Darkness Circle / วงจรแห่งความมืด ตอนที่ 11

Darkness Circle / วงจรแห่งความมืด ตอนที่ 11

  • 333 ตอบ
  • 5090 อ่าน
*

ออฟไลน์ เจตภูติ

  • Full Member
  • **
  • 201
  • 387
    • ดูรายละเอียด
Darkness Circle / วงจรแห่งความมืด ตอนที่ 11
« เมื่อ: มกราคม 23, 2021, 01:42:17 pm »
คุยกันก่อนอ่าน เนื้อเรื่องในตอนนี้หลายๆ คนน่าจะชอบกันนะครับ ขอบคุณที่ติดตาม ตอนต่อไปผมจะพยายามลงให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นได้เลยครับ มีการซ่อนเนื้อหาช่วยท้ายไว้เช่นเคย อ่านจบแล้วก็ทิ้งความเห็นให้ผมได้ใช้เป็นแนวทางปรับปรุงผลงานกันด้วยนะครับ ขอบคุณอีกครั้งจากใจ

Darkness Circle / วงจรแห่งความมืด ตอนที่ 11

ช่วงเวลาแดดร่มลมตกเหมาะสำหรับการสังสรรค์ ที่บ้านปูนหลังใหญ่โตสองชั้นออกแบบสวยงามขนาดที่จะเรียกว่าคฤหาสน์ก็ไม่ผิดนัก ถูกปลูกอยู่บนเนื้อที่สามไร่ พื้นที่รอบตัวบ้านกว้างขว้างมีต้นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และไม้พุ่มทรงเตี้ย ตัดแต่งเป็นทรงสวยงามได้รับการดูแลอย่างดี ด้านหน้าปูด้วยอิฐตัวหนอนเป็นลานกว้าง ด้านข้างเยื้องออกมาเป็นอาคารใช้จอดรถได้หลายคัน ที่สนามหน้าบ้านมีศาลาไม้สักหลังใหญ่ ตั้งโต๊ะที่เต็มไปด้วยอาหารว่างและเครื่องดื่ม โดยมีคนกลุ่มหนึ่งนั่งสนทนากันอยู่ด้านใน ด้านนอกมีชายฉกรรจ์สี่คนยืนอารักขาคอยดูแลความปลอดภัย

“ผมดีใจจริงๆ ที่อาจารย์มาได้” เสี่ยกวงชายร่างเล็กในชุดเสื้อเชิ้ตแบรนด์ดังผ้ามันลวดลายแปลกตาราคาแพง นั่งอยูบนเก้าอี้วางตัวโอ่อ่าสมฐานะ

“เสี่ยถึงขนาดส่งคนไปรับผมมา จะให้ผมปฏิเสธได้ยังไงกันละครับ” เจษฎายิ้มรับอย่างสุภาพนอบน้อมเหมือนคนที่วางตัวอยู่ในความสำรวมเพื่อสร้างภาพ

“ยังไงวันนี้เต็มเลยนะ” ชายร่างเล็กยกแก้วที่เต็มเครื่องดื่มมึนเมาจากต่างประเทศขึ้นคล้ายเป็นสัญญานให้เริ่มการสังสรรค์

“แค่เชิญมาก็รู้สึกเป็นเกรียติแล้วครับ ไม่น่าจะต้องสิ้นเปลือง” หนุ่มใหญ่ใช้สองมือรับแก้วจากเด็กสาวที่นั่งอยู่ด้านข้างคอยทำหน้าที่ชงเครื่องดื่มและเป็นเพื่อนดื่มเพื่อนคุย

“สิ้นเปลืองอะไร ที่อั๊วยังอยู่ดีก็เพราะอาจารย์ช่วยไว้ จะไม่ให้อั๊วตอบแทนอะไรเลยได้ยังไง”

“เป็นเพราะบุญบารมีของเสี่ยที่มีมากต่างหากละครับ สิ่งศักดิ์สิทธิถึงมาแจ้งนิมิตเตือนให้ผมไปช่วยเสี่ย”

“อ้อ มันอย่างนั้นเองหรอกรึ ฮาฮา ตั้งแต่อั๊วโตมานะ ยังไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย ลื้อนี่มันมีของดีจริงๆ อาจารย์” เสี่ยกวงยิ้มกว้างหัวเราะร่าชอบใจคำพูดของหนุ่มใหญ่จอมขมังเวทย์

“...เพียงแต่ว่า…” เจษฎาอ้ำอึ้งแสดงสีหน้าเป็นกังวล

“เพียงแต่ว่าอะไรอาจารย์” เสี่ยกวงเห็นว่าเจษฎามีท่าทางกังวลก็รู้สึกกังวลตาม

“...เพียงแต่ว่า คราวนี้ที่เสี่ยรอดมาได้เพราะผมยื่นมาเข้าไปช่วย มันทำให้เคราะห์หนักจะมาตกอยู่ที่ผมแทนนะครับ”

“อ้าวแล้วจะไงดีละครับอาจารย์” ปิยะพงษ์ก็รู้สึกป็นกังวลตาม

“ไม่มีอะไรหรอก แค่ฉันต้องเข้าพิธีเก็บตัวบำเพ็ญตบะ คงจะออกมารับแขกไม่ได้ ยังไงช่วงนี้เรื่องค่าใช้จ่ายอาจจะต้องรบกวนเปี๊ยกไปก่อน คงไม่เป็นไรนะ” เจษฎาเองก็มีสีหน้าหนักใจเล็กน้อยก่อนจะจะใช้มือจับไปทีไหล่ของปิยะพงษ์เป็นการบอกว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

“เห้ย มานี่สิ” เสี่ยกวงหลังจากนั่งฟังศิษย์อาจารย์คุยปัญหากันก็ส่งเสียงดังเรียกชี้นิ้วเรียกหนึ่งในคนคุ้มกันให้เข้ามาใกล้ๆ แล้วกระซิบสั่งการอะไรบางอย่าง ก่อนที่คนคุ้มกันคนนั้นจะเดินเข้าไปในตัวบ้าน

“อาจารย์รอสักครู่นะ”

“ครับ? ว่าแต่เสี่ยรู้ตัวคนยิงรึยังครับ” เจษฎาถึงสงสัยในพฤติกรรมของเสี่ยร่างเล็กแต่ก็ไม่กล้าถามออกไป ได้แต่ยกหัวข้อใหม่ขึ้นมาพูดคุย

“ยังเลย แต่ก็คงอีกไม่นานหรอก อั๊วให้คนไปตามสืบแล้ว”

“ผมเคยได้ยินจากเปี๊ยกมาว่าคนแถวนี้เขาเคารพเสี่ยเกรงใจเสี่ยกันทั้งนั้น ยังมีคนกล้าทำร้ายเสี่ยอยู่อีกเหรอครับ ใครมันจะกล้าได้ขนาดนั้น ถ้ายังไง จะให้ผมช่วยสืบได้นะครับ” เจษฎาถือโอกาสพูดเป็นนัยเชื่อมโยงเรื่องราวไปถึงกำนันคู่แข่งด้านอิทธิพล แล้วยังเสนอตัวช่วยเผื่อจะได้ถ่วงเวลาให้การตามตัวมือปืนนั้นล่าช้าออกไป

“ไม่ต้องถึงมืออาจารย์หรอก บ้านนี้เมืองนี้มีอยู่ไม่กี่คนหรอกที่อยากให้อั๊วตายแล้วกล้าลงมือกับอั๊ว คนของอั๊วก็เยอะแยะหาได้สบายมาก” เสี่ยร่างเล็กยิ้มอย่างมั่นใจ

“อ้อ ครับๆ” หนุ่มใหญ่จำใจล้มเลิกความคิดกลัวจะผิดสังเกตุ


เสี่ยกวงชวนคุยอยู่ครู่ใหญ่ ถามไถ่ไปหลายๆ เรื่องทั้งเรื่องพื้นเพภูมิหลังของเจษฎา และเรื่องทั่วๆ ไป คล้ายกับอยากจะซักประวัติของอาจารย์อาคมปริศนาที่อยู่ๆ ก็โพล่มา หนุ่มใหญ่เองก็มองออกและตอบคำถามกลับไปด้วยเรื่องโกหกแต่ด้วยท่าทางน้ำเสียงชวนฟังน่าเชื่อถือจนเหมือนเป็นเรื่องจริง

