กบฎแดงป่วนเมือง โรมมิ่งมือถือตปท.วูบ

กบฎแดงป่วนเมือง โรมมิ่งมือถือตปท.วูบ

  • 0 ตอบ
  • 893 อ่าน
*

ออฟไลน์ 02766132

  • Supreme Member
  • *********
  • 7685
  • 15375
  • งานศพแม้ว
    • ดูรายละเอียด
ฝนตกขี้หมูไหลคนจัญไรมาสุมหัวกัน นับตั้งแต่กบฎแดง ชุมนุมก่อการร้ายตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.ที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ยึดถนนราชดำเนิน จนมีการขอพื้นที่คืนจากรัฐบาลด้วยการสลายม็อบ ทำเชื้อชั่วแตกกระจายไปรวมกันที่เดียวที่แยกราชประสงค์ รวมแล้วเป็นเวลากว่าเดือนครึ่งทำให้ธุรกิจต่างๆ เสียหาย เศรษฐกิจพังย่อยยับ กระทบไปทุกๆ ด้าน
       
       ธุรกิจโทรคมนาคมก็ตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกันโดยเฉพาะบริการข้ามแดนอัตโนมัติหรือบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศของโทรศัพท์มือถือ (อินเตอร์เนชั่นแนล โรมมิ่ง หรือ ไออาร์) ที่พึ่งพิงชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวและพำนักอยู่ในประเทศไทย ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของบริการประเภทไออาร์ที่ชาวต่างชาติต้องโทร.กลับประเทศของตัวเอง
       
       แต่พอเศรษฐกิจพังบวกกับความเสี่ยงในเรื่องของความปลอดภัย กลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ต้องเดินทางกลับบ้าน ส่วนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาไทยก็ต้องยกเลิก ขณะที่รัฐบาลเป็นสิบๆ ประเทศประกาศเตือนประชาชนพลเมืองของเขาไม่ให้เดินทางมาไทย เพราะเป็นดินแดนอันตราย ที่เกิดจากพวกกบฎแดงที่ป่วนกวนบ้านเมืองจนขุ่นบริการไออาร์ของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือจึงมีแนวโน้มลดลงเป็นอย่างมาก
       
       เรื่องของการท่องเที่ยวนั้น สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ได้มีการประชุมถึงผลกระทบจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่มีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย และสรุปว่าสทท.ได้ปรับประมาณการตัวเลขและรายได้ทางการท่องเที่ยวในปี 2553 ลดลง 10-20% โดยคาดว่าไตรมาส 2 ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติจะลดลงสูงสุด 10% เหลือ 12.7-14.1 ล้านคน สูญเสียรายได้ประมาณ 8หมื่นล้านบาทถึง 1 แสนล้านบาท และหากการชุมนุมยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบต่อไตรมาส 3 ซึ่งเข้าสู่นอกฤดูการท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) อย่างเต็มตัว สทท. คาดว่านักท่องเที่ยวจะลดลง 20% เพราะนักท่องเที่ยวหลายประเทศได้ชะลอการเดินทางมาไทย
       
       'ภาพรวมเกี่ยวกับการท่องเที่ยวจะเป็นตัวสะท้อนรายได้ไออาร์ ปีที่แล้วไออาร์โดยรวมก็ไม่ดี นักท่องเที่ยวก็ไม่มาก จากเหตุการณ์บ้านเมืองที่เกิดขึ้นเชื่อว่าบริการไออาร์รายได้น่าจะตกพอสมควร' ธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลยุทธ์องค์กร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าว
       
       สำหรับภาพรวมของบริการโรมมิ่งเมื่อปีที่ผ่านมาลดลงกว่า 40% โดยแต่ละโอเปอเรเตอร์ต่างก็ได้รับผลกระทบกันทั่วหน้า เพราะปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง แม้แนวโน้มรายได้บริการไออาร์จะลดลง แต่ยังได้อานิสงส์จากการระเบิดของภูเขาไฟที่ไอซ์แลนด์ ทำให้หลายๆ สายการบิน หลายๆ ประเทศต้องหยุดการบิน ทำให้นักท่องเที่ยวตกค้างอยู่ในไทยอยู่จำนวนหนึ่งซึ่งจำเป็นต้องโทร.กลับหาญาติพี่น้องของแต่ละคน ส่งผลให้รายได้ไออาร์โตขึ้นบ้าง
       
       'จริงๆ ไออาร์ช่วงนี้ดูยาก อย่างช่วงที่เถ้าภูเขาไฟไอซ์แลนด์ฟุ้ง รายได้ไออาร์โตขึ้น 20% เพราะต่างชาติกลับบ้านไม่ได้ ต้องโทร.กลับแทน ต้องรอจนกว่าเรื่องเถ้าจะหมดไปจึงจะเริ่มเห็นความชัดเจน ซึ่งโดยรวมคาดว่ารายได้ไออาร์ลดลงแน่นอน' ธนากล่าว
       
