มลทินดอกไม้-ตอนที่25

มลทินดอกไม้-ตอนที่25

  • 7 ตอบ
  • 9080 อ่าน
*

ออฟไลน์ Monchai-S

  • Full Member
  • **
  • 109
  • 201
    • ดูรายละเอียด
มลทินดอกไม้-ตอนที่25
« เมื่อ: มิถุนายน 21, 2018, 11:51:14 pm »



มลทินดอกไม้-ตอนที่25




          กําบังจ้องมองดูหน้าลายตอง ความขาวของแสงจันทร์ทําให้ใบหน้าของลายตองดูซีดขาว มันเป็นความขาวที่น่ากลัวเหมือน ความขาวของซากศพ...คำพูดความคิดอันน่าสยองของลายตองเป็นตัวแปรทําให้ความสวยความสาวของลายตองเปลี่ยนแปลงไปเป็นความน่ากลัว
ความคิดของกําบังก็เหมือนกับวันที่ลายตอง มาบอกจะให้ตนได้มีโอกาสเจาะลูกตาลเนื้อแน่นของลูกเนียงเป็นคนแรก วันนั้นตนยังนึกว่ามันจะเป็นไปได้อย่างไร มีที่ไหนไพร่อย่างตนจะมีโอกาสสอดยัดไส้เนื้อสาวๆ ของลูกนายจ้าง แต่ลายตองก็ทําได้อย่างคําพูด ลายตองเป็นคนจัดการส่งลูกเนียง เด็กสาวไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรมาให้ตนเชือดถึงในห้องพักส่วนตัวจนเลือดสาด เนื้อหนังเหลวแหลก ความสาวสดไม่มีเหลือ แล้วครั้งนี้ลายตองมาบอกให้ตนกลับขึ้นไปบนตึกอีกครั้ง แต่ไม่ได้ไปเฉาะลูกตาลของเด็กสาว แต่ไปฉีกทุเรียนเนื้อหวานจากเมืองจันท์
เมื่อหัวค่ำนี้เอง ในห้องส่วนตัวของลูกเนียง ซึ่งลายตองเป็นคนจัดแจงเอาไว้ให้อย่างเรียบร้อย ตนกําลังจะสอยร้อยเข็มเลาะตะเข็บเด็กสาวอยู่รอมร่อ พอดีนายกองทุนกับแววรัตน์กลับมา อารมณ์ยังค้างคาอยู่ไม่หาย ราคะตัณหาไม่ได้ถูกปลดปล่อยออกไปสมอย่างใจ ทําให้กําบังเกิดความหงุดหงิด นึกหาทางปลดเปลื้อง ความคิดสืบเนื่องไปถึงส้มเช้าที่มันออกไปดูลิเกที่ตลาด ขากลับจะต้องแอบเข้ามาทางประตูหลังบ้านซึ่งตนถอดกลอนเอาไว้ให้อย่างรู้กัน เมื่อพลาดมาจากลูกเนียง กําบังก็คิดจะจัดการกับส้มเช้าจับมันถัดในท้ายสวนนั่นแหละให้มันสาสมกับความแค้นทั้งที่ผิดหวังมาจากเด็กสาว
แต่ขณะนี้ถายตองมาบอกให้ตนขึ้นไป จัดการกับคุณแววรัตน์เมียของนายกองทุน บนตึก...มันจะเป็นไปได้ละหรือ กําบังไม่อยากจะเชื่อ เพราะคุณแววรัตน์ ไม่ใช่เด็กไร้เดียงสาเหมือนลูกเนียง จนไม่รู้ว่าไอ้ที่เข้าไปเถลือกไถลในเต้าตาลคืออะไร รู้แต่ว่าเป็นการช่วยเรียกเอาเลือดเสียออกมาจากตัว และ มันก็ออกมาจริงๆ แต่ไม่ใช่เลือดเสียหากเป็นเลือดสาว แต่คุณแววรัตน์ไม่ใช่เด็กๆ ผ่านโลกผ่านเลือด ผ่านการเชือดเฉือนมาแล้วอย่างเชี่ยวชาญ มีสติสัมปชัญญะพอที่จะป้องกันตัวเองและตอบโต้…
แต่สมมุติถ้าโชคดีผ่านเข้าไปได้..