“อ้าวพ่อบ้านมาแล้ว” การสนทนาอย่างออกรสออกชาติชะงักไปชั่วครู่เมื่อชายไทยเชื้อสายจีนวัยประมาณสี่สิบห้าปี สวมแว่นทรงกลม ผมหวีแสกข้างเรียบแปล้ สูงราวๆ ร้อยแปดสิบเซนติเมตร สวมเสื้อผ้าฟ้ายคอจีนสีเข้มแขนยาวกับกางเกงเข้าชุด เดินถือถุงกระดาษสีน้ำตาลเข้ามาในศาลา

“รับไปสิอาจารย์” เมื่อเสี่ยกวงสั่ง พ่อบ้านก็ยื่นถุงกระดาษส่งให้เจษฎา

“นี่มันเยอะมากเลยนะครับ” เจษฎารับถุงกระดาษมาเปิดมาดู ภายในถุงมีธนบัติใบระหนึ่งพันบาทบรรจุอยู่เป็นจำนวนมาก เขาประเมินด้วยสายตาน่าจะเป็นเงินหลักล้านบาท

“ก็ใช่นะสิ แล้วอาจารย์คิดว่าชีวิตอั๊วมันจะถูกๆ เหรอ มันก็ต้องสมน้ำสมเนื้อกันหน่อย ถ้าช่วยอั๊วแล้วไม่ได้อะไรใครเขาจะอยากมาช่วยจริงไหม”

...ไอ้เสี่ยนี่ใจปล้ำชิบหาย ยังไม่ทันได้หลอกอะไรมันเลย แค่เปรยๆ ก็ให้เงินมาซะเยอะเชียว เดี๋ยวก่อนเถอะมึง…
เจษฎาถึงกับแอบอมยิ้มในใจ ที่การลงทุนของเขาไม่เสียเปล่า นอกจากจะได้ทำความรู้จักและได้ความไว้วางใจแล้ว ยังได้เงินสดก้อนใหญ่อีกด้วย

“งั้นถ้าผมปฏิเสธน้ำใจคงจะเป็นการเสียมารยาทสินะครับ” หนุ่มใหญ่ปิดถุงเรียบร้อยแล้วยื่นส่งต่อไปให้ปิยะพงษ์ถือไว้

“ใช่แล้ว รับๆ ไว้เถอะ เราน่าจะคบกันได้อีกนาน” เสี่ยยิ้มอย่างพอใจที่อาจารย์ขมังเวทย์น่าจะเป็นคนประเภทที่ซื้อได้ด้วยเงิน เพราะคนแบบนี้ใช้งานได้ง่ายและมันทำให้เขาสบายใจ และคนที่ไม่ละโมบในเงินทองมักจะหวังอย่างอื่นที่มีค่ามากกว่า

“อ้อ...เดี๋ยวอยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันหน่อยนะ มีเรื่องจะปรึกษา”

“เรื่องอะไรครับ”

“พอดีหลานสาวมาจากกรุงเทพ มาพักอยู่กับอั๊ว ดูเหมือนจะมีปัญหาครอบครัว อยากให้อาจารย์ช่วยดูให้หน่อย” เสี่ยกวงรู้สึกถูกชะตาและไว้ใจคนที่ยอมเสี่ยงชีวิตรับกระสุนแทนเขา จนถึงขั้นอยากจะให้ช่วยแก้ปัญหาในครอบครัว

“ได้ครับเสี่ย เดี๋ยวผมจะช่วยดูให้” เจษฎายิ้มในใจอีกครั้งที่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือได้สำเร็จ


หลังจากที่เสี่ยกวงและเจษฎานั่งกินดื่มสนทนากันเรื่องทั่วๆ ไปจนฟ้าเริ่มมืด เสี่ยกวงก็ผาแขกย้ายกันเข้ามาที่ห้องอาหารของบ้านเพื่อร่วมรับประทานอาหารเย็นกับคนอื่นๆ ในบ้าน เมื่อก้าวเข้ามาภายในบ้านปิยะพงษ์ก็ต้องแสดงตื่นตาตื่นใจกับความหรูหรา ไม่ต่างกับเจษฎาที่แสดงสีหน้าตกใจเหมือนกันแต่ไม่ใช่เพราะความรวยของเสี่ยเพราะเขาเองก็เคยร่ำรวยมาก่อนแม้จะไม่ใกล้เคียงกับเสี่ยต่างจังหวัดรายนี้แม้แต่น้อยเลยก็ตาม แต่ที่เขาต้องตกใจก็เพราะคนที่นั่งรอรับประทานอาหารค่ำกับพวกเขาต่างหาก

...บัดซบแล้วไหมละ จบแล้วชีวิตกู…
เจษมองไปทางหญิงสาวสวยสองคน แบบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ถ้านี้เป็นความฝันเขาก็อยากจะรีบตื่นให้เร็วที่สุด แต่ก็ไม่สามารถหลอกตัวเองได้ เพราะรู้ตัวดีว่านี้คือความจริง หญิงสาวที่นั่งผิวขาวสว่างเหมือนหลอดไฟนีออนอยู่ตรงหน้าเขาคือ อริสาตัวเป็นๆ

“ลื้อเป็นอะไรไปอาจารย์” เสี่ยกวงหันไปถามเจษฎาที่ยืนนิ่งเหงื่อซึมทั้งที่ในห้องอาหารเิดเครื่องปรับอากาศเย็นสบาย

“...ไม่มีอะไรครับ แค่สัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่าง” เจษฎาแก้ตัวน้ำขุ่นๆ หัวใจเต้นโครมครามราวกับสัตว์ที่ตกลงไปในหลุมดักพยายามจะตะเกียกตะกายขึ้นมาจากหลุม

“จากบ้านอั๊วเหรอ” เสี่ยตัวเล็กมีสีหน้าจริงจังขึ้นมานิดหน่อยเพราะเคยเห็นวิชาอาคมของหนุ่มใหญ่มาก่อนหน้า

“ไม่ใช่ครับ...” จอมอาคมกำมะลอไม่กล้าพูดความจริงว่าพลังงานบางอย่างที่เขาสัมผัสได้คือหญิงสาวที่เคยมีคดีกับเขา

“...มาๆ เดี๋ยวอั๊วจะแนะนำคนในบ้านให้รู้จัก” เสี่ยกวงเงียบไปชั่วประเดี๋ยวกับอาการแปลกๆ ของหนุ่มใหญ่แต่ถ้าไม่ได้ทักมาอะไรก็คงไม่มีปัญหา ก่อนจะผายมือไปทางสาวสวยสองคนที่นั่งรอร่วมรับประทานอาหารค่ำอยุูที่โต๊ะยาวในห้องอาหาร

“นี่อานุ่นลูกสาวาอั๊ว” นุ่น หรือ สุธิภา หญิงสาวหน้าตาน่ารักดูสดใสนัยตาขี้เล่น ในชุดเสื้อเชื้ตสีคลีมตัวใหญ่กับกางเกงยีนส์ขาสั้นโชวร์ผิวขาวไม่แพ้ลูกพี่ลูกน้องของเธอ หันมายิ้มให้แทนคำทักทาย

“แล้วก็อาดิวหลานสาวอั๊ว” สวยหมวยหน้าสาวดวงเฉี่ยวหันมาจ้องมองหนุ่มใหญ่อย่างประหลาดใจ ในหัวเกิดความคิดสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า ทั้งกลัวจนอยากจะหนีขึ้นไปซ่อนบนห้อง ทั้งโกรธจนอยากอาละวาดใส่ ทั้งทำตัวไม่ถูกและไม่รู้ว่าแสดงสีหน้าออกไปอย่างไร

“ส่วนนี่อาจารย์เจษ คนที่ป๊าเคยเหล่าให้ฟังไง ” ก่อนจะหันมาแนะนำเจษฎาที่ยืนหน้าเจื่อนๆ ให้หญิงสาวทั้งคู่ได้รู้จัก

