GhostWriter ภาคเวนิสพิศวาส ตอนที่ 8 อำลาเวนิส-หน้ากากพิศวาส

GhostWriter ภาคเวนิสพิศวาส ตอนที่ 8 อำลาเวนิส-หน้ากากพิศวาส

  • 16 ตอบ
  • 3488 อ่าน
*

ออฟไลน์ Pem Samsan

  • Banned!

  • Full Member
  • **
  • 80
  • 440
    • ดูรายละเอียด
GhostWriter ภาคเวนิสพิศวาส ตอนที่ 8 อำลาเวนิส-หน้ากากพิศวาส
-------------------------------

โมตื่นแต่ยังไม่อยากลืมตา พี่กาญจน์นอนนิ่งอยู่ข้าง ๆ
วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วซินะที่โมจะได้นอนข้างพี่กาญจน์แบบนี้
ลืมตามองเพดานแล้วเลื่อนลงมามองโต๊ะเครื่องแป้ง
หน้ากากคู่ดำ-ขาววางเคียงเด่นอยู่ด้วยกัน
สงสัยตอนโมตกอยูในภวังค์ฝันพี่กาญจน์คงอุ้มมาวางให้นอนบนเตียง
แล้วคงเอาหน้ากากออกมาวางโชว์เอาไว้แบบนั้น

โมเอียงหน้ามองใบหน้าที่อยู่ข้างแค่คืบคิดว่ายังหลับอยู่
แต่เปล่า..เปล่าเลย..เจอสายตาจัง ๆ ของพี่กาญจญ์มองแป๋วแหวว
พี่กาญจน์มองโมนิ่งจมอยู่ในห้วงความคิดอะไรบางอย่าง

"พี่กาญจน์ตื่นนานแล้วเหรอ..." โมถามแล้วถือโอกาสหลบตาคม
มันรู้สึกจี๊ดขึ้นมาในใจที่สัมผัสกับแววตาคู่นี้เสียเหลือเกิน
หลับตาลง..คิดแล้วให้รู้สึกแน่นขึ้นมา จึงรีบข่มไว้ก่อนที่ปรากฏชัดออกมาจนพี่กาญจน์รู้สึก

"นอนแอบมองโมนานแล้วหละ..." พี่กาญจน์พูดเสียงเบาเหมือนกระซิบ
"ตอนหลับโมน่ารักมากใช่ไหมละ..?" น้ำเสียงนะร่าเริงเชียวน่ะจะบอกให้
อีกอย่างต้องการให้ขำ ๆ นะ แต่พี่กาญจน์รีบตอบสวนมาทันทีว่า
"โมนะน่ารักทั้งเวลาหลับเวลาตื่นอยู่แล้ว..."
ก้อนแข็ง ๆ จุกแน่นขึ้นมาอีกแล้ว เลยพลิกตัวนอนตะแคงขยับเข้าไปซุกกับอกโอบกอดเอาไว้แน่น

พี่กาญจน์ขยับเลื่อนมือมาลูบผม พี่กาญจน์เงียบ โมก็เงียบ
ปล่อยให้เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ จนโมทนไม่ไหวถามขึ้นเบา ๆ ก่อนว่า
"วันนี้เราลาเวนิสกี่โมง..." โมถามกับอก
"อึม...น่าจะใกล้ ๆ เที่ยง ค่อยลงเรือแล้วขึ้นรถไฟไปสนามบิน กลับเมืองไทย"
พี่กาญจน์บอกช้า ๆ เสียงเนือยจัง
"งั้น..เราลุกขึ้นกันเถอะ ไปนั่งกินกาแฟลาเวนิสดีกว่า..."
โมพยายามพูดให้สนุกไปงั้น ทั้ง ๆ ที่ใจนะโหวงแหวงเต็มที
"อาบน้ำกันเถอะ..." พี่กาญจน์พูดแล้วยกนาฬิกาขึ้นดู
"ยังไม่เจ็ดโมงเลยโม..." ยื่นหน้ามาจูบหน้าฝาก
"ไปอาบน้ำน้ำด้วยกันนะ..." พี่กาญจน์ดันตัวเองลุกขึ้นพลิกตัวเปลือยเปล่าลงจากเตียง
เดินไปหยิบผ้าขนหนูแล้วเดินมาที่เตียง "ลุกเร็ว..พี่จะนุ่งผ้าขนหนูให้.."
ไม่รู้เป็นไงวันนี้อะไร ๆ มันถึงตื้นตันไปหมด

ขยับตัวลุกขึ้นคลานลงมายืนข้างเตียง
ยกแขนกางให้พี่กาญจน์เอาผ้าขนหนูพันรอบตัวแล้วขมวดปมกลางอก
อิอิ..ดูท่าทางชำนาญเชียว คงเคยทำให้สาว ๆ มาก่อนแน่เลย
แต่โมไม่ถามหรอก โผ..เข้ากอดแนบอกดีกว่า

เกือบครึ่งชั่วโมงในห้องน้ำ พี่กาญจน์ก็ยังเป็นพี่กาญจน์คนเดิม
ปรนนิบัติโมเหมือนอย่างที่เคยทำ จนโมชักจะชินและชอบแล้ว
กลับเมืองไทยไม่มีคนทำให้ คิดแล้วแย่จัง

โมต้องการบันทึกทุกอิริยาบถเอาไว้ในความทรงจำให้หมด
โมเคยรู้ซะที่ไหนว่าในโลกนี้มีผู้ชายที่เอาใจใส่และดูแลผู้หญิงของเขาถึงขนาดนี้
พี่โอ๊คไม่เคยทำอะไรแบบนี้กับโมแม้สักครั้ง

เช็ดตัวให้โมแล้วห่มผ้าขนหนูกระโจมอกให้อีกครั้ง
ทำเหมือนโมเป็นเด็ก ๆ แล้วจูงมือโมออกจากห้องน้ำ
ดึงตัวให้มานั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง
ภาพของโมสะท้อนในกระจกโดยมีพี่กาญจน์ยืนนุ่งผ้าขนหนูเปลือยอกเป็นฉากหลัง

พี่กาญจน์หยิบหวีไม้มะเกลือกสีดำสนิทของโมขึ้นมาแล้วหวีผมให้โม
หวีจากกลางศีรษะแล้วลากลงมาช้า ๆ จนถึงปลายผม
พี่กาญจน์หวีระมัดระวังและช้าเป็นพิเศษครั้งแล้วครั้งเล่า

หวีไม้มะเกลือด้ามนี้โมซื้อจากญี่ปุ่น ซี่ไม้แต่ละซี่ใหญ่ปลายกลมมน
การหวีแบบนี้จึงเหมือนการนวดหนังศีรษะไปพร้อมกัน
สบายเหลือเกินปล่อยให้พี่กาญจน์ลากหวีไปเรื่อย ๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า
หลับตาเก็บความรู้สึกจากเส้นผม หนังศีรษะ แล้วหรี่ตาแอบมองใบหน้าคมคาย
จากนั้นลากสายตาลงต่ำมามองหน้ากากขาว-ดำที่วางอยู่บนโต๊ะ
นึกยังไงก็บอกไม่ถูก โมหยิบหน้ากากสีขาวแล้วเอามาทาบลงกับใบหน้าตัวเอง
พี่กาญจน์หันมามองแล้วลากหวีอีกสองสามครั้งจึงวางหวีไม้มะเกลือลง
ดึงสายรัดหน้ากากมารัดตรงท้ายทอย

โมลองปล่อยมือมันช่างพอเหมาะปิดบริเวณดวงลงมาครึ่งหน้า
ภาพสะท้อนในกระจกทำให้โมดูแปลกตาไปเหมือนคนละคน
พี่กาญจน์ยิ้มน้อย ๆ แล้วเอื้อมมือไปหยิบหน้ากากสีดำขึ้นมาสวมบ้าง
ภาพในกระจกจึงมีชายมาดแมนสวมหน้ากากดำกับหญิงสาวสวย(จริง ๆ)สวมหน้ากากขาว

โมยิ้มรับพี่กาญจน์ แต่พี่กาญจน์สอดมือลงมาปลดปมที่อกโมออก
ผ้าขนหนูหลุดลงไปกองบนตัก เต้านมขาวผ่องตึงตั้งอวดสายตาผ่านกระจก
พี่กาญจน์ยิ้มชื่นตาเป็นประกายวาววับ

โมยืดตัวให้อกตั้งอวดเต้าอวบกลมเด่น หัวนมแหลมชี้ชัน
ภาพโมเปลือยอกอยู่หน้าพี่กาญจน์เปลือยอกอวดกล้าม
เราสองคนเด่นอยู่เหนือพื้นหลังที่เป็นวอลเปเปอร์ลายดอกไม้สีชมพูบนพื้นสีน้ำตาลทอง
พี่กาญจน์มองกระจกนิ่งแล้วก้มลงจูบผมของโม
โมเอื้อมมือไปกุมมือพี่กาญจน์บนไหล่ แต่สายจ้องภาพในกระจกเงานิ่ง

พี่กาญจน์ย่อตัวลงเอาคางมาวางเกยบนไหล่โม
ใบหน้าคมสันภายใต้หน้ากากดำเคียงข้างหญิงสาวหน้ากากขาว
เห็นแล้วโมชักอยากให้มีจิตกรมีชื่อสักคนมาวาดภาพนี้เอาไว้จังเลย

