Koy final season ep 23 By Ukisa

Koy final season ep 23 By Ukisa

  • 1 ตอบ
  • 12364 อ่าน
*

ออฟไลน์ godgod610

  • Full Member
  • **
  • 185
  • 1222
    • ดูรายละเอียด
Koy final season ep 23 By Ukisa
« เมื่อ: มกราคม 20, 2012, 04:37:03 am »
กลิ่นแก้มของก้อยไม่เคยหอมน้องลงเลย ตั้งแต่ครั้งแรกที่ผมเคยได้สัมผัส ยิ่งนานวันมันกลับยิ่งหอมมากขึ้น นี่อาจจะเป็นเพราะเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมา ทำให้เราสองคนแน่ใจแล้วว่า ต่อให้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีกความรักของเราสองคนก็ไม่มีวันที่เสื่อมคลาย 

        “เดี๋ยวค่ะ”
        “ทำไมหละ ไหนว่าอยากให้พี่กอดไง”
        “ขอโทรตามแนนก่อนนะค่ะ”
        “เอาไว้ที่หลังก็ได้นิ” ผมก้มลงหอมแก้มของก้อย
        “เดี๋ยวค่ะ ขอก้อยโทรตามแนนก่อนนะ แล้วพี่บีค่อยกอดก้อยนะ”
        “ไม่เอาเสียเวลา เดี๋ยวแนนมาก็อดกอดกันพอดี”
        “ไม่อดหรอกค่ะ กว่าแนนจะมา พี่บีคงกอดก้อยจนเบื่อแล้วหละ”
        ผมส่ายหน้า
        “นะค่ะ ก้อยอยากให้แนนมาดูบ้านใหม่ด้วยกัน”
        “เฮอ ก็ตามใจนะ”

        พอผมอนุญาตก้อยก็รีบลุกขึ้นหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าแล้วไปยืนคุยที่หน้าประตูกระจกบานใหญ่ที่สามารถเปิดออกไปยังชานที่อยู่ด้านนอก แสงสว่างที่ส่งเข้ามาทะลุเสื้อยืดรัดรูปของก้อยจนผมสังเกตเห็นว่าก้อยใส่บราสีแปลกตาซึ่งผมไม่เคยเห็นมาก่อน

        หลังจาก้อยโทรเสร็จก็เดินกลับมาหาผมที่กำลังนอนเอาหลังพิงหัวเตียงจ้องมองดูเธอ พอเห็นก้อยกลับมาหาผมก็เลยแกล้งทำงานให้ก้อยง้อ ก้อยรับมุขรีบขึ้นมาบนเตียงเพื่อง้อผม

        “ทำหน้าแบบนั้นทำไมหละค่ะ แหมกว่าน้องจะมาถึง พี่บีคงเบื่อที่จะกอดก้อยแล้วหละ”
        ผมทำเป็นไม่สนใจแล้วแกล้งหันหน้าหนี
        “ไม่สนจริงๆ หรอค่ะ ก้อยมีอะไรให้พี่บีดูนะ”
        
        แล้วก้อยก็ถอดเสื้อยืดออก ผมเหล่ดูก็เห็นบราสีดำตัดกับลายดอกไม้สีม่วงดูเซ็กซี่มาก ขนาดของบราดูเหมือนจะเล็กไปหน่อยจนทำให้ผมรู้สึกว่าหน้าอกก้อยมันกลมอวบกว่าที่เคย จากนั้นก้อยก็ถอดกางเกงยีนส์ออกจนเผยให้เห็นกางเกงในเข้าชุดกับบรา พอเหลือแค่ชั้นในก้อยก็ยืนอวดรูปร่างให้ผมดู

        “เป็นไงค่ะชอบไหม”
        ผมทำเป็นไม่อยากสนใจ แค่หันมามองแล้วก็พยักหน้า แล้วแกล้งหันไปทางอื่นต่อ
        “แหม ก้อยอุสาห์ซื้อมาเพื่อใส่ให้พี่บีดูเลยนะ ไม่ชอบเลยหรอค่ะ” 
        ก้อยบิดตัวไปมามองดูด้านหลังของเธอ “ดูซิพี่บี เว้าก้นด้วยนะ ไม่ชอบอีกหรอ”

        ผมแอบเหล่ดูก็เห็นว่ากางเกงในก้อยเป็นทีแบล๊กโชว์แก้มก้น ผมชอบมากเลย ระหว่างที่ก้อยกำลังมองดูก้นตัวเองว่ามันโป๊มากแค่ไหนผมก็ลุกขึ้นไปกอดเอวเธอไว้แล้ว

        “ว้าย อะไรค่ะ” ก้อยหันมามองผม
        “จะอะไรอีกหละ ต้องรีบทำเวลาแล้วนะ เดี๋ยวไอ้ตัวเล็กมาอดสองต่อสองเลยนะ”
        ก้อยยิ้มหน้าแดง

        ผมไม่รอช้ารวบขาก้อยขึ้นอุ้มแล้วพากันล้มตัวไปที่กลางเตียง ผมก้มลงไซด์ซอกคอก้อยทันที ก้อยกอดผมแน่น ผมไซด์ไปทั่วลำคอของก้อยทั้งสองข้างก่อนจะเลื่อนมาประกบปากจูบ เราแลกลิ้นกันอย่างดูดดื่ม พอไฟเสน่หาของผมกับก้อยลุกโชนผมก็ผละปากจากก้อย

        ผมเริ่มจูบเลียจากลิมฝีปากก้อยต่ำลงมาที่เนินอก ผมระดมจูบไปตามสองเต้าของก้อยที่ล้นออกมานอกบราตัวน้อย จนผมสังเกตเห็นปลายแหลมที่ดันบราขึ้นมาทั้งสองข้าง ผมจึงก้มลงดูดมันโดยไม่ได้ถอดบราออก ก้อยเสียวจนต้องแอนอกรับ

        ผมละเลงลิ้นดูดเลียหัวนมก้อยจนบราเปียกชุ่มไปด้วยน้ำลายผม คงได้เวลาที่จะปลดมันออกแล้ว ผมเอื้อมไปตะขอบราที่ด้านหลัง ก้อยยกตัวขึ้นให้ผมปลดมันออกได้ง่ายขึ้น พอตะขอหลุดบราตัวน้อยก็แทบจะเด้งออกตามแรงดันของหน้าอกก้อย

        ผมค่อยถอดบราออกจากตัวก้อย ระหว่างนั้นก็เริ่มลิ้มรสสัมผัสกับเนื้อหน้าอกของก้อยโดยตรงไปด้วย พอบราหลุดจากตัวก้อยก็กดหัวผมพร้อมกับแอ่นหน้าอกดันหน้าผมจนแทบจะไม่มีช่องว่างให้หายใจ ผมระดมดูดจูบไปทั่วหน้าอกก้อยอยู่นานกว่าที่เธอจะยอมปล่อยมือจากหัวผม

        พอผมรู้ว่าก้อยโดนดูดนมจนพอใจแล้วผมก็ลากลิ้นต่ำลงมาที่หน้าท้องเนียนเรียบ ผมฟัดไปทั่วก้อยทั้งจั๊กจี๋ทั้งครางเสียวสลับกันไม่หยุด แต่ซักพักก้อยก็ดันหัวผมให้เลื่อนลงต่ำ แต่ผมก็แกล้งจับตัวก้อยให้นอนคว่ำแทนเพราะผมอยากดูว่ากางเกงในตัวนี้มันโชว์ก้นของก้อยได้เซ็กซี่มากแค่ไหน

        พอเห็นเต็มๆ ตาผมก็อดใจไม่ไหว ผมรีบก้มลงกับแก้มก้นก้อยที่ล้นออกมาจากกางเกงในตัวน้อย ก้อยเสียวร้องอ้า เสียงดัง ผมฟัดกัดไปทั่วก้นของก้อยทั้งที่อยู่ใต้กางเกงในทั้งส่วนที่ล้นออกมา จากนั้นผมค่อยๆ รูดกางเกงในตัวน้อยของก้อยออก

