แสนยานุภาพ F - 14 Tomcat

แสนยานุภาพ F - 14 Tomcat

  • 0 ตอบ
  • 1381 อ่าน
*

ออฟไลน์ armag

  • Full Member
  • **
  • 223
  • 3398
  • ใต้น้ำ
    • ดูรายละเอียด
แสนยานุภาพ F - 14 Tomcat
« เมื่อ: มีนาคม 27, 2010, 11:03:20 am »
แก้ไขล่าสุด armag เมื่อ 2010-3-27 14:09

เอฟ-14 ทอมแคท (อังกฤษ: F-14 Tomcat) เป็นเครื่องบินขับไล่ปีกพับสองที่นั่งสองเครื่องยนต์ี่มีความเร็วเหนือเสียง เอฟ-14 เป็นเครื่องบินขับไล่ครองความได้เปรียบทางอากาศเครื่องบินสกัดกั้น และเครื่องบินลาดตระเวนทางยุทธวิธีของกองทัพเรือสหรัฐตั้งแต่ปีพ.ศ. 2517-2549 ต่อมามันได้เปลี่ยนมาทำภารกิจโจมตีที่แม่นยำเมื่อได้ใช้ระบบอินฟราเรดจับเป้ากลางคืนแลนเทิร์น (LANTIRN) [1] เอฟ-14 ถูกสร้างขึ้นหลังจากที่โครงการเอฟ-111 ล้มเหลว และเป็นเครื่องบินรุ่นใหม่แบบแรกของสหรัฐฯ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อต่อสู้กับเครื่องบินมิกในสงครามเวียดนาม
มันได้เข้าประจำการในกองทัพเรือสหรัฐฯ เมื่อปีพ.ศ. 2517 โดยเข้าแทนที่เอฟ-4 แฟนทอม 2 ต่อมาถูกส่งให้กับกองทัพอากาศอิหร่านในปีพ.ศ. 2519 เมื่อสหรัฐฯ ยังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับอิหร่าน มันถูกปลดประจำการจากกองทัพเรือสหรัฐ เมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2549 โดยถูกแทนที่โดยเอฟ/เอ-18อี/เอฟ ซูเปอร์ฮอร์เน็ท[2] ในปีพ.ศ. 2551 มันยังคงประจำการในกองทัพอากาศสาธารณรัฐอิหร่าน
เอฟ-14 สร้างออกมาทั้งสิ้น 712 ลำ[32]ที่โรงงานของกรัมแมนในคาลเวอร์ตันบนลองไอแลนด์ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2512-2534[33] ในขณะที่เอฟ-14 ทำการผลิตอยู่ที่เบธเพจในนิวยอร์ก การก่อสร้างและการทดสอบทั้งหมดก็เกิดขึ้นในคาลเวอร์ตัน โรงงานที่เบธเพจได้ผลิตเครื่องบินของสงครามโลกครั้งที่ 2 และเป็นที่อยู่ของวิศวกรผู้ออกแบบเอฟ-14 อย่างไรก็ตามที่เบธเพจนั้นก็ไม่ได้เป็นโรงงานผลิตเครื่องบินอีกต่อไปแล้ว[33] เครื่องบินกว่า 160 ลำของสหรัฐถูกทำลายในอุบัติเหตุครั้งหนึ่ง[34]
[แก้]เอฟ-14เอ
รุ่นเอเป็นเครื่องบินขับไล่สกัดกั้นในทุกสภาพอากาศสองที่นั่งแบบเริ่มแรกของกองทัพเรือสหรัฐ มันทำการบินครั้งแรกในวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2513 เอฟ-14เอ 12 ลำแรกเป็นต้นแบบ[35] (บางครั้งก็เรียกวายเอฟ-14เอ) การดัดแปลงเกิดขึ้นในช่วงท้ายของมันเพื่อทำให้มันสามารถใช้อาวุธนำวิถีได้ กองทัพเรือสหรัฐได้รับเอฟ-14เอทั้งหมด 478 ลำและส่วนอิหร่านได้รับ 79 ลำ[32] เอฟ-14เอ 102 ลำสุดท้ายถูกส่งมอบพร้อมกับเครื่องยนต์ทีเอฟ30-พี-414เอ[36] นอกจากนี้แล้วเอฟ-14เอลำที่ 80 ที่ถูกผลิตขึ้นมาให้กับอิหร่าน กลับถูกส่งให้กับกองทัพเรือสหรัฐแทน[32]
[แก้]เอฟ-14บี
เอฟ-14 ได้รับการพัฒนาครั้งแรกในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2530 โดยทำให้เกิดเอฟ-14เอ+ (พลัส) เครื่องยนต์พีดับบลิว ทีเอฟ30 ของเอฟ-14เอถูกพัฒนาเป็นจีอี เอฟ110-400 แทน เอฟ-14เอ+ ยังมีระบบเตือนภัยเรดาร์เอแอลอาร์-67 ระบบอิเลคทรอนิกอากาศส่วนมากยังคงเหมือนเดิม ต่อมาเอฟ-14เอ+ ถูกเรียกว่าเอฟ-14บีเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2534 มีเครื่องบินใหม่ทั้งหมด 38 ลำที่ถูกผลิตขึ้นมาและเอฟ-14เอ 48 ถูกพัฒนาจนกลายเป็นรุ่นบี[10]
