แค่นิยาย ตอนที่ 9 Vampire’s Company

แค่นิยาย ตอนที่ 9 Vampire’s Company

  • 5 ตอบ
  • 11955 อ่าน
*

ออฟไลน์ CarNaGE

  • Full Member
  • **
  • 249
  • 607
    • ดูรายละเอียด
แค่นิยาย ตอนที่ 9 Vampire’s Company
« เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2011, 07:28:14 pm »
 “ท่านเวโรนิก้า ๆๆๆๆๆๆๆ” เสียงโห่ร้องของเหล่าแวมไพร์ดังกึกก้องอีกครั้ง พร้อมกับเสียงชื่นชมที่หัวหน้าสาวของพวกมันสามารถกำราบพรีสสาวได้อย่างราบคราบ “ท่านเวโรนิก้าสุดยอด ผมเชื่ออยู่แล้วว่าท่านต้องจัดการมันได้”

“พวกเจ้าเงียบปากไปเลย หนอยแน่ะ ตอนข้าโดนเขี่ยหีพวกเจ้ายืนดูกันสบายอารมณ์เลยน่ะ อยากเห็นข้าน้ำแตกมากเลยเหรอไง” เวโรนิก้าหยอกเหย้าเหล่าลูกน้องอย่างสบายอารมณ์ พร้อมกับเหวี่ยงร่างเปลือยเปล่าของวิเวียนเข้ามาข้างใน ร่างของวิเวียนตอนนี้ขาวใสเหมือนเดิมแล้ว ริ้วรอยจากแส้โดนลบหายไปหมด แต่สภาพเธอก็ใช่ว่าจะดูดีนัก สองมือของเธอโดนกุญแจมือที่ทำจากทรายล็อกไพล่หลังอยู่ เธอเลยพยามดิ้นรนอย่างเต็มที่เพื่อจะสลัดเจ้ากุญแจมือนี้ให้ได้

“อ้าวๆๆ แล้วกัน จะดิ้นทำไมนักหนา ดูสิ ข้อมือแดงหมดแล้ว ให้ตายสิอย่าให้ข้าเสียเวลาเปล่าได้ม่ะ ไอ้เรารึก็อุตส่าห์รักษาแผลให้ตั้งนาน” เวโรนิก้าร้องโวย

“ก็ไม่ได้ขอนี่” วิเวียนตอบโต้ในขณะเดียวกันก็พยามกระชากกุญแจมือออกให้ได้

“เอ้า พูดจาไม่เข้าหูเลยน่ะ ข้าหวังดีน่ะเนี่ย ....... เพราะอีกเดี๋ยวเจ้าจะต้องโดนฝูงแวมไพร์รุมโทรม โอกาสพิเศษๆแบบนี้ เจ้าก็ควรจะเนื้อตัวสวยๆให้สมกับเป็นเจ้าสาว จริงม่ะ ....... ดังนั้นเลิกดิ้นได้แล้ว พลังมาน่าของเจ้าแค่นี้ดึงมันไม่ขาดหรอกน่า” สิ้นเสียงตอบของเวโรนิก้า วิเวียนทำได้แต่จ้องมองแวมไพร์สาวอย่างสุดแค้น ก่อนจะหันซ้ายขวาเพื่อมองหาชายหนุ่ม ในที่สุดก็เจอ เขานอนหลับใหลไม่ห่างออกไปนั่นเอง เธอยิ้มดีใจออกมาทันทีก่อนจะหันไปขู่กลับเหล่าแวมไพร์

“ถ้าพวกเจ้าทำอะไรอาร์ตน่ะ ข้าไม่เอาพวกเจ้าไว้แน่” แม้สภาพเธอตอนนี้ไม่น่าจะไปขู่อะไรใครได้ก็ตาม

“ฮู้ ..........”เวโรนิก้าทำเสียงสูงล้อเลียนวิเวียนอย่างสนุกสนาน ก่อนทิ้งให้พรีสสาวนอนกระฟัดกระเฟียดอยู่ที่เดิม เธอเดินไปหาเหล่าลูกสมุนก่อนจะเริ่มสั่งงานทันที

“เดี๋ยวข้าจะเข้าบริษัทล่ะ ดูแลที่นี่กันเองน่ะ”

“แล้วเจ้าพวกนี้ท่านเวโรนิก้าจะให้ทำยังไงครับ”

“เจ้ามนุษย์นั่นเก็บไว้ก่อน ส่วนนังพรีส จัดการได้ตามสบาย” เหล่าลูกสมุนของเวโรนิก้าได้ยินคำนั้นก็ร้องออกมาคำหนึ่งด้วยความยินดี ก่อนที่จะหันไปมองพรีสสาวตาลุกวาวอย่างหื่นกระหาย ส่วนเวโรนิก้าก็เดินช้าๆกลับไปหาวิเวียนเพื่อบอกลา

“เสียดายน่ะ จริงๆข้าก็อยากอยู่เล่นกับเจ้าเหมือนกัน แต่ทำไงได้ล่ะ งานก็ต้องมาก่อนจริงม่ะ” พูดจบเธอก็ค่อยๆก้มไปกระซิบข้างหูวิเวียน “ดังนั้นก่อนที่ข้าจะกลับ อย่าตายซะก่อนล่ะ ......”

.
.
.
.
.

ณ. ใจกลางเมืองหลวง ที่นี่จัดเป็นย่านธุรกิจสำคัญ ผู้คนมากมายจึงพากันเดินควักไขว่ให้ทั่ว ทั้งติดต่อธุรกิจจนไปถึงช็อบปิ้ง ทำให้พื้นที่เล็กๆที่รายล้อมไปด้วยตึกสูงใหญ่โต ดูแออัดไปถนัดตา แต่ในหมู่ตึกสูงใหญ่โตนั้น มีอยู่หลังหนึ่งที่โดดเด่นกว่าใคร ตึกสูงขนาด 40 ชั้นที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามแค่แฝงไว้ด้วยความแข็งแรง ตึกสูงที่รายล้อมไปด้วยกำแพงหนาราวกับจะแยกตัวออกมาจากโลกภายนอก ตึกสูงที่มีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างดีจนทำให้คนภายนอกไม่อาจล่วงรู้ข้างในได้เลย

หญิงสาวสุดเซ็กซี่ที่สวมใส่แค่เพียงชุดเดรสสายเดี่ยวสีดำเดินก้าวเข้ามาในตึกช้าๆ ใบหน้าที่สวยคมโดดเด่น รูปร่างที่เย้ายวน การแต่งกายด้วยชุดบางเบาเซ็กซี่ปราศจากชุดชั้นใน รวมไปถึงท่าเดินช้าๆแต่ทรงพลังราวกับเป็นนางพญา สิ่งต่างๆเหล่านี้ดึงดูดในทุกสายตาในตึกสูงมองที่เธอเป็นตาเดียว หลังจากนั้นทุกคนในตึกก็ลุกยืนขึ้นพร้อมกับก้มหัวโค้งคำนับเธอทันที “ท่านเวโรนิก้า”

เวโรนิก้าก้มหัวเล็กน้อยเพื่อตอบรับคำเรียกขานเหล่านั้น ก่อนที่เธอจะเดินไปยังลิฟต์แก้วด้านหน้า ก่อนจะเอ่ยสั่งกับพนักงานกดลิฟต์ “ไปห้องควบคุมชั้นบนสุด”

“ค่ะ” พนักงานสาวรับคำก่อนจะกดลิฟต์ตามที่เวโรนิก้าสั่ง หลังจากกดแล้วลิฟต์แก้วก็พาทั้งคู่ขึ้นไปอย่างรวดเร็ว

“เจ้าชื่ออะไร ทำไมข้าไม่เคยเห็นหน้า” เวโรนิก้าถามอีกฝ่ายที่ยืนตัวสั่นอยู่อีกด้าน

“ขะ ... ข้าชื่อ นิเกีย ค่ะ” หญิงสาวตอบกลับโดยที่ยังมีอาการสั่นไม่หยุด

“พึ่งมาจาก wonderland เหรอ นิเกีย” เวโรนิก้าถามเสร็จก็จ้องมองไปที่ต้นคอของอีกฝ่าย นางมีอักขระแบบเดียวกันกับเธอ นางเองก็เป็นแวมไพร์เช่นกัน

“ข้ามาที่นี่ 5 ปีแล้วค่ะ แต่พึ่งเข้ามาอยู่ในบริษัทราวๆ 2 เดือนค่ะ”

“ตัวสั่นเชียว เจ้ากลัวข้าเหรอ”

“ปะ ..... เปล่าค่ะท่านเวโรนิก้า ข้าแค่ตื่นเต้นที่ได้เจอท่านใกล้ๆแค่นั้นเองค่ะ”

“ตื่นเต้น ? เจอข้าเนี่ยน่ะ ทำไมต้องตื่นเต้น” เวโรนิก้าถามเสียงสูงเล็กน้อย

“เพราะท่านเวโรนิก้าคือฮีโร่ของพวกเราน่ะสิค่ะ” เวโรนิก้าจ้องมองไปที่สายตาของนิเกีย สายตาของนางเต็มไปด้วยความเทิดทูนบูชา เหตุที่นางเทิดทูนตัวเธอเช่นนี้ เพราะมีสิ่งหนึ่งที่เธอและนางเหมือนกัน นั่นก็คือเราทั้งคู่ต่างเป็นแวมไพร์ตีตรา แวมไพร์ที่ครั้งนึงเคยเป็นมนุษย์มาก่อน

แวมไพร์ตีตราเหล่านี้ถึงจะเป็นแวมไพร์เหมือนกัน แต่ก็โดนเหล่าแวมไพร์แท้กดไว้อยู่อีกระดับเสมอ เพราะในสายตาของพวกแวมไพร์แท้ แวมไพร์ตีตรามันก็เหมือนอาหารที่ได้รับยกเว้น เหมือนกับหมูที่เอามาใส่ปลอกคอเป็นสัตว์เลี้ยง พวกแวมไพร์ตีตราเหล่านี้จึงพยามหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ และผู้ที่ได้รับเกียรตินั้นก็คือแวมไพร์ตีตราที่เก่งกาจที่สุด ซึ่งก็คือเธอนั่นเอง

“ข้าไม่ยิ่งใหญ่ขนาดนั้นหรอก ว่าแต่เจ้าเถอะ ทำไมมาเป็นแวมไพร์” เวโรนิก้ากล่าวเปลี่ยนเรื่องเสียงเรียบ

“ตั้งแต่ข้าจำความได้ ข้าก็โตมาในซ่องแล้วล่ะค่ะ ผ่านไปไม่กี่ปีข้าก็ต้องรับแขกคนแรก ทุกๆวันข้าเหมือนต้องตกอยู่ในนรก ข้าอยากหนีจากที่นั่นใจจะขาด แต่ข้าก็ไม่พลังมากพอ จนกระทั่งวันหนึ่งข้าได้เจอกับท่านแวมไพร์ชั้นขุนพล เขาเปลี่ยนให้ข้าเป็นแวมไพร์ ทำให้ข้าสามารถหนีออกจากนรกแห่งนั้นได้ ตั้งแต่นั้นมา ข้าก็ขอใช้ชีวิตเป็นแวมไพร์แบบนี้ตลอดไป ............ แล้วท่านละค่ะ ทำไมท่านเวโรนิก้าถึงมาเป็นแวมไพร์”

.
.

