OUT OF AMMO EP 16 กีดกัน

OUT OF AMMO EP 16 กีดกัน

  • 103 ตอบ
  • 5307 อ่าน
*

ออฟไลน์ cd13579

  • Global Moderator
  • *****
  • 1605
  • 1039
  • ชายผู้มีโครงการเต็มหัว แต่ไม่มีปัญญาเขียน
    • ดูรายละเอียด
OUT OF AMMO EP 16 กีดกัน
« เมื่อ: มิถุนายน 23, 2017, 02:20:55 am »
แวะป้ายก่อนจ้า ::Shout::
ก็บอกแล้วว่าตอน16 เสร็จแล้ว แต่ช่วงเวลาจะข้ามไปจากตอนฝ่าด่านและฝึกนะ จะทยอยปูเรื่องทีละเล็กละน้อยตามตอนต่อๆไป   และตอนก็ว่าจะรีไรท์ตอนเก่าแก้ไขเนื้อบางส่วน ไม่มีการเปลี่ยนแปลงส่วนสำคัญครับแค่กลับไปอ่านตอนเก่าแล้วขัดลูกตา

บ่นแค่นี้ละ ขอให้ทุกท่าน Enjoy  ::Falling::


ตอนที่ 16 กีดกัน
09.44 น
ท่าเรือเล็กๆ รกร้างในบริเวณริมแม่น้ำโขง
 
อดีตท่าเรือขนส่งสินค้าขนาดเล็กที่ถูกทิ้งให้รกร้าง ทั่วบริเวณมีเพียงต้นไม้และดงหญ้าทึบปิดบังทึบหนา แต่นั้นคือเพียงฉากหน้าไว้ลวงสายตาจาภายนอกเท่านั้น แต่สำหรับวันนี้มันคือสนามรบย่อยๆ
 
โกดังหลัก
 
ปังๆ เปรี้ยง ปัง ปังๆ
เสียงปืนหลายกระบอกต่างทำหน้าที่ตามนายในมือส่งลูกเหล็กมรณะปลิวว่อนไปทั่วพื้นที่และมีร่างหลายร่างนอนอยู่ทั่ว
 
“บ้าเอ้ย พาลูกพี่หนีไปก่อน” โจรร้ายคนหนึ่งพูดก่อนจะโยนปืนกลที่หมดกระสุนทิ้งและทรุดนั่งหลังกำบังกระชากปืนพกโผล่มือออกไปยิงสกัดเหล่าตำรวจที่กรูเข้ามาหมายจะจับพวกเขา
พวกมันอีกหลายคนรีบวิ่งสมทบออกมาหมายช่วยยิงตรึงถ่วงเวลาให้ลูกพี่ตน
 
ปุ้ง! เสียงเครื่องยิงลูกระเบิดใต้ปืนกลส่งหัวโลหะที่บรรทุกระเบิดลอยโค้งไปที่กลางกลุ่มพวกมันที่กำลังวิ่งออกมา
 
ตรึมมม ลูกระเบิด40มม ทำงานคุ้มค่าราคาของมันส่งพวกมันหลายคนกระเด็นปลิวไปคนละทิศละทาง
“ปัดโถ่ รถตู้มายังวะพวกเราจะตายห่ากันหมดแล้ว”
ชายคนเดิมที่ตะโกนสั่งหยิบวิทยุเล็กๆมาพูดก่อนจะโผล่ไปยิงตำรวจในเครื่องแบบคนหนึ่งล้มลง
 
“จ่ายิงกดไอ้เวรนั้น ผมจะไปลากคนที่ถูกยิงออกมา”
เสียงห้าวทุ้มสั่งกับลูกน้องก่อนเขาจะฝ่าสนามรบย่อมๆ ไปหาคนเจ็บ
แน่นอนว่าคนที่วิ่งไปในพื้นที่เปิดโล่งย่อมตกเป็นเป้าแรกๆในการยิง
 
ถุดดดดๆ ถุดดดดๆ
 
สายกระสุนสีเหลืองเข้มปลิวว่อนไปตามกำบังของมันหลายคนโชคร้ายก้มหลบไม่ทันก็ล้มลงไปนอนกลิ้งบนพื้นก่อนจะแน่นิ่งไป
ด้วยกระสุนสายแบบ200นัด จ่าดำสามารถยิงกดกบาลด้วยมันได้เป็นนาที และแค่ช่วงเวลานี้ผู้กองเข้มก็ลากตำรวจนายนั่นออกมาหลบสำเร็จแล้ว
 
ผู้กองเข้ม: “ไอ้นา มาตรงนี้ด่วนเลยท่าทางไม่ดีวะ” เมื่อหมู่นาถอนตัวจากแนวยิงมาปฐมพยาบาลคนเจ็บ
เข้มก็ตบไหล่หมู่นาเบาๆก่อนจะหันกลับไปสู่แนวปะทะอีกรอบ
 
วิทยุ: “ขบวนรถ มีรถตู้ พวกมันมุ่งตรงมาจะถึงประตูด้านหลังใน30วิ ครับท่าน”
เข้ม: “ขอบใจมากหมวด”
เขากดวิทยุตอบกลับก่อนปลดปลอกลูกระเบิดออกแล้วบรรจุลูกใหม่ยกปืนขึ้นเล็งช้าๆ
 
ปุ้ง เข้มปล้อยระเบิดสังหาร 40มม ไปอีกลูก
ตรึมมม แนวกำบังป้องกันของมันแถบหนึ่งโดนซัดปลิวไปทั้งคนทั้งที่กำบัง
 
หมู่แสง: “เสร็จละมึง พวกเราบุกๆ”
 
เมื่อระเบิดเปิดช่องให้ หมู่แสงก็รีบวิ่งนำตำรวจไปบุกประชิดล้อมพวกมัน ชัยชนะของพวกเขาอยู่ห่างไม่มากแล้ว เพียงแค่จับมันได้
 
เอี๊ยดดดด
รถตู้ติดฟิล์มทึบคันหนึ่งมาจอดเปิดประตูหลายคนข้างในรีบออกมาช่วยยิงตำรวจแต่พวกมันยังมีรถกระบะบรรทุกคนมาอีกสองคันมาเสริมทัพ
 
“พาลูกพี่ไป พวกเราถอยๆ” ไอ้หัวโจกที่สั่งการรีบลุกวิ่งนำพวกมันไปตั้งหลัก
 
ปังๆๆ ปุ๊ๆๆ
ไอ้วายร้ายตัวเดิมเลือดทะลักออกตามหน้าอกทรุดล้มด้วยคมกระสุน
 
ดาบชัย: “มันจะหนีแล้ว จ่าไปเร็ว!” ดาบชัยรีบเปลี่ยนแม็ก เขาที่พึ่งยิงกระสุนชุดท้ายไปฝั่งที่อกไอ้คนสั่งการและรีบวิ่งกวดไอ้คนที่เขาถ่อมาจับมันที่กำลังตะกายขึ้นรถตู้เพื่อจะหนี
 
แต่พอมันตะกายขึ้นรถได้มันก็รับปืนที่ลูกน้องส่งมาให้
วิทยุ: “ปืนกลเบาๆ ดาบ จ่ารีบหาที่หลบ”
เสียงเตือนจากวิทยุทำให้สองคนที่วิ่งนำไปสังเกตุเห็นปืนกลเบาที่เล็งตรงมาที่พวกเขา
 
ดาบชัย: “ทำไมต้องเป็นไอ้ชัยตลอดเลยวะ”
ดาบวัยสามสิบต้นๆรีบสไลด์ตัวไปประชิดกล่องใหญ่ ตามด้วยจ่าดำที่กระโดดตามมานอนใกล้ๆ ก่อนเส้นกระสุนจะไล่มาถึงตัวอย่างเฉียดฉิว
จ่าดำ: “ไอ้พวกเวรนี้มันไปเอาปืนแบบนี้มาจากไหนเยอะแยะวะ”
จ่าดำร้องออกมาอย่างขัดใจเมื่อต้องตกอยู่ใต้อำนาจการยิงอย่างดุดันของปืนกลเบาฝ่ายมัน
 
ตี้: “ไอ้พวกขี้ข้า! ไอ้หัวขวด มึงรู้จักตี้ หัวหน้าแก๊งค์ชูริเคนน้อยไปแล้ว ฮาาาๆ”
 
ไอ้ตัวเป้าหมายที่เขาถ่อมาจับ กวาดปืนกลเบายิงถล่มจนหมดสายกระสุนก่อนจะขยับเข้าไปให้พวกมันที่เหลือขึ้นรถ
แน่นอนว่าสองตำรวจใจหาญใกล้ที่สุดย่อมไม่ปล่อยมันไปง่ายๆ



กริ้งๆ ติ๊กๆๆๆ
เสียงหลังกำบังที่พวกเขาหลบกลับมีเสียงแปลกๆดังขึ้น
ดาบชัยที่ได้ยินหันไปหาต้นเสียงก็พบไอ้เวรที่เขายิงคว่ำไปและคิดว่าตายกำระเบิดมือที่ถอดสลักแล้วนอนส่งยิ้มแค่นๆให้  ไหนๆมันจะไม่รอดอยู่แล้วลากตำรวจตายเป็นเพื่อนก็ไม่เลว