ร่างโปร่งขาวเหลืองงามสง่าเด่นขึ้นมาในความคิดของกําบัง...หน้าอกถึงแม้จะไม่บูมเหมือนอกของเด็กสาวอย่างลูกเนียง แต่เท่าที่แอบสังเกตดูจาก ภายนอก แม้จะโดนห่อเอาไว้ด้วยยกทรง แต่มันก็ไม่คล้อยห้อยลงมามากนัก ปากแดงเรื่ออิ่มอยู่ด้วยสีสันของลิปส์ ตาคมวาวด้วยน้ำยาหล่อเลี้ยง แก้มปลั่ง ด้วยครีม ผิวพรรณสะอาดด้วยการรู้จักถนอมรักษา และเสริมด้วยเครื่องประทินผิว
เป็นความงามความสะอาดสะอ้านคนละแบบกับลูกเนียง..ความรู้สึกที่ตนได้มีโอกาส ซัดลูกนายจ้างเข้าไปแล้วกลับจะมามีโอกาส ได้ซัดเมียนายเข้าไปอีกทําให้ฉมวกของกําบัง เริ่มตื่นกระเตื้อง...ลายตองทําให้ตนเชื่อมือมา แล้วหนหนึ่ง ทําไมหนนี้จะทําให้เป็นจริงขึ้นมาอีกไม่ได้...
“มันจะเป็นไปได้เหรอ” เสียงกําบังพูดเหมือนแหบโหมกระหาย เสลดขึ้นมาพันอยู่ในลําคอให้คําพูดออกมาไม่ค่อยจะชัดเจน
“ทําไมจะเป็นไปไม่ได้” ลายตองพูดเสียงเครียด มองหน้ากําบังด้วยแววตาบังคับในตัวของลายตอง ราวกับมีพลังอันลึกลับคอยบงการอยู่
“ตอนนี้ นายกองทุนกําลังนอนหลับกลิ้งโค่ใล่อยู่ข้างล่าง หลับเหมือนตายอยู่บนเก้าอี้ ส่วนเมียเขาก็กําลังเมาหลับอยู่ข้างบน มันหมดสติกันทั้งผัวทั้งเมีย”
“แล้ว...แล้วเชื่อหรือว่าคุณกองทุนจะไม่ตื่น ขึ้นมา”
“ตื่นเหรอ” ลายตองหัวเราะเบาๆ “ต่อให้เดิน ข้ามหัวมันไปตอนนี้ก็ไม่มีทางที่จะตื่นขึ้นมาได้” ลายตองใช้คําว่ามันกับกองทุนอย่างเคียดแค้น
“ทําไมล่ะ”
“เพราะฉัน เอายานอนหลับใส่ลงไปในเหล้า แก้วสุดท้ายของเขาน่ะสิ” ลายตองพูดอย่างเย้ยหยัน “กว่าเขาจะรู้สึกตัวกลับมามีสติอย่างสมบูรณ์ก็คง จะราวๆ ตีสี่หรือตีห้าน่ะแหละ ฉันเชื่อว่าถึงตอนนั้น บังก็คงจัดการกับคุณแววรัตน์เรียบร้อยไม่รู้กี่ดอก ต่อกดอกเข้าไปแล้ว”
“จะให้เอาอย่างงั้นเหรอ”
“ก็เอาอย่างงั้นน่ะสิ หรือบังไม่ต้องการ”
“แกจะโวยวายหรือเปล่าก็ไม่รู้”
“ใคร”
“คุณแววรัตน์น่ะสิ”
“เมาจนหมดสติแล้วจะโวยวายอะไร กว่าจะรู้สึกตัวก็สายเสียแล้ว มันทะลุเข้าไปถึงไหนๆ แล้ว จะมาโวยวายอะไร ลองก้นโดนอุดเข้าไปแล้วปาก มันก็ต้องโดอุดไปด้วย บังนึกหรือว่าคุณแววรัตน์แกจะบอกให้ผัวของแกรู้เมื่อเรื่องมันเลยเข้าไปแล้ว และสิ่งสําคัญก็คือ ฉัมเชื่อ” ลายตองเอื้อมมือมา กำฉมวกของกําบังซึ่งพอถูกมือของลายตองเข้าเท่านั้นมันก็ขยายตัวออกมาตามมือทันควัน ลายตองขยับมือลูบไล้เหมือนเอาใจมันไปมา “ฉันเชื่อฝีมือ ของบังและเครื่องเคราของบัง นายกองทุนไม่มีทางทาบหรอก ขอให้บังใช้ฝีมือหน่อยก็แล้วกัน อย่าเผลอเอาแต่ใจตนเองเกินไป รู้จักจังหวะเว้นระยะช่องไฟให้ได้ระดับ ฉันเชื่อว่าบังต้องร้อยคุณแววรัตน์ เอาไว้อยู่มือแน่ๆ ” ลายตองตบหัวเจ้าหมวกเนื้อของกําบังเบาๆ ก่อนจะปล่อยมือออก “ฉันกลัวอยู่ อย่างเดียว”
