ครั้งหนึ่ง ณ ร้านคาราโอเกะ [ Part 7 ] ตอนที่ 105 ( ประสบการณ์ของนายโทน )

ครั้งหนึ่ง ณ ร้านคาราโอเกะ [ Part 7 ] ตอนที่ 105 ( ประสบการณ์ของนายโทน )

  • 497 ตอบ
  • 4978 อ่าน
*

ออฟไลน์ ΜoNoTΩИ∑ ★★★

  • Senior Member
  • ****
  • 718
  • 4647
    • ดูรายละเอียด
สวัสดีครับ สวัสดี ร้านเกะมาละครับ

ขออภัยด้วยคร๊าบบบบ

ยินดีต้อนรับสมาชิกร้านเกะท่านใหม่ๆด้วย

แล้วก็ขอบคุณสำหรับลูกค้าผู้ที่มาเยี่ยมร้านเกะตั้งแต่ตอนที่ 1 จนถึงปัจจุบัน

รู้สึกขอบคุณมากๆเลยคร๊าบบบบบบ ขอบคุณทุกคอมเมนต์จริงๆครับ  ผมอ่านทุกตอมเมนต์นะครับ สั้นยาวผมก็อ่านหมด

และขอบคุณทุก EDIT และแสดงความคิดเห็นเพิ่มหลังอ่านจบ  มันเป็นกำลังใจอย่างดี

อย่างที่บอกครับกระทู้นี้ Free STYLE คอมเมนต์อะไรก็ได้ครับ เพื่อจะอ่านเนื้อหาที่ซ่อนไว้

ไม่จำเป็นต้อง EDIT ไม่ต้องกลัวผิดกฎใดๆ แต่ระวังกระทู้อื่นๆ หมวดอื่นๆด้วยนะครับ

เราต้องทำตามกฎของบอร์ดและกระทู้นั้นๆนะครับ เพราะเวลา MOD ลงดาบก็เด็ดขาดมา



ปล. สำหรับท่านที่ต้องการอ่าน ซีรีย์คาราโอเกะ หรือ ทุกซีรีย์ย้อนหลัง



สามารถคลิกที่ภาพ เพื่อวาร์ปไปห้องสมุดนายโทนได้เลยครับ









★★★★★★★★★★★



ปล.2 สำหรับใครสมาชิกใหม่ที่พึ่งสมัครเมมยูซเซอร์เข้ามาแล้วพออ่านเรื่องนี้แล้วอยากอ่านต่อก็ง่ายๆครับ
ตามภาพเลย ขั้นตอน 1 2 3  แต่ระวังการคอมเมนต์ไว้ให้ดีๆ อย่ามาแต่ อีโม นะ






★★★★★★★★★★★


แนะนำ พี่สาวครับ พี่ฮยอน-อา นามสมมติ






★★★★★★★★★★★



พี่แท-โอ ..  ช่างเถอะครับเราจะไม่ลงรูปผู้ชาย 5555+
ให้นึกถึงคุณ โซ จีซบ ตอนแสดงซีรีย์ The Master Sun ครับ



★★★★★★★★★★★


ความเดิมตอนที่แล้ว


ผมตามพี่แท-โอ เดินทัวร์บริษัทเลยล่ะครับ

คอยจดสิ่งที่พี่เขาแนะนำ จนเสร็จก็ขอนั่งพัก

จนพอจะหมดเวลา ก็เลยออกมา แต่ว่าเหมียว

ก็เขียนอะไรใส่กระดาษยัดมือมาให้ผม

พออ่านก็ได้ข้อความว่า โทรหาด้วยนะ




★★★★★★★★★★★


นายโทนไดอารี่ 105



หืม ให้โทรหาเหรอ มีอะไรหว่า ใจผมคิดไปถึงขั้นพาไปจ่ายค่า Pizza ล่ะคร๊าบ คือไม่ใช่หลงตัวเองนะ แต่อะไรๆในช่วงนี้มันทำให้ผมอดคิดไม่ได้จริงๆ เหมียวเธอดูเปิดใจกับผมมากกว่าเก่าอีก ไหนตอนแรกบอกกลับมาจากทะเล แล้วให้ทำทุกอย่างเหมือนเดิมไง.... ช่างเถอะ


ผมก็เก็บๆใส่กระเป๋ากางเกงแล้วก็เดินลงมาข้างล่างแหละครับ ที่ที่พี่แมนบอกให้มามันเป็นร้านกาแฟเล็กๆ ชื่อป่าดงดิบแถวๆอเมริกาใต้ พอเข้ามาถึงก็เห็นการ์ดของพี่แท-โอ ยืนตำแหน่งอยู่ ใจผมคิดเลยสุดยอดด พอมองไปข้างบนก็เห็นการ์ดอีกคนยืนอยู่จุดสูงข่มข้างบน


จุดสูงข่มคือ ตำแหน่งที่อยู่เหนือข้างบน และมองมาเห็นพื้นที่ข้างล่างเพื่อทำการเฝ้าระวังครับ ยกตัวอย่างง่ายๆอย่างเช่นกรรมการวอลเลย์บอลที่อยู่บนเก้าอี้สูงๆ แล้วมองเกมส์การแข่งขัน นั่นก็เรียกว่าจุดสูงข่มครับ แต่ก็เอาเถอะที่นี่ไม่ได้มีจุดตรวจสแกนแบบที่บริษัทพี่แมน การจะเฝ้าระวังแบบนี้ก็ไม่แปลก แต่อีกหน่อยก็คงจะมีแหละ ลองพี่แท-โอ กับพี่แมนมาถึงที่นี่แล้วล่ะก็นะ



ผมเดินผ่านพวกเขา พวกเขาก็ยกมือกั้น พอเห็นว่าเป็นผม ก็ลดมือลง ก้มหัวให้นิดนึง ผมก็ก้มหัวให้ต่ำกว่าพวกเขา ก็นะยังเด็กอยู่ครับตอนนั้น ต้องนอบน้อม อย่างว่าแหละครับ คนระดับพี่แท-โอ ก็ต้องดูแลหน่อย ขนาดดารามาออก Event ยังต้องมีการ์ดคอยอำนวยความสะดวกให้เลย พอเดินเข้ามาผมก็มอง มอง แล้วก็เดินเข้า โซฟา 4 ตัว ผมก็มานั่งข้างๆพี่แมน เพราะพี่ฮยอน-อา เธอต้องนั่งข้างๆพี่แท-โอ อยู่แล้วล่ะ



ผมก็มองๆ แล้วถามพี่แท-โอ ที่มันไม่แออัดไปเหรอครับ ปกติพี่ชอบที่กว้างๆนี่ครับพี่แท-โอ พี่แท-โอ บอกกลัวอะไร แกก็อยู่ตรงนี้ไง ถ้ามีคนมาวุ่นวายแกก็หักแขนทิ้งซักคนสองคนไม่เป็นไรหรอก  ผมก็เอ่อคร๊าบๆ นี่ประเมินผมสูงขนาดไหนเนี่ย ก็จริงอยู่ว่าถ้าถึงเวลาผมก็คงหักให้ข้อต่อหลุดได้อยู่หรอก แต่ผมไม่ได้ห้าวเหมือนตอนมหา’ลัยนา ตอนนี้มันก็มะกึ๊กมะกั๊กบ้างแหละ ถ้าต้องไปทำร้ายคนน่ะ



