ครั้งหนึ่ง ณ ทะเล ตอนที่ 0 ( เรื่องเล่าจุดเริ่มต้นของน้องโทนกับพี่เหมียว )

ครั้งหนึ่ง ณ ทะเล ตอนที่ 0 ( เรื่องเล่าจุดเริ่มต้นของน้องโทนกับพี่เหมียว )

  • 567 ตอบ
  • 9172 อ่าน
*

ออฟไลน์ Monotone_Memory

  • Senior Member
  • ****
  • 643
  • 3077
    • ดูรายละเอียด
สวัสดีครับ สวัสดี ตอนนี้เป็นตอนแยกของเหมียวนะครับ

ซึ่งผมวางไว้สัก 2-3 ตอน หรืออาจจะเพิ่มอีกสักตอน

ก็จะเขียนควบคู่ไปกับร้านเกะ Part4 นะครับ

เพราะอยากจะลองด้วยว่าถ้าผมเขียน 2-3 ตอนใน 1 อาทิตย์ผมจะไหวมั้ย

ถ้าไหวผมก็อาจจะมีเวลาทำ E Book แน่ๆ

ยังไงก็ฝากชาวร้านเกะ ช่วยติดตามซีรีย์นี้ด้วยนะครับผม

กระทู้ผมฟรีสไตล์นะ ตอบอะไรก็ได้ แต่ถ้ากลับมา Edit อีกที พ้มจะดีใจมากมายเลยครับ

เพราะอยากรู้ว่าท่านทั้งหลายคิดเห็นอย่างไรกับเนื้อหาช่วงหลังๆ

................


ปล. พูดถึงเหมียว เหมียวเป็นสาวออฟฟิศที่ดูดีนะ เธออายุมากกว่าผม 1 ปี เธอก็ดูน่ารัก แถมยัง SEXY เบาๆ เหมียวเป็นคนตัวเล็กหุ่นดี
เอวคอด ขาเรียว แต่เธอก็มีเรื่องที่ไม่มั่นใจคือ หน้าอกที่เล็กแค่นั้นเอง เหมียวสูง 165 นิดๆมั้งครับ เพราะตอนนั้นเธอสูงไล่เลี่ยกับผมเลย
ก็ถ้าให้อิมเมจภาพเหมียวในความทรงจำก็ประมาณนี้ เธอเป็นสาวเจียงใหม่ ความขาวนั้นไม่ต้องพูดถึงหรอกครับ








ปล.2 ตอนนี้ขอย้อนไปสักนิดนะครับ แล้วจะ Time SKIP ตอนหน้าเลย




ปล.3 ฝากติดตามร้านเกะ Part4 และเทพวายุตอนต่อไปด้วยครับ





ปล.4 พี่หมิวในตอนนั้นครับ ทรงประมาณนี้





........................



สวัสดีครับผมนายโทนคนเดิม นี่เป็นเหตุการณ์ก่อนที่ผมจะเจอเหมียว ( นามสมมติ ) ใช่ครับอย่างที่หลายท่านรู้......


“ ผมโดนทิ้ง “


ในวันนั้น ผมถามตัวเองว่า เฮ้ย...จริงเหรอวะ เราเลิกกันแล้วจริงๆเหรอวะ ผมเฝ้าถามตัวเองว่าชีวิตผมมันตลกไปหรือเปล่า


อนาคตที่เคยพูดกันหลายร้อยครั้ง ทั้งตอนเรียน ตอนกินข้าว ตอนเดินเที่ยว หรือแม้แต่บนเตียง


ฝันที่เมื่อเรียนจบ เราจะพักผ่อนกันสักปี เที่ยวต่างจังหวัดทุกเดือน เดือนละ 1-2 ครั้งโดยใช้เงินที่ได้จากขายเงินในเกมส์


แล้วเราค่อยเริ่มทำงานช่วยกันเก็บเล็กๆน้อยๆ ยิ่งช่วงตอนปี4 แฟนผมที่อายุมากกว่าก็เรียนจบไปแล้ว ความห่างไกลมันยิ่งทำให้เราคิดถึงกัน


สมัยก่อนไม่มี Face Time ไม่มี video call  หรูสุดดีสุดคือเปิดกล้องใน MSN คิดถึงใจจะขาด อยากเจอหน้ามากกว่าได้ยินแค่เสียง



ไอ้ internet ส้นตีนก็ทำพิษ บางทีปากขยับไปแล้ว เสียงพึ่งมา พูดกันก็ไม่รู้เรื่อง บางทีกล้องก็ห่วย ภาพก็แตก ความห่างไกลมันทำให้คิดถึงจริงๆ


แต่พอเรียนจบสิ่งที่ได้กลับมา คือคำว่าเราห่างกันซักพักเถอะ ห่างกันซักพักอะไรวะ ห่างกันมาเกือบปี ยังห่างไม่พออีกเหรอ เชื่อมั้ยครับรีดเดอร์ว่าผมตอนนั้นคือแบบได้แต่ตั้งคำถามในใจ


ผมทำอะไรผิดวะ ผมทำให้เธอโกรธเหรอ ผมพยายามปรับปรุงตัวมาตลอด หรือผมให้เธอไม่มากพอเท่าที่เธอต้องการ



จนกระทั่งวันนึงพี่เขาส่งข้อความมาบอกว่ามีคนใหม่แล้ว เลิกกันนะ........























สมองผมตอนนั้นที่ได้อ่านข้อความ มัน.. แบล๊ง มันว่างไปหมด ล้อเล่นใช่มั้ย ผมโทรหาเขา เขาก็ไม่รับสาย ผมไปถึงที่ทำงานก็เห็นว่าเขากำลังควงแขนกับคนใหม่ ผมเข้าไปถามตรงๆเลยนะว่าทำไมถึงบอกเลิก ซึ่งคำตอบก็คือ



เขาดูแลพี่ดีกว่า มีเวลาให้มากกว่า นี่คือคำตอบที่ผมได้วันนั้น เชื่อมั้ยว่าตอนนั้นผมแทบจะกอดขา ขอโอกาสแก้ตัว ผมขอแค่บอกว่าอยากได้อะไร ผมจะหาให้ รู้มั้ยผมได้คำตอบว่าอะไร


หาเงินให้ได้ก่อนเถอะ แล้วค่อยพูด


เชื่อมั้ยว่าแขนขาผมหมดแรงเลยครับตอนนั้น ความทรงจำที่ผมเคยบอกว่า เอ่อพี่ผมว่าเราเป็นพี่น้องกันก็พอนะ ผมกลัวดูแลพี่ได้ไม่ดีพอ แต่เขาก็บอกที่เคยบอกว่า แค่มีกันและกัน มันก็มากเกินพอแล้ว


ผมได้แต่ตั้งคำถามว่าคนๆนั้นหายไปไหนกันนะ นี่น่ะเหรอของขวัญสำหรับปริญญาตรีของผม ทำไมมันเป็นของขวัญที่ผมไม่อยากได้เลยนะ


แล้วสายตาที่ผู้ชายคนใหม่ของเขามองผม เหมือนแบบผมเป็นแค่เศษฝุ่นเศษดินเลยล่ะครับ ตอนนั้นคืออายคนที่เดินไปเดินมาแถวนั้นผมก็อายแต่ผมอยากให้เธอเห็นใจผมก็อยาก



มันลำบากเพราะทำตัวไม่ถูกเลย แต่ถามว่าตอนนั้นใครภาษีดีกว่า ก็เป็นคนใหม่ของเขาแหละครับ เขาทั้งแต่งตัวดูดี ทรงผม Set เรียบร้อย รองเท้าคัทชูขัดเงาวั๊บ กับผมที่ใส่ชุดนักศึกษา ผมยาวเป็นพี่ปั๊ป โปเตโต้ รองเท้าคอนเวิร์ทก๊อบ 199 บาทกางเกงยีนลีไวริม ( จีน ) แดง ซื้อจากสะพานพุทธ



ผมจนแต้มต่อด้านบุคลิคภาพจริงๆครับ ผมเดินร้องไห้ไม่อายใครเลยตอนนั้น เดินไปเรื่อยๆตามทาง จนมาถึงอนุสาวรีย์ชัยฯ คิดดูดิ่ ผมเพ้อแค่ไหน


ระยะทางจากแค่อนุสาวรีย์ชัยฯ ไปถึงบ้านผม ทำไมมันนานแบบนี้กันนะ ทำไมเพลงที่เคยฟังแล้วชอบ ผมกลับไม่ชอบมันอีกแล้ววะ ส่วนเพลงเดิมๆที่เคยฟังแล้วรู้สึกเฉยๆ ทำไมมันทำให้ผมเจ็บปวดแบบนี้


อยู่ไหนนะ รัก ไอ้คำที่ว่าดี ที่เคยซึ้งทุกทีที่บอกกัน ชั้นพึ่งรู้ว่ารักตัวตนมันไม่มี ที่ฉันทำดีก็เท่านั้น มันก็แค่.... อากาศ



เพลงเดิมๆ ทำไมคราวนี้มันส่งผลต่อต่อมน้ำตาผมจังเลยครับ ผมนั่งรถเมล์สาย 539 กลับบ้านด้วยน้ำตา ผมนั่งอึน นั่งมองไปที่หน้าต่าง ไม่มีอีกแล้วสิ่นะ คำว่าเรา


ผมใช้เวลาจมปลักอยู่เป็นเดือน อยู่กับตัวเองบ้าง อยู่กับเพื่อนบ้าง แต่เวลามันไม่ช่วยอะไรเลยนะ เชื่อมั้ยครับรีดเดอร์


ว่าช่วงที่เราต้องเจอกับควสมเจ็บปวด เวลามันจะเดินช้ามากๆ จนบางครั้งก็สงสัยว่าผมอยู่ในห้องกาลเวลาของมิสเตอร์โปโปหรือเปล่าวะ


แล้วเวลาอกหัก ผมบอกเลยว่าปรึกษาเพื่อนสนิท เพราะสิ่งที่ได้มาคือเสียงหัวเราะ และคำเหน็บแหนม ซึ่งบอกเลยว่ายับ ยับแม่ยับเลย


ก็รู้แหละว่ามันเป็นวิถีพูด วิธีปลอบแบบผู้ชายคุยกัน แต่แบบเฮ้อ พูดให้ดีๆหน่อยไม่ได้เหรอวะ พูดแล้วเซ็งเป็ด จนกระทั่งวันนึงที่บ้าน เสียงไอ้มูชูก็เห่าแปลกๆ คือเหมือนเห่าต้อนรับคนอ่ะแหละ


ตัวผมเองก็นั่งมองไปที่คลองหลังบ้าน นั่งมองผักตบชวาที่ลอยไป ลอยมา นั่งมองเรือหางยาวที่บิดหมดด้าม นั่งมองเรือพายที่กำลังเล่นเวฟ ที่เกิดจากไอ้เรือหางยาวลำเมื่อกี้


เผี๊ยะ !!! เสียงดังสนั่นมันพร้อมกับความเจ็บแสบที่แขนผม โอยใครวะ เดี๋ยวงัดหน้าแม่งเลย ผมหันหน้าแหกปากเลย ใครวะ !!!


