มลทินดอกไม้-ตอนที่14

มลทินดอกไม้-ตอนที่14

  • 8 ตอบ
  • 9009 อ่าน
*

ออฟไลน์ Monchai-S

  • Full Member
  • **
  • 109
  • 201
    • ดูรายละเอียด
มลทินดอกไม้-ตอนที่14
« เมื่อ: มิถุนายน 13, 2018, 09:45:28 pm »
มลทินดอกไม้-ตอนที่14


          คืนนั้น...ลูกเนียงรู้สึกเป็นไข้หนาวสั่น ในเนื้อตัวมันปวดร้าวเหมือนมีสัตว์เข้าไปขบกัด มันปวดไปจนถึงกระดูก เส้นเอ็นเหมือนจะโดมฉีกขาด เนื้อหนังชอกช้ำคล้ายกับโดนทุบตีมาอย่างหนัก นอนซมอยู่คนเดียวคล้ายนักโทษทําความผิดอย่างฉกรรจ์ โดนเบิกเอาตัวไปซ้อมแล้วจับยัดใส่ห้องขังเดี่ยว ไม่มีหยูกยา ไม่มีคนช่วยเหลือ
ในความเจ็บปวดนี้...บางครั้ง...มันมี ความรู้สึกชอบกล ๆ อย่างบอกไม่ถูก มันเป็นความรู้สึกแปลกใหม่ แต่ก็ไม่เหนือไปกว่าความเจ็บปวดที่ได้รับ
เสียงเพลงที่เปิด โดยจานเสียงดังมาจากห้องโถงข้างล่าง ได้ยินเสียงพูดคุยหัวเราะกัน อย่างสนุกสนานของพ่อกับอาแววรัตน์และเพื่อน ๆ ที่ชวนกันมาดื่มและเต้นรำ เป็นเวลาของความสุขสําหรับพ่อกับอาแววรัตน์และ เพื่อน ๆ
แต่มันเป็นเวลาอันทุกข์ทรมานของลูกเนียง หลังจากโดนขยี้ความสาวจนแหลกลาญด้วยมือของกําบัง ชายร่างใหญ่หนา ไขมันเริ่มจับเป็นแห่งๆ ตามหน้าท้อง หน้าอก แขน ใบหน้าและต้นคอ รูปร่างหน้าตาดูน่าเกลียด แต่กลับเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือในความคิดของเด็กสาว ซึ่งยังไม่รู้จักจิตใจของมนุษย์ดีพอ เด็กสาวที่ถูกเลี้ยงมาอย่างปกปิด ซ่อนเร้น มิให้รู้เรื่องของเพศตรงข้ามจากแม่ผู้เป็นคนหัวเก่า หมายมั่นถนอมความบริสุทธิ์ ให้กับลูกสาว จนกว่าจะถึงบนเตียงในวัน วิวาห์
บัดนี้… เตียงวิวาห์มันไม่มีสําหรับเด็กสาว มันเป็นแท่นหรือเขียงสําหรับเชือดสัตว์
ลูกเนียงปวดร้าวแทบกระดิกกระเดี้ยไม่ได้ หนาวสั่นเพราะไข้จับ อยากจะลงไปบอกกับพ่อ อยากให้พ่อพาไปหาหมอหรือหายาให้กิน...แต่ทิฐิมานะของเด็กไร้เดียงสา ความเจ้าแง่แสนงอนไม่อยากจะขอความช่วยเหลือพ่อ แม้จะพูดกับพ่อก็ยังไม่มีเวลาให้ลูกเนียง พ่อมีเวลาให้กับอาแววรัตน์ มีเวลาให้กับงานและเพื่อนๆ ของพ่อ พ่อปล่อยให้ลูกเนียงอยู่กับแม่มาแต่เล็กแต่น้อยด้วยความเคยชิน ครั้นแม่ตายจาก พ่อก็ยังทําเหมือนลูกเนียงยังมีแม่ พ่อไม่เคยสนใจ...เหตุนี้... ลายตองจึงหลอกเอาลูกเนียงไปขึ้นเขียงให้ กำบังเชือดเสียสาแก่ใจ
“เอ๊ะ ลูกเนียงไปไหนนี่” พัดชาแม่ของรองพล เอ่ยกับแววรัตน์ขณะที่เพิ่งพักเหนื่อยจากการเต้นรํา เสียงเพลงในจังหวะแทงโก้จากแผ่นเสียงดังขึ้น หลายคู่ออกไปวาดลวดลาย
“นอนแล้วละ ป่านนี้คงหลับปุ๋ยไปแล้ว” แววรัตน์ตอบพลางยกแก้วเหล้าสีเหลืองบางๆ ขึ้นจิบ เธอชอบกระตุ้นให้มันเกิดความเมาน้อยๆ เพราะเธอรู้ตัวดีว่าถ้าป็นเช่นนี้ มันคือเวลาของความสุขที่สุด แม้กระทั่งขณะที่อยู่บนเตียง..นึกขึ้นมาแล้วก็น่าขัน...ฝีไม้ลายมือของนายกองทุนดูจะไม่ค่อยคงเส้นคงวาสําหรับเรื่องบนเตียง เห็นที่ยังจะต้องค่อยๆ สอนกันโดยทางอ้อมอีกมาก 
