เชียงใหม่ไดอารี่ ตอนที่ 8 ประสบการณ์ของนายโทน [ ภาคแยกคาราโอเกะ ]

เชียงใหม่ไดอารี่ ตอนที่ 8 ประสบการณ์ของนายโทน [ ภาคแยกคาราโอเกะ ]

  • 553 ตอบ
  • 8381 อ่าน
*

ออฟไลน์ ΜoNoTΩИ∑ ★★★

  • Senior Member
  • ****
  • 705
  • 4277
    • ดูรายละเอียด
เชียงใหม่ เชียงหม่ายยยยยยย


....


ปล. หุ่นพี่พลอยก็ประมาณนี้แหละ






.....


ความเดิมตอนที่แล้ว



เรากำลังเดินทางไปเชียงใหม่ครับ แต่ระหว่างนั้น

ใครจับเป้ากางเกงผม


.................




ใครกันล่ะพี่พลอยก็นอนหลับอยู่แล้วหันหน้ามาหาผมด้วย  แล้วมือใครล่ะครับแบบนี้เป็นของจอยงั้นเหรอบ้าแล้วจอยเนี่ยนะจะทำแบบนี้ไม่ใช่แน่ๆ ไม่ใช่แน่นอนแต่พี่พลอยก็หลับไปแล้ว แล้วจอยล่ะหลับมั้ย ผมไม่กล้าที่จะแหงนหน้าไปมอง แต่ผมทำไงรู้มะ ผมขยับตัวแล้วโอบไปที่..จอยครับ



แล้วจอยก็สะดุ้งขึ้นมาครับ เธอใช้มือสองข้างบีบหน้าผมเลยแล้วถามว่าทำอะไรคะคุณโทน เธอพูดแบบพยายามกลั้นเสียง มือจอยขึ้นมาบีบหน้าผมสองข้างแล้ว แต่ว่ามือที่คลึงเป้าผมยังขยับอยู่งั้นก็แสดงว่ามี คนเดียวแล้วล่ะพี่พลอยนั่นเอง ก็เลยบอกพลอยไปว่าขอโทษครับ ผมไม่ได้จะทำอะไร ขยับตัวไม่ถนัดเฉยๆ



แล้วตอนนั้นรุกะนางก็หันมาถามซารุซังเป็นอะไรรึเปล่าคะ เป็นจังหวะตอนที่จอยกำลังดึงแก้มผมพอดี อ่าส์ชิบหายละ รุกะบอกว่าคงไม่มีอะไรมั้งคะเนี่ย ผมก็บอกเอ่อครับ แต่จอยก็รีบบอกว่าพอดีคุณโทนเขามีอาการชาที่มือลามมายันหน้าเลยน่ะคะตอนนี้เลยต้องช่วยนวดให้ น่าจะมีผลมาจากออฟฟิศซินโดรมค่ะ





รุกะก็พยักหน้าเหมือนจะเชื่อนะแล้วก็บอกว่า พักสายตาสักหน่อยเถอะค่ะซารุซัง ตอนนั้นจอยปล่อยมือแล้วครับ ผมก็คุยกับรุกะนิดหน่อย แล้วเธอก็หันกลับไปนั่งพักเอาล่ะได้เวลาคุยกับพี่พลอยแล้วล่ะ ผมเอี้ยวตัวไปกระซิบว่าทำไรเนี่ยอยากให้ผมแข็งเหรอไง



พี่พลอยเธอพูดออกมาเบาๆแบบไม่ลืมตานะว่า.. ก็หมั่นเขี้ยวนี่นา ผมก็บอกว่าเดี๋ยวเถอะพี่พลอย พี่พลอยถามว่าทำม่ะจะทำอะไรผมก็แกล้งทำท่าหลับและซบไปที่ไหล่เบาๆและงับเล็กๆและบอกว่าจะงับแบบนี้ไง พี่พลอยเธอก็หงุดคลำเลยครับ แต่กลับกลายเป็นว่าขยับและล้วงผ่านขอบกางเกงลงไปเลย



เธอกำ คลึง คลึง คลึง แล้วเบาๆแล้วก็ล้วงมือออกแล้วหันมาทำไงรู้พี่พลอยเธอลากนิ้วของเธอผ่านริมฝีปากและแลบลิ้นออกมาเลียนิ้วเห็นๆเลย อูยย ขนแขน สแตนด์อัพ  ทำไมถึงทำแบบนี๊มันอยู่ไม่สุขนะเนี่ยพี่พลอย แล้วระหว่างนั้นโชว์เฟอร์บอกว่ามาได้ครึ่งทางแล้วนะครับ จะแวะพักตามกำหนดนะครับ



จอยที่อยู่ข้างๆก็พูดแปลทันทีโดยที่ไม่ต้องรออะไร สมแล้วครับที่เป็นมืออาชีพแล้วคุณเคย์ก็บอกว่าโอเคตามนั้นเลย แปลมาอีกทีครับ แล้วพอไปสักพักรถก็เริ่มชะลอและจอดที่จุดหมายครับ โอ้ววว มันเป็นเหมือนร้านกาแฟและร้านอาหารครับ แค่มองก็รู้เลยว่าข้างหลังวิวต้องดีมากแน่ๆ



