มลทินดอกไม้-ตอนที่12

มลทินดอกไม้-ตอนที่12

  • 13 ตอบ
  • 14122 อ่าน
*

ออฟไลน์ Monchai-S

  • Full Member
  • **
  • 109
  • 201
    • ดูรายละเอียด
มลทินดอกไม้-ตอนที่12
« เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2018, 11:57:49 pm »

มลทินดอกไม้-ตอนที่12



          รองพลเอียงหน้าซ้ายขวามองดูรูปของ ลูกเนียง ที่เขาสเก็ตช์ด้วยดินสอดําบนแผ่นผ้าสีขาวด้วยความพึงพอใจ เขาร่างรูปของ เด็กสาวด้วยหัวใจรักอันบริสุทธิ์ แม้เขาจะไม่ ใช่นักวาดภาพมืออาชีพติดบอร์ด แต่เขาก็พยายามเขียนรูปของลูกเนียงด้วยความรัก ทะนุถนอมตั้งใจจะให้สวยงามที่สุด ลายเส้นหนักเบาเขาลงด้วยความพิถีพิถัน ราวกับหากพลาดพลั้งจะทําให้เด็กสาวที่เขารักต้องมัวหมอง
เขานึกขอบคุณอาแววรัตน์ที่มีสายตาอันยาวไกล เจ้ากี้เจ้าการให้เขาได้พบกับลูกเนียง และเจรจากับนายกองทุนพ่อของลูกเนียงให้เขาได้หมั้นหมายเอาไว้ จริงอยู่ ไม่ใช่เป็นการหมั้นหมายตามพิธีการ เพราะเด็กสาวอย่างลูกเนียงไม่รู้สีรู้สาอะไร เพียงแหวนทองคําสีขาวลงยาของย่าทวดที่เขาสวมให้บนนิ้วนาง ข้างซ้ายของเด็กสาว ก็รู้กันแล้วว่านี่คือการจับจอง ทุกคนต่างรู้ มีลูกเนียงคนเดียวเท่านั้นที่ยังไม่รู้ เพราะวัยของเด็กสาวยังไม่ควรจะรู้
“ต่อไปนี้เธอจะต้องหมั่นมาหาลูกเนียงบ่อยๆ นะ” น้าแววรัตน์เตือนเขา แม้น้าแววรัตน์จะเป็น ผู้หญิงที่เขาเรียกกันว่าค่อนข้างเปรี้ยว มีชีวิตผ่านการศึกษามาจากต่างประเทศ แต่ก็รู้ว่าเด็กอย่างลูกเนียงเป็นเด็กที่อบรมให้อยู่ในกรอบของโบราณมาตลอด ตั้งแต่เทียมบัวแม่ของลูกเนียงยังมีชีวิตอยู่
“เธอจะต้องทําให้ลูกเนียงเชื่อใจไว้ใจเธอ ลูกเนียงไม่เหมือนเด็กคนอื่นๆ นะ เรื่องอย่างนี้ ลูกเนียง ไม่รู้หรอกเพราะยังเด็กเกินไป...ความจริงแกก็ไม่ใช่ เด็กแล้ว” แววรัตน์พูดไปเรื่อยๆ เหมือนกับสั่งสอน รองพลหลานชายคนเดียวของตน “ลูกเนียงเริ่มเป็นสาวแล้ว แต่แม่เขาเลี้ยงของเขามาอย่างนี้ เขาเลี้ยงมาแบบคนโบราณ เรื่องเพื่อนๆ ผู้ชายห้ามการคบหา อย่างเด็ดขาด มันก็ดีไปอย่าง น้าก็ไม่อยากจะไปเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเขา เมื่อแม่เขาสอนกันมา อย่างนี้ ก็ให้ลูกเนียงมีชีวิตอยู่ไปในแบบนั้นก็แล้วกัน แต่ว่า...น้าคิดว่าเป็นการดีนะ เป็นโชคของเธอด้วยที่ ได้ลูกเนียงเป็นคู่ชีวิตในอนาคต”
พูดถึงตอนนี้ รองพลหลบสายตาของน้าแววรัตน์ด้วยความเขิน ความจริงเขากับลูกเนียงก็คล้ายๆ กันน่ะแหละ ผิดแต่ว่าเรื่องพรรณนี้ ผู้ชายอย่างเขารู้จากคําบอกเล่าของเพื่อนๆ แต่ตัวเองไม่เคยทดลอง และไม่ชอบด้วย รองพลมุ่งมั่นการเรียนมากกว่า และ ก็บอกกับตนเองว่าถ้าจะมีหลักปักเรือนกับใครสักคน ผู้หญิงคนนั้นต้องเป็นของเขาคนเดียวตลอดไป มันเป็นความคิดที่ฝังลึก...ครั้นมาพบลูกเนียง รองพลคิดว่าเป็นโชค เขาได้พบแล้วผู้หญิงที่เขาต้องการ ลูกเนียงมีความบริสุทธิ์ทั้งกายและใจ ไร้เดียงสาจนไม่รู้ความหมายของแหวนทองคําขาวลงยาที่เขาสวม ให้..แบบนี้จะไม่ให้เขาคิดทะนุถนอมลูกเนียงของเขาได้อย่างไร
“เธอรักลูกเนียงจริงๆ รึเปล่า”  น้าแววรัตน์ถามเขา ก่อนจะเจรจากับกองทุนให้เขาเอาแหวนทองคําขาวของย่าทวดมาให้
“ผมยังต้องเรียนอีกหลายปี กว่าจะมีโอกาสได้สร้างครอบครัว” รองพลครุ่นคิดแล้วจึงตอบ
“ใช่ เรียนน่ะต้องเรียนล่ะ แต่ถ้าเธอเห็นว่าลูกเนียงเป็นที่พอใจ เป็นคนที่เธอจะร่วมชีวิตได้ น้าก็จะจัดการพูดกับคุณกองทุนให้” แววรัตน์เอ่ยพร้อมกับ หันไปหาพัดชาพี่สาว   “หรือพี่ว่าไง”
“เขาเลี้ยงลูกของเขามาดีจริงๆ”  พัดชาแม่ของ รองพลเอ่ยด้วยความจริงใจ
