(เรื่องเสียวมินิซีรีย์) หมอสาวกับลุงยาม ตอนที่ 1 : งานแต่งที่ไม่คาดคิด

(เรื่องเสียวมินิซีรีย์) หมอสาวกับลุงยาม ตอนที่ 1 : งานแต่งที่ไม่คาดคิด

  • 3 ตอบ
  • 4671 อ่าน
*

ออฟไลน์ nato87

  • Global Moderator
  • *****
  • 509
  • 5685
    • ดูรายละเอียด
พูดคุยก่อนอ่าน : เอ่อ นิยายเรื่องนี้ผมไม่ขอลงภาพประกอบนะครับ เหตุผลไม่มีอะไรมากไปกว่า 'ขี้เกียจ' 5555+

สำหรับเกมรักฯ ตอนใหม่ อาทิตย์หน้าผมจะกลับมาเขียนต่อครับ พอดีอาทิตย์นี้ ผมต้องไป ตจว.เพื่อเคลียร์ธุระแบบด่วน ๆ


##################

ความเดิมตอนที่แล้ว


https://xonly8.com/index.php?topic=265629.0

…เช้าวันรุ่งขึ้น

“ติ๊ด!!! ติ๊ด!!! ติ๊ด!!” เสียงปลุกจากนาฬิกาดิจิตอลบนหัวเตียงดังขึ้น ก่อนที่ฝ่ามือเรียวสวยของหญิงสาวจะเอื้อมขึ้นมากดปิดสวิตซ์เพื่อของีบต่ออีกสักหน่อย

“รู้แล้ว เพิ่งหกโมงเช้าเอง วันนี้วันเสาร์ไม่ใช่เหรอ?” เขมภัสสร์ในชุดนอนซาตินสีเทาแขนสั้นขาสั้น กำลังนอนคว่ำกอดหมอนอยู่บนเตียงกระดานลูกฟูกในสภาพงัวเงีย “ขออีกนิดได้ไหม?”

แล้วเขมภัสสร์ก็เผลอหลับไป จนเวลาล่วงเลยมาถึงช่วง 8 โมงเช้า หญิงสาวจึงค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพื่อบิดขี้เกียจ ก่อนที่จะลุกขึ้นมาจัดสภาพที่นอน หมอน ผ้าห่ม ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย ก่อนที่จะเข้าไปอาบน้ำแต่งตัว เพราะวันนี้ช่วงประมาณ 10 โมงเช้า เธอจะต้องกลับไปเยี่ยมคุณพ่อกับคุณแม่ที่บ้าน

พล.อ.ท.ขจรเกียรติ โรจนภูรินทร์ ผู้เป็นพ่อของเขมภัสสร์ ก็เป็นนายทหารระดับสูงในหน่วยข่าวของกองทัพอากาศ ส่วน ดร.ชมจันทร์ โรจนภูรินทร์ ก็เป็นอาจารย์สอนมหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศ โดยทั้งคู่มีลูกสาวเพียงคนเดียว ซึ่งก็คือเขมภัสสร์

เขมภัสสร์ได้รับการเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดี จนแทบเรียกได้ว่าเป็นลูกคุณหนู ที่ผู้เป็นพ่อและแม่ให้ความรัก ความเอาใจใส่ และห่วงดุจดั่งไข่ในหิน เขมภัสสร์เรียนจบในคณะแพทย์ศาสตร์และเข้าทำงานเป็นหมอในวิทยาลัยแพทย์และพยาบาลที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในกรุงเทพ
ด้วยความเป็นห่วงของผู้เป็นพ่อและแม่ ที่มีเขมภัสสร์เป็นลูกคนเดียว เลยทำให้ทั้งคู่มองหาผู้ชายที่ดีสักคน เพื่อมาทำหน้าที่คอยดูแลลูกสาวคนเดียวของบ้าน ซึ่งผู้ชายคนนั้นก็คือ ผู้กองโอ๋ ร.อ.ภาคิน ผู้บัญชาการหน่วยอากาศโยธิน ที่มีหน้าที่ควบคุมดูแลทหารใต้บังคับบัญชาของตน

แน่นอน ว่าถ้าหากใครสักคนจะมาเป็นลูกเขยของนายพลขจรเกียรติและ ดร.ชมจันทร์ได้ ผู้ชายคนนั้นจะต้องเพรียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง ซึ่งผู้กองโอ๋ก็คือผู้ชายคนนั้น ด้วยเหตุเพราะผู้กองโอ๋ก็คือลูกชายของ พล.อ.ท.สมบูรณ์ ภากรทรัพย์ หนึ่งในคณะที่ปรึกษาระดับสูงของกองทัพอากาศ และเคยเป็นเพื่อนสมัยเรียนเตรียมทหารกับพ่อของเขมภัสสร์มาก่อน โดยทั้งคู่ได้สัญญากันว่า ถ้าหากในอนาคตข้างหน้า ทั้งคู่มีลูกชายและลูกสาว ก็จะให้ลูก ๆ ของตัวเองแต่งงานกันเพื่อเกี่ยวดองสองตระกูลเป็นทองแผ่นเดียวกัน