“ถึงชั้นข้าแล้ว ขอบใจที่คุยด้วยน่ะ” แต่เวโรนิก้าขอเลือกที่จะไม่คำถามนั้น พร้อมกับกล่าวก้าวเดินออกมาช้าๆ

เวโรนิก้าเดินตามทางที่ทอดยาวไปเรื่อยๆจนมาถึงห้องโถงใหญ่ ห้องนี้มีจอมอนิเตอร์ต่างๆมากมายและจอเหล่านั้นก็แสดงภาพต่างๆทั่วทุกซอกทุกมุมของตึกแห่งนี้ โดยมีเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งคอยควบคุมสังเกตการณ์อยู่ด้านหน้า

เจ้าหน้าที่เหล่านี้เป็นแวมไพร์ ไม่ใช่แค่นั้น ทั้งตึกนี้ก็เป็นแวมไพร์กันหมด แท้จริงแล้วตึกนี้ก็คือฐานบัญชาการใหญ่ที่คอยสั่งการเหล่าแวมไพร์ที่ข้ามมิติมาจาก wonderland นั่นเอง และนอกจากจะใช้เป็นฐานบัญชาการแล้ว ตึกแห่งนี้ยังแบ่งออกเป็นห้องต่างๆเพื่อใช้ทดลองในงานวิจัยอีกด้วย ภาพการทดลองจากห้องต่างๆ ก็จะส่งขึ้นมาที่หน้าจอมอนิเตอร์เหล่านี้ เป็นอีกหน้าที่ที่นอกจากจะใช้ดูแลเรื่องความปลอดภัยอย่างเดียว

“ยอดเยี่ยมไปเลยใช่ไหมครับท่านเวโรนิก้า งานวิจัยที่นี่ก้าวหน้ามากกว่าที่ wonderland เสียอีก” แวมไพร์ตนหนึ่งที่เป็นหัวหน้าของเจ้าหน้าที่เหล่านั้นเข้ามารายงานความคืบหน้ากับแวมไพร์สาวทันที ส่วนเธอก็หันมายิ้มให้อย่างพึงพอใจ

“ทำได้ดีมาก แฟรงกินส์ เอาล่ะเจ้าช่วยจัดการลิงค์ไปที่ wonderland ทีสิ ข้าต้องการคุยกับท่านลินคอร์น” หลังจากสั่งงานจบ เวโรนิก้าก็เดินไปที่ห้องโถงด้านในสุดทันที ห้องนี้เป็นห้องโล่งๆที่มืดมิดปราศจากแสงภายนอกที่จะลอดเข้ามา ภายในห้องนั้นมีเพียงจอมอนิเตอร์ขนาดยักษ์ตั้งอยู่เท่านั้น แวมไพร์แฟรงกินส์ที่ได้รับคำสั่งจากหัวหน้าสาว เดินแยกไปอีกด้าน มันตรงเข้าไปป้อนคำสั่งบนคีย์บอร์ดทันที

ไม่นานนัก หน้าจอมอนิเตอร์ก็สว่างจ้า ทำให้ห้องที่มิดมิดเมื่อครู่ สว่างไสวขึ้นมาทันที ภาพที่ยังล้มอยู่บนหน้าจอ เมื่อโดนแฟรงกินส์ปรับจูนเล็กน้อย ภาพนั้นก็ชัดเจนขึ้นมาทันที เผยให้เห็นภาพแวมไพร์ร่างยักษ์ที่อยู่อีกด้าน ร่างกายที่สูงใหญ่ ใบหน้าที่เหี้ยมหาญดั่งขุนพลเจนศึก มัดกล้ามที่แน่นหนาแข็งแรง แม้แวมไพร์ตนนี้จะสวมใส่ด้วยเสื้อผ้าสำรองสบายๆ แต่ก็ไม่ทำให้ความน่าเกรงขามของเขาลดน้อยลงไปเลย

เวโรนิก้าเอามือทาบอกพร้อมโน้มตัวลงต่ำเพื่อแสดงความเคารพ จากนั้นเธอก็เอ่ยออกมาอย่างนอบน้อมต่อชายตรงหน้า “คารวะท่านลินคอร์นค่ะ”

.
.
.
.
.

“เอาล่ะพวกมึง ตกลงตามนี้น่ะเว้ย กูจะเย็ดอีพรีสนี่เป็นคนแรก” “ไอ้เวร มึงอย่ามาเนียนน่ะเว้ย กูต่างหากที่ต้องเย็ดคนแรก” “พวกมึงสองคนเงียบปากไปเลย กูต่างหาก” “กูๆๆๆๆ”

เสียงทะเลาะกันโหวกเหวกของแวมไพร์ 6 ตนดังระงมไปทั่ว พวกมันกระเหี้ยนกระหือรือจะเข้าไปเย็ดวิเวียนเต็มที่ แต่ติดที่พวกมันจะคิวกันไม่ลงตัวกันสักที จะว่าไปก็ถือเป็นโชคเหมือนกัน วิเวียนได้ยืดเวลาโดนเย็ดไปอีกหน่อย เธอค่อยๆคลานช้าๆไปหานายอาร์ตเพื่อดูอาการ แม้ชายตรงหน้าจะหลับสนิทดีแล้วแต่เธอก็ยังกังวลใจอยู่ไม่น้อย ไม่รู้ว่าก่อนหลับเจ้าพวกแวมไพร์จะทำร้ายเขาไหม ไหนจะอาการบาดเจ็บจากที่โดนเธอทำร้ายบนตึกอีก ตอนนี้เธออยากจะใช้เวทย์มนต์รักษาเขาจริงๆ แต่ติดที่ลองมือเธอโดนล็อก แถมพลังมาน่าก็โดนนังแวมไพร์นั่นเขี่ยจนแถบไม่เหลือ

วิเวียนมองรอบๆเพื่อหาทางแก้สถานการณ์ จริงๆแค่แวมไพร์ชั้นนักรบ 6 ตนเธอก็สามารถจัดการได้ แต่เมื่ออยู่ในสภาพแบบนี้ก็จนใจ ต้องหาทางหนีก่อนเท่านั้น แต่ ....... แค่หาหนีก็มืดแปดด้านแล้ว ‘ทำไงดี …….’

ทันใดนั้นก็ร่างกำยำของแวมไพร์ตนหนึ่งตรงมาหาเธอทันที มันพุ่งเข้ามาอุ้มเธอขึ้นอย่างง่ายๆราวกับอุ้มตุ๊กตายังไงยังงั้น ก่อนที่มันจะเหวี่ยงเธอลงกลางวง เล่นเอาวิเวียนนอนจุกเล็กน้อย ไม่ทันที่เธอจะหันไปพูดอะไร มันก็ชิงประกาศกับพรรคพวกทันที

“กูมีความคิดดีๆแล้วว่าจะจัดคิวยังไง” เสียงประกาศของมันทำเอาเหล่าแวมไพร์หูพึ่งทันที “พวกมึงมายืนล้อมอีกนี่ไว้ ใครที่พ่นน้ำใส่อีนี่ได้ก่อนก็ได้เย็ดก่อน ตกลงไหม”

“หา ..................”วิเวียนร้องเสียงหลงเมื่อได้ยินคำประกาศนั้น แต่เหล่าแวมไพร์พากันโห่ร้องชอบใจ พวกมันตรงเขามายืนล้อมเธอทันทีพร้อมกับควักควยออกมารูดอย่างเอาเป็นเอาตาย วิเวียนมองท่อนควยขนาดใหญ่ 6 ท่อนที่รายล้อมรอบด้านด้วยความตกใจ เธอพยามจะหมุดหนีออกจากวงล้อมแต่ก็ทำไม่ได้ ไหนจะแขนที่โดนล็อกแน่นเป็นอุปสรรค ไหนจะเส้นผมยาวสลวยที่โดนแวมไพรด้านหลังดึงไว้แน่นจนเธอหน้าหงาย เธอทำได้แค่เพียงหลับตาปี๊แค่นั้น

ไม่นานนักการแข่งขันของเหล่าแวมไพร์ก็จบลง แวมไพร์ที่ยืนอยู่หน้าเธอพอดีน้ำแตกเป็นตนแรก แต่ก่อนที่น้ำมันจะแตก มันตรงเข้าไปหาเธอเพื่อจะพ่นน้ำใส่ใกล้ๆ น้ำเงี่ยนสีขาวข้นถูกพ่นใส่หน้าเธออย่างจังจนมันไหลเยิ้มไปทั่วพร้อมกับเสียงโห่ร้องของผู้ชนะ ทำให้แวมไพร์ที่เหลืออีก 5 ตัวต้องมองด้วยความขุ่นเคือง พร้อมกับเร่งรูดควยให้หนักขึ้นเพื่อจะได้เอาเป็นตัวที่สอง

