อาถรรพ์ปลัดขิก ตอนที่ 7 ความรักกับฐานะ

อาถรรพ์ปลัดขิก ตอนที่ 7 ความรักกับฐานะ

  • 985 ตอบ
  • 27630 อ่าน
*

ออฟไลน์ Kamen Rider V-3

  • Full Member
  • **
  • 71
  • 1352
    • ดูรายละเอียด
เชิดฟื้นจากอาการสลบไสลหลังจากถูกซ้อมแล้วลากไปไว้ที่ชานชาลารถไฟเงียบๆแห่งหนึ่งด้วยอาการเจ็บปวดไปทั้งตัว
เขาพยายามฝืนตัวเองลุกขึ้นเดินไปยังห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายและตรวจสอบสารรูปตัวเอง  พอเขาเห็นใบหน้าที่บวมปวด
จากกระจกในห้องน้ำ ความแค้นของเขาก็ประทุขึ้นพร้อมกับส่งเสียงคำรามออกมา

"อีวิไล...ไอ้ป๊อด....ซักวันกูจะต้องล้างแค้นพวกมึงให้สาสม"


เชิดออกมาจากห้องน้ำแล้วล้วงมือสำรวจลงไปในกระเป๋ากางเกงตัวเองจนพบเหรียญบาทหลงเหลืออยู่สองสามเหรียญ
เขาก็ตรงไปหาโทรศัพท์สาธารณะแล้วคุยสายกับคนๆหนึ่ง  แล้วหาที่นอนพัก


เวลาผ่านไปราวสองชั่วโมง ก็ปรากฏร่างของชายคนหนึ่ง อายุราวห้าสิบเศษ เดินเข้ามาแล้วส่งเสียงเรียกเชิดให้ตื่นขึ้น

"ไอ้เชิด...ตื่นเว้ย...กูมาแล้ว...."


เชิดลืมตาขึ้นมองดูหน้าของผู้ที่เข้ามาปลุกเขา  พอเห็นว่าคนๆนั้นเป็นใครเขาก็ยิ้มออกมาอย่างยินดีร้องทักทายออกไปทันที

"พี่ชิต....พี่มาแล้วเหรอ....ช่วยฉันด้วย....ฉันถูกไอ้พวกคนรวยมันทำกับฉัน"


ชิตมองสารรูปน้องชายตัวเองด้วยใบหน้าที่เหี้ยมเกรียม

"ใคร...มันเป็นใครวะ...ถึงได้กล้าทำกับมึงอย่างนี้"

แล้วเชิดก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ชิตฟังโดยไม่ปิดบัง

พอชิตได้ฟังเรื่องราวจนจบ เขาก็ถุยน้ำลายลงพื้น พร้อมกับด่าเชิดเสียงดังทันที

"มึงนี่นะ....จะตายห่าก็เพราะเรื่องผู้หญิงนี่แหละ....มึงอยากเข้าไปอยู่ในคุกเหมือนกูเหรอไง ถึงได้หาเรื่องอย่างนี้
เออ...แต่ถึงยังไงกูก็ไม่ยอมให้ใครมาทำกับน้องกูอย่างนี้หรอก  ไป..มึงไปอยู่กับกูก่อนแล้วกูจะหาวิธีแก้แค้นให้มึงเอง"


แล้วชิตก็พาเชิดไปขึ้นรถของเขาแล้วขับออกไปจากชานชาลาแห่งนั้น

---------


และแล้วทั้งป๊อดและหลิวก็ก้าวพ้นจากสภาพแออัดบนรถประจำทางลงมายังหน้าทางเข้ามหาวิทยาลัย  ทั้งคู่อยู่ในสภาพที่อึดอัด
อยู่ครู่หนึ่งแล้วป๊อดก็ชวนคุยขึ้นทันทีเพื่อเป็นการกลบเกลื่อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรถ

"โอ้โห มหาลัยคุณหลิวใหญ่โตกว้างขวางจริงๆนะครับ   แหมเสียดาย...ผมคงไม่มีโอกาสได้เรียน"


หลิวหันมายิ้มให้กับป๊อด แล้วก็พูดขึ้นบ้าง

"ทำไมจะไม่มีโอกาสได้เรียน  ป๊อดก็สอบเทียบให้ได้วุฒิ ม 6 ไวๆสิ  แล้วก็มาสมัครเดี๋ยวหลิวแนะนำให้"


"จริงเหรอครับ....แหม....ผมอยากเรียนที่นี่จัง.... จะได้ขับรถมาส่งคุณหลิวด้วย"


"แหม...พูดเหมือนกับขับรถเป็นแล้วเลยเนอะ.........มานี่ดีกว่า......เดี๋ยวหลิวจะพาไปดูข้างในมหาลัย

แล้วเธอก็เดินนำป๊อดผ่านทางเข้าประตูมหาลัยเข้าไป โดยมีป๊อดเดินตามหลังไปไม่ห่างนัก


สภาพแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ร่มครึ้มไปด้วยต้นไม้ใหญ่   ตามทางเดินก็ถูกตกแต่งไปด้วยพันธ์ไม้พุ่มใบสวยหลากสี
ท่ามกลางความเขียวของหญ้าญี่ปุ่นที่ถูกตัดแต่งจนเรียบเหมือนปูพรมไว้ตามสองข้างทางเดิน   ป๊อดเดินไปพลาง ก็หันมองสำรวจ
สภาพแวดล้อมไปพลาง เขารู้สึกประทับใจกับสภาพแวดล้อมของมหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นอย่างมาก 

นอกเหนือจากภูมิสถาปัตย์ที่สวยงามแล้ว  ป๊อดก็ยังรู้สึกประทับใจกับความสวยน่ารักของสาวๆที่นี่ด้วย  จนเขารู้สึกเหมือนกับว่า
มหาวิทยาลัยแห่งนี้คงคัดเอาแต่คนสวยๆมาเข้าเรียนเป็นแน่   ป๊อดเดินไปพลาง  มองดูไปพลางอย่างเพลิดเพลินจนไม่รู้สึกตัวเลยว่า
หลิวได้หยุดลงแล้วหันไปพูดกับเขา

ป๊อดเดินเข้าไปจนเกือบจะชนกับหลิว  หน้าของเขาและหลิวห่างกันแค่คืบ  แต่ป๊อดหยุดเท้าของเขาไว้ได้ทัน

"อุ้ยยยย.....ขอโทษครับ คุณหลิว ผมมองอะไรเพลินไปหน่อย"



หลิว

หลิวยิ้มอย่างอ่อนหวาน

"อะไรที่ว่าน่ะ....มันคืออะไรป๊อด......สาวๆใช่ไหม"


ป๊อดรีบปฏิเสธทันทีที่ได้ยินหลิวกระเซ้าได้ตรงกับใจของเขา

"ปะ...ปะ....เปล่า......ครับคุณหลิว.......ที่นี่ร่มรื่นดีน่ะครับ  ผมชอบ"




ระหว่างที่ป๊อดกับหลิวยืนคุยกันอย่างสนิทสนมอยู่นั้น  ทั้งคู่ไม่รู้สึกตัวเลยว่า ในซุ้มกาแฟที่ห่างออกไปไม่ไกลนัก
มาร์คกำลังจ้องมองมาด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง


"เฮ้ยมองอะไรอยู่วะมาร์ค   กูเห็นมึงจ้องอยู่นานแล้ว"


เพื่อนของมาร์คที่นั่งในซุ้มกาแฟร้องถามขึ้นพร้อมกับหันไปมองยังจุดที่มาร์คกำลังสนใจอยู่

"โอ้โห  สวยนี่หว่า  สนเหรอวะเพื่อน"


มาร์คหันหน้ากลับมาแล้วก็พูดขึ้น

"ก็คนนี้แหละที่กูเล่าให้พวกมึงฟังไง   กูสีอยู่เกือบเดือนยังไม่ได้อะไรซักอย่าง  แม่งหวงตัวชิบหาย  ชวนไปไหนก็ไม่ไป 
จับมือถือแขนก็ไม่ได้   กูนะอุตส่าห์ตื่นแต่เช้าขับรถไปรับทุกวัน   เย็นกูก็ไปส่ง  ถ้าเป็นคนอื่นเสร็จกูไปนานแล้ว"