แต่ก็ถ้ามันเป็นงานก็ช่างเถอะ  แต่ผมนี่ตกเป็นเป้าสายตาเลยครับ เพราะมานั่งกับคนระดับบิ๊กๆเลย แล้วภาษากายของพี่ๆเขาก็ดูผ่อนคลายกันพอควรเลยล่ะ  เราคุยเรื่องงานนิดนึงครับ แล้วก็ผ่อนคลายคุยเรื่องอื่นๆนิดหน่อย ไม่ว่าจะสูงส่งแค่ไหน ยังไงคนเราก็ต้องมีมุมเบาๆบ้างแหละครับ ผมเดินไปสั่งกาแฟ อ่าส์สั่งง่ายกว่าร้านก่อนเยอะเลย กลับมานั่งคุยแปปเดียว เอ่ะ... คาปูชิโน่หมด ผมก็บอกว่าขอตัวไปสั่งกาแฟเพิ่ม แล้วก็เดินไปสั่งนั่นแหละครับผมเดินมามอง ๆ ๆ คาปูฯก็อยากกิน ลาเต้ ก็อยากลอง



แต่พอคิดดูอีกที เชี่ยเอ๊ย กินมากกว่า 1 แก้วไม่ได้ เดี๋ยวกระเพาะประท้วง ผมก็ยืนมองๆ  พวกของหวาน แล้วแปปนึงก็เจอพวกแก่ๆ ที่แก่แต่ตัว ไร้วุฒิภาวะ อันนี้ผมไม่ได้จะดูถูกอะไรนะ แต่การที่อยู่มานานเนี่ย ควรพัฒนาหรือตำแหน่งเลื่อนป่ะครับ นี่ผมเข้ามาปีนึง ก็มีแต่คนบอกว่าพวกนี้ ไม่เอาการเอางานไรเลย ย่ำอยู่ที่เดิม



ผมเห็นแล้วล่ะเดินมาคู่กันเลยสองคน มาถึงก็เอ้าโทนพอดีเลย เดี๋ยววานเอากาแฟไปให้พี่หน่อยชั้นสอง... ผมก็มอง เอาจริงๆต่อให้ไม่มีพี่ฮยอน-อา มาด้วย ผมก็คงมองแหละครับ ไอ้ห่าอยู่ดีๆ เจอหน้าแล้วใช้งานเฉย คนละแผนกแท้ๆ  ขนาดหัวหน้ายังไม่เคยใช้ผมขนาดนี้เลย กินเอง ซื้อเอง หยิบเอง มันเป็นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์เลยนะน่ะ


ผมก็บอกว่าตอนนี้ผมมีธุระครับ พอผมปฏิเสธไปก็ทำดึงสีหน้าเลย แล้วทำยืดใส่ด้วยนะ วานหน่อยไม่ได้เหรอ แน๊ะยังจะถามกูอีก แต่ก่อนที่อะไรจะแย่ไปมากกว่านั้น ก็มีเสียงพูดขึ้นมาว่า ถือไปเองไม่ได้เหรอครับ เอ้ามาทำไมละนั่น พี่แมนยืนข้างหลังสองคนนั้นนะ ตอนที่พูดมาได้ยินแค่เสียง


แหม่ สีหน้านี่เอาเรื่องเชียว แต่คุณผู้อ่านรู้จักคำว่าเข่าทรุดมั้ยครับ สองคนนี้หันไปเจอพี่แมน แล้วเหมือนจะวูบ ผมไม่เห็นหน้าพวกเขาหรอกครับ เพราะหันหลัง แต่มันก็เดาได้ไม่ยากเลย พี่แมนยิ้ม แต่ผมบอกได้เลยว่าชิบหายแน่นอน


พี่แมนก็บอกว่า ถ้าเจ็บมือ เจ็บแขน จนถือของไม่ไหว ก็เขียนใบลาหยุดนะครับ สองคนนั้นเงียบเลย โอย.. ผมเหมือนได้รับบัฟป้องกันขึ้นอีก 20% พี่แมนยืนมองสองคนนั้นแปปนึง จริงอยู่ที่ผมบอกว่าพี่แมนอาจจะไม่แข็งแกร่งเท่าพี่แท-โอ  แต่พี่แมนเองก็ไม่ธรรมดาหรอกครับ



พี่แมนก็ยิ้มให้อย่างเป็นมิด.. มิดด้ามนะครับรอยยิ้มแบบนั้น แล้วเอาตรงๆ 2 คนนี้แทบไม่มีพาวเวอร์อะไรเลย อาศัยแค่อยู่ทำงานมานานแต่ไปไม่ถึงไหนเลย พวกรุ่นใหม่ไฟแรง แซงไปหลายคนแล้ว อีกอย่างที่ผมได้ยินมาจากหัวหน้านะ


ว่าหลายๆคนก็เริ่มเอือมระอากับคนพวกนี้แล้วด้วย เอาแต่เบ่งข่มเด็กในแผนก แต่ผมไม่ใช่เด็กในแผนกไงก็เลยไม่ได้สนใจอะไร ทั้งพาวเวอร์ทางตำแหน่งการงาน พาวเวอร์ทางเงิน พาวเวอร์ทางสังคม พวกนี้ทำอะไรไม่ได้เลยครับ ได้แต่เห่าไปวันๆ


 แล้วพี่แมนก็พูดเหมือนลงยันต์กันหมาเอาไว้ครับว่า หวังว่าคงไม่ได้ยินอะไรที่มันแต่งเสริมเติมสีมากกว่านี้นะครับ พวกสองคนนั้นหน้าถอดสี ก้มหัวงึกๆ แล้วเดินออกไปเลย กาแฟก็ไม่กินแล้ว พี่แมนเดินมาหาผมแล้วบอก อยู่คนละแผนกกลัวไรวะ ผมก็บอกว่าไม่ได้กลัวอะไรเลยพี่ ว่าแต่พี่แมนรู้ได้ไงล่ะนั่นว่าอยู่คนละแผนกกับผม พี่แมนก็บอกว่า คนไหนตัวปัญหา คนไหนไม่คุ้มที่จะจ้าง คุณ ( ชื่ออดีตผู้ถือหุ้นใหญ่ ) เขาส่งมาให้พ่อกับพี่หมดแล้ว อื้อหืออ น่ากลัวชิบเลยครับ



พี่แมนก็มองหน้าผมแล้วบอกว่า เฮ้ยๆอย่ามาทำใจอ่อนล่ะ คนไหนขุนไม่ขึ้น พี่ก็คงไม่เอาไว้หรอก เปลืองงบ เปลืองทรัพยากร เอาพวกนี้ออกคนนึง ยังจ้างคนไฟแรงมาทำได้ตั้ง 2 คน ผมก็เอ่อ อื้มครับ นี่แหละนะความจริงของโลกธุรกิจ แล้วพี่แมนก็บอกเฮ้ย กาแฟแก้วเดียวพอแล้ว เดี๋ยวกรดไหลย้อนเล่นให้หรอก กินอย่างอื่นแทน



ผมก็บอกครับ พี่แมนตบไหล่ผมแล้วบอกเฮ้ย ๆ รีบเลย เดี๋ยวซวยยกตี้ ที่พูดแบบนั้น เพราะพี่ฮยอน-อา ยืนมองแล้วครับ ผมถามเดี๋ยวก่อนดิ่ คืออะไรพี่แมน พี่แมนบอกก็พี่ฮยอน-อาไง ไม่รู้เป็นธิดาพยากรณ์หรือไง สะกิดพี่บอกว่าเอ็งน่ะโดนใช้ให้ซื้อกาแฟแน่ๆ ผมก็บอกฮึ๊ !!!  อะไรวะนั่นธิดาพยากรณ์แน่ๆ พี่แมนบอกพี่เลยต้องเดินมาไง




ถ้าปล่อยให้พี่แกเดินมาเองรับรองร้านระเบิดแน่ๆ ไปๆๆ เร็วๆๆ ผมก็รีบเดินดุ่ยๆ ไปหาเลย พี่ฮยอน-อา จะเข้ามาหาแต่พี่แท-โอ ก็กระแอมนิดนึงครับ พี่ฮยอน-อา มองตาเขียวเลยแต่ก็จำยอมนั่งลง พี่แท-โอ มองๆ แล้วถามว่ามีอะไรรึเปล่า ผมก็บอกไม่มีหรอกครับ พี่แท-โอ ก็มองอีก...


