The New World : จอมคนโลกใหม่ 7

The New World : จอมคนโลกใหม่ 7

  • 7 ตอบ
  • 5662 อ่าน
*

ออฟไลน์ punyang

  • Full Member
  • **
  • 53
  • 2647
    • ดูรายละเอียด
The New World : จอมคนโลกใหม่ 7
« เมื่อ: เมษายน 05, 2016, 10:27:30 PM »
ขอเล่าก่อนเขียน
-  พูดถึงเรื่องคอมเม้นท์นะครับ จริงๆผมไม่ได้ซีเรียสเรื่องใครจะอ่านแล้วเม้นท์หรือไม่เม้นท์ ก็คงอย่างที่มีสมาชิกท่านหนึ่งบอกนั่นแหละ ผมเขียนตามอารมณ์เพราะอยากเขียนเสียมากกว่า คนมาเม้นท์ผมก็อ่านบ้างไม่อ่านบ้าง เม้นท์ไหนอ่านแล้วชอบไอเดียก็จับมาใส่ในเนื้อเรื่องบ้าง เม้นท์ไหนผมไม่ชอบใจก็อ่านแล้วปล่อยผ่าน หลักๆมันก็แค่นั้น เนื้อเรื่องผมก็บอกตรงๆ บางทีผมก็ได้แนวดำเนินเรื่องต่อจากคอมเม้นท์นี่แหละ ถือว่าช่วยๆกันนำเสนอไอเดียให้เรื่องมันจบๆไป 555

- บางคนเริ่มบ่นว่ารำคาญมินตรา อย่าไปรำคาญเธอเลยครับ ผมวางคาแร็กเตอร์เธอไว้แบบนั้น ผมพยายามวางตัวละครแต่ละตัวให้มีบุคลิกที่แตกต่างเพราะคิดว่าจะทำให้เนื้อเรืองไม่น่าเบื่อ คนที่มีคาแร็กเตอร์อย่างทาสสวาทจริงๆ ผมวางไว้ที่มีอาแล้ว ปล่อยมินตราเป็นแบบนั้นนั่นแหละครับ รับรองเธอจะเป็นแบบนี้ไปอีกนาน

- จริงๆเรื่องนี้มันเป็นเรื่องแต่ง 100% อยู่แล้วครับ อะไรบางอย่างที่มันดู Nonsense ก็ขอให้เข้าใจว่ามันคือนิยาย แต่หลักๆผมพยายามเขียนให้มันอยู่ในพื้นฐานของความ Makesense อยู่แล้ว แต่อะไรที่หลุดๆจากความ Makesense ไปบ้างก็ขอให้ท่านๆท่องไว้มันคือ นิยาย

- พรุ่งนี้ผมไม่อยู่นะครับ ไม่ต้องรอเพราะไม่ลงแน่นอน จริงๆตอนนี้น่าจะเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของเรื่อง หลังจากตอนที่ 7 นี่ ผมคงกลับมาแต่งต่อแล้วเก็บไว้เองก่อนสัก 2-3 ตอน เผื่อปรับแก้โครงเรื่อง กลัวว่าปล่อยออกแล้วจะกลับมาแก้ไม่ได้ อย่างที่บอกครับ ผมแต่งครั้งแรกไม่ค่อยมีประสบการณ์ออกทะเลเท่าไหร่ ไม่อยากพาทุกท่านออกไปพร้อมกัน เด่วจะหาทางกลับไม่ถูก ขอออกไปตามลำพังแล้วว่ายกลับมาเองง่ายกว่า

- อย่าหาว่าดองเลยนะครับ เพราะถึงว่าก็ไม่สน เพราะผมเขียนตามอารมณ์ บาย 5555

...........
ชื่อเสียงของร้านผม กลายเป็นที่โด่งดังขึ้นมาเรื่อยๆ ผมเริ่มรู้จักพวกผู้ชายของโลกนี้บ้างแล้วแล้ว พวกเขามักเป็นเถ้าแก่ใหญ่ของคาราวานสินค้าต่างๆ  เรามักสนทนาการถึงเรื่องการค้าบ่อยๆ พวกเขาเอ่ยชมผมว่าท่านทำการค้าขายได้แหวกแนวดี พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนกับการตั้งร้านค้าและรับสินค้าที่กระจัดกระจายมาไว้เป็นจุดเดียว  เราคบค้ากันด้วยผลประโยชน์ทั้งสิ้น ลึกๆแล้วผมสัมผัสได้ว่าพวกเค้าเหล่านั้นล้วนอิจฉาในร้านค้าของผม

แล้วยิ่งมาโผล่หางได้ชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อมันๆเหล่านั้นเห็น นวลนางของผมทั้ง 4 พวกมันล้วนแล้วแต่สนใจมีอาและมินตราทั้งสิ้น มีบ้างที่เคยเสนอแลกสินค้าด้วยรถคันใหญ่ เพื่อขอซื้อตัวมีอาหรือมินตรา  พวกหล่อนไม่รู้เรื่องพวกนี้หรอกนะครับ แต่ผมรับประกัน ผมไม่ปล่อยให้ใครแน่ๆ

แม้ มินตราจะดื้อผิดวิสัยทาสจนบางครั้งไม่น่าให้อภัย แต่ผมก็ยังรักของผม  ยิ่งเมื่อเธอรู้ว่า มีอา ผู้พี่กลับมาหลับนอนกับผมร่วมกับไลลา เธอดูแสดงอาการโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แต่เป็นโชคของเธอที่มีอาไม่ถือสา

ตอนนี้ดูเหมือนเธอจะโดดเดียวเสียแล้วครับ บ่ายวันหนึ่ง ผมเจอสองศรีพี่น้อง มีอากับโมอา นั่งถักเปียผมให้กันอยู่ ผมชอบโมเม้นพี่น้องดูแลกันแบบนี้จริงๆ มันดูอ่อนหวาน ละมุมไปทุกจุด ผมถือวิสาสะเข้าแทรกตัวด้วยการเข้าสวมกอดมีอาจากด้านหลัง

อุ้ยยย นายท่านน เธออุทานเบาๆ  

โมอา เธอรู้ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับพี่สาวเธอดีครับ ผมไม่รู้หรอกว่าพี่สาวเธอสั่งสอนไว้ว่ายังไง แต่พอผมเข้าหาพี่สาวเธอแบบนี้ เธอมักจะลุกหลีกทางให้เสมอ แต่ครั้งนี้ผมฉุดรั้งเธอไว้ครับ โดยบอกว่า

ทำต่อไปก็ได้ ผมแวะมากอดเพราะคิดถึงเฉยๆ เด่วก็ไปแล้ว ใช่แล้วครับวันนี้มีนัดรับสินค้าคันรถใหญ่ ที่ผมจำเป็นต้องไปดูด้วยตนเอง

