นวนิยายสั้น เกาะมหัศจรรย์ ตอนที่ 11 สหายเก่า..แว่น..By..areja..(ซ่อนเนื้อหา)

นวนิยายสั้น เกาะมหัศจรรย์ ตอนที่ 11 สหายเก่า..แว่น..By..areja..(ซ่อนเนื้อหา)

  • 0 ตอบ
  • 8670 อ่าน
*

ออนไลน์ areja

  • Global Moderator
  • *****
  • 11815
  • 21135
  • เจ้เตือนแล้วนร้าว่า อย่าสดๆ
    • ดูรายละเอียด
.......... ..... .นวนิยายสั้น เกาะมหัศจรรย์ ตอนที่ 11 สหายเก่า..แว่น..By..areja..

            ..........นับถอยหลังกันแล้วนร๊า ที่เหลือไปบวกแกนเรื่องตาม พล๊อต ที่วางไว้..ที่พยายามเก็บไม่ให้หลุด ปมปริศนาธีมหลักของเรื่อง เอาชนิดเฉลยกันที่ตอนสุดท้ายกันเลยที่เดียว ตอนนี้ตอนเขียนลบทิ้งเขียนใหม่ร่วม 8 หน้าเลยเดียวอ่านไป จะพอทราบว่าจุดใด ที่แก้กระถันหันไป..ไวยากรณ์ไม่ต้อง พจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน ก็ขออภัยมา ณ.ที่นี้ด้วยนะจ๊ะ ข้อมูลใดไม่ถูกต้องคลาดเคลื่อน สะกิดบอกกันได้นะจ๊ะ ถือว่า แชร์ความรู้ที่ถูกต้องกันๆ..
 


.................//.......................//.............. ..................././( 13/4/2558 )/./.............. ............/ /.............................//..

ตอนที่ 11 สหายเก่า


“ เบญ หายไปไหนใครเห็นเบญมั่ง เบญๆ เบญอยู่ไหน....”..แอนนา ถามหาเด็กสาวพรางมองหาภายในเรือ..
“ เบญ มันโดดน้ำตามไปด้วยเมื่อกี้ตอนพวกนั้นล่วงน้ำไป.. ผมพยายามดึงแล้วนร๊า แต่ผมตอนนี้ ผมไม่มีแรงแล้วนี่..”..บักธง บอกหน้าเจื่อนเหี่ยวๆ..
“ แย่แล้วนี้ตกลงน้ำไป 5 คนหรือ..”..ทอม ลูบมือบนใบหน้าอย่างมึนๆ ในสถานการณ์ของ ผู้ร่วมชะตากรรม..

          บารอน ให้ ตะเอ่ผู้นำเผ่าชะเม นำฝูงแมลงปอบินกลับไปตามลำน้ำหลังเรือพายทวนกระแสมาได้ระยะหนึ่งทั้งฝูงบินอ้อมไปเรียบแม่น้ำ และบินค้นหาบินไปจวนเกือบถึงเขตซอกผาของ เผ่าอีลอย..

“ นั้นทุกคนอยู่นั้น..”..ตะเอ่ ฝูงบินของ ตะเอ่ทั้ง10 ที่ตามมาทันเห็นทั้ง 5 ที่เกาะเกี่ยวกันพยายามช่วยพยุงร่างของ แก้วที่อาการหนักสุดให้ขึ้นผิวน้ำจนคนอื่นๆ จมน้ำผลุบโผล่ดำผุดดำว่านอย่างทุลักทุเล..

