลื่อนหลุดจากปากแม่เป็นอิสระ

พักหนึ่งจนลมหายใจแผ่วเบาเกือบปกติ แม่กลับตัวมานอนเคียงข้าง โอบกอดลูบไล้ แววตาเป็นประกาย ปากยิ้มเต็มความสุข เสียงแผ่วเบาหลุดลอดมาว่า “ลูกแม่เป็นไงบ้าง? ลูกแม่เก่งจังเลย ที่ทำให้เสร็จพร้อมกันแบบสุดๆ” ผมยิ้มสบตาแม่ ขยับกายนิดหนึ่ง สองมือพนมกราบลงไปบนอกแม่ “ขอบคุณครับแม่ ผมไม่รู้จะบอกว่าความสุขที่เกิดขึ้นนั้น มันมากน้อยแค่ไหน?” แม่บีบมือที่พนมอยู่บนอกไปแนบแก้ม และลูบไล้ด้วยริมฝีปากและปลายลิ้น เราตะกองกอดดอมดมลูบไล้ จนไม่รู้ว่าผมหลับไปเมื่อไร

ผมตื่นสายมาก เหลือบมองนาฬิกาที่หัวเตียง สามโมงเช้า ลุกนั่งเหม่อมองที่ผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่เปรอะเปื้อนเป็นดอกดวง กลิ่นหอมอ่อนๆโชยมาจากเตียง ผมนอนเต็มอิ่ม ไม่มีวี่แววของความอิดโรยอ่อนเพลีย ปิดแอร์เปิดม่าน เปิดหน้าต่างทั้งสองด้าน ให้ไอร้อนจากอากาศบริสุทธิ์เข้ามาทำลายกลิ่นอับหมักหมม ที่เกิดจากไอเย็นของแอร์ที่เปิดไว้ ผมยิ้มกับตนเอง เลิกผ้าปูที่นอนปลอกหมอนม้วนกัน เพื่อนำลงไปเข้าเครื่องซักผ้า อาบน้ำเรียกความสดชื่นแข็งแกร่งกลับคืนมา หอบผ้าที่จะนำไปซัก เข้าครัวพบแม่ยืนหันหลังให้ที่หน้าอ่างล้างจาน ผมเดินย่องเข้าไป อยากจะโอบกอดแม่ ดูเหมือนแม่จะรู้ใจ หันกลับมาส่งเสียงเข้มแต่แววตาแจ่มใส “ไม่ได้นะลูก จำไม่ได้เหรอ..ต้องรู้จักเวลาสถานที่”

ผมชะงักสำนึกได้ “ขอโทษฮะแม่” เต็มตื้นขึ้นมาในอก ผมทรุดตัวลงกราบที่เท้าแม่ เงยหน้าบอกกับแม่ว่า “ขอบคุณฮะแม่ ที่เมื่อคืนนี้ ขอบคุณทุกอย่างที่แม่ทำให้กับผม” “ลุกมาเถอะลูก ไปกินข้าวกินปลา แม่จัดเตรียมไว้ให้แล้ว แม่เรียบร้อยไปแล้ว” แม่เท้าคางมองดูผมจัดการกับอาหารเช้า “เห็นไหมลูก ถ้าเราหมกมุ่นและมากเกินไป กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ลูกก็จะเสียไปอย่างหนึ่ง อย่างวันนี้ตื่นสาย ไม่ได้ไปออกกำลังกาย” ผมดื่มน้ำส้มอึกใหญ่ มองหน้าละมัยหวานของแม่ แล้วออกปากว่า “ก็ถูกฮะแม่ แต่กับผมแล้ว ผมว่าคุ้มแสนจะคุ้ม รักแม่มากครับ เมื่อคืนสุดๆเลยครับ ยังนึกอยู่ว่าวันนี้ยังจะมีโอกาสอีกไหม?” แม่ลุกเดินมาโอบไหล่จากด้านหลัง ก้มหน้ากระซิบข้างหู “เสียใจจ๊ะ คืนนี้เป็นคืนของพ่อและแม่เท่านั้น” ผมแหงนหน้าสบตาแม่ “โธ่ แม่ฮะ กว่าพ่อจะกลับอีกตั้งค่ำวันนี้ ก็ยังมีเวลาอีกตั้งนาน”