มีอา เธอเขินๆทำตัวแข็งถือไม่กล้าปล่อยอารมณ์ไปตามการเล้าโลมของผม เมื่ออยู่ต่อหน้าน้องสาว โมอาก็ดูเกร็งๆ แบบทำตัวไม่ถูก ผมเพ่งมองเธออีกครั้ง นี่คงเป็นหน่อเนื้อสาวคนเดียวในบ้านที่ผมยังไม่มีโอกาสชื่นชม เธอเหมือนดอกไม้แรกแย้มที่ยังไม่เบ่งบานเต็มที่ กิริยาท่าทางดูอ้อนแอ่น แต่ก็แฝงเสน่ห์ความซุกซนอยู่ไม่น้อย แก้มแดงใส ริมฝีปากอวบอิ่มจิ้มลิ้มน่ารักอย่างสาวเอเชีย ภายนอกยังน่ามองขนาดนี้ แทบคิดไม่ออกเวลาเปลื้องผ้าทั้งหมดจะน่าล่อขนาดไหน คิดแล้วก็แข็งครับ ดุ้นผมชนหลังมีอาเข้าเต็ม

เธอสะดุ้งเฮือกหันมาค้อนมองผมวงใหญ่ เธอดูทำตัวไม่ถูกแบบนี้ก็น่ารักไปอีกแบบ ยามอยู่กันปกติ เธอเร่าร้อนมากๆ แต่พออยู่กับน้องสาวเธอทำไมดู ขาดๆเกินๆยังไงไม่รู้ ผมเริ่มแอบนึกว่าถ้าผมเอาเธอพร้อมน้องสาว ถ้าเธอเก้งๆกังๆไม่กล้าออกอาการแบบนี้ มันก็ได้ฟิวแปลกใหม่ไปอีกอย่าง

ผมแอบกระซิบเธอว่า คืนนี้ผมกลับมาผมจะเรียกเธอสองพี่น้องมาที่ห้องนะ

มีอา  หันขวับอย่างตกใจ

ไม่เอา..  เธอลากเสียงอ่อน  

ทำไมเล่า ผมเป็นนายของบ้านนี้นะ ผมจะเรียกใครมานอนด้วยผมก็เรื่องของผมนิ ถ้ามีอาไม่เอาก็ให้น้องโมอามาคนเดียว

ถึงตรงนี้ โมอา หน้าแดงฉานแล้วครับ เธอคงได้ยินสิ่งที่ผมพูดหมดแล้ว  เธอก้มหน้านิ่งไม่ตอบคำ  ปล่อยพี่สาวเธอทักท้วงไม่ยอมเลิก จนในที่สุด จู่ๆเด็กสาวก็เอ่ยคำออกมา

ไม่เป็นไรค่ะพี่มีอา ไลลายังทำได้เลย โมอาก็ทำได้เหมือนกัน  เธอเอ่ยอย่างเด็ดเดี่ยว เพราะหลายๆครั้ง มีอา ทำเหมือนเธอยังเป็นเด็กอยู่ตลอดเวลา  สิ้นเสียงหวานของเด็กสาว

ผมถึงกับหัวเราะร่า ผมนี่ช่างโชคดีแท้  ผมจุ๊บปากมีอาคราหนึ่ง ก่อนจะขยับไปหอมแก้มโมอาคราหนึ่ง เธอเอี้ยวตัวหลบไม่ยอมให้หอม ผมชักหมั่นเคี้ยวซะแล้วสิดูแก่นแก้วดีนัก

 ผมทิ้งข้อความไว้ให้พี่สาวเธอ มีอาเธอจะมาช่วยน้องก็ได้นะผมไม่ว่า

มีอา มีสีหน้างอนแงนไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด เธอไม่ได้ตอบรับอะไรกับผม ผมรีบปรี่ออกจากบ้านไปทันที ผมมีงานที่ต้องรีบทำให้เสร็จ เพราะคืนนี้มีสวรรค์จากที่นาผืนน้อยของเด็กสาวรออยู่อีกคน

....
ด้วยสภาพเส้นทางที่เป็นป่ารก ต้องใช้เวลาเดินเท้านานถึง 3 ชั่วโมง ผมไม่อยากให้สาวๆมาลำบาก ผมจำใจต้องมาเพียงลำพังครับ แต่โดยมากแล้วเราไม่ได้เดินทางคนเดียวหรอกครับ พวกเรามักจอยกันเป็นคาราวานใหญ่ มีทหารหญิงกล้ามโตหลายนางคอยคุ้มกัน และมีลูกหาบไม่น้อย อย่างวันนี้คาราวานที่ผมติดมาด้วยก็ราวๆ 30-35 คนได้

ผมรับสินค้าจากท่าเรือ ในคาราวานมีทั้งผู้ที่มาขนเสื้อผ้า ขนสัตว์ อาหาร เครื่องประดับ เครื่องหอม และอีกอย่างที่หนีไม่พ้นคงเป็นทาส รอบนี้มีทาสที่เป็นหญิงสาวล็อตใหญ่ ผมพยายามเบือนหน้าหนีไม่มองส่วนนี้ จริงๆมีเด็กสาวที่ใบหน้าสะสวยอยู่หลายนาง แต่เมื่อเทียบกับปัญหาในบ้านที่ยังแก้ไม่ตกตอนนี้ ผมไม่มองพวกเธอเสียดีกว่า แต่มีกรงหนึ่งที่ผมสะดุดตาเป็นพิเศษ พวกเธอน่าจะอยู่ในวัย 20 ต้นๆ ผิวกายสีแทนเงาเป็นประกาย แม้เรือนร่างจะเป็นหญิงสาว แต่กลับดูทะมัดทะแมงปราดเปรียวกว่าทาสกลุ่มอื่นๆที่พบเห็น หน้าท้องพวกเธอแบนราบมีซิกแพ็ดขึ้นเป็นเงารางๆ แววตาเธอสีเหลืองทองส่องเป็นประกาย ดูน่าเกรงขาม ผมรู้สึกขนลุกขึ้นมาทันทีที่จ้องมองพวกหล่อน

ผมแอบสะกิดถามคนในคาราวานว่า ทาสพวกนี้เป็นใคร เขาเล่าว่า นี่กลุ่มแมวดำ ชนเผ่าอาชูร่า นายท่านไม่รู้จักหรอ พวกนี้เป็นชนเผ่าอิสระอยู่ในป่า โหดร้าย ป่าเถื่อน ชอบออกปล้นกองคาราวานสินค้าแบบเราๆนี่แหละ นี่คงจะถูกจับได้ พวกนี้ปกติขายไม่ได้หรอก พวกแค้นๆส่วนใหญ่จะจับข่มขืนซะแล้วก็ฆ่าทิ้ง ผมฟังแล้วหดหู่ขึ้นมาทันที ผมสะดุดตากับวาวตาที่ดูเด็ดเดี่ยวของเธอ เธอจ้องมาด้วยแววตาสุกสกาว แทบไม่มีเค้าลางของความกลัวด้วยซ้ำ

