เรื่องน่ารู้ จุฬาฯ

เรื่องน่ารู้ จุฬาฯ

  • 0 ตอบ
  • 1181 อ่าน
*

ออฟไลน์ noves2582

  • Full Member
  • **
  • 161
  • 10273
  • +Wherever+
    • ดูรายละเอียด
เรื่องน่ารู้ จุฬาฯ
« เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2010, 11:49:50 AM »
เรื่องน่ารู้ประจำมหาวิทยาลัย

ความรู้ทั่วไป
สีประจำมหาวิทยาลัยคือ สีชมพู
ตราประจำมหาวิทยาลัยคือ ตราพระเกี้ยว (ที่มา : )
[แก้ไข] เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
เด็กจุฬาสามารถแบ่งได้เป็นสองสายคือสายสยามและสายสามย่าน
สนามกีฬาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรียกกันว่า “สนามจุ๊บ” โดยที่สมัยนัันสร้างในสมัยจอมพล ประภาส จารุเสถียร เป็นนายกสภามหาวิทยาลัย และฉายานามของท่านเรียกกันว่า "จุ๊บ" จึงเรียกสนามจุ๊บ หรือสนามจารุเสถียรในระยะแรก
สามารถนำรถเข้าไปจอดในคณะวิศวกรรมศาสตร์ได้ แม้ไม่ต้องมีสติกเกอร์ ถ้าคนขับหน้าตาดี(ผู้หญิงเท่านั้น)เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะทำการเลื่อนที่กั้นให้อย่างสุภาพเรียบร้อย
คณะอักษรฯ มีภาควิชาการละครด้วยนะ แต่เป็นละครเวที เทอมนึงมีหลายเรื่องเหมือนกัน แต่แต่ละเรื่องก็แนวมั่กๆ น้องปีหนึ่งเข้ามาใหม่ๆ ต้องเริ่มด้วยการดูละครและวิจารณ์ละครเวที(ที่ดูยากมั่กๆ)
เชื่อหรือไม่ คณะอักษรฯมีแสงเสียงเป็นของตัวเองด้วย
โต๊ะหน้าตึกสี่ เรียกว่า โต๊ะไผ่ เป็นแหล่งรวม Arts Men
เวลาแข่งกีฬาเฟรชชี่ หรืออะไรก็ตามที่ต้องใช้มีตัวเล่นเป็นผู้ชาย เช่น ฟุตบอล คณะอักษรฯต้องระดมพล Arts Men ทั้งสี่ชั้นปีเลยทีเดียว
คนนอกจะมองคณะอักษรฯ ว่าเป็นคณะหรูหราไฮโซ แต่เชื่อหรือไม่ ชาวอักษรไม่เคยจัดงานใดๆ ที่โรงแรมเลย ไม่มีการสิ้นเปลืองด้านนี้ ไม่ว่าจะเป็นเฟรชชี่ไนท์ บายเนียร์ ฯลฯ สถานที่ประจำคือห้อง 103 ตึกสี่ กับส้วมหมา (สนามหญ้าเล็กๆหน้าตึกบรมฯ)
เนกไทวิศวะกับครุจะไม่เหมือนชาวบ้าน
เนกไทของวิศวะ เป็นเนกไทสืบรุ่น หน้าตาอินเทรนด์ แต่ของครุ ถ้าปีหนึ่งก็เหมือนทั่วๆไป แต่พอปีโต หรือที่ออกฝึกสอน มักจะใช้เนกไทสีดำมีพระเกี้ยวโลหะเล็กๆติด (แล้วมันไม่เหมือนหรอ??)