ทางด้านเขมภัสสร์เอง สมัยที่เธอยังเป็นนักเรียนและนักศึกษา หน้าที่หลักของเธอมีเพียงแค่การเล่าเรียน ส่วนเรื่องความรักนั้นตัดไปได้เลย เพราะท่านนายพลขจรเกียรติผู้เป็นพ่อตั้งกฎเหล็กห้ามให้ลูกสาวคนเดียวของท่านมีแฟนในวัยเรียนเด็ดขาด

แต่มันก็มีข้อยกเว้น กับผู้กองโอ๋หรือพี่โอ๋ ในสมัยที่ยังเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ท่านนายพลมีความรักใคร่ในตัวเด็กหนุ่มคนนี้เป็นอย่างมาก ด้วยเหตุเพราะตัวเองไม่มีลูกชายเอาไว้สืบสกุล จะมีเพียงแค่ลูกสาวคนเดียวอย่างเขมภัสสร์ จึงวางตัวหนุ่มน้อยคนนี้เป็นว่าที่ลูกเขยของตัวเองในอนาคต และก็ใช่ว่าท่านนายพลจะปล่อยปละละเลย เพราะท่านเองก็วางกฎเหล็กให้หนุ่มโอ๋เอาไว้หลัก ๆ อยู่ห้าข้อ ได้แก่

1.ห้ามแตะเนื้อต้องตัวหรือล่วงเกินน้องแอมป์โดยเด็ดขาด
2.ห้ามอยู่กับน้องแอมป์สองต่อสองในที่ลับตาผู้หลักผู้ใหญ่เด็ดขาด
3.อนุญาติให้พาน้องแอมป์ไปเที่ยวได้ แต่ต้องโทรมารายงานทุกครั้ง และต้องพาน้องแอมป์กลับตรงเวลา ห้ามเถรไถลเป็นอันขาด
4.ต้องเป็นสุภาพบุรุษ ซื่อสัตย์ และจริงใจกับน้องแอมป์
5.ถึงแม้จะอนุญาตให้คบหาดูใจกับน้องแอมป์ แต่การเรียนก็เป็นสิ่งสำคัญ ทั้งคู่ต้องช่วยเหลือกันในเรื่องการเรียน ห้ามให้ผลการเรียนตกเด็ดขาด

ซึ่งข้อปฎิบัติเหล่านี้ เป็นสิ่งที่นายพลขจรเกียรติได้กำหนดเอาไว้ เพื่อให้น้องแอมป์บุตรสาวของตนและผู้กองโอ๋ได้คบหาดูใจกันตั้งแต่สมัยยังเรียน เรียกได้ว่าตลอดชีวิตในช่วงวัยรุ่นของทั้งคู่ นอกจากอีกฝ่ายแล้ว ทั้งสองคนก็แทบไม่ได้มองหาคนอื่นเลย

หลังจากอาบน้ำเสร็จ เขมภัสสร์ที่นุ่งผ้าขนหนูผืนน้อยก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และเดินตรงมายังโต๊ะเครื่องแป้งเพื่อหยิบไดร์เป่าผม จัดแจงแต่งองค์ทรงเครื่องเพื่อขับรถกลับไปเยี่ยมคุณพ่อกับคุณแม่ที่บ้านในช่วงวันหยุด

ความจริงแล้ว ท่านนายพลขจรเกียรติและ ดร.ชมจันทร์ ก็ไม่ได้เห็นด้วย ที่ลูกสาวจะย้ายออกมาอยู่คอนโดใกล้กับที่ทำงาน ด้วยอารมณ์เป็นห่วงลูกสาวตามประสาพ่อแม่ แต่เพราะที่ผ่านมา หมอแอมป์ประพฤติตัวอยู่ในโอวาทและเชื่อฟังมาตลอด เลยทำให้ทั้งคู่ใจอ่อน อีกทั้งคอนโดมิเนียมห้องนี้ ก็เป็นเงินจากน้ำพักน้ำแรงของหญิงสาว บุพการีทั้งสองจึงไม่สามารถคัดค้านอะไรได้

