Darkness Circle / วงจรแห่งความมืด ตอนที่ 5

Darkness Circle / วงจรแห่งความมืด ตอนที่ 5

  • 296 ตอบ
  • 5464 อ่าน
*

ออนไลน์ เจตภูติ

  • Full Member
  • **
  • 202
  • 393
    • ดูรายละเอียด
Darkness Circle / วงจรแห่งความมืด ตอนที่ 5
« เมื่อ: ธันวาคม 30, 2020, 03:21:25 pm »
คุยกันก่อนอ่าน ก่อนอื่นขอบอกไว้เลยว่านี่คือตอนสุดท้ายสำหรับปีนี้แล้วครับ ฮาฮา มีซ่อนเนื้อหาช่วงท้ายเล็กน้อยเป็นการส่งท้ายปีเก่า เจอกันใหม่ปีหน้าเลย สวัสดีปีใหม่ท่านสมาชิกทุกล่วงหน้าครับ

Darkness Circle / วงจรแห่งความมืด ตอนที่ 5
   
ความมืดของท้องฟ้าค่อยๆ จางลงไป แสงจากดวงอาทิตย์ค่อยๆ สว่างขึ้นมาแข่งกับแสงจากเสาไฟถนน เจษฎาเดินเท้าออกจากที่เกิดเหตุมาตลอดทั้งคืน จนเวลาใกล้เรุ่งถึงมีรถโดยสารประจำทางแล่นผ่านมาให้เขาได้เข้ามาในตัวจังหวัด เขานั่งพักอยู่ที่ท่ารถด้วยสภาพอิดโรยเจ็บปวดไปทั้งร่าง ก่อนจะเริ่มหาที่พักเพื่อเตรียมตัวเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป แต่ก็ไม่สามารถจะปล่อยให้ร่างกายได้พักผ่อนแม้จะผ่านเรื่องราวหนักหน่วงมาทั้งคืน เขานั่งสำรวจหาดูข่าวอุบัติเหตุรถชนจากมือถือที่หน้าจอแตกร้าวนานหลายชั่วโมงก็ไม่เห็นข่าวอุบัติเหตุของรถที่เขาขับมา นั้นทำให้เขาได้พอมีเวลาหายใจบ้าง
   
เขาเดินทางมาถึงอำเภอหนึ่งที่อยู่ในทิวเขาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือสุดของจังหวัดในช่วงเย็นของวันเดียวกัน ในตอนแรกเขาคิดว่าที่นี่จะเป็นบ้านนอกมีแต่ไร่แต่นาแต่เขากลับคิดผิด ในตัวอำเภอเจริญมากที่เดียว มีตึกมรามบ้านช่อง ร้านค้า สาธารณูปโภค ใหญ่โตและหนาแน่นพอสมควร ถ้าเทียบกับจังหวัดที่เน้นผลผลิตด้านการเกษตรเป็นหลัก
   
สถานที่ที่ห่างออกจากเมืองหลวงมาไกลไม่ถึงสองร้อยกิโลเมตร ถ้าขับรถเองก็ใช้เวลาแค่ไม่เกินสามชั่วโมง ไม่คิดว่าคนที่กำลังตามหาจะมาหลบอยู่ใกล้แบบนี้ แต่ปัญหาสำคัญตอนนี้คือไม่มีอ๊อดคอยช่วยแล้ว แม้จะมีที่อยู่แต่ก็เป็นเพียงพิกัดคร่าวๆ เท่านั้น เขาไม่รู้ด้วยซ้ำจะเริ่มหาจากตรงไหน ถ้าไม่ใช่เพราะถูกเจอตัวเร็วกว่าที่คิด เขาคงมีเวลาเตรียมการมากกว่านี้


ในตลาดช่วงหัวค่ำที่คราคร่ำไปด้วยผู้คน ร้านค้ามากมายบ้างกำลังขายของบ้างกำลังตั้งร้าน ท่ามกลางเสียงจ๊อกแจ็กจอแจของทั้งคนซื้อและคนขายและรถราที่วิ่งไปมา เจษฎานั่งเงียบใช้ความคิดอยู่ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทาง ก๋วยเตี๋ยวที่เขาสั่งมาตอนนี้เส้นได้ดูดซับน้ำซุบเข้าไปจนพองอืดเต็มชา ร่างกายยังรู้สึกปวดจากการถูกทำร้ายและอุบัติเหตุทางรถยนต์

“น้าไม่กินเหรอ ก๋วยเตี๋ยวอืดหมดแล้ว ให้ผมเอาไปเปลี่ยนให้ไหม” เสียงของชายรูปร่างสันทัด อายุประมาณยี่สิบห้าปี ตัดผมสั้นดูสะอาดสะอ้าน สวมผ้ากันเปื้อนไม่รู้ว่าเป็นลูกจ้าง หรือเจ้าของร้าน ทำให้เขาหลุดออกจากห้วงของความคิด

เขาเงยหน้าขึ้นมามองชายหนุ่ม แล้วก้มลงไปมองชามก๋วยเตี๋ยว “ไม่เป็นไร แย่กว่านี้ก็เคยกินมาแล้ว”

ชายหนุ่มถึงกับเอียงคอด้วยความสงสัยในคำตอบ มองชายที่ถูกขัดการใช้ความคิดหันมาตั้งหน้าตั้งตากินก๋วยเตี๋ยวที่อืดจนเต็มชามเข้าไป ก่อนจะกลับเข้าไปประจำที่หม้อก๋วยเตี๋ยว

“น้องมานี้หน่อยพี่ขอถามอะไรนิดหนึ่ง” หนุ่มใหญ่เหมือนคิดได้หลังจากถูกทักเขากวักมือเรียกชายหนุ่มให้เข้ามาใกล้ๆ

“ถามอะไรครับน้า”

“น้องคนที่นี้รึเปล่า”

“อืม...คนที่นี้ครับ เกิดแล้วก็โตที่นี้เลย” ชายหนุ่มงุนงงในคำถามแปลกๆ แต่ก็ตอบอย่างไม่ปิดบัง

“งั้นก็รู้จักคนเยอะเลยสิ เป็นพ่อค้าด้วยนี่”

“พวกพ่อค้าแม่ค้ากับคนแถวๆ นี้ก็รู้จักเยอะอยู่ แล้วก็พวกลูกค้าประจำกับพวกที่ผ่านไปผ่านมาบ่อยๆ ก็พอรู้จักอยู่บ้าง ถามทำไมครับน้า”

“พอดีอยากให้ช่วยอะไรหน่อย เคยเห็นหน้าคนๆ นี้บ้างไหม” เจษฎาส่งมือถือที่มีรูปผู้หญิงคนหนึ่งให้ชายหนุ่มดู

“...เหมือนจะคุ้นๆ อยู่นะ แต่ไม่ค่อยแน่ใจ จอมือถือน้าเละมากเลย ภาพก็ไม่ค่อยชัด”

“เฮ้ยเปี๊ยกขายดีรึเปล่าวะ” การสนทนาถูกขัดจังหวะด้วยเสียงของชายร่างใหญ่สวมหมวกกันน็อคเต็มใบแบบเปิดหน้าใส่ชุดเสื้อกันลมสีดำและกางเกงยีนสีเข้มมีรอยขาดแบบแฟชั่นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์แบบผู้ชายคันใหญ่ ด้านหลังมีคนซ้อนท้ายแต่งกายลักษณะเดียวกันแต่ตัวหนากว่าเล็กน้อย

“ยังขายไม่ได้เลย มีน้าคนนี้เข้าร้านอยู่คนเดียวเนี้ย ยังไม่ได้เก็บเงินด้วย” ชายหนุ่มยื่นโทรศัพท์มือถือคืนให้เจษฎา สีหน้าเบื่อหน่ายผิดกับก่อนหน้านี้แทบจะทันทีที่หันไปเห็นคนสวมหมวกกันน็อค

“เฮ้ยไอ้แก่ กินเสร็จแล้วก็รีบๆ จ่ายเงินสิวะ คนเขาจะทำธุระกัน” ชายคนขับเดินลงจากรถมานั่งร่วมโต๊ะเดียวกับเจษฎา สอดหน้าเข้ามามองช้อนขึ้นไปอย่างยียวน

