ก่อนแต่ง

ก่อนแต่ง

  • 0 ตอบ
  • 7796 อ่าน
*

ออฟไลน์ chinnok

  • Tiny Member
  • *
  • 5
  • 5
    • ดูรายละเอียด
ก่อนแต่ง
« เมื่อ: ตุลาคม 16, 2010, 03:25:40 PM »
แก้ไขล่าสุด chinnok เมื่อ 2010-10-16 23:17

มีคนว่าชีวิตของผู้หญิงจะมีความสุขก็ต่อเมื่อรู้ว่าก ำลังจะแต่งงาน แต่สำหรับดิฉันกับคนรัก ชีวิตก่อนแต่งงาน 1 เดือนกลับมีความสุขที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต

ก่อนแต่งงาน 1 เดือน ดิฉันกับพี่ไก่เที่ยวตระเวนแจกการ์ดให้กับเพื่อนฝูงแ ละญาติมิตรจนเหนื่อย จนกระทั่งวันหนึ่งพี่ไก่นัดเพื่อนกลุ่มใหญ่ไปกินข้าว มื้อเย็น อาหารมื้อนี้ส่วนใหญ่เป็นเพื่อนของเขา เพื่อนของดิฉันก็มีเพียงยัยปุ้มกับยัยแป๋วสองคนเท่าน ั้น

ระหว่าง งานเลี้ยงเพื่อนของพี่ไก่ที่แต่ละคนแสบๆ ทั้งนั้น กระเซ้าเราตลอดเวลาจนกระทั่งเหล้าเข้าปากจนแก่ดีกรี เพื่อนตัวดีของพี่ไก่คนหนึ่งเอ่ยว่า หากพวกเรารักกันจริงภายใน 7 วันต้องปล่อยให้ทั้งคู่มีอิสระ จะไปไหนมาไหน จะทำอะไรกับใครต้องไม่ว่าไม่หึงหวง ถ้าทำไม่ได้อนาคตชีวิตคู่อาจสั่นคลอนได้

นาย คนนั้นพูดแค่นี้เท่านั้น เพื่อนในกลุ่มทุกคนดันสนับสนุนอย่างแรง ทุกคนยุให้พี่ไก่มีอิสระภายใน 7 วันนี้เต็มที่ ขณะที่เพื่อนผู้หญิงของเขากลับเริ่มเข้าข้างดิฉัน พวกเธอเถียงว่า หากพี่ไก่มีอิสระ ดิฉันก็ต้องฟรีเหมือนกัน

เสียงเถียงกัน เริ่มรุนแรงขึ้น ถึงขั้นขู่พี่ไก่ว่า ถ้าทำไม่ได้วันแต่งงานเดือนหน้า พวกเพื่อนๆ ผู้ชายก็จะพร้อมใจไม่ไปกัน พี่ไก่ถึงกับยุติศึกยอมรับข้อเสนอของพวกเขา

พี่ไก่มาย้ำ กับดิฉันระหว่างกลับบ้านว่า แค่ 7 วันเอง ลองไปใช้ชีวิตอิสระก่อนแต่งก็ดีเหมือนกัน เพราะหลังจากนั้นแล้ว เราก็คงเถไถไปมาไม่ได้อีก ต้องมุ่งมั่นในชีวิตคู่

วันแรก ของการมีอิสระ ดิฉันก็ง่วนอยู่กับงานแบบไม่สนใจพี่ไก่ เพราะไม่อยากเซ้าซี้ เชื่อว่า แค่ 1 อาทิตย์เดี๋ยวเดียวเอง จึงอยากปล่อยให้เขาอิสระทั้งๆ ที่ในใจยอมรับว่า พี่ไก่เป็นคนเจ้าชู้มาก

ดิฉันกว่าจะดึงเขามาเป็นคู่ชีวิต ต้องเจอปัญหากับสาวๆ รอบตัวเขามากมาย ทั้งแฟนเก่า อดีตแฟน แถมยังกิ๊กเล็กกิ๊กน้อยอีกต่างหาก

ตอน แรกว่าจะไม่คิดเรื่องเขา แต่พอเพื่อนเก่าของดิฉันโทร.มาบอกว่า เห็นพี่ไก่เดินควงกับแฟนเก่าในห้าง เมื่อเธอตามไปดูก็พบว่า เขาพากันไปทานอาหารกันกะหนุงกะหนิง

ดิฉันได้ยินถึงกับอึ้ง เพราะสิ่งที่ดิฉันเป็นห่วงก็กลายเป็นจริง ดิฉันอยากจะติดต่อถามไถ่พี่ไก่เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ก ลัวเรื่องจะบานปลาย เพราะสัญญากันแล้วว่า ภายใน 7 วันเราสองคนมีอิสระจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น

