เด็กหญิงที่สวยที่สุดในโลก

เด็กหญิงที่สวยที่สุดในโลก

  • 0 ตอบ
  • 1801 อ่าน
*

ออฟไลน์ kochakan

  • Full Member
  • **
  • 172
  • 281
  • จอมโจรมัจุราช
    • ดูรายละเอียด
เด็กหญิงที่สวยที่สุดในโลก
« เมื่อ: มกราคม 02, 2010, 07:50:08 PM »
ในปี ค.ศ. 1998 เกิดเพลิงไหม้บ้านหลังหนึ่งในเมืองอิพสวิช เขตซัฟโฟล์ก เมื่อเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าไปในบ้านเพื่อช่วยชีวิตคนในบ้าน ก็ไม่พบใครนอกจากโต๊ะเตียงที่กำลังติดไฟ และซากตุ๊กตาตัวหนึ่ง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเกือบจะสรุปว่าไม่มีใครในบ้านหลังนั้นแล้ว แต่เอะใจเมื่อเห็น 'ตุ๊กตา' ตัวนั้นหายใจได้ จึงรู้ว่าเป็นเด็กหญิงคนหนึ่ง!

เด็กหญิงชื่อ แทร์รี คาลฟส์เบิร์ต อายุสิบแปดเดือน ถูกเพลิงคลอกทั้งตัว ไฟทำลายเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของร่างกาย

แต่แทร์รีก็รอดมาได้

สาเหตุของเพลิงไหม้เกิดจากการที่แม่ของแทร์รีทิ้งก้นบุหรี่ตกบนที่นอนของเธอ โดยไม่รู้ เมื่อเพลิงลุกโหมนั้น แทร์รีติดอยู่ในห้องนอน ในวัยขวบครึ่ง เธฮยังไม่รู้ว่าอะไรคืออันตราย

แทร์รีเคยมีผมสีบลอนด์ แต่หลังอุบัติเหตุ ผิวหนังทั่วร่างกายเสียหาย ไม่มีเส้นผม จมูก หู นิ้วมือ เหลือเพียงเท้าข้างเดียว แทร์รีเสียโฉมโดยสิ้นเชิง

ทว่าเคราะห์กรรมยังไม่จบเพียงนี้ ราวหนึ่งปีให้หลัง แม่ของแทร์รีเดินออกจากชีวิตของเธอไป เพราะทนรับความรู้สึกผิดและทนดูลูกในสภาพเช่นนี้ไม่ได้



แทร์รีผ่านการผ่าตัดนับครั้งไม่ถ้วน เฉพาะช่วงสามปีแรกสิบหกครั้ง ทุกครั้งไม่มีใครรู้ว่าเธอจะรอดชีวิตหรือไม่

จนถึงวันนี้ในวัยสิบสองขวบ แทร์รีผ่านการผ่าตัดมาแล้วกว่าหกสิบครั้ง และจะต้องผ่าตัดไปอีกตลอดชีวิต

แทร์รีจำความเหตุการณ์ตอนไฟไหม้ไม่ได้ แต่จำการผ่าตัดหลายครั้งในโรงพยาบาลได้ เธอจำได้ว่าทุกครั้งพ่อของเธออยู่ข้างเธอตลอดเวลา

หมอสร้างผิวหนังใหม่แก่เธอ ผ่าตัดจมูกและริมฝีปากให้เธอใหม่ ไม่เพียงเธอกลายเป็นคนพิการ ยังอัปลักษณ์ด้วย

กระนั้นเธอก็ยังยิ้มได้ สามารถหัวเราะอย่างร่าเริง แววตาคู่นั้นส่งประกายสดใสเหมือนเด็กที่มีความสุขทั้งหลาย



หลังจากแม่จากไป พ่อลาออกจากงานมาดูแลเธอเต็มตัว เป็นช่วงชีวิตที่ทั้งครอบครัวลำบากทั้งกายและใจ แต่พ่อก็ไม่เคยสิ้นหวัง อยู่ให้กำลังใจเธอมาโดยตลอด

แทร์รีบอกว่า "ฉันกับพ่อสนิทกันมาก พ่อจะมาอยู่ด้วยในโรงพยาบาลทุกครั้งที่ต้องผ่าตัด นอนบนเตียงข้างๆ ฉัน ดูแลฉัน พ่อพูดจาให้กำลังใจฉันเมื่อฉันอยู่ในสภาพแย่ พ่อทำให้ฉันใจเย็นลง..."

