อาถรรพ์ปลัดขิก ตอนที่ 6 เปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นมิตร

อาถรรพ์ปลัดขิก ตอนที่ 6 เปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นมิตร

  • 890 ตอบ
  • 29958 อ่าน
*

ออฟไลน์ Kamen Rider V-3

  • Full Member
  • **
  • 71
  • 1352
    • ดูรายละเอียด
ป๊อดนอนกอดก่ายร่างของหนิงภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันท่ามกลางความเย็นฉ่ำของแอร์  หลังจากทั้งคู่พึ่งผ่านความสุข
จากเรือนร่างของกันและกันไปไม่นาน  ทั้งเธอและเขาต่างเคล้าเคลียและพูดคุยกันด้วยความสนิทสนมเหมือนกับว่า
ได้รู้จักกันมาเป็นเวลานาน  ตลอดการพูดคุยนั้น เรือนร่างเปลือยเปล่าของหนิงถูกมือของป๊อดลูบคลำไปทั่วอย่างไม่หยุดมือ 
ทั้งๆที่เขาเองก็พึ่งจะเชยชมเรือนร่างนี้จนสุขสมไปแล้วไม่นาน


"ป๊อด...อะไรเนี่ยยย.......ลูบอยู่ได้....มันเสียวนะ"


"แหม....ก็หนิงสวยอ่ะ....อื้อหือ...ใหญ่ด้วย........ป๊อดชอบจังเลย"


"พอแล้ว......ไม่เอา....ฮิๆๆๆ.......ตาบ้านี่....."


"น่า....ขอป๊อดจับหน่อยนะ......."


แล้วป๊อดก็มุดเข้าไปในผืนผ้าห่ม ใช้ปากโลมไล้หน้าอกของหนิง ท่ามกลางเสียงหัวเราะเบาๆของเธอ
ในตอนนี้เธอยอมรับอย่างเต็มใจแล้วว่า ป๊อดคือผู้ชายที่เธอรัก  และแม้ว่าเขาจะอยู่ในฐานะที่ต่ำกว่าเธอ
เธอก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นอุปสรรคใดๆสำหรับเธอเลย


"ฮิๆๆๆ.......ออกมาได้แล้ว....เธอนี่หื่นจริงๆ.......ฮิๆๆๆๆ........บอกว่าพอแล้ว......ซี๊ดดดด.........."


หนิงร้องห้ามด้วยเสียงที่เบา และสั่นพร่า  เธอกำลังถูกป๊อดกระตุ้นให้เกิดความต้องการขึ้นอีกครั้ง

ลิ้นของป๊อดไล้วนแล้วดูดกินที่ปลายยอดสีชมพูของหนิง  ส่วนมืออีกข้างหนึ่งก็วางลงบนหลังเต่า
อันโคกนูนของเธอเหมือนกับจะวัดขนาดของมันด้วยมือของเขา  ในขณะที่นิ้วกลางของป๊อดก็คลึง
วนที่ติ่งเสียวของเธออยู่ไปมา 


"ป๊อด.......ไม่เอา.....พอได้แล้ว....จะแกล้งหนิงไปถึงไหน"


"ก็คุณหนิงอยากสวยทำไมล่ะครับ.....มา...มาให้ป๊อดหอมหน่อยมา"


ทั้งสองหยอกล้อกัน  จนเกิดเสียงหัวเราะดังขึ้นเป็นช่วงๆ มิได้ขาด  หนิงเบี่ยงหลบการลูบไล้ของป๊อด
ด้วยการหันหลังให้ แต่ป๊อดก็ตามติดด้วยการเขยิบร่างเปลือยเปล่าของเขาเข้าไปประชิดติดร่างของเธอ 
ลำเอ็นของป๊อดถูกสอดเข้าไปที่ช่องว่างระหว่างเรียวขาของเธออย่างจงใจ  ส่วนมือนั้นก็โอบรัดร่างของเธอ
แล้วลูบไล้ไปตามส่วนสัดต่างๆก่อนที่จะสอดมือล้วงลึกลงไปใช้สองนิ้วแยกกลีบเนื้อทั้งสองของหนิง
เปิดทางให้ท่อนเอ็นของเขาที่จ่ออยู่ปากทางเข้ามุดจมหายเข้าไปในถ้ำของเธออีกครั้ง


"อุ๊ยยย...........ซี๊ดดดดดด.............อืมมม.....ป๊อด......รังแกหนิงอีกแล้วนะ"





ป๊อดซุกไซ้ปากของเขาไปที่ลำคอและใบหูของเธอ  พร้อมกับยักย้ายท่อนเอ็นของเขาเข้าและออกอย่างเนิบนาบ
ส่วนมือนั้นก็ช่วยคลึงวนที่ติ่งเสียวของเธออยู่มิได้ขาด    จนหนิงเริ่มส่ายสะโพกไปตามจังหวะของเขาด้วยความ
เคลิบเคลิ้ม

"อืมมมมม............ซี๊ดดดดดดดดด.........................."



แล้วป๊อดก็เร่งความเร็วเพิ่มขึ้นตามความรู้สึกเสียวซ่านที่กำลังได้รับ   เขาคล้องขาข้างหนึ่งของหนิงไว้กับแขน
เพื่อเปิดทางให้ลำเอ็นของเขาล่วงล้ำเข้าไปในถ้ำของเธอได้อย่างสะดวก แล้วเพิ่มความรุนแรงในการกระแทกกระทั้น
มากยิ่งขึ้น

หนิงถูกร่างของป๊อดกระหน่ำท่อนเอ็นใส่จนร่างของเธอสั่นสะท้าน  เธอได้แต่หยีตาเผยอปากส่งเสียงครางออกมา
อย่างซ่านเสียว   


"ป๊อด......หนิงเสียว........ซี๊ดดดดดดด...............อาาาาา..........ซี๊ดดดดด........"


แต่แล้วในขณะที่หนิงกำลังส่งเสียงครางออกมาอย่างเพลิดเพลินอยู่นั้น  ป๊อดก็กดท่อนเอ็นของเขาแช่ค้างเอาไว้
แล้วพลิกร่างของตัวเองทาบทับร่างของหนิงจากทางด้านหลัง   แล้วจึงดันตัวเองลุกขึ้นพร้อมกับดึงสะโพกของหนิงให้โด่งขึ้นมา

ด้วยท่านี้กลีบอันอวบอิ่มทั้งสองของหนิงก็เปิดอ้าย้อยออกมาจากด้านหลังอย่างเห็นได้ชัด  ป๊อดเองก็ไม่รอช้าพอจัดท่าทางของหนิง
ได้ตามต้องการแล้ว เขาก็จับท่อนอันเบ่งบานของเขาสอดใส่เข้าไปแล้วกระหน่ำแทงอย่างเมามันทันที

"ตั้บ.....ตั้บ....ตั้บ......ตั้บ.....ตั้บ......ตั้บ....."


หนิงถูกจู่โจมด้วยท่านี้ก็ถึงกับสูดลมเข้าปากอยู่เป็นระยะๆ  เธอรู้สึกได้ว่าลำเอ็นของป๊อดได้ลุกล้ำถ้ำของเธอลึกมากกว่าก่อนหน้านี้ 
ทั้งยังสร้างความซ่านเสียวให้กับเธอมากขึ้นด้วย 


"ซี๊ดดดดดด...............ซี๊ดดดดดดดด...................อูยยยยยยย...............ซี๊ดดดดดดดดดดดดด............อูยยยยยยย........"



ช่วงเอวของเธอถูกป๊อดยึดจับเอาไว้อย่างแน่นหนา พร้อมกับเร่งจังหวะถี่ขึ้นเรื่อยๆ   จนเธอเองก็รู้สึกว่าความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นนั้น
มันช่างมากมายจนเธอต้องส่งเสียงร้องระบายออกมาไม่ขาดปาก

"อูยยยยยย..........อูยยยยยยย............ซี๊ดดดดดดดด......ป๊อด....ซี๊ดดดดดดด.......อูยยยยยยยยย...........ซี๊ดดดดดด......
อ๊ายยยยยยยยยย............หนิงไม่ไหวแล้ว..........อ๊ายยยยยยยย.................."


ลำตัวของหนิงเกร็งค้างแล้วสั่นกระตุกเป็นช่วงๆ   ตาของเธอล่องลอยหรี่ปรือดื่มด่ำไปกับจุดสุดยอดที่กำลังได้รับ 

ป๊อดเห็นอาการของหนิงก็เร่งจังหวะให้เร็วขึ้นอีกจนระรัว  เขากัดกรามจนขึ้นเป็นสันนูนโหมแรงกระแทกกระทั้นจนร่างของหนิง
ล้มราบไปกับพื้นที่นอน  แต่ป๊อดก็ยังเท้าแขนไว้แล้วโยกบั้นเอวอย่างต่อเนื่อง  ยิ่งในตอนนี้ร่องหลืบของหนิงกำลังตอดรัด
เขาอย่างรุนแรงเป็นช่วงๆ ก็เหมือนรีดเค้นให้เขาปลดปล่อยน้ำรักที่ใกล้จะแตกระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ

"อู้ววว........หนิง......ผมใกล้แล้ว.....อึ๊บ...อึ๊บ...อึ๊บ........โอ๊ะ.....โอ้วววววววววววว.......อ้าาาาาาา......"