“กลัวอะไร”
“กลัวต่อๆ ไปคุณแววรัตน์จะเรียกกําบังไปใช้ งานจนไม่มีเวลาว่างน่ะซี"
“เฮ้ย พูดเป็นเล่น”
“จริงๆ นะ ยังไงๆ ล่ะก็ ขยักเรี่ยวแรงเอาไว้ ให้ฉันบ้างก็แล้วกัน”
“สําหรับลายตองฉันมีเหลือเอาไว้ให้เป็นพิเศษ ถ้าต้องการเมื่อไหร่ลัดคิวให้ได้เลย” กําบังหัวเราะร่วนพลางเอื้อมมือไปคว้านมลายตองบีบหนักๆ “เดี๋ยวนี้ก็ยังได้”
“อย่า” ลายตองปัดมือกําบังออกไป
“ว่าแต่..ว่าแต่คุณลูกเนียงเหอะ” ถึงยังไง กําบังก็ยังติดใจเนื้อหนังของเด็กสาวอยู่ไม่หาย
“เอาไว้ก่อนเหอะน่า คุณลูกเนียงเป็นหมูในอวยอยู่แล้ว จะเชือดเมื่อไหร่ก็ได้...ทําไม ติดใจมากนัก เรอะ”
“ก็มีอยู่เหมือนกัน เสียดายคืนนี้ ทุกอย่าง เตรียมเอาไว้เป็นอย่างดีแล้วเชียวนา”
“แต่คุณแววรัตน์ไม่ดีกว่าคุณลูกเนียงเรอะ อีกสักครู่บังจะรู้ว่าดีกว่าเด็กสาวอย่างลูกเนียงมากนัก” ลายตองพูดเพราะความเคียดแค้น ไม่ได้หมายถึงรสชาติในเนื้อตัวของแววรัตน์ที่ตนกําลังเกลี้ยกล่อมให้ขึ้นไปสอยกระสวย นายกองทุนเสียลูกไปคนหนึ่งแล้วยังจะต้องมาเสียเมียอีกคน มันจะเจ็บปวดแค่ไหนเมื่อมันรู้ความจริง มันจะต้องเจ็บปวด ยิ่งกว่าตนเองที่เคยได้รับจากการกระทําของมัน ช่างเป็นการตอบโต้กันได้อย่างสะใจเสียนี่กระไร
กําบังไม่ได้คิดอย่างลายตอง...เพราะ ถึงอย่างไรคุณแววรัตน์ก็มีศักดิ์ศรี มีพลังอํานาจของความเป็นนายอันซ่อนเร้น มันขมกันอยู่กลายๆ การวางตัวของนาย บางครั้ง บางคน ไม่มีคําพูด แต่มันมีความน่ากลัว ความเกรงอกเกรงใจมันข่มกันอยู่ในที่ แววรัตน์ไม่ใช่เด็กสาวอย่างลูกเนียงที่จะหลอก จับแหกแข้งแหกขาแล้วบดเอาอย่างง่ายๆ แม้ตอนนี้คุณแววรัตน์จะเมาจนไม่มีสติ ไม่มีความรู้สึกที่จะปกป้องตนเองได้ แต่หลังจากมันผ่านพ้นไปแล้ว...ตอนนี้แหละ อะไรมันจะเกิดขึ้น นึกหรือว่าการได้เขมือบของ มีค่าของนายสาวจะไม่มีผลสะท้อนกลับมา
ลูกเนียงเป็นเด็กสาวจะขู่เข็ญหลอกล่อ ยังไงก็ได้ แต่แววรัตน์จะทําเช่นนั้นไม่ได้...มันเสี่ยง…
แต่เมื่อนึกไปถึงเนื้อตัวสีสันของผิวพรรณอันผุดผ่อง สมบูรณ์ด้วยเลือดเนื้อฮอร์โมน ซึ่งใครเล่าจะมีโอกาสดีๆเช่นนี้ ตนมีฐานะเพียงคนใช้เป็นไพร่อยู่ในบ้าน โดนเหยียดหยามขูปรามด้วยสายตาท่าที่ ศักดิ์ศรีของนายสาวเหมือนเป็นกําแพงอันหนาทึบปิดกั้น แบ่งแยกความเป็นคนให้ห่างจากกัน แต่บัดนี้ ไอ้คนที่โดนเหยียดหยาม ไอ้คนที่ถูกแบ่งแยก ให้อยู่ในระดับต่ำกําลังจะมีโอกาสได้เข้าไปเสพซอกเนื้อ ได้บดเนื้อเนียนของนายสาว ฝ่าทลายกําแพงศักดิ์ศรีเข้าไปเสียดสีในเนื้อสึก ความรู้สึกแปลกๆ เกิดตามขึ้นมาอีก เมื่อนึก ไปถึงขณะที่ตนกําลังเฉิ่มนายสาวอยู่นั่น นายกองทุนผัวของหล่อนนอนไม่รู้ไม่ชี้อยู่ข้างล่างเมียของตนโดนเปรอปรนอยู่บนหัวโดยฝีมือไอ้ไพร่กระฎุมพี
