เรื่อง สั้น นวนิยาย ผจญหลุมอดีตกาล..ตอนที่ 2 บทที่ 3 ประตูกาลเวลา..แว่น..By..areja

เรื่อง สั้น นวนิยาย ผจญหลุมอดีตกาล..ตอนที่ 2 บทที่ 3 ประตูกาลเวลา..แว่น..By..areja

  • 0 ตอบ
  • 5681 อ่าน
*

ออฟไลน์ areja

  • Global Moderator
  • *****
  • 11819
  • 21137
  • เจ้เตือนแล้วนร้าว่า อย่าสดๆ
    • ดูรายละเอียด
................เรื่อง สั้น นวนิยาย ผจญหลุมอดีตกาล..ตอนที่ 2 บทที่3 ประตูกาลเวลา..แว่น..By..areja....

………….ตอนนี้ จะดำเนินไปเชื่อมกับตอนที่ 3 บทที่ 3 ได้อย่างไรติดตามกันค่ะ.. ขอบคุณคอมเม้นน้ำใจ ของ ทุกท่านทุกบอร์ด ที่แว่น เอางานลงไว้นะคะ .. ( 7/10/2555 ) ..


                    


..บทที่ 3 ประตูกาลเวลา..

................เหวลึกมองไม่เห็นก้นเหวทำเอาคณะเดินทางกลืนน้ำลายเหงื่อตกเป็น ทิวแถว แต่ เมื่อ พรานชาติบอกทุกคนคงไม่ต้องไตลงไป และ พยายามเดินตามสายน้ำตอนนี้หรอก พรานชาติมองหาสะพานธรรมชาติ คือ เถาวัลย์ ที่พาดข้ามไปยังอีกฝากแผ่นดินตามคำบอก ของ แผนที่พรานชาติ มองไปรอบบริเวณ ซ้าย- ขวา ของ สายน้ำที่ตกลงก้นเหว แล้ว ปลายสายตาก็ไปปะพบ เครือเถาวัลย์ ดุจเทพสร้างไว้ เครือเถาวัลย์ ดังกล่าวเหมือนถูกผูกถักวางไว้เป็นสะพานพาด ..ทุกคนเดินไปยังสะพาน จันสู มองดูความแข็งแรงแล้ว บอกพรานชาติ ..

..จันสู “ สบายพี่ชาติ อีกร้อยปีก็ไม่มีขาดมีล่วงไปข้างล่างแน่ เครือเถา เส้น เบ้อเริ้มเลยพี่..”..เขาเดินเข้าไปตรวจเช็คความแข็งแรง แล้ว เดินกลับเข้ามา..
..พรานชาติ “ อื่มงั้นดีเลย เราตั้งที่พักกันคืนนี้ ตรงกลางระหว่างธารน้ำตก กับ สะพานนี้แหละอาหารก็ยังอยู่เหลือเฟื้อ วันนี้ก็เดินกันมาไกลโข เอาเป็นว่าจะได้พักกันเต็มๆ ที่แต่หัววันกันหน่อย .”..เขา มองไปยังก้นเหวแล้ววาดมือไปที่จะตั้งจุดพักค้างคืนนี้..
..หนานหงำ “ วันนี้มี เมาไหม พรานชาติเหลืออีก 3- 4 กระบอก ซัดซะดีไหม พราน..”..เขา ถามโดยไม่คาดผล..
..บักเขียด “ นั้นซิ เปรี้ยวปากดีแท้ยิ่งเนื้อไอ้ตัวนี้ มันคงอยากเป็นกับแก้มแล้ว ฮ่าฮ่า..”..เขายกชิ้นเนื้อปั้นใหญ่ ชูให้ หนานหงำ ดูแล้วเลียริมฝีปาก..
..พรานชาติ “ เออ เอาๆจะได้ไม่ต้องหิ้วต้องแบกกันต่อ..”..เขา ยกมืออนุญาต แล้วเดิน ไปตรวจสำรวจสะพานอีกที่โดย เดินข้ามไปยังอีกฟากหนึ่ง..
..จันสู “ อีหลงเอย ทำอะไรกินวะ นังหนูวันนี้เอาต้มแซบๆ ซะหม้อนะโวย เอา ให้โดดกันเลย ..”..เขา หันไปบอกกาหลง ที่สาละวนกับวัตถุดิบเตรียมทำอาหารมื้อเย็น หลังเปิดหีบลังเสบียง..
..กาหลง “ จ๊ะ เดียว จะเอาให้นึกถึงฉันทุกมื้อเลย ฮ่าฮ่า ฉันว่า จะย่างเนื้อทำน้ำตกด้วยอีกอย่าง และ ทอดอีกซะอย่างเผื่อไว้ เป็นเสบียงพรุ่งนี้ เลย..”..เธอ แจ้งเมนูและ เดินหิ้วเนื้อตาก ที่ หนานงำ แกะจากข้างลังเสบียงออกมาให้ เดินไปยังลำธาร..

