The Senses 12 : ทักด้วยคำร่ำลา

The Senses 12 : ทักด้วยคำร่ำลา

  • 740 ตอบ
  • 16635 อ่าน
*

ออฟไลน์ punyang

  • Full Member
  • **
  • 75
  • 3233
    • ดูรายละเอียด
The Senses 12 : ทักด้วยคำร่ำลา
« เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2020, 02:38:31 pm »
สวัสดีครับ

1.ผมรีบปั่นสุดๆตอนหน้าจบแล้วครับ เดี๋ยวไปทำงานแล้วจะไม่ได้เขียนต่อ

2. ขอโทษด้วยครับที่จบแค่ 13 ตอน ซึ่งผมว่ามันก็ยาวแล้วนะ อย่างที่หลายๆท่านบอกเรื่องนี้มันต่อยอดได้อีกหลายต่อ จริงๆผมก็ทิ้งปมเล็กๆไว้มากมาย อย่างเรื่ององค์กรลับ น้องขวัญ งานวิจัยของพ่อแม่ คือต่อไปได้อีกเรื่อยๆครับ แต่ผมว่าจบไว้แค่นี้ดีกว่า เหตุที่ทิ้งปมไว้คือเปิดทางให้ตัวเองเผื่อว่างๆนึกสนุกอยากจะมาต่อยอดภาคใหม่ จะได้มีปมเอาไว้เล่าเรื่องขยายต่อไป แต่ภาคนี้ผมจบแค่นี้ครับ

3.สำหรับตอนต่อไปผมจะเล่าไทม์ไลน์ของเรื่องนี้ที่เวลาเดินหน้าไป 3 ปี ให้มันจบแบบแฮปปี้ที่สุด

4.สุดท้าย อยากจะสำรวจความเห็นของทุกท่านว่าท่านชอบตัวละครไหนที่สุดในเรื่อง (สร้างโพลในกระทู้ไม่เป็นครับ) ตอบมันในคอมเม้นท์นี่แหละ พี่หลิน,พี่ฟาง,น้องพลอย,พี่เจน,น้องขวัญ,น้องหมวย แค่อยากรู้ครับเผื่อไปต่อยอดเวลาเขียนเรื่องใหม่

ขอบคุณที่ติดตามครับ


...............
“ในความทุกข์ยังมีความสุขปะปนอยู่ฉันใด ในภาวะที่แวดล้อมไปด้วยความสุขก็มักจะมีความทุกข์ปะปนฉันนั้น”

นั่นน่าจะเป็นประโยคที่อธิบายเรื่องราวของผมได้ดีที่สุดในขณะนี้ ผมเหมือนเรือที่เพิ่งผ่านมรสุมกลางทะเลใหญ่มาได้ไม่นาน ก็พบคลื่นลมแปรปรวนระรอกใหญ่กำลังก่อตัวขึ้นอีกครั้ง ผมยังนึกถึงคำสัญญาที่พ่อน้องพลอยเคยพูดกับผมไว้ ว่าจะยกน้องพลอยให้ผม แต่ทำไมจู่ๆ ถึงจะหอบลูกเมียกลับไปอยู่ญี่ปุ่นอีกล่ะ
.....
เป็นความกระวนกระวายใจที่เกิดขึ้นใหม่ ผมรีบพยายามติดต่อน้องพลอยตั้งแต่เย็นวันนั้น แต่เธอไม่ยอมรับสาย ผมถามยายหมวยว่าน้องพลอยจะไปเมื่อไหร่ คำตอบของเธอทำเอาผมใจหายระรอกใหญ่อีกครั้ง
“สัปดาห์หน้า”   มันเหลือเวลาอีกแค่ 3 วันเท่านั้นที่จะเอ่ยคำร่ำลา

ผมดิ่งตรงไปหาน้องพลอยที่คอนโดทันที ผมรู้สึกโกรธเคืองขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ คือคอนโดก็คอนโดผม ก่อนหน้านี้ผมก็คือดูแลมาโดยตลอด ผมโกรธทั้งพี่เจนและน้องพลอย ที่ไม่คิดจะบอกกันเลยสักคำ  ก่อนจะนึกย้อนกลับไป หรือจริงๆแล้วเป็นผมต่างหากที่หนีหน้าไป เพราะคิดว่าพ่อเขากลับมา เขาน่าจะมีความสุขดีกันอยู่แล้ว

ไม่ใช่สิ จริงๆผมประชดต่างหาก ผมประชดที่อุตส่าห์ ช่วยเหลือยามพวกเธอลำบากแต่พอสถานะการณ์ดีขึ้นกลับลืมสิ่งที่ผมเคยกระทำให้มาตลอด
....
“กริ๊ง”ผมกดกริ่งเคาะประตูห้อง

ภาพหญิงสาวในวัยกลางคน ใส่เสื้อผ้ามิดชิดสวมผ้ากันเปื้อนปรากฏขึ้นเบื้องหน้าผม เธอรวบผมไว้อย่างเรียบร้อยและผูกมัดปมเป็นหางม้าเหมือนอย่างเคยๆ

พี่เจนสะท้านอย่างตื่นตระหนกเมื่อเห็นผมแวะเวียนมาในเย็นวันนี้ เธอพยายามเหลือบตามองเข้าไปในห้องเหมือนจะเปรยๆบอกผมว่า สามีเธออยู่นะ

ผมอ่านใจเธอออกและเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็นวัน “ผมไม่ได้มาหาพี่เจนครับ ผมมาหาน้องพลอย”
เธอสะท้านขึ้นคราใหญ่ เหมือนโดนมีดกรีดลงกลางหัวใจ เธอรู้มาโดยตลอดว่าชายหนุ่มคนนี้อาจมีอะไรลึกซึ้งกับลูกสาวเธอ แต่ก็ไม่คิดว่าวันนี้เขาจะแสดงออกอย่างชัดเจนขนาดนี้

พ่อน้องพลอยเห็นผมก่อนจะยิ้มทักทายแบบแหยงๆ ผมอ่านสิ่งที่เขาคิดไม่ออก เพราะมันเป็นความนึกคิดที่ผมฟังไม่เข้าใจ แต่ดูสีหน้าแล้วเขาก็ดูรู้สึกผิดอยู่บ้าง

ผมหันไปถามพี่เจนให้ช่วยถามพ่อน้องพลอยหน่อยว่า ทำไมถึงกะทันหันแบบนี้ ผมทวงคำสัญญาที่พ่อน้องพลอยเคยบอกผมไว้ ทั้งพี่เจนและพ่อน้องพลอยอึ้งไปเลยครับ ที่ผมมาจี้เอาตรงๆ

เราพยายามสื่อสารกัน โดยพี่เจนเป็นทางผ่าน คือพ่อเขายอมรับว่าวันนั้นดีใจมากที่ผมดูแลน้องพลอยกับเมียเขา ตอนที่เขาไม่อยู่ เลยพูดออกไปโดนไม่คิดว่าผมจะจริงจัง อีกอย่างน้องพลอยยังเด็กมาก เลยบอกผมว่าอย่าถือสาเป็นข้อผูกมัดเลย

ผมแวบกระแสความคิดของพี่เจนออกมา เธอรู้สึกใจหายมากๆ ที่ผมคิดหวังจะแต่งงานกับลูกสาวเธอจริงๆ เธอเริ่มรู้สึกสับสนในความสัมพันธ์ที่มันเกิดขึ้น เธอคิดว่าเด็กหนุ่มคนนี้ชอบเธอ แต่กลายเป็นว่าเขาจริงจังกับลูกสาวเธอมากกว่า เธอคิดภาพไม่ออกเลยถ้าลูกสาวเธอกับชายหนุ่มคนนี้แต่งงานกันจริงๆ เธอจะทำตัวยังไง
......
ผมเริ่มพาลแบบคนไม่เข้าใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นบอกพี่เจนว่า ให้เรียกน้องพลอยมาคุยได้ไหม ถ้าน้องพลอยยืนยันว่าจะไปคำเดียว ผมจะไม่เซ้าซี้อะไรต่อเลย

น้องพลอยพยายามหลบหน้าผม เธอไม่โผล่หน้าออกมาจากห้องด้วยซ้ำทั้งๆที่รู้ว่าผมมาหา ผมยื้อจนพ่อน้องพลอยเดินไปตามเด็กสาวออกมาจากห้อง

เด็กสาวในชุดนักเรียน เธอมีใบหน้าที่ดูเศร้าหมองอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาใสๆ แดงก่ำ ขอบตาบวมช้ำ เหมือนกันคนที่ไม่ได้นอนมาตลอดคืน คุณพ่อเธอเอ่ยถามเป็นภาษาญี่ปุ่น ผมจับใจความจากในหัวน้องพลอยได้ว่า

เธอกำลังช่างใจว่าจะตอบผมว่าอะไรดี ผมพยายามฟังเงียบฟังอย่างตั้งใจ และพยายามไม่ชักนำจิตใจเธอ ผมอยากให้เธอตอบออกมาจากความรู้สึกตนเองมากกว่า

ตลอดเวลาเกือบปีที่ผ่านมา ผมค่อนข้างมั่นใจว่าน้องพลอยรักผมมาก เธอคงไม่อยากพรากจากผมไปไหน จริงๆเธอเป็นเรื่องท้าทายต่อไปสำหรับผมที่จะนำเด็กคนนี้เข้าบ้านให้ได้อีกสักคน ถ้ามีน้องพลอยอีกสักคน ผมสัญญากับตัวเองว่าผมคงไม่เพิ่มใครใหม่เข้ามาอีกแล้ว

แต่ผมคงบ้าไปเอง จริงๆผมก็แค่ผู้ชายคนหนึ่งที่เธอชอบ ผมมันบ้าไปเองหวังว่าตนเองจะมีน้ำหนักที่ดีกว่าครอบครัวของหล่อน  เด็กสาวเอ่ยขึ้นอย่างแช่มช้าแต่ชัดเจน

“พี่ทิม หนูต้องไปญี่ปุ่นกับคุณพ่อค่ะ”  มันเป็นประโยคที่สั้นเพียงเสี้ยววินาที แต่มันกรีดความรู้สึกยาวนานไปตลอดชาติ

ผมได้แต่พยักหน้าอย่างจำยอม ก่อนจะเดินออกจากห้องมาโดยที่ไม่เอ่ยคำร่ำลากับใคร
.....
ผมเดินกระทืบเท้าออกจากห้องมาด้วยความหมดอาลัยตายอยาก ผมเจอยายหมวยนั่งรออยู่ข้างล่าง

“แกตามมาทำไม” ผมถามเธออย่างทอดถอนใจ
“กลัวพี่ทิมคิดสั้นมั่ง” เธอเอ่ยอย่างแช่มช้า

เป็นความร้ายกาจของเธอเลยแหละที่หยั่งลึกลงไปในความคิดของคนอื่นตลอดเวลา ผมยังแปลกใจไม่หายที่น้องพลอยเชื่อโดยสนิทใจว่าน้องหมวยเป็นน้องสาวบุญธรรมของผม ทั้งๆก่อนหน้าที่เธอแทบไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าของเพื่อนคนนี้ด้วยซ้ำ

ผมเดินโอบไหล่น้องหมวยเดินไปตามถนน คือจะว่ายังไงดี สุดท้ายคนที่อยู่กับผมในวันนี้กลับกลายเป็นคนที่ผมควบคุมเธอไม่ได้มาโดยตลอด เธอเป็นคนเดียวที่ผมสั่งอะไรไม่ได้ ผมปิดเรื่องต่างๆได้กับทุกคน แต่กับยายหมวยผมปิดบังอะไรเธอไม่ได้สักอย่าง เธอแทบจะอยู่ในหัวผมตลอดเวลา
“ออกไปจากหัวพี่เลยนะ”  ผมหันไปบอกเธอ

