Tornado Jun Side Story 1 “กิเลสของนักสู้!?”

Tornado Jun Side Story 1 “กิเลสของนักสู้!?”

  • 1 ตอบ
  • 6832 อ่าน
*

ออฟไลน์ boomy123

  • Full Member
  • **
  • 106
  • 1692
    • ดูรายละเอียด
Tornado Jun Side Story 1 “กิเลสของนักสู้!?”
« เมื่อ: เมษายน 26, 2010, 09:52:25 am »
Tornado Jun Side Story 1 “กิเลสของนักสู้!?”   
adslman   11 Nov 2008

(“เทควันโด้สาวหน้าใหม่ไฟแรง!?...คลื่นลูกใหม่ที่น่าจับตามอง!!!”
“น้องจุนแข้งเตะอัจฉริยะวัย 19 คว้าเหรียญชนะเลิศระดับประเทศ!!...เป้าหมายต่อไปประกาศศักดาระดับอินเตอร์!!!”
“นานาชาติต่างตะลึงงัน!!!!...ไทยแลนด์ก็มีพายุทอร์นาโดด้วยหรือนี่?
“ทอร์นาโดจุนพัดถล่มสนามแข่งเทควันโด้ชิงแชมป์โลกกรุยทางเข้ารอบตัดเชือกอย่างองอาจ!!!!”
“อีกก้าวเดียว!!!...น้องจุนล้มแข้งสาวพลังโสมเข้าไปรอชิงกับพญาอินทรี!?”
“สู้ไม่ถอย!?...น้องจุนขอกัดฟันสู้แม้แพทย์ชี้กระดูกข้อเท้ามีสิทธิ์หัก!!!”
“ทำได้แล้ว!!!!...จากม้ามืดโนเนมก้าวขึ้นสู่หมายเลข 1 ...น้องจุนฝืนรับเหรียญทั้งไม้ค้ำ”
“ช็อคทั้งวงการ!!!!...อัจฉราขอป้องกันแชมป์ก่อนรีไทร์...สมาคมรุดเกลี้ยกล่อมวุ่น!!!!”
“แข้งสาวย้ำไม่เปลี่ยนใจ!!!!...ขอครั้งเดียวก่อนเลิก...อ้างดูแลลูกและสามีที่กำลังป่วย”
“ปราบคู่แข่งราบคาบนั่งบัลลังค์แชมป์โลกสมัย 2 !!!!!...ทอร์นาโดสาวร่ำให้สามีอยู่ไม่ทันชื่นชมเหรียญที่คอ”
“อำลาวงการทั้งน้ำตา!!!...บอกทำสิ่งที่อยากทำหมดแล้วต่อไปขอทุ่มเทชีวิตดูแลลูกทั้งสองแทนสามีผู้ล่วงลับ”)

...ชื่อเสียงที่สั่งสมตอนยังโลดแล่นอยู่ในสนามแข่งระดับโลกซึ่งถ้าไม่มีเขาในวันนั้นฉันก็คงไม่มีวันนี้โดยแม้คุณชองจะไม่มีชีวิตอยู่คอยเป็นกำลังใจให้ฉันกับลูกสาวทั้ง 2 แล้วแต่ก็ไม่รู้สึกเศร้าสร้อยหรือหงอยเหงาเท่าไหร่นักเพราะเขานั้นอยู่ในใจของพวกเรา 3 คนแม่ลูกเสมอและโดยเฉพาะตัวฉันที่พยายามทั้งในฐานะแม่และหัวหน้าครอบครัวต่อสู้บากบั่นเรื่อยมา...ฉันคิดว่าตัวเองทำหน้าที่ได้อย่างดีที่สุดแล้วรวมทั้งการช่วยเหลือเกื้อกูลให้ผู้อื่นมีความสุขมันย่อมดีกว่าการเฝ้าคิดถึงแต่เรื่องของตนเท่านั้นหรือมิใช่?...
“พี่จุนจะ...ไปไหนครับ?”
“พอดีนึกได้ว่ามีธุระต้องไปจัดการนิดหน่อย...เคนน่ะไปนอนพักผ่อนซะเถอะ”
...จากนั้นฉันก็รีบออกติดตามบุคคลลึกลับที่ลอบซัดเข็มใส่ไอ้โฉดรุจอดีตผัวชั่วๆของน้องบรีน...จากตำแหน่งที่ถูกเสียบคืออกด้านขวากับข้อมือข้างซ้ายก็อดจะรู้สึกหวาดเสียวระคนทึ่งไม่ได้...
“เพราะถ้าเปลี่ยนจากขวาเป็นซ้ายอย่างยัยจีบอก...หึย~~...นั่นมันกลางหัวใจเชียวนะ...หวาดเสียวสุดยอดโว้ย!!!”
...ส่วนที่ทึ่งก็คือนับว่าหายากมากที่ในปัจจุบันจะยังมีผู้ใช้เข็มเป็นอาวุธได้อย่างเชี่ยวชาญถึงขนาดนี้และลงมือเพียงครั้งเดียวเท่านั้น...
“อยากเห็นหน้าเร็วๆจังว่าเป็นใคร?”
...จากฝีเท้าของฉันคิดว่าจะต้องตามคนๆนี้ทันอย่างแน่นอน...มันตื่นเต้นจนพูดแทบไม่ออกเลยซึ่งนี่อาจจะเป็นกิเลสของนักสู้แทบทุกคนเลยก็ได้นะคือต้องการพบเจอคนมีฝีมือแข็งแกร่งต่อไปเรื่อยๆ...
(เอ้ย?)
“เด็ก!!!!...เจ้าของจิตสังหารที่เราสัมผัสได้เมื่อกี้เป็นของเด็กตัวแค่เนี้ยงั้นเหรอ?”