ชายผู้มาใหม่ทั้งสามคนเข้าไปนั่งประจำเก้าอี้ที่โต๊ะอาหาร โดยเสี่ยงกวงนั่งอยู่หัวโต๊ะ และชายที่เดินตามมาทั้งสองคนไปนั่งด้านข้าง ตรงข้ามกับสาวสวย แล้วเริ่มรับประทานอาหารกัน เจษฎาที่นั่งตรงข้ามกับอริสาพอดีได้แต่ก้มหน้าก้มตาทานอาหารไม่กล้าหันไปสบตาหรือมองหน้า ในขณะที่อริสากับจ้องเขาเขม็งราวกับจะหาคำตอบอะไรบางอย่าง

“อาจารย์เจษ มองเห็นอนาคตจริงๆ เหรอคะ” สาวหมวยอายุน้อยทำลายความเงียบบนโต๊ะอาหาร จ้องหน้าหนุ่มใหญ่ด้วยตาซุกซน ฉายแววความอยากรู้อยากเห็นเพราะพ่อของเธอเล่าวีรกรรมของเขาคนนี้ให้ฟังราวกับเป็นผู้วิเศษ

“แม่นมากเลยละครับ” ปิยะพงษ์อวดความสามารถของอาจารย์ตัวเองอย่างออกนอกหน้าและภาคภูมิใจ

“ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกครับคุณหนู” เจษฎาถึงกับต้องสะกิดชายหนุ่มผู้ติดตามเหมือนเป็นการเตือนสติ แล้วหันไปยิ้มเจื่อนๆ แบ่งรับแบ่งสู้ พร้อมกับแอบมองไปที่อริสาว่ปฏิกริยายังไงบ้าง ซึ่งหญิงสาวก็ไม่ได้พูดอะไร แต่ก็ส่งสายตาที่ความอาฆาตแฝงอยู่มาให้

“ช่วยดูดวงให้หนูหน่อยสิ หนูอยากดูเรื่องเนื้อคู่”

“พอเลย เรายังเด็ก จะมาอยากมีคู่อะไร ป๊าพาอาจารย์มาจะให้พี่ดิวเขาปรึกษา เรานะอย่าวุ่นวาย” เสี่ยกวงรีบห้ามปรามก่อนที่ลูกสาวจอมซนจะพาออกนอกเรื่อง

“โถ่ว ป๊าอะ หนุยี่สิบสามแล้วนะ ไม่เด็กแล้วนะ...” สาวหน้าใสทำเป็นงอนเล็กน้อยดูน่าเอ็นดูใส่ผู้เป็นพ่อ แค่เสี่ยผู้พ่อทำเป็นไม่สนใจ

“พามาเจอหนูเหรอคะ เจ็ก?!” อริสาสะดุ้งแทบไม่เชื่อหู หันควับไปมองหน้าเสี่ยร่างเล็กน้องชายพ่อ

“ไม่ต้องตกใจ เตี่ยลื้อบอกอั๊วหมดแล้ว มีปัญหาอะไรลองคุยกับอาจารย์เจษดู คนนี้เก่งมากเจ็กเห็นมากับตา ช่วยลื้อได้แน่” เสี่ยร่างเล็กออกปากรับรองหนักแน่น

“ผมว่าคุยตอนนี้คงไม่สะดวก เอาไว้วันหลังดีกว่านะครับ” เจษฎาหาทางเลี่ยงปีญหาแบบอ้อมๆ

“อ้อ ใช่ๆ เรื่องนี้คุยต่อหน้าคนเยอะๆ คงไม่ดีสินะ อั๊วลืมไปเลย เอาเป็นว่าวันนี้ก็ให้รู้จักกันไว้ก่อน เดี๋ยวอั๊วค่อยให้คนพาไปหาที่สำนักละกัน”

“เจ็ก! แต่ว่า...” อริสาตกใจร้องเสียงดัง พยายามจะแย้งความเห็นของเสี่ยกวงแต่ก็ไม่ทันชายเจ้าของบ้านยกมือขึ้นห้ามไว้เสียก่อน

“เอาน่า ลองไปคุยดูก่อน ไม่มีอะไรเสียหายหรอก” เสี่ยร่างเล็กยืนยันหนักแน่นจนหญิงสาวต้องจำยอมด้วยความเกรงใจ

“ค่ะ เจ็ก...” อริสาแม้จะมีความหวาดกลัวอยู่บ้างแต่ที่นี่อาของเธอก็กว้างขวางอยู่พอสมควร จึงทำใจดีสู้เสือจ้องมองไปที่ชายที่อ้างตัวเป็นจอมขมังเวทย์ด้วยสายตาดุดัน จนเจษฎาต้องหันไปคุยกับเสี่ยกวงและลูกสาวเพื่อกลบเกลือน

หลังจากการพูดคุยและรับประทานอาหารค่ำที่เต็มไปด้วยความอึดอัดของเจษฎากับอริสาผ่านไป เสี่ยงกวงก็จัดแจงนัดวันเวลาให้หลานสาวได้เข้าพบกับอาจารย์จอมอาคมเพื่อแก้ไขปัญหาชีวิต ก่อนจะให้คนไปส่งเจษฎากับปิยะพงษ์


รถยนต์นั่งส่วนบุคคลคันใหญ่สีขาวมุกหักเลี้ยวเข้าประตูรั้วบ้านที่เปิดอยู่เข้าไปจอดได้ร่มไม้ใหญ่ที่ลานกว้างหน้าบ้านฝั่งที่เทหินคลุกไว้สำหรับใช้จอดรถให้ผู้มาเยือนสำนัก ซึ่งมีรถจอดอยู่ก่อนแล้วหลายคัน

“พี่เจษ เมียไอ้ทศมาที่บ้านแล้วเอาไงดี” อ๊อดที่นั่งเฝ้าอยู่หน้าจอเห็นภาพของอริสาในชุดแมทช์เดรสชีฟองสีครีมอ่อนกับรองเท้าส้นสูงและเกราะเป๋าถือใบเล็กเข้าชุด รับกับสีผมสีน้ำตาลเข้ม ที่กำลังก้าวลงจากประตูหลังของรถหรู ก็รีบรายงานสถานการณ์ให้หนุ่มใหญ่ที่กำลังนั่งทำพิธีอยู่บนบ้านรู้ทันที

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวพี่จัดการเอง” เจษฎาหลังจากได้รับคำเตือนจากอ๊อดผ่านหูฟังขนาดเล็ก ก็จัดแจงบอกให้เหล่าคอหวยและคนที่มาหวังให้ช่วยแก้ปัญหาเรื่องความเชื่อแยกย้ายกันกลับบ้านไปก่อนโดยอ้างว่าต้องทำพิธีด่วน

อริสาที่เห็นผู้คนทยอยเดินออกมาจากชั้นบนของบ้านก็รู้สึกแปลกใจแต่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจมากนักเพราะเป้าหมายของเธอสำคัญกว่า เธอรอจนคนออกไปพ้นบริเวณบ้านจนหมดจึงหันไปหาลูกเสี่ยกวงที่มาด้วยกันเพื่อเตรียมตัวขึ้นไปเพชิญหน้ากับที่คนชั่วร้ายที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมา

“นายพกปืนมารึเปล่า” สาวเอ่ยปากถามคนที่มาด้วยเสียงสั่นๆ แม้ความกล้าของเธอในตอนนี้มีมากที่สุดในชีวิต แต่เหมือนร่างกายจะตามจิตใจไม่ค่อยทัน

“อะไรนะครับ” ชายร่างกำยำทำหน้าตกใจ เหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง ในใจนึกสงสัยว่าเธอจะนำอาวุธอันตรายไปทำอะไร

“ไม่ต้องทำเป็นไก๋น่า ฉันรู้ดีว่าอาฉันทำอะไรบ้าง” หญิงเพิ่มความดังและน้ำหนักของเสียง บอกเป็นนัยว่าคำถามของเธอไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