[ พี่หมิว ]  :  ทำไม เจ๊เองอ่ะทำไม


เฮือก !!! ชิบหายละแม่มา ผมเงียบกริ๊บเลยครับ เงียบแล้วกลับมานั่งมึนต่อโดยที่ไม่พูดอะไรสักคำ แต่พี่หมิวก็เดินมาดักหน้า ยืนเท้าเอวยังกับนางแบบวิคตอเรียซีเครท ยืนจ้องหน้าผม


[ พี่หมิว ]  :  ทำไมไม่รับสายเจ๊


ผมฟังแล้วก็ได้แต่คิดในใจ ก็ใครล่ะพูดใส่ผม ว่าแค่ผู้หญิงคนเดียว จะเป็นจะตายเลยเหรอ เออพูดมางี้ผมก็ไม่ทนหรอก ผมวางสายและไม่รับสายเจ๊เลย


แต่ผมแม่งพลาด พลาดตรงที่ลืมว่าเจ๊แก ขาลุย ขาโหดแค่ไหน มาถึงบ้านเลยเว้ย  ดูแกทำตัวดิ่ ทำไมไม่ทำตัวให้มันดีๆ ให้ผู้หญิงเสียดายที่ทิ้งแกวะ เจ๊ไม่เข้าใจ


เฮ้อ มาถึงก็จัดมา 1 กัณฑ์เลย เทศน์ทันทีที่เจอหน้า เวลาเกือบ 2 ปีมันไม่ใช่น้อยๆนะเจ๊ จะให้ลืมคนที่เดินจับมือกัน ลืมคนที่เคยดูแลกัน ลืมคนที่หลับด้วยกันตื่นมาเจอหน้ากันง่ายๆเลยเหรอ



คือพูดยังไงดีนะ คือแบบความรักของชีวิตมหาวิทยาลัย ผมว่ามันเหมือนเป็นการหัดดูแลกันและกันเลยนะ คุณเรียนเหนื่อยผมคอยดูแล คุณเรียนเหนื่อยผมคอยดูแล


คอยให้กำลังใจกันและกัน ตอนทำโปรเจคจบก็ช่วยซัพพอร์ทกัน คือแบบมันลึกซึ้งและทุ่มเทกว่าตอนมัธยมอ่ะตามความรู้สึกผม แล้วแบบอยู่ดีๆ ทุกอย่างมันหายไป ทุกอย่างมันไม่เหมือนเดิม แล้วผมจะไหวเหรอ


ผมบอกพี่หมิวไปนะว่าขออยู่เงียบๆก่อนนะครับเจ๊ ผมกำลังจะลุกเดินเข้าบ้าน แต่เจ๊หมิวก็คว้ามั่บแล้วหยิก หยิก จนผมเจ็บไปหมด

[ ผม ]  :  อยากหยิกก็ตามสบายครับ หยิกเลย หรือจะให้ผมเจ็บกว่านี้ก็ได้

เชื่อมั้ยว่าผมแบบกำหมัด ต่อยต้นไม้ตรงนั้นเลย ปึ้กๆ ปึ้กๆ ปึ้กๆ โอยเด็กน๊อเด็ก ผมต่อยไปหลายทีเลยนะ ต่อยจนมือแหก หนังเปิด เลือดไหล แต่พี่หมิวไม่ห้าม พี่หมิวยืนกอด-อกมองเฉยๆ


เขาพูดว่าอยากต่อยก็ต่อยสิ่ เจ๊ไม่ได้เจ็บกับแกด้วย แกต่อยอีกสิ่ ผมเดินหนีเลย มันเจ็บนะ แต่มันร้องไม่ออกหรอกตอนนั้น ผมเดินมาเห็นแม่ ผมก็รีบแว๊ปหลบเลย กลัวแม่เห็น


คือยังไงดีอ่ะ ผมจะเป็นจะตายยังไงก็ได้ แต่แค่ไม่อยากให้แม่เห็น เขาพึ่งจะยิ้มหลังจากที่ผมบอกเรียนจบแล้วไปหมาด ถ้าจะเห็นผมเป็นแบบนี้ มันก็ไม่ได้ใช่มั้ยครับท่านผู้อ่าน


ผมเดินอ้อมมมมม อ้อมมบ้านเลย เดินเหมือนกลัวคนเห็น นี่บ้านผมเปล่าวะเนี่ย ผมเดินอ้อมมาจนขึ้นมาบนที่นอน เจ็บจนมือสั่นเลยครับตอนนั้น เฮ้อทำไรเนี่ยกู

แต่.... พี่หมิว กำลังนอนเล่นอยู่บนที่นอน ฮึ๊ !!!  เดี๋ยวนะพี่หมิวมายังไงวะ หรือพี่หมิวใช้ ดอปเปอร์ แกงเกอร์ แบบไอ้ดันเต้ ( ภาค 3 ) พี่หมิวนอนไม่นอนเปล่า นอนกระดิกตีนด้วย


[ พี่หมิว ]  :  เอ้า ไปไหนมาเนี่ย เจ๊หลับไป 3 ตื่นละเนี่ย

[ ผม ]  :  เจ๊แหละ มาได้ไง

[ พี่หมิว ]  :  ก็เดินเข้ามาตรงๆนี่แหละ ไม่เหมือนใครบางคน อ้อมไปยันสวนนู่น


ฮื่มมม ผมนี่กำหมัดเลยครับ สุดท้ายเจ๊ก็เดินมาหยิบทิงเจอร์ราดแผลผมเลย ผมก็สะดุ้งสิ่ครับ เจ๊ไม่โอ๋ เจ๊ไม่แสดงความเห็นใจไรเลย เจ๊บอกแค่ว่าแกเจ็บเพราะแกทำตัวเอง ถ้าแกไม่ไปต่อยต้นไม่แกก็ไม่มีแผล


[ ผม ]  :   แต่เจ๊ เอาทิงเจอร์ราดผมนะ

[ พี่หมิว ]  :  เถียงเหรอ !!!


เงียบกริบ กูเงียบกริบเลยครับพี่น้องผม ผมล้างแผลเสร็จ พี่หมิวก็เดินมาบอกว่าป่ะ ออกไปหาอะไรกินกัน ผมนี่แบบฮึ๊อะไรนะ มือตูเป็นแบบนี้ยังจะพาไปกินอีกเหรอ

ที่สำคัญ.... ผมไม่มีเงินเลี้ยงพี่หมิว ใช่ครับท่านผู้อ่านผมไม่มีเงิน ผมไม่มีเงินพาพี่หมิวไปกินร้านดีๆ เพราะรายได้ผมจากการล่าบอส ขายเงิน M ลดลง ก็ใครมันจะมีอารมณ์มานั่งเล่นเกมส์ล่ะครับ


ไม่ไป  ไม่อยากไป นี่คือคำแรกที่ผมบอกพี่หมิวในตอนนั้น แล้วรู้มั้ยว่าเจ๊เขาทำยังไง เจ๊เดินไปที่ตู้เสื้อผ้าแล้วเปิด เปิด เปิด

เปิดแล้วหยิบเสื้อผ้าของผมออกมาชุดนึง แล้วพูดว่าเจ๊หิวแล้ว แกจะปล่อยให้เจ๊หิวจริงเหรอ


อื้อหืม !!! ผมนี่กำหมัดรอบที่สอง ซึ่งหลังจากอาบน้ำ อะไรแล้ว เราสองคนก็ออกไปหาอะไรกินนอกบ้านครับ พี่หมิวบอกอยากกินบุฟเฟ่ เลี้ยงหน่อยสิ่


ผมสะดุ้งเลยเชื่อมะ อื้มหืม สถานการณ์การเงินของผมบอกเลยว่าฝืดยิ่งกว่าหอยทากที่มันกำลังโดนตะคริวกิน เพราะตั้งแต่เรียนจบ ผมก็ไม่ได้ขอเงินที่บ้านอีกเลย


คือพูดได้ว่าอยู่ได้เพราะเงินจากเกมส์ 100% จริงๆแล้วรายได้จากเกมส์มันก็ไม่ได้อู้ฟู่เหมือนตอนแรก แต่โชคดีที่กลับมาอยู่บ้าน


