พรหมลิขิต ผิดคิว 22-23

พรหมลิขิต ผิดคิว 22-23

  • 1 ตอบ
  • 11253 อ่าน
*

ออฟไลน์ darky

  • Veteran Member
  • ******
  • 1977
  • 21238
    • ดูรายละเอียด
พรหมลิขิต ผิดคิว 22-23
« เมื่อ: มกราคม 19, 2010, 01:12:15 am »
พรหมลิขิต ผิดคิว ตอนที่ 22
November 25 2009 at 6:10 PM 

--------------------------------------------------------------------------------

วิภาวรรณตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่น ขยับตัวลุกจากการกอดของวีรพลที่ยังหลับพริ้ม หล่อนมองเขาตาแป๋ว อดใจไม่ได้เลยก้มลงจูบไปที่แก้มเขาอย่างหมั่นเขี้ยว นอนหลับยังยิ้มอยู่ได้ ตบท้ายด้วยจับที่ปลายจมูกขยี้เบาๆ แล้วก็ลุกจากเตียงสวมเสื้อคลุมทับชุดนอนบางหวิวที่หล่อนซื้อมา เมื่อครั้งไปเที่ยวระยองกับแพรวา รัดสายเสื้อคลุมเนื้อผ้าละเอียดสีเทาจนมิดชิดแล้วก็เดินลงมาที่ชั้นล่างโดยที่ยังไม่ได้ล้างหน้าแปรงฟัน ซึ่งจะใช้ห้องน้ำที่ชั้นบนก็ได้ แต่หล่อนอยากออกมารับอากาศยามเช้าเสียก่อน ออกมาหน้าบ้านสักพักก็กลับเข้าไปข้างในเดินไปในห้องครัวเล็กๆ สำรวจดูว่าจะมีข้าวของอะไรพอที่จะทำอาหารเช้า ยังดูข้าวของไม่ครบเลย ก็เห็นปิ่นเดินเข้ามา
“คุณภาคะ จะให้ปิ่นทำอาหารมาที่บ้านนี้หรือว่าจะจัดไว้ที่บ้านคุณภาคะ ปิ่นทำให้เสร็จแล้วคะ”
“อ่ะ เอ่อ....เอามาจัดที่นี่ก็ได้จ๊ะ ภาจะได้ไปปลุกพลเค้าลงมาทานด้วยกัน”
“แล้วเมื่อคืนคุณภานอนชั้นล่างเหรอคะ?” ปิ่นถามพร้อมทำหน้ายึกยักจ้องตาเหมือนค้นหาอะไรจากสีหน้าของวิภาวรรณ
“ภาก็ เอ่อ...ภาก็นอนที่ห้องทำงานชั้นล่างนี่สิ ทำไมเหรอ เอ๊ะ... ปิ่นนี่ถามแปลกๆ”
“ฮิๆๆ ไม่จริงม้าง ปิ่นถามไปงั้นแหละ เพราะปิ่นรู้อยู่แล้วว่าคุณภาไม่ได้นอนชั้นล่าง เมื่อคืนปิ่นจะเอายามาให้คุณภา เห็นคุณภาลืม พอเดินมาที่หน้าบ้านก็เลยเห็นคุณหมอ เอ่อ...ฮิๆๆ อุ้มคุณภาขึ้นไปข้างบน ปิ่นก็นึกได้ว่าคงไม่ต้องเอายามาหรอก ที่คุณหมอก็มี ปิ่นเลยเดินกลับ ลืมไปว่านี่บ้านหมอ ฮิๆๆ ไม่ต้องโกหกปิ่นหรอก ปิ่นเข้าใจคะ เรื่องอะไรคุณหมอจะให้คู่หมั้นที่ยังป่วยมานอนชั้นล่าง” พูดไปพลางก็ลอยหน้าลอยตาเสียงเล็กเสียงน้อย ออกทะเล้นๆ วิภาวรรณเองก็รู้สึกอายปิ่น แต่ก็รีบทำหน้าขึงขังกลบเกลื่อน
“ปิ่น....!!!!!”
“อุ้ย...ขอโทษค่า คุณภา” พอเห็นเจ้านายสาวทำหน้าจริงจัง ขึงตาโต ปิ่นก็สะดุ้งหน้าเจื่อน ยิ้มแหยๆ อย่างนึกได้ว่าก้าวก่ายเรื่องของเจ้านายเกินไป
“รีบไปจัดอาหารเช้ามาเลย แล้วก็ติดต่อคนงานให้มาพบคุณหมอด้วย.... ไป”
“คะๆ ไปเดี๋ยวนี้แหละคะ รอสักครู่นะคะ แฮ่ๆๆ” แล้วก็รีบเดินไปบ้านวิภาวรรณ ที่จริงปิ่นก็รู้ว่าวิภาวรรณไม่ได้โกรธอะไรหล่อนหรอก เพราะอยู่ทำงานกับหล่อนมานาน ไม่เคยเห็นหล่อนจะทำอารมณ์เสียมากนัก แม้กระทั่งเรียกสรรพนามตัวเองก็ไม่เคยได้ยินคำว่า “ฉัน หรือ ชั้น” จากปากหล่อนเลยเมื่อวิภาวรรณคุยกับปิ่น จะใช้คำว่า “ภา” เสมอ ทำให้ปิ่นรู้สึกเป็นกันเอง จะมีบางครั้งที่หล่อนจะจริงจังพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ สีหน้าขึงขังบ้าง แต่ก็น้อยเต็มที ปิ่นเห็นแต่วิภาวรรณพูดจาสำเนียงอ่อนหวานเป็นกันเองกับหล่อนและโชค ทำให้สองผัวเมียมาทำงานให้รู้สึกรักและเคารพเจ้านายสาวคนนี้ แต่วันนี้ดูท่าทำเสียงขึงขังคงจะเขินอายปิ่นที่ไปพูดจาหยอกล้อแซวเล่น
เมื่อทานอาหารเช้าเสร็จวีรพลก็ลุกไปโทร.บอกแพรวาเรื่องวิภาวรรณไม่สบายให้แพรวาทำงานแทนด้วย แล้วเขาก็เดินขึ้นชั้นบนไปยังระเบียบกว้างที่ประจำของเขา วิภาวรรณก็ช่วยปิ่นจัดเก็บเครื่องครัว สั่งงานให้ปิ่นกับโชคไปซื้อของทำกับข้าวไว้เพิ่ม และก็ไปแวะรับคนงานที่จะมารับทำงานที่บ้านมาพบหมอวีรพล สั่งงานปิ่นกับโชคเสร็จเรียบร้อย วิภาวรรณก็ขึ้นชั้นบนตามเขาไป มองเห็นเขานั่งสาละวนกับเอกสารที่ตั้งอยู่บนโต๊ะขนาดย่อมเป็นแฟ้มปึกใหญ่หลายแฟ้ม เขาสวมแว่นตาพลิกเอกสารอ่านไปมาอย่างใจจดใจจ่อ หล่อนไปนั่งข้างเขา คว้าแว่นตาถอดออก
“ไหนว่าหยุดงานไงคะ พล นี่ยังจะมานั่งอ่านอะไรอีกตั้งเยอะ พักบ้างเถอะคะ นะ... ภาขอร้อง ภาเห็นก็เหนื่อยแทนแล้ว เอาเป็นว่างานเอกสารพวกนี้ภาจะตรวจดูแลให้ แล้วจะอธิบายให้พลฟัง ดีมั้ยคะ”
“หื้อ....ก็นี่มันงานของผมหน้าที่ผม ผมต้องรู้รายละเอียดทุกอย่าง ถ้าผมไม่อ่านซะเลย ไม่รู้เรื่องอะไร ผมจะดูแลงานบริษัททั้งหมดได้ยังไง”
“ภาพอมีความรู้เรื่องงานบริหารอยู่บ้าง ให้ภาดูให้เถอะคะ เอาเป็นว่าถ้าพลยังไม่เชื่อ ลองให้ภาไปอ่านดู แล้วพลค่อยมาอ่านทวนแล้วซักกับภา ภาจะบอกให้ละเอียดเลย นะคะพลจ๋า ภาไม่อยากให้พลต้องหักโหมมาก ถึงจะตั้งใจทำงานเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายยังไง ถ้าร่างกายมันไม่อำนวย ก็เปล่าประโยชน์นะคะ ทำเท่าที่เราจะทำได้ดีกว่า ไม่เห็นว่าพลต้องรีบร้อนไปถึงไหน ภาเข้าใจคะว่าพลน่ะหนุ่มไฟแรง อยากตั้งใจทำผลงานให้มันออกมาดีที่สุด แต่บางครั้งก็ต้องรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา ไม่ใช่โหมทำ ต้องรู้จักจังหวะว่าช่วงไหนควรเร่งช่วงไหนควรผ่อน ที่บริษัทคุณพ่อพลเค้าก็คงไม่ได้เร่งรัดพลนี่คะ ผู้บริหารน่ะเค้าไม่ได้เคร่งครัดจริงจังไปซะทุกเรื่องหรอกคะ ต้องมีผ่อนคลายบ้าง คนหนุ่มไฟแรงน่ะ มีดีตรงที่มีความมุ่งมั่นกระตือรือร้นสูง แต่ก็มีข้อเสียคือทำอะไรใจร้อนขาดความยั้งคิดในบางคราว ไม่ง้านในบริษัทต่างๆ เค้าคงไม่จ้างกรรมการอาวุโสไว้เป็นประธานหรือว่ากรรมการที่ปรึกษาหรอกคะ เพราะบางอย่างต้องอาศัยคนมีประสบการณ์คอยแนะนำ รู้จักที่จะใจเย็นคิดอะไรให้รอบคอบบ้าง เชื่อภาเถอะ นะคะพลจ๋า...”
วีรพลวางเอกสารลงบนโต๊ะ มองหน้าวิภาวรรณในขณะที่หล่อนสาธยายให้ฟังอย่างตั้งใจแล้วก็ยิ้ม
“ยิ้มอะไรคะ?”
“แหม... ภานี่ทำเหมือนเป็นแม่ผมเลย”
“หา...อะไรนะคะ”
“ก็...ทำเหมือนแม่แนะนำลูก ชี้ทางแนะนำการทำงานไง ขอบคุณครับภาที่แนะนำเตือนสติผม ผมเองก็มัวแต่กลัวจะทำงานออกมาไม่เพอร์เฟ็ค มุ่งแต่อยากทำให้มันออกมาดีจนบางทีลืมนึกถึงเรื่องสุขภาพร่างกาย เพราะบางทีผมอ่านไปมากยิ่งอ่านยิ่งปวดหัว คิดอะไรไม่ออก เอ้อ...นึกขึ้นอย่างหนึ่ง ภารอแป้บนึงนะ เดี๋ยวผมมา” แล้ววีรพลก็ลุกเดินเข้าบ้านไป สักพักก็เดินกลับมานั่งข้างหล่อน
“ไม่รู้ว่าโลกนี้มันยังมีเรื่องอะไรๆ ที่ตลกๆ อย่างนี้อีกมั้ย นี่...ภาดูนี่สิ..นี่คือรูปคุณแม่ผม คุณพ่อเพิ่งเอาให้ผมเมื่อสองสามวันก่อน ผมยังขำไม่หาย ทำไมหน้าตาเหมือนภาเดี๊ยะเลย ยังกะเป็นฝาแฝด” วีรพลวางรูปนั้นลง วิภาวรรณตกตะลึง ก็มันเป็นรูปเดียวกันกับที่หล่อนเก็บไว้ที่หัวนอนตอนนี้ซ่อนไว้ในโต๊ะเครื่องแป้ง วิภาวรรณได้แต่อึกอักๆ สมองเริ่มสับสน พูดอะไรไม่ออก คิดไปต่างๆ นานา ถ้าหากวีรพลฉุกคิดได้หรือรู้ความจริง เขาจะคิดอย่างไรกับหล่อนละนี่ เขาคงโกรธและเกลียดหล่อนเป็นแน่ หัวใจวิภาวรรณเต้นแรง
“เป็นไงครับ เหมือนกันมากมั้ย อ้าว... ภา..... ภาเป็นอะไร ภา..!!!!”
วีรพลตกใจสุดขีดเมื่ออยู่ดีๆ วิภาวรรณก็หน้าซีดเผือดตาลอยแล้วก็ทิ้งร่างผล๊อยแทบจะร่วงตกจากเก้าอี้ถ้าหากเขาเข้าประคองร่างนั้นไม่ทัน วีรพลเขย่าร่างเรียกชื่อหล่อนจนแทบเสียงหลง วิภาวรรณก็แน่นิ่งไม่ไหวติง.......


วิภาวรรณสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงนอนให้ห้องของวีรพล ครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ว่ามันเกิดอะไรขึ้นก็พอนึกได้ลางๆ ว่านั่งอยู่กับเขาที่ระเบียงด้านนอกแล้วก็สติดับวูบไป นี่หล่อนสลบไสลไปนานหรือเปล่า เหลือบไปมองนาฬิกา ก็เป็นเวลาเกือบบ่ายโมง โอ!! เป็นเวลาน่าจะประมาณ 4 ชั่วโมงได้ที่หล่อนหมดสติไป เหลียวมองหาวีรพลก็ไม่เห็นเขา หล่อนลุกเดินเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าชำระร่างกายส่องมองที่กระจกก็พบใบหน้าตัวมันซีดแทบจะไม่มีสีเลือด วิภาวรรณก็ครุ่นคิดว่าตัวเองเป็นอะไร ทำไมหมู่นี้รู้สึกว่าจะหน้ามืดเป็นลมบ่อยทั้งๆ ที่ก็พักผ่อนตามปกติ เมื่อสะสางล้างหน้าเรียบร้อยแล้วก็ออกจากห้องเดินออกไปที่ระเบียง มองเห็นวีรพลนั่งอยู่บนเก้าอี้ยาวนั่งเล่นที่ประจำของเขา ทีแรกนึกว่าเขานั่งอ่านเอกสารอย่างที่เห็นเมื่อเช้า แต่เดินเข้าไปอีกหน่อยวิภาวรรณก็ได้ยินเสียงใสกังวานของกีต้าร์คลาสสิค เพลงที่เขาเล่นอยู่ออกทำนองละตินใสหวานปนจังหวะแดนซ์หน่อยๆ ตามสไตล์เพลงสแปนิชหรือละติน วิภาวรรณเดินไปอย่างเงียบกริบไปนั่งข้างเขาด้านขวามือซึ่งอยู่ทางด้านท้ายของกีตาร์ วีรพลคงสนใจแต่กีตาร์อยู่จึงไม่สังเกตเห็นพอรู้สึกว่าหล่อนมานั่งข้างๆ โอบแขนด้านขวาและหน้าซบไหล่เขาก็หันกลับมามองหล่อน
“ตื่นแล้วเหรอ เป็นยังไงบ้างครับ ทำไมอยู่ดีๆ ก็วูบไปซะอย่างนั้น”
“ภาก็ไม่รู้เหมือนกันคะ พล สองสามวันแล้ว ภารู้สึกว่าจะหน้ามืดบ่อยมากเลย แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้วคะ” สองแขนหล่อนกระชับข้างแขนเขาหน้าอกแนบประชิดกับลำแขนเขาใบหน้าหล่อนแนบบนไหล่ หน้าเขากับหล่อนห่างกันไม่กี่นิ้ว วีรพลชำเลืองตามองวิภาวรรณด้วยสายตาห่วงใย หยุดเล่นกีตาร์ยกแขนด้านขวาขึ้นมาโอบกอดวิภาวรรณ
“ผมตกใจแทบตาย พอให้ภาไปนอนพักก็เลยออกมานั่งคลายเครียด”
“ภาออกมาเห็นนึกว่าพลนั่งเอกสารเสียอีก พลเล่นกีตาร์เป็นด้วยเหรอ ตอนจัดของเข้าบ้าน ภาไม่เห็นกีตาร์สักตัว นึกว่าแต่จับเข็ม ถือมีดหมอ จรดปากกาเขียนใบสั่งยาเป็นอย่างเดียว นี่เล่นกีตาร์ก็เพราะด้วย”
“อ่ะ.. ไม่รู้อะไรซะแล้ว ตอนอยู่เชียงใหม่น่ะ ผมหัดเล่นจนแทบจะตั้งวงดนตรีได้เชียวนะ ถ้าผมตั้งวงออกอัลบั้มได้ละก็ เสกโลโซ แคลช หรือวงร็อคดังๆ ในเมืองไทย ผมว่าผมก็พอสู้เค้าได้ล่ะ หรือว่าทำได้ดีกว่าด้วยซ้ำ ไม่ได้โม้..............ฮ่ะๆๆ หึหึ... ผมเพิ่งเอามาจากกรุงเทพฯอ่ะ เมื่อตอนว่างๆ จากดูหนังสือหรือช่วงใกล้สอบที่มันเครียด ผมจะเอามาเล่นประจำ คิดว่าบางทีเบื่อๆ เครียดๆ มันก็น่าจะพอช่วยผ่อนคลายได้ ภาจะฟังมั้ยล่ะ ผมจะเล่นให้ฟังสักเพลงสองเพลง ฟังมั้ย” เขาหันไปจ้องหน้าถามหล่อน วิภาวรรณได้แต่ส่งยิ้มแล้วพยักหน้า หล่อนคงยังคลอเคลียกระชับข้างกายเขาอยู่ แล้ววีรพลก็ยกมือข้างขวาที่โอบหล่อนปล่อยหล่อนไปวางบนตัวกีตาร์ นิ้วก็เริ่มพลิ้วไปตามสาย มือด้านซ้ายก็ขยับปรับเปลี่ยนไปตามสายตามคอร์ดตามเมโลดี้ของเพลง มันเป็นเพลงสากล เสียงสายกีตาร์กังวานใสไปตามจังหวะที่เขากรีดนิ้วลง แล้วเสียงทุ้มกังวานน่าฟังของเขาก็เริ่มเปล่งเนื้อร้องของเพลง
Whenever I'm weary From the battles that rage in my head
You make sense of madness When my sanity hangs by a thread…
..............ฯลฯ.................
Until the day The oceans doesn't touch the sand
Now and forever I will be your man, Now and forever I will be your man..ฯ
ในท่อนสุดท้าย เสียงหวานๆ ใสของวิภาวรรณก็ประสานร้องกับเขาด้วยจนเพลงจบวิภาวรรณชำเลืองตามองเขาอย่างหวานซึ้ง วีรพลกรีดนิ้วตามสายลงเป็นช่วงสุดท้ายแล้วก็หันมาสบตาหล่อนที่อยู่แนบข้างอย่างหวานซึ้งตอบ
“ไม่น่าเชื่อว่าพลจะเล่นและร้องได้เพราะแบบนี้ ภาไม่เคยเห็นพลเล่นกีตาร์สักที เพิ่งมาเห็นครั้งนี้แหละ”
“ตอนผมเรียนมัธยม อยู่กับคุณลุงผมเห็นลุงแกเล่นซึงเพราะมากเลยอยากเล่นบ้าง แต่ก็เล่นไม่ได้เพราะเหมือนคุณลุงเลย อาศัยแต่กีตาร์พอที่จะเล่นคัฟเวอร์เพลงอื่นที่เขาฮิตกันได้ ผมเล่นได้ทุกแนวนะ เพื่อชีวิต ลูกทุ่ง สากล หรือจะเอาแบบสไตล์กีตาร์ฮีโร่ เฮฟวีเมทัล ก็เล่นได้”
“พลนี่ก็อารมณ์ศิลปินเหมือนกันนะนี่ แต่ภาขอห้าม ห้ามไปเล่นกล่อมใครเป็นอันขาด” วิภาวรรณทำเสียงเล็กเสียงน้อย ออดอ้อนแกมบังคับ บอกถึงความหึงหวงหรือแกล้งเย้าเขาเล่นก็ไม่ทราบ
“ฮ่ะๆๆ อารายกัน.... แค่นี้หวงเหรอ หึหึ.... สัญญาครับ ผมจะเล่นกล่อมภาคนเดียว” แล้ววีรพลก็โน้มหน้าเข้าหาหล่อนประทับจูบที่แก้มขาวที่อาจจะยังซีดอยู่บ้าง วิภาวรรณก็เอียงแก้มรับเขาอย่างเคลิบเคลิ้ม เขาช่างมีดีไปซะหมดเมื่อยามหล่อนอยู่ลำพังกับเขาทีไรเป็นต้องมีเรื่องให้หล่อนได้เคลิบเคลิ้มหลงใหลตามเขาไปซะทุกอย่าง ทำให้จิตใจวิภาวรรณแช่มชื่นขึ้น สีหน้าเริ่มมีเลือดฝาดระเรื่อ
“อืมม...ดูเหมือนอาการดีขึ้นแล้วนี่ เอ.......สงสัยผมต้องร้องเพลงกล่อมบ่อยๆซะละมั้งภาจะได้หายป่วย งั้นอีกซักเพลงนะ” วิภาวรรณได้แต่ยิ้ม ไม่ได้พูดจาโต้ตอบ แล้ววีรพลก็ดีดสายกีตาร์เล่นอีกเพลง เป็นเพลงที่เขาเคยได้ฟังแล้วประทับใจเมื่อคราวไปร้านแห่งหนึ่งใกล้ๆ กับวิทยาลัยเกษตรแม่โจ้ เขาจำชื่อนักร้องได้ว่าชื่อ ธวัชชัย ชูเหมือน เสียงของนักร้องคนนี้ทุ้มหวานจนเขาชื่นชอบและเล่นแกะเพลงตามจนคล่อง ชื่อเพลงอดีตฝัน วีรพลเล่นกีตาร์พลางร้องเพลงไปจนจบ โดยที่วิภาวรรณยังขนาบข้างกายฟังอย่างเคลิบเคลิ้ม
“ทำไมเล่นแต่เพลงหวานๆ ไหนบอกว่าแนวเฮฟวี่ก็เล่นได้”
“อ้าว... ยามนี้ผมคงจะเล่นแนวนั้นไม่ได้หรอก เดี๋ยวภาจะได้โยกหัวสั่นหัวคลอน คงน่าขำพิลึก ฮ่ะๆๆๆ” วิภาวรรณได้แต่ทุบต้นแขนเขาเบาๆ กับการเหน็บแนมหยอกล้อของเขา
“อ่ะ เอ่อ....คุณภา คุณหมอคะ อุ้ย....แหม.....มาสวีทหวานกันอยู่นี่เอง”
ทั้งสองสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงของปิ่น วิภาวรรรีบขยับตัวออกห่างวีรพลไปอีกศอกหนึ่งนั่งตัวตรง ปรับหน้าให้เป็นปกติเรียบเฉย
“มีอะไรครับ พี่ปิ่น”
“ตอนนี้คนงานที่จะมาทำงาน รออยู่ข้างล่างคะ คุณหมอจะลงไปพบเลยมั้ยคะ”
“อ่อ ให้เค้าขึ้นมาที่นี่เลยดีกว่า อากาศกำลังร่มเย็นดี ข้างล่างมันอบอ้าวไปหน่อย แล้วพี่ปิ่นช่วยจัดน้ำท่ามาต้อนรับด้วยนะ”
“ค่ะๆ...เด๋วปิ่นจะตามขึ้นมาให้คะ” ปิ่นหันกลับเดินลงไปด้วยใบหน้ายิ้มระรื่นแอบลอบมองวิภาวรรณที่ตอนนี้ยังหน้าปั้นยากอยู่ สักครู่คนงานที่ว่าก็ขึ้นมานั่งบนพื้นระเบียงกว้างที่ยื่นออกมานอกบ้านชั้นบน ทุกคนไหว้วีรพลกับวิภาวรรณแล้วก็นั่งพับเพียบอยู่ต่อหน้าทั้งสอง
“นั่งตามสบายเถอะครับ แล้วค่อยว่ากันเรื่องงาน”
“คุณหมอคะ นี่ ศักดิ์ ชล หาญ โต้ง และก็นี่ ประกาย คะ นี่ทุกคนนี่คือคุณหมอวีรพล เจ้าของบ้านหลังนี้ และนี่ก็คุณนายวิภาวรรณเจ้าของบ้านหลังที่ชั้นทำงานหลังโน้น” ทั้งหมดไหว้วีรพลกับวิภาวรรณอีกครั้งหนึ่งตามคำแนะนำของปิ่น วีรพลกับวิภาวรรณก็รับไหว้ตอบ ทั้ง 5 คนที่มาวันนี้ ดูจากลักษณะยังเป็นวัยหนุ่มสาวประมาณ 20 ปลายๆ ท่าทางแข็งแรงทะมัดทะแมงแต่ว่าร่างเล็ก สันทัด เมื่อเทียบกับวีรพล
“ครับ ยินดีที่ได้รู้จัก คืองี้ ผมอยากจะให้ทุกคนมาช่วยงานที่สวนของผมและก็ที่บ้าน ก็ไม่ได้ทำทุกวันหรอกครับเอาแค่อาทิตย์นึงไม่น้อยกว่า 3-4 วัน จะอยู่ประจำหรือว่าไปกลับก็แล้วแต่ทุกคนจะสมัครใจ ถ้าจะอยู่ประจำผมจะได้สร้างเรือนคนงานเพิ่มให้ ตอนนี้ผมอยากจะทำสวนกล้วยไม้ ผมมีแปลนที่ผมร่างไว้แล้ว สักครู่นะครับ” แล้ววีรพลก็เดินเข้าไปในบ้าน เดินออกมาพร้อมกระดาษแผ่นกว้างสองสามแผ่นที่ขีดเขียนด้วยปากกาเป็นเส้นลาย ดูเป็นระเบียบ
“คุณหมอคะ ทุกคนที่มานี่ส่วนมากก็ทำสวนมาก่อน แต่ว่ามีที่เนื้อที่ไม่มาก ก็เลยว่างงานกัน เรื่องทำสวนคงไม่มีปัญหา ถ้าจะให้อยู่ประจำคงจะเป็น ศักดิ์ โต้งและก็ประกายน่ะคะ ถ้าเรือนคนงานพร้อมเสร็จ ปิ่นพูดคุยก่อนหน้านี้ทุกคนก็ยินดีทำงานที่คุณหมอสั่งได้เลยคะ”
“ขอบคุณครับพี่ปิ่น อีกอย่าง ผมอยากให้พี่ปิ่นกับพี่โชค มาอยู่ประจำที่บ้าน เอ่อ. บ้านพี่ภาเลยน่ะครับ พี่ปิ่นจะพาครอบครัวมาอยู่ด้วยเลยก็ได้ ลูกพี่ปิ่นผมจะรับผิดชอบดูแลเรื่องเล่าเรียนให้เอง พี่โชคเป็นหัวหน้างานเรื่องทำสวนและหาคนขับรถให้พี่ภาสักคนหนึ่งหรือใครในนี้ขับรถได้ก็ขอไว้สักคนนึง ส่วนพี่ปิ่นกับประกายให้ดูแลงานบ้านทั้งสองหลัง ที่เหลือก็อยากจะให้ทำเรื่องสวนกล้วยไม้เป็นอันดับแรก เรื่องค่าจ้างและค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ผมจะขอมอบให้พี่ภาเป็นคนดูแลทั้งหมด เพราะพี่ภาเค้าเป็นคนดูแลบัญชีธนาคารให้ผมอยู่แล้ว เรื่องบัญชีรายรับรายจ่ายคงไม่มีปัญหา ตอนนี้ให้ประกายกับพี่ปิ่น พี่โชค อยู่บ้านพี่ภาไปก่อน แล้วทุกคนช่วยหาจ้างช่างมาทำเรือนคนงาน และก็ทำเรือนกล้วยไม้ เรือนคนงานเสร็จเมื่อไหร่ใครจะมาอยู่ประจำก็ให้บอกมา เรื่องค่าใช้จ่ายก่อสร้างทั้งหมดให้ทำบัญชีมอบให้พี่ภาดูแลนะครับ สวนผลไม้ที่เหลือเมื่อถึงฤดูก็ค่อยๆทำกันไป ไม่ต้องให้ดิบดีมากก็ได้ขอเพียงอย่าให้สวนรกเท่านั้นก็พอ จะขายหรือเก็บไว้ยังไงก็แล้วแต่ทุกคนจะเห็นว่าดีเท่านั้นแหละ งานที่ผมอยากให้ช่วยทำก็มีเท่านี้ใครจะมีอะไรซักถามเพิ่มเติมก็ได้ เชิญครับ อ้อ....และก็อีกอย่างผมอยากจะให้รื้อรั้วกั้นบ้านออกไปเลยดีกว่าผมขี้เกียจเดินอ้อมไปประตูรั้วหน้าบ้านพี่ภา เดินลัดไปบ้านพี่ภาแค่ไม่ถึงร้อยเมตรเอง พี่ภาว่ายังไงครับ”
วิภาวรรณนั่งจ้องมองวีรพลจัดแจงแบ่งงานคล่องปรื๋อ จนหล่อนเองก็แอบภูมิใจในตัวเขาไม่ได้ เมื่อตะกี้เขายังมีอารมณ์หวานโรแมนติกกับหล่อนอยู่เลย แต่พอเข้าเรื่องงานเขาก็ดูขึงขังเป็นเรื่องราว วางแผนงานได้อย่างเป็นระบบ คล่องแคล่ว ฉะฉาน เขาได้ความเป็นนักบริหารนักปกครองมาจากวีรวัฒน์แทบจะเหมือนหมด หล่อนได้แต่นั่งมองเขาอยู่ข้างๆอย่างอดปลื้มชื่นชมในใจไม่ได้ กำลังนั่งมองเขา ฟังเขาพูดไป พอเขาหันมาถามหล่อนถึงกับสะดุ้ง ปิ่นมองหน้าเจ้านายสาวเห็นท่าทางหล่อนก็แอบหัวเราะคิกคักคู่กับโชค วิภาวรรณปรับสีหน้าไม่ถูก เลิ่กลั่กๆ
“อ่ะ เอ่อ... ก็แล้วแต่คุณหมอก็แล้วกันคะ ถ้าคุณหมอว่าเหมาะภาก็ว่าตามนั้นคะ” วิภาวรรณยังตอบด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน ไม่ค่อยกล้าสบตาเขา
“แหม...คุณภา คุณหมอคิดถูกแล้วคะ ไหนๆ ก็จะเป็นแผ่นดินเดียวกันแล้ว เอารั้วออกเลยดีกว่า ปิ่นเคยบอกคุณภาแล้ว คุณหมอจะได้หมดห่วง เดินอ้อมไปประตูรั้วหน้าบ้านตั้งไกล เดินลัดไปบ้านคุณภาแค่นี้เอง ดีแล้วล่ะคะ จริงมั้ยคะ คุณหมอ...” วีรพลยิ้มพยักหน้า วิภาวรรณเหมือนโดนตอกย้ำให้เขินอายหนักเข้า ได้แต่ถลึงตาไปทางปิ่นทำปากขมุบขมิบเหมือนจะว่าอะไรสักอย่าง คนงานใหม่ 5 คนที่นั่งอยู่ต่อหน้าได้แต่ทำหน้าเลิ่กลั่กเพราะยังไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร แล้ววีรพลก็พูดคุยซักซ้อมกับคนงานใหม่ทุกคนในเรื่องการรับผิดชอบงาน เขาให้ความเป็นกันเองพูดคุยด้วยสนุกสนาน ทำให้ทั้ง 5 คนรู้สึกสบายใจ ทีแรกนึกว่าจะต้องมานั่งหงอต่อหน้าเจ้านาย โดยทีแรกๆ ทุกคนคิดว่าเจ้าของบ้านน่าจะเป็นคนมีอายุ แต่พอมาเจอรู้ว่าเป็นหนุ่มหน้าคมสันหล่อเหลาแถมให้ความเป็นกันเอง ทุกคนก็พลอยคลายความประหม่ากลัว ทุกคนก็ต่างรับมอบหน้าที่ตามที่วีรพลสั่งแล้วทุกคนจึงลากลับ โดยจะมาทำงานในอีกสองวันข้างหน้า..........