“ก็เหมือนกับพี่เลี้ยงลูกของพี่มาน่ะแหละ” แววรัตน์เอียงคอมองหน้ารองพล ผู้เป็นสุภาพบุรุษ ทุกกระเบียดนิ้ว ร่างของเด็กหนุ่มสูงโปร่งขาวละม้ายไปทางพ่อผู้ล่วงลับไปแล้ว รองพลจึงเป็นเด็กผู้ชายที่ ไม่ห่างสายตาแม่ แต่พัดชาก็มีความฉลาดพอ ที่จะไม่เลี้ยงลูกชายจนกลายเป็นลูกแหง่ห่างแม่ไม่ได้ รองพล จึงเป็นเด็กหนุ่มผู้มีความพร้อม ความสมบูรณ์ ทั้ง ร่างกายและจิตใจของลูกผู้ชายทุกกระเบียดนิ้ว...ดังนั้นกับลูกเนียงจึงไม่มีปัญหา รองพลมีความคิด และสายตาพอที่จะมองดูความเป็นกุลสตรีอันแท้จริง ของลูกเนียงออก และยิ่งอยู่ใกล้สายตาแววรัตน์ผู้เป็นน้าสาวจนรู้นิสัยจิตใจอันแท้จริงของลูกเนียง ด้วยแล้ว จึงไม่มีปัญหา
รองพลบอกความจริงใจของเขากับแม่และน้าสาว
เมื่อแววรัตน์นําเรื่องมาพูดกับกองทุนผู้เป็นพ่อของลูกเนียง...กองทุนตามใจแววรัตน์อยู่แล้ว...และคนอย่างนายกองทุนก็มีสายตาพอจะมองออกใครดีใครไม่ดี การหมั้นหมายโดยไม่เป็นทางการ และไม่ให้ลูกเนียงรู้ตัวจึงเกิดขึ้น
ลูกเนียงจะคิดอย่างไรหนอ หากเห็นภาพที่เขา วาด...รองพลคิด...มันเป็นภาพแรกในชีวิตของ ลูกเนียง ที่เขาเขียนด้วยความรัก ทะนุถนอม ทุ่มเท อย่างสุดฝีมือ...
โอ...ลูกเนียง...เทียมดาว
ภาพของเด็กสาวเนื้อขาวเหมือนหยก สีชมพู ปรากฏในห้วงของความคิด...ไม่ใช่คิดให้เกิดกิเลสตัณหา เขาคิดถึงความน่ารัก ความไร้เดียงสาอันน่าสงสาร ลูกเนียงกําพร้าแม่มาแต่เยาว์ วัยนี้สมควรจะได้รับความรัก ความอบอุ่นจากแม่ แต่แม่ก็มาจากไป รองพลรู้ว่าน้าแววรัตน์ของเขาไม่สามารถให้ความอบอุ่นกับลูกเนียงได้ เพราะน้าแววรัตน์มีชีวิตอยู่ในต่างประเทศมาก่อน ผิดกับลูกเนียง ที่แม่เทียมบัวอบรมให้อยู่ในความเป็นลูกผู้หญิงอย่างแท้จริง...เหตุนี้...เราจะต้อง ให้ความรัก ความอบอุ่น ให้ความคุ้มครอง ลูกเนียง...รองพลบอกกับตนเอง...ลูกเนียง น่ารัก น่าทะนุถนอม...
ลูกเนียงเหมือนนกที่ไม่เคยออกจาก อกแม่หรือออกจากรัง
เหมือนดอกไม้ที่เพิ่งจะเริ่มงามสยายกลีบสวย... อย่างนี้จะไม่ให้เขารักได้อย่างไร
รองพลมองดูภาพดวงตาของลูกเนียง ที่เขาบรรจงสเก๊ตช์บนผืนผ้าขาว เป็นแววตาบริสุทธิ์เหมือนแววตาครั้งแรกที่ลูกเนียงมองสบตาเขา เด็กสาวเอียงคอมองหน้าเขาด้วยรอยยิ้มอันไร้เดียงสา... แววตาของลูกเนียงในยามนั้นเขาพยายามเขียนให้เหมือนที่สุด
เขาซ่อนเร้นทรวงอกเต่งของลูกเนียงเอาไว้ใน เสื้อสีขาวบริสุทธิ์ เขาพยายามเขียนให้ตูมเต่งออกมาเพียงเล็กน้อย ซึ่งตรงข้ามกับของจริง เขาไม่อยาก ให้กลายเป็นที่สะดุดตา จนกลายเป็นชวนให้เกิดกิเลสตัณหา
รองพลมองดูรูปที่เขาเขียนด้วยความภาคภูมิใจ แม้มือเขาจะไม่ถึง แต่ทุกเส้นเข้าถึงด้วยความรักอันบริสุทธิ์ใจ แม้แต่ขุยดินสอสักนิดติดอยู่กับผ้า เขาจะ ค่อยๆ บรรจงเป่ามันออก...
รองพลใช้พู่กันเคล้ากับสีในจานไปมา ก่อนจะลงสีแรก ช่วงนี้เป็นช่วงอันสําคัญอย่างยิ่งยวด พู่กันแรกที่ปาดลงไปจะต้องนุ่มนวล เขาจะไม่ป้ายพู่กันให้ ภาพของลูกเนียงบอบช้ำเป็นอันขาด...
รองพลหัวเราะให้กับความคิดบ้าๆ ของตัวเอง แต่ทําอย่างไรได้ ลูกเนียงของเขาบริสุทธิ์ เขาจะต้องใช้พู่กันอย่างแผ่วเบา นุ่มนวลที่สุด ให้สมกับความ บริสุทธิ์ของลูกเนียง
รองพลใช้สีเหลืองผสมกับสีม่วง เขาใช้สีเหลืองเพียงหนึ่งในสี่ แต่ใช้สีม่วงถึงสามในสี่ เป็นหลักของการใช้สีขัดแย้ง เขาเชื่อว่าความงามบางครั้งเกิด จากความขัดแย้ง การขัดแย้งต้องอยู่ในอัตราส่วนที่ มากน้อยกว่ากัน ไม่ใช่อยู่ที่การใช้สีอย่างพอดิบพอดี เท่าเทียมกัน เขาเชื่อตามที่ได้ร่ำเรียนมา ความขัดแย้ง เป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดความงามของศิลปะ
เขาค่อยๆ คลึงพู่กันเบาๆ ในจานสีจนเข้าที่ จากนั้นรองพลจึงค่อยๆ ยกพู่กันขึ้นจรดเบาๆ ลงบนริมฝีปากหนาอิ่มของเด็กสาวในรูป...เขาค่อยๆ ปาด ช้าๆ แผ่วเบาที่สุดด้วยความแน่ใจ มั่นใจ และ เหนืออื่นใดคือความทะนุถนอม...
ขณะที่ปลายพู่กันของเขาปาดเบาๆ ด้วยความทะนุถนอม...ขนของมันอ่อนลู่ไล้แผ่วเบา...นุ่มนวล