ค่าน้ำพ่อแม่ก็จัดการ ข้าวก็มีให้กิน มีที่ซุกหัวนอน ผมก็อยู่ได้แล้วล่ะ แต่... อย่างที่บอกว่าผมอกหัก พึ่งเลิกกับแฟน ผมก็ไม่มีกะจิตกะใจเข้าไปเล่นเกมส์หรอกครับ


ชาวแก๊งค์ตี ดอท เอ ด้วยกันมันก็ถามว่าเป็นไรวะหายหัวเลย ไม่มีคนเล่นแทงค์ให้เลย ผมก็บอกว่ายุ่งๆน่ะ


เพื่อนที่พอจะรู้เรื่องก็ถามว่าเป็นไรมั้ย ไหวเปล่า ผมก็พิมพ์กลับไปทั้งน้ำตาว่ากูสบายดี กูไม่เป็นไร


ซึ่งแน่นอนล่ะเงินที่มีตอนนี้ ผมก็ต้องประหยัดเลยนะ แต่เจ๊หมิวบอกเลี้ยงข้าวหน่อย ผมก็ต้องไปขัดเจ๊แกไม่ได้ด้วย


เราสองคนขับรถไปเซ็นทรัลปิ่นเกล้า แต่เจ๊แก ดันบอกว่าอยากไปกินที่อื่น ผมแบบฮึ๊ ? อะไรนะ เชื่อป่ะพอฟังพี่หมิวพูดแล้ว ผมแบบแอบจับกระเป๋าตังส์เลย



ผมคิดในใจว่าเชี่ย เงินกูจะเหลือเท่าไรเนี่ย จะพอใช้ไปอีกแค่ไหนวะ ช่วงนี้ยิ่งไม่ได้เข้าเกมส์ล่าบอสเลยด้วย ใครที่มีเงินจำกัดกับสถานการณ์ที่ไม่อาจปฏิเสธได้ คงเข้าใจผมแน่ๆ



ว่าไอ้ความกังวลมันเป็นยังไง สุดท้ายพี่หมิวพาผมไปนั่งกิน พิซซ่าครับ ผมนี่แบบมือสั่นเลย โอยจะไหวมั้ยวะกู แล้วสมัยนั้นพิซซ่าไม่ได้ถูกแบบสมัยนี้นะ อื้อหือ !!!



พี่หมิวกินไป ผมก็นั่งกิน วันนั้นผมเข้าใจคำว่ากินเหมือนแมวดมเลยครับ พี่หมิวสั่งพิซซ่าหน้า เปปเปอร์โรนีที่ผมชอบมากิน ถ้าเป็นปกติแล้ว


ผมคงตักกิน ตักกิน ราดซอส โรยออริกาโน่ไปแล้ว แต่วันนั้นผมกินคำสองคำ ก็กินไม่ลงเลยครับ มันอร่อยนะ แต่ผมกินไม่ลง จนสุดท้ายเราก็ต้องห่อกลับบ้าน ผมจ่ายไปหลายร้อยอยู่นะวันนั้น


[ พี่หมิว ]  :  เฮ้ออ อิ่มจังเลย อิ่มจนกินไม่ไหวแล้ว


พี่หมิวก็เป็นแบบนี้เสมอจริงๆนะ เฮ้อ ปากบอกว่าอิ่ม กินไม่ไหว แต่ว่า....


[ พี่หมิว ]  :  โอ๊ยยย อยากกินสเวนเซ่น


ผมนี่แบบฮึ๊ !!! อะไรนะเจ๊ ไหนบอกอิ่มไง ชิบหายไม่ทันละเจ๊เดินเข้าไปในร้านแล้ว ฟองดูว์ 1 ชุด พี่หมิวสั่งไปครับ


ผมนี่แบบอื้มหืม สั่งฟองดูว์ ไม่สงสารกูเลย แต่ในความปวดใจ ในความทุกข์ตอนนั้น รอยยิ้มความร่าเริงของพี่หมิวก็ช่วยผมได้เยอะเลยนะ



เฮ้อ โดนไปอีกหลายร้อย คราวนี้พี่หมิวก็ยิ้มเลย ลั้นลาบอกว่าอิ่มจัง ไม่ ผมไม่เชื่อ ผมไม่เชื่อเจ๊หรอก  โทน โทน แกดูนั่นดิ่ สายคล้องโทรศัพท์สวยมากเลย



นั่นไงล่ะ เอาแล้วไง ไม่ของกิน ก็ของจิปาถะ เจ๊หมิวชวนผมชวน... เอ่อ อย่าเรียกชวน เรียกว่าลากดีกว่า พี่หมิวลากผมไปที่ซุ้มขายของเลย


โดนไปอีก ร้อยนึง  หัวใจว่าแห้งเหี่ยวแล้ว กระเป๋าตังส์เสือกแห้งกว่าอีก ผมเดินไปก็คุยกับพี่หมิวผมพยายามยิ้มเต็มที่เลยนะ แต่ว่า...


ชั้นเพียงแค่เจ็บจนทนไม่ไหว หัวใจชั้นถูกคนทำร้าย เจ็บช้ำจะเป็นจะตายไม่เคยบอกใครทั้งนั้น

https://www.youtube.com/watch?v=IC9TS159G80]

อื้มหืม เดินผ่านร้านขาย CD  แม่งเปิดเพลง ไม่เป็นไร ของ Black Head เปิดมานี่น้ำตากูไหลเลย เคยมั้ยครับฟังเพลงแล้วน้ำตาไหล ทำไมมันเป็นแบบนี้ชีวิตผม


ทำไมคนที่บอกว่ารักกันถึงทิ้งกันไปแบบนี้ผมยกแขนขึ้นปาดน้ำตา พี่หมิวเห็นนะ แต่ไม่พูดอะไร เจ๊บอกกลับบ้านกันแค่นั้นเราก็กลับ ผมแบบน้ำตาไหลเลยครับบอกตรงๆ ใครไม่อยู่ ณ จุดนั้นคงไม่รู้ จุดที่เพลงสามารถทำให้เราร้องไห้ได้ แล้วไอ้หนักที่สุดคืออะไรรู้มั้ย พอขึ้นรถมาเท่านั้นแหละ พี่หมิวเขาหยิบแผ่น CD เสียบเข้าเครื่องเล่นเพลง


อื้อหืมจะฆ่ากันให้ตายค่ารถเลยสิ่นะเจ๊หมิว เพลงโคตรร็อค แต่ทำไมใจผมมันร้าววะครับ


โปรดเถอะสายลมช่วยกล่อมให้ฉันนอนตาหลับ ให้ฉันลืมหมดทุกๆสิ่ง
https://www.youtube.com/watch?v=QBkcjulHU1c


โอ้โห I Zax ก็มาว่ะ เมื่อก่อนตอนที่ผมจีบแฟนผมใหม่ๆ ผมใช้เพลงของ Izax นี่แหละจีบเธอ ต่อให้ตะวันลบเลือน ดาวและเดือนลับลา คำที่ว่าฉันรักเธอ ไม่มีวันลดลง

https://www.youtube.com/watch?v=Letk-EylsKM

นักร้องคนเดียวกันแท้ๆ เสียงเดียวกันแท้ๆ แค่คนละเพลงทำไมมันทำให้ผมปวดใจแบบนี้วะ แล้วผมจะเปลี่ยนก็ไม่ได้นะ พี่หมิวนั่งจ้องหน้าเลย นี่ผมต้องขับรถทั้งๆที่เป็นแบบนี้จริงๆเหรอวะเนี่ย


[ พี่หมิว ]  :  เครียดเรื่องเงินใช่มะ


นั่นไง อยู่ดีๆ แม่นางก็ถามขึ้นดื้อๆเลย ผมเงียบผมไม่ตอบ พี่หมิวก็ถามว่ายังหาเงินในเกมส์อยู่เปล่า ผมบอกว่าช่วงนี้ไม่ค่อยได้หา พี่เขาก็ถามอีกว่าเครียดเรื่องเงินใช่มั้ย หน้าตาอมทุกข์แบบนี้อย่าทำเป็นเงียบ


เฮ้อ นี่สิ่น้อ ที่เขาว่าผู้หญิงเซนส์โคตรแรง เพราะพี่หมิวเขาไม่พูดเรื่องแฟนเก่าผมเลยนะ เขาเจาะจงเรื่องเงินอย่างเดียว ใช่ครับผมเครียดเรื่องเงิน พี่หมิวเขาพูดต่อว่า นี่ขนาดพี่กินนิดเดียวนะ ไม่ถึงพันเลย


แล้วแฟนเก่าแกหัวสูงแบบนั้น จะไปพอเลี้ยงอะไรอีโทนหืม ผมก็ถามนะว่าเจ๊หมายความว่าไง พี่หมิวไม่พูดครับ เจ๊แกปิดเครื่องเล่น CD แล้วก็นั่งเงียบ พอผมจะเลี้ยวไปส่งที่บ้านก็.....


[ พี่หมิว ]  :  ไปไหนกลับบ้านสิ่ !!!

