เล่นเสียวกับหัวหน้า 1 (5 ตอนจบ)

เล่นเสียวกับหัวหน้า 1 (5 ตอนจบ)

  • 1 ตอบ
  • 35490 อ่าน
*

underlovely

เล่นเสียวกับหัวหน้า 1 (5 ตอนจบ)
« เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2009, 10:26:25 pm »
ฉันเป็นผู้หญิงเซ็กส์จัดถึงจัดมากคนหนึ่งย้อนหลังไปเมื่อตอนที่ฉันอายุสามสิบต้นๆ (ซึ่งตอนนี้ไม่มีประโยชน์ที่จะรู้ว่าฉันอายุเท่าไรเพราะจุดประสงค์คนอ่านเรื่องอย่างนี้คือต้องการเสียวอย่างเดียวน่าจะพอแล้ว)  ฉันย้ายมาอยู่ใกล้ครอบครัวซึ่งเป็นเป็นคนใต้เดิมฉันเป็นคนโคราช (แต่พูดอิสานไม่เป็นนะ) ต้องย้ายที่ทำงานหลายแห่งเหมือนกันเพราะฉันรับราชการกระทรวงสาธารณสุข  สุดท้ายซึ่งเป็นที่มาของเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ฉันได้มาทำงานที่โรงพยาบาลอำเภอแห่งหนึ่งไม่ไกลจากตัวเมืองมากนักเรียกว่าไปเช้าเย็นกลับได้สบายๆ
   ตอนที่ฉันอายุสามสิบเอ็ดนั้นฉันมีลูกตั้งสามคนแล้วโดยคนล่าสุด(ตอนนั้น)อายุได้ขวบกว่าๆ เรียกว่าฉันแต่งงานค่อนข้างเร็วคือพอจบพาณิชย์ปีสามปุ๊บฉันสอบได้งานปั๊บก็แต่งงานเลย ดังนั้น ตอนนี้ลูกๆ ก็โตๆ กันหมดแล้ว คงรู้แล้วสิว่าฉันไม่ได้เป็นพยาบาลหรือสายงานอย่างพวกหมอๆ เค้าหรอกก็จบพาณิชย์แต่สอบบรรจุติดกระทรวงนี้ก็เลยได้ลงพวกธุรการหรือการเงินทำนองนี้แหละ
   สามีฉันเค้าทำงานคนละที่กับฉันคืออยู่คนละจังหวัดนานๆ จะกลับบ้านทีขานั้นมีเพื่อนฝูงเยอะกลับมาแต่ละทีขนเอาเพื่อนซึ่งเมามายมาทั้งนั้น  ก็เป็นภาระของฉันที่ต้องดูแลคนเหล่านี้ ซึ่งเกิดเหตุการณ์แบบนี้(คือเมากันมา) บ่อยมาก หนักๆ เข้าฉันก็ขี้เกียจจะดูแลพวกเค้าเหมือนกันเตรียมของกินของใช้ไว้ให้แล้วก็จัดการกันเอง ก็เพื่อนมากนักไง
   ด้วยเหตุที่สามีมักมองข้ามเรื่องแบบนี้ไปมั้ง โดยอาจคิดว่ามีลูกตั้งสามคนแล้วคงไม่มัวพะวงอยู่กับเรื่องเหล่านี้แน่นอน  (ไม่มีเวลาพอที่แม้จะคิด เพราะเจ้าทโมนสามตัวนั้นคงแย่งเวลาไปหมดแล้ว) แต่เค้าคิดผิดคงลืมไปว่าฉันเป็นคนเซ็กส์จัดประกอบกับอายุไม่มาก (น่าจะเป็นวัยกำดัด) จึงทำให้ฉันค่อนอ้างว้างและว้าเหว่ เพราะฉันไม่ใช่คนที่นี่ ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องของคนใต้ซักเท่าไหร่ ดังนั้นไฟโลกีย์ของฉันจึงลุกโพลงอยู่ในกายและในใจตลอด จนก่อนที่จะมาเกิดเหตุที่จะเล่าต่อไปนี้ฉันก็เป็นคู่นอนของผู้ชายไม่น้อยกว่าสามคน แต่ฉันจะยุ่งเป็นคนๆ ไป ไม่มั่วทีเดียวสามคน  ในช่วงอายุระหว่าง 25-30 ปี
ซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่าสามีเค้าจะระแคะระคายบ้างหรือไม่แต่ทุกครั้งที่สามีมีเซ็กส์กับฉัน(ซึ่งประมาณเดือนละไม่เกินสองครั้ง) สามีก็ไม่เห็นแสดงอาการอะไรที่ส่อพิรุธเลย
   ฉันมีเชื้อของคนญวนผิวขาวซึ่งหากอยู่ในหมู่คนใต้แม้จะเป็นผู้หญิงด้วยกันก็จะรู้ว่าฉันไม่ใช่คนที่นี่  นอกจากผิวขาวแล้วฉันจัดเป็นผู้หญิงหน้าตาดีคนหนึ่งสัดส่วนได้รูปน้ำหนักไม่เกิน50 กก. สูง 165 ซม. หน้าอก 35  เอว 25 สะโพก 38  ตรงสะโพกนี่แหละใครมองคงต้องเหลียวหลังเพราะมันใหญ่ที่คนโบราณเรียกว่าสุดเสียงสังข์จริงๆ ถ้าเป็นคนรุ่นฉันหากนึกไม่ออกขอให้นึกถึงดาราสมัยก่อนคนนึงที่ชื่อดวงชีวัน  โกมลเสน นั่นแหละสะโพกฉันหละ ตอนสาวๆ มันก็ค่อนข้างใหญ่แล้วนะเกือบ 36 แต่คงมาขยายเอาสุดๆ ตอนมีลูกนี่แหละ  แม้จะมีลูกคุณผู้อ่านที่เป็นวัยโจ๋อาจจะเบ้หน้าบอกว่ายังจะมาเล่าอะไรอีกกะจู๋หดหมด  ยังก่อน ถึงจะมีลูกแต่ก็มีทีเด็ดนะจะบอกให้  ไม่งั้นจะมีผัวอีกหลายๆ คนได้อย่างไรจริงมั๊ย
   ตอนที่คลอดลูกคนแรกฉันกลัวมากที่จะคลอดเองด้วยมีการเล่าต่อๆ กันมา จึงบอกคุณหมอให้เอาออกทางหน้าท้อง ซึ่งแน่นอนคนต่อๆ มาต้องทำอย่างเดียวกันคือเอาออกทางหน้าท้องทั้งหมด จึงทำให้มีแผลซ้อนๆ กันอยู่บริเวณขอบกางเกงในสั้นๆ ยาวประมาณห้านิ้วขนาดก้านคอตตอนบัด แต่ก็แลกกับความคงเดิมของรูที่เด็กควรจะออกตามธรรมชาติของเค้าไว้ให้ใกล้เคียงกับของเดิมมากที่สุด อย่างไรก็ตามแม้ว่าเด็กจะไม่คลอดทางช่องคลอดแต่ด้วยเหตุที่ฉันใช้งานรูของฉันมากเกินไป (ที่มิใช่สามี) จึงไม่ค่อยมีความมั่นใจกับการนอนในระยะหลังๆ จึงตัดสินใจลงทุนไปยกเครื่องใหม่ (เฉพาะช่วงล่าง)  ก็ล่อเสียหลายหมื่นเหมือนกันแต่ก็ได้ความมั่นใจกลับมาสุดๆ คุ้มเกินคุ้ม รู้งี้ไปทำเสียตั้งนานแล้ว