"ตกลงมึงถอดใจแล้วใช่ไหม   งั้นกูต่อนะ"


"เฮ้ย.....เฮ้ย......ได้ไง....มึงคิดว่าคนอย่างกูจะยอมอะไรง่ายๆเหรอวะ    กูมีแผนอยู่แล้ว หวงตัวอย่างนี้กูชอบ"


"เออ....ถ้าไม่ไหวก็ถอยไป....รู้จักเปิดทางให้เพื่อนบ้าง......แล้วไอ้หอกที่คุยอยู่กับน้องเขานี่ใครวะ"


มาร์ค  เบะปากแล้วหัวเราะอยู่ในลำคอ

"อ๋อ.....ไอ้หมาวัด....คนรับใช้บ้านหลิวเขา.....แม่งแอบชอบหลิว....กระจอกแต่ไม่เจียม"



"เฮ้ยมึงพูดเหมือนหึงมันเลยนะเว้ย มาร์ค.......หรือว่ามึงจีบสู้ไอ้กระจอกนั่นไม่ได้วะ.....ฮ่าๆๆๆๆๆ
กูว่า มันน่าจะทำคะแนนได้ดีกว่ามึงแล้วนะ"


มาร์คโกรธหน้าแดงขึ้นทันทีที่ได้ยินเพื่อนล้อแบบนั้น  เพราะในใจเขาเองตอนที่เห็นภาพป๊อดคุยกับหลิวในทีแรก
เขาก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน

"เอ้อ.....พวกมึงคอยดูก็แล้วกัน....กูจะทำให้น้องหลิวตามตูดกูแจเลยทีเดียว"

แล้วมาร์คก็ลุกหนีไปด้วยอารมณ์ที่ขุ่นเคือง



หลิวพาป๊อดไปชมอาคารเรียน ระหว่างทางที่จะเข้าสู่คณะของเธอ  พอใกล้จะถึงคณะ เธอก็แวะเข้าไปที่โต๊ะ
ม้าหินอ่อนที่มีนักศึกษาหญิงนั่งอยู่กลุ่มหนึ่ง

"หลิว.....มานี่เร็ว..ฉันจะให้แกรองเท้าดูรองเท้าของนังแอนท์มัน...มันแอบไปสอยมาโดยไม่บอกพวกเรา"


หลิวยิ้ม แล้วรีบเดินตามเข้าไปตามเสียงเรียก  โดยป๊อดก็เดินตามเข้าไปแล้วหยุดอยู่ห่างๆ

"อื้อหือ ...แอนท์สวยอ่ะ....แกทำอย่างนี้ได้ไง...แอบไปคนเดียวโดยไม่บอกฉันเนี่ย"

ระหว่างที่สาวๆกำลังคุยกระเซ้าเย้าแหย่กันอยู่นั้น  ป๊อดก็ยืนมองดูนักศึกษาหญิงที่เป็นเพื่อนกับหลิวอีกสองคน
อย่างสนใจ  เพราะพวกเธอก็จัดได้ว่าเป็นหญิงสาวที่มีความสวยไม่แพ้หลิวเลยทีเดียว แต่ต่างกันที่คนละรูปแบบ
เท่านั้น



แอนท์


แอนท์ เจ้าของรองเท้าคู่สวยที่ถูกเพื่อนๆต่อว่า เป็นสาวหน้าหวาน เธอมีดวงตาที่กลมโตไว้ผมยาวปะบ่า ผิวของเธอขาวสะอาดสะอ้าน
แต่ดูเหมือนเธอจะดูนิ่งๆไม่ค่อยพูด ผิดกับอีกคนหนึ่งที่ดูจะเป็นคนมีความมั่นใจสูง บุคลิกขี้เล่น คุยสนุก เธอมีรูปร่างที่สูงดูปราดเปรียว
และรวบผมไว้ข้างหลังแบบลวกๆ เหมือนไม่ใส่ใจ แต่ป๊อดกลับเห็นว่า เธอดูสวยเซ็กซี่ยิ่งกว่าแอนท์ เสียอีก
เธอสามารถเรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนๆได้ไม่ขาดระยะ จนป๊อดเองต้องยิ้มตาม เวลาที่เธอเล่นมุขกับเพื่อนๆของเธอ เธอคนนี้มีชื่อว่า มีน



มีน


"ป๊อด  มานี่เร็ว"

เสียงหลิวเรียกเขาให้เข้าไปหาพร้อมกับกวักมือเรียก

ป๊อดยืนยิ้มอย่างประหม่าอยู่ครู่หนึ่ง จึงตัดสินใจเดินเข้าไปหาหลิวแล้วหยุดยืนใกล้ๆเธอ  ท่ามกลางการจ้องมองของอีกสองสาว
อย่างสงสัย

"แอนท์ มีน  นี่ป๊อด น้องของหลิวเอง....ป๊อด...นี่แอนท์กับมีน เพื่อนหลิว"

ป๊อดยกมือไหว้ทั้งสองสาว จนทั้งคู่แทบจะยกมือรับไหว้ไม่ทัน

"สวัสดี จ้า.....แหม...ไม่ต้องไหว้หรอก ...เล่นเอาซะแก่เลย"

"ใช่..พึ่งรู้นะเนี่ยว่าหลิวมีน้องชายด้วย  นั่งก่อนสิป๊อด"

ทั้งสองสาวพูดคุยทักทาย แล้วเชื้อเชิญให้ป๊อดนั่งลงที่ม้าหินอ่อนด้วยกัน  เมื่อป๊อดนั่งลงแล้วจึงมีโอกาสได้พิจารณา
ทั้งสองสาวในระยะใกล้  มีนถึงแม้ว่าเธอจะไม่ค่อยแต่งตัวนัก แต่ใบหน้าของเธอก็ดูสวยใสน่ารัก เหมาะกับบุคลิก
ขี้เล่นของเธอ เธอมักชวนพูดคุยกับป๊อดอยู่เป็นระยะเพื่อไม่ให้เขาเกิดอาการเก้อเขิน  ผิดกับแอนท์ที่มักจะนิ่งๆ และพูดคุย
พอเป็นมารยาทเท่านั้น

ระหว่างที่การพูดคุยกำลังดำเนินไปอยู่นั้น จู่ๆก็มีเสียงทักทายดังขึ้นมาจากด้านหลังของป๊อด

"หลิว......อยู่นี่เอง  มาร์คเดินหาอยู่ตั้งนาน  ...สวัสดีครับ  แอนท์  มีน"


มาร์ค  เดินตรงเข้ามาแล้วส่งเสียงทักทายดังขึ้น  จนคนที่นั่งอยู่หยุดการพูดคุยลง

"หลิว...มาร์คขอโทษด้วยที่ไม่ได้ไปรับเมื่อเช้า  พอดีรถเสียครับ  เนี่ยก็พึ่งแก้ไขเสร็จ"


แล้วมาร์คก็ถือวิสาสะเดินเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ม้าหินที่ยังว่างอยู่อีกตัว  แล้วจ้องมองไปที่ป๊อด

"หลิว....วันนี้เอาคนใช้ที่บ้านมาทำไมครับ...หรือว่ามีข้าวของอะไรที่จะเอากลับบ้านหรือป่าว  ให้มาร์คไปส่งก็ได้นะ"

ทั้งแอนท์และมีน หันไปมองป๊อด แล้วเหลือบไปมองที่หลิวอีกครั้ง  หลิวเองก็รู้สึกตกใจที่มาร์คพูดโพล่งออกมาเช่นนี้
ในความรู้สึกของเธอ ป๊อดไม่ใช่คนรับใช้ แต่เป็นเด็กที่พ่อของเธอรับมาอุปการะเลี้ยงดู  อีกทั้งแม่ของเธอเองก็เอ็นดูป๊อด
อยู่เช่นกัน เธอจึงไม่เคยมีความรู้สึกกับป๊อดอย่างที่มาร์คพูดมา

"ไม่ใช่นะมาร์ค  ป๊อดเป็นเด็กที่หลวงตาเปลวฝากมาอยู่กับพ่อเพื่อเรียนหนังสือ ไม่ใช่คนรับใช้ พ่อกับแม่หลิวก็ไม่เคยคิดอย่างนั้น
กับป๊อด  มาร์คเอาอะไรมาพูด"

