7 Sin : Asmodeus "รักแท้"

7 Sin : Asmodeus "รักแท้"

  • 163 ตอบ
  • 9095 อ่าน
*

ออฟไลน์ GoDeRsOuL

  • Junior Member
  • ***
  • 371
  • 945
    • ดูรายละเอียด
7 Sin : Asmodeus "รักแท้"
« เมื่อ: ธันวาคม 08, 2016, 01:05:23 am »
ตอนนี้จะเป็นตอนแยกตอนเดียวนะครับ อาจจะไม่ค่อยมีฉากเสียวมากมายเท่าไหร่ (แต่มีรูปซึ่งซ่อนไว้)

อ่านตอนนี้จบ ท่านจะทราบรายละเอียดของเรื่อง 7 sin มากขึ้น

ต่อไปนี้ผมจะซ่อนเป็นช่วงๆนะครับ ถ้าไม่เม้นก็จะอ่านไม่รู้เรื่อง

เม้นตามกฏบอร์ด และ แนะนำ ติชมบทประพันธ์ได้ตามสะดวกครับ ผมตามอ่านทุกเม้นอยู่แล้ว

ปล.1 ถ้ามีคำถามผมตอบให้นะครับ ลองกลับไปอ่านที่เม้นดู

ปล.2 เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าจากปากแอสโมดิวส์นะครับ จึงทำให้บางช่วงจะละเอียด และบางช่วงรวบรัด

ปล.3 ในห้องของผมบางทีจะมีแจ้งข่าวหรือตัวอย่างตอนใหม่ๆไปลงนะครับ ไปพูดคุยกันได้



..........................................................


แรกเริ่มเดิมทีนั้น....

ตัวข้ามีนามว่า ‘อโฟร์ไดท์’ ….

ข้าเป็นเพียงชาวสวรรค์ธรรมดาที่เติบโตและอาศัยอยู่ในแดนสวรรค์ส่วนตะวันตก….

แดนสวรรค์ที่มีอีกชื่อว่า.... อีเดน....

มันเริ่มต้นขึ้นเมื่อข้าอายุได้เพียงแค่ 1,800 ปีมนุษย์ ‘มหาเทพ’ เทพเจ้าสูงสุดผู้ปกครองอีเดน ได้เดินทางมาเที่ยวชมสระมรกตที่ตั้งอยู่ใกล้กับหมู่บ้านของข้าจนพลบค่ำ
ในขณะที่คณะของมหาเทพกำลังเดินทางผ่านหมู่บ้านเพื่อกลับวัง มหาเทพได้พบเห็นเข้ากับดรุณีสาวตนหนึ่งที่มีรูปร่างหน้าตาสวยล้ำกว่านางสวรรค์อื่นใดที่ตนได้เคยพานพบ
ดรุณีสาวตนนั้นก็คือตัวข้าในวัยสาวสะพรั่ง ซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยกริยามารยาทและความสามารถที่กุลสตรีชาวสวรรค์ตนหนึ่งพึงมี และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดของตัวข้า

 

มหาเทพพอใจในตัวข้าเป็นอย่างมาก จึงใช้อำนาจบาตรใหญ่ของมันออกคำสั่งเรียกตัวข้าให้เข้าไปพบกับมันในราตรีนี้
เมื่อได้ยินเข้าข้าก็ตกใจจนแทบสิ้นสติ เพียงแต่ไม่อาจแสดงออกทางสีหน้าได้ ข้าทำได้เพียงจำใจยอมรับคำสั่งและรีบเดินทางกลับบ้านเพื่อบอกเรื่องนี้กับบิดาและมารดา
ชาวสวรรค์ทุกตนในหมู่บ้านที่ทราบข่าวต่างก็พากันมาแสดงความดีใจที่บ้านของข้ากันถ้วนหน้า
เพราะรู้กันไปทั่วว่านางสวรรค์ตนใดถูกมหาเทพเรียกไปพบดั่งเช่นข้านั้น มักจะกลายเป็นนางสนมและมีชีวิตที่สุขสบายทั้งสิ้น
เพียงแต่ว่า.... ไม่มีใครเลยแม้ซักตนที่จะถามถึงความสมัครใจของข้า

มหาเทพเลือกที่จะตั้งกระโจมพักอยู่ที่ท้ายหมู่บ้านโดยเลื่อนการเดินทางกลับวังออกไป
ข้าหันไปร่ำลาบิดามารดาที่เดินมาส่งตรงสุดเขตหมู่บ้านก่อนที่จะเดินตรงไปยังกระโจมหลังใหญ่ซึ่งเป็นที่พักของมหาเทพเพียงลำพัง
และในคืนนั้นเอง พรหมจรรย์ที่ข้าเฝ้ารักษามาอย่างยาวนานก็ได้ขาดสะบั้นลงโดยฝีมือของมหาเทพ

ทันทีที่สองขาเรียวสวยของข้าก้าวเข้าไปในกระโจมพัก ร่างอรชรอ้อนแอ้นของข้าก็ถูกมหาเทพที่ดักรออยู่ช้อนอุ้มขึ้นด้วยสองแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม 
มันมิพูดพล่ามทำเพลงอันใดอีกเหมือนกระหายในตัวข้ามานานแสนนาน ใบหน้าที่เต็มไปด้วยเคราขาวยาวก้มลงประกบจูบกับปากของข้าทันที
ลิ้นหนาใหญ่ถูกส่งเข้ามาในโพรงปากของข้าและคว้าไปทั่ว ข้ารู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าเข้าเบาๆ ร่างของข้าพลันสั่นสะท้านและไร้เรี่ยวแรงที่จะตอบโต้ในทันที
มหาเทพอุ้มร่างของข้าเดินตรงไปทางเตียงที่ตั้งอยู่กลางกระโจมโดยไม่ละจากการจูบ
มันวางร่างของข้าลงอย่างแผ่วเบาและสะบัดมือหนึ่งครั้ง อาภรณ์ที่ข้าตั้งใจสวมใส่เพื่อปกปิดร่างอย่างมิดชิดพลันหายไป
ดวงตาของมหาเทพลุกวาวด้วยความถูกใจเมื่อได้เห็นร่างกายของข้าเต็มสองตา