ผมก็เลยต้องบอกครับว่ามีอะไรเกิดอะไรขึ้น พี่แมนก็นั่งดูดกาแฟ ชิลๆไป แต่กลายเป็นพี่ฮยอน-อา ครับ ที่เดือดขึ้นมาเลย เธอบอกว่าพิการกันหรือไง ซื้อเองไม่เป็น พี่ฮยอน-อา เดือดเฉยเลย พี่แท-โอ ก็บอกว่ามนุษย์ก็แบบนี้แหละ จ้องจะหาทางเอาเปรียบคนที่คิดว่าด้อยกว่าตัวเอง



แล้วเขาก็หันมามองผมแล้วถามว่ารับมือได้ใช่มั้ยโทน ผมก็ตอบครับ แต่พอผมมองไปข้างนอก เวรกรรม คนมองเพียงเลยครับ โดยเฉพาะ 2 คนนั้นที่ยืนหน้าเสียอยู่ครับ คงคิดว่าไอ้เด็กเวรนี่ไปรู้จักคนระดับนั้นได้ไง ผมก็นิสัยเสียนะทำเป็นหันไปมองแบบตาแข็งๆเลย ชิบหายแล้วนี่ผมกำลังเหลิงอยู่เปล่าวะ


ไม่หรอกมั้ง เอาจริงๆผมก็ไม่เข้าใจนะ มึงเป็นใครแค่รู้จักกันผ่านๆ มาใช้ให้ถือกาแฟขึ้นไปให้ เฮ้อออ เอาคืนนิดๆหน่อยๆคงไม่เป็นไรมั้ง เด็กเส้น เด็ก VIP ถ้าได้ยินคำนี้มาผมก็ได้แต่ทำใจครับคุณผู้อ่าน เราก็นั่งคุยเรื่องต่างๆแหละครับ งานบ้าง ส่วนตัวข้าง สลับๆกันไปขำบ้างฮาบ้าง โดนบ่นบ้าง นั่งไม่นานครับแปปเดียวพี่แท-โอ ก็บอกป่ะกลับดีกว่า



พอเดินกันออกมา อื้อหือคนมองเต็มเลย แล้วทั้งทีมพี่รุจน์และทีมของพี่แท-โอ ก็มากันครับ ราวๆ ทีมละ 4 คน ก็ 8 คน นี่พวกเขามีตาทิพย์กันหรือไงหว่า มากันเหมือนรู้เวลาจริงๆ คงจะมีการสื่อสารกันแหละครับ พี่แท-โอ ก็ยกมือห้ามไว้นิดนึง แล้วบอกโทนมาคุยกับพี่หน่อย ผมก็หืมครับ



พี่แท-โอ ก็เดินไปเลย พี่ฮยอน-อา ก็ถามว่าจะไปไหนอ้ะ !!! แต่ก็ต้องหยุดเพราะพี่แท-โอ มองตาแข็งเลย นี่แหละครับ เหนือนางมารร้ายยังมีจอมมาร พี่แท-โอ เดินมาคนก็มองกันเพียบ เราเดินไปทางนึงที่ไม่ค่อยมีคน  พี่แท-โอ ก็พูดตรงๆว่า โทน แกควรรู้ตัวว่าตอนนี้แกเติบโตค่อนข้างช้านะ พี่ไม่อยากกดดันอะไรแก เพราะมันชีวิตของแก แต่ก็เพราะเป็นชีวิตของแกนั่นแหละ เลยต้องพยายามให้มากกว่านี้ ต่อให้ตำแหน่งไม่ได้เลื่อนมาก แต่ผลงานมันควรมากกว่านี้



ผมก็เข้าใจนะที่พี่เขาบอกนะ... แต่ในใจก็แอบคิดแหละว่าผมก็ทำได้แค่นี้นี่หว่า  และพี่แท-โอ บอกว่าต่อจากนี้คงจะมีคนเข้าหาแกเยอะมากขึ้นแน่ๆ มากกว่าที่ผ่านๆมา แล้วโอกาสต่างๆก็จะเข้ามาเยอะมากกว่าเดิม สิ่งเดียวที่พี่จะเตือนได้คืออย่าหลงระเริง หรือ เหลิงไปกับสิ่งที่จะเข้ามาแบบวู่บว่าบ  เพราะจำไว้ว่า คนพวกนั้นจะไม่ได้เข้ามาแบบจริงใจหรอก


อย่าให้คนอื่นมองแกเป็นบันไดเด็ดขาด เอาวิชาความรู้จากพวกนั้นมาได้ แต่อย่ายอมแลกอะไรที่มันขาดทุน ผมตอบครับพี่แท-โอ ผมจะจำไว้ครับ พี่แท-โอ ก็บอกอีกว่า แล้วเรื่องโรงแรมพี่ถูกใจมาก เดี๋ยวมีรางวัลให้ ผมรีบส่ายหัวเลยแล้วบอกไม่เอาๆ ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย แค่หาข้อมูลที่พักให้เองครับ


พี่แท-โอ ก็บอกว่าที่พักใครก็หาได้ แต่หาแบบมีคลาสและรู้ว่าพี่ต้องการแบบไหน ไม่ใช่ว่าจะทำได้ทุกคน แล้วอีกอย่างถือว่าเป็นรางวัลที่ช่วยตบหน้าสั่งสอนไอ้เด็กเปรตชิบะนั่นด้วย ผมก็บอกว่าแหม่ ลุงคิมก็เรียกชิบะว่าไอ้เด็กเปรตเหมือนกันครับ พี่แท-โอ มองแล้วบอกว่า เนื้อในของชิบะ มันก็แบบนั้นนั่นแหละ   เน่าเฟะเละเทะไปหมด ผมก็หัวเราะแหะ ๆ ๆ



ผมก็ถามว่าแล้วรู้แบบนี้ ทำไมพี่แท-โอ ยังให้ทุนกับชิบะมันอยู่ล่ะครับ พี่แท-โอ บอกว่า มันก็แค่กลไกทางธุรกิจน่ะ ก็ไม่ได้หวังว่าบริษัทชิบะมันจะทำกำไรอะไรให้พี่หรอกนะ แค่ไม่ขาดทุนก็พอละ แค่นี้พี่ก็มีฐานในญี่ปุ่นแบบสบายๆละ อื้อหืออำมหิตจัดๆ แต่ก็อย่างที่บอกครับ โลกของธุรกิจมันคือปลาใหญ่กินปลาเล็ก ถ้าเป็นปลาใหญ่เหมือนกัน ตัวไหนแข็งแกร่งกว่าก็เหนือกว่า มันก็แค่นี้เอง



พี่แท-โอ ก็บอกเอาล่ะ เรื่องจะคุยก็มีแค่นี้แหละ ผมก็ตอบครับ แล้วเพราะคุยกันเพลินครับ ไม่ได้สังเกตรอบๆเลย พอเงยหน้ามา อ่ะหืมม คนมองเต็มเลย พี่แท-โอ ก็ถือโอกาสตบไหล่ผมเบาๆ แล้วบอกว่า นี่เป็นบทเรียนจากพี่นะ คนรอบๆตัวแกตอนนี้ จะมีทั้งคนเอาไปพูดลับหลัง คนที่จ้องจะหาประโยชน์ คนที่จ้องจะเข้าหาแก คนที่ชื่นชมแก เพราะงั้น เอาตัวรอดจากคนพวกนี้ให้ได้