พอลงมาแล้วพี่พลอยก็เดินไปหาห้องน้ำเลยนะ ส่วนผมก็ยืดเส้นยืดสาย อื้ดดด อื้ดดดด จอยก็มาถามผมว่าเป็นยังไงบ้างคะมือยังชาอยู่มั้ย ผมขยับๆแล้วคราวนี้มันตึงจนเกือบปวดเลยล่ะ แต่ผมก็บอกว่าดีขึ้นแล้วไม่เป็นอะไรหรอกครับ จอยมองๆแล้วบอกว่าอื้มค่ะ



แล้วเธอก็เดินไปเข้าห้องน้ำนั่นแหละ แล้วพอคุณเคย์กับทาเคชิเดินมา ผมก็โค้งหัวให้แล้วหลบออกข้างๆทันที เอาจริงๆผมก็สงสัยนะว่าทำไมต้องเป็นผมที่มากับพวกเขา คนที่เก่งกว่าผมก็มีเยอะแยะ ผมบอกตามตรงตัวผมในตอนนี้ ยังอ่อนประสบการณ์มากๆ



ผมยังไม่รู้เลยว่าจะแก้ไขปัญหาได้ไหมถ้ามันเกิดอะไรที่คาดไม่ถึงขึ้นมา เหตุการณ์เฉพาะหน้า บ้างครั้งมันก็มาสมชื่อจริงๆครับ ผมกังวลนะว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นมาแล้วผมทำพลาดล่ะมันจะทำให้บริษัทเสียหายหรือเปล่า เพราะในอดีตผมก็เคยมีส่วนทำให้บริษัทของพี่แมนเสียหายจริงๆ



จนพอคุณเคย์กับทาเคชิ และคุณรุกะเดินไป ผมจึงเงยหน้าขึ้นมาอืม ผมก็คงต้องกินอะไรบ้างแล้วล่ะ แต่บอกตรงๆนะว่าที่นี่สวยงามมากครับ พอเดินเข้ามาก็เจอกับลานกว้างที่เต็มไปด้วยต้นไม้ จากที่คิดว่าบ้านตัวเองต้นไม้เยอะในขนาดพื้นที่เล็กๆแล้วนะ พอเจอร้านนี้ถึงกับเปิดกะลาเลย ประเทศนี้ไม่ไปไม่รู้จริงๆครับ



ผมเดินเข้ามาก็พบกับต้นไม้มากมาย โต๊ะก็เป็นทรงไม้ธรรมชาติซึ่งอาจจะขัดๆถูๆนิดหน่อยล่ะนะ พี่พลอยกับจอยหลังออกจากห้องน้ำก็พากันไปนั่งที่มุมน้ำตกจำลอง คุณเคย์ก็นั่งเตรียมทานของว่าง ทาเคชิกับคุณรุกะก็เหมือนจะปรึกษาอะไรกัน ส่วนทีมงานของคุณเคย์ที่เหลือ ก็แยกย้ายกันดูแลส่วนต่างๆโดยไม่รบกวนลูกค้าเลย




ส่วนผมน่ะเหรอ อยากเดินไปสูดอากาศหน่อย แล้วด้วยสัญชาตญาณมันบอกผมว่าถ้าเดินไปหลังร้านต้องเจออะไรดีๆแน่ๆ แล้วผมก็เจอครับ เกิดมา 23 ปีพึ่งเคยเห็นวิวแบบนี้ครั้งแรกเลยนะครับท่านผู้อ่าน คือสำหรับยุคนี้มันเป็นเรื่องง่ายนะที่จะได้เห็นภาพแนวๆนี้บนอินเตอร์เน็ต



แต่ในยุคนั้นมันไม่ใช่เลยครับ การได้มาเห็นอะไรแบบนี้มันมหัศจรรย์สุดๆเลย ระเบียงไม่ที่ด้านหน้าเป็นพื้นที่ไหล่เขาไล่ลงไปข้างล่างตัดสลับต้นไม้สีเขียวบ้าง สีน้ำตาลบ้าง



แล้วภูเขาอีกลูกก็อยู่ไม่ไกลมากนักแล้งคือเขียวชอุ่มจริงๆครับ เขียวไปทั้งลูกเลยภูเขาลูกนั้นแล้วสิ่งที่ยิ่งทำให้มันสวยงามมากขึ้นคือกลุ่มเมฆหมอกที่ลอยและเกิดขึ้นที่ภูเขา



เฮ้ออออ สวยมากเลยครับท่านผู้อ่าน มันสวนมาก สวยมากจริงๆครับ แต่บอกตามตรงตอนนั้นผมไม่เข้าใจนะ ว่าทำไมเอะอะอะไรก็เชียงใหม่ เชียงใหม่ ทำไมคนไม่มาเชียงรายกันนะ ผมว่าสวยไม่ต่างกันเลยแถมยังจะดูสงบมากกว่าอีก หรือว่าผมเป็นพวกชอบอะไรเงียบๆแบบนี้นะ ตอนนั้นผมก็เดินเข้าไปนะ