และแล้วป๊อดก็ปลดปล่อยน้ำรักพรั่งพรูออกมาจนเอ่อล้นไปทั้งถ้ำของหนิง  แล้วฟุบตัวลงทาบทับร่างของหนิงพร้อมกับ
หายใจแรงๆอยู่หลายครั้ง  แล้วทั้งคู่ก็หลับตานอนกอดก่ายกันหายใจอย่างเหนื่อหอบ  แต่ใบหน้าของทั้งสองกลับเจือปน
ไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข  จนผลอยหลับไปพร้อมกันในห้องนั้น


--------


วิไลผุดลุกผุดนั่งรอคอยเวลาให้ผ่านไปด้วยความรุ่มร้อนหัวใจ  และเดินออกไปมองดูที่หน้าต่างห้องเป็นระยะๆ
เพื่อดูว่าเถ้าแก่เจียงได้ออกจากบ้านไปแล้วหรือยัง  เธอได้ยินมาว่าวันนี้เถ้าแก่เจียงมีนัดไปงานฉลองวันเกิดท่านผู้ว่าฯ
ซึ่งก็ทำให้เธอคลายใจไปเรื่องหนึ่งที่เถ้าแก่เจียงจะไม่อยู่บ้านในคืนนี้  เธอหันไปมองดูนาฬิกาที่ผนังห้อง
ก็พบว่าเป็นเวลาสามทุ่มแล้ว และเมื่อเหลือบมองไปที่รถของเถ้าแก่เจียงอีกครั้ง ก็เห็นคนขับรถเดินเข้ามาที่รถ
แล้วขับออกไปเพื่อรับเถ้าแก่เจียงที่หน้าตึกใหญ่

ขณะนี้เธอคลายความกังวลเรื่องเถ้าแก่เจียงไปเรื่องหนึ่งแล้ว  คงเหลือแต่เรื่องที่เชิดได้นัดหมายเธอไว้
วิไลทั้งนั่งและเดินไปมาอย่างใช้ความคิด  เธอยังคงไม่สามารถหาทางออกสำหรับเรื่องนี้ได้เลย  ลำพังเพียงเงิน
1 แสนบาทมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเธอเลย  แต่เธอจะเชื่อใจเชิดได้อย่างไรว่า หลักฐานเหล่านั้นจะถูกทำลายลงไปจริงๆ
และหากมันเป็นอย่างที่เธอคิด  เชิดก็อาจใช้หลักฐานนั้นมาขู่เข็ญบังคับให้เธอทำตามสิ่งที่มันต้องการอยู่เรื่อยๆ
หรือแม้แต่กระทั่งในวันนี้ที่เชิดนัดเธอไปที่ห้อง  เธอก็เกรงว่ามันจะมีแผนชั่วอื่นๆ ซึ่งเธอทั้งกังวลและกลุ้มใจเป็นอย่างมาก
เธอไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร หรือขอให้ใครช่วยเหลือได้เลยในเรื่องนี้

จนในที่สุดนาฬิกาที่ผนังห้องก็เดินมาถึงเวลา 4 ทุ่มซึ่งเป็นเวลาที่เชิดได้นัดหมายไว้  วิไลมองดูนาฬิกาอยู่ครู่หนึ่ง
แล้วก็ถอนหายใจยาวออกมา  แล้วตัดสินใจหยิบซองใส่เงินที่เตรียมไว้ก้าวเดินไปออกจากห้องอย่างตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่า
จะขอแก้ปัญหานี้ให้ลุล่วงไปด้วยตัวเธอเอง



วิไลเดินฝ่าความมืดลัดเลาะไปตามด้านหลังตัวตึกแต่เพียงตัวคนเดียว  จนมาถึงเรือนไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูงอันเป็นที่อยู่ของเชิด
เมื่อเธอเดินมาถึงที่หน้าเรือนก็พบว่าบานประตูทั้งสองปิดสนิทอยู่  คงเห็นแต่แสงไฟที่สว่างออกมาจากบานหน้าต่างและเสียงเพลง
ที่ดังลอดออกมา ที่แสดงให้เห็นว่ามีคนอยู่ในเรือนนั้น  เธอตัดสินใจเคาะไปที่บานประตูไม้  3 ครั้ง  จึงได้มีการลดระดับเสียงเพลง
ภายในห้องลง  พร้อมกับมีเสียงพูดดังลอดออกมาจากในห้อง

"ใคร....ใครวะ....."


"ฉันเอง......วิไล"
วิไลตอบกลับด้วยเสียงที่เคร่งขรึม



"อ้อ....คุณวิไลเองเหรอครับ.....ฮ่าๆๆๆๆ....มาๆๆ...ไอ้เชิดกำลังรออยู่เลยทีเดียว"


แล้วบานประตูไม้เก่าๆทั้งสองบานก็ดูกดันให้เปิดออกมาจากข้างใน  จนมองเห็นร่างของเชิดยืนถือแก้วน้ำสีเหลืองอำพัน
ยืนทำตาฉ่ำเยิ้มด้วยฤทธิ์ของแอลกฮอลล์

"เชิญคุณวิไลเข้ามาในห้องก่อนซิครับ"


"ไม่อ่ะ....เอ้านี่ฉันเอาเงินมาให้แกแล้ว....แกก็เอารูปพร้อมไอ้ฟิล์มบ้าๆนั่นส่งมาให้ฉัน...มันจะได้จบๆไป"


เชิดยิ้มที่มุมปาก แล้วพูดด้วยเสียงที่ดังขึ้นกว่าเดิม

"ทำไมเหรอครับ....รังเกียจห้องของผมเหรอ...ผมว่าเรามีเรื่องที่จะต้องตกลงกันยาวเลยล่ะ"



"จะต้องมาตกลงอะไรกันอีก   ฉันเอาเงินมาให้แกตามจำนวนที่ต้องการแล้ว  ส่วนแกก็เอารูปทั้งหมดนั่น
มาให้ฉัน  มันก็จบแล้ว  หรือแกคิดจะตุกติกอะไรอีก"


"คุณวิไล.....ผมจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเมื่อคืนหลักฐานให้คุณแล้ว  คุณจะไม่หันกลับมาเอาเรื่องกับผมอีก"


"ฉันก็ไม่มั่นใจแกเหมือนกันว่าแกจะไม่แอบเก็บรูปพวกนั้นมาต่อรองกับฉันอีก"


"ก็น่านนะสิคร๊าบ.....เราถึงต้องมาตกลงกัน   แต่ถ้าคุณไม่อยากจะตกลงก็ตามใจคุณ"



แล้วเชิดก็ผลักบานประตูทั้งสองทำทีเหมือนกับจะปิดไว้เหมือนเดิม  จนวิไลต้องใช้สองมือง้างเอาไว้


"นำไปสิ....จะตกลงบ้าบออะไรของแกก็นำไปเลย"


เชิดยิ้มออกมาอย่างพอใจ แล้วยกแก้วที่ถือมาด้วยขึ้นซดรวดเดียวหมด  ก่อนที่จะถอยหลังไปข้างๆแล้วเผยบานประตู
ให้กว้างออกด้วยท่าทีเหมือนเชื้อชวนให้วิไลเดินเข้ามาในห้องของเขา

วิไลก้าวเท้าเข้าไปภายในห้องของเชิด  แล้วใช้สายตาสำรวจดูทุกสิ่งภายในห้องเล็กๆนั้น  แต่แล้วเธอก็ต้องรีบหันกลับ
ไปเมื่อได้ยินเสียงเชิดกำลังลงกลอนประตู


"เชิด.....แกจะล้อคห้องทำไมน่ะ"


"อ้าว....แล้วจะปล่อยไว้ทำไมล่ะครับ....หรือว่าคุณวิไลชอบให้ใครมากวนเวลาที่เราจะมีอะไรกัน"


วิไลตกใจหน้าซีดเผือด  เมื่อได้ยินเชิดพูดอย่างนั้น

"นี่แก....คิดจะทำอะไร"



วิไลก้าวถอยหลัง จ้องมองท่าทีของเชิดด้วยความระวังตัว


เชิดแสยะยิ้มสืบเท้าเข้าหาวิไลอย่างช้าๆ

"คุณวิไล...ยอมเชิดดีๆเถอะนะครับจะได้ไม่เจ็บตัว   มีวิธีนี้เท่านั้นที่เราจะตกลงกันได้โดยไม่ต้องมาระแวงกันและกัน"


"ไอ้เชิด.....ถอยออกไปนะ....ไม่อย่างนั้นฉันจะร้องให้คนมาช่วยนะ"


"ฮ่าๆๆๆๆ.....เอาเลยครับ....เอาเลย....คุณอย่าลืมสิตอนนี้คุณอยู่ในห้องของผม....หากใครเข้ามาผมก็จะบอกว่า
คุณแอบเป็นชู้กับผมมานานแล้ว.....หึ...หากผมไม่รอด  คุณก็จะไม่ได้อยู่บ้านหลังนี้ด้วย"


วิไลก้าวถอยหลังไปชนกับโต๊ะที่วางอยู่กลางห้อง  เธอหันกลับไปหยิบสิ่งของที่วางอยู่บนโต๊ะปาใส่เชิดที่กำลังย่างเท้า
เข้าหาเธอ

"ออกไป....ถอยไปนะ....ออกไป........ออกไป...."