เป็นโชคไม่ดีของวันนั้นด้วยซ้ำที่ เรือสินค้า บางลำติดพายุฝนเข้าเทียบท่าไม่ได้ เป็นความจำเป็นที่ผมต้องนอนค้างที่นี่หนึ่งคืน สวรรค์ที่นาผืนน้อยที่วาดไว้ค่ำคืนนี้ต้องล่มสลายไปในพริบตา ผมกังวลอย่างเดียวก็ตรงที่กลัวพวกเธอเป็นห่วง เพราะมันไม่สามารถโทรกลับไปบอกเธอได้เหมือนโลกปัจจุบัน

จริงๆผมควรลืมเรื่องเศร้านั่นซะ และออกไปหาความสนุกยามค่ำคืน เป็นเรื่องปกติเลยครับที่สินค้าในคาราวานอย่างหญิงสาวจะถูกให้เช่าหาความสำราญระหว่างทางก่อนนำไปขาย

ผมเห็นเด็กสาวคนแล้วคนเล่าถูกดึงออกจากกรงไปกระทำชำเรา จริงๆเป็นภาพที่หดหู่มาก ผมไม่เคยชินกับอะไรแบบนี้เลย มีเพียงกรงที่ขังของหญิงสาวกลุ่มแมวดำทั้งสองคนนี่แหละ ที่ไม่มีใครยุ่งด้วยซ้ำ เธอสองคนนั่งกอดเข่าจ้องมองด้วยแววตาอาฆาต เธอมองพวกผู้ชายที่ฉุดคราดหญิงสาวคนแล้วคนเล่าอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ ผมเพ่งสังเกตพวกเธอกันจริงจัง เธอไม่เหมือนคนเอเชียด้วยซ้ำ หน้าออกไปทางแขกขาวอย่างลาตินอเมริกาเสียมากกว่า ผิวกายของพวกเธอสีออกแทนๆคล้ายๆกันหมด นี่คงเป็นเผ่าพันธุ์ของเธอ

หนึ่งในนั้นดูโดดเด่นเป็นพิเศษ  เธอดูสงบนิ่งกว่าอีกคนที่เหลือ แววตาดูสุขุมนุ่มลึก นัยน์ตาสีทองอร่ามของเธอมันดูลึกลับน่าค้นหา จริงๆพวกเธอทั้งสองคนหุ่นดีมากๆ หุ่นนักกีฬาทั้งคู่เลย เมื่อเธอสังเกตว่าผมจ้องเธอ พวกเธอมองกลับด้วยแววตาดุดัน ผมเพิ่งรู้มาอีกว่าพวกขึ้นชื่อมากเรื่องความปราดเปรียว เธอเป็นกลุ่มโจรนักฆ่าที่น่ากลัว เคยมีคนพยายามจะดึงพวกเธอมารับจ้างคุ้มกัน แต่พวกนี้คุมยากเลยเรียกพวกแมวป่า และยังชอบปล้นตอนกลางคืน จึงถูกเรียกว่ากลุ่มแมวดำ ผมพยายามทำให้พวกเธอคลายกังวลลงด้วยการโยนขนมปังให้แถวใหญ่

เธอจ้องมองเขม็ง ก่อนจะพุ่งเข้ามาหยิบขนมแบ่งกันคนละครึ่งกินอย่างมูมมาม พวกเธอคงจะหิวกันมาจริงๆแหละ ผมหยิบน้ำวางไว้ข้างๆกรง คนแรกหยิบน้ำกระบอกนั้นยื่นให้คนสองกินก่อน ผมเดาว่าเธอคงเป็นลูกพี่อย่างอะไรสักอย่าง จริงๆความที่ว่านี่เป็นเผ่าพันธุ์ที่ป่าเถือนโหดร้าย คงจะไม่จริงสักเท่าไหร่ เพราะพวกเธอสองคนเอื้อมเฟื้อกันมากในยามขัดสน ซึ่งเป็นแบบอย่างของกลุ่มคนที่มีวัฒนธรรมที่ชัดเจนมาก

ผมเพิ่งยังไม่ทันละสายตาออกจากพวกเธอ จู่ๆก็มีชายร่างใหญ่ ถือดาบเล่มโตเดินเข้ามาทางนี้ และคำรามด้วยน้ำเสียงดังลั่นว่า วันนี้กูจะสับร่างอีพวกกลุ่มแมวดำให้ตายไปข้าง

สองในสามคนแยกเขี้ยวขู่ด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ผมเห็นท่าไม่ดีรีบกระโดดขวางอย่างไม่คิดชีวิต

นายท่านใจเย็นก่อน ผมเอ่ยขึ้น

นางสองคนไปทำอะไรให้นายท่าน นายท่านถึงต้องฆ่าต้องแกงพวกเธอด้วย

เขาขมวดคิ้วก่อนจะเอ่ยเสียงดัง นี่เจ้าไม่รู้หรอ พวกมันแอบปล้นของๆเราและยังปล่อยทาสเราไปหลายสิบนาง เราเสียหายเท่าไหร่ เจ้าจะให้เราใจเย็นอีกหรอ

ผมหันขวับไปมองพวกหล่อน  หญิงสาวแรกรุ่นพวกนี้เนี่ยนะทำเรื่องแบบนี้ได้ ผมอับจนปัญญา ไม่รู้มโนธรรมผุดมาจากไหน ผมหลุดปากไปว่า เอาอย่างนี้แล้วกัน เรายินดีชดใช้ให้ ท่านไว้ชีวิตพวกนางสักครั้งเถอะ

สิ้นเสียงผม ทุกคนในคาราวาน เพ่งมองผมเป็นจุดเดียว ในโลกนี้ ไม่มีผู้ชายหน้าไหนยอมจ่ายเงินชดใช้มากมายขนาดนั้นเพื่อกลุ่มแมวดำหรอกมั่ง ไม่แม้แต่คนในคาราวาน แม้แต่พวกหล่อนทั้งสองยังจ้องหน้ากันอย่างงุนงง

โชคดีที่ผมคุมสถานการณ์ไว้แล้ว เขาจากไปด้วยการขอทำสัญญาจากผม ผมนั่งปาดเหงื่ออยู่ข้างๆกรงของพวกหล่อน นี่ผมทำอะไรไปวะ เงินมากมายขนาดนั้น ผมถึงกับต้องขายร้านจ่ายเชียวนะ