เอาวะวิวแบบนี้กาแฟต้องมาแล้วอ่าส์ ผมเดินกลับเข้ามาแล้วก็จะมาสั่งกาแฟครับ มาเจอคุณรุกะพอดีเข้าก็พูดว่า ซารุซังดื่มอะไรไหมคะ ผมก็งงกับประโยคคำถามของเธอแฮะแต่ช่างเถอะๆ ผมพูดครับกับเธอก่อนที่จะหันไปบอกกับพนักงานว่าขอกาแฟร้อน 1 แก้ว



พนักงานตอบรับออเดอร์อย่างรวดเร็วครับแต่คุณรุกะก็พูดขึ้นมาว่าเดี๋ยวก่อนค่ะ พนักงานก็ชะงักผมก็งงอะไรวะ คุณรุกะเธอถามว่าจากมื้อเช้ามาตอนนี้ท้องก็น่าจะว่างพอควรนะคะไม่ทานอะไรสักหน่อยก่อนที่จะดื่มกาแฟเหรอคะ ถ้าดื่มกาแฟตอนนี้อาจจะปวดท้องก็ได้นะคะ




ผมก็เอ่อ...คงไม่เป็นอะไรมั้งครับ แต่พูดตอบกลับมาว่าไม่ได้ค่ะถ้าซารุซังยืนยันจะทานกาแฟต้องทานขนมหรือของว่างด้วย ฮู๊ยยย อิหยังวะเนี่ยจนสุดท้ายผมก็ต้องยอมครับ ก็นะไม่อยากขัดใจเธอนี่หว่าไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไรก็ตาม ผมไม่อยากมีปัญหากับเธอครับกลัวว่าจะมีผลกับงาน


ผมถือกาแฟพร้อมกับขนมไปที่หลังร้านอีกครั้งเฮ้อ อยากจะนั่งมองไปทั้งวันเลยแบบนี้ แน่ะลุ้นกันล่ะสิ่ว่าคุณรุกะจะตามมาด้วย เสียใจด้วยครับเพราะว่าตอนที่ผมรับขนมกับกาแฟมัน มันมีผู้บริหารหนุ่มคนนึงเดินมาทักทายรุกะแล้วชวนไปคุยตรงมุมอื่น



ก็นะสวนแบบนี้ เก่งแบบนี้ ใครก็อยากเข้าใกล้และอยากทำความรู้จักนั่นแหละ ผมเองก็ไม่อยากจะมีปัญหา หรือว่าอยากไปขวางคออะไรหรอกนะ ผมอยากอยู่ของผมเงียบๆนี่แหละ ตอนนี้พี่หมิวทำอะไรอยู่นะ พี่เตยจะกินข้าวยังนะ เรื่องที่เกิดขึ้นมากลับมาในหัวผมอีกแล้วสิ่ ผมนั่งมองไปที่ก้อนเมฆก้อนเล็กๆที่ลอยผ่านหน้าไป




แสงแดดจากดวงอาทิตย์ที่สาดส่องผ่านเมฆ มันก็กลายเป็นเงาขนาดใหญ่ที่พื้นดินตรงนั้น ถ้าอยู่ในกรุงเทพฯ เราก็คงไม่ได้เห็นอะไรแบบนี้ล่ะมั้ง จริงอยู่ว่าที่นี่ดูแล้วการเดินทางไปไหนมาไหนลำบากมากๆ แต่สิ่งที่ได้ตอบแทนกลับมาคือธรรมชาติและความสงบมากจริงๆ ผมไม่แปลกใจแล้วล่ะที่คุณเคย์เลือกที่จะมาที่นี่



“ เดี๋ยวเถอะ มานั่งกินกาแฟอะไรตรงนี้ “



เสียงพี่พลอยดังขึ้นมาจากข้างหลังครับ ผมก็หันกลับไปมองแล้วบอกว่าผมกลัวจะอ้วกนี่นา พี่พลอยก็บอกว่าขับรถยาวๆ ไม่ได้ขับหยุด ขับหยุด แบบในกรุงเทพฯ ท้องใส้มันไม่ปั่นป่วนหรอกน่า พี่พลอยลงมานั่งโดยที่เว้นไว้หนึ่งช่วงตัว ก็คงจะเป็นการวางตัวไว้ตัส ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ แบบนั้นล่ะดีแล้ว



แล้วสองคนนั่งมองไปข้างหน้าที่ภูเขาด้านหน้าซึ่งตอนนี้เริ่มจะมีแสงแดดส่องไปแล้ว พี่พลอยก็บอกว่าอยากดูภูเขาตอนเช้าๆนะสีเขียวๆนี่แหละสบายตาที่สุดแล้ว ผมก็บอกอื้มอยากดูแบบนั้น แล้วพี่พลอยก็พูดว่าแต่แบบที่ว่าวิ่งขึ้นเขาเหมือนตอนนั้นไม่เอานะ



ผมถามหืมที่ไหนแล้วพี่พลอยก็พูดถึงสถานที่เก็บตัวตอนซ้อมยูโด ตอนนั้นผมหัวเราะออกมาเลยคือเราไปเจอกันโดยบังเอิญครับตอนนั้น แล้วก็แบบนี้แหละมันจะเป็นเนินเขาเล็กๆแล้วต้องวิ่งสปีดขึ้นภูเขากัน ตัวผมน่ะไม่เท่าไรหรอก เพราะตอนมหาวิทยาลัยปี1