“นี่เธอรู้ไหม” พัดชาพูดเหมือนกระซิบกระซาบ
“ตารองพลของฉันน่ะจะคลั่งลูกเนียงตายอยู่แล้วละ”
“เป็นไงรึ” แววรัตน์ยิ้มสายตาไม่ละไปจาก กองทุนสามีซึ่งกําลังพาคู่เต้นพลิ้วไปตามจังหวะ... การเปลี่ยนคู่เต้นทําให้มีชีวิตชีวา ในแง่ศิลป์มากขึ้น ...แววรัตน์คิดเลยเถิดไปถึงการเปลี่ยนคู่...แม้ตนเองจะไม่เคย แต่เท่าที่ผ่านการเรียนมาจากตะวันตกก็พอจะรู้ถึงการเปลี่ยนคู่กันชั่วคราวของพวกผิวขาว
“เธอรู้ไหม วันนี้ตารองพลไม่ยอมออกจากห้อง ทั้งวัน”  พัดชาพูดเหมือนจะเอาความดีให้ลูกชายมาให้แววรัตน์เห็นใจ ซึ่งความจริงไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้ แต่ด้วยความต้องการให้ลูกเนียงเป็นของรองพลลูกชายของตัวเลยจีบปากจีบคอฟ้อง เหมือน แววรัตน์ไม่ใช่น้องสาว เป็นแม่ของลูกเนียงเเท้ๆ
“ทําไมล่ะ ไม่สบายไปรึ” แววรัตน์ถามไปตามประโยคที่พัดชาพูดมา แต่สายตาที่ไม่ละไปจาก คู่เต้นรำที่กําลังฉวัดเฉวียนไปมา
“ไม่ได้เป็นอะไรหรอก แต่รองพลแกเอาแต่วาด รูปลูกเนียงอยู่ทั้งวันน่ะสิ
“ถึงขนาดนั้นเชียวรึ”
“ฮื่อ...ถึงฝีมือจะไม่เข้าขั้น แต่ตารองพลของ ฉั้นก็วาดรูปของลูกเนียงได้สวยที่เดียวแหละ”
“แกมีหัวศิลป์อยู่เหมือนกันนี่นา” แวรรัตน์ ยกแก้วขึ้นจีบอีกเล็กน้อย
“ใช่ แกวาดเสร็จแล้วฉันถึงได้มีโอกาสดู แกเข้าใจให้สีเสียด้วยนา เป็นรูปของลูกเนียงแค่ครึ่งตัว ทัดกุหลาบสีแดง ในมือถือดอกไม้สีขาว มีแสงสว่าง สลัวๆ เหมือนตะวันเพิ่งจะเริ่มขึ้นในตอนเช้า นกสีขาวโบยบินอยู่บนท้องฟ้าเป็นแบ็คกราวน์ดมันมองดูเหมือม...ดูเหมือนความหมายของความบริสุทธิ์ บริสุทธิ์ไปหมดทั้งเนื้อตัวกายใจของลูกเนียง”
แววรัตน์หัวเราะออกมาเบา ๆ เมื่อฟังพี่สาว พูดราวกับจะเพ้อ
“หัวเราะอะไร” พัดชาถามอย่างฉงน
“หัวเราะพี่น่ะสิ พูดยังกับว่าพี่เป็นตารองพล เสียเอง”
“ก็มันจริง ๆ นี่นา” พัดชายกแก้วเหล้าในมือ ขึ้นจิบบ้าง “เอาไว้ให้เธอเห็นรูปนี้เสียก่อน เธอจะเข้าใจความหมาย รองพลเพิ่มค่าความบริสุทธิ์ให้กับลูกเนียงแค่ไหน”
“ไม่ต้องเพิ่มให้ ลูกเนียงก็บริสุทธิ์อยู่แล้ว เด็กขนาดนี้ยังไม่รู้เรื่องอะไรหรอก”
“นั่นสิ”
“บอกให้ตารองพลหมั่นมาคุยกับลูกเนียงบ้างก็แล้วกัน อย่าห่างเหินมากนัก”
“ฉันก็บอกแกแล้ว แต่ตารองพลของฉันเธอก็ รู้อยู่แล้ว เรื่องพรรณนี้เขาจริงจัง แต่ก็ติดจะอายๆอยู่เหมือนกัน...ยังไงละก็เธอดูแลยายลูกเนียงเอาไว้ให้ดีๆ นะ”
“ฉันรู้หรอกน่า ฉันจะไม่ยอมให้มดเข้ามาไต่ไรเข้ามาตอม เพราะลูกเนียงเป็นของรองพลหลานชาย แท้ๆ ของฉันนี่น้า” แววรัตน์ลากเสียงยาวๆ แล้ววางแก้วหันไปหาเพื่อนของสามีที่เข้ามาโค้งให้ด้วยมารยาทขอสําหรับเพลงที่เพิ่งจะขึ้นมาใหม่ในจังหวะ วอลซ์...
เขาเป็นเพื่อนคนใหม่ของสามี...ภาษากายของเขาที่ส่งออกมาตามจังหวะวอลซ์ไม่เลว...
แววรัตน์รู้สึกถึงการได้เปลี่ยนคู่ใหม่ขณะอยู่ในวงแขนของเขาที่พาเธอลิ่ว ๆ ไปเหมือนลอย ละล่อง