“เอาละ!!” หลังจากแต่งองค์ทรงเครื่องอยู่เกือบชั่วโมง เขมภัสสร์ ก็ยืมมองสภาพเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองหน้าโต๊ะเครื่องแป้งเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะออกเดินทางกลับไปเยี่ยมคุณพ่อกับคุณแม่ที่บ้าน “สวยละชั้น!! ได้เวลาเล็ทโกโฮม์ ไรท์นาว!!”
คุณหมอสาวฮัมเพลงสตริงที่ชอบฟังอย่างมีความสุข เธอรู้สึกผ่อนคลายมาก ๆ เวลาที่ได้อยู่คอนโด ที่เธอเก็บเงินซื้อจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง แตกต่างจากตอนที่อยู่ที่บ้านที่เต็มไปด้วยกฎระเบียบมากมาย ด้วยความเป็นทหารของคุณพ่อและความเป็นครูบาอาจารย์ของคุณแม่ ก็เลยทำให้เขมภัสสร์รู้สึกอึดอัดอยู่ไม่น้อย

เขมภัสสร์เดินออกมาจากห้อง กดปุ่มลิฟต์เพื่อลงชั้นไปยังห้องโถงชั้นล่างเพื่อขับรถกลับไปที่บ้าน

“กลับบ้านเหรอคะคุณหมอ?” พี่จี้ นิติกรสาวร่างท่วมวัยกลางคน ที่มีหน้าที่รับผิดชอบทรัพย์สินส่วนกลางของคอนโดมิเนียมเอ่ยปากทักทายเขมภัสสร์

"ค่ะพี่จี้” เขมภัสสร์ปรากฏตัวในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว กางเกงยีนส์เข้ารูปสีดำ พร้อมทั้งรองเท้าส้นสูงสีดำ เดินถือกระเป๋าสะพายแบรนด์เนมหรู Balenciaga สีดำราคาครึ่งแสน “แอมป์อาจจะกลับมาช่วงเย็น ๆ น่ะคะ”

หลังจากทักทายกับนิติกรสาวประจำคอนโด หมอแอมป์ก็เดินออกมาจากห้องโถง พร้อมกับหยิบแว่นกันแดดสีดำขึ้นมาสวมเพื่อป้องกันสายตาจากแสงแดดในช่วงสายของกรุงเทพ

“แดดแรงแท้น้อ!!” ลูกสาวนายพลบ่นอุบ ขณะกำลังเดินเอามือป้องหน้าจากแสงแดด แล้วทันใดนั้นเอง “อ้าว!!! ลุงยอด!! สวัสดีคะ!!”

“สวัสดีครับคุณหมอ” ลุงยอดในชุดพนักงานรักษาความปลอดภัยพนมมือไหว้เขมภัสสร์ ที่มีสถานะทางสังคมเหนือกว่า “จะออกไปเที่ยวเหรอครับ?”

“เปล่าคะลุง” เขมภัสสร์ปฏิเสธ พร้อมกับพนมมือไหว้อีกฝ่ายที่อาวุโสกว่า “แอมป์จะกลับไปเยี่ยมคุณพ่อกับคุณแม่ที่บ้านน่ะคะ ว่าแต่ขนมที่แอมป์ให้ลุงเมื่อวาน ลุงได้ทานหรือยังคะ?”

“เรียบร้อยแล้วครับ” ลุงยอดตอบพร้อมกับรอยยิ้ม “ขนมที่หมอซื้อมาฝากลุงอร่อยมาก ๆ เลย แต่คงจะแพงน่าดูเชียวละ”

“ไม่เท่าไรหรอกค๊าลุง!!” หมอสาวยิ้มร่า “เอาไว้ถ้ามีโอกาส แอมป์จะซื้อขนมมาฝากอีกนะคะ”

“ไม่ต้องก็ได้มั้งครับหมอ” หนุ่มใหญ่รีบผายมือห้าม “ขนมแต่ละอย่างที่คุณหมอซื้อมาฝากลุง มันมีแต่ของในห้าง ของแพง ๆ ทั้งนั้นเลย ลุงเกรงใจครับ”

“ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะลุงยอด แอมป์เต็มใจ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” เขมภัสสร์ตอบ “เดี๋ยวแอมป์ขอตัวก่อนนะคะ แล้วเจอกันตอนเย็น ๆ นะคะ”

“ครับคุณหมอ” ยอดยิ่ง หนุ่มใหญ่วัยใกล้หลักหกยิ้มให้หมอแอมป์ ที่กำลังเดินไปเอารถยนต์ Mazda 3 รุ่นปี 2012 สีแดง ที่จอดอยู่ในโรงจอดรถชั้นล่าง “ทั้งสวยและใจดีจริง ๆ คุณหมอ…”

