ผมกลายเป็นคน เอาเพื่อนเอาฝูง ภาค 4

ผมกลายเป็นคน เอาเพื่อนเอาฝูง ภาค 4

  • 49 ตอบ
  • 3456 อ่าน
*

ออฟไลน์ act_dsky

  • Tiny Member
  • *
  • 36
  • 312
    • ดูรายละเอียด
    • actdsky story
ผมกลายเป็นคน เอาเพื่อนเอาฝูง ภาค 4
« เมื่อ: สิงหาคม 29, 2021, 11:16:46 am »
ผมกลายเป็นคน เอาเพื่อนเอาฝูง ภาค 4 –เปลี่ยนเพื่อนร่วมงานที่เป็นศัตรูเป็น.....-

หวัดดีครับเพื่อนๆ มาพบกับผมเป็นครั้งที่ 4 แล้ว....หากใครจำไม่ได้ก็ให้ขอกลับไปอ่านตอนเก่าๆดูนะครับ รู้สึกว่าเมื่อภาค ก่อนมีหลายคนถึงขั้นอยากฆ่าผมเลยทีเดียวกับความป๊อดของผม...ไม่กล้า เปิด web นั้น ไม่ต้องห่วงครับ ผมเปิดแน่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้...

และก่อนจะเล่าถึง เรื่องราวในภาคนี้ ก็ขอบอกผลลัพธ์กับเพื่อนๆฟังก่อน...หลังจากเหตุการณ์ในตอนที่แล้ว ความสัมพันธ์ของผมกับตาลก็รุดหน้าไปมาก ถึงแม้เรื่องฐานะความสัมพันธ์ยังอยู่ในขั้นคบหา มิใช่ แฟนก็เถอะ แต่ความสัมพันธ์ของเราก็ไปไกลกว่า ฐานะนั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว..เพราะหลังจากเหตุการณ์นั้น ผมกับตาลก็มีอะไรกันมากขึ้น เรียกว่าเปลี่ยนไปจากที่เคยบอกเพื่อนๆ เมื่อตอนที่แล้วอย่างหน้ามือกับหลังมือเลย (เพราะตอนที่แล้วผมบอกเพื่อนๆ ว่า ไม่เคยมีอะไรกันเลย คบหากันแบบบริสุทธิ์ใจ..)

หลังเหตุการณ์(ภาค3) นั้น สภาพของ ตาลก็เหมือนเขื่อนที่แตกพังก็ไม่ป่าน เพราะหลังจากนั้นทุกปลายสัปดาห์ ตาลก็มักมาหาผม และให้ผมจัดเธอ 3 ยกเป็นอย่างน้อย...ถามว่าหนักหนามัย? ก็หนักหนาอยู่นะ เพราะเพื่อนๆอย่าลืมว่า ผมมิได้มีแค่ ตาล เพียงคนเดียว ยังมี “เต้ย” ดาราสาว เพื่อนในสมัยเด็กที่อยู่ห้องข้างๆอีกคน ซึ่งถ้าอาทิตย์ไหนเธอลอบเข้ามาขอให้ผมจัดเธอด้วย และปลายสัปดาห์ก็มี ตาล อีก มันเป็นอะไรที่เหนื่อยมากๆ และมันคงต้องเหนื่อยกว่านี้อีกแน่ หาก ตาล ได้เลิกกับแฟน และมาอยู่ผมแบบเป็นทางการละก็...

และถ้าเป็นแบบนั้นขึ้นมา ผมคงหาวิธีจัดการเรื่องเต้ยแล้ว.....แต่เรื่องพวกนั้น มันยังเป็นเรื่องอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ตอนนี้เรามาเข้าเรื่องราวหลักของครั้งนี้จะดีกว่าครับ...

เรื่องราวหลักๆในตอนนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับ ตาล หรือ เต้ย รวมถึงเพื่อนสาวนิสัยแปลกๆอย่าง คุณแว่น ด้วย หากแต่เป็นสาวคนใหม่!! ทำไมพอพูดถึงตรงนี้ ผมรู้สึกเหมือนโดนเพื่อนๆเขม่นก็ไม่ทราบ....

สาวคนใหม่ของตอนนี้ ถ้าบอกตามตรง ผมไม่เคยคิดเลย ว่าจะมีคืนวันที่ได้ทำเรื่องแบบนั้นกับเธอ ใช่..ไมเคยคิดและต่อให้ตายก็ไม่คิดจะมีด้วย..โดยสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นผมเองก็ยังคง งงๆอยู่ เรื่องราวเป็นไง เชิญอ่านไปพร้อมกันเลยครับ...

สาวประจำตอนนี้ เป็นใคร? เป็นเพื่อนในวัยไหน? สาวเจ้าของตอนนี้ เป็น สาวเจ้าที่ทำงานเดียวของผมเองครับ ถ้าเรียกก็แบบง่ายๆ คือ “เพื่อนในวัยทำงาน” หรือ “เพื่อนร่วมงาน” มาถึงตรงนี้เหมือนเห็นเพื่อนๆหลายคนทำตาโต ร้อง ว้าว.. ผมขอบอกว่า อย่าเพิ่งรีบตาโตร้องกันเลยครับ..(ทำมือไม้โบกไปมา...)

ทำไมนะเหรอ? ก็เพราะความสัมพันธ์ของผม กับเธอคนนี้ไม่ได้สนิทสนม ตามแบบ ความสัมพันธ์ต้องห้ามระหว่างเพื่อน แต่อย่างใด หรือพูดง่ายๆคือ ไม่ใช่เรื่องราวแบบ “เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ” ใช่...ไม่ได้สนิทสนม ความสัมพันธ์ของผมกับเธอคนนั้น ค่อนไปทางไม่ถูกกัน ประหนึ่งคู่กัดกันซะมากกว่า....
.

.

.

“ตกลง งานนี้ เราจะใช้ไอเดียของคุณณัฐ ก็แล้วกันนะ...” เสียงของหัวหน้างานที่เป็นชายวัย 45-50 ปี ที่เอ่ยกล่าวอย่างสรุปในที่ประชุม และบทสรุปดั่งกล่าวก็ทำให้การประชุมย่อยนั้น สิ้นสุดลงทันที และขณะที่ผมยืนขึ้นอย่างเก็บของนั้น สาวสวยที่กำลังลุกขึ้นและเก็บของเช่นเดียวกับผมนั้นก็ส่งสายตาและรอยยิ้มอย่างผู้มีชัย เหมือนเย้ยหยั่นผู้แพ้อย่างผม...

ใช่...สาวสวยคนนั้น คือ สาวสวยของเรื่องราวในครั้งนี้ เธอมีชื่อว่า “ณัฐกานต์” หรือ “ณัฐ” แต่ส่วนใหญ่ทุกคนที่ทำงานจะเรียกเธอว่า “คุณณัฐ” ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไม ใครๆในบริษัทถึงเรียกเธออย่างสุภาพก็ไม่รู้? บางคนขนาดตำแหน่งใหญ่กว่า อาวุโส กว่ายังเรียกเธอแบบนั้นเลย... และผมเป็นเพียง คนหนึ่ง หรือ อาจจะ เป็นคนเดียวของ บริษัทก็ได้ ที่ไม่ได้เรียกเธออย่างสุภาพเช่นนั้น….

ณัฐกานต์ หรือ ณัฐ เป็น สาว หน้าสวยผมดำยาว ส่วนสูงและอายุนั้นก็ไล่ๆกับผม ส่วนรูปร่างก็โอเคเลยทีเดียว เรียกว่าน้องๆนางแบบก็คงได้ แถมประวัติการศึกษาก็ใช่ย่อย...เท่าที่ได้ยินมา จบจากนอก ด้วย....

โดยสรุปภาครวม “ณัฐ” ก็ ถือว่า เป็นสาวสวยคนหนึ่ง ในบริษัทเลยทีเดียว...จริงๆผมก็เคยมีความคิดที่จะจีบเธอเหมือนกันนะ..แต่เพราะจริตที่เธอแสดงกับผมในครั้งแรกนั้น มันทำให้ผมล้มความคิดเรื่องจีบไปเลย...เธอมาทำงานหลังผม สักเล็กน้อย ทำงานในตำแหน่งเดียวกับผม ซึ่งผมก็ยังจำได้ถึงวันแรกที่เจอเธอ..

ทีแรกก็ดีๆหรอก แต่พอผมบอกไปว่าจบที่ไหนมาเท่านั้น ท่าทางของเธอก็ดูเปลี่ยนไป มีท่าทีดูแคลนด้วยซ้ำ...ถ้ามีแค่เรื่องสถาบันการศึกษาละก็ ยังพอทน....แต่มันก็ยังมีเรื่องอื่นอีก ถึงกระนั้นผมเองก็ไม่แน่ใจว่า จุดเริ่มต้นของการไม่ถูกกันนั้นมาจาก เรื่องที่ผมจบจากไหนรึเปล่า ถึงทำให้ท่าทีของเธอดูเปลี่ยนไป เวลาการพูดจากับผมถึงค่อนไปทางดูถูก ไหนจะเรื่องการแสดงออกของคุณเธอที่มักแสดง ความมั่นใจแบบสูงปรี๊ด...

โดยที่เรื่องความมั่นใจของเธอนั้น ก็ทำให้ผมกับเธอถกเถียงเรื่องงานหลายครั้ง....ยังไม่รวมถึงท่าทีของคนอื่นๆที่ผมเอ่ยไปตอนต้นว่า แสดงท่าที นอบน้อมเธอเหลือเกิน..เรียกเธอนำหน้าด้วย “คุณ”  ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าทำไม?...  และด้วยหลายเหตุผลที่ว่ามานั้น ก็ทำให้ผมรู้สึกไม่ชอบเธอเสียเท่าไร...แต่ผมก็ต้องยอมรับแหละว่า การทำงานของเธอนั้น ดีกว่าผมมาก เรียกได้ว่า ดี สมกับความมั่นใจอันสูงปรี๊ดของเธอก็ว่าได้...

ดีกว่าจน...ถ้าเกิดบริษัทอยู่ในสภาวะยำแย่จนต้องคัดคนออก ผมคงโดนแน่ๆ...เพราะงานของผมไม่เชิงสู้เธอไม่ได้ แต่ต้องเรียกว่าไม่โดนใจเท่ากับของเธอมากกว่า แต่ก็ใช่ว่า งานของเธอจะถูกเลือกตลอดนะ ก็มีบ้างที่งานของผมก็ถูกเลือกเช่นกัน แต่ถ้านับโดยรวมโดยสรุปแล้ว ผมยังคงแพ้ให้กับเธออยู่ราวๆ 7-8 ครั้งได้...

“ชั้นชนะอีกแล้วนะ ครั้งนี้จะพาชั้นไปทางข้าวได้ยังละ...” ณัฐกานต์ หรือ ณัฐ ที่เข้ามาเอ่ยกลับผม หลังจากที่ผมได้เดินออกจากห้องประชุม จนกลับมาถึงโต๊ะทำงาน..

“จำได้ว่า ผมไม่ได้พนั้นอะไรแบบนั้นนะ..” ผมตอบเธอ และก็ไม่ได้เป็นครั้งแรกที่เธอเข้ามาเอ่ยประมาณนี้ แต่หลายครั้งแล้ว ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่า ทำไม?

“ใช่ นายไม่ได้พนั้น แต่มันเป็นหน้าที่ของผู้แพ้ ที่ต้องทำตามคำสั่งของผู้ชนะ นะ..” เธอตอบ อย่างยิ้มๆ และมันเป็นคำตอบที่เธอมักจะใช้ทุกครั้ง ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจจริงๆ ถึงการกระทำนี้ มันเป็นการเย้ยหยั่นอย่างหนึ่งหรือเปล่า?...พองานของเธอชนะที่ไรก็มักเข้ามาหาผม โมเม บอกว่า ผมต้องเลี้ยงข้าว เลี้ยงหนังเธอบ้าง มันอะไร!!

