พรหมลิขิต ผิดคิว 16-17

พรหมลิขิต ผิดคิว 16-17

  • 1 ตอบ
  • 11591 อ่าน
*

ออฟไลน์ darky

  • Veteran Member
  • ******
  • 1977
  • 21236
    • ดูรายละเอียด
พรหมลิขิต ผิดคิว 16-17
« เมื่อ: มกราคม 19, 2010, 01:07:32 am »
ตอนที่ 16  โดย  ช.ชัชวาลย์

“เป็นไรไอ้เสือ ทำหน้ายังกะท้องผูก หรือว่าโรคบิด.. ปกติเห็นพูดไม่หยุด เดี๋ยวนี้หงอยยังกะไปติดหวัด 2009 มางั้นแหละ”
“เซ็งว่ะ พล ยัยพยาบาลเดือนทำแสบ”
“อ่าว... เอ๊ะ.. ทำอะไร ก็หล่อนลาออกไปแล้วนิ”
“นั่นแหละ... แต่ก่อนจากมีทิ้งหมัดน๊อคไว้ด้วย”
“หืมม... อะไรหมัดน๊อค”
“ก็หล่อนดันไปบอกน้องแพร ว่าเราเคยมีอะไรกัน ไปต่อว่าด่ากราดน้องแพรว่าแย่งชั้นไปจากหล่อน เนี่ย น้องแพรยังโกรธชั้นอยู่ไม่ยอมฟังชั้นอธิบายอะไรเลย ไปที่บ้านก็ไม่ยอมออกมาหา โทร.ก็ไม่รับสาย จะบ้าตาย..”
“เวรกรรม.. งานเข้าล่ะแก ก็เคยเตือนแล้ว ไหนบอกไม่มีปัญหา แค่สนุกๆ ขำๆ ด้วยกัน แล้วมาตอนนี้ดันขำไม่ออก หึหึหึ กรรมตามสนองแกแล้วล่ะ เมื่อก่อนละคิดว่าตัวเองหล่อมีเสน่ห์ เที่ยวฝังเสน่ห์ไปทั่ว เดี๋ยวนี้มานั่งอมทุกข์ ฮ่ะๆๆ”
“เออๆๆ.... แหม.. ได้ทีละขี่ช้างกระทืบเลยนะ แต่ชั้นก็เลิกแล้วนี่ ก็บอกแล้วน้องแพรคือคนสุดท้าย และจะเป็นคนเดียวที่ชั้นจะใช้ชีวิตร่วมทุกข์สุขด้วย นี่แก ถ้าไม่คิดหาทางช่วยเพื่อนก็อย่ามาซ้ำเติม คนยิ่งกลุ้มๆ”
“เออน่า แกยังเคยช่วยชั้น ว่าแต่เรื่องที่จะให้เถ้าแก่ไปสู่ขอนี่จะฟาล์วหรือเปล่าละ ว่าที่คู่หมั้นหลบหนีหน้าอยู่อย่างงี้”
“นี่แหละ ที่ชั้นกลุ้ม พ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ ท่านผอ. ก็ติดต่อไปแล้ว หาฤกษ์หายามกันแล้วด้วย ถ้าไปถึงบ้านน้องแพร เจ้าหล่อนปฏิเสธไม่รับหมั้นชั้น ก็เสียหน้าผู้ใหญ่หมดสิ คิดว่าตอนนี้แพรไม่ยอมรับชั้นแน่ๆ ถ้าเป็นอย่างนั้น ชั้นคงต้องลาออกจากงานไปอยู่ร้านขายพลอยกับพ่อแม่แล้วล่ะ”
“เฮ่ยๆ แกรักที่จะเป็นหมอไม่ใช่เหรอ มาทิ้งอุดมการณ์ตัวเองกลางคันได้ไง อุตส่าห์หนีจากกิจการร้านพลอยมาเรียนหมอ เหอะน่าเพื่อน น้องแพรเค้าก็รักแกมาก ชั้นรู้ มาเจอกิ๊กเก่าแกไปด่าแบบนี้ก็คงมีเสียใจเป็นธรรมดา เอางี้ เรื่องใจผู้หญิงมันต้องให้ผู้หญิงด้วยกันเกลี้ยกล่อม ชั้นจะปรึกษาภาเค้าก่อนคงจะพอหาทางช่วยได้ ตอนนี้แกก็เตรียมงานหมั้นอย่างเดียว ชั้นจะช่วยทางอื่นให้ โห่.... มาซึมเศร้าเพราะผู้หญิง เสียชื่อเพลย์บอยหมด สบายใจได้ ตกลงมั้ย เพื่อน”
“อืมม ขอบใจ เพลย์บอยน่ะ มันเป็นอดีตไปแล้ว เอ๊ะ มะกี้แกเรียกพี่ภาว่าไงนะ”
“อ่ะ เอ่อ ภาไง ทำไม... แปลกเหรอที่จะเรียกชื่อเมียอย่างง้าน ชั้นขอภาแต่งงานแล้ว และภาก็ตอบตกลงรับหมั้นแล้วด้วย ชั้นทำโฮลอินวันไปแล้วนะเว้ยย ฮ่ะๆๆ แกนะรีบๆ เคลียร์กับน้องแพรให้จบเร็วๆ อาจจะได้มีงานแต่งพร้อมกันไปเลย”
“โห แกนี่ข้ามหน้าชั้นไปแล้วนะ ไม่ยอมๆ ขนาดชั้นตีกรอกหลุมไปหลายทีล่ะ แต่ดันมาโดนจับฟาล์วสั่งแบน โดนดรอปลูกออกห่างหลุมเลย เสียแต้มหมด โอเค จะรีบเคลียร์ ขอบใจนะเพื่อน”....


ในออฟฟิตของวิภาวรรณ ตลอดหลายสัปดาห์ผ่านมาพนักงานทุกคนต่างเห็นความเปลี่ยนไปของวิภาวรรณ แรกๆ ถึงกับอ้าปากค้างกันเป็นแถบๆ เจ้านายสาวใหญ่ เดินเข้าออฟฟิตด้วยท่าทียิ้มแย้มสดใส การแต่งกายจากที่เคยเรียบๆ ชุดสูตรกลายเป็นบางวันกลับแต่งกายด้วยชุดเดรสหวานๆ ผมที่เคยเกล้ารวบมัดไว้เป็นมวย กลับปล่อยยาวสลวยรับกับใบหน้ารูปไข่มีแค่เพียงที่คาดผมคาดไว้ ปล่อยปอยผมบางๆ ตกมาข้างหน้าแบบผมม้า สวยหวานกว่าเดิมไปมาก เดินผ่านพนักงานทีไร จะมีเสียงกระซิบกระซาบกันเป็นแถว ขนาดแพรวาคนสนิทชิดใกล้แท้ๆ ยังอดแปลกใจไม่ได้ จึงเดินเข้าไปในห้องผู้จัดการ
“อะแฮ่ม... แหมช่วงนี้อินเลิฟซะออกหน้าออกตาเลยนะคะ พี่ภา เพื่อนๆ ในออฟฟิตเม้าท์กันให้แซ่ด”
ขณะที่เอามือลูบป้อยๆ ที่นิ้วนางข้างซ้าย ใบหน้าอิ่มเอิบยิ้มตาลอย วิภาวรรณได้ยินเสียงทัก ก็สะดุ้งเล็กน้อย
“อุ้ย แหวนสวยจังเลย นี่อย่าบอกนะคะว่า...” แพรวายังพูดไม่จบ ก็เห็นวิภาวรรณพยักหน้ารับยิ้มระรื่น
“ว้าววว พี่พลนี่ช่างโรแมนติก กลับมาปุ้บก็มีเซอร์ไพร้ส์ปั้บ มิน่าพี่ภาเปลี่ยนไปมากเลย สวยจนลูกน้องหลายคนอิจฉาว่าจะเกินหน้าสาวๆ รุ่นน้องไปแล้วนะคะนี่”
“แล้วแพรล่ะจ๊ะ อย่ามาแซวแต่พี่ เห็นคุณหมอธร ส่งดอกไม้ให้ทุกวัน จะได้ฤกษ์หมั้นวันไหนละจ๊ะ”
“คงไม่มีแล้วละคะ พี่ภา..” แพรวาอารมณ์เปลี่ยนวูบ ตาเศร้าขึ้นทันที
“อ้าว ทำไมละจ๊ะ”
“พี่หมอเค้ามีคนอื่นก่อนแพรแล้ว แต่ก็ปิดบังแพร แพรยังโดนแฟนเก่าเค้าด่ามาไม่กี่วันนี่เองว่าแพรเป็นคนแย่งแฟนเค้า พี่หมอหลอกแพรมาตลอด เสียแรงที่รักและไว้ใจ” น้ำตาไหลรินพูดไปปนสะอื้น
“โธ่ แพร... แพรแน่ใจแล้วเหรอ ฟังพี่นะแพร พี่คิดว่าหมอเค้าคงจะรักแพรจริงๆ แต่ว่าไปตามประสาผู้ชายเค้าอาจจะมีคนอื่นก่อนหน้านี้ แต่พี่ดูๆ แล้วกับแพรนี่ เค้าก็สม่ำเสมอกับแพรมาตลอด พี่ว่าแพรอย่าเพิ่งด่วนสรุปอะไรก่อนเลย นะจ๊ะ คนดี พี่ไม่อยากให้แพรมาเสียใจทีหลัง” วิภาวรรณเข้าไปโอบร่างอวบเข้ามากอดปลอบใจ
“แต่มันน่าโกรธนี่คะพี่ภา แพรโดนด่ากลางห้างว่าแย่งผัวชาวบ้าน คนเห็นกันทั่ว แพรอายเค้าจนไม่รู้เอาหน้าไปไว้ไหนแล้ว”
“ผู้หญิงคนนั้นเค้าอาจจะหลงรักคุณหมอข้างเดียวก็ได้ เลยหึง แต่พี่ว่ามันอยู่ที่คุณหมอมากกว่าว่าเค้าเลือกใครแคร์ใคร พี่เข้าใจแพรจ๊ะ คนเรารักมากก็เจ็บปวดมาก พี่เองก็เคยประสบมา เอางี้นะจ๊ะ พี่จะลองคุยกับพลอีกที เค้าเพื่อนสนิทกันน่าจะรู้อะไรบ้าง พี่ไม่อยากให้แพรต้องมาทุกข์ใจอีก ตอนนี้ก็ทำใจให้สบายก่อนนะจ๊ะ”
“ขอบคุณค่ะ พี่ภา แพรจะพยายาม”....