ลูกเนียงรู้สึกหนาวสั่น... พ่อจะรู้ไหมหนอลูกสาวของพ่อกําลังบอบช้ำอยู่ในขณะนี้...
แม่... ลูกเนียงคิดถึงแม่... หากแม่ยังอยู่ เราคงไม่เป็นอย่างนี้ แม่จะกุลีกุจอ ช่วยหาหยูกยา แม่จะเจ็บปวดเหมือนความเจ็บปวดของแม่เอง
ลูกเนียงหลับไปอีก... ช่วงนี้ลูกเนียงฝันเห็นแม่...
ในฝัน ลูกเนียงเจ็บปวด เนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผล วิ่งเข้าไปหาแม่ขอให้แม่ช่วยด้วย เพราะไม่สามารถจะช่วยตัวเองได้ ใครต่อใครพากันรุมทําร้าย เพราะเห็นเป็นเด็ก ไม่มี สติปัญญาจะป้องกันตนเองได้ ลูกเนียงให้มาดูบาดแผลตามเนื้อตัวซึ่งโดนรุมกัดรุมทึ้งราวกับเป็นเหยื่ออันโอชะ พ่อก็สิ้นความรักความห่วงใยเสียแล้ว พ่อมีอาแววรัตน์ที่จะต้องเอาใจใส่มากกว่าลูกสาวคนเดียวของพ่อ ลูกเนียงจึง โดนทำลายอย่างยับเยิน ไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว ลูกเนียงขอร้องให้แม่รับลูกเนียงไปอยู่ด้วย ทำไมแม่ถึงใจร้ายปล่อยให้ตนต้องอยู่ท่ามกลางผู้คนที่คิดทําลายเด็กไร้เดียงสาอย่างนี้ ลูกเนียงอยากไปอยู่กับแม่ ไม่ว่าจะทุกข์อย่างไรก็ยังดีกว่าชีวิตที่เป็นอยู่ในขณะนี้... แม่ไม่ได้พูด เอาแต่กอดลูกเนียงแล้วร้องไห้... ลูกเนียงพลอยร้องไห้กับแม่สองคน แม่ลูกร้องจนกระทั่งลูกเนียงรู้สึกตัวตื่นยังไม่หมดเสียงสะอื่น ของตนเอง...
ความไข้ดูจะค่อยบรรเทาลงเพราะเหงื่อ ออกมาชุ่มโชก
เด็กสาวสลัดผ้าห่มผืนหนาออกจากตัว ลุกขึ้นนั่งมันปวดแปลบขึ้นมาตรงกระดูกสันหลังจนต้องนิ่วหน้า
พอก้าวลงจากเตียง... จะลุกขึ้นยืนก็กลับต้องงอตัวลงเพราะความปวดในช่องท้อง
อะไรต่ออะไรดูมันจะยังค้างคาอยู่ในตัว ไม่ออกไปไหน เด็กสาวพยายามค่อย ๆ ยืดหน้าอกขึ้นสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อบรรเทาความเจ็บปวดและทรงตัวให้มั่นคงขึ้น ใช้สองมือดันตรงกระเบนเหน็บแอ่นหน้าให้เชิดขึ้นไม่ให้ตัวมันงอ สองไหล่ผายออกมิให้มันห่อเข้าหากัน... แต่มันยังมีความรู้สึก ตอนที่สองมือของกําบังเหนี่ยวรั้งสองไหล่อยู่ เจ็บหน้าท้องเพราะแรงกระแทกกระทั้น... เจ็บเข้าไปจนลึก... ขณะที่เขาก็คงจะพยายามอย่างเต็มที่กว่า.. กว่าเลือดเสียจะออกมา...
เด็กสาวพยายามแข็งใจเดินเข้าไปในห้องน้ำ มันให้ขัดไปหมดทุกข้อต่อ