พี่กาญจน์เอียงหน้ามาหอมแก้ม โมเลยยื่นมือไปประคองแก้ม
เอียงหน้าแล้วประกบจูบปากกับพี่กาญจน์ ลิ้นโมรุกไล่เข้าไปในปากก่อน
หน้ากากไม่ได้เป็นอุปสรรค์แต่เหมือนเป็นอุปกรณ์ช่วยเพิ่มบรรยากาศให้มากกว่า
โมเห็นหน้ากากดำ จมูก ปาก และคางเป็นของพี่กาญจน์
ตัวพี่กาญจน์ก็คงเห็นหน้ากากขาว จมูก ปาก และคางเป็นของโม

เราจูบปากดูดลิ้นกันหลายรอบ พี่กาญจน์จึงประคองให้โมยืนขึ้นผ้าขนหนูตกลงไปกองบนพื้น
หญิงเปลือยขาวผ่องสวมหน้ากากขาว เห็นแล้วตัวเองยังเร้าใจเหลือเกิน
มีหรือพี่กาญจน์จะไม่เริงใจยิ่งกว่า โมก้มลงเห็นพี่กาญจน์ยังนุ่งผ้าขนหนูอยู่
แหม..เอาเปรียบจัง เลยปลดปมออก ผ้าขนหนูหลุดลงไปกองกับพื้นอีกคน

พี่กระบองของโมผงาดเด่น ทรหดจริง ๆ นะเนี๊ย ไม่เคยยอมแพ้มะโหนกสักกะนิด
โมจินตนาการถึงภาพระหว่างหญิงหน้ากากขาวกับชายหน้ากากดำโรมรันกันในสมอง
เกิดสยิวกายขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ความรู้สึกแผ่ซ่านตามแนวกระดูดสันหลังขึ้นมาถึงต้นคอ
ขนลุกซู่ เนื้อตัวเย็นเฉียบแล้วจึงร้อนซู่ตามมาติด ๆ

โมย่อตัวลงจูบกลางอกพี่กาญจน์หลายฟอด
โมหันยืนประจันหน้าพี่กาญจน์แล้วจูบตรงยอดอก
พี่กาญจน์ไม่พูด โมก็ไม่พูด อยากให้อารมณ์นำโมไปให้ถึงที่สุด

จากนั้นโมก็ค่อยรูดตัวเองลงคุกเข่ากับพื้น พี่กระบองผงาดเด่นตรงหน้า
โมประคองลำกระบองมั่นแล้วจีบปากจูบตรงปลายจุ๊บ ๆ
สัมผัสกับความเปียกตรงปลายชัดเจน
พี่กาญจน์ไม่ค่อยเปิดให้โมได้ทำอะไรแบบนี้
ก่อนจากโมอยากทำอะไรให้พี่กาญจน์สุด ๆ บ้างเหมือนกัน
ฮึ...ปล่อยให้พี่กาญจน์ทำให้โมสุด ๆ อยู่ได้คนเดียวยังไง

พี่กาญจน์ยังไม่ได้รับรู้ฝีมือโมแบบจะ ๆ สักกะที
วันนี้เป็นวันสุดท้ายโมจะเก็บฝีมือเอาไว้ทำไมอีก
มีอะไรเท่าไหร่ปล่อยกันให้สุด ๆ ไปเลยดีกว่า
อนาคตจะเป็นยังไงก็เป็นเรื่องของอนาคตแล้วกัน

โมจีบปากจูบรอยผ่าเล็ก ๆ นั้นซ้ำ ๆ อย่างรักใคร่เสน่หา
ยิ่งจูบก็ยิ่งเม้มริมฝีปากหนักขึ้นเรื่อย ๆ ตามอารมณ์
จากนั้นก็ค่อย ๆ ขยายริมฝีปากออกให้ปลายกระบองล่วงลึกเข้าไป
ปล่อยให้เข้าไปในปากทีละน้อยจนลึกขึ้นเรื่อย ๆ
โมปล่อยเข้าไปจนมิดหัวถึงรอยหยัก ค่อยเม้มปากบีบรูดรอยหยักไปมา
พี่กาญจน์ครางซี๊ดออกมาดัง ๆ จนโมแอบหัวเราะอิ ๆ ในใจ

ครั้งนี้พี่กาญจน์จะได้เห็นฝีมือของโมว่าไม่ธรรมดาจริง ๆ
โมเม้มริมฝีปากตรงรอยหยักบีบแรง ๆ พร้อมดูดจ๊วบทักทาย
พี่กาญจน์เสียวจนต้องเด้งสะโพกเข้ามาขาเริ่มสั่นละสิ
ตอนนั้นโมไม่ทันระวังตัวกระบองพี่กาญจน์เลยพรวดเข้าเกือบเต็มลำ
เต็มปากโมเลยทีนี้ (ซะใจจริง ๆ) ลำกระบองเต้นตุ๊บ ๆ สู้ลิ้นโม
โมห่อลิ้นในอุ้งปากขยี้ยิก ๆ ตรงแนวที่เป็นสันด้านล่างลำกระบอง

พักหนึ่งโมถอนปากออกยาวจนสุดปลาย
พี่กาญจน์ขยับเอวแอ่นซอยยิก ๆ โมเลยตัดสินใจกลืนกระบองพรวดเข้าไปทันที
คราวนี้โมปล่อยให้กระบองพี่กาญจน์เข้าไปลึกกว่าเก่า
บีบปากแล้วดึงศีรษะออกให้ค่อยคายลำกระบองช้า ๆ
พอถึงครึ่งทางโมก็บีบปากดูดแรงพร้อมกับถอนปากออกจนมีเสียงดัง 'บั๊วะ'
กระบองพี่กาญจน์หลุดออกมาเปียกชุ่มผงกหัวหงึก ๆ

โมเงยหน้ามองเห็นพี่กาญจน์ที่ก้มมองตาลุกวาว
พี่กาญจน์ประคองศีรษะโมแล้วพยักหน้าเว้าวอนให้โมทำอีกที
อิอิ..ไหมละ...ชักจะติดใจละซิ...เห็นไหม..ฝีมือโมเป็นไง ?

โมอ้าปากครอบหัวกระบองแล้วบีบริมฝีปากเม้มรูดกลืนลำกระบองเข้าไปใหม่
โมกลืนของพี่กาญจน์ลงไปลึกจนยันคอหอย
มันอึดอัดนิดหน่อยแต่คุ้มกับที่ได้เสียวปากเสียวคอ
เรื่องแบบนี้มันก็ต้องเรียนรู้จังหวะและวิธีหายใจ
ทำแล้วก็เพลินเชียวหละ คงเพลินเหมือนที่พี่กาญจน์เลียมะโหนกนั่นละ

โมรูดปากเข้ายาวแล้วดึงออกยาว
ลำกระบองพองวาบ ๆ อวบกว่าตอนแรกมาก
เอวพี่กาญจน์สะท้านเด้งเข้าเด้งออกไม่อยู่นิ่ง
บางครั้งโมครอบปากเข้าลึก พี่กาญจน์งอตัวเหมือนจะดึงเอากระบองหนี
แต่พอโมรูดปากคายลำกระบองออก พี่กาญจน์กลับเด้งเข้ามาเสียดายไม่อยากออก
แหะ ๆ พี่กระบองนี่ก็เอาใจยากจังนะ ให้อย่างนี้จะเอาอย่างนั้น อิอิ

โมไม่ยอมหรอก..เด้งมาก ๆ โมก็แกล้งถอนปากออกเลย ใช้มือรูดพี่กระบองแทน
แต่โปรโมชั่นให้ด้วยการใช้ลิ้นฉกหัวพี่กระบองกับรอบรอยหยักแทน
โมเห็นสมุนสองใบของพี่กระบองแกว่งไหว ๆ ชักนึกสนุก
พับท่อนลำงพี่กระบองดันขึ้นแนบหน้าท้อง แล้วแลบลิ้นออกเลียลูกสมุนทันที
เริ่มเลียจากถุงทั้งคู่แล้วลากลิ้นยาวขึ้นไปจนถึงตรงเส้นสองสลึง

เสียงพี่กาญจน์ซี๊ดปากไม่หยุด ทำให้โมนึกภาพตอนถูกเลียมะโหนก
งั้น...ก็เสมอกัน...อิอิ...เดี่ยวโมจะอมลูกสมุนให้
โมอ้าออกอมแล้วดูดเจ้าลูกสมุนข้างหนึ่ง
เออ..เป็นครั้งแรก (นึกไงก็ไม่รู้) ดูดให้มันดุ๊กดิ๊กตามการขยับขาของพี่กาญจน์
โมดูดจ๊วบ ๆ เข้าให้ เออ...มันจั๊กจี้ลิ้นดีเหมือนกันนิ

ทำข้างเดียวเดี๋ยวลูกสมุนจะน้อยใจได้ โมก็เลยอมแล้วดูดเจ้าสมุนอีกข้าง
มันปากดีจัง...จากนั้นโมปล่อยลูกสมุนออกเป็นอิสระ
แลบลิ้นเลียลากยาวจากลูกสมุนสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึงท่อนปลาย
แหม..รู้สึกว่าพี่กาญจน์จะเสียวกับท่านี้มากกว่าการอมแล้วดูดลูกสมุนเสียอีก
โมเลยสนองให้อีกหลาย ๆ ครั้ง