เมื่อถึงเวลาเลิกงาน สองสาวต่างวัยก็เดินออกมาพร้อมกันอย่างเช่นเคย มาถึงล้อบบี้ ก็เห็นวีรพลนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“พล มารอนานแล้วเหรอคะ”
“เพิ่งมาได้สักครู่ครับ” วิภาวรรณอยากจะเดินเข้าไปโอบเกี่ยวแขนเขาอย่างที่ใจอยากทำ แต่ตอนนี้ยังไม่กล้า เพราะยังมีพนักงานบางส่วนยังไม่กลับ ทุกคนต่างจ้องมาที่หล่อนกับวีรพล แล้วก็หันหน้าไปกระซิบกระซาบกันระริกระรี้ แพรวาลอบมองเห็น ก็ทำตาถลึงโบ้ยหน้าไล่ จึงพากันรีบเก็บข้าวของกันต่อ
“เอ๊ะ แล้วหมอธรละคะ ไม่มาด้วยเหรอคะ พี่ภาก็เพิ่งนึกได้ว่าไม่เจอหน้าคุณหมอมาหลายวันแล้ว”
“อ่อ ธรมันยุ่งน่ะครับพี่ จะรีบเคลียร์งานให้เสร็จก่อนหมอคนใหม่จะมาแทน จนไม่มีเวลาพักผ่อนโทรมเป็นผีตายซากแล้วตอนนี้”
“อ้าว ทำไมละคะ”
“ก็มันบอกจะลาออก ไปอยู่กับพ่อแม่แล้ว ผมก็เพิ่งไปหามันที่อพาร์ทเม้นท์ นอนซังกะตายอยู่นั่น น้องแพร ไม่ไปเยี่ยมมันหน่อยเหรอ เป็นแฟนกันก็น่าจะไปเยี่ยมหน่อยน๊า แบบนี้มันเสียใจแย่”
“ช่างเถอะคะ พี่พล เค้าจะเป็นยังไงก็ไม่เห็นเกี่ยวกับแพร แพรกลับก่อนนะคะ บายคะพี่ภา พี่พล” แพรวาทำหน้าบึ้งอารมณ์บ่จอย เมื่อได้ยินชื่อธนธรณ์ ลาทั้งสองคนแล้วรีบเดินฉับๆออกไป โดยไม่ฟังเสียงใคร วีรพลกับวิภาวรรณยังไม่ทันได้กล่าวอะไรต่อได้แต่ถอนใจและส่ายหน้าอย่างเห็นใจแล้วจึงพากันเดินมาขึ้นรถ พอขึ้นไปนั่งบนรถได้วีรพลก็หอมแก้มฟอดใหญ่
“อุ้ย... พล เดี๋ยวพนักงานก็มาเห็นหรอก เดี๋ยวนี้พากันซุบซิบเรื่องภาใหญ่แล้ว”
“จะเป็นไรละครับ ต่อไปผมจะประกาศให้รู้ทั่วออฟฟิตเลย จะได้ไม่ต้องซุบซิบ ภาจะอายทำไม อีกหน่อยเราก็จะแต่งงานกันแล้ว ยังไงเขาก็ต้องรู้กันอยู่ดี ผมกะว่าจะเชิญทั้งออฟฟิตไปร่วมงานของเราเลยนะ”
“ที่จริงภาไม่อยากให้จัดงานเลยคะ พล แค่จดทะเบียน มีงานเลี้ยงเฉพาะเพื่อนๆ กันเองก็พอแล้ว แค่ภารู้ว่าพลรักภา แค่นี้ก็พอใจแล้ว”
“หื๊ออ ไม่เห็นจะเป็นไร ดีเสียอีกเค้าจะได้รู้ว่าผมรักภาแค่ไหน ถึงแม้อายุเราจะต่างกัน แต่ผมก็ไม่เห็นว่าจะเป็นเรื่องสำคัญ จะมีคนอิจฉาผมเสียอีกที่มีเจ้าสาวสุดสวยทั้งทำงานเก่งมาร่วมเป็นคู่ครอง ใครจะเชื่อว่าเราห่างกันตั้งเกือบ 20 ปี จะมีก็แต่พนักงานธนาคารของภาแหละที่รู้ ผมจะเป็นเจ้าบ่าวประชันกับเจ้าธร อย่างไม่อายเลยล่ะ หึหึ”
“แล้วคุณหมอธรเค้าจะลาออกจริงเหรอคะ”
“เปล่าหรอก ผมแค่หลอกน้องแพร ลองพิสูจน์ดูว่าแพรจะว่ายังไง”
“อ่าว ป่านนี้แพรไม่โกรธงอนตุ้บป่องไปแล้วเหรอ แพรเค้ายิ่งเสียใจอยู่ตอนนี้”
“ผมก็สงสารธรมัน มันรักและจริงใจกับแพรมาก ตั้งแต่รู้จักกันมาธรมันก็เจ้าสำราญ เพลย์บอย ก็เพิ่งมาเห็นมันเฮิร์ทมากๆ ก็ตอนนี้แหละ ผมเคยเตือนมันแล้วเรื่องคบผู้หญิง แล้วก็โดนเข้าจนได้ ผมเลยอยากให้ภาช่วยพูดกับแพรหน่อย ธรมันรักแพรจริงๆ ไอ่ที่เจ้าชู้มันเลิกหมดแล้ว”
“ภาก็พยายามเกลี้ยกล่อมแพรอยู่คะ ยังไงภาก็รักเหมือนน้องสาวแท้ๆ คนนึง อยากจะให้เค้าคบคนดีๆ อย่างคุณหมอ แล้วนี่เราจะทำยังไงคะ สองคนถึงจะยอมเข้าใจกัน”
“รอดูสักพักครับ ให้ธรมันพิสูจน์ตัวเองด้วยว่ามันรักแพรอย่างจริงใจ ผมเชื่อมั่นอย่างนั้น ความรักความจริงใจซะอย่าง สามารถผ่านอุปสรรคเอาชนะทุกอย่างได้หมด ผมว่าน้องแพรก็คงไม่ตัดเยื่อใยขนาดนั้นหรอก”
“คะ ผู้หญิงน่ะ ถ้าได้มอบหัวใจให้ใครแล้วมันก็ยากที่จะตัดขาด ถึงจะมีโกรธบ้าง ยังไงก็ยังมีเยื่อใยอยู่ดี ยังดีนะคะ แพรเค้าไม่โกรธถึงขั้นไปทำร้ายหมอธรหรือทำร้ายตัวเอง ผู้หญิงน่ะ บทจะร้ายก็อาจถึงฆ่าคนได้นะคะ พลก็ระวังเถอะ ภารู้ว่ามีคนอื่นจะฉีกเนื้อเป็นชิ้นๆ เลย”
“อ่าว ไปกันใหญ่เลย ไหง๋มาลงที่ผมล่ะ โธ่... ผมจะมีใครอีก ทำงานทั้งวันกลับมาถึงบ้านก็มียอดยาหยีหน้าหวานรอรับด้วยรอยยิ้มให้กำลังใจอย่างนี้ ยังจะมีใครอีก ผมไม่ได้อยากหาเรื่องวุ่นวายมาให้ครอบครัวหรอกนะ แค่มีลูกเมีย ครอบครัวอยู่กันอย่างมีความสุข แค่นี้ก็พอแล้ว ภามีลูกให้ผมนะ นะนะ..”
“มันขึ้นอยู่กับว่าคุณพ่อจะมีความสามารถแค่ไหน คิคิคิ”
“อ่า...ดูถูกกันแบบนี้ ฮึ่ม....ให้ถึงบ้านก่อนเถอะ จะพิสูจน์ให้เห็น เอ..หรือจอดข้างทางนี่เลย ว่าไงจ๊ะ ที่รัก” วีรพลชะลอรถทำทีจะเลี้ยวรถจอดข้างทางจริงๆ มองหน้าวิภาวรรณด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
“บ้า.....อย่ามาทำพิเรนนะ ....คนลามก... ไปถึงบ้านก่อน จะคอยดูว่าจะเก่งอย่างที่ปากพูดหรือเปล่า คิคิคิ” หล่อนลอยหน้าพูด ยิ้มมุมปาก มองเค้าด้วยหางตา กลั้นหัวเราะนิดๆ วีรพลได้ยินคำท้าก็รีบกระชากรถออกทันที..........