           ฝูงแมลงโฉบลงไปท่ามกลางกระแสลมที่เริ่มแรง ที่พัดมาในช่องเขาทั้งฝูงเร่งวนหาทางพยายามโฉบคว้ามือของ คนในสายน้ำ..ครั้งแล้วครั้งเล่า จนในที่สุดสามารถคว้ามือของร่าง 2 ร่างลอยขึ้นจากผิวน้ำ ส่วนอีก 3 คนพยุงประครองตัวกันไหลลอยตามกระแสน้ำไป..ฝูงบินพยายามจะบินตามไปช่วยคนที่เหลือ แต่ก็โดนพายุลมที่พัดมาในเวลาเย็นของที่นั้นเล่นงานหนักขึ้น..ด้วยใกล้มืดแล้ว การมองเห็นเป็นไปด้วยความยากเย็น เหล่าแมลง และคนบังคับก็อ่อนล้า จึงจำเป็นต้องเลิกล้มการติดตามช่วยคน..

 แมลงปอ 4 ตัวพาร่างหมดสติ 2 คนที่ช่วยมาได้จะนำไปส่งที่เรือของ บารอน..โดย ที่เหลืออีกทั้ง 6 ตัวหลังยังไม่ได้กลับไปรายงานแก่ บารอน และตั้งใจจะให้ฝูงบินชุดใหม่ ที่แข็งแรงกลับไปค้นหาต่อในเวลาเช้า จึงบินกลับเผ่าไปแทน..


                                 32

          ด้าน บารอน และคณะผู้ผจญกับภัยที่เหลือต่างเฝ้ารอผลการค้นหาอย่างกังวล..เผ่าไวอาก้า พายเรือทวนน้ำไปครึ่งทาง ก็ต้องหยุดขึ้นฝั่งพักผ่อนที่ริมฝั่งช่วงหนึ่งที่คิดว่า ปลอดภัย..บารอน ให้ทุกคนพักผ่อนที่นั้น ทอม,แอนนา,เอาอาหารทั้งหมดออกมาแบ่งปั้นให้ทุกคนกินกัน..พวกไวอาก้า ก็มีเสบียงเตรียมมามากพอได้แจกจ่ายทุกคนเพียงพอกินกันหิวได้หนึ่งมื้อ เพราะจำนวนคนที่ช่วยมา มากมายนัก..เวรยามถูกจัดวางอย่างไม่ประมาทในสถานการณ์ ทั้งหมดแยกย้ายกันหาที่พักตามกก ตามรากต้นไม้ใกล้ๆ บริเวณริมฝั่งน้ำนั้น..

          แอนนา ตรวจดูเหล่าคนเผ่ารูแสบเวอร์ หลายคนบาดเจ็บจึงทำการปฐมพยาบาลให้..ทอม ก็มีบาดแผล เธอจึงเอายามาล้างแผลทำความสะอาดแผลให้หลังจัดการกับคนอื่นหมดแล้ว ทอมโดนกิ่งไม้ข่วนที่ต้นแขนยาวประมาณ 3 นิ้ว แต่บาดแผลไม่ลึกอะไร..