จากนั้นโมปล่อยท่อนกระบองลงมาแล้วรูดให้มันเข้ามาให้ปากของโมอีกครั้ง
ยาวบ้าง สั้นบ้าง เร็วบ้าง ช้าบ้างแล้วแต่โมจะคิดอยากจะทำ
พี่กาญจน์ยืนไม่ติดที่เลย ขยับตัวเด้งไปเด้งมา โหย่งส้นเท้าเกร็งเหยียดขึ้นยืนโอนเอน
มือจิกผมโมเอาไว้แน่น แต่ก็ไม่รุนแรงจนถึงกับทำให้โมเจ็บ

โมรู้จุดอ่อนแล้วละ คราวนี้เลยระดมรูดใหญ่เลย
สุดท้ายพี่กาญจน์ร้องระงมออกมาว่า "โอ๊ววว...โม...โอยยยย...ซี้ด...พอ..พอ...อูยยยย....อ่าาาาซซซซ"
โมเลยถอนปากออก..อิอิมันกลัวนี่นา โดนเข้าไปดอกนี้ดีไม่ดีพี่กาญจน์เสร็จก่อนละแย่เลย
น้องมะโหนกของโมก็ไม่มีโอกาสได้ร่ำลาพี่กระบองนะซิ...
โมทำแบบนั้นน้องมะโหนกคงโวยวายโมตายแน่เลย

โมรีบอ้าปากคายกระบองออก ตอนนี้เปียกมะล่อกมะแล่ก
ผงกหัวหงึก ๆ ลำตัวพองวาบ ๆ เส้นเลือกปูนโปนน่ารักจริง ๆ
"โมจ๋า...มา ๆ มาเร็ว...อูยยย..คิดถึง..มะโหนก..เหลือเกิน..." พี่กาญจน์พูดระร่ำระลักหน้าแดง
โมมองพี่กาญจน์ที่มีหน้ากากปิดอยู่ครึ่งหน้าอย่างรื่นเริงใจอย่างบอกไม่ถูก

ใจโมเต้นเป็นรัวกลองคำขอของพี่กาญจน์ถูกใจเป็นที่สุด
แต่โมยังยืนนิ่งเหมือนต้องมนต์ขลังจนขยับตัวไม่ได้
"โมจ๋า...โม..มาให้พี่เลียมะโหนกเร็ว..." โมสะดุ้งกับคำขออีกครั้งของพี่กาญจน์
โผเข้ากอดให้พี่กาญจน์ช้อนร่างขึ้นอุ้มไปวางบนเตียง

โมให้ยินหอบหายใจดังแรงแล้วขนลุกซู่
พอวางร่างโมพี่กาญจน์รีบขยับเข้ามาในหว่างขา
ช้อนขาทั้งสองของขึ้นแล้วยันไปจนชิดอก
โมจึงสอดมือเหนี่ยวข้อพับเอาไว้ให้พี่กาญจน์ฟุบหน้าลงที่มะโหนกแล้วขยี้ไปมา
โมเสียวแปล๊บ ๆ เมื่อปลายจมูกไปขยี้ถูกจุดสำคัญ

พี่กาญจน์ขยี้หน้าสูดความหอมจนพอใจแล้วแลบลิ้นออกยาวเลียลากจากด้านล่างขึ้นมา
แผล็บ ๆ ๆ ๆ โมผงกหัวขึ้นดูด้วยความกระสันต์สวาทสุดใจ
พี่กาญจน์เลียปาด ๆ หลายครั้งแล้วห่อปลายลิ้นม้วนแหลม
พี่กาญจน์แทงลิ้นจี้ไปตรงเม็ดแล้วขยี้นวดเม็ดจนโมโอนไปเอนมา

โมยิ่งเสียวหนักขึ้นจนต้องสะอื้นฮัก ๆ เมื่อปลายลิ้นเรียวแหลมแทงโดนปากทาง
พี่กาญจน์ตวัดลิ้นเลียวนไปวนมา โมกัดฟันกรอดทนไม่ไหวจริง ๆ ครางออกมาเสียงดัง
มันสะใจอย่างบอกไม่ถูก พี่กาญจน์ขยับมือลงไปแบะกลีบมะโหนกของโมแหวกออก
คราวนี้ละได้ที่เลยพี่กาญจน์ตวัดลิ้นทั้งแยงทั้งกวนจนโมกดขาให้เข่าตัวเองบี้นมไปมา
เสียวเหลือเกิน...โมอยากเหลือเกิน...อยากจนจะทนไม่ไหวแล้ว

"โอ๊ะ...พี่..กระ..บอง...ขา...น้อง..มะ...โหนก...ไม่..ไหว...เร็ว...พี่...กระ..บอง...โอวววว...อูยยยย...."
ไม่รู้ละว่าที่โมจะบอกพี่กาญจน์นั้นจะฟังได้ศัพท์ครบถ้วนหรือเปล่า
พี่กาญจน์กลับเงยหน้าขึ้น ภายใต้หน้ากากดำตาลุกวาว
จ้องเขม็งมาที่โมส่วนจมูกกับปากนั้นเลอะไปหมด
พี่กาญจน์ก้มลงมองน้องมะโหนกแล้วจับพี่กระบองเข้ามาจ่อตรงปากทาง
ออกแรงกระทุ้งเอวสองสามทีก็พรืดเข้าไปจนหมดลำ

อูยยย...มันดีเหลือเกิน...อยากให้อยู่แน่น ๆ แบบนี้แหละ พี่กาญจน์จ๋า
โมได้แต่รำพึงในอกแล้วช้อนมือขึ้นไปดึงตัวพี่กาญจน์ลงมากอดแน่น
ตัวพี่กาญจน์ทับบนตัวโมแต่เอวกลับกระดกชักพี่กระบอกหยอกล้อน้องมะโหนกเยิบ ๆ
โมเสียวมาก ๆ เลยปล่อยขาทั้งสองแล้วตวัดขึ้นรัดรอบเอวเอาไว้แน่น
ก็ได้แค่เพียงให้เอวพี่กาญจน์ขยับช้าลงสั้นลงได้นิดหน่อยเท่านั้น

พี่กาญจน์เงยหน้าขึ้นไล่หาริมฝีปากโมเมื่อพบแล้วจูบดูดลิ้น
โมสนองตอบอย่างสุดจิตสุดใจ กอดตัวพี่โมแน่นแล้วพยายามจะพลิกตวัดยกตัวเองขึ้นบน
ครั่งที่หนึ่ง ครั้งสองก็ยังไม่สำเร็จ..จนพี่กาญจน์ถอนปากออกแล้วพูดเสียงกระเส่าว่า
"จะขึ้นข้างบนเหรอ..." โมสบตาพี่กาญจน์นิ่งอย่างท้าทายแล้วพยักหน้า

พี่กาญจน์เลยช่วยขยับพลิกตัวขึ้นโมขึ้นข้างบน
โมซุกหน้ากับซอกคอแล้วเอาปากงับดูดคอพี่กาญจน์เล่น
พี่กาญจน์นอนแอ่นสะโพกหนุนสูงดันพี่กระบองให้เข้าลึก ๆ
มันดีเหลือเกินโมเลยขยับเอวกดลงมาสวนเป็นจังหวะเข้าออกด้วย

โมปล่อยพี่กาญจน์ทำแบบนั้นไปพักใหญ่จนความเสียวเพิ่มสูงขึ้นไปอีก
โมงยันตัวพี่กาญจน์ดันตัวเองขึ้นนั่งคร่อม สายตาพี่กาญจน์มองผ่านหน้ากากนั้นยิ้มแย้ม
ประกายตานั้นเหมือนจะบอกกับโมมาว่า "ดี..โม...เอา..เลย...พี่ชอบ..."
แหม..อยากให้พี่กาญจน์พูดออกมาจัง จึงแกล้งถามว่า
"อยากให้โม...ทำแบบนี้หรือเปล่า ?" พี่กาญจน์พยักหน้าแล้วพูดว่า
"เอา..ให้เต็มที่..โม.." พูดแล้วพยักหน้าหงึก ๆ ให้กำลังใจเต็มที่

โมจึงขยับเอวดึงสะโพกตัวเองขึ้น ยังไม่ถึงครึ่งลำกระบองพี่กาญจน์ก็ยกขึ้นสูงกระแทกเต็มแรง
"พั๊บ ๆ ๆ ๆ ๆ" เสียงหนอกปะทะกันดัง ๆ แล้วก็สุดเสียวสุด โมอ้าปากครางออกมายาว
พี่กาญจน์หน้าตาเหยเกกัดฟันแน่น...
"เบา ๆ พี่..พี่กาญจน์..."
"โทษ...พี่ใจร้อน..ไปหน่อย...อูยยยย..."
ต้องร้องซิเพราะตอนท้ายโมขยับบดเนินมะโหนกกับตอพี่กาญจน์แน่นและหนัก

"โมจ๋า..พี่เสียวจัง..."
"หือ..โม..โม..ก็เสียว...จ๊ะ...พี่กาญจน์..เก่ง..จัง...อูยยยย...." โมต้องซี๊ดปากยาว
ตอนนี้พี่กาญจน์ห่อปากครางซี๊ด ๆ เหมือนกัน
อิอิ...เหมือนกินพริกเข้าเป็นกำ ๆ เลยเราสองคนนี่