        ก้นกลมเนียนสีน้ำผึ้งสวยมาก ผมรีบก้มลงทั้งกัดทั้งเลียไปทั่วจนก้อยแอ่นก้นขึ้นพร้อมกับครางเสียวกระสันไม่หยุด ยิ่งตอนที่ผมลากลิ้นเลียรูก้น ขนอ่อนของก้อยลุกชันไปทั้งก้น ส่วนร่องสาวก็มีน้ำเหนียวยืดไหลออกมาจนเยิ้มเลอะไปถึงพงหญ้า

        อ้อผมลืมบอกไปพอผมรู้ว่าแนนไม่มาด้วยผมก็แอบไปหยิบของเล่นของแนนติดกระเป๋ามาด้วย และก่อนที่จะเข้ามาในบ้านผมก็แอบเอามันใส่กระเป๋ากางเกงเข้ามาในบ้านด้วย พอผมเห็นว่าก้อยคงไม่ทันรู้ตัวผมก็รีบเอาของเล่นที่ผมแอบเอามาออกจากกระเป๋าแล้ววางไว้ด้านข้างก่อนที่จะถอดเสื้อผ้าตัวเองออกจนหมด

        จากนั้นผมก็หยิบดีโด้สำหรับเล่นกับรูก้นมาแล้วค่อยๆ เอาปลายมันดันเข้าไปในรูก้นที่ฟิตแน่นของก้อย ดูเหมือนก้อยจะยังไม่รู้ตัวเพราะดีโด้แบบนี้มันจะมีปลายที่เล็กมากๆ แต่ส่วนถันมาจะค่อยๆ ใหญ่ขึ้น พอดีโด้เข้าไปได้จนถึงส่วนที่เริ่มใหญ่ก้อยก็สะดุ้ง

        “โอ้วว อะไรค่ะ”

        ก้อยสงสัยว่าสิ่งที่รุกล้ำเข้าไปด้านในรูก้นเธอคืออะไร ผมไม่ตอบแต่เปิดสวิสให้มันสั่นแทน ก้อยเสียวจนเด้งก้นเร่าๆ

        “อ้า พี่บี อะไรค่ะ โอ้วววววว อู้ยยยยย ก้อยเสียวค่ะ”
        “ของแนนไง”

        ผมเอาหน้าซุกลงไปที่ร่องสาวก้อยแล้วเลียกินน้ำรักเธอที่หลั่งไหลออกมา ก้อยร้องครางดังขึ้นพร้อมกับเด้งก้นรับ ผมรู้สึกว่าเลียไม่ค่อยถนัดเลยจับก้อยพลิกตัวให้นอนหงายจากนั้นผมก็เอาแขนสองขาสอดไปที่ขอพับเข่าของเธอเพื่อดันให้ก้อยถ่างขาออก

        ผมซุกหน้าลงไปที่ร่องสาวก้อยอีกแล้วเริ่มละเลงลิ้นไปทั่วสองแคมก่อนจะแหย่เข้าไปด้านใน ก้อยตัวกระตุกเหมือนถูกไฟช๊อต 

        “โอ้ยยยย พี่บี ก้อยไม่ไหวแล้ว อ้า ช่วยก้อยด้วย”

        ก้อยไม่พูดเปล่าเธอดึงให้ผมขึ้นไปจูบ จากนั้นก็ก็เอามือประคงเอ็นผมจ่อไปที่ร่องเสียวเธอ ผมเลยกดมันมุดเข้าไปในรูเสียวก้อยจนสุดลำ ก้อยแอ่นเอวขึ้นรับพร้อมกับผละปากจากผมเพื่อครางเสียงเสียว จากนั้นผมก็เริ่มซอยเอ็นเนิบๆ แต่ดันสุดลำ แต่ดูเหมือนมันจะไม่ทันใจก้อย เพราะเธอพยายามจับสะโพกผมให้กระแทกร่องเสียวเธอเร็วขึ้น

        พอเป็นแบบนี้ผมก็เลยทำตามที่ก้อยต้องการผมเริ่มเร่งซอยเอ็นเร็วและแรงขึ้น ด้านในร่องเสียวก้อยตอดรัดอย่างรุนแรง แล้วก้อยก็ขอผมเปลี่ยนท่า เราพลิกตัวพร้อมกันเปลี่ยนมาเป็นก้อยเป็นฝ่ายอยู่ด้านบนผม จากนั้นก้อยก็ดันตัวแอ่นขึ้นแล้วเริ่มขย่มเอ็นผม

        ก้อยเอามือมายันไว้ที่หน้าท้องผมเพื่อที่เธอจะได้ขย่มเอ็นผมได้ถนัดขึ้น ก้อยขย่มไปสะบัดผมไปดูเซ็กซี่มาก บางครั้งก็เสยผมที่ตกมาปิดหน้า หรือบ้างครั้งเธอก็เม้มปากเหมือนพอใจในรสเสียวที่ได้รับ แต่ผมซิครับเจ็บเอ็นและหน้าขาไปหมดแล้วเพราะก้อยเล่นทิ้งร่องเสียวลงมากระแทกมันแบบไม่ยั้งเลย

        จากนั้นก้อยก็เอื้อมมือไปที่ด้านหลังผมเดาว่าก้อยเอื้อมมือไปปรับความแรงในการสั่นของเจ้าดีโด้ที่แทงรูก้นเธอยู่แน่ๆ พอปรับความแรงของดีโด้แล้วก้อยก็เปลี่ยนมาโยกเอวขึ้นลงให้เอ็นผมครูดด้านใน ก้อยเด้งเอวขึ้นลงเหมือนกำลังควบมาพยศ ผมเสียวจนต้องกำผ้าปูที่นอนแน่น

        แล้วก้อยก็ควบเอวเร็วจี๋ก่อนจะแอ่นตัวร้องสุดเสียง ก้อยเอื้อมมือไปปิดสวิสดีโด้ก่อนจะล้มตัวลงซบอกผม ผมจับก้อยพลิกตัวลงนอนด้านลงผมอีกครั้งก่อนจะเริ่มซอยเอ็นช้าๆ ครางนี้ก้อยกอดผมพร้อมกับร้องครางไม่ได้เร่งจังหวะเหมือนตอนแรก

        ผมดันเอ็นแทงซ้ายทีขวาที ด้านในก้อยตอดรัดดีมาก ขนาดแท่งช้าๆ แง่งหัวบานผมที่มันครูดกับด้านในก้อยก็ทำให้ผมเสียวจนน้ำแทบแตก แล้วผมก็เริ่มสาวเอ็นเร็วขึ้นอีกระดับพร้อมกับเปิดสวิทดีโด้อีกครั้ง ก้อยเด้งก้นเด้งร่องจนเอวไม่ติดเตียง

        ผมใช้มือช่วยประคองเอวก้อยไว้พร้อมกับส่งเอ็นกระแทกเข้าไปไม่หยุด ผมลุกขึ้นเพื่อที่จะกระแทกเอ็นใส่รูเสียวก้อยได้ถนัดขึ้น เสียง ตับ ตับ ตับ ถี่ยิบ น้ำรักก้อยแตกกระเซ็นไปทั่ว ก้อยปรับสวิทดีโด้ให้สั่นแรงสุดอีกครั้งพร้อมกับขอให้ผมเผด็จศึกเธอ

        “โอ้ยยย พี่บี โอ้ยยยย ปล่อยมาเลยค่ะ ก้อยอยากโดนน้ำพี่บีแล้ว โอ้ยยยย”

        พอก้อยขอผมก็จัดเต็มให้ ผมโหย่งเอวกระเด้ารัวไม่หยุดจนนมก้อยกระเพื่อมขึ้นลงตาม ส่วนก้อยก็เอามือกำผ้าปูที่นอนแน่และสะบัดหัวร้องครางถี่ขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งก้อยครางถี่ขึ้นเท่าไหร่ก็เหมือนเป็นการเร่งให้ผมกระแทกเธอเร็วขึ้นเท่านั้น แล้วในที่สุดก้อยก็เกร็งเอวอัดกับท่อนเอ็นผมแน่น ด้านในร่องเสียวที่บีบรัดขึ้นมาอย่างรุนแรงทำให้ผมซอยต่ออีกไม่กี่ทีผมก็รู้สึกว่าทบนบผมกำลังจะแต่ง