เมื่อเข้ามาในห้องน้ำ ลูกเนียงก็เปิดไฟ... ถอดเสื้อกระโปรงชุดเดิมที่ยังมีรอยเลือดแห้งกรังติดอยู่ออกไปจากตัว เพราะตั้งแต่กลับมา จากห้องของกําบังขึ้นมาอยู่ในห้องของตนบนตึกก็ล้มพับหลับอยู่บนเตียง ไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะถอดเอากระโปรงเปื้อนเลือดออก...
เด็กสาวมองร่างเปล่าเปลือยของตัวเองใน กระจกเงาบานใหญ่ แสงไฟส่องให้เห็นชัด…
ใบหน้าที่เคยอิ่มปลั่งด้วยเลือดฝาดดูเหมือน จะกลายเป็นสีซีด ๆ
ดวงตารู้สึกจะมีม่านอันขุ่นมัวบังอยู่เล็กน้อย
หัวไหล่ข้างขวาเห็นเป็นรอยเล็บจิกอย่างถนัด
ปากดูจะหนาขึ้นกว่าเดิมเพราะโดนขบกัด
ตรงฐานสีขาวของสองเต้ามีรอยเขี้ยวย้ำเป็นจ้ำ ๆ
หน้าท้องมีรอยโดนหยิกเนื้อเขียวบาง ๆ
ป่วยการจะไปดูที่อื่น ๆ เด็กสาวหลับตา อ่อนอกอ่อนใจไปหมด
เจ้าเลือดเสียนี่มันร้ายกาจจริงๆ กว่าจะเอามันออกไปจากตัวได้... ก็น่าฉงนอยู่เหมือนกัน ในลีลาท่าทางของเขา... ภาพที่เห็นในกระจกเงาคร่ำคร่าใน ห้องนอนของกําบัง... คล้าย ๆ กับการหักแข้งหักขาของนักยูโด... แต่มันไม่ใช่เพียงแต่คล้าย…
ยิ่งนึกไปถึงอิริยาบถในช่วงสุดท้ายของเขา...
นับว่าเป็นบุญแล้วที่เอาตัวรอดออกมาได้...
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ บทบาทการโลมเล้าครั้งแรก ของเขามันให้ความรู้สึกชอบกล
ถ้าเขาทําแบบนั้นไปเรื่อย ๆ ก็คงจะดีเหมือนกัน แต่คงช่วยเอาเลือดที่ไม่ต้องการออกมาจากตัวไม่ได้
...เฉพาะเจ้าสิ่งที่ช่วยดึงเอาเลือดออกมาจากตัว...
ยิ่งคิดยิ่งสยอง... และ สยิวพิลึก...
เด็กสาวเปิดน้ำใส่อ่างวักขึ้นมาล้างหน้า เส้นผมยาวยุ่งลงมาปรกค่อย ๆ ใช้มือรวบขมวดเอาไว้ด้านหลัง แต่ก็ต้องใช้เวลาค่อนข้างนานเพราะปวดตรง หัวไหล่ยกขึ้นไม่ค่อยถนัด...
ฤทธิ์เหล้าที่กําบังให้กินก่อนจะเอาเลือดออก ดูจะยังไม่สร่างง่าย ๆ มันยังขมขื่นอยู่ในปากและบงการอยู่ในความคิด...
ความหนาวสั่นเพราะฤทธิ์ใข้เมื่อตอนหัวค่ำหายไป เหลือแต่ความร้อน... ร้อนจนไม่อยากจะออกไปจากห้องน้ำ
เด็กสาวค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งพิงข้างฝาเหยียดสองขาออกไปตรง ๆ แต่ก็ทําไม่ได้นานเพราะความตึงปวดต้องงอเข้ามาหาตัว ความเย็นของกระเบื้องเคลือบจากพื้นและผนังของห้องน้ำช่วยทําให้คลายความร้อนลงไปได้บ้าง