“ เรา จะเอาอย่างไรต่อกัน กัปตัน..”..แอนนา ถามขณะม้วนผ้าพันแผลหลังใส่ยาเสร็จเรียบร้อย สีหน้าเธอมีความกังวล..
“ คงต้องรอ พวกแมลงบินนั้นกลับมาบอกนะครับหมอ..หวังว่าคงเจอคน..”..ทอม บอกขณะมองไปยัง นาเนียร์ที่นั่งหลับเพราะความเพลียอยู่ตรงหน้าห่างไปประมาณ 4 เมตรใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งข้างๆ มีบักธง นอนคุดคู้อยู่ใกล้ๆ ต้นไม้อีกต้น..
“ ถ้าไม่พบคนหละจะเอาอย่างไร..”..แอนนา ถามซ้ำมือหยิบเก็บสิ่งของใส่กล่องเครื่องมือทำแผลของ เธอ..“....เช่นนั้น.....คงต้องไปตั้งหลักกันที่เผ่าของ บารอน และอาศัยคนของเขา ค้นหา..หมอ เป็นอะไรบ้างไหมทำแต่แผลคนอื่น ที่หน้าผากหมอนั้นมีรอยเลือดติดอยู่.. มะมา..ผมทำแผลให้มั่ง..”..ทอม ขยับตัวจากที่นั่งพิงต้นไม้ หยิบยาล้างแผลเทใส่สำลี และเช็ดล้างแผลให้ แอนนาที่หน้าผากบริเวณเหนือหางคิ้ว..
“ อรูยยยยย.ยย.ย.. กัปตันมือหรือเท้านะ เจ็บจัง..”..แอนนา เอียงคอเอี้ยวตัวหนีแรงกดสำลีบนบาดแผลของ ทอม.
“ ฮ้าฮ่า..จะได้สะอาด แรงไปเหรอ..”..ทอม ผ่อนมือลงนิด แต่ ก็ยังหนักไปสำหรับการเช็ดแผลยาวไม่ถึง 2 เซนติเมตรนั้น..
“ โหย ถามไม่คิดเนอะ..ไม่แรงจะเหน็บไหมคนนี่นี้ เบาอีกซิคะ กัปตัน..”..แอนนา ย่นคอเอียงแล้วเสียหลัก..
“ โอ๊ะ..”..ทอม จะคว้าตัวหญิงสาว แต่กลับเสียหลักตามไปด้วย..ต่างล้มนอนราบไปที่พื้นทั้งที่นั่งอยู่ ไปทั้งสองคน..

          ลมหายใจอุ่นร้อนรดบนใบหน้าแอนนา เสียงหัวใจเธอระรัวดังออกมาก้องสนั่น ตอนไหนไม่รู้ แต่เธอรู้สึกหูอื้ออึงไปในวินาทีนั้น..แอนนา จ้องใบหน้ากัปตัน เขาก็จ้องเธอแล้วลมหายใจนั้นก็ เขยื้อนใกล้มาๆ จนเปลี่ยนเป็นถ่ายโอนแลกลมหายใจกัน..ทอม ประกบปากบางเรียวหญิงสาวด้วยริมฝีปาก ดวงตาใสวาวเมื่อครู่ ที่เขาจ้องบัดนี้หลบหนีเขา ด้วยการหลับเปลือกตาไปแล้ว..ทอม พรมริมฝีปากไปบนปากอิ่มนั้นแผ่วเบาเมื่อเห็นหญิงสาวนิ่งรับรสสัมผัสตัวเธอกับสั่นเทา เขาจึงหยุดถอนใบหน้าออกมานิด และหอมเบาๆ ไปที่แก้มอีกครั้ง ก่อนถอยใบหน้าห่างออกมา..เปลือกตาแอนนา ค่อยๆ ลืมขึ้นอีกครั้ง ทั้งสองไม่มีคำใดเอ่ยออกมา ทอมทำแผลให้แอนนาต่อจนเสร็จ และทั้งสองกำลังเอียงตัวพิงต้นไม้ เพื่อนอนพักผ่อนกันใต้ต้นไม้ ต้นนั้น..

พร่ำพั่บพั่บพั่บพั่บพับบบบบบบบบบ.. .

         [post]เสียงปีกแมลงปอ ที่ลงจอดก็ดังขึ้นถี่ ที่ๆ โล่งเล็กๆ ใกล้ๆ นั้น..ตะเอ่ พาร่างหมดสติ 2 ร่างบินกลับมา..และ ตะเอ่ รายงานเรื่องราวต่างๆ ให้ บารอนรับรู้แล้วก็ขอตัวบินกลับฝูงไป เพื่อพักผ่อนเปลี่ยนชุดฝูงบิน ชุดใหม่ที่จะใช้ค้นหาคนในพรุ่งนี้เช้า..

