อาจาง ย้อนเวลา ตอนที่ 12 + 13

อาจาง ย้อนเวลา ตอนที่ 12 + 13

  • 7 ตอบ
  • 19734 อ่าน
*

ออฟไลน์ nonstopper

  • Full Member
  • **
  • 175
  • 1465
    • ดูรายละเอียด
อาจาง ย้อนเวลา ตอนที่ 12 + 13
« เมื่อ: สิงหาคม 24, 2015, 12:40:45 AM »
อันที่จริงเขียนเสร็จแล้วแต่มันสั้นไป เลยไม่ได้เอามาลง พอเขียนต่อเลยยาวเลย หวังว่าจะจุใจกัน


     “ท่านแม่!!!”อาจางรีบปั้นยิ้มยินดีออกมา ทั้งที่ในใจยังแอบเสียดายไม่ได้จัดการชุยถงดังที่หวังเอาไว้

      อาจางรีบเข้าไปหา ฮูหยินจางที่นั่งอยู่กลางห้องโถงโดยมีรองแม่บ้านคอยดูแลรับใช้อยู่พร้อมกับคนรับใช้คนสนิทที่ติดตามฮูหยินจางมาด้วย ฮูหยินจางตอนนี้แต่งตัวอย่างหรูหรา อยู่ในชุดแพรพรรณบางเบายาวสีแดงสด ปักลายดอกบ๊วยดิ้นทอง โชว์เนินอกอวบอิ่มให้เห็นเกือบครึ่งเต้าภายใต้เสื้อที่คลุมอยู่นั้นสวมไว้ด้วย ชุดกระโปรงยาวขึ้นมาคลุมถึงปทุมถัน เหมือนชุดเกาะอก รัดรูป จนสามารถเห็นสัดส่วนโค้งเว้าได้อย่างชัดเจน

     หากบอกว่า ฮูหยินเยี่ยมีขนาดปทุมถันใหญ่โตที่สุด ก็คงต้องยกให้ ฮูหยินจางมีสัดส่วนที่ยั่วยวนใจที่สุด ด้วยขนาดปทุมถันไม่ใหญ่เกินไปไม่เล็กเกินไป เอวบางมีเนื้อมีนวลไม่ผอมไปไม่อวบเกินไป สะโพกผายที่รองรับกับเอวบางอย่างพอเหมาะ ก่อนจะลากยาวตามช่วงขาเรียวยาวจนถึงรองเท้าคู่น้อยๆ

     หากให้เขาเห็นภาพนี้ในยุคปัจจุบันเขาต้องไม่ยอมเชื่อแน่ๆว่าจะมีมนุษย์คนไหนสามารถสามารถมีหน้าตารูปร่างงดงามเหมือนเสกขึ้นมาอยู่บนโลกได้เช่นนี้ จนอาจางยอมเชื่อแล้วถึงคำกล่าวขานของ 4 หญิงงามของจีนที่พรรณนาออกมาจนน่าเหลือเชื่อเกินจริง จนอาจางหวังว่าเขาจะมีโอกาสได้ย้อนเวลาอีกสักครั้งเพื่อยลโฉมพวกนางสักครั้งเป็นบุญตา หรือท่าให้ดีขอ...ด้วยก็คงดี

     จากอารมณ์ขุ่นมัวเมื่อสักครู่ตอนนี้อาจางกลับรู้สึกช่างโชคดีนักที่สามารถได้พบฮูหยินจางในเวลานี้ แม้เขาจะเห็นนางมาแล้วตลอด 15 ปีนี้ก็ตาม แต่การจากกันเพียงไม่กี่วันได้พบหน้าอีกครั้งก็ยังคงสร้างความประทับใจให้อาจางได้เสมอเหมือนกันความงามของนางจะมีแต่เพิ่มขึ้นๆทุกๆวัน

     อาจางรู้สึกทั้งดีใจเสียใจแค้นใจปนเปไปมามั่วไปหมด ยินดีที่ได้เกิดเป็นลูกของฮูหยินจางที่งามยิ่งกว่านางฟ้า (หากนางฟ้ามีจริงอาจางเชื่อว่า คงไม่ต่างจากฮูหยินจางมากนัก) เสียใจที่ฮูหยินจางมีฐานะเป็นแม่ของตัวเอง จนทำให้แค้นใจทำไมถึงไม่ได้เกิดย้อนหลังกว่านี้อีกหลายปีให้เขามีโอกาสได้พบนางในยามสาวในยามที่นางยังไม่ได้ออกเรือน ให้เขาได้มีโอกาสเคียงคู่กับนางสักครั้งในฐานะสามี

     อาจางที่ยังคงตกอยู่ในห้วงความคิด ก็พลันรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่กำลังกอดรัดเขาอยู่ สัมผัสที่อบอุ่นไปด้วยความรักความห่วงใย พร้อมทั้งกลิ่นหอมที่คุ้นเคย กลิ่นที่เขาได้สูดดมอยู่ตลอดมาในระยะเวลา 15 ปี ในยามที่เขาร้องไห้เสียใจ ในยามที่ต้องการกำลังใจ สัมผัสนี้ความรู้สึกนี้มันติดตราตรึงเข้าไปในใจของเขาเสมอมา

      อาจางอยากจะหยุดเวลานี้ไว้ปล่อยให้ความอบอุ่นนี้โอบกอดเขาไปเรื่อยๆไม่มีวันจบ แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ อาจางทำได้เพียงอ้าแขนเข้าไปโอบกอดความอบอุ่นนี้ไว้ให้รัดแน่นเข้ามาให้มากที่สุด หวังให้มันซึมซับเข้ามาในร่างกายของเขาให้มากที่สุดก่อนที่จะต้องละจากมันไป อาจางปล่อยให้น้ำตาค่อยๆไหลไปกับสัมผัสอ่อนโยนนี้อย่างไม่รู้ตัว

     “อาจางเจ้าเป็นไรไปแล้วแค่นี้ถึงกับ น้ำตาไหล เจ้าเป็นลูกชายของแม่แน่หรือเปล่านี่” ฮูหยินจางค่อยๆใช้นิ้วมือเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาของอาจางช้าๆหลังจากปล่อยอาจางออกมาจากอ้อมอก
      “ผะ ผู้บุตรไม่เป็นอันใด ผู้บุตรเพียงคิดถึงมารดามากไปเท่านั้น เมื่อได้พบจึงอดที่จะดีใจมากเกินไปเท่านั้น”
      “เจ้าเป็นถึงบุตรชายคนเดียวของตระกูลจาง กำลังจะเป็น ผู้นำตระกูลคนใหม่ เจ้าไม่อาจจะเสียน้ำตาง่ายๆเช่นนี้เหมือนอิสตรีได้ เจ้าจำเป็นต้องเข้มแข็งให้มากกว่านี้เข้าใจหรือไม่ ถึงแม้แม่จะรู้สึกดีใจที่เจ้าดีใจที่พบแม่ขนาดนี้ก็ตาม”
      “ผู้บุตรเข้าใจแล้ว ต่อไปผู้บุตรจะเข้มแข็งให้มากกว่านี้”