แม่เอามือปิดปากผม หน้าเคร่งลง ขยับตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้างๆผม มือหนึ่งเกาะกุมมือของผมไว้ ส่งแววตารักใคร่ปราณีมองมาที่ผม ใบหน้าคลายความเคร่งลง ก่อนที่จะพูดว่า “นี่ไงลูก ความสุขสมเรื่องเพศ ก็เหมือนยาเสพติด ทั้งพ่อและแม่จึงเฝ้าสอนลูก ว่าต้องแยกแยะอดกลั้น วันนี้แม้จะเป็นวันหยุด แต่แม่จะไม่ทำอย่างนั้นในตอนกลางวัน ลูกไม่ต้องกลัว ว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก เพียงแต่ต้องรู้จักจัดการกับมันให้ถูกที่ถูกเวลา” “แม่ฮะ ผมกลัวว่าคืนนี้ผมจะนอนไม่หลับ คิดฟุ้งซ่าน วาดภาพไปเรื่อยเปื่อย เห็นทั้งพ่อทั้งแม่ทั้งผม” แม่กุมมือผมแต่นั่งนิ่งเงียบ สบตาผม ไม่มีแววของการล้อเลียนตำหนิติติง ถอนหายใจพร้อมกล่าวว่า “แม่เช้าใจและเห็นใจลูก เข้าใจว่าลูกเพิ่งจะได้รู้จักการลิ้มรสชาติแบบสุดๆมาหยกๆ ร่างกายของลูกแข็งแรง และวัยของลูกสามารถที่จะมีอารมณ์ได้ตลอดเวลา เห็นไหม..ว่าวันนี้แม่อยู่กับบ้าน แต่งตัวมิดชิดเพราะไม่ต้องการที่จะยั่วยุให้ลูกเกิดอารมณ์ สิ่งที่แม่และพ่อทำให้กับลูก ก็หวังว่าลูกจะมีความสุข พ่อคงจะเสียใจ ถ้าลูกไม่รู้จักอดกลั้น”

“แม่ฮะผมขอโทษฮะ แต่เป็นเรื่องของร่างกายและอารมณ์ ผมเข้าใจที่แม่พูดฮะ ผมจะอดกลั้น” “ลูกรัก อย่าโกรธแม่โกรธพ่อนะ” ผมเอื้อมมือมากุมมือที่แม่กุมมืออีกข้างเอาไว้ สบตาแม่ “ไม่ครับ” เสร็จอาหารเช้า ผมลุกจะเดินออกจากห้อง คล้อยหลังไปได้ไม่กี่ก้าว เสียงสั่นพร่าของแม่ร้องเรียกให้กลับไป ผมหันกายกลับไปยืนประจันหน้ากับแม่ แม่ยิ้มหวานอย่างเคย มือสองข้างคล้องรอบคอผมไว้ กระซิบแผ่วเบาว่า “เอางี้ลูก เย็นนี้อาบน้ำกับแม่ แม่จะจัดการให้ แต่มีข้อแม้สองข้อ บ่ายนี้ลูกต้องไปออกกำลังกายให้โชกเลย กลับเข้าบ้านก่อนห้าโมง และเมื่ออยู่ในห้องน้ำ ห้ามแตะเนื้อต้องตัวแม่เด็ดขาด”

ผมสูดหายใจเข้าเต็มปอด ละล่ำละลักตอบแม่ว่า “ได้ครับ ได้แน่นอน” แม่คลายมือจากคล้องคอ เปลี่ยนมาเป็นจับที่แก้มก้นของผม เหนี่ยวตัวเข้ามาชิดกระซิบแผ่วข้างหูว่า “เพิ่งจะสิบสามเอง คับปากคับคอแม่แล้วนะ” ผมโอบรอบหลังแม่ กระซิบตอบที่ข้างหูว่า “ของพ่อใหญ่กว่าตั้งเยอะ” แม่กัดเบาๆที่ใบหู “เซี้ยวใหญ่แล้วเรา ดีละ แม่จะรีดพิษลูกออกมาให้หมด จะไม่ต้องนอนทุรนทุราย” แม่ตบก้นผม พร้อมกับสั่งว่า “เวลาที่เหลือนี่ มาช่วยแม่ทำความสะอาดบ้าน ทั้งนอกบ้าน ในบ้าน ทุกซอกทุกมุม เหงื่อออกจะได้ไม่ฟุ้งซ่าน”