“ผมยังคุยกับพ่อค้าไม่เสร็จ” เจษฎาตอบกลับน้ำเสียงเรียบเฉย

“มึงจะคุยเหี้ยอะไร มาแดกแล้วก็จ่ายเงินไป แค่นั้น” ชายสูงใหญ่ที่นั่งตรงข้ามปัดชามก๋วยเตี๋ยวกระเด็นร่วงจากโต๊ะส่งเสียงโครมครามจนคนรอบๆ หันมาดูเล็กน้อย ก่อนจะหลบหน้าไปเหมือนไม่ใช่เรื่องผิดปกติ

“ไอ้แก่นี่มาจีบมึงเหรอวะเปี๊ยก ฮาฮาฮา” ชายด้านหลังเดินลงจากรถมอเตอร์ไซลงกอดคอพ่อค้าหนุ่มพร้อมกับพูดถากถางด้วยกิริยาท่าทีกวนโมโห

“เนี้ยพวกพี่มากวนผมทุกวันแบบนี้ผมจะขายของได้ยังไง ผมขายของไม่ได้ก็ไม่มีเงินมาจ่ายนะสิ” พ่อค้าหนุ่มแสดงสีหน้าไม่พอใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก

“เรื่องหาเงินไม่ใช่หน้าที่ของพวกกูนี่หว่า กูมีหน้าที่มาเก็บเงิน” ชายที่มาด้วยกันท่าทางเหมือนเป็นลูกน้องเริ่มผลักโต๊ะผลักเก้าอี้จนล้มระเนระนาด

“ต้องจ่ายเท่าไหร่บอกมาเดี๋ยวผมจ่ายให้ก่อน ขอผมคุยธุระต่ออีกหน่อยได้ไหม” เจษฎาพอจะเข้าใจสถานการณ์ และลักษณะการทำงานของคนในสายอาชีพนี้ดี เขาพยามจะยื่นข้อเสนอให้ เพราะเหมือนพ่อค้าคนนี้น่าจะพอเป็นเบาะแสให้เขาได้

“มึงรวยนักเหรอไม่ต้องเสือกเรื่องคนอื่นหรอก เดี๋ยวจะเอาตัวไม่รอด” ชายฝั่งตรงข้ามขึ้นเสียงดังจนน่ากลัว และยืนขึ้นเหมือนจะเอาเรื่อง

“ใจเย็นๆ ก่อนนะ น้าไปก่อนเถอะเดี๋ยวทางนี้ผมจัดการเอง” ชายหนุ่มเดินเข้าไปข้างโต๊ะพยายามกันเจษฎาออกจากร้านก่อนจะได้รับอันตราย

“จัดการเหี้ยอะไร อย่างมึงจะมาจัดดการอะไรได้ มีหน้าที่จ่ายเงินก็จ่ายมาก็พอ” ชายสวมหมวกกันน็อคที่ตัวหนากว่าเดินเข้ามาผลักใส่อกคนขายก๋วยเตี๋ยวจนล้มลงก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้นหัวกระแทกใส่รถขายก๋วยเตี๋ยวของเขาอย่างแรง

เจษฎาเห็นท่าจะไม่ดีแต่ก็ยังก็ยังห่วงข้อมูล พุ่งร่างออกไปช่วยพยุงตัวคนขายก๋วยเตี๋ยวให้ลุกขึ้นยืนพร้อมช่วยดูอาการ

“เฮ้ย...ไอ้แก่นี้มึงอยากจะเสือกให้ได้เลยใช่ไหม” ชายร่างหนาตะคอกออกมาเหมือนหัวเสีย ควักปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ออกมาจากกระเป๋าคาดอกชี้ตรงไปที่เจษฎา

“เปรี้ยงงง!” มัจจุราชแบบทำเองที่บรรจุกระสุนลูกปลายเบอร์สิบสอง นกปืนถูกสับลงไปตีเข็มแทงชนวนแทงเข้าใส่จานท้ายกระสุนเกิดเสียงดังสนั่น ลูกโลหะทรงกลมเม็ดเล็กจำนวนเก้าเม็ดพุงเข้าปะทะใส่ร่างของเจษฎาจนร่างถอยล้มไปด้านหลังราวกับโดนถีบอย่างแรง ชายเคราะห์ร้ายนอนนิ่งไร้การเคลื่อนไหว

“เอ้า...ไอ้เหี้ย มึงไปยิงมันทำไม” ชายตัวใหญ่พูดสบถเสียงดังออกอาการตะหนกตกใจกับเหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดคิด

“ปืนมัน...ลั่นพี่ ผม...แค่จะขู่มัน” คนตัวหนากว่าละล่ำละลักแก้ตัวเป็นพันละวัน

“ลั่นพ่อมึงสิ รีบไปเลย” ชายร่างใหญ่รีบวิ่งไปสตาทรถมอเตอร์ไซค์ ชายตัวหนากว่าก็กระโจนร่างขึ้นไปซ้อนก่อนจะออกรถแล้วขับออกไปจากตลาดอย่างรวดเร็ว  ทิ้งสถานที่เกิดเหตุให้เหลือแต่เสียงโวยวายของชาวบ้านที่กำลังหนีตาย บางส่วนก็ไปหลบหลังที่ที่พอจะกำบังตัวได้แล้วแอบดูเหตุการณ์

ร่างของเจษฎานอนนิ่งอยู่กับพื้นจู่ๆ ก็เริ่มมีการเคลื่อนไหว มือถูกเลื่อนขึ้นกุมหน้าอกและลำตัวเหมือนจะสำรวจหาบาดแผล ท่าทางเจ็บปวดมีอาการสำลักรุนแรงและหายใจลำบากจนดูทรมาน คนขายก๋วยเตี๋ยวรีบลุดเข้าไปดูอาการอย่างเป็นห่วง เขาจับร่างของเจษฎาไว้กระฉากเสื้อเชิ้ตแยกออกจากกันเปิดดูร่างที่ถูกยิงแต่กลับแสดงสีหน้าตกตะลึง

ร่างสูงผอมที่ตอนนี้สงบลงจากอาการสำลักบ้างแล้วก็ก้มลงมองลำตัวของตัวเองตามพ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยว แสดงสีหน้าที่ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ ร่างกายของเขายังอยู่ในสภาพดี ไม่มีเลือดหรือร่องรอยคมกระสุนเจาะเข้าไปในผิวหนังที่เต็มไปด้วยรอยสักแม้แต่จุดเดียว สร้างความประหลาดใจให้กับชายหนุ่มผู้เห็นเหตุการณ์ยิงกันในระยะใกล้ เขามั่นใจมากว่าเห็นกระสุนพุ่งเข้าปะทะร่างหนุ่มใหญ่เต็มๆ ด้วยระยะประชิดขนาดนี้น่าจะทำให้หนุ่มใหญ่ได้รับบาดเจ็บสาหัส รวมถึงคนที่มามุงดูก็ซุบซิบมีความคิดไปในทางเดียวกันว่าไม่น่ารอด ไม่เว้นแม้แต่ตัวเจษฎาเอง

...ลุงแม่งของจริงนี่หว่า แม่งให้ของดีมายังเสือกหลอกว่าของปลอมอีก อูยยย… เจษฎาเอามือลูบรอยสักที่หน้าอกที่ไร้รอยแผลแต่ก็ทิ้งอาการเจ็บปวดไว้ราวกับยังมีลูกเล็กฝั่งอยู่ในร่าง พรางคิดถึงหน้านักโทษชราเข้ามาในหัวสมอง ทั้งรู้สึกขอบคุณและรู้สึกโกรธไปในเวลาเดียวกัน

“น้าเป็นอะไรไหม ไหวรึเปล่า” ชายหนุ่มแสดงอาการกระวนกระวายเหมือนไม่ค่อยแน่ใจ ยังสำรวจหาบาดแผล ร่วมถึงอาการบาดเจ็บอย่างอื่นเช่นช้ำใน หรือกระดูกหัก ด้วยความที่เคยผ่านการอบรมหลักสูตรกู้ภัยเบื้องต้น