มันเป็นความรู้สึก “อกหัก” ที่ไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวผม เราสามารถชี้นำความคิดคนอื่นได้ก็จริง แต่ผมยังไม่แกร่งกล้าพอที่จะบงการคนอื่นได้แบบน้องหมวย ถ้าผมสามารถทำอย่างน้องหมวยได้ก็คงดี ผมคงบงการให้ครอบครัวนี้ยกเลิกแผนการเหล่านั้น

ผมหันมองหน้า น้องหมวย ของผม ก่อนที่พยายามจะเอ่ยพูดอะไรบางอย่างกับเธอ แต่จู่ๆยายหมวยก็เอามือมาปิดปากผมไว้ ก่อนจะเอ่ยสวนขึ้นมาว่า

“หยุดไปเลยนะพี่ทิม หมวยไม่ทำให้พี่หรอก พี่ทิมอย่าเห็นแก่ตัวสิ พลอยไปต่างประเทศไม่ได้ตายจากไปเสียหน่อย คิดถึงก็ติดต่อโทรหากันสิ ไม่เห็นต้องบังคับให้เขาอยู่เลย นี่มันยุคดิจิตอลนะพี่”

คืออย่างที่บอก ผมปิดบังอะไรเธอไม่ได้เลย ผมแค่อยากจะให้ยายหมวยจัดการเรื่องนี้ให้ผมหน่อย ด้วยการไปบงการความคิดตามที่ผมต้องการ แต่ก็อย่างที่เธอพูดครับ เธอปฎิเสธผมไปแล้ว

“พี่ทิม พลอยแค่ไปเรียนต่อเอง เรียนจบเมื่อไหร่หนูเชื่อว่าพลอยกลับมาหาพี่แน่ๆ” ยายหมวยพยายามปลอบใจผม

เธอเล่าให้ผมฟังต่อว่าเธอคุยกับพลอยมาก่อนที่จะบอกผมแล้ว ว่าเธอตั้งใจจะไปเรียนต่อที่นั่นตามที่พ่อเธอต้องการ แต่พอเรียนจบก็อาจจะกลับมาอยู่ที่นี่

“ก็แค่อาจจะไม่ใช่หรอ” ผมเอ่ยถาม

คือถ้าสภาพแวดล้อมที่นั่นมันดีกว่า เธออาจได้เจอคนดีๆ เธอจะกลับมาหาผมหรอ ผมทั้งทำร้ายจิตใจเธอในบางครั้ง พรากพรหมจรรย์เธอ ไหนจะมีเรื่องที่เธอสงสัยว่าผมแอบมีอะไรกับแม่เธออีก พอเธอโตไป เธอจะยังมองว่าผมเป็นคนดีจริงๆหรอ ผมคิดวนเวียนอยู่แต่กับเรื่องนี้

“พี่ทิม เห็นแก่ตัวอีกแล้ว พลอยรักพี่นะ ทำไมพี่คิดแบบนั้น”  หมวยตอบความในใจผม

ผมได้แต่โอบกอดน้องหมวยเดินกลับบ้านไปอย่างไร้วิญญาณ นี่ผมจะเสียน้องพลอยไปจริงๆหรือนี่
…..
อีก 2 วันสุดท้ายก่อนเดินทาง

ผมซึมลงอย่างเห็นได้ชัด จนพี่หลิน พี่ฟาง สังเกตเห็น พวกเธอพยายามถามว่าผมป่วยหรือเปล่า แต่ผมไม่ได้ตอบคำเธอครับ จนพี่ฟางต้องหันถามน้องหมวยแทนว่า “พี่ชายแกเป็นอะไรอีก”
ยายหมวยหันมองผมก่อนจะเอ่ยตอบไปว่า
“เห็นว่าน้องพลอยจะย้ายไปต่างประเทศค่ะ อกหักมั่งคะ”  น้องหมวยพูดแบบเฉยเมย โดยที่ตักขนมในจานกินไปด้วย

ผมสะดุ้งเฮือกหันไปมองหน้ายายหมวยที่ ไม่มีศิลปะในการตอบคำถามใดๆเลย คือจะเลี่ยงหรือบอกไม่รู้ไปก็ได้ เธอเป็นคนเปิดเผยแบบนี้มาตลอด  ผมแทบไม่กล้าชำเหลืองมองหน้าพี่ฟาง เหมือนรู้ตัวว่ากำลังจะชะตาขาดแน่ๆ แล้วมันก็จริงดังคาดครับ
“น้องทิม อกหักอะไร พูดมาเดี๋ยวนี้เลยนะ น้องคนนั้นอีกแล้วใช่ไหม”  พี่ฟางแหวดเสียงอย่างน่ากลัว ราวกับตัวเองเป็นเมียหลวง

เธอหยิบหมอนมาวิ่งไล่ตีผมเหมือนเด็กโดนแย่งของรัก ผมเอามือปัดป้องอย่างตื่นตระหนก แต่เธอตีผมได้ 3-4 ทีครับ จู่ๆเธอก็นิ่งสงบแล้วนั่งลง หอบหายใจเหมือนกำลังระบายความโกรธออกมาทางลมปาก

ผมหัวไปมองยายหมวยน้อย เหมือนเธอกำลังแผ่พลังบางอย่างออกมาทำให้พี่ฟางนิ่งลงได้

พี่หลิน เธอมองอย่าง งุนงง ถึงอารมณ์ขึ้นๆลงๆของเพื่อนสาว

ยายหมวยน้อยคือเธอก็ยังเป็นผู้คุมหลักของห้องนี้ครับ เธอชอบทำแบบนี้ประจำ คือควบคุมทุกคนให้อยู่อย่างสงบสุข แม้ทุกครั้งผมจะไม่ชอบใจ แต่ครั้งนี้ผมกลับรู้สึกขอบคุณเธอที่ทำให้เรื่องทุกอย่างมันนิ่งลงได้

พี่ฟางเริ่มหันมาถามผมด้วยอารมณ์ที่เย็นลงอีกครั้ง “นอนด้วยกันมาแล้วใช่ไหม กับเด็กนั้น” น้ำเสียงมันราบเรียบ แต่มันเย็บเฉียบไปทั่วหัวใจ  คือไม่เข้าใจทำไมพี่ฟางถึงได้ขี้หึงขนาดนี้ ผมพยายามหันไปหาตัวช่วยอย่างพี่หลิน

พี่หลินก็จ้องตาเขม็งเลยครับ ก่อนจะเอ่ยถามตามพี่ฟางมาอีกคน “ใช่ พี่ก็อยากรู้ ตอบที่ฟางถามมาเลย”
พี่หลินเหมือนจะแยกเขี้ยวใส่ผมอีกคนแล้วครับ

ผมจนปัญญาที่จะตอบคำใดๆออก ผมรีบคว้ากระเป๋าแล้วหนีออกจากห้องทันที วันนั้นเราแยกกันไปมหาลัยครับ เพราะผมไม่รู้จะตอบคำถามพวกพี่ๆเขายังไง

ระหว่างวันผมพยายามดูโทรศัพท์ตลอด หวังว่าจะมีข้อความสักอย่างหรือโทรศัพท์สักสายจากน้องพลอย
จนใกล้ๆคล้อยเย็นมีข้อความหนึ่ง เด้งเข้า ผมพยายามภาวนาให้เป็นข้อความของน้องพลอยครับ แต่แล้วก็ต้องผิดหวัง แต่ผมค่อนข้างประหลาดใจ เพราะคนที่ส่งข้อความมาหานั้นผมกลับเป็นคุณแม่ของหล่อน
“พรุ่งนี้เราเจอกันหน่อยได้ไหม พี่อยากคุยด้วย”  พี่เจนส่งข้อความเข้ามา

เอาเข้าจริงๆ ผมก็ไม่รู้ว่าระหว่างเรามันคืออะไร จะว่าเป็นความรักก็ยังไม่เชิง จะเป็นความใคร่ล้วนๆก็ยังไม่ใช่ จริงๆผมก็แอบมีใจให้เธอเหมือนกัน แต่พอรู้ว่าสามีเธอยังอยู่ผมก็ไม่กล้าทำแบบนั้นอีก ยิ่งเป็นคุณแม่ของเด็กสาวที่ผมรักด้วยแล้ว ผมยิ่งรู้สึกผิดกับเธอเข้าไปใหญ่
...
ผมไม่ได้ตอบอะไรเธอกลับไป

เย็นวันนั้นผมวนเวียนข้างนอกอยู่พักใหญ่ ไม่กล้ากลับห้องครับ แต่จู่ๆน้องหมวยก็โทรเข้ามาครับ เธอบอกให้ผมรีบกลับบ้านเถอะ ผมก็คิดว่ามันมีเหตุอะไร

แต่เมื่อผมเปิดประตูเข้ามา ผมถึงกับอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก

“น้องพลอย”  ผมร้องเรียกเธอเสียงหลง เธอนั่งก้มหน้านิ่งไม่พูดไม่จาอยู่บนโซฟากลางห้อง โดยมีพี่หลิน กับพี่ฟางนั่งกอดอกมองตาเขม็ง คือสภาพในห้องมันกดดันมากๆ เหมือนใครบางคนกำลังถูกพิจารณาคดียังไงอย่างนั้น

ผมเดินเข้ามานั่งอย่างเงียบเฉียบ ในห้องมันเงียบจนขนาดที่ว่าแค่หายใจดังยังได้ยิน ผมพยายามเพ่งสมาธิเข้าไปอ่านในใจแต่ละครับ แต่มันเงียบสนิทเลยครับ คือพออยู่ใกล้ๆน้องหมวย พลังของผมด้อยค่าลงไปในทันที

“เกิดอะไรขึ้น” ผมเพ่งความคิดไปที่น้องหมวย เหมือนให้เธอช่วยตอบผมกลับมาในใจหน่อย
น้องหมวยฉายภาพความคิดเมื่อ 1 ชั่วโมงที่แล้วให้ผมดู คือน้องพลอยจู่ๆก็โผล่มาที่บ้านครับ แล้วเอ่ยบอกกับพี่ฟางที่ไปเปิดประตูรับว่ามาหาพี่ทิม

คือพี่ฟางโกรธจนหน้าแดงเลยครับ ถึงความไร้ยางอายของเด็กสาวคนนี้ที่มาตามผู้ชายถึงบ้าน ยายหมวยรีบเข้าคลี่คลายสถานการณ์บอกว่า น้องพลอย จะย้ายไปอยู่ต่างประเทศแล้ว ก่อนจะพยายามโน้มน้าวที่ฟางให้ยอมให้น้องเขาเข้ามารอในบ้าน

แต่พี่ฟางก็ร้ายกาจนัก คือชวนพี่หลินมานั่งจ้องน้องเขาอยู่แบบนี้จนเกร็งแข็งไปหมด  ผมขอยายหมวยให้ช่วยคลายพลังของตัวเองลงหน่อยได้ไหม คือผมอยากรู้น้องพลอยคิดอะไรอยู่
...
เด็กสาวนั่งเหลือบตามองพี่หลินที มองพี่ฟางที คือหล่อนอึ้งในความสวย ความสาวของพี่ๆทั้ง 2 เธอระแคะระคายเรื่องผมมาโดยตลอด เธอสงสัยมาว่าพี่ทิมอาจไม่ได้มีเธอแค่คนเดียว เธอเหล่สายตามองพี่หลิน เธอจำได้ว่าพี่หลินเคยแนะนำตัวว่าเป็นพี่สาวไม่ใช่หรอแต่ทำไมวันนี้แลดูหึงหวงตาขวางใส่เธอแบบนี้ เธอทำอะไรผิด