พวกเธอจ้องมองผมด้วยแววตาสงสัย หนึ่งนางในนั้นเอ่ยขึ้นเบาๆว่า ท่านไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้ พวกเราไม่รู้จักกันมาก่อน  เธอเอ่ยย้ำกับผม

ผมเพ่งมองใบหน้าเธอผ่านแสงจันทร์ หญิงสาวที่เอ่ยพูดคุยกับผม ใบหน้าเธอคมคายราวกับนางสวรรค์แม้ตอนนี้จะดูมอมแมมมันก็ไม่อาจปิดเค้ารางของความงามไปได้  แต่ก็ดูแฝงไปด้วยอันตรายสุดหยั่ง ผมไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ทำให้ต้องช่วยพวกหล่อนด้วย มีเรื่องมากมายผุดออกมาให้กังวลใจ แต่ผมตัดทุกอย่างออกจากหัวอย่างพวกเร็ว พร้อมกับเอ่ยถ้อยคำ

ช่างเถอะ เราตัดสินใจไปแล้ว จะมาเสียใจก็แก้อะไรไม่ได้แล้ว ผมหันหลังให้พวกหล่อนอย่างหมางเมิน  จริงๆพวกเธอก็ไม่ได้อันตรายเท่าไหร่ ผมว่าผมใกล้กรงพวกเธอมากตอนนี้ ไม่เห็นพวกเธอจะแสดงอันตรายใดๆออกมา



ย่างเข้าตี  3  ผมสะดุ้งตื่นขึ้นเพราะโดนก้อนหินปาใส่หน้าอย่างจัง  ผมสะดุ้งเฮือกขึ้นมา เห็นแววตาสีเหลืองทองในความมืดของหล่อนสองคนส่องประกาย เอ่ยบอกว่าผมอย่างจิงจังว่า วิ่ง !!!

ถ้าไม่อยากตาย วิ่งไปในป่าเดียวนี้ !!!  เธอเอ่ยอย่างจิงจัง

ผมไม่ทันได้คิดอ่านอะไร เสียงร้องฆ่าฟันก็ดังก้องระงม ภาพติดตาที่สุดคงหนีไม่พ้นชายร่างท้วมที่ถือดาบมาเมื่อเย็นหัวขาดกระเด็นไปคนละทาง ผมมองไม่เห็นผู้จู่โจม เห็นแต่ดวงตาคู่สีทองประกายหลายคู่โฉบไปโฉบมาอยู่รอบๆ

ผมไม่รอฟังคำอธิบาย กรู่วิ่งเข้าไปในป่าอย่างตื่นตะลึง ภาพหัวขาดกระเด็นติดตาชนิดที่สลัดอย่างไรก็ไม่หลุด นีมันบ้าอะไรกันเนี่ย จากเรื่องง่ายๆที่รับสินค้า แล้วกลับไปรังแกทาสสาวในสังกัด กับเปลี่ยนเป็นการหนีหัวซุกหัวซุนอยู่ในป่าใหญ่

แต่ด้วยความฟิตของร่างกายที่ต่ำเตี่ยเลี่ยดิน ไม่นานผมถูกดวงตาสีทองคู่หนึ่งติดตาม มันขว้างบางอย่างใส่ขาผม ทำเอาผมล้มกลิ้งไม่เป็นท้าย ในวาระสุดท้ายของชีวิตผมร้องขอให้นี่เป็นเพียงความฝัน

แต่แล้วจู่ๆ เสียงเจื้อแจ้วก็ดังขึ้น หยุดนะ !!!

ผมไม่รู้ว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น ผมเพียงแต่หอบหายใจอย่างเหนื่อยล้า ก่อนที่สติทั้งหมดจะเลือนหายไป

....

ในห้วงความรู้สึกสุดท้ายของชีวิต ผมนึกถึงหน้ามินตราขึ้นมาเป็นอันดันแรก ก่อนภาพมีอา ไลลา และโมอาจะลอยเด่นขึ้นมา ถ้าเป็นไปได้ผมอยากให้ทั้ง 4 คนนี้ปรองดองกันจริงๆ ผมมีความสุขมากๆ ถ้าได้ทั้ง 4 คนเป็นภรรยา ทุกค่ำคืนในชีวิตคงจะสำราญไปตลอดชาติ  แล้วความฝันก็ค่อยๆมืดดับลง ทดแทนด้วยแสงแดดอ่อนๆพุ่งแยงสายตา

ผมค่อยๆประคองตัวลุกขึ้น เพ่งมองไปรอบๆอย่างประหลาด นี่มันกระท่อนที่ในสักแห่งในโลก บ้านเรือนถูกจัดอย่างเรียบง่าย มีเฉพาะของใช้ที่จำเป็น ทุกอย่างทำขึ้นจากไม้ หลังคาสานขึ้นจากเศษฟาง ผมยังเจ็บแปร๊บๆที่ข้อขา อาการของจริงนี้อย่างน้อยๆก็บอกผมให้รู้ได้ว่า ผมไม่ได้ฝันไป และที่สำคัญที่สุดผมยังไม่ตาย

ผมค่อยๆประคองตัวออกมาจากบ้าน แสงแดดช่างแสบตาเสียจริงๆ ผมค่อยๆรี่ตาเล็กลงให้ม่านตาได้ปรับสภาพแสง เมื่อได้เบิกตาชัดเจนขึ้น ผมถึงกับตื่นตะลึงในความงดงามของที่นี่

โอววว นีมันสวรรค์หรือย่างไร ภูเขาสลับซับซ้อนตามเนินเขา มีทุ่งหญ้าสีเขียวขจีสุดสายตา ลำธารเล็กๆไหลผ่านกลาง และมีกระท่อมน้อยใหญ่เรียงรายอยู่ตามเชิงเขา นี่มันชุมชนสวรรค์หรือยังไง

เสียงเจี้ยวแจ้วของผู้คนเริ่มดังขึ้นเมื่อเห็นผม หญิงสาวนางหนึ่งที่กำลังซักผ้า รีบทิ้งทุกอย่างแล้วกรู่วิ่งหนีออกไปด้วยความตื่นตกใจ ผมไมได้สนใจเท่าไหร่ พักสูดอากาศให้เต็มปอด แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อกลุ่มคนที่กลับมาอีกนับสิบมุ่งตรงมาทางผม

ทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นหญิง ร่างกายดูทะมัดทะแมง เป็นความแตกต่างอย่างนึงของกลุ่มทหารหญิงในเมืองที่ดูขี้เหล่ บึกบึน เหมือนนักเพาะกายเสียมากกว่า แต่กับกลุ่มนักรบกลุ่มนี้ เรือนร่างดูอ้อนแอ้นทุกนวลนาง ส่วนใหญ่ผิวดูหยาบกร้านเพราะโดนแดด ผมแปลกใจมากทำไมที่นี่ถึงได้ซ่องซุ่มหญิงงามมากมายมาเป็นนักรบอยู่กลางป่าแบบนี้