จนป่านนี้ความเหนื่อยหอบยังไม่หาย
เด็กสาวเผลอหลับอยู่ในท่าเช่นนั้นจนสว่าง... มารู้สึกตัวเอาเมื่อได้ยินเสียงลายตองเรียก
“คุณหนูคะ... คุณหนูคะ ตื่นเถอะค่ะ”
เด็กสาวลืมตาขึ้นเห็นใบหน้าลายตองยิ้มละไม ความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยเกิดขึ้น เพราะในยามนี้ไม่มีใครจะเข้าใจและเอาใจใส่ดูแลช่วยเหลือตนเท่ากับ ลายตอง... นอกจากแม่แล้วก็เพิ่งจะเห็นลายตองนี่แหละพอเป็นที่อาศัยพึ่งพากันได้... ความไร้เดียงสา ทําให้ไม่รู้ว่าตนเองได้กลายเป็นเหยื่อของลายตองไปเสียแล้ว
“ลายตอง”  เด็กสาวเอ่ยขึ้นเบาๆ พลันรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรขึ้นมาจุกอยู่ในลําคอ ทําให้ต้องสะอื้นออกมาน้อย ๆ
“เมื่อคืน... เมื่อคืนฉันหนาว...ฉันเป็นไข้”
“ก็นายกําบังแกขย่มเอาขนาดนั้นไม่เป็นไข้ได้อย่างไรเล่า” ลายตองคิดอยู่ในใจ ยิ้มที่ส่งออกมาเป็น ยิ้มของความเห็นใจ แต่ในความคิด มันเป็นยิ้มที่สาสมกับความแค้น...
เด็กสาวอดที่จะเอามือกอดหน้าอกเพื่อปิดสองเต้าและงอขาเข้ามาเบียดบังเนื้อหน้าขาเสียมิได้เพราะความอายลายตอง
“คุณหนูไม่เป็นไรแล้วละค่ะ” ลายตองพูดเสียง “อ่อนปลอบโยน มาอาบน้ำเสียก่อนเถอะ ตองเปิดน้ำ อุ่นเอาไว้ให้แล้ว ตั้งแต่กลับมาจากในสวนเมื่อวานนี้คุณหนูยังไม่ได้อาบน้ำใช่ไหมคะ”
เด็กสาวส่ายหน้าหลบสายตาของลายตองด้วยความอาย
ลายตองแกล้งทําเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ค่อย ๆ พยุงร่าง ของเด็กสาวให้ลุกขึ้น... เด็กสาวรู้สึกปวดจี๊ดจ๊าดขึ้นมาตรงเนื้ออ่อนหน้าขา ขาก็พลันอ่อนลงทําท่าจะพับจนต้องโผกอดลายตองเอาไว้
“เป็นไงคะ” ลายตองแกล้งถามทั้ง ๆ ที่รู้ เพราะสภาพเช่นนี้ตนเคยเจอมาแล้ว
“ฉัน... ฉันปวด เด็กสาวกัดฟันตอบ
“ทนเอาหน่อยนะคะ พรุ่งนี้หรือมะรืนนี้ก็จะหาย ตองเองเมื่อแรก ๆ ก็เป็นอย่างนี้เหมือนกัน คุณหนูยังดีกว่าตองนะ เพราะคุณหนูแข็งแรงกว่า ตองเองนอนซมไปตั้งเจ็ดแปดวัน”
ลายตองค่อย ๆ พยุงเอาเด็กสาวลงในอ่างน้ำสีขาว มือไม้ของลายตองดูแผ่วเบานุ่มนวล... คล้ายกับมือของแม่เมื่อตอนมีชีวิตอยู่ช่วยดูแลประคบประหงมให้กับเด็กสาว...