"โอ๊ยยย.........."



เชิดยกมือขึ้นกุมที่หน้าผาก แล้วแบมือออกดูก็เห็นเลือดของเขาอยู่เต็มฝ่ามือ  วิไลปาที่เขี่ยบุหรี่ไปถูกที่ผากของเขา
อย่างถนัดถนี่

เชิดทั้งเจ็บและโกรธ ดวงตาของเขาเบิกโพลงแล้วพุ่งเข้าไปยึดจับสองแขนของวิไลไว้ไม่ให้คว้าสิ่งที่อยู่ใกล้มือของเธอ
ทำร้ายเขาอีก

วิไลพยามยามดิ้นและง้างมือตนเองออกจากการยึดจับของเชิดอย่างเต็มกำลัง 

"ไอ้เชิด....มึงปล่อยกูนะ.....ปล่อยกู.........ช่วยด้วย......ช่วยด้วย......"



วิไลตัดสินใจส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ  เชิดได้ยินอย่างนั้นก็ตกใจเขาไม่ต้องการใครเข้ามาขัดขวางแผนของเขา
ในตอนนี้  เขาจึงตัดสินใจใช้กำปั้นต่อยเข้าไปที่ท้องน้อยของวิไลเพื่อหยุดการส่งเสียงร้องเธอ

"นี่แหนะ.....มึง.....ฤทธิ์มากนัก"



วิไลทรุดตัวงอเป็นกุ้งด้วยความจุกจนแทบหายใจไม่ออก   มือและเท้าของเธอไร้เรี่ยวแรงที่จะต่อสู้แล้วค่อยๆทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้น

"กูบอกให้มึงยอมดีๆก็ไม่ฟัง   ชอบที่จะเจ็บตัว...แล้วเป็นไงล่ะ"


เชิดก้มลงไปช้อนร่างของวิไลไว้ในอ้อมแขนของเขา  แล้วนำไปวางลงบนเตียงอย่างไร้การขัดขืน  วิไลจุกจนพูดอะไรไม่ออก
ได้แต่มองหน้าเชิดด้วยความโกรธแค้น

เชิดยืนมองร่างของวิไลที่นอนอยู่บนเตียง แล้วยิ้มออกมาอย่างกระหยิ่มใจ ตาของเขามองเลื่อนลงมาถึงท่อนล่าง แล้วหยุดลงตรง
ชายกระโปรงลายดอกไม้ที่ร่นสูงขึ้นมาจนมองเห็นเรียวขาขาวนวลตา  เชิดทรุดตัวลงนั่งอย่างช้าๆ  แล้ววางมือของเขาไว้ที่โคนขาขาวนั้น
เขารู้สึกได้ถึงความนุ่มนิ่มเนียนมืออย่างบอกไม่ถูก  วิไลกำลังจุกอยู่จนไม่มีแรงขัดขืน ได้แต่แต่พยายามดันตัวหนีให้ห่างจากมือของเชิด

"คุณวิไล.....คุณรู้ไหม  ผมน่ะแอบมองคุณมานานแล้วนะ.....คุณยังสาวแล้วก็ยังสวย...ผมเองก็เป็นพ่อหม้ายอยู่นานแล้ว
แต่คุณก็ไม่คิดที่จะให้ความสนใจผมบ้างเลย.....เวลาจะเรียกใช้ผม  คุณก็เอาแต่ตวาดใส่ผม....ด่าว่าผมต่างๆนาๆ...คุณคงคิดว่า
ผมมันเป็นแค่คนขับรถขี้ข้าของคุณซินะ....ถึงได้ทำกับผมแบบนี้"





มือของเชิดลามล้วงลึกเข้าไปในกระโปรงของวิไล  แล้วลูบไล้โคนขาที่นิ่มนวลมืออย่างเมามัน  พร้อมกับเขยิบตัวเบียดเข้าหาวิไล


วิไลพยามยามรวบรวมกำลังอย่างเต็มที่ ที่จะยกเท้าถีบเชิดให้ห่างไปจากตัวเธอ  แต่เชิดกลับคว้าขาของเธอไว้แล้วใช้มือ
เข้าไปตะบปที่บริเวณเนินเนื้อกลางหว่างขาของเธอทันที

"อื้อหือ.....คุณวิไล....ทำไมถึงใหญ่อย่างนี้ล่ะครับ..........อูยยยยยยย...ฮ่าๆๆๆๆๆ.....ใหญ่ๆอย่างนี้เชิดช๊อบชอบ...ฮ่าๆๆๆๆๆ
มามะมาเป็นเมียไอ้เชิดเถอะนะ"


เชิดตะปบมือไปที่ชายกระโปรงของวิไลแล้วกระชากโดยตั้งใจว่าจะให้มันหลุดออกมา  แต่ตะขอกลับเกี่ยวรั้งกระโปรงของเธอไว้
ที่อย่างแน่นหนา  เชิดกำลังหน้ามืดจึงเปลี่ยนวิธีจากดึงมาเป็นการใช้สองมือจับฉีกออก จนกระโปรงของเธอขาดแหวกออกจากกัน
มองเห็นโคนขาขาวผุดผ่องทั้งสองได้อย่างชัดเจน  วิไลพยายามขยับเท้าทั้งสองถีบสกัดไม่ให้มือของเชิดล่วงล้ำเข้ามา
จนเชิดรู้สึกหงุดหงิด คว้าจับข้อเท้าทั้งสองของเธอไว้ได้ แล้วใช้พละกำลังที่เหนือกว่าจับมันแยกออกจากกัน จนมองเห็น
เนินเนื้อกลางหว่างขาภายใต้กางเกงในสีขาวของเธอได้อย่างชัดเจน 


เชิดกลืนน้ำลายมองตาค้างอย่างหื่นกระหายแล้วคิดจะใช้มือข้างหนึ่งดึงกางเกงในของเธอออกมา  แต่เมื่อมือนั้นคลายการยึดจับ
วิไลก็ชักขาข้างนั้นของเธอกลับแล้วยันไปที่ร่างของเชิดอย่างแรง จนเชิดหงายตกเตียงไป


"ช่วยด้วย.....ช่วยด้วย............ใครก็ได้ช่วยฉันที....."



วิไลคลานลงมาจากเตียงแล้วส่งเสียงร้องขอให้ช่วยเท่าที่แรงของเธอจะมี  เธอมองไปที่บานประตูแล้วคืบคลาน
พยายามที่จะไปให้ถึงจุดนั้น


เชิดลุกขึ้นนั่งแล้วหันไปจ้องมองดูวิไลด้วยความโกรธ  เขารีบลุกขึ้นตรงไปรวบร่างของวิไลขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน
แล้วโยนกลับบนเตียงอย่างรุนแรง พร้อมกับคว้าขดเชือกที่แขวนอยู่ผนังห้องมาไว้ในมือ

"ฤทธิ์มากจริงๆนะมึง"



แล้วเชิดก็พยายามใช้เชือกผูกที่ข้อมือของวิไล  แต่วิไลไม่ยอมง่ายๆ เธอพยายามสะบัดมือให้เป็นอิสระพร้อมกับ
พยายามที่จะลุกออกจากเตียง  จนเชิดรู้สึกหงุดหงิดและสิ้นสุดความอดทน  ฟาดหลังมือไปที่ใบหน้าของเธออย่างรุนแรง
จนหน้าของวิไลสะบัดไปตามแรงแล้วแน่นิ่งไป


จากนั้นเขาก็จัดการผูกโยงมือและเท้าของวิไลไว้กับขาเตียงด้านละข้างอย่างแน่นหนา  โดยไร้การขัดขืนจากเธอ


จากนั้นจึงหันมาเทเหล้าใส่แก้ว แล้วยืนจิบเพื่อผ่อนคลายความเหนื่อย  พร้อมกับจ้องมองดูร่างที่ถูกพันธนการไว้บนเตียง
ด้วยประกายตาที่ลุกวาว


วิไลเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้ง แล้วเปิดเปลือกตาขึ้น เมื่อเห็นสภาพห้องก็นึกขึ้นได้ว่านี่คือห้องของเชิด  จึงพยายามดิ้นรน
ที่จะลุกลงจากเตียงแต่ก็สายไปเสียแล้ว  ร่างของเธอถูกเชิดใช้เชือกผูกโยงไว้กับขาเตียงอย่างแน่นหนาจนเกินกว่า
เรี่ยวแรงของเธอจะดิ้นหลุด

"ไอ้เชิด.....มึงปล่อยกูเดี๋ยวนี้นะ.........กูบอกว่าให้ปล่อยกู.......ไม่อย่างนั้นกูจะให้มึงติดคุกทั้งชีวิตเลย....ไอ้ชั่ว....."