“คุณภาจะไปบ้านคุณหมอเหรอคะ อุ้ย...ดูสิ แต่งตัวสวยหวานขนาดนี้ คุณหมอได้นอนหลับยิ้มหวานแน่ๆ ฮิฮิๆ” ปิ่นมองเห็นวิภาวรรณสวมชุดเสื้อคล้องคอสีชมพูหวานแหววเป็นเนื้อเดียวกับกระโปรงเนื้อบางละเอียด เป็นจีบพลิ้ว เป็นชุดสีสันที่วิภาวรรณชอบใส่ประจำ ยิ่งมองหล่อนในยามเย็นแสงแดดอ่อนๆ ระเรื่อแบบนี้ วิภาวรรณดูผิวขาวผ่องนวลอมชมพูสวยหวานบาดใจ ปิ่นทำตาล้อวิภาวรรณเจ้านายสาวที่สนิทคุ้นกันจนแทบจะเป็นเพื่อนหรือน้องมากกว่าแม่บ้านเสียอีก
“ก็คุณหมอบอกให้ไปนอนพักที่บ้าน คุณหมอกลัวภาจะไม่สบายเหมือนเมื่อตอนสายอีก ภาฝากให้ปิ่นเฝ้าบ้านด้วยละกัน”
“ค๊า...ไม่ต้องห่วงบ้านใกล้กันแค่นี้เอง รู้มั้ยคะคุณภา ปิ่นน่ะ อิจฉาคุณภานะเนี่ย คุณหมอเอาใจใส่ดูแลคุณภาทุกอย่างทั้งรักษาอาการป่วยทั้งร้องเพลงกล่อม แบบนี้คุณภาคงหายป่วยเป็นปลิดทิ้งแน่ๆ ยิ่งตอนนี้สั่งให้รื้อรั้วบ้านแล้ว เหมือนคุณหมอจะบอกนัยๆ ว่าไม่ช้านี้คุณภาคงไม่ต้องมาอยู่บ้านหลังนี้แล้วมั้ง ฮิฮิฮิ”
“บ้าน่า.... ปิ่น นี่ก็บ้านภา ทำไมภาจะมาอยู่ไม่ได้ภาไม่ทิ้งหรอก ไม่คุยกับปิ่นแล้ว ฝากดูบ้านด้วยนะจ๊ะ ไปล่ะ” ขืนอยู่ต่อไปวิภาวรรณคงมองหน้าปิ่นไม่ติดแน่ๆ ก็ปิ่นเล่นมองตาหล่อนล้อๆ แซวๆ อยู่เรื่อย วิภาวรรณจึงตัดบทห้วนๆ เดินจากไปซะอย่างนั้น ทิ้งให้ปิ่นอ้าปากค้าง แต่แล้วหล่อนก็ได้แต่ยิ้มอย่างชื่นชมยินดีที่นายสาวใหญ่จะมีคนรู้ใจมาคอยดูแลเอาใจใส่
วิภาวรรณเดินเข้าไปหาวีรพลที่ห้องทำงานชั้นล่าง เห็นเขานั่งอ่านเอกสารที่ดูค้างไว้เมื่อตอนสาย หล่อนรีบเดินไปหาเขา
“เอาอีกแล้ว ดูจะคร่ำเคร่งกับงานมากไปแล้วมังคะ พล ไม่เอา ภาไม่ยอมแล้ว ตั้งแต่คุยกับคนงานเสร็จก็เห็นพลมาขลุกอยู่แต่ห้องทำงาน เอาไว้ค่อยดูวันหลังก็ได้ นะคะ”
“แหม...ภา ก็ไม่รู้จะทำอะไรนิ ว่างๆ ก็หยิบจับมาดูบ้างไม่เห็นเสียหาย รับรองว่าผมไม่จะไม่คร่ำเคร่งหรอกน่า ว่าแต่ภาเถอะ อาการดีขึ้นหรือเปล่า เอ..รู้สึกภาจะทำตัวเหมือนเป็นแม่ผมไปทุกขณะเลยนะ”
“พล...!!!! นี่ภาเป็นห่วงพลนะคะ ยังมาหาว่าภาจุ้นจ้านเหรอ ก็ได้คะ งั้นภาไม่รบกวนล่ะ” วิภาวรรณพูดตัดพ้อเชิงน้อยใจ เพราะคำพูดที่ว่า “เป็นแม่” มันรู้สึกจะจี้หัวใจหล่อนมาก หันกลับกำลังเดินออกจากห้องทำงานของเขา ก็รู้สึกถึงร่างกำยำใหญ่สูงโปร่งตามมารวบกอดรั้งไว้
“ไม่เอาน่า ภา... ผมขอโทษ ผมไม่ได้ว่าภาจุ้นจ้านหรอกนะ ขอบคุณด้วยซ้ำที่เป็นห่วง ผมแค่ไม่อยากอยู่ว่างๆ น่ะ อีกนิดเดียวก็จะอ่านหมดแล้ว อย่าโกรธเลยน่า เดี๋ยวจะไม่สบายอีกนะ อืมม... ผมก็ลืมไปเลย พรุ่งนี้ภาไปโรงพยาบาลกับผมนะ เดี๋ยวผมจะขอตรวจให้ละเอียดว่าภาเป็นอะไร จะได้หายกังวลซะที ที่นี่เครื่องมือผมไม่ได้ติดมาด้วย”
“ภาเป็นห่วงพลนี่คะ อยากให้พลพักสบายๆ บ้าง ตอนนี้พลมีแต่เรื่องให้คิดหนัก ถึงภาจะไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องอะไรบ้าง ภามองตาก็รู้ว่าพลมีหลายเรื่องที่ยังกลุ้มอยู่ แค่นี้ภาก็อดห่วงไม่ได้แล้ว แล้วยังจะต้องมารับงานหลายอย่าง เดินทางไปโน่นมานี่จนแทบไม่ได้พักผ่อน เรื่องตรวจสุขภาพของภา คุณหมอธรณ์เขาแอดฯ รับภาไว้เป็นคนไข้แล้วคะ เขาไม่อยากให้พลรับภาระหลายอย่าง ภาก็เห็นด้วย ให้คุณหมอธรณ์เขาดูแลเรื่องสุขภาพภาก็ได้คะ พลแค่รับฟังผลจากคุณหมอธรณ์ก็พอ นะคะ ภาไม่เป็นอะไรมากหรอก ไม่ต้องห่วง”
“ไม่ห่วงได้ยังไง นี่ภาเป็นลมมา 2-3 ครั้งแล้วนะ มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าผมไม่สามารถจะดูแลคนรักของตัวเองได้ ผมยิ่งไม่สบายใจ ถ้าภาเป็นอะไรไปโดยที่ผมไม่รู้ไม่ได้มีส่วนในการดูแล ตกลงครับเอางั้นก็ได้ เอาเป็นว่า....เดือนนี้ผมจะไม่ไปกรุงเทพฯ อีกแล้ว จนกว่าจะแน่ใจว่าภาไม่เป็นอะไรมาก และงานเอกสารผมจะให้ภาช่วยดูให้ มีอะไรเพิ่มเติมผมจะให้พี่ผ่องส่งงานมาให้ดูและคุยทางโทรศัพท์ก็พอ ภาสบายใจหรือยังครับ” เขายังโอบกอดวิภาวรรณจากด้านหลังพูดอยู่ข้างหูหล่อนกระชับร่างโอนเอนไปมาเป็นการปลอบโยนเอาใจ วิภาวรรณหันกลับมาประจันหน้าเขาส่งยิ้มถึงแม้จะดูซีดๆ เนือยๆ แต่ก็เริ่มดูดีขึ้นมาก
“คะ ขอเวลาให้ภาอีกสักระยะนะคะ ขอทำเรื่องร้านให้เสร็จ ภาจะมอบหมายให้ก้อยเขาดูแลเองทั้งหมด และก็เรื่องตัวแทนจำหน่ายร้านที่จะไปหาทำเลที่กรุงเทพฯ ภาจะทำหน้าที่แค่วางแผนขยายการตลาดก็พอ จากนั้นภาจะเคลียร์งานทุกอย่างและลาออกจากธนาคารมาช่วยงานพลที่บ้านคะ ภาไม่อยากเห็นพลต้องมารับภาระคนเดียวอีกแล้ว”
“ขอบคุณครับ ภา ได้ยินอย่างนี้ชื่นใจจัง ที่รัก รอให้ภาเคลียร์งานทุกอย่างหมด ผมจะพาไปกรุงเทพฯ ไปดูที่บ้านและที่ทำงาน ผมจะได้วางแผนงานให้ภาช่วยทำ ผมกะว่าเมื่อบริหารบริษัทจนอยู่ตัวแล้ว ยัยมีนโตพอที่จะรับช่วงต่อได้ ผมจะยกให้น้องทั้งหมดแล้วเรามาอยู่ที่นี่กันพ่อแม่ลูกอย่างที่ผมฝันไว้ ไม่ต้องดิ้นรนอะไรอีก ดีมั้ยครับ ภาจ๋า”
วิภาวรรณมองหน้าเขาอย่างซาบซึ้ง สวมกอดเขาแน่น แค่ชีวิตนี้มีเขาอยู่เคียงข้าง หล่อนก็จะไม่ขออะไรอีกแล้ว แล้ววีรพลเดินไปเก็บเอกสารจัดเข้าระเบียบ ปิดไฟห้องทำงานแล้วเดินมาประคองวิภาวรรณขึ้นชั้นบน
“ไปเถอะ วันนี้ผมจะเล่นกีต้าร์ร้องเพลงกล่อม หรือจะเอาสไตล์เฮฟวี่เมทัล ดีล่ะ โยกหัวให้มันหลุดไปเลย ฮ่ะๆๆๆ”
“ไม่เอา....ขอแบบคลาสิคๆ หวานๆ ดีกว่า จะได้นอนหลับสบาย ขืนเล่นเฮฟวี่ ภาปวดหัวมากกว่าเดิมแน่คะ” แล้วทั้งสองก็ประคองกันเข้าห้อง ประสานเสียงร้องเพลงไปเรื่อย จนดึก ต่างพากันหลับผล๊อยอยู่ในอ้อมกอดกันและกัน.........