   ฉันเคยเขียนไปหาหมอนพพรเมื่อประมาณสิบปีที่แล้วซึ่งท่านตอบปัญหาทางเพศในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์  โดยที่คอลัมน์ของท่านจะดังมากแทบจะแย่งกันอ่านในสมัยนั้น  ฉันถามถึงเรื่องอารมณ์ทางเพศที่รุนแรงและค่อนข้างมากของฉัน โดยฉันเล่ารายละเอียดในการนอนกับผู้ชาย (ที่ไม่ใช่สามี) ให้ท่านประกอบการตอบคำถามด้วย ปรากฏว่าแทนที่จะได้รับคำตอบท่านกลับสั่งสอนเสียยกใหญ่ บอกให้หันเข้าหาธรรมมะเสียบ้างจะได้เพลาๆ ลงท่านบอกว่าเรื่องทางเพศทุกคนที่ร่างกายปกติมันมีความรู้สึกกันได้ส่วนจะมากหรือน้อยก็แล้วแต่บุคคล แต่ที่ควรกระทำอย่างยิ่งคือการรู้จักเก็บความรู้สึกเอาไว้บ้างโดยเฉาะสตรีไทยที่ต้องยึดถือขนบธรรมเนียมและศีลธรรมอันดี เท่านี้ท่านว่าคงจะช่วยได้และในตอนท้ายท่านบอกว่าแม้ว่าจะติดใจรสรักจากชายอื่นที่มิใช่สามีของตัวเองซึ่งเป็นเรื่องไม่ควรอย่างยิ่ง  ดังนั้นต้องพยายามตัดใจและมีสามีเดียวจะดีที่สุด  หลังจากที่ได้รับคำตอบครานั้นฉันจำได้ว่าไม่หันกลับไปอ่านคอลัมน์ของท่านอีกเลย
   ฉันมาทำงานที่โรงพยาบาลได้ประมาณสามเดือนก็พอสนิทกับเพื่อนร่วมงานบ้างแต่ก็ไม่มากนักด้วยนิสัยฉันเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยชอบสุงสิงกับใครซึ่งปกติจะดูเหมือนคนหยิ่งหากเทียบกับคนใต้ทั่วๆไป ที่ทั้งหญิงและชายมักจะสรวลเสเฮฮา  และบังเอิญฉันมารู้จักหัวหน้าที่เป็นผู้ชาย ซึ่งก็เป็นคนขรึมๆ เช่นกัน  หัวหน้าฉันอายุอ่อนกว่าฉันหนึ่งปีขณะที่ฉันมาทำงานปีแรกเค้าอายุสามสิบปีพอดี ยังโสดแต่มีแฟนแล้วนัยว่ามีแฟนหลายคนด้วย   เค้าเป็นคนหน้าตาดีสไตล์คนใต้คือเข้มผิวดำแดงสูง 170  กว่าๆ ร่างกายแข็งแรงตามวัยของเค้าอีกอย่างเค้าชอบออกกำลังกายจึงทำให้หน้าตาและร่างกายดูดีสมวัย  ด้วยความที่ทั้งเค้าและฉันไม่ค่อยจะพูดจึงไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่ในช่วงแรกๆ แต่ล่วงเข้าเดือนที่หกฉันก็มีความสนิทกับเค้ามากขึ้นเพราะตอนนั้นฉันไปลงเรียน หลักสูตร กศ.บป. ที่สถาบันราชภัฎ ซึ่งคนทำงานจะนิยมเรียนกันมากในวันเสาร์อาทิตย์