“ไร้สาระ...” ผมตอบเธอกลับ พร้อมกับลุกขึ้นเดินออกไปหาอะไรทานในช่วงกลางวัน โดยไม่สนท่าทีของเธอ ซึ่งผมก็ทำท่าทีแบบนี้ทุกครั้ง..ไม่สน ไม่ตอบสนอง และไม่สนใจด้วยว่าเธอจะมีท่าทียังไงเมื่อเจอผม ปฏิเสธ..และถ้าถามว่าผมแค้นมัย? ที่แพ้งานเธอ ก็มีบ้างครับ ตามทิฐิส่วนตัว เพราะด้วยมาดมั่นใจ ท่าทีที่ข่มคนอื่นเหมือนคุณหนูแบบนั้น มันทำให้ผมไม่ค่อยอยากจะแพ้เธอเสียเท่าไร แต่จะให้ทำไงได้...อย่างที่ผมเล่าให้ฟัง ไปว่า ฝีมือของเธอ เป็นของจริง...

และอีกเรื่องที่ตัวผมเองก็ลืมไปแล้วว่า มันเกิดอะไรขึ้น ถึงทำให้การทำงานของผมกับเธอมันออกมาในรูปแข่งขันกันไปได้ แทนที่จะช่วยเหลือกันอย่างที่ควร...แต่เรื่องการแข่งขัน หัวหน้าของพวกผมก็ไม่ได้ต่อว่านะ มีท่าทีชอบด้วยซ้ำ กับการทำงานในลักษณะนี้....

ถ้าพูดตามตรงเรื่องของณัฐนั้น ผมก็ไม่ค่อยรู้อะไรมากเสียเท่าไร เพราะปกติผมก็ไม่ได้เป็นพวกชอบรู้เรื่องชาวบ้านอยู่แล้ว อย่างที่เคยบอกไปในภาคแรกว่า ผมรักสันโดษ และยิ่งเป็นเรื่องของคนที่ไม่ชอบก็ยิ่งแล้วใหญ่...คือไม่อยากรู้ด้วยซ้ำ ประหนึ่งถือคติ ต่างคนต่างอยู่เลย มีแต่หล่อนเนี่ยแหละที่มาวุ่นวายกับผมเป็นช่วงๆ อย่างที่เห็นเมื่อกี้...

แต่ถึงกระนั้นเรื่องของเธอที่ผมรู้ ก็มีอีกเรื่อง คือ รู้สึกว่า เธอจะมีแฟนแล้วนะครับ...ใช่ ไม่อยากเชื่อเลยใช่มัย? ตอนที่ผมรู้เรื่องนี้ก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกัน ตอนที่ได้ยินนะ โคตรจะนับถือผู้ชายคนนั้นเลย ที่ทนนิสัยและมาดเอาแต่ใจของเธอได้ยังไง ขนาดผม ผมยังรู้สึกไม่ชอบ และหมั่นไส้เลยครับ...

โดยที่ความรู้สึกของผมที่มีต่อ ณัฐ เพื่อนสาวที่ทำงานนี้ ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จนกระทั้ง คืนนั้นที่มีเรื่องราวบางอย่างเกิดขึ้น (ถ้านับแล้ว ก็ราวๆเกือบจะ 2 ปีได้ที่ผมรู้จักกับณัฐ...)

คืนนั้นมัน เป็นวันที่โบนัสออก ผมกับเพื่อนอีก 2-3 คนก็ไปกินเลี้ยงตามวิสัย ซึ่งในคืนนั้นผมก็ไม่มีนัด จาก ตาล และ เต้ย เรียกว่า เป็นคืนสุดสัปดาห์ที่ปล่อยผีก็ว่าได้...และตอนที่กินกันเสร็จ จนเดินกลับมาที่รถที่จอดอยู่ที่ลานกว้าง ผมก็ต้องแปลกใจ เมื่อเห็นมีคนมายืนพิงที่รถของผม...ซึ่งคนที่มายืนพิงนั้นก็คือ ณัฐกานต์....

“ว่าแล้ว...ต้องเป็นรถนายจริงๆ...” ณัฐกานต์เอ่ยกับผมอย่างยิ้มฝืนๆเหมือนมีท่าทีเศร้าๆ แถมในมือของเธอถือกระป๋องเบียร์อยู่ด้วย...ซึ่งถ้าเป็นปกติผมคงไม่เอ่ยถามเธอหรอกแต่บังเอิญตลอดอาทิตย์นั้นเธอมีเรื่อง จึงทำให้ผมต้องเอ่ยถามเธอสักหน่อย...

“มีอะไรรึเปล่า?...”

“จะว่ามี หรือไม่มีดีละ? ชั้นยังไม่อยากกลับบ้าน นายช่วยพาชั้นไปไหนก็ได้ ได้มัย? พาขับรถเล่นก็ได้...ส่วนเรื่องค่าน้ำมันชั้นจะออกให้...” เธอที่หันมามองผมเล็กน้อยและค่อยเอ่ยตอบ ด้วยน้ำเสียงที่ดูผิดปกติ ไม่ค่อยสมกับเธอเท่าไร แต่ผมก็ยอมทำตามที่เธอร้องขอนะ ก็อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า ตลอดอาทิตย์นั้น ณัฐกานต์ เธอมีเรื่องราวตลอด จากที่ผมได้ยินคนอื่นพูดกัน ดูเหมือนเธอจะทะเลาะกับแฟน แถมทะเลาะกันแบบรุนแรงด้วย...

“ชั้นเพิ่งถูกแฟนบอกเลิกมาละ?...” ณัฐกานต์ที่อยู่ๆเอ่ยกล่าวขึ้น หลังจากที่ผมขับรถออกจาก ห้างที่มานั่งกินนั่งดื่มกับเพื่อนๆนั้น ได้สักระยะ..โดยที่ห้างที่ว่าก็ไม่ได้ห้างใหญ่ เป็นห้างแนวใหม่ ที่ไม่ได้มีตึกใหญ่ แต่มีตึกเล็กๆ ตั้งๆ ซึ่งมีร้านค้าหลายอย่างไม่ต่างจากห้าง ทั้งเสื้อผ้า ของกิน ของใช้...

“อืมมมม งั้นเหรอ?...เสียใจด้วยนะ..” ผมเอ่ยตอบตามที่ควรจะตอบ โดยที่ผมนั้นก็ไม่ค่อยแปลกใจนะ เพราะก็คาดไว้แต่แรกตั้งแต่พอรู้ว่าเธอมีแฟน ก็ยังคิดอยู่เลยว่า นิสัยอย่างเธอ ผู้ชายเค้าคงทนไม่นานหรอก เพราะบางครั้งผมเคยได้ยินเธอโทรศัพท์พูดคุยกับแฟนชนิดโขกสับ และเอาแต่ใจมากๆด้วย..

ก่อนที่ผมจะทำหน้าที่ขับรถไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย ซึ่งผมก็ชำเลืองมองดูเธอเป็นระยะๆ ซึ่งก็พบว่า ณัฐกานต์นั้นก็เอาแต่จิบเบียร์เหมือนย้อมใจกลบความเศร้าก็ไม่ป่าน และนั้นก็ทำให้ผมอดไม่ได้ที่ต้องถามเธอ ทั้งๆที่ผมเป็นพวกที่ไม่ค่อยชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านแท้ๆ...

“รักเค้ามาก ขนาดนั้นเลยเหรอ?...” ผมถามเธอ เมื่อรถติดไฟแดง ด้วยความสงสัย เพราะดูจากท่าทีของเธอนั้น แต่คำตอบที่ได้รับกลับผิดคาด...

“เปล่า ชั้นไม่ได้รักเค้าหรอก แต่ที่เห็นเศร้าอยู่นี่ เพราะรู้สึกเจ็บใจมากกว่า ที่เป็นฝ่ายถูกบอกเลิกก่อน ทั้งๆที่มันควรเป็นชั้นที่เป็นฝ่ายบอกเลิกมากกว่า..ทั้งๆที่เป็นผู้ชายที่ไม่เอาไหน และน่าเบื่อแท้ๆ แต่ดันมากล้า มาบอกเลิกชั้นก่อน...” คำกล่าวตอบของเธอ ที่เอ่ยและจิบเบียร์ไปพลางนั้นก็ทำให้ผมอึ้งเหมือนกัน แต่คิดๆดูแล้วก็สมเป็นเธอเหมือนกัน...ที่เกลียดความพ่ายแพ้...

“คงไม่ได้กล้าอะไรหรอก บางทีเค้าก็แค่อาจจะทนต่อไปไม่ไหวแล้วก็ได้..” ผมที่เอ่ยโพล่งขึ้น พร้อมกับเหยียบคันเร่งทันทีที่ ไฟสัญญาณเป็นสีเขียว ถ้อยคำของผมที่ทำให้เธอหันมามอง ทีแรกผมนึกว่าจะเป็นเรื่องแล้วจาก คำพูดตรงๆ ของผม

“ยังเป็นคนที่พูดตรงๆเหมือนทุกทีเลยนะ ทั้งๆที่ชั้นกำลังเศร้าแบบนี้อยู่แท้ๆ...” ณัฐกานต์ที่เอ่ยโต้ตอบถ้อยคำของผม ซึ่งผมก็โต้ตอบเธอ...

“ เศร้า เพราะไม่ได้บอกเลิกเค้าก่อนเนี่ยนะ...” ผมตอบกลับอย่างไม่เกรงใจ ซึ่งเธอก็หันมองผมอย่างยิ้มเศร้าๆ ก่อนจะเอ่ยถามบางอย่าง...

“นี่...ผู้ชายเค้าไม่ชอบผู้หญิงที่เอาแต่ใจ...หรือ ทำตัวเป็นผู้นำเค้างั้นเหรอ?...” คำถามของเธอ ก็ทำให้ผมชำเลืองมามองเธอเล็กน้อย และเมื่อเห็นว่า เธอจริงจังกับคำถามนั้น ผมจึงเอ่ยตอบอย่างตรงๆเช่นกัน...

“อืมมม...จะพูดไงดีละ? เรื่องเอาแต่ใจ นี่ มันไม่เท่าไรนะ มันแล้วแต่คน บางคนก็ทนได้ บางคนก็ทนไม่ได้... แต่ที่เป็นปัญหาจริงๆ คือ อย่างหลังมากกว่า เพราะยังคงมีผู้ชายบางส่วน ที่มีทิฐิแบบโบราณๆอยู่ ต่อให้ผู้หญิงคนนั้นเก่งกว่าเค้าจริง พวกเขาก็ยอมรับไม่ได้...”

“แล้วนายก็เป็นจำพวกนั้นด้วยสินะ...” ณัฐกานต์เอ่ยถามต่อ...

“ไม่หรอก ถ้าเป็นพวกนั้นจริง คงไม่ทนทำงานต่ออยู่จนถึงวันนี้หรอก คงลาออกไปตั้งแต่แพ้เธอหลายครั้งติดกันแล้ว..” ผมตอบ ขณะกำลังยังขับรถ โดยยังไม่กำหนดจุดหมายปลายทาง....

“นั้นสินะ... งั้นขอเปลี่ยนคำถามใหม่ นายนึกชอบผู้หญิงแบบชั้นบ้างมัย?...” คำถามข้อนี้ของเธอ ทำให้ผมหันมองเธอเล็กน้อย...

“เอาตรงๆนะ...” ผมที่ค่อยๆเอ่ยกล่าวขึ้น ซึ่ง ณัฐกานต์ที่มองผมนั้นก็พยักหน้าเชิงตอบรับว่า อยากให้ผมตอบตรงๆ..ก่อนทีผมจะตอบบอกเธอ...