"มันก็เหมือนกันนั่นแหละ  ก็มาอยู่บ้านหลิว ทำงานให้ที่บ้านแลกข้าวแลกน้ำ  จะให้เรียกว่าอะไร  ใช่ไหมวะป๊อด
ความจริงก็คือความจริง"


มาร์คหันไปยิ้มพร้อมกับส่งสายตายียวนให้กับป๊อด

ก่อนหน้านี้ ป๊อดมีเพียงแค่อาการเคอะเขินที่อยู่ท่ามกลางสาวสวยเท่านั้น  แต่ตอนนี้เขากลับมีอาการเหมือนถูกตบหน้า
อย่างแรง   เขารู้สึกทั้งโกรธและหดหู่ เมื่อเห็นท่าทีของมาร์ค และสายตาของสองสาวที่จ้องมองมายังเขา ทำให้เขา
ไม่สามารถทนนั่งอยู่ต่อไปได้อีกต่อไป

"ไม่เป็นไรครับ  คุณหลิว ผมเป็นอะไรก็ได้ทั้งนั้น   ผมขอตัวกลับไปก่อนนะครับ"

แล้วป๊อดก็ลุกขึ้นเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเขาดูเรียบเฉยเหมือนไม่มีความรู้สึกใดๆเกิดขึ้น  แต่ภายในใจของเขา
กลับรู้สึกสลดหดหู่  และนึกสังเวชตัวเองที่ไม่เจียมฐานะของตน  มันเป็นความจริงอย่างที่มาร์คพูด เขาไม่สมควรเลยด้วยซ้ำ
แม้แต่ความคิด ที่จะมีความสนิทสนมกับหลิวและเพื่อนๆของเธอ 


หลิวมองตามป๊อดไปด้วยความรู้สึกสงสาร  เธอคิดที่จะเรียกป๊อดไว้แต่ก็ชะงักลงเมื่อคิดได้ว่า หากป๊อดยังคงนั่งอยู่ต่อไป
ก็คงจะรู้สึกอึดอัด และเมื่อยิ่งเห็นสายตาของเพื่อนสาวของเธอทั้งสองที่กำลังจ้องมองเธออยู่ เธอก็ได้แต่นิ่งและปล่อย
ให้ป๊อดเดินจากไป

"หลิว....แกเอาคนใช้ที่บ้านมาแนะนำให้พวกเรารู้จักทำไม...."

"เออใช่....แล้วยังมาหลอกว่าเป็นน้องของแกอีก....แกคิดจะเล่นอะไรเนี่ย"

หลิวถูกเพื่อนสาวทั้งสองต่อว่า  ก็ได้แต่รู้สึกสลดใจ  เมื่อครู่เพื่อนทั้งสองของเธอยังให้การต้อนรับพูดคุยกับป๊อด
เป็นอย่างดี แต่พอรู้ว่าป๊อดมีฐานะที่ต่ำกว่า ท่าทีของเพื่อนเธอก็กลับเปลี่ยนเป็นรังเกียจได้ทันที

"โธ่...ก็หลิวเห็นป๊อดเป็นน้องจริงๆ...เขานิสัยดีและขยัน...นี่ก็ใกล้จะสอบเทียบ ม 6 ได้แล้ว หลิวยังชวนให้มาเรียน
ที่นี่ด้วยกันเลย"

พอมาร์คได้ยินหลิวพูดออกมาอย่างนั้น ก็รู้สึกหงุดหงิดและเกลียดป๊อดเพิ่มขึ้น จนโพล่งออกมาว่า

"หลิวน่ะ...ไม่ทันมันหรอก....ไอ้เนี่ยมันใฝ่สูง...คิดจะจีบหลิวยกฐานะตัวเอง...มาร์คดูมันมานานแล้ว"

หลิวไม่รู้จะพูดอะไรต่อไปอีก เพราะยิ่งเธอพูดก็ดูเหมือนว่าเพื่อนๆของเธอก็จะยิ่งเข้าใจป๊อดผิดเพิ่มขึ้น  เธอจึงนิ่ง
ปล่อยให้มาร์คพูดไปเพียงฝ่ายเดียว ปล่อยให้วงสนทนาเลิกลากับเรื่องของป๊อดเปลี่ยนเป็นเรื่องอื่นไป




ป๊อดเดินพ้นประตูมหาวิทยาลัยออกมาแล้วตรงไปนั่ง คอยรถประจำทางที่เพิงพัก โดยไม่ได้ความสนใจเลยว่า
รถที่เขาต้องโดยสารกลับบ้านนั้นจะมาหรือไม่

"ไอ้หนู....เอ็งอย่าคิดมาก...เอ็งยังมีข้าอยู่ ขอเพียงเอ็งบอกข้าว่าเอ็งต้องการอะไร ข้าจะช่วยให้เอ็งสมปรารถนาทุกอย่าง"

เสียงของภูตแห่งปลัดขิกดังก้องขึ้นในหัวของเขา  เขาคิดอยู่ภายในใจตอบโต้กลับไป


"ไม่ล่ะ..น้าขิก...ผมมีฐานะอย่างนี้ก็ต้องยอมรับความจริง"


"แต่ข้าช่วยเอ็งได้  หากเอ็งต้องการจะอัดปากไอ้มาร์คนั่น  หรือแม้แต่จะเอานังสามคนนั่นมาทำเมีย
ข้าก็สามารถทำให้เอ็งสมหวังได้"


"ความต้องการของคนเราบางทีมันก็ต้องมีขอบเขตและความถูกต้องเหมาะสมบ้าง  ผมไม่อยากให้น้าขิกตามใจผมทุกเรื่อง 
เรื่องบางเรื่องหากทำลงไปแล้ว มันจะเกิดบาปกรรมขึ้นติดตัวทั้งต่อตัวผมและตัวน้าขิกเราก็ไม่สมควรทำ"



"ไอ้หนูเอ๊ย.......เอ็งคิดว่าข้าไม่รู้เหรอ..ว่าพ่อของเอ็งพูดอะไรกับเอ็งบ้าง.....ข้าน่ะไม่รู้หรอกว่าอะไรมันดี อะไรมันชั่ว
แม้แต่ตัวข้าเองเป็นตัวอะไร..ข้าก็ยังไม่รู้เลย ข้าเพียงแต่รับรู้ความต้องการจากจิตของเอ็งเท่านั้น 
แต่หากว่าเอ็งต้องการให้ข้ารู้จักคิดเองได้ เอ็งก็ช่วยข้าบ้างสิ"


"ช่วยยังไงล่ะ....น้าขิก...บอกมาสิ...น้าขิกช่วยผมไว้ตั้งหลายอย่าง ทำไมผมจะช่วยน้าบ้างไม่ได้"


"ก็ช่วยให้ข้ารู้และจดจำได้ว่าข้าเป็นใคร มาจากไหน  ให้ข้าได้ความเป็นตัวตนของข้ากลับคืนมา"


"แล้วต้องทำยังไงล่ะ"


"เอ็งก็ต้องพาข้าไปยังสถานที่ที่พ่อของเอ็งได้เจอกับข้า  เราคงต้องเริ่มต้น ณ ที่นั้น เพื่อสืบหาต้นตอความเป็นมาของข้า"


"เรื่องแค่นี้...น้าขิกก็ทำได้เองไม่เห็นจะต้องพึ่งผมเลย"


"เฮ้ย...เอ็งลืมแล้วหรือไง...ว่าข้าถูกสะกดให้อยู่แต่ในปลัดขิก...ถ้าเอ็งไม่เรียกข้าออกมาข้าก็คงอยู่แต่ในนั้น"


"เออใช่.......เอาสิ...น้าขิก  เราจะไปเมื่อไหร่ดี"


"ไปตอนนี้ยังไม่ได้....เอ็งยังไม่มีความพร้อม...คนที่จะเข้าป่าดงพญาไฟ ต้องมีวิชาดีติดตัวเสียก่อน ถ้าไปตอนนี้เอ็งตายแน่ๆ "