        แต่ผมเพิ่งได้รู้เรื่องใหม่มาเรื่องนึงเลยอยากลองดู ผมพยายมกลั้นน้ำกามที่มันมาจ่อที่รูปลายหัวบานแล้วซอยเอ็นต่อ ผมรู้สึกได้ถึงแรงอัดแน่นที่ไม่เคยเจอมาก่อน ผมรู้สึกเหมือนน้ำกามมันถูกส่งมาอัดแน่นจนท่อนเอ็นผมมันแทบจะทนรับต่อไปไม่ไหว

        แต่ผมก็ยังฝืนซอยเอ็นต่อเพื่อเพิ่มแรงอัดแน่น ผมทนต่อได้แค่ประมาณหนึ่งนาทีผมก็ทนต่อไปไมไหว แล้วผมก็ต้อปลดปล่อยน้ำกามที่อัดแน่นนั้นออกมา ผมรู้สึกได้ว่ามันพุ่งแรงมากแบบที่ผมไม่เคยเป็นมาก่อน แถมยังพ่นได้หลายครั้งกว่าปรกติด้วย ก้อยเองพอโดนน้ำกามอัดเข้าไปในรูเสียวแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อนถึงกับร้องกรี๊ดพร้อมกับตัวกระตุกตามจังหวะอัดน้ำกามของผม

        พอปล่อยน้ำกามหมดผมก็รู้สึกทั้งเจ็บทั้งเสียวที่รูฉี่อย่างบอกไม่ถูก ผมดันก้อยนอนลงแล้วกอดเธอไว้

        “พี่บี ทำไมวันนี้ มัน อืมม”
        “แรงหรอ”
        ก้อยพยักหน้ายิ้มหน้าแดง
        “ก็ก้อยอยากได้ความอบอุ่นไม่ใช่หรอ แบบนี้พอไหม”
        ก้อยพยักหน้าและยิ่งอายยิ่งกว่าเดิม 
        “งั้นเอาอีกนะ ก่อนที่แนนจะมา”
        ก้อยตีแขนผม “บ้าอะต้องถามด้วยหรอ”
        “อ้าว ไม่ชอบงั้นหรอ งั้นไม่ทำแล้วก็ได้นะ”
        “ก็ลองไม่ทำดูซิ”

        แล้วผมก็ให้ไออุ่นก้อยอีกครั้งก่อนที่แนนจะโทรมาหาก้อยเพื่อถามทางและเธอก็ใกล้มาถึงแล้ว ผมกับก้อยแต่งตัวแล้วรีบลงไปรอแนนที่หน้าบ้าน ซักพักแนนก็มาถึง

        “บ้านใหม่ๆ” 
        ผมแกล้งทำปากเบ้ใส่แนน ส่วนแนนก็แล๊ปลิ้นใส่ผม

        จากนั้นก้อยก็ชวนแนนไปดูห้องนอนที่ชั้นสอง

        “จะเอาห้องนี้” แนน
        “ไม่ได้ นี่ห้องพี่กับพี่ก้อย เราเลือกห้องอื่นเลย”
        “เชอะ งั้นเอาห้องที่ห่างห้องนี้ที่สุด จะได้ไม่ต้องเจอกัน”
        “ก็ตามใจนะ เลือกห้องไกลเกิดตอนกลางคืนมีอะไรขึ้นมาพี่ก็ไม่ได้ยินนะ ยิ่งเค้าบอกว่าบ้านนี้เจ้าของเก่าเอี้ยมากซะด้วย”
        แนนทำหน้ากลัว แต่ไม่ใช่แค่แนนก้อยทำหน้ากลัวด้วยเหมือนกัน
        “จริงหรือค่ะพี่บี งั้นไม่เอาได้ไหมก้อยกลัว”
        ผมเลยต้องกระซิบว่าผมหลอกแนน
        “งั้นเอาห้องข้างๆ นี่ก็ได้ อีกข้างก็ให้เจน แล้วห้องด้านนั้นที่ติดกับห้องแนนก็ให้พี่หงส์”
“เออคือแต่หงส์” หงส์
“ก็เอาซิ ยังไงพี่หงส์เค้าก็ต้องอยู่กับเราจนกว่าเค้าจะแต่งงานอยู่แล้วนี่”
“ขอบคุณค่ะ”
“พี่หงส์เราไปดูข้างล่างกันดีกว่า”
แนนดึงมือหงส์ไปดูส่วนอื่นๆ ในบ้าน
ก้อยจับมือผม “จะดีหรอค่ะ แล้วแบบนี้ไม่ยิ่งทำให้หงส์เค้าผูกพันกับเราจนไม่อยากไปแต่งงานกับคุณรุชหรอค่ะ”
“ไม่หรอก หงส์เค้าตัดสินใจแล้ว ตอนนี้ก็ให้อยู่กับเราอย่างมีความสุขที่สุดนะ”

หลังจากดูบ้านเสร็จก็จะมืดแล้ว จะให้ก้อยกลับไปทำกับข้าวให้กินก็คงไม่ทันใจแนน เราเลยนัดกันไปทานข้าวที่ร้านอาหาร แต่ก็มีเรื่องน่าแปลกคือผมเสนอร้านอาหารที่ออกจีนๆ แนนกลับไม่โวยวายเหมือนปรกติ แล้วพอถึงร้านอาหารแนนก็มานั่งข้างผม ทั้งๆ ที่ปรกติถ้ามีคนอื่นอยู่ด้วยแนนจะพยายามนั่งให้ห่างผมที่สุด

ไม่แค่นั้นระหว่างทานข้าวแนนก็พยายามตัดโน้นตักนี่ให้ผมกิน ซึ่งอันนี้ผิดปรกติมากที่สุด พอทานข้าวเสร็จแล้วแนนขอตัวไปห้องน้ำ ผมก็รีบถามก้อยเลยว่าแนนเป็นอะไรไปไม่สบายหรือเปล่า

“แหมน้องเค้าเอาใจก็ไปว่าเค้า” ก้อย
“ก็มันผิดปรกตินี่ ธรรมดานะชวนกินร้านนี้ที่ไรบ่นว่าจืดบ้างหละ บ่นว่าเลี่ยนบ้างหละ นี่กินไม่บ่นเลย แถมยังตักโน้นตักนี่ให้พี่กินอีก ต้องไม่สบายแน่ๆ ไม่ก็ผีเข้า หรือว่าที่บ้านนั้นจะมีผีจริงๆ”
“บ้านะพี่บี จะผีเข้าได้ไงหละค่ะ แนนเค้าคงอยากเอาใจพี่บ้างมั้งค่ะ”
“ก็มันแปลกนี่”
“แหมแนนเค้าอุสาเอาใจกลับไปว่าเค้าอีก เดี๋ยวเค้าได้ยินก็โกรธเอาหรอก”

แล้วก้อยก็หัวเราะ แนนกลับมาพอดีกับของหวานมาเสริฟ หลังจากทานของหวานเสร็จเราก็กลับบ้านกัน เนื่องจากมีรถมาสองคันทำให้ผมกลับกับก้อย ส่วนแนนกลับกับหงส์ เลยทำให้ผมรู้สึกกลับมาปรกติ แต่พอถึงห้องผมก็ต้องแปลกใจอีกเมื่อแนนเอาชุดนอนมาให้เอาผ้าเช็ดตัวมาให้

แล้วพอผมไปนั่งที่โซฟาแล้วหยิบเอา ipad มาเช็คเมลแนนก็เอาโกโก้ร้อนมายื่นให้ ผมรับไว้แต่ยังไม่อยากกินเลยวางไว้ที่โต๊ะก่อน  ผมคิดว่าแนนจะไปวุ่นวายกับก้อยกับหงส์ตามปรกติ แต่แนนกลับนั่งลงข้างแล้วจ้องผมจนผมต้องหันไปซบตาเธอ