...ถนนเล็กๆเพียงสายเดียวที่เลี้ยวโค้งไปถึงริมชายหาดห่างออกมาจากตัวบ้านพอสมควร...สุดปลายทางนั้น...เด็กผู้หญิงซึ่งน่าจะมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับน้องจอย...เธอหยุดนิ่งคล้ายกับอยู่รอผู้ติดตามหรือนั่นก็คือตัวฉัน...
“..................................................”
...แม้การแต่งตัวจะปกติคือเสื้อยืดสวมกางเกงขายาวแต่พับชายขึ้นข้างหนึ่งใส่ถุงน่องรองเท้าคัทชู...ทว่า...ประสบการณ์ของฉันมันคอยร้องเตือนว่า “อย่าด่วนประเมินใครเพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอกเป็นเด็ดขาด!!!”
“เดี๋ยวก่อน!!!”
“..................................................”
“วิ่งจนมาถึงที่นี่...ฉันยังไม่เจอใครสักคนเลยนอกจากหนู...ดังนั้นคนที่ดักซุ่มอยู่และซัดเข็ม 2 เล่มถูกไอ้เดนนรกนั่นก็คือหนูใช่ไหม?...เสือน้อย”
“..................................................”
...เด็กหญิง “เสือน้อย” ยืนหันข้างให้พลางเหลือบตามองด้วยทำท่าทีเฉยเมย...ผมพื้นสีทองและมีสีดำแซมเป็นริ้วๆเหมือนลายบนตัวเสือโคร่งที่ดูแปลกตาไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน...ไม่รู้เป็นตามธรรมชาติหรือว่าไปย้อมกันแน่ส่วนตาข้างซ้ายก็มีผ้าก๊อสปิดอยู่!?...
“ไม่ตอบก็จะถือว่าใช่...เก่งจริงนะ...เดี๋ยวนี้หาใครจะทำแบบนี้ได้ยากมาก...นับถือในฝีมือเลยเพราะถ้าหนูคิดจะสังหารไอ้เลวนั่นคงมุ่งเข็มไปที่อกซ้ายแล้ว”
“...ป้ามีธุระอะไร?”
...เฮ้ย!!...ฉุนสิเจ้าคะ...อุตส่าห์พูดด้วยดีๆแถมยังชื่นชมซะอีก...ตัวฉันเพิ่งจะอายุ 27 นะว้อย!!!...มาเรียกปงเรียกป้าได้ยังไงกันฟะ?...เด็กนี่แก่แดดชะมัด...
“นี่!!...พูดให้มันดีๆหน่อยใครเป็นป้ากันหึ?...ต้องเรียกพี่ซี่~~”
“...................................................”
...ก่อนเกิดเรื่องที่บ้านพักเพียงเล็กน้อยฉันเห็นเธอคนนี้เข้ามาทำความรู้จักและพูดคุยกับน้องจอยแต่ไม่ได้สนใจอะไรมากมาย...ถึงตอนนั้นจะเห็นหน้าไม่ค่อยชัดเพราะสวมหมวกฟางแต่เสื้อผ้าก็เป็นชุดเดียวกันจึงคิดว่าใช่...
“ลูกสาวฉันบอกให้ฟัง...เธอเรียกตัวเองว่าเสือน้อย...ชื่อเก๋ดีเนอะ?”
“ป้าอยากจะพูดอะไรก็พูดออกมาเลยดีกว่า”
...แน่ะ!!...เอาอีกแล้ว~~...ปากร้ายไม่เบาวุ้ยยัยเด็กนี่!!!...ถ้าเป็นลูกเต้าจะจับตีให้ก้นลายเชียว...ฉันยังสวยเช้งกะเด๊ะไม่แก่สักหน่อยเว้ย!!!...เข้าใจมั้ยคำว่าคุณแม่ยังสาวน่ะ?...
“เฮ่!!!...ก็บอกให้เรียกพี่ๆ...ใครเป็นป้าเธอวะ?”
“อยากจะเรียกอะไรก็เรียก...ไม่มีใครห้ามหรือออกคำสั่งกับฉันได้”
“เชอะ!!...สงสัยทางบ้านคงเลี้ยงดูมาอย่างตามใจสิท่าถึงได้มีนิสัยเอาแต่ใจตัวพูดจาไม่เห็นหัวใครแบบนี้?...นอกจากยัยทอมบ้านั้นแล้วก็มีเธอนี่แหละที่กล้าเอ่ยวาจาสบประมาทฉันซึ่งๆหน้า”
“อย่าเข้ามานะ!!!”
...แค่ขยับเท้านิดเดียวเด็กหญิงก็โวยลั่นทันที...
“โธ่ๆๆ...มีการคำรามในคอด้วยแฮะ...อะ...เอ๊ะ?...”
...ไหงเด็กนี่ถึงออกเสียงขู่คล้ายกับเสียงของเสือซะขนาดนี้หว่า?...ส่วนมือที่กางงุ้มเข้าหาตัวเองนั่น...
“ไม่เฉพาะเสียง...เขี้ยวเล็บของพยัคฆ์ฉันก็มี!!”
“เข็ม?”
...แทบจะมองไม่เห็นแต่เพราะมีวัตถุสะท้อนกับแสงแดดแวบๆจึงรู้ว่าเป็นเข็มขนาดเท่าใช้เย็บผ้าซ่อนอยู่หลังนิ้วทั้ง 5 ของเด็กหญิง...
“มายุ่งทำไม?...ที่ฉันทำไปทั้งหมดก็เพราะความหวังดี”
“หวังดี?”
“ใช่...ไม่รู้รึไงว่าพี่ชายคนนั้นกับแฟนรักกันแค่ไหน?...อีกอย่าง...ส่วนหนึ่งฉันก็เป็นต้นเหตุและกลับมารับผิดชอบมันก็สมเหตุสมผลดีแล้วนี่”
“ฉันก็รู้...รู้เป็นอย่างดีทีเดียวว่าเคนกับบรีนนั้นพวกเขารักกันมากแต่วิธีของหนูมันออกจะรุนแรงไป”
“โฮ่ๆ...ป้านั่นแหละมั้งที่คู่ควรกับคำว่ารุนแรง?...โดดเตะปากคนอย่างสนุกสนานไม่ใช่รึ?”