เชิดยิ้มเผล่ถือแก้วเหล้าขึ้นจิบอย่างอารมณ์ดี  แล้วเดินเข้าไปหาวิไลจนชิดขอบเตียง

"ด่าผมอีกแล้วนะคุณวิไล.....คุณนี่มันน่าเอาตอนที่ด่านี่แหละ....หึๆๆๆ......ด่าผมเข้าไป...เดี๋ยวผมจะทำคุณคราง
จนด่าไม่ออกเลยล่ะ"


เชิดกระดกแก้วในมือเทลงคอจนหมด  แล้วตรงเข้าไปนั่งบนเตียงข้างๆวิไล

"ขอผมดูให้ชัดๆหน่อยนะว่าคุณจะสวยขนาดไหน"

แล้วเชิดก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อของวิไลออกทีละเม็ดๆจนหมด  แล้วแบะมันออกจนมองเห็นยกทรงสีขาวที่ปกปิด
ทรวงอกขนาดใหญ่ทั้งคู่ไว้แทบไม่มิด  เชิดจ้องมองเนินอกขาวผ่องทั้งคู่ที่ล้นทะลักออกมาจากยกทรงแล้ว
เหลือบตาขึ้นไปยิ้มให้กับวิไล


"ช่วยด้วย........ช่วยด้วย........มีใครอยู่ข้างนอกบ้างช่วยฉันที"


"จุ๊...จุ๊....จุ๊....จุ๊.......ไม่เอาน่า......ผมหนวกหู  เสียอารมณ์หมดเลย"

เชิดยกนิ้วชี้ขึ้นจุ๊ปากเป็นเชิงห้ามวิไล   แล้วหันไปคว้าเสื้อกล้ามของเขาที่ถอดไว้มายัดใส่ปากของเธอ
จนมีแต่เสียงอู้อี้ที่เธอพยายามจะเปล่งออกมาร้องขอความช่วยเหลือ  แล้วเขาก็หันไปจัดการปลดตะขอยกทรง
แล้วโยนมันทิ้งไปให้พ้นจากสายตาของเขา

ทรวงอกเปลือยเปล่าขนาด 36นิ้วของวิไล ปรากฎต่อสายตาของเชิดเต็มสองตา มันมีสภาพแทบไม่ได้ผ่านการใช้งานมาเลย
ในสายตาของเขา อีกทั้งหน้าท้องที่ขาวนวลเนียนตาก็ไม่มีร่องรอยเป็นริ้วเหมือนผู้หญิงที่ผ่านการมีลูกทั่วไป

วิไลพยามส่งเสียงออกมาอย่างเต็มที่ แต่ก็เป็นได้แค่เสียงอู้อี้อยู่แต่ในลำคอเท่านั้น  ตาของเธอจ้องมองเชิด
ที่กำลังใช้มือของเขาสัมผัสคลึงเค้นหน้าอกของเธออย่างหลงใหล

"อู้หู.....เต็มไม้เต็มมือดีจริงๆ"

เชิดกัดฟันคำรามออกมาอย่างหมั่นเขี้ยวพร้อมกับใช้ทั้งสองมือบีบเค้นหน้าอกของวิไลอย่างรุนแรง
เขาเหลือบไปมองหน้าวิไลโดยใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้บี้บดหัวนมของเธอข้างหนึ่ง พร้อมกับแสยะยิ้มออกมาอย่างพอใจ

แล้วเมื่อเชิดสาสมใจกับการได้คลึงเค้นหน้าอกของวิไลแล้ว  เขาก็เปลี่ยนตำแหน่งมานั่งอยู่ตรงกลางหว่างขาของวิไล
ที่ถูกเชือกผูกโยงไว้ให้อ้าออกจากกัน  สองตาของเขาในตอนนี้เพ่งไปที่เนินเนื้อหลังเต่าภายใต้กางเกงในสีขาวตัวจิ๋ว
ที่แทบจะปิดมันไว้ไม่มิด  กลีบเนื้ออวบอวมที่แพลมออกมาจากขอบขากางเกงในพร้อมกับเส้นขนดำสนิทบางเส้น
ทำให้เขายิ่งอยากเห็นมากยิ่งขึ้นไปอีกว่า หากไร้กางเกงในปกปิดแล้วจะเป็นอย่างไร

---------


ภายในห้องห้องของหนิงในตอนนี้มีแต่ความมืดมิด เพราะเจ้าของห้องและป๊อดหลับไปตั้งแต่ในตอนที่สภาพภายนอก
ยังคงสว่างอยู่ จนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลา 4 ทุ่มแล้ว ก็ยังไม่ได้เปิดไฟในห้อง

ป๊อดเริ่มรู้สึกตัวก่อน แล้วหันไปมองหนิงที่นอนอยู่ข้างๆพร้อมกับรอยยิ้ม  เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าระหว่างเขากับหนิง
จะมีวันนี้เกิดขึ้นได้  หนิงในวันนี้ช่างน่ารักและผิดกับหนิงที่ก่อนหน้านี้มีแต่ความเย่อหยิ่งจากหน้ามือเป็นหลังมือ
เขาเพ่งมองดูใบหน้าของเธอที่กำลังหลับอยู่อย่างไม่รู้สึกเบื่อหน่าย  แต่แล้วเขาก็ต้องสะดุ้งเมื่อเสียงของน้าขิกดังขึ้น

"เป็นไง.....สุขสุดๆเลยซินะเอ็ง"


"ไม่เอาน่า  น้าขิก จริงๆผมก็อายน้าเหมือนกันนะ เล่นดูผมทุกขั้นตอนอย่างนี้
......เออ...น้าขิก...น้าขิกรู้ไหม  ทำไมจู่ๆหนิงเขาถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้  หรือว่าน้าเป็นคนทำให้เขาเปลี่ยน"


"เฮ้ย...ข้าไม่ได้ทำ.....นังนั่นมันรู้สึกดีกับเอ็งจากจิตใต้สำนึกของมันเอง...ก็เอ็งเล่นซะมันจำฝังใจไปเลยนี่หว่า"


พอป๊อดได้ยินน้าขิกพูดอย่างนั้น ป๊อดก็เผลอคิดเข้าข้างตัวเองว่า การใช้อำนาจของน้าขิกในครั้งแรกที่ทำกับหนิง
อาจจะไม่ใช่สิ่งเลวร้ายก็ได้  เพราะหากถ้าเขาไม่ทำอย่างนั้น เขาและหนิงก็คงไม่มีความรู้สึกดีๆต่อกันเหมือนในวันนี้


"ใช่แล้วไอ้หนู.....อำนาจของข้าไม่ใช่สิ่งเลวร้าย ข้าเพียงทำให้เอ็งได้ตามสิ่งที่ต้องการ  และนังหนูนั่นก็ดูมีความสุขดี
เห็นไหมล่ะ....ฮ่าๆๆๆๆ.........จะมีก็แต่แม่ของมันที่กำลังถูกไอ้คนขับรถจับขึงพรืดอยู่นั่น  ดูท่ามันคงไม่มีความสุขเท่าไหร่นัก"


ป๊อดตาโตขึ้นอย่างสนใจ เมื่อได้ยินน้าขิกพูด  เขารับเอ่ยปากถามขึ้นอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

"อะไรนะ...น้าขิก...น้ากำลังพูดถึงคุณวิไลใช่ไหม"


"เออ...ก็นังวิไลนั่นแหละ...มันถูกคนขับรถของมันเอารูปตอนที่ถูกเอ็งเย็ดมาขู่เอาเงิน และหลอกไปให้มันเย็ดถึงบ้าน"


"หา......น้าเชิดนั่นเหรอ...แล้ว...แล้วเขารู้ด้วยเหรอว่า....ผม...ผม...."