ด้วยเหตุที่หัวหน้าฉันเค้าค่อนข้างเรียนเก่งจึงขอคำแนะนำในหลายๆ วิชา แล้วเวลาที่พอว่างก็คือตอนเที่ยง  ปกติตอนเที่ยงคนในห้องซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงก็มักจะชวนกันไปทานข้าวข้างนอกบางคนที่บ้านอยู่ใกล้ก็กลับบ้าน  จะมาอีกทีก็บ่ายโมงล่วงแล้ว  ฉันนั้นมักจะหาเวลาว่างลงไปกินช่วงสิบโมงกว่าๆ เกือบทุกวันเพราะตอนเช้าจะไม่ทาน ส่วนหัวหน้าเค้าก็จะลงไปทานก่อนเที่ยงราวๆ สิบเอ็ดโมงครึ่งกับพรรคพวกเค้าพอตอนเที่ยงก็มักจะมาเป็นติวเตอร์ให้ฉัน  ซึ่งฉันเรียกแทนตัวเค้าว่า “ตัวเอง” ส่วนเค้าเรียกฉันว่า “เจ๊นิด”
   ในตอนเที่ยงของวันหนึ่งหลังจากที่เค้าช่วยติวให้ฉันมาได้ประมาณหนึ่งเดือน โดยในวันนั้นเค้าเริ่มติวให้ฉันไปได้ประมาณสิบนาที เค้าบอกว่าวันนี้ใจสั่นยังไงพิกล  ฉันกลัวว่าเค้าจะเป็นอะไรไปจึงบอกถ้างั้นวันนี้ไม่ต้องติวก่อนก็ได้  แต่เค้าบอกไม่ใช่สั่นจะเป็นลมแต่สั่นเพราะอยู่ใกล้คนสวยต่างหาก  ฉันก็คิดว่าเค้าจะมาไม้ใหนกันแน่จู่ๆ เกิดอารมณ์แบบนี้ขึ้นมาทั้งๆ ที่ไม่เคยปรากฏ (รึว่าปรากฏมานานแล้วแต่ฉันไม่รู้)  เค้าไม่พูดเฉยๆ นะแต่ละจากหนังสือเข้ามากอดฉันเอาดื้อๆ อย่างนั้นแหละ เล่นเอาฉันงงเต็กไปเลยเพราะจะโกรธก็โกรธไม่ทันก็พวกเล่นจู่โจมอย่างนั้นใครจะตั้งตัวได้
   ห้องทำงานของหัวหน้าฉันเป็นห้องส่วนตัวไม่ใหญ่มากนักโดยอยู่ภายในห้องใหญ่รวมอีกทีหนึ่งซึ่งตอนเที่ยงฉันจะล๊อคประตูห้องใหญ่ทั้งหมดและปิดม่านทุกบานหน้าต่างเรียกว่าใครจะมาติดต่อธุระห้องนี้ก็ต้องเลยบ่ายโมงไปโน่นแหละห้องจึงเปิดอีกครั้ง  ส่วนห้องหัวหน้าก็มีประตูล๊อคได้อีกชั้นหนึ่งเช่นกันโดยเฉพาะห้องนี้ไม่ค่อยมีใครกล้าเข้าออกเท่าไรหากไม่จำเป็น ฉันจึงใช้ห้องนี้ให้หัวหน้าติวหนังสือ(และต่อมาติวอย่างอื่นด้วย)
   “ตัวเองทำอะไรน่ะ....เค้าให้ตัวเองติวหนังสือให้เค้านะไม่ได้ให้ทำอย่างงี้” ฉัน
ทำเป็นงอน
   “หนังสือน่ะติวเมื่อไหร่ก็ได้  อีกหลายวันกว่าจะสอบ แต่วันนี้เค้าอยากลองอย่างอื่นดูบ้าง” เค้าทำเป็นกล้าที่จะตอบฉันซึ่งต่อมาเค้าบอกว่าเค้ากลัวโดนด่าและร้องโวยวายมากที่สุดในตอนที่ตัดสินใจกอดฉัน