“เอ๊ะ?...ก็บอกว่าไม่ใช่ป้าไง!!!”
“ห๊ะ?”
...ที่จริงหนูเสือน้อยอยู่ในระยะที่ฉันสามารถใช้ท่าสลายเงาได้ตั้งแต่แรก...วิชานี้อาศัยความรวดเร็วในชั่วพริบตาพุ่งตัวเข้าหาศัตรู...ถึงจะระมัดระวังมากแค่ไหนแต่ก็หลบกันไม่ได้ง่ายๆหรอก...นี่!!...เอาไปเลยนี่~~...บีบคอขาวๆนั่นซะ...
“โอ๊ย!!...ยัยป้าบ้า~~...เจ็บนะ!!!”
“ยังๆอีเด็กดื้อ!!”
“ปล่อย!!!”
(ฟิ้ว!!)
“หวา!!!”
...อะไรกัน?...แค่สะบัดมือนิดเดียวก็สามารถซัดเข็มได้พร้อมกันถึง 5 เล่มแต่ฉันก็คอยระวังตัวอยู่แล้วจึงหลบทันอย่างฉิวเฉียด...
“ฟู่ว!!!...เป็นเด็กเป็นเล็กเล่นของอันตราย...ถ้ามันโดนตาฉันขึ้นมาจะว่ายังไงหา?”
“ฮะๆๆ...หน้าตาป้านี่ก็ออกฉลาดแต่ไม่น่าถามอะไรโง่ๆเลยนะ...ก็เป็นอีบอดวัดสามปลื้มน่ะเซ่!!!”
“หน็อย!!!”
...เข็ม 5 เล่มถูกร้อยกับด้ายนี่เองแต่เมื่อกี้ฉันกระชากด้ายหลุดไปแล้ว...
“โอ๊ย!!...บ้าเอ๊ย~~...บังอาจแตะเนื้อต้องตัวฉันเร๊อะ?”
“ทำไมจะแตะไม่ได้เล่าแม่หนูเนื้อทอง?...แล้วถ้ายังกล้าเรียกฉันเป็นป้าอีกล่ะก็จะหักแขนเธอเดี๋ยวนี้แหละ!!”
“โอ๊ย!!!”
...หนูเสือน้อยพยายามดิ้นรนแต่ฉันน่ะเก๋าเกมส์กว่าเยอะจึงล็อคแขนอย่างแน่นหนาและกดน้ำหนักตัวลงไป...เอ๋?...ได้กลิ่นหอมจากเส้นผม...หอมมาก!!!...หอมคล้ายกลิ่นกล้วยไม้ป่าชนิดหนึ่งที่ฉันเคยเจอตอนไปตั้งแค้มป์บนดอยทางภาคเหนือกับเพื่อนนักกีฬาเมื่อหน้าหนาวปีที่แล้ว...
“อึ๊ก!!...ฮึ่ม~~”
“...ก้มหัวลงซะเถอะ”
“กะ...แก---”
...ถึงจะฮึดสู้มากเพียงไหนแต่ยังไงเรี่ยวแรงของเด็กก็สู้ผู้ใหญ่ไม่ได้หรอก...ฉันกดหัวสาวน้อยให้ลงคุกเข่ากับพื้นทรายจนได้...หือ?...ยิ่งใกล้กลิ่นหอมก็ยิ่งแรงขึ้นรึว่านี่คือยาพิษ!?...ไม่ได้การ!!!...
“เฮ้ยนังหนู!!...นี่ถึงกับใช้ยาพิษเชียวรึ?”
“พิษบ้าอะไรของแก?”
“ก็กลิ่นหอมที่ผมเธอไง”
“หึ...หึๆๆๆ...อ๋า!!...นั่นแกเอาไปตั้งแต่เมื่อไหร่?”
...กระเป๋าที่สะพายอยู่จะต้องมีอะไรแน่ถึงได้แย่งมาและก็โยนทิ้งไปซะเป็นการป้องกันไว้ก่อน...
“อีแก่บ้า!!!!...ของสำคัญของฉัน...เลวที่สุด~~~...สูตรยาของฉัน...นี่มันจะมากเกินไปแล้ว!!!”
“สูตรยา?...นี่เธอเป็นหมอหรือไง?”
“กรอด!!!...นังปลาร้าค้างปีเอ๋ย~~...อย่านึกว่าเรื่องมันจะจบง่ายๆนะ...เจ้าข้าเอ๊ยมานี่เร้ว!!!...ผู้ใหญ่รังแกเด็ก”
...ยัยหนูนี่ตะโกนร้องเอะอะพลางชี้หน้าด่าฉันกราดทีเดียว...โมโหจนหน้าดำหน้าแดงไปหมดแล้ว...
“ชิชะ!!...เป็นเด็กเป็นเล็กรู้จักหัดมีมารยาทต่อผู้ใหญ่ซะบ้าง...สงสัยทางบ้านเธอจะไม่มีคนคอยสอนกิริยามารยาทให้สินะ?...งั้นพี่จะช่วยชี้แนะให้เองนังหนู~~”
“ถะ...ถ้าพี่ฉันอยู่ที่นี่...แขนแกจะขาดสะบั้นเป็น 2 ท่อนโดยที่ไม่รู้สึกเจ็บแต่หลังจากนั้นแกจะต้องอ้อนวอนให้พี่ฉันฆ่าแกซะ!!!”
“งั้นเร๊อะ!?...พี่เธอใช้มีดเก่งนักหรือไง?”