“มีอะไรหรือเปลา”
“เปล่า”
ผมคิดว่าแนนอยากให้ผมชิมโกโก้ร้อนฝีมือเธอมั้งผมเลยหยิบแก้มโกโก้ขึ้นมาดื่ม ก่อนจะดูเมลต่อ
“ดูเมลงานหรอ”
“อืม”
“มีเมลจากต่างประเทศไหม”
“ก็มีนะ”
“แล้วจากเพื่อนหละมีเปล่า”
“ก็มีบ้าง”
“แล้วจากเพื่อนที่ญี่ปุ่นมีไหม”
“ไม่มี พี่จะทำงานนะไปช่วยพี่ก้อยพี่หงส์ล้างจานไป”
แนนทำหน้าเหมือนจะวีนผมแต่อยู่ๆ เธอก็กลับมายิ้มอีก
“เล่นเกมกันไหม”
“ไม่หละไปชวนพี่ก้อยพี่หงส์ไป”
แนนยิ้ม “กลัวแพ้หละซิ”
ถึงผมจะยุ่งแต่เรื่องแพ้เกมกับเด็กกะโปโลอย่างแนนเนี่ยไม่มีทางซะหละ
“เหอะ ไม่อยากรังแกเด็ก”
“งั้นมาแข่งเทนนิสกัน”
“ไม่หละไม่อยากเล่น”
“สรุปก็กลัวแพ้เด็กใช่ไหม”
“แพ้เนี่ยนะ เหอๆ อย่างพี่เนี่ยนะแพ้เกม ไม่มีวันซะหละ”
“งั้นมาแข่งกันใครชนะ มีสิทธิสั่งคนแพ้ให้ทำอะไรก็ได้หนึ่งอย่าง”
“งั้นมาเลย กำลังอยากหาคนล้างรถให้อยู่พอดี”
“งั้นก็ได้ ถ้าแนนแพ้แนนจะล้างรถให้ 1 เดือน แต่ถ้าพี่บีแพ้แนนมีเรื่องจะขอพี่บีเรื่องนึง”
“ได้อยู่แล้วไม่มีปัญหามาเลยดีกว่า”

จากนั้นศึกเทนนิสเกม Wii ก็เริ่มขึ้น

“เหอๆ ถ้าเกิดแพ้ขึ้นมา อย่ามาอ้างว่าพี่รังแกเด็กนะ”
“ไม่อยู่แล้ว แต่พี่บีต้องรักษาสัญญานะ”
“แน่นอนอยู่แล้ว”
“เล่นกันดีๆ นะ อย่าทะเลาะกันหละ” ก้อยมายืนดู
“งั้นเอาหละนะ”

แล้วเกมก็เริ่มขึ้น ผมกะอยู่แล้วว่าแนนจะต้องเล่นมุขเดิมๆ คือพอสู้ไม่ได้ก็เริ่มโกงด้วยการมากระแทกมือบ้าง เอาก้นกระแทกให้เสียจังหวะบ้าง แต่ผมก็เตรียมตัวรับมุขพวกนี้อยู่แล้วทำให้เซทแรกเป็นของผมอย่างไม่ต้องสงสัย

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า รู้ไว้ซะนะหนู๋น้อย ท่าไม้ตายที่เคยเห็นแล้วไม่มีทางใช้กับ *เซนต์ได้เป็นครั้งที่สองหรอกนะ
*มาจากเรื่องเซนต์เซย่าใครเคยดูคงรู้
“ขอเวลานอกก่อน” แนน
จากนั้นแนนก็เข้าไปในห้องนอน
“นี่แพ้แค่เซทเดียวถึงกับหนีไปร้องไห้ในห้องนอนเลยหรอ นี่ถ้ายอมแพ้ตอนนี้พี่จะยกเลิกเรื่องล้างรถให้ก็ได้นะ” ผมหัวเราะ
“นี่พี่บีอย่าแกล้งน้องซิค่ะ แกล้งแพ้น้องแนนหน่อยไม่ได้หรอ”
“ไม่ได้ๆ บังอาจมาถ้าเมพเกมอย่างพี่”
“เฮอ” ก้อยถอนหายใจ

ซักพักแนนก็กลับออกมาจากห้องนอนพร้อมกับเสื้อคลุมยาว

“นี่อะไรใส่เสื้อคลุมมาจะช่วยอะไรได้”
“Custom พิเศษ”

แนนพูดจบก็ถอดเสื้อคลุมออก ด้านในเป็นเสื้อเชิ๊ดสีผ้าอ่อนรัดรูปด้านล่างเป็นกระโปรงสีดำสั้นจู๋ตัดกับถุงน่องสีขาว จากนั้นแนนก็รวบผมตึงเป็นหางม้า 

“อ้อขาดไปอย่าง” แนนรีบวิ่งไปหยิบของในห้องมา

มันคือแว่นตาพอแนนแต่งครบผมถึงได้รู้ว่า นี่มัน นี่มัน ชุดคุณครูสุดเซ็กซี่นี่น่า เสื้อเชิ๊ดรัดรูปจนเห็นหน้าอกเป็นก้อน แถมยังเปิดกระดุมแหวกจนเห็นร่องอกที่ชิดกันแน่น กระโปรงสั้นโชว์เรียวขาสวย แถมใส่แว่น โอ้ยผมอยากจะจ้องแบบตาไม่กระพริบเลย

แล้วเซ็ทที่สองผมก็แพ้แนนหลุดลุ้ย จนโดนแนนปรามาส

“เมพแล้วหรอเนี่ย ไม่เท่าไรๆ”

หน่อยผมต้องพยายาม (ไม่สนใจอาหารตา) แล้วผมก็กลับมาชนะแนนได้อย่างหืดขึ้นคอ

“เป็นไงหละ บอกแล้วไม้ตายใช้กับเซนต์เป็นครั้งที่สองไม่ได้”
แนนทำปากเบ้ก่อนจะแกะกระดุ้มเสื้ออกอีกเม็ดพร้อมกับดึงเอวกระโปรงให้สูงขึ้นจนมันแทบจะเห็นกางเกงในซึ่งแน่นอนว่าถ้าแนนขยับกางเกงในเธอก็คงโผล่ออกมาอวดผมแน่ๆ

แนนตามมาเสมอเป็น 2-2 จนได้ 

“ขอเวลานอก”
“เดี๋ยวๆ นี่คงไม่ไปแก้ผ้ามานะ แบบนั้นพี่ไม่ยอมรับนะ ถือว่าโกง”
“ใครเค้าจะแก้ผ้าให้ดู เชอะ”

คราวนี้แนนจับมือก้อยกับหงส์ที่มายืนเชียร์ตามไปด้วย สามสาวหลายไปซักพักแนนก็กลับออกมา ผมสังเกตดูก็ไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยแกล้งถามว่าไปถอดชั้นในออกหรือเปล่า

“นี่ๆ อย่าบอกนะว่าไม่ได้ใส่ชั้นใน”
“บ้าซิ ใส่ซิ”
“ก็ดีงั้นมาเริ่มต่อเถอะ”
“เดี๋ยว” แล้วแนนก็ตะโกนเรียก้อยกับหงส์ “พี่ก้อย พี่หงส์มาได้แล้วเร็วๆ ด้วย”

ผมหันไปมองแล้วก็ต้องตกตะลึงกับชุดที่ก้อยและหงส์ใส่ ก้อยใส่ชุดแซนตี้โชว์เนินอกและสั้นจนแทบจะถึงเป้า ส่วนหงส์ก็ใสชุดแบบเดียวกับก้อยแต่เป็นสีขาวแล้วมีปีกที่ด้านหลังและวงแหวนอยู่บนหัว คงเป็นชุดนางฟ้ามั้ง แนนให้ก้อยกับหงส์ไปยืนอยู่คนละข้างของจอทีวี

“เดี๋ยวซินี่อะไรเนี่ย”
“กองเชียร์”
“ขี้โกงอะ”
“โกงยังไงห้ามแก้ผ้าแต่ไม่ได้ห้ามมีกองเชียร์ไม่ใช่หรอ”
“มันก็โกงแหละ”
“ไม่โกง เอาไงจะเล่นต่อหรือจะยอมแพ้”
“ไม่ยอม”
“งั้นก็มาเล่นต่อ”