ห้าโมงเย็น ผมกลับเข้าบ้านด้วยเหงื่อโทรมกาย ผมเล่นผมวิ่งจริงๆสำหรับวันนี้ จนหลายคนในสนามทักว่าเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน? แม่นั่งดูทีวีอยู่ในห้องรับแขก ยิ้มรับเมื่อผมโผล่หน้ามาให้เห็น “ไปกินน้ำกินท่า นั่งพักเหนื่อยสักพัก แล้วไปอาบน้ำกัน” แม่บอกยิ้มๆ ทำธุระส่วนตัวที่ห้องน้ำข้างล่าง ดื่มน้ำส้มแก้วใหญ่ เหงื่อแห้งสนิท “ไปครับแม่ ผมหายเหนื่อยแล้วครับ” ในห้องน้ำ ผมยืนไต้ฝักบัวก ระแสน้ำถูกเปิดให้รินไหลแผ่วเบา ร่างเปลือยเปล่าของผมยืนประจัญกับร่างเปลือยได้สัดส่วนของแม่ ผมได้แต่นิ่งยืนมอง..เหลือบตาไปทั่วร่างเปลือยของแม่ เจ้าน้องชายแข็งขันชูชันขึ้นทันใด แม่ขยับตัวเบียดขิดกับผมมากขึ้น

แม่ยิ้มยั่วๆจับมือผมไปไพล่หลัง แล้วสองมือแม่ประคองที่ใบหน้าผม หน้าแม่ก้มลงต่ำ ผมหลับตาเผยอริมฝีปาก กลางสายน้ำที่รวยรสสัมผัสจากปากของแม่ ที่และเล็มไปทั่วใบหน้าผม ให้ความรู้สึกไปอีกที่น้องชาย ที่แสนซนใช้ร่างกำยำแข็งแกร่งของเขาวิ่งชนโน่นชนนี่อยู่แถวหน้าขา นานเท่านาน ปากแม่ยังไม่ละจากใบหน้าจากปากผม ผมกระเส่ากระซิบตรงหน้าแม่ “แม่ฮะ ผมไม่รู้จะเอามือไว้ไหนฮะ?” เสียงแม่ปล่อยคิกมานิดหนึ่ง สบตาหวานฉ่ำมาที่ผม “อนุญาตจ๊ะ จะเอาไว้ตรงไหนบนตัวแม่ก็ได้ แต่ต้องไม่บีบเค้นขยำขยี้นะ” ผมโอบมือไปที่แก้มก้นสองข้างของแม่ รั้งร่างท่อนล่างของแม่ให้แนบชิดไกลกับท่อนล่างของส่วนบน อกอวบอิ่มคู่นั้นของแม่เบียดแนบกับแผงอกกำยำของผม แม่ละมือจากใบหน้า ไปวางที่แก้มก้น ฉุดรั้งให้ท่อนร่างแนบชิดกันมากขึ้น

ผมพยายามขยับยักย้ายให้เจ้าหนูเคลื่อนไหวเป็นอิสระ แต่ก็ถูกแม่กดทับเบี่ยงเบนเอาไว้ แม่ก้มตัวต่ำลงจากปลายคางมาซอกคอ ปากลิ้นของแม่ทำให้ผมต้องเขย่งเกร็งตัวต่ำลงมา จนแม่นั่งคุกเข่าเหยียดตัวตรง ลิ้น-ริมฝีปากโลมเลียลูบไล้อยู่ที่หน้าท้องของผม ผมห่อตัวสยิวกาย ครางกระเส่า กับลีลาการใช้ปากใช้ลิ้นของแม่ ต่ำลงจนแม่ผมใช้สองมือประคองน้องชายที่แข็งแกร่งกำยำเอาไว้ โลมลูบคลึงเค้น ดูดงับเม้มเลียแม้ในท่ายืน ผมยังดิ้นพราดแอ่นแก่นกาย ดันเข้าปากแม่ กลัวจะหลุดออกจากปาก สุดทนแม้น้องชายคาปากแม่อยู่ ผมค่อยๆเลื่อนตัวลงต่ำ แม่เลื่อนตาม จนผมนอนหงายราบกับพื้น แม่โก้งโค้งอยู่ขาผม สองมือช้อนใต้ก้นผม ทั้งยกทั้งดันเพื่อให้เจ้าน้องชายอัดแน่นในปาก ผมร้องครางดิ้นรนทุรนทุรายด้วยความซ่านเสียวอย่างสุขกระสัน