“ฮึๆๆ...ใครว่ามีดกันเล่า?...ดาบต่างหาก!!!...พี่สาวของฉันเป็นผู้ใช้ศาสตร์ลับอันสาบสูญ...วิชาดาบแห่งจิตเฟ้ย!!!”
“ว่าไงนะ?...ดาบแห่งจิต!!!!...วิชาที่จะเปลี่ยนร่างกายของตัวเองให้แหลมคมดุจอาวุธเหล็กกล้านั่นน่ะเหรอ?”
...ฉันเองก็เคยได้ยินมาก่อนเกี่ยวกับวิชาในเงามืดนี้ตอนไปฝึกเก็บตัวที่จีนเมื่อหลายปีก่อนและมีคนเล่าให้ฟังแต่ก็ยังคิดว่ามันน่าจะเป็นเพียงคำร่ำลือซะล่ะมากกว่า...นี่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันจะมีอยู่จริงๆด้วย!!!!...เท่าที่รู้...วิชานี้ถ้าฝึกได้ถึงขั้นสูงล่ะก็ไม่ใช่แค่แขนหรือขาที่จะแหลมคมดุจมีดดาบ...แม้แต่ใช้ศอกตีหรือแทงเข่าก็ยังให้ผลคล้ายกับใช้ปลายดาบแทงยังไงยังงั้น...จัดเป็นวิชาที่มีความอันตรายมากทีเดียว...
“เฮ่ๆๆๆ...เวอร์ละๆ...หลอกกันเล่นสิท่า?...การโกหกมันไม่ดีนะหนู...ไหนจงพูดขอโทษฉันเดี๋ยวนี้แล้วเรียกว่าพี่หน่อยซิ”
“แหวะ~~...หน้าขึ้นรอยตีนกายังจะให้เรียกพี่...อยากอ้วก!!”
“กรี๊ดดดดดดด~~~...อีเด็กบ้า!!...ตีนกาตีนหงส์อะไรมันไม่จริงนะว้อย!!!...อยากแขนหักมากนักใช่มั้ย?”
“เอานี่ไปแดกเถอะ!!”
“โอ๊ะ?”
(โพละ!!)
“แค่กๆ...ปัทโธ่โว้ย!!!...อะไรเนี่ย?...แค่กๆ”
“ย้าก!!!”
“!!”
(ผัวะ!!!)
...นังหนูคนนี้เจ้าเล่ห์นักลอบขว้างถุงแป้งใส่แล้วพุ่งเข้ามาตีศอกซ้ำแต่ฉันก็เตะสวนกลับไป...งานนี้เจ็บทั้งคู่...
“โอ้ย!!!”
“เฮอะ!!...ตีศอกได้ดีแต่ยังไม่แรงพอหรอก”
...ว่าไปนั่น...เมื่อกี้ก็สมควรจะตำหนิตัวเองที่ขาดความเยือกเย็นและเผลอวีนแตกออกมาอย่างไม่น่าทำแต่เพราะเจ้าเด็กนี่บังอาจว่าฉันก่อน...ถ้าเป็นเรื่องความยังสวยยังสาวฉันมีความมั่นใจในตัวเองมากดังนั้นไอ้ที่ใครจะมาว่าค่อนขอดล่ะไม่มีวันยอมแน่...
“.............................................”
“.............................................”
“.............................................”
“ไทเกอร์...สตาร์...”
“?”
“นีดเดิ้ล!!!!”
“!!!!”
(เฟี้ยว!!!!)
...สิ้นคำว่า “นีดเดิ้ล” เด็กหญิงก็ซัดอะไรบางอย่างออกมา...ฉันจึงรีบพุ่งตัวหลบลงข้างทางโดยสัญชาตญาณ...
“เกือบไป...อุ๊ก!!!!”
“หึๆๆ...หลบสะเก็ดดาวพยัคฆ์ของฉันได้ไวดีนี่”
“ไม่ต้องประชดหรอกเฟ้ย!!...อูย~~...เข็มงั้นรึ?...ชิ!!...นึกว่าหลบพ้นแล้วเชียวนะ”
...เลือดสีแดงฉานที่ต้นขาซ้ายของฉัน...ร้ายกาจมาก!!!!...เข็มก็เป็นชนิดเดียวกับที่ปักหน้าอกขวาและข้อมือซ้ายของนายรุจนั่นแหละ...
“เฮอะ!!!”
“โฮ้~~...ป้านี่ใจเด็ดไม่เบานะ”
...เด็กเสือน้อยออกปากชมพลางปรบมือให้ที่เห็นฉันดึงเข็มออกจนเลือดทะลักแต่ทำยังไงได้...ถ้าปล่อยให้มันเสียบอยู่อย่างนั้นการเคลื่อนไหวหรือหลบหลีกมันก็จะทำได้ไม่สะดวก...ไม่น่าประเมินฝ่ายตรงข้ามต่ำไปจริงๆ...
“เข็มบ้าอะไรยาวอย่างงี้วะ?”
(เกือบคืบหนึ่งได้มั้ง)
“อยู่เฉยๆไม่แส่หาเรื่องมันก็ดีไปแล้ว”
...นานมากที่ไม่มีใครเล่นงานฉันถึงขั้นหลั่งเลือด...วันนี้ได้เปิดหูเปิดตาและต้องยอมรับว่าฉันเองก็ยังฝึกฝนตนเองไม่พอเช่นกัน...แต่ว่ายัยหนู...อดีตหมายเลข 1 ของโลกคนนี้ก็ยังไม่เอาจริงสักนิดเลยนะ!!!!...
“เธอเป็นใครกันแน่ถึงได้มีวิชาซัดเข็มที่น่ากลัวเช่นนี้?”
“เรื่องอะไรจะบอก...”
“...ฮะๆๆๆๆ”
“ขำอะไร?”