“พี่หมอ ทำอะไรอยู่? ไหนว่าไม่สบาย”
“แพร!!... มาที่นี่ทำไม”
“เห็นพี่พลบอกว่าพี่หมอไม่สบาย ก็ไม่เห็นเป็นอะไรนี่ ดูท่าทางสบาย คงจะเคลียร์งาน ลาออกแล้วไปอยู่กับแม่เดือนคนนั้นละสิ” ธนธรณ์ขมวดคิ้วนิดๆ พอคิดได้อีกที เจ้าเพื่อนรักคงจะโกหกแพรวาแน่ๆ คงจะวางแผนอะไรสักอย่าง ไวเท่าความคิดเค้าก็รีบปรับสีหน้าหมองหม่น นัยน์ตาเศร้า
“ก็นิดหน่อย ไม่เป็นอะไรมากหรอก ที่ว่าจะลาออกเพราะคิดว่าไม่รู้จะอยู่ไปทำไม ทำงานเป็นหมอเหนื่อยก็เหนื่อย กลับไปอยู่บ้านอยู่ร้านพลอยน่าจะสบายกว่าเยอะ แล้วแพรจะมาสนใจพี่ทำไม พี่มันคนเจ้าชู้ ไม่ใช่คนดิบดีที่แพรจะต้องมาห่วงนี่” ว่าแล้วก็ลุกขึ้นจะเดินหลบหน้าหนี
“พี่หมอ อย่าประชดแพรอีกเลย แค่นี้แพรก็ปวดใจจะแย่อยู่แล้ว” ร่างน้อยๆ แต่อวบอั๋นถลาเข้ากอดซบอกธนธรณ์สะอื้นเบาๆ แต่เขาแอบยิ้มโดยที่แพรวาไม่เห็น
“พี่หมอบอกแพรสิคะ ว่าพี่หมอไม่ได้รักแพร แพรจะไม่มายุ่งวุ่นวายกับพี่หมออีก”
“ใครว่า พี่น่ะรักแพรที่สุด แต่แพรไม่ฟังพี่เลย พี่ยอมรับพี่เคยมีสัมพันธ์กับหญิงมาหลายคน แต่เราก็เคยคุยกันก่อนแล้วว่าจะไม่มีอะไรผูกพัน ไม่เคยคิดจริงจัง มีแต่แพรเท่านั้นที่พี่แคร์ แพรคือคนที่พี่เลือกแล้วว่าจะเป็นคู่ชีวิต พี่ยอมเลิกที่เคยเสเพลมาก่อน แพรก็เอาแต่โกรธ ไม่ฟังกันมั่งเลย รู้มั้ยพี่จะอกแตกตายแล้ว กลัวงานหมั้นจะฟาล์ว อาทิตย์หน้าพี่เตรียมผู้ใหญ่ไปบ้านแพร ทำการสู่ขอให้เป็นเรื่องเป็นราวแล้วเนี่ย”
“อา... พี่หมอ.... จริงเหรอคะ”
“จริงสิ นี่มาดูนี่ พี่เตรียมแหวนไว้แล้ว แพรชอบมั้ย” ธนธรณ์จูงมือไปที่โต๊ะทำงานในห้อง ดึงลิ้นชักออกมา หยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงกะทัดรัด แล้วเปิดออกมา คว้ามือแพรวาขึ้นมาแล้วหยิบแหวนมาที่นิ้วนาง
“อยากให้แพรลองดูว่ามันใส่พอดีมั้ย ถ้าไม่พอดี พรุ่งนี้เราไปที่บ้านพี่ ไปรู้จักพ่อแม่พี่ด้วย แล้วเราค่อยเลือกกันใหม่ พี่จะสั่งทำตามใจแพร อยากได้แบบไหน เอาให้สวยที่สุดเลย” แล้วก็สวมแหวนเข้าไป มันหลวมนิดหน่อย
“ถ้าเป็นของพี่หมอ แพรว่ามันสวยหมดแหละคะ แต่นี่ออกจะหลวมไปหน่อย”
“จ๊ะ งั้นพรุ่งนี้เราไปที่บ้านพี่ แล้วพี่จะให้แพรเลือก อยากได้รูปแบบไหนพี่จะสั่งช่างที่บ้านทำให้” แพรวายิ้มทั้งน้ำตา กอดกระชับแฟนหนุ่มแน่น
“ขอแค่พี่หมอรักแพร แค่นี้แพรก็ดีใจแล้ว ไม่ขออะไรอีกแล้ว”
“หายโกรธพี่แล้วเหรอ?”
“คะ อยากจะโกรธ แต่แพรทำไม่ลง พี่หมอก็รู้ว่าแพรรักพี่หมอแค่ไหน แค่พี่พลบอกว่าพี่หมอไม่สบาย ใจหายเป็นห่วงแทบแย่ แพรถึงได้รีบมาเนี่ย พี่พลนะพี่พล เจ้าเล่ห์จริงๆ”
“ถ้าพลมันไม่ทำอย่างนั้น พี่จะรู้หรือว่าแพรรักและเป็นห่วงพี่ ต้องขอบคุณมันซะอีก นี่ รู้มั้ย พลมันล้ำหน้าพี่ไปแล้วนะ มันขอพี่ภาแต่งงานแล้ว แบบนี้พี่ไม่ยอมแพ้มันหรอก”
“อึ้ยยย.... เพื่อนกันแท้ๆ ยังจะแข่งขันเอาชนะคะคานกันไปได้”
“ไม่รู้ล่ะ ถ้าเราแต่งงานมีลูกช้ากว่ามัน มันได้เย้ยพี่ตายเลย พี่เป็นคนท้ามันก่อนด้วย”
“บ้า.. พี่หมอ ไปท้าเค้าทำไม แต่แพรว่าเราน่าจะมีก่อนนะ เพราะเรา.. เอ่อ..แพรไม่ได้ป้องกันเลยอ่ะ”
“หึหึ... อย่าประมาทมัน พี่ภาให้มันกินขนมเค้ก ตั้งแต่งานฉลองวันเกิดกับขึ้นบ้านใหม่เมื่อต้นเดือนที่แล้วโน่น พลมันบอกพี่ ไอ่นี่มันน้ำนิ่งไหลลึก”
“ไม่เห็นเกี่ยวกับขนมเค้กเลยนี่ พี่หมอพูดอะไร แพรงง” แพรวาใสซื่ออินโนเซนท์ ธนธรณ์มองตาแพรวายิ้มมีเลศนัย สองมือโอบสะโพกรั้งเข้าหาตัวเขา บีบคลึงไปมา แล้วก็เลื่อนขึ้นแผ่นหลัง โอบแนบ ประกบจูบแพรวาที่ตอนนี้ยังตั้งตัวไม่ติด
“ช่างเถอะ พี่ไม่สนขนมเค้กหรอก ตอนนี้พี่อยากกินขนมหม้อข้าวหม้อแกง รสชาติหวานมันกว่ากันเยอะ”
“อุ้ย... พี่หมอ อะไรเนี่ย ปล่อยคะ อะไรขนมหม้อข้าวหม้อแกง... แพรไม่รู้เรื่อง แพรจะกลับบ้านแล้ว” แล้วกัน ป่านนี้แพรวายังไม่เข้าใจความหมายเลย แต่มีหรือธนธรณ์จะยอมให้แม่ขนมไทยหลุดลอยไปโดยไม่ได้ลิ้มรส
“โธ่แพร ไม่เห็นใจกันบ้างเลย ปล่อยให้คิดถึงหลายวัน ขอชื่นใจหน่อยก็ไม่ได้ แบบนี้รักพี่จริงหรือเปล่าไม่รู้” โดนเข้าไม้นี้ ความใสซื่อของแพรวา ก็อดใจอ่อนไม่ได้ หยุดการดีดดิ้นขัดขืนเขาทันที
“รักสิคะ เป็นห่วงแทบแย่ รู้หรือเปล่า แพรกลัวพี่หมอลาออกแล้วหนีแพรไป แพรบ้าตายแน่ๆ”
“ไม่หนีหรอก แพรก็อย่าหนีพี่สิ มามะ มาเปิดขนมหม้อข้าวหม้อแกงกินกัน เดี๋ยวพี่จะให้แพรกินข้าวหลามหนองมน ฮิฮิฮิ ฮะฮะฮะ” ยังจะมีหน้าติดตลก ว่าแล้วธนธรณ์ก็รวบจูบแพรวาอีกครั้ง ตอนนี้หล่อนพอจะรู้แล้วว่าเขาหมายถึงอะไร วัวเคยขาม้าเคยขี่ ไม่ต้องยืดเยื้ออะไรมาก ต่างยืนแลกจูบกันอย่างเร่าร้อนและเนิ่นนาน ธนธรณ์ประคองแพรวาไปนั่งที่เก้าอี้ข้างหน้าโต๊ะทำงาน นั่งลงดึงร่างแพรวาเข้าประกบ แพรวาก็นั่งทับตักแลกจูบกับเขา ธนธรณ์ลูบไล้ไปตามตัวสอดมือเข้าไปในชุดยูนิฟอร์ม แต่ยังไม่ผ่านซับในอีกชั้น เขาจึงค่อยๆ ปลดกระดุมแล้วถอดออกไปด้านหลังวางโยนมันขึ้นโต๊ะไป เหลือแต่เสื้อซับในสีขาวบางๆ มือเขาลูบบีบเคล้นตามตัว แล้วก็ไปหยุดที่หน้าอกอวบอึ๋ม แพรวาแม้จะตัวเล็กกว่าวิภาวรรณ ผิวคล้ำกว่า แต่ด้วยวัยสาว จึงเปล่งปลั่งอวบอิ่ม ผิวพรรณเนียนนวล ที่ไม่แพ้วิภาวรรณก็ตรงที่หน้าอก มันกลมเป็นเต้าชัดเจนยิ่งถ้าหากสวมเสื้อรัดรูปด้วยแล้ว จะล้ำหน้าเด่นเลยทีเดียว ใครเห็นเป็นต้องมองจนคอเคล็ดแน่ๆ อกแพรวาอาจจะใหญ่กว่าด้วยซ้ำ ธนธรณ์จูบหล่อนไปมือตะบบอกนิ่มได้ ก็บีบลูบคลำ
