ครั้งหนึ่ง ณ.ร้านคาราโอเกะ Part 5 ตอนที่ 60 ( ประสบการณ์ตรงของนายโทน )

ครั้งหนึ่ง ณ.ร้านคาราโอเกะ Part 5 ตอนที่ 60 ( ประสบการณ์ตรงของนายโทน )

  • 667 ตอบ
  • 7663 อ่าน
*

ออฟไลน์ Monotone_Memory

  • Senior Member
  • ****
  • 625
  • 2760
    • ดูรายละเอียด
สวัสดีครับ ลงช้าไปหน่อยมั้ง โทษครับ

ยินดีต้อนรับสมาชิกร้านเกะท่านใหม่ๆด้วย

แล้วก็ขอบคุณสำหรับลูกค้าผู้ที่มาเยี่ยมร้านเกะตั้งแต่ตอนที่ 1 จนถึงปัจจุบัน

รู้สึกขอบคุณมากๆเลยคร๊าบบบบบบ ขอบคุณทุกคอมเมนต์จริงๆครับ  ผมอ่านทุกตอมเมนต์นะครับ สั้นยาวผมก็อ่านหมด

และขอบคุณทุก EDIT และแสดงความคิดเห็นเพิ่มหลังอ่านจบ  มันเป็นกำลังใจอย่างดี

อย่างที่บอกครับกระทู้นี้ Free STYLE คอมเมนต์อะไรก็ได้ครับ เพื่อจะอ่านเนื้อหาที่ซ่อนไว้

ไม่จำเป็นต้อง EDIT ไม่ต้องกลัวผิดกฎใดๆ แต่ระวังกระทู้อื่นๆ หมวดอื่นๆด้วยนะครับ

เราต้องทำตามกฎของบอร์ดและกระทู้นั้นๆนะครับ เพราะเวลา MOD ลงดาบก็เด็ดขาดมา





★★★★★★★★★★★


รุกะเวอร์ชั่นไทย By น้องแชมป์







★★★★★★★★★★★



ความเดิมตอนที่แล้ว



ไม่มีอะไรนอกจากคำว่า " ดิ่ง "


★★★★★★★★★★★



ใช่ผมไม่มีอะไรจะคุยกับพวกเธอแล้วล่ะ 3 สาวก็ทำงานของพวกเธอ ผมเองนั่นแหละที่ก้าวเข้ามาตรงนี้เอง ผมน้ำตาจะไหลแฮะ จบแล้วมั้งสวรรค์ของผม เอาเถอะนะได้มาขนาดนี้ก็เกินฝันไปแล้วล่ะนะ ผมเดินออกมาจากร้านครับ แล้วไอ้กอล์ฟมันก็ถามว่าเฮ้ยมึงกับกูเป็นเพื่อนกันมากี่ปีวะ ผมนี่เตะตูดมันดังป้าปแล้วบอกไอ้ห่า ยังไม่กี่ปีเองมึงพูดเหมือนมึงกับกูเป็นเพื่อนกันมาเป็นสิบๆปี มันบอกเฮ้ยระยะเวลาไม่สำคัญเว้ย



เพื่อนบ้างคนคบแปปเดียวแม่งก็ไว้ใจยิ่งกว่าพวกห่าที่รู้จักกันมาเป็น 10 ปีที่รู้กันแค่เปลือก ผมก็ถามว่าไอ้นี่มึงแดรกหนังสือปรัชญาไปป่ะเนี่ยคมกริบเชียว มันก็บอกเอาน่าๆ มันถามผมนะว่าเฮ้ยกางเกงใหม่เหรอวะไม่เคยเห็นตัวนี้เลย ผมก็ถามทำไมวะแปลกตรงไหน มันก็บอกปกติถ้าใส่กางเกงยีน ผมจะไม่เตะตูดมันเด็ดขาดเพราะยกขายาก เอ่อตอนนั้นผมก็ใส่กางเกงยีนพอดีๆตัวแหละครับ ผมก็ยกขาขึ้นลง ขึ้นลงแล้วบอกอ๋อ กางเกงนานแล้วยังไม่ได้ซักเสื้อผ้าน่ะเลยเอามาใส่ ก็ยืดเหมือนกางเกงวอร์ม แต่ทรงหมือนกางเกงยีน




อาจจะเพราะผมไปอยู่ที่คอนโดแก้มนานครับ เลยไม่ค่อยได้ซักผ้า พอเสื้อผ้าหมดก็ต้องหยิบของเก่ามาใส่ แล้วไอ้กอล์ฟ มันถามว่าแล้วมึงจะเอาไงต่อวะ ผมถามว่าอะไรล่ะ มันบอกผมว่าก็เมียมึงไง 3 คนนั่นอ่ะ ผมก็ถามใครเมียกูเหรอ มันก็บอกไอ้ห่ามึงอย่ามาเนียน เด็กในร้านมันเรียกมึงว่าพี่เทพแล้วไอ้สัดคว้าตัวท็อปเรียบเลย ผมก็ถามมันนะแล้วมึงเห็นว่าตอนนี้กูคว้าใครไว้มั้ยล่ะ ไม่เลยเว้ยมึงไม่เห็นเหรอเมื่อกี้อะไรเป็นอะไรล่ะ



มันก็ถามผมว่าเฮ้ยมึงนอยด์ป่ะเนี่ย ผมก็บอกเปล่าสาด ไม่ได้นอยด์อะไร ก็กูไม่ได้เป็นอะไรกับพวกนั้นนี่ มันบอกแหมไอ้สัดไปอยู่ด้วยกันเหมือนผัวเมียแล้วยังจะมาพูดอีก ผมก็บอกกอล์ฟไปนะว่าแล้วมันยังไงล่ะวะ มันไม่มีอะไรเป็นรูปธรรมหรือชัดเจนอะไรเลย กอล์ฟมันก็บอกว่าเฮ้ย... มึงทะเลาะกับพวกพี่หมิวมาเปล่าวะ




ผมก็ชะงักนิดนึงนะแต่ก็พยายามไม่แสดงสีหน้าหรืออะไร ผมถามว่าทำไมมึงคิดแบบนั้นวะ มันบอกว่าเวลามึงเป็นแบบนี้คิดได้ไม่กี่เรื่องหรอก ถ้าไม่ใช่เงินไม่พอจะแดรกก็เรื่องเจ๊ของมึง ตอนนี้มึงทำงานแล้วไม่น่าจะเครียดเรื่องเงินเท่าไร งั้นก็คงเป็นเรื่องเจ๊ๆของมึงแหละ