 

ทั้งผิวกายขาวนวลละเอียดนุ่มนิ่มน่าลูบไล้ ส่วนเว้าโค้งดูพอดีไม่ขาดเกินดั่งสวรรค์บรรจงสร้าง ปทุมถันขนาดพอเหมาะเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อหยุ่นกระชับเด้งสู้มือมิมีหย่อนคล้อย
ปลายยอดประดับไว้ด้วยเม็ดกลมแดงอมชมพูที่ชูชันแข็งเป็นไตจากรสจูบ ไหนจะโคกเนินอวบอูมเกลี้ยงเกลาน่าสัมผัส
สองกลีบปิดสนิทด้วยยังมิเคยถูกรุกล้ำโดยสิ่งใดแม้แต่มือของตนเอง เพียงแต่ตอนนี้มันเผยอออกเล็กน้อยและมีน้ำเหนียวใสเอ่อล้นส่งกลิ่นสาปสาวคลุ้งไปทั่ว

 

ข้านอนหอบหายใจกระเส่าด้วยไม่เคยพบกับรสรักเช่นนี้มาก่อน ตาชำเลืองจ้องไปที่แก่นกายของมหาเทพ มันแข็งเป็นลำยาวตั้งชี้ตรงตระหง่านมาที่ข้า
ข้ารู้สึกเสียววูบวาบไปทั่วท้องน้อย ในใจภาวนาให้ไม่รู้สึกเจ็บเกินไปเหมือนที่เคยได้ยินมา มหาเทพเหมือนรู้ว่าข้าคิดเช่นไร มันจึงพยายามชวนข้าคุยเพื่อให้คลายกังวล
มันถามชื่อข้าและเรื่องราวของตัวข้าในขณะที่มันล้มลงนอนข้างกายข้าและใช้ฝ่ามือหยาบใหญ่ของมันลูบไล้ไปทั่วร่าง

ข้ารู้สึกเคลิบเคลิ้มจากรสมือของมหาเทพเมื่อปลายนิ้วของมันบี้บดคลึงอยู่ที่ปุ่มกระสันอย่างนุ่มนวลจนเริ่มส่งเสียงครางอย่างรัญจวนใจแทนการตอบคำถาม
ไฟราคะที่แผดเผาไปทั่วร่างจนข้ารู้สึกร้อนรุ่มไปหมด มหาเทพรับรู้ได้ทันที่จากความชุ่มฉ่ำจนเกือบแฉะที่เจิ่งนองอยู่ปากรูสวรรค์ว่าถึงเวลาที่มันจะได้พรากความสาวของข้าแล้ว
มันขยับตัวลุกขึ้นพลิกตัวข้าให้นอนหงาย จับสองขาของข้ากางออกกว้างและแทรกตัวโถมทับเข้ามาทันที
เครายาวขาวสากซุกไซร้อยู่ที่ซอกคอขาวผ่องของข้าพลางกระซิบคำหวานรื่นหู ปลายหัวลึงค์บานใหญ่คอยทิ่มแทงรูดไล้ไปตามกลีบสาวเป็นจังหวะจะโคนด้วยลีลามากรัก
เมื่อสองคิ้วของข้าเริ่มขมวดเป็นปมจากความเสียวที่ได้รับ มหาเทพก็ออกแรงกดปลายหัวบานเข้ามาทันที

 

ปากของข้าเผยอออกกว้างโดยมิอาจควบคุม ร่องรูของข้า รับรู้ได้ถึงความใหญ่โตคับแน่นที่ค่อยๆแทรกลึกเข้ามาอย่างช้าๆ
สองมือโอบกอดรอบลำตัวและออกแรงจิกลงบนแผ่นหลังของมหาเทพจนเป็นรอย มันเคลื่อนที่เข้ามาได้เพียงกึ่งหนึ่งของความยาวข้าก็สัมผัสได้ถึงความเจ็บแสบ เจ็บแสบจนต้องหลั่งน้ำตา
แต่เพียงมหาเทพได้เห็นหยาดน้ำตาใสไหลรินออกมาจากตาข้าเพียงหนึ่งหยด มันก็หยุดขยับเขยื้อนกายทันทีและเริ่มซุกไซร้ใบหน้าไปทั่วทรวงอกงามของข้า

 

เมื่อความรู้สึกเจ็บแสบเริ่มบรรเทาลงมหาเทพก็ถอนล้ำยาวออกช้าๆ และค่อยๆกดแก่นกายใหญ่โตของมันเข้ามาใหม่เช่นเดิม
ซึ่งเป็นอย่างนี้ถึงสี่รอบก่อนที่สะโพกผายของข้าจะเริ่มเด้งตามการถอนลำของมัน และหลังจากนั้น เกมกามที่มหาเทพบรรจงมอบให้ข้าก็ดำเนินต่อไปจวบจนพระอาทิตย์เริ่มทอแสง
ความใหญ่โตของท่อนลำทำให้ข้าสุขสันต์จนแทบเป็นบ้า ตัวข้าในตอนนั้นยังด้อยประสบการณ์นัก ลีลารักของมันจึงทำให้ข้าหลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้น
หลังเสร็จจากศึกรักอันหนักหน่วง ข้าทำได้เพียงแค่นอนทอดร่างนิ่งอย่างไร้สิ้นเรี่ยวแรงเท่านั้น
มหาเทพที่ยังไม่เหน็ดเหนื่อยนักเอ่ยปากชักชวนให้ข้ายอมเป็นหนึ่งในนางสนม โดยที่มันสัญญาว่าจะมอบสิ่งมีค่าต่างๆและดูแลบิดามารดาของข้าให้สะดวกสบายไม่ต่างกัน
เวลานั้นอายุข้ายังน้อยและอ่อนต่อโลก เมื่อเห็นความสุขสบายลอยอยู่ในปากมหาเทพ ข้าจึงตกปากรับคำของมันทันที