“พี่หมอขา.. แพรยังเจ็บหน้าอกอยู่เลย แต่มันก็สยิวยังไงไม่รุ”
“ก็ของแพรมันอวบยั่วยวนพี่นิ อยากจะขยำให้หนำใจ แต่ขอถนอมไว้ให้ชื่นใจนานๆ”
“ซี้ดด... ถนอมแล้วบีบหัวนมทำไม อู้ยย.. ซี้ด ทั้งเจ็บทั้งเสียว”
“อยากให้แพรเสียวมากๆ นี่จ๊ะ ไม่ชอบเหรอ”
“ถามได้ ไม่ชอบจะให้พี่บีบคลึงอยู่เหรอ อูยย....อีกข้างนึงคะ”
ปล่อยให้ธนธรณ์บีบขยำหน้าอก แพรวาก็จูบกับเขาต่อ
“ถ้าอยากจูบให้ได้อารมณ์ แพรต้องดุนลิ้นแล้วตวัดไปรอบๆ นะจ๊ะ อย่างที่เราเคยดูหนังไง แพรจ๋า”
“ในหัวพี่หมอเนี่ย มีแต่หนังโป๊หรือไง ลามกจริงๆ นึกว่าจะมีแต่เรื่องทางการแพทย์ วิธีการรักษาโรคซะอีก”
“อ่าว...คนไม่ลามก มานั่งกอดจูบ ให้เขาบีบนม แล้วไม่ชอบหรือไง เราจะได้เย็ดกันได้อย่างมีอารมณ์”
“ม่ายชอบ.... คิคิคิ.....” แล้วแพรวาก็จูบปากเขาอีก อ้าปากแลบลิ้นตวัดเลียไปทั่วโพรงปากหมอหนุ่ม สลับดูดไปมา จนน้ำลายเลอะรอบริมฝีปากทั้งคู่ พอถอนปากออก ก็ยังติดเป็นเส้นสายเหนียวยืดเป็นทาง แพรวาลุกขึ้นถอดเสื้อซับในกับกระโปรงมินิสเกิ๊ร์ตออก บราเซียลายลูกไม้อีกตัวนึง เหลือแต่กางเกงในลายลูกไม้บางจิ๋วกับถุงน่องแบบมีสายรั้ง ธนธรณ์ก็ถอดเสื้อออกพร้อมกางเกงหมดล่อนจ้อน นั่งบนเก้าอี้ตามเดิม แพรวานั่งคุกเข่าต่อหน้าเขาเหมือนรู้หน้าที่ ไม่รู้ได้ไง ถึงหล่อนจะไม่ค่อยประสีประสา แต่เมื่อเคยได้ลิ้มลองรสชาติของการเย็ดจากแฟนหนุ่มมาแล้วหลายครั้ง จึงไม่จำเป็นต้องบอกอะไรมากมาย
“อืมม.. นี่หรือข้าวหลาม ขอแพรชิมหน่อย” พูดพลางเหลือบขึ้นมองตาแฟนหนุ่มอย่างเย้ายวน คว้าท่อนข้าวหลามได้ก็กำรูดขึ้นลงเบาๆ ธนธรณ์กระหยิ่มในใจ แฟนสาวหัวไวใช่เล่น หล่อนอ้าปากอมเม้มริมฝีปากรูดขึ้นจนสุดปลายแล้วก็ตวัดลิ้นเลียไปรอบๆ หัวหยักแล้วก็อมรูดใหม่
“อูววว แพรจ๋า ปากแพรดูดดีจัง พี่เสียวจี้ดเลย ซี้ดด.... แพรใช้มืออีกข้าง ลูบหีไปด้วยซิจ๊ะ จะได้เสียวไปด้วยกัน อาาา.. อย่างง้าน”
“อืมม ของพี่ก็เริ่มแข็งและใหญ่ขึ้น คับปากแพรเลย อูยย... ลูบไปด้วย ซี้ด.....มันเสียวดีอะไรอย่างนี้”
“ไม่ต้องห่วงอะไรแล้วแพร จะเย็ดกัน พูดให้มันหมดเปลือกเลย จะได้เงี่ยนมากขึ้น แพรเอานิ้วแยงไปด้วย อา... ดูดด้วยอย่างง้าน”
“แพรเมื่อยปากแล้วค่ะ พี่หมอขา เสียวหีด้วย พี่ธร เอ่อ. ยะ เย็ดแพรเถอะ” ถึงแม้จะเคยเย็ดกันบ่อยครั้ง หล่อนก็ยังไม่ชิน แต่ตอนนี้ชักเริ่มเงี่ยนง่านขึ้นแล้ว ยิ่งไม่ได้โดนเสียบมาหลายวัน ทำให้อยากเร็วขึ้น
“แพรยืนค้ำโต๊ะแล้วยึดไว้นะ อืมม เอาขาข้างนึงเหยียบเก้าอี้ไว้ แอ่นก้นขึ้นหน่อย อย่างง้าน” แล้วธนธรณ์ก็ย่อตัวลงจ่อหน้าตรงก้นของแพรวา เอามือเกาะขอบกางเกงใน เบี่ยงไปด้านข้างมองเห็นพูหีที่มันแบะอ้ารออยู่
“อุ้ยยย... พี่หมอขา เลีย หะ..หีแพรอีกแล้ว”
“ก็หีแพรงามยั่วตาพี่ มันน่าเลีย น่าเย็ดมาก”
“แล้วทำไมไม่เย็ดเลยล่ะคะ อูยย.....แพรเสียวไปหมดแล้ว อ๊อยยย.....มันโดนติ่งแพร ตายแล้ว แพรเสียวจะแย่แล้ว ยะ.. เย็ดแพรเถอะคะ พี่หมอขา”
“ขอพี่เลียหี แตดแพรให้อิ่มก่อน มันน่าดูดเลีย ดูสิ น้ำเงี่ยนออกมาแฉะไปหมด อร่อยถูกใจพี่มาก อืมม...”
“อูยยย....แพรจะไม่ไหวแล้วพี่หมอ อ๊ายยย..... แยงลิ้นเข้าลึกอีก แบบนี้แพรไม่ไหวแล้วพี่หมอขา.....ซี้ดดด” ตอนนี้ธนธรณ์ไม่โต้ตอบ เน้นปลายลิ้นฉกเข้าไปอย่างลึกสุดเท่าที่ทำได้แล้วก็ตะโบมปากดูดจนแคมหีฉ่ำแฉะไปหมด ร่องหีมีอาการขมิบเป็นจังหวะ คราวนี้หมอหนุ่ม แยงนิ้วเข้าไปแทงเข้าออก ปากก็เลียแคมหี ติ่งแตด เริ่มจังหวะแยงนิ้วระรัว
“อ่ะ...อ๊อยยย.. พี่หมอ พะ..แพรไม่ไหวแล้ว แพรเหมือนจะฉี่ราดแล้ว อะ..โอ้ยยยย พี่หมอ...”
“ให้มันออกมาเลยจ๊ะ พี่จะดูดกินให้หมด” ธนธรณ์คงรู้ว่าแฟนสาวใกล้จะถึงสวรรค์ก็ระรัวนิ้ว ลิ้นเร็วและแรงขึ้นๆ
“พี่จ๋า แพร อะ.. อึ้ย....ไม่ไหวแล้ว อ๊ายยยยย...” แพรวาร่างกระตุกจนก้นกระดกยิกๆ สองแขนที่ค้ำโต๊ะอยู่หมดแรง ทิ้งตัวหมอบราบกับพื้นโต๊ะ หน้าอกอวบถึงกับปลิ้นออกมาด้านข้าง ขาสั่นระริก
“พอแล้วพี่หมอขา.... ไม่ต้องเลียอีกแล้ว แพรเสียวจนจะยืนไม่ไหวแล้ว เหมือนใจจะขาด อูยยยย....อุ้ยย ยังจะจูบอีก” ธนธรณ์จูบแล้วดูดจ้วบส่งท้ายก่อนจะผละออกมายืนประกบด้านหลังโน้มตัวโอบทับแล้วจูบตามไหล่ ไซร้ไปถึงพวงแก้ม แล้วโอบดึงร่างขึ้นยืน ประคองกอดแน่นเพราะร่างแพรวาอ่อนระทวยไปหมดแล้ว แล้วก็ค่อยประคองแพรวาให้นอนลงที่พื้นขยับทาบร่างของแพรวา
“พี่หมอเนี่ย.. บอกให้เย็ดก็ไม่ยอม จะแกล้งแพรเหรอ”
“เปล่า อยากให้แพรมีความสุขมากๆ เป็นไงจ๊ะ เสียวดีมั้ย”
“สุดๆ เลยคะ แต่พี่หมอยังเลยนิ”
“เดี๋ยวก็มีต่อน่า ต่อไปนี้ของจริง” สบตายิ้มเป็นประกาย ขยับตัวลุกไปถอดกางเกงในหล่อนออก จับขาแบะกว้าง คุกเข่าประคองเจ้าท่อนข้าวหลามเอาปลายเขี่ยบริเวณปากแคมหีไปมา