"เออ...มันเห็นเต็มสองตาเลยหล่ะ...แล้วก็แอบถ่ายรูปเอาไว้ด้วย"


"อ้าว....แล้วทำไมน้าถึงปล่อยให้เขาทำหล่ะ"


"ก็ข้าเห็นว่าเอ็งไม่ได้เสียหายอะไรนี่....แล้วหน้าเอ็งในรูปข้าก็บังเอาไว้จนไม่มีใครรู้ว่าเป็นเอ็ง"


ป๊อดรู้สึกร้อนใจขึ้นมาทันทีที่รู้ว่า  วิไลกำลังจะถูกทำร้ายก็เพราะเขา

"ไม่ได้แล้วน้าขิก   ผมต้องไปช่วยคุณวิไล....ตอนนี้คุณวิไลอยู่ที่ไหนน้าขิก"


"ก็บ้านไอ้เชิดไง"


ป๊อดลุกลี้ลุกรนลงมาจากเตียงแล้วใส่เสื้อผ้า  แต่พอหันไปมองหนิงก็เห็นว่าเธอมีท่าทีเหมือนกำลังจะตื่น

"น้าขิก....ช่วยหน่อย  อย่าพึ่งให้หนิงตื่นมาตอนนี้เลย"


ภูตแห่งปลัดขิกพอทราบความต้องการของป๊อด ก็ใช้อำนาจจิตบังคับให้หนิงหลับต่อไป


แล้วป๊อดก็รีบวิ่งออกจากห้องของหนิงตรงไปยังเรือนไม้ที่เชิดอยู่อย่างรวดเร็ว

---------

เชิดใช้สองมือของเขาเกี่ยวขอบกางเกงในของวิไลลงมาทีละน้อยๆ   จนเนินนูนอันกว้างขวางที่ปกคลุม
ไปด้วยเส้นขนสีดำเริ่มปรากฎต่อสายตาของเชิด  เขาจ้องมองมันด้วยตาที่พองโตอย่างตื่นเต้น จนในที่สุด
กางเกงในตัวน้อยก็ถูกร่นมาอยู่ที่เหนือเข่าของวิไล

วิไลทั้งโกรธและแสนจะอับอาย  ที่ในตอนนี้เธอไม่มีสิ่งใดปกปิดของสงวนของเธออยู่เลย  เธอเห็นเชิด
จ้องมองที่เนินสวาทของเธออย่างไม่วางตา แล้วเอื้อมมือเข้ามาจะสัมผัส เธอจึงพยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากเชือกที่
ผูกโยงเธอเอาไว้อย่างสุดฤทธิ์พร้อมกับเสียงร้องอู้อี้ของเธอ

เชิดใช้ฝ่ามือลูบไล้เนินเนื้อที่ทั้งโหนกนูนและกว้างใหญ่รกครึ้ม  มืออันหยาบกร้านของเขาพยายามจะห่อหุ้มเนินเนื้อ
ของวิไลไว้ในฝ่ามือ แต่ก็ไม่สามารถห่อหุ้มได้หมด  เขาจึงเปลี่ยนมาคลึงเค้นมันด้วยความหมั่นเขี้ยวแล้วสบถออกมาอย่างลืมตัว

"อูยยยยย........หีใหญ่ชิบหายเลยเว้ย......."

มือของเชิดสำรวจเนินเนื้อกลางหว่างขาของวิไลอย่างเมามัน  ยิ่งคลึงเค้นเขาก็ยิ่งหนักแรงขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหว
รีบถอดกางเกงเปลือยท่อนล่างออกจนเห็นท่อนเอ็นอันแข็งเด่ยื่นยาว  ตรงเข้ากระชากกางเกงในที่คาอยู่เหนือเข่าของวิไล
จนขาดติดมือออกมา  แล้วแทรกตัวเข้าไปกลางหว่างขาของวิไลทันที

"เป็นของไอ้เชิดเถอะนะคุณวิไลจ๋า........ผมทนไม่ไหวแล้ว.....คุณน่าเย็ดเหลือเกิน"



วิไลน้ำตาไหลพราก  พร้อมกับส่งเสียงอู้อี้ออกมาอย่างเต็มที่  เธอพยายามดิ้นอย่างสุดแรงจนเจ็บไปทั้งมือและเท้า

เชิดจับท่อนเอ็นที่แข็งเต็มที่เตรียมจะจ่อไปที่ร่องที่เปิดอ้าจากการถูกผูกโยงขาของวิไล  แต่ทันใดนั้นก็เกิด
เสียงดังขึ้นที่บานประตูไม้  จนทั้งเขาและวิไลหันไปมองยังแหล่งกำเนิดเสียง ก็เห็นบานประตูทั้งสองถูกเปิด
ออกด้วยแรงกระแทกอย่างรุนแรง  พร้อมกับการถลาเข้ามาของเด็กหนุ่มซึ่งเป็นที่รู้จักของคนทั้งสองเป็นอย่างดี


เชิดโกรธจัดที่ถูกขัดจังหวะ หันไปตะเบ็งเสียงใส่ผู้ที่บุกรุกอย่างเกรี้ยวกราด

"ไอ้เด็กเหี้ย....มึงเข้ามาทำไมวะ.....มึงอยากตายใช่ไหม"


ป๊อดเห็นร่างเปลือยเปล่าของวิไลถูกผูกโยงไว้กับเตียงอย่างน่าเวทนา  ก็โกรธขึ้นมาเช่นกัน เขาจึงตะเบ็งเสียง
กลับไปอย่างไม่กลัวเกรง

"ไอ้เชิด....มึงนี่ชั่วจริงๆ........มึงเข้ามาเลย"


เชิดอายุ 45 ปี  ส่วนป๊อดพึ่งจะย่าง 16  แม้ป๊อดจะมีขนาดร่างกายเทียบเท่ากับเชิด แต่ก็อ่อนประสบการณ์
เชิดย่างสามขุมเข้ามาทำทีเหมือนว่าจะต่อย แต่เขากลับยกเท้าถีบไปที่ตัวป๊อดอย่างรุนแรง
ป๊อดไม่ทันระวังตัวก็เซถลาล้มกลิ้งไปอย่างไม่เป็นท่า   เชิดไม่ปล่อยโอกาสทอง เขารีบสาวเท้าก้าวตามไป
โดยตั้งใจจะใช้เท้าเตะไปที่ปลายคางของป๊อดโดยหมายจะให้ป๊อดสลบคาตีนของเขา


ภูตแห่งปลัดขิกจึงเข้าช่วยเหลือด้วยอำนาจฤทธิ์  ร่างของเชิดถูกทำให้ให้ลอยกระเด็นไปจนกระแทกกับ
ผนังห้องดังโครมใหญ่


"ไอ้หนู....เป็นไงบ้างวะ.....เอ้ารีบหน่อย เดี๋ยวมันจะกลับมาเล่นงานเอ็งอีกแล้ว  ข้าจะสอนให้เอ็งใช้หมัดธนู
หลับตาแล้วกำหมัดขึ้นมา  จงใช้จิตเพ่งไปที่กำปั้นของเอ็งแล้วอธิษฐานขอให้มันเป็นเหมือนธนู
แล้วว่าคาถาตามข้า    นะโมพุทธายะ  นะธนู  นะกาโรโหติ  สัมภะโว"

ป๊อดอธิษฐานจิต แล้วว่าคาถาตามที่ภูตแห่งปลัดขิกกล่าวนำถึงสามครั้ง  จนเขารับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
กับมือทั้งสอง  เขารู้สึกว่ามือของเขามีเรี่ยวแรงอย่างมหาศาล และพร้อมที่จะเคลื่อนไหวอย่างน่าประหลาด

เชิดนอนนิ่งด้วยความมึนงงอยู่ครู่หนึ่ง   แล้วจึงพยายามยันร่างลุกขึ้น  จนความมึนงงของเขาหายไปก็คว้าท่อเหล็ก
ติดมือมา  แล้วเดินตรงดิ่งมที่ป๊อดทันที


ป๊อดรีบลุกขึ้นยืน  เมื่อเห็นเชิดเดินถือแป๊บไว้ในมือแล้วตรงเข้ามาหาเขาด้วยความโกรธเกรี้ยว

"เมื่อกี๊มึงทำอะไรกูวะ   ไอ้สัตว์"


เชิดก้าวเข้ามาแล้วเงื้อมือที่ถือท่อเหล็กหวดเข้าไปที่ใบหน้าของป๊อดอย่างเต็มแรง แต่ภูตแห่งปลัดขิกรอท่าอยู่แล้ว
ป๊อดย่อตัวหลบด้วยการควบคุมจากพลังอำนาจของภูตแห่งปลัดขิกได้อย่างทันท่วงที  พร้อมกับส่งเสียงบอกให้ป๊อด
ออกอาวุธตอบโต้ไปในทันที

"ใช้หมัดขวาต่อยไปที่ปลายคางมันเลย...ไอ้หนู"


ป๊อดเชื่อมั่นในตัวน้าขิกของเขาอย่างสุดใจ  เขาพุ่งหมัดขวาตรงไปที่ปลายคางของเชิดอย่างเต็มแรงในทันที

"ตึ้บ!.