คณะวิทยาฯมีการประกวดดนตรีอะคูสติก ชื่อว่า Under Tab (ส่วนใหญ่อ่านกันว่า “อันเดอร์แท๊บ”) จริงๆแล้วมาจากคำว่า “Under Tab” (อันเดอร์(ตึก)แถบ) เพราะสมัยก่อนจัดงานใต้ตึกแถบ ตึกแถบเป็นชื่อตึกหนึ่งของคณะวิทยาศาสตร์ (ปัจจุบัน เห็นจัดที่ตึกSci (อ่านว่า ไซน์) ทำไมไม่เปลี่ยนชื่อล่ะ)
คณะแพทย์มี Singin' Contest ด้วย แรกๆมีแบคเป็น GMM ด้วยนะ ล่าสุด อบจ. พยายามยึดมาจัดในนามตัวเอง แต่ยังไม่สำเร็จ <<< คณะแพทย์มาขอใช้ชื่อ อบจ. เพื่อเอาไปขอ sponsor นะครับ อบจ ไม่ได้พยายามจะยึดมาเป็นของตัวเอง
คณะวิศวกรรมศาสตร์ เคยจัดงานประกวดเต้น ชื่อว่า DanceXplosion โดยตั้งแต่ครั้งที่ 2 เป็นต้นมา จัดในนามอบจ. (องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาฯ)
Human Relation คือวิชายอดฮิต ลงกันล้นจนต้องเปิดเซคเพิ่มทุกเทอม
intro to law มีอีกชื่อว่า intro to A แต่ปัจจุบันเป็นวิชา intro to B+
สนามวอลเลย์บอลคณะรัฐศาสตร์ ปัจจุบันเป็นที่จอดรถ -- ยามจะเปิดให้จอดตอนบ่ายโมง จะเข็นรถออกทีนึง เหมือนเล่น Tetris
คณะรัฐศาสตร์จุฬามีสนามฟุตบอลเป็นของตัวเอง และ หวงมากด้วย
โรงอาหารอักษรมีข้าวเหนียวไก่เป็นอาหารชูโรง และลูกค้าหลักคือเด็กเตรียม -- คนขายเป็นลุงกะป้า ถ้าป้าเป็นคนสับไก่ใส่จาน จะได้น้อยกว่า
แต่ถ้าสั่งไม่สับจะได้เยอะที่สุด

โรงอาหารคณะครุฯจานใหญ่มาก
รองเท้าขาวสำหรับนิสิตหญิงปี 1 ฮิตใส่ยี่ห้อ peppermint
ยกเว้นคณะศิลปกรรม ต้องใส่รองเท้าพยาบาลสีขาว ต้นตึกสูง4เซน รุ่นลิมิตเต็ตอิดิตชั่น (หาที่ไหนไม่ได้ สั่งจากรุ่นพี่อย่างเดียวเท่านั้น!!)
ข้างหอประชุมจุฬามักเป็นที่ซ้อมละครของเด็กอักษร
นิเทศ ที่ดูต้องใช้เครื่องมือเยอะๆนั้น มีตึกเรียนเพียงสองตึก คือ ตึกหนึ่งและตึกสอง (มันไม่มีสามสี่ห้าแน่ๆ) ตึกหนึ่งมีห้าชั้น ใช้การได้สี่ชั้น และตึกสอง มีหกชั้น ใช้งานได้จริงๆ สามชั้น...(สงสัยตัวเองเหมือนกันว่ายัดตัวเองอยู่ที่ไหนของคณะ)เป็นตึกจิ๋วๆที่อยู่ระหว่างครุกับนิติ นี่แหละ ปล.ก็อยู่กันใต้ถุนคณะนั้นแหละ คาดว่าเป็นคณะเดียวที่สามารถเปิดเพลงฟังได้ที่ใต้ถุนคณะ โดยไม่โดนอาจารย์ด่า หิหิ
รถโดยสารภายใน "จุฬาฯ" เรียกกันติดปากว่า "รถป็อป" ซึ่งมีที่มาจาก "รถ ปอ.พ." -- รถป๊อบเป็นรถไฮบริด ชาร์จไฟเพียง 4 ชม. วิ่งได้ถึง 2 ชม.
30% ของนิสิตจุฬา มารู้เอาตอนปี 3 ว่า "รถป๊อป" มาจากคำว่า "รถ ปอ.พ."