“อูยย ยังเสียวไม่หาย ยังมีก้อกสองอีก อาาาา จะเย็ดก็รีบเย็ดสิคะ แพรเสียว อยากให้พี่เย็ดใจจะขาดอยู่แล้ว”
“อยากให้พี่เย็ดต้องเรียกให้ถูก ไม่งั้นจะแหย่นิ้วให้ดิ้นตายเลย”
“อ่ะ อูยย.. เย็ดแพรเถอะ พี่หมอ อ๊ายย.....ผัวขาเย็ดเมียเถอะ เมียเงี่ยนไปหมดแล้ว” แล้วธนธรณ์ก็บรรจงเสียบท่อนควยเข้าพรืดเดียว จมมิด
“อูยยย... ยังคับแน่นเหมือนเดิมเลย เมียจ๋า หีเมียมันเหมาะกับควยผัวมากเลย เย็ดกี่ทีก็ไม่เบื่อ”
“เมียก็เหมือนกัน อยากให้เราแต่งงานกันเร็วๆ จะได้อยู่ด้วยกัน ให้ผัวเย็ดทุกวันเลย อูยยย....เข้าแต่ละที มันครูดหีเมียเสียวไปหมด” โต้ตอบทางด้านคำพูดไม่พอ ต่างฝ่ายต่างโต้ตอบด้วยการกระเด้งเอวเข้าหากันพัลวัน ธนธรณ์ก็เร่งจังหวะเร็วขึ้น จนนมอวบใหญ่ของแพรวาสั่นกระเพื่อมตามแรงกระแทก ธนธรณ์รู้ว่าตัวเองจะไม่ไหว มองเห็นอกแฟนสาวช่างยั่วอารมณ์ก็ผ่อนแรง
“อูยยย ที่รัก หยุดทำไมคะ เมียกำลังเสียวอยู่เลย” ธนธรณ์ค่อยๆ ดึงท่อนควยลำยาวออก รูหีแพรวาก็กระชับดูดทำให้ฝืดออกยาก แพรวาเด้งเอวตามเหมือนเสียดาย เขาขยับขึ้นไปนั่งคร่อมบนอกแพรวา
“แพรเอาสองมือโอบนมแล้วบีบมันให้มันเป็นร่องนะ อย่างง้าน”แล้วเขาก็สอดท่อนเอ็นเข้ากลางร่องอก กระเด้าช้าๆ เบา
“อูยย ทำอะไรอีกนี่ มีเย็ดนมด้วย อา... เสียวนมไปอีกแบบ สรรหาจริงๆ พี่หมอเนี่ย” ทำเป็นต่อว่าเขา แต่สองมือบีบเต้าเข้าหากันแอ่นอกรับน้อยๆ ตาจ้องมองปลายหัวบานหยักผลุบๆ โผล่ๆ บางครั้งก็มากระทบกับคางหล่อน หล่อนจึงผงกหน้าเข้าหาแล้วแลบลิ้นรับตวัดเลีย แทบจะว่าหล่อนเพิ่งจะหัดเย็ดใหม่ แต่ดูเหมือนจะหัวไว หล่อนปรับเปลี่ยนรับท่วงท่ากับธนธรณ์เข้าขากันได้อย่างดี ช่างเป็นคู่รักคู่เย็ดที่เหมาะสมรู้ใจกันจริงๆ
“แพรว่า เย็ดหีแพรดีกว่าคะ ที่รัก แพรเงี่ยนแล้ว เย็ดหีเมียนะคะ ผัวขา”
“ได้จ๊ะ แพรไปยืนค้ำโต๊ะ แบบเมื่อกี้นะ เปลี่ยนท่ากันบ้างจะได้ไม่เบื่อ”
“อุ้ย ไม่เอาคะ เด๋วพี่ก็ไม่เย็ดแพรอีก อูยย แพรเงี่ยน อยากให้พี่เอาควยเย็ดมากกว่า”
“น่า แพรทำตามพี่บอก รับรอง ส. บ. ม. ย.ห. พี่จะ ย.ห.แพรอยู่แล้ว” แพรวาจึงลุกขึ้นตั้งท่าเหมือนตอนแรก ธนธรณ์เข้าประกบก็จับปลายควยเขี่ยแคมไปมา
“จะ ย.ห. ก็ยัดเข้าไปสิคะ ผัวขา อูยยย...อย่าแกล้งเมียเลย ว้าย....ทีงี้กระแทกซะแรง เบาๆ ก่อนสิคะ อูย....”
“ก็อยากให้ ย.ห. ก็ทำแล้วนิจ๊ะ ท่านี้มองด้านหลังเห็นก้นแพรแล้วยิ่งชวนเงี่ยนใหญ่เลย เมียจ๋า...”
“ท่าไหน พี่หมอก็เย็ดได้เสียวหมด อูยย” ครางไปมือข้างหนึ่งก็บีบคลึงเต้า อีกข้างค้ำยันขอบโต๊ะไว้ ธนธรณ์ก็โอบสะโพกกระแทกเข้าเป็นจังหวะ แรงขึ้นเร็วขึ้น
“อูยยย....มันเข้าลึกจัง เสียวถึงท้องเลย ผัวจ๋า เย็ดมันส์อะไรอย่างงี้”
“แพรจ๋า ขอพี่เสร็จท่านี้นะ พี่ไม่ไหวแล้ว ควยจะระเบิดแล้ว”
“คะ ผัวขา แรงๆ เลยคะ แพรก็เสียวจนไม่ไหวแล้ว อึ้ยย...” ต่างคนต่างกระเด้งกระเด้ารับกันจนโต๊ะโยกตามแรงของทั้งสอง
“เมียจ๋า พี่จะออกแล้ว .....”
“แพรก็จะเสร็จเหมือนกัน แรงๆ คะ แรงๆ อ่ะ...อ๊ายยยยย”
แพรวากรีดร้องธนธรณ์ก็เร่งจังหวะแรงเป็นเฮือกสุดท้ายก่อนจะรั้งสะโพกแพรวาเข้าแล้วกระแทกกึกๆ สองสามทีทั้งคู่ก็เกร็งกาย แพรวาถึงกับหมดแรงหมอบคาโต๊ะ โดยมีธนธรณ์ทับอยู่ด้านบน แล้วค่อยๆ ถอนควยออกน้ำรักขาวข้นก็พลันไหลย้อยลงตามมาตามขาเปื้อนถุงน่องแพรวา ธนธรณ์ถอยหลังไปนั่งบนเก้าอี้ที่อยู่ใกล้ๆ โต๊ะโดยรวบแพรวาตามไป หล่อนก็แทบจะขาขวิด เหนื่อยอ่อนทิ้งตัวตามทับอยู่บนธนธรณ์ที่เก้าอี้ ต่างสวมกอดกันอยู่ หอบกระเส่าด้วยกันทั้งคู่
“เป็นไง ข้าวหลามพี่มันส์หยดติ๋งเลยมั้ย หึหึ..”
“พี่เนี่ย เล่นท่าอะไรก็ไม่รุ แพรแทบจะยืนไม่อยู่ สร้างสรรค์เหลือเกิน เรื่องเนี๊ยะ”
“อ้าวว ไม่เห็นแพรขัดสักท่านิ”
“เพื่อความสุขพี่หมอ แพรจะขัดทำไมคะ แพรก็มีความสุขด้วย”
“ฟู่วววว ถ้าได้แต่งงานกันเร็วๆ นะ คงได้แคะขนมครก ทั้งหยอดทั้งแคะหมดแรงแน่ๆ เลย ฮ่ะๆๆ”
“อึ้ยยย ก่อนนี้ยังว่าหม้อข้าวหม้อแกง นี่เปลี่ยนเป็นขนมครกแร่ะ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาแบบนี้ ถ้าเปลี่ยนที่หยอดละ ตาย... แพรไม่ยอมด้วย ฮึ...” พูดมองหน้าเขา ถลึงตาดุเอาเรื่อง ปานเสือดาวจะขย้ำเหยื่อ พร้อมกำปั้นลงกลางอกเขาดังปึ้ก....
“ธ่อ เมียจ๋า มีของดีอยู่นี่แล้วจะเปลี่ยนทำไม เชื่อใจกันบ้างสิ น๊า แพรอ่ะ อย่าเอาแต่ฉุนเฉียว ฟังพี่บ้างสิ ตอนนี้พี่มีแพรเป็นคนสุดท้ายและคนเดียวเท่านั้น”
“ไม่รู้ล่ะ ถ้ารู้ว่ายังมีใครอีก จะเอามีดหมอจับเจี๋ยนไม่เหลือซาก” แม่เสือดาวร่างอวบคว้าหมับไปที่ลำลึงค์บัดนี้หมดฤทธิ์คอตกไปแล้ว ทำขู่เขาเสียงดุ แต่หน้าแพรวายิ้มปนทะเล้น
“ยึ้ย... ใจร้ายอ่ะ ทำพี่หมอได้ลงเหรอ พี่สัญญาจ๊ะ สาบานก็ได้”
“ดีมากจ๊ะ ว่านอนสอนง่ายนะจ๊ะ เบบี๋” น่าน..พอได้ทีก็เริ่มได้วางอำนาจข่มกันแล้ว ธนธรณ์จากที่เคยเป็นไอ้เสือกลายเป็นแมวเหมียวไปซะแล้ว หล่อนจับคางเขาบีบขยี้ มือข้างหนึ่งลูบหัวเบาๆแล้วหอมแก้มธนธรณ์ฟอดใหญ่ ถึงจะต้องเป็นเหมียวเชื่องๆ ตอนนี้ธนธรณ์คงต้องยอม กระชับกอดแฟนสาวแนบแน่น สุดแสนจะรักใคร่แม่เสือดาวคนนี้.......................