ดาบชัย: “ชิบหายละกู” ดาบชัยอุทานขึ้น
 
ก่อนจะมีแรงผลักทั้งเขาและจ่าให้ลอยข้ามกำบังที่เขายืน
บรึมมมม! เสียงระเบิดฉีกทำลายทุกอย่างในรัศมีของมันเป็นโชคดีที่เข้มเห็นระเบิดและเขาไวพอ
รีบโยนปืนทิ้งและวิ่งสุดเท้าไปกระชากคอเสื้อจ่ากับดาบออกจากรัศมีระเบิดไปหลบหลังลังไม้ใหญ่ใกล้ๆทันเวลาฉิวเฉียดสุดๆ หากช้ากว่านี้อาจจะมีใครตายหรือสาหัสอย่างแน่นอน แต่เขาก็ต้องเจอกับแรงอัดระเบิดที่แก้วหูร้องวิ้งงง ต้องนั่งมึนอยู่สักพักก่อนเข้มจะสะบัดหัวไล่ความมึนงงออกไปและกระชากปืนพกออกจากซอง ยิงไล่หลังรถตู้ไป
 
แก๊งๆ เสียงกระชนกับโครงรถและตัวแม็กล้อไม่โดนยางรถ รถตู้มันจึงกระชากตัวพุ่งออกไป
เข้มแม้จะพลาดแต่ก็ยังไม่ลนลานเขาหันปืนไปยิงยางรถกระบะที่กำลังจะออกตัวตามรถตู้ไป
ตามด้วยลูกน้องทั้งสองที่พึ่งหายมึนรีบชักปืนพกออกมาแทนปืนกลที่กระเด็นไป
 
โป้งๆๆ เปรี้ยงๆ กระสุนจากปืนพกทั้งคู่จากไปจับจองที่ล้อรถและคนขับกระบะอีกคัน
 
เข้ม: “จากยักษ์ใหญ่ อนุญาติให้ยักษ์เล็กเปิดฉากยิง ยิงยับยั้งห้ามสังหารเราต้องการมันเป็นๆ”
เข้มรีบวิ่งไปหยิบปืนกลที่ตกและวิ่งไล่ไปดักหน้ารถพร้อมกับติดต่อวิทยุเพื่อแก้ไขสถานการณ์
 
ยักษ์เล็ก: “ยิงยับยั้งรับทราบ ยืนยันเป้าหมายรถตู้สีขาวยี่ห้อฮ้อนป้า(ญาติฮ้อนด้า) ทะเบียน ซ69...”
เข้ม: “ไอ้เวรดนัยมึงจะยืนยันห่าอะไรเยอะแยะวะ มันก็มีคันเดียวตรงนี้แหละ ยิงซักทีสิวะ”
 
ยักษ์เล็กหรือดนัยขำเบาๆตอบเสียงด่าของหัวหน้าตน
 
ดนัย: “โอ๋ใจเย็นนะเฮีย รถมันจะโดนหยุด เดี๋ยวนี้ละ”
ดนัยมองผ่านกล้องเล็งจากปืนกึ่งซุ่มยิงที่โครตเหมาะมือนาม M14 Ebr ที่เขาเลือกมาประจำตัวตอนเข้าหน่วย
ดนัย: “นอนนิ่งๆซะอีหนู” เขาพึมพำเบาๆหลังจับเป้าได้



ดนัย: “ยิง” เปรี้ยง กึ๊งงง “
“ยิง” เปรี้ยง แผละ
“ยิง” เปรี้ยง ปุ
 
กระสุนหัวทองแดงควงสว่านฉีกอากาศ
หนึ่งนัดต่อหนึ่งเป้า นัดแรกที่หม้อน้ำรถ คมกระสุนฉีกหม้อรถเป็นรูเท่าเหรียญห้า
นัดสองที่กระจกหน้าคนขับรถ ทะลุเข้าไประเบิดสมองมันกระจายคาพวงมาลัย
นัดสุดท้ายที่ยางล้อหน้า รถมันเสียหลักเลี้ยวไปชนกองลังสัมภาระที่กองทิ้งไว้ รถตู้จอดนิ่งสนิทควันลอยออกมาจากหน้ารถหมดสภาพวิ่งเรียบร้อย
ปืนแบบกึ่งอัตโนมัติมันยิงต่อเนื่องดีจริงๆ ดนัยกล่าวในใจหลังมองสภาพเป้าหมาย
 
ดนัย: “รถเป้าหมายหยุดแล้ว ยักษ์เล็กพร้อมยิงสนับสนุน”
เข้ม: “รอมันลงมา ใครไม่ยอมเป่าแมร่งเลย เว้นไอ้ตัวการนะไอ้ห่านั้น ห้ามยิงจุดตาย”
ดนัยตอบรับคำเบาๆ ก่อนจะกระชับปืนกดกล้องส่องวางรอเป้าหมาย
 
ประตูรถเปิดออกพร้อมสี่ชีวิตที่คลานลงมา
เข้มรีบยกปืนเล็ง
เข้ม: “หยุดนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ วางอาวุธของมึงซะ”
หนึ่งในพวกมันรีบลุกขึ้นยกปืนลูกซองกระชับขึ้น
 
เปรี้ยง
ไอ้โจรผู้ใจกล้ากระเด็นหมุนตามแรงกระสุนที่ปักอกมัน ลงไปนอนหลับแบบไม่มีทางตื่นกระสุนเจาะอกเลือดทะลักตายทิ้งไว้เพียงร่างและเลือดที่ทะลักออกจากแผลนองไปทั่วพื้น
 
ดนัย: “ดับไปอีก1”
 
พวกมันหันซ้ายขวา พยายามหาตำแหน่งที่กระสุนถูกส่งมา
เปรี้ยงๆ กระสุนถูกยิงออกมาข้างๆขาพวกมันทุกคน
 
เข้ม: “นั้นคือคำเตือนสุดท้าย จะวางปืนหรือตาย”
เข้มและคนอื่นจ้องเล็งไปที่พวกมัน พวกเขาแค่รอคำสั่งเข้มหรือรอพวกมันขยับปืนแม้แต่นิดพวกมันพรุนเป็นรังผึ้งแน่
 
มันยืนกัดฟันอยู่พักใหญ่ก่อนจะทิ้งปืนยอมแพ้
เข้ม: “นายต๊ะ นายถูกจับข้อหามีค้าเสพติดในครอบครองเพื่อจำหน่าย และนำเข้ายาเสพติดมาในราชอาณาจักร คุณมีสิทธิ์ที่จะไม่พูดและมีสิทธิ์แจ้งทนายหรือญาติ หากไม่มีทนายเราจะหาให้”
เข้มพูดขณะจับมันใส่ข้อเหล็กคู่ใจก่อนจะกดวิทยุ
เข้ม: “เรียบร้อยลงมาได้แล้ว เรามีงานต้องรีบทำต่อ”
ดนัย: “กำลังเสริมมาไม่ทันจริงๆด้วย นู้นพี่ ผู้การพึ่งจะมา”
ดนัยลุกขึ้นจากที่ซ่อนเป็นยอดแท็งค์น้ำเก่าและชี้รถหุ้มเกราะแบบเดียวกับเข้มอีกสองคันพึ่งวิ่งเข้ามา
ดาบชัย: “ก็มันเล่นจะออกจากที่นี้เร็วกว่าเวลาประมาณเกือบชั่วโมง ดีนะพวกเราเอาอยู่ ไม่งั้นมันหายเข้าเมฆไปอีกแน่”
เข้ม: “ไปรายงานผลท่านกัน”
 
 
ตึกควบคุมลับของหน่วยพิเศษ
รถนักโทษสิ่งมาจอดเทียบพร้อมเจ้าที่ในชุดเกราะกันกระสุนยืนรักษาความปลอดภัยขณะเคลื่อนย้าย
รถเกราะแบบเดียวกันสามคันจอดเรียงกันก่อนเจ้าที่หน่วยเฉพาะกิจจะลงมาด้วยชุดรบเต็มอันตราไม่เว้นผู้การถวิลที่สวมเกราะพร้อมเหมือนทุกคน
ผู้การ: “ทีมรังนกไป ดูไอ้ตี๊ดูมันดีๆอย่าให้ตายก่อนเราจะเค้นคอมันได้ ทีมผู้เฒ่าไปเตรียมห้องสื่อสารเลยทันทีที่เราได้ข้อมูลเราต่อสายหาท่าน ผบ.ตรทันที ทีมยักษ์ไปพักผ่อนวันนี้เจอชุดใหญ่แล้ว เว้นไอ้ดนัยกับผู้กองนะ มากับผมก่อน”
 
ดนัยส่ายหัว อย่างเซ็งๆ
 
แม้จะทำแอบๆ แต่ผู้การก็ยัง(เสือก)เห็น
ผู้การ: “ผู้หมวดดนัย มีอะไรข้องใจเหรอ”
ดนัยรีบชิดเท้าตรง
ดนัย: “ไม่มีครับท่าน”
ผู้การมองดนัยก่อนพยักหน้าและเดินนำไปในตึก
 
เข้มตบไหล่ไอ้น้องรักเบาๆก่อนจะเดินนำไป
ดนัยได้แต่ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู ก่อนแขนแกร่งมารัดรอบคอแล้วลากเขาเดินไป
 
ดนัย: “ไอ้นกเวร ปล่อยกูเดินเองได้”
ดนัยรู้ได้โดยไม่ต้องมองว่าคนที่ทำแบบนี้เป็นไอ้คุณชายอินทรีย์เพื่อนรักเพื่อนแค้น ไอ้เพื่อนตัวแสบลากตัวเขาไปในตึก
 
อินทรีย์: “จะรีบไปไหนละเฮ้ย นัดสาวไว้ไงดูรีบๆลนๆ   มึงต้องเข้าใจสิว่าไอ้พวกเปรตนี้มันปากแข็งเล่นแง่และกวนตีนขนาดไหน ถ้าไม่ใช่ผู้การหรือเอ็งก็เค้นคอมันไม่ได้แน่”
 