"รถป๊อป" รุ่นใหม่ สามารถจ่ายค่ารถด้วยบัตร SmartPurse ได้ด้วย
ห้องน้ำที่มาบุญครอง ก้อจ่ายด้วยบัตร SmartPurse ได้เหมือนกัน ไฮโซมั๊กๆ
ครุอาร์ท เป็นครุศาสตร์ที่ตึกเรียนอยู่ตรงข้ามกับคณะครุศาสตร์(งงม้าย คือเค้าว่า เค้าเป็นครุอาร์ท.. ไม่ใช่ครุศาสตร์ นะ)
43% ของเด็กครุศาสตร์ (ที่ไม่ได้เรียนครุอาร์ท) ไม่รู้ว่าตึกที่อยู่ข้างๆคณะนิเทศ และอยู่ตรงข้ามกับคณะตัวเอง แถมติดกับโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายมัธยมนั้น เป็นตึกครุศาสตร์ -_-"
หมาประจำตึกครุศิลป์ ในอดีตประกอบด้วย สมุน สมาน ไฟเบอร์ เตี้ย และเสือ(ลูกสาวเตี้ย) (ข้อมูลจากปี 47)
ต่อมาเกิดเหตุการณ์วันหมาวิปโยค ในปี 2549 หมาสามตัวแรกถูกจับไป (ไปตามตัวกลับมาได้ในภายหลัง และนำไปอยู่ในที่ปลอดภัยตราบจนทุกวันนี้)
ปี 2551 อีเสือตายกระทันหัน จากอุบัติเหตุ เหตุการณ์นี้ทำให้เตี้ยสะเทือนใจอย่างแรง เป็นเวลากว่าหลายชั่วโมง หลังจากนั้นไม่นาน ได้มีหมาใหม่มาติดสอยห้อยตามเตี้ย น่าแปลกที่มีลักษณะนิสัยเหมือน เสือ ทุกประการ ทั้งการตื่นกลัวเกินกว่าเหตุ เสียงร้องโหยหวนทั้งที่ไม่มีใครทำอะไร ผู้เชี่ยวชาญที่ตึกหลายท่านให้ความเห็นว่า โดนวิญญาณเสือสิงร่าง หมาตัวนี้ถูกเรียกว่า "ระแวง"
เตี้ยชอบถูกเหมารวมเป็นหมาคณะนิเทศในบางครั้ง โดยเฉพาะเวลาที่ตึกไม่มีใครให้ของกินมัน (เพระมันอ้วนจะตายห่าอยู่แล้ว) มันจะคืบคลานลากสังขารไปที่โรงอาหารรวมใต้ตึกคณะนิติศาสตร์ เพื่อขอปันอาหาร จากนิสิตต่างคณะ และเด็กนิเทศก็ใจดีเสียด้วย!!
หอสมุดกลางของมหาวิทยาลัย เรียกย่อๆว่า "หอกลาง" ส่วนห้องสมุดของคณะครุศาสตร์ที่ถือว่าอยู่ใกล้หอกลางมากที่สุด เรียกว่า "หอน้อย"
หน้าหอกลาง มีคนเป่าแคน (ไม่เชื่อไปดูได้)
คณะที่ใกล้ห้างที่สุดคือสหเวชศาสตร์ ใกล้สยามที่สุดคือทันตแพทยศาสตร์ -- สหเวชอยู่ติด MBK ทันตะฯ,สัตวะ,เภสัชอยู่ติดสยาม
ตอนเย็นๆ ลานเสียสาวของสหเวชบรรยากาศโรแมนติกมาก
เด็กฝั่งมาบุญครองเรียกฝั่งตรงข้ามว่า "ฝั่งในเมือง"(แปลว่าฝั่งนี้เป็นบ้านนอกหรือ ไม่น้า<= ฝั่งMBK เรียกว่าฝั่งบ้านนอก
เด็กฝั่งสยาม(เภสัช,ทันตะ,สัตวะ)จะเรียกบริเวณอื่นๆว่าจุฬาใหญ่และถูกเรียกว่าบ้านนอก (ถึงบ้านนอกก็มีห้างเป็นของตัวเองจ้า)
โรงอาหารนิติ เป็นโรงอาหารที่มีเด็กสาธิตและเด็กนิเทศนั่งกินมากที่สุด (เปล่านะ เราใช้รวมกันหรอก)
ลุงฟรุ๊ตตี้ขี่เวสป้ามาขายผลไม้ในจุฬาทุกวันตอนเย็น (จริงๆ ลุงเค้าชื่อประมวล แซ่ลิ้ม (หนังสือเปิดรั้วจามจุรี ปี 49))
ลุงฟรุ๊ต เป็นลูกชายหัวโป้งเหน่งของลุงเทียมมี่ ซึ่งขายอยู่หน้าอักษรตั้งแต่รุ่นแม่

อักษรชอบถาปัด แต่ถาปัดชอบกันเอง
การเดินสยามถือเป็นการเดินช่วยย่อยได้ดี ไม่ต้องซื้อไรหรอก..เพราะมันแพง
แต่ก่อนเข็มพระเกี้ยวรัศมีจะเป็นทรงแหลม เดี๋ยวนี้รัศมีอ้วนๆ
หอยทากมักเดินเล่นบนถนนในหน้าฝน และมันจะไม่หยุดให้เราเดินไปก่อน...