ลุงยอดยืนมองแผ่นหลังของเขมภัสสร์ ที่เผยให้เห็นทรวดทรงองค์เอวของหญิงสาว โดยเฉพาะตรงบริเวณสะโพก ที่กำลังส่ายไปมาจากทวงท่าที่เดิน มันทำให้หนุ่มใหญ่รู้สึกอะไรบางอย่างตรงบริเวณอวัยวะเบื้องล่าง

ใช่แล้ว ลุงยอดแอบเก็บภาพหมอแอมป์ไปฝันถึง และบางครั้งก็ถึงขนาดเก็บไปสำเร็จความใคร่ ตามประสาหนุ่มใหญ่ที่ไม่มีพันธะผูกพันกับใคร ด้วยเหตุเพราะเมื่อหลายปีก่อนสมัยที่ยังหนุ่มยังแน่น ลุงยอดถูกเมียทิ้งไปมีคนใหม่ พร้อมกับเชิดเงินแกไปอีกหลายแสน จนลุงยอดเกือบคิดสั้นฆ่าตัวตาย แต่สุดท้ายก็มาตั้งสติ และกลับมาสู้ชีวิตอีกครั้ง พร้อมกับสาบานกับตัวเองว่าจะไม่ยอมมีเมียอีกเด็ดขาด เพราะเข็ดขยาดกับความรัก

ลุงยอดก็อายุปูนนี้แล้ว หมอแอมป์คงไม่ได้คิดว่าอีกฝ่ายจะมีความต้องการทางเพศ แต่ใครจะไปคิดละ ว่าผู้ชายทุกคน ตั้งแต่เด็กยันแก่ ล้วนมีความต้องการในเรื่องอย่างว่าจนถึงวันตาย

หลังจากที่รถยนต์ Mazda 3 สีแดง ของหมอแอมป์แล่นออกจากคอนโดสู่ถนนใหญ่เบื้องหน้า ลุงยอดก็ฉวยโอกาสนี้แวะเข้าห้องน้ำสักเดี๋ยว เพื่อไปทำธุระส่วนตัวบางอย่าง

“ซี้ดดด!!! หมอแอมป์!! หมอแอมป์ของลุง!!! อูยยยย!!!” ที่แท้ ลุงยอดก็มาสำเร็จความใคร่ โดยจินตนาการว่ากำลังมีสัมพันธ์สวาทลึกซึ้งกับคุณหมอสาวนั่งเอง “เป็นเมียลุงนะครับ!! อูยยย!!”

ถึงแม้จะยาก ที่จะสมหวังกับหมอแอมป์คนสวย อีกทั้งยังรับรู้ด้วยว่า อีกฝ่ายมีเจ้าของหัวใจ ซึ่งเป็นถึงนายทหารระดับเรืออากาศเอก ที่ถูกวางตัวเป็นคู่หมั้นคู่หมายมาตั้งแต่ยังเล็ก ทั้งคู่ดูเหมาะสมกันดีราวกับกิ่งทองใบหยก ส่วนตัวของลุงยอดนั้นมันก็แค่หมาแก่ ๆ ที่ไม่มีค่า ไม่มีราคาอะไร
แต่อย่างน้อย ก็ขอเก็บเขมภัสสร์ภาพนางในฝันมากระทำชำเราในจินตการตามประสาคนวาสนาน้อยก็น่าจะเพียงพอแล้ว ไม่ใช่หรือ?

………………………..

ณ บ้านโรจนภูรินทร์ ชานเมืองกรุงเทพฯ

“คุณพ่อขา!! คุณแม่ขา!!” เขมภัสสร์เดินเข้ามาภายในห้องรับแขก ที่ พล.อ.ท.ขจรเกียรติ และ ดร.ชมจันทร์ กำลังนั่งดูโทรทัศน์ฆ่าเวลาระหว่างรอการกลับมาของลูกสาว “แอมป์กลับมาแล้วค่า!!”

“กลับมาแล้วเหรอลูก!!” ดร.ชมจันทร์ ผู้เป็นแม่อ้าแขนรับขวัญลูกสาวอย่างเขมภัสสร์ ที่กลับมาเยี่ยมบ้านในช่วงวันหยุดด้วยความรัก “คิดถึงจังเลย!! มาให้แม่หอมแก้มหน่อยเร็ว!!”

“เป็นยังไงบ้างลูก?” พลโทแห่งกองทัพอากาศในชุดลำลองสบาย ๆ เอ่ยปากทักทายลูกสาวด้วยรอยยิ้ม “หิวหรือเปล่า? กินข้าวมาหรือยังละ?”