“ถ้าตัด หรือ ลด ความมั่นใจบ้าๆที่สูงเกินปกติ กับคำพูดจาที่ดูเสียดสีดูถูกชาวบ้านนั้นออกไป เธอก็เป็นผู้หญิงที่น่าสนใจคนหนึ่งนะ..”

“หมายความว่าถ้าชั้นลด 2 อย่างนั้นได้ นายก็จะสนใจชั้นเหรอ?..” เธอตอบกลับอย่างเชิงถาม ซึ่งผมก็แปลกใจที่เธอไม่นึกโกรธคำตอบตรงๆของผมเลย แต่ถึงกระนั้นผมก็ไม่ได้เอะใจ ในนัยยะแฝงของถ้อยคำนี้....

“ไม่ใช่แค่ผมหรอก ถ้าเธอลด 2 อย่างนั้นได้ คงมีผู้ชายอีกเพียบเข้ามาให้เธอเลือกเลยละ..” ผมตอบ...

“แล้วลักษณะการทำงานชั้นต้องเปลี่ยนแปลงรึเปล่า?...”

“ไม่ต้องหรอก...แค่ปรับปรุงนิสัย กับการแสดงออก เท่านั้นก็พอแล้ว หรือพูดให้เจาะลึกกว่านี้หน่อย ก็ควรมีท่าทีให้ดูแตกต่าง อย่างตอนที่ทำงาน เป็นอีกแบบ ตอนอยู่กับคนรักก็อีกแบบ...ถ้าปรับปรุงได้ถึงขนาดนี้ แล้วยังมีคนบอกเลิก ทิ้งเธออีก ก็บอกเลยว่า ผู้ชายคนนั้นมันโง่มากแล้วละ?...” ผมที่ยังคงตอบคำถามของเธออย่างตรงๆไม่อ้อมค้อม ซึ่งสิ่งที่ผมพูดมานั้นก็ออกมาจากใจจริงทั้งนั้น เพราะลักษณะการทำงานของเธอมันดีอยู่แล้ว ผมเองยังยอมรับเลย...

สิ่งที่สำคัญ คือ เรื่องนิสัยซะมากกว่า หากยังคงมีนิสัยแบบนี้ หนุ่มๆที่เข้ามาก็คงทนกันได้ไม่นานหรอก...หากเธอยังทำตัวสูงส่ง จิกกัดดูถูก ด้วยท่าทีที่ไม่รู้ว่ารู้ตัวรึเปล่าแบบนั้น...

“อือออออ...จะลองดูนะ...และก็นี่เป็นครั้งแรก ใช่มัยที่เราคุยกันดีๆแบบนี้นะ..” ณัฐกานต์เอ่ย ซึ่งถ้อยคำตอบกลับของเธอนั้น ก็ทำให้ผมเพิ่งนึกมาได้ ซึ่งจะว่าไปก็เป็นดั่งที่เธอว่า จริงๆ เพราะตลอดเวลาที่คบกับเธอในฐานะเพื่อนร่วมงาน เราไม่เคยคุยกันดีๆแบบนี้เลย ส่วนใหญ่ มักจะถกเถียงกัน ชนิดเปิดทำสงครามย่อยๆ กันมากกว่า...

“มันก็จริงนะ...” ผมเอ่ยตอบ และหมายจะเอ่ยปากถามเธอว่า เธอคิดออกรึยัง? ว่าอยากไปไหน อยากกลับบ้าน หรือ กลับที่ห้างนั้น เพื่อไปเอารถ...แต่ไม่ทันที่จะเอ่ยถาม เธอก็ชิงพูดอะไรบางอย่างขึ้นมาก่อน...

“ชั้นขอโทษนะ....ที่ทำกริยาไม่ดีกับนายในตอนแรกนะ...ตอนที่รู้ว่านายจบมาจากที่ไหนนะ..” ถ้อยคำของเธอนั้นก็ทำให้ผมต้องหยุดที่จะเอ่ยถาม และตั้งใจฟังในสิ่งที่เธอพูด ซึ่งการขอโทษของเธอนั้น ก็ทำให้ผมอึ้งๆ เหมือนกัน เพราะเรื่องราวมันตั้งเกือบ 2 ปีก่อนแล้ว....

“จริงๆ ชั้นว่าจะขอโทษนายตั้งนานแล้ว ใช่ ตั้งแต่เห็นการทำงาน เห็นผลงานของนาย แต่ไม่รู้ว่าทำไม ถึงพูดออกมาดั่งที่ตั้งใจไว้ ไม่ได้สักที..ทั้งๆที่อยากจะพูดแบบดีๆ แต่สุดท้ายไหงเป็นเหมือนเพิ่มการดูถูกดูแคลนนายก็ไม่รู้...” ถ้อยคำถัดมาของณัฐกานต์นั้นก็ทำให้ผม ยิ่งอึ้งและแปลกใจมากขึ้น...ซึ่งผมก็ไม่รู้จริงๆนะเนี่ย..

มีด้วยเหรอ ที่เธอตั้งใจจะขอโทษผมนะ หรือ อาจจะมี และเป็นดั่งที่เธอบอกคือ สุดท้ายก็กลายเป็นการดูถูก หรือ การต่อปากต่อคำไปซะได้...

“อืมมมม...แล้วนี่คิดได้รึยังละว่า อยากไปที่ไหน จะกลับไปที่เดิมเพื่อไปเอารถมัย?...” ผมที่เอ่ยถาม ในสิ่งที่ต้องการจะถามเธอตั้งแต่เมื่อกี้ ส่วนที่ถามเธอแบบนั้น เพราะผมเริ่มคิดไม่ออกแล้ว ว่าจะขับรถพาเธอไปไหนต่อดีนั้น..อีกอย่าง ผมรู้สึกและเห็นว่า อารมณ์ของณัฐ นั้นก็เริ่มคงที่ และดีขึ้นแล้วด้วย...

“ อืออออออ...คิดได้แล้วละ....ชั้นอยากจะไปบ้านของนายจะได้มัย?...” คำกล่าวตอบของเธอที่เอ่ยเหมือนไม่คิดนานนั้นก็ทำให้ผมชะงักทันที....

“หะ หา???..” ผมเอ่ยอย่างท่าทีอึ้งๆ ก่อนที่ณัฐกานต์นั้น เค้าจะอธิบาย/ขยายความ คือ ที่เธอยังไม่อยากกลับบ้าน เพราะถ้ากลับไป สภาพแบบนี้ได้มีเรื่องกับคนที่บ้านยาวแน่...และยังคงอยากดื่มทานอีกหน่อยด้วย...ซึ่งผมเองก็พยายามกล่อมเธอเหมือนกัน แต่สุดท้ายก็ต้องจำยอมทำตามที่เธอต้องการ พาเธอไปยังที่บ้านของผม ห้องพักที่คอนโด...

“คอนโดเหรอ? เอาเถอะ ชั้นก็ไม่คิดว่า อย่างนายจะมีบ้านเป็นคฤหาสน์ อยู่แล้วนี่...” นั้นเป็นคำแรกที่ณัฐกานต์พูดถึงที่อยู่ผม ซึ่งผมควรดีใจมัยเนี่ยที่เธอพูดจาเหมือนตอนปกตินิดๆแล้ว....ก่อนที่ผมจะพาเธอขึ้นไปนั้น ผมก็ได้ไปซื้อเบียร์มาเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย และค่อยพาเธอขึ้นไปที่ห้องของผม โดยไม่มีความกังวลแต่อย่างใด...เพราะอย่างที่บอกไปตอนต้นว่า ค่ำคืนนี้ ไม่มี ตาล หรือ เต้ย เลย....ถ้ามี ผมคงต้องนั่งไล่ตอบคำถามอย่างยืดยาวแน่ๆ...

“อืมมม ดูดีกว่าที่คิดนะ...” ณัฐกานต์ที่เอ่ย เมื่อเธอได้เดินเข้ามาในห้องของผม ก่อนที่เธอจะหันมาเอ่ยถามผม...

“นายมีแฟนแล้วเหรอ?...” คำถามของเธอที่ทำให้ผมชะงักเล็กน้อย ด้วยท่าที งง สงสัย ก่อนที่หล่อนจะอธิบายเพิ่มเติม...

“ก็ในห้องของนาย...มีกลิ่นน้ำหอมผู้หญิงคละคลุ้งอยู่...แต่เท่าที่ชั้นสังเกตก็ไม่เคยเห็นนายจะสวีทอะไรกับใคร หรือมีท่าทีที่สมกับคนที่มีแฟนแล้วนะ หรือว่า แท้จริง นายเป็นพวกภัยสังคมที่ ชอบหิ้วสาว มาปล้ำที่ห้อง!!...” ณัฐเอ่ยกล่าวต่อ พร้อมกับทำท่าทีกลัว ซึ่งถ้อยคำนั้น นอกจากจะทำให้ผมอึ้ง และ ทึ่ง เพราะผมไม่ได้กลิ่นน้ำหอมที่ว่านั้นเลย ก่อนจะเอ่ยเชิงแย้ง...

“เลิกมโนมั่วๆซั่วๆได้แล้ว...” ผมตอบ ก่อนจะเกาหัวเล็กน้อย และค่อยตอบคำถามที่เธอได้ถามไปนั้น...

“ถามว่ามีแฟนมัย? มี แต่ยัง เรายังไม่ถึงขั้นที่เรียกว่า แฟน หรอก แค่กำลังคบหาดูใจกันอยู่นะ..” ผมที่เอ่ยต่อ และไม่รู้ว่าผมคิดไปเองมัย แต่รู้สึกเหมือน ตัวของณัฐกานต์จะดูเศร้าๆกว่าเดิม หลังจากที่ผมได้เอ่ยบอกเธอไปว่า มีสาวเจ้าที่กำลังคบหาอยู่...

จากนั้น ผมกับเธอก็นั่งดื่มทานในห้อง... ดื่มทานและผลัดกันเล่า วีรกรรมบ้าๆของตัวเอง มาเป็นกับแกล้ม และนั้นก็ทำให้ผมกับเธอต่างหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน โดยที่ผมก็ค่อนข้างแปลกใจกับเรื่องเล่าของเธอ ที่มันก็ออกธรรมดา ไม่ต่างจากคนทั่วไป ทีแรกผมไม่นึกว่าเธอจะมีเรื่องเล่าบ้าๆบอๆได้มากขนาดนี้ ชนิดที่สมควรเรียกว่าเป็น ยัยเพี้ยน เลยก็ว่าได้...

แถมไม่รู้ว่าทำไม ถึงทำให้ผมกลับคิดว่า แต่ละเรื่องที่เธอเล่า มันคือเนื้อแท้จริงๆของเธอ...ซึ่งถ้ามันใช่ คงมีเหตุผลอะไรสักอย่างที่ทำให้เธอต้องบังคับตัวเองให้ทำตัวเหมือนดูสูงส่งเอาไว้....

“นี่เราคุยกันจนเวลาผ่านไปนาน ขนาดนี้แล้วเหรอ?...” ผมที่เอ่ยขึ้น เมื่อชำเลืองมองนาฬิกาก็พบว่า จะใกล้ตี 2 แล้ว...ซึ่งผมกับณัฐนั่งคุยนั่งดื่มกันตั้งแต่ เที่ยงคืนนิดๆ...และอีกสาเหตุที่ชำเลืองมองนาฬิกา เป็นเพราะเบียร์ที่ซื้อมามันหมดแล้วด้วย..

“อืมมม นั้นสิ ไม่รู้สึกตัวเลยนะเนี่ย ว่าเวลามันผ่านไปขนาดนี้แล้ว...” ณัฐ ตอบอย่างเห็นด้วยกับผม ก่อนที่ผมจะร้องถามกับเธอ...