     ฮูหยินจางที่เห็นอาจางตอบกลับมาหนักแน่นแต่แววตากลับเหมือนสูญเสียบางอย่างไป จึงได้แต่เข้าไปดึงรั้งอาจางกลับเข้าสู่อ้อมอกอีกครั้งก่อนจะกระซิบเบาๆให้อาจางได้ยินเพียงผู้เดียว

     ‘อาจาง แม่เพียงให้เจ้าทำตัวเข้มแข็งต่อหน้าบริวารทั้งหลาย เพื่อให้ผู้คนเคารพยำเกรงลูก หากอยู่กับแม่เพียง 2 คน ลูกอยากจะร้องไห้เช่นใดก็ได้แม่ไม่ว่า แม่จะคอยเป็นกำลังใจให้เจ้าเสมอไม่ว่าลูกจะเป็นอะไรแม่จะคอยช่วยเหลือให้ดีที่สุดเท่าที่แม่จะให้ได้’

     อาจางที่ได้ฟังถึงกับน้ำตาไหลออกมาอีกครั้งแต่ก่อนจะปล่อยออกมาจากอ้อมอกแสนอบอุ่น อาจางก็รีบปาดน้ำตานั้นทิ้งไปจนหมดเสียก่อนจะรีบปั้นหน้าตาใหม่ให้กลับมาเป็นปกติ

      “ผู้บุตรเข้าใจแล้ว ขอบคุณท่านแม่ที่สั่งสอน” อาจางรีบคุกเข่าลงไปกราบแทบเท้าฮูหยินจางก่อนจะถูกฮูหยินจางประคองขึ้นมายืนเช่นเดิม

       ฮูหยินจางค่อยถามไถ่เรื่องราวหลายวันมานี้ว่าอาจางเป็นอย่างไรบ้างกับการเข้าเรียนที่ตำหนักเทพโอสถ อาจางก็เล่าเหตุการณ์ช่วงหลายวันมานี้ตามตรงเพียงแต่ตัดบางเรื่องที่ไม่ต้องการให้ฮูหยินจางทราบออกไปเท่านั้น ซึ่งฮูหยินจางได้ฟังแล้วก็รู้สึกเป็นห่วงอยู่บ้างเมื่อทราบว่าอาจางถึงกลับนอนหมดสภาพกลับมา

     “พรุ่งนี้แม่จะต้องไปคุยกับ หลินชิง อะไรนั้นสักครั้งเสียแล้ว กล้าดียังไงถึงกล้าลงโทษลูกข้าเช่นนี้”
      “ใจเย็นลงก่อนท่านแม่ ท่านอาจารย์หลิน ไม่ได้ทำผิดอันใด ผู้บุตรเพียงไร้ความสามารถเกินไปเท่านั้น จึงทำให้อาจารย์หลินเสื่อมเสียชื่อเสียงที่รับลูกศิษย์อ่อนด้อยเช่นผู้บุตร ที่อาจารย์หลินทำลงไปก็เพื่อให้ผู้บุตรฝึกฝนพละกำลังเพียงเท่านั้น”
      “ถึงอย่างนั้นก็เกินไปอยู่ดี ยังไงแม่ก็จะขอไปพบหน้าสักครั้ง”
      “ท่านแม่ไม่เป็นเช่นไรจริงๆ ท่านแม่พึ่งจะบอกให้ข้าเข้มแข็งไม่ใช่หรือ หากเรื่องเพียงแค่นี้ยังต้องให้ท่านแม่ออกหน้า ต่อไปข้าคงไม่สามารถทำสิ่งใดได้แล้ว”
     “อ่ะ!!!....   อืม... ถูกของลูก สงสัยแม่จะห่วงลูกมากเกินไป จนทำให้แม่ลืมมองในมุมลูก แต่ถึงอย่างไรหากลูกมีปัญหาที่เกินจะรับมือสัญญาว่าจะบอกแม่ โดยไม่เก็บเอาไว้เองคนเดียว การดื้อฝืนรั้นเกินไปนั้นไม่ได้เรียกว่าเข้มแข็งแต่เป็น เพียงคนโง่งมเท่านั้น”
     “ผู้บุตรทราบแล้ว ผู้บุตรจะจดจำคำสอนของมารดาเอาไว้”
      “อ่ะ แล้วชุยถง กับ ชุยเหนียงไปไหนแล้ว เหตุใดถึงตอนนี้ยังไม่โผล่หน้ามาให้ข้าเห็นอีก”

     อาจางพอได้ยินถึงกับสะดุ้งเล็กน้อยจะให้บอกว่าเขาพึ่งจะจัดการชุยเหนียงกับชุยถงในห้องน้ำไปยังไม่สามารถออกมาได้ตอนนี้มีหวังได้โดนลงโทษชุดใหญ่แน่ๆ

      “มารดาเดินทางมาเหน็ดเหนื่อย นั่งพักก่อนดีหรือไม่ สักพักทั้ง 2 คนก็น่าจะมาแล้ว บุตรจะให้คนไปยกน้ำชามาให้ก่อน” อาจางรีบพยายามเปลี่ยนเรื่อง ก่อนจะค่อยๆจูงมือฮูหยินจางไปนั่งยังเก้าอี้ใหญ่กลางห้องโถงก่อนที่อาจางจะนั่งลงด้านข้าง ชวนพูดคุยถึงเรื่องราวต่างๆที่ตนประสบมาในช่วงหลายวันนี้