ก่อนเริ่มแนนก็กำชับให้ก้อยกับหงส์เต้นไปด้วย ตายหละซิแล้วแบบนี้ผมจะมีสมาธิมองเกมหรอ ถึงท่าเต็นก้อยกับหงส์จะไม่ได้เซ็กซี่เท่าพวกโคโยตี้แต่ชุดพวกเธอมันก็ทำให้ผมจ้องโดยไม่อยากจะละสายตา ผมพยายามจะหันไปอีกทางก็เจอกับอีกคนด้วยเหลือแต่หันหลังซึ่งนั่นผมจะเห็นจอทีวีได้ยังไง

“เย้ชนะแล้ว”

ผมแพ้หมดรูป และถึงจะพยายามเถียงว่าแนนโกงแต่ดูเหมือนะจะไม่เป็นผล 

“เชอะ จะเอาอะไรว่ามะ และก็อย่าขออะไรให้มันเกินไปนะ เพราะนี่ก็โกงถึงได้ชนะ”
“อะไรอะ พูดแล้วคืนคำหรอ พี่ก้อยดูซิพี่บีเค้าแกล้งแนนอีกแล้วอะ”
“พี่บี อย่าแกล้งน้องซิค่ะ แพ้แล้วก็ต้องยอมรับซิค่ะ”
ผมมองก้อยอย่างหมั่นเคียวเดี๋ยวเถอะคือนี้ต้องเอาคืนที่มารวมมือกับแนนแกล้งผมให้หายเข็ด
“งั้นมีอะไรว่ามา”
แนนยิ้มกว้าง “จะเอา เจ้าริว”
“เดี๋ยวซิบ้านก็ยังตบแต่งอยู่นะ แล้วเจ้าริวหย่านมหรือยังก็ไม่รู้ แล้วถ้าเอามาจะเอามันไว้ที่ไหน”
“พี่ก้อย” แนนเข้าไปอ้อนก้อย
“พี่บีก้อ ไหนสัญญากับแนนเค้าแล้วไม่ใช่หรอค่ะว่าจะให้เค้าเลี้ยง พี่บีก็ลองถามเพื่อนดูก่อนซิค่ะ ว่าเค้าจะสะดวกเอามาให้เมื่อไหร่”
“ใช่ๆ” แนนเสริม
“ก็ได้ งั้นพี่จะลองส่งเมลไปถามซาโตชิดูนะ”
ผมนั่งลงที่โซฟาแล้วหยิบ ipad มาส่งเมล แนนรีบมานั่งข้างๆ แล้วผมก็เอาแต่มองร่องอกแนนแทนไม่ได้ส่งเมล
“ส่งซิ ส่งซิ ทำไมไม่ส่งอะ”
“ก่อนส่งพี่ขอ ปล้ำแนนก่อนแล้วกัน”

ผมกอดแนนแล้วปล้ำทันที แนนร้องกรี๊ดๆ พยายามดิ้น พอดิ้นหลุดก็วิ่งหนีไปหลบหลังก้อย ผมก็รีบลุกขึ้นตามไปไล่จับแนน ผมแกล้งจนจับแนนได้แล้วก็จัดการเธอในชุดครูสาวซะ จากนั้นก็หันมาหาหงส์กับก้อยบ้างสรุปว่าคืนนั้นผมก็ไม่ได้ส่งเมลหาซาโตชิ

        เช้าวันอาทิตย์แนนก็ตามผมแจจนตัวแทบติดกัน จนผมต้องหยิบ ipad มาส่งเมลถามเรื่องเจ้าริวกับซาโตชิต่อหน้า แนนถึงจะยอมลุกขึ้นเดินไปที่อื่น แต่ผมก็โล่งใจอยู่ได้ไม่ถึงชั่วโมงแนนก็กลับมาตามผมเหมือนเดิม แถมหนักกว่าเก่าด้วย พอผมนั่งตรงไหนแนนก็นั่งตามแล้วเอาหัวมาซบบ้างหละกอดแขนบ้างหละ

        ผมเอามือแตะที่หน้าผากแนน “ไม่สบายหรือเปล่าตัวก็ไม่ร้อนนี่”
        “แนนก็สบายดีนะค่ะ”

        ที่จริงผมแกล้งถามกวนประสาทให้แนนวีนแต่กลับเจอแนนตอบเสียงหวานทำเอาผมขนลุกซู่ ถึงแนนจะไม่พูดแต่ผมก็รู้ว่าที่แนนมาทำตัวติดกับผมก็เพราะพยายามจะกดดันให้ผมตามเรื่องเจ้าริวต่อ แต่ผมเพิ่งจะส่งเมลไปไม่ถึงชั่วโมง แถมวันนี้ก็วันอาทิตย์ ซาโตชิอาจจะกำลังเที่ยวหรือทำเรื่องส่วนตัวอยู่ก็ได้ คงไม่ว่างมาดูเมลหรอก

        ผมพยายามส่งสายตาให้ก้อยช่วย แต่ก้อยกับส่ายหน้าแล้วยังแอบขำผมอีก ผมคิดว่าถ้าผมยังอยู่ในห้องต่อไปมีหวังแนนได้เลื่อนมานอนบนตัวผมแน่ๆ ผมเลยหาเรื่องชวนก้อยหงส์ไปดูเฟอร์นิเจอร์เพื่อจะเอาไปแต่งบ้าน แล้วแนนก็ทำเอาผมแทบช็อคเมื่อเห็นชุดที่เธอเปลี่ยนก่อนที่จะออกไปข้างนอกด้วยกัน

        แนนเดินออกมาจากห้องนอนด้วยชุดเดรทสีฟ้าลายลูกไม้ ใส่ตุ้มหูสีฟ้าแต่งหน้าทาปากหิ้วกระเป๋าใบเล็กๆ สีฟ้าเข้ากับชุด ไม่ใช่แค่ผมที่ตะลึงก้อยกับหงส์คงช็อกเหมือนกับผม แนนเห็นผมก็รีบเข้ามากอดแขน  กลิ่นน้ำหอม Thierry Mugler Angel หอมฟุ่งโชยออกมา ทำไมผมรู้หนะหรอ ก็มันเป็นน้ำหอมที่เจนชอบใช้แล้วขวดก็แปลกประหลาดเป็นรูปดาวทำให้ผมจำได้ขึ้นใจ

        จากนั้นแนนก็กอดแขนผมออกจากห้องไปจนถึงที่รถ แนนทำท่าจะนั่งหน้าด้วย แต่ด้วยความเคยชินก้อยเลยเปิดประตูเข้าไปก่อนแนนเลยเปลี่ยนมานั่งเบาะหลังด้านที่ตรงกับผม จากนั้นแนนก็เอื้อมมือมากอดผมตลาดทางไปห้างสรรพสินค้า

        พอไปถึงห้างแนนก็กอดแขนผมเดินดูของ ทำเอาก้อยอายจนไม่กล้าใกล้ผมกับแนน หลังจากดูเฟอร์นิเจอร์และซื้อของเสร็จก็เที่ยงพอดี ผมเลยชวนก้อยทานข้าว แล้วแนนก็ทำให้ผมต้องตะลึงอีกครั้งเมื่อเธอออกปากชวนพวกเราทานซิสเลอร์ ซึ่งทุกคนรู้ว่าแนนไม่ชอบอาหารฝรั่งมาก ทุกครั้งที่ผมชวนกินจะต้องบ่นไม่หยุด แล้วพอกลับห้องจะต้องแอบไปซื้อส้มตำไก่ย่างมากินอีกรอบเพราะอาหารฝรั่งไม่ถูกปาก

        แต่คราวนี้แนนกับเป็นคนชวนแถมยังมานั่งข้างผมด้วยซึ่งปรกติมากันหลายคนแบบนี้แนนจะต้องเลิกที่นั่งที่ไม่ติดกับผม สั่งอาหารเสร็จแนนก็อาสาลุกไปตักสลัดให้ผมกับก้อย