พวกเธอไม่มีความอ่อนหวานเหลือเลยหรืออย่างไร เมื่อเข้าประชิดกายผม หนึ่งในนั้นเอาไม้ฟาดขาผมให้ขุกเข่าลง ผมอับจนปัญญา คุกเข่าลงอย่างจำยอม

ท่านดีขึ้นแล้วหรอ เสียงเจี้ยวแจ้วของหนึ่งในนั้นช่างคุ้นเคย ผมค่อยๆเงยหน้ามองต้นเสียง

!!! เธอคือหญิงสาวกลุ่มแมวดำวันนั้นนั่นเอง  เธอมาในเสื้อขนหมีตัวใหญ่ดูน่าเกรงขาม หญิงสาวผู้ติดตามหลายนางล้อมหน้าล้อมหลัง หนึ่งในนั้นก็คุ้นหน้าคุ้นตาเพราะเป็นหนึ่งในคนที่ถูกจับกับเธอ

ผมจ้องมองใบหน้าสวยสง่าคมคายของเธอตาไม่กระพริบ เธอดูดุเผ็ด เสียจริงๆ ท่อนขาเรียวสวยราวกับนางแบบ ผิวมันเงางามไปทุกสัดส่วน

นายหญิงไว้ชีวิตมันทำไม ดูสายตาที่มันจ้องนายหญิง มันน่าควักลูกตานัก

หนึ่งในสาวลูกสมุน หงิดหงุดงุ่นง่าน ที่เห็นสายตาผมเพ่งสำรวจเรือนร่างนายหญิงของเธอ

ใจเย็นก่อน เขาเคยช่วยชีวิตเรา จะให้ผมฆ่าเขาได้อย่างไร

โหยยย ผมนี่รู้สึกโล่งอก เหมือนรอดตายหวุดหวิด ใครจะคิดว่า มโนธรรมโง่ๆในวันนั้นจะต่อชีวิตวันนี้ไว้ได้

ริน  หาเสื้อผ้ากับอาหารให้เขาซะ  เธอเอ่ยบอกกับผู้ติดตามหนึ่งในนั้น เธอคงเป็นคนสนิท เพราะผมจำเธอได้ เธอคือคนที่อยู่ในกรงขังกับหล่อนนั่นเอง

 ท่านพักผ่อนให้เพียงพอเถอะ รอให้หายดีเมื่อไหร่เราจะให้ม้าท่านหนึ่งตัว ท่านออกไปจากหมู่บ้านของเราซะ  เธอพูดเหมือนมีไมตรีจิต แต่ฟังๆไปแล้วก็ดูไร้เยื่อไยสิ้นดี

เธอไม่รอผมขอบคุณด้วยซ้ำ เธอสะบัดผ้าคลุมขนสัตว์เดินอย่างเฉิดฉายออกไปอย่างรวดเร็ว

....

ผมเพ่งมองสถานที่อันงดงามของที่นี่ นี่มันสรวลสวรรค์กลางป่าชัดๆ ทุ่งหญ้าเขียวขจี แดดอ่อนๆโลมไล้ไปตามใบหน้า อากาศเย็นที่เริ่มแผ่ปกคลุมเข้ามา ผมเหมือนถูกดูดวิญญาณให้อยากนั่งอยู่เฉยๆไปตลอดชาติ

ผมสังเกตหลายนางที่นี่ก็ดูไม่เหมือนชนเผ่า อาชูร่า เสียทั้งหมด มีแต่เฉพาะหญิงสาวที่แต่งกายคล้ายนักรบเท่านั้นที่ดูจะเป็นคนของชนเผ่าแท้ๆ   ผมถามกับ ริน ที่เฝ้ามองผมอยู่ไม่ห่าง เธอบอกว่า พวกเธอล้วนเป็นทาสที่ถูกย่ำยี ที่นี่เรามีเสรีภาพ เพียงแต่ทุกคนต้องช่วยกันทำงาน  พูดมาถึงตอนนี้เธอเน้นน้ำเสียงเข้มว่า

ท่านอย่าคิดจะข่มเหงพวกหล่อนละกัน ไม่งั้นเรานี่แหละจะเอามีดทิ้งคอท่านให้ตายตกตามกัน  เธอชักมีดเล่มใหญ่ออกมา ผมนี่เสียวสันหลังวาบ ผู้หญิงอะไรดุฉิบหาย

แต่ก็ไม่ปฎิเสธว่าหลายวันมานี่ เธอดูแลผมดีมาก หาข้าวหาน้ำให้กินตลอด ก็มีบางมุมที่เธอดูเป็นผู้หญิ๊งผู้หญิง เทียบกับนายหญิงของเธอแล้ว ริน ดูจะอ่อนด้อยกว่าอยู่หลายส่วน  แต่ก็แฝงเสน่ห์ที่ดูเข็มแข็งไปอีกแบบ เธอดูเป็นผู้หญิงเท่ห์ แต่มีบางอย่างที่ขัดตาไปบ้าง ตรงหน้าอกที่ดูอวบอูมผิดกับท่าทางที่ทะมัดทะแมง ผมจ้องหน้าอกเธอแล้วต้องรีบลดสายตาลงอย่างรวดเร็ว ไม่งั้นมีสิทธิตาบอดเอาง่ายๆ

เธอเฝ้าผมทั้งกลางวันกลางคืน ผมบอกให้เธอกลับไปบ้านก็ได้ ผมจะอาบน้ำ เธอยืนกรานว่า ไม่ได้

นายหญิงสั่งให้เฝ้าไว้ตลอด

โอเคครับ ผมแกล้งเธอด้วยการแก้ผ้าตรงนั้นเลย  วินาทีนั้นเอง เธออายจนสีหน้าแดงฉาน หันหลังไปอย่างรุกรน

ท่านทำอะไร เธอเอ่ยถาม

ก็บอกแล้วไงเราจะอาบน้ำ ให้เจ้าไปก่อน เจ้าไม่ยอมไปนิ   ผมบอก

ไอ้คนบ้า  ไม่รู้จักมารยาท  เธอฉุนเฉียวเดินออกจากบ้านไปอย่างร้อนรน  

ผมมานั่งคิดๆดู แม้ภายนอกจะดูห้าวหาญ แต่ลึกๆแล้วเธอก็คือหญิงสาวคนหนึ่ง ผมว่าเธอคงไม่คุ้นชินกับร่างกายผู้ชาย ถึงได้ออกอาการประหม่าขนาดนี้

....