      “คารวะฮูหยิน ขออภัยที่บ่าวไม่รีบมาต้อนรับทำให้ฮูหยินต้องรอนานเช่นนี้” ชุยถงกับชุยเหนียงที่พึ่งจะแต่งตัวเรียบร้อยค่อยๆเดินเข้ามาในห้องโถง ตามเส้นผมของพวกนางยังคงเปียกน้ำอยู่เป็นเงา เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ยังคงเป็นชุดเดิมซึ่งค่อนข้างจะยับเกือบทุกส่วน บางจุดยังคงเปียกน้ำให้เห็นได้ชัดเจน
     “พวกเจ้าไปทำอะไรกันมาถึงได้มาช้ากันนัก แล้วทำไมถึงได้เปียกไปทั้งตัวเช่นนี้”ฮูหยินจางที่สังเกตเห็นสภาพของทั้งคู่แล้วอดที่จะถามไม่ได้
     “เออ..” ทั้งคู่ได้แต่อ้ำอึ่งไม่รู้จะตอบฮูหยินจางยังไงดี
     “ท่านแม่เป็นผู้บุตร ใช้ให้ ทั้ง 2 คน ออกไปซื้อของใช้ที่ขาดเหลือมาเพิ่มเติม คาดว่าทั้ง 2 คงจะเร่งรีบกลับมาจึงได้มีสภาพเช่นนี้” อาจางรีบกล่าวแก้ตัวขึ้นมาตามที่ตัวเองนึกออก
      “เป็นเช่นนี้ แน่ใจนะว่าไม่ได้ไปทำอะไรกันมา” ฮูหยินจางเหมือนยังไม่ยอมเชื่อที่อาจางกล่าวออกมาจึงได้ถามย้ำอาจางอีกครั้งพร้อมจ้องมาที่เขาเหมือนจ้องจับผิด
      “เป็นเช่นนี้จริงๆ ผู้บุตรใช้ให้ทั้ง 2 ไปซื้อยาเสลดมังกรมาไว้ เนื่องจากผู้บุตรจำเป็นต้องใช้หลังกลับมาจากการเรียนที่ตำหนักเทพโอสถ หากมารดาไม่เชื่อสามารถให้พวกนางพาไปดูตัวยาที่พวกนางไปซื้อมาได้” อาจางกล่าวตอบขึงขัง เพราะช่วงนี้เขารู้อยู่แล้วว่าชุยถงนั้นใช้ให้คนไปกว้านซื้อยาเสลดมังกรมากักตุนให้เขาใช้เป็นจำนวนมาก หากฮูหยินจางต้องการดูตัวยาก็สามารถพาไปดูได้โดยไม่กลัวว่าจะถูกจับได้
     “ฮึ อาจาง แม่เลี้ยงดูเจ้ามาตั้งแต่ยังเล็กมีหรือแม่จะไม่รู้นิสัยเจ้า ตั้งแต่เด็กเจ้าคลั่งไคล้วิชาแพทย์ขนาดไหน เด็กทั่วไปต่างกลัวเข้าร้านยา กลัวซินแส แต่เจ้ากลับชอบเข้าไปชมดูซินแสรักษาคน ไม่เคยใช้ให้ใครไปซื้อยาแทนเจ้ามาก่อนมีแต่เจ้าจะแย่งขอไปซื้อเองเสียด้วยซ้ำ”

     “ชุยถงตอบข้ามาตามตรง เจ้าปล่อยให้อาจางล่วงล้ำเข้าไปแล้วใช่หรือไม่”
     “บ... บ่าวยังไม่ได้ปล่อยให้คุณหนูล่วงล้ำเข้ามาแต่อย่างใด คุณหนูใช้ให้บ่าวเดินทางไปซื้อตัวยามาให้จริงๆ เจ้าค่ะ ชุยถงไม่กล้าโกหกฮูหยิน”

     อาจางได้ฟังแล้วค่อยแอบโล่งอกในใจ เพราะเขาเพียงสามารถฝืนดันมังกรเข้าไปได้เพียงกลางทางหากไม่ใช่เพราะคนใช้มาตามตัวเขาเสียก่อนตอนนี้ต้องถูกฮูหยินจางจับได้แล้วแน่ๆ เรื่องใช้ให้ชุยถงไปซื้อยามาก็เช่นกัน ความจริงแล้วเป็นไปตามที่ฮูหยินจางพูดแทบทุกอย่างแต่เพียงรอบนี้เขาแทบจะเดินไม่ไหวได้แต่สั่งให้ชุยถงไปซื้อมาเขาแทน ชุยถงจึงไม่ได้โกหกฮูหยินจางแต่อย่างใดเพียงแค่บอกเรื่องราวของเมื่อวานแทนเท่านั้น

     ฮูหยินจางแม้ยังไม่ยอมเชื่อ แต่ตลอดมา ชุยถงไม่เคยโกหกนางแม้แต่ครั้งเดียวนางจึงได้แต่ยอมเชื่อสักครั้ง แม้จะยังรู้สึกคาใจอยู่ก็ตาม
     อาจางแอบถอนหายใจโล่งอกที่ฮูหยินจางยอมเชื่อโดยไม่ได้สอบถามซักไซ้ ชุยเหนียงต่อ ไม่อย่างนั้นอาจางคงจะถูกจับได้ไปแล้ว
    
     เมื่อฮหยินจางไม่ติดใจอะไรแล้วก็กลับมาพูดคุยกับอาจางเหมือนปกติ ก่อนจะร่วมทานมื้อเย็นด้วยกัน โดยมี ชุยเหนียง ชุยถง และเหล่าคนใช้คอย ปรนนิบัติเป็นอย่างดี

     “ท่านแม่จะพักค้างอยู่ที่นี่สักกี่วัน ผู้บุตรจะได้ให้ชุยถง ชุยเหนียง ไปจัดห้องให้ท่านแม่มาพักที่ห้องของบุตรซึ่งใหญ่โตที่สุดท่านแม่จะได้พักอย่างสะดวกสบาย บุตรจะย้ายไปพักห้องอื่นก่อนชั่วคราว”
     “แม่คงพักอยู่แค่เพียงคืนเดียวพรุ่งนี้ก็เดินทางกลับแล้ว ลูกไม่ต้องลำบากหรอก บ้านตระกูลจางมีกิจการมากมายไม่อาจไม่มีคน”
     “ท่านแม่ให้คนอื่นดูแลก่อนชั่วคราวไม่ได้หรือ ตระกูลจางเรามีคนมีฝีมือมากมาย น่าจะสามารถไว้ใจให้สักคนดูแลได้ชั่วคราว” อาจางพยายามให้ฮูหยินจางพักอยู่สักหลายวัน ยังไงการได้อยู่ด้วยกันกับ ฮูหยินจาง ได้พบหน้าทุกเช้า เย็นก็มีความสุขมากแล้ว
     “อาจางเจ้าก็โตแล้วอย่าได้อ้อนแม่เหมือนเด็กน้อยเช่นนี้ ถึงแม้จะมีคนสามารถอยู่ดูแลกิจการได้ก็จริง แต่ยังไงก็จำเป็นต้องมีคนควบคุมดูแล หากทิ้งไว้นานๆ ย่อมทำให้ บริวารหย่อนยานในหน้าที่ จนเป็นนิสัยได้”
     “แต่...”
     “เฮ้อ ลูกคนนี้นิ แม่ก็อยากอยู่กับลูกนานๆแต่ถึงยังไงก็ไม่อาจทิ้งการงานไว้ได้นาน เอาเป็นว่าคืนนี้แม่จะพักอยู่ด้วยกันกับลูก ไม่ต้องให้ชุยถง ชุยเหนียงจัดห้องใหม่ให้ยุ่งยากหรอก แม่เองก็ไม่ได้นอนด้วยกันกับลูกนานมากแล้ว ให้แม่ได้กอดลูกให้หายคิดถึงบ้างก็ดี”

