ภูเขาไฟทั่วโลกปะทุอยู่บ่อยๆ แต่ทำไมคราวนี้กระทบต่อการบิน

ภูเขาไฟทั่วโลกปะทุอยู่บ่อยๆ แต่ทำไมคราวนี้กระทบต่อการบิน

  • 0 ตอบ
  • 809 อ่าน
*

ออฟไลน์ 02766132

  • Supreme Member
  • *********
  • 7685
  • 15375
  • งานศพแม้ว
    • ดูรายละเอียด
สายการบินในยุโรป เริ่มเปิดให้บริการอีกครั้งหลังจากหยุดชะงักมากว่าครึ่งสัปดาห์ เพราะเถ้าถ่านจากภูเขาไฟเอยาฟในไอซ์แลนด์ปกคลุมน่านฟ้า แต่หมอกควันภูเขาไฟยังไม่จางหาย และบางคนก็ยังสงสัยว่า จะไปมีผลกระทบกับเส้นทางการบินในอเมริกาเหนือหรือไม่ และทั่วโลกก็มีภูเขาไฟปะทุขึ้นบ่อยครั้ง แต่ก็ไม่เห็นว่า จะเป็นปัญหากับการจราจรทางอากาศเหมือนคราวนี้ นักวิทยาศาสตร์จึงเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเถ้าถ่านจากภูเขาไฟลูกนี้ให้รู้กัน
       
       สำนักข่าวเอพีเปิดเผยรายงานเรื่องของหมอกควันและเถ้าถ่าน ที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟใต้ธารน้ำแข็งเอยาฟยาลาเยอคูล (Eyjafjallajokull) ในไอซ์แลนด์ ที่ได้รับคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญและนักวิทยาศาสตร์จากหลายสถาบัน
       
       - เราควรจะกังวลหรือไม่ว่า ลมอาจพัดพาเอาเถ้าถ่านจากภูเขาไฟจากไอซ์แลนด์เข้าไปสู่อเมริกาเหนือ?
       
       ตอบ : ณ ตอนนี้เราคาดว่าจะไม่เป็นเช่นนั้น ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจมีเถ้าถ่านบางส่วนถูกพัดไปถึงบริเวณห่างจากตะวันออกของแคนาดา แต่ไม่ใช่เวลานี้ คำตอบจาก เจฟฟ์ โอเซียนสกาย (Jeff Osiensky) ผู้จัดการโครงการเถ้าถ่านภูเขาไฟ ศูนย์บริการด้านสภาพอากาศแห่งชาติ (National Weather Service) องค์กรสมุทรศาสตร์และชั้นบรรยากาศแห่งสหรัฐฯ (NOAA)
       
       - ถ้าลมพัดจากตะวันตกไปตะวันออก ทำไมจึงไม่มีเถ้าถ่านจากภูเขาไฟลอยวนรอบโลก และส่งผลกระทบต่อเส้นทางการบินของอเมริกาเหนือด้วย?
       
       ตอบ : การที่เถ้าถ่านภูเขาไฟจะลอยวนไปทั่วโลกได้ ต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ โดยที่ภูเขาไฟจะต้องปะทุขนานใหญ่และมีกระแสลมแรงจัดด้วย ซึ่งจะไม่พัดให้เถ้าถ่านกระจัดกระจัดกระจายออกไป
       
       - เรารู้ได้อย่างไรว่า หมอกควันจากภูเขาไฟเหล่านั้น เป็นอันตรายต่ออากาศยาน?
       
       ตอบ : เนื่องจากเครื่องยนต์ของเครื่องบินรบ เอฟ-16 ลำหนึ่งขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต : NATO) ได้รับความเสียหาย หลังจากบินผ่านกลุ่มหมอกควันจากภูเขาไฟดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ด้านการทูตของนาโตเปิดเผยเมื่อวันที่ 19 เม.ย. ที่ผานมา
       
       - ถ้าอย่างนั้นเครื่องบินจะสามารถบินเหนือกลุ่มเถ้าถ่านภูเขาไฟเหล่านั้นได้หรือไม่?
       
       ตอบ : ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถระบุได้อย่างแม่นยำว่า กลุ่มเถ้าถ่านและหมอกควันพวกนั้นลอยสูงสุดได้ถึงจุดไหน ซึ่งเครื่องบินอาจบินขึ้นหรือลงผ่านหมอกควันดังกล่าวได้ทุกที่ และเครื่องบินก็ไม่สามารถบินต่ำกว่าหมอกควันนั้นได้ เพราะอนุภาคของเถ้าถ่านที่มีอยู่ในหมอกควันก็จะร่วงลงมาสู่งเบื้องล่างได้ทุกระดับ ดังนั้นจึงต้องระวังไว้ตั้งแต่ระดับสูงสุดจากการคำนวณเรื่อยลงมาจนถึงพื้นดิน
       
       - เถ้าถ่านภูเขาไฟสามารถอยู่ในอากาศ และส่งผลกระทบต่ออากาศยานได้นานแค่ไหน?
       