 

ชั่วเวลาหลังจากนั้นเพียงไม่นาน ด้วยความสวยงามเกินกว่าชาวสวรรค์ตนใด
มหาเทพจึงมอบตำแหน่งเทพีแห่งความงามพร้อมกับการแต่งตั้งข้าขึ้นเป็นราชินีของอีเดนด้วยความรักใคร่
ซึ่งมิมีผู้ใดคัดค้านในความงามและความสามารถของข้า ทำให้ตัวข้าในเวลานั้นมีแต่ความสุขสบาย และพอใจที่จะเป็นแบบนี้ต่อไปด้วยความยินดียิ่งนัก

จนกระทั่งวันที่เขาผู้นั้นได้ถือกำเนิดขึ้น เทพผู้กำเนิดจากแสงสว่าง และมีพลังทัดเทียมมหาเทพ....

ลูซิเฟอร์....

ข้ายังจำได้ดี ถึงวันที่เทพองค์สำคัญทั่วทุกส่วนของแดนสวรรค์รีบเดินทางรุดมายังวิหารแห่งการกำเนิดแห่งอีเดน
มันเป็นวันที่ทวยเทพทุกตนสัมผัสใดถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่กำลังจะถือกำเนิดขึ้นในอีกไม่ช้า
มหาเทพเองก็เช่นกัน เมื่อมันรู้สึกได้ถึงพลังของเขา มันก็ละทิ้งข้าในขณะบรรเลงเกมรักและหายตัวไปจากวังทันที
ตัวข้าที่สัมผัสได้หลังจากนั้นไม่นานจึงรีบออกตามไปด้วย
และเมื่อข้าไปถึง การถือกำเนิดของเขาก็เสร็จสิ้นพอดี....

ร่างหนึ่งนั่งตั้งเข่าก้มหน้านิ่งอยู่ท่ามกลางรัศมีสีทองที่สว่างเรือง ปีกทั้ง 6 ที่ห่อหุ้มตัวของเขาไว้สะบัดกางออก พัดพาเอาหมอกจางๆที่ลอยอยู่บริเวณนั้นแหวกออกเป็นวงกว้าง
เขาผู้นั้นลอยตัวสูงขึ้นจากแท่นแรกกำเนิดช้าๆ ร่างสูงใหญ่กำยำเต็มไปด้วยกล้ามเนื้ออันสมบูรณ์ค่อยๆยืดตัวขึ้นตรง มือขวายกขึ้นเสยผมสีทองหยักศกเงางามที่ปรกหน้าให้เป็นทรง
เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับเทพบุตร ดวงตาสีเขียวมรกตเข้มดูเหม่อลอยไม่จับจ้องที่ใดเป็นพิเศษ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของเทพที่จุติ ณ แท่นแรกกำเนิดจะค่อยๆปรับสภาพดวงจิตทีละนิด
มหาเทพก้าวเดินออกจากหมู่ทวยเทพที่ล้อมเขาไว้เป็นวงกลมประมาณ 10 ก้าวและหยุดอยู่ตรงหน้าเขาผู้นั้นโดยเว้นระยะไว้

“จงเอ่ยนามของเจ้าออกมา” มหาเทพพูดขึ้นในขณะที่ใช้สองมือไพล่ไว้ด้านหลังและเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย มันพยายามทำตัวให้ทรงอำนาจเท่าที่จะทำได้ เพราะสัมผัสได้ถึงพลังที่เทียบเคียงตน

“ข้า.... นามของข้า.... ลูซิเฟอร์” เสียงที่เปล่งออกจากปากของเขาช่างทรงอำนาจ มันดังกังวานก้องไปทั่วทั้งแดนสวรรค์ นับตั้งแต่นั้นมา ไม่มีผู้ใดในสวรรค์ที่จะไม่รู้จักนามนี้

มหาเทพรับลูซิเฟอร์เข้ามาอยู่ในวังและแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในแม่ทัพเอกของอีเดน มีสิทธิ์ขาดและอำนาจเป็นรองแค่ตนและสองขุนพลสวรรค์เท่านั้น
ทั้งๆที่จริงแล้วพลังของลูซิเฟอร์นั้นใกล้เคียงกับมหาเทพเลยทีเดียว มันนึกกลัว.... กลัวว่าเขาจะมีตัวตนที่ทัดเทียมกับมันจึงพยายามกดเขาเอาไว้ใต้อำนาจ
ส่วนตัวข้านั้น ทันทีทันใดที่ได้เห็นดวงพักตร์ของเขา ดวงใจของข้าก็เต้นแรง รู้สึกดั่งโดนอีรอสแผลงศรใส่ให้จิตคิดพิศวาสถึงแต่ตัวเขา
นี่กระมั้ง....  รักแรกพบ....

มันคงเป็นชะตาฟ้าลิขิตที่ผู้สร้างสรรค์กำหนดมาให้ข้าต้องรักเขาตั้งแต่แรกเห็น
แต่น่าเสียดายยิ่งนัก.... ที่รักครั้งนี้เป็นรักข้างเดียว.... เพราะข้าไม่เคยสัมผัสได้ถึงความรักที่มีต่อข้าจากเขาเลยแม้แต่นิด
สิ่งที่เขารักและสนใจมีเพียง ‘มนุษย์’ เท่านั้น แต่ข้าก็ไม่เคยยอมแพ้ ยังคงแอบทอดสะพานให้เขาอยู่ร่ำไป โดยที่มหาเทพนั้นไม่เคยได้ล่วงรู้เลย
มันยังคงให้ข้าอยู่เคียงข้างกาย และคอยตักตวงความสุขจากเรือนร่างอันงดงามของข้าเสมอมา

จวบจนวันหนึ่ง สงครามก็ได้อุบัติขึ้น....