จิตใจของคนที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ย่อมเหมือนกระแสน้ำจะไหลลงสู่ที่ต่ำอยู่เสมอ
ความกลัวในอํานาจบารมีศักดิ์ศรีพ่ายแพ้ แก่ความอยาก อยากลอง อยากเล่น อยากล่อสารพัด...ขอให้ผ่านเข้าไปก่อนเถอะ อะไรจะเกิดขึ้นในภายหลังก็ช่างมัน เกิดมาทั้งทีได้ของดีๆ กินขนาดนี้เป็นไงก็เป็นกัน ขออัดก่อนแล้วค่อยพูดกันที่หลัง ถึงยังไง ถ้าสวบเข้าไปแล้วตนก็ต้องเป็นต่อ...ไม่แน่นะ เครื่องเคราของตัวมันก็ผิดไปกว่าของคนอื่นๆ ใบหน้าของมันงุ่มง้ำงอปลายลงมาเหมือน จวักซะด้วยซี ไม่ว่าลายตอง ส้มเช้า หรือ ใครต่อใครที่เคยเจอฤทธิ์เดชของมันยังออกปากถึงความแปลก ในรูปลักษณ์ของมันที่งอ งุ้มเหเหมือนเบ็ดเข้าไปเกี่ยวเหยื่อ มีแต่ลูกเนียงเท่านั้นที่ไม่รู้สีรู้สาอะไร แต่ว่าต่อไปเถอะ หากไปเจอของคนอื่นเข้าก็จะนึกถึงความแปลกประหลาดของตน
ถึงตอนนี้ก็ไม่มีอะไรจะเหนี่ยวรั้งกําบังเอาไว้ได้แล้ว เขาตกลงใจแน่นอนจะขึ้นไปบนตึก แต่ว่าถ้าจะไม่แสดงอะไรออกมา กับลายตองผู้เป็นเจ้าของความคิด เป็นเจ้ากี้เจ้าการให้หมดทุกๆ อย่างก็จะดูกระไร เหมือนคนไร้น้ำใจไม่มีไมตรีตอบแทน
กําบังจึงรั้งร่างของลายตองเข้ามาหา ปาดจูบด้วยปากของตนไปมากับปากของลายตอง คนอย่างเขามันเสือปืนไวอยู่แล้ว ฉมวกเนื้อเบ่งตัวออกมา เป็นลํา ลายตองสนองตอบด้วยการใช้มือลูบคลําลําตัวของมันทําให้มันดิ้นรนกระเสือกกระสนจะออกมาให้พ้นจากร่มผ้า
กําบังจึงรุดกางเกงของตนลงต่ำไปจากพุง พลุ้ยๆ
“อย่า” ลายตองปราม
“ทําไม”
“เดี๋ยวหมดแรงเสียก่อน ขึ้นไปข้างบนจะ ไม่มีเหลือ”
“ใธ่ เรื่องเล็ก ตองก็รู้ไม่ใช่เหรอ ฉันมันพวกเดียวกับตลาดโต้รุ่ง”
“เวลามันจะมีน้อย” ลายตองพูดเสียงอู้อี้เพราะ ปากของกําบังควานปากของตนอยู่
“กี่ท่มแล้ว”
“เกือบจะห้าทุ่ม”
“ยังมีเวลาอีกถมไป เซ็ทเดียวกว่าจะรู้ผลสามสี่ชั่วโมงฉันยังทําได้”
“อย่าเลย ไปเหอะ” สายตรงผลักร่างหนาอวบของกําบังออกรั้งกางเกงของเขาที่ลงไปต่ำให้ขึ้นมากลับเข้าที่
“แล้วตองล่ะ จะไปไหน”
“ฉัน...ฉันจะไปหาป่านุ่น” ความคิดบางอย่างเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน มันเกิดจากสิ่งที่สะสมเอาไว้ พอได้จังหวะมันก็ระเบิดออกมามองเห็นทางทะลุปรุโปร่งไปหมด ไม่ว่านักเขียน นักรบ นักธุรกิจ นักอะไรต่อนักอะไรต่างมีสิ่งที่เกี่ยวกับงานของตน สะสมเอาไว้ทั้งสิ้น มันตกผลึกฝังลึก เมื่อถึงเวลามันจะปรากฎออกมารับใช้ ลายตองก็เหมือนเขาเหล่านั้น แต่สิ่งที่ตกผลึกฝังลึกของลายตองมันเป็นความคิดแค้น หาช่องทางตอบแทนนายกองทุน บัดนี้ ถึงเวลามันก็ปรากกขึ้นมาในความคิด...