"ก็ผมมีน้าขิกอยู่แล้วจะกลัวอะไร"


"เอ็งจะพึ่งข้าทุกเรื่องไม่ได้...เวลาคับขันข้าเองก็อาจจะช่วยเหลือเอ็งไม่ทันเวลา  เอ็งต้องมีดีด้วยตัวเอ็งเองด้วย
ถ้าเอ็งคิดจะช่วยข้าจริงๆ  ข้าจะสอนให้เอ็งเอง"


พอป๊อดได้ยินว่า ภูตแห่งปลัดขิกจะสอนวิชาให้เขา เขาก็นึกถึงคำพูดของพ่อที่ว่า เหตุที่น้าขิกต้องมาเป็นอย่างนี้ก็เพราะสาเหตุ
จากการร่ำเรียนไสยดำ เขาจึงนิ่งคิดอยู่อย่างเป็นกังวล  ภูตแห่งปลัดขิกล่วงรู้ความคิดของป๊อดดีจึงพูดขึ้นว่า

"ข้ารู้....... พ่อเอ็งเขาบอกเอ็งใช่ไหมล่ะว่า ที่ข้าต้องมาเป็นอย่างนี้เพราะร่ำเรียนไสยดำ  แต่ความเป็นจริงแล้ว
พ่อเอ็งก็ไม่ได้รู้สาเหตุจริงๆ  มันเป็นเพียงการคาดเดาของพ่อเอ็งเท่านั้น 
ข้าว่าจะไสยขาว หรือไสยดำ มันขึ้นอยู่กับจิตของผู้เรียนมากกว่า  อย่างเช่นเมื่อวานนี้....จิตของเอ็งคิดจะช่วยเหลือนังวิไล
เอ็งก็ใช้ไสยดำของข้าไปช่วยมันจนรอดปลอดภัยออกมา ถ้าการกระทำอย่างนี้ เอ็งถือว่าเป็นการทำความดี 
ไสยดำของข้าก็ช่วยใหเอ็งทำความดีได้"


ป๊อดคิดตามคำพูดของภูตแห่งปลัดขิกก็เห็นจริง  ไม่เพียงแต่การช่วยวิไลไว้เท่านั้น แม้แต่ทั้งเรื่องก่อนหน้านี้ที่ วิไลและหนิง
ไม่ชอบหน้าเขา จนเปลี่ยนสถานะมาเป็นมิตรกับเขาในตอนนี้ก็เพราะไสยดำของน้าขิกช่วยเอาไว้  หรือแม้แต่เรื่องที่อาจจะเกิดขึ้น
ในภายภาคหน้า เช่นต้องช่วยหลิวให้พ้นจากการคิดชั่วของมาร์ค ก็ล้วนแต่ต้องอาศัยไสยดำของน้าขิกทั้งสิ้น

"ไอ้หนู....ถ้าเอ็งคิดจะติดตามพ่อเอ็งก็ต้องเตรียมตัวไว้ให้พร้อม ไม่อย่างนั้นก็อย่าหวังที่จะเข้าไปในป่าอาถรรพ์นั่น
เอ็งจะเอาชีวิตไปทิ้งเสียเปล่าๆ"

พอป๊อดได้ยินคำพูดนี้จากภูตแห่งปลัดขิก   เขาก็ตัดสินใจทันทีที่จะเรียนไสยดำจากน้าขิกของเขา เพราะที่ผ่านมา
เขาก็ประจักษ์ด้วยตัวเองอยู่ว่า จิตใจของผู้ใช้ต่างหากที่จะเป็นตัวกำหนดว่าจะนำไปใช้ในทางดี หรือทางชั่ว
แล้วยิ่งหากเรียนแล้ว เขาสามารถช่วยทั้งน้าขิกและพ่อของเขาได้เขาก็ยินดีที่จะกระทำด้วยความเต็มใจ

-------

ป๊อดกลับมาถึงบ้านก็เป็นเวลาเกือบเที่ยง เขาเดินผ่านประตูใหญ่เข้าไปอย่างเรื่อยเปื่อยและคิดฟุ้งซ่านมาตลอดทาง
ในระหว่างที่เขากำลังก้มหน้าเดินอย่างไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างอยู่นั้น เขาก็ต้องตื่นจากความคิดอันวุ่นวายเมื่อได้ยินเสียง
เรียกชื่อตัวเองดังขึ้น

"ป๊อด......ป๊อด......ป๊อด......"


ป๊อดเงยหน้าขึ้นมองไปตามเสียงเรียกก็พบว่า วิไลกำลังกวักมือเรียกเขาให้เข้าไปหาอยู่บนระเบียงชั้นสอง  พร้อมกับส่งเสียง
ทักทายขึ้น

"ไปไหนมาแต่เช้าล่ะป๊อด"


"เออะ...คุณวิไล....มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ"


วิไลยิ้มเมื่อเห็นท่าทีตกใจของป๊อด

"เป็นอะไร  ฉันแค่ทักเฉยๆทำไมต้องตกใจอย่างนั้นล่ะ..ฉันไม่ใช่ผีนะ"


"ขอโทษด้วยครับ...ผมใจลอยไปหน่อยน่ะครับ"


"ขึ้นมาคุยกันก่อนสิป๊อด"


ป๊อดรับคำ แล้วจึงเดินขึ้นบันไดไปที่ระเบียงตึก  แต่เมื่อไปถึงระเบียงเขากลับไม่พบวิไลยืนอยู่ ณ ที่นั้น
ป๊อดเหลียวซ้ายแลขวามองหาอยู่หลายครั้ง จึงตัดสินใจเดินไปที่หน้าห้องของเธอแล้วเคาะประตู

"คุณวิไลครับ....คุณวิไลครับ....."


"เข้ามาสิป๊อด"


วิไล

ป๊อดหมุนลูกบิดประตูเข้าไปตามคำเชิญของวิไล  ก็พบว่าเธอกำลังนั่งคอยเขาอยู่ที่โซฟากลางห้อง

"ล้อคประตูซะ...ฉันไม่ต้องการให้ใครมารบกวน"


ป๊อดมองหน้าเธออยู่ครู่หนึ่งแล้วหันไปล้อคประตูตามคำสั่งของเธอ ก่อนจะเดินมาที่กลางห้อง

"คุณวิไลต้องการให้ผมทำอะไรเหรอครับ"


"เปล่า...ฉันอยากจะขอบใจเธออีกครั้งกับเรื่องเมื่อคืน  หากไม่ได้เธอช่วยไว้ฉันคงต้องแย่แน่ๆ"


"ไม่เป็นไรครับ...ผมยินดี...และดีใจด้วยซ้ำไปที่ได้มีโอกาสตอบแทนบุญคุณเถ้าแก่เจียงและคุณวิไลบ้าง"


วิไลถอนหายใจยาวออกมา..เหมือนกับวิตกกังวล

"ป๊อด...เธอรู้ใช่ไหมว่าเรื่องเมื่อคืน เจ้าสัวจะรู้ไม่ได้เป็นอันขาด"


ป๊อดตาเบิกกว้างรีบพูดออกมาในทันที

"ไม่ต้องเป็นห่วงครับคุณวิไล...ผมจะไม่มีวันพูดเรื่องนี้กับใครเป็นอันขาด คุณวิไลสบายใจได้เลยครับ"


วิไลพยักหน้าแล้วยิ้มให้กับป๊อด

"อื้อ....ฉันเชื่อเธอ  แต่ที่ฉันเรียกเธอมาคุยในวันนี้เพราะฉันมีเรื่องอยากจะให้เธอช่วย"


"คุณวิไลสั่งมาได้เลยครับ..ว่าต้องการให้ผมทำอะไร"


"ป๊อด...ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป  เธอจะต้องไปหัดขับรถให้เป็น แล้วมาเป็นคนขับรถให้กับฉัน ฉันจะตั้งเงินเดือน
ให้กับเธอเป็นพิเศษเลยตกลงไหม"


พอป๊อดได้ยินวิไลพูดเช่นนั้น เขาก็คิดถึงหลิวขึ้นมาทันที หากเขาขับรถเป็นเขาก็จะมีโอกาสขับรถไปส่ง
หลิวด้วย  ทำให้เขารู้สึกดีใจที่จะได้รับโอกาสดีๆอย่างนี้  แต่ยังไม่ทันที่เขาจะตอบคำ วิไลก็พูดขึ้นอีกว่า