หมู่บ้านแห่งนี้ แบ่งหน้าที่กับทำอย่างชัดเจน หญิงสาวทาสที่ถูกปลดปล่อยมา มักถูกจัดให้อยู่ในหมวดของการสร้างเครื่องนุ่งห่ม นักรบทำหน้าที่ออกล่าสัตว์ มีคนแก่กับเด็กบ้างที่ดูเป็นคนของชนเผ่าโดยตรงจัดการเรื่องข้าวปลาอาหาร     ผมเห็นวัฎจักรหนึ่งของการขายสินค้าของพวกเธอ เธอมักขายให้กับพ่อค้าเถื่อน ซึ่งมักจะโดนกดราคาอยู่บ่อยๆ เนื่องจากอ้างว่าเป็นของกลุ่มแมวดำ ใครรู้ก็ไม่อยากทำการค้าด้วย

ผมปิ้งไอเดียขึ้นมาทันที จริงๆสินค้าของพวกเธอคุณภาพดีมาก ถ้าผมมารับไปขายโดนตรง โดยให้ราคาที่เท่าเทียม พวกเธอต้องเป็นคู่ค้าทางธุรกิจที่ดีมากๆ อีกส่วนหนึ่งที่ผมแปลกใจในสิ่งที่พวกเธอไม่ทำ คือการเกษตร

ที่นี่อุดมสมบูรณ์มากๆ น่าแปลกที่พวกเธอไม่รู้จักวิธีการเพาะปลูก ผมพอมีความรู้วิชาการเกษตรและการเพาะปลูกอยู่บ้าง ผมใช้เวลาว่างในขณะที่รอแผลที่ขาหายดีสอนสิ่งใหม่ให้กับพวกเธอ พวกเธอแปลกใจมากกับสิ่งที่ผมถ่ายทอด เธอไม่คิดถึงมาก่อนว่า พืชผักในป่าบางชนิดจะนำมาปลูกด้วยตนเองได้

ผมเพิ่งมารู้จักชื่อของนายหญิงที่นี่ เธอชื่อ กีช่า ครับ รินบอกว่าเธอเป็นลูกสาวของหัวหน้าเผ่าคนก่อน ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว เธอปกครองเผ่าตั้งแต่อายุ 15 และตั้งกลุ่มแมวดำขึ้นมา เธอเป็นคนสวยที่เก่งมากครับ เธอมีใจยุติธรรม สร้างชุมชนแห่งนี้ขึ้น ผมเพิ่งได้สัมผัสตัวตนที่แท้จริงของเธอเมื่อหลายวันก่อน อันที่จริงเธอก็มีมุมที่ไร้เดียงสา น่ารักไม่ต่างจากคนทั่วๆไป เธอดูตื่นเต้นมากกับสิ่งที่ผมแนะนำ ผมแอบหลงเสน่ห์ใบหน้าคมคาย และดวงตาของเธอไปอย่างไม่รู้ตัว

ผมสนุกกับการสอนสาวๆที่นี่เอามากๆ พวกเธอคลายกังวลใจในตัวผมไปไม่น้อย นี่ย่างเข้าสัปดาห์ที่สองแล้ว ผมแจ้งกับ กีช่า ว่าผมต้องกลับบ้านแล้ว เธอก็เข้าใจครับ แถมยังทิ้งทวนอีกว่า ท่านมาที่นี่อีกนะ เราชอบคุยกับท่าน

คำพูดอันแสนธรรมดาๆนี่ กลับทำเอาผมสะดุ้งเฮือกขึ้นมา นี่เป็นการบอกรักป่าววะ แต่คงไม่หรอก เธอดูตรงๆไร้เดียงสา คงคิดอย่างไรก็กล่าวออกมาตรงๆไม่บิดพลิ้ว นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่น่ารักของเธอ

ผมตั้งท่าจะกลับบ้านอยู่วันสองวันนี่เอง แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็พลันเกิดขึ้นอีก เมื่อหนึ่งในสายกลุ่มนักรบ ร้อนรน เข้าแจ้งกับ กีช่า ว่า มีกองกำลังของทางการกำลังใกล้เข้ามาทางนี้ เหตุผลคงเกิดจากเหตุการณ์ที่พวกเธอดักถล่มคาราวานพ่อค้าที่ผมอยู่ด้วยเมื่อวันก่อน

วินาทีนั้นเองที่นางดูเปลี่ยนไปโดยฉับพลัน แรงกดดันมหาศาลกดดันบรรยากาศในครอบคลุมทั้งห้อง นี่มันรังสีการฆ่าฟันที่น่ากลัวจริงๆ เธอเอ่ยเสียงแข็ง พวกคนเลว คิดจะมาล้มล้างกลุ่มของเรา เธอเรียกรวมพลทั้งหมด ซึ่งมีประมาณ 50 กว่านางให้รวมตัว ทุกนางล้วนแต่งตัวคล้ายๆกันคือชุดรัดรูปสีดำสนิท เป็นพันธุกรรมชองชนเผ่าที่น่าหลงใหลจริงๆ สาวผิวแทนหุ่นนางแบบ ผมตัดหน้าตัวเองฉาดใหญ่ นี่มันใช่เวลามานั่งคิดเรื่องแบบนี้หรอ

ฟังจากคำบอกเล่า กลุ่มทหารทางการนั้นมีมาถึง 300 คน ผมนึกถึงการฆ่าฟันในค่ำคืนนั้น และกวาดตามองไปที่หญิงสาวหลายนางที่อยู่เบื้องหน้า ไม่แน่วันนี้อาจมีบางคนเสียชีวิต

ก่อนที่ กีช่า จะออกไปเตรียมตัว ผมคว้าแขนเธอไว้ เธอหันขวับมาจ้องมองผมด้วยด้วยตาสีทองเขม็ง

ท่านทำอะไร  เธอเอ่ย

ผมต้องรีบปล่อยมีจากแขนของเธอย่างรวดเร็ว แม้เธอจะบอกชอบคุยกับผม แต่คงไม่ได้หมายถึงว่าจะแตะต้องตัวเธอได้
ผมเอ่ยกับเธออย่างมีสติ ผมบอกให้เธอใจเย็นก่อน พวกนั้นอาจจะเพียงระดมพลค้นหา อาจจะยังไม่รู้ที่อยู่ที่ชัดเจนของพวกเธอก็ได้ ผมย้ำให้เธอคิดถึงข้อนี้ก่อน ที่จะหุนหันพลันแล่นเข้าโจมตีกลางวันแสกๆ ผมให้เธอคิดถึงคนอื่นๆในชนเผ่าของเธอและบรรดาทาสคนอื่นๆที่เธอช่วยเหลือมา ถ้าวันนี้เธอเพลี่ยงพล้ำแบบตอนที่ถูกจับ คนพวกนี้จะทำอย่างไร