“ เดียวแอนดูก่อนว่าเป็นอย่างไรบ้าง..”..แอนนา จับตรวจชีพจรคนทั้งคู่ และส่ายหัวกับ แก้วที่สิ้นลมหายใจไปแล้ว..ส่วน ปลาเธอแค่สลบไปเมื่อผลัดเปลี่ยนผ้าให้ปลาเสร็จ จึงให้ บังธงคอยเฝ้าดูเพราะ บักธงขันอาสา..
“ เดียวเราจะนำร่างเธอ ไปฝังให้เอง..”..บารอน ที่อยู่ด้วย บอกแก่คณะผู้ผจญกับภัยที่เหลืออยู่ตรงนั้น..ที่ใบหน้าแต่ละคนฉาบแววเศร้าสลดไปตามๆ กัน..
“ ขอบคุณมาก ท่านบารอน..”..ทอม พูดเสียงเรียบต่ำ..กระชับร่าง แอนนา ที่ซบที่บ่าน้ำตาซึมเข้ามาโอบไว้และลูบมือไปที่บ่าเบาๆ..เพื่อ ปลอบใจ..

          ส่วนร่างของแก้ว ถูกนำไปฝั่งไว้ในชายป่าโดยคนของ บารอน..ทุกคนแยกย้ายกันไปนอนพักผ่อน อีกครั้ง..ทอม เข้าไปนอนใต้ต้นไม้เคียงข้างแอนนา จุดเดิม บักธง นั่งพิงต้นไม้เฝ้าอาการไข้ ปลาที่ยังนอนนิ่งสงบสลบไศล บักธงหลับๆ ตื่นๆ ไปตลอดคืน.. [/post]

                                   33

          [post] สายน้ำกว้างใหญ่อันเกรียวกราดไหลพาทั้ง 3 ชีวิตต่างชะตาแยกจากกันในสายกระแสน้ำเดียวกัน อีกครั้ง..เช้าวันต่อๆ มาฝูงบินแมลงปอกลับมาวนหาอีกครั้ง แต่พายุในซอกผ่า ช่วงเผ่าอีลอย ก็ยังแรงจนไม่สามารถบินผ่านเข้าไปได้ เลยบินอ้อมเหนือด้านบนผ่านชนเผ่าอีลอยไปดักรอ ที่ชายฝั่งบริเวณที่แม่น้ำนี้ไหลออกทะเล..รออยู่ 2 วัน ก็ไม่พบคนแต่อย่างไร ( แม่น้ำสายหลักจะกว้างกว่าลึกกว่า เปรียบก็แม่น้ำปิงแม่น้ำเจ้าพระยา สมัยใช้เรือขนถ่ายสินค้าขึ้นล่องค้าขายได้นั้นแหละ..ส่วนธารน้ำที่แยกไปเผ่าจมมิ และชายหาดที่ผู้ผจญกับภัยนั้น ก็เหมือนธารน้ำตก ที่มีตื้นลึกบ้างเป็นบางช่วง..เป็นลำน้ำสาขา ที่จริงมีอีกหลายสาย แต่ที่เกี่ยวกับเรื่อง มีเท่านี้จึงทำแผนที่เท่าที่เห็นนั้นจ๊ะ..จะได้มองเห็นภาพกันชัดขึ้นนิ..) ..

ณ.ผาสูงเกือบ 100 เมตรระยะทางเกือบ 10 กิโลเมตรที่นี้ช่วงตอนกลางระยะทางคือ แหล่งชุมชนคนเกาะของเผ่าอีลอย ชนเผ่ารักสันโดษ ที่อาศัยอยู่ในโพรงเจาะทำเป็นถ้ำมีกระโจมกันสาดขนาดใหญ่แขวนยึดกับหน้าผาไว้กันลมทะเล เพราะปลายสายน้ำนั้นออกทะเลด้านหนึ่ง..จึงมีกระแสลมทะเลพัดเข้ามาในช่องเขาเหมือนเอาน้ำเทลงกรวย ลมที่พัดเขามาจากปากทางด้านติดทะเลเหมือนกรวยขนาดใหญ่ที่รับแรงลมพลังมหาศาลบีบอัดพุ่งเข้ามาในช่องผ่าลัดเลาะขึ้นมาตามสายน้ำ บ้างครั้งบางฤดูแรงลมจะเกิน 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง..