"ตอนเช้า เธอจะได้ขับรถไปส่งลูกหนิง  ส่วนในเวลากลางวันเธอก็คอยขับรถให้กับฉัน  ช่วงเย็นเธอก็ไปเรียน
ตามปกติ  อย่างนี้ลงตัวดีไหม"

พอป๊อดได้ยินอย่างนั้น ก็พูดไม่ออก ได้แต่คิดว่าสิ่งที่เขาหวังเอาไว้คงจะไม่ได้ทำตามนั้นเสียแล้ว แต่ก็ทำได้เพียง
ตอบรับคำออกไป

"ครับ"


ป๊อดตอบคำออกไป แล้วก็ต้องนิ่งเงียบทำอะไรไม่ถูก เมื่อเห็นสายตาของวิไลจ้องมองเขานิ่งอยู่โดยไม่พูดอะไร
จนครู่หนึ่งเธอก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจ แล้วใช้สายตาพิจารณาเขาไปทั่วร่างกาย


"ป๊อด ไอ้เชิดมันทำเธอบาดเจ็บที่ไหนบ้างไหม"

"ไม่ครับ...ผมเป็นปกติดี"

"แต่ฉันเห็นเธอถูกมันทำร้ายนะ  ไหนถอดเสื้อออกให้ฉันดูหน่อยซิ"



ป๊อดนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ถอดเสื้อออกตามคำสั่งของเธอ

"เข้ามาใกล้ๆฉันหน่อย"


วิไล

ป๊อดเดินเข้าไปแล้วหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของเธอห่างเพียงเอื้อมมือถึง  วิไลใช้สายตาเพ่งมองแผงหน้าอกของเขา
แล้วไล่สายตาลงมาที่หน้าท้องจนจรดไปถึงปลายเท้า  แล้วเธอก็เอื้อมมือไปแตะที่ชายโครงของเขาอย่างแผ่วเบา

"นี่ไง....ยังมีรอยช้ำอยู่เลย..เดี๋ยวฉันจะคลึงให้นะ เลือดมันจะได้ไม่คั่ง"


นิ้วมือของวิไลคลึงลงบนจุดหนึ่งที่ลอนหน้าท้องของเขาอย่างนิ่มนวล แล้วค่อยๆเลื่อนลามไปยังจุดอื่นๆอย่างแผ่วเบา
จนป๊อดรู้สึกว่ามืออันนุ่มนิ่มของวิไลกำลังทำให้เขามีความรู้สึกอื่นเกิดขึ้น

"อะ...อะ...คุณวิไลครับ...ไม่ต้องก็ได้ครับ...เดี๋ยวผมกลับไปหายามาทาเองก็ได้ครับ"


"นี่ป๊อด...เธอช่วยฉันจนต้องเจ็บตัวแบบนี้ ก็ขอให้ฉันได้ตอบแทนเธอบ้างสิ"


ป๊อดยืนนิ่งให้วิไลคลึงวนที่หน้าท้องของเขาอย่างรู้สึกอึดอัด  มันทั้งเขินอาย ทั้งเกรงใจอย่างบอกไม่ถูก
เขาจึงพยายามชวนเธอพูดคุยเพื่อลดความอึดอัดนั้นลง

"แล้วนายเชิดมันทำคุณวิไลบาดเจ็บบ้างหรือเปล่าครับ"


วิไลยิ้มพร้อมกับส่งสายตาประหลาดมาที่เขา  ประกายตาของวิไลทำให้เขารู้สึกวาบหวิวจนต้องหลบตา

"โธ่ป๊อดเธอไม่น่าถาม...เธอก็เห็นสภาพของฉันตอนที่เธอเข้าไปช่วยแล้ว  ฉันทั้งเจ็บและปวดเมื่อยไปทั้งตัวเลยเนี่ย
เธอถามขึ้นมาก็ดีแล้ว......ฉันอยากจะให้เธอช่วยนวดให้ฉันหน่อย"


แล้ววิไลก็ยืนขึ้น เดินไปหยิบชุดนอนสีชมพูที่แขวนอยู่ในตู้ แล้วตรงไปที่ห้องน้ำพร้อมกับหันมาพูดกับป๊อดว่า

"รอแป๊บนึงนะป๊อด...ฉันขอเปลี่ยนชุดก่อน เธอจะได้นวดสะดวกๆ"


แล้วเธอก็เข้าไปในห้องน้ำพร้อมปิดประตูลง ทันทีที่ประตูห้องปิด เสียงของภูตแห่งปลัดขิกก็ดังขึ้น

"ไอ้หนู....เอ็งคงรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้น"


"หยุดเลยน้าขิก...น้าไม่ต้องมายุผมเลย...ผมจะพยายามบังคับใจตัวเองไม่ฉวยโอกาสกับคุณวิไลเป็นอันขาด"


"เฮ้ย...ข้ายังไม่ได้ยุอะไรเอ็งเลยนะ....ร้อนตัวนี่หว่า.....ข้ารู้นะว่าตั้งแต่เอ็งเห็นนังนั่นถูกมัดนอนแก้ผ้าอ้าซ่าอยู่ที่เตียง
เอ็งก็อยากจะฟาดมันอยู่เหมือนกันใช่ไหมล่ะ"


"พอเลยน้าขิก...ผมไม่อยากคุยกับน้าแล้ว...ผมจะใช้สติควบคุมไม่ตามใจตัวเองเป็นอันขาด"


"เออ....แล้วข้าจะคอยดู"


แล้ววิไลก็เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดนอนสีชมพูผ้าลื่นบางเบา มันเป็นชุดนอนแขนกุดที่มีความยาวของชุดแค่เพียงเหนือเข่า 
วิไลเป็นผู้หญิงที่ผิวขาวอยู่แล้ว ยิ่งได้สีชมพูของชุดนอนที่เธอกำลังสวมใส่อยู่ มันก็ยิ่งขับผิวของเธอให้ดูขาวเนียนโดดเด่นยิ่งขึ้น
จนป๊อดถึงกับมองเธอนิ่งอย่างเสียมารยาท  เขายอมรับอยู่ภายในใจว่าวิไลทั้งสวยและดูอ่อนวัยกว่าปกติที่เขาเคยเห็นเมื่ออยู่ในชุดนี้

"เป็นยังไงป๊อด....มองนิ่งเชียว มีอะไรผิดปกติเหรอ"


"อ้อ...ปะ...ปะ...ป่าวครับ..ผมไม่ชินตาน่ะครับ"


"แล้วสวยหรือไม่สวยล่ะ"


"สวยครับ....สวยมากครับ"


วิไลยิ้มออกมาอย่างพอใจ  และเป็นยิ้มที่ออกมาจากความรู้สึกของเธอจริงๆที่ได้ยินคำนี้จากป๊อด  เธอเดินนวยนาดมาที่เตียง
นอนขนาดสองคนนอน แล้วเอนกายนอนคว่ำหน้าลง

"เอ้าป๊อด....มาที่เตียงนี่สิ...มานวดให้ฉันหน่อย"

ป๊อดกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก  แล้วก้าวเท้าขึ้นไปอยู่นั่งอยู่บนเตียงร่วมกับวิไล

"เอ่อ.....คุณวิไลจะให้ผมนวดตรงไหนครับ"
เสียงของป๊อดทั้งสั่นทั้งแผ่วเบา 

"ก็ทั้งตัวนั่นแหละ..."
วิไลพูดออกมาโดยไม่เหลียวมามองป๊อด


ป๊อดมองดูเรือนร่างของวิไลเพื่อหาจุดนวด แต่เมื่อได้เห็นชุดนอนผ้าลื่นที่ทิ้งตัวลงแนบไปกับสะโพกอันโด่งงอน
และเรียวขาทั้งสองอย่างชัดเจน เขาก็ไม่กล้าที่จะสัมผัสมือลงไปที่ส่วนสัดเหล่านั้น  ป๊อดเลือกที่จะเริ่มนวดที่ลำคอและไหล่
ของเธอ

"อืมมม....ดีจังเลยป๊อด......"