นอกจากหอยทากแล้วเรายังสามารถพบหนูได้ทั่วไปในอาณาเขตจุฬาฯ เวลากลางคืน
แถวๆ หอกลาง มีสุนัขมากที่สุดในจุฬาฯ และชอบรวมฝูงเป็นกลุ่มใหญ่ในเวลาค่ำคืน
วันดีคืนดี ก้อชอบนอนจองถนนกันเต็มถนน
มีไดโนเสาร์สองตัวหน้าภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ นอกจากไดโนเสาร์แล้วยังมีตู้ไฟขนาดใหญ่อีกสองกรงหย่ายๆๆ รกโครตๆ
ตอนประธานาธิบดีคลินตันมาที่มหาลัยหลายปีก่อนมีหน่วย swat องค์รักษ์ติดมาด้วย1คันรถ ทุกคนถืออาวุธครบมืออยู่ในท่าเตรียมพร้อมตลอดเวลา ไม่รู้จะไปรบกะใคร
ถนนอังรีฯมีอาชญากรรมบ่อยๆ -- ตอน 9 โมงเช้าจะมีคนขี่มอไซค์รับจ้าง ยืนฉี่ใส่ตู้ชุมสายโทรศัพท์ ตรงประตูใหญ่อักษร เจอแม่งประจำ
ก่อนมีรถป๊อป ไม่เคยมีการใช้มอไซค์หรือจักรยาน "เดินจุฬา"เท่านั้นพี่น้อง น่องโป่งเรย.......
นิสิตบางคนทึกทักเอาเองว่า DotA คือกีฬาประจำมหาลัย (จะสู้พวกเกษตรฯได้เร้อออ)
คณะรัฐศาสตร์ และ เศรษฐศาสตร์ ตั้งอยู่บนถนนเดียวกัน ทำให้ ถนนนั้นชื่อว่า ถนนไฮโซสตรีท เพราะรวมไว้ซึ่งคณะ ไฮโซ ดังๆ ทั้งน้าน -- คณะบัญชี มีลานจอดรถให้นิสิตด้วย
คณะที่ทุกคนใฝ่ฝันเมื่อเห็นการแสดงเชียร์โต้ คือ ศิลปกรรมศาสตร์ และเพลงยอดฮิตติดหู คือ เพลงน้องนางลูบไข่ และเพลงโอ้ทะเล (บัลเล่ย์)
แต่ปัจจุบันเพลงยอดฮิตกลายเป็น เพลงเลีย (จากจำนวนผู้รีเควสวันรับปริญญา) และเพลงฟันดี (เพราะลีดมันหาง่าย)
คณะที่มีตึกสูงที่สุด คือ ตึกมหามกุฏ คณะวิทยาศาสตร์ (มักเรียกกันว่า ตึก sci)
ถ้ามองจากมุมสูง จะเห็นศาลาพระเกี้ยว เป็นรูปพระเกี้ยวจริงๆ และ ตึกจุลฯจะเป็นฐานพระเกี้ยว ไฮโซเวอร์
สายรถป๊อบที่ฮิตที่สุด คือ สาย 1 ศาลาพระเกี้ยว-สยาม และสาย 2 สำนักวิทย์กีฬา-ศาลาพระเกี้ยว -- การเดิน เร็วกว่าการรอ และนั่งรถป๊อบ
รถป๊อพมีด้วยกัน 3 สาย คือ สาย1 สาย2 และ สาย4 งงมั้ย???