เธอจ้องมองผมด้วยแววตาสงสัย ก่อนจะเอ่ยถามอย่างแช่มช้าว่า ท่านเป็นห่วงพวกเราหรอ  คำถามพวกนี้ทำเอาผมไปไม่ถูก เธอจ้องมองผมด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว เหมือนจะมองทะลุเข้าไปในจิตใจ ผมไม่กล้าสบตา ก่อนที่เธอจะเอ่ยว่า

เราจะลองฟังคำท่านดู  เธอหันกลับมา กอดอกและจดจ้องผมอย่างจิงจัง ตอนนี้บรรยากาศโดยรอบมันเปลี่ยนไปเยอะมากครับ ทุกนางล้วนจ้องผมเป็นจุดเดียว

ผมเหงื่อแตกไปหมด นี่กูกำลังทำอะไรวะเนี่ย ผมรีบฟื้นตำราพิชัยสงครามที่เคยอ่านในเรื่องสามก๊กขึ้นมาอธิบายพวกหล่อน

เราเรียกมันว่า “กลศึกกวนน้ำจับปลา”  ผมยืดอกอย่างภาคภูมิใจ ไม่บ่อยครั้งที่จะได้พูดอะไรฉลาดๆบ้าง

เราไม่ได้อยากจับปลา เราจะฆ่าคน  กีช่าเอ๋ยขัดขึ้น

โอเคค ผมเอ่ยเสียงสูง เธอคงไม่เข้าใจตำราของการศึก ไม่เข้าใจการเปรียบเปรยสินะ ก่อนจะเริ่มอธิบายถึงวิธีการให้พวกเธอเข้าใจง่ายๆ

ผมบอกให้พวกเธอทำไมถึงไม่ล่อพวกนั้นออกไปให้ห่างจากหมู่บ้านก่อนอย่างน้อยๆก็ทำให้เส้นทางเข้าหมู่บ้านแห่งนี้เป็นความลับต่อไป

อาศัยความได้เปรียบของการชำนาญเส้นทาง แล้วปลุกปั่นให้พวกเราติดตามไปยังจุดที่เป็นแอ่งกระทะ ซึ่งทั้งหมดนี้ให้ทำในเวลากลางคืน  ทำตัวให้สมกับฉายากลุ่มแมวดำเสียหน่อย

สร้างความระส่ำด้วยไฟ ศัตรูไม่มีทางรู้ว่าพวกเจ้าแท้จริงมีกี่คน ขวัญกำลัง 300 คน จะหายไปในทันที

เธอจ้องมองผมด้วยแววตาตื่นเต้น เธอยิ้มมุมปากด้วยความยินดี เธอเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้ามีเลศนัย

ท่านทำเราแปลกใจอีกแล้ว  ท่านเป็นใครกันแน่   เธอเอ่ยถามผม

เราก็แค่พ่อค้าที่ผ่านมานั่นแหละ  ผมเอ่ยตอบบ้าง
….
กีช่า กางแผนที่ของเส้นทางรอบหมู่บ้านออก เธอยึดตามแนวทางที่ผมบอกไป ก่อนจะเริ่มสั่งการให้รินเป็นหัวหน้าสร้างความปั่นป่วนในครั้งนี้
ผมลอบรู้สึกร้อนรนในใจ กลศึกที่เคยอ่านในหนังสือมันจะช่วยได้จริงหรือเปล่า อันที่จริงมันก็แค่ทฤษฎีที่ผมเองยังปฎิบัติไม่เป็นด้วยซ้ำ

ผมไม่ได้ตามเข้าไปในสนามรบด้วย แต่ยอมรับว่านอนไม่หลับ ผมอยู่กับกลุ่มทาสที่ถูกปลดปล่อย ผมเป็นชายหนุ่มคนเดียวของที่นี่ พวกเธอนั่งสั่นเทาด้วยความกลัว ผมปลอบพวกเธอด้วยคำพูดร้อยแปด บางคนถึงกับเข้ามากอดผม ตอนนี้ยอมรับครับว่าไม่มีเวลาคิดเรื่องบัดสีอะไรอีกแล้ว ผมเตรียมทางหนีไว้เป็นแผนสำรอง อย่างน้อยๆ พวกเหล่าก็ต้องรอดผ่าคืนนี้ไปให้ได้

….

แสงแดดส่องจ้าในยามเช้า คนกลุ่มใหญ่ควบม้ากลับเข้ามา แต่ละนางเลือดไหลโทรมกาย ไม่แน่ใจว่าเป็นเลือดของพวกหล่อนหรือเลือดของศัตรู ผมยินดีราวกับพบเจอชีวิตใหม่ เมื่อเห็นกีช่า นำทัพกลับมาในสภาพอิดโรย ทุกคนโห่ร้องอย่างดีใจ 50 กว่าชีวิตที่ออกไปเมื่อคืน ย้อนกลับมานับได้ 38 นาง มี 10 กว่าชีวิตที่ไม่ได้กลับมา ผมมองหา ริน อยู่พักใหญ่

กีช่าบอกว่า รินบาดเจ็บอยู่ท้ายขบวน ผมปรี่เข้าหาเธอ เธอหายใจรินระทวย อย่างเหนื่อยอ่อน ผมรีบเรียกคนเข้ามาช่วยอุ้มเธอกลับเข้าบ้าน ชาวบ้านใส่ยาที่แผลให้เธอ

เธอถูกฟันเข้ากลางหน้าอก เป็นรอยมีบากเป็นแผลฉกรรจ์  ผมปลดผ้าเธอออก โหยย ซ่อนรูปมากครับ หน้าอกเธอใหญ่ได้รูปจริงๆ ผมตบหน้าตัวเอง เวลาแบบนี้ทำไมมาคิดอะไรแบบนี้ รอยดาบมันบากเข้าระหว่างร่องนม

ผมเลี่ยงไม่ได้ที่จะปลดเปลื้องผ้าเธอออก ผมกับชาวบ้านที่เป็นหญิงสาว ช่วยกันโปะยาสมานแผลให้เธอ เธอร้องอย่างเจ็บปวด เมื่อทำแผลเสร็จเธอก็ผล็อยหลับไป ผมกุมมือเช็คตัวให้เธอไม่ห่าง เธอสลึมสลือมองผมเป็นระยะ ผมไม่ได้คิดอะไรกับเธอจริงๆครับตอนนั้น คิดเพียงแต่อยากตอบแทนที่เธอดูแลผมตลอดมา

ผมจำเป็นต้องเลื่อนเวลากลับไปอีกสักหน่อย เพื่ออยู่ดู ริน

คนที่หมู่บ้านแห่งนี้ ดูมีท่าทีกับผมที่เปลี่ยนไปอย่างมาก ทุกนวลนางดูเคารพนอบน้อมกับผมเป็นพิเศษ เสมือนหนึ่งผมเป็นผู้มีพระคุณ

กีช่าเข้ามาหาผมในที่พักของริน เธอเอ่ยชมผมไม่หยุดว่าแผนการของท่านมันช่างยอดเยี่ยมนัก เธอไม่เคยนึกถึงการใช้กลศึกเข้าต่อสู้แบบนี้มาก่อน  เธอบอกว่าท่านช่วยชีวิตคนของเราไว้ได้มากจริงๆ

ผมรับการขอบคุณของเธอไว้และบอกให้เธอออกไปก่อน เพราะคนป่วยกำลังนอน

กีช่ามีอาการขุ่นเคืองผมเล็กน้อย ก่อนจะเดินไขว้หลังออกไป
...