      อาจางได้แต่ตกลง ฮูหยินจางก็เดินออกไปสั่งคนใช้ขนข้าวของจำเป็นไปยังห้องอาจาง สำหรับใช้ในคืนนี้และพรุ่งนี้  ปล่อยอาจางอยู่ในห้องโถงคนเดียว
     .....
      .....
     ......
     ฮูหยินจางหลังวุ้นวายกับการขนของเข้าห้องนอนของอาจางอยู่พักใหญ่จนเรียบร้อยค่อย เข้าห้องอาบน้ำไปชำระล้างร่างกายโดยมีชุยถงตามเข้าไปคอยปรนนิบัติด้วยอีกคน อาจางหลังเห็นฮูหยินจางเข้าไปห้องน้ำได้สักพักแล้วก็รีบเดินทางไปยังห้องยา โดยไม่ให้ใครพบ

     อาจางรีบเปิดห้องยาก่อนแทรกตัวเข้าไปแล้วรีบปิดประตุทันทีก่อนจะได้มองภายในห้องด้วยซ้ำ อาจางค่อยได้สังเกตว่าภายในห้องนั้นถูกจุดไฟเอาไว้อยู่ก่อนแล้วจนสว่างทั่วทั้งห้อง และภายในห้องยานี้ไม่ได้มีเพียงแค่เขาคนเดียว หากแต่มีชุยเหนียงที่กำลังชั่งตวงยาตามหีบต่างๆออกมาใช้งานอยู่

     “คุณหนู เดินทางมาห้องยาในเวลานี้ ไม่ทราบเป็นอะไรหรือไม่ บ่าวจะได้เตรียมยาให้คุณหนูได้ถูกต้อง “ อาจางแม้กำลังตกใจอยู่ที่มีคนอื่นอยู่ในห้องด้วย แต่ก็ยังเก็บอาการได้เป็นอย่างดี
     “ไม่มีอันใดหรอกเพียงต้องการเข้ามาดูยาที่ข้าให้ชุยถงไปซื้อมาเอาไว้เท่านั้น”
     “หากเป็นยาที่คุณหนูสั่งซื้อเมื่อวาน บ่าวได้เก็บเข้าที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ทราบคุณหนูต้องการนำมาใช้หรือไม่บ่าวจะได้เตรียมตัวยาให้พร้อมใช้งาน”
     “ไม่ต้องหรอก หากมันเก็บเรียบร้อยแล้วข้าก็จะได้ไม่ต้องกังวล แล้วเจ้า กำลังทำอันใดอยู่รึ”
      “บ่าวเห็นว่าฮูหยินเดินทางมาเหน็ดเหนื่อย จึงเตรียมยาประคบร้อนเอาไว้ให้ฮูหยินใช้คลายปวดเมื่อย บ่าวพอมีความรู้ด้านตัวยาอยู่บ้าง อย่างตัวยาที่คุณหนูต้มให้บ่าวเมื่อคราวที่แล้วนอกจากแก้ช้ำในแล้ว ยังมีส่วนผสมที่ทำให้คนดื่มนอนหลับพักผ่อนได้เต็มที่ บ่าวเองได้ดื่มเข้าไปตื่นมายังรู้สึกเบาสบายไปทั้งตัวเพียงแต่กลับรู้สึกเจ็บปวดท้องน้อยอยู่บ้าง หากคุณหนูต้มยาต่อหน้าคนอื่นเช่นนี้กรุณาระวังไว้ด้วยอาจทำให้ผู้อื่นเข้าใจท่านผิดไปก็ได้” ชุยเหนียงอธิบายไปแต่สายตากลับจ้องอาจางอย่างหยาดเยิ้ม

     อาจางได้ฟังถึงกับสะดุ้งแต่ปากกลับพูดอีกอย่าง

     “ข้าเพียงเห็นว่าเจ้าน่าจะต้องการ พักผ่อนมากๆ หากหักโหมทำงานมากๆ อาการจะยิ่งทรุดหนัก จึงไม่ได้บอกเจ้าก่อน กลัวเจ้าจะไม่ทานลงไป”
     “หากเป็นความต้องการของคุณหนู ชุยเหนียงไหนเลยกล้าปฏิเสธ แม้เป็นยาพิษ หากคุณหนูต้องการ ชุยเหนียงก็พร้อมจะดื่มมันลงไป”  

     ชุยเหนียงไม่พูดเปล่า สายตากลับจ้องมามายังเป้ากางเกงของเขา ลิ้นน้อยๆโผล่ออกมาเลียรอบริมฝีปากอวบอิ่มเหมือนต้องการบอกอาจางว่าตนเองพร้อมจะดูดกลืนพิษจากมังกรของอาจางได้ทุกเมื่อ ทำเอามังกรของเขาที่ยังค้างคาอยู่ผงาดขึ้นมาอีกรอบ แต่ยังก่อน เขามีแผนการใหญ่รออยู่ไม่อาจจะแวะเด็ดดอกไม้ระหว่างทางก่อนจะถึงจุดหมายได้ แต่เขาต้องหาทางสั่งสอน ชุยเหนียงคราวหน้าแน่ๆ

     “แล้วชุยเหนียงเตรียมยาไปถึงไหนแล้วละ ให้ข้าชมดูวิธีทำยาประคบของเจ้าที”
     “บ่าวพึ่งจะเตรียมยาออกมาเท่านั้นยังไม่ได้เริ่มลงมือผสมยา หากคุณหนูสนใจบ่าวยินดีสอนทุกขั้นตอน”