และยิ่งมีใครเสร็จก่อนการรูดควยอย่างเอาเป็นเอาตายก็ยิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆ พวกมันไม่ว่าตัวไหนก็อยากเย็ดวิเวียนเป็นตัวแรกๆทั้งนั้น ตอนนี้มันจึงไม่สนใจอะไรแล้วต่อให้รูดจนควยถลอกก็ชั่ง ขอแค่ให้พ่นน้ำเงี่ยนมาไวๆก็พอ ตอนนี้วิเวียนก็ทำได้แต่เพียงแหงนหน้าขึ้นเพื่อรับการพ่นน้ำใส่เท่านั้น ไม่นานนำเงี่ยนจากแวมไพร์ตัวที่ 2 3 4 5 ก็พ่นใส่เธอไล่เลี่ยกันทันที ตอนนี้ใบหน้าที่สวยใสของหญิงสาวโดนชโลมไปด้วยน้ำกามจนขาวโพลน

แวมไพร์ตัวที่ 6 มองเพื่อนๆพวกมันอย่างขัดใจ ถ้าเป็นเมื่อก่อนมันคงภูมิใจกับความอึดเอาได้เป็นวันๆของมันเป็นแน่ แต่คราวนี้ความอึดของมันทำให้มันแพ้ในเกมส์กามซะอย่างงั้น จนในที่สุดมันก็ต้องเย็ดพรีสสาวเป็นตัวสุดท้าย ตอนนี้น้ำเงี่ยนของมันไหลทะลักเตรียมที่จะระเบิดแล้ว มันก็เลยตรงเข้าไปหาวิเวียนเพื่อทำเหมือนตัวอื่นๆทันที แต่ทันใดนั้นมันก็ยิ้มอย่างกวนๆก่อนจะเล็งปากกระบอกใหม่

น้ำเงี่ยนข้าวข้นที่มีปริมาณมหาศาลกว่า 5 ตัวก่อนหน้าโดนพ่นออกมาทันที แต่น้ำเงี่ยนนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเป็นใบหน้าสวยๆเหมือนตัวอื่นอย่างเดียว แต่เป็น ‘รูจมูก’ ต่างหาก วิเวียนถึงกับสะดุ้งเฮือกลงไปนอนดิ้นสำลักน้ำควยด้วยความตกใจ พร้อมๆเสียงโห่ฮาของเหล่าแวมไพร์รอบๆ หญิงสาวกัดฟันกรอดด้วยความแค้น เธออยากรู้นักว่าไอ้ตัวไหนที่มันทำแบบนี้ แต่น้ำเงี่ยนหนาเตอะที่ราดบนหน้าก็ปิดเปลือกตาไว้ทำให้เธอลืมไม่ขึ้น เธอก็เลยต้องค่อยๆเช็ดน้ำเงี่ยนรอบๆดวงตากับหัวเข่าช้าๆ

ทันทีที่เธอเช็คน้ำเงี่ยนหมด เจ้าแวมไพร์ที่น้ำแตกตัวแรกก็ใช้สิทธิ์เย็ดเธอก่อนทันที มันถือควยที่พึ่งพ่นน้ำไปจนปวกเปียกเมื่อครู่มาจ่อปากเธอ “อมให้มันตั้งหน่อยเด่ะ”

แต่วิเวียนหรือจะยอม เธอขัดขืนเต็มที่แถมยังถีบสวนไปเต็มๆอีกหนึ่งดอกต่างหาก เล่นเอาเจ้าแวมไพร์ถึงกับล้มไปนอนจุกทันที และเมื่อมันลุกขึ้นมาได้มันก็โมโหเดือดดาด ตรงเข้าไปจิกผมเธอแน่นก่อนจะตบอย่างแรงจนพรีสสาวหน้าหัน โดยมีเสียงร้องอย่างไม่พอใจจากเหล่าแวมไพร์ตัวอื่น “เฮ้ยยยยยยย อย่าตบดิว่ะ เดี๋ยวตอนกูเย็ดมันก็ช้ำพอดีดิ”

แต่ไอ้แวมไพร์ไม่สนใจมันถือควยไปจ่อปากพรีสสาวใหม่ เธอหันมามองมันตาลุกวาวก่อนจะยิ้มเหี้ยมออกมา เธอจัดการอ้าปากกว้างยอมอมควยมันแต่โดยดี พร้อมกับบรรเลงเพลงลิ้นที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างสุดฝีมือ แค่เพียงเท่านี้ก็ทำให้เจ้าแวมไพร์ตาลอยส่งเสียงซู๊ดซี๊ดอย่างสุดเสียว พร้อมกับคุยทับพรรคพวกทันที

“พวกมึงดูอีพรีสนี่ดิว่ะ เมื่อกี้มันยังดีดดิ้งไม่ยอมดูดควยกูอยู่เลย โธ่เอ๊ยยยยย ทำเป็นเล่นตัว อีร่านนนนนน !”

วิเวียนหน้าตึงขึ้นมาทันที เจ้าแวมไพร์ตัวนี้มันเรียกเธอว่า ‘อีร่าน’ เหมือนกับนังหัวหน้าสาวของมัน เธอไม่ชอบเลยที่มีคนมาเรียกเธอแบบนี้ หญิงสาวมองขึ้นสบตาเจ้าแวมไพร์เล็กน้อย ก่อนจะเร่งฝีปากให้ดูดหนักขึ้น เล่นเอาเจ้าแวมไพร์ถึงกับต้องซี๊ดปากดังลั่น

แต่ในขณะเดียวกัน สัญชาติญาณของมันก็ร้องเตือนถึงความผิดปกติตรงหน้า มันปรือตามองหญิงสาวอย่างไม่เข้าใจ ‘นังพรีสคนนี้เมื่อกี้มันยังขัดขืนอยู่เลย แต่ทำไมอยู่ๆมันก็ยอมง่ายๆ ไม่แค่นั้นมันยังดูดซะเต็มที่ไม่เหมือนคนฝืนใจทำเลย หรือนังนี่มันมีแผนอะไร......’ แต่แล้วเมื่อเจ้าแวมไพร์เจอวิเวียนเลียรอบๆหัวหยัก มันก็ลืมทุกอย่างหมดสิ้น มันจัดการตอบสนองเพลงกามตรงหน้าดีกว่า ว่าแล้วมันก็กระเด้าควนสวนปากหญิงสาวทันที ในขณะที่วิเวียนก็ตั้งหน้าตั้งตาดูดไม่ยอมถอย จนในที่สุด ........

“อ๊า........................” เจ้าแวมไพร์น้ำแตกทะลักคาปากวิเวียนซะแล้ว มันจัดการแอ่นน้ำเงี่ยนทุกหยดหยาดเข้าปากหญิงสาวทันที โดยที่เธอก็ตอบสนองมันอย่างรู้ใจ เธอจัดการกลืนกินทุกหยดหยาดของมันไม่เหลือ แถมยังดูดหัวควยเบาๆอีกต่างหาก ราวกับจะรีดน้ำให้หมดยังไงยังงั้น เล่นเอาเจ้าแวมไพร์ยิ่งเบ่งน้ำเงี่ยนตอบสนองเป็นการใหญ่ ตัวมันเองก็หลับตาพริ้มอย่างอิ่มเอมในรสกาม

.
.

แต่แล้ว ! ....... อยู่ๆร่างของเจ้าแวมไพร์ก็กระตุกเบาๆหนึ่งที ก่อนที่พลังบางอย่างในร่างกายจะไหลออกมาพร้อมกับน้ำเงี่ยนที่เหลือ ....พลังมาน่า !!.... มันประมาทเกินไป มันน่าจะรู้ก่อนแล้วว่าหญิงสาวจงใจจะดูดพลังมาน่าของมันแต่แรก เมื่อเห็นดังนี้มันจึงจัดการถอนควยออกทันที แต่ ....... มันก็ทำได้แค่คิด ถึงตอนนี้มันอยากจะถอนควยออกแค่ไหนร่างกายของมันก็ไม่ยอมทำตามคำสั่งเลย ร่างของมันยืนแข็งทื่อเป็นรูปปั้น เรี่ยวแรงหายไปไม่เหลือ แม้แต่แรงจะส่งเสียงร้องก็ไม่มี ไม่กี่นาที พลังมาน่าของมันก็โดนหญิงสาวดูดจนหมด มันรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายเปล่งเสียงออกมาคำหนึ่ง ก่อนร่างกายของมันถึงค่อยๆสลายกลายเป็นขี้เถ้าทันที ! ท่ามกลางความตกตะลึงของแวมไพร์ที่เหลือ

“ตัวไหนต่อ” วิเวียนถุยน้ำเงี่ยนที่ยังเหลือในปากทิ้งพร้อมกับกล่าวเย้ยหยันพวกแวมไพร์อีก 5 ตัว สายตาที่ขุ่นแค้นของพวกมันสร้างความสะใจให้เธอเป็นอย่างมาก แถมไม่พูดเปล่าเธอยังแหกขาอวดหีเพื่อท้าทายเจ้าพวกนั้นอีกด้วย

เจ้าแวมไพร์ทั้ง 5 กัดฟันกรอด พวกมันมัวแต่หื่นก็เลยลืมข้อสำคัญไปอย่างหนึ่ง นังนี่เป็นพรีส แล้วการเย็ดกันระหว่างพรีสกับแวมไพร์แท้จริงแล้วมันก็คือการต่อสู้ดีๆนี่เอง ชั่วเสี้ยวขณะที่น้ำแตก ฝ่ายไหนคุมสติไม่อยู่เคลิบเคลิ้มไปกับรสกาม ฝ่ายนั้นจะถือว่าแพ้ และผู้แพ้จะต้องโดนสูบพลังมาน่าจนหมดจนถึงแก่ความตาย

“เอ้า ...... ว่าไง จะเข้ามาเย็ดข้าได้หรือยัง ข้าเงี่ยนแล้วเนี่ย อิๆๆๆ” วิเวียนร้องเย้ยหยันอีกรอบ