ผมก็บอกว่าอื้มนิดหน่อย ผมก็ถามมันนะว่า ว่าแต่มึงพอจะรู้จักหอพักดีๆหน่อยเปล่าวะแถวนี้ถิ่นมึงนี่หว่า มันก็บอกนั่นไงมึงทะเลาะกับพี่หมวยมาด้วยใช่ป่ะ เอ่อไอ้กอล์ฟมันเรียกพี่เตยว่าพี่หมวยนะ ก็พี่เตยหน้าออกจะหมวยๆน่ะครับ ไอ้กอล์ฟก็เลยเรียกว่าพี่หมวย บางทีมันก็เรียกพี่เตยนะ




อ่ะกลับมาต่อกลับมา ๆ ๆ มันถามผมว่าทะเลาะกับพี่หมวยมาเหรอวะ ผมก็ไม่ตอบบอกแค่ว่ามันเป็นปัญหาที่นานมากแล้วว่ะ มันก็ถามผมว่านี่มึงเก็บมากี่ปีเนี่ยไอ้ห่ามึงนี่แม่งแบกจังเลยนะไอ้สัด ผมก็เตะตูกมันดังป้าปอีกที แล้วตอนนั้นเว้ยดาวก็เดินออกมาเรียกผม



กอล์ฟก็บอกเฮ้ยมีคนตาม ผมก็บอกว่าไม่ต้องสนใจหรอกช่างเถอะ แต่ถามว่าผมคิดแบบที่พูดมั้ยไม่เลย ผมอยากรู้ว่าคำตอบที่ดาวให้กับผู้ชายคนนั้นที่เป็นแฟนเก่ามันคืออะไรกันนะ คิดแล้วก็ตลกดีว่ะ ตอนที่อยู่ช่องนนทรีผมพยายามจะบอกว่า ผมชอบเธอนะ



แต่กลับกลายเป็นว่าดาวนั่นแหละที่บอกให้ผมหยุดและอย่าคิดกับเธอเกินเลยไปมากกว่านี้เลย อยู่แบบนี้ก็ดีแล้วเนอะ มันเป็นเรื่องที่ผมก็คิดมาตลอดนะว่ามันเป็นสิ่งที่พวกเธอกำหนดไว้หรือเปล่านะ ตอนนี้ผมบอกไอ้กอล์ฟว่าอย่าไปสนใจเลย แต่ผมนี่แหละที่กระวนกระวายซะเอง



ไม่ไม่ได้ยินไม่สนใจ ผมก็บอกมันว่าเฮ้ยถึงร้านทีหลังลูกหมาเว้ย แล้วผมก็สับตีนแตกเลย มันก็บอกเฮ้ย ๆ ๆ รอด้วย ผมวิ่งมาจนถึงร้านเกมส์ครับหันไปไอ้กอล์ฟก็วิ่งตามมาห่างกันราวๆ 2 เสาไฟฟ้ามั้ง มันบอกไอ้ห่าเอ๊ย กูต้องปั่นจักรยานตามแล้วมั้งสัด ผมก็บอกมันเออกูกลับก่อนนะ



แล้วผมก็โบก Taxi กลับเลย ผมเองก็อยากหยุดนะ อยากนอนนิ่งๆมองเพดานเหมือนที่เคยทำตอนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เวลามีปัญหาก็ให้เพื่อนเช็คชื่อให้



ส่วนตัวผมก็นอนก่ายหน้าผากมองเพดานทิ้งไปวันๆแต่ว่ามันทำไม่ได้ไง มันมีงานที่ต้องสะสาง มีหน้าที่ที่ต้องทำ ผมไม่เสียใจนะเรื่องที่ทำลงไปเมื่อคืน





ผมไม่รู้สึกว่าตัวเองผิดอะไรเลยสักนิด อาบน้ำ แต่งตัว เดินทาง ทำงาน นั่นคือสิ่งที่ผมต้องทำในวันจันทร์วันนี้ ไม่รู้ว่าใครเคยเป็นแบบผมมั้ยนะ



โดนโถมเข้ามาหลายๆทางพร้อมกันบางครั้งก็เก็บอารมณ์ไม่อยู่จริงๆ ผมมาเจอพี่เตยที่ออฟฟิศ ผมก็เดินออกมา แปลกนะเมื่อวันก่อน ผมยังรู้สึกว่าไม่กล้าสู้หน้าเธอแต่วันนี้มันไม่ใช่ ผมเดินเข้าไปที่ออฟฟิศและเรียกพี่อีกคนที่ถูกส่งมาเป็นผู้ช่วยแจ้งเรื่องว่าจะขอย้ายออกภายในอาทิตย์นี้ ผมไม่ได้ประชดนะ แต่ผมไม่อยากจะอยู่ในที่ที่ทำให้ผมจิตตกแบบนี้ พี่เขาก็บอกว่าโทน ทำไมไม่รออีกเดือน ถ้าย้ายออกตอนนี้



จะไม่ได้เงินค่าประกันนะ เกือบหมื่นเลยนะ ผมบอกไม่เป็นไรตามนี้แหละ ผมเซ็นชื่อ เซ็นเอกสารทำทุกๆอย่างจนเสร็จแล้วก็เดินออกมาเลย ไม่มีตัวเล็กตัวโต ตัวห่าเหวอะไรอีกต่อไป หลังจากที่ขึ้นรถมาถึงที่ทำงาน ตัวผมเดินมาทำงานด้วยสีหน้าที่ไม่รับแขกเท่าไรครับ มารยาทดีๆที่มี สวัสดีพี่ๆทุกคน เดินเปิดแอร์ กวาดพื้นนิดๆหน่อยๆ วันนั้นผมไม่ทำอะไรเลย มาถึงก็ตรงเข้าห้องทำงานเปิดคอมฯทำงานทันที




อะไรที่เคยรู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ ผมก็คิดว่านี่มันเหี้ยอะไร โยนงานมาให้กูเรื่อยๆเลย ตอนนั้นพี่ติมทัก msn มาครับ


[ พี่ติม ]  :  เฮ้ยเทพโทน ว่างคุยเปล่า


[ ผม ]  :  มีไรพี่


[ พี่ติม ]  :  อะไรวะ เมื่อคืนชวนมาทำไมมาด้วยกันวะน้องแก้มโคตรเด็ด จะชวนไปต่อข้างนอกด้วยกันหน่อย




ผมฟังแล้วใจก็หล่นไปปลายตีนอีกที แล้วผมก็ตามสบายเลยพี่ ผมทำงานก่อนนะ พี่ติมก็ยังทักถามว่าเฮ้ย ไรวะเทพโทน อารมณ์เสียอะไรมา ผมก็บอกว่าเปล่าพี่ งานผมเยอะ แล้วผมก็บอกทำงานแล้ว และผมก็เปิด Busy เลยตอนนั้น สเตตัสพี่ติมก็


" นวลน้องนาง ยิ่งกว่าพริก แซ่บถึงใจ "