ผมโคตรจะฟิตบอกเลย แต่พี่พลอยเธอดูหอบแฮ่กๆๆ ผมก็อยากจะเข้าไปช่วยนะแต่มันก็จะเกินหน้าที่แล้วตอนนั้นผมเองก็ไม่กล้ามองหน้าพี่พลอยตรงๆด้วย แต่ก็อดขำไม่ได้ทุกทีเลย พี่พลอยถามว่าทำไมตอนนั้นไม่เข้ามาพยุงพี่ล่ะ ผมก็บอกว่าคนรอพยุงพี่เยอะแยะทำไมผมต้องไปด้วยล่ะ




พี่พลอยก็ถามว่าตอนนั้นยังโกรธพี่อยู่เหรอ ผมก็บอกว่าไม่ได้โกรธหรอกพี่พลอยแต่มันทำตัวไม่ถูกมากกว่า เจอหน้าผู้หญิงที่อยู่ดีๆก็หายไปแล้วมาอยู่ตรงหน้าจะให้ผมยิ้มเหรอไง พี่พลอยก็บอกแหมก็นึกว่าคิดถึงไง ผมก็บอกว่าคิดถึงแหละ แต่คิดถึงทีไรก็เจ็บปวดทุกที



เอาแล้วไงผมเผลอเอาเรื่องส่วนตัวมาผสมกับเรื่องของพี่พลอยไปซะแล้วสิ่ เคยมั้ยครับแบบว่าอยู่ดีๆเธอคนที่เราคิดว่าจริงจังกับเราอยู่ๆก็หายไป อยู่ๆก็บอกว่ากลับไปเป็นเหมือนเดิมดีกว่า ... ผมก็ทำตัวไม่ถูกครับเพราะไม่รู้ว่าสถานะของผมกับพี่พลอยตอนนั้นคืออะไร ก็รู้แหละว่าแอบกิ๊กกัน ไม่ใช่แฟน




แต่นั่นแหละคือปัญหา ไม่ใช่แฟนแล้วผมง้อได้แค่ไหน ผมแสดงออกได้มากแค่ไหน ผมเรียกร้องอะไรได้มากแค่ไหนกันนะ แล้วอยู่ดีๆ 3 ปีผ่านไป กลับมาเจอกันอีกครั้งตอนต่างคนต่างเรียนมหาวิทยาลัย แต่ไม่ว่าผ่านไปแค่ไหนความสงสัยในใจมันก็ไม่หายไปอยู่ดีๆ แล้วคิดดิ่อยู่ดีๆมาเจอหน้าคนที่ทิ้งเราไป



จะให้ผมทำไงยิ้มดีใจที่ได้เจอมันก็ไม่ใช่ จะให้โกรธใส่มันก็ยังไงอยู่เพราะก็ไม่รู้ว่าโกรธในฐานะอะไร อึนในความรู้สึกชิบหายบอกเลย เฮ้อกลับมาที่ร้านกาแฟต่อครับผมก็เริ่มรู้ตัวละว่าใส่อารมณ์กับพี่พลอยไป แต่ว่าตอนนั้นจอยก็เดินมาพอดีแล้วพูดว่าถ้ามีเวลาว่างขนาดนั้น มาประชุมกันดีมั้ยคะ ผมก็อื้มได้สิ่ พี่พลอยก็บอกได้ๆ



แล้วเราก็ไม่พูดเรื่องนั้นกันอีก พูดไปก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นหรอก เราสามคนนั่งประชุมกันว่าบางทีงานนี้อาจจะแย่ก็ได้ เพราะว่ามีแค่พวกเราที่พักที่เดียวกับคุณเคย์ ผมก็ถามฮ๊ะอีกแล้วเหรออะไรวะนั่นน่ะ จอยก็บอกว่าจากที่เก็บข้อมูลมาเชียงรายไม่ค่อยสะดวกเหมือนที่เชียงใหม่



การเดินทางอะไรไปไหนมาไหน ถ้าไม่มีรถส่วนตัวก็ลำบาก ผมก็บอกว่าผู้บริหารน่าจะมีรถทุกคนไม่ใช่เหรอครับ จอยก็บอกว่าใช่ค่ะมีทุกคน แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ยอมขับรถมาเชียงใหม่เพื่อประชุม ผมนั่งนิ่งเลยไม่ต้องพูดอะไรกันอีกแล้วทีนี้ รู้เลยว่าผู้บริหารจงใจที่จะโยนงานภาคสนามที่ต้องรับหน้ากับคุณเคย์มาให้พวกผม




จริงๆแล้วก็มีนะครับเหล่าผู้บริหารที่มารับหน้าแล้วคอบให้พวกผมรู้งาน พวกนั้นคือดีมากๆบอกให้ผมเรียนรู้งานเยอะๆ ค่อยสอน แต่ก็จะมีบางจำพูดที่จะไม่ยอมทำอย่างอื่นนอกจากงานของตัวเองเท่านั้น พูดยังไงดีล่ะเหมือนว่าเขาจะเต็มที่กับงานของตัวเอง แต่ส่วนๆอื่นๆก็ไม่สนไม่แคร์