กับพี่ฟางเธอรู้สึกลึกเลยว่าๆ คนนี้คือศัตรูหัวใจของเธอ เธอนึกเธอคิด ก่อนจะเลื่อนสายตาลงต่ำมองหน้าอกคู่งามของเขา พี่ฟางชอบใส่เสื้อกล้ามเวลาอยู่ห้อง เธอสังเกตเห็นเต้นเต่งตึงของหญิงสาวเต็มวัย เธอเคยได้ยินเพื่อนๆเล่ากันว่าผู้ชายมักชอบผู้หญิงนมใหญ่ เธอมองหน้าอกพี่ฟางที ก่อนจะก้มมองหน้าอกอวบอูมที่เพิ่งตั้งเต้าน้อยๆของเธอที จริงๆเธอเคยภูมิใจในเพื่อนๆรุ่นเดียวกัน เธอเองก็มีไม่น้อยไปกว่าใคร แต่วันนี้เธอดูด้อยไปในทันที เมื่อเทียบกับพี่ฟาง
ผมนั่งอ่านความคิดประเมินคู่แข่งของน้องพลอยแล้วหวาดเสียว เธอดูเป็นเด็กซื่อๆไร้เดียงสา แต่ทำไมวันนี้เธอกำลังเปรียบเทียบหวังจะเอาชนะ  ผมฟังเสียงในหัวเธอกำลังช่างใจ เธอคิดจะประกาศความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับพี่ทิมไปเลยดีไหม  ก่อนที่เธอจะตัดสินใจได้
“หนูจะมาบอกกับพวกพี่ๆว่า หนูกับ...”  เธอยังพูดมันทันหมดคำเลยครับ
ผมสะท้านขึ้นคราใหญ่ ผมรีบพุ่งเอามือไปปิดปากเด็กสาวไว้ ก่อนที่เธอจะพูดออกทั้งหมด

เธอกำลังจะบอกว่า ผมกับเธอมีเคยมีอะไรกันแล้วครับ ผมนี่ขนลุกซู่เลย ไม่คิดว่าเด็กสาวจะกล้าคิดที่จะพูดแบบนี้ออกมา

พี่ฟาง ตบโต๊ะฉาดใหญ่ ก่อนจะแหวดเสียงแบบไม่พอใจว่า
“อั้มอึ้งอะไรกัน พูดออกมาเลยสิ ยังไงกันแน่”

คือทุกคนรอฟังครับ ผมหันไปหายายหมวย ส่งสายตาอ้อนวอนให้เธอช่วยด้วย ยายหมวยน้อยเธอก้มหน้าส่ายหัวแบบเอือมระอา เธอเริ่มรู้สึกถึงความอลวนเพราะความเจ้าชู้ของพี่ชายคนนี้ แต่ไม่กี่นาทีถัดมาผมก็เห็นรังสีพลังอย่างแผ่ออกมาจากตัวเธอ ครอบคลุมทั้งห้องไว้

พี่หลินดึงพี่ฟางนั่งลงข้างๆ เธอคอยบอกให้พี่ฟางใจเย็นๆ พี่ฟางจู่ๆก็เชื่อ นั่งลงอย่างว่าง่าย
น้องพลอยก็ล้มเลิกความคิดที่จะพูดเรื่องแบบนั้นออกไป ก่อนที่เด็กสาวจะค่อยๆพูดจาใหม่ภายใต้การบงการของน้องหมวย

“หนูจะต้อง ย้ายไปอยู่ต่างประเทศแล้วค่ะ หนูชอบพี่ทิม หนูชอบมากๆ หนูขออยู่คุยกับพี่เขาคืนนี้ได้ไหมค่ะ”  เธอหลับตาพูดความในใจออกมาสุดเสียง

พี่หลิน พี่ฟาง นั่งเบิกตาค้าง มองหน้ากันเลิกลัก นึกหาคำพูดอะไรไม่ออก
จากความรู้สึกพร้อมจะไฟท์กันเมื่อสักครู่ แปรเปลี่ยนเป็นความสงสาร พวกเธอก็เคยมีปมความรู้สึกคล้ายๆเด็กสาว เธอรู้กันดีว่าการที่ชอบใครสักคนแต่ผลัดพรากจากกันมันเป็นความรู้สึกที่ทรมานอย่างบอกไม่ถูก
พี่หลินยังไม่เท่าไหร่ แต่พี่ฟางเมื่อสักครู่ไม่ว่าน้องพลอยจะพูดอะไรออกมา เธอตั้งใจจะตอกหน้าเด็กสาวกลับไปและแสดงความเป็นของชายหนุ่ม

แต่พอเด็กสาวเอ่ยเริ่มด้วยคำว่า เธอกำลังจะต้องจากไป ก่อนจะพูดความในใจอย่างไร้เดียงสา เธอกลับไม่กล้าปฎิเสธคำขอครั้งสุดท้ายของหล่อน  คือทุกอย่างมันนิ่งเงียบไปหมด ก่อนที่จู่ๆ พี่ฟางจะลุกขึ้นพรวดแล้วเดินเข้าครัวไปด้วยอาการไม่สบอารมณ์

ผมหันไปมองน้องหมวย คือเธอทำท่ายักไหล่ เหมือนกำลังจะบอกว่าอันนี้เธอไม่ได้บงการนะ

พี่หลินดูนั่งสงบลงอย่างเห็นได้ชัด คือเธอเป็นพี่สาวที่เข้าใจผมที่สุด และดูเหมือนจะยอมรับความเจ้าชู้ของผมได้ตั้งแต่รู้จักน้องพลอยคราวนั้นแหละ วันนี้ที่เธอขึงขัง เธอแค่อยากฟังจากปากน้องชายเธอจริงๆจังๆอีกที

แต่การที่เด็กสาวเอ่ยขออยู่คุยด้วยกับชายหนุ่มคืนนี้ มันก็เหมือนการยอมรับกลายๆนั่นแหละว่า น่าจะมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกันไปแล้ว ที่ผมต้องเคลียร์ใจให้ได้ตอนนี้เห็นจะมีอยู่คนเดียวนั่นแหละ
...
ผมเดินออกจากโถงกลางห้อง โดยที่น้องพลอยมองตามตาละห้อย

คือระหว่างโถงกลางห้องกับโซนครัวมันไม่ได้มีอะไรปิดมิดชิดขนาดนั้นครับ เป็นแค่ชั้นวางกั้นขวางแบ่งแนวเขต ทุกการกระทำของผมน้องพลอยนั่งมองเห็นอยู่ทั้งหมด

เธอเห็นชายหนุ่มเดินตามพี่สาวที่ดูฉุนเฉียวเมื่อครู่ และเข้าโอบกอดเขาจากด้านหลัง พี่สาวคนนั้นพยายามสะบัดปัดมือเขาออกอย่างไม่สบอารมณ์ เธอมองพี่ทิมกอดคลอเคลียพี่สาวคนนั้นอย่างอบอุ่น เธอรู้สึกเหมือนโดนมีดบาดลึกลงไปในจิตใจ เมื่อเห็นภาพบาดตาเหล่านั้น

เธอเริ่มเข้าใจความรู้สึกของพี่เขาขึ้นมานิดนึงแล้ว เธอไม่รู้หรอกใครมาก่อนหรือมาหลัง แต่ที่รู้ๆพี่ทิมอาศัยอยู่ห้องเดียวกันกับพี่เขา เธอเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าพี่ทิมจะเลือกเธอจริงๆหรือเปล่า
...
“พอแล้ว ไม่ต้องพูดเลย” เธอตวาดผมอย่างโมโหโทโส

แม้ลึกๆ หญิงสาวจะรู้อยู่แล้วว่าผมน่าจะมีความสัมพันธ์บางอย่างกับเด็กคนนี้ แต่ข้อความจริงมันก็ยังทำร้ายจิตใจซ้ำได้เสมอ แม้เธอจะโกรธแค่ไหน แต่ทำไมวันนี้เธอรู้สึกตัวเองควบคุมอารมณ์ได้ดีเกินคาด เหมือนมีคนคอยกดความรู้สึกเธอเอาไว้ตลอด เธอนึกย้อนไปเมื่อไม่กี่วันก่อนเธอยังยอมให้ชายคนนี้เอาเด็กสาวคนหนึ่งได้เลย

จริงๆเธอไม่อยากมีปัญหากับชายหนุ่ม เธอไม่อยากบังคับให้เขาต้องเลือก เธอเริ่มคิดถึงว่าหรือเธอควรจะใจกว้างให้อีกสักครั้ง

ผมมองเส้นกระแสพลังจากตัวน้องหมวย แผ่พุ่งเข้ามาอย่างหนัก คนที่ใจกว้างที่สุดในห้องแห่งนี้ก็เห็นจะเป็นน้องหมวย ไม่ใช่พี่ฟาง คือเธอสงสารน้องพลอยเพื่อนเธอครับ เธอพยายามอย่างหนักที่จะทำให้พี่ฟางยอมรับ น้องพลอย เพื่อนเธอให้ได้

พี่ฟางหันกลับมาเผชิญหน้ากับผม เธอยกมือขึ้นจิกใบหูผมทั้ง 2 ข้างแล้วบิดเป็นเกรียวเหมือนพยายามลงโทษ

โอ้ยยยย ผมร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด
พี่ฟางกัดเขี้ยวเงี้ยวฟันก่อนจะเอ่ยถ้อยคำกระแทกกระทั้นอย่างคับคั่งใจว่า
“คนสุดท้ายแล้วนะ ให้อีกแค่คนเดียวเท่านั้นนะ”

ผมกอดเธอด้วยอาการลิงโลดยกใหญ่ พี่หลินยิ้มมุมปากด้วยท่าทางที่สงบและปลอดโปร่งราวกับว่าไม่มีเรื่องราวใดเกิดขึ้น

ส่วนยายหมวยเป่าปากถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะสถบในใจเบาๆว่า
“มีพี่ชายแบบนี้ นี่เหนื่อยใจจัง”
...........
น้องพลอยมาขอค้างที่ห้องครับ เธอขนเสื้อผ้ามาพร้อมสรรพเลย โดยบอกที่บ้านว่าจะมาค้างกับยายหมวยน้อยนี่แหละ

แต่ตอนนี้ยายหมวยปล่อยให้ผมกับน้องพลอยนั่งคุยกันไป 2 คน เพราะเธอยังต้องจัดการกับปัญหาภายในที่ไม่รู้จบ

แม้พี่ฟางจะโดนบงการให้จำยอมแล้วก็ตาม แต่เธอยังออกลูกดื้อจะไม่ยอมให้น้องพลอยนอนค้างกับผมซะงั้น คือเธอขี้หึงมากๆ น่าจะเป็นสาวที่ขี้หึงที่สุดของผมแล้วก็ว่าได้

ผมรู้สึกขอบคุณยายหมวยน้อยขึ้นมาทันทีเลย เธอเหมือนเป็นกำลังเสริมชั้นดีในการระวังหลังให้ผม ตอนนี้เธอพาพี่ๆกลับไปนอนที่ห้องได้แล้วครับ ทิ้งผมกับน้องพลอยไว้อยู่กันตามลำพัง 2 ต่อ 2