“งั้นก็คงได้เวลาเลิกสนุก...” ผมเอ่ย และทำการจิบเบียร์ โดยกะว่าเมื่อหมดกระป๋องที่ถือนี่เมื่อไร ก็จะลุกขึ้น และถามเธอ เกี่ยวกับการพักผ่อน...ว่าต้องการอาบน้ำ ต้องการเปลี่ยนเสื้อผ้ามัย? แน่นอนว่าผมก็กะให้เธอใช้เตียงผม ส่วนผมก็คงนอนที่โซฟาที่เรากำลังนั่งดื่มทานเนี่ยแหละ...

“ไม่ใช่ ต้องบอกว่า ได้เวลาเริ่มสนุกมากกว่า...” ณัฐ ที่เอ่ยแย้ง ซึ่งผมก็ค่อยชำเลืองมองยังที่เธอ อย่าง งงๆ กับถ้อยคำของเธอ และเมื่อชำเลืองมอง ผมก็ต้องชะงัก เมื่อเธอได้ขยับร่างตรงเข้าหาผม..จนทำให้ผมต้องเอ่ยเรียกชื่อของเธออย่างเชิงถาม...

“ณัฐ?...”

“สนใจ มีอะไรกับชั้นในคืนนี้มัย? ...”ถ้อยคำของเธอที่ค่อยๆเอ่ยขึ้น ด้วยสีหน้าท่าทีที่ดูจริงจัง ซึ่งทำให้ผมอึ้งไม่น้อย อึ้งชนิดที่เกือบแทบสร่างเมาเลย..หลังจากที่เอ่ยถ้อยคำดั่งกล่าว ผมกับเธอต่างก็จ้องมองหน้ากันอย่างไม่พูดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง และก็เป็นณัฐกานต์ที่เป็นฝ่ายเอ่ยอย่างทำลายความเงียบนั้น...

“ชะ ชั้นล้อเล่นนะ...” เธอเอ่ยด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย พร้อมกับขยับตัว ถอยและค่อยลุกขึ้น ท่ามกลางสายตาของผมที่จ้องมองเธอ ด้วยความสงสัย ว่าถ้อยคำ เมื่อครู่มัน เป็นเรื่องจริง? หรือ ล้อเล่น กันแน่ จะว่าไป ผมก็อ่านสีหน้าของณัฐเวลานี้ไม่ออกเลย เพราะสีหน้าของเธอนั้นมันได้ระเรือแดง จากการดื่มทานอยู่แล้ว...ต่อให้รู้สึกเขินอายหลังจากเอ่ยถ้อยคำเมื่อกี้ผมก็ไม่มีทางรู้ได้หรอก...

“ชะ ชั้นขอตัวไปห้องน้ำหน่อยนะ..”ณัฐกานต์ที่เอ่ยขึ้น เมื่อเธอได้ยืนขึ้น ซึ่งผมก็เอ่ยตอบเธอ...

“อื้อออออ ห้องน้ำ อยู่ทางนั้นนะ..” ผมตอบพร้อมกับชี้ทางไปห้องน้ำ ซึ่งณัฐกานต์ก็ยิ้มน้อยๆ ก่อนจะขยับหันอย่างเตรียมเดินไปยังที่ห้องน้ำทางที่ผมชี้ แต่เธอก็ก้าวเท้าเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ไม่สิ ต้องเรียกว่า ได้แค่หันยังไม่ได้ก้าวเท่าเลยซะมากกว่า อยู่ๆเธอก็ลื่นเสียหลักและมีท่าทีจะล้มขึ้นมาซะงั้น....

“ว้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย...” เสียงของณัฐที่เอ่ยร้องลั่นด้วยความตกใจ เมื่อตนเองเสียหลักและลื่นล้มหงายหลัง และโชคดีของเธอที่ผมได้จับตามองเธอและไหวตัวทันจึงขยับเข้ารับร่างที่ลื่นไถลจะล้มหงายหลังนั้นได้ทัน...

“มะ ไม่เป็นไรใช่มัย?...” ผมร้องถาม หลังจากที่ช้อนรับร่างของณัฐกานต์ไว้ได้ทัน ซึ่งพอหลังจากที่ผมได้ทำการเอ่ยถาม ผมก็ต้องชะงัก เมื่อพบว่าใบหน้าของผมกับเธอนั้นห่างกันเพียงไม่กี่เซนเท่านั้น นอกจากใบหน้าที่ใกล้ชิดกันมากๆแล้ว มือไม้ข้างหนึ่งที่ได้เข้าช้อนรับร่างของเธอนั้นก็ดันไปวางทาบทับเหมือนเตรียมบีบคลึงหน้าอกข้างหนึ่งของเธออีกด้วย..

“อืมมมมม..” ณัฐกานต์เอ่ยตอบคำถามของผมอย่างสั้นๆ ซึ่งเธอก็ไม่มีท่าทีจะต่อว่าเรื่องมือไม้ของผมที่วางผิดที่ผิดทาง และตัวผมก็ไม่คิดที่จะขยับมือไม้ข้างดั่งกล่าวออกด้วย ซึ่งพอหลังจากที่เธอเอ่ยตอบรับ ผมกับเธอต่างจ้องมองกันและกันอย่างนิ่งเงียบไม่ได้พูดอะไร หรือ มีท่าทีอะไร....

โดยที่ผมไม่แน่ใจว่า พวกเราได้ค้างกันอยู่ในสภาพแบบนั้นนานแค่ไหน...5 นาที? มารู้ตัว และจำได้อีกที ริมฝีปากของผมกับเธอก็ได้กระกบสัมผัสกันเสียแล้ว ซึ่งผมก็จำไม่ได้และไม่แน่ใจว่าใครเป็นคนขยับริมฝีปากเข้าทำการสัมผัสกันแน่ ผม หรือ เธอ? เพราะสภาพท่าทางของพวกเราในตอนนั้น ผมก็ยอมรับแหละว่า ก็มีอารมณ์อยากจูบเธอเหมือนกัน....

ถึงแม้ผมจะจำไม่ได้ว่าใครเป็นฝ่ายเริ่มการจูบก่อน แต่วินาทีนั้นก็ดูเหมือนทั้งผมและณัฐกานต์ ต่างก็ไม่มีใครสนใจเรื่องนั้นกันแล้ว ต่างขยับริมฝีปากสัมผัสกันอย่างไปมา และมิได้สัมผัสอย่างธรรมดา หากแต่ทำการแลกลิ้นกันอีกด้วย..และการจูบดั่งกล่าวก็เหมือนเป็นการจุดไฟราคะของผมกับเธอให้ลุกโชกขึ้นก็ไม่ป่าน...

เพราะหลังจากที่พวกเราจูบ...จูบแรกกันเสร็จ ถ้ามีใครสักคนแสดงท่าทียุติ ผมก็เชื่อว่าเรื่องมันก็คงไม่ขยายผลไปมากกว่านี้แน่ แต่เพราะว่าไม่มี แถมยังมีการจูบซ้ำ รอบ 2 ซึ่งรอบนี้ผมจำได้ว่า ณัฐกานต์เป็นฝ่ายขยับเข้ามาจูบปากผมซ้ำย้ำ และเหมือนเธอจะเอ่ยพึมพำอะไรสักอย่าง...

และการจูบ ซ้ำ ย้ำอีกรอบนั้น ก็ทำให้ไฟสวาทนั้นลุกโชค อย่างหยุดไม่อยู่อีกแล้ว...นอกจากจะทำการจูบปากแลกลิ้นกันและกันนั้น มือไม้ของผมข้างที่วางทาบทับบนหน้าอกหน้าใจข้างหนึ่งของเธอนั้น ก็ได้ทำการบีบคลึงหน้าอกข้างนั้นของเธออย่างไปมา ถึงแม้จะยังมีทั้งยกทรงและเสื้อผ้าขวางอยู่ก็ตาม ใช่...บีบคลึงอยู่สักแป๊บ ก่อนที่จะขยับทำการปลดเปลื้อง กลัดกระดุมเสื้อเชิ้ตที่เป็นชุดทำงานของ ณัฐกานต์นั้นออกจนหมด....

และในขณะที่ผมจะเลื่อนมือกลับขึ้นมาเพื่อ หมายจะปลดยกทรงของเธอออกนั้น....

“นี่...เราไปต่อกันที่เตียงเถอะนะ..” ณัฐกานต์ที่เอ่ยกล่าวเชิง ชักชวนผมด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาและใบหน้าที่แดงก่ำกว่าเดิม ซึ่งการเอ่ยกล่าวของเธอนั้นก็ทำให้ผมชะงัก ก่อนจะพยักหน้าตอบรับ และผมกับเธอต่างก็พากันไปยังที่ห้องนอน ใช่ ห้องนอนของผม...

และเมื่อไปถึงผมกับณัฐก็ทำการยืนจูบปากกันและกัน...พร้อมกับทำการถอดเสื้อผ้าของตนเองนั้นออกไปด้วย...และก็เป็นณัฐที่เป็นฝ่ายถอนริมฝีปากออกจากปากของผม และทำการขยับถอย ก่อนจะล้มตัวลงนอนยังที่เตียงในสภาพที่เธอนั้นเหลือเพียงกางเกงในเพียงตัวเดียว...ขณะที่ผมที่ยืนมองนั้นก็ยังเรื่องกางเกงแบบครบครั้นไม่ว่ากางเกงทำงาน หรือ กางเกงใน..

“อือออออออออ...” เสียงครางเบาๆของณัฐที่เอ่ย หลังทำการล้มตัวลงนอนและจ้องมองผมด้วยสายตาที่เชื้อเชิญ..ซึ่งผมก็ได้ขยับเข้าไปหา ทำการขึ้นคร่อมร่างของเธอ อย่างไม่รอช้า...และแน่นอนว่า เมื่อพอเข้าคร่อมร่างของเธอ ก็ทำการจูบปากของเธออีกครั้ง...

แต่คราวนี้ไม่ได้จูบกันอย่างเนิ่นนานเสียเท่าไร หากแต่จูบกันเพียงแป็บเดียวกันอย่างเบาๆ...ก่อนที่จะขยับใบหน้าเข้าซอกไซ้ อย่างเริ่มต้นการเล้าโลมเธอ ซึ่งนั้นก็ทำให้ณัฐกานต์นั้นร้องครางดังขึ้นด้วยความสยิวเสียว....

“อื้ออออออออออออ อืออออออออออออ...” เธอที่ส่งเสียงเอ่ยร้องดังขึ้น ขณะที่ผมก็ไซซอกคอของเธออยู่เพียงเล็กน้อยและค่อยขยับเลื่อนต่ำลงไปหาเป้าหมายแรกในการทำการเล้าโลมเธอนั้น ใช่แล้วครับ เลื่อนใบหน้าและตัว ลงเพื่อไปหายังเต้านมของเธอ ซึ่งผมก็ชะงักและยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นเธอใช้มือไม้ของตัวเองวางทาบปกปิดเต้านมของตัวเองอยู่นั้น...

และถ้าจำไม่ผิดเธอก็ปกปิดหน้าอกของตัวเองตั้งแต่ ล้มตัวลงนอนแล้วด้วย...ผมที่จ้องมองอย่างยิ้มๆ ก่อนจะขยับมือไม้เข้าทำการแกะยกมือไม้ของณัฐกานต์ออก ซึ่งเธอก็ยินดียินยอมให้ผมเอามือของเธอออกอย่างว่าง่าย ไม่มีแรงขัดขืนหรือการต่อต้าน แต่อย่างใด และตัวของผมก็ต้องตาโตเล็กๆ เมื่อได้ยลโฉมเต้านมของเธอนั้น...