“ก็รู้สึกยินดีไงเล่า--...ยินดีที่ไม่ได้สนุกจนเลือดไหลมานานแล้ว...ทีนี้ฉันจะโต้กลับบ้างล่ะ”
“...ยังคิดจะแส่หาความเจ็บปวดเพิ่มอีกเรอะ?”
“แน่นอน!!!...ฉันมันประเภทยิ่งเจ็บยิ่งเก่งซะด้วย”
“ฮึ!!”
...เด็กน้อยเริ่มก้าวถอยหลังช้าๆแต่ยังทำตาขู่...เข็มในมือที่เหลืออีก 2 เล่มนั้นจะไม่มีทางใช้ได้ผลอีกต่อไปเพราะความเร็วของฉันนั้นไม่ได้มีเพียงเท่านี้...
“...ฉันไม่อยากทำร้ายใครอีก...เลิกแล้วต่อกันไปดีกว่า”
“อะไรกัน?...ความสนุกมันเพิ่งจะเริ่มก็ชักกลัวขึ้นมาแล้วหรือไง?”
“พวกเราไม่เคยมีเรื่องผิดใจกัน...ทำไมจะต้องมาเผชิญหน้าในฐานะศัตรูด้วย?”
“อืม--...จะเลิกแล้วต่อกันก็ได้แต่ฉันอยากให้เธอกลับไปที่บ้านนั้นเพื่อยอมรับความผิดที่ก่อขึ้น”
“ความผิด?...มันผิดตรงไหน!!!...ทั้งที่หนูทำเพื่อคน 2 คนที่รักกันเนี่ยนะ?”
“แต่มันไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง”
“เจ้าผัวเก่านั่นก็ชักปืนจะยิงคนนี่นา!!...มันคือฆาตกรรมเชียวนะแล้วหนูซัดเข็มเพื่อหยุดยั้งการสูญเสียเลือดเนื้อและชีวิต...มันผิดตรงไหนเล่า?”
“...ยังไงซะเขาก็จะได้รับโทษอย่างแน่นอนตามกระบวนการทางกฎหมายแต่เธอสิ...ลอบทำร้ายคนอื่นแล้วหนีออกมาแบบนี้มันไม่ใช่การกระทำที่ดี”
“หนูทำในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าถูกต้อง...อย่ามาขวาง!!”
“...............................................”
“หลีก!!!”
“ถ้าฉันไม่หลีกล่ะ?”
“ยังไง...ก็จะไม่ปล่อยหนูไปจากที่นี่สินะ?”
“อื้อ!!...เพราะงั้นอย่าเสียแรงเปล่า...ขืนหนูยังดื้อดึงทีนี้คงจะต้องใช้ไม้แข็งล่ะ”
“งั้นก็ไม่มีอะไรต้องพูดกันแล้ว!!!!”
“ดี~~...ทีนี้ถึงตาฉันเอาคืนบ้าง...อื๋อ?”
“โฮะ!!...นี่คงจะไม่ได้เข้าใจผิดนะป้า...ฉันไม่ได้ขอให้เลิกแล้วต่อกันไปเพราะความกลัวเลยสักนิด...ย่อมได้!!!!...ในเมื่อบีบบังคับฉันนัก”
“?”
...จู่ๆรู้สึกบรรยากาศตรงหน้ามันก็กดดันขึ้นมาพร้อมๆกับท่าทีของสาวน้อยที่เริ่มเปลี่ยนไป...
“..............................................”
“จะทำอะไรน่ะ?”
“..............................................”
...อยู่ๆหนูเสือน้อยก็หันหลังกลับแต่จะประมาทไม่ได้...ขืนบุ่มบ่ามบุกเข้าไปอาจจะโดนลอบทำร้าย...
“โอโฮะ!!...โอ--...อึ๊...โอวววว...ฮึ...ฮึ่ม!!!!”
“?”
...คล้ายกับมีท่าทางเจ็บปวดแล้วจู่ๆเด็กหญิงก็หันหน้ากลับมาพลางกระชากผ้าก๊อสที่ปิดตาซ้ายออก...
“หะหา!!?”
“แกมันโง่เองนะที่ไม่ปล่อยฉันไป...ฮิๆๆๆๆ”
“อะ...อะไร?...ตาซ้ายนั่น...นั่นมันตาของเสือชัดๆเลยนี่นา...ขวาเป็นคน...ซ้ายเป็นเสือ”
“จงดูให้ดีๆเถอะ!!!...สุริยะโลหิตของฉัน”
“สะ...สุริยะโลหิต!?...เสียง...นี่แม้แต่สุ้มเสียงก็ยังเปลี่ยนไปด้วยเหรอ?...หานั่นมัน!!!!...ตะ...ตะ...ตา...ตาดำข้างซ้ายเริ่มจะมีเลือดไหลเข้าไป...อะไรกำลังเกิดขึ้นต่อหน้าเราเนี่ย?”
...ต่อมาตาข้างขวาก็มีเลือดไหลเข้าไปด้วยเช่นกัน...น่าสยดสยองพองขน!!!...โลหิตที่แดงฉานค่อยๆไหลเข้าไปเติมเต็มอยู่ภายในส่วนตาดำทั้ง 2 ข้างจนกระทั่งครอบคลุมหมดสิ้น...อย่างนี้เลยมองไม่เห็นแววตาอย่างที่ควรเป็นแต่ที่แน่ๆ...เด็กหญิงกำลังจ้องมองฉันอย่างประสงค์ร้าย...
“ไม่เคยคิดเลยว่าศรโกเมนผู้นี้จะต้องเผยความลับที่สำคัญยิ่งของตระกูลให้คนโลกภายนอกเห็น!!!!”