เด็กสาวยังชอบทำตัวไร้เดียงสาเหมือนวันแรกๆที่เราพบกัน เธอทำเป็นนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ข้างๆเตียงไม่พูดไม่จากับผม จนผมขยับเข้าไปใกล้หล่อนแล้วดึงโทรศัพท์ออกมาจากมือเธอ สิ่งแรกที่เด็กสาวพูดกับผมคือ

“พี่ทิมอย่าเข้าใจผิดนะ พลอยไม่ได้มาเพื่อให้พี่ทำแบบนั้นกับพลอยนะ”  เธอเอ่ย
“ทำแบบนั้น ทำแบบไหน” ผมถามกลับ
“ก็.. ก็ทำแบบที่ผู้ชายผู้หญิงเขาทำกัน”  เธอพูดเสียงอ่อยๆ
ผมอ่านเข้าไปในหัวของเธอ เธอคิดอย่างที่พูดจริงๆนั่นแหละครับ เธอแค่อยากมาปรับความเข้าใจกับผม อยากจะใช้เวลาอยู่กับผมสักคืน เธอปรารถนาแค่การนอนกอด จนผล็อยหลับไปด้วยกัน ครั้งสุดท้ายที่เธอโดนกระทำ เธอจำได้ว่าของพี่เขามันใหญ่มากจนเธอเจ็บรับไม่ไหว

ผมอ่านแล้วก็ได้แต่หักห้ามใจ จริงๆผมก็ไม่ได้อดอยากอะไรขนาดนั้น
“พลอยต้องไปจริงๆหรอ” ผมเอ่ยถามหล่อนอย่างตรงไปตรงมา
เธอไม่ตอบคำแต่ก็พยักหน้าเบาๆ และเอ่ยในลำคอว่า “อืมมม”

ผมหันมองใบหน้าหวานใสของเด็กสาวอย่างเสียดาย คือเธอยังเด็กก็จริงครับ แต่มีเค้าความสวยที่โดดเด่นมาก เนื้อตัวขาวอมชมพูไปหมด ครั้งแรกที่ผมหวังครอบครองเธอก็เพราะหวังจะเก็บกินในวันข้างหน้า เป็นเด็กยังสวยขนาดนี้ ไม่รู้โตเป็นสาวแล้วจะโดดเด่นแค่ไหน

ผมหันไปดึงเธอเข้ามาซบอก เด็กสาวสะดุ้งขึ้นเล็กน้อยก่อนจะสวมกอดผมเอาไว้อย่างแนบแน่น เรานั่งกอดกันอยู่นานหลายนาที ก่อนที่จู่ๆเด็กสาวจะเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันว่า
“พี่ทิม รอพลอยได้ไหม พ่อกับแม่อยากให้พลอยไปเรียนที่โน้น เรียนจบแล้วพลอยจะกลับมาค่ะ”  เธอเอ่ย

มันก็เป็นเรื่องเดียวกับที่ผมฟังมาจากพ่อแม่เธอครับ เขาจะดันน้องพลอยให้จบมหาลัยที่โน้น ผมลองมานั่งนับๆดู เธอต้องเรียน ม.ปลาย 3 ปี อย่างน้อยๆต่อมหาลัยก็อีก 4 ปี รวมระยะเวลา 7 ปีได้

คือผมจะไม่เจอเธอเลย 7 ปีเต็มๆ คือถ้าผมรอได้จริงๆ มันก็ไม่มีอะไรการันตีว่าเด็กสาวจะไม่ปันใจเป็นอื่น เธอยังต้องเจอผู้คนอีกมากมาย เกิดระหว่างนั้นเธอไปถูกใจใครเขาผมไม่เสียเธอไปตลอดกาลเลยหรอ

ผมได้แต่ถอดถอนใจและรู้สึกว่าคิดเปลี่ยนใจอะไรเด็กสาวไม่ได้ ผมดึงเธอออกจากอ้อมอก จนเด็กสาวทำหน้าฉงนสงสัย

ผมเหม่อมองริมฝีปากชมพูระรื่นของเด็กสาว ก่อนโน้มหน้าประทับจูบลงไปที่ริมฝีปากเธออย่างที่เธอไม่ทันตั้งตัว เด็กสาวยังดูเกร็งไม่ต่างจากเดิมครับ แต่ก็ไม่ได้ขัดขืนผม เราจูบกันอย่างดูดดื่ม

ผมอ่านใจเธอ เธอก็ไม่ได้รู้สึกว่าต้องขัดขืนครับ เธอรู้อยู่แล้วลึกๆว่าวันนี้ยังไงพี่ทิมก็เย่อเธอแน่ๆ เพราะมันเป็นเหมือนการร่ำลาต่อกัน

ผมถอนปากออกจากริมฝีปากน้องพลอย เด็กสาวหญิงหลบสายตาก่อนจะเอ่ยขึ้นแบบกล้าๆกลัวๆว่า
“พี่หลินกับพี่ฟาง ก็มีอะไรกันแล้วหรอค่ะ”  เธอถามทั้งๆที่กลัวคำตอบ

ผมรู้สึกว่ามันไม่มีอะไรที่จะต้องปิดบังเธออีกแล้ว ในใจเธอรู้อยู่เต็มอก เพียงแค่ต้องการคำตอบที่ชัดเจน ผมรวบรวมความกล้าที่จะบอกกับเธอตรงๆ
“อืมมม” ผมพยักหน้าบอกเธอตรงๆ ทำเอาเด็กสาวใจแป๋วไปไม่น้อย
ผมเอามือทั้ง 2 ข้างบีบแก้มใสๆของเธอ ก่อนจะหยิกแก้มเธอทั้งสองข้างเบาๆ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ
“โอ้ยยยย เจ็บนะ” เธอร้องอย่างงอนแงน  จนผมต้องคลายมือออก เธอเอามือทั้ง 2 ข้างประคบแก้มไว้ เบ้ปากและร้องระงมอย่างไรเดียงสา

มันเหมือนจะคลายใจกันไปได้หลายส่วน แต่เธอก็ยังไม่วายถามต่อมาอีกครั้ง
“หนูคนที่เท่าไหร่”  เธอรวบรวมความกล้าเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง
ผมคิดเร็วๆในใจ ว่าจะยกยอเธอดีไหม หรือควรจะบอกความจริงกับเธอไป เธอถามแบบนี้เพราะอยากเป็นคนแรกรึเปล่า แต่พอผมเพ่งอ่านใจเธอก็กลับพบว่าเธอรู้ตัวอยู่แล้วว่าเธอไม่ใช่คนแรกแน่ๆ ชายหนุ่มที่เบิกพรหมจรรย์เธออย่างช่ำชอง มีหรือจะเพิ่งเอาเธอเป็นคนแรก

“คนที่สอง ต่อจากพี่ฟาง”  ผมจงใจระบุชื่อคนให้เธอรู้สถานะเอาไว้ ผมอยากให้เธอเข้าใจที่พี่ฟางหึงหวง ผมทำใจเอาไว้บ้างแล้วว่าเธอจะต้องคิดมากอีกครั้ง แต่กลับผิดคาดครับ เธอกลับพอใจด้วยซ้ำที่รู้ว่าเป็นคนที่ 2 ไม่ใช่คนสุดท้ายอย่างที่เธอคิด

ผมสบจังหวะดีเอ่ยย้ำต่อไปว่า “แต่พี่รักพลอยนะ รักจริงๆ”  มันได้ผลครับ เด็กสาวอมยิ้มให้เห็นไม่น้อย
ก่อนจะตอบว่า “หนูรู้ค่ะ”
ผมไม่ต้องพิสูจน์อะไรให้เธอเห็นอีกแล้ว ทุกการกระทำของผมมันตอบชัดอยู่แล้ว ตั้งแต่การดูแลเธอ เลี้ยงดูเธอตอนเธอลำบาก และทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้เธอและแม่ เธอคิดมาถึงตรงนี้ ผมลอบหวาดเสียวอีกแล้ว เด็กสาวกำลังคิดถึงคำถามถัดไปที่ทำเอาผมใจสะท้าน
“หนูถามอีกเรื่องได้ไหมค่ะ” เธอเอ่ย
“อือ” ผมฟังคำตอบอย่างระแวดระวังที่สุด เพราะรู้ว่าเธอกำลังจะถามอะไร ซึ่งผมเตรียมคำตอบไว้เรียบร้อยแล้ว
“พี่ทิมกับแม่หนู แอบกิ๊กกันรึเปล่าค่ะ” เธอถามด้วยหัวใจเต้นระรัว เธอกลัวคำตอบนี้มากๆ

ผมไม่ปล่อยให้เธอรอนาน ผมตอบในแทบจะทันว่า “เปล่า”

เด็กสาวถอนหายใจทิ้งอย่างโล่งอก ผมแอบรู้สึกผิดเล็กๆที่ไม่พูดความจริงทั้งหมด โชคดีที่เธอไม่ถามอะไรต่อครับ เด็กสาวพอใจกับคำตอบแค่นั้น จะว่าผมเล่นคำก็ได้ เราไม่ได้กิ๊กกันแบบนั้นจริงๆ เราแค่เคยสนองความใคร่ร่วมกันเฉยๆ บางอย่างผมรู้ว่าเด็กสาวคงรับไม่ไหว ผมจำเป็นที่จะต้องปิดมันไว้เป็นความลับ
....
น้องพลอยหยิบผ้าขนหนูและหายเข้าไปในห้องน้ำ เธอปล่อยชายหนุ่มมองไล่หลังเธออย่างนิ่งเฉย มันผิดคาดเธอไปเสียหมด เธอคิดว่าเขาจะจู่โจมเธออย่างรวดเร็ว เหมือนที่ทำในทุกๆครั้ง แต่วันนี้พี่ทิมนิ่งผิดปกติ

เธอขัดศรีฉวีวรรณเรือนร่าง เพราะรู้ว่าคืนนี้ชายหนุ่มน่าจะไม่ปล่อยเธอให้นอนเปล่าๆ เธอพยายามฟอกสบู่ในจุดซ่อนเร้นต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ เธอไม่อยากโดนแซวว่ามีกลิ่นไม่พึ่งประสงค์บนเรือนร่าง

เด็กสาวเปลี่ยนเป็นชุดนอนลายลูกหมีตัวเก่งที่คุณพ่อเคยซื้อให้ เธอนั่งเช็ดปอยผมเปียกปอนและเหล่มองผมผ่านกระจกโต๊ะเครื่องแป้ง พี่ทิมจ้องเธอไม่วางตา ก่อนที่จู่ๆ กระแสความคิดบางอื่นจะผุดขึ้นมาในหัวของหล่อน

เธอกำลังจินตนาการว่าพี่เขาเข้ามาโอบกอดเธอจากด้านหลัง ฝ่ามือหยาบกระด้างของบุรุษเพศค่อยๆ บีบนวดคลึงไปตามหัวไหล่ ก่อนจะค่อยๆ ล้วงลงไปโอบเต้านมน้อยๆของหล่อนไว้ในอุ้งมือ เธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนๆ ที่รดต้นคอ ก่อนที่จู่ๆเขาจะจับเธอแหวกขาแล้วล้วงลงไปที่ร่องเสียว

“อื้ออออ” เด็กสาวหลับตาครางพริ้ม ด้วยอาการที่คลุกกรุ่นสุดๆ ก่อนที่จู่เมื่อเธอลืมตาขึ้น ชายหนุ่มคนรักกลับกำลังนั่งอยู่ที่เดิม