ผมไม่รู้หรอกว่านวลน้อง นวลนางที่ไหนแต่ทำไมผมต้องคิดถึงคนๆเดียวเลยนะ ผมนั่งทำงานทั้งๆที่หงุดหงิดไม่มีสมาธินั่นแหละ อยากจะหยุดนอนแต่ก็ทำไม่ได้



มันทำให้ผมรู้เลยระว่า หลายเดือนที่ผ่านมา ผมเริ่มผูกพันกับพวกเธออย่างไม่รู้ตัวเลย จนเริ่มรู้สึกว่าพวกเธอพิเศษกว่าผู้หญิงคนอื่นๆ แล้วผมก็เชื่อนะว่าท่านผู้อ่าน




ที่ได้รับรู้ถึงนิสัยของพวกเธอผ่านตัวหนังสือที่ผมเขียนออกไป ผมเชื่อว่าสาวๆทั้งสามคนคงได้ครองใจของพวกท่านไปบ้างแล้วล่ะ แล้วคิดตัวผมเองที่ได้ใกล้ชิดกับพวกเธอ จะไม่คิดแบบเดียวกันท่านเหรอ





แต่ความจริงก็คือความจริง ผมต้องอยู่กับความเป็นจริงนั่นแหละ แล้วแฟลชแบ็คมันก็เด้งมาเลยนะบอกเลยว่าช่วงนั้น อารมณ์ของผมคิดลบสุดๆ แบบนี้หรือเปล่านะที่ดาวบอกผมว่า อย่าเป็นไปมากกว่านี้



มันเป็นเพราะดาวยังไม่ลืมแฟนเก่าคนนี้หรือเปล่านะ เฮ้ยโทนตั้งสติเขาบอกให้พอก็ควรพอสิ่ ไปนึกถึงความผูกพันที่สร้างมาด้วยกันมันก็เจ็บสิ่ ผมพยายามสลัดความคิดทิ้งไปนะ สะกดจิตตัวเองว่า



เรื่องของเขา ๆ ๆ ๆ  ช่างเถอะ แค่ย้ายออกจากที่นี่ผมก็คงลืมอะไรได้บางส่วนแหละมั้ง สามชั่วโมงผ่านไปภายใต้การทำงานที่ไม่ค่อยดีเท่าไร ผมต้องเคลียร์งานที่ติดค้างจากวันศุกร์ และไหนจะงานใหม่อีก เรื่องของ ดาว มิ้นต์ แก้ม ก็ยังวนเวียนมาเรื่อยๆ ยิ่งพยายามไม่คิด มันก็คิดอยู่ดี



ไหนจะข้อมือที่เจ็บอีก จนเริ่มจะไม่ไหว ผมก็เดินไปห้องพยาบาลนะ ขอยาทาแก้เคล็ดหน่อย ผมมาเจอเหมียวพอดีเหมียวก็ถามว่าเป็นอะไรทำไมมือบวมจังล่ะ ผมก็บอกว่าช่างมันเหอะ



เหมียวก็บอกไหนดูหน่อย ผมก็ตวาดไปว่า " ช่างเหอะน่า "   เหมียวดูเหวอไปเลย ผมก็หงุดหงิดนะจะถามห่าอะไรนักหนา เหมียวบอกว่าแค่อยากดูมือเอง ผมก็ดึงกลับบอกไม่เป็นอะไร พอพูดออกไปแล้วไม่ถึง 5 วินาทีก็รู้สึกว่า ทำไม่ดีลงไปแล้ว



โทษที ผมพูดแค่นั้นแล้วเดินออกมาเลย ยาที่ทายังไม่ทันซึมเข้าผิวหนังเลยมั้ง เพราะงั้นตลอดทางที่เดินกลับห้อง กลิ่นยานวดสีฟ้าๆ ของยี่ห้อคตพ เลยหอมฟุ้งทั้งห้อง เฮ้ยใครมา คตพ



เฮ้ยใครทา คตพ เสียงคนในห้องทำงานพูดขึ้นมา  เออกูมาเองแล้วมีทำไมวะ ผมคิดสิ่งนี้ดังขึ้นในใจ อะไรๆก็หงุดหงิดไปหมด แต่ถามว่าผมทำงานมั้ย ผมก็ต้องทำ



เพราะทันทีที่ตัดสินใจย้ายที่พัก สิ่งแรกที่ผมต้องหาคือเงิน อย่างน้อยเลยต้องมีเงินค่ามัดจำหอพักตีไปสามเดือนก่อนเลย ถ้าไม่ทำงานยังไงก็ไม่ได้ การเป็นพนักงานมันมั่นคงนะ แต่เป็นความมั่นคงที่เจ็บปวด



จริงอยู่ที่มีงานดีๆ งานที่ชอบคอยรองรับ แต่รายได้ที่ได้มามันจะตายตัวเลยล่ะ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมหลายคนชอบพูดว่า อี๋เซลล์เหรอ   ทำงานแผนกเซลล์เหรอ เอาจริงๆเซลล์นี้รายได้ดีมากนะ คอมมิชชั่นมาทีนี่เฮกันเลย



เทียบกับพนักงานแบบผมนี่ นู่นประเมินปลายปีถึงจะเพิ่มขึ้นมาหน่อย เพราะงั้นไม่ว่าผมจะมีเรื่องบอบช้ำอะไรมา งานผมก็ห้ามหยุดทำ มันทรมานนะ อย่างมีเงินเข้าบัญชีสักเดือนละแสน จะได้มีเวลาไปนั่งนิ่งๆกับเขาบ้าง



วันนั้นผมคืน BB ให้หัวหน้าเลยนะ ผมบอกว่าจะไม่ขอถือวันสักพัก หัวหน้าผมก็ถามว่าแล้วถ้ามีงานด้วยจะทำยังไง ผมก็ตอบไปว่าหัวหน้าครับ คนเก่งกว่าผมมีเยอะแยะ ใช้งานพวกเขามั่ง



หัวหน้าผมตะคอกเลย ไอ้โทนมึงหมายความว่าไง ผมก็เงียบไม่อยากตอบอะไร หัวหน้าก็กระชากคอเสื้อไปถามอีกครั้งว่ามึงหมายความว่าไง ผมก็ไม่ตอบ พี่เข้าผลักผมไปแล้วบอกว่า มึงไปทำหน้าให้ดีๆ อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมา รวมกับเรื่องงาน ถ้ามึงไม่อยากรับสายใครหรือคุยกับใครก็แต่บล็อค ผมก็พูดว่าแล้วถ้า... คนที่ผมไม่อยากคุยเป็นลูกค้าล่ะ ผมถามไปแบบนั้น พี่เขาก็บอกว่า แล้วแต่มึงโตเป็นควายแล้วคิดเอง