“ยังเลยค่ะพ่อ” เขมภัสสร์เอามือกุมท้องน้อย “หิวจัง นี่ก็ว่าจะมากินข้าวที่บ้านพร้อมกับคุณพ่อคุณแม่นี่แหละคะ”

“ถ้างั้นเดี๋ยวอดทนหน่อย เดี๋ยวป้าสวยกำลังทำกับข้าวมื้อเที่ยง” ขจรเกียรติผู้เป็นพ่อตอบ “มากินข้าวด้วยกันสามคนพ่อแม่ลูก มันอบอุ่นดี”

ถึงแม้แม้เขมภัสสร์จะออกไปอยู่ที่คอนโด แต่ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ หญิงสาวก็มักกลับมาเยี่ยมคุณพ่อกับคุณแม่ที่บ้านเสมอ ถ้าหากไม่ติดธุระสำคัญอะไร หลังจากนั้นทั้งสามคนพ่อแม่ลูกก็นั่งพูดคุยกันด้วยเรื่องจิปาถะต่าง ๆ จนใกล้ถึงช่วงเที่ยง ป้าสวยและคนรับใช้ของบ้านก็ได้นำกับข้าวกับปลามาวางไว้บนโต๊ะกับข้าว

“อูยยย!! น่ากินจังเลย!!” เขมภัสสร์นั่งถือช้อนส้อมมองกับข้าวที่ป้าสวยนำมาเสิร์ฟ “คิดถึงฝีมือทำกับข้าวของป้าสวยมาก ๆ เลย!!”

“คุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงสั่งป้าเอาไว้น่ะคะ” ป้าสวย แม่ครัวของบ้านที่ยืนถือถาดสแตนด์เลสตอบ “ทอดมันปลากราย ผัดผักรวมน้ำมันหอย แกงจืดเต้าหู้หมูสับ กินให้เยอะ ๆ นะคะ เดี๋ยวป้าขอตัวกลับไปล้างหมอล้างกะะทะในห้องครัวก่อนนะ”

“ค่ะป้า” แล้วเขมภัสสร์ที่กำลังหิวโซ ก็จัดแจงหยิบช้อนกลางตักทอดมันปลากรายใส่จานข้าวของตัวเอง “ขอแอมป์กินก่อนนะ หิวจนตาลายแล้ว”

“ค่อย ๆ หน่อยซิลูกก็!!” ดร.ชมจันทร์ผู้เป็นแม่ตำหนิในความรุ่มร่ามของลูกสาวพร้อมกับรอยยิ้ม ท่ามกลางเสียงหัวเราะของขจรเกียรติผู้เป็นสามี “หัวเราะอะไรคะคุณ?”

“คุณก็อย่าไปเข้มงวดกับลูกสาวของเรานักเลย” ขจรเกียรติเหลือบมองเขมภัสสร์ก่อนที่จะเอ่ยปากพูดสาระสำคัญบางอย่างออกมา “เพราะอีกไม่นาน ลูกสาวเราก็ต้องแต่งงานกับเจ้าโอ๋แล้ว”

“เดี๋ยวนะคะคุณพ่อ…” พอได้ยินแบบนี้เข้า เขมภัสสร์ก็รีบวางช้อนส้อม แล้วก็รีบหยิบน้ำขึ้นมาดื่มเพื่อช่วยกลืนอาหารลงท้อง “คุณพ่อกำลังหมายถึงอะไรคะเนี่ย? แต่งงานเหรอ?”

“คือเจ้าอุ้ย เพื่อนพ่อมันทนคำรบเร้าของเจ้าโอ๋ลูกชายไม่ไหว เจ้าโอ๋น่ะอยากแต่งงานกับลูกใจจะขาดแล้ว เร็ว ๆ นี้เจ้าอุ้ยกับคุณฝ้าย ก็ว่าจะเข้ามาสู่ขอเราไปเป็นลูกสะใภ้ให้เจ้าโอ๋ให้เป็นเรื่องเป็นราวไปเลย ไม่ต้องรออะไรอีกแล้ว” ขจรเกียรติผู้เป็นพ่อเอ่ยปากพร้อมกับรอยยิ้ม “ลูกเองก็ 28 แล้วนะ พ่อคิดว่าถึงเวลาที่ลูกจะต้องแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาได้แล้วละ”

“พ่อคะ แต่หนูยังไม่พร้อมนะคะ” แล้วอารมณ์หิวเมื่อครู่ก็หายไปในบัดดล เมื่ออยู่ดี ๆ ขจรเกียรติผู้เป็นพ่อก็พูดเรื่องการแต่งงานขึ้นมา “หนูเคยบอกกับทุกคนแล้วไม่ใช่เหรอว่า ถ้าหนู 30 เมื่อไร หนูถึงจะยอมแต่งงานน่ะคะ ตอนนี้หนูยังอยากทำงาน ยังอยากใช้ชีวิตน่ะคะ”