พี่กาญจน์ยื่นมือมาให้โมจับทั้งสองข้าง เพื่อจะได้ช่วยพยุงตัวยกสะโพกขึ้นแล้วทิ้งดิ่งลงมา
พั๊บ ๆ ๆ ๆ ๆ จังหวะถี่ขึ้นเรื่อย ๆ โมอยากให้คราวนี้ของเรายาวนานไปจนถึงนิรันดร์จังเลย
โมพยายายามควบคุมจังหวะให้พอดิบพอดี ประสานจังหวะของโมกับของพี่กาญจน
จากที่เร่งถี่ ๆ เพราะอารมณ์ ก็ค่อย ๆ ดึงจังหวะให้เนิบช้าลงบ้าง
พี่กาญจน์ผ่อนคลายการเกร็งลง โมเองก็บดส่ายร่ายเนินได้ดีขึ้น

พออุณหภูมิขึ้นสูงโมก็ฟุบตัวลงที แล้วจูบดูดลิ้นกับพี่กาญจน์
กดสะโพกกันไม่ให้พี่กาญจน์ขยับแอ่นสวนขึ้นมา
ปล่อยให้องศาเดือดค่อยลดลงแล้วโมจึงเริ่มทำใหม่อีกที

"โม..ด๊อกกี้...กี้...ไหม ?" พี่กาญจน์ถามเสียงกระเส่า
โมพยักหน้าตอบแล้วค่อย ๆ หมุนตัวหันหน้าไปทางปลายเท้า
จากนั้นพี่กาญจน์ขยับยันตัวขึ้น กว่าจะสำเร็จก็ขลุกขลักพอดู
เนื่องจากเราพยายามไม่ให้พี่กระบองกับมะโหนกหลุดออกจากกัน
เราระวังมากจึงทำให้อารมณ์ของเราต่างเย็นลงมันช่วยให้เวลารักเรายาวนานยิ่งขึ้น

ไม่นานโมก็อยู่ในท่าโก้งโค้งเข่ากับมือยันที่นอน
ส่วนพี่กาญจน์นั้นคุกเข่าหน้าขาแนบกับแก้มก้นของโม
มือพี่กาญจน์จับเอวโมเตรียมการที่ปฏิบัติกิจต่อทันที
"พี่..เริ่มนะโม..." พยักหน้าแล้วตอบ "คะ..." เสียงดังฟังชัด

พี่กาญจน์ขยับก้นดึงพี่กระบองออกมาแล้วแทงสวนเข้าไปทันทีโดยที่โมไม่ทันตั้งตัว
ตัวโมถึงกับโย้ไปข้างหน้าต้องรีบใช้มือยันที่นอนไม่ให้ล้มพังพาบลงไป
"โทษ..โทษ...โม...เห็นก้นโมแล้วทนไม่ไหวจริง ๆ..."
"อูยยย...นั่นซิ...แรงไปหน่อย..เกือบหน้าทิ่ม" โมบอกแล้วก็หัวเราะ
"ขาว..น่าเจี๊ยะใช่ปล่าวพี่กาญจน์ ?" พี่กาญจน์หัวเราะแล้วตอบว่า "ใช่ ๆ ใช่เลย....อูยยยยย..."

พี่กาญจน์บดพี่กระบองนิดนึงก่อนแล้วบอกโมว่า
"ต่อนะ..." โมพยักหน้าแล้วตอบ "คะ...เบา ๆ ก่อนนะ ให้โมตั้งหลักก่อน"
"จ๊ะ...อื้อ..แบบนี้กำลังดีหรือเปล่า ?" พี่กาญจน์ดึงออกมาแล้วกระแทกขึ้นไปช้าและนุ่มนวลลง
"คะ..ดี..ดี..." โมเองไม่ค่อยโดนท่านี้บ่อยนัก พี่กระบองครูดเนื้ออ่อนได้อารมณ์ดี
อีกอย่างขนของพี่กาญจน์ไม่ว่าจะหน้าท้อง โคนกระบอง และหน้าขาเสียดสีกับเนื้อนวลของโม
โห..เพิ่งจะรู้นะนี่ว่ามันจั๊กจี้ดีเหมือนกัน ตอนพี่กาญจน์กระแทกเขาดึงเอวโมรั้งเข้ามาด้วย
ก้นขาว ๆ ของโมแนบกับหน้าท้องและขาอ่อนแนบกับหน้าขาของเขา

พี่กาญจน์สาวยาวขึ้น ๆ เมื่อโมปรับจังหวะได้สมบูรณ์แบบ
โมขยับเอวส่ายยุกยิกเหมือนกัน ก็มันอยากให้มะโหนกตอบรับพี่กระบองได้เต็มหน้าเนินนั่นเอง
โอยย...เสียวมากเหมือนกัน ท่านี้ทำให้พี่กาญจน์กระแทกได้แรง ๆ สมใจ
เสียงป๊าบ ๆ ๆ โดยไม่ต้องห่วงว่ามะโหนกจะระบมหนัก
รอยหยักของกระบองครูดเนื้ออ่อนตั้งแต่ปากรูเข้าไปถึงข้างใน
แล้วก็ครูดจากภายในออกมาถึงปากรูอยู่ที่ว่าการดึงออกมาหรือกระแทกเข้าไป

โมครางซี้ดลั่นห้องเลยเมื่อโดนเต็ม ๆ ท่านี้
มือเท้ายันตัวเอาไว้ชักไม่ไหว เลยลดตัวลงใช้ศอกยันที่นอน
ก้มหน้าลงไปเห็นลูกสมุนพี่กระบองห้อยโตงเตงไปมาน่าดู
โมปล่อยหัวลงยันกับที่นอนพยายามสอดมือขึ้นไปจับแล้วลูบเล่น
รู้สึกลูกสมุนทั้งสองมีอาการหดเกร็งเป็นระยะ ๆ เพราะความเสียวของพี่กาญจน์
โมลูบแล้วใช้เล็บเกาหนังหุ้มแล้วกรีดไปมา พี่กาญจน์ครางซี้ด ๆ ทุกที
โมเลยได้ใจทำไปเรื่อย ๆ พี่กาญจน์เริ่มกระแทกแรงขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนกัน
นอกจากเสียงป๊าบ ๆ ของเนื้อก้อนใหญ่ประทะกันยังมีเสียงดังเหมือนแจ๊ะ ๆ ผสมอยู่ด้วย

โมเสียวจนอยากปล่อยให้ไปถึงที่สุด แต่ใจหนึ่งอยากให้เสียวแบบนี้ยาวต่อไปอีกสักหน่อย
พี่กาญจน์กระแทกรัวขึ้นเรื่อย ๆ โมคิดว่าพี่กาญจน์คงจะใกล้เต็มที่แล้ว
โมจึงช่วยยักย้ายส่ายกระโพกโต้น้องมะโหนกสวนแรงกับพี่กระบองบ้าง
แล้วยังยักย้ายเดี่ยวซ้ายเดี่ยวขวา ขยับขึ้นบ้างเป็นบางที มันจริง ๆ เดิมไม่ค่อยชอบท่านี้สักเท่าไหร่
รู้สึกว่ามันไม่สบายเหมือนตอนนอนหงายรอรับความสุขให้พี่กาญจน์ทำให้
อิอิ...เอาเปรียบจริง ๆ นะโมนี่ แต่ที่ไหนได้ โห...สุด ๆ เหมือนกัน ชักชอบแล้วซิ

เพิ่งมารู้จากพี่กาญจน์นี่แหละว่ามันอยู่คนทำให้เรามากกว่า
ทำไมพี่กาญจน์ทำแล้วโมรู้สึกดีมาก ๆ เป็นพิเศษก็ไม่รู้
หรือว่าพี่กาญจน์เก่งกว่า ?? หรือ...หรือ...โมมีใจกับพี่กาญจน์มากกว่า ??
คิดแล้วไม่กล้าตอบตัวเองเหมือนกัน ยังไงก็ไม่รู้ ????

ความเสียวแผ่ลามขึ้นมาเรื่อย ๆ หน้าท้องโมเกร็งส่งกำลังลงไปขมิบแรง ๆ
พี่กาญจน์ชักพรวด ๆ แบบไม่หยุดไม่หย่อน
โมมองน้องมะโหนกกับพี่กระบองโรมรัน โมไม่เห็นชัดอะไรมากนักหรอก
จะเห็นชัดบ้างก็ตอนที่พี่กาญจน์ชักออกไปยาว ๆ เท่านั้น

โอ้โห...โมเห็นน้ำขาวชุ่มลำกระบองและเยิ้มจนเปียกขนของโมเป็นหย่อม

อุ๊ยยย...เสียวจัง..อยากถึงแล้วละ...โอยยยย...
พี่กาญจน์จ๋า...ทำไมทำมันเหลือเกิน พี่กระบองทำน้องมะโหนกเสียวที่สุดเลยจ๊ะ
น้องมะโหนกติดใจพี่กระบองแล้วนะนี่ อูยยยย...ซี้ดดดด....อาาาาาาา...อูววววว
โมได้แต่รำพึงรำพันอยู่ในใจเท่านั้นแหละ อิอิ

คราวนี้โมครางได้ครางดี เสียวแปล๊บ ๆ ไปหมด เนื้อตัวชาเห่อ แล้ว..หนาวยะเยือกขึ้นมา
พี่กาญจน์กระแทกแรง ๆ หลายทีแล้วร้องลั่นห้องปล่อยตัวลงเหมือนหมดแรง
พอพี่กาญจน์ทับตัวคร่อมทับหลังโม จนโมถลำพังพาบลงนอนคว่ำกับที่นอน
ก้นของพี่กาญจน์ยังกระแทกเยิบ ๆ ต่อไปไม่หยุด
รูก้นของโมถูกขนดกเส้นใหญ่หยาบของพี่กาญจน์เสียดสีตอนบดกับแก้มก้น