   “ไม่เอานะตัวเอง....เอามือออกก่อน...เดี๋ยวมีใครมาเห็นเข้าจะเป็นเรื่องใหญ่” ฉันพยายามบ่ายเบี่ยงจากการกอดของเค้า แต่ยิ่งพูดเหมือนยิ่งยุเค้ายิ่งกอดแน่นขึ้นกว่าเดิมอีกและแถมด้วยหอมแก้ม
   “ออกนะ...ไม่เอาจริงๆ ด้วย....ตัวเองก็รู้ว่าเค้ามีครอบครัวแล้ว..มีลูกแล้วด้วย...ทำอย่างนี้มันไม่ดีรู้มั๊ย....”  ฉันพยายาม(แกล้ง) อ้อนวอนโดยยกเหตุผลง่ายๆ  แต่แทนที่เค้าจะกลัวหรือสำนึกได้กลับเป็นเอามือสองข้างของเค้าประคองใบหน้าฉันพร้อมทั้งจูบที่ปาก ฉันไม่ทันระวังช่วงที่กำลังขอร้องเค้าอยู่ปากเลยเปิดอยู่ทำให้เค้าเอาลิ้นเข้ามาในปากฉันได้
   “อือ....อออ...อึม..มมมม.......อ้า..ส์ส์ส์.....”ฉันส่งเสียงอู้อี้อยู่ในลำคอ  เวลาผ่านไปสองสามนาทีเค้าก็ยังจูบปากฉันอย่างเมามัน  เอาล่ะสิเรี่ยวแรงที่คิดจะผลักเค้าในตอนต้นขณะนี้ไม่รู้ว่ามันหายไปใหนหมดมือที่ห้อยอยู่แนบตัวและกำลังจะผลักอกเค้าเพื่อให้เค้าเลิกการกระทำกลับเป็นมือฉันสองข้างนี่แหละที่เริ่มโอบกอดแผ่นหลังเค้าแน่นขึ้นๆ
   “อุ๊ย....ซี๊ด..ดดด...สสสส....อ๊าย...สสส....” ฉันเริ่มออกอาการเดิมของฉันยามเมื่อต้องมือชายขณะที่เค้าเริ่มคลายปากจากปากฉันจึงมีเวลาที่ฉันจะซี๊ดปากได้
   “ตัวเองจะทำอะไรเค้าน่ะ...เดี๋ยวมีคนเห็นนะ....”ฉันเตือนเค้า
   “ถ้างั้นก็ให้ความร่วมมือหน่อยสิจะได้เสร็จเร็วๆ” เค้ารีบตัดบท  ฉันด้วยความกลัวที่คนจะเข้ามาเห็นจริงๆ จึงคล้อยตามเค้าทุกอย่างเหมือนแมวเชื่องๆ ตัวหนึ่ง ในขณะที่ใจฉันว้าวุ่นว่าจะเอาอย่างไรดีในสถานการณ์แบบนั้นเพราะไม่เคยเจอคนรุกแบบสายฟ้าแลบเหมือนครั้งนี้มาก่อน อีกใจหนึ่งก็อยากลองเพราะเงี่ยนเต็มทนแล้วเรียกว่ากล้าๆ กลัวๆ จึงจะถูก แต่ใจหนึ่งก็คิดว่าเจ้าหมอนี้กินดีหมีหัวใจเสือมาจากใหนจึงกล้าที่หักหาญน้ำใจเราผู้มาใหม่ถึงเพียงนี้เรียกว่าแม้ว่าฉันจะยอมก็ไม่น่าจะรวดเร็วถึงเพียงนี้และเป็นสถานที่แบบนี้  ต่อมาภายหลังจึงรู้ว่าเค้าทำการบ้านเรื่องของฉันมามากกว่าที่ฉันคิดเสียอีกเรียกว่ารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับตัวฉัน รู้ว่าฉันมีผัวมาแล้วกี่คน ใครบ้าง โดยเฉพาะรู้ว่าฉันเป็นผู้หญิงไฟแรงสูงแต่ซ่อนตัวเท่านั้น