แปลกนะตอนนั้นดูเหมือนอะไรนิดๆหน่อยๆ ผมก็หงุดหงิดทั้งๆที่ด่าเล่นเป็นประจำคำว่า " ควาย " เนี่ย แต่วันนั้นผมก็ฉุนกึ้กเฉยเลย ผมกำลังจะง้างเขวี้ยง BB ทิ้งเลยพี่เขาก็บอกว่ากูคิดค่าเครื่อง 3 เท่านะ เงินเดือนมึงพอซื้อเหรอ ผมชะงักเลย โมโหก็โมโห แม่งเอ๊ย



ผมกำ BB เครื่องนั้นไว้แล้วเดินออกไป มือขวาของผมเจ็บน่าดูเลยล่ะครับ แค่กำ BB จะเขวี้ยง ยังรู้สึกเจ็บแปล๊ปเลย หัวหน้าบอกถ้ามึงใจเย็นแล้วก็กลับไปทำงาน พอออกมาคนก็ยืนกันเต็ม ก็คงได้ยินที่ผมทะเลาะกับหัวหน้าแหละ





ผมเดินกลับไปทำงานเงียบๆคนเดียวครับ ข้อความ MSN เด้งมาไม่หยุดเลย นี่กูตั้ง BUSY ไว้นะ ผมไม่อ่านไม่มีอารมณ์ วันนั้นทำงานลำบากใจ ลำบากมือด้วยครับ ทำไมอะไรอะไร ถึงเข้ามาพร้อมๆกันนะ ผมลงมากินข้าวกลางวัน เหมียวก็ตามมาด้วย เธอถามว่าเป็นอะไรวันนี้ดูเหมือนเป็นตัวอันตรายของแผนกเลยล่ะ ผมถามว่าอันตรายอะไร เหมียวก็บอกว่าผมไม่เคยเป็นแบบนี้ ผมก็บอกว่าช่างเราเถอะ



เหมียวบอกงั้นเรากินด้วย ผมก็ไม่ได้สนใจนะเรื่องของคุณเลยครับผม ผมเดินมาร้านข้าวแกงร้านประจำครับ ราคาไม่แพงหรอก กับข้าวสองอย่าง 30 ไข่ดาว 5 บาท หลังจากที่สั่งก็ถือมานั่งกินตรงนั้น เหมียวก็ตามมาด้วยจริงๆ แต่ว่าตอนนั้นเพื่อนของเหมียวก็มาพอดี



เหมียวว มานี่เลยพวกชั้นมีเรื่องจะเม๊า เพื่อนของเหมียวพูดแบบนั้นเหมียวก็หันซ้ายหันขวา หันซ้ายหันขวา แล้วเหมียวก็วางจานข้าวไว้แล้วก็ไปกับเพื่อน ก็นะมันกลุ่มของเหมียวนี่ทำไงได้ล่ะ เฮ้อแล้วเธอก็ทิ้งจานข้าวไว้แบบนั้น แว๊ปนึงผมก็คิดนะว่าไหนบอกจะนั่งกินข้าวด้วย



เอ้อคือมันมีแว๊ปนึงจริงๆ ตอนนี้เหมือนผมเคว้งยังไงก็ไม่รู้ว่ะ คนที่รักเหมือนพี่สาวก็รวมหัวกันทำแบบนั้น ผู้หญิงที่คิดว่าตอนนี้พูดคุยกันได้หลายๆเรื่องก็นะ เอาจริงๆแล้วพวกเธอก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนี่นะ เธอก็แค่ทำงานของเธอเป็นผมเองมากกว่าที่แวะเข้าไปเส้นทางนั้นเอง




แต่ทำไมมันหงุดหงิดแบบนี้วะ ผมนั่งกินข้าวครับ นั่งกินแต่ก็กินไม่ลงไม่รู้เคยเป็นกันไหมนะ อยู่ดีๆของที่กินก็ไม่อร่อยขึ้นมา เข้าใจคำว่ากินไม่ลงกันสิ่นะครับ ว่ามันเป็นยังไง กินเสร็จผมก็ซื้อน้ำแล้วก็กลับขึ้นข้างบน ผมกลับมาทำงานต่อนะ อึนยังไงมึนยังไงก็ต้องทำงาน มือผมถือน้ำแดงโซดาขึ้นมา ผมหวังว่าความหมายจากน้ำมันจะทำให้ผมใจเย็นขึ้นมาบ้าง เฮ้ยโทนมือเป็นไงมั่ง อีโทนมือเจ็บไม่ต้องฝืนนะ เฮ้ยเอาน้ำแข็งเปล่า เสียงจากพี่ๆที่พูดมา อย่างน้อยผมก็ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวนะ



ยังมีพี่ๆค่อยห่วงใยอยู่ ถึงผมจะไม่พูดอะไรตอบออกไป แต่พี่ๆเขาคงเข้าใจว่าผมไม่มีอะไรจะพูดจริงๆครับ ผมกลับมาที่ห้องทำงานเปิดคอมอีกครั้ง งานก็ถูกส่งผ่านเมลล์มาทันทีเลยล่ะ ผมเริ่มทำงานไปเหมียวก็เอาเอกสารมาให้ผมก็มองแล้วคิดว่า ทำไมมันเยอะแบบนี้นะ



แต่ว่ามันก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากทำให้มันดีที่สุดจะได้จบๆคราวเดียว ผมก้าวขาไปหยิบเอกสารแต่พอยก ก็ร้องโอ๊ะทันทีเพราะมันค่อนข้างหนักข้อมือผมสงสัยจะอักเสบแล้วล่ะครับ บวมๆร้อนๆเลยตอนนั้น เหมียวถามว่าไหวเปล่าเนี่ย ผมบอกอื้มๆแล้วก็นั่งลงทำงานต่อ




เหมียวก็ถามว่ากินน้ำแดงด้วยเหรอปกติไม่ค่อยเห็นกินน้ำหวานๆเลยนี่ ผมก็บอกว่ากลับไปทำงานเถอะวันจันทร์นะวันนี้งานมันเยอะ เหมียวก็บอกเชอะเป็นห่วงหรอกถึงมานี่อ่ะ แล้วเหมียวก็เดินออกไปครับ แต่แปปเดียวก็กลับมาพร้อมกับห่ออะไรบางอย่าง ซึ่งมองด้วยตาก็เดาได้ว่าเป็นช็อคโกแลต




เหมียวบอกว่ากินเลยเนี่ย ดีกว่าน้ำหวานอีก ผมไม่สนใจนะยังก้มหน้าทำงานต่อไป แต่ก็ถามว่าอะไร เหมียวลงมานั่งข้างๆแล้วบอกว่า Dark Chocolate ผมบอกว่าไม่เอามันขม แต่เหมียวบอกว่าไม่รู้หรอกนะว่าเครียดอะไรมา แต่ว่ากินนี่แล้วจะช่วยได้