ดนัย: “เออสิวะ ผิดนัดแหงๆ สอบปากคำเก่งก็ผิด เขียนสำนวนไวก็โดนโยนคดีใส่ปกติมันของใครของมันไม่ใช่เหรอวะ ไม่พอตีหน้าตอแหลเก่งก็จับตูไปเป็นโฆษกหน่วย ตูจะร้องศาลปกครองพวกเอ็งใช้แรงงานทาสตูชัดๆ”
 
อินทรีย์: “เอาวะ! ไอ้หน้าจืดแบบมึงมีคนมาหลงผิดด้วย เอารับ”
มันโยนน้ำอัดลมกระป๋องให้ดนัยที่นั่งอยู่หน้าห้องสอบสวน
 
ดนัยใช้มือหนึ่งรับอีกมือชูนิ้วกลางให้แทนคำขอบใจ ไอ้เพื่อนตัวแสบมันทิ้งตัวลงเก้าอี้ข้างๆ
 
อินทรีย์: “โธ่จืดเพื่อนรัก มึงต้องเข้าใจสิวะว่าที่หน่วยนี้มันเน้นฆ่าล้างผลาญล่ายันโครตเหง้า จะมีใครทำงานแบบนี้ได้ดีเท่าเอ็งละ”
 
ดนัย: “ไอ้ส่วนนั้นกูเข้าใจ แต่บางทีโยนมาแต่งานพวกนี้ขังกูไว้ในหน่วยทั้งวันเลย แทบไม่ได้ออกไปภาคสนามตอนสมัครมาที่นี้ก็บอกว่ามีแต่งานบู๊ล้างผลาญอย่างเดียว แต่ไมกูต้องไล่เคลียร์เอกสารด้วยวะ แถมไอ้ทีมแถวๆนี้มันก็ชอบแอบเอาคดีมันมายัดในกองงานเอกสารตูอีก นี้ทำแต่เอกสารกับสอบปากคำจนจะยิงไม่แม่นละครับเพื่อน”
 
อินทรีย์: “เอาน่ะช่วยๆกัน ให้พวกกูทำงี้ มึงเห็นหน้าพี่บิ้กมั้ยละ ชาตินี้คงไม่ได้ส่งฟ้องคดีหมดอายุความตายเลยหรือเอาผู้กองเข้มหรือพี่บิ้กไปเป็นโฆษกละ”
ดนัยกลอกตาก่อนพูด
 
ดนัย: “ช่วยให้พวกเอ็งหนีไปลงอ่างกินเหล้าได้มากขึ้น ทิ้งตูไว้ลำพัง เจริญ!”
 
เป็นเวลาเกือบสามเดือนที่ดนัยและไอ้เกลออีกสองตัวได้มาอยู่ในหน่วยสมใจหวังหลังจากผ่านด่านสุดซาดิสม์ของพี่ๆท่านมาได้
สองเกลอนั่งคุยกันจนผู้การเดินมาพร้อมเข้ม ทั้งคู่รีบยืนตรงผู้การพยักหน้าให้ดนัยก่อนจะเดินเข้าไปในห้องสอบสวน
อินทรีย์นกนิ้วโป้งให้เพื่อนดนัยพยักหน้าให้มันก่อนจะรับแฟ้มจากมือเข้มไปแล้วเดินตามผู้การเข้าไป
 
ทิ้งอินทรีย์กับเข้มยืนเฝ้าหน้าประตู
เข้ม: “เย็นนี้ร้านเดิมนะ งวดนี้เบอร์ตองคิวกู”
 
อินทรีย์ยกนิ้วโอเค และทั้งคู่ก็เข้าสู่โหมดยามเต็มตัวพร้อมรับทุกสถานการณ์หากมันมีขึ้น
 
“กูจะไม่พูดอะไรทั้งนั้น จนกว่าทนายจะมา”
ดนัยที่นั่งข้างๆเปิดแฟ้มวางรูปบนโต๊ะช้าๆ
 
ดนัย: “คุณเออ...เรียกตี๊ชูรีเคนละกันนะครับ เป็นผมจะไม่ทำแบบนั้นนะครับ ขอเรียนตามตรงว่าเป็นการกระทำที่โง่ชิบหายเลยครับ”
 
ดนัยชี้เห็นในภาพที่มีมันกับวัตถุผิดกฎหมายมากมาย
ดนัย: “หลักฐานมัดแน่นแบบนี้พี่คิดเหรอครับว่าทนายที่ไหนจะช่วยได้ ขอบอกเลยว่าหลักฐานแบบนี้ทนายที่ไหนก็ช่วยไม่ได้ แถมนี้ไม่ใช่หลักฐานเดียวที่เรามีด้วย”
 
ตี๊: “มึงไม่รู้พวกกูมีอำนาจแค่ไหน แล้วมึงจะเสียใจที่มายุ่งกับพวกกู ระวังครอบครัวพวกมึงไว้ให้ดีด้วยละ เฮอะ กูไม่กลัวพวกหัวขวดแบบมึงหรอก”
มันยังยิ้มอย่างผู้เหนือกว่า แต่ดนัยก็ยังคงพยายามใช้น้ำเย็นลูบต่อไป
 
ดนัย: “ทำแบบนี้ต่อไป จะส่งผลเสียต่อคดีพี่นะ ต่อไปหากพี่สารภาพศาลจะไม่ลดโทษให้เพราะไม่ใช่สารภาพเพราะสำนึก สารภาพเพราะจำนนไม่มีการลดโทษนะครับความผิดพี่นี้ถึงประหารเลยนะ”
 
มันนั่งพิงเก้าอี้อย่างสบายอกสบายใจ
ตี๊: “บ่นจบยังกูหนวกหูวะ พล่ามอะไรไร้สาระกูอยู่ที่นี้ซักคืนหนึ่งพรุ่งนี้ก็ได้กลับบ้านแล้ว คนแบบกูไม่มีวันเข้าคุกวะ โทษที”
ดนัยหันไปมองผู้การ ผู้การพนักหน้าให้หนึ่งทีเป็นสัญญาน
ดนัยยักไหล่แล้วก็เปิดแฟ้ม
 
ดนัย: “งั้นเรามาเริ่มใหม่กับสิ่งนี้ดีกว่า เอาดูรูปชัดๆ”
เอาวางรูป2ใบบนโต๊ะ มันมีสีหน้าซีดลงทันที
 
ดนัย: “เรารูปมาว่าคุณพาภรรยาและลูกเข้ามาในไทย แน่นอนคุณฉลาดพอที่จะทั้งคู่ใช้ชื่อนามสกุลปลอมเหมือนกับคุณ ซึ่งแน่นอนว่าด้วยข้อหาปลอมเอกสารเราจับพวกเขาได้ แน่นอนเราจะจับพวกเธอมาที่นี้”
ดนัยหยิบรูปลูกสาวมันขึ้นมา
ดนัย: “ลูกสาวคุณน่ารักดีนะ แกกำลังขึ้น ม.ต้นนิ อยากรู้จังถ้าน้องเขามาเจอพ่อในสภาพนี้เธอจะเป็นยังไง ผมคงต้องเสียเวลาซ้อมพูด น้องครับพ่อน้องค้ายาเสพติดครับ พ่อน้องเป็นคนเลวระยำมากๆเลยครับ”
ดนัยลองพึมพำซ้อมพูดอีก2-3รอบ
ดนัย: “ผมว่าผมพร้อมพูดประโยคนั้นแล้วนะ ทางคุณพร้อมจะเจอหน้าลูกรึเปล่า?”
 
ตี๊: “ต้องการอะไร?” มันกัดฟันพูดออกมา
ดนัยควักรูปใบหนึ่งให้มันดู
ดนัย: “ทุกอย่างที่เกี่ยวกับสิ่งที่คุณเห็น”
 
มันเคร่งเครียดมากขึ้นทีท่าเป็นกังวลของมันดำเนินออกไปอีกหลายนาที ก่อนมันจะส่ายหน้า
ตี๋: “ถ้าผมบอก ไม่ใช่แค่ผม ครอบครัวผมต้องตาย”
ดนัย: “เรื่องนั้นเราจัดการให้ครับ เราพร้อมคุ้มครองคุณและครอบครัว หากข้อมูลนั้นมีประโยชน์ต่อเรา”
ตี๋: “พวกมันอยู่ทุกที่ทุกวงการ แกจัดการไม่ได้แน่ๆ ผมยอมให้ลูกเกลียดผมตลอดชีวิตดีกว่าเอาเธอมาเสี่ยงกับเรื่องนี้”
 
ผู้การ: “คิดดูอีกรอบ แกคงไม่รู้ว่าเราตามรอยการเงินมานาน นานพอจะรู้ว่าแกใช่บริษัทฟอกเงินที่ไหน ถ้าเราตามไปอายัดทรัพย์สินพวกนั้นแน่นอนว่า คนที่เดือดร้อนจะเป็นใคร ชั้นว่ามันเป็นการทำอนาคตของเด็กตัวน้อยๆ”
ผู้การเลื่อนนิ้วไปชี้ที่รูปลูกสาวมันและเคาะเบาๆ
 
ดนัย: “มันคงไม่จบแค่ลูกเกลียดคุณแน่ มันอาจจะไปจบที่ซ่องหรือสลัม นี้ไม่ใช่ที่ๆน้องควรอยู่แน่ๆ หรือลองคิดดูอีกที ถ้าคุณให้ข้อมูลเราผมจะบอกอัยการว่าคุณมีประโยชน์ต่อการสืบสวนจากที่น่าจะจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารก็จะเหลือประมาณ50ปี เราจะช่วยคุณเต็มที่พอคุณรับสารภาพตั้งแต่ชั้นตำรวจผมจะส่งสำนวนว่าคุณสารภาพเพราะสำนึกผิดไม่ได้จนด้วยหลักฐานทีนี้คุณน่าจะได้ลดอีกกึ่งเหลือ 25ปีในแดนนักโทษชั้นกลางพยายามทำตัวน่ารักๆไม่เกินสามปีคุณจะหลุดไปชั้นดีหรือชั้นเยื่ยมทีนี้ราวๆ15ปีก็เริ่มๆได้ลดโทษ สรุปแล้วคือยังทันที่จะกลับไปดูแลครอบครัวได้”
 