“แม่ฮะ ๆๆ ๆๆ ซี๊ด ซ๊าด ๆ ผมเสียวมาก เสียวสุดๆ แม่ฮะ วิเศษเลยฮะ ผมใกล้แลัวฮะ แรงอีก ๆ ๆ” ผมหลับตาทุรนด้วยความสุข ร่างกายส่ายสะบัด แต่แม่ก็ยังกอดประคองดูดอมเล็มเลียอย่างที่สุด “แม่จ๋า...” เป็นเสียงสุดท้ายก่อนที่ผมจะกระฉูดน้ำรักเข้าในปากแม่ ร่างกายผมเหยียดเกร็ง สั่นระริกด้วยความสุขสม แม่วางก้นผมลงกับพิ้น ยังใช้ปากโลมไล้ลูบเลีย ที่น้องชายของผมที่อ่อนตัวลงมากแล้ว แม่ทาบทับร่างที่นอนเหยียดยาวของผม เนื้อแนบเนื้อ พงไหมที่ปกคลุมเนินเนื้อของแม่บดทับลงไปบนลำตัวอันเหี่ยวห่อของเจ้าน้องชาย แนบสนิทอยู่กลางร่องธารทิพย์ แม่เบียดขาสองข้างแนบชิด ขยับท่อนล่างบดขยี้ลงไปที่น้องชาย บดซ้ายป่ายขวา

ผมฟื้นคืนกำลัง สอดสองมือลูบไล้สองเต้าของแม่ ปากจูบปาก ลิ้นพันลิ้น ผมนอนนิ่งไม่ขยับเขยื้อนท่อนล่าง แม่บดส่าย ส่งเสียงครางแผ่วเบา เจ้าตัวดีของผมทานทนต่อแรงบดอัดไม่ไหว พองตัวแข็งแกร่งตามยาวของร่องธาร สะโพกของแม่ทั้งส่ายไหวซ้ายขาว เลื่อนขึ้นลง พาเอาเจ้าตัวน้อยลู่ตาม ความเสียวกระสันเกิดขึ้นอีกครั้ง แม่เร่งการบดอักโยกส่ายเร็วขึ้นแรงขึ้น สุดที่เจ้าตัวน้อยจะทานทนได้ ฉีดพ่นน้ำรักออกมา พงไหมทั้งของแม่และของผม พร้อมๆกับแม่เกร็งตัวรัดตัวผมแน่น ใบหน้าส่ายไปมา ปากยังบดที่ปาก ลิ้นยังพันกับลิ้น แล้วทุกอย่างก็เงียบหายลง เงียบสนิท ร่างทัยร่าง เนื้อทับเนื้อ มีเพียงสายน้ำจากฝักบัวที่รินรดบนหลังแม่ แม่เผยอหน้าจ้องตา พูดปนยิ้ม “เป็นไงลูก? หนำใจหายอยากหรือยัง? ลูกทำเอาแม่อดกลั้นไม่ได้ ต้องเสร็จตามไปด้วย” หน้าผากชนหน้าผาก แม่ส่ายหน้าไปมา “ขอบคุณฮะแม่ แม่ยอดเยี่ยมเลย” ผมลูบไล้แผ่วเบาไปที่แผ่นหลังแม่

พักใหญ่ๆ แม่ลุกขึ้นเร่งความแรงของน้ำ เปิดสลับทั้งน้ำร้อนน้ำเย็น “คงจะได้เวลาอาบน้ำกันจริงๆจังเสียที ว่าแต่ลูกแม่ ลุกไหวหรือเปล่า?” พ่อกลับ้านทุ่มตรงตามที่บอกไว้ ทักทายผมสองสามคำ แล้วขึ้นไปอาบน้ำ เย็นนี้แม่อยู่ในชุดนอนบางเบายั่วยวนหยาดเยิ้ม เมื่อแม่เดินเฉียดใกล้ ผมกระซิบเย้า “แม่มีแรงหรือคืนนี้?” แม่ค้อนหยิกแก้มผม พูดอุบอิบ พ่อเสร็จจากอาบน้ำ ตรงเข้าห้องกินข้าวที่แม่จัดเตรียมไว้ แล้วเสียงซุบซิบกระหนุงหยอกเย้า หัวร่อต่อกระซิก เล็ดลอดมาเป็นระยะ ที่ห้องพักผ่อนที่ผมกำลังนั่งดูสาระข่าวสารจากทีวี สองทุ่มเศษ ทั้งพ่อและจึงเข้ามาร่วมวงอย่างเคย พ่อมองหน้าผมเอ่ยยิ้มๆว่า “เป็นไงลูก? เรียบร้อยดีไหม?” ผมอึกอักรีบตอบไปว่า “ก็เรียบร้อยดีนี่ครับ”