ป๊อดเห็นอาการของวิไลเหมือนมีท่าทีว่ากำลังสบาย เขาก็เพิ่มความตั้งใจใช้นิ้วกดคลึงบริเวณลำคอและหัวไหล่มากขึ้นกว่าเดิม
แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็ยังคงนวดอยู่แต่ที่ตรงจุดจุดนั้นจนวิไลต้องพูดเตือนขึ้น

"ช่วยไล่ลงไปที่หลัง  สะโพก แล้วก็ขาด้วยป๊อด"


ป๊อดมองลงไปยังจุดที่วิไลต้องการให้นวด แล้วไล่มือจากหัวไหล่ลงมาที่แผ่นหลังตามคำขอของวิไล เขาวางฝ่ามือทั้งสองลงแล้วค่อยๆ
ส่งแรงกดไปที่แผ่นหลังของเธอไล่ต่ำลงไปทีละน้อย ๆ  จนมาถึงบริเวณก้นกบพร้อมกับจ้องมองอยู่ที่สะโพกอันโด่งงอนของเธอ 
ก่อนจะตัดสินใจเคลื่อนมือทั้งสองลงไปสัมผัสมันจนเต็มฝ่ามือของเขาและรับรู้ได้ถึงความเต่งตึงของหนั่นเนื้อภายใต้ผ้าลื่นบางเบา
ของชุดนอน จนเขาต้องพยายามสะกดความคิดไม่ให้คล้อยตามไปกับสัมผัสที่กำลังได้รับ  แต่ก็ดูเหมือนว่ายิ่งสัมผัสมากขึ้น
มันก็เริ่มไม่ได้ผล มือของเขาเริ่มออกแรงบีบเค้นสองแก้มก้นของวิไลมากขึ้นตามอารมณ์ที่เริ่มก่อตัว จนในที่สุด
มันก็กลายเป็นการเค้นคลึงหนั่นเนื้อทั้งสองของเธอจนเต็มฝ่ามืออย่างจงใจ และในตอนนี้เองทำให้เขารู้ว่า วิไลไม่ได้ใส่กางเกงใน


ถึงตอนนี้ลมหายใจของป๊อดก็ไม่เป็นปกติเสียแล้ว เขาทั้งหายใจแรงและถี่ขึ้น ความประหม่าที่มีอยู่ในตอนแรกลดลง
จนเกือบจะหมดไป เหลือเพียงอารมณ์และความต้องการที่จะสัมผัสเรือนร่างของเธอมากขึ้น  เขาลอบมองไปดูใบหน้าของวิไล
เห็นเธอกำลังหลับตาพริ้มอย่างรู้สึกสบาย เขาจึงตัดสินใจเคลื่อนตัวลงมาที่ท่อนล่างเพื่อเปลี่ยนมานวดที่เรียวขาทั้งสองของเธอ

ป๊อดวางมือลงบนโคนขาที่เชื่อมต่อกับสะโพกพร้อมกับออกแรงบีบมือลงไปอย่างนิ่มนวล ความขาวนวลเนียนของเธอทำให้เขา
อดไม่ได้ที่จะทำตามใจตัวเองด้วยการเลื่อนฝ่ามือไล่ลงไปในลักษณะลูบไล้ แทนการยกฝ่ามือทั้งสองขึ้น และครั้งนี้ฝ่ามือของเขา
ก็ได้สัมผัสกับผิวเนื้ออันนุ่มเนียนมือแท้ๆของวิไล พร้อมกับใช้สายตาสำรวจเรียวขาทั้งสองของเธออย่างใกล้ชิด
มือของป๊อดบีบเค้นและลูบไล้ไปตามลำขาอ่อนของวิไลจากสะโพกไปถึงหัวเข่า และจากหัวเข่าไปถึงสะโพกด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น
อย่างที่สุด จนบางครั้งเขาก็เผลอไผลล่วงล้ำมือลึกเข้าไปในชุดนอนที่ร่นลึกเข้าไป แต่ก็ยังไม่ถึงเป้าหมายที่เขาต้องการสัมผัสมัน
เขาก็เคลื่อนมือออกมาเสียก่อนด้วยความหวั่นเกรง

เขาเหลือบมองดูวิไลอีกครั้ง ก็ยังคงเห็นเธอหลับตานิ่งอยู่ เขาจึงตัดสินใจเคลื่อนตัวต่ำลงไปที่ปลายเท้า เพื่อพิสูจน์ให้เห็นกับตาว่า
เธอไม่ได้ใส่กางเกงในจริงหรือไม่  มือของเขาบีบนวดปลีน่องของเธอแต่สายตากลับจ้องมองเข้าไปในช่องหว่างขาที่เปิดอ้าออก
เพียงเล็กน้อย  แต่แล้วเขาก็ต้องพบกับความผิดหวัง เพราะชุดนอนผ้าลื่นของเธอทิ้งน้ำหนักของมันบิดบังเอาไว้

ป๊อดยังคงนวดน่องและปลายเท้าของเธอต่อไปด้วยความผิดหวัง  และเริ่มที่จะควบคุมอารมณ์ได้  แต่จู่ๆวิไลก็พูดขึ้นพร้อมกับ
พลิกตัวเปลี่ยนมาเป็นนอนหงาย

"ป๊อด....ฉันของพลิกตัวหน่อยนะ นอนคว่ำนานๆมันแน่นหน้าอก"


แต่ป๊อดแทบไม่ได้ฟังคำที่เธอพูดเลย เพราะขณะที่เธอพลิกตัว ขาทั้งสองข้างของเธอก็แยกออกในลักษณะชันเข่า
ทำให้เขามองเห็นเนินสามเหลี่ยมที่ประดับไปด้วยเส้นขนดกดำในระยะใกล้อย่างชัดถนัดตา  มันทั้งใหญ่และโคกนูน
จนอารมณ์ของเขาเตลิดไปไกล

จนเมื่อเธอลดเข่าลงราบไปกับที่นอน ป๊อดก็ถึงกับมองหน้าเธออย่างเสียดาย  วิไลมองสบตากับป๊อดแล้วยิ้มให้

"เป็นอะไรไปป๊อด  เหนื่อยเหรอ  อะไร...นวดให้ฉันแค่นี้ถึงกับหอบเลยเหรอ"


ป๊อดทำสีหน้าไม่ถูก  ได้แต่ยิ้มตอบไปแบบเจื่อนๆ

"ผมไม่เหนื่อยครับ...ผมยังนวดได้"


"ฮิๆๆๆ....งั้นเธอนวดให้ฉันต่อนะ"


แล้ววิไลก็หลับตาลง นอนแผ่หราให้เขานวดต่อ  ป๊อดเห็นเธอหลับตาลงแล้ว ก็ทอดสายตาลงมามองดู
หน้าอกของเธอที่กระเพื่อมขึ้นลงช้าๆตามจังหวะลมหายใจ  แล้วก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองดูยังจุดที่ทำให้เขา
เกิดอารมณ์หวั่นไหวเมื่อสักครู่ 

แล้วเขาก็ถึงกับจ้องนิ่งอยู่อย่างนั้น เมื่อพบว่าตรงเป้าของวิไลมันนูนเด่นชัดเจนเสียจนเรียกได้ว่าแทบจะไม่มีผ้าปกปิด 
ชุดนอนผ้าลื่นอันพริ้วเบาของเธอได้ทิ้งน้ำหนักของตัวมันลงจนส่งผลให้มองเห็นโคกสวาทของเธอได้อย่างแจ่มชัด 
ผ้าที่ทั้งมันและบางจนทำให้มองเห็นเส้นขนสีดำที่ปกคลุมเนินเนื้อนั้นได้อย่างชัดเจนอีกด้วย