เมื่อก่อนมีรถป๊อบสาย3 ไปคณะแพทย์ แต่หายไปอย่างลึกลับ (เพราะไม่ค่อยมีใครขึ้น)
ความลึกลับของรถป๊อบ คือ ตอนเราขึ้นเป็นสาย1 แต่พอคนเต็มรถสามารถแปลงกายเป็นสาย2ได้อย่างไม่น่าเชื่อ
คนขับรถป๊อบน่าเกลียดมากๆ ชอบเปิดประตูชนนิสิตตรงกลางรถ พร้อมกับเสียงด่าว่าทำไมไม่รู้จักระวัง (กูโง่มากโดนประตูหนีบ)
ห้องสมุดอักษรเป็นห้องสมุดที่เงียบมาก เพราะเด็กอักษรไม่นิยมอ่านกันที่นี่ (รู้สึกจะจัดชั้นหนังสือแบบสภาอเมริกัน สวยเหมือนห้องสมุดของฮอกวอตส์ อ้าวทำไม มีอะไรม่ะ?? ตูจะทึกทักไปเอง)
หอใน จุฬาฯ ชื่อว่า ซีมะโด่ง และมีงานรับน้องเป็นของตัวเอง ว่ากันว่า ช่วงเดือนมิถุนาทั้งเดือน แถวๆมาบุญครอง จะได้ยินเสียงโวยวาย เสียงเพลง ตอนดึกๆ
หอพักอาจารย์ "วิทยนิเวศน์" สามารถเอาจักรยานขึ้นลิฟต์ไปจอดหน้าห้องได้ ในขณะที่ลานจอดรถด้านหน้า อาจารย์ก้อต้องแย่งกันจอดรถยนต์จนล้นไปที่ถนน
หอกลาง เคยมีคดี ชกกัน เนื่องจากแย่งที่นั่งอ่านหนังสือกัน
ช่วงสอบต้องจองที่นั่งที่หอกลางล่วงหน้า แต่เดี๋ยวนี้มีจาม9แล้ว
นิสิตจุฬาฯ กว่าครึ่ง สามารถ บูม บาก้า ได้ก่อน เอนท์ ติดจุฬาฯ
จากข้อที่แล้ว สันนิษฐานว่าเหตุหนึ่งเพราะนิสิตจุฬาฯจำนวนหนึ่งมาจากโรงเรียนข้างๆที่มี บูม บาก้า เหมือนกัน(สาธิตจุฬาฯ)(แต่ของเตรียมจังหว่ะจะเร็วกว่ามาก)
อบจ. ย่อมาจาก องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ยาวจิง) เป็นเหมือนสโมสรนักเรียนของจุฬาฯ จัดงานต่างๆ ในมหาลัย เช่น รับน้องก้าวใหม่ งานบอล ปิยะ ลอยกระทง นายกอบจ. หลังๆ มีแต่เด็กวิดวะ เป็น นอมินี ชนิดหนึ่ง
นิสิตจุฬาฯ กว่าครึ่งเคยเข้าร่วมกิจกรรมทุกอย่างของมหาลัย แต่ไม่รู้จักอบจ.น่าเศร้าจริงๆ
อังรีดูนังต์ เป็นที่จอดรถของเด็กวิศวะ และรัดสาด สี่โมงปุ๊ปก็จะกรูมาเลื่อนออกเพราะจะโดนล็อคล้อ -- ใบสั่งเฉยๆ 100-200 ถ้าล็อคล้อด้วยก็ 400
CU-TIME เป็นโครงการที่รณรงค์การตรงต่อเวลา ของนิสิต จัดขึ้นเมื่อปี 2546 แต่ไม่รู้ประสบความสำเร็จไหม?!?!?
ปัจจุบัน CU-TIME คือเวลาที่นิสิตมา(เข้าห้องเรียน)LATE
BSAC เป็นคณะอินเตอร์ ที่ผู้ชายหล่อมักไม่ใช่ผู้ชาย ผู้หญิงสวยมักไม่ใช่ผู้หญิง
BSAC มีสมาคมเป็นของตัวเองชื่อว่า สมาคมมะเร็งปอด เป็นสถานที่ ไว้ใช้ในการตึ้ม โดนยึดเอาบันไดหนีไฟเป็นที่ตั้งสมาคม
เด็กอักษรภาคอินเตอร์ ไม่ถูกกับเด็กอักษรภาคปกติ
บนถนน ไฮโซสตรีท ท่านสามารถพบเห็นรถยนต์เหล่านี้ได้บ่อยๆ: รถเบ็นซ์ทุกคลาส A B C CLK E S SL SLK บีเอ็มทุกซี่รีย์ 1 3 5 6 7 X3 X5 Z3 Z4 รถ MINI Cooper หลากสี ปอร์เช่ Boxster Cayenne Cayman หรือว่า Nissan GT-R ตัวใหม่ก็ยังมี
ทั้งมหาลัย มีคนใช้รถโตโยต้า ยาริส สีฟ้า เหมือนกันประมาณ 10 คัน
และมีคนใช้ฮอนด้า Jazz สีขาวนับไม่ถ้วน
นิสิตคณะบัญชีที่จะเอารถมาจอดที่ลานจอดรถคณะได้ ต้องมีความสามารถในการขับรถสูง
นิสิตปีหนึ่งทุกคณะจะต้องเรียนวิชา exp eng ยกเว้นอักษร
จุฬาฯ มีคณะพยาบาลศาสตร์ (ไม่รู้กันเหรอ??)