เจ้าหน่อเนื้ออันหยาบกร้านแข็งกระด้างของกําบัง ก็พยายามแทรกเข้าไปตรงรอยตะเข็บสีชมพู...
ขาสีหยกอ่อนถูกดันออกไป เพื่อให้รอยตะเข็บปริมากขึ้น กระนั้นมันก็ยังเบียดเข้าไปไม่ได้
“โอ๊ย...”  เสียงเด็กสาวร้องครางออกมาจากมือหยาบหนาของกําบังที่เอามาปิดปากไว้
“อย่าร้อง เดี๋ยวป้านุ่นแกได้ยิน”  กําบังกําชับ แต่ ไม่ยอมหยุดหน่อเนื้อของเขา มันพยายามเคลื่อนตัว เข้าไปข้างหน้า...แต่ช่างยากเย็นเสียเหลือหลาย
“โอ๊ย..เจ็บ”  เด็กสาวพยายามพูดให้เบาที่สุด ใจไม่อยากจะพูด แต่มันทนไม่ได้...สองมือพยายามด้นอกหนา สองขานั้นไม่ต้องพูดถึง มันสิ้นอิสรภาพเสียแล้ว ข้างหนึ่งถูกกระชับลอยอยู่บนบ่า อีกข้างหนึ่งโดนขาใหญ่หนาของเขากดเอาไว้จนเจ็บ
มันเจ็บ มันปวด เหมือนรอยแผลที่หมอเพิ่งเย็บ มาให้ใหม่ๆ โดนเอามีดกรีด
“เจ็บเหรอ” กําบังถามเบาๆ
“เจ็บ”  เด็กสาวตอบพลางส่ายหน้าไปมา หางเปียที่ผูกเอาไว้หลุดลุ่ยเส้นผมออกมากระจายเต็มหมอนสีคล้ำ
“ทนเอาหน่อย เดี๋ยวเดียวเท่านั้น”  กําบังปลอบหัวใจมันย่ามชอบกล "
“ทนไม่ไหว”  เด็กสาวบอกพร้อมกับน้ำตาไหลพราก
“ถ้าอย่างงั้นเลือดเสียมันจะออกมาได้ยังไงกันเล่า”
“ก็...ก็...บังอย่าทําแรงๆ สิ”
“ถ้าคุณไม่ดิ้นมันก็ไม่เจ็บเท่าไรหรอก”  กําบังก้มลงจูบปากแล้วสอดลิ้นเข้าไปดูด มือซ้ายคว้าปลายเต้าค่อยๆ เคล้นเบาๆ จากปลายเต้าสีแดงลงมาที่ฐานสีขาว มือหยาบหนาสากเคลื่อนไปมาตามเนื้อตัว ของเด็กสาวช้าๆ เจ้าหน่อเนื้อของเขาก็รู้เชิง จึงหยุดยั้งเอาไว้ก่อน...มือซ้ายของกําบังจากหน้าอกลงมา ตามหน้าท้องและเนื้อตรงหน้าขา...ลูบไล้ที่รอยตะเข็บ สีชมพูเบาๆ และปาดปลายติ่งเกสร...
ฤทธิ์ของเหล้าเข้าไปบงการความรู้สึก อ่อนไหวไปตามปลายนิ้วของเขา…
มันเบาและไม่เจ็บเหมือนเจ้าหน่อเนื้อของเขา...แค่เห็นรูปร่างของมันก็เสียว สยองเสียแล้ว…
เด็กสาวหมดความเป็นตัวของตัวเอง ด้วยการสัมผัส ด้วยแรงเหล้า และความนึกคิดที่ว่าเขาจะช่วยเอาเลือดออกจากตัวให้เข้ามาผสมผสาน...เขากําลังจะช่วยเอาเลือดเสียออกไปจากตัว แต่ว่า...เลือดเสียมันไม่ได้อยู่ในปาก ทําไมเขาต้องใช้ปากของเขาดูดปากของตัวและใช้ลิ้นควาน ราวกับจะกลืนกินน้ำลาย หนําซ้ำยังขบกัดเอาที่ริมฝีปากจนเจ็บ... เลือดเสียมันไม่ได้อยู่ที่หน้าอก ทําไมเขาต้อง ก้มลงไปดูดเอาๆ ทั้งดูดทั้งกัดเบาๆ ราวกับ "จะให้เลือดมันทะลักออกมาทางปลายเต้า... เลือดเสียไม่ได้อยู่ที่ซอกหู...ซอกคอ...สีข้าง ...หน้าท้อง...ต้นขา...ปลีน่อง...นิ้วเท้า... ทําไมเขาต้องกัดต้องเน้นและดูดในบริเวณนั้น ด้วย...มันจะมีเลือดออกมาได้อย่างไร...
ดูเขาจะใช้ความพยายามอย่างเต็มที่  "ถึงกับบีบเคล้นและขยี้เอาอย่างรุนแรง...มันเจ็บ..แต่มันก็เกิดความรู้สึกแปลกใหม่  รู้สึกเหมือนเอาเถอะ ถ้าจะฆ่าให้ตายก็ฆ่าไปเถอะยอมให้นายกําบังทําทุกอย่างแล้ว...
เด็กสาวส่งเสียงครางเบาๆ  ไม่ใช่ครางเพราะความเจ็บ...มือไม้ของเด็กสาวยกขึ้นโอบกอดร่างใหญ่หนาโดยไม่รู้ตัว...
บทนี้มีหรือกําบังจะไม่รู้...ครั้นแล้ว... ขาข้างซ้ายที่กดขาขวาของเด็กสาวไว้ ก็ เคลื่อนออกมาเป็นสอดเข้าใต้...
“อุ้ย”   เสียงเด็กสาวเผลอร้องเมื่อรู้ว่าท่อนขาสองข้างของตนขึ้นไปลอยพลิ้วอยู่ในกํามือของกําบังที่กางแขนออก...