โปรดติดตามตอนต่อไป....


ตอนนี้ขอเล่นฉากที่ผมประทับใจส่วนตัว เกี่ยวกับการเล่นกีตาร์ เลยไม่มีบท xxx เพราะเป็นฉากที่ผมเคยมีความทรงจำอันหวานซึ้งประทับใจจนบัดนี้มาเสริมในเรื่อง เพื่อนที่ชื่นชอบบท xxx ก็ผ่านไปก่อนนะครับ แห่ะๆๆ ตอนที่ 22 นี้เลยรู้สึกจะยาวหน่อย แต่ยังมีอีกหลายตอน โปรดติดตามเรื่อยๆ ครับ เดี๋ยวนี้มีกำลังใจมาให้ผมเยอะจนอดปลื้มไม่ได้ เท่าที่สังเกตุเห็นเพื่อนๆ ที่เป็นหญิง (อันนี้ไม่รู้ว่าจริงหรือปลอม) เข้ามาเมนท์หลายคน ยิ่งทำให้มีกำลังใจอยากจะแต่งเรื่องไปอีก
ขอบคุณอีกครั้งนะครับผม ขอให้มีความสุขกับการอ่าน..
............ช.ชัชวาลย์.............


_________________________________________________________________________________________
พรหมลิขิต ผิดคิว ตอนที่ 23
December 17 2009 at 9:39 AM 