แต่พอลงไปในอ่างทั้งตัว... เนื้อตรงหน้าขาโตนน้ำเข้าเท่านั้น... มันแสบจี๊ด จนทนเกือบไม่ไหว.. ยังดีที่เป็นน้ำอุ่น และเฉพาะความอุ่นใจที่อยู่ในมือของลายตอง...
ลายตองถูเนื้อถูตัวให้เด็กสาวเบา ๆ บางครั้งไป โดนเข้าตรงรอยเจ็บเด็กสาวจนถึงกับคราง
“เอ๊ะ คุณหนูเป็นอะไรน่ะ" ลายตองแกล้งทํา เป็นสงสัยเมื่อได้ยินเสียงเด็กสาวคราง
“เจ็บ”  เด็กสาวตอบเบา ๆ
ลายตองแกล้งทําสีหน้าฉงนคล้ายกับเพิ่งจะได้ เห็นรอยเขียวช้ำตามเนื้อตัวของเด็กสาว
“อุ๊ย คุณหนูไปโดนอะไรมานี่” พลางเอามือลูบ ตามรอยช้ำที่หัวไหล่ หน้าอก และรอยช้ำบวมที่ริมฝีปากของเด็กสาว
ลูกเนียงส่ายหน้าไม่อยากพูด
“บอกตองสีคะคุณหนู คุณหนูไปโดนอะไรมา” ลายตองแกล้งถามย้ำ
“เขา... เขา... เด็กสาวพูดตะกุกตะกัก “เขา..เขาทำ... "
“เขา” ลายตองแกล้งทวนคำ “เขาทําอะไรคุณหนูเหรอคะ” ซุ่มเสียงฟังดูเหมือนจะตกใจไม่ใช่น้อย
“เขา... ก็เขาทํา... ทําอย่างที่ลายตองบอก” เด็กสาวก้มหน้าลง สายตาบังเอิญเห็นรอยเลือดสีแดงจาง ๆ อยู่ในน้ำ
“เขาทําอย่างที่ตองบอกเหรอคะ”
“ใช่” เด็กสาวพยักหน้าหลบสายตาลายตอง ราวกับเพิ่งโคนจับผิดได้
“ต๊ายตาย” ลายตองทอดหางเสียงพลางเอามือ ลูบอกของตนเอง
“ถ้าหากเขาท่าอย่างที่ตองบอก ทำไมถึงเป็นขนาดนี้เล่า” มือก็ลูบไปตามรอยช้ำตามเนื้อตัวเด็กสาว
เด็กสาวมองหน้าลายตองด้วยความฉงน... ลายตองทําหน้าเหมือนกับจะร้องไห้
“ถ้าเขาทําอย่างที่ตองบอกกับคุณหนู...ทําไมมันถึงได้เป็นขนาดนี้” ลายตองเบือนหน้าหลบสายตาเด็กสาว แสร้งยกนิ้วชี้ปาดที่หางตาของตนคล้ายกับ จะกลบเกลื่อนหยดน้ำตา
ลูกเนียงยิ่งแปลกใจมากขึ้น...ลายตองหมายถึงอะไร... ไม่เข้าใจ...
“ถ้าหากเขาทําอย่างที่ต้องบอกกับคุณหนู และนัดแนะกับเขาเอาไว้ตั้งแต่แรก คุณหนูคงไม่ต้องเจ็บเนื้อเจ็บตัวถึงขนาดนี้”
แม้จะไม่ใช่นักแสดง แต่ลายตองก็สวมบทบาท ความเห็นอกเห็นใจ ความตื่นตกใจได้ไม่เลว มันเป็น มายาที่ซ่อนลึก ถึงคราวก็เอาออกมาใช้อย่างได้ผล และเด็กสาวอย่างลูกเนียง ไร้เดียงสาเสียจนไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ยิ่งง่ายดายเข้า
ลายตองเอามือลูบคลําตามเนื้อตัวของเด็กสาว ที่มีร่องรอยของการโดนขยี้ขยําเบา ๆ