“พลอยเป็นอะไรหรอค่ะ ร้องทำไม” ชายหนุ่มเอ่ยถามจนเธอหน้าถอดสี

เธอไม่คิดมาก่อนเลยว่าทำไมตัวถึงจินตนาการเรื่องบัดสีขนาดนี้ได้ เธออั้มอึ้งจนพูดอะไรไม่ถูก ก่อนที่จู่ๆชายหนุ่มเขาจะลุกพรวดขึ้น เธอคิดว่านี่น่าจะถึงเวลาที่เขาเข้าหาเธอแล้ว แต่มันผิดคาดอีกครั้ง

“พี่ไปอาบน้ำบ้างแล้ว” ผมบอกน้องพลอย

เด็กสาวกลับมานั่งอยู่บนเตียงด้วยใจหวิวเต้นระรัว เธอเริ่มรู้สึกว่าร่องเสียวของเธอมีน้ำใสๆเจิ่งนองออกมา
เธอลองเอามือล้วงแตะสัมผัสเบาๆที่ร่องเสียว และพบว่า มันเสียวสะท้านเกินกว่าจะต้านทานได้

เธอหลับตาพริ้ม ก่อนที่ภาพระรอกใหม่จะลอยเข้ามาในหัวอีกครั้ง ภาพเธอโดนชายหนุ่มถ่างขาออกจนสุด ใบหน้าหล่อเหลาของเขาโน้นต่ำลงจนแทบจะซบร่องสวาทของหล่อน เธอนั่งแบะขาให้พี่เขาเลียร่องเสียวของตัวเองอย่างว่าง่าย

“โอ้ยยยย มันเสียวเลยเกิน อื้ออออ จะเสร็จแล้ว”   เธอครางกับธาตุอากาศโดยที่ชายหนุ่มยังอยู่ในห้องน้ำ
เธอเริ่มสัมผัสถึงดุ้นตุงๆมาจิ้ม ถูไถไปมาเบาๆบริเวณเนินสวาทของเธอ ก่อนที่จู่ๆมันจะแทงพรวดเข้าไปจนมิดด้าม

“อื้ออออ อื้อออ” น้องพลอยนอนดิ้นพร่านอยู่บนเตียงเพียงลำพัง เธอรู้สึกถึงดุ้นเนื้อมันแทงอัดเข้ามาแท้ๆแต่มันกลับไร้ซึ่งความเจ็บปวด มีแต่ความเสียวซ่านอัดแน่นอยู่เต็มคราบความรู้สึก

เธอรู้สึกตัวอีกครั้งและนอนตาลอย ก่อนจะค่อยๆดึงมือออกมาจากเป้ากางเกงตัวเอง ที่ปลายนิ้วหล่อนเต็มไปด้วยซ้ำเหนียวๆใสๆไหลนองเต็มกางเกงไปหมด เธอแตกเพราะมือตัวเองเสียแล้ว

มันเป็นจังหวะเดียวกับที่พี่ทิมออกมาจากห้องน้ำ เธออายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี น้องพลอยวิ่งสวนผมเข้าห้องน้ำไปอย่างอับจนปัญญา

เด็กสาวมองหน้าตัวเองในกระจก ก่อนจะร่นกางเกงมองร่องแคมสวาทแดงๆของหล่อน
“ฮือออ เป็นอะไรเนี่ย สั่นไม่หยุดเลย” เธอบ่นระงม เมื่อแหวกแคมตัวเธอที่สั่นระริก ตอดตุ๊บๆด้วยความต้องการอย่างสูง เธอไม่คิดมาก่อนเลยว่าตัวเองจะเป็นผู้หญิงแบบนี้
…..
ผมนั่งมองเด็กสาวผ่านความคิดที่แวบออกมาจากห้องน้ำ คือเห็นเธอบอกวันนี้ไม่ได้มาให้ผมเย่อนิครับ ผมเลยแกล้งปลุกปล้ำเธอในความคิดให้เธอกระเจิงไปเอง และมันได้ผลมากๆ

เด็กสาวหายไปในห้องน้ำอยู่นานนับ 10 นาที คือเธอไม่กล้าออกมาถ้าร่องเธอยังกระตุกไม่หยุดแบบนี้ ผมจำใจต้องระงับกระแสความคิดตรงนั้นเอาไว้ชั่วคราว

ไม่พ้น 5 นาทีหลังจากที่ผมปล่อยเธอจากจินตนาการผม เธอก็ค่อยๆย่องออกมาจากห้องน้ำครับ ผมแกล้งนอนหลับหันหลังให้เธอ

เด็กสาวค่อยๆมานั่งลงข้างๆผมก่อนจะ ทิ้งตัวลงนอนข้างๆบ้าง เธอกำลังคิดว่าผมโกรธอะไรเธอหรือเปล่า หรือผมโกรธที่เธอถามเรื่องแม่ของเธอ เธอสับสนไปหมดจนค่อยๆรวบรวมความกล้าเอ่ยถามผม
“พี่ทิมหลับแล้วหรอ พี่โกรธหนูหรอ” เธอเอ่ยถาม
ผมค่อยๆหันไปสวมกอดเธอเอาไว้บ้าง ก่อนจะเอ่ยเบาๆว่า
“นอนได้แล้ว พลอยแค่อยากนอนกอดพี่ไม่ใช่หรอ พี่ไม่ได้โกรธอะไรเลย”  ผมแสร้งนอนหลับตาไม่สนใจหล่อน

เธอสูงแค่ 150 กว่าๆเองครับ เทียบกับผมที่สูง 175 ตัวเด็กสาวเล็กมากๆ เมื่ออยู่ในอ้อมกอดผม เธอกอดจูบหน้าผากเธอเอาไว้ เธอกอดซบอกผมอย่างแนบแน่น
...
เด็กสาวเริ่มรู้สึกว่าอ้อมกอดของชายหนุ่มมันช่างอบอุ่นใจจัง เธอนอนข่มตาหลับพริ้มปริ่ม แต่ก็ยังไม่วายที่จู่ๆร่องเสียวของหล่อนก็กลับตามตอดตุ๊บๆขึ้นอีกครั้ง

ภาพในหัวเธอจินตนาการว่าพี่ทิมจับเธอขึ้นคร่อมแล้วสอดดุ้นเข้ามาเต็มลำ ในหัวเธอกำลังขย่มดุ้นอย่างเอาเป็นเอาตาย เธอกอดคอพี่เขาก่อนที่เธอจะโดนอุ้มขึ้นจนตัวยกลอย กำลังแขนมหาศาลของชายหนุ่มประคองก้นเธอแล้วอัดกระเด้าเธอเดินวนไปรอบๆห้อง

เธอลืมตาขึ้นด้วยอาการสั่นเทา เธอจิกแขนเสื้อพี่ทิมไว้อย่างเต็มแรง
...
ผมลืมตาตื่นขึ้นมองเด็กสาวร่างสั่นระริกระรี้ เธอจ้องมองผมตาแป๋ว ที่หางตามีน้ำใสๆไหลคลอๆออกมา
“พี่ทิม หนูเป็นอะไรไม่รู้”  เธอพูดพร้อมกับเอามือกุมบริเวณร่องสวาทของตัวเองไว้

ผมประเคนภาพสวาทใส่หัวเธอจนน้องพลอยสติแตกกระเจิง นี่เป็นความขี้โกงของผมที่มีต่อเด็กสาว น้องพลอยกอดผมแน่น จิกแขนผมด้วยอารมณ์เงี่ยนสุดๆ

ผมจับเธอพลิกตัวนอนแผ่ไปกับเตียง เด็กสาวพยายามบิดท่อนขาหนีนะครับ แต่ผมรั้งเธอไว้ ก่อนจะเพ่งมองเป้ากางเกงชุดนอนของเด็กสาว ตอนนี้มันมีคราบน้ำดวงเบ้อเร้อเลยครับ น้ำนองขนาดนี้ไม่ต้องสืบกันแล้วว่าร่องจะแฉะแค่ไหน

“น้องพลอยอยากหรอค่ะ” ผมเอ่ยถาม ทำเอาเด็กสาวหน้าแดงระรื่น เธอไม่เคยเสียอาการขนาดนี้มาก่อนเลย

เธอรีบสะบัดมือผมออกก่อนจะหันหน้าหนีแล้วนอนขดพร้อมกับเอ่ยเสียงดังว่า “เปล่าซะหน่อย”

ผมยังแสร้างทำเป็นไม่สนใจเธอ แถมส่งภาพว่าเธอกำลังนอนโก้งก้นให้ผมกระเด้า และเธอร้องครางอย่างเร่าร้อนใส่หัวเธออีกครั้ง

ผลคือน้องพลอยที่นอนขดตัวอยู่ร่างกระตุกชุดใหญ่ ก่อนที่ผมจะเห็นน้ำดวงใหญ่ที่เป้ากางเกงมันฉ่ำแฉะซ้ำไปอีกครั้ง เธอใจแข็งพอสมควรเลยครับ ผมอาจจะต้องกระตุ้นอีกครั้งด้วยผิวสัมผัส

ผมค่อยๆเอื้อมมือไปลูบก้นเธอเบาๆ ผ่านชุดนอนเนื้อบางๆ ทันทีที่มือผมสัมผัสโดนร่องก้น ปฎิกริยาของเด็กสาว คือแทบจะเด้งตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว

เธอโผเข้าหาผมอีกครั้ง คราวนี้เธอกอดโอบเอวผมไว้แน่น ก่อนจะเอ่ยเสียงอ่อยเบาๆว่า
“พี่ทิมทำหนูเถอะ”
ผมลูบหัวเด็กสาวเบาๆ ราวกับเธอเป็นลูกไก่ในกำมือ ก่อนจะหยอกเย้าเธอไปเรื่อยว่า
“ทำอะไรค่ะ ให้พี่ทำอะไรบอกมาสิ” ผมถาม

เธอก้มหน้าหลบตาไม่พูดจา คือเด็กสาวสับสนไปหมด เธอไม่เข้าใจร่างกายตัวเองที่มีปฎิกริยาแบบนี้ แค่อยู่ใกล้ๆพี่เขา มันทำให้เธอเงี่ยนร่านได้ขนาดนี้เชียวหรอ
“ก็เอาหนูไง แบบที่ชอบทำ” เธอเอ่ย
“เอาตรงไหนค่ะ” ผมจี้ถามต่อเด็กสาว
“เอาตรงนั้นไง…. เอาตรงนั้นอ่ะ”เธออายสะท้านจนหน้าแดง คือเธอหยาบคายกว่านี้ต่อไปไม่ไหวแล้วครับ แค่นี้เธอก็อายหน้าแดงไปหมดแล้ว
“เอาหีพลอยนะหรอครับ” ผมช่วยเธอด้วยการถามนำตรงๆ  เธอเบือนหน้าซุกอกหนีไม่สบตาก่อนจะเอ่ยเพียงสั้นๆว่า “ค่ะ”

เป็นความสำเร็จของผมแล้วครับ ที่เปลี่ยนเด็กสาวไร้เดียงสาให้เป็นเด็กแรดร่านในคืนนี้
ผมรูดกางเกงเด็กสาวออกอย่างรวดเร็ว กางเกงนอนเธอว่าน้ำนองแล้ว กางเกงในเธอมันยิ่งกว่าอีกครับแฉะชุ่มน้ำไปหมดเลย ผมรูดกางเกงในเธอออกก่อนจะจับเด็กสาวแหวกแคมให้อวดโฉมอยู่เบื้องหน้า