..............หนานหงำ กับ บักเขียด เดินหาผักพอจะกินแก้มเหล้าแถวๆนั้นเพราะไม่กล้าเดินออกมาไกล และ ก็หาฟื้นไม้กิ่งไม้แห้งเตรียมไว้ ยามค่ำคืน จันสู ก็ก่อไฟตั้งหม้อกาแฟ และ เตรียมกระบอกเหล้า ชุดสุดท้ายเอามาเตรียมสนับสนุนกับมื้อเย็น..พรานชาติเดินดูสะพานเถาวัลย์จนแน่ใจว่าแข็งแรงจริง แต่ ก็แปลกใจ ที่อีกฟากฝั่ง พอเดินห่างไปไม่เท่าไร ต้นไม้สูงแปลกๆ ก็แปลเปลี่ยน เป็น ต้นไม้รูปทรงคุ้นตาตามเดิมพรานชาติ ยัง เก็บมะไฟป่า กับ กล้วยมาอีกเครือใหญ่ ป่าแถบนี้ ไม่สูงใหญ่ แต่มีต้นสนผลัดใบแห้งเต็มไปทั่ว เมื่อ เดินลึกเข้าไป และ พรานชาติ ยังพบ สายน้ำที่ตกจากอีกฝากเหว นั้นไหลเป็นแนวเส้นตรง เข้ามาในหุบที่ กลายเป็นแม่น้ำสายย่อมเข้าไปในทิศทางเบื้องหน้าอีก แต่ ตอนนี้ สายน้ำนั้น ยังอยู่ก้นเหวลึกอยู่ เขาเดินกลับมายังปางพัก ทุกสิ่งก็จัดวางไว้เรียบร้อยเนื้อย่างหอมถูกนำมาปรุงคล้ายคอหมูย่าง ต้มยำก็ส่งกลิ่นสมุนไพรชวนเปรี้ยวปากเหล่าคอสุรารอ พรานชาติ มาพอเห็นตัว ก็เฮกัน ..

..............กลุ่ม เพลา เดินเลาะสายน้ำ ไปเรื่อยๆ ต่างเร่งเดินกันแทบไม่คุยอะไรกันมาก เพราะ เงาฝนไล่หลังมาไมห่าง นายใบ้ เริ่มคุ้นชินกับหนทางสายนี้ เมื่อ เห็น เขาลูกหนึ่ง ทางทิศตะวันตก ของ สายน้ำ ที่มีลักษณะคล้ายหน้ามนุษย์ กาล ก็เช่นกัน เมื่อ เห็น เขาหินที่อยู่ไกลๆ ทางทิศตะวันตก แล้วสีหน้าเริ่มรู้สึกกังวล กลุ่ม ของ เพลา มาหยุด พักเมื่อ เกือบ 6 โมงเย็น 2 สาวพอช่วย กันกางเต็นท์เสร็จ ก็เดินมาเตรียมอาหารมื้อเย็น บุญช่วย ก่อไฟ และ เตรียมเนื้อแห้ง ไว้ให้แล้ว ส่วนนายใบ้ ก็ใช้หอกหาปลามาพวงใหญ่ เพลา กางเต็นท์เสร็จ ก็ เดินดูรอบๆ ที่พัก เขารู้สึกว่า ความเงียบเพิ่มขึ้น พร้อม เคล้าลมพายุที่ก็เงียบหาไป.. เพลา กลับมาช่วย 2สาวทำอาหาร กาแฟร้อนๆ ที่ต้มเรียกความกระปี้กระเป่ากลับมาอีกครั้งพอ เตรียมอาหารเสร็จ 2 สาว ขอตัวไปอาบน้ำกัน บุญช่วย ดึงบ๊องออกมาถุนเนื้อแห้งยอดไพร.. นายใบ้ ย่างปลาที่ปิ้ง และ คนหม้อสนามที่ต้มยำปลากำลังเดือดส่งกลิ่นโชย เพลา เอา แผนที่ออกมากางดู นายใบ้ เข้ามาร่วมดูเขา เริ่มจำได้ถึงเส้นทาง เพียงแต่ ตอน ที่ เขา ออกไปจากนครนั้น เขา ยังเด็กมากแต่ ก็ พอจำลักษณะ บางอย่างได้ เช่น หน้าผา หรือ เขารูปทรงสะดุดตา เขา รู้สึกวิตกที่ เพลา หยุด พักที่ตรงนี้ เพราะ มีอะไรบางอย่างที่ กำลังจะเกิดขึ้นแน่นอน..



                                   


..กาล “ คืนนี้ ยู ต้องระวังนะ มาเรีย ไอรู้สึกสังหรณ์ใจว่า พวกเรา ต้องเจออะไรแน่ แต่ ไอ ยัง บอก ยู ตอนนี้ไม่ได้ ว่าทำไมถึงรู้ ..”..เธอ บอก มาเรีย โดยยังไม่ให้รายละเอียดมากนัก..
..มาเรีย “ what ? ? อะไร ? ที่ ยู ให้ ไอ ระวังกัน กาล ? ? ..”..เธอทำหน้าสงสัย แต่ ก็ เตรียม พร้อม ตามคำเตือน วันนี้ หลังเจอกัน มาเรีย ได้เล่าถึงตัว นายใบ้ ที่หาเป็นใบ้ไม่ และ ก็ยังไม่ทราบเหตุผลที่ เขา ปกปิด เรื่อง พูดได้ส่วนเรื่อง เสียวๆ ที่ ยอดหนุ่ม ทรงโรมัน เปรอปน เธอ หลายยก เธอ ยังอายที่จะบอกแก่ กาล..
..กาล “ ไว้ผ่านคืนนี้ไปได้ ไอจะเล่าทุกอย่างให้ ยู ฟัง..”.. เธอ รีบชวน มาเรียขึ้นจากน้ำไว้กว่า ครั้งก่อนๆ เธอ เดินกลับมารวมกลุ่ม ร่วมวงอาหาร กับทุกคน..