มันจี๊ดขึ้นมาสุดแรง แล้วทุกอย่างก็ขาดผึงวาบไปทั้งตัว
ในสมองของโมเหมือนกับบังเกิดแสงแตกกระจายหลากร้อยพันสีพริบไปพริบมา
เนื้อตัวเย็นวาบ ขนกรูเกรียว แล้วทุกสิ่งทุกอย่างจุดอิ่มเอมสมบูรณ์แบบ
มะโหนกถึงเพราะพี่กระบองสักกี่ครั้งโมก็นับไม่ถูกไม่ถ้วน

แต่พี่กาญจน์พ่นความสุขเสียวใส่โมแรงมากกว่าทุกคราว
โมรู้สึกนี่นาว่าตอนที่ความเสียวพุ่งเข้ามากระทบภายในนั้นมันร้อนวาบ ๆ เหมือนโดนไฟลวก
แต่เป็นไฟสวาที่บรรดาลให้น้องมะโหนกและโมมีความสุขที่สุด

พี่กาญจน์สงบลงแล้ว นอนกอดหลังแช่พี่กระบองไว้กับน้องมะโหนก
เสียงหอบหายใจบริเวณคอแรง โมเองก็หายใจแรงหัวใจเร็วและเต้นแรงมาก
ปล่อยให้ความสุขค่อย ๆ หลอมรวมตัวตนเอาไว้แบบนั้นให้นานแสนนาน
โมมีความสุขที่สุดเลย...ชีวิตนี้คงลืมความสุขครั้งนี้ไม่ได้แน่นอน
พี่กาญจน์...พี่กาญจน์จ๋า....โม...

โมตื่นขึ้นมาอีกทีเกือบสิบโมงเช้าแล้ว
นี่เราหลับไปนานเหมือนกันนะนี่ ก็มันสบายเหลือเกินนี่นา
ก่อน ๆ นี้โมไม่เคยโดนแล้วหลับสนิทเป็นตายขนาดนี้มากก่อน
ครั้งแรกก็เมื่อคืนทีหนึ่ง โมฟิวส์ขาดหลับผึงทันทีที่ถูกทำจนเสร็จ
มาเช้านี้อีกที โห..คุ้มค่าจริง ๆ นะนี่

พี่กาญจน์ไปไหน ?
โมหลับตาแต่ควานมือหาไปทั่วเตียง
เตียงว่างเปล่า...พี่กาญจน์ไปไหน โมรีบลืมตาขึ้นมองไปรอบ

เห็นพี่กาญจน์แต่งตัวเรียบร้อยนั่งบนเก้าอี้ หยิบหน้ากากขาวกับหน้ากากดำขึ้นมามอง
โมแอบมองใบหน้าในกระจกเงา รอยยิ้มที่โมไม่เคยเห็นมาก่อน
ดูแล้วมันแช่มชื่นแต่พอนานไป ในแววตาเหมือนมีแววกังวล

พี่กาญจน์จ๋า...อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดเถอะนะ
โมตัดสินใจไม่ได้ พี่กาญจน์ก็คงตัดสินใจไม่ได้เหมือนกัน หรือมีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่ตัดสินได้
โมหลับตาปล่อยให้หยาดน้ำตาที่เอ่อมาตอนไหนก็ไม่รู้ไหลออกทางหางตา

โมได้ยินเสียงพี่กาญจน์ลุกขึ้นจากเก้าอี้เลยรีบเช็ดน้ำตาแล้วหรี่ตามอง
พี่กาญจน์เดินไปที่กระเป๋าเสื้อผ้าของโมแล้วหยิบกางเกงในโมออกมาตัวหนึ่ง
จากนั้นเดินไปยังกระเป๋าของตัวเองแล้วเปิดซิปจับมันยัดเข้าไป
พี่กาญจน์อยากได้เป็นที่ระลึกเหรอ..ทำไมไม่บอกโมนะ
อิอิ..คงไม่กล้าซินะ...หรือว่ากลัวโมไม่ให้

พี่กาญจน์หันมาทางโมเห็นนอนลืมตาแป๋วก็สะดุ้งทันที
"อุ๊ย..โมตื่นแล้วเหรอ ? โมเห็นแล้วซิ..."
"พี่อยากได้เหรอ...?" พี่กาญจน์หน้าม่อยเชียว
"ขอโมเองก็ได้นี่นา...หรือไม่ขลัง...อิอิ" อดหัวเราะไม่ได้หรอก พี่กาญจน์ส่ายหน้าแล้วพูดว่า
"พี่แค่อยากเก็บเอาไว้คิดถึงโมเท่านั้นแหละ โมโกรธพี่หรือเปล่า ?"
โมส่ายหน้าจะโกรธพี่กาญจน์ทำไม ก็โมรู้นี่นาว่าพี่กาญจน์คิดอะไรอยู่
"พี่กาญจน์กลัวว่าจะไม่ได้เจอโมอีกงั้นเหรอ ?" พี่กาญจน์พยักหน้า
มันก็จริงของพี่กาญจน์นะ พี่กาญจน์อยากเก็บโมเอาไว้ในความทรงจำ
เอาไว้ยึดเหนี่ยวยามคิดถึงและต้องการ ก็แค่นั้น

"พี่กาญจน์เลือกตัวสวย ๆ ไปซิ..มีหลายตัวด้วยแหละ..."
"โมให้พี่นะ..." โมพยักหน้าแล้วพูดว่า "ให้ซิ..หลายตัวก็ได้..."
พูดแล้วอยากเข้าไปกอดแล้วจูบให้หนำใจเลย

"ตัวนี้แหละโม..ขอตัวเดียว..."
"ใช้มันแล้วคิดถึงโมมั่งนะ..." พี่กาญจน์มองโมนิ่งสายตาถ่ายทอดความรู้สึกเข้าหากัน
"จ๊ะ..." พี่กาญจน์ตอบสั้นจัง

"โมลุกขึ้นเถอะ..เตรียมตัวได้แล้ว..." โมพลิกตัวลุกขึ้น พี่กาญจน์เอาผ้าขนหนูมานุ่งให้อีกที
โมเข้าห้องน้ำอาบน้ำอีกครั้ง แต่คราวนี้ใช้เวลาไม่นาน
เดินออกมาจากน้ำออกมาพี่กาญจน์เตรียมชุดชั้นนอกชั้นในเอาไว้ให้เรียบร้อย
เสื้อยืดโปโลสีชมพูอ่อน กางเกงยีนส์ยืดสีเข็ม กับเสื้อกันหนาวสีเข้ม

"โม..มาให้พี่ใส่ให้..." มีหรือโมจะปฏิเสธเดินเข้าไปหาให้พี่กาญจน์ปลดผ้าขนหนูออก
ยืนมองโมนิ่งอยู่ครู่ใหญ่เหมือนอยากจะจดจำเอาไว้ให้มากที่สุด
แล้วคุกเข่าลงหยิบกางเกงในสีขาวมาให้โมสอดขาเข้าไปทีละข้าง
รูดขึ้นมาจนถึงหน้าขาแล้วหยุดมองมะโหนกนิ่ง จากนั้นยื่นหน้าหอมฟอด ๆ
พอใจแล้วรูดกางเกงในขึ้นมาจนปิดเนินมะโหนก
ก้มลงไปหยิบยกทรงของโมแล้วลุกขึ้นยืนสอดใส่แขนโม
ให้โมจัดเต้านมเข้าที่เข้าทางแล้วอ้อมมาเกี่ยวตะขอให้
โมขยับยกทรงไปมานิดหน่อยเหมือนแกล้ง

พี่กาญจน์ถอยออกมายืนมอง จากนั้นจึงเดินไปหยิบกางเกงยีนส์แล้วบอกโมว่า
"โมนั่งบนเก้าอี้ซิ..." โมทำตามอย่างว่าง่าย
พี่กาญจน์เอาขาสอดเข้าในกางเกงทีละขาแล้วขยับรูดขึ้นมาจนถึงหน้าขา
จากนั้นไปที่น่องค่อย ๆ ขยับกางเกงขึ้นจนเท้าโผล่ออกมา

"อ้าว...โม..ลุกขึ้นได้แล้ว..." โมทำตามอย่างว่าง่ายอีกนั่นแหละ
พี่กาญจน์จับขอบกางเกงยีนส์แล้วขยับ ๆ แต่เนื่องจากมันรัดจึงยากหน่อย
โมเลยช่วยด้วยอีกแรงจนเสร็จเรียบร้อย
เอาเสื้อยืดโปโลมาให้โมใส่แล้วสั่งให้นั่งลงอีก
พี่กาญจน์หวีผมให้โมนานหลายนาทีจนทรงผมเข้าทีเข้าทาง

ใจโมอยากจะกอดรัดแล้วร้องไห้กับอกให้สมใจตั้งแต่ใส่กางเกงในให้แล้วละ
แต่ก็ปล่อยให้พี่กาญจน์ทำอย่างที่อยากจะทำให้กับผู้หญิงสักคนหนึ่ง
โมรู้นะว่าพี่กาญจน์ไม่เคยทำแบบนี้กับใครมาก่อนหรอก ดูจากอาการงก ๆ เงิ่น ๆ นั่นไง