ตกดึกคืนนั้น กีช่า เรียกผมเข้าหา เธออยู่ในอาภรณ์เบาสบายสีขาวสะอาดตา แสงสลัวๆในกระโจมของหล่อนขับเน้นใบหน้าคมคายของเธอให้งามสง่าขึ้น  ลมโชยพัดเบาๆ ทำเอาผ้าบางๆของเธอแนบเนื้อจนเห็นเป็นเรือนร่างสาว ผมสะดุดตากับเม็ดทับทิม เม็ดเล็กๆที่ชูชันอยู่เหนือหน้าอกเธอ มันปลุกอารมณ์ของผมที่ไม่ได้ปลดปล่อยมาเกือบอาทิตย์ให้ลุกโชติชึ้น

นายหญิงมีอะไรหรือเปล่า ถึงเรียกหาเรา   ผมเอ่ยถาม

เธอหันมามองค้อน ผมวงใหญ่ ก่อนจะเอ่ยถามกลับ

ทำไมถึงเรียกซะห่างเหินเชียว เรียกเรา กีช่า ก็ได้นะ  เธอเอ่ย  ถึงตอนนี้เธอเองที่เป็นฝ่ายเดินเข้าประชิดผม หลังจากการรบครั้งนั้นเธอมีท่าทีที่เปลี่ยนไปมาก ดูอ่อนโยนกับผมขึ้นเยอะ

ท่านไม่เหมือนกันผู้ชายทั่วๆไปที่เราเคยเจอเลย ท่านเป็นใครกันแน่  เธอถามย้ำคำเดิม

ผมได้แต่ยิ้มแหยงๆ แต่ก็ไม่ได้ตอบคำ

เราสนใจท่านซะแล้วสิ  เธอเกริ่นเบาๆ พร้อมกับขยับกายเข้าตรงหาผม ผมไม่รู้เธอต้องการอะไร แต่อาการแบบนี้แถวบ้านผมเรียกอ่อยชัดเลยครับ เธอเอาเรือนร่างแนบชิดกับผม ดึงแขนผมค่อยๆวางสัมผัสที่บริเวณสะโพกพึ่งผายของเธอ

เธอจ้องผมด้วยแววตาจริงจัง ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำที่จะเปลี่ยนวิถีชีวิตผมไปตลอดกาล

ท่านจะมาเป็นหัวหน้าเผ่าร่วมกันเราได้หรือไม่  เธอเอ่ยถามผมตรงๆ

ผมนี่อึ้งจนผมตัวไม่ถูก ผมไม่รู้เธอหมายความว่าอย่างไร แต่จู่ๆ เธอก็ปลดอาภรณ์ของเธอออก เผยเรือนร่างอันงดงามต่อหน้าผม

ผิวเนียนสีแทนสูงระหง หน้าอกขนาดไม่ได้ใหญ่โตแต่สวยได้รูป มีเม็ดทับทิมเล็กๆสีน้ำตาลอ่อนชูชันเด่นอยู่เบื้องหน้า ริมฝีปากอวบอิ่มน้ำสัมผัส หน้าท้องแบนราบ กับท่อนขาที่เรียวสวย เนินสวาทของเธอมีขนดกดำขึ้นปกคลุม เธอซบลงที่อกผมอย่างแนบแน่น เธอโอบเอวผมอย่างแผ่วเบา ใบหน้าดูสีแดงฉาน

ผมสั่นไปหมดแล้วครับ ผมมองเสมอว่าเธอคือไฟ ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหลังจากที่ผมมีอะไรกับเธอไป อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง

แต่ตอนนี้มือผมมันไม่ฟังเสียงทัดทานแล้วครับ อารมณ์ที่อดกลั้นมานานระเบิดออก ผมคว้าหมับที


*

ออฟไลน์ Wolf Stranger

  • Full Member
  • **
  • 134
  • 111
    • ดูรายละเอียด
Re: The New World : จอมคนโลกใหม่ 7
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มิถุนายน 26, 2016, 03:08:29 PM »
เนื้อหาส่วนท้ายขาดหายไป เสียอรรถรสไปนิดหนึ่งแต่ก็สนุกมากครับ สำหรับเนื้อเรื่อง

*

ออฟไลน์ applej2k

  • Full Member
  • **
  • 199
  • 189
    • ดูรายละเอียด
Re: The New World : จอมคนโลกใหม่ 7
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2016, 01:46:39 AM »
Thanks you ขอบคุณมากครับ

*

ออฟไลน์ gtsoza

  • Tiny Member
  • *
  • 2
  • 51
  • 88/12
    • ดูรายละเอียด
Re: The New World : จอมคนโลกใหม่ 7
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 29, 2016, 07:03:43 PM »
ได้เป็นหัวเผ่าเมื่อไร ถึงตอนนั้นสาวๆเพียบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 29, 2016, 07:08:17 PM โดย gtsoza »
คงคา

*

ออฟไลน์ natnoppol123

  • Tiny Member
  • *
  • 6
  • 55
    • ดูรายละเอียด
Re: The New World : จอมคนโลกใหม่ 7
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: สิงหาคม 08, 2016, 06:10:27 AM »
เสียดายเนื้อหาหายไป

*

ออฟไลน์ 113ig

  • Full Member
  • **
  • 90
  • 176
    • ดูรายละเอียด
Re: The New World : จอมคนโลกใหม่ 7
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: ตุลาคม 15, 2016, 09:01:51 PM »
หวังว่ามีต่อนะครับ..สนุกมาก

*

ออฟไลน์ sanshit

  • Banned!

  • Full Member
  • **
  • 139
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: The New World : จอมคนโลกใหม่ 7
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2016, 07:17:42 PM »
ขอบคุณมากครับ

*

ออฟไลน์ jeerawong

  • Full Member
  • **
  • 55
  • 61
    • ดูรายละเอียด
Re: The New World : จอมคนโลกใหม่ 7
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2016, 09:20:50 PM »
ขอบคุณมากครับ เหมือนหายไปหน่อยอ่ะครับเนื้อเรื่อง

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