เด็กสาวสะดุ้งสุดตัวส่งเสียงร้อง   “กรี๊ด”   ออกมาเบาๆ เมื่อเจ้าหน่อเนื้อของเขาฉวยโอกาสแทรกตัวเข้ามาอย่างรวดเร็ว...มันแรงจนสุดยับยั้ง...
เด็กสาวหมดทางที่จะดิ้นรนให้เป็นอิสระ...ร่างขาวๆ โดนพันธนาการเอาไว้หมดทั้งแขนขา...
ขนาดและน้ำหนักมันสู้กันไม่ได้อยู่แล้ว…ซ้ำเจ้าหน่อเนื้อของมันก็สิ้นความปรานี...มันถูกบ่มให้รอเวลาหื่นกระหายเป็นช่วงที่ค่อนข้างนาน  เมื่อมีโอกาสมันจึงแทรกตัวเข้ามาอย่างรวดเร็วและ...รุนแรง...รุนแรง...นานจนเด็กสาวเตรียมรับไม่ทัน...แม้จะโดนกล่อมเกลาตามจุดต่างๆ จนเคลิบเคลิ้ม และฤทธิ์เหล้าจะช่วยบรรเทาความรู้สึกเจ็บปวดได้บ้าง...แต่โดนทะลวงเข้ามาในแบบนี้ มันเจ็บเจียนขาดใจ...
รอยตะเข็บเนื้อที่เหมือนเย็บเอาไว้จนแน่น ปริออกเพราะไม่สามารถทานได้
พอมันถลันเข้าไปได้ก็เลยไม่มีหยุดยั้ง... เหมือนคนบ้าคลั่งพอพังประตูได้สําเร็จก็มุ่งไปข้างหน้า...เสียงร้อง การดิ้นของเด็กสาวกลายเป็นเครื่องยั่วเย้าให้มันมุมานะบุกทะลวงต่อไป..มันต้องเข้าไป..เข้าไปจนกว่าจะสุดปลายทาง...แต่มันช่างยากเย็นเสียเหลือเกิน...
ห้องทั้งห้องดูเหมือนจะมืดไปหมดสิ้น
สําหรับลูกเนียง...สองหูอื้ออึงไม่ได้ยินอะไร... มันเจ็บอย่างไม่เคยเจ็บมาก่อน...เรี่ยวแรงจะผลักดันให้เขาเอาเจ้าหน่อเนื้อออกไปจากตัวก็ไม่มี...กัดริมฝีปากตนเองเพื่อระงับความเจ็บปวดจนห้อเลือด...เนื้อตัวสั่นสะท้าน...เสียงเตียง ไหวดัง เอี๊ยดอ๊าดๆ  เป็นจังหวะ
เสียงเรือขายกาแฟในคลองบีบแตรดัง “ปู๊ด ๆ ๆ” มาแต่ไกล
เสียงอีการ้องเรียกลูกของมันดัง กา ๆ ๆ เมื่อเจอเหยื่อ
กระจอกตัวเล็กๆ บินผ่านช่องลมเข้ามา เกาะอยู่บนโต๊ะ มันเอียงคอดูร่างใหญ่หนาที่กําลังขยับตัวไปมาอยู่บนเนื้อสีขาวๆ ซึ่งโดนบังเกือบจะมิด....ไม่รู้มันจะเข้าใจความหมายหรือเปล่า...มันเกาะมองอยู่ครู่หนึ่งจึงบินออกไปทางประตูห้องน้ำ
เสียงป้านุ่นตะโกนเรียกเรือขายกาแฟดัง แต่ไกลๆ มีเสียงพูดคุยและหัวเราะกับเจ๊กขายกาแฟฟังไม่ได้ศัพท์
กลิ่นฉุนจากห้องน้ำและเนื้อตัวของกําบัง ดูจะเพิ่มความอ่อนล้าให้กับเด็กสาวมากขึ้น
...เสียงเตียงเอี๊ยดอ๊าดๆ  ดูจะดังและเร่งจังหวะ แรงขึ้น....จังหวะเสียงของมันสอดคล้องกับเสียงเนื้อกระทบเนื้อ...เป็นเสียงของเนื้อหน้าท้องต่อเนื้อหน้าท้อง...ผิดกันที่หน้าท้องพลุ้ยหนาเป็นฝ่ายเคลื่อนไหว...หน้าท้องกิ่วบางเป็นฝ่ายรอง รับ...เสียงลมหายใจหืดหอบเสียงคํารามในลําคอหนาราวกับวัวควายของกําบังดังกลบเสียงร้องบอกความเจ็บของเด็กสาว…
โธ่เอ๋ย...มันจะปรานีปราศรัยกันเสียหน่อยก็ไม่ได้...แต่ในยามนี้มันไม่มีอะไรในความคิดของกําบังอีกแล้ว มีอย่างเดียว มันย่ามใจ ความกระชับแน่นของเนื้อหนังมังสา ท่วงท่าของคนไม่เคยยิ่งเนื้อตัวที่บิดเร่าๆ ยามคลุกเคล้าทั้งตัว...โอย...ไอ้บังเอ๋ย...เป็นโชคของเอ็งอย่างยิ่งแล้ว...กําบังบอกกับตัวเองและเดินหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง...
สําหรับลูกเนียง...มันคับติ้วแน่นเอี๊ยดและอึดอัด ...แต่มันก็ยังผ่อนคลายในบางครั้ง แต่แล้วก็กลับเข้าใหม่ในรูปเดิม
“อย่าดิ้น อย่าขัดขืน มิเช่นนั้นเลือดเสียมันจะ ไม่ออกไปจากตัวของคุณ อย่าร้องดังด้วย..เดี๋ยว เป้านุ่นแกได้ยินเอานะ”
เป็นคําพูดประโยคสุดท้ายของกําบัง หลังจากนั้นเขาก็ตั้งหน้าตั้งตาขย่มไม่หยุดยั้ง ทําให้ลูกเนียงต้องพยายามกัดฟันทน...พยายามสูดลมหายใจเข้าทาง ปากเพราะความเจ็บ...