...เหตุการณ์ที่เห็นตรงหน้ามันคืออะไรกันแน่...ฉันผ่านประสบการณ์การต่อสู้มาก็มากแต่ไม่เคยพบเจออะไรประหลาดๆและน่าเหลือเชื่ออย่างนี้มาก่อน...คนเราทำแบบนี้ได้ด้วยหรือไง?...ตาดำสามารถเปลี่ยนสีได้นอกจากนี้น้ำเสียงก็เปลี่ยนไปอีกด้วย...ไม่ใช่เรื่องปกติซะแล้ว!!!...เด็กอายุแค่นี้สามารถคุกคามอดีตแชมป์โลกอย่างฉันได้...
“ย่าห์!!!”
“อื๋อ?”
...โกรธจนเลือดขึ้นหน้ารึไงไม่ทราบถึงเป็นฝ่ายบุกเข้ามาประเคนหมัดเท้าสู้กับฉันทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังพยายามหาทางหนีอยู่เลย?...แต่ว่า...
“ยังอ่อนน่า...”
“ฮึ่ม!!”
...การเตะถีบมันมือสมัครเล่นชัดๆแต่ความใจกล้าบ้าบิ่นใช้ได้ทีเดียว...ไม่รู้ว่าเกิดจากที่ตาเป็นเช่นนั้นหรือเปล่า?...พอหมัดกับแข้งใช้กับฉันไม่ได้ผลเสือน้อยก็เปลี่ยนวิธีทันที...
“หลบเก่งนักใช่มั้ยยัยแก่!!!!!”
“ฮะ...เฮ้ย!!!”
“..........................................”
“นี่ถึงกับใช้เล็บข่วนกันเชียวเหรอนังหนู?”
“ฉันจะถลกหนังหน้าเหี่ยวๆของแกออกมาผึ่งแดด...ว้าย!!!”
(ผัวะ!!)
“นี่แน่ะ!!...อีเด็กปากตะไกร”
“อูย~~...กะแก--...ยัยแก่นรก!!!”
...ฉันน่ะมันระดับไหนแล้ว...ไม่ว่าเจ้าเด็กปากเสียจะต่อยเตะหรือข่วนตะปบมาเท่าไหร่ก็ปัดป้องได้หมดโดยไม่ต้องตอบโต้สักแอะแต่พอเตะสวนไปทีเดียวก็เข้าเป้าหมดจด...แค่มือสมัครเล่นริจะมาเทียบมืออาชีพ...ฝันไปเถอะเพื่อน...
“บอกไปตั้งกี่ครั้งกี่หนแล้วไงว่ายังไม่แก่เว้ย!!”
...โดนเข่าอัดสีข้างจนล้มกลิ้งล้มหงายแต่นอกจากหนูน้อยจะไม่ยอมแพ้กลับยิ่งทำตาอาฆาตแค้นกว่าเดิม...
“กางนิ้วตะปบศัตรู...ทำอย่างกับเสือจริงๆเลยนะเนี่ย...เธอเป็นใครกันแน่?”
“ฮึ!!...ที่จริงพี่สาวสั่งไม่ให้เปิดเผยความลับเมื่อออกสู่โลกภายนอกแต่จะบอกให้แกรู้ก็ได้...ฉันชื่อศรโกเมน 1 ใน 8 ผู้สืบสายเลือดแห่งยุคปัจจุบันของตระกูลวิษณุมนตรี”
“ศรโกเมน?...วิษณุมนตรี?”
“และแกก็โชคดีนักหนาแล้วที่เจอศรโกเมนคนนี้ซึ่งจัดว่ามีความสามารถด้อยกว่าบรรดาพี่น้องทั้งหมดถึงได้ทำอวดเก่งอยู่นี่ไง!!!!”
...ออกตัวว่าความสามารถด้อยกว่าพี่น้องทั้งหมดแต่จิตสังหารที่พวยพุ่งออกจากดวงตาก็มีความกดดันรุนแรงซึ่งมันทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดในร่างกายเพราะหายใจได้ไม่ค่อยทั่วท้องไปเหมือนกัน...
“ตาดำของเธอกลายเป็นเลือดจนหมดสิ้น...สุ้มเสียงก็ห้าวทุ้มดุดัน...เปลี่ยนไปอย่างไม่น่าเชื่อดุจหน้ามือเป็นหลังเท้า...ไม่ไหว...ไม่หลงเหลือความน่ารักสดใสในวัยแรกสาว...อย่างกับตัวประหลาด”
“แก!!!!...กล้าด่าฉันเป็นตัวประหลาดเร๊อะ?...จงรับรู้ซะว่านี่คือความภาคภูมิใจอันสูงส่งของลูกผู้หญิงในตระกูลวิษณุมนตรีทุกคน...ถ้าพี่ๆทั้ง 5 อยู่พร้อมหน้ากันที่นี่...ไม่สิ...แค่พี่สาวฉันคนเดียวแกก็จะต้องหมดลมหายใจแน่!!!”
“ความภาคภูมิใจ?...ไม่เข้าใจ...ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆว่ามันน่าภาคภูมิใจตรงไหนกัน?”
“...จะบอกอะไรดีๆให้ฟังและจำใส่กะลาหัวไว้...สิ่งที่แกกำลังเห็นอยู่นี่เรียกว่าสุริยะโลหิต...มันคือภาวะการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในหญิงสาววัยกำดัดของตระกูลฉันทุกคน”
“สภาพกึ่งคนกึ่งมารแบบนี้...เธอเรียกมันว่าสุริยะโลหิต?”
“กึ่งคนกึ่งมาร?...ฮึๆๆ...พูดได้ดี!!!”
“....................................................”
“...บรรพบุรุษของฉันเปรียบดวงตาที่มอบแสงสว่างและช่วยชี้นำทางแก่ชีวิตเฉกเช่นดวงอาทิตย์ที่ส่องสว่างไปทั่วแดนดิน...คนโลกภายนอกที่สามารถเปลี่ยนตาเป็นเลือดแบบนี้ไม่มีอีกแล้วนอกจากฉันและพี่ๆเท่านั้น...นี่ยังจะบอกว่าไม่ใช่ความภาคภูมิใจอีกรึไง?”