ผมก็ฮึ๊ !!! อะไรนะครับพรี่ !!! พี่แท-โอ ก็บอกว่านี่แหละหลักสูตรเร่งรัด และก็เขย่าๆหัวผมเบาๆ แล้วบอกว่า ถ้าไม่ไหวก็ให้ถามแมน แมนเองก็เก่งเกินตัวไปเยอะแล้ว ผมก็ตอบครับคงได้เดินเข้าไปถามทุกวันเลยครับ พี่แท-โอ ก็บอกถามเยอะก็รู้เยอะ แต่ถ้าจะให้ดีถามเยอะแค่ไหน ก็ต้องเอาความรู้ไปต่อยอดด้วย ผมก็ตอบครับพี่แท-โอ พี่เขาบอกเดี๋ยวพี่จะไปที่โรงแรมละ แกเองก็กลับไปพักผ่อนได้ละ ส่วนยัยฮยอน-อา เดี๋ยวพี่ดึงกลับให้เอง



ผมเดินมากับพี่แท-โอ ครับ พี่ฮยอน-อา กอด อก ยืนจ้องเลย พอผมเดินมาก็เข้ามาแล้วถามว่าโทนจะไปโรงแรมด้วยกันใช่มั้ย พี่แท-โอ ก็เลยบอกว่า วันหลังฮยอน-อา วันนี้ให้โทนกลับที่พักไปเถอะ แล้วพี่ฮยอน-อา ก็บอกไม่ !!! พี่แมนก็กอดคอผมแล้วบอก



เห ๆ ๆ ๆ  นูน่าาาา ไม่สงสารโทนมันเหรอ มันยังพักฟื้นไม่เต็มที่เลยนะ พี่ฮยอน-อา ก็บอกไม่เป็นไร ไปที่พักแล้วค่อยนอนก็ได้ พี่แมนก็พูดเป็นภาษาไทยเบาๆว่า กลัวจะไม่ได้นอนอ่ะดี๊ ผมนี่ฮึ๊เลยครับ พี่แมนก็เบ้ปากแล้วพยักหน้างึกๆ มันหมายความว่าพี่รู้ว่าถ้าเอ็งไปที่โรงแรม คงไม่ได้นอนแน่ๆ



พี่ฮยอน-อา ก็บอกให้พูดภาษาอังกฤษสิ่ พี่แมนบอกไม่มีอะไรแค่บ่นคนคลั่งน้องชายเฉยๆ พี่ฮยอน-อา บอกทันทีว่าน่ารักแบบนี้ก็ต้องทำใจ พี่แมน พี่แท-โอ พร้อมกันถอนหายใจเลยครับ ส่วนผมไม่กล้าหาญขนาดนั้น พี่แท-โอ ก็วางมือปุ้ปไว้บนหัวผมแล้วบอกว่า ให้โทนกลับไปพักผ่อนก่อน เพราะมีงานที่ต้องทำอีกไม่ใช่เหรอ



พี่ฮยอน-อา ก็บอกว่าอะไรน่ะพี่แท-โอ อีกวันนึงพวกเราก็จะกลับแล้วไม่ใช่ไงน้องยังไม่ได้คุยกับโทนจริงๆจังๆเลยนะ พี่แท-โอ ก็เลยบอกว่าเปลี่ยนไปใจแล้ว อีกซัก2-3 วันค่อยกลับ เพราะถูกใจที่พัก ยังมีเวลาอยู่บอกแค่นี้คงเข้าใจนะฮยอน-อา พี่ฮยอน-อา ฟังแล้วก็ฮ๊ะ !!! เลื่อนเวลากลับเหรอ ผมนี่สะดุ้งเลย เฮ้ย ๆ เดี๋ยวๆอะไรเนี่ย



พี่ฮยอน-อา ดูดีใจนะครับ แต่ผมนี่ปวดหัวเลย พี่แมนก็เข้ามาใกล้ๆผมแล้วบอกงานเข้าแล้วว่ะมอบๆไปเถอะ ภาพตอนนี้มองยังไง มองจากสายตาคนไหน ยังไงก็เด็กเส้นครับคุณผู้อ่าน มิสเตอร์แท-โอ ผู้สุขุม เงียบขรึม และค่อนข้างถือตัว ตอนนี้ก็แสดงความเป็นกันเองออกมา ส่วนพี่แมนก็มาพูดคุยแบบกันเอง



มันเกินคำว่า VIP ไปไกลแล้วล่ะครับ ถ้า VIP ก็อาจจะยกให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทนี้หรือที่แห่งนี้และได้รับสิทธิพิเศษ แต่กับผมที่ทำงานอยู่ที่นี่ คงจะหนีคำว่าเด็กเส้นไม่พ้นหรอกครับ ถึงผมจะรู้ตัวดีว่าผมไม่ได้ขอความช่วยเหลืออะไร แต่อย่างที่ท่านอดีตฯบอกผมครับ ว่าพยายามอธิบายให้พวกนั้นฟัง มันก็เหมือนน้ำมนต์ที่เป็นของแสลง


พวกนั้นคงไม่รับฟัง ทำได้ก็แค่ชั่งแม่ง แต่ก็เอาเถอะนะ พวกนั้นไม่ได้มาจ่ายเงินเดือนให้ผม และอีกอย่างขอแค่คนในแผนกผมเข้าใจก็พอแล้ว ถึงจะมีไอ้ชาติหมาคนเดียวที่พูดมากก็เถอะ แต่มันก็ไม่ได้สำคัญอะไรกับชีวิตผมมาก มาต่อครับมาต่อ พี่ฮยอน-อา บอกว่างั้นก็ได้


ถ้าส่งพวกญี่ปุ่นกลับแล้วค่อยว่ากันก็ได้ พี่แท-โอ ก็ถอนหายใจแล้วบอกงั้นตามนี้นะ สิ่งที่ผมกังวลใจคือเดี๋ยวนะอีก 2 วันกลับ สิ่งที่ผมกังวลคือกลับก่อนที่พวกสามสาวจะกลับมามั้ย เพราะเอาตรงๆ ไม่ได้เจอกันตั้งหลายวันผมก็อยากจะอยู่กับ ดาว แก้ม มิ้นต์ แหละครับ


แต่ถ้าพี่ฮยอน-อา ยังยืนยันจะมาหาผมล่ะก็งานเข้าแน่นอน หรือถ้าเรียกตัวผมให้ไปหา ผมก็ต้องไปแหละ แต่ผมก็ไม่อยากให้สามสาวรอนี่นา เพราะยังไงการให้เวลาสามสาวก็ต้องมาเป็นอันดับ 1 อยู่แล้ว พี่แท-โอ ก็ยกมือลงแล้วถามว่า ว่าแต่โทนตอนนี้ใช้โทรศัพท์อะไร ผมก็อายๆเขินๆนิดนึง แต่ก็หยิบ หยิบมาให้ดู



พี่แท-โอ ก็ถึงกับ.... ใช่ครับพี่แท-โอ ถึงกับนิ่งเลย สมองระดับพระกาฬถึงกับน็อคเลย พี่แท-โอ ถามว่าแล้วแบบนี้จะทำงานยังไง ผมก็บอกว่าเอ่อ ปกติแล้วผมจะมี BB ของทางแผนกครับ พี่แท-โอ ก็ถาม ของแผนกเหรอ ผมก็อธิบายนู่นนี่นั่น ถึงเหตุผลที่ได้ใช้เครื่องนี้ แต่พี่แท-โอ ก็บอกว่า