[ ผม ]  :  ก็จะไปส่งเจ๊ที่บ้านไง ดึกแล้วเนี่ย

[ พี่หมิว ]  :  วันนี้เจ๊จะนอนค้างบ้านแก

[ ผม ]  :  เฮ้ย ไม่เอา ตลกละเจ๊ พี่แมนได้เตะผมอ่ะดิ่


เนี่ย แล้วดูเจ๊ทำดิ่ ถ้าท่านอ่านจากร้านเกะ ผมก็มีท่าทีไม่ได้อะไรมากกับการที่พี่หมิวมานอนค้างบ้านใช่มะ แต่ตอนนั้นมันต่างกันเว้ย เพราะตอนนั้นพี่หมิวพึ่งนอนค้างบ้านผมได้ครั้งสองครั้งเอง


แล้วแบบมันเกร็งไง เฮ้ยคิดดูดิ่ คนสวยแบบสวยจัดๆมานอนค้างบ้านอ่ะ คุณไม่เกร็งเหรอ ผมนี่เกร็งตั้งแต่หน้ายันไข่อ่ะบอกเลย ผมพยายามห้ามพี่หมิว แต่ก็ไม่เป็นผลครับ อีกเหตุผลนึงที่ผมไม่อยากให้พี่หมิวค้างบ้านตอนนี้


เพราะผมกลัวว่า ผมจะแอบร้องไห้แล้วพี่เขามาเห็น ผมคงอายตายห่าเลยล่ะถ้าต้องให้ใครมาเห็นผมร้องไห้ และวันนั้นผมก็ร้องไห้จริงๆ หลังจากที่กลับบ้านมาแล้ว พี่หมิวก็ไปคุยกับแม่ผม


ซึ่งผมก็แอบชิ่งเข้ามานั่งอยู่ในห้องคนเดียว ตอนนั้นคือโลกมันหยุด... หยุดหมุนเลยนะสำหรับผม แล้วอยู่ดีๆน้ำตามันก็ไหลออกมา ผมนั่งน้ำตาไหลแบบนั้นไม่รู้กี่นาที ผมถามตัวเองจริงเหรอวะ จริงเหรอวะ เราจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วเหรอวะ


แค่บล็อก MSN บล็อกเบอร์โทร จบแล้วครับสมัยนั้น เพราะผมเล่น Hi5 ไม่เป็นเลยไม่รู้ว่าจะติดต่อไปยังไง เพราะถ้าให้ไปที่ทำงานอีก ผมก็คงไม่กล้าแล้ว เสียงก่อกแก่ก ก่อกแก่ก ดังขึ้น


อ้อผมล็อคประตูนี่หว่า ผมก็เดินไปเปิดประตูนะ เพราะยังไงซะก็คือพี่หมิวนั่นแหละ ผมเปิดประตูแล้วก็ก้มหน้ากลัวพี่หมิวเห็นว่าผมร้องไห้ แต่พอผมหันหลังเท่านั้นแหละ โดนถีบดังอึก !!! ลงไปกองกับที่นอน


แล้วไม่เท่านั้นนะ พี่หมิวทิ้งศอก มหาชนใส่ผมด้วย โอยถ้าห้องผมมีเชือกให้เด้งล่ะก็พี่แกคงวิ่งไป วิ่งมา ก่อนที่จะกระโดดทิ้งศอกแล้วมั้ง ผมก็แบบโอ๊ย เจ๊ทำไรผมเนี่ยวันนี้ทั้งวันเจ๊แกล้งผมทั้งวันเลยนะ


พี่หมิวก็นั่งทับผมแบบนั้นแหละครับ แล้วบอกว่าให้ฟังเจ๊ ผมก็เลยบอกไปว่าเจ๊ตัวหนักอ่ะลุกได้แล้ว และผมก็ได้เข้าใจคำว่า บัญญัติต้องห้ามของสากลโลกนั่นคือ ห้ามพูดเรื่องอายุและน้ำหนักกับผู้หญิง


เผี๊ยะ ๆ ๆ ๆ ๆ  ผมนี่แบบโอ๊ยย โอ๊ยย โอ๊ยยยยยยย เจ๊หมิวตีแล้ว แล้วแบบโคตรเจ็บ โคตรแสบ นี่ฝ่ามือหรือไม้หวายแช่เยี่ยว 7 ป่าช้าวะ ทำไมแสบแบบนี้


[ หมิว ]  :  นอนไปเลยแล้วฟังเจ๊นะ

[ ผม ]  :  ไรเนี่ยลงไป

เผี๊ยะ !!!  ผมโดนดีดหู โอยแสบชิบหายครับ ผมทำได้แค่นอนคว่ำหน้าโดนนั่งทับหลังแบบนั้น พี่หมิวบอกผมนะว่าแฟนผมน่ะเปลี่ยนไปแล้ว เลิกหลอกตัวเองได้แล้ว พี่หมิวรู้ว่าผมเองก็รู้สึกว่าระยะหนึ่งแล้ว


ตั้งแต่เรียน จบมหาวิทยาลัยและเริ่มทำงาน แฟนเก่าของผมก็เริ่มพูดแต่เรื่องอยากได้ของ อยากได้โทรศัพท์ให้ผมฟัง เอาจริงๆผมเครียดนะ แต่ทำไงได้อ่ะ ผมก็ยังเรียนอยู่เงินจากพ่อแม่ก็ขอแค่พอใช้


ส่วนพวกค่าใช้จ่ายบลาๆๆ ค่าของทำรายงาน กล้องถ่ายรูป บลาๆ ผมหาจากเกมส์ทั้งนั้น แล้วล่าบอสก็ไม่ใช่ว่าจะได้ทุกครั้ง แล้วก็ใช่ว่าจะได้เยอะตลอด หลายท่านล่าบอสในเกมส์ไม่ว่าจะ แรน คาบาล โยกัง หรือ แร๊ค ก็คงจะเข้าใจ


ว่าบอสมันไม่ได้ Drop ของดีๆ มาให้ตลอดมันก็มีกากบ้าง ดีบ้างผสมกันไป พูดง่ายๆคือมันไม่แน่นอน แล้วผมจะหาเงินมากมายแบบนั้นจากไหนมาซื้อมือถือให้แฟนเก่าผมล่ะ


และพอนานๆไปมันก็เป็นอย่างที่เจ๊หมิวบอก แฟนของผมค่อยๆห่างจากผมเรื่อยๆ โดยอ้างว่างานเยอะ ผมเองก็รู้สึกน้อยใจนะ แต่ทำไงได้เขาต้องทำงาน ผมเองก็มีหน้าที่เรียน


เราทะเลาะกันบ่อยขึ้นเรื่องเธออยากไปเที่ยว แต่ผมก็ซัพพอร์ทให้ไม่ได้ ผมจะไปหาที่ทำงานเธอก็ไม่ให้ไป และตอกหน้าผมกลับมาว่า ทำไม ไม่เชื่อใจเหรอ ก็เพราะเชื่อใจไงเลยโดนแบบนี้ เลยโดนทิ้งแบบนี้



กรึ้ก !!!  โอ๊ย !!!  แล้วไอ้ระหว่างที่ผมกำลังคิดนั่นแหละพี่หมิวก็ขย่มอีกที แล้วแบบลืมเกร็งหลังไง ปวดแปร๊ปไปทั้งตัวเลยครับ พี่หมิวถามว่าทำไมเงียบ ทำไมไม่ตอบ ผมก็สวนไปเลยบอกว่าโอ๊ยย คิดอยู่นี่ไง !!!


[ พี่หมิว ]  :  ขึ้นเสียงกับเจ๊เหรอ ไม่รักเจ๊แล้วใช่มะ


นั่นไง ท่าไม้ตาย ลำดับที่ 1 ของพี่หมิว ไม่รักเจ๊แล้วใช่มะ โอยเซ็งเป็ด พูดไม่ออกเลย ผมก็บอกรักอ่ะรักแต่ลุกเถอะผมหนัก พี่หมิวก็ตีผมอีกทีแล้วค่อยลงมานั่งข้างๆแบบโอยหลังกู


พี่หมิวก็ยังอยู่ข้างๆผมนั่นแหละแล้วบอกว่า ตอนนี้แกก็เรียนจบแล้วนะ ลองไปทำงานกับพี่แมนมั้ย แกจะได้มีรายได้บ้าง แล้วพี่หมิวก็วางแบงค์พันแหมะตรงหน้าผมเลย


ผมแบบเชี่ยไรวะ พี่หมิวก็บอกต่อว่าวันนี้น่ะตั้งใจให้พาไปเลี้ยงข้าว เพราะอยากให้ผมรู้ว่าเงินน่ะมันจำเป็น พี่หมิวบอกว่าแฟนผมน่ะเปลี่ยนไปแล้ว แก้อะไรไปก็ไม่ได้หรอก ตอนนี้แฟนใหม่ของแฟนเก่าผม


มีหน้าที่การงาน มีเงินจะพาไปไหนมาไหน มีเงินจะซื้อของให้ พูดเลยคือดีกว่าผมทุกอย่าง พูดตรงๆอีกทีคือผมไม่มีอะไรสู้คนใหม่ได้เลย ถ้าอยากจะสู้ อยากจะเอาแฟนกลับมาก็ทำตัวให้เหมาะสมที่จะไปเอาแฟนเก่ากลับมา


ผมก็แบบฮึดเลยตอนนั้น ได้ครับผมจะหางานทำ แล้วพี่หมิวเดินไปที่ห้องแม่ผมครับ เธอกลับมาพร้อมกับชุดเสื้อเชิร์ต อื้อหือ 1,000 บาท กางเกง อื้อหือ 1500 บาท เข็มขัดอื้อหือ รองเท้าอื้อหือ ผมแบบเฮ้ยอะไรของเจ๊เนี่ย


[ พี่หมิว ]  :  เจ๊ ซื้อไว้ให้

[ ผม ]  :  บ้า ซื้อมาทำไรเนี่ย

[ พี่หมิว ]  :  เอ๊า !!!  ก็สมัครงานไง แกจะไปสมัครงาน แกจะใส่ชุดไรไป แกรู้จักมั้ย First impression น่ะ แกต้องทำให้ผู้สัมภาษณ์ประทับใจสิ่


ตอนนั้นผมนี่แบบอิหยังวะเจ๊ !!!  พี่หมิวก็หยิบๆๆใส่ผ้ามาให้ผมลองใส่ก่อน อื้ดด ติ ติ แหะๆๆๆ ติดกระดุมไม่ได้ ผมก็เลยบอกว่าสงสัยผ้ามันหด เจ๊ก็ด่าผมยับเลย หดบ้านแกดิ่ ( เออ ก็บ้านผมไง ) เจ๊พึ่งซื้อมา นี่แกอ้วนขึ้นเหรออีโทน