เฮ้ออ พวกผมก็ปรึกษากันว่าจะเอาไงต่อ แล้วพอถึงทางตันผมก็ต่อสายหาใครบางคนทันที ฮัลโหลพี่แมน แน่นอนครับผมโทนหาพี่แมนดื้อๆเลย หน้าด้านชิบหาย แล้วพอพูดว่าพี่แมนทั้งพี่พลอยและจอยคือเปลี่ยนท่าทางอิริยาบททันที ต่างกับผมที่เอ่อ... เป็นอะไรกัน ซึ่งผมก็ยังคงมึนเหมือนเดิม ตามที่พี่หมิวนิยามไว้ว่าลิงหน้ามึน


พี่แมนตอบว่าเอ้อมีไรเอ็ง ผมก็ถามว่าพี่แมนถามหน่อยดิ่ กรณีนี้ ๆ  ๆ ๆ ผมปรึกษาพี่ได้เปล่าแล้วถ้า นู่น นั่น นี่ ผมสามารถปรึกษาได้มากแค่ไหนครับ พี่แมนก็บอกว่าเอ้าเอ็งไปทำงานคนเดียวเหรอ ผมก็บอกเปล่าก็มากันสามคนนี่แหละ พี่แมนก็บอกว่ามีทีมงานก็ขอความช่วยเหลือจากทีมงานสิ่




เอ็งไม่ได้ทำงานตัวคนเดียวเฮ้ย ไม่ใช่ว่าคนเดียวมันจะทำอะไรได้สะดวก โอเคว่าคนๆเดียวมันอาจจะไปได้ไว แต่ถ้าหลายๆคนช่วยกันมันอาจจะช้านิดหน่อยแต่มันไปได้ไกลกว่านะ โหแค่พูดแค่นี้ดูเหมือนจอยจะมีพลังเลยสีหน้าเปลี่ยนเลยครับ ผมก็บอกว่าเอ่องั้นไม่รบแล้วครับพี่แมนขอบคุณมากครับ



[ พี่แมน ]  :  เฮ้ย ๆ ๆ ๆ เดี๋ยว ๆ ๆ



แล้วพี่แมนก็พูดเหมือนจะ อย่าพึ่งวางมึงฟังกูก่อน อ่ะผมก็หยิบมือถือมาวางคุยต่อผมถามพี่แมนว่ามีอะไร พี่แมนก็ถามว่ากลางๆเดือนหน้ามันจะมีงานอ่ะ ผมก็ถามไปตรงๆว่าบอกผมทำไมเนี่ยคือพูดแบบนี้รู้เลยว่าต้องเป็นงานดูแลแขกของบริษัทพี่เขาแน่ๆ พี่แมนบอกเอ้าไอ้นี่กวนตีนเฉย



ก็ไปเตรียมตัวจะให้มาทำงานต้อนรับ VIP หน่อย ผมก็เอ่อ เอ่อ ถ้าว่างนะพี่ พี่แมนก็บอกว่าเออเข้ามาซ้อมยิงปืนมั่งนะพวก ทีมงานบ่นคิดถึง ผมก็เอ่อไปถึงก็ต้องลงนวมซ้อมกันอีกเจ็บตัวแท้ๆ แล้วพี่แมนก็พูดอย่างนึงขึ้นมาว่าเฮ้ย อย่าคิดมากอะไรที่ผ่านมามันก็ผ่านมา 3 ปีแล้วเฮ้ยคิดมาก



วันนี้ก็คือวันนี้ ทำวันนี้ให้ดีก็พอแค่นี้แหละ แล้วพี่แกก็วางสายไปเลย แทนที่จะพูดให้กำลังใจกลับกลายเป็นว่าได้ฟังแล้วก็กังวล ผมจะทำให้เสียเรื่องอีกไหมวะ พี่พลอยก็ถามว่าที่คุณแมนพูดหมายความว่าไงหืมที่บอกว่าผ่านมา 3 ปี เกี่ยวกับงานคุ้มกันดูแลที่คุณแมนพูดเปล่า





ผมก็บอกว่าช่างมันเถอะอย่าพูดถึงมันเลยทำงานของเราดีกว่า ถึงตรงไหนแล้วครับจอยข้อมูลที่บอกมา จอยก็เอ่อะ เอ่อ ค่ะค่ะ แล้วก็เริ่มพูดคุยกันต่อ แต่ไม่ถึง 5 นาทีทางทาเคชิก็เดินมาบอกว่าได้เวลาเดินทางแล้ว จอยฟังและตอบก่อนที่จะหันมาบอกพวกเราตามนั้น ซึ่งแน่นอนว่าเราต้องเดินทางกันแล้ว