ผู้การ: “และหากคุณมีข้อมูลที่เราอยากได้จริงๆ ผมพอจะหลงๆลืมรายการอายัดทรัพย์สินบ้างชิ้น ซึ่งน่าจะพอให้ใช้ชีวิตได้ไม่ลำบากนักสำหรับสองแม่ลูก”
ผู้การยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มหลังกล่าวจบ
ผู้การ: “นี้เป็นข้อเสนอสุดท้ายของเรา ไม่งั้นเราจะดำเนินคดีกับคุณแบบตรงไปตรงมา และนั้นไม่ดีต่อคุณและครอบครัวแน่ๆ”
ดนัย: “คุณต้องเลือกที่จะเสี่ยงกับทางเราหรือจะปล่อยให้เรื่องนี้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย แก๊งค์อริพี่คงยิ้มน่าดูถ้าข่าวนี้ลงหนังสือพิมพ์”
 
ผู้การมองมันที่นั่งนิ่งก้มหน้าไม่พูดไม่จา
ก่อนจะตบบ่าดนัยเบาๆ
ผู้การ: “ไปหมวด ท่าทางเราเสียเวลาซะแล้ว”
ดนัย: “ผมจะทำสำนวนให้เร็วที่สุดครับท่าน
 
ทั้งคู่ลุกขึ้นยืนและเดินออกไป
“โอเคๆ ผมยอมแล้ว ขอร้องถ้าผมยอมบอกท่านต้องดูแลครอบครัวผมนะ ถือว่าผมขอร้อง”
ผู้การยิ้มมุมปากเบาๆก่อนจะเดินกลับเข้ามานั่งทีเดิม
ผู้การ: “ผมรับรอง ครอบครัวคุณจะปลอดภัย”

ดนัยก็กลับมานั่งข้างๆผู้การ
ดนัย: “เริ่มกันที่คำถามแรก…”
 
15.57
ห้างสรรสินค้าในย่านสยาม
 
“ไม่รับสายอีกแล้ว มาปล่อยให้รอแบบนี้มันเสียมรรยาทมาก”
มายด์วางโทรศัพท์ลงก่อนจะเริ่มบ่น เธอรอมาเกือบสองชั่วโมงแล้วแต่ไอ้คนที่นัดไว้ก็ยังไม่มาแถมติดต่อไม่ได้ด้วย
“เครื่องดื่มที่ มะ มาเสริฟ์แล้วครับ”
บริกรวางแก้วน้ำและเค้กชิ้นเล็กๆลงบนโต๊ะ

มายด์: “ขอบคุณค่ะ”



เธอหันไปยิ้มเบาๆเล่นเอาเจ้าหนุ่มพนักงานเคลิ้มไปพักใหญ่ ไม่ใช่แค่พนักงานหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ในร้านก็ลอบมองเธอด้วยแววตาที่หลงใหล และคิดในใจว่าไอ้ผู้ชายคนที่เธอรอเนี่ยมันแดกหญ้าเป็นอาหารหลักแน่ๆ ถึงได้ปล่อยให้สาวสวยน่ารักในชุดนักศึกษามานั่งเหงาชะเง้อหาแบบนี้ ก่อนจะสงสัยว่าทำไมพวกกูไม่โชคดีแบบนี้บ้างวะ
---------------------------------------------------------
 
ดนัยจามเบาๆหลังเดินออกจากห้องสอบปากคำด้วยหน้าตาเคร่งเครียด
ผู้การที่เดินออกมาก่อนรีบกดวิทยุสั่งการ
 
“เคลียร์ทางเดินตึก เราจะเคลื่อนย้ายตัวนักโทษแล้ว เข้มเธอไปเบิกตัวทรราช01มา อินทรีย์เธอกับทีมไปดูแลให้แน่ใจว่าพยานปากนี้จะปลอดภัยระหว่างทางไปเซฟเฮ้าท์ ไปพาครอบครัวมาด้วยนะ”
 
ทั้งสองพนักหน้า ก่อนเข้มจะพาดนัยเดินไปอีกทาง
ผู้การ: “ขอให้เรื่องนี้เป็นแค่ข่าวลวงเถอะ”
ผู้การถอนหายใจอย่างแรง นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้เครียดแบบนี้เรื่องนี้มันชักจะใหญ่กว่าที่คิด
 
ไม่กี่นาทีตึกที่มีผู้คนทำงานอยู่ครึ่งร้อยก็เงียบสนิท ยามติดอาวุธและชุดกันกระสุน4นายยืนมองไปยังทิศทางที่นักโทษกำลังมา
 
เข้มเดินนำทีมเคลื่อนย้ายนักโทษมาส่งหน้าห้องสอบปากคำอีกห้องหนึ่ง นักโทษถูกถุงปิดหัวและถูกล็อคแขนขาตีตรวนอย่างแน่นหนา
 
เข้ม: “จากวังยักษ์ ทรราช01 ถึงห้องแล้วกำลังจะเริ่มสอบปากคำ”
ก่อนเขาจะส่งสัญญาณไปให้ยามหน้าประตูเปิดประตูและนำนักโทษเข้าไป
หลังจากยามเอามันนั่งลงและล็อคแขนขามันอย่างแน่นหนาก็เปิดหน้ามันออก
ดนัย: “ไม่เจอกันนานเลยนะพ่อหน้ากากมือปืน
หรือผมควรจะเรียกคุณว่าคุณชาง จิ้น ดีละ”
สีหน้าชายชาวจีนเปลี่ยนแปลงนิดหน่อยก่อนจะหายไป
 
ดนัย: “สงสัยละสิว่าผมหาชื่อจริงคุณมาได้ยังไง มือปืนที่บิดบังหน้าตาแบบคุณแทบจะไม่มีเคยเห็นหน้า มีเพียงฝีมือที่เล่าขานในวงการ”
ดนัยหยิบกระดาษออกมาหลายแผ่นว่างตรงหน้ามัน
ดนัย: “บอกทุกเรื่องที่รู้มา ไม่งั้นเพื่อนๆในคุกที่รอฆ่าคุณในนั้นจะยินดีที่เราจะส่งคุณไปให้พวกเขา”
มันฉีกยิ้มอย่างไม่กังวล
 
ดนัย: “อย่าคิดว่าจะเป็นเหมือนเดิมนะไอ้หน้ากากเวร!! รู้จักตี๊ชูรีเคนปะ เขายินดีจะร่วมมือกับเรา ถ้าไม่อยากตายห่าในคุกก็บอกมาซะ เอาจริงๆโดยส่วนตัวผมอยากให้คุณตายในคุกหรือให้ดีก็พยายามหลบหนีออกจากที่นี้
เพราะกูจะได้ล้างแค้นซักที!!! จำได้มั้ยว่ามึงเคยฆ่าชายชราที่ฮึดสู้ในวันก่อการร้ายนั้น ถ้าจำได้มึงจะรู้ว่ามีเด็กหนุ่มอีกคนตรงนั้น”
 
มือปืนหน้ากาก: “ไม่จริง!! เป็นมึงเองเหรอเนี่ย”
มันเบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึง  ดนัยหยิบปืนพกออกมาจ่อหัวมัน
ดนัย: “พูดหรือตาย แต่แนะนำว่าเงียบดีกว่าเพราะข้อมูลจากตี๊ก็น่าจะพอ กูจะได้ระเบิดกระโหลกมึงซักที มึงฆ่าลุงผู้มีพระคุณของกู กูอยากจะลั่นไก แบบนี้”
ปัง กระสุนพุ่งออกจากกระบอกวิ่งเฉี่ยวขมับมันไป
ดนัย: “นัดต่อไปที่ขา ไม่เอาน่าเงียบๆเหมือนเดิมสิ กูจะได้ยิงได้”
 
แววตาดนัยกราดเกรี้ยวเย็นชา เขาไม่ได้ขู่มันเขาตั้งใจจะทำจริงๆหลังจากทนเหม็นหน้าไอ้เลวนี้มานาน แม้จะผิดกฎหมายแต่เขาก็พร้อมเสี่ยง
 
16.51 น
ห้องประชุมของหน่วย
“นี้งานที่ทำมาสามสี่เดือนสรุปออกมาที่ไม่ได้ไรเลย? พวกมันลึกลับไปไหนวะ”
บิ้กโพล่งขึ้นมากลางที่ประชุม
 
ดนัย: “ไม่ถึงขนาดนั้นครับแค่ทุกอย่างที่จะสาวขึ้นไปในระดับสูง ไม่หายก็ตายหมดแล้วครับ”
ผู้การ: “เว้นแต่ไอ้คนที่ใช้นามแฝงว่า Gold coin ที่สำคัญจนฆ่าตัดตอนไม่ได้ ซึ่งไม่มีชื่อจริงหรือรูปเลย รู้แค่ว่ากบดานเป็นชาวไร่อยู่ทางเหนือ”
อินทรีย์: “เราจะเรียกสมิงกลับมาไหมครับ งานแฝงตัวในพื้นที่ต้องใช้มันเลยครับ”
 
ผู้การส่ายหน้า
ผู้การ: “ไม่ได้ทีมพนากับสมิงต้องสืบให้ได้ว่าเส้นทางลำเลียงของต่างๆเข้ามา มันใช้ทางเส้นไหนสมิงตัวแฝงตัวเป็นลูกหาบในป่าต่อ”
 