“ไม่เป็นไรๆ แค่เจ็บๆ จุกๆ หายใจไม่ค่อยออก” เจษฎาลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเลเจ็บไปทั่วตัวทั้งอาการจากเรื่องเมื่อคืนและเรื่องที่เพิ่งเกิด

“พี่ผมฝากดูร้านสักเดียวนะ ขอพาคนเจ็บไปหาหมอก่อน” พ่อค้าหนุ่มร้องบอกคนรู้จักที่ตั้งแผงขายของอยู่ข้างร้านก่อนจะสอดตัวเข้าไปประคองร่างของเจษฎาให้ลุกขึ้นยืนแล้วพาไปที่มอเตอร์ไซค์ของเขาที่จอดอยู่ด้านหลังร้านก๋วยเตี๋ยว

“ไม่ต้อง..ไปหาหมอหรอก...พักสักหน่อยเดี๋ยวก็ดีขึ้น” เจษฎารู้ดีว่าไปโรงพยาบาลคงจะไม่เหมาะนักกับสถานการณ์ของเขาในตอนนี้สักเท่าไหร่

“ไม่ได้น้า ถ้าน้าเป็นอะไรไปเพราะผม ผมรู้สึกผิดแย่เลย ถ้าน้าไม่อยากไปหาหมอ งั้นไปพักที่บ้านผมก่อนละกัน อยู่หลังตลาดนี่เอง” ชายหนุ่มยื่นข้อเสนอ

“เอาอย่างงั้นก็ได้” เจษฎาจำใจรับข้อเสนอ

พ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวพาเจษฎาซ้อนมอเตอร์ไซค์ไปที่บ้านของตัวทางท้ายตลาดตามเส้นทางถนนคอนกรีต พอขับออกมาจากเขตตลาดได้ไม่ไกลกลับรู้สึกเปลี่ยวอย่างประหลาด แม้สองข้างทางมีบ้านเรือนเรียงรายแต่ก็ปิดเงียบ ประกอบกับถนนที่โล่งมีรถขับสวนบางตา ชายหนุ่มขับรถไปตามทางพร้อมกับคอยสังเกตุอาการคนซ้อนเป็นระยะ ด้วยระยะห่างจากตลาดแค่หนึ่งกิโลเมตรเศษชายหนุ่มก็เลี้ยวรถเข้าไปในซอยใกล้วัดขนาดใหญ่มาถึงที่หมายอย่างรวดเร็ว

“ถึงแล้วพี่เดินระวังๆ นะ” ชายหนุ่มจอดรถที่หน้ารั้วบ้านแล้วลงมาประครองเจษฎา

หนุ่มใหญ่มองเข้าไปในรั้วเห็นบ้านไทยประยุกต์สองชั้นครึ่งไม้ครึ่งปูนมีใต้ถุนหลังใหญ่ปลูกอยู่บนพื้นที่กว้าง คล้ายว่าจะเคยเป็นบ้านสวนมาก่อน เพียงแต่สภาพค่อนข้างโทรม ต้นไม้ใบหญ้าใหญ่เล็กขึ้นรกเหมือนไม่มีคนคอยดูแลถ้าปิดไฟไว้แล้วมองผ่านๆ จะเรียกว่าบ้านผีสิงก็ไม่ผิดซะทีเดียว

พ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวพาเจษฎาเข้าไปนั่งพักที่ม้าหินใต้ถุนบ้านก่อนจะเข้าไปเอาน้ำเอาท่าออกมาต้อนรับ

“ผมชื่อเปี๊ยก แล้วอาจารย์ละชื่ออะไร” ชายหนุ่มแนะนำตัวอย่างเป็นกันเองเพราะเพิ่งผ่านเหตุการณ์เฉียดตายมาด้วยกันแต่ก็ยังแฝงด้วยความเคารพ พร้อมกับเทน้ำเย็นใส่แก้วส่งให้ เขาสังเกตุสีหน้าของหนุ่มใหญ่ที่ตอนนี้เกือบจะเป็นปกติแต่ก็มีอาการอ่อนล้าแฝงอยู่

เปี๊ยก หรือ ปิยะพงษ์ พ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวหน้าตาปานกลางหุ่นนักกีฬาดูสุขภาพดี กิริยาท่าทางดูซื่อๆ มีน้ำใจ แอบมองดูร่างกายและรอยสักของเจษฎา ด้วยความรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับอิทธิฤทธิ์อภินิหารที่เขาเพิ่งประสบมากับตา สายตาของเขาฉายแววแห่งความศรัทธาออกมาให้เห็น

“ผมชื่อเจษ...ว่าแต่เมื่อกี้เรียกว่าอะไรนะ”

“อาจารย์ไงครับ” ปิยะพงษ์จ้องหน้าเจษฎาดวงตาเป็นประกายจนหนุ่มใหญ่ไม่กล้าสบตา

“เออออ...เรื่องนั้นช่างมันก่อนละกัน อยากให้เปี๊ยกดูรูปนี่หน่อย” เจษฎาถึงกับพูดไม่ออกในทีแรกเมื่อถูกเรียกว่า

‘อาจารย์’ แต่ก็ไม่คิดอะไรแล้วเข้าประเด็นทันที

“เรื่องหาคนเอาไว้ทีหลังก็ได้ เดี๋ยวผมเป็นธุระจัดการให้เอง ผมว่าตอนนี้อาจารย์ขึ้นไปนอนพักก่อนดีกว่า...” ชายหนุ่มพาเจษฎาขึ้นมาบนบ้าน ถึงด้านนอกจะดูเก่าและหน้ากลัวแต่ภายในกลับสะอาดสะอ้าน ในบ้านแบ่งออกเป็นห้องนอนสี่ห้องล้อมโถงกว้างตรงกลาง มีห้องน้ำห้องส้วมอยู่ที่ฝั่งที่ทำจากปูน ประตูหน้าต่างมีมุ้งลวดกันแมลง จะมีผิดปกติอยู่บ้างก็พวกข้าวของเครื่องใช้และฟอนิเจอร์ของตกแต่งบ้านที่แถบจะไม่มีเลย กับโต๊ะหมู่บูชาที่อยู่ตรงผนังด้านหนึ่งของโถงที่วางของแปลกๆ ไว้จำนวนหนึ่ง

“เดี๋ยวอาจารย์นอนที่โถงกลางบ้านก่อนละกัน ห้องอื่นยังไม่ได้ทำความสะอาด หรือถ้าอาจารย์ไม่ชอบจะนอนห้องผมก็ได้นะ” ปิยะพงษ์เดินมากลางบ้านชี้ไปตรงที่ว่างแล้วเข้าไปเปิดประตูห้องของเขาซึ่งก็กว้างขวางมากทีเดียวได้แต่ข้าวของในห้องดูไม่ค่อยเป็นระเบียบซักเท่าไหร่ให้เจษฎาดูเพื่อตัดสินใจ

“ไม่เป็นไร นอนข้างนอกนี่แหละ” ความเอื้อเฟื้อของปิยะพงษ์ทำเอาเจษฎาออกอาการทำตัวไม่ถูก

เจ้าของบ้านก็กระตือรือร้นขนเครื่องนอนกับผัดลมออกมาให้ พร้อมกับจัดการปูวางเตรียมที่ทางจนเรียบร้อย

“ถ้าอาจารย์จะอาบน้ำหรือเข้าส้วม ห้องน้ำก็อยู่ทางด้านนู่นนะครับ ส่วนครัวอยู่ชั้นล่าง ทุกอย่างใช้ได้ตามสบายเลย แล้วนี่เบอร์โทรผม ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาก็โทรมาผมจะรีบกลับมา เดี๋ยวผมขอตัวไปจัดการที่ร้านก่อน” ชายหนุ่มจัดแจงทุกอย่างเสร็จก็ให้เวลาเจษฎาได้พักผ่อน ส่วนตัวเขาก็กลับไปที่ร้านเพื่อเก็บกวาด