พรหมลิขิต ผิดคิว ตอนที่ 17
December 8 2009 at 7:08 PM 

--------------------------------------------------------------------------------

วิภาวรรณเข้าไปหาวีรพลที่ระเบียงกว้างของบ้านเรือนไทยกึ่งยุโรปที่ยื่นออกมาจากตัวบ้านอันเป็นที่นั่งเล่นรับลมในบรรยากาศที่ร่มรื่นไปด้วยแมกไม้ ซึ่งบัดนี้วีรพลได้ปลูกไม้ดอกไม้ประดับแทบจะรอบบ้าน มันนานหลายเดือนแล้วตั้งแต่เขาสร้างบ้านหลังนี้ขึ้นมา ต้นไม้ดอกหลายชนิด เริ่มออกดอกสะพรั่ง รอบรั้วระเบียงมีพวงชมพูออกช่อผลิบานระย้า บริเวณด้านบนก็เป็นซุ้มไม้เถาครึ้มเต็มไปหมดแทนการมุงหลังคา วีรพลก็ปลูกไม้ประดับพวกตระกูลพวงแทบจะทุกอย่างรวมกัน พวงหยก พวงทอง พวงโกเมนทร์ พวงชมพู วีรพลบอกว่าเมื่อถึงคราวพวกนี้ออกดอก ถ้าเป็นพวงหยกจะมีดวกคล้ายๆ ทองกวาวแต่มีสีฟ้าอ่อนแกมเขียวคล้ายสีหยกห้อยเป็นพวง พวงทองก็จะเหลืองอร่ามเต็มซุ้ม ยิ่งถ้าพวงโกเมนทร์ก็จะเห็นสีแดงอมส้มห้อยเต็มซุ้มจนครึ้มไปหมด ถ้าออกดอกมากบางครั้งแทบมองไม่เห็นเครือไม้ทีเดียว คนที่ชอบไม้ประดับถือว่าไม้เหล่านี้เป็นไม้มงคล วิภาวรรณเองอดทึ่งกับความคิดประดิษฐ์ประดับประดอยของเขาไม่ได้ ไม่น่าเชื่อว่าคนรูปร่างกำยำ สูงโปร่ง หน้าตาคมเข้ม ดวงตาเข้มดุ มีแอบปนหวานนิดยิ่งยามเค้ายิ้มจนวิภาวรรณหลงใหลมาถึงบัดนี้ เขาจะมีความเป็นศิลปะในการตกแต่งยิ่งกว่าผู้หญิงเสียอีก แม้หล่อนเองยังทำไม่ได้เหมือนเขา คงจะได้รับความรู้การจัดบ้านจากลุงของเขาเมื่อครั้งอยู่เชียงใหม่ ตอนนี้เห็นเขานั่งขีดเขียนอะไรสักอย่าง สวมแว่นตาเลนส์รูปมนๆ กรอบดำ ดูจากความหนาเลนส์แล้วเค้าคงสายตาสั้นไม่น้อย โดยที่ปกติแล้ววิภาวรรณแทบไม่เคยเห็นเขาสวมแว่น ยิ่งทำให้เขาดูเอาจริงเอาจังมากขึ้น หล่อนเดินไปนั่งข้างหลังเยื้องออกข้างนิดหน่อย เกยคางบนไหล่เขา มือข้างหนึ่งโอบร่างเขา อีกข้างโอบกระชับแขน เป็นเอกลักษณ์ประจำไปแล้ว ยามที่หล่อนอยู่กับเขาตามลำพัง
“ทำอะไรคะ พล ดูง่วนเชียว”
“กำลังออกแบบสวนกล้วยไม้อยู่ครับ และอีกชิ้นงาน กำลังร่างแบบที่เด็กเล่น ไว้สำหรับลูกของเรา ภาช่วยดูหน่อยสิว่าดีมั้ย”
“หืม... อะไรจะบ้าเห่อขนาดนั้นคะ ลูกยังไม่มีซักหน่อย”
“ก็ทำเผื่อไว้ ยังไงภาก็ต้องมีลูกให้ผม ลูกๆ จะได้มีที่เล่น ที่ดินก็กว้างขวางพอที่จะขยับขยายได้อีกเยอะ ทำไว้ไม่เห็นจะเสียหาย”
“วันหยุดแทนที่จะหยุดทำงาน พลไม่เหนื่อยบ้างหรือคะ ภาเห็นแล้วยังเหนื่อยแทน แล้วนั่นเอกสารอะไรอีกคะ เยอะแยะไปหมด”
“งานที่บริษัทคุณพ่อ เลขาฯคุณพ่อเค้าส่งมาให้ผมศึกษางานไว้ ท่านจะวางมือแล้ว ตอนนี้ผมก็คิดหนัก ไม่รู้จะทำไหวหรือเปล่ามันอยู่ไกลถึงกรุงเทพฯ ไม่รับก็ยังไงอยู่มันเป็นงานที่พ่อสร้างมากับมือ แต่จะให้ทิ้งที่นี่ผมก็เสียดาย มันเป็นบ้านที่ผมใฝ่ฝัน ผมก็ไม่รู้พ่อคิดยังไงถึงรีบจะวางมือ อายุก็ยังไม่มาก แถมยังจะยกให้ผมคนเดียว น้องสาวกับแม่เลี้ยงผมไม่ได้อะไรสักอย่าง”
“นั่นสิคะ แค่ห้าสิบต้นๆ ยังทำงานได้อีกนาน”
“เอ๋ ภารู้ได้ไง ผมจำได้ว่ายังไม่เคยบอกเรื่องอายุคุณพ่อเลย”
“อ่ะ... เอ่อ ภาก็ได้ยินมาจากหมอธนธรณ์อ่าคะ เค้าเล่าให้ภาฟังอยู่บ้าง แหมทำเป็นสงสัย ภาจะรู้เรื่องของครอบครัวพลบ้างไม่ได้เหรอคะ”
“เปล่านี่ครับ เพียงแต่แปลกใจที่ภารู้ ผมนะ อยากให้ภารู้เกี่ยวกับผมหมดทุกอย่างแหละ ไม่อยากให้มีอะไรปิดบังหรอก”
“พลคะ งานเยอะแบบนี้จะทำคนเดียวไหวเหรอคะ ภากลัวพลจะเป็นโรคประสาทเสียก่อน ไม่อยากให้พลหักโหมบ้างานเลยคะ สุขภาพจะแย่เอาเสียก่อน อย่าคิดว่าเป็นหมอแล้วจะป่วยไม่เป็นนะคะ”