‘ซาตาน’ หนึ่งในมหาบาปทั้ง 7 แห่งนรกตะวันตก ได้ยกกองทัพเหล่าปิศาจใต้อาณัติบุกขึ้นแดนสวรรค์ตะวันตกเพื่อยึดอีเดน
มันต้องการจะใช้อีเดนเป็นฐานกระจายกำลังเพื่อบุกยึดแดนสวรรค์ส่วนอื่น สงครามในครั้งนั้นถือเป็นสงครามครั้งที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยปรากฏมา
ลูซิเฟอร์ได้รับคำสั่งจากมหาเทพให้นำกองทัพชาวสวรรค์ออกไปต้านทานโดยตัวของมันเองนั้นนั่งปลอดภัยอยู่ในวัง ศึกครั้งนี้ทำให้ชื่อเสียงของลูซิเฟอร์ยิ่งขจรขจายไปทั่วทั้งนรกและสวรรค์
นั่นเพราะความเก่งกาจหาที่เปรียบไม่ได้ของลูซิเฟอร์ได้นำพาชัยชนะในการรบให้กับอีเดนทุกครั้งที่เขาออกศึก เพียงแต่ว่าซาตานเองก็เป็นหนึ่งในจอมปีศาจที่อยู่มานานกว่าลูซิเฟอร์มากนัก
มันจึงมีกลยุทธ์การศึกต่างๆที่เหนือล้ำและช่วยให้มันคงอยู่ในสถานะที่ไม่พ่ายแพ้แต่ก็มิอาจเอาชัย สงครามครั้งนี้จึงยังไม่จบสิ้นและยืดเยื้อไปอีกหลายปี

ในที่สุด เมื่อมหาเทพเห็นว่าลูซิเฟอร์ไม่สามารถจบศึก มันจึงตัดสินใจที่จะขอกำลังเสริมจากแดนสวรรค์ส่วนอื่นเพื่อจบสงครามในครั้งนี้เพื่อฉีกหน้าเขา
ซาตานที่รู้ตัวว่าตนเองไม่มีทางยึดอีเดนได้หากมีเทพจากแดนอื่นมาช่วย จึงตัดสินใจขอเจรจาสงบศึกทันที โดยมีข้อแม้ว่าต้องส่งลูซิเฟอร์มาเป็นคนเจรจา
มหาเทพจึงส่งเขาออกไปเป็นตัวแทนตามคำขอ โดยหารู้ไม่ว่าทั้งหมดเป็นแผนที่ซาตานวางเอาไว้แล้ว

การเจรจากับซาตานผ่านไปอย่างรวดเร็วด้วยเวลาเพียง 3 วัน หลังจากที่ลูซิเฟอร์กลับมา ความคิดของเขาก็เปลี่ยนแปลงไป
เขากลับกลายเป็นเทพที่ไร้ความเมตตา หยิ่งยโส และทรนง สิ่งอื่นใดนอกจากตนเองนั้นเปรียบเหมือนเพียงมดปลวกไร้ค่าในสายตาของของเขา
ลูซิเฟอร์รวบรวมเหล่าชาวสรรค์ที่เห็นชอบในตัวเขาจำนวนกว่า 2 ใน 3 ให้ลุกขึ้นก่อกบฏในอีเดน ดินแดนของมหาเทพในทันที เป็นการก่อกบฏเพื่อชิงบรรลังก์เทพสูงสุดของแดนสวรรค์ที่ควรคู่กับตัวเขา
สงครามซ้อนสงครามจึงกำเนิดขึ้นนำพาความโกลาหลให้เกิดไปทั่ว โดยที่ซาตานคอยเฝ้ามองดูอยู่ดวยความสะใจที่หนึ่งในแผนของมันสัมฤทธิ์ผล
แต่ในขณะที่กองทัพกบฏของลูซิเฟอร์กำลังจะได้ชัยเหนือมหาเทพ เขาก็ได้เผชิญหน้ากับกองทัพชาวสวรรค์ที่เดินทางกลับมาจากการทำภารกิจที่แดนสวรรค์เหนือ
กองทัพที่นำทัพโดยขุนพลสวรรค์มิคาเอล ผู้ซึ่งเป็นเสมือนมือขวาของพระเจ้า เทพที่มีพลังด้อยกว่าลูซิเฟอร์เพียงเศษเสี้ยว

ต้องเล่าเท้าความกลับไปก่อนที่ซาตานจะยกพลขึ้นมาบุกอีเดนเพียง 1เดือน
‘ฮาเดส’ เทพแห่งความตายของแดนนรกส่วนเหนือผู้ปกครองยมโลก ได้ชิงยกกำลังพลขึ้นมาโจมตียอดเขาโอลิมปัสที่ปกครองโดย ‘เทพซุส’ โดยกะทันหัน
กองทัพปีศาจของฮาเดสที่ยกพลมาในครานี้ช่างทรงพลังนัก ทำให้กองทัพฝ่ายเทพถูกตีแตกกระเจิงจนต้องถอยร่นมาปักหลักอยู่ใต้เชิงเขาโอลิมปัส
ซึ่งเป็นช่องเขาที่มีลักษณะเป็นคอขวด ทำให้กองทัพเทพสามารถยันทัพของฮาเดสเอาไว้ได้ แต่ก็คงไม่นานนัก
เทพซุสจึงต้องส่งสาสน์ขอความช่วยเหลือไปยังแดนสวรรค์ส่วนอื่นด้วยความจำใจ
เมื่อมหาเทพได้รับสาสน์จึงได้สั่งให้มิคาเอลนำกองทัพของตนไปช่วยเหลือเทพซุสทำศึกที่เขาโอลิมปัสร่วมกับกองทัพจากสวรรค์ส่วนอื่นทันที
เมื่ออีเดนขาดมิคาเอลไปและขุนพลสวรรค์ซ้ายกำลังเก็บตัวบำเพ็ญตน ทำให้ลูซิเฟอร์และแม่ทัพเอกตนอื่นไม่อาจเอาชัยจากซาตานที่ยกพลมาเพียงลำพังได้