ผมก็บอกไปนะว่าเป็นหนังจีนไปได้กินแล้วหายเลย เหมียวบอกว่าเอ๊าไม่รู้เหรอสารที่ให้ผลคล้ายๆกับเอนโดนฟีนน่ะ กินแล้วช่วยลดเครียดได้ดีนะ เราก็กินบ่อยๆ ผมก็มองๆแล้วก็พูดว่าอื้มไม่แปลกใจ แล้วเหมียวก็เข้ามาถามมองแล้วพูดนี่หมายความว่าไงฮึ๊ ผมก็บอกเปล่านี่ เหมียวเก็บไว้กินเถอะ



เหมียวบอกว่าอย่าทำร้ายน้ำใจเราดิ่ วันนี้เราโดนโทนดุไปแล้วรอบนึงอย่าทำให้เราแห้วอีกดิ่ นี่เอามาให้เลยน๊ะเนี่ย ผมมองไปที่เหมียวที่ตอนนี้ยืนยื่นห่อ ช็อคโกแลตให้ ผมบอกอื้มๆขอบใจนะเดี๋ยวกิน เหมียวบอกไม่ได้ต้องกินเดี๋ยวนี้ ผมตัดปัญหาด้วยการแกะมันออกมากิน แล้วพูดทั้งๆที่คาปากว่าพอใจยังไปทำงานเถอะ



เหมียวบอกอื้มๆอย่าดื้อแบบนี้แหละดีแล้ว พอเหมียวออกไปผมก็กลับมาทำงานต่อ พออยู่คนเดียวมันก็คิดแต่เรื่องเดิมๆมิ้นต์เป็นคนที่ผมไปเที่ยวด้วยกันล่าสุด ไม่รู้สิ่ภาพตอนที่เราไปซ้อมดูดาวมันยังไม่หายไปไหนเลย ผมพิมพ์งานไป น้ำตาก็ไหลจน Dark Chocolate ที่กำลังกินอยู่ เปลี่ยนเป็นรสเค็มไปทันที




อืมม ผมต้องใช้เวลานานเท่าไหนกันหนอที่จะพอลืมพวกเธอได้บ้าง บอกตามตรงเหมือนว่าพวกเธอเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว มิ้นต์ทำให้ผมรู้ว่าผู้หญิงไม่จำเป็นต้องอ่อนหวานหรือพูดหวานๆกับเราตลอดเวลาก็ได้ หวานบ้างแข็งบ้าง ห้วนบ้าง อ้อนบ้าง แบบนี้มันก็ดีไม่ใช่เหรอ



ผมนั่งทนทำงานซึ่งก็ไม่ได้ช้าอะไรมากหรอกครับ เพราะเวลาพิมพ์ผมจะกดข้อมือไว้กับปลายคีย์บอร์ดแล้วขยับนิ้วเอา แต่มันก็ไม่ไวเหมือนตอนปกติ ผมไม่มีสมาธิในการทำงานผมคิดเรื่องเมื่อวานไม่หยุดเลย จนกระทั่งรู้สึกว่าไม่ไหวแล้วก็จะลุกไปหาอะไรกิน



แต่พอผมเดินออกมาพวกพี่แมนก็เดินสวนมาพอดี .... ผมเจอพี่หมิวครับพี่หมิวมากับพี่แมนก็คงจะพาคุณเคย์มาลาพวกผู้บริหารแหละ พี่แมนก็บอกเฮ้ยว่าไงแขนเป็นไงมั่งได้ข่าวว่าบวม ผมก็บอกว่าไม่เป็นไรครับพี่ ขอตัวก่อนนะครับ แล้วผมก็ก้มหัวเดินผ่านพี่แมนไป



ผมเดินไปที่ห้องชงกาแฟ แล้วก็ชงกาแฟกินนั่นแหละ ผมเดินกลับมาก็ไม่เห็นพี่หมิวแล้วโชคดีไปเพราะผมก็ไม่อยากจะเจอหน้าพี่ เอ้ยไม่ใช่สิ่ต้องบอกผมไม่อยากจะเจอมากกว่า ผมเดินมาที่ห้องทำงานพอเปิดไปก็เจอพี่หมิวนั่งอยู่ ผมก็ออกมาเลยนะ แล้วออกแนวหงุดหงิดนิดหน่อยด้วยจะทำงาน ก็ยังมาวุ่นวาย



พี่หมิวเดินตามมาแล้วถามว่ารายงานเล่มนี้มันหมายความว่าไง ตอนแรกผมก็คิดว่าเป็นการแกล้งนะ แต่พอฝืนใจรับรายงานเล่มนั้นมา ผลคือผมทำงานพลาดจริงๆ ทุกที่ที่วง ที่เน้น ที่จี้ คือผิดหมดเลย ผมบอกว่าผมจะไปแก้มาใหม่ให้ครับ พี่หมิวก็ยืนแล้วพูดว่าตั้งใจทำงานมากกว่านี้หน่อยได้มั้ย



ผมก็ไม่ตอบนะแล้วก็เดินกลับเข้าไปทำงานเลยตอนนั้น ผมถอนหายใจยาวๆเลยจะมาทำไมกันนะ แค่เรื่อง 3 คนนั้นผมก็ลำบากใจพอแล้วครับ แล้วก็เป็นอย่างที่ท่านรู้ว่าพี่หมิวไม่ใช่พวกยอมคน เวลามีพนักงานปฏิบัติตนไม่เหมาะสม เธอจะตักเตือนทันที พี่หมิวเดินมาถามผมว่า ทำแบบนั้นหมายความว่าไง



ผมก็เดินออกมานั่นแหละ มันหงุดหงิดไปหมด คือเข้าใจมั้ยว่าภาพของพี่หมิวที่มีเหตุผล พี่หมิวที่เป็นเหมือนคนที่เข้าใจผม กลับกลายเป็นคนที่มาขยี้มาซ้ำเติม พี่เขาจะรู้บ้างมั้ยว่าผม อึดอัดแค่ไหนที่ต้องอยู่ใกล้พี่เขาทั้งๆที่ยังทำใจเรื่องพี่เตยไม่ได้ อยู่ดีๆก็มาตบหน้าผมต่อหน้าพี่เตยแล้วบอกผมผิด



แล้วยังที่บ้านผมอีกล่ะ พี่เขาคิดถึงหัวใจผมบ้างไหมนะ ผมรู้ว่าพี่เขาเรียกผมว่าน้อง แต่เป็นน้องแบบไหนกันน้องที่เท่าเทียม หรือน้องที่ฐานะต่ำกว่าแล้วคิดว่าจะทำอะไรก็ได้