จริงๆเจ้าแวมไพร์ทั้ง 5 มันก็แค้นเธอจนถึงขนาดจับเธอมากระแทกควยซะเดี๋ยวนั้นเลยด้วยซ้ำ แต่พวกมันก็ได้ประจักษ์ในลีลาของพรีสสาวแล้ว แค่ปากอย่างเดียวเธอก็อมจนเจ้าแวมไพร์เมื่อครู่โดนดูดมาน่าจนหมด ดังนั้นการผลีผลามเข้าไปเย็ดเธอดื้อๆไม่ดีแน่ ถึงพวกมันจะทั้งเงี่ยนทั้งแค้นแค่ไหนแต่ก็ไม่มีตัวไหนอยากกลายเป็นขี้เถ้าเหมือนกัน

แต่แล้วจู่ๆเจ้าแวมไพร์ตัวหนึ่งก็แสยะยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย มันแยกออกจากลุ่มไปสักพักก่อนจะเดินกลับมาพร้อมกับขวดแก้วใสเล็กๆ ในนั้นมีบรรจุน้ำยาสีแดงสด มันแสยะยิ้มอีกครั้งก่อนจะเดินเข้ามา

“หึ ...... ยาปลุกเซ็กส์เหรอ ของแบบนี้ใช้กับข้าไม่ได้ผลหรอก” ใช่แล้ว เพราะพลังมาน่าที่เธอดูดมาเมื่อครู่ทำให้เธอฟื้นพลังขึ้นมาอีกหน่อย แม้จะไม่มากอะไรแต่ก็พอจะใช้เวทย์รักษาได้อยู่ ดังนั้นถ้าพวกมันคิดวางยาเธอ เธอก็ใช้พลังเวทย์สลายไปก็ได้

“เดี๋ยวมึงก็รู้”

.
.
.
.
.

แวมไพร์ลินคอร์น จัดเป็นแวมไพร์ชั้นขุนพลระดับสูง เป็นมือขวาคู่ใจของ ราชาแวมไพร์เลอเซอโร่ ฐานะของเขาในตอนนี้เทียบได้กับผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเหล่าแวมไพร์ ที่เป็นรองแค่ราชาเท่านั้น ขนาดบุตรชายของเลอเซอโร่ อย่าง ทีโอดอร์ ยังต้องเกรงใจเขาเลยทีเดียว นอกจากตำแหน่งที่สูงส่งแล้ว ฝีมือการทำศึกของเขาก็สูงไม่แพ้กัน ศึกใหญ่น้อยที่เขาเผชิญมาทั้งชีวิต มีน้อยครั้งมากที่เขาจะทำไม่สำเร็จ ทำให้ชื่อเสียงของเขาแพร่สะพัดไปทั่ว ข้าศึกคนไหนที่ได้ยินชื่อ ลินคอร์น ก็พากันขวัญเสียกระเจิดกระเจิงหมดแล้ว

แต่ตอนนี้ขุนศึกผู้ยิ่งใหญ่กำลังพักผ่อนอยู่ในคฤหาสน์หรูหรา เขาสวมใส่ด้วยเสื้อผ้าบางเบาสบายๆเท่านั้น โดยมีแวมไพร์สาวหน้าตาสวยสด 2 คนยืนเปลือยเปล่าเปล่าคอยบีบนวดและรินไวน์ที่หมักจากเลือดสดคอยเสิร์ฟ ลินคอร์นรับไวน์นั้นมาก่อนจะสูดดมไวน์ที่บรรจุในแก้วคริสตัลหรูหราอย่างสบายใจ ก่อนจะหันไปมองจอมอนิเตอร์เพื่อรับรายงานจากลูกน้องสาวที่เขาไว้ใจที่สุดคนหนึ่ง

“ท่านลินคอร์นค่ะ ข้าพบร่างที่รายงานระบุไว้ว่าเป็นร่างกำเนิดใหม่ของท่านอาลูคาร์ดแล้วค่ะ” เวโรนิก้ากล่าวด้วยเสียงนอบน้อมที่สุด ไม่เหลือเคล้าแวมไพร์สาวหยิ่งผยองอย่างที่เป็น นั่นก็คงเป็นเพราะว่า ชายตรงหน้าเป็นคนที่นางเคารพรักที่สุดคนหนึ่งนั่นเอง

“เยี่ยมมากเวโรนิก้า ข้าไว้ใจคนไม่ผิดจริงๆ แล้วตอนนี้ร่างอยู่ไหน”

“ข้านำไปพักไว้ในที่กบดานแล้วค่ะ”

“ดี .......... งั้นเจ้ากลับพาร่างกำเนิดใหม่มาที่บริษัท แล้วทำการข้ามมิติกลับมาที่ wonderland ได้แล้ว”

“เอ่อ ..... ท่านลินคอร์นค่ะ มีปัญหาเรื่องหนึ่งค่ะ”

“หือ ..........” ลินคอร์นลากเสียงยาวอย่างไม่พอใจ

“คือ ... ร่างนั้นที่จริงแล้วเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาค่ะ แล้วโลกนี้ข้าตรวจสอบหมดแล้ว ก็มีแต่ร่างนี้เท่านั้นค่ะที่มีพลังมาน่าเท่ากับที่รายงานระบุไว้ พิกัดมิติที่เราได้มา น่าจะผิดพลาดค่ะท่านลินคอร์น”

“เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องใส่ใจเวโรนิก้า ดำเนินงานต่อตามที่ข้าสั่ง”

“แต่ท่านลินคอร์นค่ะ ....... ข้าไม่เข้าใจ เราถูกส่งมายังโลกนี้เพื่อตามหาร่างของท่านอาลูคาร์ดไม่ใช่เหรอค่ะ แล้วเจ้านี่ก็เป็นแค่มนุษย์แล้วทำไมเรายังต้อ........”

“เวโรนิก้า ! ......................” เสียงลินคอร์นตวาดลั่นดังกึกก้อง “เวโรนิก้า เจ้ามีสิทธิ์ถามตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำตามที่ข้าสั่งเดี๋ยวนี้ !”

“ค่ะ” เวโรนิก้ายืนก้นหน้านิ่งพร้อมกับกล่าวรับคำสั่งอย่างแผ่วเบา เมื่อเห็นท่าทีเช่นนี้ของลูกน้องสาว ลินคอร์นก็เอ่ยต่อเสียงอ่อนลง

“เวโรนิก้า ข้าเชื่อใจในสติปัญญาและพลังฝีมือของเจ้า ข้าจึงมอบหมายให้เจ้าทำงานนี้ อย่าทำให้ข้าผิดหวังซะละ เพื่อข้าและท่านเลอเซอโร่ เข้าใจไหม”

“ค่ะ .... เพื่อท่านลินคอร์นและท่านเลอเซอโร่” แวมไพร์ตอบรับ พร้อมกับหน้าจอมอนิเตอร์ที่ดับลง ทำให้ห้องกลับมามืดมิดอีกครั้ง

.
.

“แหมๆๆ เป็นไงมั่งจ๊ะ น้องเวโรนิก้าโดนตวาดแบบนี้คงตกใจแย่ มาม่ะให้พี่เบลลิคปลอบใจให้น่ะ” เสียงของแวมไพร์ตัวใหญ่ร่างอ้วนดังขึ้นท่านกลางความมืด มันเดินเข้ามาประกบเธอจากทางด้านหลังก่อนจะใช้สองมือหยาบกระด้างเข้าเกาะกุมเต้างามทันที ไม่แค่นั้น มันยังค่อยๆก้มลงมาไซ้ซอกคอขาวๆของหญิงสาว ส่วนสองมือที่เกาะกุมก็เริ่มนวดคลึงอย่างมันส์มือ

หญิงสาวหันไปสบตาแวมไพร์ร่างอ้วนตรงหน้า ก่อนที่เธอจะยิ้มหวานตอบพร้อมกับใช้มือข้างหนึ่ง ลูบไล้ไปมาบนท่อนควยอย่างรู้ใจ

ก่อนที่เธอจะกำมันแน่นแล้วก็บิดอย่างแรง ! ได้ผลเกินคาด เจ้าแวมไพร์เบลลิคร้องออกมาคำหนึ่งก่อนจะทรุดลงไปนอนจุกอย่างหมดท่า หญิงสาวเห็นดังนั้นก็หัวเราะร่าอย่างสะใจ เธอก้มลงไปตบหน้ามันเบาๆพร้อมกับกล่าวเย้ยหยัน

“เจ็บไหมค่ะพี่เบลลิคขา ...... อิๆๆๆ คิดจะเย็ดกูมันเร็วไปร้อยปีว่ะ ถ้าคราวหน้ามีอีกไข่มึงได้หลุดมาทั้งพวงแน่ไอ้อ้วน”

“มึง ..... อีเวโรนิก้า อีเวรรรรรร มรึงงงงงง” เบลลิคทำได้แต่เพียงกล่าวไล่หลังอย่างเจ็บแค้น

“ฮ่าๆๆๆๆ” เสียงหัวเราะลันของแวมไพร์อีกตนดังลั่น เล่นเอาเบลลิคที่กำลังยัวะสุดๆหันไปตวาดอย่างลืมตัว “ขำอะไรว่ะ มาโฮน” ก่อนที่มันจะนอนร้องเจ็บแผลเช่นเดิม

“โดนนังแวมไพร์ตีตรานั่นเล่นงานจนดูไม่ได้เลยนี่หว่า” แวมไพร์มาโฮนยังหัวเราะขบกันเช่นเดิม “ว่าแต่เจ้าเป็นอะไรว่ะเบลลิค ข้าเห็นคอยหาเรื่องนางหลายทีแล้วนี่”

เบลลิคที่กำลังลุกนั่งช้าๆ ตาลุกวาวขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงความหลัง

.
.
.