“มีเรื่องอะไรกับป่านุ่นเหรอ” กําบังเอ่ยถาม มือยังไม่ยอมปล่อยจากลายตองง่ายๆ
“ไม่...ไม่มีเรื่องอะไร อยากไปคุยกับแก่นะ”
“ฉัน...ฉันเสียดาย”
“เสียดายอะไร”
“เสียดายลายเนื้อตอง” กําบังเอื้อมมือลงไปคว้า เนื้อตองตรงหน้าขา
“อย่ามาทําเป็นพูดเล่น” ลายตองปล่อยให้มือหนาของกําบังลูบไล้เนื้อตองนอกร่มผ้า ถึงตอนนี้ ไม่ได้มีแก่จิตแก่ใจจะมาคิดถึงเรื่องเนื้อตองของตน
กับหน่อเนื้อของกําบังอีกแล้ว เพราะมันมีความคิดที่ดีกว่าเข้ามาถักทอก่อเป็นรูปขึ้นอยู่ในสมอง
“จริงๆ นะ ใครก็ไม่เหมือนเนื้อตองของฉัน” กําบังไม่หยุดยั้ง “เนื้อตองแน่นเหลือเกิน”  กําบังแบมือลงต่ำเหมือนเชยคางตรงปลายเนื้อตอง
“ลูกเนียงยังไม่ดีอีกเรอะ”
“ใธ่ เด็กจะไปรู้เรื่องอะไร เหมือนตบมือข้างเดียว” กําบังพูดแบบปากกับใจไม่ตรงกัน ความจริงแล้วให้นึกเสียดายเหลือเกิน เมื่อไหร่จะมีโอกาสได้กินอีกก็ไม่รู้ เนื้อของเด็กสาวๆ มันช่างแน่นหนึบ กรึบกรอมเสียจริงๆ กําบังรู้ถ้าหากจะมีโอกาสได้กลับไปสวาปเด็กสาวอีกก็ต้องอาศัยลายตอง เป็นผู้ช่วยเหลือเพราะเช่นนั้นจะต้องเอาใจลายตองให้มากๆ จะหาคนอย่างลายตองได้ที่ไหน ดูเถอะจัดการส่งเด็กสาวลูกของนายลงมาให้เขมือบถึงในห้อง แล้วยังเปิดช่องให้ตนขึ้นไปอัดเมียนายบนตึก อีก ไม่รู้โชคชะตาหรือดาวอะไรมาเล็งลัคกุมลัก จึงได้มีเนื้อสดๆ ซิงๆ มาให้เขมือบไม่ขาดสาย
“ไปเหอะ” ลายตองจับมือของกําบังออกจาก เนื้อตองแล้วผลักไส
“ไม่เหรอ” กําบังทําทีเป็นอาลัยอาวรณ์เสียเต็มประดา
“ไปเหอะน่า ฉันบอกให้ไปก็ไปสิ” เสียงของลายตองบอกอย่างเด็ดขาด
แสงจันทร์สาดเข้ามาในห้องขาวกระจ่างทําให้ กําบังเห็นลายตองสวยไปหมดทั้งตัว สวยเพราะหาของดีๆ มาให้ตนกิน เอาไว้ผ่านคืนนี้ไปก่อนแล้ว ค่อยมาสมนาคุณกัน....กําบังคิดแล้วเดินออกมาจากห้องด้วยท่าทีเหมือนเชื่อฟังคําสั่งของลายตอง
พอกําบังผละออกไปจากห้องลายตองก็หันเข้า หาห้องน้ำจัดการลูบเนื้อลูบตัวประแป้งพอหอม พอประมาณ ขณะเดียวกันความคิดก็เดินไปเรื่อยๆ เรื่องของบาปบุญคุณโทษไม่ต้องนึกถึง นึกอย่างเดียวคือการตอบโต้ แก้แค้นตอบแทนในฐานะที่ ตนก็เป็นคนเหมือนกัน ย่อมมีสิทธิ์ตอบแทนเมื่อเป็นฝ่ายถูกกระทําก่อน
ออกจากห้องของกําบังลายตองก็เดินตัดผ่าน ร่มจําปีมาที่หน้าห้องของป่านุ่นแม่ครัว