 
..............เพลา เองเมื่อจับกระแสป่า ที่เงียบสนิทได้ก็รู้ว่าคืนนี้ต้องผจญ กับ ภัย อะไรแน่ แต่ ก็ยังไม่แน่ใจ เขา จึงตรวจอาวุธไปด้วยขณะ กินอาหาร มาเรีย ยื่น ลูกซองตัดแฝด ให้ นายใบ้ ติดตัวไว้ถ้าเกิดมีเหตุอะไรคืนนี้ และ ให้ นายใบ้ ไปเอากระสุนสำรองในลังเสบียง บุญช่วย ยังงง ว่าให้เตรียมพร้อม อะไร แต่ ก็รับคำ เพลา ที่ จะ ไม่ถุนสมุนไพร ของ แก่เกินไปคืนนี้.. ทั้งหมด พอกินอาหารกัน เรียบร้อย ก็แยกกันไปพักผ่อน กาล กับ มาเรียจะช่วยกัน เข้ายามผลัด 2 ส่วน นายใบ้ จะรับผลัด 3ไปดูแล ส่วน ยามสุดท้าย เป็นหน้าที่ ของ บุญช่วย ..นายใบ้นั่งอยู่เป็นเพื่อน เพลา หลังทุกคนแยกไปพัก รอเวลาหมดผลัดแรก..นายใบ้จับกระแสอะไรได้บางอย่าง มีกลิ่นสาบ โชย มาปะทะจมูก ไม่ทันสะกิดเตือน เพลาก็ต้องส่งเสียงตะโกนบอกก่อนถึงตัว ซึ่ง ทั้ง 2 นั่งอยู่คนละฟากกองไฟ..


                        


                        

..นายใบ้ “ นายระวัง _ ! ! !..”..เขา ตะโกนสุดเสียง ก่อน โดดหลบคมหอก และ ลูกธนูที่พุ่งแหวกอากาศมาหมายชีวิต..