ดิฉันกลุ้มใจเรื่องนี้มากเมื่อไปปรึกษาเพื่อนหลายคน เลยแนะนำให้ดิฉันอดทน พวกเขาปลอบดิฉันด้วยการชวนไปเที่ยวเฮฮาลืมความทุกข์

ยัยตู่แอบกระซิบว่า เพื่อนเธอจัดปาร์ตี้เฉพาะสาวๆ ในบ้านของเธอ มีเฉพาะคนที่สนิทๆ ไปกัน เธอไม่อยากชวนใครมากเพราะเป็นความลับ

ดิฉันรู้สึกเฉยๆ เพราะยังรู้สึกไม่สบายใจเรื่องพี่ไก่ แต่ยัยตู่ยังคะยั้นคะยอให้ไปร่วมงานคืนนี้จึงตอบรับเ พื่อนไป

บ้านของเพื่อนยัยตู่ที่ดิฉันเข้าไปสัมผัส แม้ไม่ใช่บ้านใหญ่โต แต่ภายในก็จัดเตรียมงานอย่างเหมาะสม สำหรับงานสาวโสดประมาณ 10 คน

มัน เป็นงานปาร์ตี้เล็กๆ มีหนังสนุกๆ ให้ชมช่วงหัวค่ำ แต่ราว 3 ทุ่มคืนนั้นเอง เจ้าบ้านคือยัยแนนก็สร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับสาวๆ ในงานนำหนุ่มหน้าตาดี 2 คนมาแสดงโชว์

เสียงเพลงประกอบที่ เร้าใจ ประกอบกับลีลาท่าเต้นตามแบบฉบับของผู้ชาย เรียกเสียงเฮฮากรี๊ดกร๊าดให้กับสาวๆ ในงาน แม้กระทั่งดิฉันยังรู้สึกสนุกไปด้วย

หนุ่มสองคนใช้เวลาหลาย นาที แต่แล้วเขาค่อยๆ ถอดเสื้อออก จนเหลือกางเกงชั้นในตัวเดียว ทำให้เสียงกรี๊ดกลับดังกระหึ่มกว่าเดิม ดิฉันตกตะลึงเพราะไม่เคยดูอะไรแบบนี้มาก่อน

หนุ่มสองคนเต้น ยั่วยวนจนกระทั่งมีเสียงใครคนหนึ่งตะโกนให้ถอดๆ ถอดหมดเลย เขาสองคนจึงหมุนตัวรูดกางเกงในจนเนื้อตัวล้อนจ้อน แต่ยังเอามามือกุมความเป็นชายไว้อย่างมิดชิด ก่อนเก็บเสื้อผ้าเดินหายเข้าไปในห้องแต่งตัวข้างใน

เสียงสาวๆ ในห้องจึงส่งเสียงฮือ วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเซ็งๆ เพราะอดชมของดี

ดิฉันหน้าแดงก่ำ ตัวชาจนเพื่อนต้องมาสะกิด ยัยตู่กระซิบว่า สงสัยยัยแนนกับเพื่อนเหมาหนุ่มๆ ไว้กินคนเดียวแน่ๆ


คืนนั้นดิฉันกลับมาบ้านด้วยใจว้าวุ่น จนลืมเรื่องพี่ไก่เสียสนิท วันรุ่งขึ้นก็ทราบข่าวว่า พี่ไก่ไม่ได้กลับบ้าน เขากลับมาตอนสายแล้วเลยไปทำงานเลย

นี่เป็นวันที่ 3 แล้วที่เราไม่ได้พูดกัน ดิฉันอยากติดต่อไปหาเขา แต่ก็ยังกลัวเรื่องที่ตกลงกัน เมื่อปรึกษาเพื่อนหลายคน ดิฉันก็ได้รับคำแนะนำที่ไม่ถูกใจสักนิด พวกเธอบอกให้ดิฉันอดทนอีกหน่อย เพราะเหลือแค่ 4 วันเท่านั้น

ช่วงบ่ายยัยตู่มาชวนดิฉันไปทานข้าวในห้างสรรพสินค้า พร้อมกับปลอบดิฉันให้คลายความเศร้า เธอบอกว่าคืนนี้จะพาไปเที่ยวผับให้สนุก

ยัยตู่ย้ำว่า ในเมื่อพี่ไก่หลบเราไปหาความสนุกก่อนแต่ง เราก็ควรแสวงหาความสุขใส่ตัวเหมือนกัน