"โมไปเก็บของเถอะ..."
โมเดินตามพี่กาญจน์ไปเก็บของซึ่งก็ไม่มีอะไรมากนัก
ในขณะที่โมจัดของโมหยิบยกทรงตัวหนึ่งขึ้นมาแล้วเอาไปยัดใส่ช่องซิปของพี่กาญจน์
พี่กาญจน์หันมามองโมตาเป็นประกาย "ขอบคุณโม...พี่จะเก็บเอาไว้อย่างดี..."
โมยิ้มให้แล้วแสร้งหัวเราะกลบเกลื่อน
"พี่กาญจน์ซักบ้างนะ..."
"กลัวเปื่อยเหรอ ?" พี่กาญจน์ถามเสียงเบาหวิว
โมส่ายหน้าแล้วพูดว่า "เปล่า..ถ้าเปื่อยพี่กาญจน์ก็มาขอโมใหม่ได้นะ..."
"ดีซิ...พี่จะใช้อย่างถนอมที่สุด..."
"ถนอมไปถึงเจ้าของเขาด้วยนะ..." พูดแล้วใจหวิวโหวงเต็มที่
พี่กาญจน์พยักหน้าแล้วตรงเข้ามากอดเอาไว้แนบอก ลูบหัวโมเบา ๆ

"ไปกันเถอะพี่กาญจน์..." โมกระซิบบอกเบา
เราลากกระเป๋ากันคนละใบกับเป้ โมลืมเรื่องหน้ากากไปเสียสนิทจึงถามพี่กาญจน์ทันที
"พี่กาญจน์..หน้ากากละ...?"
"พี่เอาใส่ไว้ในกระเป๋าโมเรียบร้อยแล้วทั้งขาวและดำ..." โมพยักหน้าแล้วถามต่อว่า
"อ้าว..พี่กาญจน์ไม่เอาสีดำไว้เหรอ ?" พี่กาญจน์ส่ายหน้าแล้วพูดว่า
"พี่อยากให้เค้าอยู่ด้วยกัน..ไว้ให้โมคิดถึงพี่...ไม่อยากให้เขาพรากจากกัน" พูดแล้วก็นิ่งโมก็นิ่ง

เราต่างคนต่างเงียบพี่กาญจน์ลากกระเป๋าเดินนำมาที่ประตู
ดึงคีย์การ์ดแล้วเปิดประตูลากกระเป๋าของพี่กาญจน์และของโมออกจากห้อง
หันไปมองในห้องครู่หนึ่งเหมือนจะเก็บเอาไว้ให้ความทรงจำแล้วปิดประตูห้อง
โมเดินลากกระเป่านำไปก่อนให้พี่กาญจน์เดินตามมาติด ๆ
ลงลิฟต์มาชั้นล่างเอาคีย์การ์ดไปคืนแล้วรูดบัตรเครดิตเรื่องค่าใช้จ่าย

โมวางกระเป๋าทิ้งไว้ข้างพี่กาญจน์แล้วเดินดูไปรอบ ๆ
หลายวันทีเดียวที่โมมากินมานอนที่นี่ มันเก็บความหลังเอาไว้มากมาย
โมก็เป็นคนหนึ่งที่เอาความหลังมาฝากเอาไว้ที่นี้ด้วย

พี่กาญจน์เดินเข้ามาหาแล้วบอกว่า "เราไปลงเรือกันเถอะ..."
บ๋อยที่เคาว์เตอร์โบกมือแล้วอวยพรให้เรา
เดินมาเรื่อยมาคารวะท่านเอ็มมานูแอลก่อนที่จะไปลงเรือ




ขณะอยู่ในเรือโมหันกลับไปมองเกาะเวนิสบ่อย ๆ
โดยไม่ให้พี่กาญจน์สังเกต ทุก ๆ อย่างที่เกิดขึ้นเหมือนกับเมื่อวานนี้เอง
โมหลับตาคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย พี่กาญจน์นั่งนิ่ง ๆ ปล่อยให้เรือโต้คลื่นไปเรื่อย ๆ

เฮ่อ..แล้ว..แล้ว..โมกับพี่กาญจน์ก็มาถึงฝั่ง ขึ้นรถไฟไปยังสนามบินมาร์โคโปโล (Marco Polo Airport)
พี่กาญจน์หันมาบอกโมว่า "โม..พี่ลืมบอกโมไปว่าที่นี้ไม่มีเครื่องการบินไทยนะ เราต้องบินอิมมิเรต
ไปลงต่อเครื่องที่ดูไบ ใช้เวลารอสักสองสามชั่วโมงค่อยต่อเครื่องไปเมืองไทย...โมเห็นด้วยหรือเปล่า ?"
โมพยักหน้ารับแล้วถามว่า "พี่กาญจน์เราออกไปเที่ยวข้างนอกได้ไหมละ ?"
พี่กาญจน์ส่ายหน้าแล้วพูดว่า "สนามบินของเค้าเหมือนสุวรรณภูมิมากเลย
แต่ของเราคิดไงไม่รู้ใช้ผ้าใบ ดูไบนะใช้แผ่นกระจกแกะลายดอกไม้ดอกเล็ก ๆ สวยเชียว"
พี่กาญจน์พูดสายตาแพรวพราวเชียวหละ

โมพยักหน้า เฮ่อ..มันก็ได้ยืดเวลานานไปอีกหน่อยดีเหมือนกันเน๊อะ
จากนั้นเดินลากกระเป๋าตามผู้ปกครองต้อย ๆ นึกแล้วก็อดขำ ๆ ไม่ได้เหมือนกัน
ทำให้ตัวเองย้อนกลับไปเป็นเด็กตอนเรียนชั้นประถม
พ่อเดินนำหน้าแบบนี้ หิ้วกระเป๋ารุงรังแบบนี้ เดินไปคอยหยุดหันมาดูลูกสาวสุดรักแบบนี้
คิดถึงตรงนี้พี่กาญจน์หันกลับมามองโมอีกครั้งพอดี หยุดยืนยิ้มให้แล้วถามว่า
"ไหวเปล่า...?" โมพยักหน้า แค่ลากกระเป๋าเสื้อผ้าใบขนาดกลางใบเดียวเท่านั้นเอง
"เลี้ยวซ้ายไปนิดเดียวถึงแล้วละ.." พี่กาญจน์บอกแล้วเดินเคียงข้างกันไป

เกือบครึ่งชั่วโมงเราขึ้นเครื่อง A380 เรียบร้อย
พี่กาญจน์ให้โมนั่งติดหน้าต่าง ๆ แล้วบอกว่า "โมจะได้เห็น Burj Dubai (หอคอยดูไบ)
แล้วเกาะปาล์ม Jumeirah มองจากท้องฟ้าสวยเชียวละ.." โมพยักหน้ารับทราบ

เครื่องบินแขกดูไบนี่เยี่ยมพอ ๆ กับเครื่องการบินไทยเลยสภาพใหม่มาก ๆ
แต่ละที่นั่งมีจอแอลซีดีให้ดูหนัง ท่องเนต (เสียเงิน) แล้วเล่นเกมส์ได้ด้วย
"พี่กาญจน์อาหารเป็นไงบ้าง ?" พี่กาญจน์พยักหน้าหงึก ๆ หัวเราะเสียงใสแล้วพูดว่า
"พี่ไม่บอก เอาไว้ให้โมเจอเอง" พูดแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ให้อีกต่างหาก
โมค้อนให้ทันที หมั่นไส้อยากหยิกนักเชียว ทีเมื่อคืนมีอะไรก็ยอมโมหมด
ตอนนี้ทำเป็นมีลับลมคมใน สงสัยจะกินไม่ลงคอแล้วละโมเอ๊ย
อีกไม่นานเราลอยละล่องอยู่กลางฟ้า อากาศดีมากเครื่องบินนิ่งจนเหมือนลอยอยู่กับที่

พอถึงเวลาอาหารเข้าจริง ๆ โห..ไม่อยากจะเชื่อ โห..อร่อยพอ ๆ กับของการบินไทยเลย
พี่กาญจน์หันมายิ้มแล้วเอานิ้วชี้มาจิ้มหน้าผากเมื่อเห็นโมยื่นช้อนมาตักสลัดผลไม้จากถาด
"อร่อยมาก...ดีกว่าที่โรงแรมเสียอีก..."
พี่กาญจน์หัวเราะแล้วพูดว่า "พี่จึงไม่บอกโมก่อนไงละ เอาไว้ให้ตื่นเต้น ข้าวไก่อบละเป็นไง ?"
"อื้อ...อื้อ..." จะไม่ให้ร้องแบบนั้นได้ไงสลัดมันเต็มปากอยู่นี่นา
พี่กาญจน์หัวเราะชอบใจแล้วมองไปที่ถาดแล้วบอกว่า "โมเอาอีกซิ...." แล้วยกถ้วยสลัดมาให้
โมหันไปมองสบแววตาซึ้งแล้วบอกกับตัวเองว่าต้องบันทึกเอาในธนาคารแห่งความทรงจำ

พี่กาญจน์กินเฉพาะข้าวอบไก่ ส่วนตัวโมเองเน้นหนักไปที่สลัดผลไม้กับไก่อบนิดหน่อย
เครื่องดื่มมีบริการทุกอย่างไวน์ เบียร์ และเหล้าแปลก ๆ อีกหลายอย่าง
แต่เนื่องจากทั้งโมและพี่กาญจน์เราไม่ค่อยนิยมเครื่องมึนเมากันนักจึงขอแต่น้ำผลไม้กับน้ำเปล่า