 
..............ปฏิกิริยา เพลา กับป่ายังไว้พอ เมื่อ เสียงบอกดังมาเขา ก็ โดดเข้าหาที่กำบัง คือ ลังเสบียง ร่าง เขา ชนร่าง บุญช่วย ที่กำลังเคลิ้มๆสะดุ้งตื่น และ คว้า ลูกกรด .22 ยิงออกไปมั่วๆ หนึ่งนัดบุญช่วย คงลืม ล็อคเซฟ แน่ เพราะ เสียงปืนลูกกรด แหลมเล็กแทบไม่ได้ยินพุ่งหายไปในป่าแนวโดย ไม่รู้ตำแหน่งแห่งใด.. เพลา ปลดล็อคเซฟ และเล็งผ่าความมืดออกไปนอกชายป่าอีกฟากธารน้ำ นายใบ้ หลังหลบหอกที่พุ่งเข้ามาแล้ว ก็เอาหอกที่ทำไว้ เขี่ยกองไฟให้ดับลง และ ม้วนตัวไป ยังกลุ่ม 2 สาว ที่ ก็ยังไม่ทันหลับกัน ทั้งคู่แหวกเต็นท์ ออกด้านหลัง และยึดขอนไม้ท่อนโตไว้เป็นกำบัง พอก้มศีรษะลงที่หลังขอนไม้เท่านั้น ลูกธนู ก็พุ่งปักที่ขอน 3- 4 ดอก ตามด้วยหอกไม้ยาวอีก 2- 3 อัน ..แล้วชั่วอึดใจ ทุกคนก็เห็นกลุ่มคนแต่งตัวประหลาดตรงออกมาจากแนวป่าฝั่งตรงข้าม และ ดิ่งตรงมาที่ คณะท่องไพรเพลา กดไก เปรี้ยงงงง.. แรกออกไปที่ร่างหนึ่งที่ทาผิวดำทั้งตัวแต้มแต่งด้วยสีขาวพาดทำแนวเป็นลายทั้งตัวมีขนนก และ กระดูกสัตว์ห้อยแขวนระโยงละยางเกิดเสียง..ร่างนั้นศีรษะด้านหน้าแหกเวอร์แหว่งหายไปในบัดดล พร้อมร่างหงายหลังดั่งโดนสิบล้อออกตัวกระชาก..อีกคนที่วิ่งคู่มาก็กระเด็นหงายหลังเอียงไปเช่นกัน เมื่อ นายใบ้ กด ลูกซอง ตูมออกไป ข้างหนึ่งตูมมมมม.. . และ ตูมมมมม.ซ้ำอีกนัดกับอีกร่างที่ง้างหอกมายังกลุ่มคณะ ร่างนั้นหมุนคว้างล้มลง คน อื่นที่ตามมาทำท่าจะชะงักงัน แต่แล้ว ก็ดิ่งตรงโห่ร้องฝ่าน้ำเข้ามาอีก มาเรีย สอยมือธนู ที่กำลังเล็งมา ด้วย .38 ออร์โต้ปังงงงง ปัง ปัง. ..เธอ ส่ง อีก 2ศพตามกันไปเป็นเพื่อนเฝ้าผี..กาล ฝังคมกระสุนใส่ อีก 2 คน.. ปังงง ปังงง..ที่วิ่งตรงดิ่งกำลังพ้นริมฝั่งน้ำ ร่างนั้นกระเด็นหงายท้องเลือดสาด ลูกธนูลูกหนึ่งพุ่งผ่านหน้า เพลาเสียงแหวกอากาศได้ยินชัด เขากลิ้งเลาะขอนไม้ที่เป็นเหมือนบังเกอร์ แล้ว กระชากเลื่อนส่องไปอีก 2 ร่างซ้อน ..เปรี้ยงงงง. ..คนหนึ่ง โดนไปกลางหน้าอก เป็นรูโหว่ เปรี้ยงงงง..อีกคนโดนที่ขาร่างพับลงร้องโหยหวน บุญช่วย เอาแต่ หมอบกอดปืนแน่น ปากพร่ำสวด แต่คาถาสารพัดผิดๆ ถูกๆ กลุ่มมนุษย์เจ้า ของ ป่า ชะงักถอย เมื่อ มาเรีย กดสมุนตัวดำร่วง ปังงง ปัง.. ไปอีก 2 ร่างคาลำน้ำ พวก ที่เหลือ 3- 4 คน ลากศพ และคนเจ็บกลับเข้าไปในชายป่าข้างน้ำตก เพลา รีบสั่ง ให้ ทุกคนเก็บสัมภาระ ถอย เพราะศัตรูคงแค่ ถอยไปตั้งหลักแน่น และ อาจ พาสมัครพักพวก ตามมาอีกทุกคนตรงไปยังสัมภาระตัวเอง นายใบ้ ช่วย บุญช่วย หามลัง และ เพลา ก็สั่งถอย เขา เดินคุมเชิงปิดท้ายขบวนเขา ให้คณะเลาะไปตามสายน้ำดังเดิม เพียงแต่ เลาะเข้าไปตามชายป่าแทนที่จะเดินตามลำน้ำอย่างเคย ไม่ถึง 10 นาทีพวกคนป่าก็ตามมาจนทันนับ 10 คน เพลา ให้ทุกคนหาที่กำบัง เพลาลั่นไกออกไปเปรี้ยงงงง..พร้อม ร่างที่กระเด็นกลิ้ง ของ คนที่วิ่งดิ่งเข้ามา นายใบ้ กดลูกซองแฝดออกไปไล่ๆกัน ทั้ง 2 ข้าง ตูมมมม ..ตูม. ..ร่างผู้รุกรานกระเด็นหงายหลังสิ้นลมกาล ก็บรรจงอย่างปราณี ส่ง คนป่าดิ้นหงายหลังเปรี้ยงงงง เปรี้ยง เปรี้ยงงงง.. .ไปอีก 3 ศพกลุ่มคนป่าบ้างยืนจ้อง บ้างเริ่มกลัวหลบอยู่หลังต้นไม้ ต่างหยุดนิ่งไม่ขยับเขยื้อนรุกเข้ามาต่อเพลา จึง ค่อยๆ สั่งถอยออกมาช้าๆ แล้วจู่ๆ สัตว์ตัวใหญ่ ก็โผล่มาจากราวป่าอีกด้านหนึ่ง ดิ่งตรงเข้าหา กลุ่ม คนป่า เพลา เห็นตัวมันชัดเจนเจ้า ทีเร็กซ์ นั้นเอง ทั้งหมดตะลึง แต่ เพลา รีบตะโกนบอกให้รีบถอยออกมาทุกคนเดินถอยหลัง จ้องเจ้าของ ร่างยักษ์ที่ดูกริ้วโกธร กัด กินเหล่านักรบชาวป่าบ้างวิ่งหนี บ้างใช้หอก และ ธนูเข้าต่อสู้ แต่อาวุธแทบไม่อาจทำให้ระคายผิวสัตว์ร้ายเลย เพลา พาคณะหลบลัดเลาะแนวป่าลักษณะเดิมมาอีกพักใหญ่ ก็เริ่มผ่อนเท้ากัน ทุกคนเหงื่อท่วมร่าง และหอบกันถ้วนหน้าเดินมาอีกระยะหนึ่ง เพลา ก็สังเกตเห็น ว่าแนวป่าที่ใหญ่โตด้วยไม้ยืนต้น เริ่มแปลเปลี่ยนเป็น ต้นไม้ไม่สูงมากนักมีบ้างต้นที่สูงเทียมเมฆ แต่ ส่วนใหญ่ เป็น ต้นสน ที่ แห้ง ใบร่วงแทบไม่มีใบติดต้นขบวน ของ เพลา เดินกันอย่างผ่อนฝีก้าวมาอีกเกือบ ชั่วโมง เขา ก็บอกให้ทุกคนหยุดพักบุญช่วย รีบหาเศษไม่ก่อกองไฟทันที่ ที่เหลือ ก็ ตรวจดูแผลถลอกตามตัว ขณะปะทะกับกลุ่มคนป่า เพราะ ช่วงหลบ ช่วงรีบหนี กิ่งไม้ขวนขีดตามร่างกาย บ้างครั้งก็ล้มลุกคลุกคลาน เพราะ มั่วมอง แต่ ศัตรูแห่งป่า ว่าจะตามมาไหมจนไม่ทันมองทางล้มกันก็หลายครั้ง 2 สาวหอบกันตัวโยนปลดกระดุมเสื้อจนร่องอกขาวที่ถูกดันทรงประครองไว้ชูเนินอิ่ม เหงื่อพราวร่าง จับทั่วใบหน้า และ ไรผม เพลาเดินไปฝั่งน้ำล้างหน้าตาที่โชกไปด้วยเหงื่อ และ เดินกลับเข้ามารวมกลุ่มอากาศจากลมที่พัดมาเย็นวาบดังฤดูหนาว พอหย่อนก้นนั่งขางกองไฟ 2 สาวก็ลุกไปล้างเนื้อล้างตัวที่ริมน้ำบ้าง นายใบ้ตั้งหม้อกาแฟไว้เริ่มเดือด เขา รินใส่แก้วแล้วยื่นส่ง ให้ เพลา เขา รับมากุมไว้และ ยกขึ้นจิบชิมความหอมกรุ่น ของ กลิ่นกาแฟทุกคนเริ่มปรับความตื่นตะลึงกับเหตุการณ์ ที่พึ่งผ่านมา แล้ว เพลา ก็ฉุกขึ้นมา ว่าได้ยินเสียง นายใบ้ ร้องเตือน เขา เพลา มองหน้าชายหนุ่ม ลูกน้องในปางไม้ และลูกหาบ ตัวโต..

..เพลา “ นายใบ้ นายพูดได้นี่ นาย มีอะไรจะบอกฉันไหม..”..เขา มองหน้า ของ นายใบ้ 2 สาวเดินย้อนกลับมาพอดีมาเรีย ไม่ได้แสดงความตกใจ เพราะ รู้แล้ว แต่ กาล แสดงความสนใจเป็นอย่างมาก..