ยัง ไม่ทันที่ดิฉันจะรับปากเพื่อน สายตาดิฉันก็เหลือบไปเห็นพี่ไก่แต่ไกล เขามากับสาวสวยคนหนึ่งที่ดิฉันไม่รู้จัก เขาเดินกอดเอวเหมือนคู่รัก มันทำให้ดิฉันช้ำใจทันที

ยัยตู่ก็เห็นเหมือนที่ดิฉันเห็น เธอบีบมือปลอบใจดิฉันไม่ให้คิดมาก

คืนนั้นดิฉันไปผับกับเพื่อนสองคน มีคนเข้ามาทักยัยตู่หลายคน จนกระทั่งตกดึก ยัยตู่นัดหนุ่มคนหนึ่งมานั่งโต๊ะด้วย

หนุ่ม คนนี้จัดเป็นหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่ง แต่เมื่อนั่งโต๊ะเราสักพัก ดิฉันกลับรู้สึกไม่ถูกโฉลก เพราะเขาพยายามคุยออดอ้อนขอเงินยัยตู่ตลอดเวลา

เมื่อเขาหันมาชวนดิฉันคุย ดิฉันจึงเลี่ยงๆ แบบถามคำตอบคำ จนกระทั่งผับเลิก ยัยตู่ชวนดิฉันไปนอนค้างคอนโดฯ หนุ่มคนนั้นก็ดันตามไปด้วย

คอน โดฯ ของเธอเป็นห้องสูท มีห้องนอน 2 ห้องและห้องรับแขกกว้างหรู ยัยตู่เปิดห้องส่วนตัวให้ดิฉันนอนห้องหนึ่ง ส่วนตัวเธอไม่ต้องบอกก็รู้ว่า เธอคงไปหาความสำราญกับหมอนั่นแน่

ตกดึกดิฉันออกมาเข้าห้อง น้ำก็ตกตะลึง เพราะเขาทั้งสองคนออกมาเล่นหนังสดกันที่ห้องรับแขก เสียงของยัยตู่ครวญครางอย่างน่าสงสาร เธอนั่งยองๆ ทับหนุ่มคนนั้น ก่อนโยกย้ายส่ายสะโพกด้วยความสนุกสนาน ดิฉันรีบหลบหน้าไม่ให้พวกเขาเห็นก่อนแต่ยอมรับว่า ภายในกายกลับร้อนผ่าวไปหมด

ช่วงเช้ายัยตู่มาเคาะห้อง บอกว่าหนุ่มที่เธอชวนมาด้วยกลับไปแล้ว เธอยังแหย่ว่า เมื่อคืนเห็นดิฉันมาแอบดู ดิฉันรีบปฏิเสธเธอว่า ดิฉันมาเข้าห้องน้ำจึงเห็นโดยบังเอิญเท่านั้น

เธอถามว่า ดิฉันรู้สึกยังไง ดิฉันไม่ได้ปดเธอยอมรับว่า รู้สึกตื่นเต้นและมีอารมณ์มาก เธอหัวเราะเสียงใสบอกว่า ไม่รู้นะนี่ ไม่งั้นชวนมาร่วมวงด้วยแล้ว

ดิฉันหยิกหมับเข้าให้ ก่อนบอกเธอว่า ดิฉันอยากพักอยู่กับเธอจนกว่าจะครบ 7 วันตามนัดของพี่ไก่ ถ้าเขาจะตามหาก็ปล่อยให้เขารอไปจนครบ 7 วันนั่นแหละ

ยัยตู่ชูนิ้วโป้งบอกว่า ต้องให้มันได้ยังงี้ เราอยากทำอะไรก็ทำ อย่าไปแคร์เขามาก

ช่วง บ่ายวันนั้น ดิฉันออกไปช็อปปิ้งด้วยความสบายใจ พอตกเย็นยัยตู่พาหนุ่มคนใหม่มาเจอดิฉันที่ร้านอาหารข ้างนอก เขาเป็นเด็กหนุ่มที่ดูเยาว์วัยมาก แต่ความหล่อเหลาแบบลูกครึ่งทำให้ดิฉันเผลอจ้องมองด้ว ยความชื่นชม

ยัยตู่แอบกระซิบว่า หนุ่มคนนี้ชื่อ จิม เป็นหนุ่มบริการมีระดับ เขาเลือกคน เลือกคู่นอน ใครไม่ถูกใจไม่สน

ดิฉันพยักหน้า รู้ว่ายัยตู่คงพากันไปที่คอนโดฯ อีกแน่นอนในคืนนี้ ดิฉันจึงบอกเพื่อนว่า คืนนี้ดิฉันกลับไปนอนบ้านก็ได้