--------------------------------------------------------------------------------

สองวันต่อมาวิภาวรรณก็ได้รับนัดหมายจากธนธรณ์เข้าตรวจอาการที่โรงพยาบาลตอนบ่าย 2 โมง แพรวาก็อาสาไปเป็นเพื่อน วิภาวรรณเลยแกล้งเย้าว่าที่อาสาไปด้วยนี่ไม่อยากไปเป็นเพื่อนหรอกมั้ง อยากไปหาคู่หมั้นมากกว่าแพรวาก็หัวเราะยอมรับในที เมื่อไปถึงโรงพยาบาลวิภาวรรณก็ชะเง้อมองหาวีรพลก็ไม่พบ ธนธรณ์บอกว่าวีรพลออกไปนอกโรงพยาบาลมีคนไข้พิเศษระดับข้าราชการชั้นสูงให้ไปดูอาการโรคหัวใจฉุกเฉิน วิภาวรรณเข้าห้องตรวจโดยมีแพรวาอยู่ด้วยเมื่อธนธรณ์ตรวจอย่างละเอียดได้ผลตรวจออกมาแล้วก็บอกกับวิภาวรรณ
“ธรคะ แพรด้วย พี่ขอร้องอย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับพลนะคะ ถ้าพลจะรู้เรื่องนี้พี่จะเป็นคนบอกเขาคนแรกเอง ได้มั้ยคะ”
“พี่ภาคะ แล้วพี่ภาคิดว่าจะปิดเรื่องนี้ได้นานขนาดไหน พี่พลก็เป็นหมอ สักวันพี่พลก็รู้อยู่ดี พี่ภาเองก็นับวันอาการมันก็ยิ่งจะฟ้องนะคะ”
“นั่นสิครับ อีกไม่นาน สักวันพลมันก็จะได้รู้อยู่แล้ว”
“เอาเถอะคะ พี่ขอร้องอย่าเพิ่งบอกกับพลเลย พี่ไม่อยากให้พลเค้าต้องมาห่วงกังวลกับพี่ ตอนนี้เค้าก็วุ่นวายมากพอแล้ว เมื่อถึงเวลาพี่จะเป็นคนบอกเอง สัญญาได้มั้ยคะ คุณหมอ แพร?.. แล้วเอกสารผลตรวจทั้งหมดขอพี่เก็บไว้เอง เมื่อถึงเวลาพี่จะบอกพลเค้าเอง”
“เอางั้นก็ได้ครับ ผมจะไม่บอกพล น้องแพรด้วยนะ ถือว่าพี่เค้าขอร้อง นี่ครับพี่ภา เอกสารทุกอย่าง เรื่องยาเดี๋ยวผมจะจัดให้เองแล้วจะฝากแพรเอาไปให้ทุกสัปดาห์นะครับ ถ้าผมสั่งผ่านแผนกจ่ายยา เดี๋ยวพลมันจะรู้เสียก่อน มันอาจจะโกรธผมที่ปิดบังเรื่องนี้กับมัน ผมโดนมันต่อยหน้าแหกแน่ๆ พี่ภาก็พยายามรักษาสุขภาพให้ดีกว่าเดิมนะครับ มีอะไรผิดปกติรีบติดต่อผมได้ตลอด”
“ช่ายๆ ช่วงนี้พี่พลเขาก็แทบไม่มีเวลา ถ้าจะมาห่วงกับอาการป่วยพี่ภาอีก เดี๋ยวพี่เขาจะเป็นทุกข์กังวลไปด้วยเปล่าๆ แพรสัญญาว่าจะไม่บอก”
“ขอบคุณทั้งสองนะคะ แล้วนี่เรียบร้อยหมดทุกอย่างแล้วเหรอคะ งั้นเรากลับกันเถอะ”
“รออีกหน่อยก็ได้ครับพี่ภา นี่ก็จะ 4 โมงแล้ว ไปพักดื่มน้ำคุยกันที่ห้องพักของผมก่อนก็ได้ จะได้ให้พลมันรับพี่กลับที่นี่เลย มันไปตั้งแต่บ่ายโมงแล้ว น่าจะกลับถึงโรงพยาบาลแล้วล่ะ พี่ภาก็โทรสั่งงานที่ธนาคารไปเลยดีกว่า”
“เอางั้นก็ได้คะ”
ทั้งสามก็นั่งคุยกันที่ห้องทำงานส่วนตัวของธนธรณ์กับวีรพล สักพักวีรพลกลับเข้ามา พอเจอทั้งสาม วีรพลก็รีบถามถึงผลตรวจทันที
“ผลเป็นไงมั่ง ธร ภาเป็นอะไร”
“อ่ะ เอ่อ...คือ...” ธนธรณ์คิดหาคำพูดไม่ออก อึกๆ อักๆ ติดอ่างอยู่
“แค่เลือดจางเท่านั้นแหละคะพล กินยาบำรุงเลือดพักผ่อนให้มากว่าเดิมก็ดีขึ้นแล้วคะ” วิภาวรรณเห็นท่าว่าธนธรณ์จะไปไม่รอดก็เลยชิงตอบไปก่อน แพรวาเองก็คันปากยิบๆ อยากจะตอบแต่ก็ยังหาคำตอบกลบเกลื่อนไม่ได้ ทำได้แต่พยักหน้าคล้อยตามวิภาวรรณ
“เออ ชะ...ชะ....ช่ายๆๆ ชั้นจัดยาให้พี่ภาไปแล้วล่ะ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรอกน่า สบายใจได้เพื่อน ชั้นขอรับรองด้วยเกียรติของหมอ และในฐานะที่เป็นเพื่อนแก” ธนธรณ์ก็รีบเสริมทัพเข้าไปอย่างตะกุกตะกัก
“ฟู่ววว.....ค่อยโล่งอก ภาน่ะ....ว่าแต่ผมทำงานไม่ยอมพักผ่อน ตัวภาเองก็นอนน้อยเหมือนกันล่ะน่า เห็นมั้ย ดูสิสีหน้าดูซีดๆ อยู่เลย ต่อไปนี้ต้องพักผ่อนให้มากๆ แล้วล่ะ งานอย่างอื่นที่ให้คนอื่นทำแทนได้ก็ให้เขาทำไปเถอะ เข้าใจมั้ยครับ”
“ค๊า.....เข้าใจแล้วค่ะ อืม....วันนี้เราอยู่พร้อมหน้ากัน ภาว่าเราออกไปทานอาหารนอกบ้านสักครั้งน่าจะดีนะคะ ภาเป็นเจ้ามือให้เอง” วิภาวรรณออกความเห็นชักชวน แพรวาก็พยักหน้ายิ้มรับอย่างดีใจ ธนธรณ์ก็ผงกหัวเบาๆ เชิงเห็นด้วย
“อย่าเลย ภาอาการยังไม่ดีเท่าไหร่ ผมว่าเรากลับไปทานที่บ้านน่ะดีแล้ว ไม่รู้ที่ร้านอาหารจะมีอาหารแสลงหรือเปล่า เกิดป่วยขึ้นมาอีก เสียชื่อเป็นแฟนหมอหมด อีกอย่างวันนี้เรานัดคนงานใหม่ไม่ใช่เหรอ จะได้ไปจัดหาห้องพักให้เขาด้วยไง” วีรพลชิงพูดปัดไปก่อน ทำเอาวิภาวรรณและอีกคู่หน้าเจื่อนลง ทุกคนก็พยายามพูดโน้มน้าวเป็นประชาธิปไตยเอาเสียงส่วนมากแต่วีรพลก็ยังยืนกระต่ายขาเดียวแบบเผด็จการอยู่เหมือนเดิม
“โอเคๆ..... ผมว่าเรากลับบ้านก็ดีเหมือนกัน พลมันคงชอบอาหารที่บ้านมากกว่า สงสัยพี่ภานี่มีเสน่ห์ปลายจวัก ทำกับข้าวแกงเผ็ดแกงป่าหรือว่าขนมเค้กคงอร่อยถูกใจ พลมันเลยไม่อยากไปกินข้าวนอกบ้าน ฮ่ะๆๆๆ อุ้บ.” ธนธรณ์พูดไปเรื่อยเปื่อยด้วยความคะนองปากไม่ได้คิดอะไรมาก แต่พอนึกขึ้นได้ว่าพูดอะไรออกไปจึงงับปากปิดสนิทแต่คงช้าไปแล้ว วิภาวรรณหน้าแดงก่ำแอบเอื้อมมือไปหยิกสีข้างวีรพลที่นั่งเคียงข้างจนวีรพลสะดุ้งโหยง แพรวาก็เพิ่งนึกออกว่าคืออะไร เห็นอาการวิภาวรรณหน้าแดงแล้วหยิกวีรพลแก้เขิน ก็อดกลั้นหัวเราะไม่ได้ แล้วทั้งสี่คนก็พากันจับควงคู่แยกย้ายกันขึ้นรถกลับบ้าน
พอรถวิ่งออกได้สักพักวิภาวรรณเงื้อกำปั้นซัดหมัด เข้าที่อกที่ไหล่ของวีรพลที่กำลังขับรถอยู่รัวเป็นชุด
“นี่แน่ะๆ คนผีทะเล กินที่ในลับแล้วยังเอาไปไขในที่แจ้ง”
“โอ๊ยยๆๆ.. ภา อะไรกันนี่ ผมไม่เข้าใจ”
“ไม่ต้องมาทำไก๋เลย พลไปเล่าอะไรให้ธรเค้าฟัง เค้าถึงได้มาพูดแซว ทำหน้าล้อเลียนภา จนภาอายเค้าไปหมดแล้ว”
“เอ๋...นี่ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลย เค้าแซวอะไร”
“ก็เค้าพูดเรื่องขนมเค้กอะไรนั่น แล้วยังพากันหัวเราะล้อภาอีก พลอย่าทำเป็นไขสือหน่อยเลย คนบ้า คนอะไรไม่รู้จักอายบ้าง หึ....”
“อ๋อ ฮ่ะๆๆๆ”
“แน่ะ....ยังจะมีหน้ามาหัวเราะอีก นี่แนะๆ...” แล้วก็รัวกำปั้นทุบเขาอีกชุดใหญ่ วีรพลได้แต่บิดกายยกแขนปัดป้องเล็กน้อย เพราะตายังจ้องมองทาง มือยังจับพวงมาลัยอยู่