                         


                          


..............แล้วเรื่องราวต่างๆ ก็พรั่งพรู ออกมาถึง จุดเริ่มตั้งแต่ มีคนเข้ายึดนคร และ ควบคุมอำนาจ ของ นครหลง เขา บอกตอนนั้น เขา ยังเด็กมากแต่ ก็ พอรับรู้บ้างนิดหน่อย เขา และ ญาติผู้หญิง คนหนึ่ง อายุต่างจาก เขา 4ปี ถูกส่งตัวออกจากเขตนคร และ ให้เดินเลาะธารน้ำสายนี้ ออกสู่ นครแต่ ก็มาพบพวกคนป่าพวกนี้เช่นกัน เขา และ ญาติผู้หญิง พยายามซ่อนตัว และหลบจากภัยต่างๆ หาพืชผักหัวมัน หัวเผือกกินประทังชีวิต เดินจนจรดถึงถ้ำน้ำตก ก็เดินเลาะไม่ได้เข้าไปในถ้ำนั้น จนข้ามเขา ไปอีกหลายลูก ก็ดั้นด้นไปไม่ได้เป็นทางเดียวกับที่ คณะเดินทางเดินผ่านมา เขา และ ญาติ ทั้งป่วยทั้งหิว และต้องคอยหลบนอนตามคบไม้ยามค่ำคืน จนไม่รู้ว่าออกมาจากนครกี่วัน กี่เดือนแล้วจนเดินไปถึง น้ำตก 2 สาย เมื่อ แรก เดินทางนั้นแหละ ก็มีหญิงสาวคนหนึ่ง เอาอาหารมากมายมาให้ พร้อม บอกหนทางให้เดินต่อ เขาหยุดเว้นระยะดื่มน้ำ.. กาล ก็เล่าขึ้นมาต่อ ทุกคนหันมองเป็นตาเดียวกัน หญิงคนนั้นแต่งกายพราวด้วย อัญญะมณี สะพรั่งวาวไปทั้งร่าง และ งามงดดุจนางฟ้า หรือเทพีในนิยายโบราณ เธอ บอกทาง แก่ พวกเรา พวกเรา เดินตามที่ นางได้ชี้บอกจนเข้ามาถึงเขตเมือง แต่ ตอนนั้น เธอ ป่วย และ มีไข้จนไม่สามารถแม้นจะเดินทางต่อได้จึงพักนอนรออยู่ชายป่า และ น้องชาย ญาติคนเดียว ก็ ออกไปหาอาหาร แต่ แล้ว พอ เธอรู้สึกตัวอีกครั้ง ก็อยู่ ที่โรงพยาบาล และ ก็ไม่อาจจำอะไรได้ในตอนนั้น จนเวลาผ่านไปหลายปี เธอ จึงเริ่มนึกได้ถึงเหตุการณ์ ในอดีต และ ออกตามหา น้องชาย ญาติคนเดียวของ เธอ แต่ ก็ไม่พบพานกันอีกเลย จนมาบัดนี้ เธอ พบน้องชาย ที่หายสาบสูญแล้ว..ทั้ง 2 โผเข้าหากันไม่มีคำใดเอยเอื้อนนอกจากน้ำตาแห่งความปีติ และ สายตาที่มองกันอย่างห่วงหานึกถึง..