ทั้งปากและมือของเขาไม่หยุดยั้ง มันทําหน้าที่ ขยี้ขยําและดูดเคล้นเหมือนคนตายอดตายอยาก
เหงื่อกาฬของกําบังทะลักออกมาโซมหน้าและตามเนื้อตัวจนเหนียวเหนอะหนะทั้งตัวของเขา และร่างของเด็กสาว
ขาขาวๆ สองข้างดูจะถูกดันให้สูงขึ้นไปอีก จนสะโพกขึ้นมาลอยสูงเหนือพื้นเตียง
กลายเป็นแท่นรองรับการโหมอย่างหนัก
หมดสิ้นแล้ว ไม่มีอะไรเหลือ ไม่มีสิ่งที่มีค่าอย่างยิ่งสําหรับลูกผู้หญิงอยู่อีกแล้ว สิ่งที่แม่เฝ้าทะนุถนอม อบรมให้รักษาเนื้อรักษาตัวด้วยภาษาที่มีความหมาย ลูกเนียงไม่เข้าใจ แต่มันก็หมดไปในคราวนี้…
เทพธิดาผู้บริสุทธิ์ตัวน้อยๆ แหลกลาญด้วยมือของซาตานร่างหนาใหญ่
ลายตองจ้องดูร่างใหญ่หนาของกําบัง ที่กําลังเคลื่อนไหวอยู่บนตัวของเด็กสาว เสียงเนื้อตีเนื้อ เสียงเตียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดๆ  มันชักจะดังขึ้นทุกที ลายตองต้องหันไปมองซ้ายแลขวา เกรงว่าจะมีใครผ่านมา เมื่อไม่เห็นมีใครก็เบาใจและสมใจ...
เนื้อตัวของเด็กสาวเถลือกถลันทุกครั้งที่กําบังโหมลงต่ำ...คงจะเจ็บละสิถึงได้ร้องไห้...ลายตอง คิดอย่างสาสมใจ...มันเจ็บเหมือนตอนที่ตนโดนนายกองทุนพ่อของเด็กสาวทําเอานั่นแหละ ยังไงยังงั้น แต่เด็กสาวคงจะเจ็บหนักกว่าตน เพราะร่างหนาใหญ่ของกําบังเหนือกว่านายกองทุน และเฉพาะเจ้าหน่อเนื้อมันเหลือรับจริง ๆ
เอา...เอาให้ตายไปเลย...ลายตองพูดกับตนเอง ในใจ..ให้รู้สึกพอใจเป็นที่สุดที่สามารถแก้แค้นเอา กับนายกองทุนได้ด้วยวิธีนี้...
นั่นไง...เลือดสีแดงฉาน...ทะลักออกมา... ลายตองเห็นถนัดตาแม้จะมองผ่านร่องเล็ก ๆ แต่ ความสว่างจ้าจากห้องน้ำส่องเข้ามาเห็นได้ชัดเจน... มันออกมาแล้ว...ออกมาแดงฉาน...ออกมาจากเนื้อ ขาวๆ สาวๆ พรหมจารี...มันออกมาเหมือนเมื่อตอนที่ตนโดนนายกองทุนเรียกมันออกมาด้วยความ ทารุณ
ลายตองยิ้มเหมือนคนบ้า ปิดปากหัวเราะเบา ๆ
จริงน่ะแหละ เลือดเสียมันออกมาแล้ว..ลูกเนียงแม้จะเจ็บแสนเจ็บ ไม่อยากลืมหูลืมตา แต่ก็บังเอิญมองเห็นจากกระจกเงาที่ติดไว้ตรงปลายเท้าของเตียง..โอ...เนื้อสีดําคล้ำ..เจ้าหน่อเนื้อที่ใหญ่หนา...มันเสียดสีกับเนื้อสีขาวเหมือนหยวกจนเลือดทะลักออกมา...เลือดเสียมันออกมาแล้ว เขาช่วยทําให้มันออกมาได้จริง ๆ แต่มันก็เจ็บปวดแทบขาด ใจ...และทําไม...เมื่อเลือดเสียมันออกมาแล้ว ทําไม เขาไม่หยุดยั้งเอาเจ้าหน่อเนื้อมหากาฬออกไป...เขา ยังปล่อยให้มันทะลุทะลวงไม่หยุดยั้ง...กลับหนักและเร่งเร็วกว่าเดิม..เขาโหมลงมาทั้งตัว...
สองมือคว้าหน้าอกเอาไว้แน่นกําจนเนื้อแทบ แหลก ซ้ำยังบีบบี้ไม่ปรานีปราศรัย ความแข็งแน่นที่เคยรักษาฐานเอาไว้ไม่มียุบไม่มีเคลื่อนไหว ดูจะอ่อนแรงยุบยับเยินลงไปกับมือของเขา มันจับแน่นราวกับเอาคีมเหล็กมาจับเอาไว้ อยากจะร้องให้สุด เสียง แต่เกรงจะได้ยินไปถึงป่านุ่นที่กําลังทํากับข้าวอยู่ในครัว...ลายตอง...ลายตองอยู่ที่ไหน...เด็กสาวคิดถึงลายตองที่เคยช่วยเหลือแนะนํา..ถ้าลายตองอยู่คงช่วยตัวได้...ตอนนี้เด็กสาวไม่อยู่ในสภาพที่จะช่วยตนเองได้เสียแล้ว...มันยับเยินไปหมด...
หน้าอกโดนจับบีบขยําจนเจ็บ...ปากโดนกัดจนระบม...
ลมหายใจของเขาหอบและมีกลิ่นฉุนเหมือน กลิ่นจากห้องน้ำคละเคล้ากันไปหมด