ไม่ได้แบบนี้มันไม่ได้ มันก็ดีที่ทำงานดี จนได้รับความไว้วางใจให้ถือของที่เป็นส่วนกลาง แต่ถ้าเป็นเวลานอกเวลางานที่ไม่ได้เอามันมาใช้ล่ะ จะทำยังไง ผมก็เงียบเลยครับ เอาตรงๆพี่แท-โอ พูดมาถูกทุกอย่าง จากที่ผมไม่ค่อยสนใจเรื่องโทรศัพท์มือถือ เพราะในสมัยนั้นผมคิดแค่ว่า รับสายได้ โทรออกได้ มันก็เพียงพอแล้ว


แต่พอได้เข้ามาทำงานบริษัทที่ต้องรับส่งข้อมูลผ่าน Email แล้วได้มาจับงานใหญ่ๆ ที่ความเร็วในการส่งข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญ และได้มาจับ BB มันก็เลยทำให้ผมได้รู้ว่าไอ้แนวคิดที่ว่ารับสาย โทรออก ก็พอ มันเริ่มไม่เพียงพอแล้ว ตอนที่ได้ใช้ BB มันก็สะดวกมากๆเลยนะ


แต่ปัจจัยที่สำคัญคือเงินนั่นแหละครับ ผมคงไม่มีเงินที่จะซื้อของอะไรระดับนั้น BB สมัยก่อนแพงชิบเลย แล้วอีกอย่างผมเป็นคนที่ไม่มีบัตรเครดิต ผมคงผ่อนไม่ไหว และไม่ได้แน่นอน เอาง่ายๆเลยครับคุณผู้อ่าน มันมีช่วงนึงที่เงินเดือนออก ผมนี่ตั้งใจเลย อยากได้กันดั้มเอามาประกอบตั้งโชว์ซักตัว



แต่พอเดินไปซื้อที่เซ็นทรัลฯราม 3 ตรงชั้น3 หรือ 4 นี่แหละ  MG เดธไซส์ เจอราคา 1350 เข้าไปจำได้ติดตา ผมนี่วางเลย คิดดูดิ่ตอนนั้นขนาดของราคา 1300 ผมยังตัดใจ แล้วผมจะไปซื้อ BB หลักหมื่นได้ไง ส่วนเรื่องเต็นท์ 5xxx นี่คนละเรื่องเลยครับ เอาตรงๆ ถ้ามิ้นต์ไม่เผลอทำหน้าแบบนั้น ผมก็คงไม่ซื้อหรอก ก็นั่นแหละครับคือเหตุผลว่าทำไมผมถึงยังไม่ซื้อ BB ซึ่งผมว่าคุณผู้อ่านที่เป็นมนุษย์เงินเดือนแบบผมก็คงเข้าใจ


เพราะคำว่าเงินเดือนมันไม่เคยอยู่ถึงเดือนเลยด้วยซ้ำ อีกอย่างที่หลายๆตอนที่ผ่านมาดูเหมือนผมใช้เงินแบบสบายๆ เพราะมันมีเบี้ยเลี้ยงครับ ถ้าไม่มีเบี้ยเลี้ยงให้ผมก็คงไม่กินอย่างราชาตามโปรแกรมอาหารที่ได้มาหรอก พอ ๆ ๆ กลับมาต่อเรื่องที่คุยกับพี่แท-โอครับ พี่แท-โอ บอกว่า



เอาล่ะรู้แล้วจะให้อะไรเป็นรางวัลดี พี่แมนก็ถามอะไรเหรอครับพี่แท-โอ พี่แท-โอ บอกว่าให้ Black Berry ซักเครื่องดีมั้ย พี่ฮยอน-อา พูดแทรกออกมาเลยว่า ดี !!!  มันควรเป็นแบบนั้นนานแล้ว พี่แมนบอกเอ่ออ พี่ฮยอน-อา พี่แท-โอ เขาถามผมนะ พี่ฮยอน-อา ก็บอกแล้วมันทำไมล่ะ


ผมก็รีบตัดบทเลยว่าไม่เอาครับ ผมใช้อันนี้ก็พอ พี่แท-โอ คงโมโหครับ เขาบีบหมับ !!!






เข้าที่หน้าแล้วบอกว่าอย่ามาพูดอะไรเป็นเด็กอมมือ ที่ผ่านมาทำงานก็น่าจะเข้าใจว่าความไวในการสื่อสารมันทำให้เราได้เปรียบมากแค่ไหน แมนเองก็บอกไม่ใช่เหรอว่าตอนไปทำงานที่ภาคเหนือก็มีปัญหา โชคดีที่ติดต่อสื่อสารกันได้


พี่แมนตบไหล่ปั้ปๆๆ แล้วบอกว่าพี่จำเป็นต้องเล่าว่ะ เวรกรรมทำไมทำกับผมแบนี้ !!! พี่แท-โอ ก็บีบหน้าผมซะแน่นเชียวแล้วบอกว่า เอาคำว่าเกรงใจออกไปจากหัวเลย เงินแค่นี้มันไม่ได้เยอะอะไรถ้าเทียบกับสามารถทำให้บริษัทได้กำไรมากขึ้น พี่แท-โอ พูดแล้วไม่ถามความเห็นผมเลย 



พอพี่เขาปล่อยมือ อูยย ผมถึงกับต้องนั่งยองๆ ลูบหน้า พรืด ๆ ๆ อูยย คราวนี้บีบแรงจริง พี่แท-โอ ก็บอกว่าตามนี้นะ แล้วก็ไม่ต้องคัดค้านอะไรทั้งนั้น พี่ฮยอน-อา ก็บอกว่าเห็นด้วยนะเรื่องโทรศัพท์ พี่แมนก็บอกว่าอันนี้พี่ก็เห็นด้วย เวรกรรม 3 คนพูดเหมือนกันเลย


โอยย แล้วจะให้ผมเถียงอะไรได้ล่ะ  พี่ฮยอน-อา ก็บ่นว่าทำแรงไปนะโทนเจ็บหมดแล้ว พี่แท-โอ ก็บอกว่าไม่ได้ออกแรงอะไรเลย พี่แมนบอกเอาน่าๆไอ้โทนมันถึกจะตายแค่นี้ไม่ระคายผิวหรอก ผมลุกขึ้นแล้วจับๆ ๆ หน้าตัวเองโอยเบี้ยวมั้ยวะน่ะ แล้วคุณพนักงานหญิงผู้สูงส่งก็เดินมาครับ ผมก็บ่นๆว่าหัวผมจะผิดรูปมั้ยเนี่ย



พี่แท-โอ บอกว่าก็แกจะดื้อทำไมโทน พี่แท-โอ เขาบอกอีกว่ายังไงก็พักผ่อนไปก่อนซะมีอะไรเดี๋ยวพี่ติดต่อไปเอง พี่ฮยอน-อาก็บอกว่าพักจริงๆนะไม่ใช่แอบหนีเที่ยว ผมก็บอกคร๊าบ คร๊าบบ แล้วก็บอกว่างั้นผมเดินไปส่ง แล้วผมกับพี่แมนก็เดินไปส่งพี่แท-โอ ข้างหลังนั่นแหละครับ