“มันอันตรายนะครับ” ชายหนุ่มพยายามเตือนด้วยความหวังดี

“ไม่ต้องยุ่ง ส่งมาได้แล้ว” หญิงสาวยังคงเสียงแข็งยืนยันเจตนา

“ครับ” ชายหนุ่มยื่นปืนพกแบบกึ่งอัตโนมัติส่งให้มือเล็กเรียวแบบไม่กล้าขัดใจ เพราะถ้าหัามเธอแล้วเธอไปเสี่ยงกวงเขาก็อาจจะโดนเล่นงาน แต่ถ้าไม่ห้ามแล้วเกิดเรื่องใหญ่โตเขาก็ซวยอีก แต่ก็ทำได้แค่ก้มหน้าแล้วปล่อยให้เธอทำตามใจ

อริสารับปืนมาก็เก็บใส่กระเป๋าถือใบเล็ก แล้วกอดไว้แน่นก่อนจะเดินขึ้นบ้านก็หันมากำชับผู้ติดตามที่เหมือนจะเดินตามเธอขึ้นไปบนบ้านด้วย

“รออยู่ข้างล่างนี่แหละ ถ้าไม่เรียกไม่ต้องขึ้นไป”

“จะ...จะดีเหรอครับ…ถ้ามีอะไรก็ส่งเสียงมาเลยนะครับ” เมื่อเห็นสายตาและใบหน้าที่จริงจังของหญิงสาวก็ทำเอาคนติดตามอึกอักกลืนไม่เข้าคายไม่ออก


“อ๊อดกับเปี๊ยกลงไปข้างล่างก่อนนะ แล้วปิดกล้องกับไมค์ด้วย” เจษฎาสื่อสารกับอ๊อดผ่านเครื่องมือก่อนจะค่อยๆ ถอดเครื่องมือเหล่านั้นออกจากตัว

“ได้ครับพี่” อ๊อดปฏิบัติตามอย่างรวดเร็ว


หญิงสาวเดินขึ้นบ้านไปอย่างไม่สนอะใจอะไรทั้งนั้น ไม่แม้แต่จะถอดรองเท้าส้นสูงคู่สวย เดินปรี่เข้าไปที่โถงกางบ้านที่วางเปล่าไร้เงานของสิ่งมีชีวิตอื่นใดนอกจากเจษฎาที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตเก่าๆ แต่งกายมิดชิดคล้ายกับเมื่อตอนไปที่บ้านของอาเธอเมื่อวันก่อน นั่งรออยู่หน้าโต๊ะหมู่บูชาขนาดกลางที่มีธูปเทียนถูกจุดไว้บูชาข้าวของแปลกๆ ที่เขาใช้เป็นของประกอบฉากสร้างความขลังให้กับสถานที่

“มาแล้วเหรอคุณดิว” เจษฎาทักทายท่าทีสงบนิ่งแต่หัวใจเต้นโครมคราม

“ใช่ มาจบชีวิตชั่วๆ ของแกไงละ” หญิงหัวใจเต้นรุนแรงควักเอาปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติออกมาจากกระเป๋าถือแล้วชี้ตรงไปที่หมอผีจอมปลอม ปลายกระบอกส่ายไปมาเพราะความตื่นเต้น

“ใจเย็นๆ เก็บปืนก่อนดีกว่า เดี๋ยวผีผลัก” เจษฎายกขึ้นมือห้ามอย่างตกใจมากกว่าเดิมไม่คิดว่าหญิงสาวจะใช้ความรุนแรงแก้ปัญหา

“จะกลัวอะไร เจ็กบอกว่าแกเหนียวไม่ใช่เหรอ” หญิงสาวทิ้งกระเป๋าถือลงพื้นบ้านใช่มืออีกข้างมาช่วยรับน้ำหนักให้ช่วยเล็งได้ง่ายขึ้น

“ผมนึกว่าคุณจะมาให้ผมช่วยซะอีก”

“แกนะช่วยฉันได้แน่ ช่วยตายๆ ไปซะทียังไงละ”

“ฆ่าผมไปมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรหรอก เอาก็เอาไปแล้ว ผมตายคุณก็ติดคุก แล้วคุณจะไปบอกคนอื่นว่ายังไง คุณจะป่าวประกาศว่าฆ่าผมเพราะผมข่มขืนคุณงั้นเหรอ ไม่เห็นจะมีอะไรดีขึ้นเลย” เจษฎาลองโน้มน้าวเพื่อรักษาชีวิต

“ถ้าฆ่าแกทีนี่ ฉันก็ไม่ติดคุกหรอก”

“อาาา...เสี่ยกวงคงจะช่วยเคลียร์ให้ได้สินะ งั้นเรื่องคุกเรื่องตารางช่างมันเถอะ คุณเคยฆ่าอะไรมาก่อนรึเปล่า ฆ่าคนมันทำใจลำบากนะ ความรู้สึกมันแย่สุดๆ ภาพของศพที่จะติดตา กลิ่นคาวเลือดที่จะค้างอยู่ในจมูก ถ้าเลือดมันกรัเด็นโดนตัวอีก ทุกอย่างมันจะอยู่ในความทรงจำของคุณทั้งหมดไม่ว่าคุณจะอยากหรือไม่ก็ตาม แต่ถ้าผมได้อยู่ในความทรงจำของคุณไปตลอดก็คงจะดีเหมือนกันนะ” เจษฎายังทำใจนิ่งทั้งขู่ทั้งอธิบายเหตุผลไปต่างๆ นานา หมายจะเอาตัวรอด

“แล้วฉันจะต้องทำยังไง ชีวิตฉันมันพังไปหมดก็เพราะแก ฮือฮือ” สาวสวยได้คิดตามก็เกิดอาการกลัวและสับสนขึ้นมา ทิ้งกายนั่งลงกับพื้นปล่อยอารมณ์สับสนออกมาด้วยการร้องไห้ราวกับเป็นเด็กน้อยที่หลงทาง

“.........” เจษฎาไม่มีคำพูดใดทำได้แค่เดินเข้าไปหาหญิงสาวเอื้อมมือจะไปจับที่มือเล็กนุ่มตั้งใจจะช่วยปลอบ และปลดอาวุธออกจากมือของสาวสวย

“อย่ามาโดนตัวฉัน” อริสาปัดมือหยาบออกอย่างไม่ใยดีไม่ต้องการความหวังดีจากเขา พร้อมกับชี้ปืนมาที่ตัวของหนุ่มใหญ่ด้วยมือที่สั่นเทา

“ผมขอโทษจริงๆ สิ่งที่ผมทำมันเลวร้าย คุณไม่สมควรได้รับมันจริงๆ นั้นแหละ แต่กับทศพลมันไม่ใช่ ไอ้เลวนั้นไม่ใช่คนดีอย่างที่คุณคิดหรอก” เจษฎานั่งลงตรงหน้าอริสาแล้วเล่าเรื่องราวระหว่างเขากับทศพลให้เธอฟังอย่างละเอียดไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ทศพลและแฟนของเขาร่วมมือกันหักหลังและใส่ร้ายเขาจนติดคุก เรื่องที่ทั้งคู่ลอบเป็นชู้กัน พร้อมทั้งขอโทษเธออย่างจริงใจที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนหญิงสาวเหมือนจะอารมณ์เย็นลง

“คุณเองก็ลืมเรื่องราวทั้งหมดนี้เถอะ แล้วไปเริ่มต้นชีวิตใหม่อยู่ให้ห่างจากจากเรื่องวุ่นวายพวกนี้ซะ”

“แกคิดว่ามันง่ายนักเหรอ แค่หลับตาไอ้เรื่องเลวร้ายที่แกทำก็แทรกเข้ามาในหัวตลอดเวลา ถ้าฆ่าแกไม่ได้ฉันก็คงต้องทรมานต่อไป งั้นฉันไม่อยู่ดีกว่า…”

หญิงสาวที่อับจนหนทางจนรู้สึกเครียดประกอบกับสมองทำงานหนักหลังจากได้ฟังเรื่องราวจนคิดอะไรอะไรไม่ออก จึงทำให้ตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดด้วยการยกปืนขึ้นมาจะจ่อไปที่ศรีษะตัวเอง หนุ่มใหญ่เห็นดังนั้นด้วยความตกใจก็พุ่งร่างเข้ากอดและหลับตาสนิทเอาศรีษะของตัวเองไปขวางไว้ระหว่างกระบอกปืนกับอริสา เป็นจังหวะเดียวกันกับที่หญิงสาวออกแรงกดนิ้วเหนี่ยวไก