     ชุยเหนียงก็เริ่มสอนตั้งแต่ใช้ตัวยาอะไรบ้าง ใช้ปริมาณเท่าไหร่ ซึ่งอาจางพอฟังชื่อตัวยาเหล่านั้นแล้ว ก็เปลี่ยนใจเปลี่ยนแผนการแรกที่วางเอาไว้ทิ้งไปเพราะหากให้วางยานอนหลับแบบเดิมซ้ำคงไม่พ้นถูกชุยเหนียงจับได้อีกแน่ๆ จึงรีบคิดหาวิธีการใหม่ในใจจนได้แผนเป็นมั่นเหมาะ ค่อยเข้าไปช่วยเตรียมยาพร้อมชุยเหนียง แต่พอชุยเหนียงเผลอหันไปหยิบยาตัวอื่น อาจางก็รีบหยิบยาตามเป้าหมายของตัวเองซุกเข้าไปในอกเสื้อเอาไว้โดยที่ชุยเหนียงไม่รู้ตัว

     กว่าชุยเหนียงจะเตรียมยาครบอาจางก็หยิบตัวยาที่ตนเองต้องการได้ครบพอดี ค่อยเข้าไปช่วยชุยเหนียงผสมยาประคบ ซึ่งยาตัวนี้จะบดส่วนผสมต่างๆเข้าด้วยกันก่อนนำไปห่อด้วยผ้าขาวบาง นำไปต้มในน้ำร้อนจนตัวยาคายออกมาในน้ำค่อยนำกากเหล่านั้นไปทิ้ง แล้วเตรียมยาอีกชุดที่เตรียมเอาไว้ห่อด้วยผ้าขาวบางจนเป็นก้อนกลมๆก่อนจะนำไปนึ่งจนร้อน เวลาใช้งานก็น้ำลูกประคบลงไปชุบยาที่เตรียมเอาไว้นำไปนวดตามจุดที่ปวดเมื่อยตัวยาก็จะซึมเข้าไปในร่างกายออกฤทธิ์จากภายใน ผู้ที่ถูกนวดจะรู้สึกร้อนเล็กน้อย ก่อนที่กล้ามเนื้อจะคลายตัวจนรู้สึกเบาสบาย

     กว่าอาจางจะเตรียมตัวยาเสร็จพร้อมกับชุยเหนียงก็ใช้เวลาเกือบ ครึ่ง ชั่วยาม(1 ชม.) อาจางค่อยยกยากลับห้องไป โดยไล่ชุยเหนียงที่ตอนแรกจะเป็นผู้เข้าไปนวดให้กับฮูหยินจางกลับไป โดยบอกว่าตนเองจะเป็นคนช่วยนวดให้ฮูหยินจางเอง

     “ก็อกๆๆ ท่านแม่ เป็นบุตรเอง”
     “อาจางรึเข้ามาสิ “

     เมื่ออาจางเข้ามาในห้อง ฮูหยินจางก็นอนอยู่บนเตียงอยู่ก่อนแล้ว ฮูหยินจางตอนนี้อาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วอยู่ในชุดนอน สีขาวทำจาก ผ้าไหมชั้นเลิศ บางเบากว่าผ้าธรรมดาทั่วไป จนเผยให้เห็นสัดส่วนได้อย่างชัดเจน  ยิ่งฮูหยินจางนอนตะแคงหันหน้ามาทางอาจาง ศีรษะนอนท้าวบนแขน ปล่อยเส้นผมสีดำขลับยาวสยายไปตามแผ่นหลัง อวดเรือนร่างโค้งเว้าให้เห็นเต็มๆตา ทั้งปทุมถันอวบใหญ่ที่ดันเสื้อผ้าออกมาให้เห็นเป็นเต้าชัดเจน ก่อนจะเว้าลงไปตามเอวบางก่อนจะเว้าขึ้นไปตามสะโพกผาย อาจางเองถึงกับกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก มือที่ถือเตายาประคบเข้ามากำแน่น มังกรถึงกับผงาดขึ้นมาดันกางเกงจนเจ็บปวดไปหมด

     “ท่านแม่ วันนี้ท่านเดินทางนั่งรถม้ามาไกล น่าจะปวดเมื่อยไม่มากก็น้อย บุตรกับชุยเหนียงจึงได้ไปเตรียมยาประคบมาให้  ช่วยให้ท่านแม่คลายกล้ามเนื้อ” อาจางยกเตายาประคบไปตั้งเอาไว้ข้างเตียงก่อนจะเดินไปยังโต๊ะกลางห้องที่ชุดโคมไฟเอาไว้ให้ความสว่างในห้อง อาจางล้วงกิ่งไม้แห้งสั้นๆ 2 3 ชิ้นออกมาจากอกเสื้อเป็นยาที่อาจางแอบหยิบมาโดยไม่ให้ชุยเหนียงรู้นั้นเอง อาจางรีบนำกิ่งไม้นั้นเข้าไปเผาในตะเกียงอย่างรวดเร็วโดยใช้ตัวบังเอาไว้ไม่ให้ฮูหยินจางเห็น ก่อนจะปรับเร่งไฟในตะเกียงให้แรงขึ้นทำให้กิ่งไม้นั้นค่อยๆถูกเผาไปช้าๆ จนส่งกลิ่นหอมอ่อนๆออกมา

     “ท่านแม่ บุตรจะช่วยนวดให้ท่านแม่ช่วยนอนลงไปก่อนได้หรือไม่”
     “อาจางให้ชุยเหนียงเข้ามานวดให้แม่ไม่ดีกว่ารึ เจ้าจะได้พักผ่อนด้วย”ฮูหยินจางรู้ดีว่าการนวดประคบร้อนนั้นจำเป็นต้องถอดเสื้อผ้าออกมาเพื่อที่จะได้ประคบยาให้ซึมเข้าไป แม้อาจางจะเป็นลูกของนาง แต่ฮูหยินจางก็ยังรู้สึกอายอยู่ดี เพราะอาจางเองก็ไม่ใช่เด็กๆแล้ว
     “ท่านแม่ให้บุตรได้ปรนนิบัติท่านบ้างเถิด ท่านแม่เลี้ยงดูบุตรจนเติบใหญ่เช่นนี้แล้วบุตรยังไม่มีโอกาสทดแทนบุญคุณใดๆเลยให้บุตรได้มีโอกาสบ้างเถิด” อาจางพยายามโน้นน้าวให้ฮูหยินจางยอมให้ตนนวดให้เต็มที่จนฮูหยินจางใจอ่อนยอมให้อาจางนวดให้

     ฮูหยินจางหันกลับลงไปนอนคว่ำหน้า 2 มือแนบลำตัว รวบเส้นผมเอาไว้ด้านข้าง ให้อาจางที่นั่งอยู่ข้างเตียงลงมือนวดได้ถนัดๆ เมื่อฮูหยินจางพร้อมแล้วอาจางงก็ค่อยๆเลื่อนมือลงไปบีบนวดตามหัวไหล่กลมมลของฮูหยินจางเบาๆ