..............กลางดึก ขณะ นายใบ้ หรือ อีกนามหนึ่ง ซีต้าร์ ราชโอรสแห่ง นครหลง กำลังเฝ้ายามอยู่ ผลัด 3 ก็มีเงาร่างสาวนางหนึ่ง มุดออกมาจากเต็นท์พัก หาใช้ใครอื่น มาเรีย นั้นเอง เธอ เดินมาหา เขาก่อน เทกาแฟหอมกรุ่น ลงแก้วจิบความหอม สายตา เธอ ปรายมองจับชายหนุ่ม ที่แสงไฟจากกองเพลิงไล่เปลวสะบัดเหลือบเงาร่าง.. เขา ดูไม่ธรรมดาจริงๆความสง่างามจับทรงร่างกำยำ มัดกล้ามวามวาวสีทองแดง ออก ขาวขึ้นเล็กน้อย ถ้าเทียบแต่ แรกพบ รูปหน้าคมเข้มยามพิศชวนให้ไหลหลง เธอ วางแก้วกาแฟลง และเอื้อมมือซุกซนลูบไล้แผ่นอก ซีต้าร์ ดวงตายังมอง สายตาที่ มองลงมาประสาน.. ซีต้าร์หรือ นายใบ้ ก้มลงมาจุมพิต เรียวปากเล็กนั้น เธอเผยอเรียวปากบางลิ้มรสลิ้นที่แซะซอนโพรงปาก มือ เลื่อนต่ำลงยังพงขนหนา และต่ำลงยังท่อนแกนความเป็นชาย ซีต้าร์ ก็ลูบมือโอบหลัง มาเรีย และอีกมือปลดกระดุมเสือสอดมือเข้าไปในร่มผ้า ก่อนดันยกทรง เธอ ขึ้น และตะปบมือขยำเบาๆ เริ่มต้นฉากเสียวอย่างช้าๆ มาเรีย หลับเปลือกตาพริ้มครางเสียงเสียวเล็ดมุมปาก ซอกฟัน เธอ ถูกเรียวลิ้นเซาะคว้าน จน เธอต้องอ้าปากเผยอกว้างขึ้น มือ เธอ รูดคลึง หัวหยักลึงค์ลำ เธอรูดหนังห่อท่อนท่อขึ้น-ลง ช้าๆ อีกมือประครองด้านหลังท้ายทอย ของ ซีต้าร์.. เธอดันร่างชายหนุ่มลงกับแท่นหินขนาดใหญ่ ให้ เขา พิงหิน และ เธอก็นั่งไปบนขาข้างหนึ่ง ของ เขา เธอ ไถเนินโคกอูมในกางเกงเดินป่าลายพรางแบบทหารเสียดสีท่อนขา ของ เขา ซีตาร์ เลื่อนมือจากแผ่นหลังลงมาปลดเข็มขัด และ ตะขอกางเกงมาเรีย ..เธอ ยกสะโพก ช่วยเล็กน้อย มือใหญ่หยาบค่อยๆ หงายมือซุกลงไปต้อนโคกอวบอูมปลายนิ้วผ่านติ่งมณี.. เขา หยุดการลุกล้ำล่วงมือต่อ ลงที่ ยอดติ่งเสียวหัวแม้โป้งมือถูกใช้งานผสานกับนิ้วชี้ ซีต้าร์ บี้เม็ดแตด ที่ เต่งสู้มือ เขากรีดกางนิ้วที่เหลือออก ประกบแคมอวบ และ คลึงเรียวนิ้วคีบติ่งเสียวน้ำเสียวที่เอ่อออก เริ่มเพิ่มปริมาณมากขึ้น มาเรีย ส่งเสียงครางกระเสาะ เธอรัดวงแขนแน่นขึ้นยามส่วนล่าง เธอ ถูกนิ้ว ซีต้าร์ ไถลร่องเสียว เธอสั่นกระตุกบ้างช่วง โดย ไม่อาจต้าน หรือ ควบคุมตัวเอง เธอ ยกก้นสูงขึ้น กางเกงจึงถูกดึงลงมากองไว้ที่หัวเข่า ก่อน เธอ จะถูกยกมานั่งทับท่อนลำ ที่ ทาบยาวมาถึงหน้าท้องของเจ้าของ ซีตาร์ ก็เลื่อนกางเกงรอเช่นกัน ท่อนลำ ที่พาดขึ้นด้านบน ถูก มาเรียว่างร่องทับทาบบด เธอ วนโยกเอวโม่แป้นแคมกับท่อนเอ็น เขาละจากปากเรียวน้อย ของมาเรีย มาดูดเฟ้นทรวงอกสลับไป-มาทั้ง 2 ด้าน ปลายถัน ถูกงับสลับ ขบ ดูด จน เธอ ต้องแอ่นอกเชิดยกตาม มือ เธอ เลื่อนลงไปต้อนพวกกระโปกโต ของซีต้าร์ ลูบไล้พวงไข่ใหญ่นั้นถูก เธอ สำรวจไล้.. อีกมือ ก็ต้อนดันเต้า ให้ชายหนุ่ม เฟ้นฟอน เธอ เชิดหน้าเป่าปากออกเป็นระยะๆเนิ่นนานจนเครื่องร้อนด้วยกันทั้งคู่ มาเรีย จึงยกสะโพกขึ้น และจับตั้งท่อนลึงค์หัวบานถอก ให้รอรับการรุก ของ เธอ เธอ ปาดหัวบานขึ้น –ลง ไป-มา ที่ร่องโชกชุ่มน้ำเสียว เธอ มาเรีย ค่อยๆ หย่อนก้นลง ปลายหัว ควยจรด รูจีบ หี ของ เธอ ชั่วพริบตา เธอ ก็ กดเอวลงอีกส่วนหัวถอกมุดหายไปหมดเงี่ยงหัว... แล้ว เธอ ก็กัดขบฟันกด ซ้ำไปอีก คราวนี้แท่งลำมุดหายจม เข้าไปครึ่งค่อน... และ จมมิดอีกครั้งเมื่อ เธอ กัดฟันกดลงไปอีก... แท่งลำมุดเข้าไปสุดทาง ของ เธอ ยังเหลือไม่มาก แต่ ตอนนี้ เธอดันต่อไม่ไหวเลี้ยวแรงหายแทบสิ้น ต้องทิ้งน้ำหนักตัวซบแผลงอก ซีต้าร์ชายหนุ่มไซร้ซอกคอ ของ เธอ และ ตวัดลิ้นเลียไล้ใบหู และ แซะลิ้นในรูหู ของ มาเรีย...เธอ บิดร่างเล็กน้อย ก่อน เริ่มโยกยกตัวขึ้นขย่มทวนแท่ง หัวถอกครูดลืบในโพรงเธอ จน เธอ เกร็งตอด.. ความใหญ่โต ทำเอา เธอ เป่าปาก แทบทุกครั้ง ที่หัวมนทู่ทิ่มผนังมดลูก เธอ.. เธอ ร่อนเอว ซีต้าร์ ก็กระดกเอว มือ ชายหนุ่มประครองเอวขอดกิ่ว ของ เธอ ยกอุ้มประครองน้ำหนัก และ.. เขา เริ่มกด เอว เธอหนักเน้นขึ้น แป้นโคก เธอ อัดใส่โคน กก จนได้ ทั้งท่อนหายสิ้น ในลืบรวงจังหวะที่เพิ่มแรงขย่ม และ การส่งท่อนเสย ของ ทั้ง 2 สอดคล้องกันน้ำล่อลื่นไหลเยิ้มเปรอะทั่วโคก-โคนความกระชันถี่ ถูกอารมณ์พานำ เสียงกระแทกดังพร้อมไปกับ เสียงคราง อา....ยาวนาน และ สุขสมยิ่ง ในค่ำคืนอันหนาวเย็น .......