ผมก็บอกมันก็มีบ้างแหละ ก็ไม่ได้เล่นกีฬามาเกือบ 1เทอม เท่านั้นแหละครับจบเลย พี่หมิวบอกว่าไม่ต้องสมัครงานแล้ว ไปฟิตหุ่นก่อน ผมนี่แบบอิหยังวะเนี่ย ทำไมต้องขนาดนั้นอ่ะเจ๊


ผมบอกพี่หมิวว่าผมไม่ทำงานที่บริษัทพี่แมนนะ เจ๊ก็บอกว่าเพราะงั้นไงเลยต้องฟิตหุ่นให้ดี ต้องสร้างบุคลิกภาพให้ดูภูมิฐาน โอยแล้วเชื่อมั้ยครับนั่นแหละคือจุดเริ่มต้น


วันแรกไม่มีอะไร วันต่อไปนี่แหละครับ จำเริญ  ผมโดนทั้งลากเข้าฟิตเนต โดนลากไปวิ่ง วิ่งน่ะไม่เท่าไร แต่การที่มาขี่สกูตเตอร์ไล่นี่มันอะไรวะ เฮ้ย นี่เจ๊แกคิดว่าตัวเองเป็นโค๊ช คาโมงาวะ ขี่รถไล่ มาคุโนะอุจิ อิปโป หรือไง


หนักเลยครับบอกเลย ออกกำลังกายเสร็จก็ต้องติวนู่นนี่นั่นกับเจ๊หมิวอีก แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีเวลาพักนะ พี่หมิวเขาก็มีสังคม มีเพื่อนของเขา มีธุรการงานของเขา มีเรียนของเขา ซึ่งผมใช้เวลาที่พี่หมิวไม่อยู่นั่นแหละ !!!!  นั่งซึมครับ


ใช่ครับ ผ่านไปเดือนกว่าๆผมก็ยังนั่งซึม !!! จนวันนั้นไอ้กอล์ฟก็โทรมาครับ ผมก็คุยเอ้าว่าไงกอล์ฟ โทรมามีไร มันถามผมนะว่าว่างเปล่าจะชวนมากินข้าว ผมก็คิดนะว่าไปดีมั้ย


อย่างแรกคือมองตังส์ในกระเป๋าก่อน โอเคไปได้อยู่ นั่งรถ539 ( ตอนนั้น 125 วิ่งแค่สามเสนแล้ว ) ลงอนุสาวรีย์แล้วต่อสาย 77 ลงพระรามสาม พอไปถึงก็เจอ The Gang เลยครับ


ต้องเข้าใจก่อนว่าคนคุมร้านเกมส์ก็จะมีเด็กๆหลายประเภทรู้จัก วันนี้ก็เหมือนกัน ทรงA ทรงแว๊นเพียบเลย แต่ผมก็ไม่คิดอะไรนะ เพราะทรงแบบผมตอนนั้นก็พอไปกับพวกมันได้แหละ


ดีซะอีกเวลามีเรื่องอะไร พวกมันจะได้จำได้และออกตัวช่วย วันนั้นผมไปกินข้าวที่ร้านหนวดข้ามต้ม ซึ่งคนพระรามสามก็รู้จักดีแหละ มันก็ถามนะว่าผมอาการเป็นไงบ้าง ผมก็บอกไม่เป็นไร ไม่เป็นไร



ไอ้เด็กคนนึงก็บอกพูดขึ้นว่า โห ถ้าอย่างพี่อกหักแล้วพวกผมไม่แดกแห้วกันเลยเหรอวะ ผมเลยหัวเราะกลบเกลื่อนไปเฮ้อจะร้องไห้  ผมก็บอกไอ้กอล์ฟไปนะว่ากำลังจะหางานบริษัททำ


มันก็ถามผมแหละว่าจะเอาจริงเหรอวะ ไม่พักก่อนล่ะ ผมก็บอกมันนะว่าอยากหางานทำเลย เพราะอยู่เฉยๆก็ไม่รู้จะทำอะไร นอกจากเล่นเกมส์ ล่าบอส แต่พอนานๆมันก็เริ่มอิ่มตัวแล้ว จะให้นั่งเล่นทั้งวันแบบก่อนมันก็เบื่อๆ


มันก็ถามผมนะว่าแล้วทำที่ไหนวะ ผมก็บอกว่าดูไว้หลายๆที่ เดี๋ยวจะไล่สมัครไปแหละ คงเป็นในเมือง มันก็บอกเฮ้ย ทำไมไม่ลองสมัครแถวๆนี้ล่ะ มันบอกผมนะว่าถ้าไปทำในเมือง ค่าใช้จ่ายเยอะนะ


อืมก็เป็นอย่างที่มันพูดเลยครับ อย่าว่าแต่ทำงานเลย แค่นั่งรถไปสมัครงานมันก็เสียเป็นร้อยแล้วมั้ง มันก็เลยบอกว่าลองหาทำแถวๆบ้าน ไม่ก็ใกล้ๆพระราม 3 ดิ่ ผมก็แบบเอ้อใช่ว่ะ


หลังจากที่กินเสร็จอะไรเสร็จ ผมก็นั่งเล่นเกมส์กับมันแหละครับที่ร้าน ตีฮอนกันไปคุยกันไป สิ่งที่รู้อย่างนึง คือพอมีเงินใช้จำกัดแล้ว ผมเริ่มรู้สึกเสียดายเงินว่ะ เหมาทั้งคืน 3 ทุ่ม – 6 โมงเช้า 80 บาท ผมก็ยังเสียดายเลย



แล้วแบบเชี่ย ถ้ารถเมล์หมดกูต้องนั่งรถ Taxi กลับบ้านสิ่เนี่ย ผมก็งงนะครับปกติแล้วผมโคตรชอบเลยนะ การเล่นเกมส์โต้รุ่งนอนตอนเช้าเนี่ย คือเล่นแบบเรื่อยๆอ่ะ แต่พอตอนนี้เหมือนแบบต้องเซฟเงินอ่ะเลยรู้สึกแปลกๆ


แล้วสักพักแม่ก็โทรมาครับ แม่หมิวนี่แหละ โทรมาก็สวดยับเลยถามว่าผมอยู่ไหน ผมก็บอกอยู่พระรามสาม เจ๊หมิวบอกเออ อยู่พระรามสามเหมือนกันมาหาเตย อยู่ตรงไหนจะไปหา ผมก็บอกอยู่ร้านเกมส์ บลาๆๆๆ ผมบอกว่าไม่ต้องมาก็ได้ แต่พี่หมิวบอกว่าจะมา อ่ะผมก็ไม่ว่าอะไร


แล้วตอนนั้นเองขณะที่ผมกำลังขี่เมฆไล่ทุบไอ้พวก HellBound ปั้ง !!!  ผมสไลด์ใส่ และทุบปั้ง !!!  จนพวกมันกระเด็นขึ้น ผมเตรียมที่จะกระโดดเกี่ยวทำคอมโบ แต่ว่า


โทน !!!  กลับบ้านยัง

วื๊ดดดด  ไปแล้ว มังกี้คิงผม กระโดดใส่ Creep ซะแล้ว พี่หมิวมาถึงอย่างไว เฮ้ย บ้านพี่เตยอยู่แถวนี้เหรอวะ พี่ผมก็เรียกผมนะ เรียกโทนเฉยๆไหงไม่มีอีวะ ผมก็หันไปมอง อื้อหือ นางฟ้าในดงโจรชัดๆ


ผมนี่ลุกเลยครับแล้วถามเจ๊มาไวจัง ไอ้พวกในร้านเกมส์นี่มองตาเป็นมันเลยทีนี้ เกมส์เกิมมันไม่เล่นละมั้งตอนนั้น พี่หมิวก็บอกว่า ก็คุยกันไปแล้วนี่ว่าจะมา แล้วไงจะกลับบ้านยัง ไอ้ผมก็แบบเกมส์กำลังนำอ่ะ


แถมมังกี้คิงผมก็กำลังเกิดด้วย ได้ วินวอร์ค ได้เกราะแดง ( ลดเกราะ ) กำลังจะขึ้นเจาะเกราะขั้น 3 แล้วด้วย ย ใจอ่ะก็อยากเล่นต่อ แต่เอาจริงๆด้วยความที่อย่างที่บอกอ่ะครับ ร้านเกมส์มันมีแต่พวกชายฉกรรจ์ทั้งน๊านน ผมก็เลยบอกว่างั้นกลับเลยก็ได้


ผมล็อคเวลาออกแล้วก็จะกลับเลย ผมก็บอกไอ้กอล์ฟนะว่ากูกลับก่อน มันก็แบบเอ้อ เอ้อ โชคดีๆ พอขึ้นรถเท่านั้นแหละพี่หมิว หยิก พี่หมิวตีซะผมร้องเอ๋งเลย อ๋อยย อะไรเนี่ย


พี่หมิวบอกว่าไม่อยากจะให้เสียหน้า ต่อหน้าเพื่อนนะเลยมาคิดบัญชีบนนี้ ผมถามว่าโอ๊ยผมผิดอัลไลเนี่ย พี่หมิวก็บอกว่ายังหาเงินเองไม่ได้ ทำไมไม่ประหยัดเงิน คอมที่บ้านก็มีทำไมไม่กลับไปเล่นบ้าน


โอยยย อยากจะบอกเจ๊จังเลยว่าเล่นกับเพื่อนมันได้ฟิลมากกว่า แต่ก็พูดไม่ได้ครับได้แต่ก้มหน้ารับพรไป และผมก็ขับรถไปส่งพี่หมิวที่บ้าน โอยบ่นเป็นแม่เลยทีนี้ อ่ะ TIME SKIP


ระหว่าง 2 อาทิตย์นั้นผมพยายามก็หางาน ทั้งๆที่ยังไม่ลืมแฟนเก่านั่นแหละ ตอนแรกเลยคิดว่าจะไปทำงานใกล้ๆที่นั่นแต่ก็ติดปัญหาหลายอย่างทั้งค่าใช้จ่าย ทั้งตำแหน่งงานที่ว่าง ที่สามารถใช้ความสามารถตรงสายที่เรียนมาก็ไม่มี


จนสุดท้ายก็มาจบที่บริษัทเหมียวครับ แต่ก่อนหน้านั้นพี่หมิวก็จับผมตัดผมเลย คือเข้าใจป่ะว่าผมอยากไว้ทรงพี่ปั๊ป โปเตโต้อ่ะ แต่พี่หมิวก็ด่าผมยับ บอกแกจะไปสมัครงานนะ ตัดเดี๋ยวนี้ ผมก็แบบไม่โว้ยยยยย ไม่เถียงก็ได้โว้ยยย



เรียบร้อยครับเรียบแป้เลย โดนไป 500 กว่าบาท เซ็นทรัล ปิ่นเก้า เฮ้อออ สุดท้ายผมก็ไปสมัครงานที่บริษัทนั้นครับ อ่า !!!  ชื่อ.. 