          ส่วนอีกทาง ลมบกที่พัดมาจากในป่ากลางเกาะที่มาตามต้นน้ำสายน้ำพัดเข้ามาในซอกช่องผานี้ จะมีความรุนแรงกว่าปกติในบริเวณอื่นของ ตัวเกาะ..ภายในชุมชนเผ่ามีสะพานโยง, สะพานไม้เชื่อมต่อไป-มาหาสู่กันถ้ำต่อๆ ได้ ทุกถ้ำมีเรือเพื่อใช้ในการหาอาหารจับสัตว์น้ำดำรงชีวิต ซึ่งอาหารหลักของพวกเขาคือ ปลาและพืชผัก ที่ปลูกไว้ และหาได้จากบริเวณสายน้ำสายนี้..

ชนเผ่าอีลอย มักจะไม่ขึ้นมาด้านบนของขอบหน้าผา หรือบนผืนดินของ ป่าบนเกาะ เพื่อไปล่าสัตว์บ่อยครั้งนัก เพราะสัตว์เลือดอุ่นแทบหาไม่เจอบนเกาะแล้ว..แต่ ก็มีบางช่วงที่พวกเขาจะขึ้นไปคือ ฤดูแล้งซึ่งแม่น้ำ ช่วงบริเวณนี้จะตื่นเขินต่ำกว่าระดับน้ำทะเล สัตว์น้ำจะว่ายทวนกระแสขึ้นไปรอฤดูฝนเพื่อวางไข่แทบหมดสิ้น และเมื่อน้ำทะเลหนุนเข้ามาลึกถึงบริเวณนี้แหล่งอาหารที่เคยมี จะลดน้อยลง..

และ สาเหตุที่ไม่ขึ้นด้านบนมาอีกประการ เพราะเกรงกลัวภัยจากสัตว์ยักษ์บนเกาะที่มีค่อนข้างมาก ถ้าขึ้นมานอกฤดูแล้งนั้นหมายถึงต้องการหาสมุนไพร หรือพืชยาบางชนิดเร่งด่วนเท่านั้น..มีคนในเผ่า 1,200 คน ชายเหลือ 300 จากการสู้รบกับเผ่าจมมิ ครั้งที่ผ่านมา หญิงวัยเจริญพันธุ์ 600 คนเด็กคนชราอีก 300 คนสวมใส่อาภรณ์ปกปิดแต่ส่วนร่าง ส่วนบนจะห้อยแขวนลูกปัด และเหลือมร้อยเป็นสายระโยงรยางค์..

          นารูเทีย คือราชินีคนปัจจุบัน ที่มีอายุเพียง 18 ปีพ่อ-แม่เธอพึ่งเสียชีวิตจากการปะทะกันครั้งสุดท้ายกับเผ่าจมมิ เมื่อ 1 เดือนก่อน..เผ่านี้ผู้หญิง คือหัวหน้าเผ่า ด้วยผู้ชายมีหน้าที่รบ แต่ก็ไม่เก่งเพราะไม่ได้ฝึกปรืออะไรมากนัก จะถนัดหาอาหารที่เป็นปลาซะส่วนมากเพื่อนำมาเลี้ยงประชากรของเผ่า บ้างถนัดสร้างที่พักซ่อมแซมต่างๆ และผสมพันธุ์ อันนี้เป็นกันได้ทุกคนนิ อิอิ..

