ก้อย season 2 ep 7 By ukisa

ก้อย season 2 ep 7 By ukisa

  • 4 ตอบ
  • 11445 อ่าน
*

ออฟไลน์ godgod610

  • Full Member
  • **
  • 185
  • 1222
    • ดูรายละเอียด
ก้อย season 2 ep 7 By ukisa
« เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2011, 12:52:47 am »
เช้าวันอาทิตย์ ผมเห็นว่าสาวๆ อยู่กันพร้อมหน้า ผมเลยชวนพวกเธอไปเล่นน้ำกันที่สวนน้ำแห่งหนึ่งในกรุงเทพ แนนรีบรับปากว่าจะไปก่อนคนอื่น แต่ว่าพวกเธอไม่มีชุดว่ายน้ำ

“อ้าวไม่มีชุดว่ายน้ำกันเลยหรอเนี่ย งั้นก็อดไปซิ เค้าไม่ให้ใส่เสื้อยืนกางเกงขาสั้นลงน้ำนะ”
“ทำไมหละ ก็อยากไปอะ งั้นไปทะเลก็ได้” แนน
“ไปไกลๆ เดี๋ยวพี่หงส์ก็เป็นลมอีกหรอก”
“แหมๆ ก็นานๆ จะได้ไปเที่ยวกัน” แนน
“หงส์ไม่เป็นไรแล้วหละค่ะ ได้นอนพักเมื่อวานแล้ว” หงส์
“เห็นเปล่าพี่หงส์สบายดีแล้ว” แนน
“แค่วันเดียวจะไปที่ไหนดีหละ ที่ดีๆ มันก็ต้องค้างนะ”
“ไปแค่พัทยาก็ได้ค่ะพี่บี ให้น้องๆ ได้เล่นน้ำกันก็พอ” ก้อย
“เอางั้นหรอ แล้วเจนหละอยากไปไหม” 
“ไปซิ แนนไปเจนก็ต้องไปด้วยอยู่แล้ว” แนน
“ใครเค้าถามเรา พี่ถามเจนต่างหาก”
“เชอะ ไปเตรียมตัวไปทะเลดีกว่าดีกว่า” แนนพูดแบบมัดมือชกว่าวันนี้ต้องไปทะเล
“เจนไปด้วยค่ะ” เจน
“อืมงั้นก็ไปเตรียมตัวกันไป ตัวเล็กมันไปเตรียมก่อนแล้วยังไม่ได้บอกว่าจะไปซักหน่อย”
“ลองไม่ไปดูซิ” เสียงแนนตะโกนมาจากในห้องนอน

คนอื่นๆ รวมทั้งผมหัวเราะที่แนนพูด พวกเราออกจากห้องกันแต่เช้าเพื่อไปแวะทานอาหารเที่ยงที่ร้านบนมอเตอร์เวย์ หลังทานข้าวเสร็จแนนก็ลากสาวๆ เข้าไปในร้านมินิมาร์ตเพื่อซื้อขนมไว้กินระหว่างทาง ระหว่างทางไปพัทยาสาวๆ ก็คุยกันอย่างสนุกสนาน ผมเองก็รู้สึกดีนานๆ ทีจะได้ทำให้พวกเธอมีความสุขแบบนี้บ้าง ปรกติชอบทำให้มีความสุขแบบอื่น ผมคิดแล้วก็ขำตัวเอง

เราไปถึงพัทยาก็เที่ยงกว่าแล้วผมเลยพาพวกเธอไปหาร้านอาหารทานก่อนที่จะไปที่ชายหาด พวกเราทานอาหารกันจนบ่ายถึงได้ออกจากร้านไปที่ชายหาด แดดยังแรงอยู่ผมเลยหน้าเก้าอี้นั่งที่ริ่มชายหาด แนนชวนคนอื่นๆ ไปเดินเล่น แต่ผมบอกว่ามันยังร้อนอยู่รอให้แดดร่มก่อน แต่แนนไม่ยอมลากเจนกับหงส์ไปเดินเล่นด้วย ก้อยเองก็ลุกขึ้นจะเดินตามน้องๆ ไปแต่ผมดึงมือไว้

“นี่แดดร้อน เดี๋ยวผิวก็เสียหมดหรอก”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะก้อยทาครีมแล้ว” ก้อย
“ไม่เอาเดี๋ยวกลับไปผิวคล้ำกว่านี่มีหวังพี่ไม่ให้กลับบ้านแน่ๆ”
“อุ้ยพี่บีเดี๋ยวคนอื่นได้ยินอายเค้านะ” ก้อย
“ไม่เอานั่งคุยกับพี่ก่อน”

ก้อยยอมนั่งลงเก้าอี้ตัวข้างๆ ผม ผมดึงมือเธอมากอดไว้ที่หน้าอกตัวเอง

“พี่เอาแต่ยุ่งไม่ได้โทรไปหาหรือหาโอกาสไปเจอก้อยสองต่อสองเลย ก้อยน้อยใจพี่บ้างหรือเปล่า”
“ไม่หรอกค่ะ ก้อยก็ได้เจอพี่ทุกอาทิตย์อยู่แล้วนี่ค่ะ” ก้อย
“แต่พี่รู้สึกว่าพี่ห่างเหินก้อย ไม่เหมือนกับตอนที่เราคบกันแรกๆ พี่หาโอกาสไปหาก้อยเกือบทุกวัน ก้อยจะคิดว่าพี่ไม่รักก้อยเท่ากับเมื่อก่อนหรือเปล่า”
“ก้อยไม่คิดแบบนั้นหรอกค่ะ เราก็ทำงานกันทั้งคู่ แค่มีเวลามาเจอกันแบบนี้ก็พอแล้วหละค่ะ” ก้อย
“นั่นซินะ ตอนนี้พี่เองก็หน้าที่การงานมั่นคงพอที่จะเลี้ยงดูเรา 4 คนได้แล้ว พี่ว่าจะหาซื้อบ้านซักหลังเวลาก้อยมาอยู่จะได้มีห้องส่วนตัวบ้าง”
“อุ้ยพี่บีนี่ขอก้อยแต่งงานหรอค่ะ” ก้อย
“แล้วก้อยว่าไงหละ เราเองก็อายุมากกว่าน้องๆ เค้านะไม่รีบแต่งเดี๋ยวจะไม่ไหวนะ”
“บ้าพี่บี จะขอก้อยแต่งงานไหนหละแหวน ต้องคุกเข่าด้วยนะเอาแบบหนังฝรั่ง ไม่งั้นก้อยไม่แต่ง” ก้อย
“จริงนะงั้นพรุ่งนี้พี่จะไปซื้อแหวนเลย แล้วเราจะจัดงานแต่งกันที่ไหนดีหละ”
“ว้าย ก้อยล้อเล่น ก้อยยังไม่อยากแต่งหรอก พี่บีไม่ต้องซื้อแหวนมานะ” ก้อย
“ไม่รู้หละพี่ถือว่ารับปากแล้ว”
“ไม่เอานะพี่บี ก้อยยังไม่พร้อม” ก้อย
“ถ้าไม่อยากให้พี่ซื้อแหวนพรุ่งนี้ก็มาหอมแก้มีพี่ก่อน”
“ไม่เอาค่ะอายคนเค้า” ก้อย
“อายทำไมมีแต่ฝรั่ง แล้วเค้าก็ทำกันมากกว่าเราเยอะ ถ้าไม่มาหอมนะพรุ่งนี้เตรียมตัวเลยพี่จะไปขอก้อยที่บ้าน”
“อุ้ยพี่บีนี่ แกล้งก้อยอีกแล้วนะ” ก้อย
“เร็วๆ ซิไม่งั้นถือว่าอยากให้รีบไปขอนะ”

ก้อยแกล้งทำหน้างอแล้วค่อยๆ เข้ามาหอมแก้มผม พอดีกับที่แนนเจนกับหงส์เดินกลับมาพอดี

“ทำอะไรกันหนะ” แนนพูดเสียงดัง
ก้อยอายจนหน้าแดง
“พี่บีเนี่ยเห็นเปล่าอายน้องๆ เลย ก้อยไปหาน้ำกับอะไรมาให้น้องทานเล่นก่อนนะค่ะ” ก้อย