แล้วตอนนั้นพี่หมิวเขาก็พูดนะว่า พฤติกรรมแบบนี้มันคืออะไร รู้ใช่มั้ยว่าที่นี่คือบริษัทไม่มีคำว่าพี่หรือน้อง ทุกคนต้องทำงานด้วยความเท่าเทียม แล้วดูพฤติกรรมที่แสดงออกมา คนอื่นจะมองว่ายังไง หรือคิดว่าตัวเองเติบโตมากกว่าคนอื่น ผลงานมากกว่าคนอื่นเลยคิดว่าจะแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวออกมาก็ได้เหรอ ผมยืนฟังพี่หมิวพูดต่อหน้าพนักงานทุกคนจนจบครับ



ผมโมโหนะ โมโหมากๆ แต่แปลกที่ไม่แสดงอาการฉุนเฉียวอะไรออกมาอีกเลยหลังจากที่พูดไปเมื่อกี้แล้ว ผมมองพี่หมิวซึ่งพี่หมิวบอกตอนหลังว่า มันเป็นสายตาที่บอกว่าไม่เหลือความเชื่อใจและพร้อมจะตัดความสัมพันธ์ความผูกพันทั้งหมดแล้วจริงๆ แต่สำหรับผมตอนนั้นผมคิดในใจนะว่าจะต้อนให้ผมจนมุมไปถึงไหน ในเมื่อมันเป็นแบบนี้ก็จบกันเลยดีกว่า


" ถ้างั้นผมขอรับผิดชอบเรื่องนี้เอง หลังจบงานที่ค้างอยู่ ผมขอลาออก  "



ผมพูดแบบนั้นต่อหน้าพี่หมิว ต่อหน้าทุกคน ที่อยู่ในห้อง อยู่ทำไมให้ให้โดนโขกโดนสับแบบนี้ล่ะ ผมรู้ว่างานมันหายากนะ และมันคงเป็นเรื่องยากที่จะเริ่มหางานใหม่ในยุคนี้ เอาเถอะกลับไปอยู่บ้านหางานทำที่แถวบ้านก็ได้ เพราะพ่อกับแม่เองก็ไม่ได้หวังว่าผม



จะต้องทำงานตำแหน่งใหญ่โตเพื่อเชิดชูวงตระกูลอยู่แล้ว พวกเขาหวังแค่ให้ผมเลี้ยงดูตัวเองได้แค่นั้นก็พอ แต่พอเอาจริงๆ ทำไมชีวิตมันยากจังนะ พ่อกับแม่ผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ยังไง



ผมเดินไปปิดคอม ปิดงาน ปิดทุกอย่างและเดินออกมาหยิบของออกมา พี่หมิวก็ยังอยู่นะแต่พี่เพิ่มมาก็คือพี่จ๋า เธอยังคงทำเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ยังทำเหมือนรู้จักผมทุกอย่าง แผนกทำงานของผมทางเดินมันก็จะพอดีแค่เดินสวนอ่ะนะ



เพราะงั้นการที่พี่เขายืนแบบนั้นก็เท่ากับผมไปทางอื่นไม่ได้ ไปไหนเจ้าโทนไม่ทำงานเหรอ คำพูดที่เหมือนไม่รู้ทุกข์ ผมหงุดหงิดนะบอกตรงๆหงุดหงิดมากเลยตอนนั้น เลยเดินอ้อม อ้อมออกไปข้างๆ ไปอีกทางนึง พี่หมิวกับพี่จ๋าก็เดินมาถามว่าจะไปไหนไม่ทราบ ผมก็บอกว่าทำงานครับ รบกวนหลีกทางหน่อยครับ พี่หมิวก็มองผมนะแล้วถามว่าแน่ใจเหรอ ผมก็บอกไปว่าถ้าไม่พอใจ จะไล่ผมออกตอนนี้ก็ได้นะ แล้วผมก็เดินออกไปมาเลย



พี่จ๋าก็บอกใจเย็นเจ้าโทน ผมมองหน้าพี่จ๋าแล้วถามเขาไปคำนึงว่า พี่ยังเป็นพี่ของผมอีกเหรอ ผมไม่รู้สึกแบบนั้นเลย ไม่รู้ล่ะจะเสียความรู้สึก เสียใจ เสียห่าอะไรก็เรื่องของเขาไม่เกี่ยวกับผมแล้วตอนนั้น เพราะความรู้สึกของผมมันเสียไปก่อนหน้านั้นแล้ว



ผมเดินออกมาไม่รู้ล่ะตอนนั้นใครจะจับมือผม ผมก็ยกมือออกแล้วก็เดินมาที่ลิฟต์ แล้วจังหวะก็นรกชิบหายพี่แมนเขาเดินคุยมากับพวกผู้บริหาร ผมก็เลี้ยวลงบันไดหนีไฟเลยตอนนั้น ผมก็ไม่ได้รีบวิ่งอะไรหรอก ผมเดินลงมาเรื่อยๆคิดเผื่อไปว่าถ้าโดนไล่ออก จะไปทำงานที่ไหนดี



ผมลงมาจากบันไดหนีไฟแล้วก็คิดๆนะว่าจะไปไหนต่อดี ยังไงซะวันนี้ผมเองก็คงจะโดนลงโทษอยู่แล้วล่ะ แต่แล้วไงล่ะใครสน ผมไม่ใช่คนเก่ง ไม่ใช่คนที่มีประสบการณ์ที่จะสามารถรับกับความกดดันได้มากมายอะไรขนาดนี้ ทำไมกันนะทำไมกัน บางครั้งชีวิตแม่งก็เล่นตลกเนอะว่ามั้ย




ทำไมหลังจากที่กลับบ้านแล้วผมต้องมาที่ร้านคาราโอเกะด้วย อาจจะเพราะผมอยากจะได้ใครสักคนปลอบใจ อยากได้สักคนให้กำลังใจมั้งถึงเลือกที่จะมาที่ร้าน แต่ว่าผมก็ลืมนึกถึงความเป็นจริงไปข้อนึงว่าถ้าไปที่ร้านผมอาจจะต้องเห็นภาพที่ไม่อยากเห็นก็ได้ และมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ผมแบกกระเป๋าออกมาทำงานข้างนอก



ที่ที่ผมจะไปก็มีแค่ที่เดียวที่ Net Café  สมัยนี้ที่กำลังนั่งเขียนอยู่ก็คงจะเหลือน้อยแล้วล่ะ มันเป็นร้านที่จะมีแค่โปรแกรมทำงานเท่านั้นและไม่อนุญาตให้เล่นเกมส์ เป็นร้านที่เอาไว้ให้ทำงานอย่างเดียวครับ สมัยนี้สถานที่ที่เหมือนกับร้าน Net Café  ก็คงจะเป็น Coworking Space ล่ะมั้งนะ



ร้านที่ผมเข้าไปมันออกแนวเหมือนบ้านส่วนตัวเสียมากกว่าครับ ทั้งร้านมีคอมพิวเตอร์อยู่ 5-6 เครื่อง แถมยังมีพวกกองกระดาษเอกสารกองอยู่เพียบ กระดาษFax กระดาษโรเนียว ถ้าให้พูดตรงๆก็คือรกบัดซบมาก แต่ผมไม่มีอารมณ์มองรกไม่รกหรอก ผมเข้ามาเพื่อทำงานเท่านั้น