“ผมถึงอยากให้ภาลาออกจากงานที่ธนาคารมาช่วยผมไง แล้วก็ร้านขายของฝากผมว่ามอบให้ก้อยเค้าดูแลไปเลย ภาแค่กินส่วนแบ่งเท่านั้นก็พอ หรือแค่วางนโยบายแผนงานเรื่องการขยายสาขา ควบคุมแผนการตลาดถ้าจะมีการส่งออกต่างประเทศ แค่นี้ผมก็ว่าภาแทบไม่มีเวลาแล้ว ที่จริงงานบริษัทเยอะก็จริง แต่ผมก็ไม่ได้ทำคนเดียวหมดหรอก ยังมีหุ้นส่วนเค้าช่วยบริหารดูแลอยู่ ผมรับตำแหน่งสูงสุดในการบริหารแค่นั้นเอง แค่รู้จักแบ่งงานแบ่งคนทำงานให้เหมาะกับสายงานก็ไม่น่ามีอะไรเป็นห่วง”
วิภาวรรณฟังแล้วก็ยังอดห่วงไม่ได้ ทำไมหล่อนจะไม่รู้ หล่อนเคยคลุกคลีทำงานด้านนี้ร่วมกับวีรวัฒน์มาก่อน ถึงแม้จะไม่ได้ออกแรงเหมือนคนใช้แรงงาน แต่ต้องใช้มันสมองดูแลบริหารงานซึ่งมันยุ่งยากไม่ใช่น้อย แต่อีกใจหนึ่งก็อดปลื้มไม่ได้ ดูเขาจะคล่องแคล่วเรียนรู้งานได้เร็ว ยิ่งยังอยู่ในวัยทำงานหนุ่มไฟแรงความกระตือรือร้นก็มีมาก เหมือนวีรวัฒน์ไม่มีผิด
“อย่างนี้คุณพ่อคงปลื้มแน่ๆ ลูกชายขยันเอาการเอางาน คล่องแคล่วอย่างนี้ ไม่ผิดหวังที่จะยกกิจการให้ทั้งหมด”
“ผมก็ไม่คิดจะครอบครองทั้งหมดหรอก ถึงเวลาสักวันผมคงต้องสละออกไปบ้าง การงานเยอะมีเงินมีทองมากมาย แต่ไม่มีเวลาให้ครอบครัว มีแต่จะกอบโกยไม่รู้จักพอ ผมว่ามันก็ไม่ทำให้มีความสุขหรอก ผมยังจำคำพระท่านสอนเลย คนเราเมื่อรู้จักคำว่าพอเมื่อนั้นก็จะพบแต่ความสุข แค่ตอนนี้ผมมีงานทำมีบ้านที่ผมใฝ่ฝัน มีภรรยาสุดสวยดูแลผม รักและเข้าใจผม ก็มีความสุขแล้ว”
วิภาวรรณมองตาเขาอย่างอดปลื้มไม่ได้ เพราะความโรแมนติก ความเอาจริงเอาจังของเขาอย่างนี้แหละที่ทำให้หล่อนหลงเสน่ห์เขายิ่งนัก แต่แล้วก็กลับทำเมินหน้าแกล้งพูดยั่วเขาเล่น
“ใครเป็นภรรยาพล ยังไม่ได้แต่งงานด้วยซักหน่อย”
“อ่าว...ไม่ได้เป็นโดยนิตินัย ก็เป็นโดยพฤตินัยแล้ว หรือจะให้ผมทบทวนอีกรอบ จะได้จำได้ว่าเป็นหรือไม่เป็น” ว่าแล้วก็คว้าร่างที่นั่งโอบข้างเขาอยู่กอดฟัดเป็นพัลวัน
“ว๊ายย..พล..อย่านะ จะทำอะไร ไม่อายผีสางบ้างรึไง”
“แล้วยอมรับมั๊ย หือ..?”
“ค่า...ยอมรับแล้วคะ สามีสุดที่รัก...เซี้ยวจริง พลนี่” ทำค้อนปะหลับปะเหลือกแต่ก็ไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนเขาอีก ยังคงอยู่ในอ้อมกอดเขา วีรพลยิ้มอย่างพอใจ จ้องตาหล่อน เอาอีกแล้ว หล่อนไม่อยากจะเห็นรอยยิ้มนี้เลย ทำเอาหล่อนวูบวาบทุกที วิภาวรรณจ้องตาเขากัดริมฝีปากล่าง แล้วถอดแว่นเขาออก คว้าคอเขาได้ก็ประกบหน้าจูบเขาอย่างเหลืออด สักพักจึงผละออก ก้มหน้าซุกอกเขาด้วยความเขินอาย วีรพลได้แต่ขำหล่อนจนตัวโยนโยก
“ขำอะไรคะ”
“ก็ เอ่อ ผมว่าเรารื้อรั้วกั้นบ้านออกเถอะ ผมไม่อยากให้ภาอยู่บ้านหลังโน้นแล้ว บ้านติดกันก็จริง แต่ไม่เหมือนอยู่ด้วยกันเลย อยากอยู่กับภาอย่างนี้มากกว่า อยากให้ภาหาแม่บ้านกับคนงานมาเพิ่ม เพราะจะต้องดูสวนผลไม้กับสวนกล้วยไม้เพิ่มขึ้นอีก ผมยังไม่มีคนงานประจำเลยสักคน ให้พี่ปิ่นกับพี่โชคหาให้ก็ได้” วิภาวรรณหน้าแดงก่ำ อีกคนล่ะ พูดเรื่องรั้วกั้นบ้านเนี่ย แถมยังพูดเหมือนปิ่นกับโชคไม่มีผิด คนอะไรไม่รู้ ช่างมีเสน่ห์ทำให้หล่อนได้เคลิบเคลิ้มกับเขาไปซะทุกอย่าง ไม่รู้จะทำอย่างไรทั้งๆ ที่อยู่กันสองต่อสองนับครั้งไม่ถ้วน หล่อนก็ยังขวยอายเขา เพราะจู่ๆ หล่อนก็เป็นฝ่ายจูบเขาซะเอง จนวีรพลขำหล่อน ได้แต่ทำเป็นทุบอกเขาเล่นเบาๆ........