“ภา ผมขับรถอยู่นะ เดี๋ยวก็รถคว่ำกันพอดี เจ้าธรมันก็พูดของมันไปเรื่อยเปื่อย มันไม่ได้รู้เรื่องอะไรสักอย่าง แล้วนี่ภาจะอายมันทำไม เอ...หรือว่า คำว่าขนมเค้กเนี่ย ภาคิดไปถึงแต่เรื่องนั้นเรื่องเดียวเหรอ ฮ่ะๆๆๆ โอ้ยยๆๆ....พอแล้วคร้าบบ ผมจะระบมไปทั้งตัวแล้วเนี่ย” โดนหนักเข้าวีรพลต้องชะลอความเร็วลง แล้วก็จอดรถอยู่ข้างทาง วันนี้ท่าทางดูเขาจะอารมณ์ดีขึ้นกว่าเมื่อ 3-4 วันก่อนหน้านี้มาก เขาคงยังอดหัวเราะไม่ได้ ทางด้านวิภาวรรณยังคงทำหน้างอค้อนขวับๆ อยู่หลายที พอหยุดหัวเราะวีรพลก็หันหน้ามามองเปลี่ยนสีหน้าไปอีกแบบ เอื้อมมือมาลูบไปหน้าวิภาวรรณเบาๆ
“ภาไม่เป็นอะไรแน่นะ วันก่อนเห็นหน้าซีดเป็นไก่ต้ม กลัวจะทำงานไม่ไหว อืมมม.......แต่ก็ดีเหมือนกันนะ ผมจะได้มีข้ออ้างให้ภามาอยู่กับผมแล้วจะได้ร้องเพลงกล่อมก่อนนอน มีความสุขดีออก อย่างน้อยตอนนี้ผมก็จะพอมีเวลาได้อยู่กับภาอย่างใกล้ชิด ถึงจะมีงานมากขนาดไหนก็ตาม รู้มั้ย ภาน่ะคือแรงใจของผมเลยนะ แค่ทำงานเหนื่อยๆ กลับมาบ้านได้เห็นภรรยาหน้าหวานยิ้มรับทำกับข้าวให้ทาน ผมก็มีกำลังใจพร้อมจะมีชีวิตต่อไปในวันรุ่งขึ้นแล้ว” เขาพูดไปพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้กับวิภาวรรณเหมือนกับจะเป็นการเอาใจที่ทำให้หล่อนงอนตุ้บป่องอยู่เมื่อครู่ แค่ได้ยินคำพูดเขากับใบหน้าที่ยิ้มแย้มส่งให้หล่อน วิภาวรรณก็เปลี่ยนอารมณ์จากที่ทำงอน หันหน้าไปสบตามองเขาอย่างหวานซึ้ง ปลดเข็มขัดนิรภัยเอียงกายเข้าไปซบเขาได้ครู่ใหญ่
“ออกรถเถอะคะ” วิภาวรรณขยับคาดเข็มขัดนิรภัยไว้แล้วนั่งตัวตรงดังเดิมอีกครั้ง วีรพลก็เข้าเกียร์แล้วค่อยๆ ออกรถไปอย่างไม่รีบร้อน วิภาวรรณก็หันชำเลืองมองหน้าเขานิ่งนานอยู่หลายครั้งวีรพลเองก็สังเกตเห็น ขนาดประกาศตัวยอมรับเป็นแฟนกันแล้ว วีรพลเป็นผู้ชายแท้ๆก็ยังรู้สึกเขินๆ ที่ถูกจ้องเอาๆ แบบนี้
“มีอะไร เห็นมองหน้าผมบ่อยจัง มันหล่อน่ามองขนาดนั้นเลยเหรอครับ ฮ่ะๆๆ” พูดไปก็หัวเราะแก้เขินไป วิภาวรรณก็ยังจ้องมองเขาแทบไม่กระพริบตา ยามที่เขาเขินอายทำเหมือนเด็กๆก็ยิ่งเหมือนเพิ่มเสน่ห์ของเขาเพิ่มไปอีก ขณะที่รถวิ่งไปตามถนนที่โอบล้อมด้วยภูเขาเล็กๆ ป่าไม้ครึ้มร่มรื่นตลอดสองข้างทาง
“พลคะ ขับไปจอดตรงข้างทางแยกด้านหน้าก่อนสิคะ” วีรพลขมวดคิ้วสงสัย แต่เขาก็คิดไม่ออกว่าวิภาวรรณคิดทำอะไร เพราะทางแยกที่ว่ามันเป็นทางแยกเล็กๆ เหมือนเป็นทางแยกเข้าสวนของชาวสวน แต่คงนานๆ จะมีคนเข้าออกสักที บริเวณแถวนั้นเงียบสงัด ปลอดคน วิภาวรรณให้เขาเลี้ยวออกนอกทางเข้าทางแยกห่างจะถนนใหญ่พอสมควรก็ให้หยุดและดับเครื่องยนต์ วีรพลยังคงขมวดคิ้วทำหน้างง มองไปที่วิภาวรรณเห็นหล่อนยิ้มมองซ้ายทีขวาทีไปรอบๆ รถ แล้วก็หันกลับมามองที่เขาส่งยิ้มแบบแปลกๆ สายตามีประกาย กัดฟันบนขบกับฝีปากล่างเผยอยิ้มหน่อยๆ
“มีอะไรเหรอครับ???” วิภาวรรณไม่ตอบ แต่ขยับตัวปลดเข็มขัดนิรภัยออกแล้วโน้มตัวข้ามคันเกียร์รถที่กั้นระหว่างสองเบาะหน้า สองมือประคองหน้าเขาแล้วประกบจูบอยู่เนิ่นนาน แรกๆ วีรพลไม่ทันตั้งตัวแต่พอสักพักเขาก็จูบตอบกับหล่อน วิภาวรรณไม่จูบเปล่า มือข้างหนึ่งลดจากใบหน้าเขาไล่ต่ำลงไปที่ตรงกลางแก่นกายของเขาลูบไล้หน้าเป้ากางเกงไปมา วีรพลรู้สึกว่าหน้าท้องตัวมันจะเริ่มแขม่วเกร็งขึ้นมาทันที ท่อนกลางแก่นกายเริ่มจะมีปฏิกิริยาตอบสนองขึ้นมาต่อการลูบไล้ส่วนนั้น มือวิภาวรรณค่อยป่ายปะควานหาหัวเข็มขัดแล้วค่อยๆปลดออกจับซิปกางเกงรูดลงแล้วก็ควานเข้าไปผ่านขอบกางเกงในของเขา แล้วก็ลูบขยับไปมา ตอนนี้ทั้งตัววีรพลเริ่มจะร้อนผ่าวขึ้นมาทั้งๆ ที่เครื่องปรับอากาศในรถก็ทำงานเย็นฉ่ำ อากาศในยามนี้ก็เริ่มเย็นลงแล้วด้วย วิภาวรรณทั้งจูบเขาแบบเร่าร้อน อ้าปากส่งปลายลิ้นเข้าปากวีรพลแล้วตวัดไปมาหยอกเย้ากับลิ้นเขาอยู่ในโพรงปากแล้วก็ค่อยดูดดุนไปเรื่อย ส่วนมือก็ยังคงลูบไล้กระตุ้นความรู้สึกเขาอย่างมากแล้วก็ค่อยๆ ควักเจ้าแท่งเนื้ออวบใหญ่ที่ตอนนี้มันชักจะเริ่มคับกางเกงในแล้วออกมาจับบีบรูดขึ้นลง วีรพลได้แต่ครางอยู่ในลำคอ แล้ววิภาวรรณก็ถอนจูบชักตัวถอยกลับ มองหน้าเขาด้วยสีหน้าหยาดเยิ้มชวนฝัน
“อะไรนี่ ภา??....” “เฉยๆ สิคะ” หล่อนบอกเขาเม้มปากเป็นเส้นตรงทำตาดุแต่ดูปนยิ้มในที แล้ววิภาวรรณก็โน้มตัวเข้ามาอีกครั้งแต่คราวนี้มุ่งลงไปที่ตักเขาพยายามจะดึงขอบกางเกงรูดออกเพื่อให้จับท่อนลำลึงค์ได้ถนัด วีรพลก็เลยปลดเข็มขัดนิรภัยออกโหย่งตัวจับรูดกางเกงลงไปอีกพร้อมทั้งกางเกงในไปอยู่ประมาณครึ่งขา วิภาวรรณก็คว้าท่อนเนื้อเอ็นที่โผล่เผยโฉมเป็นลำเขื่องกำรูดเบาๆ แล้วก็ใช้ปากอมรูด ผงกหัวขึ้นลงได้ยินแต่เสียงหายใจของหล่อนกับเสียงครางฮือเบาๆ วีรพลไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อนถึงกับเกร็งกาย หายใจฟืดฟาดแรง ไม่เป็นจังหวะ ทำอะไรไม่ถนัด มือก็ได้แต่ลูบหัววิภาวรรณ อีกข้างก็ลูบไปตามแผ่นหลัง วิภาวรรณก็ใช้ปากอ้าอมท่อนรักของเขาอย่างถึงกึ๋น หล่อนอ้าอมจนมิดลำแล้วค่อยๆ เม้มปากดูดรูดขึ้นขณะที่มือก็รูดลำลงสวนทางจนหนังหุ้มถูกรูดลงสุดคอหยัก เมื่อเจ้าหัวชะโดตัวใหญ่พ้นจากฝีปากก็โดนปลายลิ้นฉกตวัดเลียเข้าที่ปลาย วีรพลถึงกับแขม่วหน้าท้องเกร็งเชิดหน้ายิงฟันพร้อมทั้งขบกรามดังกรอดๆ
“ภาจ๋า ผมจะไม่ไหวแล้ว นี่ภาทำผมเซอร์ไพร้ส์มากเลยนะนี่”
วิภาวรรณหยัดกายลุกขึ้นนั่ง ริมฝีปากหล่อนฉ่ำเยิ้มไปหมด ผมเผ้าที่ยาวสลวยเป็นระเบียบก็เริ่มจะรุงรังไปนิดถึงแม้จะมีที่คาดผมที่วีรพลซื้อให้คาดไว้อยู่ก็ตาม หล่อนเผยอยิ้มแล้วตวัดลิ้นเลียไปรอบริมฝีปากอย่างที่วีรพลไม่เคยเห็นมาก่อนว่าคนรักที่แสนจะอ่อนหวาน ดูเธอคราวนี้มันช่างยั่วยวนบาดใจไปหมด