ก้อยรีบลุกเดินออกไปแก้เขิน

“คนเค้าจู้จี้กันอยู่ซิ เป็นไงหน้าดำมาเลยบอกแล้วว่าอย่าเพิ่งไปเดิน”
เจนนั่งลงข้างๆ ผมอีกด้าน ผมเอามือแตะที่หน้าผากเจน
“ตัวร้อนเลย เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เจนชอบเดินตากแดดริ่มทะเลแบบนี้อยู่แล้วหละค่ะ” เจน
“หงส์หละ เป็นไงบ้างจะเป็นลมหรือเปล่า”
“พี่หงส์ไม่เป็นไรหรอก แนนดูแลเองได้เชอะ” แนน

ก้อยกลับมาพร้อมกับส้มตำไก่ย่างและน้ำ เรานั่งกินส้มตำไก่ย่างกัน พอมีคนขายอะไรผ่านมาผมก็เรียกซื้อไว้หมด เรานั่งรอจนแดดเริ่มร่มแนนก็ชวนคนอื่นให้ไปว่ายน้ำเล่น สาวๆ ไปเล่นน้ำกันหมดเหลือแค่ผมเฝ้าโต๊ะ ที่จริงผมก็อยากเล่นน้ำด้วยแต่ว่ามันไม่ค่อยสะดวกไหนจะกระเป๋าตังไหนจะโทรศัพท์มือถือ เอาไว้พาพวกสาวๆ ไปเที่ยวรีสอร์ทแล้วค่อยเล่นน้ำกับพวกเธอแล้วกัน

ผมนั่งกินโน้นกินนี่มองพวกก้อยเล่นน้ำ บ้างครั้งก็มีสาวๆ ต่างชาติใส่บีกีนี่มาเหล่ผม แต่ผมจะทำอะไรได้หละครับมากับเมียตั้ง 4 คน จะแวบไปก็ไม่ได้ ผมปล่อยให้สาวๆ เล่นน้ำกันจนหกโมงเย็นผมจึงไปเรียกพวกเธอเพื่อจะได้กลับกรุงเทพฯ กัน 

เราไปแวะซื้อของกันกรุงเทพกัน ก้อยซื้อปลาหมึกที่ชอบ แนนทำจมูกย่อนพอถึงร้านที่ขายพวกของตากแห้งและปลาหมึกที่ก้อยชอบ ดีเหมือนกันผมมีขอไว้แกล้งตัวเล็กอีกแล้ว ซื้อของเสร็จเราก็แวะทานข้าวเย็นกันก่อนกลับกรุงเทพ ก้อยสั่งกุ้งเผามากิน ผมเห็นแนนทำท่าอยากกินแต่ไม่ยอมแกะเองผมเลยต้องแกะให้ แนนยิ้มหวานเวลาที่ผมวางกุ้งใส่จานเธอ ผมเลยต้องแกะให้เจนด้วยอีกคน ส่วนก้อยบอกว่แกะเองอร่อยกว่า หงส์ก็แกะกินเอง

กว่าเราจะกลับถึงห้องผมก็เกือบเที่ยงคืน แนนชวนเจนกับหงส์เข้าไปอาบน้ำด้วยกัน ผมกับก้อยช่วยกันเก็บของที่ซื้อมาและนั่งคุยกันรอพวกเด็กๆ อาบน้ำเสร็จ หลังจากพวกแนนออกมาจากห้องน้ำแล้วเข้าไปแต่งตัวในห้องนอน ก้อยก็ขอตัวไปอาบน้ำบ้าง

“พี่อาบด้วยซิ ไม่ได้อาบน้ำกับก้อยนานแล้วนะ”
“ไม่เอาค่ะ อายเด็ก” ก้อย
“อายทำไมหละ ที่เวลาอยู่ในห้องไม่เห็นอายเลย”
“พี่บีนี่ พูดแบบนี้ว่าก้อยหน้าไม่อายใช่ไหมเนี่ย” ก้อย
“ไม่ใช่ซักหน่อย พี่ก็แค่อยากอยู่ส่วนตัวกับก้อยบ้างเดี๋ยวก้อยจะเบื่อพี่ซะก่อน”
“ก็ได้ค่ะ แค่อาบน้ำนะ ก้อยเหนื่อย” ก้อย
“จ้าแต่พี่ขอถูสบู่ให้นะ”
“ก็ได้ค่ะ แต่แค่ถูนะห้ามทำอย่างอื่น” ก้อย
“จ้าไปอาบน้ำกันเถอะพี่อยากแล้ว”
“พี่บีนี่ แค่อาบน้ำนะมาอยากอะไรหละ” ก้อยเขินอาย

ก้อยชอบอ้างว่าเหนื่อยแบบนี้ประจำแต่พอเครื่องติดก็สู้ไม่หยุดทุกที ผมเข้าไปอาบน้ำกับก้อย ผมช่วยก้อยถอดเสื้อผ้าออก ผิวเนียนๆ ของเธอทำเอาผมอดใจหอมไปตามตัวเธอไม่ได้

“โอ้วว ไม่เอาค่ะ แค่อาบน้ำไง อู้ยยย พี่บีก้อยเสียวนะ” ก้อย
“ก็พี่บอกแล้วนี่ว่าอย่าไปเล่นน้ำตากแดดมากๆ เห็นไหมหละ พี่อดใจไม่ไหวเลย”
“ไม่เอาแล้วก้อยลงอ่างก่อนนะค่ะ” ก้อย

ก้อยรีบถอดกางเกงขาสั้นกับกางเกงในออกแล้วรีบลงไปแช่ในอ่าง ผมเองก็ถอดเสื้อผ้าออกจนหมดแล้วลงไปนั่งในอ่างบ้างโดนให้ก้อยนั่งหันหลังทับตัวผม

“พี่บีอย่าซิ ก็ไม่อยากนะ” ก้อย
“อย่าอะไรพี่ไม่ได้ทำอะไรซักหน่อยนี่”
“ก็ของพี่มันทิ่มก้นก้อย ก้อยเสียวนะ” ก้อย
“ก็ช่างมันซิ แหมมันได้อยู่ใกล้ของที่ชอบมันก็ตื่นเป็นธรรมดาแหละ มาพี่ถูสบู่ให้แล้วกันจะได้หายเสียว”

เอ็นผมมันก็ต้องแข็งอยู่แล้วหละครับ ก็ไหนจะกลิ่นหอมๆ จากตัวก้อย ไหนจะก้นนุ่มๆ  ของก้อยที่เบียดเอ็นผมจนทำให้มันตื่นขึ้นมา ผมบีบครีมอาบน้ำใส่มือแล้วลูบไปทั่วแผ่นหลังก้อยข้างเพื่อแกล้งกระตุ้นความกระสันของเธอ มันได้ผลก้อยตัวกระตุกเบาเวลาผมลูบมือไปตามแผนหลังเธอ บางครั้งก้อยก็ครางออกมาเบาๆ ผมลูบไปตามลำคอก้อยแล้วบีบเบาๆ ก้อยลืมตัวคราง อืมมม อืมมม ออกมา จากนั้นผมก็บีบไหล่บีบต้นแขนเธอเบาๆ เพื่อให้เธอผ่อนคลาย ผมครางเบาเหมือนกับรู้สึกพอใจที่ผมช่วยนวดให้เธอ ผมนวดให้ก้อยอยู่ซักก็เอาครีมอาบน้ำบีบใส่มืออีกครั้ง จากนั้นผมก็เอื่อมมือลอดแขนสองข้างของเธอไปคลึ่งหน้าอกกลมได้รูปของก้อย ก้อยห่อตัวด้วยความเสียว ผมลูบไล้ไปทั่วสองเต้าคู่งามของก่อนก่อนจะให้นิ้วบีบหัวนมเธอทั้งสองข้างเบาๆ ก้อยร้องอู้ยยยลั่น