แทร์รีบอกว่า "พ่ออาบน้ำและแต่งตัวให้ฉัน แต่ตอนนี้ไม่ต้องแล้วละ ฉันโตพอดูแลตัวเองได้แล้ว"



หลวงวิจิตรวาทการเขียนกลอนบทนี้ราวครึ่งศตวรรษก่อน :

เป็นการง่ายยิ้มได้ไม่ต้องฝืน
เมื่อชีพชื่นเหมือนบรรเลงเพลงสวรรค์
แต่คนที่ควรชมนิยมกัน
ต้องใจมั่นยิ้มได้เมื่อภัยมา

แต่จะมีใครสักกี่คนในโลกที่สามารถยิ้มได้ในวันประสบภัย? ยิ่งยิ้มยากเย็นเป็นทวีคูณหากภัยนั้นคือการอยู่ในสภาพตกนรกทั้งเป็น ตอนที่เธอเข้าโรงเรียนใหม่นั้น แทร์รีบอกว่ากลัววันแรกมาก "ฉันวิตกว่าคนอื่นจะคิดยังไงกับฉัน แต่พอฉันนั่งที่โต๊ะกับเด็กอื่นๆ เราก็เริ่มคุยกัน และเป็นเพื่อนกัน"

เธอหัวเราะอย่างร่าเริง "ฉันคิดว่าหนึ่งในนั้นจะเป็นแฟนฉัน ฉันกำลังรอเขาโทร.มาหา"

เธอกระซิบยิ้มๆ ว่า "แต่ฉันคิดว่าถ้าเขาไม่โทร.มา ฉันจะโทร.ไปหาเขาเอง"



หลายปีหลังจากแม่จากไป พ่อแต่งงานใหม่ เธอชอบแม่คนใหม่มาก และในพิธีแต่งงาน แทร์รีเป็นหนึ่งในเพื่อนเจ้าสาว เธอเลือกชุดสีแดงที่เธอชอบ แน่นอนเธอสวมวิกปิดบังศีรษะที่ไร้เส้นผมของเธอ

เธอมีวิกหลายอัน เธอยังรักสวยรักงาม เต็มเปี่ยมด้วยความรักและการมองโลกในแง่ดี

แทร์รีใช้ชีวิตปกติ สนุกกับการเรียน ใช้ชีวิตเช่นคนทั่วไป เมื่อถึงเวลาต้องไปผ่าตัดก็ไป

สิบปีหลังจากจากไป แม่กลับมาหาเธออีกครั้ง แทร์รีบอกว่าเธอยกโทษให้แม่

"ฉันไม่โกรธแม่ที่เป็นคนจุดไฟ ฉันโชคดีที่แม่กลับคืนสู่ชีวิตของฉันอีกครั้ง"

คนบางคนยิ้มได้เมื่อภัยมา เป็นรอยยิ้มนั้นเองที่ทำให้เรือนร่างไม่สมประกอบเป็นสิ่งมีชีวิตที่สมบูรณ์ ที่สุด และใบหน้าอัปลักษณ์กลายเป็นใบหน้าที่สวยที่สุดในโลก


วินทร์ เลียววาริณ
12 กันยายน 2552
พิมพ์ครั้งแรก : เปรียว 2552


คมคำคนคม

The weak can never forgive. Forgiveness is the attribute of the strong.

คนอ่อนแอไม่สามารถให้อภัยใครได้
การให้อภัยเป็นคุณลักษณ์ของคนแข็งแกร่ง


Mahatma Gandhi
มหาตมะ คานธี


เครดิต


 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