        “เดี๋ยวแนนตักสลัดกับซุบมาให้นะค่ะ” แนนลุกขึ้นแล้วจูงมือหงส์ไปด้วย
        ผมได้โอกาสเลยคุยกับก้อยเรื่องที่แนนทำตัวแปลกๆ
        “ก้อยขากลับเราและวัดกันไหม”
        “พี่บีอยากไหว้พระหรอค่ะ”
        “เปล่า แต่พี่อยากให้หลวงพ่อรดน้ำมนต์แนนซักหน่อย สงสัยว่าจะโดนผีเข้า”
        ก้อยตีแขนผมดังเพี๊ย “บ้าว่าน้อง แนนเค้าอุสาห์ทำตัวน่ารัก ไปว่าน้องเค้าผีเข้าได้ไงค่ะ น้องเค้าได้ยินคงเสียใจแย่เลยนะ”
        “ถ้าไม่ใช่ผีเข้าก็ต้องสลับร่างกับเจนแล้วหละแบบนี้”
        “จะเป็นไปได้ยังไงค่ะ พี่บีนี่ดูหนังมากไปหรือเปล่า”
        “แต่นี่ไม่ใช้ ไอ้ตัวเล็กของพี่ไม่เป็นแบบนี้นะ”
        “แหมแนนเค้าคงอยากทำตัวหวานๆ ดูมั้งค่ะ เผื่อจะถูกใจพี่บี” แล้วก้อยก็แอบขำ
        “ก้อยนี่ไม่ช่วยพี่แล้วยังขำอีกนะ เดี๋ยวกลับไปต้องทำโทษ” แล้วผมก็แกล้งจี๊เอวก้อย
        “อย่าแกล้งก้อยซิค่ะ อายคนอื่นเค้าบ้าง”
        “เฮอ แล้วนี่แนนจะรู้ไหมเนี่ยว่าพี่ชอบกินอะไรไม่ชอบกินอะไร อาสาไปตักสลัดให้พี่เนี่ย”
        “แล้วพี่บีชอบทานแบบไหนหละค่ะ ก้อยเองยังไม่รู้เลยนะค่ะ”
        “ไม่ยากหรอกก้อยสลัดนะ เริ่มจากวางผักกาดแก้วไว้ด้านล่างแล้วก็ตามด้วยหัวหอมใหญ่ มะเขือเทศ แล้วก็อาจจะเพิ่มข้าวโพดอ่อนถ้ามันสวยๆ นะ จากนั้นก็ไปตักสลัดไก่ที่ราดด้านบน หรือถ้ามีสลัดปูอัดก็ใส่มาด้วยก็ได้อย่างละครึ่งจากนั้นก็วางไข่นกกระทารอบๆ แล้วก็ราดด้วยน้ำสลัดซีซ่าอีกที แล้วเติมหน้าด้วยชีสกับแฮมทอดกรอบ ส่วนชุบชอบซุบเห็ด แต่ถ้าไม่มีเอาซุบข้าวโพดก็ได้ ใส่พริกไทยซักหน่อย แล้วโรยหน้าด้วยแฮมกับชีส แค่นี้เองเห็นไหมพี่ทานง่ายไม่เรื่องมากหรอก”
        “โหก้อยจำไม่ได้หรอกค่ะ ครั้งหน้าถ้าแนนไม่มาพี่บีก็ไปตักเองแล้วกันจะได้ถูกใจ”
        “ไม่เป็นไร ก้อยจำไม่ได้แต่เจนเค้าจำได้นะ เอาไว้เจนกลับมาแล้วพี่ให้เจนตักให้ก็ได้”
        แนนกลับมาพอดี
        “มาแล้วค่ะพี่บี สลัดแบบที่พี่บีชอบ”

        ผมกับก้อยจ้องดูจานสลัดแล้วก็ต้องตกใจเพราะมันเหมือนกับที่ผมเพิ่งบอกก้อยไปเปียบ แล้วซุบที่ตักมาก็โรยพริกไทยชีสและก็แฮมกรอบตามที่ผมบอกอีก แค่นั้นไม่พอก้อยสะกิดผมแล้วชี้ไปที่มือซ้ายของแนน ที่นิ้วนางมีแหวนที่ผมซื้อให้อยู่ด้วย นี่แนนยอมใส่แหวนที่ผมซื้อให้ด้วยหรอ  พอแนนขอตัวไปตักสลัดของตัวเองกับหงส์อีกรอบผมก็รีบหันมาคุยกับก้อย

        “ใช่แล้วหละก้อย นี่คือเจนแล้วหละไม่ใช่แนน มีเจนคนเดียวที่รู้ว่าพี่ชอบกินสลัดแบบนี้ แล้วยังใส่แหวนอีก ถ้าเป็นไอ้ตัวเล็กต้องไม่ยอมใส่แหวนแน่ๆ”
        “ไม่หรอกค่ะ เรื่องสลัดแนนเค้าอาจจะจำได้ก็ได้นะค่ะ”
        “ไม่มีทาง ก็พามาร้านนี้ทีไรก็ทำหน้างอไม่ยอมมองหน้าพี่ตลอด จะมีเวลามาจำหรอว่าพี่ชอบกินอะไร”
        “แต่ก้อยว่าแนนเค้าใส่ใจพี่บีนะค่ะ และเค้าก็เป็นคนเดียวที่มีเวลาอยู่ใกล้ชิดกับพี่บีมากที่สุด ก้อยยังรู้เรื่องพี่บีไม่เท่าแนนรู้เลย”
        ฟังก้อยพูดแล้วมันทะแม่งๆ แฮะ มันจะเกี่ยวกับเรื่องสาวๆ ผมแอบมีไหมเนี่ย ไม่เอาดีกว่าเปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่า
        “อืมๆ วันนี้ตอนเย็นทำอะไรทานกับดี เผื่อไอ้ตัวเล็กด้วยนะ เพราะมื้อนี้คงไม่ค่อยถูกปากกว่าจะเย็นคงหิวแย่”
        ก้อยยิ้มเหมือนรู้ว่าผมจงใจเปลี่ยนเรื่องคุย “ก็มีหมูมีปลาหมึกมีกุ้ง ทำยำซักจาน แล้วก็ซื้อต้มยำหัวปลาที่หน้าคอนโดอีกถุงสำหรับแนนก็คงพอแล้วหละค่ะ”
        “อืมก็ดีนะ”
        แนนกลับมาจากตักสลัดรอบสองพอดี เราจึงเริ่มทานข้าวเที่ยงกัน
        “สลัดถูกใจไม่ค่ะพี่บี”
        “อืมๆ ก็ดี”
        “แล้วพี่ก้อยหละค่ะ ทานได้เปล่าแนนไม่รู้ว่าพี่ก้อยชอบผักอะไรบ้างเลยตักมาไม่กี่อย่าง”
        “ได้จ๊ะ มีแต่ของที่พี่ชอบทั้งนั้นเลย”
        “จริงหรอค่ะดีใจจัง”

        เราเริ่มทานสลัดกันจนหมดก่อนที่จะทานสเต็กที่สั่งมา ผมเริ่มหันสเต็กกินไปได้สองสามคำแนนก็บอกว่ากลัวจะทานไม่หมดขอให้ผมช่วยทาน 

        “อืม เอามาสิ ชิ้นไหนหละ” ผมยื่นซ้อมไปเตรียมจะจิ้มสเต็กที่แนนจะแบ่งให้
        “ไม่เอาค่ะ แนนหันแล้วป้อนให้ดีกว่า”
        แนนหันสเต็กแล้วส่งมาที่ปากผมพร้อมกับพูดว่า “อ้ามมมม อ้าวอ้าปากซิค่ะ แนนจะป้อนให้”
        “พี่ทานเองก็ได้ไม่ต้องป้อนหรอก” ผมอายคนในร้าน
        “ไม่เอาอย่าดื้อซิค่ะ อ้ามมมม” แนนเสียงดังขึ้นจนคนเริ่มมอง
        ก้อยกับหงส์แอบขำที่ผมอายจนหน้าแดง
        “อ้า อ้าปากซิค่ะ อ้ามมมม” แนนเสียงดังกว่าเดิม
        ถ้าผมไม่ให้แนนป้อนมีหวังแนนคงส่งเสียงดังจนคนทั้งร้านมองแน่ๆ ผมเลยต้องอ้าปากแล้วงับสเต็กที่แนนหันให้
        