“แกร๊ก แกร๊ก” เสียงเหนี่ยวไกดังขึ้นแต่นกสับทำงานได้ไม่เต็มที่เพราะยังไม่ได้ปลดคันห้ามไก เจษฎาหลี่ตาเหลือบไปดูเห็นว่าปืนไปไม่ทำงานก็แกะมือของหญิงสาวที่เกร็งแน่นจนจนตัวสั่นทำอะไรไม่ถูกออกแล้วไถ่ปืนไปกับพื้นให้ห่างจากจุดที่เขาและอริสาอยู่

อริสาหน้าเหว๋อตกตะลึงกับเหตุก่รณ์ที่เกิดขึ้นจนตัวสั่น หันไปมองหน้าชายที่เอาศรีษะเข้ามาขวางกระสุนให้เธอถึงแม้จะไม่มีลูกกระสุนออกมาแต่มันก็ทำให้เธอเกิดความรู้สึกบ้างอย่างที่บอกไม่ถูก อ้อมกอดของคนที่ทำร้ายทั้งจิตใจและร่างกายเธอมันช่างอบอุุ่นอย่างประหลาด ลมหายใจที่มีกลิ่นควันบุหรี่เจือปนกับกระตุ้นให้หัวใจเต็นถี่ส่งให้เลือดสูบฉีดแรง

“เป็นอะไรไหม” เจษฎาที่เข้าไปกอดร่างนิ่มด้วยความเป็นห่วงและหัวใจเต้นแรงด้วยประสพเหตุเฉียดตายมามาดๆ ออกปากถามด้วยความเป็นห่วง แต่สายตาหื่นกามดันแอบลอบมองเข้าไปที่ลำคอขาวผ่อง ไหปลาร้าที่ขึ้นเป็นสัน และหน้าอกที่ดูใหญ่กำลังดีถ้าเทียบกับขนาดตัวกำลังเคลื่อนไหวรุนแรงเพราะผ่านเรื่องน่าตกใจ แถมด้วยกลิ่นหอมจากเรือนร่าง เล่นงานเขาจนความเป็นชายผองตัวขึ้นมาถ้าสังเกตุก็จะเห็นได้ไม่ยาก

“...ลองทำแบบเต็มใจดูไหมครับ เพื่อจะช่วยให้ลืมได้” เจษฎาเองก็แทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าเขาจะพูดเรื่องแบบนี้ออกมาได้ในสถานะการณ์เช่นนี้ แถบอยากจะเอาหัวพุ่งไปชนเสาบ้านให้ตายๆ ไปซะ ที่ปล่อยให้หัวล่างทำงานมากกว่าสมอง

ไม่มีคำตอบจากปากสวย แต่ร่างขาวกลับกอดร่างผอมแล้วใช้ริมฝีปากอิ่มบดเข้ากับปากสีเข้มใต้หนวดยาวแทนคำตอบหน้าอกอวบเบียดแน่นไปกับอกแกร่ง สาวสวยหลับตาพลิ้มไม่เข้าใจตัวเอง เพียงแต่ตอนนี้ร่างกายของเธอเคลื่อนไหวไปโดยไม่ได้ผ่านการไตร่ตรองแต่อย่างใด เจษฎาลุกขึ้นยืนพร้อมกับยกร่างเล็กติดมาด้วยไม่ต่างจากอุ้มเด็ก แล้วเดินถอยหลังมุ่งตรงไปยังห้องนอน

พอเข้ามาถึงในห้อง เจษฎาก็ปล่อยร่างเล็กให้ยืนบนพื้น แล้วลงมือปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกจากร่างอรชร ไม่ต่างกับอริสาที่ทำแบบเดียวกัน โดยที่ปากของทั้งคู่ยังบดจูบอยู่ไม่ได้แยกออกจากกัน

เจษฎาใช้ริมฝีปากของเขาดันริมฝีปากของอริสาให้เปิดกว้างแล้วสอดลิ้นเข้ามาควานไปทั่วช่องปากอุ่นร้อนเปียกชื้น อารมณ์ของทั้งคู่แตกกระเจิง จูบตอบสนองกันอย่างหิวกระหายอย่างถึงพริกถึงขิง ระหว่างที่ลิ้นกระหวัดพันเกี่ยวกัน ทั้งสองร่างก็เกือบจะเปล่าเปลือยเหลือเพียงชุดชั้นใน สองมือหนาใหญ่ของเจษฎากอดรักร่างขาวเนียนนุ่มตัดกับร่างผิวสองสีเต็มไปด้วยลายสักที่ทำให้ผิวดูเข้มเข้าไปอีก ท่อนเนื้อที่ยืดขยายจนส่วนหัวโผล่พ้นออกมาจากขอบกางในก็บดเบียดเข้ากับหน้าทองแบนราบ

“อืมมมม...” อริสาครางอูอี้เพราะปากไม่ว่างกําลังอมลิ้นของเจษฎาอยู่อย่างดูดดื่ม หน้าท้องรู้สึกได้ถึงแท่งเอ็นร้อนฉ่า ก่อนจะตะปบมือลงบนแผ่นหลังแข็งแกร่ง

“นมใหญ่จริงๆ ขอดูดหน่อยนะ” เจษฎาอิ่มออกปากขออณุญาติ แต่ก็ไม่ได้รอคำตอบ ปลดบราตัวจิ๋วที่โอบอุ้มก่อนเนื้อนุ่มโยนทิ้งไป จากนั้นก็ซุกหน้าลงไปฟัดเต้าของสาวสวยอย่างเมามัน ราวกับคนอดข้าวอดน้ำมาหลายวันแล้วได้มาเจออาหารจานหรู เล่นเอาอริสาตัวสั่นสะท้านซ่านทรวงไปเลยทีเดียว

“อ๊ะ...” หญิงสาวร้องขึ้นอย่างลืมตัวเมื่อมือแกร่งของเจษฎาว่างจากเต้าเนียน เลื่อนไต่ลงไปจนถึงกางเกงชั้นในตัวจิ๋ว แล้วตะปบข้าตรงกลางเป้าคล้าคลึงโดยใช้ชั้นเชิงลวดลายร้ายกาจ

“อูย...โคกก็นูน” เจษฎาพาล่างลงต่ำไปอีกจนนั่งคุกเข่าอยู่หน้าโคกเนื้อ

“อึก...อราาาา...” อริสาส่งเสียงดังแทบขาดใจ เมื่อเจษฎาดึงรูกกางเกงชั้นในลงไปที่ข้อเท้าของเธอ แล้วใช้ลิ้นปาดรัวและบดริมฝีปากกับปุ่มกระสัน ยิ่งเขาทําแรงมากเท่าไร ความปรารถนาของหญิงสาวก็ยิ่งพลุ่งพล่านขึ้นมากเท่านั้น ก่อนจะแอ่นตัวดันเนินเนื้อเข้าสู้ปาก สองมือกุมศีรษะหนุ่มใหญ่แน่น สองขาสั่นเกร็ง กำลังจะถึงจุดสุดยอดด้วยลิ้นร้อน

“โอ๊ย...เสียวๆ อร๊าาาา...เสร็จแล้ว...” หญิงสาวหอบกระเส่า ร่างกายอ่อนยวบลงโน้มตัวมากอดศรีษะของเจษฎาร่างสั่นเทา หอบหายใจราวกับเพิ่งออกไปวิ่งมารอบบ้านหลายรอบ

“ยังไหวไหม” เจษฎายิ้ม ก่อนจะสอดนิ้วยาวเข้าไปแทนลิ้น กดลึกเข้าไปจนกระทั่งปลายนิ้วไปแตะถูกจุดรวมประสาทที่อยู่ภายในอย่างชํานาญ ทําเอาสาวสวยที่เพิ่งเสร็จไปหมาดๆ สะดุ้งกายแต่ก็ไม่มีแรงจะพูดจาตอบโต้