ร่องแดงๆอมชมพูมีไรขนขึ้นอ่อนๆ ประกายแวววับไปด้วยน้ำรัก จริงๆผมแทบไม่ต้องเล้าโลมก็เสียบได้ทันทีเลย แต่ยังครับก่อนครับ ผมจับเธอแหวกร่องหีออกช้าๆ เพื่อชมเนื้อในร่องสาวตีบตันของเธอก่อนจะค่อยๆ เอาลิ้นลากเลียเบาๆไปตามร่องเสียวของหล่อน

น้องพลอยกระดกเอวตามแรงลิ้นอย่างตัวอ่อน ผมจับเอาขาของเธอทั้ง 2 ข้างพาดบ่า แล้วกระดกตัวขึ้นชี้ฟ้า เด็กสองหรี่ตามองผมดูดซดร่องเสียวของเธออย่างบ้าคลั่ง

“โอ้ยยยย พี่ทิม หนูเสียว อื้อออ”  เธอไม่สามารถต่อต้านอะไรได้เลย ชายคนรักของเธอเอาริมฝีปากบดขยี้ปากแคมสวาทเธอราวกับอยากจะยัดลิ้นเข้าไปในร่อง เธอเอามือดันขอบเตียงไว้ในขณะที่พี่เขาเล่นพิเรนทร์ยกตัวเธอซดร่องหีดังจ๊วบจ๊าบไม่หยุด

“พี่หนูเสียว พี่ทิมเบาๆหน่อย เสียวใจจะขาดแล้ว อื้ออ” เธอร้องลั่นห้อง
“เสียวอะไรค่ะ คนเก่ง”  ผมพยายามยั่วให้เธอพูดจา สองแง่สามง่ามตลอด
“เสียวตรงนั้นค่ะ” เธอบอก

ผมยังไม่ยอม คราวนี้ผมเอานิ้วกลางแหย่ร่องเกี่ยวเบ็ดให้เธอไปด้วย เอาลิ้นตวัดเลียเม็ดแตดเธอไปด้วย

กรี๊ดดด อื้อออ เด็กสาวสะดุ้งเฮือก น้ำแตกพลักๆเลยครับ น้ำเธอไหลแรงมาก เธอครางร้องไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวแล้ว ไม่ขาดปาก ตัวเธอเล็กบาง ขาตันๆแบบนี้ ทำเอาผมจะยกจะซดก็ทำได้โดยงาน

“โอ้ยยย หนูเสียวจิ๋มอ่ะ อื้อออ พี่ทิมพอแล้ว พลอยหายใจไม่ออก”  เธอร้องคราง พร้อมหอบหายใจไปด้วย

อาการเด็กสาวที่หอบหายใจสั้นๆ เนื้อตัวระริก ทำเธอหายใจไม่ทั่วท้อง ผมผ่อนแรงลิ้นปล่อยเธอค่อยๆทิ้งตัวลง เด็กสาวนอนแผ่อย่างหมดสภาพเลยครับ เธอตาลอยน้ำเยิ้มมากๆ
ผมค่อยๆปลดเสื้อเธอออกช้าๆ เผยเนื้อตัวขาวอมชมพูมีหน้าอกกำลังตั้งเต้าสวยอยู่เบื้องหน้า ระยะเวลาเกือบปีตั้งแต่ผมรู้จักเธอมา เด็กสาวเริ่มโตเติบขึ้นมาก ผมยังจำตอนเปิดซิงเธอแรกๆ ได้อยู่เลย หน้าอกเธอไม่ได้ตั้งเต้าขนาดนี้

ผมอ้างับปากเลียหัวนมชมพูของหล่อนเล่นไปมา ผมเอาจมูกซุกไซร้ไปตามวงแขนขาวๆของหล่อน ขึ้นไปหอมแก้ม จูบไซร้ซอกคอ เนื้อตัวเธอมีกลิ่นจางๆของสบู่หอมรัญจวนไปทุกสัดส่วน ผมเอาริมฝีปากดูดต้นคอขาวผ่องของน้องพลอย จนมันขึ้นเป็นดวงจ้ำ เด็กคนนี้มันน่ากินไปทั้งตัวเลย ผมโคตรเสียดายเพราะไม่รู้จะมีโอกาสได้ฟัดกันน้องอีกเมื่อไหร่

ผมดูดเลียร่างกายเธออย่างเพลิดเพลินจนเริ่มรู้ถึงมือนุ่มๆของหล่อนกำลังลูบสัมผัสเบาๆที่ปลายดุ้นเอ็นผม

“พี่ทิม ทำไมมันใหญ่จัง” เธอเอามือกำรูดท่อนเอ็นผมไว้ก่อนจะเอ่ยถามเบาๆด้วยใบหน้าแดงระรื่น
“ก็พลอยน่ารักไง” ผมเอ่ยตอบแบบไม่มีเหตุผลประกอบ
“ใส่เลยไหมค่ะ” เธอเบือนหน้าถามผมเบาๆด้วยความเขินอาย
“ใส่ตรงไหนละครับ”  ผมถามต่อ

เธอมองค้อนผมด้วยความหงุดหงิด งอนแงน เธอรู้สึกมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วว่าพี่ทิมกำลังยั่วเธอด้วยคำสองแง่สามง่ามตลอด เธอไม่เคยพูดคำหยาบๆเหล่านั้น เธอได้แต่บ่นในใจก่อนจะพยายามเอ่ยขึ้นโดยใช้คำที่ดูเบาที่สุด

“ใส่จิมิหนูไง ใส่สักทีหนูทนไม่ไหวแล้วนะ”  เธอตะเบ็งเสียวด้วยหน้าแดงระรื่น

คือผมทั้งตลกทั้งขบขัน ถึงการต่อต้านคำหยาบคายของเธอ แต่เธอเลือกใช้คำได้แบบเด็กๆน่ารักดีครับ ผมมองหน้าหวานๆของเด็กสาว ก่อนจะค่อยๆทิ้งตัวนอนลงปล่อยให้ดุ้นเอ็นมันโด่ชี้ฟ้า

“ใส่เองสิ” ผมเอ่ยบอกเด็กสาว

น้องพลอยค้อนผมถึงความลีลาจัด เธอสบถในใจว่า “เอาน่า เราทนไม่ไหวแล้ว” ก่อนที่เด็กสาวจะค่อยๆพลิกตัวขึ้นนั่งคร่อมผม เธอค่อยๆเอาปลายดุ้นของผมจ่อที่บริเวณร่องหีเด็กของเธอ ก่อนจะค่อยๆทิ้งตัวลงช้าๆ

“โอ้ยยยยย อื้ออออ ” เธอกดมันได้แค่ปลายหัว ก่อนที่จะสพดุ้งเฮือกลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
“พี่ทิม มันใหญ่อ่ะหนูไม่ไห...” ไม่ทันสิ้นเสียงเด็กสาว ผมก็กดแทรงพรวดเข้าไปมิดด้าม

“โอ้ยยยย เจ็บๆ เจ็บๆ แน่นอ่ะ”  เธอร้องด้วยท่าทางรุกรี้รุกรน เธอตีแขนผมไม่หยุด ดิ้นพล่านเหมือนโดนไฟช็อต

ผมกดไหล่เธอแช่ค้างไว้อย่างนั้น ร่องเนื้อในของเด็กสาวมันตอดรัดดุ้นผม ตุ๊บๆแทบไม่หยุด ร่องเธอตอดดีมากๆ ผมไม่ได้ย่อไซส์ให้เธอเลยครับ แต่วันนี้น้ำเธอไหลเยอะมากจริงๆ ผมเลยอาศัยทีเผลอกดร่องเธอได้ทีเดียวมิดด้าม

แคมเธอมันทั้งตอดรัด ขยิบโคนแทนไม่หยุด ผมกดแช่ไว้นิ่งๆ รับไออุ่นของเด็กสาว เธอกอดผม จิกแขนผมแน่น ผมลุกขึ้นซบร่องอกเธอ โดยค่อยๆประคองแก้มก้นให้เธอโยกเบาๆในเด็กสาวค่อยๆเอาร่องเสียวบดตอ

ผมค่อยๆโยกอย่างช้าๆอย่างนุ่มนวล ผมสัมผัสได้ถึงความสุขที่ถาโถมเข้ามาในจิตใจของหล่อน ก่อนที่จะสัมผัสได้ถึงความเคว้งคว้างอีกครั้ง เธอพยายามเก็บเกี่ยวความทรงจำเอาไว้ เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ เธอจะได้เจอผมอีกครั้ง น้องพลอยโอบคอผมเข้าจูบเองอย่างดูดดื่ม

กับเด็กในวัย 15-16 นี้ ถ้าไม่รู้จักกันจะรู้สึกว่าวันนี้เธอร่านมากๆ แต่ผมกลับไม่ได้รู้สึกแบบนั้น ที่เธอเป็นแบบนี้ก็เพราะการเล้าโลมของผม ผมเล้าโลมเธอทั้งร่างกายและจิตใจ จนความเรียบร้อยของเธอแตกกระเจิงหายไปจนหมดสิ้น

เธอเริ่มขย่มบดบี้ร่องเนื้อสาวกับดุ้นผมเองอย่างเนิบช้า เธอเสพความเสียวกับดุ้นยาวๆของแฟนคนรักให้ดีที่สุด  น้องพลอยเร่งจังหวะขึ้นเองแล้วก็ผ่อนเอาเอง เธอทำแบบนี้ไปมาช้าเร็วสลับกันไปเรื่อยๆ

ผมอ่านใจเด็กสาวคือ พอเร่งมากๆเข้าเธอก็เจ็บครับ เธอเลยต้องผ่อนแรงไปในบ้างครั้ง มันเหมือนจะสุดๆ แต่ก็ไม่สุดสักทีเพราะความเจ็บทำเธอล่าถอยไปก่อน  เธอเอาแต่บ่นว่ามันใหญ่เกินไปสำหรับเด็กน้อยอย่างเธอ  ผมฟังตามอย่างเข้าใจครับ

คราวนี้ผมลองพยายามลดไซส์มันลงบ้าง ให้มันเหลือสัก 4 นิ้ว มันเป็นไซส์ที่ผมเคยลองกับน้องหมวยมาแล้ว และมันได้ผล เด็กสาวคลายความเจ็บลงไปหลายส่วน

“ไม่เจ็บแล้ว”  เธอร้องอย่างแปลกใจอยู่ในความคิด ก่อนจะค่อยๆเร่งควบเองอย่างต่อเนื่องยาวนาน
“อูยยยยย” ผมร้องตัวงอเลยครับ เด็กตัวแค่นี้แรงดีจริงๆ โยกขย่มสลับช้าเร็วจนผมเริ่มเสียว

แคมแดงๆของเด็กสาว บานอ้าซ่ารับดุ้นอ้วนๆเข้าไปเต็มลำ เธอขย่มจนน้ำรักของเธอไหลย้อยเป็นหน้าขาผม
ผมประคองแผ่นหลังเธอไว้ ก่อนจะช่วยรวบผมยาวของเด็กสาวเก็บรวบขึ้นเป็นหางม้า ต้อคอเธอมีเหงื่อไคล้ไหลไม่หยุดจนเริ่มมีผมที่ชุ่มเหงื่อแตกปอย

ด้วยพละกำลังและความต้านทานต่อความเสียวของเด็กสาวมันมีจำกัดครับ น้องพลอยขย่มเองไม่ถึง 5 นาที เธอก็แพ้แตกนำผมไปก่อน เธอฟุบตัวซบไหล่ผม ครางหงิงๆเหมือนลูกแมว

ผมกอดจูบลูบคล้ำเธอไปทั่วเรือนร่างอย่างเอ็นดู ก่อนจะสานต่อความเสียวของตัวเอง ผมจับน้องพลอยนอนลงบนเตียงก่อนจะโถมตัวเข้าทับเด็กสาว แล้วเริ่มขย่มร่องหีเด็กของเธออย่างหนักหน่วง