แต่ตอนนี้มันคงไม่ทันแล้วล่ะเพราะคนเห็นเยอะเลย พอเดินมาข้างหลังพี่ฮยอน-อา ก็เกาะแขนแล้วบอกว่าจะไม่ไปกับพี่สาวจริงๆเหรอ นี่ไม่เจอกันเป็นปีเลยน๊า ผมก็มองพี่แท-โอ แต่พี่ฮยอน-อา ก็ล็อคคอแล้วบอกว่าไม่ต้องขอความช่วยเหลือพี่แท-โอเลยนะ ผมก็เลยบอกไปว่าตอนนี้ยังเหนื่อยๆเพลียๆอยู่เลยคร๊าบ ขอกลับไปนอนน๊า


พี่ฮยอน-อา ก็ทำหน้าไม่พอใจแหละ แบบบู้ๆบุ่ยๆ แต่ก็บอกว่าโอเคพักก็พัก เดินมาถึงจุดที่รถจอดผมก็ตั้งแถวกับพี่แมนรอส่งเลยครับ พวกพี่รุจน์ก็เดินมาด้วย พี่แท-โอ ขึ้นไปแล้วบอกว่า จะว่าไปโทน แกอย่าลืมเตรียมตัวเรื่องไปเกาหลีด้วยนะ ผมก็ทำได้แค่ตอบว่าครับพี่แท-โอ พี่ฮยอน-อา บอกว่าเดี๋ยวเตรียมที่พักไว้ให้เลย ผมบอกโหยย อย่าเล๊ยยย พี่ฮยอน-อา บอกว่าน้องชายไปบ้านทั้งทีให้นอนปกติได้ไง



ผมก็เลยบอกว่าผมไปในฐานะเจ้าหน้าที่ทีมการ์ดนะครับพี่ฮยอน-อา อย่าให้อภิสิทธิ์ผมสิ่ ผมลำบากใจนะ พี่ฮยอน-อา ก็บอกอ่ะ ๆ ก็ด้ะ ก็ด้ะ แล้วพี่ฮยอน-อาก็ขยับตัวขึ้นไป ส่วนพนักงานหญิงผู้สูงส่งก็ขึ้นไปเป็นคนสุดท้าย หึ่หึ่หึ่ หัวหน้าการ์ดก็นั่งกับคนขับข้างหน้า อ้อ มันเป็นรถทรงคล้ายๆอัลพาร์ทครับ พี่แท-โอ เขาไม่ชอบอะไรแคบๆ


แล้วทีมการ์ดที่เหลือก็ขึ้นรถเก๋งอีกคันตามไปด้วย พี่แมนก็บอกเฮ้อลำบากหน่อยว่ะ พี่แท-โอ ออกปากมาแบบนั้น รับๆไปเถอะ ผมก็หันไปมองพี่แมน แล้วก็พี่รุจน์ และทีมงานคนอื่นๆก็แยกย้ายกันไปครับ เหลือผมอยู่ 3 คน พี่แมนก็ถาม แล้วไงเอ็ง งานไปส่งรุกะน่ะ ผมก็บอกว่า ก็ต้องไปนั่นแหละครับ


พี่แมนบอกเออๆ ไหนๆก็ไหนๆ ลุยให้จบงาน พี่รุจน์ก็บอกว่า พวกชิบะกลับไปหมดแล้วล่ะคงไม่ต้องออกแรงกันอีกแล้วล่ะ แล้วอีกอย่าง พี่รุจน์พูดแล้วก็ตบไหล่ปั้ปๆ แล้วบอกว่าสู้ได้ฉลาดมาก เลี่ยงการปะทะกับหัวหน้าทีม แต่เข้าประชิดตัวชิบะแทน เสียหน้าทั้งลูกพี่ลูกน้อง ผมก็บอกว่าถ้างัดกันตรงๆ ผมก็สู้ไม่ได้หรอกครับ



ไม่รู้ดิ่ แต่คนๆนั้นผมรู้สึกว่าเก่งเกินผมไปหลายขุม พี่รุจน์บอกเยอะสิ่ แล้วพี่รุจน์ก็บอกเป็นอดีตนู่นนี่นั่นบลา ๆ ๆ ผมก็อื้อหือโชคดีแท้ๆ ที่ไม่ได้บวกกันตรงๆ พี่รุจน์ก็บอกว่าเพราะอย่างงั้นแหละพี่ถึงบอกว่าเลือกเป้าหมายได้ฉลาดมาก จริงอยู่ที่ประสบการณ์อาจจะสู้เขาไม่ได้


แต่ประสิทธิภาพทางร่างกายเอ็งก็ไม่แพ้พวกนั้นหรอก สวนบ้านเอ็งน่ะมันเหมือนค่ายทหารย่อมๆเลยนะ ไม่แปลกหรอกที่เอ็งจะถึกแบบนั้น อื้อหื้ม ยืดเลยคร๊าบ โฮ๋ ๆ ๆ ๆ  แต่พี่รุจน์ก็พูดว่าแล้วตกลงคุณรุกะน่ะยังไง เฮือก !!!  ผมหันมองเลยนะ พี่รุจน์บอกแหม ๆ ๆ ๆ  ใครๆเขาก็รู้ ผมก็หันไปมองพี่แมนแบบเหวอๆนิดนึง



พี่แมนบอกเฮ้ออ พี่รุจน์น้องชายผมนี่ฮอตจริงๆนะครับ สาวญี่ปุ่น สาวเกาหลี หลงกันหมดเลย พี่รุจน์ก็บอกนั่นสิ่ครับ แล้วคุณหมิวล่ะครับคุณแมน พี่แมนก็บอกนั่นสิ่น๊า แล้วไหนจะน้องสาวผมอีกล่ะ นี่มันพ่อหนุ่มนักรักของจริงควง 3 เลยอ่ะ ไม่ธรรมดาเลย เดี๋ยวครับพี่ ใจเย็นคร๊าบ


ผมก็บอกเดี๋ยว !!!  ไรครับเนี่ย คุณรุกะไม่เกี่ยวอะไรเลยนา พี่แมนบอกว่าแหมไอ้โทนเอ๊ยยย เวลาเขามองเอ็งน่ะ สายตามันหลอกกันไม่ได้ว่ะ ดีไม่ดีนี่อาเคย์ก็รู้ด้วยมั้งเนี่ยว่าลูกสาวเขาชอบเอ็งน่ะ ชิบ ชิบหายแล้วไงพี่แมนล้อเล่นแรงไปแล้วมั้งเนี่ย ผมหันไปหาพี่รุจน์นะ พี่รุจน์ก็บอกว่าไม่ต้องมองพี่เลยโทน เอ็งก่อเรื่องไว้เอง



ผมก็ถามว่านี่ผมก่ออะไรล่ะนั่นผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ  พี่แมนหัวเราะแล้วยกแขนมาส่องนาฬิกา แล้วบอกเฮ้ยหาไรกินก่อนดิ่ค่อยคุยกันพี่นัดเพื่อนไว้ที่ร้านเบอร์เกอร์ด้วย พี่แมนก็หันไปบอกพี่รุจน์ว่าเบอร์เกอร์มั้ยพี่รุจน์ พี่รุจน์บอกไม่ดีกว่าครับคุณแมน เชิญคุณแมนทานได้เลย ผมยังไม่ค่อยหิวเท่าไร พี่แมนถามแล้วคนอื่นๆล่ะ



พี่รุจน์บอกว่ากระจายกันเฝ้าระวังแล้วครับ พี่แมนบอกอื้มๆ เหนื่อยหน่อยนะพี่รุจน์ ที่นี่ยังไม่ได้ปรับปรุงให้เหมือนบริษัทหลักน่ะ พี่รุจน์บอกไม่เป็นไรครับ ถ้าสบายกันจนชินเดี๋ยวอาทศเล่นให้อีก พี่แมนก็หัวเราะแล้วบอกว่าก็นะๆ ยังจำได้อีกเหรอพี่ ผมก็งงว่าอะไรหว่า แล้วพี่รุจน์ก็ลูบๆหน้าอกตัวเองแล้วบอก ลืมไม่ลงครับ