“อูย...ทำไมแน่นจัง ขนาดเคยโดนของผมไปแล้ว ยังคับอยู่เลย”

“อืออออ...อย่าพูดมากน่า...” หญิงสาวฝืนความเสียวตอบกลับพร้อมขมิบร่องสวาทเป็นจังหวะ เพราะตั้งแต่วันนั้นเธอก็ไม่ได้โดนล่วงล้ำในจุดนี้อีกเลย

“งั้นจัดไปสองนิ้ว นำร่องก่อนละกัน” เจษฎาสอดนิ้วตามเข้ามาอีกนิ้วจนน้ำใส่ไหลฉโลมไปทั่วนิ้วและย้อยไปถึงฝ่ามือ

“อึก...อา...อา...อา...” อริสายกสะโพกขึ้นลงตามจังหวะสองนิ้วของหนุ่มใหญ่ไต่ระดับอารมณ์ขึ้นสูงไปเรื่อยๆ ช่องคลอดกระตุกเกร็งและบีบรัดสองนิ้วนั้นจนเสียวสะท้านไปหมด พอเจษฎาก้มลงใช้ลิ้นแลบเลียปุ่มสวาทตรงปากทางไปด้วย อริสาก็ถึงกับกรีดร้องออกมาไม่เป็นภาษา ชนิดว่าถ้าอ๊อดไม่ได้ติดผนังเก็บเสียงไว้คงได้ยินไปถึงนอกบ้าน

“โอ๊ยยยย...อูยยยย...จะเสร็จอีกแล้ว...” แล้วน้ำเหนียวของอริสาก็ทะลักทลายออกมา เจษฎารีบดึงมือออกแล้วประกบปากเข้าไปรองรับ ดูดดื่มน้ำหวานราวกับกําลังซดน้ำแกงเลิศรสที่ถูรังสรรค์ด้วยฝีมือเชฟระดับเชฟกระทะเหล็ก

“เสียว...จัง...” หญิงสาวหอบเหนื่อยลำตัวท่อนบนโยกไปมาใจสั่นหวิวยืนแทบไม่อยู่ ขณะที่ท่อนล่างกระดกก้นตามจังหวะการดูดของหนุ่มใหญ่ ร่างกระตุกด้วยความเสียวสะท้าน สองมือยื่นไปขย้ําขยี้ผมเจษฎา แล้วกดศรีษะให้ดื่มด่ำกับร่องสวาทเข้าไปอีก

“อา...” เจษฎาแหงนหน้าขึ้นมาสูดเอาอ๊อกซิเจน พร้อมกับส่งสายตาให้ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วจูบปากอย่างดูดดื่ม ก่อนจะออกแรงกดที่ไหล่ขาวเนียนเบาๆ

หญิงสาวเข้าใจความหมายได้เองโดยไม่ต้องถาม ใบหน้าสวยเฉี่ยวค่อยเลื่อนไหลลงจากใบหน้าของหนุ่มใหญ่ ลิ้วเล็กเรียวนุ่มลากผ่านลงมาจากต้นคอไปที่หน้าอกแกร่งที่เต็มไปด้วยอักขระ แล้วลากต่อไปจนถึงหัวนมแล้วหยุดใช้ฟันขาวขบไปเบาๆ ก่อนจะกระดกลิ้นเลียสลับกับใช้ปาดเมมใส่สลับไปมาทั้งสองข้างจนพอใจ จึงนั่งคุกเข่าถอดกางเกงชั้นในผ้าสีเข้มชิ้นสุดท้ายที่ติดตัวฝ่ายชายอยู่ ท่อนเนื้อยาวใหญ่เต็มไปด้วยเส้นลือดปูดโปนดีดผึงออกมาแทบจะฟาดหน้าเธอ

“อร้า...” อริสาอ้าปากหวอ ก่อนจะแลบลิ้นออกมาเลียท่อนเนื้อยาวๆ ของแกเหมือนกับเลียไอศกรีมเมื่อตอนเป็นเด็ก เริ่มจากตรงปลายที่บานเป็นดอกเห็ดไล่เลียลงมาถึงรอยต่อระหว่างหนังหุ้มปลายกับแก่นกาย จากนั้นก็ไล่ลิ้นลงมาตามลํายาวจนถึงโคน แล้วลากกลับขึ้นมาทำซ้ำจนท่อนเนื้อเปียกชุ่ม

“อูยย...ดีจังเลย...” เจษฎาเสียงสั่นซึบซับความเสียว

“ดีหรือ” หญิงสาวเวยหน้าขึ้นไปมองตา พอหนุ่มใหญ่พยักหน้า สาวสวยก็เลยใช้ริมฝีปากงับลงไปตรงรอยต่อระหว่างส่วนปลายกับแก่นกายจนกระตุกสั่น

“อีไออะ” อริสาพูดทั้งที่เนื้อส่วนหัวอัดแน่นอยู่เด็มปาก

“ดะ...ดี ดีมาก” เจษฎาคล้ายจะทนต่อไปไม่ไหว เลยวางมือลงบนศรีษะของอริสาแล้วกดให้ปากของเธอรูดลงไปตามความยาวของแท่งเนื้อของแก ทําเอาเธอต้องอ้าปากกว้างสุดกรามทีเดียว กว่าจะครอบลงไปได้แค่ครึ่งเดียว เพราะของเขาไม่เพียงแต่จะยาวแต่เส้นรอบวงยังใหญ่อีกต่างหาก หญิงสาวส่งเสียงประสานกับเสียงดังอันเกิดจากการรูดแท่งเนื้อด้วยปากตามแรงกดอันหนักหน่วง

“เดี๋ยวดิว คุณไม่ต้องทำอย่างนั้น”เจษฎาพยายามร้องห้ามสาวสวย 

ก่อนที่ปากสวยอิ่มจะอ้าค้าง สองมือน้อยจับก้นของหนุ่มใหญ่แน่น แล้วกดศีรษะเข้าไปลึกจนสุดลำคอส่งผลให้ท่อนเนื้อใหญ่ยาวอันตรธานหายเข้าไปในปากเธอจนหมดลำ แล้วกดข้างไว้ พอหญิงสาวออกอาการขาดอากาศหายใจก็ถอนออก ก่อนจะแลบลิ้นออกมาโลมเลียไปทั่วลำ แล้วกลับไปทำแบบเดิมอีกครั้งวนไป ก่อนจะถอนปากอกแล้วตวัดลิ้นใส่ตรงปลายยอดที่มีน้ำใส่ไหลั่งออกมา

“ทำไมละไม่ชอบเหรอ เห็นชอบทำ” หญิงสาวเหลือบตาดุเฉี่ยวเพราะอายไลเนอร์ขึ้นมองใบหน้าหน้าของเจษฎาที่กำลังแสดงอาการรื่นรมย์หาใดเปรียบ ก่อนจะใช้ทั้งมือรูดไล้ ทั้งใช้ปากอมตรงส่วนหัวที่บานเป่ง และใช้ลิ้นแลบเลียไปทั่ว

เจษฎาอดทนจนปวดไปทั้งลำก็ต้านแรงปราถนาไม่ไหว กดกายขาวอ้อนแอ้นของอริสาลงบนฟูกนอนของเขา จับสองขาถ่างออกกว้างก่อนจะบ้วนน้ำลายใส่มือแล้วปาดลูบไปที่เนินเนื้อก่อนจะทาไปทั่วส่วนหัวของแท่งใหญ่

“อูยยย เบาๆ เจ็บ อึก...” อารมณ์ของหญิงสาวสะดุดลงเล็กน้อยเพราะความแน่นอึดอัดของส่วนหัวที่บานเป็นดอกเห็ดถูกดันเข้ามา อริสากัดปากแน่นแม้จะเคยโดนมาก่อน แต่ก็ห่างมาสักพักแล้ว เสียงใสหวีดร้องแหลมเล็กออกไป ปลายเล็บจิกลงในกล้ามเนื้อแกร่งของแกจนลึกด้วยความเจ็บระคนเสียวซ่านอย่างบอกไม่ถูก แต่ไม่อาจทำอะไรหนังที่เหนี่ยวของจอมอาคมกำมะลอได้