       จากปัญหาความไม่สงบการเมืองที่เกิดขึ้นต่อเนื่องทำให้ผู้ให้บริการบางรายก็มีการปรับตัว เพื่อสร้างรายได้จากส่วนอื่นมาทดแทนอย่างกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ในส่วนของการดำเนินธุรกิจสื่อสารระหว่างประเทศ จะเน้นจุดเด่นเรื่องคุณภาพตามมาตรฐานสากลและราคาสมเหตุสมผล เช่น บริการโทร.ทางไกลต่างประเทศ รหัส 006 (IDD) จากทรู อินเตอร์เนชั่นแนล คอมมิวนิเคชั่น, บริการโรมมิ่งโทรศัพท์ข้ามแดนระหว่างประเทศ จากทรูมูฟ และบริการเกตเวย์ระหว่างประเทศ จากทรู อินเทอร์เน็ต เกตเวย์ โดยมีรายได้จากธุรกิจระหว่างประเทศ ประมาณ 2,900 ล้านบาท
       
       'ปีที่ผ่านมาบริการโรมมิ่งเรารายได้ลดลงกว่า 20% เพราะปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการเมืองไทย ซึ่งก็เป็นทั้งตลาด แต่ปีนี้ก็หวังว่าจะโตขึ้นสัก 10%' สุพจน์ มหพันธ์ ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจบริการระหว่างประเทศ ทรูกล่าวและว่าช่วงสงกรานต์ปี 2552 รายได้ไออาร์ลดลงไป 40% เมื่อเทียบกับปี 2551 โดยไออาร์มีการแปรผันตรงกับ IDD เพราะลูกค้าต่างประเทศที่เข้ามาก็ใช้ IDD แต่สำหรับปีนี้ เชื่อว่าไออาร์ไม่น่าจะลดลงไปมาก หรือถ้าลดอย่างมากก็คือเท่ากับปี 2552
       
       วิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส กล่าวว่า จากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงขณะนี้ยังไม่เห็นผลกระทบ เพราะช่วงเวลาเดือนเศษเร็วเกินไปที่จะสรุปได้ และการเห็นรายได้ของไออาร์ไม่ได้เห็นทุกวัน แต่จะเป็นเดือนต่อเดือน อย่างการให้บริการของเอไอเอสสิ้นเดือนมี.ค.ยังเพิ่มขึ้น 25% แต่รอบเดือนเม.ย.ยังไม่ได้สรุป
       
       ด้านสุชาดา ตันติราพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักธุรกิจระหว่างประเทศ เอไอเอส กล่าวว่าจากสถานการณ์ในประเทศที่เกิดขึ้น ทำให้หลายประเทศมีการประกาศเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง หรือหลีกเลี่ยงการเดินทางมายังประเทศไทย ซึ่งจากรายงานของหน่วยงานต่างๆ ที่ให้ข้อมูลในสาธารณะได้แสดงให้เห็นว่าจำนวนชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยลดลง มีการยกเลิกการจองโรงแรมที่พัก ยกเลิกการเดินทาง ทั้งในกรุงเทพฯและจังหวัดที่เป็นสถานท่องเที่ยวต่างๆ จึงส่งผลต่อปริมาณการใช้บริการโทรศัพท์ของชาวต่างชาติเป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
       
       สำหรับตลาดโดยรวมของการให้บริการไออาร์ในปี 52 เอไอเอสมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 2.8 พันล้านบาท ลดลงประมาณ 24% เมื่อเทียบกับปี 2551 ที่มีรายได้ประมาณ 3.7 พันล้านบาท เพราะได้รับผลกระทบต่อเนื่องของการปิดสนามบินในปลายปี 2551 ต่อเนื่องไปถึงปี 2552 รวมทั้งมีเหตุการณ์ไม่สงบทางการเมืองในช่วงเดือนเมษายน 2552 และเป็นช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกย่ำแย่ลง ส่งผลให้ปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาประเทศไทยน้อยลง
       
       ส่วนแนวโน้มในปี 2553 เมื่อมองจากสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของโลกที่มีทิศทางการปรับตัวเป็นไปในทางที่ดีขึ้น เชื่อว่าจะส่งผลต่อปริมาณการใช้บริการโทรศัพท์ที่เพิ่มขึ้น โดยเอไอเอสได้พัฒนาบริการต่างๆ ออกมาโดยต่อเนื่องทั้งที่เป็นบริการสำหรับลูกค้าในประเทศ และลูกค้าต่างประเทศที่เดินทางมาในประเทศไทย โดยคาดการณ์ว่าในปี 2553 ตลาดในส่วนนี้ยังมีโอกาสที่จะขยายตัวขึ้น
       
       ผู้บริหารเอไอเอสกล่าวว่า สำหรับแผนรองรับหรือการปรับตัวหากมีการใช้ไออาร์ลดลง เอไอเอสจะมุ่งมั่นพัฒนาบริการด้านสื่อสารข้อมูลที่มีแนวโน้มโตขึ้น และมีการออกแพคเกจต่างๆ เพื่อรองรับการเติบโตของบริการนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในบริการที่บริษัทให้ความสำคัญ เพื่อมุ่งตอบสนองการใช้งานของลูกค้า

เกลียดพวกหมิ่นเบื้องบนและเผาบ้านเผาเมือง

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