หลายปีก่อน ...... ชายหาดแห่งหนึ่งใน wonderland

ร่างเงาสายหนึ่งพุ่งไปตามพื้นทรายด้วยความเร็วสูง ความเร็วที่มาหาศาลราวกับลมพัดนี้ทำเอาให้ไม่มีใครมองตามได้เลย แต่ถึงจะเร็วแค่ไหนแต่สำหรับ ‘เธอ’ ก็ยังช้าไปอยู่ดี ร่างเงาที่รวดเร็วพุ่งไปตามพื้นทรายเป็นทางยาวก่อนจะถึงเป้าหมาย เป้าหมายของเธอมันก็เป็นเรือโดยสารลำหนึ่งที่จอดเกยตื้นอยู่นั่นเอง

หญิงสาวผมดำขลับ สวมใส่ชุดนักรบที่ดูยังไงมันก็คือบิกินีทูพีชตัวจิ๋วที่ทำจากหนังสีดำสนิท ขนาดของมันเล็กไปนิดหน่อยเมื่อเทียบกับสัดส่วนของเธอ ทำให้หน้าอกและสะโพกโดนรัดแน่นเข้าไปอีกจนยิ่งเด่นสง่าเย้ายวนสายตา ในขณะที่ขาเรียวสวยก็มีเพียงรองเท้าบูทหนังยาวแค่เข่าสวมอยู่เท่านั้น แต่หญิงสาวที่มีเรือนร่างสุดเซ็กส์นี้กับกำลังยืนหน้าเคร่งเครียด เธอไม่รอช้าพุ่งขึ้นไปบนเรืออย่างรวดเร็ว

สภาพบนเรือนี้ทำเอาเธอสะอึกเล็กน้อย แม้กลิ่นคาวเลือดที่ฟุ้งกระจายทั่วลำเรือนี้จะเป็นสิ่งที่เธอคุ้นเคยดีอยู่แล้ว แต่คราวนี่ไม่เหมือนกัน เพราะกลิ่นคาวพวกนี้มันมาจากศพเด็กน้อยอายุ 8-10 ปีแค่นั้น ! สภาพศพทุกศพมีร่องรอยโดนกัดจนเป็นรูลึกสองรู เจ้าแวมไพร์ตอนนี้มันช่างตละตะกรามจริงๆ ดูดเลือดเด็กคนหนึ่งไม่ทันหมด มันก็ตรงเข้าไปดูดเลือดเด็กคนต่อไปทันที ทุกศพจึงมีคราบเลือดแห้งกรังส่งกลิ่นคาวคุ้งไปทั่วลำเรือ

“อย่าทำหนู ....... ช่วยด้วยยยยยยยยยยยย” เสียงร้องขอความช่วยเหลือของเด็กตัวน้อยดังขึ้น ทำให้หญิงสาวตื่นจากภวังค์ทันที เธอมุ่งไปตามเสียงนั้นอย่างรวดเร็ว แต่ .... ก็สายไปเสียแล้ว

เจ้าแวมไพร์เบลลิคกำลังฝังเขี้ยวลงบนคอเด็กน้อยที่อายุแค่เพียง 9 ปี หลังจากฝังเสร็จมันก็ดูดเลือดต่ออย่างรวดเร็ว ร่างของเด็กน้อยที่ดิ้นรนไปมาเมื่อครู่ค่อยๆอ่อนแรงลง จนในที่สุดเด็กน้อยก็ขาดใจตาย

“ข้าบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ให้ยุ่งกับเรือลำนี้” เสียงของหญิงสาวเอ่ยดังขึ้น แม้เธอจะยืนย้อนแสงทำให้เบลลิคเห็นหน้าไม่ชัด แต่เสียงของนางมันก็จำได้ดี

“เวโรนิก้ารึ ..... ช่ายยยยยย แล้วเจ้าก็ให้เหตุผลว่าเรือลำนี้มันเป็นเรือโดยสารของพวกเด็กมนุษย์”

“ข้าบอกแล้วใช่ไหม ว่าไม่ให้ยุ่งกับเรือลำนี้ เบลลิค ........” เวโรนิก้าพูดเสียงเหี้ยมเกรียม เธอเดินเข้ามาหาแวมไพร์ร่างอ้วนตรงหน้าช้าๆพร้อมกับเสียงกระดูกลั่นดังก้องจนน่าขนลุก

“เออ ...... แต่ข้าลืมบอกเจ้าไปว่ะ เลือดเด็กมนุษย์นี่แหละที่มันของโปรดข้าเลย มันทั้งหวานทั้งนุ่ม ยิ่งเจ้าบอกข้าเช่นนั้นข้าก็ยิ่งมาโจมตีเรือนี้ไวๆไงล่ะ เวโรนิก้า” เบลลิคคายร่างเด็กน้อยคนนั้นทิ้งพร้อมกับหันหน้ามาเผชิญกับเวโรนิก้าอย่างไม่เกรงกลัว

“กูบอกมึงแล้วใช่ไหม ว่าไม่ให้แตะต้องเรือลำนี้ เบลิคคคคคคคคคคคค !”

“แล้วมึงจะทำไม เวโรนิก้า ! แวมไพร์ชั้นต่ำอย่างมึงมีสิทธิ์อะไรมาสั่งกู กูจะทำอะไรมึงอย่ามาเสือก ถ้ามึงไม่พอใจนักก็เข้ามา !”

ขาดคำ ..... ร่างของทั้งคู่ก็พุ่งเข้าใส่กันอย่างรวดเร็ว เจ้าเบลลิคนี้จัดว่าเป็นแวมไพร์จอมพลังคนหนึ่งเช่นกัน หมัดแต่ละหมัดของมันจึงหนักหน่วงรุนแรง ขนาดห้องโดยสารเล็กๆที่ทำจากไม้นี้ยังรับไม่ไหว แค่แรงหมัดเชี่ยวๆก็ทำให้พนังห้องแตกกระจายทันที

แต่ .... มันไม่มีผลอะไรเลยกับเวโรนิก้า ท่าร่างที่ว่องไวปานสายฟ้าของเธอหลบหลีกหมัดพวกนี้ได้หมด แถมยังต่อยสวนกลับไม่ยั้ง แต่ละหมัดของเธอก็รุนแรงหนักหน่วงไม่แพ้กันอีกต่างหาก ไม่นานนัก แวมไพร์ที่ร่างสูงใหญ่กว่าอย่างเบลลิคก็กลายเป็นฝ่ายโดนถลุงอยู่ข้างเดียว จนตอนสุดท้าย เวโรนิก้าตัดสินใจปิดเกมส์ด้วยการปล่อยอับเปอร์คัทขวาเข้าปลายคางเบลลิคจนมันล้มทั้งยืน ก่อนที่เธอจะเอาฝ่าเท้าเหยียบไปที่หน้าของมันอย่างสุดหยาม

ด้วยชั้นเชิงและฝีมือที่มีมากกว่า เธอสามารถกำหลาบมันได้สบายๆโดยที่ตัวเองไม่ได้บาดเจ็บแม้แต่น้อย

“กูจะฆ่ามึงงงงงง เวโรนิก้า กูจะฆ่ามึง !” เบลลิคตะโกนก้องอย่างอาฆาตแค้น

“เห่าไปเถอะเบลลิค มึงควรจะดีใจน่ะที่มึงอยู่ชั้นเดียวกับกู ไม่งั้นมึงโดนกูฆ่าทิ้งไปแล้ว” กฎของแวมไพร์ข้อหนึ่งก็คือ ห้ามแวมไพร์ฆ่าแวมไพร์ที่อยู่ชั้นเดียวกันหรือสูงกว่า เวโรนิก้าจึงไม่สามารถฆ่าเบลลิคได้ แต่เธอก็ขอสั่งสอนมันหน่อยด้วยการร่ายเวทย์ไฟเลเวล 6 ใส่มันทันที

“แสงอัคนี”

ลำแสงสีแดงพุ่งจากมือของเธอเข้ากระทบร่างเจ้าเบลลิค แล้วทันใดนั้น ร่างของมันก็ลุกไหม้จนท่วมร่างขึ้นมาทันที เจ้าแวมไพร์ร่างอ้วนร้องโหยหวนด้วยความทรมาน มันดิ้นไปมาตามพื้นเพื่อหวังให้เปลวไฟที่ลุกไหม้ดับลง แต่ก็ไม่มีประโยชน์ ซ้ำร้ายเปลวไฟยังลามไปทั่วห้องอีกต่างหาก ในความเป็นจริงเจ้าเบลลิคโดนเข้าไปขนาดนี้มันควรจะตายไปแล้ว แต่เพราะเวโรนิก้ายั้งมือไว้มันเลยยังรอดอยู่ เธอยิ้มสะใจในผลงานของตัวเองก่อนจะหันหลังเดินกลับไปช้าๆ พร้อมกับไฟที่ลุกลามไปทั่วลำเรือ ราวกับว่าไฟนั้นช่วยส่งวิญญาณเด็กน้อยผู้น่าสงสารไปสู่สุขคติ

“เวโรนิก้า ...................................................................................... !!!”

.
.
.

“หึ ......... ไอ้พวกแวมไพร์ตีตราก็เป็นแบบนี้ ไอ้พวกนี้เดิมทีมันก็เป็นมนุษย์มาก่อน แต่เพราะมันอยากมีพลังเหมือนแวมไพร์ มันก็เลยมาสวามิภักดิ์เรา แต่สุดท้ายมันก็ยังมีอารมณ์แบบมนุษย์อยู่ดี หึ .... ไอ้พวกของเลียนแบบ” มาโฮนกล่าวช้าๆหลังจากฟังเรื่องราวจบ

“ใช่ ....... ข้าก็สะอิดสะเอียนไอ้พวกนี้เต็มทน โดยเฉพาะอีนั่น อีเวโรนิก้า มันเป็นแค่แวมไพร์ชั้นต่ำแท้ๆแต่มันเสือกจองหองนัก ท่าทีหยิ่งยะโสของมันนี่แหละที่ทุเรศสายตาข้าที่สุด แล้วที่มันทำกับข้า ข้าสาบานไว้แล้วว่าต้องเอาคืนเป็น 100 เท่า” เบลลิคกล่าวอย่างสุดแค้น

“เรื่องนี้ข้าเห็นด้วยว่ะ ไอ้ท่าทีตีตัวเสมอแวมไพร์แท้อย่างพวกเรานี่ล่ะที่ข้าชิงชังนางนัก แต่ไอ้ที่จะเล่นงานนางคงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะถึงนางจะเป็นแวมไพร์ตีตรา แต่ก็ได้รับการตีตราโดยตรงจากท่านเลอเซอโร่น่ะ”

“แล้วเจ้าจะให้ปล่อยนางไว้เฉยๆเหรอ มาโฮน” เจ้ามาโฮนได้ยินคำถามแบบนี้ของคู่สนทนา มันก็หันมาแสยะยิ้มอย่างชั่วร้ายพร้อมทั้งทิ้งคำพูดสุดท้ายไว้ก่อนจะเดินจากไป

“ไม่ใช่อย่างนั้นเบลลิค ข้าหมายถึงว่าเราต้องรอจังหวะเหมาะๆซะก่อน ...... แล้วข้าก็มีลางสังหรณ์ว่าไอ้จังหวะที่ว่ามันกำลังจะเกิดขึ้นแล้วว่ะ ฮ่าๆๆ”

.
.
.
.
.