“โอ๊ย...ฟิตจริงๆ ดิว ไปทำอะไรมา” เจษฎาคํารามฮึมฮัม ตั้งหน้าตั้งตาดันดุ้นใหญ่เข้ามาให้ลึกที่สุดแม้จะเจ็บเพราะความแหลมของเล็บอยู่ก็ตาม

“อูยยยย...ก็มันใหญ่นี่” อริสาจำต้องอ้าขาให้ถ่างออกให้มากที่สุดเพื่อผ่อนความคับแน่นให้บรรเทาเบาบางลงด้วย

“อืมมมม...” ในที่สุดหน่มใหญ่ก็ผ่านด่านได้อย่างที่เคยทำมาก่อน ส่งเสียงครางในลําคอมื่อเนื้ออุ่นร้อนและเปียกชุ่มอมแก่นกายไว้ได้จนหมดก่อนจะถอนออกจนเกือบหลุด แล้วกระแทกกลับเข้ามาตอนสาวสวยเผลอจบสุดทาง

“โอ๊ย...เจ็บบบ...มันเจ็บ” เสียงประท้วงของหญิงสาวดังขึ้นลั่นห้องด้วยความเจ็บจุก แต่ร่างกายกลับไม่ได้ถอยหนี เด้งเด้าสวนเข้าใส่อย่างไม่ยอมแพ้ ทําให้เจษฎาต้องก้มลงมาจูบเพื่อปิดปากเก็บเสียง ทั้งสองคนแลกลิ้นกันอย่างดูดดื่มในขณะสะโพกค่อยขยับด้วยจังหวะที่เร็วขึ้นทีละนิด จนกระทั่งความเร็วเพิ่มขึ้นเป็นการกระแทกหนักหน่วงเข้าสุดออกสุด สร้างความเสียวซ่านปนความเจ็บความจุกจนแน่นโพรงสวาท

“อือ...อา...” อริสาครางอย่างจวนใจถึงปากจะยังถูกปิดประกบอยู่ ร่างของเธอสั่นสะเทือนไปด้วยแรงกระแทกรุนแรง เต้าทรวงนุ่มหยุ่นกระเด้งกระดอนเย้ายวน เรียวขาที่แบะอ้ากว้างเกร็งจนปลายเท้าเหยียดตรง เสียงร้องเสียงครวญครางแทบไม่หยุดปาก สติเลื่อนลอยจนทั่วร่างกระตุกด้วยความเสียวจากการเสร็จติดๆ กัน แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าชายร่างผอมแกร่งลำตัวเต็มไปด้วยรอยสักที่คร่อมอยู่บนตัวจะถึงฝั่งฝันสักที

เจษฎางัดร่างของอริสาขึ้นมาให้อยู่ในท่าหันหน้าชนกัน จากนั้นก็ค่อยกระแทกกระทั้นใส่ต่อพร้อมกับจูบปากแลกลิ้นกับหนูอย่างดูดดื่ม ทั้งเสียงจูบ เสียงเนื้อกระทบกัน ดังระงมผสมผสานไปทั่วทั้งห้อง ภายในห้องร้อนระอุไปด้วยไฟสวาท แม้เครื่องปรับอากาศจะทำงานปกติดี ในท่านี้ก็ทำให้อริสาเสร็จสมไปอีกครั้ง

แต่เจษฎายังอึดทนไหว ไม่ว่าร่องเนื้อจะแน่นและตอดรัดเขามากเพียงใดก็ไม่ยอมเสร็จง่ายๆ กลับสลับลงไปนอนแล้วปล่อยให้อริสาคร่อมขย่มคุมจังหวะเองบ้าง โดยที่เขาคอยช่วยนวดไปตามจุดต่างๆ ของร่างกายไม่ว่าจะบั้นท้าย สองเต้านม และเอวคอด และไม่ลืมที่จะช่วยกระดกบั้นท้ายแทงสวนในบางจังหวะ

“อูยยยย...ดิวหมุนตัวหน่อย อยากเห็นก้นขาวๆ”
อริสาทําตามอย่างว่าง่าย หมุนตัวหันหลังกลับโดยแท่งเนื้อยังฝังจมอยู่ภายใน หันบั้นท้ายกลมสวยงอนงามขาวใส่ให้เจษฎาดู ก่อนจะส่งแรงขย่มสะโพกอย่างดุเดือด

“โอ้ยยย...เจ็บ…” หญิงสาวร้องลั่นเมื่อถูกหนุ่มใหญ่ใช็มือแข็งฟาดใส่จนเป็นรอยแดง แต่ก็ไม่ได้หยุดการกระทำแถมยังกระแทกเข้าใส่แรงกว่าเดิมในท่านี้หญิงสาวร้องครางไม่หยุด จนน้ำลายไหลยืดออกมาทางมุมปาก เร่งสะโพกกระแทกเข้าใส่หนักหน่วงจนไปถึงจุดหมายอีกครั้ง ก็ทิ้งร่างลงกับขาสองข้างของเจษฎา

พอเธอเสร็จสมเจษฎาก็ดันร่างของเธอให้นอนคว่ำราบไปกับที่นอน แล้วเข้าไปประกบจากด้านหลังจากนั้นก็ลงเอวเร่งซอยขยับสะโพกกระแทกใส่อย่างรัวแรงราวกับลูกสูบรถยนต์แรงม้าสูงอยู่สักพัก ในที่สุดจังหวะสุดท้ายก็มาถึง ทั้งสองคนแอ่นกายสุดเหยียดเข้าหากันราวกับจะผนึกร่างรวมกัน กล้ามเนื้อของคนทั้งเกร็งไปทั้งร่างโดยเฉพาะส่วนที่ผสานกันอยู่ในร่างของอริสา

“อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊ะ...” หญิงสาวส่งเสียงหวานไปตามแรงกระแทก สติหลุดลอยเกินจะควบคุม สองมือจิกที่นอนแน่น

“ผมจะ...เสร็จแล้ว...นะ” หนุ่มใหญ่กระซิบขาดช่วงเอวแกร่งยังไม่หยุดทำงานหนัก

“อือ...” หญิงสาวส่งเสียงตอบรับอย่างกระเส่า ลืมไปหมดสิ้นว่าฝ่ายชายไม่ได้สวมใส่เครื่องป้องกัน จนไม่ได้ร้องห้ามปราม

“แตกแล้วๆ อ๊ากกกก…” เจษฎาปลดปล่อยสัญชาตญาณในการสิบพันธ์ออกมาจนหมดสิ้น สะโพกแกร่งเร่งซอยี่ยิบรุนแรง ไม่ห่วงว่าร่างขาวเล็กบางจะเสียหาย หน้าท้องกระทบบั้นท้ายดังสนั่น ก่อนจะเน้นหนักๆ กว่าทุกครั้งที่กระแทกไปก่อนหน้า อีกสองสามครั้ง แล้วกดค้างส่งน้ำกามขาวฉีดใส่ราวกับสายยางดับเพลิง

“อร๊าาา...เสร็…” หญิงสาวกรีดร้องสุดเสียงจนทนไม่ไหวต้องก้มลงไปกัดผ้าปูที่นอนระบายความเสียวพร้อมๆ กับเสียงคํารามของหนุ่มใหญ่ ร่างกายสั่นสะท้านและกระตุกอย่างรุนแรง เนื้อส่วนต่างๆ หดเกร็งและคลายตัวออกสลบกันไปมาหลายรอบ ความสุขสมที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง สายธารเหนียวหนืดสีขาวพุ่งเข้าใส่ปากหมดลูกอย่างรุนแรง น้ำข้นปริมาณมหาศาลถูกขับออกมาหลายระลอกจนเธอรู้สึกว่ามีมวลน้ำอัดอยู่เต็มท้องน้อย

...ดีสุดๆ ดีจริงๆ…
หญิงสาวนอนหายใจหอบแต่กลับไม่รับรู้ถึงน้ำหนักของหนุ่มใหญ่ที่ทาบทับอยู่บนตัวเธอแม้แต่น้อย หลังจากอาการกระตุกเกร็งคลายลง เจษฎาพลิกร่างลงไปนอนค้างๆ ตัวของอริสาก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปจูบอย่างดูดดื่มอีกครั้ง สองลิ้นแลบเลียกันอย่างสุขสม ก่อนที่เจษฎาจะใช้มือแกร่งปาดเหงื่อและเส้นผมเปียกออกจากใบหน้าของอริสาให้อย่างใส่ใจ ก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบทิชชูมาซับน้ำกามเช็ดทำความสะอาดเนินเนื้อ และส่วนต่างๆ