   “อย่าแหย่นิ้วเข้าไปตรงนั้น...มันเสียวมากรู้มั๊ย....อุ๊ย....ซี๊ด..ดดด..สสส....ว้าย....ตายแล้ว...จะทำอะไรน่ะ..” ฉันตกใจมากขึ้นเมื่อเค้าผลักฉันเบาๆ ให้ก้มไปที่โต๊ะทำงานเค้าแล้วขณะเดียวกันเค้ารั้งกระโปรงซึ่งเป็นกระโปรงหลวมๆ แบบผ้าอัดกลีบรอบความยาวเลยเข่านิดๆ ซึ่งสมัยนั้นเป็นที่นิยมของผู้หญิงทำงานและก็เป็นความโชคดีของหัวหน้าที่ดึงกระโปรงทีเดียวก็ขึ้นไปกองอยู่ที่บั้นเอวแล้วไม่รอช้าเค้ารีบดึง กกน.ซึ่งฉันชอบใช้ชนิดผ้าสังเคราะห์เนื้อบางๆ ไม่รัดมากนักจึงง่ายในการถอดเรียกว่าดึงทีเดียวมากองอยู่ที่เท้าแล้ว ดูเหมือนเค้าทำงานแข่งกับเวลาจริงๆ  เพราะหลังจากที่ดึง  กกน. ฉันมากองที่ปลายเท้าแล้วเค้าก็รูดซิปดึงเอาหัวควยที่แข็งโด่อยู่นานแล้วออกมาถอกสองสามครั้งเห็นหัวแดงช้ำเลือดหัวบานโร่ขนาดประมาณ 6x6  ซึ่งแม้ว่ามันจะไม่ใหญ่มากนักแต่เป็นหัวควยที่ฉันพูดได้ว่าฉันชอบมากที่สุดตั้งแต่เจอหัวควยมาแล้วจะเล่าให้อ่านในตอนต่อไป
   เค้ารีบแม้กระทั่งตะขอกางเกงก็ไม่แกะออกเข็มขัดก็ยังรัดอยู่อย่างนั้นแค่เอาหัวควยโผล่ร่องซิบออกมาอย่างเดียวเหมือนผู้ชายกำลังจะไปฉี่แค่นั้นเอง  โดยไม่รอช้าเค้าบอกว่าใกล้จะบ่ายโมงแล้วมัวเล่นมากไม่ได้  ฉันจะโอ้เอ้หรือจะมารยาอะไรก็ไม่ทันแล้วมาถึงขั้นนี้แล้วเอาไงก็เอากัน   ว่าแล้วเค้าก็จ่อหัวควยที่บานเหมือนดอกเห็ดเข้าที่ร่องหีทางด้านหลังในท่าโก้งโค้งแล้วก็ดันเข้าใช้เวลาไม่นานนักหัวควยก็หลุดพรวดเดียวเข้าไปชนมดลูกฉันเสียงดังกึกๆๆ  ตามแรงกระแทกของเค้า
   “โอย....เสียวควยจังเลยเจ๊จ๋า....อูย..ยย.....”  เค้าใช้สองมือจับที่บั้นเอวแล้วซอยไม่ยั้ง  เราคิดว่าหมอนี่ตายอดตายอยากมาจากใหนแม้ในห้องทำงานก็ไม่เว้น แต่ก็ได้เพียงคิด
   “อุ๊ย....ยยย......เค้าก็เสียวนะตัวเอง....ว้าย....ยยย......เค้าแตกแล้วนะ....”ฉันเผลอตัวพูดออกมาด้วยความเคยชินกับผัวคนก่อนๆ  เมื่อยามน้ำแตกฉันจะพูดเพื่อเร่งกระตุ้นผู้ชายเพื่อให้เค้าภูมิใจและเร่งให้ทำเร็วขึ้น
   “เค้าก็จะออกแล้ว....อูย....ซี๊ด...ดด...เสียวควยจังเจ๊จ๋า....” เค้าก็รีบซอยหนักๆ ไม่เกินสิบนาทีฉันรู้สึกอุ่นวาบในช่องคลอดพร้อมๆ กับหีฉันตอดตุ๊บๆๆๆ  เป็นจังหวะซึ่งนั่นบ่งบอกให้รู้ว่าฉันถึงสวรรค์วิมานแล้ว