ส่วนผู้หญิงส่วนมาจะทักทอผ้าจากใยแมงมุมยักษ์ที่ หลงมาแล้วชนเผ่าได้ช่วยชีวิตไว้จำนวนหนึ่ง แมลงมุมจำนวนนั้นจึงเหมือนสัตว์เลี้ยงอย่างหนึ่ง ของชนเผ่านี้ไปโยปรยาย..โดยมีถ้ำใหญ่อยู่หนึ่งถ้ำที่ขุดขยายไว้ให้ แมงมุมได้อยู่อาศัย และชักใยให้ ชนเผ่าเก็บนำมาทักทอใยเพื่อไว้แลกอาหารในบางครั้งคราวกับ ชนเผ่าไวอาก้า ที่อยู่ห่างไกลหรือชนเผ่าอื่นๆ ที่จำเป็น..


“ ท่านแม่เฒ่า เขาจะรอดไหม นี้ 2 วันมาแล้วนะเขาทำไมยังไม่รู้สติเลย..”..นารูเทีย ถามแม่หมอประจำเผ่า ที่กำลังใช้ยาสมานแผล ขูดข่วนในที่ต่างๆ ตามร่างกาย..
“ อย่าห่วงเลยหัวหน้า เขาแค่สลบไป จากการพยายามประครองตัวจากการไหลมาตามสายน้ำ และของที่เขามีติดมานั้น ก็ดูจะหนักเอาการ แต่ทำไมยังนำมาด้วยไม่ทิ้งไปเพื่อพยุงตัวง่ายขึ้นนะ..ส่วนบาดแผลภายนอกมีเล็กน้อย เดียวเขา พักผ่อนเต็มที่คงตื่นขึ้นมา..ข้าให้เด็กๆ เตรียมอาหารไว้ให้แล้ว..”..ฮีโบ๋ แม่เฒ่าแม่หมอประจำเผ่า รายงานอาการ..
“ เขา ไม่ใช่คนบนเกาะแน่ ทั้งสิ่งที่เขามีติดมา และเสื้อผ้า..”..นารูเทีย พูดไป สายตาจับสำรวจไปตามบาดแผลหลายรอยบนร่างกาย..
“ ใช่ เขาไม่ใช่คนบนเกาะนี้ แล้วเราก็ไม่รู้ด้วยว่าเขามาดีหรือมาร้าย ฉะนั้น..หัวหน้าควรระมัดระวังตัวด้วยนะ..ข้าไปก่อนเดียวเขาตื่น หรือมีปัญหาอะไร ให้คนไปตามข้าหละกัน..”..ฮีโบ๋ ถอยออกไปจากห้องขุดโพรงผนังทรงสีเหลี่ยม ที่เป็นบริเวณที่พักห้องหนึ่งที่ขุดแยกเป็นห้องแบ่งซอย ภายในถ้ำของ นารูเทีย..

          2 วันก่อนหน้ามีชายผิวสีคนหนึ่งไหลมาตามกระแสน้ำผ่านเผ่า ชาวเผ่าได้ช่วยนำร่างคนผู้นี้ขึ้นมาพักฟื้นรักษาตัว..เขา อาการไม่หนักหนาอะไร เพียงแค่ หมดสติทันที ที่คนช่วยขึ้นมาจากผิวน้ำ นารูเทียให้แม่เฒ่ารักษาอาการเขา ตลอด 2 วันที่ผ่านมา..ชายคนนี้ จะลืมตาขึ้นมาบ้างบางครั้งถามหาคนไม่กี่ประโยค ก็จะสลบหลับไปต่อ นารูเทียดูแลอย่างใกล้ชิด และให้คนลองค้นหาในระยะ เขตของเผ่าอีลอย เพื่อหาคนที่อาจมีอีก ตามคำบอกของชายผู้นี้.. [/post]