พ่อยิ้ม ลูบหัวผมเบาๆ “อีกสองสามวัน ก็จะเปิดเทอมแล้วใช่ไหม?” เสียงเป็นการเป็นงานจากปากพ่อ “ครับ” “ตรวจดูทุกอย่าง ที่จะใช้ที่โรงเรียนให้เรียบร้อยนะลูก โตแล้วจัดการเองได้แล้ว” “ครับ เรียบร้อยแล้วครับ รวมทั้งเรื่องการทบทวนบทเรียน ผมก็ไม่เคยทิ้งขว้างเลยครับ ” ผมตอบพ่อ แต่สบตาไปที่แม่ “เทอมนี้เป็นเทอมสุดท้ายของ ม.ต้น แล้ว ตกลงจะสอบเข้าทหาร หรือจะเรียนต่อ ม.ปลาย” “เดิมนั้นก็ตั้งใจว่าอย่างนั้น แต่ตอนนี้อยากเปลี่ยนใจครับ”ผมพูดพร้อมกับยืดอกสบตาพ่อเต็มที่ “อ้าว!ทำไมล่ะ?” ดูเหมือนจะเป็นเสียงอุทานจากทั้งแม่และพ่อพร้อมๆกัน แม่จ้องหน้าผมเป๋ง ในขณะที่ผมยังสบตาพ่ออยู่

“คืออย่างนี้ครับ บ้านเรามีกันแค่สามคน ผมขอบคุณทั้งพ่อทั้งแม่ ที่มอบความรักให้กับผมตลอดเวลา ผมมาคิดว่าถ้าผมเป็นทหาร ผมก็ต้องจากบ้านเป็นเวลานาน กว่าจะเรียนจนจบ ผมอยากอยู่ใกล้พ่อใกล้แม่ครับ ตอนนี้ผมซึมทราบแล้วครับ ว่าไม่มีที่ไหนสุขเท่าในบ้านอีกแล้ว” พ่อเขม้นมองที่ผม ส่วนแม่เอื้อมมือมากุมอยู่ที่มือผม ปล่อยให้คำถามเกิดจากปากพ่อเอง พ่อเงียบไปพักใหญ่ สีหน้าปราศจากความเคร่งเครียด มีรอยยิ้มน้อยผุดพรายที่ริมฝีปาก พ่อโน้มตัวลงมาที่ผม จ้องหน้าใกล้ชิดขึ้นก่อนที่จะเปิดคำถาม “หรือเป็นเพราะติดใจเรื่องเพศ ที่พ่อและแม่ฝึกสอน?”

ผมลุกลงไปคุกเข่าหน้าพ่อ ยืดตัวขึ้นเงยสบตาพ่อ สองมือผมโอบรอบเข่าพ่อ “ไม่ครับ แม้จะเป็นความสุขสุดที่ผมไม่เคยพบมาก่อน ผมพียงแต่คิดว่าบ้านเรามีกันแค่สามคน ถ้าขาดหายไปสักคนหนึ่ง แม้เพียงชั่วคราว ก็น่าจะทำให้บ้านนี้เปลี่ยนไปได้ และผมก็ไม่ได้กลัวความลำบากในการเข้ารับการฝึกอันหนัก ผมคิดว่าร่างกายผมพร้อมที่จะรับ ผมเพียงแต่อยากอยู่ใกล้พ่อใกล้แม่ครับ”

พ่อเอนหลังไปที่พนักพิง ดวงตายังจ้องอยู่ที่ใบหน้าผม เหมือนจะค้นหาความจริง แต่แววตาก็อบอุ่นอ่อนโยนเหมือนเคย ผมเบือนหน้าไปสบตากับแม่ แม่ยิ้มให้ มืออบอุ่นยังกุมมือผมอยู่ แม่ไม่ยังคงนิ่งเงียบ “ก็แล้วแต่ลูกนะ ลูกก็รู้ว่าพ่อไม่เคยชี้นำในเรื่องอนาคตของลูก แล้วคิดไว้หรือยังจะเรียนอะไร?” “คิดไว้ว่าจะต่อ ม.ปลาย แล้วสอบเข้ามหาวิทยาลัยครับ” “ก็ดี ยังมีเวลาคิดกันอีกระยะหนึ่ง จะเลือกอะไรพ่ อก็ไม่ว่านะลูก เพราะพ่อเชื่อว่าลูกจะเลือกสิ่งที่ดีๆให้กับตัวลูก เอาละ ได้เวลาขึ้นนอนแล้วไม่ใช่หรือ? หลับให้สนิทนะ” พ่อพูดยิ้มๆ แม่ดูเหมือนจะบีบมือผมแน่นขึ้น


*

ออฟไลน์ swss2511

  • Supreme Member
  • *********
  • 5219
  • 734
    • ดูรายละเอียด
Re: ผมถูกเลี้ยงต้อย ภาค ๑ copy
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2022, 07:33:20 am »
ครอบครัวที่เข้าใจโลกสั่งสอนกันดี

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