อริสาที่นอนคว่ำหน้าให้เจษฎาทำความสะอาดร่างอยู่สักครู่ก็เหมือนเพิ่งได้สติ ทั้งโกรธทั้งอายที่เผลอตัวเผลอใจนอกใจสามีทัั้งที่ไม่ได้โดนบังคับ ซุกหน้าเข้ากับที่นอนไม่อยากรับรู้เรื่องรอบตัว ก่อนที่เจษฎาจะจับเธอผลิกกายมานอนหงายเพื่อจะทำความสะอาดส่วนที่เหลือ

เผียะ! “แกมันคนฉวยโอกาส” มือน้อยฟาดเข้าใส่ใบหน้าเข้มอย่างจัง แม้เรี่ยวแรงจะมีเพียงน้อยนิดจากการเสียเหงื่อไปกับการออกแรงในร่มมาก่อนหน้า แต่ก็พอจะสร้างความเจ็บปวดให้เจษฎาได้นิดหน่อย

เจษฎาไม่ได้ตอบโต้อะไรเพียงแต่ยกมือขึ้นมาลูบที่แก้มสัมผัสความเจ็บปวดของจริง แล้วแอบอมยิ้มเล็กๆ นี่คือความจริงไม่เหมือนกับคราวก่อนและเธอก็ยังปลอดภัยดีไม่เหมือนในความฝัน

“ยิ้มบ้าอะไร หันไป” หญิงสาวตวาดลั่นอย่างไม่เข้าใจตัวเองรีบเช็ดทำความสะอาดร่างกายแม้จะรู้สึกไม่ค่อยมีแรง แล้วรีบแต่งตัวอย่างลวกๆ ก่อนจะวิ่งออกไปนอกห้อง


อริสาที่รีบออกมาจากห้องก็เดินตรงดิ่งไปขึ้นรถอย่างรวดเร็วจนคนติดตามเกือบจะปลดล็อคประตูให้แถบไม่ทัน ก่อนที่เขาจะเดินตามไปที่รถ

“คุณดิวเป็นอะไรรึเปล่าครับ” ผู้ติดตามเข้ามานั่งประจำที่คนขับมองสาวสวยผ่านกระจกมองหลัง แสดงความเป็นห่วงตามหน้าที่ที่ได้รับหมอบหมาย

“ไม่มีอะไร เอานี่ของของนาย กลับบ้านได้แล้ว” หญิงสาวล้วงเอาปืนส่งคืนให้ชายหนุ่ม แล้วนั่งหนีบขาแน่นกลัวว่าช่วงล่างจะส่งกลิ่นคาวที่เพิ่งผ่านเกมกามราคะออกมาจนเป็นที่สังเกตุได้

 
เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 23, 2021, 06:51:32 pm โดย เจตภูติ »

*

ออฟไลน์ Topp458

  • Junior Member
  • ***
  • 356
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: Darkness Circle / วงจรแห่งความมืด ตอนที่ 11
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มกราคม 23, 2021, 01:48:47 pm »
อริสาท่าจะติดใจแน่ๆ มาให้ถึงที่เลย

*

ออฟไลน์ Rrrrop

  • Junior Member
  • ***
  • 455
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: Darkness Circle / วงจรแห่งความมืด ตอนที่ 11
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มกราคม 23, 2021, 02:00:54 pm »
แบบนี้ดิ  ช่วยน้องดิวหน่อย  ชอบๆ

Re: Darkness Circle / วงจรแห่งความมืด ตอนที่ 11
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มกราคม 23, 2021, 02:14:09 pm »
 ::Oops::มาไห้เอาถึงเลยดิว อย่างนี้คงมาถุกวันแน่

*

ออฟไลน์ Daxamoo

  • Junior Member
  • ***
  • 446
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: Darkness Circle / วงจรแห่งความมืด ตอนที่ 11
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มกราคม 23, 2021, 02:16:47 pm »
ของมันเคย ทำแล้วมันก็ต้องจัดไปเรื่อยๆ

*

ออฟไลน์ Taizen

  • Junior Member
  • ***
  • 379
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: Darkness Circle / วงจรแห่งความมืด ตอนที่ 11
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มกราคม 23, 2021, 02:17:30 pm »
อ.เจษ ช่วยน้องดิวหน่อย

*

ออฟไลน์ Lonelyworm

  • Junior Member
  • ***
  • 398
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: Darkness Circle / วงจรแห่งความมืด ตอนที่ 11
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: มกราคม 23, 2021, 02:21:35 pm »
อ้าวๆ ไหงกลายเป็นงั้นไปได้ จะขึ้นไปยิงเขา ดันกลายเป็นนอนให้เขา "ยิง" ซะงั้น ไอ๊หยาาา  ::Sweat::

*

ออฟไลน์ surway2532

  • Junior Member
  • ***
  • 535
  • 194
    • ดูรายละเอียด
Re: Darkness Circle / วงจรแห่งความมืด ตอนที่ 11
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: มกราคม 23, 2021, 02:24:50 pm »
โชคดีในโชคร้ายจิงๆที่มาเจอดิว ดีไม่ดีดิวอาจจะยอมช่วยทำภารกิจให้เจษเสร็จง่ายกว่าเดิมก้อได้นะ

*

ออฟไลน์ ชาย ชุดแดง

  • Junior Member
  • ***
  • 478
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: Darkness Circle / วงจรแห่งความมืด ตอนที่ 11
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: มกราคม 23, 2021, 02:31:40 pm »
 ::NoNo::อริสาได้ผัวใหม่แล้วไชโย

*

ออฟไลน์ oay02

  • Junior Member
  • ***
  • 318
  • 50
    • ดูรายละเอียด
Re: Darkness Circle / วงจรแห่งความมืด ตอนที่ 11
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: มกราคม 23, 2021, 02:32:32 pm »
อริสามาหาด้วยความแค้น แต่สุดท้ายก็โดนซ้ำอีกรอบจนได้ ครั้งนี้ท่าทางอริสาน่าจะติดใจรสสวาทเจษฎาแน่ๆ

*

ออฟไลน์ pooloop

  • Junior Member
  • ***
  • 431
  • 50
    • ดูรายละเอียด
Re: Darkness Circle / วงจรแห่งความมืด ตอนที่ 11
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: มกราคม 23, 2021, 02:39:54 pm »
น้องดิวติดใจจารย์เจษแล้วสินะ แบบนี้คงมาให้จารย์เอาอีกหลายครั้งแน่ๆ

*

ออฟไลน์ arsbos

  • Full Member
  • **
  • 111
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: Darkness Circle / วงจรแห่งความมืด ตอนที่ 11
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: มกราคม 23, 2021, 02:43:39 pm »
ดิวติดใจของเจษไปละ

*

ออฟไลน์ Chut

  • Full Member
  • **
  • 153
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: Darkness Circle / วงจรแห่งความมืด ตอนที่ 11
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: มกราคม 23, 2021, 02:45:23 pm »
สุดยอดเลยดิว คงติดใจละทีนี้

*

ออฟไลน์ boom00

  • Junior Member
  • ***
  • 345
  • 100
    • ดูรายละเอียด
Re: Darkness Circle / วงจรแห่งความมืด ตอนที่ 11
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: มกราคม 23, 2021, 02:47:31 pm »
 ::Punch::อริสาติดใจแน่ๆ ดีเหมือนกันอยู่นี้ไม่มีของขาดแน่ไ

*

ออฟไลน์ saranchai

  • Junior Member
  • ***
  • 595
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: Darkness Circle / วงจรแห่งความมืด ตอนที่ 11
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: มกราคม 23, 2021, 02:51:31 pm »
ได้ดิวแล้วจัดลูกสาวเสี่ยอีกสักคนจะดีไม่น้อย

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