ทุกคนได้แต่นั่งมองหน้ากันอย่างจนปัญญา
ผู้การ: “เรื่องนี้เราจะคุยกันทีหลัง ทุกคนกลับบ้านไปพักผ่อนเจอกันวันจันทร์ทุกคน”
 
ดนัยรีบหอบแฟ้มวิ่งแจ้นออกไปทันที
ผู้การ: “มันจะรีบไปไหนวะ ปกติไม่รีบขนาดนี้”
อินทรีย์: “นัดสาวไว้ตั้งแต่บ่ายสามครึ่งครับ งานนี้โดนเทแน่นอนปล่อยให้รอขนาดนี้”
เข้ม: “นัดใครวะ มายด์เหรอ เชรด! ถือว่าก้าวหน้านะไอ้หนู”
อินทรีย์: “ไหงพี่ไปรู้จักกับเด็กมันละ ว่าแต่สวยปะพี่”
เข้ม: “เจอก็รู้เองวะ ไปกันเลยดีกว่าเบอร์ตองรอกูอยู่”
ก่อนทั้งคู่จะออกจากห้องประชุม
 
17.48 น
ดนัยรีบวิ่งออกสถานนีรถไฟฟ้า เขาตัดสินใจทิ้งรถไว้ที่สำนักงาน เพราะช่วงยามเย็นรถแถวสยามติดแค่ไหนใครก็รู้ เพราะฉะนั้นรถไฟฟ้าคือทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว แม้จะเบียดเสียดกันไปหน่อยแต่ก็ทำเวลาได้ดี
เขารีบวิ่งไปร้านกาแฟที่เจอกันรอบที่แล้ว อันเป็นสถานที่นัดเจอ
 
ดนัย: (จะโกรธมั้ยเนี่ย สายไปหลายชั่วโมงแล้ว แล้วจะอธิบายยังไงวะทีนี้ เอาวะเข้าไปก่อนละกัน)
ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในร้าน แต่พอมองซ้ายมองขวาหาเธอก็ไม่เจอ ดนัยเลยถามเด็กเสริฟ์ที่กำลังเก็บโต๊ะ
ดนัย: “เออ น้องครับมีผู้หญิงหน้าตาแบบนี้มานั่งที่ร้านบ้างมั้ยครับ พอดีเป็นเพื่อนพี่นัดกันไว้ที่นี่แหละ”
ก่อนยกมือถือที่เซฟรูปมายด์เอาไว้ให้ดู
เด็กเสริฟ์: “โหยยยพี่ พี่คนสวยคนนี้มารอพี่เนี่ยนะ กูละไม่อยากเชื่อจริงๆ กลับไปเมื่อซักครู่นี้เอง พี่เขามารอพี่ต้องนานแล้ว พี่ไม่มาพรุ่งนี้เลยละ”
ดนัย: “เออน่ะ ไปทางไหนวะ”
มันชี้ทางให้ก่อนจะหันไปพึมพำด่าเขาต่อ
 
ดนัยรีบสับฝีเท้าออกไปทันที
แต่พอดนัยไปลับตาแล้วหลังโซฟาก็มีผู้หญิงคนหนึ่งออกมา
เด็กเสริฟ์: “จัดการให้ตามที่ขอแล้วครับพี่คนสวย”
มายด์: “ขอบคุณจ๊ะ แปปนึงนะ”
ก่อนเธอจะก้มไปหยิบกระเป๋าถือใต้โต๊ะที่ซ่อนไว้
ทันใดนั้นทั้งร้านเงียบเป็นเป่าสาก เพราะลูกค้าชายทั้งร้านแอบชำเลืองดูก้นงอนๆที่เด่นขึ้นขณะก้ม กระโปรงแม้จะยาวแต่ผู้คนก็ยังพยายามหามุมมองที่จะเห็นขาอ่อนขาวๆของเธอ เรียกได้ว่าเห็นให้มากที่สุดเท่าที่องศาจะอำนวย



มายด์หยิบเงินออกมาจ่ายและรีบออกไปจากร้านทันที
เด็กเสริฟ์: “พี่ครับเงินทอนครับ”
มายด์: “ที่เหลือทิปน้องเลยจ๊ะ”
 
มันดูบิลก่อนจะยิ้มขึ้น
ค่ากาแฟรวมเค้กมันเกือบห้าร้อยแต่เธอให้มาต้องพันนึง
เก่ง: “ได้เจอสาวสวยแบบนี้แถมได้เงินฟรีอีก500 สบายละไอ้เก่งวันนี้ โชคดีจริงๆ”
 
ส่วนดนัยที่รีบวิ่งแจ้นไปตามหามายด์ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา เขาเดินหารอบห้างเป็นรอบที่สามแล้ว
ก่อนจะไปนั่งเก้าอี้ยาวของห้างเพื่อพักเหนื่อยก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้
 
ดนัยรีบล้วงกระเป๋าหยิบมือถือขึ้นกดเบอร์เธอโทรออก เขาใจชื่นเพราะโทรติด
ติ๊ดๆๆ แต่เธอดันตัดสาย ดนัยเขามือกุมขมับ ก่อนรีบส่งข้อความไปบอกที่ช่องแชทแทน
 
ดนัย: กลับแล้วเหรอ
ก่อนมันขึ้นว่าเธออ่านแล้ว แต่ไร้ข้อความใดๆกลับมา ดนัยส่งคำขอโทษไปอีกหลายครั้งแม้เธอจะอ่าน แต่เธอก็ไม่ตอบอยู่ดี
ดนัย: “ซวยแล้วกู” ก่อนจะถอนหายใจอย่างหมดแรงและลุกขึ้นเดินอย่างเซ็งๆเศร้าๆออกไปจากบริเวณนั้น
 
แต่สำหรับเธอที่เฝ้าดูอาการเขาจากบนชั้นสองก็ยิ้มหัวเราะอย่างสะใจ
มายด์: “สมน้ำหน้า จะแกล้งยังไงต่อดี อืมมม เอางี้ดีกว่า”
ก่อนเธอจะกดส่งความกลับไปหาดนัย

ดนัยรีบยกมือถือขึ้นมาดู
ดนัย: “ส่งรูปหน้าโกรธมา นี้งอนอยู่แน่ๆ เอ๊ะ! ส่งอะไรมาอีกวะ”
มายด์: โกรธมากรอนาน แต่พอดีสวยและใจดีมากเลยจะให้โอกาส ไปตามแผนที่ ร้านอยู่ชั้นสองไปเลือกของให้ถูกใจ แล้วจะพิจารณาลดโทษให้”
ดนัย: “อั้ยยะ ยังขี้เล่นไม่เปลี่ยนเลยนะ น่ารักซะจริงๆ” เขารำพึงเบาๆก่อนเดินไปตามแผนที่ ก่อนเขาจะรู้ว่ามันเป็นการลงโทษของเธอจริงๆ ก็เล่นให้มาที่ร้านกระเป๋าแบนเน็ม ราคาของในนั้นแต่ละชิ้นก็แพงยับ เล่นเอาดนัยตาลายสมองเบลอไปเลย แถมยังต้องเลือกให้เธออีกซึ่งมันก็หลากสีหลากรุ่นสารพัดไปหมด
แล้วชายฉกรรจ์แบบเขาจะเลือกถูกมั้ย
ระหส่างยืนเก๊ๆกังๆ อยู่ตรงหน้าพนังงานขายมายด์ก็ส่งข้อความมาอีกครั้ง
มายด์: เร็วๆนะ อย่าให้รอนานซื้อให้ถูกใจด้วยละ
ดนัย: (อื้อหื้อ มีเร่งด้วยวุ้ย เอาใบไหนดีวะ)
ระหว่างกุมขมับเขาก็นึกอะไรออกจนได้
 
อีก20นาที ดนัยก็เดินออกมาพร้อมๆกับถุงกระดาษของร้าน (และกระเป๋าที่กลวงโบ้)
 
ดนัย: (หมดแล้วเงินเดือนกู ม่ามานี้ลอยมาแต่ไกลเลย)
ก่อนดนัยจะส่งข้อความกลับไป
ดนัย: ของที่สั่งได้แล้วครับคุณผู้หญิง ให้ไปวางที่ไหนครับ
มายด์ที่นั่งรออยู่ที่ร้านขนมแถวนั้นพออ่านข้อความจบก็มองลงมาก่อนจะอุทานอย่างตกใจ
มายด์: “เฮ้ยซื้อมาจริงๆเหรอเนี่ย นึกว่าจะยืนงงๆอยู่ในร้านเฉยๆ ตายแล้ว”
 
เธอรีบส่งข้อความกลับไปทันที
มายด์: นี้หิ้วออกมาจริงๆด้วย รีบไปหาเราที่….ตามนี้เลยนะ”
ก่อนเธอจะจ่ายเงินและออกไปรอเขาทันที
แต่ก่อนที่เธอจะไปถึง ดนัยก็ส่งข้อความมา
ดนัย: เออ หลงทางอะ ตอนนี้เดินวนตรงร้านหนังสือมาสามรอบแล้วเนี่ย
 
เธอรีบเดินย้อนไปหาทิศทางที่ดนัยหลงทางอยู่
มายด์แสนจะระอากับความมึนแบบดั้งเดิมของเขาจริงๆ
มายด์: “ทำไมกลายเป็นฉันที่ต้องดูแลตานั้นด้วยเนี่ย อีตาจืดเอ่ย” หล่อนพึมพำอย่างเซ็งๆ
 
ก่อนจะเห็นดนัยยืนเฟอะฟะอยู่
มายด์ก็นึกหมั่นไส้คนขึ้นมา
ก่อนจะยกมือถือขึ้นมากรอกข้อความและแอบยิ้มเจ้าเล่ห์
มายด์: “จะปั้นหัวจนเหนื่อยตายเลย โดนแน่ๆ”
 