   “หีเจ๊ตอดดีจังเลย นี่ยังตอดควยเค้าอยู่เลย..แต่เค้าต้องเอาควยออกก่อนนะ..เดี๋ยวไม่ทัน”  ว่าแล้วเค้าก็ถอยตัวออกจากฉันเสียงควยหลุดจากหีซึ่งกำลังตอดอยู่ตุ๊บๆ เสียงดังปล๊อค น้ำหีและน้ำควยที่ออกผสมกันมากมายหยดไหลตามพื้นเป็นทางจนฉันต้องควานหาทิชชูมาเช็ดเพื่อปิดร่องรอยอย่างรีบด่วนหลังจากดึง กกน.มาเข้าที่เรียบร้อยพร้อมเอากระโปรงลง  ส่วนเค้าก็เก็บเจ้าโลกไว้ในกางเกงและรูดซิปแค่นั้นก็เรียบร้อย  แต่ยังทำให้ฉันยืนงงๆ อยู่พักใหญ่ว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นในที่ตรงนี้เมื่อครู่ที่ผ่านมา  มันเหมือนฝันไปจริงๆ  เมื่อหายงงแล้วฉันจึงเปิดประตูทั้งห้องหัวหน้าและประตูใหญ่ห้องรวมเพื่อเข้าห้องน้ำ ก็จะปล่อยไว้ให้น้ำมันไหลออกมาประจานทำไมต้องรีบหาทิชชูพับเป็นแผ่นแทนผ้าอนามัยซับไว้ใน กกน.  เพราะน้ำคนโสดมันหลั่งออกมามากมายจริงๆ 
   หลังจากทุกคนกลับเข้ามาทำงานแล้วไม่มีใครรู้ว่าเมื่อครู่ที่ผ่านมาฉันสร้างวีรกรรมไว้กับหัวหน้า ฉันทำเป็นจับปากกามาเขียนเกี่ยวกับงานที่ฉันรับผิดชอบอยู่พักนึงเพื่อไม่ให้ตื่นเต้นจนเกินไปแต่ก็ไม่หายฉันต้องออกไปเดินเล่นที่ระเบียงทางเดินเข็นคนไข้อยู่พักใหญ่ๆ  จึงกลับเข้ามาทำงานอีกครั้งซึ่งครั้งหลังนี่ถ้าใครแอบสังเกตจะเห็นฉันนั่งอมยิ้มเล็กๆ  เป็นยิ้มที่ให้แก่ความบ้าบิ่นของตัวเองและหัวหน้าที่กล้าเอากันกลางวันแสกๆ ในห้องทำงาน
   เมื่อมีครั้งแรกคงไม่มีใครเชื่อว่ามันจะจบลงแค่นั้น   แน่นอนมันต้องมีตอนต่อๆ ไป  ซึ่งฉันจะเล่าตามความพอใจของฉันเพราะตอนนี้ฉันเป็นอิสระแล้วแยกตัวเองไปอยู่กับลูกไม่ต้องกังวลเรื่องสามีให้กวนใจอีกต่อไป  คอยติดตามนะคะ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 28, 2018, 04:52:38 pm โดย kaithai »

*

ออฟไลน์ flask

  • Senior Member
  • ****
  • 919
  • 315
    • ดูรายละเอียด
Re: เล่นเสียวกับหัวหน้า 1 (5 ตอนจบ)
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2020, 10:53:11 am »
รีบๆแบบนี้ตื่นเต้นสุดๆ​ 

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