“สวย..จัง...” ผมเอ่ยออกมาอย่างทันทีแบบเบาๆ กับทรวงอกที่เข้ารูป...และมียอดปทุมสีสวยๆ ซึ่งขนาดของทรวงอกของเธอนั้น มันใหญ่กว่าที่ผมเคยคาดไว้...จริงๆเรื่องขนาดนี่ ผมก็พอรู้ตั้งแต่ตอนที่ได้แตะสัมผัสยังเมื่อกี้นี้แล้ว การได้เห็นมันด้วยตานั้นมันเป็นการย้ำให้แน่ชัดมากขึ้น...
 
และไม่กี่อึดใจหลังจากที่ผมเอ่ยชมถึงความงามยังเต้านมของณัฐกานต์นั้น ผมก็เริ่มทำการขยับใบหน้าก้มลงลิ้มลองทรวงอกของเธออย่างทันที...

“อะ อืออออออออออออออ...” ณัฐกานต์สาวสวยผมดำยาวทีเอ่ยครางอย่างสะท้าน ด้วยท่าทีที่แอ่นหน้าอกขึ้นแทบทันทีที่ ริมฝีปากของผมได้เข้าขบดูดยังยอดปทุมถั่นของเธอนั้น...

“อือออออออออออ...อ๊าาาาาาาาาาาาา...” เสียงใสๆของณัฐกานต์ที่เอ่ยร้องดังขึ้น ด้วยความเสียวจากแรงขบดูดที่เริ่มกระทำอย่างหนักขึ้น ซึ่งผมก็หาได้เพียงแค่ขบดูดปทุมถั่นของเธอเท่านั้น หากแต่ใช้มือไม้อีกข้างเข้าทำการบีบคลึงเต้านมอีกข้างของณัฐกานต์ไปด้วย...

“อื้อออออ อูยยยยยยย กายยยย...” เธอทมี่เอ่ยครวญและเริ่มเรียกชื่อของผม อย่างบงบอกถึงความเสียว ซึ่งผมก็หาได้ใส่ใจในท่าทีการร้องครางของเธอแต่อย่างใด หากแต่ยังคงขบดูดปทุมถั่นข้างนั้นของเธอต่อไป และเมื่อปทุมถั่นข้างนั้น ตั้งชั่นและแข็งขึ้น ผมก็ค่อยขยับหันไปดูดปทุมถั่นอีกข้าง...เรียกได้ว่าผมทำการขบดูดจนปทุมถั่นทั้ง 2 ของเธอชุ่มฉ่ำและตั้งชั่นเลยละ...

และหลังจากที่ผมได้ใช้เวลาไปครู่ใหญ่กับการเล่นหน้าอกหน้าใจของ ณัฐกานต์นั้น ผมก็ค่อยๆขยับตัวเลื่อนลงต่ำ และไม่ใช่เลื่อนอย่างธรรมดา หากแต่ค่อยๆเลื่อนตัวลงพร้อมกับลงลิ้นลากเลียตามลำตัวที่ขาวนวลของณัฐกานต์นั้นไปด้วย

เล่นทำเอาเสียงใสๆ เสียงสูดปากของเธอนั้น ดังอย่างเป็นระยะๆเลย..และเมื่อผมเลื่อนตัวมาถึงเป้าหมาย ที่เป็นเป้าหมายที่สำคัญนั้น ผมก็จ้องมองดูยังเป้าหมายสำคัญที่ยังถูกปกปิดด้วยกางเกงในสีหวาน..แถมกางเกงในนั้นก็มีท่าทีแฉะชื้นพอสมควรด้วย ใช่ ผมมองมัน ก่อนที่จะตัดสินใจทำการรูดถอดมันออก...

“วะ ว้ายยยยยยยยยยย..” ณัฐกานต์ที่เอ่ยร้องด้วยสีหน้าที่แดงก่ำ เมื่อถูกผมจัดการรูดกางเกงในที่เป็นปราการ หรือ เสื้อผ้าชิ้นสุดท้ายบนตัวของเธอออก ซึ่งเธอก็เอ่ยร้องแต่ก็ไม่มีท่าทีขัดขืนแต่อย่างใด ใช่ไม่ขัดขืนเลย ถึงแม้สิ่งที่ผมจะทำต่อไป คือการจับแข้งขาของเธอแหกอ้าก็ตาม...

ผมที่จับแข้งขาของเธออย่างแหกอ้า หมายต้องการยลโฉมของสงวนของเธอ...ซึ่งผมก็ชะงักเล็กน้อยทันทีที่ได้เห็น ของสงวน หรือ หีของณัฐกานต์นั้น ซึ่งหีของเธอนั้น ไม่มีขนแม้แต่เส้นเดียว เหมือนหีเด็กก็ไม่ป่าน แต่การที่ไม่มีขนนั้น ไม่ได้เป็นต้นเหตุที่ทำให้ผมถึงกับชะงักหรอก หากแต่เป็นสภาพหีของเธอมากว่า สภาพหีของณัฐที่มีสภาพปลิ้นบาน เหมือนกับของตาล แต่สภาพการแหกการปลิ้นนั้นดูน้อยกว่า...

“อย่าจ้องซะขนาดนั้นสิ มันทำให้ทางนี้อายรู้มัย?...” ณัฐกานต์ที่เอ่ยร้องบอกกับผมอย่างเสียงดังเล็กน้อย และมีสีหน้าที่แดงก่ำอย่างแสดงความเขินอายอย่างสุดๆ ซึ่งผมก็แหงนหน้าขึ้นไปมองใบหน้าของเธอในเวลานี้พร้อมกับตอบกลับ..

“โทษที แบบว่า แปลกใจที่ มันไม่มีขนนะ...” ผมตอบกลับ ด้วยความจริงเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น ซึ่งนั้น ก็ทำให้ณัฐกานต์ที่จ้องมองหน้าผมด้วยสีหน้าที่ระเรือแดงนั้น ก็ค่อยๆตอบอย่างถามผมกลับ..
 
“ก็เพิ่งไปแว๊กซ์มานะ ชะ ชอบรึเปล่าละ หีเปล่าๆแบบนี้นะ...” ณัฐกานต์ ร้องถาม ซึ่งทางผมก็มองยังที่หีของเธอสลับกับใบหน้าของเธอ อย่างยิ้มน้อยๆ พร้อมกับตอบกลับ...

“อื้อออออ ก็ชอบนะ มันดูน่ารักดี..” ผมตอบอย่างจ้องมองยังที่หีของเธอ ด้วยรอยยิ้ม ซึ่งพักหนึ่งได้ ก่อนที่ณัฐกานต์ที่เขินอายเพราะถูกผมจ้องมองหีนั้นก็อยู่ๆเอ่ยบอกบางอย่างทั้งๆ ที่ผมไม่ได้เอ่ยถามอะไรเธอ....

“ขอบอกไว้ก่อนนะ ที่หีชั้นเป็นแบบนี้ ไม่ใช่เพราะเย็ดกับแฟนบ่อยนะ แต่เป็นเพราะตอนเรียนเมืองนอก ชั้นเผลอตัวมากไปหน่อย...” ถ้อยคำของเธอที่เอ่ยบอกนั้น ก็ทำให้ผมที่ตอนแรกไม่ได้สงสัย สนใจนั้น ก็กลายเป็นทั้งสงสัยและสนใจทันที..

‘เผลอแบบไหน? ถึงหีปลิ้นแลบแบบนี้เนี่ย หรือ เคยโดนฝรั่งรุมมาหว่า?..’

ใช่...ผมสงสัย แต่ก็ไม่ได้ถามต่อ ก่อนจะขยับใบหน้าเข้าทำการเล้าโลมตรงนั้นของเธอ ด้วยชิวหาของผม..และนั้นก็ทำให้เสียงครางของตาล ร้องครวญครางดังอย่างทันที...

“อะ....อ๊าาาาาาาาาาาา อ๊าาาาาาาาาาาา อ๊าาาาาาาาาาาา าาาาาาาาาาาา..” เสียงครางของณัฐกานต์ที่เอ่ยร้องครวญครางพร้อมกับช่วงล่างที่ขยับอย่างไปมาด้วยท่าทีที่สะท้านให้กับการกระทำของผม ที่ทำการละเลงลิ้นเข้าเลียรูหีของเธออย่างไปมานั้น...ซึ่งผมก็ทั้งเลียทั้งแหย่สอดลิ้นเข้าไปในรูหีของเธอ...แน่นอนว่านั้นก็เรียกทั้งเสียงครางและท่าทีที่สะท้านถึงทรวงของณัฐกานต์ออกมาได้อย่างเต็มที่เลยละ...

เธอที่ขยับกายอย่างไปมา ด้วยท่าทีที่เหมือนกำลังทรมานก็ไม่ป่าน.....

“กะ กาย...” เธอเอ่ยชื่อของผมด้วยน้ำเสียงที่บงบอกถึงความเสียว พร้อมกับขยับมือไม้เข้ากดยังศีรษะของผมให้แนบกับโหนกหีของเธอ...ซึ่งมันก็ทำให้ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่า เธออยากให้ผมหยุด หรือ อยากให้ผมกระทำต่ออย่างไม่หยุดกันแน่

ก่อนที่การเล้าโลมดั่งกล่าวจะเรียกทั้งเสียงและความสุขได้จากเธอ 1 ครั้ง...ซึ่งหลังจากที่เธอส่งเสียงหวีดร้องด้วยความสุขสมนั้น ผมก็ค่อยๆขยับร่างอย่างยันตัวลุกขึ้น พร้อมกับทำการปลดเปลื้อกางเกงที่สวมใส่อยู่ในขณะนี้ ใช่ ไม่ว่าตัวใน ตัวนอก ถอดออกจนหมด และนั้นก็ทำให้ณัฐกานต์ที่ชำเลืองมองอย่างหอบครางนั้นก็ต้องชะงักตาโต...

“ใหญ่จัง....ของนายนี่ พอๆกับพวกนิโกรเลยนะ..” ณัฐกานต์ที่เอ่ยอย่างรำพึงออกมา เมื่อเห็นอาวุธประจำกายที่แสนภาคภูมิใจของผม แน่นอนว่าคำพูดนั้นนอกจากจะทำให้ผมอมยิ้มแล้ว ก็พาทำผมนึกสงสัยอีกรอบ ว่า เธอรู้ได้ไงว่า พวก
นิโกร มีควยขนาดไหน หรือว่า? ที่หีเธอปลิ้นแลบนั้น เป็นเพราะควยพวกนิโกร??

ใช่...ผมนึกสงสัยอีกครั้ง และก็ไม่ได้ถามเธอเช่นเดิม...ก่อนจะขยับตัวเข้าไปหาอย่างขึ้นคร่อมอย่างหมายเตรียมจะสอดใส่ท่อนเอ็นเธออย่างเต็มที่...โดยทางณัฐกานต์นั้น ก็ให้การต้อนรับการขึ้นคร่อมอย่างเตรียมพร้อมนั้นของผมเป็นอย่างดี ซึ่งเธอก็ได้ขยับมือไม้ เข้าวางและคล้องที่คอของผม...

“ กะ กาย...ตอนแรกๆช่วยทำเบาๆหน่อยนะ คะ คือ ทางนี้ไม่ได้เจอของใหญ่แบบนี้นานแล้วนะ..” ณัฐกานต์ที่ค่อยๆเอ่ยบอกเชิงขอกับผมอย่างเบาๆ ก่อนที่ผมจะทำการเย็ดหีของเธอนั้น ก็ยิ้ม และพยักหน้าเชิงตอบ และจึงค่อยสอดใส่ท่อนควยเข้าไปในรูหีของณัฐกานต์...