                      
                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                             


..............กาหลง ปลุกทุกคนในเช้านั้นด้วย กลิ่น เนื้อย่างเพิ่มเพราะ เมื่อวาน ถูกเหล่าคอสุราฟาดซะหมดงบ อาหารเช้า ถูกเตรียม พร้อมกลิ่นกาแฟหอมโชยเรียกทุกคน ...พอกินกันจนอิ่มแล้ว ทุกคน ก็ เตรียมออกเดินทาง มีฝูงจ้าวเวหาบินวน อยู่เหนือ กลุ่ม ของ พรานชาติ เขา เริ่มจับความผิดสังเกตด้วยจำนวน สัตว์ปีกยุคล้านปี เพิ่มจำนวนเรื่อยๆ พอ กลุ่มขบวนเริ่มออกเดินทางก็มีตัวหนึ่ง โฉบลงเข้าหา เฉียด ทุกคนไป พรานชาติ เห็นท่าไม่ดีรีบสั่งให้ทุกคนรีบตรงไปที่ สะพาน ไม่ทันขาดเสียงสั่ง อีกหลายตัว ก็โฉบแฉลบมาจนทุกคนต้องก้มหลบ จะงอยปากสัตว์คล้ายนกยักษ์อ้ากว้างส่งเสียงสูงแสบแก้วหู .. “ แคว๊ก ก ก ก ก กกก แกว๊ก ก ก กก ”.. ทุกคนทุลักทุเล วิ่งๆ ก้มๆมาถึงคอสะพาน กำลังจะเดินขึ้นไปบนเถาวัลย์ ฝูง เทโรซอร์ สัตว์เลื้อยคลานมีปีก ยุคล้านปี ก็จู่โจม เข้าหา หนานหงำ กับ บังเขียด ต้องหมอบหลบหลังลังเสบียง กาหลงโดดเข้าผิงหลบ ที่ต้นไม้ต้นหนึ่ง และ กดปล่อยลูกศรเฟี้ยว ว ว ว ...พุ่งสวนเข้าหาฝูงสัตว์ยักษ์ ตัวที่โนคมศร มันหมุนเคล้งคว้างลงก้นหุบเหว ตามอีกตัว ที่ พรานชาติกดลูกซอง ตูมตูม ม ม.... ปะทะร่างควงปีกหลู่ร่วงไป...ลูกคณะ หมอบตั้งหลักได้ ก็ช่วยกัน ยิงสวน ยามเจ้าสัตว์ล้านปี โฉบต่ำเข้ามา จันสู นั่งพิง ราวสะพาน มือหนึ่งเกาะยึดเถาวัลย์อีกมือยกลูกซองเดียวกด ใส่ ฝูงจ้าวเวหาโป้งงงง..และรีบปล่อยมือพุ่งตัวเข้ามาสมทบกับกลุ่ม หนานหงำ และ บักเขียด ที่ใช้อาวุธที่ถืออยู่ยิงเข้าหา ฝูงบินสัตว์ล้านปีอย่างตื่นกลัว จันสู เปลี่ยนลูกโดดเป็น ลูกปลายในนัดต่อๆ มา เพื่อ หวังขู่ และ หวังผลให้โดน เจ้าปักษา มากขึ้นกาหลง ยังฉมังนัก เพราะ ทุกดอก ที่ปล่อยไป ก็จะแลกกับหนึ่งร่าง ของ สัตว์ล้านปีพรานชาติ ก็พาร่างเข้ารวมกลุ่ม กับ หนานหงำ และคนอื่นๆ เพราะ ฝูง เทโรซอร์ เริ่มโฉบใส่เกือบทุกทิศ-ทุกทาง จนอีกพักใหญ่ ฝูง เทโรซอร์ จึง ซาจำนวนลง แล้วเริ่มบินสูงขึ้นๆ และ ค่อยๆ แยกตัวหายไปจนหมด หลัง ผ่านเหตุการณ์มาได้ทุกคนตรวจดูตามร่างกาย พรานชาติ โดน ปีก เทโรซอร์ ที่โฉบเข้าหาแบบฉิวเฉียด แล้วเขา ซัดสวนลูกซอง เข้าใส่ มันดิ่งร่วงกลิ้งเฉียด เขา ไปลงเหว แต่ ปีกมันเฉี่ยวแขนจน เขา ได้เลือดเหมือนกัน ส่วน คนอื่น ก็ ถลอกเลือดซิบๆ ไปตามๆ กันจากการกลิ้งหลบไป-มา กาหลง เดิน ออกมาจากหลังต้นไม้ เธอ ไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆพรานชาติ เร่งให้ทุกคนรีบข้ามสะพานเถาวัลย์เพราะ ถ้า มันย้อนกลับมา ขณะข้ามสะพานจะลำบาก และ เสี่ยงเป็นอย่างมาก.. เมื่อ พ้นสะพานได้ พรานชาติก็พาลูกคณะเดินลัดเลาะแนวป่าออกไปจนพ้น ป่าสูงใหญ่ทรงดึกดำบรรพ์ และ เข้าเขตป่าผสม ที่ มีต้นสนยืนต้นใบแห้งร่วงที่โคนต้น เป็นทิวแซมต้นไม้ชนิดอื่นแน่นป่า เขาพาทุกคนเร่งเดิน ให้พ้นบริเวณ เพราะ ไม่แน่ใจ ว่า เจ้าสัตว์ เลื้อยคลานมีปีกนั้นจะหวนกลับมาอีกไหม....

             