หมัดของป๊อดถูกเข้าที่กรามของเชิดอย่างจัง เสียงหมัดกระทบกับกรามดังสนั่นจนได้ยินอย่างชัดเจน  เชิดรู้สึกเหมือนถูก
ของหนักๆตีเข้าที่กรามของเขาอย่างจัง  แล้วสติของเขาก็ดับลงกลางอากาศ ในขณะที่ร่างลอยขึ้นจากพื้นแล้วร่วงผล็อยลงมา
นอนแน่นิ่งไป

เมื่อป๊อดเห็นว่าเชิดสิ้นสติไปแล้ว เขาก็รีบตรงหาวิไลที่ถูกมัดตรึงเอาไว้บนเตียง  แต่เขาก็ต้องนิ่งตะลึงไปครู่หนึ่ง
เมื่อสายตาของเขาได้พิจารณาเรือนร่างเปลือยเปล่าของวิไลบนเตียงอย่างเต็มตา  ทั้งหน้าอกขนาดใหญ่เต่งตึงน่าคลึงเค้น
และเนินสวาทกลางหว่างขาที่ทั้งใหญ่และโหนกนูนจนเขาไม่สามารถจะละสายตาไปจากมันได้

วิไลส่งเสียงอู้อี้ขึ้นเตือน จนป๊อดรู้สึกตัว จึงตรงเข้าเอาผ้าที่อุดปากของเธอออก


"ป๊อด....ช่วยแก้เชือกให้ฉันหน่อย  เดี๋ยวใครมาเห็นฉันในสภาพนี้ คงได้อับอายไปทั่วแน่ๆ"


"คะ...คะ...คร๊าบ..."


ป๊อดรีบเร่งแก้เชือกให้วิไลอย่างกุลีกุจอ  แต่สายตาของเขาก็แอบลอบมองเรือนร่างของวิไลอยู่เป็นระยะ  จนวิไลเป็นอิสระ
แล้วสวมใส่เสื้อผ้าเสร็จ  เธอก็ตรงเข้ารื้อค้นข้าวของในห้องของเชิดอย่างร้อนรน 

"คุณวิไลกำลังหาอะไรอยู่หรือครับ"

"เอ่อ....อืมม....."


วิไลอ้ำอึ้ง  แล้วก็รื้อค้นของในห้องของเชิดต่อ  เธออายจนเกินกว่าจะพูดออกมาว่าสิ่งที่เธอค้นหานั้นคืออะไร"


"นังนั่นมันกำลังหารูปถ่ายตัวมันตอนที่ถูกเอ็งเย็ด  รูปถ่ายไอ้เชิดมันซ่่อนเอาไว้ในซองใต้ที่นอน   แล้วก็มีอยู่ในโทรศัพท์ของมันด้วย"

น้าขิกพูดขึ้นมาให้ความกระจ่างจนป๊อดหายสงสัย แล้วจึงแกล้งทำเป็นรื้อค้นบ้าง  ป๊อดยกที่นอนขึ้นแล้วหยิบซองสีน้ำตาล
ออกมาพร้อมกับพูดขึ้นว่า

"ใช่ของในซองนี้หรือป่าวครับคุณวิไล"


วิไลหันกลับมาตามเสียงเรียกของป๊อด  พอเห็นซองในมือของป๊อด เธอก็รีบตรงเข้ามาขอรับซองไปแล้วเปิดออกดูทันที
พอเห็นว่าเป็นภาพถ่ายที่เธอตามหา  วิไลก็มีอาการโล่งอกแล้วสบตากับป๊อดพร้อมกับพูดขึ้นว่า

"มันเป็นภาพถ่ายที่เป็นความลับของฉัน   และฉันก็อายจนเกินกว่าจะให้ใครดูได้  ที่ฉันต้องเข้ามาหาไอ้เชิด
ถึงในห้องนี้ ก็เพราะว่ารูปถ่ายพวกนี้แหละ  เธอคงเข้าใจนะป๊อด"


ป๊อดเห็นอาการของวิไลก็คิดสงสารและรู้สึกผิด   ที่เธอต้องเป็นอย่างนี้ก็เพราะว่าเขาเป็นสาเหตุ ป๊อดจึงยิ้มแล้วพูดว่า

"ผมเข้าใจครับคุณวิไล  แต่ถ้าสิ่งนั้นเป็นภาพถ่ายมันก็ต้องมีฟิล์ม กล้อง หรือโทรศัพท์ที่ใช้ถ่ายภาพเหล่านี้ ใช่ไหมครับ"


วิไลตาเบิกกว้าง หันมองไปรอบๆห้อง  แล้วตรงเข้าไปยังกางเกงของเชิดที่ถอดกองอยู่กับพื้น พร้อมกับล้วงมือเข้าไป
ในกระเป๋ากางเกงแล้วดึงเอาโทรศัพท์ของเชิดออกมา   วิไลเปิดหาภาพในโทรศัพท์จนพบแล้วกดลบทิ้งรูปของเธอทุกรูป
ที่มีอยู่ในนั้น ก่อนที่จะขว้างโทรศัพท์นั้นลงกับพื้นจนแตกออกเป็นชิ้นๆ 

"ขอบใจเธอมากนะป๊อด   หากไม่ได้เธอฉันคงแย่แน่ๆ"


แล้ววิไลก็หันไปมองร่างของเชิดที่นอนแน่นิ่งอยู่  พร้อมกับดึงโทรศัพท์ของตัวเองออกมา

"ฉันจะโทรหาตำรวจให้เอามันไปเข้าคุก"


"เดี๋ยวครับ  คุณวิไล  ถ้าคุณวิไลโทรหาตำรวจ ตำรวจก็จะสืบหาสาเหตุที่คุณวิไลเข้ามาหาน้าเชิด  แล้วคงจะโยงไปถึง
รูปถ่ายพวกนี้  ผมว่าถ้าคุณวิไลไม่อยากให้ใครรู้เห็นเรื่องราวเกี่ยวกับรูปถ่ายพวกนี้ก็อย่าแจ้งความเลยครับ"

วิไลฟังที่ป๊อดพูดก็เห็นจริง   เธอลืมไปว่าหากเชิดปากโป้งพูดถึงเรื่องในภาพถ่าย  ถึงแม้ว่าจะไม่มีหลักฐานแล้ว
แต่เถ้าแก่เจียงก็คงคิดสงสัยเป็นแน่  เธอจึงเปลี่ยนความคิด เรียกคนงานชายในบ้านให้เข้ามาพบเธอ


เพียงครู่หนึ่ง คนงานชายกลุ่มหนึ่งก็พากันเข้ามาหาเธอที่เรือนไม้

"สิม  จ่อย  ปลั่ง  แก 3 คน ช่วยกันเก็บเสื้อผ้าไอ้เชิดใส่กระเป๋าแล้วเอาตัวมันไปให้พ้นจากบ้านของฉัน
อ้อ....รอให้มันฟื้นแล้วช่วยซ้อมมันให้หลาบจำด้วย  มันจะได้ไม่กล้าคิดชั่วกับฉันอีก"


ทั้งสามคนขานรับคำสั่ง แล้วก็เริ่มจัดการทำตามสิ่งที่วิไลสั่งไปทันที   วิไลหันมามองป๊อดแล้วก็พูดขึ้นว่า

"ป๊อด...ฉันต้องขอขอบใจเธออีกครั้งนะ........เอ...แล้วเธอรู้ได้เนี่ย....ว่าฉันถูกไอ้เชิดมันทำร้าย"


ป๊อดนิ่ง  อ้ำอึ้งคิดไม่ออกว่าจะตอบโต้อย่างไรดี  แต่แล้วเสียงของน้าขิกก็ดังขึ้น

"ก็บอกมันไปซิวะ ว่าเอ็งเดินอยู่แถวนี้พอดี แล้วได้ยินเสียงนังนี่ร้องให้ช่วย"


แล้วป๊อดก็ตอบออกไปตามที่น้าขิกแนะนำทันที


"พอดีผมเดินออกมาตรวจดูประตูหลังบ้านนะครับ ก็เลยได้ยินเสียงคล้ายเสียงคุณวิไลร้องให้ช่วย
ก็เลยแน่ใจว่า คุณวิไลต้องอยู่ในห้องนี้แน่ๆ"


พอวิไลได้ยินคำตอบเธอก็ยิ้มให้กับป๊อด  พร้อมกับก่อเกิดความรู้สึกด้านดีในตัวป๊อดขึ้นอย่างมาก

"ไปเถอะป๊อด  เรากลับไปพักผ่อนกัน ดึกมากแล้ว"

แล้วทั้งคู่ก็เดินไปจากเรือนของเชิด แล้วแยกย้ายไปนอนพักผ่อนที่ห้องของตน

----------

เป็นเวลาสองสัปดาห์แล้ว  ที่รถสีดำของมาร์คแวะเวียนมารับและส่งหลิว  ป๊อดคอยเฝ้าติดตามดูพฤติกรรมของมาร์ค
ด้วยการทำทีว่ากำลังทำงานอยู่บริเวณใกล้เคียงทางเข้าออกประตูบ้านทั้งเวลาเช้าและเย็น โดยกะเวลาให้ใกล้เคียงกับที่มาร์คจะเข้ามา
เขารู้สึกหงุดหงิดใจที่เห็นทั้งคู่สนิทสนมกันมากขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ  จนวันหนึ่งมาร์ครู้สึกแปลกใจที่เห็นป๊อดเกือบทุกครั้งที่เขามารับมาส่งหลิว
จนในเย็นวันนั้นหลังจากที่เขามาส่งหลิวแล้ว  ก็อยู่รอจนหลิวเดินเข้าไปในตัวบ้าน จึงเดินเข้ามาหาป๊อดที่กำลัง
ตัดแต่งกิ่งไม้อยู่แล้วพูดขึ้นว่า


"เฮ้ย.....มึงตั้งใจมาดักดูกูใช่ไหม..ฮึ..........มึงชอบหลิวเหรอ.."