“อะ....อ๊าาาาาาาาาาาา าาาาาาาาาาาา าาาาาาาาาาาา าาาาาาาาาาาา าาาาาาาาาาาา..”ณัฐกานต์ที่เอ่ยครางดังแทบจะทันทีที่ โดนผมสอดใส่ท่อนควยเข้าไปกว่าครึ่งค่อนลำนั้น ซึ่งเธอก็ร้องด้วยสีหน้าที่เหยเกอย่างแดงก่ำมากๆขณะที่ทางผมเองก็สูดปากด้วยความเสียวซ่าน ชนิดที่ไม่แพ้เธอเลย เพราะภายในข้างในของเธอนั้น มันทั้งตอดทั้งรัด แน่นมากๆ...

“อูยยยยยยยยยย...” ผมที่สูดปากพร้อมกับขยับโยกควยอย่างสาวออก ก่อนจะขยับกระทุ้งกลับเข้าไป อย่างเต็มเหนี่ยว ซึ่งคราวนี้ผมได้ขยับอัดเอาให้ควยของผมนั้นจมหายเข้าไปในหีของณัฐกานต์อย่างมิดด้าม แน่นอนว่าการกระทุ้งจนควยเข้าไปมิดลำนั้น ก็ทำให้เธอสะท้านร้องครางลั่นยิ่งกว่าเมื่อกี้นี้เสียอีก....

“อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา...” ณัฐกานต์ที่หวีดร้องครางยาวอย่างเสียงดัง ขณะที่ทางผมนั้นก็เสียวมากขึ้น เพราะดูเหมือนเธอจะเสร็จสมจากการโดนผมกระทุ้งควยเป็นครั้งที่ 2 นี่ ก็หีของเธอตอดรัดแรงขึ้น ไหนร่างของเธอจะขยับเข้าสวมกอดผมอย่างแนบแน่นนี่อีก...

ก่อนที่ผมจะแหงกเงยหน้า เพื่อจ้องมองดูยังใบหน้าของเธอในยามนี้ ซึ่งเธอก็ทำการจ้องมองใบหน้าของผมเช่นกัน และนั้นก็ทำให้ผมและเธอต่างค่อยๆทำการจูบปากกันอย่างดูดดื่มอีกครั้ง แน่นอนว่า หลังจากการจูบดูดปากแลกลิ้นนั้น ผมก็เริ่มทำการซอยควยเย็ดหีของณัฐกานต์อีกครั้ง...

“อ๊าาาาาาาาาาาา อาาาาาาาาาาาา อาาาาาาาาาาาา อาาาาาาาาาาาา...”ณัฐกานต์ที่เอ่ยร้องครางระงมด้วยความเสียวจากการโดนผมขยับซอยควยเย็ดหีอย่างไม่ยั้ง ซึ่งผมก็ทำการกระทุ้งรูหีของเธอ แบบสาวสั้นๆ และสาวยาวๆ สลับกันอย่างไปมา อย่างเมามันส์

“อ๊าาาาาาาาาาาา อาาาาาาาาาาาา อาาาาาาาาาาาา กะ กาย กาย...” ณัฐกานต์ที่เอ่ยร้องครางอยู่เนิ่นนานนั้น ก็เริ่มมีการร้องเรียกชื่อของผมอย่างซ้ำไปมาด้วยความเสียว และมือไม้ เรียวขาของเธอก็ต่าง ขยับเข้ากอดรัดร่างของผมอย่าแนบแน่น ขณะที่ทางผมนั้นก็ยังคงเดินหน้าตอกท่อนควยเย็ดใส่รูหีของเธออย่างไม่หยุด...

ใช่...ตอกกระหน่ำท่อนควยใส่ จนเรียกเสียงหวีดร้องของณัฐกานต์ได้อีก 1 ครั้ง..

“อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา..” ณัฐกานต์ที่หวีดร้องครางดังอย่างเสร็จสม มือไม้และเรียวขาของเธอที่ขยับเข้าเกาะกอดผมนั้นก็ต่างทำการกอดรัดร่างของผมอย่างแน่นอีกครั้ง...ซึ่งร่างของเธอนั้นก็ทั้งกระตุกและสั่นเทาอีกครั้ง แน่นอนว่า ภายในหีของเธอก็ตอดควยผมอย่างหนึบหนับอย่างสุดๆด้วย...

“อื้ออออออออ กะ กายยย..”เธอเอ่ยคราง พร้อมกับเรียกชื่อผมอย่างเสียงสั่น ซึ่งผมก็ยิ้มและจ้องมองเธอที่ตอนนี้มีท่าทีที่สุขสมและอ่อนล้านิดๆ ก่อนจะขยับใบหน้าเข้าทำการจูบปากของเธออีกครั้ง และหลังจากที่ทำการจูบปากเธอเสร็จ ผมก็ทำการเย็ดเธอต่ออีกครั้งในท่วงท่าอื่นต่อ....แน่นอนว่านั้นก็ทำให้ณัฐกานต์นั้นร้องครวญครางอย่างระงมขึ้นอีกครั้ง...

“อ๊าาาาาาาาาาาา อาาาาาาาาาาาา อาาาาาาาาาาาา กาย...ณัฐเสียว ณัฐเสียววว...” ณัฐกานต์ที่เอ่ยร้องครางด้วยสีหน้าที่แดงก่ำ ขณะโดนผมจับเย็ดในท่ายกล้อ...ซึ่งในท่านี้นอกจากผมจะกระทุ้งกระแทกเย็ดหีอย่างเป็นจังหวะสั้น ยาว เหมือนดั่งเมื่อครู่แล้ว ในท่านี้ผมยังได้เพิ่มการกระทำมาอีก 1 อย่าง ซึ่งนั้นก็คือ การบดคลึงคว้านท่อนควยไปมา ภายในรูหีของเธอด้วย...ใช่ จะตอกใส่หี เธอราวๆ 10-15 ที และทำการบดคลึงพักหนึ่ง และค่อยซอยควยเย็ดหีเธอต่อ...

แต่การจับณัฐกานต์เย็ดในท่ายกล้อนั้น ก็ยังไม่ถือว่าเป็นอะไรที่สุดๆหรอกนะ ถึงแม้ท่านั้นจะทำให้ณัฐกานต์ ร้องครางร้องบอกผมว่า เสียวๆ อยู่หลายรอบ แถมน้ำหีแตกรอบหนึ่งก็ตาม แต่นั้นก็สู้ และเทียบไม่ได้กับตอนที่ผมจับเธอเย็ดในท่าหมา ซึ่งเป็นท่าที่ผมกระทำเธอต่อจากท่ายกล้อนั้น....

“อูยยยยยยยย...”ณัฐกานต์ที่เอ่ยร้องครางเล็กน้อย เมื่อผมได้ถอนควยออกจากหีของเธอ ซึ่งดูสภาพหีของเธอ ก็มีลักษณะบานอ้า อย่างหุบไม่ลงเลย...ทำเอาผมแอบยิ้มสะใจนิดๆนะ ก่อนที่ผมจะทำการจับพลิกร่างของเธอให้นอนคว่ำ เพื่อเตรียมเล่นเธอในท่าหมา....
“อื้อออออออ ยะ เย็ดชั้นต่อนะ กาย เย็ดชั้นต่อนะ....” ณัฐกานต์เอ่ยบอกผมอย่างเบาๆด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่เหนื่อยล้า หลังจากโดนผมจับพลิกให้นอนคว่ำลงที่เตียงนั้น...
 
“อื้อออออออ ได้สิ...” ผมตอบรับ พร้อมกับสอดใส่ท่อนควยเข้าไปในรูหีของเธออีกครั้ง ซึ่งทางณัฐกานต์นั้นก็ถึงกับสะท้านร้องครางดังทันทีที่ โดนควยใหญ่ๆของผมมุดเข้าไปในรูหีของเธอ...

“อ๊าาาาาาาาาาาาาาาา าาาาาาาาาาาาาาาา!!..” เธอเอ่ยครางลั่นอย่างเสียงดัง ก่อนจะสะท้านและร้องครางอย่างระงมแบบต่อเนื่องทันที ที่ ถูกผมขยับซอยควยกระทุ้งใส่รูหีอย่างไม่หยุดนั้น...

“อ๊าาาาาาาาาาาาาาาา อาาาาาาาาาาาาาาาา อาาาาาาาาาาาาาาาา..” ณัฐกานต์ที่เอ่ยปากร้องครางอย่างไม่หยุดด้วยเสียงที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับร้องครางดังตามแรงกระแทกของลำควยผมก็ไม่ป่าน...ขณะที่ผมนั้นก็ทำการสูดปากและขยับกระทุ้งรูเสียวของเธออย่างไม่หยุด...

“อูยยยยยยยยย..” ผมสูดปากเบาๆ และทำการกระทุ้งรูเสียวของเธออย่างแรงขึ้น จนมีเสียงดัง ปึกกกกกกก ป้าบบบบบบ ป้าบบบบบบบบ ป้าบบบบบบบบบบ อย่างต่อเนื่องไม่หยุด..ซึ่งผมก็วางมือไม้ไว้ที่บันท้ายของเธอ พร้อมกับมองดูร่างอรชรที่สั่นครอนไปมาตามแรงกระทุ้งกระแทกนี้....

ก่อนที่เธอจะมีท่าทีสะดุ้งสะท้านมากขึ้น เมื่อผมได้ขยับลำควยเข้าไปลึก และแรงกว่าเดิม...

“อ๊าาาาาาาาาาาาาาาา าาาาาาาาาาาาาาาา!!..” เธอร้องอย่างเสียงหลง และแสดงท่าทีที่แตกต่างจากเดิม เมื่อควยของผมนั้นได้ขยับเข้าไปชนโดนอะไรสักอย่างในหีของเธอนั้น..แน่นอนว่ามันทำให้ผมต้องถามด้วยความเป็นห่วง...

“เจ็บเหรอ?...” ผมกลั้นใจร้องถามอย่างเสียงสั่น ที่เสียงสั่นนั้นเป็นเพราะความเสียวที่ได้จากการเย็ดนั้นเองครับ...ซึ่งณัฐกานต์ก็พยายามหันกลับมามองผมพร้อมกับตอบว่า..

“นะ นิดหน่อยนะ แต่เสียวมากกว่า.... ไม่ได้โดนแบบนี้นานแล้ว..” เธอตอบด้วยสีหน้าที่ดูเสียวและน้ำเสียงที่สั่นยิ่งกว่าผมซะอีก ซึ่งทำเอาผมอมยิ้มเล็กน้อย ก่อนที่ผมจะต้องทึ่งอึ้ง เมื่อเธอเอ่ยบอกกับผมต่อ...
 
“นะ นี่.....ทำอีกสิ ทำแบบเมื่อกี้นี้อีกสิ....” คำกล่าวขอของเธอนั้นก็ทำให้ผมตาโตและอมยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะจัดตามที่ขออย่างทันที ผมขยับท่อนควยเข้าอัดอย่างเต็มแรงเต็มรักจนชนอะไรบางอย่างนั้นอีกครั้ง..แน่นอนว่านั้นก็ทำให้เธอถึงกับสะท้านและร้องครางอย่างเสียงดังอีกครั้ง...

“อ๊าาาาาาาาาาาาาาาา าาาาาาาาาาาาาาาา อาาาาาาาาาาาาาาาา อย่างงั้นแหละ กาย กดกระทุ้งเข้ามาแรงๆแบบนั้นแหละ..” เธอเอ่ยร้องคราง พร้อมร้องบอกผม ทันทีที่โดนผมจัดตามให้ที่เธอขอนั้น...
“ซี๊ดดดดดดดด... ใช่แล้ว เอาให้ควยของนาย เอาให้ควยของนายชนจูบกับมดลูกของชั้นแบบนั้น ให้ชนแบบนั้นต่อไปเรื่อยๆอย่าหยุดนะ..” เธอเอ่ยต่อ ด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความเสียวมากๆ ถึงแม้ผมจะไม่ได้เห็นสีหน้าของเธออย่างเต็มๆ แต่จากที่เห็นแวบๆ รู้สึกตอนนี้เธอหน้าแดงก่ำด้วยความเสียวเอามากๆเลยละ...