“อูยยยย พี่ทิมตัวหนักอ่ะ อื้ออ อื้ออ อื้ออ” เธอร้องทุกคำที่ผมกระทุ้งหีเธอ

เด็กสาวจิกหลังผมแน่น ราวกับว่าไม่อยากให้ผมหนีเธอไปไหน เสียงเตียงในห้องดังเอี๊ยดๆ สนั่นนานนับ 10 นาที

“ฟิต ฟิต ฟิต” เสียงร่องหีเด็กถูกซอยถี่ยิบ ก่อนจะมีเสียง “ตับ ตับ ตับ” ของเนื้อกระทบเนื้อดังไปทั่วห้อง

“อื้อออ พี่ทิม พี่ทิม เบาๆค่ะ อูยย จะฆ่าหนูหรือไง ใจจะขาดแล้ว” เธอตีแขนผมไม่หยุดก่อนจะเอ่ยร้องอย่างขอความเห็นใจว่า “พอแล้ว พอแล้ว หนูขอพักก่อน”

ทันทีที่ผมถอดตัวขึ้น เธอคราง หอบหายใจจนเหงื่อแตกเต็มที่นอนไปหมดเลยครับ เธออ่อนแรงมากๆ คือพักหลังๆผมเอาทนมากๆ เพราะต้องเอาทั้งพี่หลิน พี่ฟาง แล้วน้องหมวยพร้อมๆกัน ปกติผมจะเย็ดคนหนึ่งเสร็จจะเอาอีกคนต่อเลย พวกสาวๆจะได้พักหายใจกันบ้าง แต่วันนี้น้องพลอยเธอรับศึกคนเดียวครับ นี่นับเวลาเราก็ขย่มกันมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว ผมยังไม่มีทีท่าจะแตก ทั้งๆที่เด็กสาวแตกนำผมไปหลายรอบแล้ว

“พี่ทิมตัวหนักอ่ะ หนูหายใจไม่ออก” เธอบ่นครับ
“งั้นให้พี่อุ้มพลอยนะ” ผมเอ่ยบอกเธอพร้อมกับยกเธออุ้มขึ้นตัวลอย โดยที่ยังกดแช่คาดุ้งไว้แบบนั้น

สัญชาติญาณเด็กสาว ตื่นตะหนกคล้องแขนผมไว้อย่างรวดเร็ว นี่เป็นท่าโปรดของผมกับพี่หลินเลยครับ พี่ฟางจะตัวหนักกว่าหน่อยเลยเอาท่านี้ได้ไม่ค่อยนาน แต่กับเด็กสาวตัวแค่นี้ คือเธอเบาหวิวเลยครับ น้องน้ำหนักน่าจะประมาณ 40 กิโลกรัม
ผมจับน้องจนได้ที่แล้วผม กระเด้าเอวสวนร่องหีเธอดัง ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ สนั่นห้อง

“โอ้ยยยพี่ทิม หนูเสียว มันลึกมากเลยอ่ะ อื้ออออ เบาๆค่ะ พังหมดแล้ว จิ๋มหนูแสบหมดแล้ว ไอ้คนบ้า”

จริงๆอย่างเธอว่าครับ ร่องแคมแก้มก้น หน้าขาเธอแดงไปหมดเลย เพราะแรงกระแทก แต่ท่านี้ร่องเสียวเด็กสาวตอดผมดีมากๆ ผมไม่ปล่อยเธอลงง่ายๆ เธอคล้องแขนผมไว้แน่น ผมเอาเธอเดินกระเด้าไปทั่วๆห้อง ตัวเบาแบบนี้ ผมเอาได้ไม่มีเบื่อ

อื้ออ อื้อออ อื้อออ เด็กสาวครางร้องขากระตุกทุกจังหวะที่ผมกระแทกแรงเข้าไป ผมเดินดันตัวเธอติดกำแพง เพื่อให้หลังเธอได้มีที่พักพิง เธอกอดผมเอาขาตวัดรัดผมไว้แน่นเพราะตัวตก

“ปล่อยหนูลงได้แล้ว หนูเมื่อยนะ”
“ไม่ปล่อยง่ายๆหรอก พี่จะเอาพลอยให้แตกกลางอากาศเลย” ผมบอก
“ไอ้บ้า หนูแตกไป 2-3 เที่ยวแล้วนะ” เธอร้องอุทธรณ์

ผมก้มมองแคมเธอ มันปลิ้นไปหมดแล้วครับ น้ำไหลย้อยเต็มขาไปหมด ร่องหีเด็กนี่มันอร่อยดีจริงๆ

ผมฟังคำขอ ของน้องพลอย ก่อนจะจับเธอวางลงที่เตียงแล้วกระเด้าเธอในท่าหมาอีกครั้ง
“แปะ แปะ แปะ” ผมตีก้นเธอเป็นจังหวะ ในขณะที่กระเด้าไปด้วย ท่านี้เธอบีบขาชิดติดกันมันยิ่งทำให้ร่องตีบตันของเด็กสาวตอดรัดเข้าไปอีก

รอบนี้ผมเอานานมากๆ เด็กสาวโดยขย่มร่องอยู่นานเกือบชั่วโมง น้องพลอยแตกแล้วแตกอีก โดนผมเอาจนร่างกระตุกนอนฟุบหลับไป ก่อนจะโดนผมปลุกขึ้นมาเอาซ้ำอีกครั้ง จนเธอหมดเรี่ยวแรงจะครางต่อ คราวนี้เธอหมดแรงจริงๆครับ ขนาดผมลดขนาดลงไปให้ก็แล้ว เด็กสาวคนเดียวรับทั้งหมดไม่ไหวครับ ผมไม่อยากทรมานเธอไปมากกว่านี้ จนต้องถอนดุ้นออกมาเอง

เด็กสาวรู้ว่าผมยังไม่แตกเธอรู้สึกผิดมากๆ จนเอ่ยถามผมว่า

“หนูอมให้ได้ไหม”  เธอถามแบบเขินๆ ร่างกายเด็กสาวแดงเป็นจ้ำไปทั้งตัว เนื้อตัวเหงื่อจนผมเปียกปอนไปหมด นั่นน่าจะเป็นวิถีทางสุดท้ายที่เด็กสาวจะช่วยผมได้แล้วครับ

เราเข้าไปอาบน้ำกันอีกครั้งในช่วงเกือบเที่ยงคืนกว่าๆ  ผมนั่งขอบอ่างให้เด็กสาวคุกเข่ากับพื้นอยู่เบื้องหน้า เด็กสาวค่อยๆอ้างับดุ้นที่ผมปล่อยให้มันใหญ่ยาวเต็มขนาด ผมกดหัวเธอโยกไปมาช้าๆ สลับเร็วๆ

น้องพลอยเก่งขึ้นมาก เธอตวัดลิ้นเลียหัวได้เหมือนสาวรุ่นๆเต็มวัย ผมยัดดุ้นใส่ปากเธอได้โดยเธอไม่ปริปากบ่น ผมนั่งมองหน้าสวยๆปากงามๆของเธออ้างับดุ้นผมจนแก้มตุ๋ย คือมันน่าเสียดายเหลือเกิน ผมไม่อยากเสียเธอไปเลย

กว่า 10 นาทีที่เด็กสาวเพียรพยายามอย่างตั้งใจ จนสุดท้ายผมจิกหัวเธอจับท้ายทอยเธอกระเด้าจนเธอไอ้แคกๆ ก่อนที่ผมจะฉีดน้ำขาวๆขุ่นๆเข้าเต็มปากหล่อน

น้องพลอยอมคาไว้ในปากแล้วกลืนลงคออย่างไม่กระเด็นออกสักหยด เธอยังเอามือรีดน้ำเลียหัวเก็บตกน้ำว่าวผมจนหมดท่อ โอ้ยยยเด็กอะไรทำไมน่ารักขนาดนี้ ยายหมวยยังไม่เก่งขนาดนี้เลย

สบายตัวกันไปทั้งผมและน้องพลอยครับ ถึงผมจะแตกได้แค่น้ำเดียวก็เถอะ แต่มันมีความสุขที่สุดแล้ว ได้นอนกอดน้องเขาไว้แบบนี้ แม้จะรู้ว่ามันอาจจะเป็นคืนสุดท้ายของเราก็ตาม
.....
เช้ารุ่งขึ้น พี่ฟางเปิดประตูเข้ามาก่อนเลยครับ เธอแทบคลั่งที่เห็นผมกับน้องพลอยนอนกอดกันตัวกลม
เมื่อคืนเธอคิดว่าหลังจากอาบน้ำเสร็จจะมาหาผมที่ห้องครับ เพื่อไม่ให้ผมกับน้องพลอยได้อยู่กัน 2 ต่อ 2 แต่ไม่รู้ทำไมจู่ๆเธอเผลอหลับไป ผมได้แต่ขอบคุณน้องหมวย เพราะยายหมวยน่าจะเป็นคนเปิดทางให้ผมมีโอกาสได้ร่ำลาน้องพลอยแบบถึงพริกถึงขิงเมื่อคืน

เด็กสาวเห็นพี่ฟางโมโห เธอกลับไม่ได้รู้สึกโกรธด้วยซ้ำ เธอมีท่าทีที่เศร้าหมองลงในทันทีเมื่อตื่นเช้าขึ้นมาในวันใหม่

มันเป็นเช้าวันเสาร์ที่เศร้าหมองของเด็กสาวครับ เธอขอบคุณพี่หลินกับพี่ฟางที่เข้าใจ ก่อนจะเอ่ยร่ำลาพวกพี่ๆด้วยคำสั้นๆง่ายแต่มันสะเทือนความรู้สึก “หนูรบกวนแค่นี้แหละ หนูต้องไปแล้ว”

ท่าทางนิ่งเงียบของเด็กสาว ทำเอาพี่หลินกับพี่ฟางโกรธเธอไม่ลง ก่อนที่น้องพลอยจะกลับบ้านไป พี่ฟางเปลี่ยนท่าทีอย่างเห็นได้ชัด เธอเดินเข้าไปคว้าแขนเด็กสาวก่อนจะลูบหัวเบาๆอย่างอ่อนโยนและบอกเธอว่า
“มาเมื่อไหร่ ก็แวะมาได้เสมอนะ”   

ผมไม่เข้าใจผู้หญิงเลย เดี๋ยวรัก เดี๋ยวโกรธ พี่ฟางเธอกำลังคิดถึงตัวเองขึ้นว่า ถ้าวันหนึ่งเธอต้องแยกจากผมบ้าง เธอเริ่มรู้สึกว่าเธอก็คงมีสภาพไม่ต่างจากน้องพลอย เธอเริ่มสงสารน้องพลอยขึ้นมาจับใจ

บางครั้งผมก็นึกโทษโชคชะตา เพราะบางทีความเข้าใจซึ่งกันและกัน มันก็เข้ามาในวาระสุดท้าย
....
น้องพลอยรีบกลับในวันนี้ เพราะคุณพ่อของเธอจะพาเธอไปทำเอกสารเรื่องการย้ายไปอยู่โน้นครับ
มันเป็นจังหวะเดียวกันกับที่มีสายหนึ่งโทรเข้ามาหาผมพอดิบพอดี ผมมีอีกเรื่องค้างคาที่ยังไม่ได้สะสาง
....
ณ คาเฟ่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง
ผมนั่งดูดกาแฟเย็นอย่างไม่พูดไม่จา โดยปล่อยให้บรรยากาศบนโต๊ะมันเงียบไปชั่วขณะ