ผมรู้สึกเสียดายจังอยากอยู่ที่นี่อีกสัก 10 – 20 นาทีก็ยังดี แต่มันก็ทำแบบนั้นไม่ได้ ไว้ผมจะแอบมาเที่ยวคนเดียวคราวหลังแล้วกันนะ ด้วยความที่เราสามคนนั่งข้างหลังก็เลยต้องขึ้นก่อนครับ เรารีบมาขึ้นรถทันที เพราะการที่ต้องให้ผู้หลักผู้ใหญ่ยืนรอมันดูไม่ดีแน่ๆ




ที่สำคัญยังเป็นระดับผู้บริหารอีกด้วย ผมรีบเข้าไปนั่งข้างในทันที คือพื้นที่รถตู้ปกติมี 3 แถวใช่มะ แต่นี่คือถูกปรับถูกเปลี่ยนให้เหลือแค่ 2 แถวก็คือนั่งสบายมากๆเลยล่ะ พอคุณเคย์ รุกะ และทาเคชิมา รถก็วิ่งไปต่อครับ อืม แล้วผู้บริหารคนนั้นไปไหนหว่า สงสัยจะได้ขับรถตามมั้ง



จากนั้นบนรถเราก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีกครับกลัวเสียมารยาทกับทางคุณเคย์จนกระทั่งรถก็มาถึงจุดหมาย ซึ่งก่อนมาถึงที่พัก ตลอดระยะทางเกือบ 3 กิโลเมตร ที่นี่มันทั้งสงบ ทั้งเงียบ ต้นไม้เยอะมากๆ  ทันทีที่มาถึงสถานที่พักของพวกผม ผมนี่แบบเฮ้ยนี่มันสุดยอดมากพูดได้เลยว่ามันคือ มินิญี่ปุ่น คือแค่ประตูเข้าก็ญี่ปุ่นแล้ว บอกเลยว่าเล็ก เล็กกว่าโรงแรมที่ม่อนแจ่ม อาจจะ 1 – 2 เท่าแต่ว่าบรรยากาศความเป็นญี่ปุ่นมันอัดแน่นมาก เหมือนบีบบรรยากาศที่ม่อนแจ่มมาไว้ในไซส์มินิเลย



โห ขอหยาบหน่อยนะ เหี้ยเอ๊ยสวยชิบหายเลย แค่ทางเข้าก็น่านั่งแล้วคือลานจอดรถอยู่ห่างจากตัวที่พักราว 10-20 เมตร ซึ่งระยะทางเดิน ตลอดข้างทางคือมีต้นไผ่แบบญี่ปุ่นปลูกเพียบเลย คือแบบโอ๊ยยย ฟิวญี่ปุ่นสุดๆ ข้างนอกก็เป็นทุ่งดอกหญ้าสีเขียวสวยๆ ถนนที่ตัดผ่านหน้าร้านก็เรียบงาม สวย อย่างบอกไม่ถูก



พอเดินเข้ามาข้างในคือนอกจากทางเดินที่ถูกทำอย่างสวยงาม ทุกที่คือสนามหญ้าครับ เดินไปอีกหน่อยก็เห็นเป็นแค่ไม้ ยาวๆ 3 – 4 ท่อนวางพาดกันเป็นเหมือนรั้วปกติ คือถ้าเป็นข้างนอกคงบอกว่ามันคือรั่วโง่ๆ แต่ว่าพอวางแบบนี้ จัดลักษณะแบบนี้ดันสวยเฉยเลย


เดินเข้ามาก็จะเจอกับล็อบบี้ด้านหน้า และข้างๆก็จะมีโต๊ะนั่งแล้วคือพอยิ่งมองออกไปทางถนนมันยิ่งสวยเข้าไปกว่าเดิมอีก โอยนี่ขนาดบ่ายยังสวยขนาดนี้แล้วตอนเช้าจะสวยขนาดไหนวะเนี่ย พวกผมเดินเข้ามาไม่ทันไรก็มีพนักงานเข้ามาต้อนรับเลยครับ



ทางจอยก็ได้เข้าไปคุยเพราะมันเป็นหน้าที่ของเธอ พนักงานยกมือไหว้ โค้งหัวต้อนรับเป็นอย่างดี พนักงานผู้ชายไปยกกระเป๋าของพวกเรามาไว้ตรงล็อบบี้ครับ แล้วทางเราก็ได้เริ่มจัดแจงแผน ผมคิดว่าคงต้องเตรียมตัวทำงานเลยแน่ๆ แต่รุกะก็พูดขึ้นมาว่า



วันนี้เราจะประชุมกันหลังมื้อเย็นนะคะ ยังไงตอนนี้หลังจากที่เดินทางมาดิฉันกับคุณพ่อก็ได้ปรึกษากันแล้วว่าจะให้ทางตัวแทนทั้ง 3 พักผ่อนก่อนนะคะ ผมก็ฮึ๊ประชุมก็ได้นะครับ ไม่ต้องรอตอนเย็น ผมก็มองไปที่รุกะเธอก็จ้องหน้าผมดุๆ จนผมต้องหลบตา หลังจากนั้นเราก็แยกกันเข้าห้องพักครับ