ดนัยรีบยกมือถือขึ้นมาก่อนจะออกเดิน
ติ้งงงง   แต่อีกข้อความก็ตามมา
มายด์: เลี้ยวขวาของเราไม่ใช่ขวาแก เดินมาเร็วๆนะ
ก่อนเธอจะส่ายหัวอย่างเบื่อๆ
แต่เธอที่ยืนมองเขาจากด้านบนก็ไม่เห็นใบหน้าของเขาที่ยิ้มเจ้าเล่ห์เช่นกัน
 
มายด์: “ทำไมยังไม่มาอีกนะ นายนี้มันซื่อจนโง่จริงๆ นี้ทำไมฉันต้องมาเสียเวลากับตานี้ด้วยนะ”
เธอยืนจนเมื่อยขาแต่ก็ยังไม่เห็นดนัยที่ร้านที่เธอบอกให้เขาไป ส่วนเธอก็ยืนอยู่ในมุมที่มองเห็นถ้าเขาจะมาถึงแล้ว แต่ผ่านไปครึ่งชั่วโมงก็ไม่มีวี่แววเลย
ก่อนจะหันไปข้างหลังแล้วสะดุ้งเฮือก
 
ดนัย: “สนุกมั้ยคนสวย คิดว่าจะปั่นหัวกันง่ายๆขนาดนั้นเลย?”
ดนัยยืนกอดอกมองหน้าเธอ จนเธอต้องหลบตาดุๆของเขา
มายด์: “มะ มานานยังเนี่ยแก รอต้องนานแล้วปะๆกินข้าวกันเถอะไปๆ”
มายด์รีบเดินเนียนหนีไปทันที แต่มือของดนัยก็คว้าแขนเธอไว้
ดนัย: “ไม่เนียนเลยค่ะ เธอค่าาาา มาคุยกันก่อนสิจ๊ะ จะรีบไปไหน”
 
ดนัยดึงเธอกับมือยืนตรงหน้าแล้วปั้นหน้าขรึมใส่
มายด์: “หื้อออ โกรธเราเหรอ เราก็แค่จะหยอกนิดหน่อยเอง ก็ดนัยเป็นคนมาสายนี้ ก็ต้องโดนแกล้งสิ เพราะฉะนั้นเราไม่ผิด”
ก่อนจะเธอตาดุๆ จ้องตอบกลับมาจนเธอหน้าจ๋อยไป นาทีนี้เธอก็เลยงัดไม้ตายออกมาใช้เลย
ก่อนจะทำตาหวานใส่ดนัยและทำเสียงให้ดูน่ารักน่าสงสารมากที่สุด
มายด์: “ขอโต๊ดก็ได้ อย่าทำหน้าแบบใส่เราสิเรากลัวง่ะ โอ้ๆ สุดหล่อไม่โกรธเราสิ ยื้มๆ เย้! ยิ้มแล้วน่ารักมากเลย หายโกรธแล้ว”
 
เธอลูกอ้อนของเธอมันก็ทำให้ดนัยต้องฉีกยิ้มแป้นออกมาจนได้ มาซะน่ารักแบบนั้นใครจะโกรธลง ที่จริงเขาตีหน้าดุแกล้งเธอไปงั้นๆเอง ไม่ได้โมโหโกรธาอะไรอยู่แล้วด้วย
ดนัย: “ก็ไม่ได้โกรธอะไรอยู่แล้ว แค่เอาคืน นิดๆ”
เธอเลยมาผลักแขนเขาเบาๆแล้วบ่นอุบ
มายด์: “นี้ไงชอบกวนเราตลอดๆ ชิ งอนแล้วง้อด้วย”
ดนัยส่ายหัวเบาๆ ตะกี้ยังอ้อนตูไหงงอนกูเฉยเลย งงกับผู้หญิงจริงๆเลย
ดนัย: “ไปๆง้อด้วยของกินละกัน ชอบร้านไหนไปเลยป๋าดนัยจ่ายเอง”
มายด์หันมาแหล่มองก่อนจะยิ้มมุมปากนำออกไป
 
พลาดละกู ดนัยมองราคาอาหารแต่ละอย่างดูไปหน้าซีดไป ส่วนเธอก็สั่งอย่างชำนาญเขาคาดว่าร้านนี้เธอมาประจำแน่นอน   ดนัยมองเมนูตัวเองอยู่นานจนมายด์ต้องจัดการเลือกให้เสร็จสรรพเรียบร้อย ระหว่างนั่งรออาหารที่พึ่งสั่งดนัยก็ยื่นถุงกระเป๋าที่ซื้อให้เธอไป


มายด์: “เฮ้ย ลืมไปแล้วนะเนี่ยจริงๆเราแค่จะแกล้งแกให้มายืนมึนๆในร้านเฉยๆ ไม่ได้คิดจะให้ซื้อจริงๆ” เธอยกมือขึ้นส่ายไปมาเหมือนว่าจะไม่รับของจากตน ดนัยจับมือเธอมาด่อนจะยัดถุงใส่มือ
ดนัย: “เออ เอาไปเถอะไหนๆก็ซื้อมาแล้ว อีกอย่างเราตั้งใจเลือกให้ชอบไม่ชอบก็ดูเอาละกันปกติก็ไม่ได้เลือกให้ใครบ่อยๆ ก็อาจจะไม่สวยถูกใจนะ”
 
มายด์รับถุงมาอย่างไม่ค่อยเต็มใจ ก็ใบหนึ่งก้แพงพอสมควรเลย ปกติแม้ตนจะซื้อบ่อยๆแต่ก็ไม่เคยให้ใครซื้อให้ ยิ่งตาดนัยเป็นตำรวจเงินเดือนหลวงจะเท่าไหร่กันเชียว แต่พอเธอดูกระเป๋าสีขาวที่เขาเลือกให้ก็ตาโต
ดนัย: “สีขาวมันใส่ได้กับหลายชุดดีแถมไปได้หลายงานด้วย ประดับนิดหน่อยไม่ให้ดูจืดมากนัก แต่มันทนมากนี้ละที่ทำให้เลือกใบนี้มาให้ ซื้อของต้องใช้นานๆ จะซื้ออะไรต้องแน่ใจว่าดีจริงๆ ก็เหมือนความรู้สึกเรามั่ง”
ตากลมของทั้งคู่จ้องมองกันจนเธอต้องเบือนตาหลบไป คนอะไรแค่มองตาก็ทำให้เขิน จะแสดงออกชัดเจนขนาดนั้นทำไม อีตาจืดบ้า
 
มายด์: “หืม? เกี่ยวกับแกยังไงเนี่ย แล้วจู่ๆมาพูดอะไรแบบนี้มันก็แปลกๆ”
ดนัยมองเธอก็ตอบอุบอิบเบาๆแล้วยิ้มให้ก่อนจะตอบคำถาม
ดนัย: “ก็ไม่มีสีสันไม่เรียกร้องไม่แสดงออกเกินไป แต่มันก็คงทนมานานมากเลย มายด์ก็คงรู้แหละว่านานแค่ไหน เออ แต่มันไม่เคยจางไปเลย กระเป๋าใบนี้ก็คงอยู่ในตู้รอเจ้าของคว้ามาใช้งาน แม้ลายจะไม่เด่นสีจะจืดๆแต่รับรองหากเลือกมันแล้วมันจะไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน”
มายด์: “ยี้ น้ำเน่าไปอีกแบบนี้ พระเอกมากค่ะแกนี้จำมาจากใครเนี่ยบอกมา”
ดนัย: “ถึงน้ำจะเน่าแต่มันก็เห็นเงาจันทร์นะเธอ บ่นว่าเน่าแต่ตัวเองก็ยิ้มแป้นเชียวนะครับ”
เธอรีบเอามือมาจับหน้าตัวเอง ก็จะหันไปรวบรวมสติตีหน้านิ่งกลับมาอีกครั้ง
มายด์: “ใครยิ้มไม่เห็นมีเลย โม้จริงๆเลยคนแถวนี้”
ดนัย: “ไม่ได้โม้ ของแบบนี้ต้องลองให้พิสูจน์สิ คืนนี้เลยมั้ย เหอะๆ”
มายด์: “บ้า ไอ้จืดหื่นกาม พูดอะไรเนี่ย”
อยู่ดีๆมาขอกันแบบนี้ใครจะจะยอมเรื่องแบบนี้มันต้องใช้เวลา
ก่อนเธอจะหยิกแขนดนัยแรงๆ
ดนัย: “โอยยยๆ หมายถึงลองใช้กระเป๋าที่ซื้อให้ พึ่งรู้ว่ามายด์เป็นคนทะลึ่งแบบนี้ กินข้าวดีกว่า”
ก่อนเอื้อมมือไปรับจานจากบริกรมานั่งกินหน้าตาเฉย
 
มายด์ยกมือขึ้นมากำหมัดขู่คาดโทษชายที่นั่งกินข้าวข้างหน้าก่อนจะหน้ามุ่ยรออาหารของตัวเองมา ส่วนดนัยก็นั่งทำหน้าน่าหมั่นไส้รบกวนเธอไปจนเธอได้อาหารตามที่สั่ง
ทั้งสองก็นั่งกินกันไปจนเธอทำลายความเงียบขึ้น
มายด์: “นี่ๆ ทำไมวันนี้มาสายจังเลย บอกมาเลยเราต้องนั่งรอต้องนาน นั่งไปหลับไปแถมมือถือยังไม่รับสายด้วย”
ดนัยกลืนข้าวลงคอแถมยกน้ำซดโฮ้กไปถึงหันตอบเธอ
ดนัย: “พอดีต้องนอนรอ เพื่อนพี่ๆเค้าจับตัวคนร้ายไง ทีนี้กว่าจะสืบสวนอีก แถมนี่ยังมีคดีอื่นที่เกี่ยวกันไงมันเลยนานหน่อย สุดท้ายต้องสรุปส่งผู้การอีกก็เลยสายอย่างที่เห็น”
 