ยัยตู่หันมามองอย่างไม่พอใจพร้อมตำหนิว่า ไม่เห็นเธอเป็นเพื่อน เธอย้ำว่าเธอไม่ทิ้งดิฉันแน่นอน

มื้อ ค่ำวันนั้น ดิฉันถูกเพื่อนคะยั้นคะยอให้ดื่มจนรู้สึกตึงๆ หน้า จู่ๆ ยัยตู่ก็บอกว่า เธอมีธุระด่วนเรื่องงานบริษัทที่เกิดปัญหาผิดพลาด เจ้านายฝรั่งให้รีบกลับไปที่บริษัท

ดิฉันจึงนั่งทานอาหารกับจิมสองคนตามลำพัง เรารอจนทนไม่ไหว ดิฉันจึงต่อสายไปตามยัยตู่ แต่เธอกลับปิดมือถือเสียอีก


จิมอาสาพาดิฉันไปส่งที่คอนโดฯ เมื่อขึ้นรถ ดิฉันรู้สึกมึนมากเผลอหลับไปจนกระทั่งจิมสะกิดให้ตื่ น เพราะถึงคอนโดฯ แล้ว

เขาประคองดิฉันขึ้นไปที่ห้อง ก่อนพาดิฉันไปล้างหน้าจนรู้สึกดีขึ้น

หลังล้างหน้า เรานั่งคุยฆ่าเวลารอยัยตู่ เมื่อดิฉันเหลือบไปมองนาฬิกาก็ชักเป็นห่วงเพื่อน เพราะขณะนี้เป็นเวลา 4 ทุ่มแล้ว

จิ มถามดิฉันว่า จะให้เขากลับเลยหรือไม่ ดิฉันลังเลที่จะตอบยังไม่ทันเอ่ยปาก เขากลับบอกว่า ยัยตู่ให้ค่าตัวเขาแล้ว เขาไม่อยากเอาเปรียบหนีกลับบ้านไปก่อน

ดิฉันจึงให้เขาตัดสินใจเอง หากจะอยู่รอยัยตู่ก็ไม่ห้าม เขาจึงนั่งรอที่ห้องรับแขก ส่วนดิฉันขอตัวไปอาบน้ำเพื่อเตรียมเข้านอน

ระหว่าง อาบน้ำ ดิฉันได้ยินเสียงอึกทึกโครมครามนอกห้อง จึงรีบคว้าผ้าเช็ดตัวออกมาห่อหุ้มร่างกาย เมื่อออกมาจากห้องก็พบว่า จิมถือไม้กวาด ข้าวของในห้องรับแขกกระจาย

เขาบอกว่า มีหนูในห้อง เท่านั้นเองดิฉันถึงกับตกใจจนลืมตัวกระโดดกอดจิมจนผ้ าขนหนูหลุด

เมื่อรู้สึกตัว ดิฉันอายสุดขีด แต่เขากลับกอดรั้งดิฉันไว้แน่น ก่อนเอาปากมาประกบจนดิฉันตาเหลือก

เลือดในกายดิฉันเริ่มสูบฉีดรุนแรง เขาจูบจนดิฉันอ่อนระทวย ก่อนถูกเขาอุ้มพามาที่โซฟารับแขก

เขา รุกเร้าอย่างต่อเนื่องทำให้ดิฉันลืมตัวปล่อยกายปล่อย ใจ มารู้สึกตัวอีกทีเมื่อร่างกายส่วนล่างถูกเขาฝังหน้าจ นสัมผัสเนื้อหนังมังสา อย่างสนิท

ส่วนที่หวงแหนที่สุดในชีวิตถูกเขาแทะเล็มราวกับ สัตว์ป่ากระหายอาหาร ดิฉันหน้านิ่วคิ้วขมวดรู้สึกหฤหรรษ์เป็นสุขกับรสรักท ี่เขาปรนเปรอให้

ขณะ นี้ดิฉันลืมตัวไปชั่วขณะ ดิฉันลืมไปว่า อีกไม่นานดิฉันกำลังจะเป็นเจ้าสาว ความต้องการของร่างกายมันทำให้ดิฉันอยากระบายออกมาให ้หมดในตอนนี้

จิ มเริ่มรุกหนัก เขาเอานิ้วสอดเข้าไปในร่างกายของดิฉัน และเริ่มขยับมันเหมือนต้องการสำรวจขนาดและความลึก เขาไม่รู้หรอกว่า มันทำให้ดิฉันเป็นสุขขนาดไหน น้ำหล่อเลี้ยงภายในเริ่มไหลออกมาจนเปียกแฉะ เขาแบะมันออกก่อนใช้ปลายลิ้นมาสัมผัสบริเวณจุดสำคัญ โดยที่มือก็ยังชอนไชอย่างต่อเนื่อง