“ก็ภาอยากทำให้ที่รักเซอร์ไพร้ส์นิคะ เราไปนั่งเบาะหลังกันดีกว่าคะ มาสิคะที่รัก จะมีเซอร์ไพร้ส์กว่านี้” พูดเชิญชวน ยิ้มเย้ายวน เลิกคิ้วแบบท้าทาย หล่อนเปิดประตูรถออกไปแล้วไปยังประตูหลัง วีรพลกดปลดล้อคประตูแล้วก็ขยับออกตามหล่อนไปที่ประตูหลังอีกด้านตรงข้ามกัน ทั้งๆ ที่ยังเก้ๆ กังๆ เพราะกางเกงมันถูกรูดลงไปครึ่งขา ค่อยๆ รั้งขอบกางเกงขึ้นเปิดประตูหลังเข้าไปนั่งบนเบาะหนังชนิดดีเยี่ยมราคาแพงสีเปลือกไข่ออกเหลืองจางๆ
“ภาวันนี้มีอะไรเนี่ย ถึงได้ทำแบบนี้”
“ก็แค่อยากให้ที่รักได้เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง เราไม่ได้มีอะไรกันหลายวันแล้ว ภาอยากให้พลได้ผ่อนคลายบ้าง อย่าถามมากเลยคะ” แล้ววิภาวรรณก็เข้าโน้มคอเขาประกบจูบอีก คราวนี้วีรพลตั้งตัวติดก็ตอบรับอย่างรู้ใจ วิภาวรรณจูบเขาไปด้วย และก็ค่อยๆขยับตัวไปนั่งทับบนตักเขา วีรพลก็ช่วยรั้งขอบกระโปรงที่ยาวเลยเข่าลงไปสักสองสามนิ้วรูดขึ้นจนถึงเอวเพื่อให้หล่อนได้ขยับถ่างขานั่งคร่อมทับเขาได้ถนัดอย่างรู้อกรู้ใจกันเป็นอย่างดี ทั้งคู่ต่างคลุกเค้าใบหน้าจูบกันอย่างดูดดื่ม วิภาวรรณค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อสูทที่ใส่ทับด้านนอกแล้วถอดออกทิ้งไปทางด้านหลัง คงเหลือแต่เสื้อซับในสีขาวบางจนมองเห็นบราเซียที่มันห่อหุ้มเนินอกกลมกลึงเป็นเต้างามไว้ วีรพลก็เลาะเม็ดกระดุมเสื้อซับในตัวนั้นออกไปจนหมดแล้ววิภาวรรณก็ถอดซับในตัวนั้นทิ้งตามเสื้อสูทไป คงอวดแต่บราที่มันรั้งเต้าจนอวบอัดกลมกลึง ทั้งคู่เหมือนกับทำงานเป็นทีมเข้าขารู้ใจกันเป็นอย่างดี วีรพลอดใจไม่ไหวรีบคว้าหมับที่เต้ากลมบีบเค้น ปากก็พรมจูบสลับเต้านมซ้ายขวา วิภาวรรณก็แอ่นอกสู้การเล้าโลมของเขา สะโพกก็ส่ายร่อนจนแท่งเนื้อเอ็นที่แข็งโด่เสียดสีอยู่ตรงหว่างขาไปตามหน้าขาของวิภาวรรณ ปล่อยให้เขาเม้มดูดนมจนหนำใจแล้ว วิภาวรรณก็ตวัดแขนข้างหนึ่งไปข้างหลัง คว้าลำเขื่องของหมอหนุ่มกำรูดเล่น พร้อมทั้งโยกส่ายตัวเองให้เสียดสีกับเขาไปเบาๆ บรรยากาศตอนนี้เริ่มอบอ้าวมากขึ้น วีรพลเองยังมีอาภรณ์อยู่ครบคงมีแต่กางเกงที่ถูกถอดรูดลงไปครึ่งขาเหมือนตอนนั่งเบาะหน้า เขาจึงกดปุ่มกระจกไฟฟ้าให้บานกระจกเลื่อนลง วิภาวรรณหยุดนิ่งไปสักพักมองหน้าเขาด้วยรอยยิ้มหวาน
“เป็นไงคะ พ่อนักกีตาร์ยอดรัก ตื่นเต้นมั้ยคะ” หล่อนถามเขาเสียงหวานจ๋อย
“มากๆ เลย ผมไม่คิดว่าภาจะกล้าทำแบบนี้”
“คิคิคิ ภาก็เพิ่งครั้งแรกเหมือนกันคะที่ทำแบบนี้ บอกแล้วไงคะว่ามีเซอร์ไพร้ส์”
แล้ววิภาวรรณก็กระโหย่งตัวยืนเข่าที่คร่อมทับตักชายหนุ่มต่างวัยหวานใจของหล่อน หล่อนค่อยๆ จับขอบกางเกงชั้นในที่เหลืออยู่แหวกออกเบี่ยงไปข้างหนึ่งแล้วใช้นิ้วคลึงขยี้ร่องแคมสวาทของตัวเองจากนั้นก็จับลำลึงค์อวบใหญ่ตั้งให้ตรงแล้วหย่อนกายลงอย่างละเมียดมันค่อยมุดเข้าไปอย่างช้าๆ วิภาวรรณส่ายร่อนสะโพกไปด้วย แอ่นอกเบียดกับใบหน้าเขาไป ใบหน้าหล่อนเชิดหลับตาพริ้ม เผยอปากครางซี้ด วีรพลนั่งพิงติดเบาะอยู่ได้แต่กัดฟันซี้ดปากด้วยความเสียวซ่าน แล้วก็เอามือมาประคองใบหน้ารูปไข่ขาวนวลที่เริ่มจะแดงก่ำไปหมดแล้ว ดึงเข้ามาจูบอย่างเร่าร้อน ได้ยินแต่เสียงทั้งคู่ครางในลำคอ วิภาวรรณบดส่ายเอวและสะโพกซ้ายขวาขึ้นลงบดบี้กับแก่นกายของคนรักพลิ้วไหวเป็นลอนคลื่นปานนักเต้นไร้กระดูก ไม่ได้เร่งร้อน ช่างเป็นภาพที่เย้ายวนชวนฝันยิ่งนัก หล่อนทำไปอย่างเนิบนาบช้าๆ แต่คนที่แทบจะคลั่งตายคือวีรพล ยิ่งหล่อนทำช้าๆ เท่าใด ความกระสันของเขาก็ยิ่งเพิ่มทวี ตอนนี้เขายังไม่สามารถควบคุมจังหวะได้ จึงปล่อยให้แม่สาวใหญ่หน้าหวานบรรเลงเพลงรักเพลงสวาทไปในรูปแบบสโลวๆ
“ภาจ๋า อูย......ผมแทบจะไม่ไหวแล้วนะ ทำไมวันนี้ภาไม่เร่งรีบเลย นี่เราจะกลับถึงบ้านค่ำมืดนะ อ่ะ...อา....อูยย.....ภาจ๋า”
“จะรีบไปไหนคะที่รัก เรามามีความสุขกันดีกว่า อ่ะ...อูยยยยย....อยู่เฉยๆ ภาจะทำให้พลเองนะคะ อาาว์...ท่อนของพลมันเข้าจนมิดลำ คับแน่นไปหมดเลยที่รัก อูย.....ซี้ดดดดดส์” หล่อนยังคงร่อนส่ายสะโพกบดร่างของชายคนรักอย่างนิ่มนวล แต่เริ่มจะหนักแน่นขึ้นเรื่อย เพราะหล่อนค่อยๆ แอ่นก้นขึ้นสูงจนขอบแคมโยนีที่อ้าอมท่อนเขื่องแทบจะสุดปลายลำแล้วกดลงยวบ ท่อนของวีรพลก็ถูกกลีบแคมคาบอมไปจนมิด มองเห็นร่องแคมของหล่อนแทบปริถึงรูก้นด้วยความอวบใหญ่ของมัน
“อูววว...ภาจ๋า ผมเสียวไปหมดแล้ว เมียจ๋า....อาาว์” วิภาวรรณไม่ได้ตอบได้แต่ส่งยิ้มและส่งเสียงหัวเราะในลำคอแหลมเล็ก หล่อนเอาใบหน้าเคลียคลอหน้าวีรพลไปมา ผมเผ้าสยายปรกใบหน้าเขาไปหมด วีรพลค่อยๆ หาทางขยับกายแล้วคว้าสองมือไปโอบที่สะโพกกลมกลึงรั้งไว้ พอได้จังหวะเขาก็เริ่มออกกำลังบั้นเอวเด้งสวนแต่ก็ไม่ได้เร็วอย่างที่เขาอยากทำได้นัก แต่ก็หนักหน่วงพอดูเพราะไม่ถนัด ขาเขายาวเก้งก้าง ตอนนี้มันไม่สามารถเหยียดออกได้สุดเพราะติดเบาะหน้า
“พลจ๋า ภาแน่นรูไปหมดเลย อูยย.....ที่รัก....ของพลมันอวบใหญ่คับแน่นของภาไปหมดเลย ที่รักจ๋า...อุ้ย.....อย่าเพิ่งกระเด้งแรงสิคะ ภาก็เสียวสยิวเหมือนกัน”
วีรพลก็แปลกใจเหมือนกันว่าแม่สาวใหญ่หวานใจของเขามาไม้ไหนกันแน่ ปกติที่ผ่านมาถึงขึ้นนี้แล้ว คำหยาบโลนหลุดออกจากปากอวบอิ่มเย้ายวนนั้นแทบนับไม่ทัน แต่คราวนี้มาในแบบคำเรียบๆ สำเนียงก็ออดอ้อนหวานหู แต่ก็ทำให้เขาเสียวกระสันไปอีกแบบ แล้ววิภาวรรณก็ถอนกายออกไปนั่งอยู่ข้างกายเขาเกี่ยวรั้งให้เขาขยับมาทาบตัวหล่อนบ้าง วีรพลสุดจะกลั้นความรู้สึกตั้งนานแล้วเขารีบถอดกางออกหมดแล้วทิ้งไว้บนเบาะ พอได้จังหวะที่เขาจะคุมเกม ก็จับสองขาที่ขาวนวลผ่องเนียนไปทั้งช่วงขา เพราะหล่อนใส่ถุงน่องอยู่ด้วยแบะแยกออกเล็กน้อยพอที่เขาจะแทรกร่างไปตรงหว่างขาได้แล้วยกดันให้โย้ไปข้างหน้าจนหัวเข่ามันแนบหน้าอกวิภาวรรณ แต่กระนั้นวีรพลก็ขยับตัวไม่ค่อยถนัด เพราะว่าตัวเขาสูงใหญ่ แค่เขายันย่อเข่าไว้ที่ขอบเบาะหลัง หัวเขาก็ชนกับหลังคารถแล้วจึงต้องโก่งตัวโน้มไปหาวิภาวรรณที่ตอนนี้อยู่ในท่าตัวงอแทบจะเป็นกุ้งทีเดียว คราวนี้หล่อนไม่มีทางขยับตัวได้ถนัด วีรพลก้มมองตรงหว่างขาวิภาวรรณเห็นร่องแคมแบะอ้าเล็กน้อยท้าทายเจ้าชะโดยักษ์ของเขาอยู่ ตรงร่องหลืบมีน้ำเมือกใสๆ เยิ้มออกมา เขาก็จรดจ่อปลายท่อนรักแล้วจับรูดเอาหัวบานหยักถูเล่นหน้าปากถ้ำไปมา