       ตอบ : เถ้าถ่านภูเขาไฟจากไอซ์แลนด์ถูกกระแสลมพัดไปทางตะวันออกเฉียงใต้ไปยังอังกฤษและยุโรป นักอุตุนิยมวิทยาของอังกฤษและดัตช์ระบุว่า การแพร่กระจายของเถ้าถ่านนั้น ขึ้นอยู่กับการที่ภูเขาไฟพ่นเถ้าถ่านออกมาอย่างต่อเนื่องแทนที่จะออกมาเป็นลาวา และขึ้นอยู่กับความแรงและทิศทางของลมในยุโรปด้วย
       
       - เถ้าถ่านจากภูเขาไฟ ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศที่ระดับพื้นผิวโลกได้หรือไม่?
       
       ตอบ : เถ้าถ่านบางส่วนตกลงสู่ผิวดินในอังกฤษ จะมีเพียงปริมาณน้อยมาก ที่ทำให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพ ซึ่งจากการสังเกตการณ์สภาพอากาศไม่พบสิ่งที่แสดงว่ามีอนุภาคที่สูดหายใจเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นในอากาศ แม้ว่าจะมีฝุ่นหยาบๆ ที่ไม่มีพิษมีภัยจับตัวเกาะกันเป็นชั้นให้เห็นตามรถยนต์ของใครบางคนอยู่บ้าง คำตอบจาก ดร.ปีเตอร์ แบกซ์เตอร์ (Dr. Peter Baxter) มหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ (Cambridge University) กล่าว
       
       - เถ้าถ่านจากภูเขาไฟในไอซ์แลนด์ จะทำให้เกิดเมฆหมอกบดบังแสงอาทิตย์ และส่งผลให้ทวีปยุโรปมีอากาศเย็นยาวนานขึ้นได้หรือไม่?
       
       ตอบ : ไม่มีผล หากภูเขาไฟลูกดังกล่าวดำเนินไปอย่างที่มันเป็น ซึ่งพ่นซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (sulfur dioxide) ออกมาในปริมาณน้อยมาก และแพร่กระจายไปในบรรยากาศในระดับต่ำ มากกว่าที่จะทำให้เกิดผลกระทบที่มีนัยสำคัญได้ และคาดว่าไม่น่าที่จะวัดผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ เช่นเดียวกับพวกอนุภาคเถ้าถ่านที่ถูกพ่นออกมา โดย อลัน โรบ็อค (Alan Robock) มหาวิทยาลัยรัตเจอร์ส (Rutgers University) มลรัฐนิวเจอร์ซี สหรัฐฯ
       
       - ภูเขาไฟจะปะทุไปอีกนานแค่ไหน?
       
       ตอบ : ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การทำนายพฤติกรรมของภูเขาไฟเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่มันสามารถปะทุได้นานหลายสัปดาห์หรือเดือน ซึ่งครั้งสุดท้ายที่ภูเขาไฟลูกนี้มีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นได้เริ่มขึ้นในปี 1821 โดยปะทุขึ้นเป็นพักๆ ต่อเนื่องกันนานถึง 13 เดือน และในบางครั้งของการปะทุ ก็ไม่ก่อให้เกิดเถ้าถ่าน แต่มันจะพ่นเถ้าถ่านออกมาสู่อากาศภายหลังจากนั้น
       
       - การปะทุของภูเขาไฟเอยาฟยาลาเยอคูล จะมีผลทำให้ภูเขาไฟกัตลา (Katla) ที่เป็นภูเขาไฟอีกลูกหนึ่งในไอซ์แลนด์เกิดปะทุขึ้นได้หรือไม่?
       
       ตอบ : ในอดีต ภูเขาไฟกัตลาเคยปะทุขึ้นตามหลังภูเขาไฟเอยาฟยาลาเยอคูล การปะทุครั้งใหญ่ครั้งสุดท้ายของภูเขาไฟกัตลาเกิดขึ้นเมื่อปี 1918 และอีกครั้งคาดว่าเมื่อช่วงปี 1960 โดย เรย์เนียร์ โบดวาร์สสัน (Reynir Bodvarsson) นักธรณีวิทยาไอซ์แลนด์ มหาวิทยาลัยอัปป์ซาลา (Uppsala University) ในสวีเดน
       
       - ทั่วโลกมีภูเขาไฟปะทุเกิดขึ้นค่อนข้างถี่ แต่ทำไมจึงมีแค่ครั้งนี้ ที่ส่งผลกระทบต่อการจราจรทางอากาศ?
       
       ตอบ : มันเป็นเรื่องของสถานที่ ซึ่งเถ้าถ่านภูเขาไฟถูกพัดเขาไปในพื้นที่ที่มีเส้นทางการบินหนาแน่นมาก แต่โดยลำพังแค่การปะทุของภูเขาไฟนั้น ไม่ทำให้เกิดผลกระทบได้

เกลียดพวกหมิ่นเบื้องบนและเผาบ้านเผาเมือง

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