โอย !!! ห้องพักงามชิบหายเลยคร๊าบบบ คือไม่ได้หรูหรา โออ่าแบบที่ม่อนแจ่ม แต่ผมขอนิยามคำว่า เรียบแต่โก้ก็แล้วกันครับท่านผู้อ่าน เดินในนี้แม่งเพลินบอกเลยขนาดว่ายังไม่เข้าที่พักนะ คือบ้านเดี่ยวก็เป็นบ้านปูนนี่แหละ แต่ถูกมุงหลังขาด้วยวัสดุเหมือนใบจากคือโคตรได้ฟิลลิ่งเลยบอกตรงๆ คนออกแบบโคตรเก่ง



ลานทางเดินก็เป็นหินธรรมดาๆ แต่ตัดกับสนามหญ้าได้โคตรรดีแล้วกำแพงมันเหมือนกับพวกบ้านเรือนญี่ปุ่นโบราณ คือถ้าเคยดูหนังญี่ปุ่นโบราณบ่อยๆจะเห็นนะกำแพงมันเป็นยังไง หรือใครที่เคยเล่นเกมส์เท็นชูด่านแรกที่เข้าไปฆ่าพ่อค้าหน้าเลือด กำแพงบ้านเป็นแบบนั้นเลย คือผมเห็นแล้วแบบเฮ้ยสุดอ่ะ สุดยอดเลย



ที่ม่อนแจ่มคือจะให้บรรยากาศแบบมาเยี่ยมปราสาทท่านโชกุนดูหรู ไฮโซ แต่ที่นี่คือเรียบๆแบบชาวบ้านเลยล่ะครับ กำแพงที่เอาไม้ไผ่สีเข้มมาต่อ ๆๆ ๆ ก็ดูโคตรสวยเลย แล้วตอนนั้นพี่พลอยก็มาถามว่ายิ้มอะไรคนเดียวเนี่ย ผมก็บอกว่าชอบที่แบบนี้จังเลย เดี๋ยวไว้จะมาเที่ยวคนเดียวทีหลัง พี่พลอยก็ถามว่าพี่มาด้วยได้ป่ะ ผมก็พูดไปลอยๆว่าอยากมาก็ตามใจ แต่ผมไม่ออกค่าห้องให้นะ




พี่พลอยก็บอกว่าแชร์กันไงใครจะนอนคนเดียวล่ะ ตอนนั้นผมก็ไม่ได้คิดอะไรนะ จนพอเดินมาถึงห้องพักของเรา แน่นอนครับว่าพี่พลอยกับจอยนอนห้องเดียวกันส่วนผมนอนคนเดียว ผมยกกระเป๋าเข้ามาในห้องทันทีพนักงานยื่นกุญแจ ย้ำนะว่ากุญแจ



ผทรับกุญแจมาแล้วก็เข้าห้องเลย โอ!!! สุด สุดยอดเลย เข้ามาก็เจอเสื่อทาทามิเลยครับ แบบนี้ถ้าเป็นแบบโบราณจะเรียกว่าห้องเสื่อ จะกี่เสื่อก็ว่ากันไปยิ่งจำนวนเสื่อเยอะก็จะหมายถึงมูลค่าในการเช่า หรือ ฐานะของคนที่อยู่ในห้องนั้นอย่างที่ผมเคยยกตัวอย่างไปในสตอรี่ของคิราระว่าเธออาศัยอยู่ในห้อง 6 เสื่อกับคุรุมิ



6 เสื่อก็คือพื้นที่ห้องที่ สามารถปูเสื่อ ทาทามิได้แค่ 6 ผืนนั่นเองอ่ะกลับมาต่อครับ แต่ว่าความกว้างของห้องนี้น่าจะราวๆ 12 เสื่อ – 14 เสื่อ มันกว้างนะดูสบายๆเลยล่ะ พอเข้ามาก็เห็นโต๊ะโคทัตสึวางอยู่ที่มุมเหมือนเดิม อืมม มีที่นอนปูพื้นให้ด้วย ฟูกปูที่นอนเขาเรียกกันว่า “ ฟุตง “ ครับ




ส่วนห้องนี้ทั้งห้องที่ตกแต่งให้เป็นเหมือนญี่ปุ่นก็จะเรียกว่า “ วะชิตสึ “  กลับมาต่อครับห้องนี้ดูสวยมากเลยนะ แต่ว่าเคยมั้ยๆ แบบว่าอยากอยู่ห้องที่กว้างๆ แต่พอได้มาอยู่ห้องกว้างๆกลับไปนั่งที่มุมห้อง หรือ นอนที่มุมห้องนอนตะแคงแล้วเอาหลังผิงฝา ไม่รู้ทำไมกันน๊า


หืมข้างๆมีอะไร ผมเห็นประตูไม้เลื่อนที่มีกระดาษษาแปะกันเหมือนญี่ปุ่นเป๊ะๆแล้วก็เดินออกไปดู เฮ้ย !!! มีทางเดินออกไปอีก เดินมา 2 – 3 ก้าวก็เจอทางเดินแล้วคือกันเป็นบล็อก บล็อก ไว้เลยไม่เหมือนที่ม่อนแจ่มที่จะเดินหากันได้ พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ส่วนตัวเลย