แต่เอาจริงๆนะ ผมอยากทิ้งงานแล้วไปนั่งเฉยๆ ผมอาจจะไม่แกร่ง ไม่เก่งเหมือนใครๆชมก็ได้ ต่อสู้เก่งแล้วยังไงวะ แข็งแรงแล้วยังไงวะ สุดท้ายผมแม่งก็แพ้ใจตัวเอง แพ้ให้ความรู้สึกของตัวเองอยู่ดี ทำไมอะไรๆมันก็เข้ามาหมด ทำไมผมคิดอะไรตื้นๆด้วยการไปร้านคาราโอเกะในเวลาแบบนั้น



จากที่แค่ 3 ทางจากอดีตพี่สาวทั้งสามคนก็เจ็บปวดพออยู่แล้ว แต่กลับไปหาเรื่องเอาอีก 3 ทางเข้ามาอีก ตอนนี้เท่ากับผมต้องรู้สึกเหมือนจมลงไปอีกหลายชั้นเลย แต่มันก็เป็นเพราะการตัดสินใจโง่ๆของผมที่ไปที่ร้านเองล่ะนะ แล้วไหนจะการที่ทำแบบนั้นลงไปอีกล่ะ



วันนั้นผมก็นั่งทำงานที่ร้าน Net Café  ไปจนเย็นนั่นแหละครับ เสียเงินไปเยอะเหมือนกันนะเอาจริงๆแต่ช่างหัวแม่งเหอะ ผมตั้งใจนะว่าจะไปร้านเกมส์ไอ้กอล์ฟต่อ แต่ว่าอย่าดีกว่าไม่อยากจะเจอใคร ผมไปนั่งกินเหล้าที่บาราธิวาส เส้นพระราม 3 นั่นแหละ



นั่งกินอยู่คนเดียว ผมคิด คิด คิด แล้วก็ได้แต่คิดว่าผมจะไปยังไงต่อดี จนผมลืมคิดไปว่าผมก็แค่กลับไปเหมือนเดิม ผมอยู่ตัวคนเดียวผมก็อยู่ได้ ผมก็ทำงานได้ไม่ใช่เหรอ ถึงตอนนี้มันจะยังเจ็บปวดอยู่ แต่ผมก็เชื่อว่าพอเวลาผ่านไปผมก็จะค่อยๆดีขึ้นเอง เวลามันอาจจะไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น แต่มันจะช่วยให้เราชินไปเอง



โทรศัพท์ก็มีหลายสายโทรมานะ แต่ผมเลือกจะรับสายแค่ของหัวหน้าคนเดียว เขาถามเฮ้ยมึงอยู่ดีๆเป็นอะไรวะ ออกจากออฟฟิศก่อนเวลา ผมก็บอกว่าไม่มีอะไร แค่ไม่ชอบคนมากวนตอนเวลาทำงาน ผมก็ส่งงานตามเวลานะครับหัวหน้า แล้วสิ่งทีหัวหน้าพูดกลับมาคือ


“ มึงอย่ากวนตีน มีอะไรก็พูดกันตรงๆ กูพี่มึงเปล่า “



คำสั้นๆแค่นั้นแหละทำให้ผมที่พยายามกลั้นน้ำตามาทั้งวันแม่งเสียอาการ ผมน้ำตาซึมๆนิดหน่อยนะตอนแรก แต่พอยอมให้มันซึมออกมาแค่นั้น ความรู้สึกแม่งโถม โถม โถม เข้ามา ผมบอกว่าช่วงนี้ผมอยากทำงานเงียบๆครับ พี่เขาก็บอกเฮ้ยเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวแยกให้ออกพี่บอกแล้วไง




ผมก็บอกครับ ครับอย่างเดียวเลยตอนนั้น แล้วเขาก็บอกว่าช่วงนี้ถ้าเป็นไปได้ก็มาทำงานทุกวันพยายามอย่าขาด ผมก็ถามนะว่า มีทางไหนที่ผมทำงานข้างนอกได้มั่งไหมครับ อย่างพวก Net Café  พี่เขาก็ด่ากลับมาว่างานของมึงบางอันมันก็ความลับแผนก ความลับบริษัท


มึงสมองดีหรือเปล่าจะไปนั่งทำงานข้างนอก ไอ้ห่านี่ ผมฟังแล้วก็เงียบเลย เซ็งชิบหายทำไมมันแย่ไปหมดแบบนี้วะ ผมบอกอืมๆๆ แล้วหัวหน้าผมก็ถามว่าตกลงมึงมีเรื่องอะไรกับผู้ถือหุ้นวะ.. ทำไมดูเขาจะบ่จอยเวลาเจอมึงเลย ผู้ถือหุ้น.. ผู้ถือหุ้นเหรอ หมายถึงพี่หมิวล่ะสิ่




ผมก็พูดออกไปว่า ทำอย่างกับอยากเจอเขานักนิ่ ผมก็ไม่ได้อยากเจอเขาหรอก แต่เป็นเขาเองไม่ใช่เหรอพี่ที่มาถึงที่ทำงาน หัวหน้าผมก็บอกว่านั่นไงกวนตีนกูแล้ว ปกติถ้ามึงไม่เคยเรียกกูหัวหน้าเลย ถ้ามึงเรียกนี่ถ้าไม่เครียดก็มีเรื่องห่าอะไรอยู่สิ่นะ ผมก็เงียบครับเกลียดชิบหายคนรู้ทัน เขาก็บอกเออๆพี่ไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวของมึงนะไปเคลียร์เอาเอง แต่ว่างานอย่าให้มันเสียไปด้วย



ตอนนี้มึงทำงานแล้วไม่ใช่ตอนเรียน มหา’ลัย ที่จะโดดเรียนได้ เขาพูดแล้วเขาก็วางสายไป ผมก็จะทำอะไรได้ล่ะนอกจากก้มหน้าทำงานไปในขณะที่ใจผมมันยังวุ่นวายแบบนี้ จะว่าไปแล้วการนั่งกินเหล้ากินเบียร์คนเดียวนี่มันก็แปลกๆดีนะ ไม่มีคนคุย ไม่มีคนคอยเบรก ยกแก้วอย่างเดียว



ผมกลับหอพักราวๆ 4 ทุ่มแหละครับ ก็แน่นอนแหละว่ากลับไปก็ต้องเจอเจ้าของหอพัก ผมเดินเขาไปซึ่งพี่เขาก็บอกว่า อย่าทำทางเดินเลอะเทอะล่ะลำบากคนอื่น ผมก็หันมองเลยนะตอนนั้นคือหงุดหงิดไปหมด ผมถามว่าจะอะไรวุ่นวายนักหนาวะ เดี๋ยวหมดสัปดาห์นี้ก็ออกแล้ว วุ่นวายชิบหายเลย คิดว่าเป็นเจ้าของหอพักแล้วจะโขกจะสับอะไรก็ได้เหรอวะ จ่ายเงินค่าพักนะเฮ้ยไม่ได้มาขออยู่ฟรี