มันเป็นความรู้สึกของเด็กสาวที่บอกไม่ชัด
เกลียด...รัก...เจ็บ..เสียว...กลัว...สุข ...ระคนกันสารพัด...แต่สิ่งสําคัญคือตอนนี้
ไม่มีอะไรเหลือที่จะต้านทานเขาเอาไว้ได้อีกแล้ว...ท้องน้อยถูกท้องหนา ๆ กระทบเป็นจังหวะรุนแรง...ลมหายใจของเขาหอบและเสียงคํารามในลําคอ...โอ...เราคงจะตายเสีย กระมัง...เด็กสาวคิด...เราคงต้องตายแน่ ๆ
พร้อมกันนั้น...กําบังก็หมดอํานาจการควบคุมตัวเองเอาไว้ได้...
เขาโหมหนักอย่างรุนแรงชนิดที่ไม่เคยทําเช่นนี้มาก่อน...เขาอดใจไม่ได้เมื่อเด็กสาวดิ้นเร่า ๆ อยู่ใต้อกหนาของเขา เขาปล่อยตามใจตัวเองอย่างบ้าคลั่ง...มันรุนแรงราวกับจะฉีกร่างของเด็กสาวให้ขาดออกจากกัน
ใบหน้า ดวงตาของเขาราวกับปีศาจที่เพิ่งขึ้นมาจากโลกันตร์ โดนกักขังมาหลายร้อยปี เพิ่งจะได้ลิ้มเหยื่อเป็นครั้งแรก
สองมือของเขาเลื่อนมาจับไหล่ของเด็กสาวเอาไว้แน่น...บีบเกร็ง...
เหมือนเขาจะกลายเป็นคนเสียสติไปเสีย แล้ว
โอ...นี่เขาจะฆ่าเราแน่ๆ เด็กสาวพยายามรวบรวมกําลังผลักไส...แต่ดูจะกลายเป็นสิ่งยั่วยุให้เขายิ่งหนักแรงเข้า…
ในที่สุด...สุดที่จะทนความเจ็บปวดได้ ...ลูกเนียงทั้งหยิกทั้งข่วนทั้งทุบไปตามเนื้อตัวอันหยาบหนา แต่เขาไม่มีความรู้สึกเจ็บ ยิ่งหยิกข่วนทุบแรงเท่าไร เขาก็ยิ่งโหมหนักเท่านั้น...
กระทั่ง...ลูกเนียงหมดแรง...ปล่อยเสียง  ร้องไห้ออกมาดัง  “โฮ”
แต่น้ำตาของเด็กสาวกลายเป็นสิ่งเรียกร้องความรุนแรงจากเขามากยิ่งขึ้น
สองมือของเขาช้อนต้นคอของเด็กสาว จนใบหน้าลอยขึ้นมา...ปากรับการกัดการบดขยี้จากเขา...
ช่วงนี้...เสียงเตียงไม่ได้ดังเอี๊ยดอ๊าด ๆ เสียแล้ว...แต่มันดังเหมือนเสียงโครม ๆ ๆ ราวกับจะหักลงไปในเดี๋ยวนั้น
เด็กสาวรู้สึกปวดที่ต้นคอราวกับคอจะหัก..สุดที่จะทนได้...ไม่เห็นใครจะช่วยได้... อ้าปากเรียก “แม่” ออกมาเบา ๆ
ร่างใหญ่หนาของกําบังพลันสะดุ้งเฮือก แล้วร้องออกมาเหมือนวัวควายโดนเชือด...
เขาโถมทับปล่อยตัวเด็กสาวลงกับพื้นเตียงแล้ว กดทับตามด้วยปากบดขยี้ปาก มือบดขยี้หน้าอก... ตัวของเขาบิดเร่า ๆ มือข้างหนึ่งจิกบนหัวไหล่ อีกข้างหนึ่งจิกที่ฐานหน้าอก หายใจหอบครืดคราดราวกับวิ่งมาในระยะไกล...
เด็กสาวรู้สึกเหมือนเลือดในตัวของเขา จะทะลักออกมามากมาย..แต่รู้สึกได้เพียงแค่นี้ทุกอย่างก็หายไปไม่มีปรากฏในความรู้สึก…