“ป้า...ป้า...ป้าจ๋า” ลายตองเรียกเบาๆ
“หือ” เสียงป้านุ่นขานรับออกมาจากห้องที่ดับ ไฟมืด แต่สว่างไปด้วยแสงจันทร์เพราะเปิดหน้าต่าง ออกรับแสง
“ฉันเอง ลายตองจ้ะ”
“มีอะไรเรอะ”
“ฉัน...ฉันมีเรื่องจะมาคุยด้วย”
“มาคุยอะไรกันดึกดื่นป่านนี้วะ” เสียงของป้านุ่นไม่ค่อยพอใจ
“โธ่ป่า ก็มันเพิ่งจะมีโอกาสคืนนี้เท่านั้นเองนี่นา
“โอกาสอะไรกันวะ”
“ออกมาก่อนเถอะป้า เดี๋ยวรู้เอง”
เสียงป้านุ่นบ่นกับอิ่มหลานสาวเบาๆ จากนั้นก็ เป็นเสียงกุกกักๆ แล้วกลอนประตูก็ถูกถอดออก ระเบียงหน้าห้องสว่างจ้าไปหมดด้วยแสงจันทร์ ลายตองเดินไปนั่งตรงบันไดขั้นที่สองเป็นเชิงบอกให้ป้านุ่นตามไปเพื่อจะได้พูดคุยกัน
ปกติพวกคนใช้ในบ้านซึ่งเป็นผู้หญิงแล้ว มักไม่ค่อยจะถูกเส้นกันเท่าไรนัก มีการแบ่งกลุ่ม จับคู่ ซึ่งก็หนีไม่พ้นไปจากความริษยาซึ่งซ่อนลึกอยู่ในจิต ใต้สํานึกที่ตนเองเกิดมาต่ำต้อยตกอยู่ในฐานะคนรับใช้ ความน้อยอกน้อยใจถูกเก็บกดเอาไว้เลยพานให้กลายเป็นความริษยาในหมู่คนใช้ด้วยกัน เนื่องจากจะไปริษยานายผู้หญิงซึ่งมีความเป็นอยู่ผิดกว่าพวกตนเหมือนหน้ามือกับหลังมือมันก็ไม่ได้ มันดูจะเกินไป ชีวิตความเป็นอยู่อาจโดนทําโทษเอาง่ายๆ ทั้งๆที่ใจ ก็อยากจะริษยาคนผู้เป็นนาย อยากจะนินทาว่าร้าย ให้สาแก่ปากสาแก่ใจก็ไม่กล้า ดังนั้นจึงหันกลับมา ริษยาและนินทาในระหว่างพวกเดียวกันเอง
ป้าปุ่นนั้นถึงแม้จะอายุค่อนข้างมากแล้วก็หนี ไม่พ้นเรื่องอย่างนี้ และโดยเฉพาะถือว่าตนเองเป็นคนเก่าคนแก่อยู่มาตั้งแต่คุณเทียมบัวยังเป็นสาวๆ เหตุนี้ องุ่นกับส้มเช้าดูจะเป็นที่เขม่นหูเขม่นตา ป้านุ่นอยู่เสมอเพราะองุ่นกับส้มเช้าไม่ค่อยยอมลง ให้แกง่ายๆ ตรงข้ามกับลายตองในสายตาของป่านุ่นเห็นมันเป็นคนเฉยๆ ไม่ค่อยจะเอาเรื่องเอาราวกับใคร ถึงมันจะไม่ยอมลงให้ป่านุ่นแต่มันก็ไม่เคย มาก้าวก่ายทําอะไรผิดก็ไม่เคยเถียง อย่างมากก็แค่ทํา เฉยๆ แล้วเดินเลี่ยงเลยไป ป้านุ่นแกจึงไม่ค่อยจะเกลียดชังลายตองเหมือนเกลียดชังส้มเช้ากับองุ่น
และคืนวันนี้...คําพูดของลายตองที่เรียกแก ออกมาจากห้อง มันฟังดูชอบกล ไม่ใช่บงการไม่ใช่อ้อนวอน แต่มันเป็นคําพูดที่ดูเหมือนจะมีประโยชน์ สําหรับตัวป้านั่นเอง เมื่อออกมาจากห้องแกจึงนั่งลง บนพื้นที่ขัดถูจนสะอาดเหนือบันไดขั้นสุดท้าย
ลายตองหันหน้ามาหา จันทร์กระจ่างจนเห็น แววใสในดวงตาของลายตอง ในแววนั้นมันเหมือนบรรยายออกมาเป็นความรู้สึกปรีดิ์เปรม สมหวังแต่มันก็แฝงความน่ากลัวสําหรับป้านุ่นอยู่เหมือนกัน