เจษฎาทิ้งตัวลงนอนบนฝูกที่เตรียมไว้อย่างหมดแรง อาการปวดเกิดขึ้นทั่วตัวอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อประเมินเหตุการณ์ตั้งเมื่อเย็นวานจนถึงตอนนี้ ช่างเป็นยี่สิบสี่ชั่วโมงที่ทรหดในแบบที่คนทั่วๆ ไปไม่น่าจะทนไหว เขานอนคิดทบทวนเพื่อหาทางจัดการกับปัญหาต่างๆ จนเผลอหลับไปโดยไม่ทันรู้ตัว

สายลมเย็นพัดเอื่อยๆ ผ่านเข้ามาทางหน้าต่างกระทบร่างที่นอนห่มผ้าอยู่บนฝูก แสงแดดอ่อนๆ ที่กำลังจับขอบฟ้าส่องกระทบเข้าเปลือกตา หนุ่มใหญ่ลืมตาขึ้นได้อย่างยากลำบากสายตากำลังปรับสภาพให้เข้ากับแสงสว่างยามเช้า ร่างกายยังคงปวดเหมื่อยไปทุกส่วน

“อ้าว...ผมเสียงดังปลุกอาจารย์รึเปล่าเนี้ย” ปิยะพงษ์ทักทายหลังจากที่เขาเพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำในสภาพนุ่งผ้าเช็ดตัวตัวเดียวอวดร่างกายกล้ามเนื้อแน่นเหมือนหุ่นนักมวย

“อือ...เปล่าๆ ตื่นเช้าจนชินนะ ว่าแต่ทำอะไรแต่เช้านะ” เจษฎาลุกขึ้นนั่งบิดตัวไปมาทดสอบการเคลื่อนไหว ถึงจะยังเจ็บอยู่แต่ก็พอทนไหว

“วันนี้วันพระใหญ่ที่วัดมีงาน หลวงพ่อท่านขอให้ไปช่วยนะครับ” ปิยะพงษ์พูดไปพรางเช็ดหัวเช็ดตัวไปด้วย เตรียมพร้อมจะเข้าไปแต่งตัวในห้อง

“งั้นรอเดี๋ยวขอฉันไปด้วยคน” เจษฎาเห็นโอกาสในงานน่าจะมีคนมากันเยอะเขาอาจจะได้ข้อมูลอะไรบ้าง

“อาจารย์นอนพักดีกว่ามั้งครับ เมื่อคืนโดนยิงมาเลยนะ” ปิยะพงษ์แสดงอาการเป็นห่วงเพราะตอนนี้ถึงหน้าตาจะดูเป็นปกติแต่การขยับร่างกายยังดูขัดๆ เหมือนมีอาการบาดเจ็บอยู่

“ไม่เป็นไรๆ ไปไหว” เจษฎาโบกไม้โบกมือลุกขึ้นเตรียมตัวจะไปวัดกับปิยะพงษ์


ด้านหน้าศาลาการเปรียญขนาดใหญ่สองชั้น รถยนต์นั่งอเนกประสงค์สีขาวคันใหญ่แบลนด์ดังราคาแพงขับเข้ามาจอด ผู้หญิงหน้าตาสวยสะดุดตาในชุดแต่งกายสีขาวดูสุถาพเรียบร้อย ก้าวลงมาจากรถท่าทางสง่างาม พร้อมกับข้าวของอีหลายอย่างที่กำลังถูกขนลงมาด้วยชายฉกรรจ์อีกสองคนที่โดยสารมาด้วย

เจษฎาที่กำลังช่วยปิยะพงษ์จัดสถานที่ให้คนมาทำบุญสายตาก็เหลือบไปเห็นผู้หญิงที่เพิ่งโดยสารรถยนต์เข้ามากำลังสั่งให้คนติดตามยกข้าวของขึ้นมาทำบุญบนศาลา เขายืนมองอยู่นานจนปิยะพงษ์ต้องเดินออกจากครัวมาตามก็เห็นเจษฎายืนนิ่งจ้องผู้หญิงชุดขาวไม่วางสายตา

“อาจารย์ทำอะไรอยู่นะ”

“ผุ้หญิงคนนั้นใคร รู้จักไหม”

“อ้อนั่นเมียกำนันเสริฐ แกมาทำบุญอยู่บ่อยๆ อาจารย์ถามทำไมครับ” สีหน้าปิยะพงษ์ดูตึงเคลียดขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อเอ่ยถึงชื่อกำนัน

“ก็เห็นว่าสวยดี” เจษฎาเฉไฉไม่ตอบความจริง

“ไม่ใช่แค่สวยอย่างเดียวนะ เหมือนจะฉลาดด้วย ตั้งกำนันได้เมียคนนี้มาช่วยงานนะ ทำอะไรก็ราบรื่นไปหมดเลย” ปิยะพงษ์เล่าไปตามภาษาคนช่างพูดแต่สีหน้าก็ยังดูเหมือนจะมีความในใจ

“แล้วทำไมถึงทำหน้าอย่างนั้นละ” เจษฎาเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของปิยะพงษ์ก็อดสงสัยไม่ได้

“ฉันไม่ค่อยถูกกับกำนันนะ เรื่องมันยาวเอาไว้เดี๋ยวค่อยเล่า ตอนนี้ขอแรงอาจารย์ไปช่วยในครัวหน่อยสิ” ปิยะพงษ์เปลี่ยนเรื่องแล้วเดินกลับเข้าไปในครัว

“ได้เดี๋ยวตามไป” เจษฎาพูดไล่หลังไป

เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ผู้หญิงงคนนั้นหันขึ้นมาเห็นชายที่ยืนมองเธออยู่พอดีเธอถึงกับแสดงหน้าประหลาดใจ รีบเดินขึ้นไปบนศาลาแต่ก็ไม่เห็นชายคนนั้นเสียแล้ว

“มีอะไรรึเปล่าครับ” ชายฉกรรจ์หน้าตาดีที่มาด้วยกันเดินถือของที่จะใช้ทำบุญตามขึ้นมาถามไถ่อย่างเป็นห่วง

“ไม่มีอะไร…” ผู้หญิงชุดขาวตอบกลับแล้วเงียบไปทิ้งให้ชายฉกรรจ์ยืนฉงน


“ไปวัดมาเป็นยังไงบ้าง ทำไมกลับช้าจัง” กำนันประเสริฐทักทายภรรยาคนสวยที่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจ เพราะเห็นสามีกำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่ด้านใน

กำนันเสริฐ หรือ ประเสริฐ ชายวัยกลางคนอายุห้าสิบปี สูงร้อยเจ็ดสิบเศษตัวใหญ่เหมือนหมีมีพุงเล็กน้อย ไว้หนวดเคราหน้าตาดุดัน หน้าผากกว้าง เป็นผู้มีอิทธพลกว้างขว้างและร่ำรวยในแถบนี้

“ก็เหมือนเดิมแหละ คุยกับชาวบ้านนานไปหน่อย ชาวบ้านเขาจะได้รู้ว่าเราใส่ใจ ไม่ใช่วันๆ ดูแต่ไก่ ดูแต่มวย”

“แหม่อย่าโกรธสิจ๊ะ ไก่มันก็ต้องการความใส่ใจ นักมวยมันก็ลูกน้องเราทั้งนั้นมันก็ต้องดูแล” สามีเดินเข้าไปโอบกอดร่างสวยเหมือนพยายามจะขอโทษที่ไม่ได้ไปวัดด้วย

“ปล่อย...เหม็นเหล้า แล้วเป็นยังไงบ้างละ” ภรรยาสวยสะบัดตัวเบาๆออกจากวงแขน ท่าทีอ่อนลง

“ฟอร์มดีทุกคนเลย งานประจำปีอำเภอเราก็คงได้แชมป์หมดทุกรุ่นเหมือนเคยนั้นแหละ” กำนันใหญ่อวดผลงานท่าทางภูมิใจ

“เรื่องพวกนี้ดูแลดีเชียวนะ ทีเรื่องงานเรื่องเมียละไม่ค่อยสนใจ เชอะ...ไปอาบน้ำดีกว่า” ภรรยาคนสวยของกำนันมองต่ำค้อนใส่สามีก่อนจะเดินลิ่วเข้าห้องอย่างงอนๆ แต่ก็ดูไม่จริงจังเท่าไหร่