เครื่องยนต์ทีเอฟ30 นั้นมีข้อด้อยมาตั้งแต่เริ่มต้นเพราะการที่มันง่ายที่จะเกิดอาการคอมเพรสเซอร์หยุดทำงานเมื่อบินในระดับสูง เครื่องยนต์เอฟ110 พิสูจน์ให้เห็นว่ามันมีแรงขับที่มากพอถึง 27,600 ปอนด์เมื่อใช้สันดาปท้าย แรงขับพื้นฐานของเครื่องยนต์โดยไม่ใช้สันดาปท้ายก็ทรงพลังพอแล้วที่จะส่งมันขึ้นจากเรือบรรทุกเครื่องบินซึ่งยิ่งเร็วก็ยิ่งปลอดภัย อีกข้อได้เปรียบหนึ่งคือมันทำให้ทอมแคทบินอย่างประหยัดเชื้อเพลิงได้ในระดับ 30,000 ฟุต ซึ่งเพิ่มโอกาสรอดและพิสัยของมัน เอฟ-14บีนั้นเกิดขึ้นทันเวลาของสงครามอ่าวพอดี
ในปลายทศวรรษที่ 2533 เอฟ-14บี 67 ลำถูกพัฒนาให้มีอายุการใช้งานมากขึ้นและมีการพัฒนาระบบป้องกันและโจมตีให้ดียิ่งขึ้น เครื่องบินที่ได้รับการดัดแปลงกลายมาเป็นเอฟ-14บี อัพเกรด (F-14B Upgrade)[36]
[แก้]เอฟ-14ดี
แบบสุดท้ายของเอฟ-14 คือเอฟ-14ดี ซูเปอร์ทอมแคท รุ่นดีทำการส่งมอบครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ. 2534 เครื่องยนต์เดิมแบบทีเอฟ30 ถูกแทนที่ด้วยเครื่องยนต์จีอี เอฟ110-400 เหมือนกับของรุ่นบี เอฟ-14ดียังมีระบบอิเลคทรอนิกแบบดิจิตอลที่ใหม่กว่าในห้องนักบินกระจกและแทนที่เรดาร์เอดับบลิวจี-9 ด้วยเรดาร์เอเอ็น/เอพีจี-71 ระบบอื่นๆ ยังรวมทั้งเครื่องรบกวนการป้องกันตนเองทางอากาศหรือเอเอสพี (Airborne Self Protection Jammer, ASPJ) ระบบเกื้อหนุนข้อมูลทางยุทธวิธีร่วมหรือเจทีไอดีเอส (Joint Tactical Information Distribution System, JTIDS) เก้าอี้ดีดตัวรุ่นเอสเจยู-17(วี) และอินฟราเรดค้นหาและติดตาม
แม้ว่าเอฟ-14ดีจะเป็นรุ่นที่แตกต่างจากทอมแคทธรรมดา แต่ก็ไม่มีกองบินใดที่ได้รับรุ่นดีเลย ในปีพ.ศ. 2532 รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมดิก เชนีย์ได้ปฏิเสธที่จะอนุมัติการซื้อเอฟ-14ดีมู,ค่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐและเอาเงิน 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐไปใช้กับการพัฒนาเอฟ-14 รุ่นเก่าแทน สภาคองเกรสตัดสินใจที่จะไม่หยุดการผลิตและให้ทุนกับเครื่องบิน 55 ลำ มีเครื่องบินใหม่ 37 ลำที่ถูกสร้างขึ้นมาและเอฟ-14เอ 18 ลำได้ถูกพัฒนาเป็นรุ่นดี[10] มีการวางแผนพัฒนาซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ของเอฟ-14ดีเพื่อให้มันใช้ขีปนาวุธเอไอเอ็ม-120 แอมแรมได้ แต่ก็ถูกยกเลิกในเวลาต่อมา[8][37]
ขณะที่การพัฒนาทำให้เอฟ-14 เดินหน้าไปพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ๆ เชนีย์ก็หยุดเทคโนโลยีของเอฟ-14 ในศตวรรษที่ 2503 แม้ว่าจะมีข้อเสนอที่รุนแรงจากกรัมแมนเพื่อหาเครื่องบินมาทดแทน แต่เชนีย์ก็ได้วางแผนที่จะแทนที่เอฟ-15 ด้วยเครื่องบินแบบอื่นที่ไม่ได้ผลิตโดยกรัมแมน เชนีย์เริ่มตั้งโครงการใหม่เมื่อเอฟ-14 ถูกยกเลิก มีลูกจ้าง บุคคลากรสนับสนุน หรือผู้รับเหมาของกรัมแมนประมาณ 8 หมื่นรายที่ได้รับผลกระทบ[38]
[แก้]รุ่นที่เป็นโครงการ
เอฟ-14ซี
เป็นรุ่นโครงการของเอฟ-14บี (ที่มีเครื่องยนต์เอฟ401) โดยมีระบบอิเลคทรอนิกอากาศแบบหลากภารกิจที่ก้าวหน้า[39]

อ่านเพิ่มเติม    









































 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