ผมพูดแบบใส่น้ำหนักเสียงเลยนะ จนยามหน้าประตูต้องวิ่งมาเขาคงคิดว่ามีเรื่องร้ายแรง โทนเป็นไรใจเย็นๆ เขาพยายามพูดกับผมเหมือนที่เคย แล้วบอกป่ะๆไปกินอะไรเย็นๆกับพี่มา ตอนนั้นผมสะบัดตัวออกแล้วเดินกลับขึ้นห้องไปเลย เหี้ย นี่มันเหี้ยอะไรกันนักหนาวะ ตอนนั้นพี่หมิวเขาก็พูดแทรกมาจากข้างหลังว่า เป็นบ้าอะไรสงบสติหน่อย




ตอนนั้นพี่เขาก็ง้างมือนะ ผมปัดมือออกไปเลย ผมก็มองมองแบบตาขวางเลย ผมถามว่าจำวันนั้นได้มั้ย ที่หน้าสถานีตำรวจ คุณพูดกับผมว่าไง ผมถามเพื่อย้ำให้เขาจำอีกครั้งว่าวันนั้นพูดกับผมว่ายังไง เขาสองคนยืนเงียบ ผมบอกว่าถ้าจำไม่ได้ผมจะบอกอีกครั้ง



มึงไม่ใช่น้องกู


ผมพูดออกไปแบบนั้น แล้วพูดอีกว่านี่เป็นคำที่คุณพูดกับผมวันนั้นจำได้มั้ย คุณตัดสินว่าผมทั้งๆที่ไม่เคยถามอะไรผมสักคำ ไม่เชื่อผมสักคำ หลอกให้ผมวิ่งไปสวนสันติจนแทบเหนื่อยตาย รู้มั้ยวันนั้นผมทำงานหนักแค่ไหน คุณสนใจแต่สิ่งที่ตัวเอง แต่ไม่เคยสนใจความรู้สึกของผมเลย วันนั้นคุณพูดออกมาเองว่าผมไม่ใช่น้องคุณ วันนี้คุณเองก็ไม่ใช่พี่ของผมเหมือนกัน
 



 





เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 05, 2021, 12:41:18 am โดย Monotone_Memory »

*

ออฟไลน์ puretank

  • Junior Member
  • ***
  • 345
  • 63
    • ดูรายละเอียด
มาแล้วๆ รอบนี้ดราม่าหนักๆยาวๆเลยนะครับ
............
นับ 1 2 มังคุด แล้วบวกเลยครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 05, 2021, 01:02:24 am โดย puretank »

*

ออฟไลน์ deamondear

  • Senior Member
  • ****
  • 873
  • 486
    • ดูรายละเอียด
รอสนับสนุน E-Book (ที่ไม่ใช่อีบุ๊ค)​อยู่นะครับ มาต่อกันครับ
ตัวประกอบมากันเพียบเลย มาอะไรกันเยอะแยะเนี่ย คนเขาจะปรับความเข้าใจกันโว้ยยยย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 05, 2021, 01:05:21 am โดย deamondear »

*

ออฟไลน์ ปู่หมาป่า

  • Full Member
  • **
  • 179
  • 0
    • ดูรายละเอียด
เนื้อหาเข้มข้นจนปู่ต้องกินยาหอมเลยนะ รักษาสุขภาพนะหลานโทน

*

ออฟไลน์ a-sex-one

  • Junior Member
  • ***
  • 481
  • 0
    • ดูรายละเอียด
จองโต๊ะหน้าเลยๆ
สั่งของๆ

โอ๊ย ดราม่า อึนหนักกว่าตอนที่แล้วอี๊ก อะไรจะขนาดนั้น

ขอตอนต่อไปแบบด่วนเลยครับผม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 05, 2021, 01:40:18 am โดย a-sex-one »

*

ออฟไลน์ acerr

  • Junior Member
  • ***
  • 315
  • 0
    • ดูรายละเอียด
หนักหน่วงอีกแล้วตอนนี้ เฮ้อออ

*

ออฟไลน์ bosshii

  • Junior Member
  • ***
  • 553
  • 284
    • ดูรายละเอียด
หนักหน่วงจริง ไม่แปลกที่จะระเบิด

*

ออฟไลน์ Tritratex

  • Full Member
  • **
  • 138
  • 0
    • ดูรายละเอียด
สงสัยดราม่ายังอีกยาวเลย แต่เข้าใจได้ครับ ช่วงนั้นท่านโทนคงเฟลมากๆ ไม่รู้ว่าสุดท้ายจะจบลงยังไง

*

ออนไลน์ Ke2l3e2oS

  • Senior Member
  • ****
  • 858
  • 2
    • ดูรายละเอียด
ตึงเปรี๊ยเลยแหะตอนนี้

*

ออฟไลน์ beerony

  • Junior Member
  • ***
  • 400
  • 116
    • ดูรายละเอียด
มันกดดันจริงๆ

*

ออฟไลน์ 102030

  • Junior Member
  • ***
  • 592
  • 334
    • ดูรายละเอียด
อ่ะโห ยังลากความมืดมนต่อมาได้อีกยาวเลยแฮะ แก้วที่มันร้าว สายใยที่กำลังจะขาด อูยยยย เศร้า
ใครจะฉุดโทนขึ้นมาได้นะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 05, 2021, 01:01:44 am โดย 102030 »

*

ออฟไลน์ zero008

  • Full Member
  • **
  • 69
  • 50
    • ดูรายละเอียด
เคราะห์ซ้ำกรรมซัดเลยโทนทำอะไรก็ไม่ดีเลย

*

ออฟไลน์ ponpon01

  • Full Member
  • **
  • 209
  • 0
    • ดูรายละเอียด
รอบนี้ อารมดิ่งจังเลย อ่านแล้วรู้สึก อัดอัดจัง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 05, 2021, 01:04:56 am โดย ponpon01 »

*

ออฟไลน์ tataka

  • Junior Member
  • ***
  • 407
  • 208
    • ดูรายละเอียด
ยังคงดาร์คอย่างต่อเนืองนะครับ ::Orz::

*

ออฟไลน์ eternal6969

  • Senior Member
  • ****
  • 631
  • 317
    • ดูรายละเอียด
คราม่าแรงดี แต่โคตรเรียลเลยเวลาอ่าน อึดอัดใจแทนเลย เข้าใจอารมณ์โทนมากเพราะเป็นแบบเดียวกันไม่ต่างกันเลย

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