เจษฎายืนมองบ้านเรือนไทยใต้ถุนสูงหลังใหญ่ทำจากไม้สักทั้งหลัง ในพื้นที่กว้างขวางมีสนามหญ้าตัดแต่งเรียบร้อย ต้นไม้ใหญ่น้อยดูร่มรื่นได้รับการดูอย่างดี ด้านหลังมีอาคารปูนคล้ายห้องแถว มีรั้วรอบขอบชิด เขานึกถึงคำพูดของเปี๊ยกนั้นทำให้คิดได้ว่ามีความเป็นได้สูงว่าของที่เขาตามหาจะอยู่กับคนในบ้านหลังนี้ เขารอเวลาจนฟ้ามืดแล้วจึงลอบเข้าไป ถ้าไม้ใช่เพราะสถานการณ์บีบบังคับเขาคงไม่ต้องเร่งรีบลงมือเช่นนี้


ภรรยากำนันออกมาจากห้องในชุดคลุมอาบน้ำผ้าซาตินสีเข้มดูเซ็กซี่ชวนมองหวังเอาใจสามี แต่ก็ต้องผิดหวังมื่อต้องมาเจอสามีที่เมาหลับคาชุดรับแขกหรูทำจากไม้สักทองที่โซนรับแขกของบ้าน ทำให้เธอถึงกับเกิดอาการเบื่อหน่ายเบือนหน้าหนีเดินตรงไปที่หน้าต่างมองทอดสายตาผ่านสนามหญ้าไปทางต้นไม้ใหญ่ข้างบ้านเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ แต่สายตาก็หันไปเห็นร่างของผู้ชายผอมสูงซ่อนตัวอยู่ในเงาของต้นไม้ใหญ่กำลังมองขึ้นมาบนบ้านอย่างลับๆ ล่อๆ เธอตัดสินใจที่จะลงไปดูเพื่อคลายความสงสัย

เธอค่อยๆ เดินตรงไปที่ต้นไม้อาศัยเพียงแสงไฟจากตัวบ้านที่สาดออกมาเป็นแสงสลัวพอมองเห็นสภาพแวดล้อมได้คร่าวๆ

“สวัสดีจ๋า...” เจษฎาโพล่ออกมาจากเงามืดหลังต้นไม้ ทักทายด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

“เจษ...มาที่นี้ได้ยังไง” ณัฐฐาแสดงอาการประหลาดใจที่เห็นอดีตแฟนในสถานที่แห่งนี้

“บ้านใหญ่ดีนะ ดูเหมือน...จะอยู่สุขสบายดีนี่ ท่าทางจะรวยมาก”

“ขอร้องละ ออกไปจากบ้านฉันเถอะ”

“เพิ่งอาบน้ำเหรอ ตัวหอมเชียว” เจษฎาเดินเข้าไปหาเธอใกล้เอื้อมมือไปจะจับแขนของเธอ

“อย่าทำแบบนี้เลยนะ” ณัฐฐาขยับตัวหลบแล้วเดินถอยหลังออกมานิดหน่อย

“เย็นชาจังเลยนะ” เจษฎายังคงพูดด้วยน้ำเสียงปกติแต่สายตาเริ่มเผยให้เห็นความเคียดแค้น

“ฉันมีชีวิตใหม่แล้ว มีครอบครัวแล้ว อย่ามายุ่งกับฉันเลย”

“ใช่สิชีวิตคุณมันสุขสบายแล้วนี่” เจษฎาพุ่งเข้าพยายามจะคว้าตัว

“เธอไม่น่ามาที่นี่เลยเจษ” ณัฐฐาถอยตัวหลบอีกครั้ง

“ผัวะ” กำปั้นใหญ่พุ่งออกมาจากจุดอับสายตาปะทะเข้าใบหน้าของเจษฎาแบบไม่ได้ทันได้ตั้งตัวร่างผอมสูงเสียการทรงตัวทรุดเข่าลงไปแตะพื้นหนึ่งข้าง ก่อนจะมีท่อนขาพุ่งเข้าจากทิษทางตรงกันข้าม แต่คราวนี้เจษฎายกแขนขึ้นมาป้องกันไว้ได้ทัน แต่ร่างกายของเขาก็ฝืนแรงเตะไว้ไม่ไหวล้มตัวม้วนกลิ้งไปด้านหลัง

เจษฎาตั้งสติยันกายลุกขึ้นยืนมองสำรวจไปรอบตัว ตอนนี้ปรากฎว่าตอนนี้เข้าถูกชายร่างสูงใหญ่ถึงสี่คนยืนล้อมไว้แล้ว ใบหน้าของเขาแสดงอาการวิตกกังวลขึ้นมาทันที เขาลอบมองผ่านเหล่าชายหนุ่มหน้าตาเอาเรื่องไปทางประตูหน้า และกำแพงเพื่อหาเอาตัวรอด

“อย่าให้เสียงดังมากละ” ณัฐฐากำชับชายร่างกำยำทั้งสี่ น้ำเสียงชวนฟังแต่เจษฎาได้ยินแล้วกลับขนลุก

“ครับ” ชายร่างใหญ่สี่คนขานรับแทบจะพร้อมกัน กรู่เข้าใส่ร่างของหนุ่มใหญ่ เจษฎาชกใส่ใบหน้าชายคนแรกที่พุ่งเข้ามาใกล้ตัวอย่าแรง แต่หมัดที่พุ่งไปกลับปะทะเข้าที่ท่อนแขนที่ยกขึ้นมาปิดศรีษะแทน ถึงอย่างนั้นความแรงของหมัดที่เขาทุ่มใส่ทั้งตัวหวังใช้เปิดทางก็ทำให้ชายคนชะงักไป ทำให้เขาแทรกตัวฝ่าออกไป

เจษฎาเบี่ยงตัวหลบชายตัวใหญ่หันหน้าจะวิ่งตรงไปที่กำแพง เพียงแค่ไม่กี่ก้าวที่ออกตัว ก็ถูกชายด้านหลังกระโดดถีบเข้าใส่จนล้มขมำหน้าทิ่มลงใส่สนามหญ้า จากนั้นทั้งสี่คนก็รุมเตะต่อยเจษฎาราวกับเขาเป็นกระสอบทรายที่วางอยู่กับพื้น

“เอะอะอะไร...กันนะ...ข้างล่าง” เสียงชายวัยกลางคนสำเนียงมีอาการครองสะติไว้ได้ไม่เต็มที่จากอาการมึนเมาสุราดังออกมาจากชั้นสองของบ้าน

ทั้งสี่คนเมื่อได้ยินเสียงก็รุมเข้ากดตัวเจษฎาที่ร่างกายกำลังบอบช้ำลงติดพื้นหญ้า มือใหญ่ของหนึ่งในสี่คนปิดปากเจษฎาแน่น

“เอามันไปไว้ที่ห้องเก็บของ แล้วเฝ้าไว้” ภรรยาเจ้าของบ้านออกคำสั่งเสียเบา

“หมาจรจัดมันหลุดเข้ามานะ ให้เด็กๆ ไล่ไปแล้ว ไม่มีอะไรหรอกค่ะ” ณัฐฐาตะโกนกลับขึ้นไปบอกสามี ก่อนจะเดินขึ้นบ้านไปหาสามี

“หมาเหมอ...ที่ไหนเข้ามา...บ้านเรารั่วรอบขอบชิด...คนงานเยอะแยะ”กำนันประเสริฐพูดไปตัวก็โยกไปด้วยฤทธิ์สุราตกค้างในร่างกาย

“ไม่ต้องสนใจเรื่องเล็กน้อยหรอก ไปๆ ไปนอนได้แล้ว” ณัฐฐาดันสามีร่างใหญ่ให้เข้าไปนอนต่อในห้องอย่างว่าง่าย