*

ออฟไลน์ kaithai

  • Global Moderator
  • *****
  • 2745
  • 2748
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่12
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2018, 12:26:27 am »
ขอฝากคำเตือน  ก่อนคอมเม้นต์ จากเจ้แว่น
................................................
ใครจะอ่านผลงานทุกตอนในห้องนี้ ถ้าทำตามกติกา-เงื่อนไขนี้ไม่ได้ แล้วรีพลายมักง่ายผ่านไปที หรือ รีพลาย ขอบคุณครับ,ขอบคุณ,ขอบคุณค่ะ,ติดตามครับ,สนุกมากครับ,ติดตามต่อ. อะไรประมาณนี้ จะแบนเลยนะ ขอบคุณมากๆครับ ก็ไม่ต้อง thank,thank you,thx ขี้หมาหลายแหล เหล่านี้ก็อย่าให้เห็น จัดรูดแบนไปยาวๆถ้าเจอ นี่เป็นข้อตกลงไว่ก่อนอ่านระหว่างเจ้าของงาน กับสมาชิก ::Angry:: ถ้า รีพลายผิดเงื่อนไขมาหรือ โชว์พาล์วอยู่มานาน โชว์เก๋า โชว์สด โชว์เกรียน ทำมึนลองมาจะแบนเลย เพื่อสมาชิกอีกส่วนที่พร้อมทำตามกติกา ::Cheeky:: เพราะไม่เช่นนั้น รีพลายคุณอาจทำให้ สมาชิกที่ปฏิบัติตามพลอยอดอ่านไปด้วย ฉะนั้นไม่แน่ใจ อย่าพิมพ์เอามักง่ายมั่วๆ..ถ้าคิดว่า กฏนี้มันยากก็ไปหาที่อื่นเสพนะ อย่าเข้ามาใช้มาอ่านงานที่ห้องนี้ อ๋อ ใครโดน pm เตือนถ้ายังมึนจะแบนจาก 6 เดือนเป็น 1ปี. .