“โถ คุณหนู” ลายตองทําเสียงเครือได้อย่างแนบเนียน
พอได้ยินเสียงสั่นเครืออย่างแนบเนียนของลายตอง ความเจ็บปวดที่ตนได้รับมาทําให้เด็กสาวเผลอตัวโผเข้ากอตลายตองร้องไห้ออกมาทันที
ลายตองปล่อยให้เด็กสาวร้องไห้อยู่พักหนึ่ง จึงปลอบ
“นิ่งเสียเถอะค่ะคุณหนู” พลางเอามือเช็ดน้ำตา ลูบไล้เส้นผมของเด็กสาวอย่างอ่อนโยน
ครู่หนึ่งลูกเนียงจึงเหลือแต่เพียงเสียงสะอื้นน้อย ๆ
“ไม่น่าเลย” เสียงลายตองพูดอย่างเคียดแค้น
เด็กสาวก็ยังไม่เข้าใจความหมายของลายตองอยู่ดีว่าหมายถึงอะไรกันแน่
“ไม่น่าอะไร” ลูกเนียงย้อนถาม
“คุณหนูไม่น่าจะเจ็บถึงเพียงนี้”
“แล้วตอนที่..ตอนที่ลายตอง...เอาเลือดเสียออกจากตัว....ไม่เจ็บถึงขนาดนี้เรอะ”
“มันเจ็บเหมือนกันค่ะ แต่มันไม่เจ็บอย่างบอบช้ำเหมือนเช่นนี้...ชักสงสัยเสียแล้วสิ..” ลายตอง ถอนใจลึก ๆ
“สงสัยอะไร" เด็กสาวถามอย่างพาซื่อ
“เขา... เขาทําอะไรกับคุณหนู”
“... ก็เอาเลือดเสียออกไป.. อย่างที่ลายตองบอก”
“ฉัน... ฉันว่ามันไม่ใช่เสียแล้ว”
“ไม่ใช่... ไม่ใช่ยังไง” เด็กสาวฉงนคล้ายกับรู้ ว่ามีเรื่องราวอะไรที่ผิดปกติขึ้นเสียแล้ว
“มันไม่ใช่เอาเลือดออกอย่างที่ลายตองทําน่ะ สิคะ"
“ไม่... ฉันไม่รู้” เด็กสาวส่ายหน้าไปมา
ลายตองเม้มริมฝีปากจ้องหน้าเด็กสาว ซึ่งประสานสายตาตอบเหมือนต่างฝ่ายต่างพยายามค้นหาความจริง
“เขาทํายังไงกับคุณหนู”
“ก็เขา...” เด็กสาวส่ายหน้าด้วยความอาย
“เอาเถอะ งั้นตองจะเป็นฝ่ายทําให้คุณหนูเข้าใจเอง... ตอนที่ตองมีประจําเดือนในตอนนั้น หมอโฉมแกเอาเลือดเสียออกให้... หมอแกใช้ปากดูดเอา ออกเพียงอย่างเดียว... คุณหนูเข้าใจไหม... ไม่ว่าใครที่เขาทํากัน เขาก็ใช้ปากดูดเอาเลือดเสียออก อย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีอะไรอื่น”
เด็กสาวรู้สึกชาไปหมดทั้งเนื้อทั้งตัวเมื่อ ได้ยินลายตองพูดเช่นนี้...การเอาเลือดเสีย ออกจากตัวหลังจากมีประจําเดือนเขาใช้ปาก ดูดออกอย่างเดียว แต่นี่... แต่กำบังไม่ได้ ทํากับตนอย่างนั้น ไม่ได้ใช้ปากเอาเลือดออก... แต่เขา... เขาใช้หน่อเนื้อหน้าขาของเขาเข้ามาทะลวงในตัว... โอ... อะไรกัน... มันหมายความว่าอะไรกันนี่...   