เสียงกระทบจากรองเท้ากีฬาชั้นดีกระแทกกับสายพานลู่วิ่งไฟฟ้าราคาแพงดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอแข่งกับเสียงมอเตอร์ที่หมุนถี่ อยู่ภายในห้องออกกำลังกายส่วนตัวที่สร้างไว้ที่ปีกซ้ายของบ้านในช่วงเช้าของวัน ณัฐฐาในวัยสี่สิบปีอยู่ในชุดออกกำลังแบบสปอร์ตบราและกางเกงขายาวรัดรูปสีชมพูเข้าชุด เปิดเผยช่วงลำตัวขาวเนียน หน้าท้องมีกล้ามแกร่งเป็นลอนสวยได้รูปจากการควบคุมอาหารและออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ ร่างกายแขนขาดูฟิตและเฟิร์มกระชับได้รูปรับกับหน้าอกใหญ่เป็นทรงสวยที่กำลังแกว่งขึ้นลง ทั่วร่างมีเม็ดเหงื่อพราวเต็มตัว

“ออกไป...กันหมด...แล้วเหรอ” ณัฐฐาถามลูกน้องคู่ใจด้วยน้ำเสียงขาดช่วงจากการวิ่ง
   
“ครับ กำนันพานักมวยไปลงนวมที่ค่ายอื่นตั้งแต่เช้ามืด คุณหนูใหญ่ก็ออกไปทำงาน คุณหนูเล็กก็ไปเรียนแล้วครับ” วิศวัท หรือ เอิร์ธ ชายหนุ่มผู้เป็นดั่งมือขวาและบอร์ดี้การ์ดส่วนตัวรายงานย่างละเอียด ร่างสูงใหญ่กว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตรมีกล้ามเนื้อกำยำสวย ใบหน้าหล่อเหลาราวกับแกะสลักด้วยช่างฝีมือดียืนตรงนิ่งราวกับหุ่นปั้นคอยรับใช่เธออยู่ในห้องบนชั้นสองของบ้านเพียงลำพัง
   
“อืม...งั้นเข้ามานวดคลายกล้ามเนื้อให้ฉันหน่อย” นายหญิงของบ้านค่อยๆ วิ่งช้าลงจนกลายเป็นเดินและหยุดลงในที่สุด ก่อนจะเดินออกจากลู่วิ่งยื่นแขนสองข้างขึ้นเหนือหัวโชว์วงแขนเรียบเนียนไม่เส้นขนหรือผิวหนังไก่เพื่อยืดคลายกล้ามเนื้อที่เพิ่งผ่านการใช้พลังงานมา ย่างกรายอย่างนวยนาดอวดบั้นท้ายสวยลงไปนั่งบนแผ่นรองเล่นโยคะ
   
ชายหนุ่มเดินตามหลังเข้าไปหาตามคำสั่งอย่างเชื่อฟัง กดสองมือเข้าไปที่หัวไหล่ออกแรงบีบนวดด้วยน้ำหนักที่พอเหมาะ สร้างความรู้สึกสบายตัวให้กับเจ้านายสาวใหญ่ที่รูปร่างหน้าตาอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงจากการดูแลร่างกายเป็นอย่างดี ถ้าเขาไม่รู้อายุที่แท้จริงของนายสาวมาก่อน แล้วมีคนบอกเขาว่าเธออายุไม่ถึงสามสิบปีเขาก็เชื่อได้สนิทใจ
   
ณัฐฐานั่งรับการปรนนิบัติอย่างพึ่งพอใจ ค่อยๆ โน้มตัวเปลี่ยนท่าลงไปนอนคว่ำกับพื้นให้ลูกน้องหนุ่มได้จัดการคลายความเมื่อยล้าตามส่วนต่างๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น มือใหญ่นวดไล่จากหัวไหล่ไปต้นคอ และตามแผ่นหลัง จนมาหยุดที่ช่วงเอวแล้วลงมือบีบไปที่กล้ามเนื้อสวยเน้นๆ หลายครั้ง
   
“อืมมมม…” สาวใหญ่ครางในลำคอร่างกายเบาสบายถูกใจกับการกระทำของลูกน้องหนุ่ม ที่รู้จักกายวิภาคและเทคนิคการนวดเป็นอย่างดี
   
มือใหญ่เลื่อนต่ำลงไปบีบนวดบริเวณสะโพกสวยและบั้นท้ายเนื้อแน่น จนเธอสะดุ้งกายเบาๆ หลับตาพริ้ม ซึมซาบแรงกด ก่อนที่มือแกร่งจะย้ายไปทำหน้าที่ต่อตรงต้นขา
   
“นวดพอแล้ว..ต่อได้เลย” สิ้นเสียงคำสั่งของเจ้าของเรือนร่าง ลูกน้องหนุ่มผู้ซื่อสัตย์ก็ส่งมือสอดลอดเข้าไปที่หว่างขา นิ้วหัวแม่มือใหญ่กดคลึงไปที่ง่ามขาแล้วถูไถไปข้างกลีบสวยที่มีเพียงผ้ายืดบางๆ กั้น ก่อนจะลากยาวไปที่ร่องกึ่งกลาง แล้วหยุดเน้นที่ปุ่มรวมความรู้สึก
   
สาวใหญ่ยิ้มอย่างพอใจในรสมือ พลิกกายนอนหงาย กางขาออกเล็กน้อยให้ลูกน้องหนุ่มคนสนิดทำงานได้สะดวก มือใหญ่ตอบรับท่าทีที่ชี้นำ ข้างหนึ่งจับข้างล่างสานต่ออารมณ์ ข้างหนึ่งจับด้านบนนวดเฟ้นเพิ่มความเสียว ใบหน้าหล่อก้มลงโลมเลียชิมรสเหงื่อที่ซอกคอและเนินอกเนื้อขาว สาวใหญ่ลูบหัวลูกน้องอย่างแผ่วเบาราวกับเป็นการให้รางวัล ก่อนจะยื่นมือไปสัมผัสจ้าวโลกที่กำลังตื่นตัวผ่านกางเกงยีนส์
   
“อร๊าาาา...หาอะไรให้ฉันดื่มหน่อยสิ” คำสั่งจากนายคนสวยทำให้ลูกน้องหนุ่มไม่อาจอยู่เฉย รีบวิ่งไปหยิบขวดน้ำแร่ราคาแพงมาทันที หนุ่มหล่อเปิดฝายกขวดน้ำขึ้นเทใส่ปากแล้วอมไว้จากนั้นก็บรรจงป้อนเข้าไปในปากอิ่มสวยของนายหญิง ณัฐฐาประกบปากดื่มน้ำจากปากของลูกน้องอย่างดูดดื่ม เมื่อน้ำถูกดื่มจนหมดก็ตามด้วยการชิมลิ้นอย่างเร้าร้อน
   
“อืม...ขออาหารเช้าด้วย” ปากสวยละออกมาจากลิ้นสากเตรียมรับของที่คุ้นเคย ลูกน้องหนุ่มจัดการถอดถอดเสื้อผ้าออกจากร่างกายจนเหลือแต่ตัวล่อนจ้อนอย่างรวดเร็ว ท่อนเนื้อยาวเจ็ดนิ้วกว่าความหนากำลังดีโค้งงอขึ้นด้านบนคล้ายกับกล้วยหอม หัวเห็ดถอกใหญ่กว่าแท่งเล็กน้อย แข็งเกือบเต็มที่ตั้งฉากกับลำตัวพร้อมเสริฟทันที ณัฐฐายันกายขึ้นนั่งมือเล็กแข็งแรงจับเข้าเต็มลำสาวมือไปตามความยาว อ้าปากงับเข้าที่ส่วนหัวดูดเลียราวกับได้กินของถูกใจ จนลูกน้องหนุ่มยืนตัวสั่นเกร็ง
   
นายสาวใช้ปากสร้างความเพลิดเพลินสำหรับคนทั้งคู่จนพอใจ ก่อนดึงร่างสูงใหญ่ให้นอนลงที่แผ่นเล่นโยคะแทนที่เธอ แล้วก้าวเข้าไปยืนคร่อมที่หน้าอกของลูกน้องหนุม ค่อยๆ ถอดกางเกงผ้ายืดออกจากกายเผยให้เห็นโนนเนื้อโหนกนูน ร่องสวาทกลีบเนื้อสะอาดตามีน้ำเหนียวซึม ปุ่มเม็ดกระสันต์ใหญ่เกือบเท่านิ้วก้อยชี้สวย ขนที่ลับเป็นระเบียบดูแลอย่างดี รับกับหน้าท้องแกร่งมีกล้ามเนื้อแบบเลขสิบเอ็ด
   