แต่ในตอนนี้มิคาเอลกลับมาแล้ว....  เขากลับมายืนอยู่ตรงหน้าลูซิเฟอร์ที่กรำศึกหนักมาตลอดหลายปีโดยมิได้พัก....

ผลสรุปก็คือ.... กองทัพกบฏของลูซิเฟอร์พ่ายแพ้.... พ่ายแพ้ในชั่วเวลาไม่นาน....

ซาตานที่เห็นเหตุการณ์ไม่เป็นอย่างที่คาดหวังก็รีบยกกองทัพกลับนรกทันที เพราะมันรู้ดีว่าไพร่พลของตนไม่มีกำลังจะบุกยึดอีเดนที่มิคาเอลกลับมาแล้วได้
ลูซิเฟอร์ที่พ่ายแพ้ถูกจับกุมและตัดสินให้ต้องแตกดับในอีก 3 วัน โทษฐานที่เขาก่อกบฏต่ออีเดน ร่างของเขาถูกจองจำไว้ด้วยโซ่ตรวนอันแน่นหนาในส่วนที่ลึกที่สุดของคุกสวรรค์
ตัวข้าที่ทราบข่าวไม่อาจทานทนได้ที่ต้องเห็นเขาทนทรมาณและถูกประหาร เพียงแต่ข้าไม่รู้จะหาหนทางเช่นไรในการที่จะช่วยเขาออกมา

ในขณะที่ข้ากำลังกระวนกระวายใจ กลับมีนางกำนัลที่ข้าไม่เคยเห็นหน้านางหนึ่ง เดินมาบอกข้าถึงช่องทางลับระหว่างนรก-สวรรค์ที่ไม่เคยโดนตรวจพบ
นางบอกว่าเรื่องนี้เป็นความลับที่เทพน้อยตนนักจะรู้และอยากจะช่วยข้าเพราะอยู่ปรนนิบัติข้ามานาน นางยังเอ่ยปากเร่งเร้าว่าต้องตัดสินใจเรื่องนี้ทันทีในตอนที่มหาเทพยังไม่รู้ตัวหากคิดจะพาเขาหลบหนี
เมื่อได้ฟังจนจบข้าก็ไม่เสียเวลาแม้ซักนิดในการตัดสินใจ ข้าตอบตกลงและให้นางนำทางไปพร้อมกับนางกำนัลและองค์รักษ์ที่ภักดีและพร้อมจะหนีไปกับข้าจำนวนหนึ่งทันที
แต่ข้าไม่อาจรู้เลยว่า... แท้จริงนั้นเรื่องนี้เป็นแผนที่มหาเทพเตรียมไว้เพื่อลองใจข้า....

เมื่อข้าแอบเข้าไปในคุกสวรรค์และปลดปล่อยลูซิเฟอร์ที่ไร้สติได้สำเร็จ ในขณะที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปด้วยดีตามแผนของนางกำนัลแปลกหน้า
ข้ากลับโดนล้อมไว้โดยกองกำลังของมหาเทพที่ดักรออยู่ตรงทางออก ข้าคาดเดาได้ทันทีถึงเรื่องทั้งหมดเมื่อเห็นนางกำนัลแปลกหน้าวิ่งออกไปรวมกลุ่มกับมหาเทพ
มันเอ่ยกล่าวว่าตัวข้าแอบพานักโทษอุกฉกรรจ์หลบหนี จึงต้องรับโทษทัณฑ์เฉกเช่นเดียวกันและสั่งให้ทหารเข้าจับกุมข้าทันที
นางกำนัลและองค์รักษ์ที่ภักดีในตัวข้าเข้าต้านสุดกำลัง แต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟพวกเขาจึงถูกสังหารจนหมด เหลือเพียงข้าที่ยืนประคองลูซิเฟอร์อยู่เพียงลำพัง

แต่เทพีแห่งโชคชะตาอาจจะยังคงไม่โหดร้ายกับข้ามากนัก ลูซิเฟอร์ที่สลบไสลอยู่กลับได้สติขึ้นมาพอดี
เขากวาดตามองไปรอบๆและเข้าใจเรื่องทั้งหมดในทันที มหาเทพที่สังเกตุเห็นว่าลูซิเฟอร์ได้สติ มันจึงรีบออกคำสั่งให้สังหารพวกเราทันที
ลูซิเฟอร์ไม่รอช้า เขาใช้พลังทั้งหมดที่เหลืออยู่พาข้าตีฝ่าหนีออกมาได้ แต่ความสิ้นหวังยังคงเกาะกินหัวใจของข้าอยู่ เมื่อพวกเราไม่รู้ว่าจะไปแอบซ่อนยังที่ใด
ข้าจึงเสนอถึงหนทางลับที่นางกำนัลได้เคยบอกข้าเพราะมันเป็นเพียงฝางเส้นสุดท้ายให้พวกเราคว้าไว้