     อา เพียงแค่สัมผัสแรกอาจางก็รู้สึกได้ถึงความนิ่มนวลของไหล่ที่สัมผัสก่อนจะค่อยๆเพิ่มแรงบีบนวดขึ้นทีละน้อยๆ จนฮูหยินจางครางออกมาเบาๆ เพราะความรู้สึกสบายตัว

     อาจางค่อยๆนวดไปตามแผ่นหลังของฮูหยินจางไล่ไปตามกระดูดสันหลัง ด้วยวิชาจับเส้นที่เรียนรู้มาตั้งแต่ยุคปัจจุบัน อาจางสามารถนวดกดจุดต่างๆได้เป็นอย่างดีจนฮูหยินจางรู้สึกได้ถึงเลือดลมที่ไหลเวียนได้สะดวกขึ้นจนเคลิบเคลิ้มนอนนิ่งปล่อยให้อาจางนวดให้อย่างสุขสบาย

     อาจางนวดลงมาจนถึงเอวก่อนจะนวดกลับขึ้นไปด้านบนใหม่ เรื่อยๆ สร้างความสบายอย่างที่ฮูหยินจางไม่เคยสัมผัสมาก่อน อาจางเองก็เช่นกันเพียงได้นวดฮูหยินจางเช่นนี้ก็สร้างความสุขให้อาจางมากแล้วได้สัมผัสทั่วแผ่นหลังเนียนนุ่มมือเช่นนี้ ยิ่งเสียงครางเบาๆของฮูหยินจางที่หลุดออกมาทำเอาอาจางคิดฟุ้งซ่านไปไกล

     อาจางเริ่มเปลี่ยนท่าการนวด มาเป็นใช้ทั้ง 2 ฝ่ามือจับที่เอวคอดกิ่วเต็มๆมือ ใช้เพียง นิ้วโป้งกดจุดตามกระดูสันหลังจนฮูหยินจางสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อถูกอาจางกุมเอวบางเอาไว้ ก่อนจะกดไปตามแผ่นหลัง โดยไม่ทันได้ทักท้วง อาจางก็กดขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงช่วงกลางหลัง นิ้วของอาจางก็ได้สัมผัสกับ ด้านข้างปทุมถันของฮูหยินจางเต็มๆมือ สามารถรู้สึกได้ถึงความเต่งตึงเนื้อแน่นที่แฝงแรงดีดสะท้อนสู้มือของอาจาง

     อาจางไม่กล้าค้างมือไว้นานค่อยๆไล่ขึ้นไปตามแผ่นหลัง หากแต่นิ้วมือก็พยายามบีบนวดปทุมถันตามขึ้นมาด้วย

     “อา..... อู้ย...... ซีสส.สสส.สส.ส..ส” ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาจางกดจุดตามกระดูกสันหลังหรือเพราะถูกอาจางบีบไปตามปทุมถันด้านข้าง ทำเอาฮูหยินจางยิ่งครางเสียงดังขึ้นไปอีก

      อาจางเห็นว่าฮูหยินจางไม่ได้ว่าอะไรก็ยิ่งได้ใจ เน้นกดช่วงปทุมถันของฮูหยินจางหนักมือขึ้นจากที่แตะสัมผัสเพียงเล็กน้อย ก็ยิ่งกล้าเลื่อนมือลงต่ำลงไปอีกเพื่อให้สามารถสัมผัสปทุมถันของฮูหยินจางได้มากขึ้น

     “อ้า... อาจาง เบาๆหน่อย แม่เจ็บ” อาจางที่เผลอกดจุดฮูหยินจางแรงเกินไปเพราะความหื่นที่ต้องการสัมผัสปทุมถันของฮูหยินจางให้มากขึ้นจนต้องละมือออกมาจากสัมผัสนุ่มมือ จนอาจางต้องเสียดายเพราะความหื่นของตัวเองแท้ๆ

     หลังนวดช่วงบนอยู่นานอาจางค่อยเปลี่ยนมานวดฝ่าเท้าของฮูหยินจางบ้าง แต่ชุดของฮูหยินจางนั้นเป็นชุดคลุมยาวเพียงชิ้นเดียวถึงข้อเท้าทำให้เสื้อผ้า นั้นรัดขาทั้ง 2 ข้างเอาไว้จนตึงทำให้ไม่สามารถนวดได้สะดวกนัก

     “ท่านแม่ บุตรขอขยับชายกระโปรงได้หรือไม่บุตรไม่สามารถนวดเท้าให้ท่านแม่ได้” อาจางร้องขอฮูหยินจางที่ยังคงนอนนิ่งอยู่เพราะฮูหยินจางนอนทับชุดอยู่ทำให้อาจางไม่สามารถเลื่อนชายกระโปรงขึ้นมาได้

     ฮูหยินจางนิ่งเงียบอยู่นานจนอาจางคิดว่าฮูหยินจางคงไม่ยอมให้ตนเองถลกชายกระโปรงขึ้นไปแล้ว ขณะกำลังจะตัดใจฮูหยินจางก็ค่อยๆลุกขึ้นมานั่งที่ขอบเตียงช้าๆ จนอาจางคิดว่าฮูหยินจางคงไม่พอใจที่ตนเองขอมากเกินไป จนอดได้นวดฮูหยินจางต่อแล้ว

     ฮูหยินจางก็ค่อยๆพับชายกระโปรงขึ้นมาช้าๆ ให้อาจางเห็นช่วงขาเรียวยาวขึ้นมาช้าๆจนถึงต้นขาอ่อน ฮูหยินจางที่ค่อยๆถลกชายกระโปรงด้วยท่าทางเรียบร้อยสมเป็นกุลสตรี หากแต่ใบหน้ากลับแดงซ่านเอียงอาย อาจางได้แต่มองตาค้าง จนฮูหยินจางหยุดมัดชายกระโปรงเอาไว้บนต้นขาก่อนกลับลงไปนอนคว่ำตามเดิม

     “นวดต่อสิ แม่พร้อมแล้ว”ฮูหยินจางร้องเร่งเมื่อเห็นว่าอาจางยังนิ่งอยู่นาน

     อาจางค่อยรู้ตัวเพราะสายตาตอนนี้ยังจ้องมาขาอ่อนด้านในตาไม่กระพริบ ขาของฮูหยินจางเรียบเนียน  สวยเหมือนไม่เคยโดนแดดมาก่อน  แม้ฮูหยินจางจะถลกกระโปรงขึ้นมาถึงเพียงช่วงต้นขาเท่านั้นแต่อาจางที่เห็นขาเรียวยาวสวยถึงกับทำตัวไม่ถูก

     อาจางค่อยๆนวดเท้าของฮูหยินจางช้าๆตั้งแต่ฝ่าเท้าขึ้นมาถึงขาอ่อนเท่าที่ฮูหยินจางกันชายกระโปรงไว้ เรียวขาของฮูหยินจางนั้นเต่งตึง เนื้อแน่นเต็มไม้เต็มมือไม่เหลว ยิ่งอาจางบีบเฟ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งรับรู้ได้

      “อา.... สบายดีจังเลยอาจาง ลูกไปหัดเรียนวิธีนวดแบบนี้จากไหนกัน อ้า....”