หญิงสาวที่นั่งอยู่เบื้องหน้าก็กุมมือประสานกันไว้โดยไม่สบตาผม  ผมนั่งมองหน้าพี่เจนที่ขมวดคิ้วด้วยใบหน้าเศร้าหมอง เธอมีคำพูดมากมายที่อัดแน่นอยู่เต็มอก

เริ่มจากเธอรู้สึกผิดเหลือเกินที่พอสามีเธอกลับมาเธอก็ตีตัวออกห่างผม เธอสำนึกในสิ่งที่ผมทำให้ ซึ่งเธอก็ไม่รู้จะตอบแทนยังไง เธอเคยตอบแทนเขาได้ด้วยความใคร่บนเตียง แต่สำนึกเธอกลับเริ่มมาทำงานอีกครั้งเมื่อสามีเธอย้อนกลับเข้ามาในชีวิต

หลังจากคืนสวาทกับผม เธอรู้ตัวเลยว่าเธอกลายเป็นผู้หญิงที่ร้อนแรงขึ้นเมื่อขึ้นเตียง สามีเธอติดใจเธอเอามากๆในพักหลังๆ เขาเอาเธอแทบทุกคืน มันเหมือนชีวิตคู่ถูกเติบเต็มในส่วนที่ขาดหาย ครั้งแรกที่สามีเธอบอกว่าจะให้เธอกับลูกย้ายไปอยู่ต่างประเทศ เธอทั้งเสียใจและดีใจในเวลาเดียวกัน เธอดีใจที่ครอบครัวจะได้อยู่ร่วมกันอีกครั้ง แต่สิ่งลึกๆที่เธอเสียใจก็คือเธอคงไม่มีโอกาสได้เจอผมอีก

บางทีหากเธอย้อนเวลาไปได้ เธอคิดว่าเธอไม่ควรจะมีอะไรกับผมเลย มันคงจะดีถ้าความสัมพันธ์ระหว่างเธอและเขาเป็นแค่คนช่วยเหลือที่ดีต่อกัน เธอคงรับเขาเป็นลูกเขยได้อย่างสนิทใจ

พี่เจนเหมือนจะเอ่ยอ้าปาก แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน จะพูดอย่างไรให้ผมเข้าใจ เธอมาวันนี้เพื่อที่จะพยายามตัดความสัมพันธ์ของเรา 2 คน

แม้ผมจะบอกน้องพลอยไปว่าระหว่างผมกับแม่เธอ เราไม่มีอะไรต่อกัน ถึงมันเป็นคำโกหกก็จริง แต่ผมก็อยากทำให้มันเป็นแบบนั้น ผมไม่อยากทำร้ายพี่เจนและน้องพลอยไปมากกว่านี้อีกแล้ว

ผมกุมมือประสานมือนุ่มๆของพี่เจนไว้ ก่อนจะบอกว่า “พี่เจนไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ผมเข้าใจหมดแล้ว”

มันเหมือนความรู้สึกที่จุกอก คุณแม่ยังสาวปล่อยน้ำตาไหลออกมา โดยไม่ร้องออกเสียง ผมเอามือปาดแก้มใสๆของเธอเช็ดน้ำบริเวณหางตา แม้เธอจะอายุใกล้เข้าเลข 4 แต่วันนี้ เธอร้องไห้งอแงราวกับเป็นเด็ก

“ทิมจะเข้าใจพี่ได้ยังไง พี่ยังไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย” เธอพูดไปร้องไห้ไป
“เข้าใจสิ เข้าใจทั้งหมดเลย ผมรู้ว่าพี่อยากจะบอกอะไร ผมเข้าใจหมดแล้ว” ผมยิ้มรับบอกกับเธอ

ผมขยับไปนั่งข้างเธอ พี่เจนนั่งซบไหล่ผมอย่างไม่สนใจคนรอบข้าง คือมันเป็นความรักต้องห้ามที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นตั้งแต่แรกแล้ว เธอกำลังนึกบางเรื่องคล้ายๆผม คือถ้าเราเจอกันเร็วกว่านี้อีกสัก 10 ปี หรือเจอกันในสถานการณ์ที่ดีกว่านี้ อย่างเช่นเธอเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่แม่น้องพลอย ผมว่าโอกาสของเราที่เส้นทางของเราจะมาบรรจบกันมันน่าจะเป็นไปได้

แต่ในเมื่อผมเลือกสานสัมพันธ์กับน้องพลอยไปก่อนแล้ว ความรักระหว่างผมและพี่เจนมันเลยเป็นสิ่งต้องห้าม

“ทิมลืมพี่ไปได้ไหม พี่จะลืมทิมให้ได้ พี่ไม่ให้น้องพลอยเสียใจ” เธอเริ่มเผยความต้องการออกมา

ผมมองหน้าเธอด้วยใจจดจ่อ ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างแช่มช้าว่า
“ไม่ได้หรอกครับ ผมไม่มีวันลืมพี่เจนหรอก พี่เจนนั่นแหละต้องลืมผมให้ได้”  ผมตอบ

ผมจะไม่ลืมเรื่องของเธอหรอกครับ ผมอยากจะเก็บความรู้สึกดีๆกับเธอเอาไว้ ในอนาคตเธอก็คงเป็นว่าที่แม่ยายผม
“เห็นแก่ตัว” พี่เจนสบถกลับเบาๆ เป็นคำด่าที่ผมไม่โกรธเธอเลย
เธอเว้นวรรคไปสักพัก ก่อนจะเอ่ยกลับเบาๆว่า “พี่คงลืมเราไม่ได้หรอก พี่ลืมทิมไม่ได้จริงๆ”
“ได้สิครับ ผมจะทำให้พี่ลืมผมเดี๋ยวนี้แหละ” ผมสวนคำและเหม่อมองเธออย่างอาลัยอาวรณ์

สิ้นเสียงคำพูดของผมไม่นาน เสียงฝีเท้าหนึ่งก็ค่อยๆย่างกรายเข้ามา พี่เจนหันมองด้วยอาการตื่นตระหนก ก่อนจะเอ่ยเรียกเบาๆว่า
“น้องหมวย”
……
เธอจำได้ว่า  
เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน


Re: The Senses 12 : ทักด้วยคำร่ำลา
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2020, 02:50:00 pm »
เสียน้องพลอยกับคุณแม่ก็ได้น้องทิมของพี่ทิมแทนได้ครับ

*

ออฟไลน์ Komratouy13

  • Junior Member
  • ***
  • 378
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: The Senses 12 : ทักด้วยคำร่ำลา
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2020, 02:51:26 pm »
มีพบก็ต้องมีจากครับ

*

ออฟไลน์ พงค์ พันธ์

  • Junior Member
  • ***
  • 451
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: The Senses 12 : ทักด้วยคำร่ำลา
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2020, 02:51:41 pm »
จบจนได้ซะแล้ว
มีเมียไประวังช๊อกเอานะ

*

ออฟไลน์ Ideology

  • Senior Member
  • ****
  • 602
  • 185
    • ดูรายละเอียด
Re: The Senses 12 : ทักด้วยคำร่ำลา
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2020, 02:56:24 pm »
หาใหม่ได้เรื่อยๆแหละ ไม่ต้องเสียดาย มีพลังอยู่แล้ว ทำอะไรก็ได้

เพิ่มเติม พี่หลินดีที่สุดครับ 55+
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 02, 2020, 03:12:06 pm โดย Ideology »

*

ออฟไลน์ jaojom

  • Junior Member
  • ***
  • 364
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: The Senses 12 : ทักด้วยคำร่ำลา
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2020, 03:06:28 pm »
ตอนนี้คงเศร้าที่สุดแล้ว

*

ออฟไลน์ thisisbest

  • Junior Member
  • ***
  • 466
  • 168
    • ดูรายละเอียด
Re: The Senses 12 : ทักด้วยคำร่ำลา
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2020, 03:09:15 pm »
เนื้อเรื่องไปได้อีกไกลเลยครับ

*

ออฟไลน์ peddo

  • Ultimate Member
  • ********
  • 3218
  • 1222
    • ดูรายละเอียด
Re: The Senses 12 : ทักด้วยคำร่ำลา
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2020, 03:09:38 pm »
พี่ฟางแกก็เมียหลวงจริงๆ แหละ น่าเห็นใจแก แต่ถ้าไม่นับอันดับ น้องหมวยคือผู้มีอำนาจและปกครองตัวจริง ยังดีที่เธอเข้าใจอะไรได้ดีกว่าเด็กทั่วไป สงสัยแอบฟังความคิดคนอื่นมาเยอะ แล้วแม่เจนจะทำไงนะ สงสัยต้องพาลูกมาเที่ยวเมืองไทยบ่อยๆ อิอิ
ตอนจบยิ่งแสดงความเป็นใหญ่ของหมวยน้อยจริงๆครับ นับถือๆ
ขอบคุณ​ครับ​
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 02, 2020, 03:11:37 pm โดย peddo »

*

ออฟไลน์ waddafux

  • Junior Member
  • ***
  • 507
  • 98
    • ดูรายละเอียด
Re: The Senses 12 : ทักด้วยคำร่ำลา
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2020, 03:10:14 pm »
จากลาเพื่อพบกันใหม่:)

*

ออฟไลน์ Sitthikirn

  • Junior Member
  • ***
  • 369
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: The Senses 12 : ทักด้วยคำร่ำลา
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2020, 03:13:04 pm »
เดินทางมาจนจะถึงตอนจบแล้ว ต้องขอบคุณนักเขียนมากๆครับที่สละเวลามาเขียนไห้ทุกคนได้อ่านกัน ::JubuJubu::

*

ออฟไลน์ ningnong007

  • Junior Member
  • ***
  • 285
  • 50
    • ดูรายละเอียด
Re: The Senses 12 : ทักด้วยคำร่ำลา
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2020, 03:15:39 pm »
จบไวมาก จริงๆ เส้นเรื่องเล่นได้ยาวเลย อยากรู้ว่าจะเข้าด้านมืดเต็มตัวเลนด้วยไหม เสียดาย

*

ออฟไลน์ Popeye5555

  • Junior Member
  • ***
  • 423
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: The Senses 12 : ทักด้วยคำร่ำลา
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2020, 03:20:58 pm »
สุดท้ายถึงเวลา ก็ต้องจาก คนที่อยู่ก็จัดกันต่อไป
ชอบที่สุด คือ น้องพลย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 02, 2020, 03:22:17 pm โดย Popeye5555 »

*

ออฟไลน์ darkshadow0504

  • Junior Member
  • ***
  • 347
  • 79
    • ดูรายละเอียด
Re: The Senses 12 : ทักด้วยคำร่ำลา
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2020, 03:21:59 pm »
ได้ตัวช่วยมาอย่างดีเลย เติมเต็มทั้งพลังและแก้ไขในสิ่งที่ควรแก้

Re: The Senses 12 : ทักด้วยคำร่ำลา
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2020, 03:26:41 pm »
เป็นการจากลาที่....น่าจะทำให้นายทิมมีความสุขเพราะเมียทั้งสี่คนลงรอยกันได้ ส่วนพี่เจนจะจบอย่างไรนะ ยายหมวยมาแบบนี้เธอจะทำอย่างไรกันแน่....????

*

ออฟไลน์ live20

  • Junior Member
  • ***
  • 455
  • 138
    • ดูรายละเอียด
Re: The Senses 12 : ทักด้วยคำร่ำลา
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2020, 03:26:57 pm »
ศึกระหว่างแม่ยายกับลูกเขย

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