        ผมต้องทนอายโต๊ะอื่นจนแนนป้อนผมเสร็จ จากนั้นผมก็รีบก้มหน้าก้มตากินสเต็กให้หมดเพื่อที่จะได้ออกจากร้านให้เร็วที่สุด แต่แนนก็ทำให้ผมต้องสะอึกอีกรอบด้วยการเสนอตัวขอเป็นคนทำข้าวเย็นให้ผมก้อยและหงส์ทาน ก้อยกับหงส์รีบส่ายหน้าให้ผมปฏิเสธแนน

        “เออ อืมม ไหนๆ เราก็มาเที่ยวกันแล้วนะ พี่ว่าเราหาอะไรทำกันต่อแล้วตอนเย็นแวะหาร้านแซบๆ ทานกันดีกว่าแนนจะได้ทานข้าวได้เยอะๆ ด้วย”
        “ก็ตามใจพี่บีแหละค่ะ พี่บีไปไหนแนนก็ไปด้วย” แนนทำเสียงหวานจนผมขนลุกซู่

        แล้วผมก็ปรึกษากับก้อยว่าจะทำอะไรกันดี ก้อยเสนอให้ดูหนังซักเรื่องเพื่อฆ่าเวลา ผมก็เลยอาสาจะเอาของไปเก็บที่รถก่อน และให้สาวๆ ไปจองตั๋วหนัง แต่แนนขอไปกับผม ก้อยหมั่นไส้เลยแกล้งทำปากเบ้ใส่ผมก่อนจะไปจองตั๋วหนังกับน้องหงส์

        แนนกอดแขนผมแน่นจนทำให้มีแต่คนมอง ถึงตอนนี้ผมก็พอจะเดาออกนะว่าแนนแกล้งทำแบบนี้ทำไม แต่ที่มันน่าอึดอัดก็คือแนนไม่ยอมพูดออกมาเนี่ยซิ แต่ไม่พูดแล้วผมจะปฏิเสธยังไง หลังจากเก็บของที่รถเสร็จผมก็ไปหาก้อยที่ชั้นโรงหนัง ก้อยบอกว่าอีกชั่วโมงครึ่งหนังถึงจะเข้าผมเลยชวนหาอะไรทำกันก่อน

        “เล่นโบว์ลิ่งกันไหม”
        “ก็ได้ค่ะ แนนหละเล่นไหม” ก้อยตอบ                 
        “ไม่ค่ะเดี๋ยวเล็บหัก”
        ผมหละงงเลยก็แนนไม่ได้ไว้เล็บซักหน่อยเล็บมันจะหักได้ไง หรือว่าแอบไปต่อเล็บมา ผมแกล้งเหล่ดูที่นิ้วแนน แนนก็ไม่ได้ต่อเล็บมา
        “หรอ งั้น karaoke ไหมจะได้ไม่ต้องไปไกล” ก้อย
        “แล้วใครจะร้อง หงส์ก็คงไม่ร้องหรอก ก้อยก็ไม่ค่อยชอบร้องไม่ใช่หรอ”
        “ไม่มีใครร้องเดี๋ยวแนนร้องเพลงให้พี่บีฟังเองค่ะ”
        “อืมก็ดีนะค่ะพี่บี จะได้มีที่นั่งรอหนังเข้า” ก้อย
        “ก็ตามใจ”

        สรุปเราสี่คนก็เปิดห้อง karaoke ก้อยชวนหงส์สั่งน้ำมาดื่มปล่อยให้แนนเลือกเพลงอยู่คนเดียว แล้วแค่เพลงแรกของแนนก็ทำเอาผมขนลุกอีกรอบ แนนร้องเพลง ที่รัก ของวง พริกไทย ตอนเพลงขึ้นผมเห็นก้อยถึงกับสำลักน้ำส้มที่กำลังดื่มอยู่ แล้วก็พยายามกลั้นหัวเราะจนต้องแอบนอนลงไปหนุนตักหงส์


*

ออฟไลน์ gai

  • Junior Member
  • ***
  • 488
  • 19
    • ดูรายละเอียด
Re: Koy final season ep 23 By Ukisa
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2018, 01:42:06 am »
 ::Angry:: 