“แต่งงานแล้วก็ทำงาน ใช้ชีวิตได้ไม่ใช่เหรอลูก?” ดร.ชมจันทร์ ผู้เป็นแม่แสดงความคิดเห็นบ้าง “อีกอย่าง พ่อกับแม่ก็เห็นความประพฤติของพี่โอ๋มาตั้งแต่ยังเด็ก ก็เห็นว่าพี่โอ๋เป็นเด็กดี และตอนนี้ก็มีอาชีพการงานที่มั่นคง พ่อกับแม่ก็เห็นด้วยว่ามันถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วที่ลูกจะแต่งงานน่ะ”

“นั่นนะซิ” พลโทแห่งกองทัพอากาศพยักหน้า “ลูกเองก็รักพี่โอ๋ไม่ใช่เหรอ? จะกลัวทำไมกับเรื่องการแต่งงาน ในเมื่อลูกและพี่โอ๋ก็โตเป็นผู้ใหญ่ มีความรับผิดชอบด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งพ่อกับแม่ก็ยอมรับแล้วในจุดนี้”
“พ่อกับแม่ก็แก่แล้วนะลูก…” ดร.ชมจันทร์พยายามหว่านล้อมให้บุตรสาวของตนใจอ่อน “พ่อกับแม่อยากอุ้มหลานแล้วนะแอมป์ ทำเพื่อพ่อกับแม่หน่อยไม่ได้เหรอ?”

“คือ…” พอได้ยินแบบนี้ เขมภัสสร์ถอนหายใจ เพราะเธอยังไม่อยากแต่งงานจริง ๆ เหตุผลหลักก็เหมือนที่เธอได้บอกกับขจรเกียรติและชมจันทร์ไปแล้ว แต่สาเหตุที่แท้จริงก็คือ เธอรู้สึกว่าความรักที่เธอเคยมีให้พี่โอ๋ มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป “คือว่า…”

“คืออะไรละลูก?” ขจรเกียรติเอ่ยปากถามลูกสาวด้วยความสงสัย “บอกมาซิ ไม่ต้องกลัวว่าพ่อกับแม่จะตำหนิลูก ถ้าลูกมีเหตุผลพอ”

“คือคุณพ่อคะ คุณแม่คะ” แล้วเขมภัสสร์ก็รีบพนนมือไหว้ขอโทษบุพการีทั้งสองคนด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย “คือหนู…หนูไม่ได้รักพี่โอ๋แล้วค่ะ!!”

“อะไรนะ!!??” ขจรเกียรติและชมจันทร์ถึงกับอุทานออกมา “ตะกี้ลูกว่ายังไงนะ!!?? ลูกไม่ได้รักพี่โอ๋แล้ว!!?? แล้วนี่ลูกไปชอบใครเหรอ!!?? ทำไมลูกถึงพูดแบบนี้ออกมา!!”

“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะคุณพ่อ คุณแม่!!! แอมป์ไม่ได้มีคนใหม่หรอกค่ะ อย่าเพิ่งเข้าใจผิด!!” พอเห็นท่าทางตื่นตระหนกของบุพการีทั้งสอง คุณหมอสาวต้องรีบชี้แจ้งอย่างเร่งด่วน “คือความจริง สมัยเด็ก ๆ แอมป์ก็ชอบพี่โอ๋ รักพี่โอ๋อยู่น่ะคะ เพราะพี่โอ๋ใจดี ชอบเล่นกีต้าร์ให้แอมป์ฟัง แต่มันก็เป็นความรู้สึกรักแบบเด็ก ๆ เป็นป๊อปปี้เลิฟน่ะคะ”

เขมภัสสร์เหลือบมองขจรเกียรติและชมจันทร์ ที่ตอนนี้กำลังตั้งใจฟังคำอธิบายของลูกสาว
“พูดมาซิลูก…” ชมจันทร์ผู้เป็นแม่ยิ้มที่มุมปาก ก่อนแตะที่ไหล่ของลูกสาวเพื่อให้กำลังใจ “พ่อกับแม่รอฟังอยู่”

“ตอนนี้แอมป์ก็ 28 แล้ว และพี่โอ๋ก็ 32 จริง ๆ มันก็ถูกนะคะ ที่แอมป์กับพี่โอ๋จะแต่งงานกัน” เขมภัสสร์ร่ายยาว “แต่แอมป์กลับรู้สึกว่า ความรู้สึกรักที่แอมป์เคยมีให้พี่โอ๋มันไม่เหมือนเดิม ไม่ใช่ว่าพี่โอ๋ไม่ดีนะคะ แต่แอมป์แค่รู้สึกว่า พี่โอ๋เหมาะที่จะเป็นพี่ชายของแอมป์มากกว่าน่ะคะ”