                          34

         [post] หลังเข้ามาถึงอาณานิคมรูแสบเวอร์ ศูนย์รวมอาณานิคมเผ่านับสิบที่ผนวกเข้ารวมกันเพื่อปกป้องตัวเองจาก เผ่าคนเถื่อนจมมิ จากทั่วสารทิศ เข้ามารวมตัวกันรอบๆ ทะเลสาบ และชายทะเลด้านนี้จนแน่น ล้อมรอบ..ทั้งหมดอยู่กันอย่างค่อนข้างปลอดภัยถ้าไม่ออกไปไกลเขตแดนเกินไป เพราะพวกชนเผ่าเถื่อนจะแอบมาสุ่มดู และจับคนไปเป็นอาหารเสมอยามใดมันขาดแคลนอาหาร..ทุกเผ่าที่มารวม ต่างมีสินค้าหลักที่ผลิต หา ทำ มาแลกเปลี่ยนเปลี่ยนกันแล้วแต่ใครประสงค์อะไร อาหารแลกอาวุธ แลกเครื่องประดับ แลกยาสมุนไพร แลกหนังสัตว์ ฯลฯ โดยมี เผ่ารูแสบเวอร์เป็นเผ่าศูนย์กลาง..

ส่วนที่พักอาศัยนั้น แต่ละเผ่าก็มีการปลูกสร้างที่แตกต่างกันไป บ้างขุดหลุมลงไปทำอุโมงค์เป็นที่พัก บ้างเจาะผาเขาอยู่อาศัย อยู่ชายน้ำทำเป็นแพเช่นเผ่าไวอาก้า หรือใช้ต้นไม้สร้างเรือนพักอย่างชะเม..แต่ เผ่ารูแสบเวอร์ภายใต้การ ปกครองของหัวหน้าเผ่าครูสโต นั้นได้สร้างที่พักโดยใช้หินตัด และอิฐเผามาผสมทำน้ำยาประสานก่ออิฐถือปูน จนแน่นหนาเหมือ อาคารกรีกยุคโบราณ..ที่พักโดยทั่วไปคนเผ่านี้ ก็ทำคล้ายกัน แล้วแต่ฐานะ ส่วนที่พักหัวหน้าครูสโต นั้นสร้างประหนึ่งปราสาทหลั่งหนึ่งดีเดียว มีเนื้อที่กว้างในเขตที่พัก มีอาคารก่ออิฐ-หินที่มีหลายห้องแยกซอยเป็นสัดส่วน บริวารใกล้ชิดพร้อมสรรพ..

          เมื่อขณะ กัปตันทอม มาถึงและพบ หน้าผู้นำเผ่า ก็มีสิ่งอัศจรรย์ขึ้น อย่างหนึ่ง..เพราะ กัปตันทอม และ หัวหน้าอาณานิคมเผ่ารูแสบเวอร์ เคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน!!! ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นต่างตะลึงในสิ่งที่จะเล่าต่อไปนี้ โดย หัวหน้าเผ่า ครูสโต..ทั้งคู่เป็นเพื่อนเรียนทหารรุ่นพี่รุ่นน้องกันมาก่อน เพราะกองทัพเกณฑ์คนเข้ารับเลือกในสมัยสงครามอินโดจีน แต่แยกไปตามถนัดของแต่ละคน กัปตันทอม เป็นนักบินพลเรือนมาก่อนจึงเข้าเป็นนักบินทหาร อายุแก่กว่า 13 ปีนิดๆ  หมอครูสโต เป็นหมอก่อนหน้าจะมารับเลือกทหารจึงแยกไปเป็นแพทย์ทหาร..