อื้มตั้งใจเขียน และกำลังจะลงนามสกุล อ๊ะๆๆ เดี๋ยวก่อน มันคือกับดักหรือเปล่า  นั่นไง This is trap


ผมชะงักแปปนึง เพราะช่องชื่อกับนามสกุลมันแยกกัน ผมยิ้มในใจ เสียงน้าคอมเลย ไม่ได้แดกกูร๊อก ผมค่อยๆกรอกใบสมัครไปช้าๆ


ทุกอย่างมันดูเรียบง่ายจนกระทั่งผมก็มาเจอกับหุบเหวนรก มันคือหุบเหวของการกระทำที่ผม ทำลงไปไม่ยั้งคิดในตอนเด็กๆ


E mail :


ผมนี่แบบเฮือกกก เหี้ยแล้วไง เหี้ย เหี้ยแล้ว E mail  Email  เอิ่มคุณว่าเด็กเมื่อ 15-16 ปีก่อนจะตั้งชื่อ Email ยังไงครับ


แน่นอนมันต้องตั้งชื่อประกาศศักดิ์ดา อีเมลล์ msn ของผมคือ

( ชื่อเล่นจริงๆของผม) [email protected] โอ้แม่จ้าวอดีตกลับมาทำร้ายกูแล้วไง ทำไมตอนนั้นกูตั้งชื่อเมลล์แบบนี้ว๊าาา


ชิบหายละเลิ่กลั่กเลยครับตอนนั้น ดีนะที่สมัยนั้นผมยังไมาได้สมัคร FaceBook ไม่งั้นล่ะบรรลัยแน่ๆ แต่ตอนนี้แหละบรรลัยก่อนเลย เอาไงดีกับ Email


ถ้ากรอก โทนเทพซ่าหำใหญ่007ลงไป ผมคงตกสัมภาษณ์งานทันทีเลยมั้ง เฮ้ย !!! ผมยังมี Gmail ที่ใช้สมัครเล่นเกมส์นี่หว่าจัดเลยครับตอนนั้น


ต้องขอบคุณไอ้เชี่ยกอล์ฟเลยครับเรื่องนี้ เพราะตอนสมัครเล่นเกมส์ มันบอกกับผมว่าให้ใช้ G mail เพราะมัน Hack ยาก ผมก็เลยได้สมัครใหม่ พร้อมกับชื่อที่ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้น



หลังจากที่กรอกใบสมัครเสร็จ รับนัดวันสัมภาษณ์เสร็จ ผมก็กลับทันที เชื่อมั้ยว่าพออยู่เงียบๆ ไม่ถึง 10 นาที ผมก็กลับมาสภาพเดิมคือหดหู่



ผมลงมาจากบริษัทแล้วยืนมึนอยู่หน้าตึกสูงตรงหน้า ผมจะไปไหนต่อ ผมจะทำอะไรต่อไปดี  จริงๆแล้วตอนนี้ผมควรที่จะได้ไปเที่ยวกับ( อดีต ) แฟนของผมสิ่



ใจผมตอนนั้นคือแบบเจ็บมากๆเลยล่ะครับ มันโหวงๆ เหวงๆ เหมือนบางอย่างหายไป อาจจะดูเวอร์แต่ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ เหมือนแบบเฮ้ย ตอนนี้ผมต้องได้รับสายจากพี่เขา



แล้วบอกว่าคิดถึงจังเลยเดี๋ยวไปกินข้าวกัน แต่ตอนนี้ผมกลับทำมันไม่ได้แล้ว พี่เขาเปลี่ยนเบอร์ผมก็ติดต่อไม่ได้แล้ว ผมกลับมาที่บ้านครับ แล้วก็พยายามติดต่อแฟนเก่าอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้เลย


วันสัมภาษณ์วันนั้นผ่านไปก็ไม่ค่อยดีครับ การแข่งขันสูงมากๆ ผมเกรดเฉลี่ย 2.70 + หน่อยๆเท่านั้นเอง ส่วนคนอื่นก็ดูดีทั้งนั้น เฮ้อออ ผู้สัมภาษณ์ก็ถามผมนะ ว่าทำไมผมพึ่งจบแล้วเริ่มทำงานเร็วจัง


นั่นไงเหมือนที่พี่หมิวติวมาเลย ผมก็ตอบเขาไปครับว่า ยิ่งเริ่มเร็วผมว่าจะเป็นการดีกับตัวผมครับ เพราะสิ่งที่ผมจะได้รับคือประการณ์ที่ดีในการทำงาน และอยากจะพัฒนาตัวเองให้เร็วที่สุดครับ บลาๆๆๆๆ ผมก็ตอบไป


แต่ดูเหมือนว่าผมจะไม่ค่อยถูกใจผู้สัมภาษณ์เท่าไร จนกระทั่งเขาพลิกแฟ้ม นู่นนี่นั่นและ ถามว่าผมนะว่าเล่นกีฬาด้วยเหรอ ผมก็บอกครับ เล่นกีฬาตอนอยู่มหาวิทยาลัย เขาถามว่าทำไมล่ะ


ผมก็ตอบไปตามตรงว่าเล่นมาตั้งแต่ 10 ขวบแล้ว เขาถามว่ากิจกรรมอย่างอื่นล่ะ ผมก็บอกนะว่าผมเด็กกิจกรรมเลยล่ะ ชอบไปออกค่าย ชอบไปนู่นนี่นั่น และพอมาถึงคำถามสุดท้ายเขาถามว่าผมจะทำงานนั่งโต๊ะแบบนี้ได้เหรอ


ในเมื่อผมเป็นคนชอบลุย ชอบออกภาคสนาม ผมก็ชะงักไปแปปนึงนะ แล้วก็ตอบไปว่า บางครั้งผมก็ต้องลองอะไรใหม่ ผมโตขึ้นผมก็ต้องคิดมากขึ้น ผมอยากทำอะไรที่มันมั่นคงกับชีวิตมากกว่าเดิม ถ้าผมทำตรงนี้ได้ดี ผมก็อาจจะมีเวลาไปทำอะไรแบบนั้นอีก



โอยเวรละครับ ทำไมคำตอบผมดูมั่นหน้า มั่นโหนกแบบนั้นวะ หลังจากนั้นกลับบ้านมา ผมก็เตรียมหาที่ทำงานใหม่เลย เพราะคิดว่าไม่น่าจะได้ แต่ผมได้รับ E mail ว่าผ่านสัมภาษณ์และรับเข้าทำงาน


ตอนนั้นผมแบบ เย่ซ กูทำได้ โว้ยย กูทำได้ แล้วรู้มั้ยผมทำยังไง ผมโทรหาแฟนเก่าแต่ไม่ติด... เฮ้อผมลืมไปสิ่นะว่าเราเลิกกันแล้ว ผมจึงลงไปบอกแม่ครับว่าสมัครงานได้แล้ว แม่ก็บอกโอ้ดีๆๆๆ เก่งกว่าหมาหน่อยนึง


นั่นแหละครับแม่ผม และผมก็โทรหาพี่หมิว ซึ่งพี่หมิวก็ตื่นเต้นนะบอกว่าแบบนี้ต้องฉลอง มาเลี้ยงข้าวเจ๊เลย ผมนี่แบบเฮ้ย !!!  ผมฟังผิดเปล่าวะ เจ๊ต้องเลี้ยงผมดิ่ เจ๊บอกกลับมาว่าแกแหละต้องเลี้ยง ผมก็บอกไปตามตรงว่าไม่มีตังส์แล้ว ติดไว้ก่อนได้มั้ย


วันนั้นพี่หมิวก็อยู่กับพี่เตยครับไม่ได้มาที่บ้าน ผมก็นั่งกินข้าวฉลองให้ตัวเองแค่นั้นอย่างที่บอกครับพี่หมิวเขาก็มีสังคม มีเพื่อนเรียน มีเพื่อนดื่ม มีเพื่อนเที่ยวของเขา ผมก็มีโลกของผม


จนกระทั่งวันทำงานวันแรก ผมพยายามสดชื่นนะ แต่ก็ยังทำไมไม่ไหว ผมยังคงคิดถึงแฟนเก่าอยู่ ผมจำได้ว่าผมกำลังยืนมึนๆอยู่หน้าที่ทำงาน จนกระทั่งมีพี่คนนึงเขามาแนะนำตัว บอกว่าชื่อพี่จักร เป็นรองหัวหน้าแผนก มารับพนักงานใหม่