“โถ!!! นึกว่าเรื่องอะไร!!” พอได้ยินแบบนี้ พลโทแห่งกองทัพอากาศก็เค้นหัวเราะออกมา “มันไม่แปลกหรอกลูก!! เพราะลูกกับพี่โอ๋ก็โต ๆ เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว ไอ้ความรู้สึกรักแบบฉาบฉวยเหมือนตอนเด็ก ๆ มันก็ย่อมไม่เหมือนเดิม ดูพ่อกับแม่เป็นตัวอย่างซิ พ่อกับแม่สองคนสมัยวัยรุ่นน่ะ จะบอกให้นะ ว่าสมัยก่อนน่ะ พ่อกับแม่รักกันปานจะแหก…”

“คุณ!!” ดร.ชมจันทร์หันไปดุใส่สามี “ระวังหน่อยเหอะ!! คำพูดคำจา!! เดี๊ยะ!! เดี๊ยะ!!”

“พ่อหมายถึงว่าช่วงวัยที่เปลี่ยนไป ความรักความสัมพันธ์มันก็ต้องเติบโตขึ้นน่ะลูก” ขจรเกียรติต้องรีบปรับโหมด หลังจากโดนท่าน ผบ.ตัวจริงตำหนิเรื่องคำพูดคำจา แล้วจึงอธิบายให้เขมภัสสร์ฟัง “ไม่ต้องคิดมากหรอก พ่อกับแม่ทุกวันนี้ ถึงเราจะไม่ได้หวานกันเหมือนตอนสมัยวัยรุ่นหนุ่มสาว แต่เราสองคนก็เป็นเพื่อนคู่คิด เป็นคู่ชีวิตกันมาสามสิบกว่าปีจนถึงตอนนี้ ความหวานอาจจะหายไปบ้างตามกาลเวลา แต่สิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือความรัก ความเข้าใจ และเรียนรู้ที่จะให้อภัยกันต่างหากละลูก”

“ใช่แล้วละลูก…” ชมจันทร์ผู้เป็นแม่พยักหน้า “แม่ว่ามันคงเป็นความรู้สึกลังเล กลัวนั่นกลัวนี่มากกว่าน่ะลูก ไม่ต้องกลัวหรอก บ้านเรากับบ้านของพี่โอ๋รู้จักกันมานาน อีกอย่างคุณพ่อกับคุณแม่ของพี่โอ๋ก็รักและเอ็นดูเราเหมือนลูกเหมือนหลาน ลูกไม่ต้องกังวลหรอกว่าชีวิตหลังแต่งงานของลูกจะไม่มีความสุข”

“นั่นนะซิ…” ขจรเกียรติประสานมือเข้าด้วยกัน “เอาเป็นว่าไม่ต้องคิดมากหรอกลูก ความรู้สึกของลูกน่ะมันเรื่องปกติของคนที่เป็นแฟนกันมานาน ไม่แน่ ถ้าลูกกับเจ้าโอ๋แต่งงานกัน อาจจะหลานให้พ่ออุ้มต้นปีท้ายปีเลยก็ได้ ฮ่ะ ๆ ๆ”

“คุณนี่ก็นะ!!??” ดร.ชมจันทร์ทำตาดุใส่สามี “เอาละ!! แม่ว่าพวกเราสามคนมากินข้าวกันต่อเถอะ เดี๋ยวกับข้าวมันจะเย็นเอา เอานี่ลูก กินผักเยอะ ๆ นะ เดี๋ยวแม่ตักให้ทานนะจ๊ะ”

“ค่ะ…” สุดท้าย เขมภัสสร์ก็ไม่อาจจะคัดค้านอะไรได้ เพราะขจรเกียรติและชมจันทร์ได้สรุปรวบยอดทุกอย่างไว้หมดแล้ว

ความจริง เธอเองก็เคยคิดในทำนองเดียวกับที่บุพการีทั้งสองได้กล่าวออกมา แต่เมื่อหันมาทบทวนความรู้สึกของตัวเองอย่างถ่องแท้ เขมภัสสร์กลับพบว่า เธอมีความสุขมากกว่าตอนที่เธอได้ทำงานและอยู่คนเดียว ในขณะตอนที่มีพี่โอ๋มาอยู่เคียงข้าง หญิงสาวกลับรู้สึกอึดอัดอย่างน่าประหลาด