ป๊อดยิ่งจ้องมองเขาก็ยิ่งไร้หนทางที่จะสะกัดกลั้นอารมณ์ของตนเองไว้อีกต่อไป  ลำเอ็นของแข็งตั้งลำขึ้นมาจนคับแน่น
ไปทั้งเป้ากางเกง  ป๊อดกลืนน้ำลายลงคอแล้วใช้สองมือบีบนวดลงบนเรียวขาทั้งสองของวิไลต่อไป แต่ครั้งนี้อารมณ์กระสัน
กลับผลักดันให้เขามีความกล้ามากขึ้น จนหลายครั้งที่มือของเขาลามไปสัมผัสกับเนินเนื้ออันนูนเด่นของเธอ แล้วแกล้งทำให้
ชุดนอนของเธอร่นสูงขึ้นจนเผยให้เห็นร่องและส่วนปลายของกลีบเนื้อทั้งสองอย่างชัดเจน

ถึงตอนนี้ป๊อดก็เอาแต่จ้องมองแล้วจินตนาการไปไกล  เขากำลังคิดว่าเขาได้แบะกลีบทั้งสองของเธอออก แล้วใช้ลิ้น
ลากเลียชิมรสชาติของเธอด้วยความสะใจ  จากนั้นเขาก็ยัดท่อนเอ็นเข้าไปกระแทกกับโคกนูนอันมโฬารของเธอด้วยความเมามัน
พอคิดถึงตรงนี้  เจ้าท่อนเอ็นของเขาก็ขยับขึ้นลงด้วยความต้องการอย่างที่สุด

ป๊อดกำลังเพลิดเพลินไปกับการจ้องมองดูโคกสวยของวิไล แล้วอยู่จมในภวังค์ จนมารู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงของวิไลดังขึ้น

"ป๊อด.....เธอเปิดประตูลมเป็นไหม...ช่วยทำให้ฉันหน่อยสิ"


ทำไมเขาจะทำไม่เป็น  ก็ตอนที่เขาอยู่กับหลวงตาเขาก็ทำให้กับหลวงตาอยู่บ่อยๆ  แต่ไอ้ท่าเปิดประลมมันต้องใช้มือทั้งสอง
กดลงไปนิ่งๆบริเวณง่ามขาทั้งสองของผู้ถูกนวด  ดังนั้นทั้งมือทั้งใบหน้าของเขาจะอยู่ในตำแหน่งใกล้ชิดมากๆกับเป้าของเธอ

"ปะ...ปะ...เป็นครับ"


ป๊อดทั้งรู้สึกตื่นเต้น ทั้งประหม่าจนทำอะไรไม่ถูก  จริงๆในตอนนี้เขาเองก็รู้สึกเงี่ยนอย่างมาก แต่ก็ไม่กล้าที่จะเป็นฝ่ายเริ่ม
ป๊อดลุกขึ้นย้ายตัวเองไปนั่งอยู่กลางหว่างขาของวิไลโดยไม่ต้องให้วิไลเรียกซ้ำ  แล้วก็นั่งกลืนน้ำลายนิ่งทำอะไรไม่ถูกอยู่อย่างนั้น
เมื่อถึงเวลาที่จะต้องลงมือจริงๆ  จนวิไลเปิดตาขึ้นมองมาที่ป๊อดด้วยสายตาที่เชื่อมหวาน แล้วพูดขึ้น

"อ้าว...ไหนบอกว่าเป็นไง....แล้วทำไมนั๋งนิ่งอย่างนั้นล่ะ...มา.....ฉันจะทำให้เธอดูเป็นตัวอย่าง"

แล้ววิไลก็ลุกขึ้นนั่ง แล้วดึงป๊อดให้ลงไปนอนแทนที่เธอพร้อมกับเคลื่อนตัวไปอยู่ที่กลางหว่างขาของป๊อด
เธอจ้องมองที่ลำเอ็นของเขาที่กำลังแข็งเป็นลำจนนูนเด่นออกมานอกกางเกง แล้วยิ้มอย่างพอใจ

"โอ๊ะ....คุณวิไลจะทำอะไรครับ"


ป๊อดพูดออกมาอย่างระล่ำระลักด้วยความตกใจเมื่อรู้ตัวว่าวิไลกำลังจะปลดตะขอกางเกงและรูดซิปของเขาลง

"อยู่นิ่งๆน่า....ป๊อด   เปิดประตูลมจะใส่กางเกงอยู่อย่างนี้ได้ไงล่ะ"


วิไลรูดกางเกงของเขาออกไปทางปลายเท้า แล้วหันมาจับขอบกางเกงในของเขาเตรียมที่จะรูดลงมา
แต่ป๊อดรีบใช้มือรั้งมันเอาไว้ได้ทัน

"ปล่อยมือเถอะป๊อด....ทีตอนเธอไปช่วยฉันที่ห้องไอ้เชิด เธอยังเห็นของฉันหมดเลย  ใส่กางเกงอยู่อย่างนี้
มันทำไม่ถนัด"

วิไลพูดด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยจนเขาไม่กล้าขัดขืน  ปล่อยให้เธอรูดกางเกงในออกจากร่างของเขาแต่โดยดี  และพอกางเกงใน
หลุดออกจากร่างของเขา ลำเอ็นที่แข็งตัวจากความเงี่ยนที่สะสมมาอยู่เป็นเวลานาน ก็ผงาดตั้งขึ้นเป็นลำเด่นออกมาจนวิไล
ต้องหยุดมองมันอย่างสนใจ  เพราะมันช่างมีลักษณะเหมือนกับที่เธอได้เห็นในความฝันไม่มีผิด  ส่วนหัวบริเวณเงี่ยงเบ่งกาง
ออกมาจนเธอรู้สึกใจสั่นหวิวเมื่อจ้องมองมันนานๆ  อีกทั้งความยาวของมันก็ตั้งเด่แข็งเป็นลำจนเธออยากจะใช้มือสัมผัสดู

วิไลลูบไล้มือทั้งสองของเธอไปที่ลำขาของป๊อดแล้วเลื่อนสูงขึ้นไปที่ตำแหน่งง่ามขาเพื่อเตรียมจะแสดงท่าเปิดประตูลมให้ป๊อด
ดูเป็นตัวอย่าง  นิ้วมือของเธอสัมผัสไปที่พวงไข่ของเขาอย่างจงใจ จนป๊อดรู้สึกได้ถึงความนิ่มนวลจากมือของเธอ
เธอทิ้งน้ำหนักตัวกดลงไปที่ซอกขาทั้งสองของป๊อด พร้อมกับเลื่อนหน้าลงมาจนเกือบจะถึงลำเอ็นของเขา 

และด้วยท่านี้วิไลก็หมดความอดทนที่จะเสแสร้งอีกต่อไป  เธอใช้มือข้างหนึ่งกำลำเอ็นของป๊อดรูดเข้ารูดออกจนเผยให้เห็น
เงี่ยงแดงแจ๋เป็นมันเงา แล้วจึงก้มลงอมมันไว้ในปากของเธอ

"โอ๊ะ.....คุณวิไลครับ.........ซี๊ดดดดดดด.........คะ..คะ....คุณวิไล......อืมมมม......"

วิไลกลั้วลิ้นของเธอหมุนวนลงบนส่วนหัวลำเอ็นของป๊อดที่หายเข้าไปในปากของเธอ  สลับกับห่อปากแล้วโยกขึ้นลง
จนป๊อดรู้สึกเสียวจี๊ดขึ้นไปถึงท้องน้อย  ตาของป๊อดเลื่อนลอยพร้อมกับครางออกมาอย่างปลดปล่อย จากความเงี่ยน
ที่สะสมมาอย่างเต็มที่ 

ประสบการณ์ของวิไลสอนให้เธอรู้ว่า จุดไหนที่ทำให้ผู้ชายเสียวอย่างที่สุด แล้วเธอก็ไม่ละเลยที่จะทำให้กับป๊อด
มือของเธอกำลำเอ็นของเขาไว้พร้อมกับขยับขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา  แล้วเธอก็ซุกหน้าลงใช้ริมฝีปากขบลงบนส่วนหัวอันเบ่งบาน
ของป๊อดอย่างแผ่วเบา แล้วไล่ลงมาไปตามความยาวของลำเอ็นจนไปถึงพวงไข่ จากนั้นเธอก็ส่งปลายลิ้นตวัดเลียพวงไข่ของป๊อดไปจนทั่ว 
บางครั้งเธอก็อ้าปากงับมันไว้อย่างแผ่วเบา

 

เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 10, 2017, 07:43:22 am โดย Kamen Rider V-3 »
งานเก่าๆของผมเชิญได้ที่ ลิงค์ด้านล่าง

https://xonly8.com/index.php?topic=164918.msg651695#msg651695

ขอบคุณท่าน Kaithai ที่กรุณาจัดทำลิงค์นะครับ

*

ออฟไลน์ areja

  • Global Moderator
  • *****
  • 11656
  • 21922
  • เจ้เตือนแล้วนร้าว่า อย่าสดๆ
    • ดูรายละเอียด
Re: อาถรรพ์ปลัดขิก ตอนที่ 7 ความรักกับฐานะ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2017, 07:48:31 am »
..✿…❤….💙 ….. 💗 …💝… 💛… 💛 ….💚 …..💛 ……❤…. 💝….💙 …..💜 …. 💗 ... 💚 …

ใครจะอ่านผลงานทุกโพสต์ในห้องนี้ ถ้าทำตามกติกา-เงื่อนไขนี้ไม่ได้ แล้วรีพลายมักง่ายผ่านไปที หรือ รีพลาย ขอบคุณครับ,ขอบคุณ,
ขอบคุณค่ะ,ติดตามครับ,สนุกมากครับ,ติดตามต่อ.
อะไรประมาณนี้ จะแบนเลยนะ ขอบคุณมากๆครับ ก็ไม่ต้อง thank,
thank you,thx
ขี้หมาหลายแหล เหล่านี้ก็อย่าให้เห็น จัดรูดแบนไปยาวๆถ้าเจอ นี่เป็นข้อตกลงไว่ก่อนอ่านระหว่างเจ้าของงาน กับสมาชิก ::Angry::
ถ้า รีพลายผิดเงื่อนไขมาหรือ โชว์พาล์วอยู่มานาน โชว์เก๋า โชว์สด โชว์เกรียน ทำมึนลองมาจะแบนเลย เพื่อสมาชิกอีกส่วนที่พร้อมทำตามกติกา
::Cheeky:: เพราะไม่เช่นนั้น รีพลายคุณอาจทำให้ สมาชิกที่ปฏิบัติตามพลอยอดอ่านไปด้วย ฉะนั้นไม่แน่ใจ อย่าพิมพ์เอามักง่ายมั่วๆ..
ถ้าคิดว่า กฏนี้มันยากก็ไปหาที่อื่นเสพนะ อย่าเข้ามาใช้มาอ่านงานที่ห้องนี้ อ๋อ ใครโดน pm เตือนถ้ายังมึนจะแบนจาก 6 เดือนเป็น 1 ปี. .


กฎที่วางนี่ไม่ได้เขียนเอา ฮา เนอะ แบนจริงใครอยู่นานแล้วคงรู้จัก แว่น ดี..คิดว่า ฉัน
แบนจริงหรือเตือนเอาสนุกเล่นๆ..อย่าๆลอง เดี๋ยวจะเสียความรู้สึกด้วยรีพลายคุณเอง
ทำตามเงื่อนไข ยากอะไร หรือ จะโชว์เกรียน..เตือน,ขอร้อง,ขอความร่วมมือ
แล้วเมื่อไม่รักษาสิทธิ์-ประโยชน์คุณเอง ก็แบนไปใช้เวปอื่น.
.


…………………………………………*.:*'゚・.。.:*゚'゚・.。.:* *.:。*゚ '゚.。. :* (◠‿◠:)*……………………………………….

*

ออฟไลน์ Punyawut Sansurin

  • Full Member
  • **
  • 97
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: อาถรรพ์ปลัดขิก ตอนที่ 7 ความรักกับฐานะ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2017, 07:49:04 am »
หมั่นไส้ไอมาร์คมาก แล้วทำไมอีก2สาวต้องเคลิ้มตามมันขนาดนี้เนี่ย ::Angry::

*

spr566

Re: อาถรรพ์ปลัดขิก ตอนที่ 7 ความรักกับฐานะ
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2017, 07:53:12 am »
นวดหลวงตากับนวดหลวงน้าหญิงมันบ่เหมือนกันนะหนุ่ม

*

allapon

Re: อาถรรพ์ปลัดขิก ตอนที่ 7 ความรักกับฐานะ
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2017, 07:57:45 am »
โชคร้ายเจอมาร์ค แต่ก็น่าจะจัดหนักกับคุณวิไลซะแร้ว

*

ออฟไลน์ gongsaad

  • Full Member
  • **
  • 194
  • 139
    • ดูรายละเอียด
Re: อาถรรพ์ปลัดขิก ตอนที่ 7 ความรักกับฐานะ
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2017, 08:03:21 am »
ฝึกไสยดำไวๆนะ ท่าทางตอนฝึกน่าจะเสียวน่าดูเลยครับ

*

ออฟไลน์ lnw007

  • Junior Member
  • ***
  • 461
  • 240
    • ดูรายละเอียด
Re: อาถรรพ์ปลัดขิก ตอนที่ 7 ความรักกับฐานะ
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2017, 08:04:07 am »
ขอบคุณครับ ไอ้มาคกับเพื่อนคุณหลิวนี่ต้องจัดซักหน่อยละ ไม่รู้จักน้าขิกซะแล้ว

*

ออฟไลน์ koboy

  • Senior Member
  • ****
  • 978
  • 398
    • ดูรายละเอียด
Re: อาถรรพ์ปลัดขิก ตอนที่ 7 ความรักกับฐานะ
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2017, 08:09:53 am »
อยากรู้เร็วๆจังว่าป้อดจะเรียนวิชาอะไรจากน้าขิกได้บ้าง

*

ออฟไลน์ number0

  • Junior Member
  • ***
  • 257
  • 93
    • ดูรายละเอียด
Re: อาถรรพ์ปลัดขิก ตอนที่ 7 ความรักกับฐานะ
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2017, 08:11:47 am »
ป็อดจัดให้คุณวิไลให้หายอยากเสียให้เข็ดเลย

*

ออฟไลน์ pattaa

  • Junior Member
  • ***
  • 370
  • 180
    • ดูรายละเอียด
Re: อาถรรพ์ปลัดขิก ตอนที่ 7 ความรักกับฐานะ
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2017, 08:13:22 am »
และแล้วก็ได้ซ้ำคุณวิไลจนได้

*

ออฟไลน์ singkanong

  • Gold Member
  • *****
  • 1178
  • 209
    • ดูรายละเอียด
Re: อาถรรพ์ปลัดขิก ตอนที่ 7 ความรักกับฐานะ
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2017, 08:17:49 am »
ท่านผู้แต่งครับบรรยายได้สุดยอดอ่านแล้วเพลินมีอารมร่วมเลยขอขอบคุณครับหวังว่าตอนใหม่คงมาเร็วนี้นะครับ

*

ออฟไลน์ segasa

  • Full Member
  • **
  • 249
  • 74
    • ดูรายละเอียด
Re: อาถรรพ์ปลัดขิก ตอนที่ 7 ความรักกับฐานะ
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2017, 08:19:33 am »
เรื่องของฐานะ เป็นเรื่องจริง ใครด้อยกว่าก็โดนมองเหยียด จัดให้ครบไปเลยป๊อด ::Fighto::

*

ออฟไลน์ ananda

  • Junior Member
  • ***
  • 452
  • 573
    • ดูรายละเอียด
Re: อาถรรพ์ปลัดขิก ตอนที่ 7 ความรักกับฐานะ
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2017, 08:20:24 am »
ท่าทางจะเสร็จวิไลแล้วล่ะป็อด 55

*

ออฟไลน์ tanakong

  • Tiny Member
  • *
  • 21
  • 55
    • ดูรายละเอียด
Re: อาถรรพ์ปลัดขิก ตอนที่ 7 ความรักกับฐานะ
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2017, 08:34:38 am »
เอาวิไลก่อน แล้วหลิวล่ะ จะเอาเมื่อไร

*

ออฟไลน์ peat

  • Gold Member
  • *****
  • 1406
  • 1168
    • ดูรายละเอียด
Re: อาถรรพ์ปลัดขิก ตอนที่ 7 ความรักกับฐานะ
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2017, 08:40:13 am »
คุณวิไลเรียกหาเองเลย..แบบนี้ต้องจัดให้หายอยาก..

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