..............เพลา พาทุกคนเดินตามคำบอก ของ ซีต้าร์ และ กาลที่เริ่มจำทางได้ลางๆ เข้า เขตนครหลง เกือบบ่าย เขา ก็ให้หยุดขบวนพักกินอาหารไม่ทันอิ่มดี ก็ได้ยินเสียงคนจำนวนมากโห่เสียงร้อง และ เป่าเขาสัตว์เป็นสัญญาณอะไรซักอย่าง ทุกคนมองหน้ากัน และ หาที่หลบเร้นกายทุกคนเห็นแถวมนุษย์แต่งกายโบราณมีเกาะเหล็กเกาะไม้ และโล่ต่างชนิดเดินกันเป็นริ้วขบวน.. ขบวนทัพทหารมุง ตรงไปยัง ทิศตะวันตกมีเสลี่ยงใหญ่ คนหามนับไม่ถ้วนแบก ที่แท่นลานบนนั้นมี คนหนึ่งผู้หนึ่งที่ดูน่าเกรงขาม ใบหน้าทาสีขาว และ สีต่างๆ ไว้ ที่อุ้งกำไม้เท้ายืนนิ่งไม่ไหวติงรอบขบวนทหาร มีช้างตัวใหญ่โตหลายตัว ที่มีคนบังคับให้เดินตามอย่างเป็นแนวมีศาสตร์ตรา-อาวุธหอก-ดาบยาวเรียงแหนบด้านข้างหลายขนาด อีกทั้งกองปืนใหญ่ต่างขนาดที่ มีทั้งลำกล้องสั้นบ้าง-ยาวบ้าง อีกจำนวนหนึ่ง และ ม้าศึกอีกนับร้อยๆ ตัว ที่มีผู้คุมบังเหียน ใส่เกาะเหล็กหนา โล่หนา ลำตัว ของ แต่ ละคนใหญ่กำยำ จน มาเรียต้อง หันกลับมามอง ซีต้าร์ ที่รูปร่างคล้ายกัน เกือบ 5 นาทีกว่าขบวนจะพ้นผ่าน.. ทหารพวกนั้น เพลา กะจำนวนคราวๆ น่าจะเกิน 2000 คน เขา ปรึกษา ซีต้าร์ และ กาล และ ลงความเห็นว่า จะตามขบวนทหารเหล่านี้ไป...

..............กลุ่ม พรานชาติ เดินทางกันมาเกือบบ่ายแก่ๆ ก็หยุดพักกินอาหารกันพออิ่มกันทั่วคน จึงออกเดินต่อ เดินมาอีกไม่ไกล กาหลง ก็ชี้ ให้พรานชาติ ดู ป้อมปราการไม้ ขนาดใหญ่โต กำแพงรอบๆ สูงเกิน 10 เมตรดูแน่นหนาพรานชาติ ให้ ทุกคนระวังตัวไว้ แต่ ! ! !... ยังไม่ทันเคลื่อนขบวนหลบ หรือเดินกันต่อ ทุกคนก็ถูกคนจำนวนเกือบ 30 ล้อมไว้ทุกทิศทางพรานชาติ ให้ทุกคนนิ่งก่อน อย่าทำอะไรผลีผลาม เพราะ อย่างไรก็เป็นคนคงสามารถเจรจาพูดคุยกันได้ จึงสั่งให้ทุกคนลดอาวุธลง และ ยอมจำนนกับกลุ่มคน ที่แต่งกายคล้ายทหารโบราณ และ สวมเกาะเกือบทุกคน..ทั้งหมด ของชาวคณะเดินทาง ถูกต้อนพากลับเข้าไปยังป้อมปราการใหญ่ แห่งนั้น..

..............เพลา มาหยุด ห่างจากกองทหารโบราณนั้น เกือบ 400เมตร โดย อาศัยต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ทั่วเป็นที่กำบังคณะ.. ซีตาร์ได้อาสา ขอ เข้าไปสืบความเคลื่อนไหว และ ความเป็นไปใน กองทหารเหล่านั้น เพลาอนุญาต แต่ ก็ให้ระวังตัวให้มาก ซีตาร์ จึงเร้นร่างหายเข้าไปในพงป่าดิ่งไปยังค่ายของ กองทหาร ที่หยุดพักตั้งค่าย...ซีตาร์ หายไปนานพอควร และได้กลับมาเล่าเหตุการณ์ ให้ฟัง ว่ากองทหาร มา ตรึงกำลังพลพักอยู่ห่างค่ายทหารอีกพวกหนึ่ง ที่ ได้สร้างป้อมปราการแน่นหนาไว้ ระยะห่างจากกันไปถึง 1กิโลเมตร และ กองที่มาพักรอนั้นกำลังจัดกำลังเตรียมรูปขบวนศึกเข้าบุกประจัญบานกับ ค่ายนั้น โดย ที่ค่ายนั้นก็เป่าเขาเตรียมรบรอ พร้อม บนกำแพง คงไม่นานต้องเกิดศึกแน่ ไม่ทันเล่าจบ เสียงโห่และ แตรเขาสัตว์ กองทหารที่หยุดพัก ก็ดังขึ้นพร้อม เสียงปืนใหญ่ดังก้องพื้นที่จนสั่นสะเทือนไปทั้งไพรมวลหมู่สัตว์ นานาชนิดออกจาก ที่ แฝงเร้นกายฝูงสัตว์ปีกแตกรังบินวอนฟ้า.... เพลาร้องกำชับทุกคนให้ระแวงระวังดูเหตุการณ์ไปก่อน และ ดูว่าใคร ? คือ ใคร ? ฝ่ายใด ? กับ ฝ่ายใด? รบกัน จะเป็นมิตร หรือ ศัตรู.....

        


.............. จบตอนก่อนนะคะคราวหน้า ไปตามต่อในช่วงเหตุการณ์นี้ ใน ตอนที่ 3 ผจญนครหลง บทที่ 3ศึกแห่งนคร..หวังว่า เพื่อนสมาชิกแฟนคลับ แว่น คงไม่ งง นะคะหากมีวลีใดไม่ถูกต้อง ไวยาการณ์ หรือ ผิดเพี้ยนไป ก็ ขออภัยมา ณ.ที่นี้ด้วนนะคะ..ขอคุณทุกน้ำใจคอมเม้นพูดคุยจ๊ะ..( 7/10/ 2555 )..

................จบ เรื่อง สั้น นวนิยาย ผจญหลุมอดีตกาล..ตอนที่ 2 บทที่3 ประตูกาลเวลา..แว่น..By..areja....

*ก๊อป ไปอ่านได้ แต่ ห้าม ! นำไปเผยแพร่นะคะ ต้องการหาอ่าน แว่นนำไปลงไว้หลายที่ มีรูปโปรไฟร์ นี่ที่ไหน ที่นั้น ก็ มีงาน ของ แว่น นะคะขอบคุณคออ่านจ๊ะ *
                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                      


 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