“หยุดน่ะ ! ......... พวกแกจะทำอะไร หยุดเดี๋ยวนี้ .......”

วิเวียนร้องเสียงหลง ท่ามกลางเสียงหัวเราะอย่างสะใจของเหล่าแวมไพร์ เธอพยามดิ้นรนขัดขืนอย่างหนักแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะตัวเธอเองกำลังโดนเจ้าแวมไพร์แข็งแรงสองตัวกดไว้ เธอทำได้แต่เพียงร้องห้ามเท่านั้น แต่เจ้าแวมไพร์ก็ไม่ได้สนใจเธอเลย มันค่อยๆกรอกน้ำยาสีแดงสดใส่ปากจนหมดหลอด

แต่ ...... ไม่ใช่ปากเธอ

เป็นนายอาร์ตที่นอนหมดสติอยู่นั่นเอง หลังจากที


*

ออฟไลน์ offroad

  • Senior Member
  • ****
  • 746
  • 328
    • ดูรายละเอียด
Re: แค่นิยาย ตอนที่ 9 Vampire’s Company
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ตุลาคม 10, 2016, 04:56:25 am »
เรื่องนี้ แบบว่า โค-ตา-ระ มันส์เลยคร๊าบ พี่น้อง

*

ออฟไลน์ adamntor

  • Tiny Member
  • *
  • 21
  • 50
    • ดูรายละเอียด
Re: แค่นิยาย ตอนที่ 9 Vampire’s Company
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2017, 12:13:53 am »
สนุกมากๆครับเรื่องนี้  อ่านตามยาวๆเลย

Re: แค่นิยาย ตอนที่ 9 Vampire’s Company
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มิถุนายน 11, 2017, 10:57:11 pm »
ไม่รู้จะโดนม้ย  ขอบคุณ

*

ออฟไลน์ Krirk Kongkaew

  • Tiny Member
  • *
  • 20
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: แค่นิยาย ตอนที่ 9 Vampire’s Company
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2018, 01:45:01 am »
ชื่อพระเอกเท่ดี 

*

ออฟไลน์ sunshine9

  • Gold Member
  • *****
  • 1090
  • 490
    • ดูรายละเอียด
Re: แค่นิยาย ตอนที่ 9 Vampire’s Company
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 24, 2019, 11:13:14 pm »
.....ต่อตอนที่ขาดหายไปครับ......


แต่ ...... ไม่ใช่ปากเธอ

เป็นนายอาร์ตที่นอนหมดสติอยู่นั่นเอง หลังจากที่เจ้าแวมไพร์กรอกยาจนหมด ร่างของชายหนุ่มก็กระตุกเล็กๆก่อนจะร้องออกมาอย่างเจ็บปวดทั้งที่ยังหลับจาก มนต์สะกดของเวโรนิก้า ท่าทางทรมานของเขาทำให้วิเวียนถึงกับหวีดร้องด้วยความตกใจ เธอหันไปจ้องมองเจ้าแวมไพร์นั่นอย่างสุดแค้น

“แก ...... แกไปทำเขาทำไม ทำไมไม่มาทำข้า”

“หึๆๆๆ แบบนี้มันสะใจข้ามากกว่าว่ะ เป็นไง เจ้าเห็นภาพเจ้าหนุ่มนั่นทุรนทุรายแล้วรู้สึกยังไงบ้าง เดี๋ยวเจ้ารออีกสักพักน่ะ ให้ยาพิษมันซึมทั่วร่างก่อน แล้วเจ้าจะเห็นภาพเจ้าหนุ่มนั่นทุรนทุรายยิ่งกว่านี้อีก ฮ่าๆๆๆ”

“แก ...... ไอ้เลว หัวหน้าแกสั่งไม่ให้ทำเขาไม่ใช่เหรอไง”

“ไม่ต้องมาเสือกขู่กูนังพรีส ไอ้นั่นน่ะ มันก็แค่มนุษย์ที่มีพลังมาน่าสูงแค่นั้น ไอ้คนแบบนี้มันก็มีอยู่เต็มใน wonderland ไม่ใช่เหรอไง มันตายไปซะข้าก็ไม่เห็นจะเดือดร้อน อย่างมากข้าก็แค่โดนท่านเวโรนิก้าตำหนิเท่านั้น”

วิเวียนเองก็เถียงไม่ออก เธอได้แต่ก้มหน้าอย่างเจ็บใจ สุดท้ายเธอก็ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง แล้วนี่ยังต้องมาดูนายอาร์ตทรมานก่อนตายอีก คิดถึงจุดนี้น้ำตาเธอก็เริ่มไหลลงมาอาบแก้ม ...... ส่วนเจ้าแวมไพร์เห็นดังนั้นมันก็ยิ้มสะใจก่อนจะดำเนินแผนการต่อ

“แต่ถ้าเจ้าอย่างช่วยมันก็มีวิธีน่ะ” คำพูดของมันทำให้วิเวียนเงยหน้าขึ้นมาทันที สีหน้าของเธอกลับมามีความหวังอีกครั้ง “ถ้าเจ้าอยากช่วยมันนักก็ได้ .... แค่เจ้าช่วยเย็ดมันหน่อยก็แค่นั้น ถ้ามันน้ำแตกเมื่อไหร่ ยาพิษก็จะไหลออกมาพร้อมกับน้ำเงี่ยนเอง เจ้าก็แค่ใช้หีดูดน้ำเงี่ยนออกมาให้มากที่สุดก็แค่นั้น เป็นไง ง่ายๆใช่ไหม”

วิเวียนหน้าตึงขึ้นมาเล็กน้อย ทำไมข้อเสนอของมันง่ายนัก หรือพวกมันจะเล่นลูกไม้อะไรอีก แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่มีทางเลือกแล้ว เธอตัดสินใจคลานไปหาชายหนุ่มทันที

“อะไรของเจ้าว๊า ........... ข้านึกว่าเจ้าจะให้อีนี่ยอมเย็ดกับพวกเราดีๆซะอีก โหย เสียดายหีอีนี่ว่ะ ข้าได้เย็ดเป็นคนที่สองด้วย” เจ้าแวมไพร์ตัวหนึ่งบ่นกระปอดกระแปดทันที

“แล้วเจ้าอยากเป็นขี้เถ้าเหรอไงว่ะ ....... เจ้าจะไว้ใจอีนี่ได้ไง มันอาจจะเล่นละครทำเป็นห่วงไอ้หนุ่มนั่นก็ได้ เชื่อข้าเหอะ วิธีนี้ดีสุดแล้ว” ไอ้แวมไพร์จอมวางแผนพูดเสร็จก็นั่งลงมองผลงานทันที โดยไม่ลืมอธิบายแผนมันต่อ

“ยาพิษที่ข้ากรอกไปน่ะ มันมีสรรพคุณทำให้หลั่งช้าด้วยเว้ย อีพรีสนั่นมันต้องขย่มเป็นชั่วโมงๆกว่าที่น้ำมันจะแตก เมื่อถึงเวลานั้น ร่างกายมันต้องอ่อนล้าถึงขีดสุด ถ้าเรารุมเย็ดมันตอนนั้นมันต้องไม่มีแรงเหลือพอที่จะคุมสติแน่ เผลอๆเราจะได้กินพลังมาน่าของมันด้วยน่ะเว้ย”

ทางด้านวิเวียนที่ค่อยๆคลานไปถึงชายหนุ่ม ภาพของเขาที่ส่งเสียงครางในลำคอ ท่าทีของเขาที่กระสับกระส่ายไปมา ทั้งหมดนี้ทำเอาเธอแทบใจสลาย แต่เธอก็ค่อยๆกลั้นน้ำตาไว้เพื่อช่วยเขาให้เร็วที่สุด ไม่รู้ว่าวิธีที่ไอ้เจ้าแวมไพร์มันบอกจะช่วยได้จริงไหม แต่เธอก็มีเวลามาคิดแล้ว เธอตัดสินใจรีบถอดกางเกงชายหนุ่มทันที

สองมือที่โดนมัดไว้ของเธอทำให้การถอดกางเกงนี้ทุลักทุเลไม่น้อย แต่ไม่นานกางเกงยีนตัวเก่งก็โดนถอดทิ้งไปพร้อมกับกางเกงใน ทันทีที่เห็นแท่งควยของเขาเธอก็หน้าแดงระรือทันที ควยของเขาเป็นแบบนี้นี่เอง ต่างกับที่เธอจิตนการไว้นิดหน่อย มันอวบอ้วนกว่า แล้วก็ดูน่ากลัวกว่า นี่ถ้ามันขยายเต็มที่จะใหญ่แค่ไหนน่ะ หีของเธอจะแหกหรือเปล่า

“โอยยยยยย” เสียงร้องเบาๆของชายหนุ่มทำให้วิเวียนตื่นจากภวังค์ เธอค่อยๆก้มหน้าลงไปจูบแท่งควยนั่นช้าๆ ก่อนจะเลียวนรอบหัวหยักจนเปียกชุ่ม หลังจากนั้นเธอจึงค่อยๆเลียไล่จากปลายหัวจนสุดโคน เธอทำแบบนี้ไปมาอยู่ 3-4 รอบก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมายไปที่พวงสวรรค์