“พี่บีหัวนมก้อยตึงอยู่ค่ะอย่าเพิ่งจับ ก้อยเจ็บ” ก้อย

ผมเห็นว่าหัวนมก้อยตึงอยู่จริงๆ เลยเอาสบู่ไปชโลมทั้งสองข้างจนชุมก่อนจะจับมันเล่นเบาๆ ก้อยเสียวจนต้องบิดตัวไปมาไม่หยุด ผมแกล้งปลุกอารมณ์ก้อยจนในที่สุดเธอก็เริ่มขยับก้นไปมา เพื่อให้ร่องสาวเธอมันรูดกับลำท่อนเอ็นผม เราสองคนซูดปากกันไม่หยุด ผมก้มไปดูดซอกคอที่ยาวระหงส์ของก้อย ครางยิ่งครางเสียงดังขึ้น เราสองคนนัวเนียตักตวงความกันโดยไม่เร่งเล้า

ในที่สุดก้อยก็ทนต่อไปไม่ไหวเธอกระดกก้นขึ้นเพื่อให้ผมสอดเอ็นเข้าไปในร่องสาวเธอ ผมค่อยกดมันเข้าไปจนมิดด้าม โดยมีเสียงก้อยซูดปากตามเป็นจังหวะ เมื่อเอ็นผมเข้าไปได้สุดลำแล้ว ผมก็เริ่มค่อยดันเอวขึ้นลงช้าๆ ยาวๆ ก้อยเองก็พยายามขับเอวรับแท่งเอ็นผมเต็มที เราสองคนขยับเอวใส่กันช้าเน้นๆ ก้อยพยายามขมิบร่องสาวรัดเอ็นผมแน่นเวลาผมดันท่อนเอ็นเข้าไป ทำให้หัวบานผมมันครูกับผนังด้านในของก้อยทำเอาผมทั้งแสบทั้งเสียวจนบอกไม่ถูก

เราสองคนทำกันเนิบๆ อยู่นานจนอยู่ก้อยเหนื่อย ผมจึงจับเอวเธอให้หยุดขยับแล้วอัดเอ็นเสยเองคนเดียว ก้อยโน้มตัวไปด้านหน้าสะบัดหัวครางเสียว ผมเองก็แอ่นตัวไปด้านหลังเต็มทีเพื่อที่จะเสยเอ็นได้สุดลำ ผมกระแทกเอ็นใส่ก้อยท่านี้จนน้ำในอ่างกระเพื่อม

“โอ้ยยย พี่บีค่ะ ก้อยไม่ไหวแล้ วขอก้อยกลับตัวก่อนค่ะ โอ้ววววว” ก้อย

ผมหยุดให้ก้อยหันตัวกลับมาหาผม เธอนอนลงมากอดผมเหมือนคนหมดแรง ผมจูบปากเธอแล้วเริ่มเสยเอ็นต่อ ตัวก้อยสั่นไปตามแรงกระแทกของผม ผมเสยก้อยท่านี้จนร่องสาวเธอเกร็จตัวบีบรัดเอ็นผมแน่น ก้อยดูดปากผมอย่างแรงตอนที่เธอเสร็จ ผมยังแช่ท่อนเอ็นไว้ในตัวก้อย ผมลูบหัวลูบก้อยแก้มก้อยเบาๆ

พอก้อยเริ่มผ่อนคลายผมก็เริ่มขยับเอวส่งท่อนเอ็นรุกล้ำเข้าไปในร่องสวาทของก้อยอีก ก้อยผวาเข้ามากอดผมแน่น ผมค่อยๆ ดันให้ตัวเธอไปพิงกับขอบอ่างอีกด้าน ผมเอามือรอด้านหลังหัวเธอไว้เพื่อไม่ให้กระแทกกับขอบอ่างตอนที่ผมกระแทกเอวใส่เธอ หลังจากผมจัดท่าทางก้อยและตัวเอวให้อยู่ในท่าพร้อมที่จะทะลวงเธอแล้ว ผมก็เริ่มกระแทกเอวหนักๆ จนตัวก้อยแอ่นตามแรงกระแทกของผม ก้อยกัดฟันแน่นสะบัดหน้าไปมา ผมก้มไปดูดหน้าอกคู่สวยของเธอเอวก็กระแทกหนักขึ้นอีก ก้อยเอาแขนมากอดหัวผมแน่น

ผมเร่งจังหวะขึ้นอีกจนทำให้ก้อยต้องแหง่นหน้าร้องครางกับความเสียวที่ได้รับ ผมค่อยดูดเลียหน้าอกก้อยแล้วลากลิ้นสูงขึ้นมาที่ลำคอจนถึงริมฝีปากบางๆ ของเธอ ก้อยรีบปะกบปากจูบผม ผมใช้หน้าขาดันขาก้อยให้แยกออกมากกว่าเดิม จากนั้นก็เริ่มแทงเอ็นเข้าไปทางซ้ายทีขวาที บ้างครั้งก็วนเอ็นให้มันครูดไปทั่วภายในร่องสาวก้อย

ก้อยจูบปากผมแน่นมือก็ตีผมไม่หยุดที่แกล้งให้เธอเสียวจนแทบขาดใจ ผมแกล้งก้อยจนรู้สึกว่าตัวเธอร้อนรุ่ม ทั้งๆ ที่เราแช่อยู่ในน้ำ เม็ดเหงื่อผุดขึ้นทั่วใบหน้าเธอมันดูเซ็กซี่มาก ผมหยุดแกล้งเธอแล้วเริ่มกระทุงเอ็นเพื่อที่จะพาเธอขึ้นสวรรค์ ก้อยทำตาเยิ้มเหมือนคนกำลังเคลิ้มฝัน แต่ผมเจอแรงกระทุ้งอย่างเต็มที่ของผม ก้อยก็ผละปากจากผมแหง่นหน้าครางสุดเสียง มือก้อยจับเอวผมแน่นเหมือนกลัวผมจะผ่อนจังหวะลง ร่างกายเธอตอบสนองไปทุกส่วน ร่องสาวขมิบตามจังหวะกระแทกเอ็นของผม ทำเอาผมเสียวมากจนอยากแตกใส่เธอแล้วเหมือนกัน ผมเร่งกระแทกเอ็นใส่ก้อยไม่หยุดจนน้ำกระเพิ่มออกนอกอ่าง ก้อยเองก็พยายามถ่างขาออกสุดฤทธิ์เพื่อลดความคับแน่นที่เธอกำลังได้รับ

ผมเร่งซอยเอวอยู่ประมาณ 10 นาทีก้อยก็กอดผมแน่นแล้วส่งเสียงเซ็กซี่ข้างหูผม

“เสร็จแล้วค่ะที่รัก อู้ยยยยยยยยยยย” ก้อย

พอได้ยินที่ก้อยบอกผมก็เร่งกระเด้าสุดตัวทำเอาก้อยเสียวจนต้องเอาเล็บจิกหลังผมจนผมแสบไปหมด ผมเร่งกระเด้าอีกไม่นานก็รู้สึกว่าน้ำกามมันอัดแน่นที่ปลายหัวบานแล้ว ผมหยุดจังหวะนิดนึกแล้วดันเอ็นตามจะหวะที่มันพ่นน้ำกามออกมา ก้อยอ้าปากค้างมือจิกหลังผมแน่น ผมปล่อยน้ำกามออกมาหลายครั้งเหมือนแทบจะหมดตัวก่อนจะหมดแรงกมลงจูบไปตามแก้มและซอกคอก้อย เราคลอเคลียกันต่ออยู่ในอ่าง

“แบบนี้ยังจะกลัวว่าก้อยจะเบื่ออีกหรือเปล่าค่ะ” ก้อย
“แล้วก้อยเบื่อหรือยังหละที่พี่ชอบแกล้งก้อยแบบนี้”
“บ้านะพี่บีมาถามผู้หญิงเรื่องนี้ได้ยังไง” ก้อยทำหน้าเขิน
“ถ้าก้อยไม่เบื่อพี่ทำให้อีกรอบนะ”
“ไม่เอาแล้ว แค่นี้ก้อยก็แย่แล้วค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก้อยก็ไปทำงานไม่ไหวกันพอดี” ก้อย
“จ๊ะ แล้วที่รักจะค้างต่ออีกกี่คืนจ๊ะ”
“แหมทำปากหวานไม่เอาแล้วค่ะ ขืนก้อยค้างต่อสงสัยก้อยได้เดินขาถ่างแน่น เอาไว้ก้อยมาอีกศุกร์หน้านะค่ะ” ก้อย
“โหรอตั้งหลายวันแหนะไม่สงสารคนที่คิดถึงบ้างหรอ”
“ไม่สงสารหรอกค่ะ ดูแลน้องๆ ไปหละ ให้ก้อยพักบ้าง” ก้อย