แต่ก่อนที่พวกเราจะเข้าไป กองกำลังของมหาเทพก็ตามมาถึง พวกเราต่อสู้พลางถอยร่นเข้ามาในทางลับซึ่งมีลักษณะเป็นอุโมงค์ลึกยาวไม่มีสิ้นสุด
ตัวข้านั่นแท้จริงแล้วไม่มีอำนาจในการต่อสู้เท่าใดนัก ลูซิเฟอร์จึงต้องรับศึกหนักอยู่เพียงฝ่ายเดียว เมื่อพวกเราถลำเข้ามาได้ครู่ใหญ่มหาเทพก็มีอาการร้อนรนขึ้นมาจนสังเกตได้
มันรีบสั่งให้กองกำลังทั้งหมดเร่งโจมตีให้สุดแรงโดยที่ตัวของมันเองร่วมโจมตีเข้ามาด้วย มวลพลังมหาศาลลอยตรงมาที่ร่างของพวกเราอย่างรวดเร็ว
ข้าสัมผัสได้ว่าเขาไม่มีพลังพอที่จะต้านทานได้อีกต่อไป ข้าจึงโผเข้าไปกอดตัวเขาและหลับตาลงรอรับความตาย โดยหวังแค่เพียงให้ข้าได้ตายใกล้คนที่รักสุดหัวใจโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน....

เสียงกัมปนาทดังลั่นไปทั่วโพรงถ้ำ.... ขอจินตนาการถึงความตายที่กำลังจะมาถึง....

ความตายของชาวสวรรค์ที่เรียกว่าการแตกดับ.... และเป็นการสูญหายไปตลาดกาล....

...............................................

ข้าลืมตาขึ้นมาด้วยความงุนงงเมื่อแผ่นหลังสัมผัสได้ถึงผืนทรายอันร้อนระอุและรับรู้ได้ถึงน้ำหนักของร่างไร้สติที่นอนทาบทับอยู่บนตัวข้า
ข้าขยับตัวของเขาออกและวางลงบนพื้นทรายอย่างแผ่วเบาก่อนจะชันตัวลุกขึ้นนั่งคุกเข่าอยู่เคียงข้าง ตัวของเขาเต็มไปด้วยบาทแผลลึกและนอนหายใจรวยริน

ข้ายังไม่เข้าใจถึงสิงที่เกิดขึ้นมากนัก เพียงแต่รับรู้ได้จากสภาพแวดล้อมว่าข้ากำลังอยู่ในแดนนรกและพ้นจากการตามล่าของมหาเทพแล้ว
รอบกายของข้าเต็มไปด้วยผืนทรายกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ทุกหนแห่งมีแต่ความแห้งแล้งไร้สัญลักษณ์ของสิ่งมีชีวิต แสงแดดร้อนแรงของพระอาทิตย์แผดเผาไปทั่ว
โชคยังดีที่ไม่ห่างไปมากนักมีภูเขาหินลูกเล็กๆลูกหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ ตรงตีนเขามีปากถ้ำขนาดใหญ่ที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าจากระยะที่ข้านั่ง
ข้าจึงตัดสินใจยกร่างของเขาแบกขึ้นด้วยกำลังทั้งหมดที่มีเพื่อเดินไปยังถ้ำที่เห็น ร่างงามของข้าถลอกไปทั่วจากการเสียหลักล้มหลายสิบครั้งโดยเฉพาะสองเท้าของข้าที่ไม่ได้สวมใส่อะไรเลย

ในที่สุดข้าก็พาร่างของข้าและเขามาจนถึงที่หมาย เมื่อข้าได้มีเวลาพักเหนื่อยจนกำลังวังชาเริ่มกลับคืนมาแล้ว ข้าจึงได้มีเวลาสังเกตอาการบาทเจ็บของเขา
ข้าสัมผัสถึงพลังชีวิตในร่างกายของเข้าเพียงน้อยนิด เหมือนแสงเทียนริบหรี่ที่ใกล้มอดดับลงไปทุกขณะ
เมื่อตระหนักได้ว่าอีกไม่นานร่างของเขาคงจะต้องดับสูญไป ข้าจึงตัดสินใจที่จะมอบพลังชีวิตของข้าให้กับเขาทันที
เพียงแต่ว่าโดยปกติแล้ว การส่งมอบพลังชีวิตให้แก่กันและกันนั้นสามารถส่งต่อให้ทางไหนก็ได้ถ้าผู้รับยังมีสติอยู่ครบถ้วน
แต่ในกรณีของเขาที่หมดสติไปแล้วนั้น ข้าต้องบังคับให้พลังชีวิตไหลผ่านเข้าไปได้แค่ทางจมูกและปากเท่านั้น
เมื่อนึกได้ดังนี้ใบหน้าของข้าก็ร้อนผ่าว เพราะนั่นหมายความว่า ข้าจะต้องจูบกับเขาเท่านั้น

เวลาไม่เคยรั้งรอใคร ตอนนี้ก็เช่นกัน ข้าไม่คิดอะไรให้มากความ ตั้งจิตรวบรวมพลังชีวิตทั้งหมดในร่างข้าและโน้มตัวก้มลงบดฝีปากกับเขาทันที
ไอชีวิตสีน้ำเงินเข้มไหลออกจากร่างข้าเข้าไปในตัวเข้าอย่างต่อเนื่อง ร่างของข้าเริ่มอ่อนแรงลงทีละน้อยตรงกันข้ามกับร่างของเขาที่บาทแผลเริ่มสมานตัว
เวลาผ่านไปเพียงไม่นานเขาก็ได้สติและผลักร่างของข้าออกทันที