ดนัยไม่เคยบอกเธอเลยด้วยซ้ำว่างานที่ทำนั้นต้องไปบู๊ล้างผลาญขนาดไหน บอกแค่นั่งทำสำนวนหรือนอนรอ(รอยิงมันนี้ละ)แค่นั้น เพราะg-kไม่อยากให้มีคนมากังวลใจในเรื่องนี้
 
มายด์: “แล้วรู้ได้ไงว่าเราอยู่ไหน เราว่าเรานั่งแอบๆแล้วนะ แต่ดนัยก็ยังเจอ”
ดนัย: “ก็เก่งไง เคๆไม่เล่นแล้วนับวันชักดุขึ้นนะครับเนี่ย” ดนัยรับเปลี่ยนใจกลับมาพูดดีๆแทนกวนโอยเธอ ก็เล่นเงื้อมือมาขนาดนั้นใครจะกล้าแกล้งต่อ
ดนัย: “แรกๆก็แค่สงสัยแต่พอมายด์บอกว่าซื้อกระเป๋าให้จริงๆเหรอ เราก็รู้ละว่ามีคนแถวนี้จะแกล้งเราแน่ ก็เลยแกล้งหลงทางซะเพราะว่ามายด์คงไม่รอนานๆอยู่แล้ว พอมายด์คิดว่าเราหลงทางก็ต้องมาบอกทางไป”
 
ดนัยหยุดพูดและหันไปรับของหวานที่สั่งมานั่งกินจนเธอต้องเตือนให้พูดต่อ
 
ดนัย: “กินเพลินไปนิด ถึงไหนแล้วนะ อืมมม บอกทางสินะ ทีนี้มายด์มาเผยไต๋ตรงจังหวะเราแกล้งเลี้ยวผิด มายด์รู้ว่าเราหันไปทางไหนแสดงว่ามายด์ต้องเห็นตัวเรา แถมยังบ่นว่าผิดทิศ ก็แสดงยืนอยู่ด้านตรงข้ามกัน ทีนี้เราก็แกะรอยตามทิศตรงข้ามว่าจากจุดนี้จะไปร้านที่มายด์จะพาเราไปแกล้งยังไง แล้วก็หามุมที่ซุ่มไปทางนั้นชัดๆ แค่นี้เอง”
มายด์: “เหมือนจะเข้าใจ แต่ก็ยังงงอยู่ดี ช่างมันเอาเป็นว่าเราโดนหลอกให้แกตามรอยได้ เท่านั้นแหละ”
ดนัย: “ที่จริงมันง่ายขึ้นเพราะมายด์นั้นแหละ สงสัยละสิทำหน้าแบบนี้”
ดนัยมองสาวเจ้าที่เอียงคอมองอย่างสงสัย คนน่ารักทำอะไรก็น่ารักขนาดสงสัยยังน่ารักเลย แบบนี้เขาต้องหยอดอีกนิด
 
ดนัย: “เพราะเราตามหัวใจตัวเองไง ใจเราอยู่ที่ไหนทำไมจะไม่รู้”
มายด์ฟังปุ๊ปก็เอานิ้วทิ่มตาที่จ้องตัวเองด้วยความหมั่นไส้สุดๆ คนอะไรหยอดเน่าได้เน่าดีจริงๆ เล่นเอาตำรวจหนุ่มร้องเจี๊ยก
 
ดนัย: “โหดร้ายตลอด พอรู้ว่าไม่สู้นี้ทุบใหญ่เลย อย่าให้ได้เอาคืนนะ พ่อจะฟัดให้หน่ำใจเลย”
ประโยคสุดท้ายดนัยทำเสียงหื่นใส่ทำให้โดนไปอีกหนึ่งผัวะ
“ฝันไปเถอะย่ะ ชิ ขาอ่อนก็ไม่ได้เห็นหรอก”
แล้วเธอก็คว้ากระเป๋าโดนออกไป ซึ่งดนัยก็รีบจ่ายเงินแล้วพลิ้วตัวตามไป
ดนัยบ่นเบาๆขณะเดินตาม
“มากกว่าขาอ่อนก็เห็นมาแล้ว คนอะไรยิ่งเขินยิ่งน่ารัก แบบนี้ต้องตามไปขยี้”
หลังทานมื้อเย็นเรียบร้อย ดนัยก็ต้องตามไปทำคะแนนต่อด้วยการเดินซื้อนู้นนี่เป็นเพื่อน
นั้นทำให้เขาค้นพบว่า
 
ผู้หญิงแข็งแกร่งมากเวลาช้อปปิ้ง
 
แต่โชคดีที่เขาไม่ต้องซื้อให้ เพราะเธอยืนกรานไม่ยอมให้เขาจ่าย ซึ่งดนัยก็ได้แต่ผิดหวัง (ซึ่งจริงๆดีใจที่ประหยัดไปได้อีกโข ก็แม่คุณซื้อเป็นพายุ ตำรวจจนๆจะเลี้ยงไงไหวละ)
ซึ่งลำพังแค่แบกและยืนรอก็สาหัสสุดๆแล้ว มันเป็นอะไรที่เขาไม่ถูกด้วยจริงๆ แต่หลังจากผ่านชั่วโมงนรกไปได้ก็เป็นเวลาหากำไรคืนของดนัย
 
ดนัย: “ดูหนังกันอีกมั้ย วันนี้หนังใหม่มาเยอะจริงๆนะ”
ดนัยตัดสินใจถามไปตรงๆหลังจากลังเลอยู่นาน
มายด์: “อื้อเอาสิ รอบสามทุ่มกว่าๆละกันเราซื้อบัตรเองขอเลือกหนังบ้าง”
คำตอบของเธอเล่นเอาดนัยยิ้มฟินไป นาทีนี้หนังไรไม่สนใจเขาหมายมั่นจะดูหนังเธออย่างเดียวแล้วจังหวะนี้ แล้วเธอก็ไม่ขัดข้องทั้งๆที่รู้หรือเดาออก แบบนี้มันเปิดโอกาสชัดๆ
 
ดนัยกริ๊ดในใจพร้อมวาดฝันไว้อย่างดี ยิ่งตอนเดินเข้าโรงไปพร้อมเธอเจ้าดนัยน้อยก็ลุกชูคออย่างพญามังกรกันเลยทีเดียว เรียกได้ว่าน้ำไม่เดินรอบนี้เรียกเขาว่าควายได้เลย
 
แต่เธอกลับส่งหางตั๋วอีกใบ ท่ามกลางหน้าตาสงสัยของชายหนุ่ม
ดนัย: “ทำไมฉีกแยกกันสองใบอะ มีอะไรรึเปล่า”
มายด์ยิ้มราวกับวางแผนอะไรไว้ ซึ้งพริบตาที่เธอยกหางตั๋วขึ้นให้เขาดู
 
ดนัย: (F15)
ก่อนเขาจะรีบยกหางตั๋วตัวเองมาดู
ตัวอักษรเด่นบนตั๋วคือ D15
 
ดนัยเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นเธอโบกมือที่เก้าอี้แล้ว ดนัยแทบลงไปดิ้นกับพื้น มิน่าล่ะเธอถึงซื้อตั๋วเองจะดัดหลังกันชัดๆ แถมทั้งสองฝั่งข้างเธอก็มีคนนั่งเล่นซะไม่มีโอกาสที่จะทำอะไรได้เดินคอตกไปดูมึนๆจนจบเรื่อง



มายด์: “โอ้ๆ ไม่งอนสิเราทำไปเพื่อความปลอดภัยเรานะ ดนัยต้องเข้าใจสิว่าเรายังไม่ได้เป็นไรกันแถมดนัยก็ไม่น่าไว้ใจอีก เราก็ทำแบบนี้แหละปลอดภัยชัวร์”
มายด์เดินมาปลอบใจดนัยที่เดินเฉาออกมาจากโรง ก็ดับฝันกันแบบนี้ใครจะไม่เซ็ง แถมหนังก็สุดหวานแว๊วไม่ได้ถูกโรคกับตนเลยด้วย
แต่พอมาฟังเหตุผลก็พอเข้าใจเธอ ลูกนักธุระกิจโครตๆแนวหน้าจะทำอะไรก็ต้องรักษาชื่อเสียงตระกูลบ้าง อีกอย่างมายด์กับตนก็ยังไม่เป็นอะไรมากกว่าเพื่อน การคิดจะเอาเปรียบเธอก็ไม่ถูกต้องตามที่เธอบอกจริงๆ ดนัยเองก็หน้ามืดเกินจนลืมว่าที่จริงแล้วตนควรวางตัวยังไงให้เหมาะสม
 
ดนัย: “งั้นเอางี้ เรามาสัญญากันดีกว่า เราสัญญาเลยว่าเราจะไม่ล่วงเกินอะไรถ้ามายด์ไม่ยินยอมพร้อมใจ ไม่ทำเด็ดขาดสัญญา”
ดนัยไม่พูดเปล่านกนิ้วก้อยขึ้นมาให้เธอ ซึ่งเธอก็ยกนิ้วขึ้นมารับทำสัญญา
 
เสนอสนองต้องตรงกันฉันใด   สัญญามีผลต่อกันฉันนั้น
สัญญาใจก็เช่นกัน
ในเรื่องของความไว้ใจวันนี้ดนัยถือว่าก้าวหน้าขึ้น ส่วนประเด็นอื่น ก็คงมีแต่เธอเท่านั้นที่บอกได้
 