แล้วแนนก็ส่งเพลงรักออกมาอย่างต่อเนื่องร้องไปกอดแขนผมไป ขนาดตอนนี้มีแค่ก้อยกับหงส์ผมยังรู้สึกอาย แนนร้องไปหลายเพลงจนมาถึงเพลงใหม่ล่าสุด ผมก็เพิ่งเคยฟัง เพลงของแดน “สภาวะทิ้งตัว” แรกๆ ก็ฟังธรรมดา แต่พอถึงท่อน “หากตกอยู่ในสภาวะทิ้งตัว... จะไม่มามัวยืนมองให้เสียเวลา จะดึงเธอเข้ามากอด และทิ้งตัวลงที่ตัก และจะหยุดพักหัวใจของฉันไว้ ..” ซึ่งแนนก็นอนลงมาที่ตักผมตามเพลงด้วย ก้อยขำจนต้องแกล้งขอตัวไปห้องน้ำและชวนหงส์ไปด้วย พอไม่มีใครผมก็เริ่มรู้สึกว่าแนนน่ารักมากๆ ขึ้นจนต้องก้มลงไปหอมแก้ม แนนก็ยิ้มให้แล้วลุกขึ้นมายื่นแก้มอีกข้างให้ผมหอม ผมหอมแก้มอีกข้างเสร็จก็โอบเอวแนนไว้ ส่วนแนนก็เอาหัวมาซบไหล่ผม เราก็อยู่แบบนั้นจนก้อยกลับมา ผมตกใจรีบปล่อยมือที่โอบเอวแนน ก้อยคงจะเห็นเลยแอบหัวเราะอีก แล้วแนนก็ส่งไมค์ให้ก้อยกับหงส์ร้องบ้างส่วนเธอก็นอนซบไหล่ผมจนถึงเวลาหนังเข้า แนนทำตัวสวิทกับผมจนถึงตอนกลางคืน ปรกติแนนจะต้องไปนอนริมไม่นอนข้างหงส์ก็ต้องมานอนข้างก้อยไม่ยอมนอนติดกับผม แต่วันนี้แนนแทบจะกอดผมไว้เหมือนผมเป็นหมอนข้าง วันรุ่งขึ้นแนนจะตามผมมาที่ออฟฟิต แต่ผมแกล้งบอกว่ามีประชุมทั้งวันและไปข้างนอกด้วย แนนเลยไม่ตามมา ระหว่างทางไปส่งก้อยผมก็เลยบ่นกับเธอเรื่องแนนเพราะผมรู้ว่าแนนกำลังแกล้งผมเพื่อบังคับให้ผมรีบเอาตัวเจ้าริวมาให้ “ก็ถ้าพี่บีไม่กล้าปฏิเสธน้องเค้า พี่บีก็ต้องรีบเอาเจ้าริวมาแหละค่ะ ไม่งั้นพี่บีก็จะมีน้องแนนที่แสนน่ารักแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าพี่บีจะเอาเจ้าริวมาได้” ก้อยพูดจบแล้วก็หัวเราะ “นี่ไม่ต้องมาหัวเราะเลยนะ พี่ขอให้หาทางช่วย ไม่ใช่ให้มาขู่พี่แบบนี้” “ทำไมหละค่ะไม่ชอบแนนแบบหวานๆ หรอ เห็นเมื่อวานพอไม่มีก้อยไม่มีหงส์ก็กอดกันกลมเลยไม่ใช่หรอค่ะ” ก้อยหัวเราะอีกรอบ “แหมมันก็นะ มีบ้างมันก็ดี แต่นี่มันรู้สึกว่ามีมากไป หวานจนแสบคอแล้วแบบนี้” “ถ้าพี่บีกลัวพี่บีก็ปฏิเสธเรื่องเจ้าริวไปซิค่ะ” “ก้อยจะให้พี่ปฏิเสธยังไง ในเมื่อแนนไม่ได้พูดหรือถามเรื่องนี้ซักคำ โวยวายทวงมายังจะดีซะกว่า ทำแบบนี้ไม่รู้จะพูดยังไงเลย” “ไม่รู้จะพูดยังไงก็รีบๆ เอาเจ้าริวมาแล้วกันนะค่ะ ถึงบ้านแล้วก้อยไปก่อนนะค่ะ เจอกันศุกร์หน้า” ตอนนี้เลยเหลือแต่หงส์นั่งรถอยู่กับผม ครั้นจะถามหงส์ หงส์คงไม่รู้เรื่องดูจากอาการเหวอตอนที่หงส์เห็นแนนป้อนสเต็กผมเมื่อวานผมก็แน่ใจแล้วว่าหงส์ไม่รู้ว่าแนนกำลังแกล้งผมอยู่ วันนี้โซโตชิเมลมานัดคอนเฟอร์เรนแต่เช้า ผมแอบดีใจว่าน่าจะมีข่าวดีเรื่องเจ้าริวบ้าง แต่ซาโตชิก็ไม่พูดเรื่องเจ้าริวซักคำจนประชุมเสร็จ ผมก็ได้แต่นั่งกุมหัวอยู่ในห้องทำงาน ไม่รู้จะทำไงถึงจะเอาเจ้าริวมาให้แนนได้เร็วๆ ระหว่างนั้นหงส์ก็โทรเข้ามาหาผมบอกว่ามีคนเอาของมาส่ง ผมก็เลยบอกให้เชิญเข้ามา เสียงประตูเปิดผมก็คงก้มมองโต๊ะนึกแต่เรื่องเจ้าริว แต่แล้วผมก็ต้องเงยหน้ามองเมื่อได้ยินเสียง วอก วอก (หมาญี่ปุ่นมันร้องแบบนี้ครับ ดูมาจากพวกแฟนซับ) ที่ผมเห็นก็คืนพนังงานขับรถรีมูซีนกำลังอุ้มลูกหมาพันธุ์ชิบะอินุอยู่ ผมคิดว่ามันต้องใช่เจ้าริวแน่ๆ จึงรีบลุกขึ้นไปรับลูกหมาตัวนี้จากคนขับรถ คนขับรถบอกกับผมว่าเจ้านายที่อุ้มมาให้ฝ่ายให้เค้าเอาเจ้าริวขึ้นมาให้ผม แต่พอผมอุ้มเจ้าริวก็กลับได้กลิ่นหอมที่คิดถึงมานาน ผมเลยถามคนขับรถรีมูซีนว่าเจ้านายที่อุ้มเจ้าริวมาให้เป็นผู้ชายหรือผู้หรือผู้หญิง คนขับรถทำอำๆ อึงๆ ก่อนจะตอบว่าผู้ชาย ซึ่งผมรู้สึกว่ามีพิรุธ ผมไม่ก็ไม่ซักไซ้ดต่อและให้ทิปคนขับรถไป แต่พอคนขับรถกลับไปผมก็รีบลงลิฟท์ตามไปที่ชั้นล่างโดยที่อุ้มเจ้าริวไปด้วย พอออกจากลิฟท์ผมก็อุ้มเจ้าริวหันหน้ามาหาผม “นี่ชั้นไม่รู้หรอกนะว่าแกจะฟังชั้นพูดรู้เรื่องหรือเปล่า แต่ชั้นอยากให้แกช่วย ชั้นอยากเจอคนที่อุ้มแกมา พาชั้นไปหาหน่อยได้ไหม” ผมวางเจ้าริวลง มันก็รีบวิ่งนำผมไปทันที ผมไม่รู้ว่ามันจะเข้าที่ผมพูดหรือเปล่าแต่ผมก็วิ่งตามมันไปก่อน เจ้าริวพาผมไปจนถึงที่จอดรถซึ่งมีรถรีมูซีนคันนึงกำลังขับออกมา ผมรีบจับเจ้าริวมาอุ้มเพราะกลัวมันจะวิ่งไปให้รถเหยียบ ผมยืนขวางรีมูซีนคันนี้ไว้ “มีอะไรหรอครับ” คนขับรถเปิดประตูแล้วลงมาจากรถ “ผมขอคุยกับเจ้านายคุณที่อยู่ในรถหน่อยซิ” “คงไม่ได้ครับ ผมต้องรีบไปส่งท่านให้ทันเครื่องขึ้น” “แป๊บเดียวคงไม่เสียเวลามากหรอกครับ” “ไม่ได้จริงๆ นะครับ คือนายผมเค้าไม่อยากคุยกับใคร” “แต่ผมว่าคุณผู้หญิงในรถคันนี้ เค้าน่าจะอยากคุยกับผมนะ” “เออคือ” ประตูด้านหลังเปิดออก หญิงสาวสวยคนนึงก้าวออกมาจากรถ “เอริกะจัง” ผมรีบวิ่งเข้าไปกอดเอริกะจังไว้แต่เอริกะจังทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เธอคงกะจะไม่เจอหน้าผม แต่พอได้เจอคงรู้สึกเสียใจที่พยายามเลี่ยงไม่เจอผม “ขอโทษนะครับ แต่ผมต้องรีบไปส่งคุณผู้หญิงขึ้นเครื่องเพราะแขกท่านอื่นไปรอสนามบินแล้ว เดี๋ยวจะไม่ทันเครื่องขึ้น” “ไม่เป็นไรคุณกลับบริษัทได้เลย คุณผู้หญิงจะไม่กลับแล้ว” “แต่ว่า” “งั้นรอผม 5 นาที” ผมหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าขึ้นมาแล้วโทรหาซาโตชิทันที “สวัสดีครับซาโตชิ” “สวัสดีคัรบยูกิซัง ได้รับเจ้าริวแล้วใช่ไหมครับ ขอโทษนะครับที่ไม่ได้บอกล่วงหน้า” “ไม่เป็นไรครับ และขอบคุณมากๆ แต่ผมอยากขอตัวคนที่อุ้มเจ้าริวมาไว้ซักพักนะครับ” “โอ ต้องขอโทษด้วยนะคับคือว่า” “ไม่เป็นไรครับ ผมรู้แล้วหละครับว่าเอริกะจังขอร้องไม่ให้บอกผม แต่ผมขอตัวเธอไว้ซักสองสามวันนะครับ ช่วยบอกเครื่องบินที่รออยู่ให้ออกไปได้เลยไม่ต้องรอเอริกะจังแล้ว” “ได้ซิครับ” “ขอบคุณมากนะครับ” “ไม่เป็นไรครับ ขอให้คริสมาสนี้คุณมีความสุขมากๆ นะครับ” “ขอบคุณมากนะครับซาโตชิ” ไม่ถึงห้านาทีก็มีโทรศัพท์มาแจ้งพนักงานขับรถให้กลับได้ พอไม่มีใครแล้วผมก็กอดเอริกะจังไว้โดยมีเจ้าริวอยู่ตรงกลาง “ทำไมถึงไม่อยากพบผมหละ เอริกะจัง” เอริกะจังได้แต่มองหน้าผมแล้วน้ำตาคลอ ผมเลยประกบปากจูบเธอ เราจูบกันอยู่นานจนมีรถผ่านมาเราถึงได้แยกจากกัน เจ้าริวพยายามดิ้นและเห่าเรียกเอริกะจัง ผมเลยต้องส่งมันให้เอริกะจังอุ้ม จากนั้นผมก็พาเธอขึ้นไปที่ออฟฟิต จบตอนที่ 23 เขียนแยกส่วนหน้ากับส่วนหลังเอาไว้สองไฟล์ พอวันนี้ลองเอามารวมได้ 23 หน้าพอดีกับชื่อตอนเลยขอลงบอร์ดเลยแล้วกันครับ ขอขอบคุณกำลังใจจากเพื่อนๆ ที่ติดตามผลงานตลอดมา

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