จนกลับมา ปฏิบัติหน้าที่ในสมรภูมิเวียดนามด้วยกันอีกครั้ง ด.ร.ครูสโต อายุ 30 ในวันเครื่องบินผลัดหลงนั้น เครื่องบินที่มี ร.อ.ด.ร.ครูสโต บูสเช็ค..อยู่ในเครื่องบินอีกลำในฝูงที่ลำเลี้ยงเสบียงไปส่งด้วย เครื่องลำนั้นตก แต่ ด.ร.ครูสโต รอด..แต่กลับปรากฏว่าไปอยู่ในปี พ.ศ.2582 หรือ ค.ศ.2037 ณ.ประเทศกรีก..เขา ได้ถูกผู้หญิงคนหนึ่งช่วยไว้จนหายดี เธอเป็นนางพยาบาล และครองรักกันจนมี บารอน..จนก่อนหน้า 1 ปีที่จะมาที่นี้ ภรรยาและน้องสาวภรรยาได้เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุพร้อมกัน น้องสาวภรรยาไม่มีสามีแต่มี บุตรบุญธรรมขอมาเลี้ยงหนึ่งคน ด.ร.ครูสโต จึงรับ นาเนียร์ มาเลี้ยงแทนในฐานะบุครบุญธรรม..

          แล้วเมื่อปี พ.ศ.2600 มาเที่ยวประเทศไทย ได้เหมาเครื่องบินเล็กขึ้นไปฉลองวันเกิดเหนืออ่าวไทยแล้วประสบเหตุ บินผ่านพายุเครื่องบินเกิดขัดข้องแล้วหลงเข้ามาลงจอดบนเกาะ ในเครื่องมีคน 4 คน ด.ร ครูสโต,บารอน,นาเนียร์และนักบิน แต่ นักบินเมื่อมาถึงไม่นาน ได้ซ่อมเครื่องบินจนเสร็จ เกิดป่วยกะทันหัน และเสียชีวิตลง จึงไม่มีใครสามารถนำเครื่องบิน..บินออกจากเกาะไปได้..แต่ ตอนนี้ กัปตันทอม อายุ 44 ปีเท่าเดิมตอนหายมาที่นี้ แต่ ด.ร.ครูสโต อายุ 68 ปีแล้วตอนนี้( หายครั้งแรก อายุ 30 ไปอยู่กรีก 20 ปีเท่าอายุลูกชาย บารอน จนหลงมาอยู่เกาะ 18 ปีเท่าอายุ นาเนียร์..เครไหมว่า แว่น ไม่มั่วแม้แต่รายละเอียดเดียว..พ.ศ.หาย-ไป-อยู่ ทุกอันแป๊ะว่าง พล๊อตไว้ก่อนหน้าทั้งสิ้นจ๊ะ..).

แล้วการเลี้ยงใหญ่ก็ถูกจัดขึ้นอย่างเอิกเกริก พร้อมพิธีแต่งของ บารอน และ นาเนียร์ ที่เป็นความตั้งใจอย่างหนึ่งของ ด.ร.ครูสโต ใน 3 วันต่อมาหลังกลับมาถึง..ด้าน ตะเอ่ ก็ส่งคนออกติดตามหลายครั้งหลายชุดจน เริ่มเห็นว่าคงไม่เจอคนแน่ จึงตกลงกันเมื่อเสร็จพิธีฉลองแตงงานแล้ว จึงจะเริ่มติดตามคนกันใหม่อีกครั้ง..
[/post]


          35

                                         แถมนิบทเสียวไม่มีเอาภาพเสียวไปก่อน

.................//.......................//............... .................././( 13/4/2558 )/./.............. ............//.............................//..

..........จบก่อนนะคะ เบาๆ ไปก่อนเป็นช่วงสุดท้ายของเรื่องตอนต่อๆ ไป อีก 3 ตอนจะเสียว ทุกตอน และปิดท้ายปมปริศนาแนวของเรื่องที่ตอน 15 ซึ่งเขียนไว้จบแล้ว..

.............. จบ นวนิยายสั้น เกาะมหัศจรรย์ ตอนที่ 11 สหายเก่า.. แว่น..By..areja ..

*ก๊อป ไปอ่านได้แต่ห้าม !นำไปเผยแพร่นะคะ ต้องการหาอ่าน แว่น นำไปลงไว้มีรูปโปรไฟร์ ที่ไหน ที่นั้นมีงานของ แว่น นะคะ ขอบคุณคออ่านจ๊ะ *



 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