อาบน้ำเสร็จผมกับก้อยก็เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเข้าไปในห้องนอน แนน เจน หงส์ หลับกันหมด แล้ว เราสองคนเลยนอนลงบนเตียงด้านที่ว่างอยู่ เราสองคนนอนกอดกันจนหลับไปทั้งคู่

วันรุ่งขึ้นผมตื่นมาเห็นแนนกับเจนยังหลับอยู่ ส่วนก้อยกับหงส์หายไปแล้ว คงกำลังทำอาหารเช้ากันอยู่ ผมลุกขึ้นออกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า

“นี่สองคนนั้นวันนี้เค้าไม่ต้องไปไหนกันหรอถึงได้ยังไม่ยอมตื่น”
“ไม่ได้ไปไหนค่ะ เห็นบอกว่าไม่มีเรียนแล้วก็เหนื่อย ก้อยเลยให้นอนกันต่อ” ก้อย
“อืม แล้วนี่ทำกับข้าวเผื่อไว้ให้แล้วใช่ไหม”
“ค่ะ เดี๋ยวตื่นมาคงมาอุ่นทานกันเองแหละพี่บีมาทานข้าวก่อนเถอะ” ก้อย

ผมนั่งทานข้าวเช้ากับก้อยและหงส์ ก่อนไปทำงานผมก็เข้าไปในห้องนอนอีกรอบ ผมนั่งที่บนเตียงแล้วจับแก้มแนนเขย่า

“นี่นี่ วันนี้ไม่มีเรียนหรอ”
แนนหรี่ตาดูแล้วก็ปิดตานอนต่อ
“นี่ ว่าไงไม่มีเรียนหรอไง”
“ไม่มีค่ะ” แนนพลิกตัวหนีผมไปกอดเจนที่นอนอยู่อีกข้าง
“พี่จะไปแล้วไหนมาให้หอมแก้มก่อนซิ”
แนนแอ่นแก้มให้ผมทั้งๆ ที่ยังปิดตาอยู่ ผมก้มลงไปหอมแก้มเธอ แล้วข้ามไปหอมแก้มเจนต่อ เจนหัวเราะคิกคิก สงสัยจะละเมอ 
“พี่ไปทำงานแล้วนะ”
แนนชูมือขึ้นโบก
“บายค่ะ บายค่ะ” แล้วก็เอาหัวมุดเข้าไปใต้ผ้าห่ม

ผมออกมาจากห้องนอน

“ไปทำงานกันเถอะ หงส์หละไปไหวไหม จะลานอนกับสองคนในห้องก็ได้นะ วันศุกร์ทำงานจนเหนื่อยนี่”
“ไม่เป็นไรค่ะ หงส์หายเหนื่อยแล้ว” หงส์
“ดีนะค่ะที่ก้อยไม่มาทำงานกับพี่บี ใช้งานโหดทั้งที่ทำงานทั้งที่บ้านเลย” ก้อย
“แหม แต่เห็นเวลาโหดที่บ้านก็ยอมให้ทำทุกทีนี่ไม่เห็นปฏิเสธเลย”
“คนบ้าพูดอะไรเนี่ย หงส์เราไปกันดีกว่าแถวนี้ยิ่งมีพวกหื่นกามอยู่ด้วย” ก้อยจับมือหงส์แล้วพาเดินไปที่หน้าประตู
“ว่าพี่หรอดีงั้นวันนี้ไม่ต้องไปทำงานกันแล้ว จะปล้ำทั้งวันเลยจะได้สมกับที่ว่าพี่ว่าหื่น”
“ว้าย อย่านะ ไปเร็วหงส์เดี๋ยวโดนปล้ำ” ก้อย

ก้อยแกล้งหนีผมออกไปนอกห้อง ผมก็แกล้งจะปล้ำพวกเธอนอกห้องจนกระทั้งมีเสียงห้องอื่นเปิดประตูผมถึงได้หยุดและรีบพาพวกเธอไปที่ลิฟท์

ผมไปส่งก้อยก่อนตามปรกติ จากนั้นก็กลับมาที่บริษัทฯ ผมเดินผ่านฝ่ายจัดซื้อ ช่างมาติดตั้งพาทิชั่นใหม่เรียบร้อยแล้ว ผมเลยให้หงส์ไปที่โต๊ะเลขาก่อน ส่วนผมแวะดูห้องเก่าที่ผมเคยนั่ง ผมเห็นแคทกำลังจัดของอยู่เลยเคาะประตูเรียก

“อ้าวพี่สวัสดีค่ะ” แคท
“ว่าไง วันนี้เลี้ยงทำแหน่งใหม่ที่ไหนดีหละ”
“ขอที่เดิมที่พี่พาหนูกับจอยไปคืนนั้นดีไหมค่ะ ครั้งนี้พาหมวยไปด้วยจะได้ครบ” แคท
“แกนี่ ฉันหมายถึงอาหารไม่ใช่เรื่องอย่างว่า”
“แหมก็หนูคิดถึงเรื่องอย่างว่าไม่ใช่อาหารนี่” แคทหัวเราะ
“ต่อไปนี่เป็นหัวหน้าคนอื่นแล้วนะ เลิกเล่นเป็นเด็กได้แล้วทำตัวให้คนอื่นเกรงใจบ้าง”
“ค่า ว่าแต่พี่บีจะเลี้ยงพวกหนูที่ไหนดีหละค่ะ” แคท
“อ้าว ฉันจะให้แกเลี้ยงไม่ใช้แกมาโยนให้ฉันเลี้ยง”
“ก็แหมหนูก็เงินเดือนน้อย ไหนจะลูกไหนจะผัว” แคท
“เงินเดือนน้อยหรอ งั้นเดี๋ยวฉันให้แก 6 หกเดือนล่วงหน้าดีไหม”
“โหพี่บี ไล่กันง่ายๆ แบบนี้หรอค่ะ ถ้า 12 เดือนหนูถึงยอมค่ะ แล้วก่อนไปหนูขอสั่งลากับพี่สองต่อสองด้วยนะค่ะ” แคท
“แบบนี้แกได้ทำงานที่นี่จนแก่แน่ ข้อเรียกร้องเยอะเหลือเกิน”
“แล้วพี่บีจะเลี้ยงพวกหนูที่ไหนค่ะเที่ยงนี้” แคท
“วกมาเรื่องเดิมอีกแล้ว ฉันไม่น่าแวะคุยกับแกเลย เอ้าจะเลี้ยงที่ไหนก็เลือกกันมา เผื่อนกกับบอลด้วยหละ”
“แล้วหงส์หละค่ะไม่เผื่อด้วยหรอ” แคท
“เลขาฉัน ฉันไปไหนก็ต้องตามไปด้วยอยู่แล้ว”
แคทหัวเราะ
“ค่าแหมตัวติดกันเลยนะค่ะ ไม่รู้ติดกันบ่อยแค่ไหน”
“ไอ้แคท”
“ค่า พอแล้วค่า เดี๋ยวหนูโทรไปแจ้งเลขาพี่นะค่ะว่าจะให้พี่บีไปเลี้ยงที่ไหน” แคท
“เออ ฉันไปแล้ว เอออีกเรื่อง อย่าลืมทำแผนงานประจำปีหละ ฉันไม่ได้เป็นผู้จัดการฝ่ายนี้แล้ว มันก็ต้องเป็นหน้าที่แกที่จะต้องทำ”
“โหพี่บีแล้วหนูจะทำไงหละ” แคท
“ก็ลองทำดูซิติดอะไรก็ลองถามคนอื่นดู แหมเมื่อก่อนแกก็เคยช่วยฉันทำ ตอนนี้ทำเองคนเดียวทำไม่ได้หรอไง”
“จ้า งั้นพี่บีรีบไปเถอะก่อนที่หนูจะมีงานเข้ามากกว่านี้” แคท
“เออ ฉันไปแล้ว แล้วเที่ยงเจอกัน”
“ค่ะที่รัก” แคท
“ไอ้นี่”