...ตระกูลของเด็กคนนี้เป็นยังไงกันแน่นะและพวกเขาอาศัยอยู่ที่ไหนถึงได้บอกว่าที่นี่คือโลกภายนอก?...เมืองลับ
แลหรือว่าดินแดนสนธยา!?...
“อุ...อุ๊บ!!”
“.....................................................”
...ชักปวดระบมที่ต้นขามากขึ้นเรื่อยๆ...ท่าจะไม่ได้การ...เลือดก็เริ่มไหลซึมออกมาอีกแล้ว...
“.....................................................”
“...สภาพแกตอนนี้มันชักไม่น่าสนุกซะแล้ว...จบกันเพียงเท่านี้ดีกว่า”
“แต่ฉันจะไม่มีวันถอยหรอก...หือ?”
...จิตสังหารของเด็กหญิงที่รู้สึกได้กำลังลดน้อยถอยลงตามลำดับ...เธอไม่คิดจะสู้กับฉันแล้วงั้นเหรอ?...
“...แกบาดเจ็บฉันไม่ต้องการเอาเปรียบ...อีกอย่างฉันไม่เหมือนพวกพี่ๆที่ถ้าเห็นเลือดของศัตรูแล้วจะเกิดอาการบ้าคลั่งจนต้องขยี้ให้แหลกกันไปข้างหนึ่ง”
“...อยากจะบอกว่าไม่ถนัดต่อสู้ว่างั้นแต่บรรดาพี่สาวของเธอคงเก่งกันมากสินะ?”
“ถูกต้อง!!...นอกจากจะเก่งแล้วก็ยังเหี้ยมโหดด้วย...พี่ฉันคนหนึ่งนิสัยตอนปกติโคตรจะเพี้ยนสุดเดชแถมชอบเล่นอะไรแผลงๆเป็นนิจแต่ถ้าโกรธจัดขึ้นมาก็จะกลายเป็นกึ่งคนกึ่งมารอย่างที่แกบอกนั่นแหละ!!!...ไม่อยากนินทาหรอกแต่กำลังขาของหล่อนมหาศาลมากถีบทีเดียวศัตรูกระเด็นตีนแทบไม่ติดพื้น”
“..............................................”
“และพี่สาวอีกคน...เธอมีรูปร่างหน้าตาที่งดงามมากจนน่าอิจฉาเหลือเกิน...ทว่า--...มันช่างน่าเสียดายที่ความงดงามนั่นกลับอาบเจือไปด้วยพิษร้ายอันเกิดจากกำปั้นของผู้ส่งสารแห่งความตายและถึงจะมีนิสัยเยือกเย็นเงียบขรึมไม่สนอกสนใจใครแต่พอฉุนขาดเมื่อไหร่ไอ้หน้าไหนก็ไม่อาจจะหยุดยั้งได้...หล่อนเคยเงื้อดาบฟันหน้าคนมาแล้ว!!!”
“ดาบ?...ฟันหน้าคน!!!”
“แกฟังไม่ผิดหรอก!!!...แล้วยังมีคนหนึ่งซึ่งในอดีตแรงอาฆาตเคียดแค้นของเธอก็ทำให้คนชั่วกลายเป็นอัมพาตไปทั้งร่าง...ต้องใช้ชีวิตอย่างน่าเวทนาทนทุกข์ทรมานราวกับตกนรกทั้งเป็นจนถึงบัดนี้...แม้จะไม่เจนจัดการต่อตีสักเท่าไหร่แต่สุริยะโลหิตของหล่อนกร้าวแกร่งที่สุดในหมู่พวกเรา!!!!”
“!!!!!!”
“ส่วนฉัน...แกก็ได้เห็นไปแล้วว่าเพียงดึงผ้าที่ปิดตาซ้ายออกเท่านั้นและพี่สาวร่วมสายเลือดของฉันก็ทำได้ง่ายมากๆ...นั่นคือแค่เปิดเปลือกตาขวาขึ้น...จากนั้นคงไม่ต้องบอกนะว่าอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อใช้ดาบแห่งจิตออกไป”
“เรื่องที่เธอพูดมาทั้งหมดฟังแล้วมันดูเหลือเชื่อมากเกินไป...จะให้เชื่อได้ยังไง?”
“ฮึ!!...หลักฐานก็ได้เห็นไปแล้วส่วนจะเชื่อหรือไม่มันก็ช่างหัวแกแต่ในเมื่อกล้ามาเกะกะระรานกันฉันก็จะตามจองล้างจองผลาญพวกแกอย่างไม่มีวันสิ้นสุดแน่...เตรียมใจเอาไว้ให้ดีเถอะน่า!!!”
“นี่จะรวมถึงน้องจอยด้วยหรือไง?...อย่า!!!...เธอไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลยสักนิดนะ”
“................................................”
...ที่ไม่คิดจะจัดการฉันตอนนี้ก็เพราะเหตุผลนี้นี่เองหรอกหรือ?...
“แม่~~~”
“!!!?”
“อ้าวเสือน้อย!!...กำลังหาอยู่พอดีเชียว...ว้าย~~~...ขาแม่!!!”
...ฉันมัวแต่มองน้องจอยเลยไม่ทันเห็นว่าเด็กหญิงหันหลังให้ตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วพอหันหน้ากลับมาน้ำเสียงก็เป็นเกือบปกติแต่ทำไมต้องเอามือปิดตาซ้ายไว้นะ?...
“...เสือน้อยน่ะดีใจมากเลยที่จอยมีมิตรภาพดีๆให้เพราะที่บ้านไม่มีใครกล้าเป็นเพื่อนด้วยนักหรอกแต่คงจะต้องไปล่ะนะ”
...สภาพแบบนั้นถ้ายังมีใครกล้าเข้าใกล้ก็แปลกเหลือทนละ!!!...