*

ออฟไลน์ peddo

  • Ultimate Member
  • ********
  • 3905
  • 1236
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่14
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มิถุนายน 13, 2018, 10:45:53 pm »
ลายตองโหดมาก พาไปให้บังขยี้กาย แล้วยังตามมาขยี้ใจอีก หนูน้อยจะทำไงต่อไปเนี่ย จะเตลิดเปิดเปิงไปไหมนะ อ่านไปอ่านมายังไม่หายเสียวเลย ขนาดยังไม่มีบทเสียว แต่งได้อารมณ์​จริงๆ​ครับ​ ขอบคุณ​ครับ​

*

ออฟไลน์ Phoowadol

  • Global Moderator
  • *****
  • 2190
  • 333
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่14
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มิถุนายน 13, 2018, 11:24:36 pm »
เด็กหนอเด็กเสียสาวไปแล้วยังไม่รู้ตัวเลย  เฮ้อ เจ็บจนระบมไปหมดทั้งตัวแล้วมั้งตอนนี้ แหม่ก็ครั้งแรกอดนะแถมโดนกำบังล่อใส่ไม่ยั้งด้วย ป่านนี้คงบวมฉึ่งแน่ๆเลย. ลายตองก็ช่างร้ายกาจ ทำทีเป็นเอาใจใส่สงสารทั้งๆที่เธอนะแหละตัวดีหลอกสาวน้อยเข้าถ้ำเสือ  มันน่านักหึ...

*

ออฟไลน์ cdx

  • Junior Member
  • ***
  • 407
  • 2595
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่14
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มิถุนายน 14, 2018, 05:44:51 am »
หายไวๆนะลูกเนียน จะได้ไปซ้ำอีกรอบ
ต้องลุ้นแล้วละ

*

pinmonkey

Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่14
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มิถุนายน 15, 2018, 05:05:50 am »
สงสารลูกเนียงจังเลย รับผิดในสิ่งที่ตนไม่ได้ก่อ แต่คงเป็นกรรมเก่าละนะ ขอบคุณมากครับ

*

ออฟไลน์ johnywalker

  • Legend Member
  • *******
  • 2954
  • 14
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่14
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มิถุนายน 17, 2018, 10:37:04 am »
 ::Crying:: น่าสงสารลูกเนียง ใสซื่อซะจนมองคนไม่ออก

*

ออฟไลน์ naluk888

  • Gold Member
  • *****
  • 1453
  • 1000
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่14
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: มิถุนายน 17, 2018, 11:22:29 pm »
พลิกลิ้นเลยนะลายตอง กะเสี้ยมอีกรึ

*

ออฟไลน์ suriyamahajit

  • Supreme Member
  • *********
  • 7761
  • 1850
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่14
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: กรกฎาคม 23, 2018, 10:52:10 pm »
ลายตองนี่ออกลีลาแก้แค้นอย่างร้ายเลยวางแผนเด็ด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 24, 2018, 01:51:30 am โดย suriyamahajit »

*

ohodaya

Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่14
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2020, 09:44:32 pm »
เด็กน้อย ไร้เดียงสา

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