     ยิ่งอาจางนวดเท่าไหร่ก็ยิ่งเขยิบขึ้นไปบนต้นขามากขึ้นๆเรื่อยๆ มือค่อยๆดันชายกระโปรงเขยิบขึ้นไปช้าๆ ยิ่งเห็นว่าฮูหยินจางไม่ได้ว่าอะไร อาจางก็ยิ่งกล้าขึ้นเรื่อยๆ จนชายกระโปรงถูกดันขึ้นไปอีกเกือบฝ่ามือ จนอาจางสามารถมองเห็นช่อดอกไม้อูมสวยขนาดใหญ่ภายใต้กระโปรงตัวน้อยด้านในได้ อย่างหมิ่นเหม่

     มังกรของอาจางนั้นดันกางเกงจนอาจางเจ็บปวดไปหมด จนสามารถเห็นได้เป็นลำ  ประท้วงอยากออกมาภายนอกเต็มทนแล้ว แต่อาจางนั้นฝืนทนเอาไว้เพราะ แผนของเขายังไม่สำเร็จดี

      อาจางยังคงนวดขาของฮูหยินจางทนทั่ว ยิ่งขึ้นมาใกล้ถึงสะโพก อาจางพยามใช้นิ้วมือดันชายกระโปรงขึ้นไปเรื่อยๆจนตอนนี้ อาจางสามารถเห็นช่อดอกไม้อูมสวยภายใต้กระโปรงบางตัวน้อยได้ชัดเต็มตาแล้วเพราะ ชายกระโปรงร่นขึ้นมาจนเกือบสุด

      แม้จะสามารถมองเห็นได้เต็มๆตาถึงรอยผ่าเป็นแนวยาวของกลีบดอกไม้ที่เริ่มมีน้ำหวานซึมออกมาเล็กน้อย แต่อาจางยังคงไม่กล้ารุกล้ำมากไปกว่านี้  แม้ในใจจะอยากเข้าไปสัมผัสมากเพียงใดก็ตาม เพียงนวดถึงโคนขาอ่อนก็ค่อยละมือกลับ แม้อาจางจะสังเกตได้ว่ายิ่งอาจางนวดสูงเท่าไหร่ ฮูหยินจางก็ยิ่งครางออกมามากขึ้นเท่านั้น

     เมื่อเห็นว่าฮูหยินจางเคลิ้มได้ที่แล้วอาจางจึงลงมือขั้นต่อไป ยาประคบที่เตรียมเอาไว้ถูกนำมาใช้งาน เนื่องจากตัวยายังคงตั้งอยู่บนเตาถ่านขนาดเล็กซึ่งถูกออกแบบมาให้เก็บกักความร้อนไว้ภายในโดยไม่มีควันออกมา ทำให้ยายังคงร้อนอยู่แต่ไม่ถึงกับร้อนลวกมือ

      อาจางค่อยๆนำลูกประคบนวดคลึงไปบนต้นขาของฮูหยินจางแช่ไว้สักพักให้ความร้อนและตัวยาค่อยๆซึมเข้าไปช้าๆจนลูกประคบคลายร้อนดีแล้วค่อยนำกลับไปแช่ในเตายาใหม่ อาจางค่อยๆนวดไปเรื่อยๆ ลูกประคบคลายร้อนก็ชุบบนเตายาใหม่ ไปเรื่อยๆจนทั่วขาของฮูหยินจาง

     “ท่านแม่สบายหรือไม่”
     “อ้า แม่สบายดีจริงๆ แม้แต่ตอนที่ชุยถง นวดให้แม่ยังไม่เคยสบายอย่างนี้มาก่อนเลย”  ฮูหยินจางยังคงนอนนิ่งหลับตาพริ้มตอบกลับมาอย่างมีความสุข ปล่อยให้อาจางนวดไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้ระวังอันใดเลย

    “อา..... อาจางเบาๆ  อ้า........ ช้าๆ  ช้าๆ” อาจางประคบยาไป มืออีกข้างก็ตามนวดคลึงต้นขาตามไปด้วยจนฮูหยินยิ่งครางลั่นเหมือนไม่เคยถูกใครนวดมาก่อน
     “ท่านแม่ลุกขึ้นมาถอดเสื้อออกก่อน บุตรจะได้ช่วยประคบหลังให้”
     “อา..... อาจางไปตามชุยถง หรือ ชุยเหนียงมาประคบให้แม่ดีกว่า” ฮูหยินจางแม้จะรู้สึกดีกับการนวดของอาจางแต่ถึงอย่างไรนางก็ไม่ต้องการถอดเสื้อออกมาต่อหน้าอาจางแบบนี้ เพียงแค่นางถลกกระโปรงขึ้นมาให้อาจางนวดต้นขาแบบนี้ก็ทำให้นางอายมากพอแล้ว

     อาจางพยายามออดอ้อนสักพักแต่ฮูหยินจางก็ยังคงคำขาดให้อาจางตามตัวชุยเหนียงมานวดแทน ให้อาจางออกไปรอข้างนอกก่อนจนกว่าจะนวดเสร็จค่อยกลับมานอน

     “ก็ได้ท่านแม่ บุตรจะไปตามชุยเหนียงมานวดให้ท่านแม่ต่อ ท่านแม่ นอนรอสักครู่ บุตรจะออกไปตามมาให้”

      อาจางเองพอคาดเดาได้แต่แรกแล้วว่าฮูหยินจางต้องไม่ยอมถอดเสื้อออกมาให้เขานวดง่ายๆเช่นนี้ แต่ก็ยอมลุกออกมาจากเตียงแต่โดยดี ก่อนจะเดินไปยังตะเกียงกลางห้องอีกครั้ง  อาจางสังเกตฮูหยินจางยังคงนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงก่อนจะค่อยๆล้วงเอาใบไม้แห้ง รูปทรงเป็นใบ 9 แฉก ออกมาจากอกเสื้อก่อนจะค่อยๆ นำไปเผาในตะเกียงจนเกิดเปลวเพลิงรุกขึ้นมาจนทั่วทั้งใบอย่างรวดเร็วก่อนจะกลับมาเป็นปกติ อาจางกลั้นหายใจเอาไว้ก่อนแล้วจึงไม่ได้สูดเอาควันเหล่านี้เข้าๆไป อาจางรีบปิดตะเกียงไม่ให้ควันลอยฟุ้งเกินไป ก่อนจะรีบออกจากห้อง