ขณะที่ทางผมนั้นก็จัดตามที่เธอร้องบอกร้องขออย่างไม่หยุด กดลำควยกระทุ้งใส่รูหีของเธออย่างรุนแรงและหนักหน่วงอย่างไม่ยั้ง....ก่อนที่ผมจะทำนอกเหนือจากที่เธอบอก คือ การกดให้ปลายหัวควยของผมเข้าบดคลึงใส่ที่ควยผมพุ่งชนนั้น แน่นอนว่ามันทำให้ณัฐกานต์นั้นถึงกับสะท้าน แทบดิ้นพล่านเลย...

“อ๊าาาาาาาาาาาาาาาา าาาาาาาาาาาาาาาา!! นะ นี่นาย นี่นายกำลังเอาควยของนายจูบกับมดลูกของชั้นอยู่นะ อ๊าาาาาาาาาาาาาาาา าาาาาาาาาาาาาาาา..” เธอร้องบอก พร้อมครางลั่นด้วยความเสียว และคงเสียวหนักมากแน่ๆ ถึงได้ร้องบอกแบบนั้น และแน่นอนว่าผมก็ไม่คิดจะหยุดการกระทำนั้นแต่อย่างใด ยังคงกดบดควยใส่สิ่งนั้น ที่เธอบอกว่า เป็น ‘มดลูกของเธอ’ ต่อไปไม่หยุด...

ใช่....ทำการบดกดอย่างไม่หยุด เพราะยิ่งทำหีของณัฐนั้นก็ยิ่งตอดควยผมแรงขึ้น จนทำเอาผมเสียวไปหมด...

“อาาาาาาาาาาาาาาาา ณัฐ ไม่ไหวแล้ว ทางนี้จะไม่ไหวแล้ว...” ผมค่อยๆเอ่ยบอกกับเธอ ทันทีที่เริ่มขยับซอยควยอีกครั้ง โดยที่ความเสียวในตัวของผมนั้นก็กำลังใกล้ถึงจุดระเบิดแล้ว...ขณะที่ทางณัฐกานต์นั้นก็ร้องครางอย่างเสียงดังไม่หยุด...ก่อนที่จะกลั้นใจเอ่ยตอบผม...

“อ๊าาาาาาาาาาาาาาา!! ปล่อยมันเข้ามาเลย ปล่อยน้ำควยของนายเข้ามาในหีของชั้นได้เลย...” ณัฐกานต์ที่พยายามหันกลับมามองผม และเอ่ยตอบ ซึ่งถ้าเป็นตอนปกติละก็...ผมคงมีอึ้งและตกใจบ้างแน่ๆกับถ้อยคำนั้น แต่เพราะตอนนี้มันไม่ใช่ มันมีแต่ความเสียวและความเสียว ทันทีที่เธอเอ่ยบอกผมแบบนั้น ผมก็จัดให้เออย่างไม่เกรงใจทันที...

“งั้นทางนี้ก็จะไม่เกรงใจละนะ...” ผมตอบกลับพร้อมกับสาวควยกระทุ้งใส่รูหีของเธออย่างแรงๆราวๆ 3-4 ที ก่อนจะสบคำรามอย่างเสียงดัง ในการหวดควยใส่เป็นครั้งสุดท้ายอย่างเต็มเหนี่ยว แน่นอนว่านั้นก็ทำให้ ณัฐกานต์สะท้านและหวีดร้องครางลั่นทันทีที่โดนผมหวดควยใส่เป็นครั้งสุดท้าย...

“อ๊าาาาาาาาาาาาาาาา าาาาาาาาาาาาาาาา าาาาาาาาาาาาาาาา..” เธอร้องครางอย่างสุดเสียง ด้วยความเสียวจากการกระทุ้ง และน้ำควยที่ถูกปลดปล่อยเข้ามาอย่างมากมายภายในหีของเธอ และไม่ใช่เพียงแค่เธอเท่านั้นที่เสียวมากๆ ผมเองก็เช่นกัน ร่องหีของเธอที่ทั้งตอดทั้งรัดท่อนควยผมอย่างแนบแน่นขึ้น ไม่สิ ไม่ใช่รัดแต่เหมือนจะดูดดึงกะให้ควยผมหลุดเข้าไปในหีเลยมากกว่า...

“อูยยยยยยยยยยย..” ผมสูดปากร้องคราง พร้อมกับขยับเข้าสวมกอดและทาบทับยังแผ่นหลังขาวๆของเธอ ในไม่กี่อึดใจ หลังจากที่หวดท่อนควยใส่เป็นครั้งสุดท้ายนั้น และผมก็ไม่ได้ทำการกอดเธออย่างธรรมดา... หากแต่ทำการขยับมือไม้ทั้ง 2 เข้าลูบไล้ตามร่างกายของเธอ ก่อนที่มือทั้ง 2 ของผมจะหยุดอยู่ที่เต้านมทั้ง 2 ของเธอ หรือพูดง่ายๆ คือ บีบนมของเธอนั้นเอง...โดยที่นมของณัฐนั้นก็นุ่มนิ่มมากๆจนทำเอาผมเผลอบีบเค้นคลึงมันอย่างไปมาด้วย...

“นะ....น้ำควยเยอะจังเลยนะ เก็บกดมาจากไหนเนี่ย อ๊าาาาาาาาาาาาาาาา!!” เธอครางเบาๆพร้อมกับร้องถาม ก่อนจะร้องครางด้วยความเสียว ซึ่งก็ไม่แปลกที่เธอจะร้องคราง เพราะเธอไม่ได้โดนผมปล่อยน้ำควยเข้าใส่ หรือ โดนผมขยำขยี้เต้านมเท่านั้น หากแต่โดนผมกระทุ้งท่อนควยใส่เบาๆด้วย....

“อาาาาาาาาาาาาาาาา หะ...หยุดก่อนสิ หาย ทางนี้เสียวนะ..”เธอร้องบอก ซึ่งผมก็ไม่ได้สนใจในถ้อยคำนั้นของเธอเท่าไร
 ยังคงยังคงกอดรัด บีบเค้นคลึงที่เต้านมและกระทุ้งควยเบาๆใส่เธออย่างไม่หยุด...และไม่กี่อึดใจผมก็หยุดการกระทุ้งเบาๆนั้น เอาแต่กอดรัดและบีบคลึงนมของเธอเพียงอย่างเดียวแทน...

และตอนนั้นที่ผมก็เหมือนจะได้ยินณัฐกานต์เอ่ยเปรยๆขึ้นมาว่า....

“ชะ ชั้นฃักจะติดควยของนายแล้วสิ....” ถ้อยคำเบาๆที่ผมได้ยินไม่ค่อยชัดเท่าไร เนื่องจากความเสียวจากแรงตอดนั้น ได้แย่งประสาทการรับรู้ส่วนใหญ่ผมไปหมดแล้ว ตอนนี้รู้สึกเสียวกับเสียวเท่านั้น....

ผมนอนทาบทับแผ่นหลังของณัฐกานต์และสวมกอดบีบนมเธอเล่นอยู่แบบนั้นพักหนึ่งได้ ก่อนจะขยับถอนควยออกจากรูหีของเธอ และถอยไปนั่งพักห่างจากร่างของเธอเล็กน้อย..

ใช่...ถอนควยแล้วขยับถอยและลงนั่งอย่างหมดแรงอย่างจ้องมองรูหีของ ณัฐกานต์ ที่โดนผมเล่นจนบานอ้าหุบไม่ลง สภาพก็เหมือนดั่งที่ผมเห็นก่อนจะจับเอเล่นท่าหมานั้นแหละครับ แต่เวลานี้มีสิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามา ก็คือ น้ำควยขาวๆข้นๆของผมที่ค่อยๆไหลเยิ้มออกจากรูหีของเธอนั้นเอง...

ภาพดั่งกล่าวนั้น ก็ทำให้ผมบอกไม่ถูกว่า จะเสียใจกับสิ่งที่กระทำไปดี หรือ จะสะใจที่ตัวเองได้เล่นสาวสวยที่สุดในออฟฟิค แถมยังเป็นคนที่ไม่ชอบขี้หน้าอย่างสุดๆ จนหีบาน น้ำควยเต็มรูจนล้นเยิ้มแบบนี้ดี....และในขณะที่ผมคิดอย่างบอกไม่ถูก ถึงห้วงอารมณ์ของตัวเอง จนไม่ได้สนใจอะไร กว่าจะสนใจ หรือ รู้สึกตัว ก็ตอนที่ณัฐกานต์คลานเข้ามาดูดอมควยของผม

ใช่....คลานเข้ามาดูดควยผม ซึ่งผมนั้นก็ไม่ได้รู้สึกตัวเลยสักนิดว่า เธอได้ขยับหัน และคลานเข้ามาหาตั้งแต่เมื่อไร??

“ควยของนายนี่มันใหญ่ดีจริงๆ...ทั้งๆที่น้ำแตกไปแล้วก็ยังไม่ยอมหด แถมดูท่าจะใหญ่กว่าเดิมด้วย..”ณัฐกานต์เอ่ยเชิงบอก ซึ่งก่อนจะเอ่ยถ้อยคำนั้น เธอดูดเม้มอย่างทักทายที่หัวควยของผมเน้นๆ 1 ทีก่อนด้วย ทำเอาผมทั้งสะดุ้งและเสียวไปในคราวเดียวกัน...

และพอก้มมองดูเธอนั้น ก็เหมือนเธอเอาแต่จ้องมองควยผมเพียงอย่างเดียว..มองด้วยสายตาที่เหมือนชอบและหลุ่มหลงควยผมมากๆ.....

“เหรอ?....แล้วชอบมันมัยละ...” ผมค่อยๆถามกลับ...ถามแบบไม่ได้คิดอะไรด้วย...

“อื้ออออออ ชอบสิ ... ชั้นเป็นพวกชอบควยใหญ่ๆนะ ห้ามไปบอกใครละ...” ณัฐกานต์ตอบกลับพร้อมกับขยับเข้าเลียช่วงลำควยของผมอย่างไปมา..

“อูยยยยยยยย….งั้นควยของแฟนที่บอกเลิกไป ก็คงใหญ่น่าดูสินะ..” ผมสูดปาก และถามต่ออย่างไม่คิดอะไรเช่นเดิม...

“ใครว่าละ ของตานั้นเล็กจะตาย ทั้งเล็กสั้น แถมเย็ดก็ไม่ถึงใจด้วย...” เธอตอบคำถามผมกลับอย่างทันที พร้อมกับขยับกลับเข้าทำการดูดที่ปลายหัวควยของผมอีกครั้ง จนทำให้ผมสะท้านสูดปากคราง ด้วยความเสียวอย่างสุดๆ....

“อูยยยยยยยยยยยย...” ผมสูดปากร้องคราง ขณะที่ณัฐกานต์นั้นยังทำการดูดเฉพาะที่หัวควยของผมอย่างเน้นๆ ก่อนที่ไม่กี่อึดใจเธอค่อยขยับดูดอมทั้งควยของผมอย่างไปมา สักพักเธอก็ถอนปากออกจากควยของผมและเอ่ยบอกต่อ..

“และก็ไม่ใช่แค่ของตานั้นเท่านั้นนะ ที่เล็ก แต่ของผู้ชายคนก่อนๆที่เข้ามาจีบชั้น ตั้งแต่กลับมาจากเมืองนอก ส่วนใหญ่ควยเล็กหมดทุกคนเลย...” เธอเอ่ยบอกผม ซึ่งนั้นทำให้ผมอึ้งเล็กน้อยจนร้องถามด้วยความสงสัย...