อีกอย่างโมเองไม่อยากให้ฤทธิ์เครื่องดื่มมากดทับประสาทการรับรู้ใด ๆ ของโมเอาไว้หรอก
โมอยากเก็บเอาทุกภาพทุกบรรยากาศไว้ในความทรงจำให้มากที่สุด
โมสอดมือเข้าไปกอดพี่กาญจน์เอาไว้แล้วซบหน้าลงกับอก
พี่กาญจน์ยกมือขึ้นลูบผมโมไปตลอดทางจนโมม่อยหลับไปตอนไหนก็ไม่ทราบ

โมตื่นขึ้นผงกหัวมองออกไปที่หน้าต่างแสงแดดยามเย็นกระจ่างตาทีเดียว
หันไปมองพี่กาญจน์เห็นหลับตานิ่งจึงเอาผ้าห่มผืนเล็ก ๆ มาห่มที่อก
หันมองนอกหน้าต่างอีกทีเห็นแต่ก้อนเมฆใหญ่น้อยลอยฟ่องอยู่เต็มไปหมด
หนาทึบจนเหมือนจะขึ้นไปเดินเล่นได้ สีฟ้าอ่อนแก่ไล่กันไปมา สวยเหลือเกิน

หันกลับมามองหน้าคนข้าง ๆ อีกที
อึม..ยังหลับอยู่นะนี่ โมยื่นมือไปกุมมือที่วางอยู่บนตัก
อยากซุกลงเอาหน้ากับอกอีกที แต่กลัวว่าจะทำให้ตื่น
โมขยับตัวพอดีมือสอดไปถูกกระบองของพี่กาญจน์
แหม..ร้ายนักนะ..จัดการซะขนาดนั้นยังมีหน้ามาทำเป็นแข็งปั๋งได้อีก
เงยขึ้นมองหน้าพี่กาญจน์แล้วอดยิ้มไม่ได้ คงจะเพลียซินะยังหลับหายในลึกยาวเชียว

โมเลยคิดว่าดีกว่าอยู่เปล่า ๆ เลยนั่งลูบเสด็จพี่กระบองไปเรื่อย ๆ
แหม..ยิ่งลูบดูเหมือนว่ามันจะตุ๊บตั๊บ ๆ สู้มือขึ้นมาอีก
แหะ ๆ หันซ้ายหันขวาแล้วต้องถอนหายใจยาว มันไม่สะดวกเอาเสียเลยนี่
เสียดายจัง...อิอิ นึกถึงเพลงพุ่มพวงขึ้นมา "เฮ่อ..เสียดายจัง...."

อุ๊ย..โมอุทานออกมาเบา ๆ กำลังเพลิน ๆ มีมือสอดเข้ามาจู่โจมน้องมะโหนก
หันไปมองหน้าก็เห็นว่ายังหลับตานิ่งอยู่นี่นา ร้ายนักนะ ตื่นตอนไหนกันละนี่
มือไม่ว่างเลยอ้าปากงับตรงไหล่เบา ๆ จนคนแกล้งหลับลืมตาขึ้นหัวเราะเสียงใส
"นี่แนะ ๆ คนแกล้งหลับ..เอาเปรียบ..." พี่กาญจน์ยิ่งหัวเราะใหญ่แล้วพูดว่า
"หึ ๆ ใครเราเปรียบใครกันแน่..."
"ไม่รู้ละ..รู้ตั้งแต่ตอนนั้นทำไมปล่อยให้น้องมะโหนกเหงาอยู่ละ..."
ทั้งพี่กาญจน์และโมต่างหัวเราะชอบใจกันยกใหญ่แต่เราไม่ให้เสียงดังไปรบกวนคนอื่นหรอกคะ

หลังจากนั้นเราก็นั่งลูบนั่งเกาพี่กระบองกับน้องมะโหนกไปตลอดทาง
แต่เราไม่ประเจิดประเจ้อหรอกคะ เอาผ้าห่มปิดเอาไว้มิดชิดอย่างยิ่ง อิอิ
ลูบไปลูบมาชักมีอารมณ์เหมือนกันนิ แต่ก็ได้แค่นี้ดีกว่านั่งกันเฉย ๆ ใช่ปล่าว ?



อีกสองชั่วโมงเรามานั่งกินกาแฟในท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ
จากนั้นเดินดูของในดิวตี้ฟรีกันไปเรื่อย ๆ ราคาของที่ดูไบไม่ถูกเลย
เรื่องการซื้อของในสนามบินเขาจะดูกันที่แหล่งผลิตเป็นสำคัญ
โดยเฉพาะพวกน้ำหอมเน้นซื้อของที่ผลิตในยุโรปมากกว่าที่อื่น
โมเคยสอบถามเรื่องนี้จากคนรู้จักหลายคน ต่างตอบตรงกันว่าที่สุวรรณภูมินะถูก
เหมาะกับซื้อไปฝากญาติมิตร แต่ถ้าใช้เองเธออยากได้น้ำหอมที่ผลิตในฝรั่งเศส

โมถามเหตุผลจนเธอให้ข้อมูลน่าคิดว่า
น้ำหอมหลากหลายยี่ห้อที่ขายอยู่ที่สุวรรณภูมิส่วนใหญ่จะผลิตในอินโดนีเซีย
แม้จะสูตรเดียวกันแต่เกรดน้ำหอมไม่เท่ากัน ราคาถูกกว่าใช้แล้วจะรู้เอง
มันไม่ใช่ของปลอมนะของนะจริง แต่เกรดคุณภาพของหัวน้ำหอมไม่เหมือนกัน
คุยเรื่องนี้กับพี่กาญจน์ก็ตรงกัน

ตกลงเราทั้งสองนอกจากเดินคลอเคลียกันก็ไม่ได้ซื้ออะไรสักอย่าง
แต่ขอบอกว่าเก้าอี้นอนพักผ่อนที่สนามบินที่นี่แต่ละตัวราคาหลายหมื่นบาทบ้านเราเชียวละ
นอนกันละตัวสบายอย่าบอกใคร อิอิ..นอนมองตากันกริบ ๆ อย่างเดียว
ก็คนมันเดินพล่านยังกะมดจะอิ ๆ อะไรได้ เฮ่อ....เสียดายจัง (นึกถึงพุ่มพวงอีกแล้ว)


นอนเบื่อก็เดินเที่ยว เดินไปเดินมาก็ไปเจอรถสปอร์ตราคาเป็นเงินไทยกว่าสามสิบล้านจอดโชว์อยู่สองคัน
ตอนแรกโมคิดว่าคงเอามาโชว์ความรวย แต่ขอโทษนะคะแขกมันเอามาขายเป็นสินค้าปลอดภาษี
พระเจ้าจอร์จแขกมันยอดมาก ๆ Lamborghini เอย Ferrari เอยแต่ละคันคิดเป็นเงินไทยไม่ถูกเชียวละ

ดูไบใช้เงินที่เรียกกันว่า AED สกุล Dirham อ่านว่า ดีแร่ม ออกเสียงประมาณนี้แหละ
เดิน ๆ แล้วจะเห็นว่า Duty Free Dubai ไม่ได้ใหญ่โตกว่าที่สุวรรณภูมิเลย
แต่ประมาณเอาว่าของที่นี่ถูกกว่าของบ้านเราเยอะพอดู คนชอบซื้อมาก็คงอยากเกินห้ามใจ
แต่สำหรับโมแล้วก็แค่นั้นเอง โมให้ค่ากับจิตใจมากกว่าสิ่งของ ไม่เห่อไปกับพวกแบรนด์ดัง ๆ
อย่างเสื้อตัวเดียวสามหมื่น ห้าหมื่น โอ๊ะพระเจ้าจอร์จตัวนั้นแสนสอง
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใส่แล้วมันได้อะไรขึ้นมา ใครสักกี่คนที่รู้ว่าราคามันเท่านั้น
พอคนไม่รู้ก็อวดราคา โมว่ามันน่าตลกคนใส่มากกว่า

โมจะเน้นพวกเครื่องสำอางแล้วก็น้ำหอมไม่ซื้อมากหรอกเอาเฉพาะที่จำเป็น
ทั้ง ๆ ที่สปอนเซอร์กลับเชียร์ยิก ๆ อยากเสียเงินเต็มที่จนบางทีก็งอนไปเหมือนกัน
บ่นเรื่อยเลยว่า "โมนี่อะไรก็ไม่เอาสักอย่าง..." โมหันไปมองขวับทันทีแล้วส่ายหน้า
"ไม่จริ๊ง..ไม่จริง เอา..ไม่ใช่ไม่เอา..." พูดแล้วหัวเราะคิ๊ก ๆ จนตัวงอ
"พูดดี ๆ พาลไปทะลึ่งแล้ว ๆ..." หันมาทำตาเขียวเชียวพี่ชายเรา
"ก็จริงนี่นา..พี่กาญจน์ก้อ....." ยื่นมะเหงกมาเคาะกะโหลกโม แต่ไม่กล้าเคาะแรงสงสัยกลัวเจ็บ
โมหัวเราะอีกแล้วพูดว่า "ส่วนพี่กาญจน์ละตัวเอาเลย...ไม่พอสักกะที..."