ผมไปที่ห้องทำงานใหม่หงส์บอกว่าคุณรุชเอาแผนงานมาให้ตรวจอยู่บนโต๊ะทำงาน ผมเข้าไปนั่งก็เห็นแผนงานวางอยู่ ผมนั่งดูอยู่เกือบชั่วโมง จริงๆ แล้วรุชก็เป็นคนทำงานเก่งมาก แค่ยังไม่มีประสพการการทำงานเป็นทีมเท่านั้นเอง แต่ตอนนี้เค้าคงเข้าใจแล้ว แบบนี้ผมคงไม่ต้องสอนอะไรเค้าแล้วมั้ง พอผมอ่านแผนงานเสร็จก็เหลือบเห็นซองสีขาววางอยู่ ผมหยิบมาแกะอ่านมันเป็นใบลาออกของรุช ผมก็ไม่ได้แปลกใจมากนัก ตอนนี้เค้าคงกลับไปทำงานให้คุณอำนาจได้แล้ว ก็คงไม่จำเป็นที่จะอยู่ทำงานที่นี่ต่อ ผมเลยกดโทรศัพท์หาคุณอำนาจ

“สวัสดีครับพี่อำนาจผมบีนะครับ”
“เออแกมีเรื่องอะไรวะ” พี่อำนาจ
“คือผมจะแจ้งพี่เรื่องคุณรุช ผมคิดว่าตอนนี้คุณรุชคงพร้อมที่จะบริหารบริษัทให้พี่แล้วหละครับ”
“เร็วขนาดนั้นเชียว” พี่อำนาจ
“ก็จากที่ผมดูคุณรุชก็เป็นคนเก่งมากคนนึง เค้าแค่ขาดอะไรไปบ้างอย่างเท่านั่น ซึ่งตอนนี้ผมคิดว่าคุณรุชคงรู้แล้วว่าตัวเขาขาดอะไรไป”
“เออ มันก็มาบอกกูเหมือนกัน” พี่อำนาจ
“งั้นหรอครับ งั้นผมก็หมดหน้าที่แล้วซินะครับ”
“เฮ้ย ยังซิกูยังต้องฝากดูแลมันต่อ” พี่อำนาจ
“อ้าวพี่ ก็คุณรุชลาออกไปแล้ว จะให้ผมดูแลเค้าได้ยังไงหละครับ”
“เออ มันบอกว่ามันขอลาออกจากต่ำแหน่งที่ได้มาเพราะกูฝาก แต่มันจะกลับไปสมัครที่บริษัทมึงใหม่และกลับเข้าไปทำงานกับมึงด้วยความสามารถตัวเอง” พี่อำนาจ
“อ้าวพี่ แล้วถ้าผมไม่ได้อยากจะรับคนเพิ่มที่ฝ่ายนี้ คุณรุชจะกลับมาทำงานได้หรอ”
“มึงก็ประกาศรับคนซิวะ ช่วยมันบ้างแต่ไม่ต้องบอกให้มันรู้หละเดี๋ยวมันลาออกมาสมัครใหม่อีก” พี่อำนาจ
“ครับพี่งั้นเดี๋ยวผมจะบอกฝ่ายบุคคลว่าผมต้องการพนักงานเพิ่ม”
“เออ แต่แกไม่ต้องเกรงใจกูนะ ถ้ามันไม่ได้เรื่องจริงๆ ก็ไม่ต้องรับไว้” พี่อำนาจ
“ครับพี่ผมจะช่วยดูแลคุณรุชให้”
“เออแล้วเรื่องหนูหงส์หละ เห็นมันบอกว่าไม่ได้หนูหงส์มันคงทำงานส่งแกไม่ทัน” พี่อำนาจ
“หรอครับอืม ผมเองก็ไม่ทราบรายละเอียดนะครับ”
“เออๆ ถ้ามันชอบหนูหงส์ได้ก็คงดีกูจะได้นอนตายตาหลับ” พี่อำนาจ
“เรื่องนั้นคงต้องดูกันไปนะครับ แต่คิดว่าคุณรุชมีแฟนเป็นนางแบบแล้วนี่ครับ”
“มีเมียเป็นนางแบบแล้วทำอะไรได้วะ เดี๋ยวพออายุเกิน 25 ก็ขายไม่ออกแล้วพวกเนี่ย หลังจากนั้นเป็นไง ก็ได้แต่นั่งกินนอนกินทำอะไรก็ไม่เป็น” พี่อำนาจ
“แหมพี่ก็อคติเกินไปนะครับ นางแบบบางคนเค้าก็มีการศึกษานะครับ”
“เออกูรู้แต่กับยัยซินดี้อะไรเนี่ยกูให้คนไปสืบมาแล้วคุณเธอเข้าวงการมาก็เลิกเรียนหนังสือ ทำตัวไฮโซใช้แต่ของแพงๆ กินแต่อาหารหรู ก่อนจะมาเจอหลายกูก็เกาะพวกหนุ่มไฮโซมาหลายคน ของตกสเปกแบบนี้ก็ไม่เอาทำหลานสะใภ้หรอก” พี่อำนาจ
“พี่ก็เทียบซะน้องเค้าเสียเลยนะครับ”
“เออ กูฝากมึงดูหน่อยทั้งเรื่องงานทั้งเรื่องผู้หญิงของมัน” พี่อำนาจ
“ผมจะพยายามนะครับ แต่เรื่องผู้หญิงผมเองก็ไม่แน่ใจว่าจะช่วยได้มาแค่ไหน”
“เออ มึงรับปากแล้วกูก็สบายใจ แค่นี้ก่อนนะกูจะไปประชุมแล้ว” พี่อำนาจ
“ครับพี่สวัสดีครับ”

นี่คุณรุชลาออกเพื่อไปสมัครเข้ามาทำงานใหม่โดยไม่พึงเส้นลุงตัวเองหรอ แต่ถึงยังไงคนในนี้ก็รู้แล้วว่าเค้าเป็นใครคงเข้ามาได้อย่างไม่ยากนัก แต่เอาเถอะเพื่อให้คุณรุชรู้สึกว่าทำได้ด้วยตัวเองผมก็จะไม่บอกเรื่องนี้กับคุณรุช ผมบอกให้หงส์แจ้งเรื่องไปที่ฝ่ายบุคคลว่าต้องการรับพนักงานใหม่ในต่ำแหน่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายใน หงส์ทำท่าแปลกๆ เหมือนสงสัยว่าผมจะรับพนักงานใหม่ทำไม แต่ผมก็ไม่ได้บอกเธอว่าคุณรุชลาออกไปแล้ว

ตอนเที่ยงผมก็ไปเลี้ยงต่ำแหน่งใหม่ให้กับแคท จอย และหมวย ช่วงบ่ายฝ่ายบุคคลก็ส่งเอกสารสมัครงานของคุณรุชเข้ามาให้ ผมเลยให้ฝ่ายบุคคลโทรนัดคุณรุชให้มาสัมภาษณ์กับผมพรุ่งนี้เช้า 

เย็นวันนี้หงส์ทำท่าทางแปลกๆ เหมือนอยากจะถามอะไรผมระหว่างทางกลับห้อง แต่เธอก็ไม่กล้าที่จะพูดออกมา วันรุ่งขึ้นผมมาทำงานกับหงส์สองคน หงส์ทำถ้าจะถามอะไรผมอีกแต่เธอก็ไม่เอ่ยปากจนถึงออฟฟิต

9 โมงฝ่ายบุคคลโทรมาบอกว่าพนักงานที่เรียกให้มาสัมภาษณ์มาถึงแล้ว ผมเลยบอกให้รอที่ห้องสัมภาษณ์เดี๋ยวผมจะลงไปหา ผมออกมาจากห้องหงส์มองผมแล้วเอ่ยปากถาม