ลูกน้องหนุ่มจ้องมองของลับสวยของณัฐฐาไม่วางตา นึกนิยมชมชอบในความสวยงามที่ไม่มีร่องรอยเสียหายไปตามวัย กลีบสวยค่อยๆ ถูกหย่อนลงมาที่หน้าของเขาอย่างน่าหวาดเสียว วิศวัทรู้ใจเจ้านายดีอ้าปากแล่บลิ้นรอชิมรสชาติทันทีที่เนื้อนูนบดเข้ากับริมฝีปาก โดยใช้สองมือคอยประครองรับน้ำหนัก
   
“อูยยยย...เน้นตรงเม็ดหน่อย” เป็นไปตามคำสั่งของผู้เป็นนายลูกน้องหนุ่มละเลงลิ้นเร็วรัวป้อนความสยิวให้นายสาวอย่างสุดความสามารถ นิ้วใหญ่ถูกส่งเข้าไปสำรวจช่องทางช่วยเตรียมความพร้อม
   
“ซี๊ดดดด….อูยยยย...ดีมาก” สาวใหญ่เชิดหน้าซู้ดปาก สองมือเนียนเล็กนวดขยำสองเต้าใหญ่อย่างเพลิดเพลิน จนเสื้อสปอร์ตบราสีชมพูยับยู่ยี่ กอ่นจะถูกถอดทิ้งปลอยก้อนเนื้อทรงดีที่ยังเต่งตึงกำลังดีไม่หย่อนคล้อยไปตาวัยและแรงโน้มท้วงให้เป็นอิสระสองมือเปลี่ยนเป้าหลายมาจับบีบขยี้เข้าใส่ที่ส่วนหัวสีอ่อนที่กำลังแข็เป็นไต
   
ร่างงามโยกร่อนอยู่บนใบหน้าหล่อของชายหนุ่มจนพอใจ ก็ถอนตัวออกจากมา ขยับไปหากล้วยหอมใบโตด้านล่าง สองกลีบแคมวางพาดที่กลางท่อน เอวคอดมีกล้ามเนื้อแกร่งโยกบดเสียดสีท่อนเนื้อละเลงน้ำเหนี่ยวหล่อลื่นให้ออกมาชโลมไปทั่วลำ ไม่ต่างจากแท่งกล้วยที่ส่วนหัวก็ขับน้ำใสออกมาเตรียมพร้อม
   
บั้นท้ายกลมยกลอยขึ้นจากตัวลูกน้องหนุ่ม ท่อนเนื้อที่ไร้แรงกดทับก็ดีดตั้งขึ้นมาต้านแรงโน้มถ่วงของโลก มือเล็กแข็งแกร่งจากการออกกำลังคว้าจับล็อคเป้าหมายให้ตั้งตรงอยู่กับที่ จัดแจงให้ส่วนหัวถูเข้าที่ปากช่องสวาทเป็นการปรับสภาพให้พร้อมที่จะทิ่มทะลวง กลีบสวยอ้ารับค่อยๆ กลืนแท่งยาวกำยำให้จมหายเข้าไปในร่างทีละนิด ตามแรงที่ทิ้งตัวลงมา
   
“โอ้ยยย...ซี้ดดดด...เสียวสุดๆ ไปเลยครับ” วิศวัทครางลั่น ช่องเสียวกระชับแน่นบีบรัดแก่นกายตั้งแต่ส่วนหัวแล้วค่อยบีบรัดเข้าไปเรื่อยๆ จนสุดโคน

“หุบปาก” ฝ่ามือเล็กพุ่งเข้าใส่ใบหน้าของวิศวัทอย่างแรงจนเขาหน้าหันไป สายตาหลุดฉายแววความโมโหออกมาให้เห็นอยู่ครู่หนึ่งก่อนเขาจะได้สติแล้วทำหน้ากลับเป็นปกติ
   
ณัฐฐานึกถึงภาพใบหน้าของที่แสนทรมานของเจษฎา ดวงตาที่เต็มไปด้วยความแค้นแต่ก็แฝงด้วยความไม่ยอมแพ้ที่จ้องมองมาที่เธอเมื่อคืนวาน ซ้อนทับกับใบหน้าของลูกหนุ่ม นั่นทำให้ขนตามร่างกายเธอลุกซู่ ร่างกายเหมือนตื่นตัวรับรู้ความรู้สึกได้ดีกว่าปกติ ก่อนจะใส่แรงโยกขย่มเอวเด้าสวนแท่งแกร่งอย่าหนักหน่วง จนความเสียวสยิวมากมายแล่นไปตามกระดูกสันหลัง ใบหน้ามีรอยยิ้มแสดงความพึงพอใจอย่างมาก
   
“ห้ามเสร็จจนกว่าฉันจะสั่งนะ” เสียงสวยกังวาลดังแข่งกับเสียงเนื้อกระทบเนื้อแบบไม่กลัวว่าจะมีใครได้ยิน
   
“ซี้ดดด…ครับ...นายหญิง...” วิศวัทกัดกรามแน่นปลายเท้าจิกสองมือกำหมัดเกร็งกลั้นความเสียวสุดชีวิต ช่องสวาทของนายสาวทั้งบีบทั้งรัดและตอดรัว แต่เขาก็ยังกระแทกงัดท่อนเอ็นสวนเข้าใส่แบบถวายหัว คำนึงถึงความสุขเสียวของเจ้านายเป็นที่ตั้ง
   
ณัฐฐาโหมสะโพกกดเข้าใส่สองมือบิดไปที่หัวนมสองข้างบนหน้าอกแกร่งของชายหนุ่มรุนแรงนักหน่วง วิศวัทใบหน้าเหยเกบิดเบี้ยวทรมาน เด้งเอวใส่ทั้งแรงและเร็วเพื่อใช่ความเสียวกลบความเจ็บปวด แต่ก็ยังต้องใช้ความเจ็บปวดข่มความเสียวไปด้วยในตัวเพราะไม่กล้าขัดคำสั่งผู้เป็นนาย
   
เจ้านายคนสวยมองภาพชายหนุ่มด้านร่างดิ้นทุรนทุราย อย่างสะใจและไร้ความปราณี เธอปล่อยมือออกหัวนม เปลี่ยนมามาทั้งจิกทั้งทั้งข่วนจนเกิดแผลถลอกเป็นรอยแดงทั่วแผงหน้าอกมีเลือดซึมออกมาเป็นเม็ดเล็กๆ ก่อนจะก้มลงดูดปากแลกลิ้น แล้วลากลิ้นลงมาเลียที่รอยแดง ไม่เพียงเท่านั้นเธอยังกัดลงไปที่กล้ามหน้าอกแน่นอย่างแรงจนเป็นรอยฟัน

วิศวัททั้งเจ็บทั้งแสบแต่ก็ยอมทน ปล่อยให้นายหญิงของเขาปลดปล่อยระบายอารมณ์ใส่ตัวอย่างไม่ขัดขืน จนสาวใหญ่หยุกการกระทำลง สองแขนกระชับเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อสวยโอบร่างแล้วพลิกตัวเขาขึ้นมาอยู่บนด้านบน

“เร่งเลยสิ”  สิ้นเสียงคำสั่งแสนหวาน ชายหนุ่มใช้มือใหญ่ล้อคเข้าที่ต้นขาแน่น กระแทกเอวเข้าใส่เหมือนได้เอาคืนระบายแค้น เสียงหนอกเนื้อกระทบเบ้าเนื้อโหนกดังสั่นไปทั่วห้องผสมกับเสียงซี๊ดซาดและหายใจหนักของทั้งคู่

“ซี๊ดดดด...อูยยยย...เสียวมาก...ดีมาก...ของเธอ...มันงัดดีจริงๆ” นายหญิงคนสวยรำพึงรำพันเสียงขาดห้วง ไม่ได้จังหวะ เด้งเอวร่อนสวนเข้ากระแทกกับแท่งเนื้อแบบไม่เกรงกลัว เสพเสียวจนรู้สึกว่างช่องเนื้อเริ่มบีบเกร็งรุนแรง