เธออาจจะเคยชอบหรือรักพี่โอ๋สมัยยังเด็ก แต่นั่นก็ผ่านมานานหลายสิบปีแล้ว ในตอนนี้เขมภัสสร์ก็เติบโตเป็นผู้ใหญ่ และมีความคิดเป็นของตัวเอง เธอเริ่มรู้สึกอึดอัดกับคำสัญญาของคนรุ่นพ่อที่กำลังมัดตัวคนรุ่นลูกอย่างเธอในตอนนี้

หลังจากที่กินข้าวเที่ยงเสร็จแล้ว เขมภัสสร์จึงตัดสินใจขอลากลับ โดยอ้างว่าต้องกลับไปเคลียร์งานเอกสารที่คอนโด ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ ขจรเกียรติจะชวนให้ลูกสาวนอนพักที่บ้านสักคืนก็ตาม

“ขอโทษนะคะคุณพ่อ คุณแม่” เขมภัสสร์พนมมือไหว้บุพการีทั้งสอง “แอมป์ต้องรีบกลับไปเคลียร์งานที่คอนโด เลยค้างคืนไม่ได้น่ะคะ”

“เสียดาย เราน่าจะนอนค้างคืนที่บ้านสักคืนนะ” ดร.ชมจันทร์เดินออกมาส่งลูกสาวถึงหน้าบ้าน

“ขับรถระวัง ๆ หน่อยนะลูก” เช่นเดียวกับขจรเกียรติผู้เป็นพ่อ ถึงแม้จะรู้สึกผิดหวัง แต่ก็เข้าใจได้ว่าลูกสาวของเขามีภาระและหน้าที่ต้องรับผิดชอบ “ขับรถถึงคอนโด ก็อย่าลืมโทรมาบอกพ่อกับแม่ละ”

“ค่ะ” แล้วหมอแอมป์ก็พนมมือลาพ่อกับแม่ รวมถึงป้าสวยที่เดินออกมาส่งเธอขึ้นรถ “ถ้าอย่างนั้นแอมป์ขอลากลับก่อนนะคะ คุณพ่อ คุณแม่ ป้าสวย”

แล้วเขมภัสสร์ก็เปิดประตูรถ Mazda 3 สีแดง ปี 2012 แล่นออกจากบ้านโรจนภูรินทร์ ที่เธอเกิดและเติบโตขึ้นมา เพื่อมุ่งหน้ากลับไปยังคอนโดที่เธอซื้อด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองทันที โดยที่ในใจเริ่มแอบเคืองภาคิน คู่หมั้นหนุ่ม ที่บีบให้พวกผู้ใหญ่เร่งจัดงานแต่งงานของทั้งคู่ให้เร็วขึ้นกว่าเดิม

“พี่โอ๋นะพี่โอ๋!!” เขมภัสสร์บ่นกับตัวเองระหว่างขับรถออกมาจากบ้านของเธอ “กลับไปเราต้องคุยกันหน่อยแล้ว มาทำแบบนี้ได้ยังไง!!??”

…ดูเหมือนว่าจะเริ่มมีรอยร้าวในความสัมพันธ์ระหว่างเขมภัสสร์และภาคินเสียแล้ว พี่โอ๋นะพี่โอ๋ ก็บอกแล้วไงว่าขอเวลาอีกสองปีแล้วค่อยมาพูดเรื่องงานแต่ง มาทำแบบนี้กันได้ยังไง แบบนี้เข้าเรียกมัดมือชกกันชัด ๆ กลับไปเรามีเรื่องต้องคุยกันยาวเลย นั่นคือสิ่งที่เขมภัสสร์คิดระหว่างขับรถกลับคอนโด

โปรดติดตามตอนต่อไป...

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 10, 2022, 06:42:19 pm โดย nato87 »


ฝากติดตามเพจเฟสบุ๊คของผมด้วยนะครับ

https://web.facebook.com/Nato87.The.Storyteller

*

ออฟไลน์ swss2511

  • Supreme Member
  • *********
  • 5384
  • 734
    • ดูรายละเอียด
ความรักจืดจางไปตามกาลเวลา

*

ออฟไลน์ Agalos von Stresermann

  • Senior Member
  • ****
  • 898
  • 0
    • ดูรายละเอียด
ผู้ชายใจร้อนผู้หญิงไม่ชอบนะเฟ้ย

*

ออฟไลน์ devilzoa

  • Ultimate Member
  • ********
  • 3107
  • 1279
    • ดูรายละเอียด
สงสัยพี่โอ๋อยากเย็ดน้องแอมป์จนรอไม่ไหวแล้วโถ ๆ ๆ ๆ 

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