“พี่บีค่ะ” หงส์
“มีอะไรหรอ”
“คือ พี่บีรับพนักงานใหม่ แล้วคนเก่าเค้าไปไหนค่ะ” หงส์
“ก็เค้าลาออกไปแล้ว พี่ก็เลยรับคนใหม่”
“งั้นหรอค่ะ ค่ะ” หงส์ทำหน้าตาแปลกๆ
“ไม่มีอะไรงั้นพี่ไปก่อนนะ”
“ค่ะพี่บี” หงส์

ผมเข้าไปในห้องสัมภาษณ์ รุชรีบลุกขึ้นและยกมือไหว้ผม
“สวัสดีครับ” รุช
ผมรู้สึกแปลกใจมากทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้รุชไม่ทำตัวนอบน้อมแบบนี้ซักหน่อย
“สวัสดีครับเชิญนั่ง” 
“ขอบคุณครับ” รุช
“ผมอ่านประวัติกับวุฒิการศึกษาของคุณแล้วนะ อืม ผมว่าต่ำแหน่งที่ผมรับเนี่ยดูจะไม่เหมาะสมกับคุณซักเท่าไหร่นะ”
“ทำไมหละครับ แผนงานที่ผมส่งให้ก่อนจะลาออกมันใช้ไม่ได้หรอครับ” รุช
“มันไม่ใช่แบบนั้นครับ คือผมคิดว่าต่ำแหน่งนี้มันเล็กเกินไปสำหรับคนมีความสามารถอย่างคุณนะ”
“ถ้าเรื่องนั้นไม่เป็นไรครับ ผมอยากเริ่มงานจากต่ำแหน่งที่เล็กที่สุดก่อนเพื่อที่ผมจะได้เรียนรู้รายละเอียดงานได้ทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ” รุช
“นั่นก็หมายความว่าคุณต้องเริ่มจากต่ำแหน่งพนังงานธรรมดาด้วยนะครับ”
“ครับผมยินดีครับ”
“งั้นก็ดีครับ เรื่องคุณสมบัติของคุณผมเองก็ได้เห็นผลงานมาแล้ว เอาหละแล้วผมจะให้ฝ่ายบุคคลโทรไปแจ้งผลนะครับ”
“เออคือ” รุชทำหน้าสงสัย
“ยังไงเปิดโทรศัพท์ไว้นะครับ เวลาฝ่ายบุคคลโทรไปแจ้งผลคุณจะได้ไม่พลาด”
“เออ ครับ”

ผมออกมาจากห้องสัมภาษณ์ปล่อยให้รุชนั่งงงต่อไป จริงๆ ผมจะบอกว่ายินดีรับรุชเข้ามาร่วมงานเลยก็ได้ แต่แบบนั้นมันจะไปรู้สึกภูมิใจอะไร แบบนี้ซิให้ครุนคิดว่าตกลงว่าได้หรือไม่ได้ แล้วค่อยบอกว่าได้มันจะได้รู้สึกภูมิใจกันหน่อย

ผมกลับขึ้นมาทำงานต่อแล้วก็โทรไปฝ่ายบุคคลว่าผมรับรุชเข้าทำงาน และขอให้ฝ่ายบุคคลโทรไปแจ้งกับรุชในเวลา 5 โมงเย็นของวันนี้ห้ามโทรไปแจ้งก่อนเด็ดขาด ส่วนเรื่องวันร่วมงานก็ให้บอกว่าเริ่มได้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้หรือแล้วแต่ความสะดวกของคุณรุช

เย็นนี้หงส์ก็ทำหน้าแปลกๆ อีกแล้ว ผมเลยถามเธอว่าเป็นอะไร

“มีอะไรหรือเปล่าทำไมวันนี้เงียบๆ อีกแล้ว”
“เปล่าค่ะ” หงส์
“งั้นหรอ งั้นก็ดีแล้วพรุ่งนี้จะมีพนักงานใหม่มา หงส์ช่วยไปเตรียมโต๊ะให้เค้านั่งหน่อยนะ อืมเอาโต๊ะเก่าของรุชก็ได้”
“เออคือ แล้ว” หงส์
“มีอะไรหละ”
“เปล่าค่ะ” หงส์

หงส์แปลกๆ ไปจริงๆ หรือว่าจะเป็นห่วงรุชที่ลาออกไป แต่ผมไม่ยอมหรอก ยังไงผมก็คิดว่ารุชไม่ใช่คนที่จะทำให้หงส์มีความสุขได้

วันรุ่งขึ้นผมไปถึงที่ทำงานนกก็บอกว่ามีพนักงานใหม่มานั่งรอพบผมอยู่ในห้องทำงาน ผมก็ไม่พูดอะไรแล้วเปิดประตูเข้าไปในห้อง

“สวัสดีครับคุณบี” รุช
“สวัสดีครับ แต่ไปไม่ต้องยกมือไหว้ก็ได้นะ เจอกันทุกวันไหว้กันทุกวันเมื้อยตายเลย”
“ครับ”
“ว่าแต่คุณรุชพร้อมจะเริ่มงานวันนี้เลยหรือครับ”
“ครับ” รุช
“ครับก็ดีครับ ผมฝากดูน้องอีกสองคนด้วยนะครับ”
ถึงคุณรุชจะมาเริ่มงานเป็นพนักงานเท่ากับนกและบอลแต่ด้วยความสามารถที่มีน่าจะเป็นหัวหน้าได้ ผมจึงตั้งให้คุณรุชเป็นหัวหน้าคอยดูแลงานนกกับบอล ตอนนี้มันก็อาจจะเป็นแค่ต่ำแหน่งลอยๆ แต่ด้วยความสามารถของคุณรุช อีกหน่อยผมก็คงต้องตั้งให้เค้าเป็นหัวหน้าอย่างเป็นทางการแน่ๆ
“ครับผมจะพยายามทำงานเต็มที่ครับ” รุช
“งั้นผมจะให้หงส์พาไปที่โต๊ะนะครับ”

ผมลุกขึ้นแล้วเปิดประตูออกมานอกห้อง

“หงส์พาพนักงานใหม่ไปที่โต๊ะทำงานหน่อยซิ”
“ค่ะ” หงส์ก้มหน้าไม่มองว่าพนักงานใหม่เป็นใคร
“ผมชื่อรุชเป็นพนังงานใหม่ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ” รุช
หงส์เงยหน้ามองพร้อมกับรอยยิ้ม ดวงตาเธอเหมือนมีน้ำใสๆ เออออกมา
“ค่ะยินดีตอนรับค่ะ” หงส์

หงส์พารุชไปที่โต๊ะระหว่างนั้นรุชก็แนะนำตัวกับนกและบอลอีกครั้ง ผมรู้สึกว่ารุชเปลี่ยนไปมากคุณอำนาจคงไม่ลำบากใจเรื่องการทำงานกับหลานชายคนนี้แล้ว แต่ที่ผมไม่สบอารมณ์ก็คือสายตายที่สองคนนี้มองกัน ยิ่งสายตาที่หงส์มองรุชด้วยแล้ว นี่ผมกำลังหึงหรือเปล่านะ ไม่ใช่หรอกผมกำลังรู้สึกว่านายรุชนี่อาจจะทำให้หงส์เสียใจอีกรอบมากกว่า