กฎที่วางนี่ไม่ได้เขียนเอา ฮา เนอะ แบนจริงใครอยู่นานแล้วคงรู้จัก แว่น ดี..คิดว่า ฉันแบนจริงหรือเตือนเอาสนุกเล่นๆ..อย่าๆลอง เดี๋ยวจะเสียความรู้สึกด้วยรีพลายคุณเอง ทำตามเงื่อนไข ยากอะไร หรือ จะโชว์เกรียน..เตือน,ขอร้อง,ขอความร่วมมือ แล้วเมื่อไม่รักษาสิทธิ์-ประโยชน์คุณเอง ก็แบนไปใช้เวปอื่น. .
………………………………………………………………………………………………….

*

ออฟไลน์ llrr123 llrrtt

  • Full Member
  • **
  • 69
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่12
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2018, 01:16:59 am »
ไม่เข้าใจงงกับเนื้อหาที่บรรยาย

*

ออฟไลน์ Suchart Thanee

  • Full Member
  • **
  • 236
  • 1
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่12
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2018, 01:27:16 am »
น่าสงสารรองชัยครับ แฟนโดนเอาเข้าแล้ว

*

ออฟไลน์ cdx

  • Junior Member
  • ***
  • 409
  • 2612
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่12
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2018, 06:20:02 am »
เรียบร้อย  อย่าเพิ่งเข็ดนะลูกเนียน

*

ออฟไลน์ peddo

  • Ultimate Member
  • ********
  • 3914
  • 1236
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่12
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2018, 10:37:56 am »
พอบทจะเอาก็ขย่มไม่หยุดเลยนะบัง เลือดเสียสาวออกไปแล้ว จะสลบเพราะเจ็บหรือเสียเลือดก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ยับเยินครับ หลอกให้หลงทางอ่านเรื่องรองพลไปซักพักแล้วหักมาปวดตับแบบนี้ สุดยอดจริงๆ พอถึงจุดนี้ ใจรู้สึก รอก่อนๆ เดี๋ยวมีเสียวกว่านึ้้ แต่แพ้แตกตั้งแต่ต้นยกเลยครับ ลีลาสุดยอดจริงๆ สู้ๆนะหนูลูกเนียง ยังเหลืออีก 70 กว่าตอน ขอบคุณ​ครับ​

*

pinmonkey

Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่12
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2018, 03:34:56 pm »
ฉากเปิดซิงที่ประทับใจ สมกับที่รอคอย รอรอบสองครับ ขอบคุณมากครับ

*

ออฟไลน์ Phoowadol

  • Global Moderator
  • *****
  • 2190
  • 333
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่12
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2018, 09:14:55 pm »
สาวน้อยโดนทะลวงเอาแบบไม่มีออม อย่างนี้. จะไข้ขึ้น เดินไม่ไหวรึเปล่าน้า...น่าสงสารจัง
แต่ขอบอกเลยนะว่า มันเสียวจนปวดตับเลยนะครับกับฉากเปิดซิง น้องลูกเนียงนี่อะ

*

ออฟไลน์ cdx

  • Junior Member
  • ***
  • 409
  • 2612
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่12
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2018, 07:23:56 am »
หวังว่าจะได้อ่านตอนต่อๆไปนะ ตั้ง80ตอน ขอบคุณมากๆท่าน

*

ออฟไลน์ kapook6336

  • Junior Member
  • ***
  • 420
  • 105
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่12
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2018, 09:16:01 am »
รอคอยตอนที่13อยู่นะครับ หวังว่าคงจะได้อ่านตอนต่อไปเรื่อยๆ เป็นนิยายที่น่าติดตามมากครับ

*

ออฟไลน์ sofee

  • Junior Member
  • ***
  • 413
  • 85
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่12
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 15, 2018, 09:59:53 pm »
ภาษาสละสลวยมากครับ
เนื้อเรื่องก็สนุก รอติดตามตอนต่อไปนะครับ

*

ออฟไลน์ johnywalker

  • Legend Member
  • *******
  • 2954
  • 14
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่12
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2018, 11:36:49 am »
 ::Crying:: สงสารลูกเนียงจริง ๆ ต้องมาเจอไอ้กอริล่ามันทำเอาเจ็บแสบขนาดนี้

*

ออฟไลน์ suriyamahajit

  • Supreme Member
  • *********
  • 7789
  • 1850
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่12
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: กรกฎาคม 23, 2018, 10:28:48 pm »
ลูกเนียงโดนขนาดนี้คงช้ำไปหลายวันแล้วมีเวลามาซ้ำไหม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 24, 2018, 01:55:08 am โดย suriyamahajit »

*

ออฟไลน์ teerapong2534m

  • Gold Member
  • *****
  • 1331
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่12
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2021, 08:57:41 am »
ในที่สุด นายบัง ขอได้เปิดบริสุทธิ์ลูกเนียงเรียบร้อยแล้ว

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