ผมก็แนะนำตัวว่าชื่อโทนครับ มาทำงานวันแรก พี่จักรบอกโอ้ดีเลยๆ ป่ะเดี๋ยวพี่พาทัวร์ พี่จักรก็พาผมไปที่แผนกครับ ซึ่งทันทีที่เขาไป พี่ๆเขาก็ยิ้มทักทายผมดีมากเลยนะ ผมก็ทำยิ้ม ยกมือไหว้ ทุกคนเลย


อย่างแรกที่ผมควรรู้คือยังไง ผมก็อายุน้อยที่สุดแน่ๆ เพราะผมเรียนจบแล้วมาทำงานเลย ยังไงก็หนีไม่พ้นคำว่าน้องเล็กแน่ๆ ช่วงนั้นให้ทำอะไรผมก็ทำ ให้ไปหยิบของบ้าง ให้ไปแบกของบ้าง


นี่ตกลงผมทำงานบริษัทหรือจับกังวะ แต่ช่างเถอะผมก็ทนทำๆไป อาทิตย์แรกนอกจากงาน นอกจากการขอเอกสารแล้ว ผมไม่พูดกับใครเลย เฮ้ยก็ผมเศร้าอยู่อ่ะเฮ้ยยย


จนมันทำให้ปฎิสัมพันธ์ของผมกับคนอื่นๆไม่ดีมากนัก จนพี่จักรต้องเขามาคุยมาถามว่าผมเป็นอะไร มีใครทำอะไรให้ไม่สบายใจหรือเปล่า หรือเพราะงานยากไปเปล่า บลาๆๆๆ


ผมก็บอกว่าไม่มีอะไร จนพี่จักรเขาพูดขึ้นมาว่าปัญหาส่วนตัวใช่มั้ย อื้อหืมสะดุ้งเลยครับ ผมน้ำตาซึมๆแล้วก็สารภาพไปว่า ผมพึ่งเลิกกับแฟน พี่จักรก็ตบไหล่เบาๆแล้วบอกว่าอื้มพี่เข้าใจ


แต่อย่าให้เอาอารมณ์ส่วนตัวมาลงกับงานนะ เพราะมันมีผลต่อการประเมิน ผมก็ครับๆผมรู้ครับ ผมนั่งทำงาน ส่งงานประสานงานไปเรื่อย มีพี่หลายคนก็ชมนะว่าผมทำงานเร็ว เรียนรู้เร็วดี ผมก็ทำได้แค่ยิ้ม ไหว้ กล่าวขอบคุณแค่นั้น


จนกระทั้งเข้าอาทิตย์ที่ 2  เธอคนนั้นก็เข้ามาทักทาย


ว่าไงนายคนใหม่ ชื่อโทน ใช่มะ   ผมจำได้ดีเลยว่าวันนั้นเธอใส่ กระโปรงสีครีม เสื้อสีเขียวอ่อนๆ มีเสื้อคลุมสีครีม ใช่ครับเป็นเหมียวที่เข้ามาทักทายผม ผมก็แบบครับๆสวัสดีครับ แล้วก็นั่งพิมพ์งานไป


แกร่ก ๆๆ ๆ ๆ ๆ  เหมียวก็พูดขึ้นมาว่า โห พิมพ์เร็วมากเลยเนี่ย เรียนECC มาเปล่าเนี่ย ผมก็เงียบครับไม่ได้ตอบอะไร เหมียวก็ยังถามอีกครับว่าทำไมผมดูเงียบๆจัง ทั้งๆที่ใครก็ชมว่าช่วยงานตลอด แต่ทำไมดูเป็นคนเงียบๆ หรือเป็นสไตล์


ผมก็แบบเปล่าครับไม่มีอะไรครับพี่ เหมียวก็บอก


[ เหมียว ]  : โหย !!!  ห้ามเรียกเราว่าพี่นะ เราอายุแค่ 23 จะ 24เอง

[ ผม ]  :  ครับพี่


[ เหมียว ]  :  โอ๊ย ยังอีกบอกว่าพึ่งอายุ 23 ย่าง 24ไง


[ ผม ]  :  ครับพี่


เอ้าจะให้กูตอบยังไง ก็แก่กว่า ผมก็ต้องเรียกว่าพี่ดิ่ ผมเถียงกับเหมียวอยู่เกือบ 5 นาทีมั้ง จนคนทั้งแผนกต้องหันมอง เหมียวก็พูดว่ายังไม่ตอบเลยว่าเรียน ecc หรือเปล่าเนี่ย พิมพ์เก่งมากเลย


ผมก็บอกเปล่า ก็เปล่าจริงๆแหละครับท่านผู้อ่าน ผมเล่นเกมส์ออนไลน์ ถ้าพิมพ์ไม่ไว พิมพ์ไม่เก่ง ก็เถียงสู้ไอ้พวกเกรียนๆไม่ทันอ่ะดิ่  บอกเลยว่านิ้วนี่อย่างพริ้ว


เหมียวก็บอกนะไม่เชื่อหรอก พิมพ์ไวมากเลยอ่ะ ผมก็ถอนหายใจเฮ้อแล้วก็ทำงานต่อ แต่ผมก็รู้สึกดีนะที่มีคนเข้ามาคุยด้วย จนกระทั่งถึงเวลาพักเที่ยง ทุกคนก็เตรียมไปกินข้าวกัน ด้วยความที่ผมพึ่งมาทำงาน


ผมก็ไม่รู้ว่าแถวไหนมีร้านขายข้าวบ้าง ผมก็เลยเข้าเซเว่นเลยครับ ข้าวไก่เกาหลีคือที่พึ่งสุดท้ายจริงๆ ครับ อันที่จริงผมก็อยากกินพะแนงไข่เจียวนะ แต่สาขานั้นมันหมด


ผมหิวข้าวกล่องเซเว่น กับน้ำคริสตันขวดละ 5 บาทมานั่งกินมุมตึก เชี่ยโคตรจะอาภัพ แล้วอะไรรู้มั้ย เหมียวแม่งตามมาอีก ตกใจดิ่ครับถามได้ แน่ะมานั่งกินข้าวคนเดียวไม่มีคนคบเหรอเนี่ย


ผมก็มองหน้าเลยครับ แล้วก็บอกไปว่าไม่รู้ว่าที่ไหนมีข้าวขายบ้างก็กินเท่าที่รู้จัก เหมียวก็บอกมามา งั้นเราอาสาเป็นไกด์ ผมก็บอกอือไว้วันหลังนะ เหมียวกลับบอกว่าไม่ได้ ต้องวันนี้เลยนี่ไงไปพร้อมกัน


แต่สิ่งที่ผมเห็นคือบรรดาสายตาของเพื่อนๆเธอ คือแบบเฮ้ยกูคนนะ ทำไมมองกูแบบนั้น เหมียวเลยบอกว่าผมเป็นพนักงานใหม่ในแผนก พวกนั้นก็ยังมองแบบเหยียดอีก พูดจากใจเลยนะ ตอนนั้นผมคิดในใจ มองเหี้ยไรนักหนา


ผมก็บอกนะว่าไม่เป็นไร ไปกินกันเถอะครับผมไม่รบกวนหรอก ผมก็ย้ายที่นั่งกินนะ เฮ้อออ พอขึ้นไปทำงาน เหมียวก็เดินมาหาผมนะ บอกว่าอิ่มเปล่าๆๆๆ เราซื้อมะม่วงมาฝาก ผมก็บอกไม่เป็นไร แต่เหมียวก็วางแปะบนโต๊ะแล้วบอกว่า


เราซื้อมาแล้วอ่ะกินเลย มะม่วงมันหายากนะฤดูนี้อ่ะ ผมก็แบบเอ่อเลี่ยงไม่ได้ละมั้งเนี่ย พอกัดเท่านั้นแหละ เหยดเข้ลืมตาแทบไม่ขึ้น โคตรเปรี้ยวเลย เหมียวหัวเราะลั่นเลยครับทีนี้


ผมถามว่าอะไรเนี่ยไหนบอกมะม่วงมันไง เหมียวก็บอกอะไรเราบอกเหรอมะม่วงมัน เราบอกว่ามะม่วงมัน มันหายากนะ ก็ถูกแล้วไง ผมนี่แบบเชี่ยเสียเหลี่ยม


แล้วเหมียวก็เดินกลับไปทำงานครับ ผมนี่แบบโดนลบเหลี่ยมอีกแล้ว จนผ่านไปถึงเวลาเลิกงานครับ โอ้โห ยังไงเนี่ยกู บอกเลยครับทำงานว่าเหนื่อยแล้ว แต่กลับบ้านเหนื่อยกว่า เพราะกว่าจะไปถึงอนุสาวรีย์ชัย กว่าจะถึงบ้านน็อคกลางทางแน่ๆ


ด้วยความที่ผมยังไม่ชำนาญเส้นทาง ผมก็เลยยืนอึนอยู่ครับว่าจะไปยังไงดี ตอนนั้นยังไม่มี GPS มือถือผมยังเป็นแค่ 2G หน้าจอขาวดำ แล้วผมจะหาเส้นทางยังไง


แล้วเหมียวก็เดินมาจิ้มเอวผมครับ จึ้กๆ ผมก็หันไปครับ แหม่ แม่นางมะม่วงเปรี้ยวยืนยิ้มเชียว เขาถามผมว่าหลงทางเหรอ ผมนี่แบบฮึ่ย !!!  กลั้นไว้ อดทนไว้ ผมก็บอกเปล่าแค่รอรถ อนุสาวรีย์ชัย