ผ่านมาจนถึงวันหมั้นหมายระหว่างแพรวากับธนธรณ์ ฝ่ายชายได้เชิญญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ และบรรดาผองเพื่อนที่โรงพยาบาลไปเป็นสักขีพยานไม่น้อยเลยทีเดียว วีรพลก็ช่วยเหลืองานเพื่อนรักแทบไม่ได้พักผ่อน วิภาวรรณก็ไปขลุกอยู่บ้านแพรวาสองสามวัน นานมาแล้วที่วิภาวรรณไม่ได้แวะมาที่บ้านแพรวา เท่าที่จำได้ก็ตั้งแต่วีรพลเริ่มเข้ามาเกี่ยวพัน วิภาวรรณแวะมาที่บ้านแพรวานับครั้งได้ มาครั้งนี้ทำให้พราวตากับเอกภพ พ่อแม่ฝ่ายหญิงเห็นความเปลี่ยนแปลงของเจ้านายของลูกสาวว่าหล่อนเปลี่ยนไปมาก ทั้งๆ ที่วิภาวรรณอ่อนกว่าทั้งคู่แค่ไม่ถึง 10 ปี แต่ดูเหมือนว่าต่างกันราวกับพ่อแม่ลูก อาจเป็นเพราะหล่อนใช้ชีวิตโสดมายาวนานเกือบ 20 ปี ความสวยสาวจึงไม่โรยรา เพราะหล่อนเองก็มีความสวยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว มาถึงตอนที่ฝ่ายชายจะทำการสู่ขอกำหนดฤกษ์ยามที่จะมีพิธีแต่งงานต่อไป มอบสินสอดทองหมั้นและสวมแหวนให้ฝ่ายหญิง บรรดาสาวๆ พนักงานธนาคารทั้งหลาย หมอ พยาบาลบางส่วนต่างพากันมาอยู่ในพิธีทั้งหมด เมื่อสวมแหวนหมั้นแล้ว ทุกคนต่างกู่ร้องเป็นเสียงเดียวกัน ให้ฝ่ายชายจูบฝ่ายหญิง แรกๆ ผู้ใหญ่ทั้งหมดก็ปราม แต่เมื่อเรียกร้องมากขึ้นๆ ญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็อนุญาต วิภาวรรณก็สะกิดแพรวาให้ขยับเข้าใกล้ธนธรณ์ ฝ่ายวีรพลก็สะกิดเพื่อนรักส่งสัญญาณ เพราะทั้งคู่ยังมีอาการขวยเขิน ถึงแม้จะเคยมีสัมพันธ์สวาทกันมา ก็อยู่ในสถานที่ลับตา แต่ตอนนี้แขกเหรื่อร่วมร้อยล้นบ้านทั้งๆ ที่เป็นแค่งานหมั้นยังไม่ถึงวันวิวาห์ จ้องตารอลุ้นมาที่ทั้งคู่
“อ้าว รีรออะไรคุณหมอ เดี๋ยวแก้มน้องแพรเหี่ยวพอดี หรือไม่กล้าก็ให้เพื่อนว่าที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวเค้าสาธิตก่อนก็ได้ เอามั้ยพวกเรา”
ก็มีเสียงโห่ฮิ้วสนุกสนานขานรับสำทับเข้ามา เล่นเอาอีกคู่โดยเฉพาะวิภาวรรณหน้าแดงอายม้วนถึงกับลุกออกจากพิธี วีรพลเห็นก็เดินตามออกไป
“แน่ะ มีการไปซ้อมหลังฉากก่อนด้วย พี่ภา ไม่ต้องอายหรอก กันเองทั้งน้าน” เสียงพนักงานธนาคารสาวคนหนึ่งส่งเสียงแซวออกมา ทุกคนในงานต่างก็หัวเราะกันครืน แล้วก็ส่งเสียงหันกลับมาเชียร์สองคู่หมั้นต่อ ธนธรณ์ประคองใบหน้าแพรวาที่ตอนนี้อายม้วนต้วน หน้าแดงเป็นตำลึงสุก หันหน้าประสานกันส่งตาหวานหยดย้อยเป็นที่น่าอิจฉาของแขกทั้งงาน ...เกินความคาดหมาย... ธนธรณ์ไม่ได้โน้มใบหน้าจรดฝีปากไปที่พวงแก้มอิ่มละไมแล้วจูบตามที่ประเพณีไทยทำสืบกันมา แต่เขาประกบไปที่ปากเผยออวบอิ่มสีชมพูระเรื่อ จูบหล่อน แพรวาเองก็ตอบรับเอามือประคองแก้มฝ่ายชายจูบรับอย่างดูดดื่ม แขกเหรื่อเงียบทั้งบ้าน จนทั้งคู่ละริมฝีปากออกจากกัน จึงมีเสียงกรี๊ดกร๊าดวี้ดวิ้วพร้อมกับเสียงปรบมือกันเซ็งแซ่
“โอ้โห แบบนี้มีหวังคุณอาพราวกับอาภพ ได้อุ้มหลานเร็วๆ แน่ เอ้าฉลอง!!” แล้วก็ตามด้วยเสียงเฮครึกครื้นลั่นบ้าน บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสนุกสนานจนถึงเย็น แขกและญาติผู้ใหญ่ฝ่ายชาย เพื่อนร่วมงานของทั้งสองฝ่ายจึงพากันแยกย้ายกลับ วีรพลกับวิภาวรรณกลับเป็นคู่สุดท้าย
“เหนื่อยมั้ยคะ พล ดูสิ หน้าโทรม ขอบตาคล้ำหมดเลย”
“นานๆ จะมีงานแบบนี้สักที ก็ต้องยอมเหนื่อยหน่อยครับ”
“ดีใจนะคะ ทั้งสองคนได้ลงเอยซะที ภากลับน้องแพรจะโกรธคุณหมอซะจนไม่ยอมรับหมั้นซะอีก แต่สุดท้ายก็แฮปปี้เอนดิ้ง”
“กลับไปนี้ผมคงหลับเป็นตายแน่ๆ ไหนจะต้องตื่นไปทำงานอีก”
“ลาพักบ้างก็ได้คะ พลนะยังไม่ค่อยได้พักเลยนะ อยู่บ้านก็เห็นทำโน่นทำนี่ตลอด เดี๋ยวจะไม่สบายนะคะ คนเราไม่ใช่หุ่นยนต์ที่จะทนทานได้ตลอด ถึงจะอยู่ในวัยหนุ่ม ร่างกายแข็งแรงก็เถอะ”
“ช่วงนี้คงต้องเหนื่อยต่ออีกยาวหน่อย ผมไม่อยากให้งานขาดตอน เอ้อ..เสาร์อาทิตย์หน้าผมคงจะต้องไปกรุงเทพฯ นะครับ ยังไงก็ขอฝากบ้านด้วยจะไปดูงานคุณพ่อ”
“พลคะ ภาอยากจะช่วยพลนะคะ ช่วงไหนมีงานให้ภาช่วยดูให้ก็ได้ ถ้าในส่วนเรื่องการเงิน การตลาดภาช่วยได้นะ”
“คงไม่ต้องหรอกคับ รบกวนเปล่าๆ”
“พลคะ ไหนบอกอยากให้ภาช่วย หรือเห็นภาเป็นคนอื่นไปแล้ว ภาไม่อยากให้พลหักโหม อีกอย่างงานคุณพ่อพลนะที่ภาเห็นวันนั้น ภาลองตรวจดูแล้ว มันมีอะไรน่าสงสัยอยู่หลายอย่าง อย่าหาว่าภายุ่งเลยคะ ภากลัว...”
“หืมม มีอะไรเหรอ”
“พลกับคุณพ่อมีคนไม่หวังดี พลยังมือใหม่ ภากลัวคุณเผลอ ถึงกับสูญสิ้นทุกอย่างได้นะคะ”
“หมายความว่าไง”
“พลจะโดนกลืนหุ้นไปทีละน้อย ตอนนี้ภาแค่สงสัยไว้ก่อนน่ะคะ เพราะเท่าที่เห็น มีหลายอย่างไม่ชอบมาพากล โดยเฉพาะโรงงานเหล็กกับบริษัทเหมาก่อสร้างที่เข้ามาใหม่ พลยังไม่ต้องเชื่อภาก็ได้ ภาแค่ตั้งข้อสงสัย”
วีรพลชะงัก วิภาวรรณคิดเหมือนเขาเลยทั้งๆ ที่หล่อนเพิ่งได้ดูเมื่อไม่กี่วันทำไมหล่อนมองออก เหมือนกับว่าเคยคลุกคลีงานแบบนี้มาก่อน แล้วชี้ถูกจุดซะด้วย อย่างไรก็ตาม วีรพลก็รับคำของวิภาวรรณจะไปคิดดูให้ถี่ถ้วน
“ขอบคุณมากครับ ภา ผมจะพยายามหาหลักฐานให้มันชัดเจนเสียก่อนแล้วค่อยสรุปว่ามันน่าสงสัยจริงๆ ไม่เสียงแรงนะครับ ที่จะให้ภามาช่วยงานผม มีเมียเก่ง รู้ใจอย่างนี้ไอ้พลสู้ตาย” เขากล่าวพร้อมปล่อยมือจากพวงมาลัยข้างหนึ่งชูสองนิ้ว พยายามให้บรรยากาศไม่ตึงเครียด ใบหน้าเขายามนี้อิดโรยไปมาก ไหนจะเรื่องงานของพ่อ ของตัวเอง นี่ก็เพิ่งเสร็จงานหมั้นของเพื่อนรัก
“ท่าทางจะเหนื่อยมาก พรุ่งนี้ยังจะไปทำงานอีกเหรอคะ กลับไปนี่ เดี๋ยวภานวดให้นะ ก่อนนอนจะได้สบายตัว” วิภาวรรณกล่าวมองหน้าเขาอย่างห่วงใย
“นวดอย่างเดียวเหรอ อืมม... น่าจะมีบริการเสริมพิเศษนะ ฮ่ะๆๆ โอ้ยยย....” พูดพร้อมทำตาเจ้าชู้สื่อความหมาย เลยโดนปั้กใหญ่
“ยังจะทำมาพูดเล่นอีก คนลามก”
“แหม... เย้าเล่นหน่อยก็ไม่ได้ ง้านภามานอนบ้านผมนะ อยากนอนกอดเมียเอากำลังใจไว้ต่อสู้อุปสรรค พรรคนี้เริ่มจะมีเรื่องต้องให้ปวดหัวแน่ๆ เลย อยากแต่งงานกันไวๆ จริงๆ จะได้ไม่ต้องแอบๆ ซ่อนๆ ภาจะได้อยู่กับผมอย่างเปิดเผย สบายใจกว่ากันเยอะเลย” เขาปล่อยมือข้างหนึ่งจากพวงมาลัยมาคว้ามือหล่อนไปเกาะกุมบีบเบาๆ วิภาวรรณยิ้มในที มองหน้าเขาด้วยความรักและห่วงใย.......


โปรดติดตามตอนต่อไป


ช่วงนี้สมองมึนๆ หน่อยครับ เดินเรื่องไปต่อไม่ค่อยออก จะพยายามคิดพลอตให้ไหลลื่นกว่านี้ ต้องขอบคุณทุกท่านครับที่ให้กำลังใจ ติดตามเรื่องราวของผม คิดว่าคงจะไปเรื่อยๆ ก่อน ตามที่เพื่อนๆ ขอ ใจจริงไม่ได้อยากให้จบเร็วหรอก แต่ว่าเวลาน้อย กลัวเรื่องราวไม่ต่อเนื่องแล้วหมดสนุก รอตอนต่อไปเรื่อยๆ ก็แล้วกันคร้าบ..ผม..
........ช.ชัชวาลย์...............


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 02, 2017, 04:47:50 pm โดย kaithai »
   กดให้ด้วย ถ้าถูกใจ

*

ออฟไลน์ hseraph

  • Full Member
  • **
  • 105
  • 90
    • ดูรายละเอียด
Re: พรหมลิขิต ผิดคิว 16
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2017, 04:22:14 pm »
ขอบคุณครับ ที่แบ่งปันผลงานสุดยอด

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