บ้านหลังต่อไปก็จะก็จะมีกำแพงสูงกั้นครับน่าจะราวๆ 2 เมตรนะระยะก็ห่างพอดูจากทางเดินรอบบ้านจนถึงกำแพงก็น่าจะราวๆ 2 เมตรกว่าๆ แล้วพอเดินตามทางลงมาอีก โอ๊ย !!! มีอ่างแช่น้ำเว้ย เอาละเว๊ยยย ผมจะได้แช่น้ำแบบส่วนตัวละ คือมันไม่กว้างนะบอกเลย แช่ได้เต็มที่ก็ 2 คน แต่ก็จะเบียดๆหน่อย



เอาวะผมแช่คนเดียวก็สบายใจแล้ว ผมกลับเดินเข้ามาที่ห้องกว้างๆ แต่ก็ไปนั่งหลบมุมตรงที่เดิมอย่างที่บอก ผมคิดทบทวนว่าวันนี้ต้องทำอะไรบ้างนะ มีอะไรที่ต้องเน้นบ้างนะ แต่ความคิดมันก็ถูกรบกวนไปหมด พออยู่คนเดียวมันก็อดไม่ได้ครับที่จะคิดเรื่องเก่าๆ  ผมนั่งอยู่ได้ประมาณครึ่งชั่วโมง ก็จะลุกไปแช่น้ำ ตอนนั้นพี่พลอยก็โทรมาถามว่านอนยัง



ผมก็บอกว่าเปล่ากำลังจะอาบน้ำแค่นี้ก่อนนะพี่พลอย พี่พลอยก็บอกเดี๋ยว ๆ ๆ ๆ ห้ามวางแปปนึง ผมก็อะไรวะ แต่ก็ไม่ได้วางนะ ไม่ถึง 5 นาทีพี่พลอยก็เดินมาเคาะประตูผมก็หืมอะไร ทันทีที่เปิดประตูไปพี่พลอยก็แบมือบอกเอาโทรศัพท์มา พอผมยื่นให้พี่เขาก็กดวางแล้วบอกว่า



“ ป่ะ อาบน้ำกัน “




 

เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 10, 2021, 12:59:17 am โดย Monotone_Memory »

*

ออฟไลน์ Darkreader

  • Senior Member
  • ****
  • 607
  • 0
    • ดูรายละเอียด
รอลุ้น จะได้กินแซนวิช พลอย จอยมั้ย

*

ออฟไลน์ GU Koy

  • Senior Member
  • ****
  • 740
  • 0
    • ดูรายละเอียด
มารายงานตัวคับ 555 ขอแช่ออนเซนด้วยคนคับ

*

ออฟไลน์ zero008

  • Full Member
  • **
  • 183
  • 50
    • ดูรายละเอียด
จะได้เอาจอยหรือยังรอดมาหลายรอบแล้ว

*

ออฟไลน์ zaar65

  • Veteran Member
  • ******
  • 1624
  • 54
    • ดูรายละเอียด
เห็นหุ่นพี่พลอย นี่ ก้นงามๆ แบบนี้ น่าจัดนะครับคุณโทน

*

ออฟไลน์ ัuffa555

  • Veteran Member
  • ******
  • 1546
  • 494
    • ดูรายละเอียด
 ::Oops:: ขอพักสมองกับฝั่งเชียงใหม่ก่อนนะครับ

*

ออฟไลน์ Best21795

  • Junior Member
  • ***
  • 419
  • 0
    • ดูรายละเอียด
อาบน้ำแบบนี้ ไม่ได้อาบน้ำธรรมดาชัว

*

ออฟไลน์ odzodz

  • Full Member
  • **
  • 192
  • 0
    • ดูรายละเอียด
อยากไปอาบด้วยจังเลยยยย

*

ออฟไลน์ I2ta3ta3

  • Senior Member
  • ****
  • 986
  • 0
    • ดูรายละเอียด
พี่พลอยจะแค่อาบน้ำหรอ

*

ออฟไลน์ cantonaa

  • Junior Member
  • ***
  • 314
  • 0
    • ดูรายละเอียด
จัดทุกวัน พี่พลอยไม่ให้โทนพัดเลย

*

ออฟไลน์ Nobita Nobituta

  • Gold Member
  • *****
  • 1203
  • 0
    • ดูรายละเอียด
พี่พลอยชวนอาบน้ำ คงมากกว่าอาบน้ำแน่เลย

*

ออฟไลน์ kazed1234

  • Junior Member
  • ***
  • 325
  • 68
    • ดูรายละเอียด
อาบน้ำ อาบน้ำ
อยากรู้ว่าพี่พลอยจะโผล่มาภาคหลักบ้างไหมหลังจากนี้

*

ออฟไลน์ elelle

  • Senior Member
  • ****
  • 779
  • 81
    • ดูรายละเอียด
จัดไป 2ดอกคาบ่อน้ำแบบหนังญี่ปุ่น

*

ออฟไลน์ Thekid34

  • Junior Member
  • ***
  • 558
  • 83
    • ดูรายละเอียด
พี่พลอยรุกจัดๆเลย

*

ออฟไลน์ wing0

  • Junior Member
  • ***
  • 358
  • 56
    • ดูรายละเอียด
ไม่ได้พักหรอกโทนเอย

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