พี่แมนมองๆ ๆ รอบๆที่ทำงานผมแล้วบอกว่า ตึกนี่เล็กไปหน่อยว่ะ แต่ก็ดูแลได้ทั่วถึงดี ป่ะๆ แล้วเรา 3 คนก็เดินไปร้านเบอร์เกอร์ตามที่พี่แมนบอก พี่รุจน์ทำหน้าที่เหมือนเดิม ผมก็เดินคุยกับพี่แมนไปเรื่อย เดี๋ยวนะ... ถึงผมจะคิดว่าเป็นการเดินคุยกับพี่ชายแบบธรรมดาๆ แต่ว่าถ้ามองในมุมมองคนอื่น นี่ผมกำลังคุยกับลูกชายเจ้าของบริษัทนี่หว่า ชิบหายแล้วลืมตัว



พอมองไปรอบๆคนก็พากันมองเยอะเลยครับ โฮหลี่ชิท !!!  แปปนึงก็มีเสียง เฮ้ยแมน เฮ้ยๆ พอหันไปซ้าย ขวา มองหาเจ้าของเสียงก็เจอเพื่อนพี่แมนครับ ผมจำพี่คนนี้ได้เพราะดูเหมือนจะเป็นไม่กี่คนที่พี่แมนไว้ใจ อย่างที่พี่หมิวเคยเล่าไปใน เธอ เขา ฉัน ครับ ว่าตั้งแต่บ้านมีปัญหาคราวก่อน เพื่อนที่คบๆ เพื่อนที่เที่ยวด้วยกัน ก็หนีหายหมด


มีไม่กี่คนที่ยังอยู่กับพี่แมนโดยไม่หวังอะไรเหมือนเดิม เพราะงั้นพี่แมนเลยเลือกคบคนมากๆคนบางครั้งก็โดนห่าว่าหยิ่ง แต่พี่แมนก็ไม่ได้แคร์อะไรเลยครับ และคนนี้ก็เป็นคนที่พี่แมนค่อนข้างไว้ใจเลย พี่แมนก็ทักเอ้าเฮ้ยมาไวจัง ผมก็ยกมือไหว้ครับ พี่เขาก็บอกว่าไงโทนไม่เจอนาน ผมก็ครับๆๆ



พี่คนที่พึ่งมาเขาก็บอกแมน มึงนี่ยังไง เดี๋ยวโทนมันก็ลำบากใจหรอก ลูกชายหุ้นส่วนใหญ่พาลากไปไหนมาไหนแบบนี้ พี่แมนก็บอกนิดๆหน่อยๆน่ะ ว่าแต่มึงเหอะเอางานมาเปล่า พี่เขาก็บอกเออ ไปหาที่คุยกันก่อน ผมก็เลยไปร้านเบอร์เกอร์แหละครับ เดินมาอีกนิดนึง ซึ่งไม่ใช้ร้าน Mc ถึงโซนนี้จะไม่ใช่ย่านธุรกิจจ๋าแบบบริษัทพี่แมน



แต่ก็มีคนทำงานเยอะอยู่ เพราะงั้นร้านนี้เลยมีโซนพิเศษครับ เราก็มานั่งตรงนี้กัน พี่เขาก็เปิดแลปท็อป แล้วก็ชี้ๆๆว่า ไอ้แมนหุ้นบริษัทแกพุ่งแบบนี้ แกควรรีบวางแผนนะ พี่แมนก็บอกอันนั้นให้เลขาจัดการแล้ว เพื่อนพี่แมนก็บอกเออดีแล้วรอบคอบเหมือนเดิม แล้วเขาก็คุย ๆ ๆ เรื่องงานแล้วพี่แมนก็มองมาที่ผม ตอนนั้นพี่รุจน์ก็ขยับตัวครับ จากที่ยืนใกล้ๆพี่แมน



เขาขยับมายืนในจุดที่อยู่ตรงกลางระหว่างพี่แมนกับเพื่อน พูดง่ายๆคือยืนในมุมที่มองเห็นแค่สันของแลปท็อปเท่านั้น  โอเคผมรู้ตัวแหละครับว่าข้อมูลต่อไป ผมไม่ควรรู้ เขาตบไหล่ปั้ปๆๆ ประมาณว่าโทษทีว่ะ แต่ข้อมูลนี้เอ็งรู้ไม่ได้ ผมก็ไม่ได้คิดอะไร และก็อัปเปหิตัวเอง ออกมานั่งโต๊ะข้างๆโดยที่พี่รุจน์ยังอยู่กับพี่แมม คอยดูแลตามปกติ



ส่วนผมก็แยกออกมานั่นแหละซึ่งมันก็ไม่ได้แย่อะไรหรอกครับ การมาทำงานกับคนระดับนี้ก็ต้องเข้าใจบริบทและหน้าที่ของตัวเองนั่นแหละ งานก็คงสำคัญจริงๆถึงกับนัดเพื่อนมาที่นี่ แต่เหนือสิ่งอื่นใด เบอร์เกอร์ราชานี่อร่อยแฮะถึงจะ 150+ ก็เถอะ อร่อยเลย งานเข้าละ นอกจากคัตสึโทจิ ผมต้องเพิ่มเบอร์เกอร์อันนี้เข้าไปในลิตส์ของโปรดด้วยเหรอเนี่ย



แปปนึงเพื่อนพี่แมนก็เดินมาตบไหล่แล้วบอกพี่กลับละ ผมก็ถามอ้าวมาแปปเดียวเองครับพี่ พี่เขาบอกมีงานที่อื่นต่อน่ะ ผมก็ลุกขึ้นยกมือไหว้สวัสดีครับ กลับดีๆครับพี่ แล้วพี่เขาก็เดินออกไป ผมก็กลับมานั่งกับพี่แมน พี่แมนบอกเฮ้อออ แค่การขยับตัวของพี่แท-โอ ก็ทำหุ้นขึ้นเลยว่ะเหนื่อยจริง


ผมก็บอกแหม่... ก็พี่เชิญพี่เขามาเองนี่ครับ ผมก็เคี้ยวงั่บๆๆต่อ แต่พี่แมนบอกพ่อทศนู่นเป็นคนเชิญมา เฮือก !!!  จากเบอร์เกอร์เนื้อชุ่มๆอยู่ดีๆก็ติดคอ ผมถามอะไรนะพี่แมน  พี่รุจน์เขาบอกว่าก็อาทศนั่นแหละเชิญให้มาร่วมงาน เขาก็คงอ่านเกมส์อะไรหลายๆอย่างนั่นแหละ พี่แมนมองผมแล้วบอกว่า พวกพี่รู้ว่าชิบะมันจะมาร่วมงานด้วย ก็เลยเอาเรื่องนี้เข้าประชุม



ตอนแรกก็ไม่คิดอะไรหรอก คิดแค่ว่ามันจะมาอวดเบ่งบารมี แต่พ่อทศเขาไม่คิดแบบนั้น พอเจาะรายละเอียดลงไปเรื่องที่เอ็งทำไว้เมื่อ 3 ปีก่อนด้วย และบวกกับนิสัยชอบหักหน้าของชิบะ วีรกรรมบัดซบๆของมัน พ่อทศเขาก็เลยกันไว้ก่อน ผมก็ถามนะว่า มันจะไม่แปลกไปหน่อยเหรอพี่ ที่อยู่ดีๆพี่แท-โอ ก็ยอมมาน่ะ