“อ่ะ...โอย......ที่รักขา.....ยัดใส่เข้าไปสิคะ ภารอให้พลยัดเข้าไปจนทนไม่ไหวแล้ว จะทำอะไรก็ทำเถอะ พลจ๋า อูยย....อย่างนั้นแหละคะ อืมม....มันแน่นไปหมด อูยย.....พลจ๋า”
วีรพลสอดเสียบท่อนรักเข้าไปได้ก็ค่อยๆ เริ่มกระแทกทิ่มแทงแบบยาวๆ เนิบๆ เหมือนกับที่วิภาวรรณทำกับเขา เขาค่อยๆ ถอนลำเขื่องออกมาเกือบหมดลำแล้วก็กดพรืดเข้าไป วิภาวรรณสะท้านไปหมดทั้งกาย บิดส่ายหน้าด้วยความเสียวสยิว ถึงแม้เขาเองจะเสียวกระสันแทบจะกลั้นไม่อยู่แล้วแต่ดูเหมือนการทำแบบนี้ก็ชะลอให้ช้าได้มาก ตอนนี้สองไหล่เขาแบกขาเรียวที่มีถุงน่องเนียนสวยหุ้มอยู่เริ่มกระแทกกระทั้นถี่ขึ้นเรื่อยๆ วิภาวรรณได้แต่มองหน้าเขา หน้าเริ่มบิดเบี้ยวเหยเก ปากเผยอครางซู้ดซี้ดออกมาดังขึ้นเรื่อยๆ โพรงสวาทหล่อนเริ่มบีบกระชัดตอดท่อนลำของเขาอยู่ตุบๆ
“พลจ๋า....ภาเริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว อูยย.....แรงๆ ได้แล้วที่รักจ๋า...”
“ผมก็เหมือนกัน ของภามันบีบกระชับหนุบๆ ที่หัวปลายของผมแล้ว โอ้ว.....ภาจ๋า... ของภามันช่างดีอะไรอย่างนี้ อาาว์”
“ของพลก็เหมือนกัน มันคับแน่นเสียดสีร่องภาจะสยิวไปหมดแล้ว ที่รัก อะ. อ๊ายยยย.... พลจ๋า แรงๆ ได้แล้วค่ะ แรงอีกๆ อ๊า.....”
วีรพลเหงื่อแตกพลั่ก เริ่มจะกัดฟันขบกรามหนักขึ้นจนคอมีเส้นเอ็นปูดโปนขึ้นมา กล้ามแขนก็เกร็งแน่น มองเห็นกล้ามโปนเป็นมัด เขารวบรวมกำลังใส่บั้นเอวส่งแรงกระแทกแรง หนักหน่วง และเพิ่มความเร็วขึ้นเท่าที่จะทำได้มากที่สุด แต่ก็ทำเอาเบ๊นซ์คันหรูสีดำเคลือบมันเงาวาววับโยกคลอนไปทั้งคัน
“ภาจ๋า......ผมจะทนไม่ไหวแล้ว ขอผมเสร็จแบบนี้เลยนะ”
“คะที่รัก ภาก็เหมือนกัน อา.....อึ้ยยย. พลจ๋า.....ภา จะ.....แรงๆ เลยคะที่รักขา..เราขึ้นสวรรค์พร้อมกันนะจ๊ะ ..อู้ยยยย...”
“อ๊า....ผมจะเสร็จแล้ว เมียจ๋า....”
“อ๊าย.......พลจ๋า.....พลจ๋า....” วิภาวรรณหวีดร้องได้ไม่กี่คำ ก็สะดุ้งเฮือกเกร็งร่างประหนึ่งว่าหยุดหายใจไปชั่วขณะ ห้วงเสียงขาดหายไปเป็นครู่ใหญ่จึงค่อยได้ยินเสียงหล่อนผ่อนหายใจยาวออกตาปรือคอพับหมดแรง ได้ยินแต่เสียงหายใจรวยริน ร่องสวาทหล่อนยังคงบีบกระชับยวบยาบส่งผลให้วีรพลก็สุดทานทนออกแรงกระแทกไม่กี่ทีทำนบแห่งกามความใคร่ก็พังกระฉูดพรั่งพรูสู่ถ้ำสาวสาวใหญ่คนรัก เขาบดเบียดแก่นกายไว้ครู่หนึ่งก่อนจะปล่อยเรียวขาทั้งสองลงแล้วขยับไปนั่งที่เบาะข้างวิภาวรรณ หล่อนเองก็เข้าแนบประชิดข้างไหล่เขาแล้วค่อยๆ ซบหน้าไปที่อกเขาที่ยังหายใจหอบอยู่ เอามือจับรูดเนคไทค์เล่น สงครามแห่งความใคร่จบลงอย่างวาบหวามซาบซ่าน พอเริ่มจะเรียกเรี่ยวแรงกลับคืนมาได้ วีรพลก็หัวเราะคิกคักออกมาโดยที่ยังคงกอดร่างเปลือยเปล่าของวิภาวรรณอยู่
“หัวเราะทำไมคะ?? หืมม..” หล่อนผงกหัวเหลือบช้อนตาขึ้นมองเขาอย่างหยาดเยิ้ม ใบหน้าหล่อนตอนนี้มองเห็นพวงแก้มเป็นสีชมพูระเรื่อน่าฟัดจูบ ริมฝีปากเปี่ยมไปด้วยยิ้มหวานละมัย มือก็ไล้นิ้วเรียวลูบไปตามสันกรามและคางของเขาที่มีไรหนวดเคราจางๆ อย่างหลงใหล
“ไม่นึกว่าเราจะกล้าทำแบบนี้ได้นะสิ ที่รัก เล่นนอกสถานที่แบบนี้ เกิดใครมาเห็นจะว่าไงเนี่ย”
“คิคิคิ ลืมไปแล้วเหรอคะว่าภาเป็นเจ้าถิ่น แถวนี้ไม่ค่อยมีคนผ่านหรอกคะ ภาถึงกล้าพาพลมาที่นี่ อยากพาที่รักเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง แล้วดีมั้ยล่ะคะ คิคิคิ”
“ร้ายจริงนะเมียผมเนี่ย เห็นหน้าหวานๆ ใครจะคิดละเนี่ย ว่าภาจะกล้าทำแบบนี้ได้ หื๊อ......” เขาจับบีบปลายคางมนของหล่อนแล้วขยี้เบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว
“เพื่อให้ที่รักมีความสุข ภาทำได้อยู่แล้ว อีกอย่างที่บ้านเราก็เริ่มจะมีคนมาอยู่ด้วยแล้ว ภากลัวเค้าเห็น หลายวันแล้วที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ พลก็ทำแต่งาน ภาก็เอาแต่ป่วย ตอนนี้ภาดีขึ้นมากแล้ว เลยอยากจะให้ของขวัญตอบแทนเพลงกล่อมสุดแสนโรแมนติกที่เป็นยาวิเศษให้กับภา”
“อืมม...แล้วตกลงว่า ภาเป็นแค่โลหิตจางแน่นะ ไม่ได้มีอย่างอื่นนะ ผมอาจจะขี้ระแวงไป ผมมองตาเจ้าธรแล้วมันก็พูดอ้ำๆ อึ้งๆ เหมือนมีอะไรปิดบังผม แต่มันยังไม่อยากบอก” ได้ยินคำถามวิภาวรรณก็ทำสีหน้าวูบไปนิด รีบหลบตาเขาหาคำพูดกลบเกลื่อน
“ภากับแพรก็อยู่ในห้องตรวจ แล้วภาจะปิดทำไมละคะ พลสบายใจเถอะนะคะ ภาไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ อย่าห่วงกังวลไปเลย เชื่อภาเถอะ รับรองได้ นะคะที่รักขา...” มือหล่อนลูบไล้ไปตามหน้าอกเขาแล้วก็เลื่อนไปจับคางเขา ยื่นหน้าขึ้นไปจูบกับเขาอย่างเอาใจ
“จ๊ะ แค่นี้ผมก็สบายใจล่ะ ไปเถอะ นี่ก็จะมืดแล้ว ที่บ้านคงรอกันนานแล้วล่ะ ไม่ได้โทรไปบอกพวกเขาไว้ก่อนด้วย”
“ค่ะ ที่รัก” แล้วทั้งคู่ก็ช่วยกันจัดแจงทำความสะอาด เอากระดาษทิชชู่มาเช็ดตามร่างกายวิภาวรรณและที่เป้ากางเกงวีรพล วิภาวรรณก็จัดแจงสวมเสื้อผ้าจัดระเบียบจนดูว่าเรียบร้อยหมดแล้วก็ลุกไปนั่งเบาะหน้าคู่กับวีรพล และก็ฉีดน้ำหอมเพิ่มกลิ่นให้หอมอบอวลไปทั้งคัน แล้ววีรพลก็ออกรถพาคนรักกลับไปยังวิมานรักของตน.....

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 02, 2017, 04:56:47 pm โดย kaithai »
   กดให้ด้วย ถ้าถูกใจ

*

ออฟไลน์ hseraph

  • Full Member
  • **
  • 105
  • 90
    • ดูรายละเอียด
Re: พรหมลิขิต ผิดคิว 19
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2017, 05:02:24 pm »
ขอบคุณครับ อีกฝั่งจะใช้ไม้ใหนโต้กลับกันนะลุ้นมาก55รอติดตามต่อครับ

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