ดนัยเดินมาส่งเธอที่รถเหมือนรอบที่แล้ว แต่รอบนี้แม้จะเงียบเหมือนกัน แต่ความรู้สึกในใจนั้นแตกต่างกันมาก ดนัยช่วยเอาของใส่ท้ายรถและมายืนที่ประตูข้างคนขับ
สุดท้ายเขาก็ตระหนักถึงสิ่งเขาควรจะทำ สิ่งที่จะทำให้เขาและเธอนั้นรักกันจริงๆ นั้นคือการให้เกียรติซึ้งกันและกัน ไม่ใช่ต่างฝ่ายต่างหาประโยชน์ตักตวงแบบที่เขาเคยเจอ และประเด็นที่สำคัญที่สุดคือเธอไม่ใช่ผู้หญิงประเภทนั้น รักจริงรอได้เสมอ ดนัยยังคงเชื่อในคำนี้ เชื่อในผู้หญิงที่อยากจะให้มาเป็นแม่ของลูกตน
 
มายด์: “กลับแล้วน้า ไว้เจอกันใหม่รอบหน้า ไม่มาสายแล้วนะคะ และขอบคุณสำหรับทุกอย่างในวันนี้นะ รวมถึงคำสัญญาด้วย”
ดนัย: “จะไปแล้วเหรอ รอบนี้ไม่มีของรางวัลแบบรอบทีแล้วเหรอเนี่ย นึกว่าจะฟลุ๊คอีกซักรอบแท้ๆเลย”
มายด์หน้าขึ้นสีระเรื่อทันทีเมื่อนึกได้ว่ารอบที่แล้วเธอกับเขาทำอะไรกัน แค่เธอคิดรสสวาทจากปากดนัยก็ฝุดมาในสมองเลย
มายด์: “บ้า! พูดอะไรเนี่ย ไปแล้วดีกว่า”
 
ก่อนรถคันงามจะวิ่งฉิวออกไปจากตรงนี้ ทิ้งดนัยไว้กับลานจอดรถอันเงียบเหงาทิ้งและดนัยก็เดินจากไปช้าๆ
 
ดนัยที่ยืนอยู่ลำพังก็กดมือถือดูคลิปที่มายด์ส่งมาให้
ภาพวิดีโอเป็นแม่ยอดดวงใจของเขา ยิ้มหวานก่อนจะจูบมือเบาๆและแตะที่ตัวกล้องคล้ายจะส่งจูบให้คนที่ดู ก่อนเธอจะยิ้มเขินๆ ทิ้งท้ายด้วยคำว่า “รางวัลสำหรับวันนี้จ๊ะ”



ดนัยกดดูซ้ำอีกสองสามรอบก่อนจะกำมือถือแน่นมาก ก่อนจะระงับอารมณ์ไปกดเบอร์ๆหนึ่ง
ดนัย: “ท่านครับเรื่องGold coin ผมจัดการเอง ครับผมทราบความเสี่ยงดีครับ น้องสาวผมโตจนเรียนมหาลัยแล้วครับมันคงดูแลตัวเองได้ ส่วนคนอื่นไปต่างประเทศอีกหลายเดือนครับ ขอบคุณที่ห่วงครับผมยืนยันในคำขอครับท่าน ครับ10โมงครับท่าน รบกวนแค่นี้ครับ”
 
ก่อนดนัยจะยกมือถือขึ้นกดดูรูปมายด์กับเขาตั้งแต่ที่ค่ายสมัยเรียนม.ปลาย เขาแอบเก็บรูปเธอจนถึงทุกวันนี้ รูปแอบถ่ายตอนเธอไม่รู้ตัวเป็นรูปล่าสุดที่เขาถ่ายในมือถือ ดนัยมองรูปเหล่านั้นก่อนจะกดปิดมือถือ ถอดแบตออกจากเครื่องและหลับตาลง
 
“ลาก่อนนะครับ ดวงใจของผม”
เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 19, 2017, 02:24:52 pm โดย cd13579 »
ใครหื้อใครซ่า ข้าแบนเรียบ

*

ออฟไลน์ beeriero

  • Gold Member
  • *****
  • 1049
  • 399
    • ดูรายละเอียด
Re: OUT OF AMMO EP 16 กีดกัน
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2017, 02:49:53 am »
ดนัยกับไอ้คุนอินทรีเด๋วเป็นเพื่อนรักกันแน่เลย

*

ออฟไลน์ cd13579

  • Global Moderator
  • *****
  • 1605
  • 1039
  • ชายผู้มีโครงการเต็มหัว แต่ไม่มีปัญญาเขียน
    • ดูรายละเอียด
Re: OUT OF AMMO EP 16 กีดกัน
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2017, 03:05:22 am »
ดนัยกับไอ้คุนอินทรีเด๋วเป็นเพื่อนรักกันแน่เลย
อีกหน่อยเป็นยิ่งกว่านั้นอีกครับ รออ่านในเรื่องต่อไป 5555
ใครหื้อใครซ่า ข้าแบนเรียบ

*

ออฟไลน์ Pra-in

  • Junior Member
  • ***
  • 550
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: OUT OF AMMO EP 16 กีดกัน
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2017, 04:05:01 am »
ฉากบู๊ยังสนุก ต่อเนื่องเหมือนเดิมนะครับ แต่อยากรู้ว่าฉากรักของหนุ่มดนัยจะมีอะไรคืบหน้าหรือเปล่าหนอ

*

ออฟไลน์ thep59

  • Veteran Member
  • ******
  • 1942
  • 638
    • ดูรายละเอียด
Re: OUT OF AMMO EP 16 กีดกัน
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2017, 08:02:01 am »
น่าสงสารดนัยจังเลย ไม่ได้มายด์อีกละ ต้องรอลุ้นต่อไป

*

ออฟไลน์ pitsanume

  • Banned!

  • Gold Member
  • *****
  • 1355
  • 2708
    • ดูรายละเอียด
Re: OUT OF AMMO EP 16 กีดกัน
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2017, 08:19:14 am »
ขอบคุณมากครับ ชอบเนื้อหาที่มีการแซรกปูทางไปตอนต่อ ๆ ไป สนุกมากครับ จากคู่ปรับกับกลายมาเป็นเพื่อนตายกันในภายหลัง แลัวกลับน้องมายด์คงต้องรอให้เป็นเรื่องของเวลา แต่สงสารดนัยมากจริง ๆ ครับ รอติดตาม และเป็นกำลังใจให้ผู้ประพันธ์ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 23, 2017, 09:37:02 am โดย pitsanume »

*

ออฟไลน์ tetete

  • Gold Member
  • *****
  • 1014
  • 175
    • ดูรายละเอียด
Re: OUT OF AMMO EP 16 กีดกัน
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2017, 09:15:31 am »
ดนัยจะได้สมหวังมั้ยครับ น่าสงสารจริงๆ

*

ออฟไลน์ darkdd1999

  • Senior Member
  • ****
  • 966
  • 260
    • ดูรายละเอียด
Re: OUT OF AMMO EP 16 กีดกัน
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2017, 09:41:15 am »
 ::Elder::ทำไมต้องทำให้พ่อดนัยชอกช้ำระกำใจขนาดนั้นนน

*

ออฟไลน์ tantawanjames

  • Gold Member
  • *****
  • 1090
  • 179
    • ดูรายละเอียด
Re: OUT OF AMMO EP 16 กีดกัน
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2017, 10:08:44 am »
กำลังจะดีแล้วดนัย ตัดสินใจจะทำอะไรบ้าระห่ำอีกเนี่ย รอติดตามครับ

*

ออฟไลน์ holovelove

  • Gold Member
  • *****
  • 1291
  • 473
    • ดูรายละเอียด
Re: OUT OF AMMO EP 16 กีดกัน
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2017, 10:21:57 am »
อ่านไปลุ้นไป สนุกมากครับ นางเอกขี้เล่นมากๆ
เหงาๆ

*

ออฟไลน์ Man_On_The_Moon

  • Senior Member
  • ****
  • 784
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: OUT OF AMMO EP 16 กีดกัน
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2017, 10:52:19 am »
ถึงจะหายไปนาน แต่การกลับมาสมกับการรอคอยจริงๆครับ

*

ออฟไลน์ hunterkung

  • Gold Member
  • *****
  • 1108
  • 245
    • ดูรายละเอียด
Re: OUT OF AMMO EP 16 กีดกัน
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2017, 12:58:42 pm »
เน้นบู้จริงๆๆ พระเอกเรา จะมีบทเสียตัวไหมเนี่ย

*

ออฟไลน์ elelle

  • Senior Member
  • ****
  • 635
  • 81
    • ดูรายละเอียด
Re: OUT OF AMMO EP 16 กีดกัน
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2017, 04:26:59 pm »
มาไวจริง จะผ่านทั้ง3คนรึเปล่านะ

*

ออฟไลน์ sun_307

  • Gold Member
  • *****
  • 1321
  • 701
    • ดูรายละเอียด
Re: OUT OF AMMO EP 16 กีดกัน
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2017, 05:17:15 pm »
มารอดูว่า ดนัยจะสมหวังกับน้องมายด์ได้ไหม น่าสงสารจังเลย โดนแกล้งตลอด

*

ออฟไลน์ wsxc

  • Legend Member
  • *******
  • 2331
  • 287
    • ดูรายละเอียด
Re: OUT OF AMMO EP 16 กีดกัน
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2017, 05:43:12 pm »
ขอบคุณครับ รออ่านตอนใหม่อยู่เลยครับ กลัวจะนานจนลืมเนื้อเรื่องที่เคยอ่านแล้วอีก 555

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