เหมียวก็บอกนั่นไงสายนั้นผ่าน สายนั้นก็ผ่าน สายนั้นก็ผ่าน ผมก็แบบโอยกวนตีนอีกแล้ว ผมก็ถอนหายใจเลยครับ เหมียวก็บอกฮ่า ฮ่า ฮ่า เราล้อเล่น เดี๋ยวนั่งรถสายนั้นบลาๆๆ ไปสิ่ต่อเดียวถูกด้วย


ผมก็อื้มๆๆๆ แล้วก็เตรียมจะขึ้นครับ ซึ่งพอขึ้นมา เอ้า !!!  ตามกูมาทำไม ผมก็ถามว่าตามมาทำไมเนี่ย เหมียวก็บอกอะไร ก็เราต้องนั่งสายนี้กลับบ้านเหมือนกันนะ และนั่นคือโมเมนต์แรกของผมกับเหมียวครับ


โมเมนต์ที่ยืนเบียดกันบนรถเมล์กลิ่นตัวเธอหอมนะ ไม่รู้ว่าใช้ครีมอาบน้ำอะไร จนกระทั่งมาถึงราชเทวี เหมียวก็ลงไปครับ ผมก็แบบ คิดในใจนิดนึงว่าจะลงแล้วเหรอ


คือเคยเป็นมั้ยอ่ะแบบ อยู่ดีๆก็ไม่อยากให้ลง ไปอีกป้ายไม่ได้เหรอ ผมก็ยืนนิ่งเลยตอนนั้นเหมียวบอกไปแล้วนะ ถึงบ้านแล้ว ผมก็อื้มๆๆ โชคดี เหยดเข้ยังไงล่ะคำทักทายของผม ดิบสัดๆ


พอมองตามไปเธอก็บ๊ายบายนะ เฮ้อไอ้โมเมนต์แบบนี้แม่งหายไปนานมาก ตั้งแต่มัธยมแล้วมั้ง ที่นั่งรถเมล์ไปส่งสาวที่หน้าบ้าน แล้วเธอโบกมือบ๊ายบายเนี่ย ผมก็มองๆและยิ้มๆมุมปาก


จนถึงอนุสาวรีย์ชัยครับ โทรศัพท์ก็ดังขึ้นผมก็งงว่าใครวะโทรมา พอผมกดฮัลโหลเท่านั้นแหละ เสียงก็ลอยมาเลย


พรุ่งนี้เจอกันนะนายหน้าบึ้ง !!!


ผมนี่แบบฮะใครวะ ผมถามใครครับ ปลายสายก็บอกมาว่า พรุ่งนี้เจอกันนะที่ทำงาน ผมนี่แบบโอ้โห เหมียวนี่หว่า แล้วเอาเบอร์ผมมาจากไหนวะ ผมถามว่าได้เบอร์มาได้ไง เหมียวก็บอกว่าความลับ


ผมบอกเฮ้ย !!!  ยังไม่ได้ให้เบอร์ใครไปเลยนะเหมียวรู้ได้ไงเอาดีๆ เหมียวก็บอกว่าความลับ แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะ แล้วก็วางสายไปเลย ผมนี่แบบโอยอิหยังวะ แล้วเรื่องราวของผมกับเหมียวก็เริ่มต้นด้วยประการฉะนี้แหละครับ



 











เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 25, 2020, 11:16:31 pm โดย Monotone_# »

*

ออฟไลน์ battozai

  • Junior Member
  • ***
  • 311
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ครั้งหนึ่ง ณ ทะเล ตอนที่ 0 ( จุดเริ่มต้น )
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 21, 2020, 11:42:22 pm »
เหมียวมาแล้ววว รออ่านตอนไปทะเลเลยฮะ

*

ออฟไลน์ pd19811983

  • Senior Member
  • ****
  • 874
  • 330
    • ดูรายละเอียด
Re: ครั้งหนึ่ง ณ ทะเล ตอนที่ 0 ( จุดเริ่มต้น )
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กันยายน 21, 2020, 11:50:33 pm »
โอ้สิ่งนี้ที่รอคอย อ่านก่อนนะครับ ขอบคุณสำหรับน้ำใจนายโทนที่มาให้อ่าน

Re: ครั้งหนึ่ง ณ ทะเล ตอนที่ 0 ( จุดเริ่มต้น )
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กันยายน 21, 2020, 11:54:03 pm »
ย้อนนไปไกลเลยทีเดียว

*

ออฟไลน์ Thekid34

  • Junior Member
  • ***
  • 408
  • 83
    • ดูรายละเอียด
Re: ครั้งหนึ่ง ณ ทะเล ตอนที่ 0 ( จุดเริ่มต้น )
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กันยายน 21, 2020, 11:56:26 pm »
เหมี่ยวเปิดฉากก่อนนี่หว่า

*

ออฟไลน์ locklock leck

  • Junior Member
  • ***
  • 471
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ครั้งหนึ่ง ณ ทะเล ตอนที่ 0 ( จุดเริ่มต้น )
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กันยายน 21, 2020, 11:57:50 pm »
ดีเลยครับปูเรื่องเหมียวย้อนไปแต่ต้นเลยจะได้เข้าใจความสัมพันธ์

*

ออฟไลน์ pomm99

  • Junior Member
  • ***
  • 362
  • 61
    • ดูรายละเอียด
Re: ครั้งหนึ่ง ณ ทะเล ตอนที่ 0 ( จุดเริ่มต้น )
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: กันยายน 21, 2020, 11:59:00 pm »
นายหน้าบึ้ง ชอบๆ ::DookDig:: ::DookDig:: ::DookDig::

*

ออฟไลน์ ka55anova

  • Senior Member
  • ****
  • 777
  • 311
    • ดูรายละเอียด
Re: ครั้งหนึ่ง ณ ทะเล ตอนที่ 0 ( จุดเริ่มต้น )
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: กันยายน 21, 2020, 11:59:11 pm »
ย้อนอดีตมาดูนายโทนตั้งแต่เริ่มต้น ทำให้เข้าใจเนื้อเรื่องหลักได้อีกหลายๆมุมเลยครับ สนุกดีด้วย

*

ออฟไลน์ momoyoyo

  • Full Member
  • **
  • 220
  • 1
    • ดูรายละเอียด
Re: ครั้งหนึ่ง ณ ทะเล ตอนที่ 0 ( จุดเริ่มต้น )
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: กันยายน 22, 2020, 12:00:05 am »
พอรู้นิสัยน้องเหมียวแล้วออร่านี่พุ่งพรวดขึ้นมาเลย เพราะผมเองก็เปลี่ยนที่ทำงานงานบ่อย แล้วส่วนมากจะเจอพวกนิสัยแบบเพื่อนๆน้องเหมียวที่ท่านโทนหมันไส้ซะมากกว่า55

*

ออฟไลน์ Otaza

  • Junior Member
  • ***
  • 386
  • 8
    • ดูรายละเอียด
Re: ครั้งหนึ่ง ณ ทะเล ตอนที่ 0 ( จุดเริ่มต้น )
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: กันยายน 22, 2020, 12:02:53 am »
ถึงว่านักพี่สาวคนนี้มาก ข่วยดึงขึ้นมาจากช่วงเวลาเลวร้ายนี่เอง 

*

ออฟไลน์ peddo

  • Ultimate Member
  • ********
  • 3233
  • 1222
    • ดูรายละเอียด
Re: ครั้งหนึ่ง ณ ทะเล ตอนที่ 0 ( จุดเริ่มต้น )
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: กันยายน 22, 2020, 12:03:58 am »
อ่านครึ่งแรกนึกว่าเรื่องเจ๊หมิวสยิวกิ้ว กลายเป็นเรื่องน้องเหมียวเปรี้ยวเข็ดฟัน พี่หมิวนี่ตัวจริงเลยครับ ติวเข้าทำงานแถมยังสะดุดตาสาวอีกต่างหาก อยากมีพี่สาวเพื่อนสาวอย่างนี้บ้างจัง จะได้ไม่ต้องคอยสาวตัวเอง อิอิ
ขอบคุณครับ

*

ออฟไลน์ seamasterza

  • Junior Member
  • ***
  • 252
  • 62
    • ดูรายละเอียด
Re: ครั้งหนึ่ง ณ ทะเล ตอนที่ 0 ( จุดเริ่มต้น )
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: กันยายน 22, 2020, 12:04:13 am »
ร้านเกะมีภาคขยายตัวละคร เริ่มทำจักรวาลใหญ่แข่งกะสตาวอร์แล้วคับ

*

ออฟไลน์ gritkin

  • Gold Member
  • *****
  • 1329
  • 472
    • ดูรายละเอียด
Re: ครั้งหนึ่ง ณ ทะเล ตอนที่ 0 ( จุดเริ่มต้น )
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: กันยายน 22, 2020, 12:05:44 am »
เป็นเเสงสว่างในความมืดเลยนะครับนั่น จริงๆน่าจะดีใจนะครับได้สาวสวยมาคุยด้วย ถึงจะเฮิร์ทเเฟนเก่าอยู่เเต่ก็ยังดีกว่าอยู่คนเดียวเจ็บคนเดียวนะครับ

*

ออฟไลน์ game smith

  • Junior Member
  • ***
  • 529
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ครั้งหนึ่ง ณ ทะเล ตอนที่ 0 ( จุดเริ่มต้น )
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: กันยายน 22, 2020, 12:08:50 am »
โอ๊ย ยาวและซึ้งนะตอนนี้

*

ออฟไลน์ Au Nanma

  • Gold Member
  • *****
  • 1265
  • 1
    • ดูรายละเอียด
Re: ครั้งหนึ่ง ณ ทะเล ตอนที่ 0 ( จุดเริ่มต้น )
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: กันยายน 22, 2020, 12:10:57 am »
เริ่มต้นกันแบบน่ารักน่ารัก

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