“มีเรื่องอะไรกับป้ารี” น้ำเสียงของป่านุ่นอ่อนลงไปโดยไม่รู้ตัว ทั้งที่ปกติแกเป็นคนประเภท เสียงดังฟังถนัด ไม่เคยออมเสียง ปากคอแกก็จัดจ้านเอาไหนเอากัน ยิ่งเป็นคนในระดับเดียวกันด้วยแล้ว แกจะต้องพยายามวางตัวให้เหนือกว่า แต่ขณะนี้ป้านุ่นกลับมีความรู้สึกว่าลายตองเป็นคนที่แกจะทํา เหมือนกับคนอื่นๆ และทํากับลายตองเหมือนอย่างเคยไม่ได้เสียแล้ว คล้ายกับมีอะไรที่สื่อออกมาอย่างน่าเกรงขามจากลายตอง
“อิ่มนอนแล้วเหรอป้า” ลายตองมองไปที่ประตู ห้องของป้านุ่นที่เปิดทิ้งเอาไว้เห็นมุ่งสีขาวและร่าง ตะคุ่มๆ ของอิ่มชัด
“เพิ่งนอน  ยังไม่หลับหรอก”   ป้านุ่นตอบ ตาก็มองไปที่มุ้งและหลานสาวของตัว   “นังคนนี้ มันเป็นเด็กแปลก คืนไหนเดือนหงายมันนอนไม่ค่อยหลับ มันบอกมันชอบมองดูแสงจันทร์”
“พระจันทร์ไม่มีอะไรน่ากลัวนี่นา เด็กมันก็ชอบดูน่ะสิ” ลายตองวางตัวเองด้วยคําพูดให้เป็นผู้ใหญ่กว่าอิ่มหลานสาวของป้านุ่น”
“สงสารมัน” ป้านุ่นพูดเบาๆ เชิงปรารก “พ่อ แม่มันไม่มี ถ้าไม่มีป้าเสียคนไม่รู้มันจะเป็นยังไง ป่านนี้จะตกระกําลําบากแค่ไหนก็ไม่รู้ ป้าเองก็ตั้งใจว่าจะเลี้ยงมันให้ดี และก็ต้องเอาดีได้ด้วย” ป้านุ่น พูดอย่างมั่นอกมั่นใจจริงจัง
“จริง ฉันเชื่อว่าป้าต้องทําได้เหมือนอย่างคิด” ลายตองพยักหน้าละสายตาจากมุ่งสีขาวหันมามอง หน้าป้านุ่น
“ป้าก็คิดอย่างงั้นแหละ เมื่อไหนๆ ตัวเรามัน เอาดีไม่ได้ ก็ต้องเลี้ยงให้มันได้ดีกว่าเรา เราทําผิดมาแล้ว ก็ไม่อยากให้มันผิด ไม่อยากให้มันหมดหวัง เหมือนอย่างเรา”
“แต่ถ้าเราเป็นแค่คนใช้เขาอยู่อย่างนี้ มันจะดี ได้เรอะ”
ป้านุ่นนิ่งเหมือนจนมุมกับคําถามของลายตอง แต่ว่าในขณะเดียวกัน เหมือนมันจะมีเลศนัยบางอย่างจากคําพูดของลายตอง
“เราไม่มีความรู้ ไม่มีพ่อแม่สร้างทรัพย์สินเอาไว้ให้เป็นมรดก” ลายตองพูดต่อคล้ายกับจะแดกดัน “เราเกิดมาไม่มีตราเงินตราทองประทับ บนหน้าผากเหมือนพวกเจ้าพวกนายเขา เรามีอย่างเดียวก็คือเอาแรงเข้าแลกมันถึงจะได้เงินมา”
“ก็จริงของเอ็ง”
“หรือไม่ก็...เอาตัวเข้าแลก” ลายตองรวบรัดเข้าหาเป้าหมายอย่างรวดเร็ว “หาผัวดีๆ รวยๆ สักคนก็พอจะเอาดีได้หรอก ไอ้ที่เขาว่ามีหรือจนไม่สําคัญขอให้มันรักกันจริงเถอะน่า อย่าไปเชื่อมันเลย ความรักแบบนั้นน่ะ มันเบื่อกันได้ แต่ถ้าเงินแล้วมันเบื่อกันไม่ได้หรอก อิ่มหลานสาวของป้า มันเป็นสาวและสวยด้วย ฉันว่าป้าก็คงคิดเหมือนที่ฉันคิดเอาไว้”
“คิดอะไรวะ”
“คิดเป็นเมียน้อยเขาน่ะซี”
ป้านุ่นโดนลายตองพูดแทงใจดําเข้าถึงกับอึ้งและดูจะละลายเข้าไปในเบ้าที่ลายตองเตรียมเอาไว้เพื่อหลอมออกมาเป็นรูปร่างตามความคิดของตน