โห..แทงใจดำเข้าละซี หน้าแดงเชียว เออ..เพิ่งเคยเห็นผู้ชายหน้าแดง
หึ ๆ น่ารักจริง ๆ "โมนี่แหละ..พูดอะไรก็ไม่รู้...หรือโมไม่ชอบ...?"
โมทำหน้าเฉย ๆ แล้วตอบเสียงเรียบ ๆ กวน ๆ "ไม่ค่อยชอบนิดหน่อย..."
แนะ ๆ ดูหน้าเจื่อน ๆ ไปแฮะ โมทำร้ายจิตใจไปหรือเปล่าเนี๊ยะ ? ที่เคยมั่นใจว่าแน่ อิอิ

"จริงหรือโม...?" แนะ ๆ ถามเสียงแผ่วเชียว
"อื้อ...." ตอบเสียงเบื่อ ๆ หัวเราะแล้วพูดต่อว่า "โมชอบน้อยซะเมี่อไหร่ ?"
แหม..ได้ยินเท่านี้หน้าบานทันควันเชี่ยวนะพี่กาญจน์
"โมชอบ..นะ..." เสียงนี่หวานเชียว โมพยักหน้าก็จริงนี่นา โอเอ๊ยรับ ๆ ไปเถอะ
"อื้อ..ชอบ..พี่กาญจน์ก็เห็นกับตาตัวเองแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าโมชอบหรือเปล่า ?..."
"นั่นซินะ โมนะชอบหลอกให้พี่ใจไม่ดีเรื่อยเลย...."
"พี่ต้องแคร์ความรู้สึกแบบนั้นด้วยหรือไง ?" พี่กาญจน์พยักหน้า
"ต้องซิ..พี่ไม่อยากเป็นผู้ชายที่เอาเปรียบเพียงฝ่ายเดียว"
"อิอิ...โมไม่บอกพี่ก็รู้ดีนา...ใช่ไหมละ ?" พี่กาญจน์ยักคิ้วหน้าบานขึ้นทันควัน

อยากกอดจังเลย..เวลากอดของเราคงใกล้หมดเต็มทีแล้วละ
โมโอบรอบเอวพี่กาญจน์พาเดินไปเดินมาดูนั่นดูนิไปเรื่อย
มองนาฬิกาใกล้เวลาแล้วละ "พี่กาญจน์เราไปเกทไหนละ ?"
"เอสิบแปดทางขวามือนี่แหละ" พี่กาญจน์ตอบพร้อมชี้มือไปที่ช่องทางเดินด้านขวา
"เราต้องไปรับกระเป๋าก่อนนะ..." โมจูงมือไปกาญจน์เดินตรงไป

หลังจากนั้นไม่นานนักเราก็ขึ้นเครื่อง A380 อีกลำจากดูไบมายังสุวรรณภูมิ
เราต้องนั่งเครื่องอีกประมาณหกชั่วโมงกว่าจะถึงกรุงเทพ
ที่นั่งสบายมีหนังให้เลือกดูนับร้อยเรื่อง อาหารอร่อยเหมือนเดิม
กิน คุย นอนหนุงหนิง ๆ จนอยากให้มีห้องบนเครื่องบินจังเลย อิอิ

.........................

ตีสียี่สิบห้าเราถึงสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ
ผ่านกระบวนการเข้าเมืองนิดหน่อยแล้วมารอรับกระเป๋านานทีเดียว
พี่กาญจน์ช่วยโมหอบพะรุงพะรังเหมือนเดิม
เรียกแท๊กซี่ไปที่คอนโดโมแล้วยืนอ้อยอิ่งเหมือนอยากอำลา
โมก็อยากอำลาอาลัยเหมือนกัน แต่จะทำยังไงได้ละ สถานที่มันเปลี่ยนไปหมดแล้ว
ที่ผ่านมามันเหมือนฝันตื่นหนึ่ง ตอนนี้เราตื่นกันแล้ว ยังไงก็ต้องยอมรับกับความจริง

โมยอมรับว่าตัวสั่นตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่อาจข่มกลั้นเอาไว้ได้
รีบหันหน้ามาบอกพี่กาญจน์ก่อนที่น้ำตาจะไหลพรากว่า
"พี่กาญจน์..นั่งแท๊กซี่กลับบ้านไปเถอะคะ แค่นี้โมขนขึ้นห้องได้แล้ว..."
พี่กาญจน์ยืนลังเลหันมามองแท็กซี่ซึ่งจอดรออยู่

โมไม่ฟังคำตอบละรีบเดินเข้าประตูคอนโด ยามรีบเข้ามาช่วยเปิดประตูแล้วยกกระเป๋าให้
เดินตรงไปยังลิฟต์โดยไม่กล้าหันมามองพี่กาญจน์อีกเลย
โมปล่อยให้น้ำตาไหลพรากอาบแก้มทั้งที่พยายามฝืนยิ้ม
"โม..ตื่น..ตื่นเถอะ...ตื่นเสียที...ตื่นจากฝันเถอะนะ....."

---The End---
ด้วยความขอบคุณ  kankan
--------------------------

ป.ล. คอยพบกับตอนพิเศษที่ไม่เหมือนใคร
 
เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน


*

ออฟไลน์ zaza065

  • Full Member
  • **
  • 199
  • 145
    • ดูรายละเอียด
Re: GhostWriter ภาคเวนิสพิศวาส ตอนที่ 8 อำลาเวนิส-หน้ากากพิศวาส
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2017, 07:56:40 pm »
ขอบคุณมากครับสนุกมาก แต่หวังว่าตอนพิเศษจะไม่เศร้านะครับT T

*

ออฟไลน์ 7946410

  • Ultimate Member
  • ********
  • 3480
  • 2863
    • ดูรายละเอียด
Re: GhostWriter ภาคเวนิสพิศวาส ตอนที่ 8 อำลาเวนิส-หน้ากากพิศวาส
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2017, 08:37:06 pm »
หวังว่าจะมีภาคต่ออีกนะครับ  ขอบคุณมาก

*

ออฟไลน์ kaithai

  • Global Moderator
  • *****
  • 2691
  • 2571
    • ดูรายละเอียด
Re: GhostWriter ภาคเวนิสพิศวาส ตอนที่ 8 อำลาเวนิส-หน้ากากพิศวาส
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2017, 09:40:14 pm »
ฝากความคิดถึง ไปไกล สุดขอบฟ้า
ฝากกาลเวลา นำพา เราพบกัน
ฝากดวงดาว พาเรา ไปเคียงฝัน
ฝากรักคงมั่น ฝากไว้ ในใจเธอ


*

ออฟไลน์ kinda

  • Tiny Member
  • *
  • 46
  • 89
    • ดูรายละเอียด
Re: GhostWriter ภาคเวนิสพิศวาส ตอนที่ 8 อำลาเวนิส-หน้ากากพิศวาส
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2017, 10:44:47 pm »
ขอบคุณครับ อยากให้มีภาคต่อจังเลย

*

ออฟไลน์ akennya

  • Senior Member
  • ****
  • 768
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: GhostWriter ภาคเวนิสพิศวาส ตอนที่ 8 อำลาเวนิส-หน้ากากพิศวาส
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2017, 10:50:47 pm »
ขอบคุณครับ (ถ้ามีภาคต่อ ขอประเทศอื่นบ้าง)

*

ออฟไลน์ tacklove

  • Senior Member
  • ****
  • 896
  • 362
    • ดูรายละเอียด
Re: GhostWriter ภาคเวนิสพิศวาส ตอนที่ 8 อำลาเวนิส-หน้ากากพิศวาส
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2017, 11:25:24 pm »
ไม่อยากจะเชื่อว่าการอ่านครั้งนี้ มันจะทำให้รู้สึกใจหายเหมือนกับเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวเองจริงๆ แล้วมันจจะจบลงแบบนี้น่ะหรือ ไม่ยุติธรรมเท่าไหร่เลยนะกับคนสองคนที่มีใจตรงกัน เฮ้อ

*

ออฟไลน์ Phisuiti Suwacheecharan

  • Full Member
  • **
  • 249
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: GhostWriter ภาคเวนิสพิศวาส ตอนที่ 8 อำลาเวนิส-หน้ากากพิศวาส
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2017, 03:15:00 am »
อยากมีภาคต่อ

*

ออฟไลน์ Demons_tee

  • Tiny Member
  • *
  • 35
  • -1
    • ดูรายละเอียด
Re: GhostWriter ภาคเวนิสพิศวาส ตอนที่ 8 อำลาเวนิส-หน้ากากพิศวาส
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2017, 03:04:26 pm »
เก็บความทรงจำดี ๆ

เศร้าจังครับ แต่ลึกซึ้งดี ขอบคุณครับ

*

ออฟไลน์ chang1978

  • Junior Member
  • ***
  • 528
  • 494
    • ดูรายละเอียด
ขอบคุณอีกครั้งครับ ตามอ่านจนจบเลย

*

ออฟไลน์ Praison Nantiya

  • Banned!

  • Full Member
  • **
  • 56
  • 0
    • ดูรายละเอียด
กว่าจะหายสับสนก็ใกล้จบแล้ว

*

ออฟไลน์ eaddy48

  • Junior Member
  • ***
  • 344
  • 122
    • ดูรายละเอียด
อยากให้มีภาคต่อจังเลยชอบแนวแบบนี้เหมือนได้ไปเที่ยว

*

ออฟไลน์ Anupuns

  • Full Member
  • **
  • 120
  • 0
    • ดูรายละเอียด
 ::JubuJubu:: อ่านเพิ่มครับ.

*

อนุพงษ์ บ

บรรยายเห็นทั้งsexทั้งที่เที่ยว

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