ธรรมศาสตร์กล่าวหาว่าจุฬาฯเป็นมหาวิทยาลัยหญิงล้วนแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย
นิสิตหญิงอักษรไม่ได้สวยและไฮโซทุกคน และสามารถเป็นทอมได้
เมื่อก่อนหนุ่มวิดวะเป็นแฟนกับสาวบัญชี ปัจจุบันหนุ่มบัญชีเป็นแฟนกับหนุ่มวิดวะ
คณะทันตแพทยศาสตร์ เป็นคณะที่โรงอาหารเดียวในจุฬาฯ ที่ต้องใช้บัตรในการซื้ออาหาร
ทันตะ มี dental point เป็นของตัวเอง เลียนแบบมาจาก center point ที่สยาม
คณะทันตะ มีป้ายคณะอยู่คู่กับ ที่เก็บขยะติดเชื้อ ระวังนะ
เมื่อก่อนคณะไหนสถิตย์แถวสามย่านจะดูบ้านนอกมาก แต่ปัจจุบันมีจามจุรีสแควร์แล้ว ทำให้เด็กบ้านนอกได้ดูไฮโซกับเค้าบ้าง
แหล่งอ่านหนังสือใหม่ของชาวจุฬาฯ นอกจาก หอกลาง จามจุรี 9 ปัจจุบันหลายคนนิยมมานั่งถึก+เถือกและเกลือกกลิ้งอยู่ที่สตาร์บัค และทรูคอฟฟี่ ณ จามจุรี สแควร์
คนขายโรตีสายไหมหูหนวก จะพกกระดาษบรรยายสรรพคุณว่าตนหูหนวกเป็นใบ้ จึงมีคนยอมอุดหนุนมาตลอด จนกระทั่งครั้งหนึ่ง เด็กบัญชี กรุ๊ป ข.1 เตะบอลกัน ตรงหน้าทางเข้าตึก 3 ด้วยความที่คนเตะตีนหนักมาก เสียงเท้ากระทบบอลเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ดังขนาดที่ว่า คนหูหนวกซึ่งยืนหันหลังให้สะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ ไหนว่าหูหนวกไง
คนที่เข้ามาขายของอีกหลุ่ม จะเป็นน้องๆใส่ชุดนักเรียนมัธยม เข้ามาขาย ปากกาดิาสอ ขายมาตั้งแต่(ผู้เขียน)เป็นเฟรชชี่ จนเป็นบัณฑิตมาหลายต่อหลายปี น้องพวกนี้ก็ยังคงเป็นเด็ก มัธยมมาขายปากกา น้องครับ น้องหน้าโคตรแก่เลยครับ พินิจดูดีๆ น้อยน่าจะอายุไม่ต้ำกว่าสามสิบแล้วนะครับ เมื่อไหร่จะเรียนจบ มัธยมสักทีครับ
คณะสินกัม เป็นคณะที่คนปกติไม่สามารถเรียนได้ หากมีคนปกติหลงเข้า หลังรับน้องไม่กี่วันก็จะไม่ปกติทันที
นิสิตในคณะมักจะมีพฤติกรรมที่ผิดปกติ มีอาการเวิ่นเว้อ มึนงง ผีเข้าผีออก เบลอ เมา เหงา ง่วง คึกคัก บ้า มีปัญหา ไม่รู้ว่าเป็นห่ะอะไรกัน -*-
และนิสิตเข้าใหม่แต่ละปีมีผู้ชาย(แท้ๆ)20% หลังจากรับน้องจะเหลือ10% และเมื่อผ่านเทอมแรกไปจะเหลือเพียง 3%


 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