เขาค่อยๆทรงตัวลุกขึ้นนั่งและเอ่ยถามถึงสาเหตุในการกระทำของข้าเพราะมันจะทำให้อายุขัยของข้าหดหายไปอีกหลายพันปี ไหนจะการที่ข้าเสี่ยงชีวิตช่วยเขานั่นอีก
ข้าจ้องมองตาของเขาชั่วครู่ จากนั้นจึงตัดสินใจบอกความในใจทั้งหมดออกไป เมื่อข้าเอ่ยจบ เขาก็ถอนหายใจและบอกสิ่งที่ข้ารู้อยู่แล้วออกมา
สิ่งที่ข้าสัมผัสได้ตลอดแต่ไม่เคยได้ยินจากปากของเขา เขากล่าวคำขอโทษข้าและบอกว่าเขาไม่เคยคิดอะไรเกินเลยกับข้าเลยซักนิดเดียว
ตัวข้าที่ได้ยินดังนั้นจึงตัดสินใจลุกขึ้นและโผเข้าไปกอดเขาทันที ข้าเงยหน้าและเอ่ยปากบอกในสิ่งที่ไร้ยางอายที่สุดที่ข้าไม่เคยคิดจะทำมาก่อนในชีวิตนี้
สิ่งนั้นคือการที่ข้าขอให้เขาเสพสังวาสกับข้าที่นี่ ในตอนนี้ เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย เพื่อเป็นการตอบแทนที่ข้าช่วยเขาไว้

สีหน้าของเขามีแต่ความงงงัน ข้าไม่รอช้ายื่นหน้าเข้าไปประกบปากจูบกับเขาทันที ข้าส่งลิ้นเรียวนุ่มคว้านไปทั่วโพรงปากของเขาและผลักให้เขาเอนตัวนอนลง
การกระทำทั้งหมดเกิดขึ้นโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัวจึงทำให้เขาไม่ทันได้ออกแรงต้าน ข้ารู้ได้ทันทีว่าเขายังไม่เคยมีสัมพันธ์สวาทกับนางสวรรค์ตนใดมาก่อนจากการโต้ตอบที่ดูเคอะเขินของเขา
ข้ายิ้มและหัวเราะเบาๆก่อนจะบอกเขาว่าข้าจะเป็นคนสอนเขาเอง ข้าเริ่มซุกไซร้ริมฝีปากไปทั่วจากใบหน้าเลื่อนลงมาที่เอว
เนื่องจากอาภรณ์ของเราทั้งคู่ฉีกขาดจนเกือบหมดจากการหลบหนี ทำให้ข้าไม่มีอุปสรรคมากนักในการโลมเลีย
เสียงสูดปากของเขาที่ดังขึ้นเมื่อข้าขบกับที่หัวนมเบาๆทำให้ข้าเสียวซ่านไปด้วย แก่นกายของเขาเริ่มผงาดเป็นลำยาว ขนาดของมันใหญ่กว่ามหาเทพอย่างมิอาจเทียบกันได้
ร่องสวรรค์ของข้าขมิบตอดโดยมิอาจควบคุมเมื่อเห็นลำลึงค์ของเขา ท่อนลำที่ข้าได้แต่เคยเฝ้าฝันถึง นี่ตัวข้ากลายเป็นนางสวรรค์ร่านสวาทไปตั้งแต่เมื่อไหร่

 

ในตอนนี้จิตใจของข้าเต็มไปด้วยตัณหาราคะที่ไม่เคยมีมาก่อน เสมือนมันพรั่งพรูออกมาจากส่วนลึกในจิตใจ
ข้าไม่สนอะไรอีกต่อไป ขยับตัวขึ้นคร่อมร่างและจับควยของเขากดเข้ากับรูหีของข้าทันที ความใหญ่โตของแท่งเอ็นทำให้ข้ารู้สึกเหมือนคืนวันแรกที่เสียพรหมจรรย์มันช่างคับและตึงแน่นไปหมด
แต่ข้าในตอนนี้มากประสบการณ์กว่าคืนนั้นนักจึงทำให้ทุกอย่างดำเนินไปได้อย่างสะดวก โพรงหีสวยกลืนกินท่อนลำใหญ่โตเข้าไปได้หมดลำอย่างไม่น่าเชื่อ
ข้าและเขาสูดปากร้องเสียงดังจากความเสียวที่ได้รับ เมื่อรูหีของข้าขยายตัวให้รับกับลำควยของเขาแล้ว
ข้าก็ตั้งหน้าตั้งตากระแทกเอวเพื่อรับความเสียวอย่างเมามัน โดยที่ไม่ได้สังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงของตัวเองเลยซักนิดเดียว
เส้นผมยาวสลวยที่เคยเป็นสีทองกลับเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลรับกับผิวกายขาวผ่องที่เปลี่ยนเป็นสีแทนดูเย้ายวน
รูปร่างที่เคยสวยงามกลับเพิ่มสวนเว้าโค้งมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะหน้าอกที่ขยายขนาดออกจนมหึมากว่าเก่า
จิตใจของข้าโหยหาแต่ราคะ....  ราคะดำมืดที่ตอนนี้ข้าสัมผัสได้จากเขาและบงการให้มันเพิ่มพูนขึ้นได้ตามใจ.....

 

ในตอนนี้เขาไม่ได้นอนนิ่งเฉยเป็นท่อนไม้อีกต่อไป
เมื่อพลังแห่งราคะของข้าไหลผ่านแก่นกายของเขาเข้าไป เขาก็กลายเป็นเทพบุตรนักรักผู้มากลีลาทันที
เขาจับบั้นเอวของข้าไว้แน่นและออกแรงกระแทกควยสวนเข้ามาเต็มรูหีของข้า มันทำให้ข้าและเขาสะใจในความเสียวที่ได้รับอย่างที่สุด
สองเราพลัดกันคุมเกมกามหฤหรรษ์นี้ไปอีกถึงสองวันเต็มๆโดยมิหยุดพัก ต่างฝ่ายต่างเสร็จสมกันจนมิอาจนับจำนวนได้ จนถึงเวลาที่พลังของข้าหมดสิ้นลง ทำให้ข้าและเขาต่างพากันสลบไสลไปในทันที
 

..........................................................