“อร้าาาา...อร้าาาา...เอาเลย แตกได้แล้ว แตกมาเลย”

“อ้าาาา...ครับ...อ๊ากกกก...” ชายหนุ่มทุ่มสุดตัวเมื่อได้รับอนุญาติ เขาไม่ทนอีกต่อไปส่งแรงเต็มกำลัง กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายบีบเกร็ง แท่งเนื้อในโพร่งเสียวขยายตัวเล็กน้อย ส่วนหัวตึงเปล่ง ถุงไข่หดตัว เนื้อก้นกระตุกรัวๆ ก่อนน้ำกามขาวขุ่นที่พยายามอั้นเอาไว้ จะระเบิดพุ่งออกราดรดจนเต็มช่องทางเสียว

“เสร็จแล้ว...เสร็จแล้ว...อูยยย...น้ำเยอะมากเลย…” ณัฐฐาถึงกับผวาร่างเกร็งกอดรัดร่างลูกน้องหนุ่มแน่นยังไม่วายขีดข่วนแผ่นหลังและกัดเข้าที่ไหปลาร้าอย่างหมั่นเขี้ยว ช่องสวาทตอดตุ้บๆ รับรู้ถึงน้ำสวาทอุ่นที่พุ่งเข้าใส่หลายระรอก เธอเองก็ไม่ต่างกันโพร่งเนื้อบีบรัดพ่นน้ำออกมาราดรดไปที่ส่วนหัวจนเจ้าแท่งรู้สึกได้ ทั้งคู่กอดกันกลมอยู่ชั่วครู่ก่อนทั้งสองร่างจะสงบลง ร่างใหญ่พลิกร่างทิ้งตัวลงนอนหอบหายใจแรงอยู่ข้างๆ ร่างเล็กแน่นที่นอนยิ้มอย่างพึงใจ
ณัฐฐาลุกขึ้นนั่งแยกขาเป็นรูปตัวเอ็มน้ำขาวขุนไหลทะลักออกมากองอยู่ที่พื้นตามแรงโน้มถ่วง

“ทำความสะอาดซะ” หญิงสาวออกคำสั่งอย่างอ่อนแรง
 
เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 08, 2021, 12:43:59 am โดย เจตภูติ »

*

ออฟไลน์ mario

  • Senior Member
  • ****
  • 601
  • 198
    • ดูรายละเอียด
Re: Darkness Circle / วงจรแห่งความมืด ตอนที่ 5
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2020, 03:43:08 pm »
เจอกันใหม่ปีหน้าครับ
ขอให้มีความสุขมากๆตลอดปีตลอดไปนะครับ

*

ออฟไลน์ zero009

  • Senior Member
  • ****
  • 732
  • 153
    • ดูรายละเอียด
Re: Darkness Circle / วงจรแห่งความมืด ตอนที่ 5
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2020, 04:07:47 pm »
สุขสันต์วันปีใหม่ครับ

*

ออฟไลน์ ones26421

  • Gold Member
  • *****
  • 1149
  • 212
    • ดูรายละเอียด
Re: Darkness Circle / วงจรแห่งความมืด ตอนที่ 5
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2020, 04:12:36 pm »
เจอเจ้านายแบบนี้น้ำหมดตัวแน่ๆ

*

ออฟไลน์ teerawatc

  • Junior Member
  • ***
  • 469
  • 230
    • ดูรายละเอียด
Re: Darkness Circle / วงจรแห่งความมืด ตอนที่ 5
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2020, 04:12:52 pm »
สวัสดีปีใหม่ครับ ขอให้สมหวัง ร่ำรวยในวันปีใหม่

เซอร์ไพรซ์มากครับ ที่รอยสักเป็นของจริงทำให้หนังเหนียว

แต่ดูแล้วเจอกับจ๋าซึ่งตอนนี้มีทั้งเงินทั้งอำนาจสั่งลูกน้อง แถมอยู่ในถิ่นตัวเอง

ถึงเจษฎาหนังเหนียวก็ไม่ค่อยช่วยอะไรเท่าไหร่ หรือจะมีความสามารถพิเศษอะไรอย่างอื่นอีก

ถึงจะผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้

แต่ของที่เจษฎาหาอยู่จะเป็นอะไร  เพราะแม้จ๋าได้ไปก็เอาไปทำอะไรไม่ได้ นอกจากพระเอกคนเดียว  รอติดตามตอนต่อไปอยู่นะครับ

*

ออฟไลน์ aiekuy

  • Junior Member
  • ***
  • 370
  • 72
    • ดูรายละเอียด
Re: Darkness Circle / วงจรแห่งความมืด ตอนที่ 5
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2020, 04:33:57 pm »
เจอคนที่ตามหาแล้ว แต่กลับไม่ทันได้ทำอะไรก็โดนจับซะก่อน

นายหญิงก็เซ็กซาดิสเหลือเกิน

*

ออฟไลน์ dwarf

  • Veteran Member
  • ******
  • 1872
  • 431
    • ดูรายละเอียด
Re: Darkness Circle / วงจรแห่งความมืด ตอนที่ 5
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2020, 04:55:07 pm »
ขอบคุณครับ.... สวัสดีปีใหม่​ ขอเอาใจช่วยเจษฎา​ สามารถแก้แค้นไดัสำเร็จครับ

Re: Darkness Circle / วงจรแห่งความมืด ตอนที่ 5
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2020, 04:58:10 pm »
 สวัสดีปีใหม่ท่านสมาชิกทุกๆคนครับ ขอให้รวย รวย รวย ทุกๆท่าน

*

ออฟไลน์ ××Mon××

  • Senior Member
  • ****
  • 950
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: Darkness Circle / วงจรแห่งความมืด ตอนที่ 5
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2020, 05:21:38 pm »
โห้ จ๋า นางมสเป็นเจ้าแม่ผู้มีอิทธิพลนี่เอง เจษจะแก้แค้นยังไงล่ะทีนี้ ตัวเองก็โดนจับตัวไว้อีก

*

ออฟไลน์ nujane_dude

  • Gold Member
  • *****
  • 1400
  • 96
    • ดูรายละเอียด
Re: Darkness Circle / วงจรแห่งความมืด ตอนที่ 5
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2020, 05:22:49 pm »
เจอคนที่ตามหาแล้ว แต่เหมือนเธอยังน่ากลัวกว่าตะก่อนอีกเอาใจช่วยพระเอกล้างแค้นให้ได้

*

ออฟไลน์ Matsudaira777

  • Junior Member
  • ***
  • 411
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: Darkness Circle / วงจรแห่งความมืด ตอนที่ 5
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2020, 05:49:47 pm »
สวัสดีปีใหม่ครับไรต์ เรื่องนี้ติดตามกันข้ามปีเลย555

*

ออฟไลน์ n_neng

  • Senior Member
  • ****
  • 649
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: Darkness Circle / วงจรแห่งความมืด ตอนที่ 5
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2020, 05:50:00 pm »
เจอของแข็งอีก จะแก้แค้นได้ไหม เอาใจช่วยครับ

*

ออฟไลน์ Pichit Ekz Sangkarn

  • Full Member
  • **
  • 104
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: Darkness Circle / วงจรแห่งความมืด ตอนที่ 5
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2020, 05:52:25 pm »
นึกว่าโดนลุงหลอก ที่ไหนลุงให้ของดี

*

ออฟไลน์ winnythepooh

  • Senior Member
  • ****
  • 868
  • 143
    • ดูรายละเอียด
Re: Darkness Circle / วงจรแห่งความมืด ตอนที่ 5
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2020, 05:58:13 pm »
พระเอกจะรอดมั้ยเนี่ย

*

ออฟไลน์ oddsk

  • Senior Member
  • ****
  • 988
  • 221
    • ดูรายละเอียด
Re: Darkness Circle / วงจรแห่งความมืด ตอนที่ 5
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2020, 06:14:31 pm »
พระเอกเราจะรอดไหมเนี่ย

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