ป๊อดรู้สึกตกใจ ที่มาร์คพูดออกมาตรงใจดำของเขา


"เห็นหลิวเขาเล่าให้กูฟังว่า  มึงเป็นเด็กวัดที่มาอาศัยเขาอยู่ใช่ไหมวะ   ฮ่าๆๆๆ  ขำว่ะ  ดอกฟ้ากับหมาวัด"


ป๊อดถึงกับเบิกตากว้างด้วยความโกรธ  จ้องมองหน้ามาร์คนิ่งอยู่หลายนาที  แล้วก็รู้สึกว่า จิตของตนเองกำลังตก
จึงพยายามหายใจช้าๆ  เพื่อระงับความโกรธที่ก่อตัวขึ้น  แต่แล้วน้าขิกก็พูดขึ้นว่า

"ไอ้หนู...เอ็งต้องการอัดปากมันซักทีไหม....เดี๋ยวข้าช่วย"


"ไม่น้า...ปล่อยมันไป"


มาร์คเห็นป๊อดพูดพึมพำอยู่คนเดียว แล้วหันหลังเดินหนีเขาไป ก็พูดตามหลังป๊อดออกมา

"อีกไม่นาน กูก็คงจะได้ฟันน้องหลิวแล้ว...แล้วก็คงจะได้อีกหลายทีหลังจากนั้น  มึง....ต้องรอกูเบื่อก่อนก็แล้วกันนะ
ไอ้หมาวัด  ฮ่าๆๆๆๆ"

ป๊อดหยุดเดินด้วยความรู้สึกพลุ่งพล่าน  แล้วพยายามสะกดอารมณ์โกรธที่กำลังพุ่งพวยขึ้นมาอีกครั้ง  ด้วยใจจริงแล้ว
เขาอยากจะใช้อำนาจแห่งปลัดขิกจัดการกับมาร์คให้สาสมกับความโกรธของเขาในตอนนี้  แต่เขาคิดถึงคำของพ่อ
จึงพยายามสะกดกลั้นอารมณ์โกรธเอาไว้แล้วรีบเดินจากไปโดยเร็ว


สองวันต่อมาในตอนเช้า ป๊อดยังคงทำทีเป็นว่ามีงานอยู่บริเวณปากทางประตูบ้านเหมือนเช่นเคย  แต่เช้าวันนี้กลับเปลี่ยนไป
รถสีดำของมาร์คไม่มาจอดรอตอนเช้าเหมือนเช่นเคย แต่เขากลับเห็นหลิวใส่ชุดนักศึกษาเดินออกมาเหมือนกับว่ากำลังจะออกนอกบ้าน
ป๊อดจึงร้องทักหลิวขึ้น

"คุณหลิวครับ....คุณหลิวจะไปไหนครับ"

.
"ไปมหาลัยจ้ะ....."


"อ้าว....ไม่มีรถมารับแล้วจะไปยังไงล่ะครับ"


"ไปรถประจำทาง.....ฉันยังหนักใจอยู่เลยเนี่ย....ฉันยังไม่เคยเลยจริงๆนะป๊อด กับการขึ้นรถประจำทาง  แต่คงต้องหัดแล้วล่ะ
จะได้เป็นเหมือนคนอื่นเขาซะที"


."แล้วทำไมไม่ใช้รถของบ้านเราล่ะครับ"


"มีแต่รถ...คนขับไม่อยู่ซักคน..น้าใจก็ป่วย  ฉันก็ขับรถไม่เป็น     แหม....เสียดายจังถ้าป๊อดขับรถเป็นก็ดีนะสิ
จะได้ไปส่งฉัน"


พอป๊อดได้ยินอย่างนั้นก็นึกเสียใจที่เขาขับรถไม่เป็น   แล้วก็นึกวางแผนไว้ในใจว่าจะต้องหาวิธีหัดขับรถให้เป็นให้ได้
จะได้มีโอกาสใกล้ชิดกับหลิวมากขึ้น


"แต่ถึงขับไม่เป็นก็ไปส่งได้นะครับ  คุณหลิวรอผมเปลี่ยนเสื้อแป๊บนึง  เดี๋ยวผมจะพาคุณหลิวขึ้นรถประจำทาง"


"จริงเหรอป๊อด.....เอาสิ...ฉันจะรอ"


เมื่อป๊อดเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ทั้งคู่ก็เดินออกจากบ้านไปพร้อมกัน  ในระหว่างที่เดินไปปากซอยเพื่อรอรถประจำทาง
ป๊อดก็ชวนคุยและสอบถามถึงสาเหตุที่มาร์คไม่มารับหลิวในวันนี้ จนเขารู้ความจริงว่า มาร์คพยายามชวนหลิวไปเที่ยวกับเขา
หลังเลิกเรียนอยู่หลายครั้ง  แต่หลิวไม่ยอมไป มาร์คจึงรู้สึกไม่พอใจต่อว่าหลิว  จนมาถึงเช้าวันนี้ก็ไม่ยอมขับรถมารับหลิว
เหมือนอย่างเคย

เขารู้สึกโล่งใจ หากมาร์คจะไม่มายุ่งวุ่นวายกับหลิวอีก  และเขายิ่งรู้สึกดีใจมากขึ้นเมื่อหลิวบอกกับเขาว่า  ความจริงเธอก็ไม่ได้คิดอะไรกับมาร์ค
เพียงแต่มาร์คเสนอตัวเข้ามา  ชวนเธอพูดคุยอยู่หลายครั้ง เธอก็เลยทดลองคบดูเพื่อศึกษานิสัย  แต่ถ้าหากมันเข้ากันไม่ได้
มาร์คก็คงจะเลิกไปเองเหมือนที่เป็นอยู่ตอนนี้


ป๊อดหน้าบานอย่างมีความสุข เมื่อรู้ว่าสิ่งที่เขากำลังเป็นกังวลมันได้คลี่คลายไปในทางที่ดีแล้ว  ทั้งคู่ก้าวขึ้นรถประจำทางที่มาจอดเทียบ
แต่ไม่ได้ที่นั่ง  หลิวพึ่งเคยขึ้นรถประจำทางเป็นครั้งแรก และก็พึ่งสัมผัสกับการยืนบนรถประจำทางเป็นครั้งแรกเช่นกัน  เธอค่อนข้างเก้ๆกังๆ
กับท่ายืนที่ต้องใช้มือจับเหล็กที่พนักเก้าอี้ และการวางเท้าเพื่อต้านแรงโคลงเคลงของรถเวลาเบรค  ร่างของเธอจึงไม่ค่อยมั่นคงนัก
และมักจะเซมากระทบกับป๊อดที่ยืนประกบอยู่ข้างๆอยู่บ่อยครั้ง

"อุ๊ย.....ขอโทษนะป๊อด....หลิวไม่ได้ตั้งใจ"

เธอพูดขึ้น เมื่อรถเบรคกระทันหัน จนร่างของเธอเซไปกระทบกับร่างของป๊อดอย่างแรง  ใบหน้าของเธอห่างจากใบหน้าของป๊อดแค่เพียงคืบ
จนป๊อดได้กลิ่นหอมละมุนจากแก้มของเธออย่างเต็มๆ  แต่มันไม่เพียงแค่นั้นสะโพกอันเต่งตึงภายใต้กระโปรงที่รัดติ้ว ก็มักจะเซไปโดนกับเป้าของเขา
อยู่บ่อยครั้ง  จนป๊อดเริ่มมีอาการแข็งตัวอย่างควบคุมไม่อยู่