พี่แมนก็เลยบอกว่าจริงๆเพราะพ่อ ( พี่แมน ) ดึงเวลาไว้น่ะเพราะพี่แท-โอ เขามีเวลาว่างไม่ตรงกันเท่าไร ก็ดึงได้เท่านี้แหละ จริงๆพี่เองก็ไม่คิดว่ามันจะบานปลายขนาดนี้ด้วย ใครจะคิดว่าไอ้เวรชิบะมันจะเล่นใหญ่ถึงขนาดนี้ แต่พ่อทศเขาก็คิดเผื่อเอาไว้ว่าถ้าพี่แท-โอ มาไม่ทัน ก็ต้องเอาจำนวนเข้าข่ม



ผมก็ถามว่าเพราะงั้นเลยตามเสี่ย2 คนนั้นมาเหรอ อื้อหือพูดถึงเสี่ย2 คนนั้นแล้วนึกถึงเชี่ยแว่น อยู่ดีๆก็หาตีนมาให้ซะงั้น เออว่ะจะว่าไปพอพูดถึงพ่อผมแล้ว ผมก็ถามพี่แมนว่า เมื่อกี้อ่ะผมได้ยินว่าคุณท่านไปธุระแล้วบ้านผมเหรอ ไปบ้านผมเปล่าอ่ะ พี่แมนก็บอกว่าคงไม่ได้เข้าไปตรงๆหรอก  วันนี้พวกลูกน้องเก่าพ่อเอ็งไปที่บ้านนี่ แล้วแต่ละคนก็ไม่ใช่พวกถูกกฎหมาย 100 % พ่อพี่เองก็รู้ดี ก็คงไม่ได้ไปที่บ้านเอ็งตรงๆหรอก



ยังไงซะพ่อพี่ก็ต้องเอาภาพลักษณ์ของบริษัทมาก่อนนั่นแหละ พ่อเอ็งน่ะไม่เท่าไรสบายๆ แต่ถ้าต้องติดต่อโดยตรงกับพวกลูกน้องพ่อเอ็งน่ะยังไงมันก็ไม่ดี   อื้มผมเข้าใจที่พี่แมนจะสื่อนะอันนี้  พี่แมนเขาบอกว่าพ่อทศนี่ชุบเลี้ยงแต่ละคนมาอันตรายๆทั้งนั้นแถมตอนนี้ก็ไม่ธรรมดาแทบทุกคน พี่แมนถามแล้วเอ็งไม่รู้เรื่องเลยหรือไง ผมก็ส่ายหัวเลย เพราะรู้จักแค่ลุงเจ้าของตลาดแค่นั้นเอง



พี่แมนก็บอกว่าเฮ้อ พ่อเอ็งน่ะ ไม่ใช่แค่ตาลุงคนสวนธรรมดาๆหรอกนะ เอ็งก็น่าจะรู้ ผมก็บอกอื้อ... ก็เห็นจากคนที่มาหน้าตาไม่เป็นมิตรโคตรๆ แต่ท่าทางที่แสดงกับพ่อผมนี่คือเคารพและยำเกรงสุดๆ โดยเฉพาะแม่แล้วด้วย ทำไมพวกนั้นดูกลัวแม่ผมจังเลยหว่า. . . . อา6 ที่ว่าดูโหดๆยังเรียกพี่ทิพย์ พี่ทิพย์เลย อา5 ที่ดูชิลด์ๆ Bad Ass ก็ยังดูเคารพแม่มาก


ผมก็ถามว่า.. เอ พี่แมนหรือผมจะไปบ้านดีนะ พี่แมนก็บอกนะว่า อย่าไปเลย มันไม่ใช่เรื่องของเด็ก



 



เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 22, 2022, 10:40:29 pm โดย ΜoNoTΩИ∑ ★★★ »

*

ออฟไลน์ jaja

  • Senior Member
  • ****
  • 858
  • 3
    • ดูรายละเอียด
ตอนเย็นมีนัดกับเหมียว จะพาไปไหนกัน

*

ออฟไลน์ Ebola_kawity

  • Junior Member
  • ***
  • 395
  • 0
    • ดูรายละเอียด
เอาแล้ว เหมียวๆมางาบโทนหรือป่าว

*

ออฟไลน์ xonly-1786

  • Legend Member
  • *******
  • 2916
  • 1117
    • ดูรายละเอียด
ขอบคุณมากครับ เทพโทนเยี่ยมอยู่แล้วครับ นัดเหมียวไว้อย่าลืมนะครับ

*

ออฟไลน์ aaxx789

  • Junior Member
  • ***
  • 432
  • 0
    • ดูรายละเอียด
ปัญหาเข้ามาให้แก้เรื่อยๆเลย งานบ้าง ส่วนตัวบ้าง

*

ออฟไลน์ suptest

  • Full Member
  • **
  • 147
  • 0
    • ดูรายละเอียด
หรือโทนจะเป็นลูกคนมีอิทธิพล

*

ออฟไลน์ aerials01

  • Junior Member
  • ***
  • 554
  • 92
    • ดูรายละเอียด
มาแล้วๆ ผมนี่วนเข้ามาส่องรัวๆตั้งแต่สี่ทุ่มตรง กำลังสนุกเลยครับ อ่านเพลินจัดๆ นี่กำลังลุ้นเจ้ว่าจะได้กันตอนไหน

*

ออฟไลน์ natt4556

  • Veteran Member
  • ******
  • 1540
  • 1
  • นี่แหละ...ชีวิต
    • ดูรายละเอียด
วนมารีเฟรช มาให้ตามติดแล้วววว รอบนี้จะสร้างเรื่องอะไีอีกพ่อหนุ่มมมม

*

ออฟไลน์ turie

  • Junior Member
  • ***
  • 262
  • 0
    • ดูรายละเอียด
มีคนคอยช่วยเหลืองานรุ่งแน่ๆนายโทน

*

ออฟไลน์ laphatsanai1992

  • Junior Member
  • ***
  • 289
  • 0
    • ดูรายละเอียด
หรือโทนจะเป็นลูกคนมีอิทธิพล 🤔🤔🤔🤔🤔🤔

*

ออฟไลน์ deamondear

  • Gold Member
  • *****
  • 1158
  • 540
    • ดูรายละเอียด
เปิดโต๊ะ 13 มุมมืดครับ แทบจะสถาปนาเป็นนางเอกแบบไม่ต้องพูดดดก แล้วนะเนี่ย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 22, 2022, 11:31:11 pm โดย deamondear »

*

ออฟไลน์ inputpy

  • Senior Member
  • ****
  • 928
  • 135
    • ดูรายละเอียด
อยากรู้เลยว่า พ่อทศ ไปทำอะไรไว้กับพวกเกาหลี พวกนี้ถึงให้ตวามเคารพมากเลย

*

ออฟไลน์ pond06931

  • Junior Member
  • ***
  • 531
  • 246
    • ดูรายละเอียด
โทนอย่าลืมว่ามีนัดกับเหมียวนะ

*

ออฟไลน์ suiius

  • Junior Member
  • ***
  • 390
  • 79
    • ดูรายละเอียด
ว่ากันตามจริง พ่อทศคิดแบบครอบคลุมทุกมุมมองจริงๆ คนแบบนี้น่ากลัวมาก

*

ออฟไลน์ Joepure~☆

  • Senior Member
  • ****
  • 702
  • 68
    • ดูรายละเอียด
พี่แมนเบรกหัวทิ่ม มีอะไรแน่ๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 22, 2022, 10:56:49 pm โดย Joepure~☆ »

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