ช่วงบ่ายผมเอาแผนงานของฝ่ายให้กับคุณไพศาลดู พี่คมก็ขึ้นมาดูด้วย

“ใช้ได้นี่ว่าแต่คุณทำยังไงหลายพี่อำนาจถึงได้เปลี่ยนเป็นคนละคนแบบนี้” คุณไพศาล
“ก็ไม่มีอะไรมากครับก็แค่สอนให้รู้ว่างานมันต้องทำเป็นทีมก็เท่านั้น”
“ไม่แค่นั้นหรอกมั้ง เห็นพี่อำนาจบอกว่ามันเป็นเพราะพลังแห่งความรักมากกว่า” พี่คม
“พลังแห่งความรักอะไรวะคม” คุณไพศาล
“ก็รุชมันคงมาปิ้งเลขาเจ้าบีเข้าหละซิ ถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้” พี่คม
“จริงหรอบี” คุณไพศาล
“ไม่หรอกครับ คุณรุชมีแฟนเป็นนางแบบชื่อดัง มีหรือจะมาชอบพนักงานบริษัทธรรมดาๆ อย่างหงส์”
“อ้อ หงส์เองหรอ ก็สวยดีนี่ถึงว่ารุชถึงได้ชอบ” คุณไพศาล
“ไม่หรอกครับพี่ ยังไงสองคนนี้คงไม่ได้ชอบกัน”
“อะไรของแกวะ หวงก้างหรอ” พี่คม
“เปล่าครับ หงส์น่าสงสาร ผมไม่อยากให้เธอเสียใจเรื่องผู้ชายอีก”
“เอาเถอะบี ผมว่านะเรื่องนี้มันแล้วแต่สองคนนี้เค้าเราห้ามไม่ได้หรอก ตอนนี้คุณก็สบายเลยซิ มีคนมาช่วยดูงานแทนทั้งสองฝ่าย แบบนี้ผมต้องหางานอื่นให้คุณทำอีกแล้วซิเนี่ย” คุณไพศาล
“คุณไพศาลมีอะไรให้ผมช่วยก็บอกมาได้ครับ”
“พี่ พี่รู้หรือยังว่าไอ้วิบูลย์มันไปเป็นที่ปรึกษาบริษัทคู่แข่งเราแล้ว” พี่คม
“งั้นหรอ แล้วสรุปคดีว่าไง” คุณไพศาล
“ตามรูปการ์ณผมว่ามันคงรอดแน่ๆ เพราะพยานกลับคำให้การแล้ว” พี่คม
“งั้นเราก็ต้องเตรียมรับมือ ครั้งนี้มันคงเอาเราคืนหนักแน่ๆ” คุณไพศาล
“ใช่พี่ตอนนี้กรรมการที่หนุนหลังมันก็ขายหุ่นไปซื้อหุ้นบริษัทฝังตรงข้ามกันหมดแล้ว” พี่คม
“อืมผมกำลังคิดเรื่องหุ้นนี่อยู่พอดี ไม่อยากให้มันกระจายไปเข้ามือคนอื่น ตอนนี้เราเพิ่งพื้นตัวได้ถ้ามีพวกกรรมการหน้าใหม่เข้ามาป่วนอีกเราคงแย่แน่ๆ” คุณไพศาล
“งั้นเอางี่ซิพี่ ผมจะลองคุยกับพี่อำนาจดูว่าแกจะช่วยซื้อหุ้นไว้ได้ไหมซักครึ่งนึงอีกครึ่งก็ให้บีมันคุยกับญี่ปุ่นดู แค่นี้ก็ไม่ต้องมีกรรมการใหม่แล้ว” พี่คม
“แบบนั้นก็ดีผมฝากพวกคุณด้วยแล้วกัน” คุณไพศาล
“ได้ครับผมจะขอให้ซาโตชิช่วยซื้อหุ้นที่เหลือครับ”

ผมนั่งคุยกับคุณไพศาลและพี่คมจนเย็นถึงได้กลับลงมาที่ห้องทำงาน ผมถือโอกาสทดลองเครื่องคอนเฟอร์เรนท์ที่ให้มาติดตั้งพร้อมกับจอ LCD ผมนั่งที่โซฟาแล้วกดรีโมทติดต่อกับซาโตชิตามแอทเดรทที่ซาโตชิส่งเมลมาให้ พอเครื่องติดต่อได้ภาพที่ผมเห็นคือยุ้ยกำลังนอนมองมาที่กล้อง

“พี่บี พี่บีจริงๆ ด้วย” ยุ้ย
“อ้าวยุ้ย นี่ไม่ใช่แอทเดรทซาโตชิหรอ” 
“ใช่ค่ะพี่แต่เป็นแอทเดรทส่วนตัวค่ะ ไม่ใช่แอทเดรทที่ออฟฟิต” ยุ้ย
“หรอ แล้วพี่จะคุณกับซาโตชิได้ช่วงไหนบ้าง คือพี่มีธุระจะคุยกับเค้าหน่อย”
“อ้อ เดี๋ยวก็มาค่ะ พี่บีรออีกแป๊บซาโตชิก็คงกลับมาถึงห้องแล้ว” ยุ้ย
“ยุ้ยสบายดีไหม”
“สบายดีค่ะ พอดีเลยนี่ใกล้วันแต่งงานของยุ้ยกับซาโตชิแล้วนะค่ะ นี่ซาโตชิเองก็กำลังจะส่งตั่วเครื่องบินไ


*

kit2516

Re: ก้อย season 2 ep 7 By ukisa
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2016, 01:42:48 pm »
พี่บีเราเริ่มหวงล่ะ

*

ออฟไลน์ Bearing Garage

  • Full Member
  • **
  • 82
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ก้อย season 2 ep 7 By ukisa
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2017, 04:06:29 pm »
ชอบมากๆครับ โดยเฉพาะรายละเอียดการทำงาน ความคิด น่าสนใจมาก

*

ออฟไลน์ Boom Boom

  • Full Member
  • **
  • 135
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ก้อย season 2 ep 7 By ukisa
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มีนาคม 26, 2018, 10:36:49 am »
พี่บีมีหวง

*

ออฟไลน์ gai

  • Junior Member
  • ***
  • 492
  • 19
    • ดูรายละเอียด
Re: ก้อย season 2 ep 7 By ukisa
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มิถุนายน 30, 2018, 09:55:51 pm »
 ::Angry::    ต่อๆๆๆ ส่วนที่ขาดไป