ดิฉันถึงกับเผลอตัวส่ง เสียงร้องออกมาอย่างดัง ดิฉันไม่เคยรับรู้ความรู้สึกแบบนี้มาก่อนในชีวิต ดิฉันกับพี่ไก่ที่เคยมีอะไรกันมาก่อนหลายครั้ง แต่เขาก็ทำอะไรไม่ถึงใจเท่ากับหนุ่มคนนี้

ดิฉันถูกเขาทำ จนร่างกายรับไม่ไหว ถึงแดนสุขาวดีไปอย่างรวดเร็ว ต้องนอนหอบอย่างเหนื่อยอ่อน จากนั้นจิมก็เปลื้องผ้าตัวเองออกล่อนจ้อน เขาโน้มตัวมาฉุดให้ดิฉันขึ้นก่อนยกอุ้มดิฉันทั้งตัว

ดิฉันตกตะลึงในการกระทำของเขา มันเป็นความเร้าใจแปลกใหม่ เพราะเราทั้งคู่เปลือยเปล่ากอดกันเหมือนลอยอยู่กลางอ ากาศ

เขา พยายามจะสอดใส่เข้าไป เมื่อมันได้จังหวะเขาก็โยกเสียบมันเข้าไปอย่างพอเหมา ะ ดิฉันสะดุ้งวาบกอดร่างเขาแน่น จากนั้นจิมก็เริ่มขยับกายเหมือนลิงอุ้มแตง เราทั้งคู่เริ่มสีหน้าบูดเบี้ยวเมื่อภายในมันเสียดสี กันอย่างแนบชิด

เขา โยกกายไม่นานก็เริ่มสลับเปลี่ยนท่าใหม่ เขาอุ้มดิฉันกลับมาที่โซฟาเหมือนเดิมก่อนพลิกร่างเข้ าหาดิฉันข้างหลัง ดิฉันแอ่นสะโพกพร้อมกับยกขาพาดที่พักแขนโซฟา เขาจึงดันอาวุธประจำกายเข้ามาอย่างง่ายดาย

ท่านี้เหมือน เป็นท่าเผด็จศึกเราทั้งคู่ เสียงร้องครวญครางของดิฉันมันทำให้จิม เร่งการกระทำอย่างสุดตัวเหมือนลูกสูบรถยนต์ที่ทำงานเ ต็มที่ เพียงไม่นานดิฉันก็เข้าเส้นชัยไปก่อน จากนั้นจิมก็ตามดิฉันมาติดๆ เขานำมันออกมาคลายพิษข้างนอก เขารีดมันออกด้วยตัวเอง จนแผ่นหลังของดิฉันเปรอะไปหมด

หลังพายุรักสงบลง ดิฉันเริ่มรู้ตัวว่า ผิดที่เผลอกายทำตามใจตัวเองไปทั้งๆ ที่ตัวเองกำลังจะแต่งงานแท้ๆ จิมงงที่ดิฉันเงียบไป เขาถามเหมือนรู้ใจดิฉันว่า ดิฉันเสียใจหรือที่เผลอมีอะไรกับเขา เขาปลอบว่า เรื่องที่เกิดขึ้นจะจบลงในคืนนี้ มันเป็นแค่ความสุขชั่วค่ำคืนเท่านั้น อย่าได้คิดมาก

คืน นั้นจิมให้ความสุขดิฉันอีกครั้ง เขาหลอกชวนดิฉันเข้าไปอาบน้ำด้วยกัน แต่แล้วเขาก็รุกต่อ สัดส่วนทั่วเรือนร่างของดิฉันถูกเขาพิชิตจนหมดสิ้น
แม้กระทั่งประตูหลังที่ดิฉันยังไม่เคยให้ใครผ่านเข้า ไป เขาก็ปลุกเร้าอารมณ์จนดิฉันยินยอมพร้อมใจ

มัน เป็นการทิ้งทวนความเสน่หาของเราอย่างมีความสุขด้วยกั นทั้งคู่ เป็นความสุขที่สนุกที่สุดของดิฉันก่อนที่จะไปแต่งงาน มีครอบครัวในวันข้าง หน้าค่ะ

ถูกใจก็ช่วยคลิ๊กหน่อยนะครับ
 คลิ๊กแล้วหล่อ คลิ๊กแล้วสวย


 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