“อืออออออออ” เสียงครางอย่างสุดเสียวของชายหนุ่มดังลอดขึ้น ท่าทางทรมานเมื่อครู่ของเขาหายไปแล้ว ทำให้วิเวียนยิ้มออกมาอย่างดีใจที่มันได้ผล เธอไม่รอช้าจัดการอมพวงสวรรค์ทันที ไข่กลมๆของชายหนุ่มโดนเธอทั้งดูดทั้งเลียทั้งสองลูก เจอแบบนี้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเสียวขึ้นมาไม่น้อย เจ้าแท่งควยอ้วนอวบก็ค่อยๆขยายตัวอย่างรวดเร็ว วิเวียนไม่รอช้า ละจากพวงไข่ขึ้นไปอมแท่งควยต่อทันที ทำให้แท่งควยที่พึ่งโด่น้อยๆ กลายเป็นโด่เต็มที่ขึ้นมา

“อื๊ออออ” คราวนี้เป็นวิเวียนที่ร้องบ้าง แท่งควยยาวใหญ่นั้นขยายตัวกะทันหัน เล่นเอาชนไปถึงคอหอยเธอทันที แต่เธอก็ยังอมต่อไปไม่ยอมให้ขาดตอน ทุกครั้งที่เธอรูดปากอวบอิ่มไปตามลำควยนั้น เจ้าแท่งควยก็จะยิ่งโด่ตอบรับการดูดของเธอเช่นกัน จนตอนนี้เธอเริ่มสงสัยแล้วว่า ขนาดของเจ้าแท่งควยยาวใหญ่นี้ จริงๆมันน่าจะสักเท่าไหร่กันแน่ หญิงสาวอมแบบนั้นอยู่ไม่นานเจ้าแท่งควยก็ขยายเต็มที่ในปากเธอ

วิเวียนถอนปากออกช้าๆเพื่อจะดูเจ้าแท่งควยนี้ให้เต็มตา พอได้เห็นจริงๆเธอถึงกับร้องคำหนึ่งด้วยความตกใจ แท่งควยอวบอ้วนเมื่อกี้พอขยายเต็มที่แล้วมันช่างน่ากลัวจริงๆ มันทั้งยาว ทั้งใหญ่ แถมมีเส้นเลือดปูดรอบๆอีก ขนาดควยของพวกแวมไพร์ยังไม่น่ากลัวเท่านี้เลย อีกทั้งตัวเธอเองก็มีประสบการณ์เรื่องเพศไม่ มากนัก แค่เรียนรู้วิชาเย็ดจากโรงเรียนพรีส กับเคยเย็ดสู้กับแวมไพร์ไม่กี่ตน สิ่งต่างๆเหล่านี้แทบไม่ช่วยอะไรเลยเมื่อเธอต้องมาเจอแท่งควยยาวใหญ่ ทำให้เธอเริ่มตื่นกลัวเล็กเมื่อต้องขึ้นเย็ดกับมัน

“โอยยยยย” ชายหนุ่มร้องครางอีกรอบ การที่เธอหยุดอมไปแบบนี้ทำให้พิษกำเริบอีกครั้ง แถมคราวนี้พิษยังกระจายไปทั่วทำให้เขาทรมานกว่าเดิมอีก ท่าทีแบบนี้ของเขาทำให้วิเวียนตัดสินใจได้ทันที ถึงเธอจะกลัวเจ้าควยนี้แค่ไหนแต่เพื่อเขาแล้วเธอยอมทุกอย่าง หญิงสาวปีนขึ้นบนตัวชายหนุ่มทันทีก่อนจะค่อยๆเอาแท่งควยมาจ่อรูหี

แต่ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกเสียวกระสันอย่างประหลาด ความคิดแว๊บหนึ่งแล่นเขามาในหัว ถ้าเจ้าควยยักษ์นี่อัดเข้ามาในรูหีเธอจริงๆจะเป็นยังไงน่ะ แท่งควยใหญ่ๆแบบนี้มันคงทำให้เธอมีความสุขในรสกามมากกว่าปกติแน่ๆ เมื่อคิดได้แบบนี้เธอก็เริ่มเงี่ยน น้ำรักก็เริ่มไหล โดยที่เธอไม่ต้องพึ่งพลังมาน่าเลยด้วยซ้ำ

วิเวียนกลั้นใจช้าๆเป็นครั้งสุดท้าย เธอค่อยๆกดปากหีเข้าไปทันที “โอย .......” เธอร้องออกมาอย่างทรมาน เจ้าควยนี่ใหญ่จริงๆ ทุกครั้งที่เธออัดหีลงมามันจะอึดอัดจนเธอแทบคลั่ง แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ ฝืนทนความเจ็บปวดอัดรูหีลงมาเรื่อยๆ จนกระทั่ง “อ๊า ....... ” เธอร้องอย่างสุขสม น้ำของเธอแตกทันทีพร้อมๆกับเนินหีที่กลืนแท่งควยยักษ์ทั้งลำ

น้ำรักของเธอที่หลั่งรสบนแท่งควย ทำให้มันลื่นขึ้นเล็กน้อย ทำให้เธอเริ่มขยับเอวได้ หญิงสาวที่พึ่งเสียวจนน้ำแตกไปหนึ่งรอบเมื่อครู่ตัดสินใจขยับสะโพกช้าๆ หลังจากนั้นสักพักรูหีของเธอถึงเริ่มปรับตัวได้ ตอนนี้มันไม่ค่อยเจ็บเท่าไหร่แล้ว แต่เป็นความเสียวต่างหากที่พุ่งขึ้นมาแทนที่ ยิ่งเธอขยับเอวเร็วขึ้นเท่าไหร่ ความเงี่ยนก็ยิ่งเพิ่มเท่านั้นจนตอนนี้รูหีของเธอตอดรัดแท่งควยอย่างรุนแรง

“โอยยยยย วิเวียนเสียวววววว” เธอร้องออกมาดังลั่นโดยไม่สนใจคนรอบข้าง ตอนนี้เธอขยับสะโพกอย่างรุนแรง แต่ถึงเธอจะขยับเร็วแค่ไหน ท่านี้ก็ดูเหมือนไม่ค่อยถึงใจเธอซะแล้ว เธอจึงจัดแจงเปลี่ยนท่าใหม่โดยหันมานั่งยองๆ ก่อนจะขยับสะโพกขึ้นจนแท่งควยเกือบจะหลุด จากนั้นเธอก็ทิ้งตัวลงมาอย่างรวดเร็วดัง ‘กึ๊กกกกกก’ วิเวียนซี๊ดปากอย่างสะใจ ท่านี้นี่แหละที่ทำให้เจ้าแท่งควยนี้กระแทกรูหีเธอรุนแรงที่สุด

หญิงสาวขยับเอวในท่านี้อยู่นาน แม้ท่านี้จะสร้างความเสียวให้กับเธอได้มากก็จริง แต่เพราะสองมือที่โดนมัด ทำให้เธอไม่มีมือมาค่อยรับน้ำหนัก สองขาของเธอจึงต้องรับน้ำหนักโดยตรง ถึงแม้ว่าสองขาคู่นี้ของเธอจะได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี จนสามารถเตะได้หนักหน่วง แต่เมื่อต้องมาเล่นในท่านี้นาน มันก็เกินจะรับไหว สองขาสั่นระริกอย่างอ่อนล้า แต่เธอไม่ยอมหยุดยังกระแทกมันอย่างเต็มที่

“อ๊า ........ แตกอีกแล้ว” หญิงสาวร้องครางอย่างต่อเนื่อง เธอเอากับเขามานานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ เธอน้ำแตกไปกี่ครั้งก็จำไม่ได้ แต่ชายหนุ่มตรงหน้านี่สิยังไม่แตกสักที ตอนนี้เธอเข้าใจแล้วว่า เจ้าพวกแวมไพร์เล่นลูกไม้แบบนี้นี่เอง มันจงใจให้ชายหนุ่มหลั่งช้าคงกะให้เธอเหนื่อยอ่อนจนถึงขีดสุด ซึ่งมันก็ได้ผล ตอนนี้เธอไม่มีแรงจะขย่มเขาแล้ว

“ปวดดดดดดดด” ชายหนุ่มร้องครางทันที เพราะการที่เย็ดกันเป็นเวลานานแบบนี้นี่เอง ทำให้พิษมันกระจายไปถึงไหนต่อไหน แล้วเมื่อไหร่ที่เธอหยุด พิษจะกำเริบทันทีอย่างรวดเร็ว วิเวียนจึงต้องกัดฟันอีกครั้งก่อนจะขย่มต่อ แม้ตอนนี้เธอจะไม่เหลือแรงแล้ว เธอก็ไม่ยอมหยุด ตอนนี้การขย่มของเธอเป็นวิธีเดียวเท่านั้นที่จะทำให้พิษไม่กำเริบได้

“อ๊า ...............” วิเวียนร้องดังลั่นเพื่อรวบรวมแรงที่เหลือ เธอขย่มเขาต่อทันที แม้ตอนนี้เธอจะเหงื่อโทรมกาย เนื้อตัวสั่นเทิ้ม สายตาเริ่มพร่ามันอย่างอ่อนล้า แต่เมื่อเธอมองไปที่ใบหน้าของเขา ใบหน้าที่ยิ้มกริ่มมีความสุขมันก็ทำให้เธอมีกำลังใจขึ้นมา จริงๆเธอเองก็แอบคิดถึงวันที่จะได้เย็ดกับเขาเหมือนกัน เธอน่าจะมีความสุขไม่น้อย สองเต้าของเธออยากให้เขาบีบขยำให้สุดแรง ปากของเธอก็อยากให้เขาบดเบียดเหมือนตอนอยู่ในรถ น่าเสียดาย ที่การเย็ดครั้งแรกของเธอกับเขาต้องกลายมาเป็นแบบนี้

“อาร์ต ................. วิเวียนขอโทษ ทั้งหมดเพราะวิเวียนคนเดียว อาร์ตต้องไม่เป็นอะไร วิเวียนสัญญา”

.
.

“วิเวียนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน”

ชายหนุ่มร้องดังลั่น น้ำเงี่ยนที่สะสมมานานนับชั่วโมงไหลพรั่งพรูทันที หญิงสาวยิ้มดีใจอย่างอ่อนล้า แต่เธอก็ไม่ยอมพลาดโอกาสจัดการดูดน้ำเงี่ยนทุกหยดหยาดเข้ามาในร่างทันที พิษที่เจ้าแวมไพร์วางไว้ก็เช่นกัน มันถูกดึงให้ไหลรวมออกมาพร้อมกับน้ำเงี่ยนทันที

แต่ ...... ที่ไหลออกมาไม่ใช่แค่นั้น มันยังมีพลังมาน่าของชายหนุ่มอีกด้วย

ชายหนุ่มสะดุ้งเล็กๆ หลังจากนั้นพลังมาน่ามหาศาลก็ไหลตามออกมาไม่หยุด วิเวียนสะดุ้งเล็กๆพลังมาน่าของเขาทำไมมันมหาศาลอย่างนี้ หญิงสาวกลั้นให้ใจแน่นจัดการดูดพลังไว้ทันที ที่จริงเธออยากจะรีบถอนหีออกมาแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะเธอเองก็ไม่รู้ว่าพิษนั้นมันตกค้างอยู่ในส่วนไหนหรือเปล่า เธอจึงดูดทั้งน้ำเงี่ยน ยาพิษ และพลังมาน่าทั้งหมดไว้ในคราวเดียว

“อาร์ต อาร์ตทนอีกนิดน่ะ”

ในที่สุด น้ำเงี่ยนและยาพิษก็โดนเธอดูดออกมาจนหมด หญิงสาวพยามยกตัวขึ้นทันทีแต่ร่างกายที่อ่อนล้าจนถึงขีดสุดนี้ไม่ฟังคำสั่ง ของเธอแล้ว มันยังคงแช่อยู่ในลำควย พร้อมกับดูดมาน่าของชายหนุ่มไปเรื่อยๆ จนตอนนี้ผิวของเขาเริ่มขาวซีดแล้ว .......

“เฮ้ยยยยยยย เสร็จแล้วใช่ไหมว่ะ ข้าทนไม่ไหวแล้วเว้ยยยยยยยย” ไอ้แวมไพร์ที่ได้คิวเย็ดเธอเป็นตัวที่สองร้องดังลั่น มันตรงไปที่ร่างของวิเวียนทันทีพร้อมกับฉุดเธอขึ้น ‘บ๊อกกกกกก’ เสียงหีที่สุดจากลำควยดังสนั่นไปทั่ว เจ้าแวมไพร์นั้นยิ้มสะใจทันที แม้หีของเธอจะโดนเย็ดจนกลวงโบ๋แต่มันก็มีสีชมพูสดน่าเย็ดอยู่ดี แล้วนี่มันกำลังจะได้เย็ดเธอด้วย มันก็เลยรู้สึกสะใจเป็นทวีคูน

ส่วนวิเวียนตอนนี้หน้านิ่วไปหมด พลังมาน่าของชายหนุ่มที่เธอดูดไว้กำลังควบแน่นในท้อง จนตอนนี้เธอรู้สึกอัดอัดแทบระเบิด ร่างกายของเธอสั่นเทิ้ม พร้อมกับสะบัดผมไปมา ความอัดอั้นนี้มันมากเกินเธอรับไหวแล้ว หญิงสาวหวีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”

สิ้นสุดเสียงร้อง พลังมาน่าของเธอกับชายหนุ่มที่เข้ามาก็หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน ตาของเธอลุกวาว ไอมาน่าจำนวนมหาศาลพวยพุ่งออกมาราวทำนบแตก กำลังที่เหือดหายไปคืนมาจนหมด ไม่เท่านั้น มันยังมากว่าเดิมด้วยซ้ำ ทำให้กุญแจมือดินไม่อาจจะรั้งเธอไว้ได้อีกแล้ว มันโดนกระชากขาดสะบั้นทันที

พรีสสาวหันมามองเจ้าแวมไพร์ตรงหน้าก่อนจะใช้มือของเธอวางทาบอก “ย๊ากกกกกกกกกกกก” แรงลมจำนวนมหาศาลพุ่งเข้าอัดร่างของมันทันที แม้นี่จะไม่ใช่เวทย์อะไร แค่แรงอัดลมพื้นฐานเท่านั้น แต่มันก็มากพอที่จะผลักให้เจ้าแวมไพร์ลอยไปอัดกำแพงร่างสลายเป็นขี้เถ้า ทันที

หญิงสาวหันมามองนายอาร์ตเล็กน้อย โชคดีจริงๆที่เจ้าแวมไพร์เมื่อครู่มันทนความหื่นไม่ไหวตรงเข้ามาแยกเธอกับ เขาออก ไม่งั้นเธอคงดูดมาน่าเขาจนหมดตัวไปแล้ว หญิงสาวหลับตาพร้อมกับสูดหายใจเข้า ไอมาน่าที่พวยพุ่งอยู่โดยรอบโดนดูดกลับเข้าร่างเธอทันทีพร้อมกับเสียงร้อง ของเธอดังลั่น

“อัพสกิล !”

“เฮ้ยยยยยยยยยย พวกมึงสามตัวทำเหี้ยอะไรอยู่ว่ะ พวกมึงใช้เวทย์ธาตุดินได้นี่ มึงรีบกางโล่ดินสิว่ะ กางซ้อนกัน 3 ชั้นแบบนี้เวทย์ลมเลเวล 4 ของอีนั่นทะลวงไม่ได้ได้หรอกโว้ย” เจ้าแวมไพร์จอมวางแผนร้องสั่งทันที เจ้าแวมไพร์ที่เหลืออีกสามตัวไม่รอช้า คาถา ‘โล่พิทักษ์ธาตุดิน’ ถูกกางซ้อนกัน 3 ชั้นทันที เท่านี้พวกมันก็ยิ้มร่า นังพรีสนั่นทำอะไรพวกมันไม่ได้แล้ว

วิเวียนไม่โต้ตอบอะไร เธอค่อยๆยกมือทั้งสองข้างมาประสานกันช้าๆ แหวนหินธาตุของเธอเปล่งประกายออกมาทันที “มันก็จริงน่ะ” เธอเริ่มเอ่ย “โล่พิทักษ์ 3 ชั้นนั่นคงกันเวทย์ลมเลเวล 4 ได้อยู่ แต่ว่า ... ถ้าเป็นเลเวล 6 ล่ะ”

“ว่าไงน่ะ ……” เสียงร้องสุดท้ายของเจ้าแวมไพร์ทั้ง 4 ดังขึ้นพร้อมกัน

การ ‘อัพสกิล’ เมื่อครู่นี้ก็คือการเปลี่ยนพลังมาน่าเป็นพลังเวทย์ที่เลเวลสูงขึ้นนั่นเอง พลังมาน่าของนายอาร์ตที่ควบแน่นในร่างวิเวียนทำให้ตอนนี้เธอสามารถใช้เวทย์ ลมเลเวล6ได้แล้ว

“ปืนใหญ่ วายุโหม”

.
.
.
.
.
ร่างเงาสายหนึ่งพุ่งจากท้องฟ้าด้วยความเร็วสูง ทันทีที่ถึงที่หมายร่างนั้นก็ต้องตื่นตะลึงอย่างไม่เชื่อสายตา โกดังร้าง ที่เวโรนิก้าใช้ที่กบดานโดนพังพลายไม่เหลือซาก สภาพของมันยับเยินราวกับโดนพายุถล่ม แวมไพร์สาวไม่รอช้าพุ่งพรวดเข้าไปด้านในทันที เธอฝ่าคราบกองขี้เถ้าที่พุ้งกระจายไปทั่วเพื่อมองหาสิ่งสำคัญ แต่สิ่งนั้นมันก็หายไปแล้ว

“นังพรีสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส” เวโรนิก้าหวีดร้องอย่างเจ็บแค้น นางนี่มันร้ายนัก ทั้งที่เธอจัดการทะลวงหีทำให้มาน่าของมันหมดลงแล้วแท้ๆ แต่มันยังมีฤทธิ์อีก มันฆ่าลูกน้องทั้งหมดของเธอ ไม่แค่นั้น มันยังแย่งชิงสิ่งสำคัญของเธอไปอีก สิ่งสำคัญที่ว่าก็คือนายอาร์ตนั่นเอง

“โอ๊ะๆๆๆ แบบนี้ก็แย่สิเนี่ย ลูกน้องทั้งหน่วยโดนฆ่าตายหมด ไม่แค่นั้น ร่างกำเนิดใหม่ของท่านอาลูคาร์ดก็มาโดนแย่งไปแบบนี้ จะกลับไปรายงานท่านลินคอร์นยังไงดีน๊า” เสียงแวมไพร์แปลกหน้าอีกตัวดังสอดขึ้นมาทันที ทำให้เวโรนิก้าหันไปมองอย่างเจ็บแค้น

“มาโฮนนนนนนนนนนนน”

“เจ้าว่ามันจะเป็นไงน๊า เวโรนิก้า ถ้าเกิดมีคนไปรายงานท่านลินคอร์นว่าเจ้าทำพลาด ทำให้ร่างท่านอาลูคาร์ดโดนพรีสสาวที่เจ้าพึ่งร้องเมื่อกี้แย่งชิงไปได้” มาโฮนกล่าวอย่างยียวนพร้อมกับค่อยๆเดินจากไป “เจ้าเสร็จแน่เวโรนิก้า !”

“ลูกไฟมังกรดำ !” เวโรนิก้าโดนยั่วจนขาดสติ เธอปล่อยเวทย์ไฟเลเวล 6 ใส่มาโฮนทันที แต่ ... อีกฝ่ายกลับนิ่งเฉยทำแค่เพียงร่ายเวทย์บทหนึ่งเบาๆเท่านั้น

“ร่างเงาพันปักษา”

สิ้นเสียง ร่างของมาโฮนก็แตกเป็นเสี่ยงๆกลายเป็นฝูงนกกานับพันตัวบินกระจัดกระจายหลบ ลูกไฟนั้น ก่อนที่ฝูงนกจะบินหายไปในท้องฟ้า ทิ้งไว้แค่เพียงเสียงหัวเราะอย่างสะใจเท่านั้นเอง

<จบตอน>

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