     อาจางรีบเดินเข้าไปห้องด้านข้างซึ่งโล่งว่างอยู่ ผนังที่กั้นระหว่างห้องเป็นเพียงไม้แผ่นใหญ่นำมาต่อกันเท่านั้นอาจางเคยสังเกตเห็นรอยแตกตามผนังอยู่ก่อนแล้วจึงรีบเข้าไปแนบตาตามรอยแยกนั้น

     อาจางเพียงสามารถมองเห็นบริเวณเตียงเท่านั้น แต่เท่านี้ก็เพียงพอแล้วเพราะเป้าหมายของเขา ฮูหยินจางยังคงนอนอยู่บนเตียงเช่นเดิม อาจางสามารถเห็นควันจากตะเกียงค่อยๆฟุ้งกระจายออกมาช้าๆทั่วห้องรอจนอาจางเห็นฮูหยินจาง สูดเอาควันเหล่านั้นเข้าไปจนใบหน้าเริ่มแดงขึ้นทีละน้อยๆ

     เพียงเท่านี้อาจางก็อดยิ้มออกมาไม่ได้แล้วเพราะแผนที่เขาวางเอาไว้สำเร็จอย่างสวยงาม กิ่งไม้ อันแรกที่เขานำไปเผานั้นเรียกว่า ไม้สุขสราญ เมื่อนำมาเผาจะส่งกลิ่นหอมทำให้ช่วยลดอาการเครียดลงได้ ส่วนใบไม้ที่อาจางพึ่งเผาทีหลังนั้นเรียกว่า ใบลืมทุกข์ เวลาเผาจะเกิดกลิ่นหอมอ่อนๆ เมื่อสูดดมเข้าไปแล้วจะช่วยให้หายจากอาการมึนเมา หากเพียง สูดดม ทั้ง 2 อย่างนี้ก็เพียงมีผลเท่านี้

    แต่เมื่อรวมกับ ยาประคบร้อนตามที่ชุยเหนียงบอกมา ซึ่งมีส่วนผสมของ เถาเอ็น ซึ่งช่วยคลายกล้ามเนื้อแล้วนั้น จะทำให้คนที่ได้รับเกิดหลั่งสารออกจากสมองทำให้สติเคลิบเคลิ้มชั่วขณะ ประสาทสัมผัสถูกชะลอตัวจนร่างกายไร้เรี่ยวแรง คล้ายตัวเองกำลังอยู่ในความฝันและผลอีกอย่างซึ่งอาจางคาดหวังเอาไว้ที่สุด ความทรงจำในช่วงที่ยาออกฤทธิ์นั้นจะเลอะเลือนจนจำไม่ได้ว่าช่วงเวลานั้นเกิดอะไรขึ้น

     อาจางยังคงสังเกตดูภายในห้องตอนนี้ฮูหยินจางเริ่มนอนกระสับกระส่ายไปมา ใบหน้าก็แดงขึ้นมาจงเห็นได้ชัด ก่อนจะค่อยๆ นอนนิ่งลงไป อาจางเห็นว่ายาน่าจะออกฤทธิ์ดีแล้ว ควันจากใบลืมทุกข์ ก็จางหายไปแล้วจึงรีบกลับเข้าไปในห้องใหม่

     ทันทีที่อาจางกลับเข้ามาในห้อง ก็รีบลงกลอนประตูทันทีก่อนจะรีบเดินไปยันเตียงที่ฮูหยินจางนอนอยู่ ตอนนี้ฮูหยินจางน่าจะอยู่ในช่วงสะลึมสะลือ กึ่งหลับกึ่งตื่น

     อาจางเอื้อมมือลงไปจับข้อมือขาวผ่องตรวจชีพจรของฮูหยินจาง เพื่อความแน่ใจ ตอนนี้ชีพจรของฮูหยินจางเต้นช้าลงมาก จนอาจางแน่ใจว่าฮูหยินจางถูกยาออกฤทธิ์ดีแล้ว  อาจางยังคงตรวจการหายใจและระบบการทำงานของร่างกายส่วนอื่นๆว่ายังคงทำงานตาม


*

ออฟไลน์ test002

  • Tiny Member
  • *
  • 16
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: อาจาง ย้อนเวลา ตอนที่ 12 + 13
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2016, 09:05:04 AM »
ขอบคุณครับ

*

ออฟไลน์ Emmy

  • Tiny Member
  • *
  • 16
  • 1
    • ดูรายละเอียด
Re: อาจาง ย้อนเวลา ตอนที่ 12 + 13
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2016, 09:35:56 AM »
เนื้อเรื่องสนุกมากครับ

*

ออฟไลน์ armggnd

  • Full Member
  • **
  • 76
  • 113
    • ดูรายละเอียด
Re: อาจาง ย้อนเวลา ตอนที่ 12 + 13
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2016, 12:59:20 AM »
สนุกมากๆเลยครับ ขอบคุณครับ

*

ออฟไลน์ tumalone

  • Full Member
  • **
  • 68
  • 121
  • สุวรรณภูมิ
    • ดูรายละเอียด
Re: อาจาง ย้อนเวลา ตอนที่ 12 + 13
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กันยายน 23, 2016, 09:09:10 AM »
เรื่องนี้ไม่มีใครมีฉบับสมบูรณ์ก่อนข้อมูลหายบ้างเลยเหรอครับ  ::Thankyou::

*

ออฟไลน์ dawnhowl

  • Tiny Member
  • *
  • 14
  • 63
    • ดูรายละเอียด
Re: อาจาง ย้อนเวลา ตอนที่ 12 + 13
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2016, 12:07:58 PM »
ขอบคุณครับ

*

ออฟไลน์ takeshi

  • Full Member
  • **
  • 67
  • 133
    • ดูรายละเอียด
Re: อาจาง ย้อนเวลา ตอนที่ 12 + 13
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: ตุลาคม 15, 2016, 09:23:44 PM »
best bankai. ::KO:: ::KO::

*

ออฟไลน์ ctier

  • Tiny Member
  • *
  • 28
  • 74
    • ดูรายละเอียด
Re: อาจาง ย้อนเวลา ตอนที่ 12 + 13
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2016, 05:46:43 PM »
ตามมาอ่านรำลึกความหลังครับ

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