ต่อจากตอนนี้  ตอนที่ 26 ไม่มีต้นฉบับ ตอนหน้าขึ้นตอนที่ 27 ครับ


*

ออฟไลน์ sofee

  • Junior Member
  • ***
  • 413
  • 85
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่25
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มิถุนายน 22, 2018, 01:36:52 am »
ลายตองนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ
เป็นนักวางแผนที่หาตัวจับยากเหลือเกิน คิดอะไรที่ทำเอานึกไม่ถึงตลอด

*

ออฟไลน์ cdx

  • Junior Member
  • ***
  • 409
  • 2613
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่25
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มิถุนายน 22, 2018, 06:07:38 am »
อืมมม เข้าใจแล้วว่า เรื่องราวทั้งหมด เกิดจากความเค้น ของลายตอง

*

ออฟไลน์ Suchart Thanee

  • Full Member
  • **
  • 236
  • 1
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่25
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มิถุนายน 22, 2018, 06:25:46 am »
ลายตองเดินเรื่องเองหมด โชคดีของกำบัง

*

ออฟไลน์ sunnie06

  • Veteran Member
  • ******
  • 1728
  • 835
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่25
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มิถุนายน 22, 2018, 02:43:00 pm »
ถ้าชีวิตจริงเจอคนแบบลายตอง โคตรน่ากลัวเลย

*

ออฟไลน์ peddo

  • Ultimate Member
  • ********
  • 3918
  • 1236
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่25
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มิถุนายน 22, 2018, 02:51:29 pm »
ยังมีอีกหลายสาวเลยนะครับบ้านนี้ ต่อได้อีกยาว คุณแววอาจจะติดใจบังก็ได้ แต่ถ้ากองทุนรู้ก็อาจจะตกกระป๋อง รอน้องอิ่มสวมแทน อย่ารวมคุณป้าไปกะเขาด้วยเป็นใช้ได้ ตื่นเต้นตั้งแต่ยังไม่มีบทเสียวเลยครับ ขอบคุณครับ

*

pinmonkey

Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่25
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: มิถุนายน 22, 2018, 08:38:44 pm »
ดูกำบังยังยับยั้งบ้างนะ ไม่ทำอะไรโฉ่งฉ่างดี ขอบคุณมากครับ

*

ออฟไลน์ suriyamahajit

  • Supreme Member
  • *********
  • 7789
  • 1850
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่25
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: กรกฎาคม 24, 2018, 12:11:37 am »
ลายตองยังคิดจะให้หลานป้าเป็นคุณนายอีกรึเปล่าน่ะ

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