นี่ซาโตชิเองก็กำลังจะส่งตั่วเครื่องบินไปให้พี่อยู่พอดี” ยุ้ย “หรอยินดีด้วยนะ” “อ้อซาโตชิมาแล้วค่ะ” ยุ้ย ผมเห็นยุ้ยยืนขึ้นแล้วเข้าไปกอดซาโตชิที่กำลังเดินเข้ามา ทั้งคู่ยืนกอดกันซักพัก ซาโตชิก็มาคุยกับผม “สะ หวัด ดี ครับ ยู กิ ซัง” ซาโตชิ “สวัสดีครับซาโตชิซัง” “สะ บาย ดี ไหม ครับ” ซาโตชิ “ก็คงไม่สบายเท่าคนที่กำลังจะแต่งงานหรอกนะ” “ครับ ยู กิ ซัง ต้อง มา ให้ ได้ นะ ครับ ผม เตรียม ที่ พัก กับ ปาร์ ตี้ สะ หละ โสด รอ ไว้ แล้ว” ซาโตชิ “ขอบคุณมากครับ” จากนั้นผมก็บอกเรื่องขอให้ซาโตชิช่วยซื้อหุ้น ซาโตชิตกลงเพราะเค้าเองก็อยากจะได้ซื้อหุ้นของบริษัทผมเพิ่มอยู่แล้ว ซาโตชิบอกว่าได้เจอกับโชโกะ และเธอถามถึงผมด้วย “โชโกะจัง มิส ยู โซ มัส นะ” ซาโตชิ “งั้นหรอครับ แล้วผมจะได้เจอโชโกะไหมที่งานแต่งงานคุณ” “แน่ นอน ครับ” ซาโตชิ “แล้ว อิซุมิหละครับซาโตชิได้เจอบ้างไหม” “ไม่ ค่อย ได้ เจอ ครับ อิซุมิ เป็น AV idol แต่ ว่า เธอ จะ มา ปาร์ ตี้ นะ” ซาโตชิ “จริงหรอครับ ผมอยากเจอ อิซุมิกับโชโกะมากเลยครับ” ผมกับซาโตชิคุยกันอยู่เกือบชั่วโมงกว่าจะวางสาย ผมกลับมานั่งที่โต๊ะผมดูนาฬิกาใน notebook เกือบห้าโมงเย็นแล้ว หงสืเคาะประตูแล้วเดินเข้ามาหาผม “พี่บีค่ะ คือวันนี้หงส์จะไปซื้อเสื้อผ้ากับพวกแคทนะค่ะ” หงส์ “เอาซิ เราก็ให้พวกนั้นสอนให้แต่งตัวบ้างก็ดีนะจะได้ทันสมัยกับเค้าบ้าง” “แล้วก็หงส์คงไม่ได้ไปหาพี่ที่คอนโดนะค่ะ” หงส์ “อ้าวหรอ อืมก็ดีแล้วหละเราซื้อเสื้อผ้ากันแถวนี้นี่ กลับไปนอนที่ห้องก็ได้ไม่ต้องเหนื่อยนั่งรถไปหาพี่หรอก” “แล้วถ้าหงส์อยากจะขอไม่ไปทำกับข้าวให้ซักอาทิตย์พี่บีจะว่าหงส์ไหมค่ะ” หงส์ “พี่จะว่าทำไมหละ เดี๋ยววันไหนพี่กลับดึกก็ให้ตัวเล็กสั่งพิสซ่ามากิน เค้าชอบจะตาย” “พี่บีไม่ว่าหงส์จริงๆ นะค่ะ” หงส์ ผมรู้สึกว่าหงส์ไม่ใช่แค่อยากอยู่ห้องแต่ดูเหมือนเธออยากจะอยู่คนเดียวมากกว่า “พี่ไม่ว่าหรอก หงส์ได้อยู่คนเดียวแบบนี้ก็ดีนะ จะได้มีเวลาทบทวนว่าจริงๆ แล้วหัวใจหงส์ต้องการอะไรกันแน่ พี่เองก็เคยบอกแล้วนี่ว่าอยากให้หงส์มีเวลาอยู่กับตัวเองบ้าง เรื่องข้าวของตัวเล็ก ไม่ต้องห่วงหรอก โตแล้วหากินเองไม่ได้ก็ปล่อยให้อดไป” ผมพูดให้ดูขำเรื่องแนน หงส์จะได้ไม่คิดมาก “ขอบคุณนะค่ะ” หงส์ก้มหน้าไม่สบตาผม “ไปเก็บของได้แล้วไป ไปช้าเดี๋ยวไอ้แคทมันบ่นว่าพี่ใช้งานหงส์หนักอีก” “ค่ะงั้นหงส์ไปนะค่ะ” หงส์ออกไปนอกห้อง ผมรู้สึกใจหายเหมือนกันที่อยู่ๆ หงส์ก็มาขอกลับไปอยู่ห้องตัวเอง แต่ถ้าหงส์กำลังทบทวนความรู้สึกของตัวเองผมก็ไม่อยากห้ามเธอ แต่ถ้านี่เธอทำเพราะกำลังรู้สึกอะไรกับรุชหละก็ผมคงต้องข้างเธอไว้แน่ๆ เพราะถึงยังไงผมก็ไม่คิดว่ารุชจะมาชอบตัวตนที่แท้จริงของหงส์เขาก็คงเห็นแค่ความสวยเท่านั้น และผมก็ได้สาบานไว้แล้วว่าจะไม่ยอมให้หงส์ต้องเสียใจอีก ผมมัวแต่คิดเรื่องหงส์จนลืมซื้อข้าวเย็นกลับไปกินที่ห้อง พอไปถึงหน้าประตูห้องผมถึงนึกได้ ผมเข้าไปในห้องเจอแนนกับเจนนอนหลับกันอยู่ที่โซฟา ผมวางของเสร็จก็ไปปลุกเจน ผมจับแขนเจนเขย่า เจนเอามือมาแกะมือผมแล้วหัวเราะคิกๆ สงสัยจะนอนยังไม่เต็มอิ่มกัน ผมเลยเขย่าแขนแนนบ้าง แนนเอามือมาตีผมแล้วหลับต่อ ผมคิดวิธีปลุกแปลกๆ ได้อย่างนึง ผมจับให้เจนนอนหง่ายแล้วผมก็ประกบปากจูเธอ ตอนแรกเจนก็ไม่ตอบสนองแต่ไม่นานเธอก็เริ่มขยับริมฝีปากแล้วลืมตามองผม ผมจึบผละปากออก “ตื่นแล้วหรอครับเจ้าหญิง วันนี้บรรทมกันทั้งวันเลยนะ” “พี่บีกลับมานานหรือยังค่ะ เจนง่วงค่ะ แนนเองก็ชวนให้นอนเจนเลยหลับทั้งวันเลย” เจน “แล้วนี่หิวหรือยัง” “ก็รู้สึกหิวแล้วหละค่ะ” เจน “งั้นพี่ปลุกแนนก่อนนะ” “พี่บีทำแบบปลุกเจนซิ” เจน “แหมอยากให้พี่แกล้งแนนหรอ” เจนหัวเราะคิกคิก ผมจับให้แนนนอนหงายแล้วประกบปากจูบ แนนละเมอดิ้นหนีเอามือตีแขนผมแต่ไม่นานเธอก็เริ่มจูบปากผมตอบ แนนจับมือผมไปที่หน้าอกเธอ ผมแกล้งคลึงมันเล่นแนนแอ่นอกตามมือผม เธอค่อยๆ ลืมตามองผมแล้วส่งเสียงครางในลำคอ แต่พอเธอเห็นเจนกำลังนั่งมองอยู่เธอก็รีบผลักอกผมให้ออกจากตัวเธอ “ว้าย พี่บีทำไรเนี่ย แนนไม่ใช่นะ” แนนพูดแกเขิน “ก็ไม่ยอมตื่นนี่ ก็เลยปล้ำซะเลย” เจนนั่งหัวเราะ “ปลุกดีๆ ก็ได้ ที่หลังอย่าปลุกแบบนี้อีกนะ ไม่งั้นโดนจริงๆ ด้วย” แนนแกล้งลุกขึ้นจากเตียง “อ้าวจะไปไหนหละ” “ก็จะไปกินข้าวไงหิวแล้ว” แนน เจนหัวเราะที่แนนเขิน ผมลุกขึ้นแล้วดึงเจนให้ลุกขึ้นด้วย คืนนี้ผมเลยพาเจนกับแนนไปหาข้าวทานที่ตลาดใกล้คอนโด แล้วถือโอกาสเดินหาขนมมากินเล่นตอนกลางคืนด้วย จอบตอนที่ 7 ครับ ขอเกรินนิดเรื่องบล๊อคนะครับ บล๊อคผมมันอยู่ในเวปทำธุรกิจออนไลน์นะครับ แต่เข้าไปสมัครแค่อ่านบล๊อคได้ไม่เสียเงิน เสียแค่เวลากรอกหน้าสมัครนิดหน่อย ส่วนใครเข้าบ่อยๆ แล้วสนใจจะทำบ้างก็ยินดีครับ ไหนๆ เวปนี้ผมก็เสียเงินทำธุรกิจกับเค้าแล้ว ก็เลยว่าจะใช้บล๊อคที่นี่เป็นที่หลักไม่อยากให้คิดว่าหาคนเข้าเวปเดี๋ยวจะไม่กล้าเข้าไปอ่านกัน ลิงค์บล็อคผมนะครับ หลอกฝันตอนที่ 11 แล้วสำหรับคนที่ได้ไปติดตามอ่านจากบล๊อคก่อนหน้านี้ ส่วนใครยังไม่ได้อ่านตอนก่อนหน้าผมจะค่อยเอามาลงให้อ่านนะครับ อีกเรื่องที่เขียนจะทยอยเอามาลงในบล๊อคนี้ให้หมดครับ ขอโทษนะครับที่หลังๆ ไม่ค่อยได้เขียนยาวๆ อีก ก็เพราะว่าผู้แต่งขี้เกียจครับ ไม่ใช่ขี้เกียจแต่งนะ แต่ว่าขี้เกียจมาลบแล้วแบ่งไปโพสเพราะตัวอักษรเกิน แต่นี่ก็ไม่ได้น้อยกว่าตอนที่เคยๆ เขียนมานะครับ มาตรฐาน 14 หน้า A4 ขั้นต่ำของผมนอกจากช่วงอารมณ์บรรเจิดครับถึงได้เขียนเกิน 20 หน้า A4 ขอบคุณเพื่อนๆ ที่ติดตามผลงานให้ค่อยให้กำลังใจทุกท่านครับ

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