“งั้นถ้าเป็นเพื่อนกันแล้วจะรีบไปไหน?...ไหนบอกว่าจะไปเดินเที่ยวด้วยกันก่อนไงจ๊ะ?”
“ยัง...มีเวลาอีกมากน่าเพราะเราจะต้องได้พบกันอีกอย่างแน่นอนทีเดียวและเมื่อถึงเวลานั้นล่ะสนุกแน่เลย”
...พอจบประโยคนี้เด็กหญิงก็ปรายตามองมาที่ฉันอย่างเหยียดๆ...
“เมื่อกี้นี้ยังพูดไม่จบ...มีคนหนึ่งที่ฉันรับรองว่าจะต้องชื่นชอบกับสไตล์หนังเหนียวๆอึดและถึกแบบป้าแน่นั่นคือพี่สาวของฉันเอง...ใช่...เธอเป็นนางพญาเสือศรบุษราคัม!!!!”
“อึ๊ก!!!”
...มันยังไม่วายเหน็บแนมว่าฉันแก่อีกก็บอกเพิ่งจะ 27 ว้อย!!!...เจ้าเด็กแสบกระโจนข้ามพุ่มไม้วิ่งแผล่วหายหัวโดยไม่ลืมฉวยคว้าเป้ติดมือไปด้วย...เรียกตนเองเป็นเสือน้อยถ้าอย่างงั้น “นางพญาเสือศรบุษราคัม” ที่ว่าก็ต้องร้ายยิ่งกว่านี้อีกน่ะสิ...
“เจ็บมากมั้ยคะ?...ขาแม่เป็นยังไงบ้าง?”
“ไม่เป็นไรจ้ะ...ไม่ใช่แผลใหญ่อะไร”
...ปากแผลเล็กนิดเดียวก็จริงแต่ลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ...เลือดจึงไหลออกมาไม่น้อยทำให้ดูน่าหวาดเสียว...
“นางพญาเสือที่ว่าคืออะไรหนูงงไปหมดแล้ว!?...นี่ตกลงเกิดเรื่องอะไรกันหรือคะ?”
...ลูกจอยเหลือบเห็นเข็มปักที่พื้นทรายจึงไปเก็บแล้วมาส่งให้ฉัน...ความยาวสักครึ่งหนึ่งของไม้บรรทัดได้...
“หนักกว่าเข็มทั่วๆไป?...จริงๆด้วย”
...ลองคาดคะเนคร่าวๆจากความแวววาว,สีและน้ำหนัก...มันน่าจะทำมาจากเงินหรือไม่ก็ตะกั่ว...
“ขนาดเรายังหลบไม่ทันเลย...ฮึ!!...น้องจอยฟังแม่นะคะ...ต่อไปภายหน้าอย่าพบกับเด็กคนนั้นอีกเป็นครั้งที่ 3 ...ถ้าเจอก็ห้ามพูดคุยด้วยและต้องหลีกหนีให้ไกล”
“ทำไมล่ะคะ?...เสือน้อยน่ารักออก...เอ๊ะ?...หรือคนที่ทำให้แม่บาดเจ็บก็คือเธอ?...มันไม่น่าเป็นไปได้!!!!”
“ก็ลูกยังไม่...เอ้อ!!!...เอาเป็นว่าเชื่อที่แม่บอกเถอะค่ะ...มันยังไงดี?...คือเธอคนนั้นน่ะ...”
...แต่ทว่า!!!...ฉันก็ได้ยินเสียงแลคำพูดที่น่าขนลุกขนพองขึ้นอีกซึ่งราวกับว่าครั้งนี้มันดังมาจากบนฟ้าทีเดียว...
“เปล่าประโยชน์!!...เราจะต้องเจอกันอีกแน่เพราะบัดนี้ชะตากรรมของแกถูกผูกติดกับวังวนแห่งความโกรธเกรี้ยวของศรโกเมนและศรบุษราคัมอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไปแล้ว!!!!...ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ...ตราบเท่าที่ยังมีชีวิตอยู่แกไม่มีทางหนีพวกเรา 2 พี่น้องพ้นหรอก...ฮึฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
“ว้าย!!!!...นั่นเสียงใครกันคะแม่จุน?”
“ดะ...เด็กบ้าเอ๊ย!!!...แต่ทอร์โนโดจุนคนนี้ก็ไม่ได้กระจอกหรอกนะโว้ย”
...เพราะกิเลสนักสู้ลุกโชนแท้ๆ...จู่ๆก็ไปสร้างศัตรูขึ้นมาอีกแล้วตัวฉันแถมทีนี้ท่าทางจะตึงมือซะด้วย...พี่น้อง 2 เสือแห่งวิษณุมนตรีอย่างนั้นหรือ?...
...

...ลงติดๆกันเลยเพื่อความต่อเนื่อง...เมื่อกี้คงจะรู้สึกเครียดเลยเอาที่สนุกๆมาลงบ้าง...ความลับของสุริยะโลหิตถูกเผยออกมาแล้ว...อย่าว่ากันนะครับนี่เป็นเพียงจินตนาการไม่ใช่เรื่องจริงเพราะไม่งั้นผมนี่แหละจะขอเผ่นคนแรกเลย...แต่ยังไงงานนี้คุณแม่จุนจอมห้าวของเรามีคู่ต่อกรที่น่ากลัวมาก!!!!
 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 05, 2018, 10:35:12 pm โดย kaithai »
คลิก !! แทนคำขอบคุณจ้า
ชอบก็กดนิยมด้วยเน้อ

*

ออฟไลน์ kerdsopa

  • Senior Member
  • ****
  • 637
  • 831
    • ดูรายละเอียด
Re: Tornado Jun Side Story 1 “กิเลสของนักสู้!?”
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2018, 04:30:37 pm »
เสือน้อยลุยเลย

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