ข้าลืมตาตื่นขึ้นมาในรุ่งเช้าของอีกวันหนึ่ง ลุกขึ้นมองรอบกายก็ไม่เห็นใคร
ข้าพยายามตะโกนเรียกหาเขาแต่ก็ไม่มีผู้ใดตอบกลับมา มีเพียงแต่ร่องรอยของเกมรักเท่านั้นทียืนยันว่าข้าไม่ได้ฝันไป
ในใจของข้ามีแต่คำถาม คำถามว่าทำไมเขาถึงทิ้งข้าไป และเขาทิ้งข้าไปไหน
แดนนรกช่างกว้างใหญ่นัก และข้าก็ไม่รู้จะเริ่มต้นจากที่ไหนในการตามหาเขา

ในตอนนี้ข้ารู้สึกได้ถึงรูปลักษณ์และพลังที่เปลี่ยนไป

ข้าไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด.... ข้าจึงได้กลายเป็นข้าตั้งแต่ตอนนั้น....

ข้าเปลี่ยนชื่อและตัวตนใหม่เพื่อไม่ให้พวกชาวสวรรค์จำข้าได้

‘แอสโมดิวส์’ คือชื่อและตัวตนใหม่ของข้า.... ปีศาจแห่งราคะ....

ผู้ซึ่งภายหลัง.... จะได้เป็นถึงหนึ่งในมหาบาป 7 ประการผู้ยิ่งใหญ่ของแดนนรกส่วนตะวันตก

ข้าเริ่มออกเดิน....

ออกเดินไปอย่างไรจุดหมาย....

และหวังเพียงว่า....

จะได้เจอเขาเข้าในสักวันหนึ่งข้างหน้า.....

..........................................................

ทุกท่านสามารถเข้าไปแนะนำติชมเพิ่มเติม หรืออ่านเกร็ดเล็กน้อยได้ที่นี่



เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 17, 2018, 01:44:54 am โดย GoDeRsOuL »

*

ออฟไลน์ aom43104

  • Full Member
  • **
  • 233
  • 134
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Asmodeus
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2016, 01:09:08 am »
 ::Orz:: ขอบคุณครับ

*

ออฟไลน์ yoot2499x

  • Banned!

  • Gold Member
  • *****
  • 1059
  • 572
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Asmodeus
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2016, 01:22:24 am »
ชอบครับได้อ่านย้อนประวัติความรู้สึกตัวละครลึกไปในตัวตนอีกชั้น

*

ออฟไลน์ hnumhnum99

  • Tiny Member
  • *
  • 35
  • 51
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Asmodeus
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2016, 01:30:35 am »
เนื้อเรื่องน่าติดตามมากครับ

*

ออนไลน์ gritkin

  • Gold Member
  • *****
  • 1233
  • 472
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Asmodeus
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2016, 01:51:43 am »
ขอบคุณสำหรับเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยนะครับ เข้าใจ7บาปมากขึ้นจริงๆ

*

ออฟไลน์ Sans Undertale

  • Tiny Member
  • *
  • 8
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Asmodeus
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2016, 02:18:20 am »
เพื่อความเข้าใจเพิ่มขึ้น ขอเสพละจ้า

*

ออฟไลน์ karasukung

  • Junior Member
  • ***
  • 331
  • 816
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Asmodeus
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2016, 02:22:51 am »
เพื่อความบันเทิงในเชิงอรรถ ขอบคุณมากครับ

*

ออฟไลน์ cd13579

  • Global Moderator
  • *****
  • 1595
  • 1022
  • ชายผู้มีโครงการเต็มหัว แต่ไม่มีปัญญาเขียน
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Asmodeus
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2016, 02:59:31 am »
จั๋วมาซะขนาดนี้ท่าผมก็คงต้องขยันๆหน่อยแล้ว
ใครหื้อใครซ่า ข้าแบนเรียบ

*

ออฟไลน์ konnaku

  • Full Member
  • **
  • 130
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Asmodeus
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2016, 03:58:32 am »
ขอบคุณมากครับ ::Thankyou::

*

ออฟไลน์ axolotss

  • Senior Member
  • ****
  • 868
  • 298
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Asmodeus
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2016, 05:00:24 am »
ขอบคุณครับ เจาะลึกและละเอียดมากครับ

*

ออฟไลน์ champcass005

  • Junior Member
  • ***
  • 363
  • 217
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Asmodeus
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2016, 05:59:03 am »
โอ้มีย้อนอดีตด้วยขอบคุณมากครับ  แล้วก็ขอบคุณที่กลับมาแบ่งปันให้ได้อ่านกันต่อนะครับ

*

ออฟไลน์ babyfinger28

  • Junior Member
  • ***
  • 535
  • 514
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Asmodeus
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2016, 06:57:48 am »
แล้วก็ได้รู้สวาทความหลังของปีศาจราคะผู้อ่อนโยนกลายเป็นสาวร่านสวาท ::Thankyou::

*

ออฟไลน์ man5252

  • Junior Member
  • ***
  • 360
  • 110
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Asmodeus
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2016, 07:07:21 am »
เนื้อหาน่าติดตามมาก ต้องอ่านต่อ

*

ออฟไลน์ Ordinaryman

  • Junior Member
  • ***
  • 397
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Asmodeus
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2016, 07:08:10 am »
ชอบการแต่งที่มีชั้นเชิง มีการผูกเรื่องน่าติดตาม มีทิ้ง Hint ปล่อย clue ให้สงสัยและดึงดูด หวังว่าจะได้อ่านงานเขียน ครบทั้ง 7 บาป นะครับ

*

nanzy153

Re: 7 Sin : Asmodeus
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2016, 07:30:10 am »
ดีจัง มีอธิบายตัวละครเป็นพาร์ทเสริมแบบนี้

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