ป๊อดพยายามชวนเธอคุย เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเองไม่ให้หมกมุ่นคิดอย่างนั้นกับเธอ  การพูดคุยเป็นไปอย่างเพลิดเพลินออกรสชาติ
จนป๊อดรู้สึกว่า เพียงเดินทางร่วมกับหลิวแค่เพียงวันเดียวก็ทำให้ทั้งเขาและเธอเพิ่มความสนิทสนมกันมากขึ้น  ทั้งนี้ก็เพราะหลิวเป็นคนไม่ถือตัว
และมีอัธยาศัยที่ดี

 
เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน

งานเก่าๆของผมเชิญได้ที่ ลิงค์ด้านล่าง

https://xonly8.com/index.php?topic=164918.msg651695#msg651695

ขอบคุณท่าน Kaithai ที่กรุณาจัดทำลิงค์นะครับ

*

ออฟไลน์ karasukung

  • Junior Member
  • ***
  • 329
  • 816
    • ดูรายละเอียด
Re: อาถรรพ์ปลัดขิก ตอนที่ 6 เปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นมิตร
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2017, 04:02:29 pm »
รายต่อไปหลิวแน่ๆ 555555 เหมาหมดอย่าปล่อยให้เหลือ 5555



..✿…❤….💙 ….. 💗 …💝… 💛… 💛 ….💚 …..💛 ……❤…. 💝….💙 …..💜 …. 💗 ... 💚 …

ใครจะอ่านผลงานทุกโพสต์ในห้องนี้ ถ้าทำตามกติกา-เงื่อนไขนี้ไม่ได้ แล้วรีพลายมักง่ายผ่านไปที หรือ รีพลาย ขอบคุณครับ,ขอบคุณ,
ขอบคุณค่ะ,ติดตามครับ,สนุกมากครับ,ติดตามต่อ.
อะไรประมาณนี้ จะแบนเลยนะ ขอบคุณมากๆครับ ก็ไม่ต้อง thank,
thank you,thx
ขี้หมาหลายแหล เหล่านี้ก็อย่าให้เห็น จัดรูดแบนไปยาวๆถ้าเจอ นี่เป็นข้อตกลงไว่ก่อนอ่านระหว่างเจ้าของงาน กับสมาชิก ::Angry::
ถ้า รีพลายผิดเงื่อนไขมาหรือ โชว์พาล์วอยู่มานาน โชว์เก๋า โชว์สด โชว์เกรียน ทำมึนลองมาจะแบนเลย เพื่อสมาชิกอีกส่วนที่พร้อมทำตามกติกา
::Cheeky:: เพราะไม่เช่นนั้น รีพลายคุณอาจทำให้ สมาชิกที่ปฏิบัติตามพลอยอดอ่านไปด้วย ฉะนั้นไม่แน่ใจ อย่าพิมพ์เอามักง่ายมั่วๆ..
ถ้าคิดว่า กฏนี้มันยากก็ไปหาที่อื่นเสพนะ อย่าเข้ามาใช้มาอ่านงานที่ห้องนี้ อ๋อ ใครโดน pm เตือนถ้ายังมึนจะแบนจาก 6 เดือนเป็น 1 ปี. .


กฎที่วางนี่ไม่ได้เขียนเอา ฮา เนอะ แบนจริงใครอยู่นานแล้วคงรู้จัก แว่น ดี..คิดว่า ฉัน
แบนจริงหรือเตือนเอาสนุกเล่นๆ..อย่าๆลอง เดี๋ยวจะเสียความรู้สึกด้วยรีพลายคุณเอง
ทำตามเงื่อนไข ยากอะไร หรือ จะโชว์เกรียน..เตือน,ขอร้อง,ขอความร่วมมือ
แล้วเมื่อไม่รักษาสิทธิ์-ประโยชน์คุณเอง ก็แบนไปใช้เวปอื่น.
.


…………………………………………*.:*'゚・.。.:*゚'゚・.。.:* *.:。*゚ '゚.。. :* (◠‿◠:)*……………………………………….


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 25, 2017, 04:56:28 pm โดย areja »

*

playnut

Re: อาถรรพ์ปลัดขิก ตอนที่ 6 เปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นมิตร
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2017, 04:08:41 pm »
อยากเห็นหนิงและหลิวโดนป๊อดเย่อพร้อมกันจัง  เป็นกำลังใจให้นะคร้บ  ขอบคุณที่นำผลงานดีๆมาแบ่งปัน

*

ออฟไลน์ wink

  • Junior Member
  • ***
  • 480
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: อาถรรพ์ปลัดขิก ตอนที่ 6 เปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นมิตร
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2017, 04:10:30 pm »
ป็อดนี้ร้ายจริงๆ สงสัยจะหมดบ้านอิอิ

*

ออฟไลน์ akira

  • Junior Member
  • ***
  • 358
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: อาถรรพ์ปลัดขิก ตอนที่ 6 เปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นมิตร
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2017, 04:13:23 pm »
เป็นลางดีกับสองแม่ลูกเป็นลำดับ ส่วนคุณหลิวนี่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้วสินะครับ สนุกครับ

*

กำพล

Re: อาถรรพ์ปลัดขิก ตอนที่ 6 เปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นมิตร
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2017, 04:16:04 pm »
หลิวไม่ถือเนื้อถือตัวแต่ไอ้เด็กป๊อดอยากจะแบกขาคุณหลิวซะแล้ว

*

ออฟไลน์ kupong

  • Junior Member
  • ***
  • 541
  • 69
    • ดูรายละเอียด
Re: อาถรรพ์ปลัดขิก ตอนที่ 6 เปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นมิตร
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2017, 04:16:41 pm »
แล้วไม่ขอค่าตอบแทนที่ช่วยหน่อยเหรอะป๊อด 555

*

ออฟไลน์ crazylex

  • Senior Member
  • ****
  • 940
  • 592
    • ดูรายละเอียด
Re: อาถรรพ์ปลัดขิก ตอนที่ 6 เปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นมิตร
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2017, 04:20:06 pm »
แหม่ นึกว่าตะฃด้รางวัลจากคุณวิไลซะหน่อย

*

ออฟไลน์ plumkin

  • Full Member
  • **
  • 208
  • 215
    • ดูรายละเอียด
Re: อาถรรพ์ปลัดขิก ตอนที่ 6 เปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นมิตร
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2017, 04:22:55 pm »
ไม่ขอรางวัลพิเศษจากคุณวิไลหรอ ส่วนหลิวจะเสร็จบนรถประจำทางไหมเนี่ย

*

ออฟไลน์ lnw007

  • Junior Member
  • ***
  • 455
  • 240
    • ดูรายละเอียด
Re: อาถรรพ์ปลัดขิก ตอนที่ 6 เปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นมิตร
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2017, 04:28:16 pm »
ในบ้านมี4โดนไป2ละ ราย3นี่กำลังจะคามไป555 ขอบคุณครับ

*

ออฟไลน์ kidxero

  • Full Member
  • **
  • 187
  • 10
    • ดูรายละเอียด
Re: อาถรรพ์ปลัดขิก ตอนที่ 6 เปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นมิตร
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2017, 04:30:48 pm »
จริงๆน่าจะให้รางวัลตอบแทนป๊อดซะหน่อยน้าา อุตส่ามาช่วยแถมโดนยันไปทีนึงอีก

*

ออฟไลน์ pada

  • Full Member
  • **
  • 231
  • 94
    • ดูรายละเอียด
Re: อาถรรพ์ปลัดขิก ตอนที่ 6 เปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นมิตร
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2017, 04:30:58 pm »
ทำคะแนนสะสมไว้ก่อนเดี๋ยวดีเอง

*

ออฟไลน์ tarokub

  • Ultimate Member
  • ********
  • 3615
  • 3626
    • ดูรายละเอียด
Re: อาถรรพ์ปลัดขิก ตอนที่ 6 เปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นมิตร
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2017, 04:31:09 pm »
หลิวน่าจะเสร็จป็อด เร็วๆนี้ ขอบคุณครับ

*

ออฟไลน์ singeroil

  • Full Member
  • **
  • 131
  • 56
    • ดูรายละเอียด
Re: อาถรรพ์ปลัดขิก ตอนที่ 6 เปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นมิตร
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2017, 04:31:41 pm »
อีกหน่อยคงได้ทบทวนวิชากับน้าวิไลแน่นอนครับ

ส่วนน้องหลิววันนี้คงได้แค่เบียด ๆ กันบนรถพอกระชุ่มกระชวยพอเป็นกะสัย  อิ อิ

ขอบคุณครับ

*

ออฟไลน์ tee123

  • Tiny Member
  • *
  • 29
  • 88
    • ดูรายละเอียด
Re: อาถรรพ์ปลัดขิก ตอนที่ 6 เปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นมิตร
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2017, 04:33:13 pm »
หลังจากได้หนิง ก็กำลังจะได้น้องหลิว เก่งจริงๆนะป็อด  ::Glad:: ::Glad:: ::Glad:: ::Glad::

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