“นี่เธอมีแฟนมากี่คนแล้วเนี่ย....”

“แค่ 4 เอง ตั้งแต่กลับมาจากเมืองนอกนะ..” เธอตอบ พร้อมใช้มือรูดชักควยของผมอย่างไปมา...แน่นอนว่าทำให้ผมอึ้งเล็กน้อย เพราะถ้าเทียบจำนวนคน กับจำนวนปีที่ยัยนี่กลับมาจากการเรียนเมืองนอก เบ็ดเสร็จยัยนี่เปลี่ยนผู้ชายทุกปีเหรอ?.

“แล้วตอนที่อยู่เมืองนอกละ?...” ผมถามต่อ และนั้นก็ทำให้ณัฐกานต์นิ่งไปแวบ....

“แค่คนเดียวนะ ที่นั้นชั้นมีแฟนแค่คนเดียว..” เธอตอบด้วยน้ำเสียง และสีหน้าที่ดูแล้วทำให้คิดว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้น

“แต่มันมีอะไรมากกว่านั้น ใช่มัย? ดูจากสีหน้าและน้ำเสียงแล้ว..” ผมถามต่อ และนั้นก็ทำให้ณัฐกานต์ขยับมาผลักผมลงนอน พร้อมกับเข้าขึ้นคร่อมร่างของผมและเอ่ยตอบ...

“เลิกพูดเรื่องน่าเบื่อนั้นเถอะ มาสนุกกันต่อเถอะ...” เธอ ตอบพร้อมกับกดหีลงใส่ควยของผม ทำเอาผมสะท้านให้กับความแน่นและการตอด ภายในหีของเธอ ซึ่งณัฐกานต์นั้นก็ร้องครางลั่น เมื่อเฮกดหีของตัวเองกลืนควยผมอย่างมิดด้าม..

“อ๊าาาาาาาาาาาาาาาา าาาาาาาาาาาาาาาา าาาาาาาาาาาาาาาา...” เธอครางลั่น ก่อนจะจ้องมองหน้าผมและเอ่ยบอก

“รู้ไว้นะ นายเป็นคนแรกตั้งแต่ชั้นกลับมาจากเมืองนอกที่ยอมให้เย็ดสด และแตกในหีแบบนี้…”เธอเอ่ยบอก และทันทีที่เอ่ยจบ เธอก็ขยับเข้าจูบปากผมอย่างทันที แบบไม่ยอมให้ผมได้พูดอะไรตอบเลย ซึ่งเธอก็ทำให้จูบปากผมแบบดูดดื่ม...ซึ่งผมก็รู้สึกได้ถึงรสน้ำรัก-น้ำควยที่อยู่ในปากของเธอ...
“อื้อออออออออ เย็ดชั้นนะกาย คืนนี้เย็ดชั้นนะ เย็ดให้หนัก เอาให้หีชั้นพังไม่ก็เอาให้ชั้นคลานเป็นหมากลับไปเลยก็ได้..” เธอถอนปากออกและเอ่ยบอกผม ก่อนจะจูบปากผมอีกรอบ ซึ่งผมก็ค่อยๆขยับมือเข้าสวมกอดร่างของเธอ...

ก่อนที่ผมและเธอต่างจะบรรเลงเพลงรักกันอย่างร้อนแรงอีกครั้ง....และคืนนั้นผมก็เล่นณัฐกานต์ ไปถึง 3 น้ำ แตกในทั้ง 3 น้ำนั้นเลย.... ส่วนผมรีดน้ำจากเธอได้กี่ครั้งนั้น ผมไม่ได้นับเหมือนกัน คิดว่ารีดไปเยอะอยู่..เพราะเธอหวีดร้องครางลั่นหลายครั้งหลายครามากๆ....

.

.

.

.

“ณัฐ....”ผมที่เอ่ยเรียกชื่อของเธอ หลังจากที่รู้สึกตัวในเช้าวันต่อมา...ซึ่งดูเหมือนเธอจะตื่นก่อนหน้าผม นานพอสมควร...

“ตื่นแล้วเหรอ?...” ณัฐกานต์ที่เอ่ยเชิงถาม ซึ่งเธอก็ยืนอยู่ตรงประตูห้องและกำลังเดินเข้ามา ในสภาพสวมใส่เสื้อเชิ้ตตัวเดียว ซึ่งถ้าเห็นไม่ผิดนั้นมันเสื้อเชิ้ตผมด้วย..ก่อนที่ผมจะเริ่มจำทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืนได้...

“ณัฐ เรื่องเมื่อคืน ผม...” ผมที่เอ่ยกล่าวต่อ ด้วยท่าทีที่จับศีรษะของตัวเองอย่างมีการเวียนหัวปวดหัวเล็กน้อย ซึ่งไม่ทันที่จะเอ่ยจบ ณัฐกานต์ก็สวนมาทันที...

“ถ้าจะขอโทษละก็ ไม่ต้องเลย...อีกอย่างนายก็ไม่ผิดด้วยนี่ ถ้าผิด มันก็ผิดด้วยกันทั้งคู่แหละ...” เธอเอ่ยสวนกลับอย่างรู้ว่าผมต้องการเอ่ยอะไร ซึ่งทำให้ผมจ้องมองเธอ และเห็นสีหน้าของเธอระเรือแดงหน่อยๆ ก่อนที่เธอจะเอ่ยกล่าวต่อ..

“และก็ไม่ต้องห่วงนะ เมื่อคืนนะยังอยู่ในช่วงปลอดภัย...” คำกล่าวถัดมา ถึงแม้เธอไม่เอ่ยให้ละเอียด ผมก็พอเข้าใจว่าเธอหมายถึงเรื่องไหน ถ้าไม่ใช่เรื่องท้องป่อง ท้องโต มันก็สุ่มเสี่ยงนะ หากเป็นระยะอันตรายของเธอ...

“อะ อืมมมมม..” ผมตอบรับสั้นๆอย่างเข้าใจ...ขณะที่เธอลงที่เตียงข้างๆกับตัวของผม...

“ยังไงต้องขอบใจนายนะ ที่เป็นเพื่อนดื่มกับชั้นนะ..ถ้าอยู่คนเดียวละก็ป่านนี้ไม่รู้จะหายเศร้ารึยังก็ไม่รู้...” ณัฐกานต์เอ่ย ซึ่งผมก็เอ่ยตอบกลับทันที...

“ เศร้าเพราะไม่ได้ทิ้งเค้าก่อนเนี่ยนะ...” ผมเอ่ยตอบอย่างเชิงแซว...

“อืออออออ....นายนะไม่เข้าใจหรอก การโดนผู้ชายแบบนั้นทิ้ง ก่อนมันเหมือนเป็นอะไรที่เสียศักดิ์ศรีมากๆเลยนะ..”ณัฐกานต์เอ่ยตอบด้วยสีหน้าที่จริงจัง ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจจริงๆนั้นแหละ ก่อนจะถามเธอ...

“แล้วเรื่องเมื่อคืน สำหรับเธอเหมือนเป็นการเสียศักดิ์ศรีด้วยรึเปล่า?..” ผมถาม ทั้งๆที่ งง อยู่ ว่านึกไงถึงเอ่ยถามออกไป...ซึ่งนั้นก็ทำให้ณัฐกานต์ชะงักเล็กน้อยและอมยิ้ม ก่อนจะเอ่ยตอบ...

“ไม่หรอก...สำหรับนายนะเป็นข้อยกเว้น ที่พิเศษนิดหน่อย...” ณัฐกานต์เอ่ยตอบอย่างยิ้มๆ ซึ่งผมคิดไปเองรึเปล่า เหมือนกับท่าทีของเธอจะมีนัยยะบางอย่างแอบแฝงอยู่ด้วย แต่ไม่ทันจะถามอะไรเธอต่อ...เธอก็เป็นฝ่ายผมขึ้นมา...

“ว่าแต่ เมื่อคืน นายคงไม่ได้แอบทำอะไรแบบนั้นใช่มัย?...” คำกล่าวเชิงถามของเธอที่ทำให้ผมสงสัยจนถามกลับ...

“แบบนั้นนะ แบบไหน...”

“ก็แบบ ถ่ายรูป ถ่ายคลิปเอาไว้ไง นายคงไม่ได้ทำแบบนั้น เพื่อจะบังคับชั้นให้มาเป็นของเล่นนายบ่อยๆหรอกนะ..” คำกล่าวตอบของเธอก็ทำให้ผมอึ้งชะงักไปเล็กน้อย พร้อมกับสงสัยว่า เธอเห็นผมเป็นคนแบบไหนกันเนี่ย....

“ไม่มี...และไม่เคยคิดจะทำแบบนั้นด้วย..” ผมเอ่ยตอบอย่างเกาหัว ซึ่งต่อให้ผมไม่ดื่มทานกับเธอจนหนัก ผมก็ไม่มีทางทำแบบที่เธอว่าแน่ๆ ซึ่งนั้นก็ทำให้เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง พร้อมกับมีท่าทีเหมือนเสียดาย ก่อนจะเอ่ยเชิงถามกับผม...

“แล้วอยากจะทำมัยละ? ถ้าอยาก ชั้นจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ยอมให้นายถ่ายภาพน่าอายของชั้น เก็บไว้ ก็ได้นะ..” เธอตอบด้วยน้ำเสียงที่ตะกุกตะกัก สีหน้าระเรือแดง แถมทำท่าหมายจะปลดเปลื้องเสื้อออกทันที หากเพียงผมตอบว่า “ต้องการ”แน่นอนว่าถ้อยคำ และท่าที ของเธอ ก็ยิ่งทำให้ผมอึ้ง มึน หนักกว่าเดิม เพราะไม่เคยได้ยิน ไม่เคยเจอ สาวที่ไหนจะ
ขะยันขะยอ ให้ฝ่ายถ่ายรูปแบล็คเมล์ตัวเองเลยนะ...

ใช่ครับ ทั้งมึนและไม่เข้าใจเธอจริงๆ แต่สุดท้ายผมก็บอกปัดเธอไป... หลังจากนั้น ผมก็พาเธอไปหาอะไรกิน ก่อนจะพาเธอยังที่ห้างที่เธอติดรถผมมา ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเธอเสียค่าจอดรถทิ้งไว้ทั้งคืนเท่าไร แต่เธอได้บอกกับผมว่า “ไม่ห่วง รวย มีเงินจ่าย..” และเมื่อส่งเธอเรียบร้อย ผมก็ตรงกลับไปที่บ้าน ไปพักผ่อน ไม่ได้ครุ่นคิดทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด...

และก็กล้าสาบานด้วยว่า ไม่ได้ คิด หรือ หวังว่า ให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ความสัมพันธ์ของผมกับณัฐเป็นอื่น...ใช่ ไม่ได้หวังและหวังว่าความสัมพันธ์ของผมกับเธอยังคงเป็นเหมือนที่ผ่านมา...แต่ก็มีตื่นเต้นเล็กน้อยในตอนวันจันทร์ที่ต้องทำงาน แต่ผมกลับต้องประหลาดใจ เมื่อวันนั้น ณัฐได้โทรมาขอหยุดงาน บอกว่าไม่สบาย...นั้นก็ทำให้ผมแอบกังวล และเป็นห่วงเธอนิดๆอยู่เหมือนกัน...

ก่อนที่เย็นวันนั้น ผมก็ได้ล่วงรู้เรื่องราวอีกอย่างของเธอ(ณัฐกานต์) เหตุผลว่า ทำไมใครๆถึงนอบน้อมเธอกันนัก....ใช่ ในเย็นวันนั้น ขณะที่ผมกำลังจะเปิดรถเพื่อขึ้นขับเพื่อกลับบ้าน อยู่ๆก็มีชายฉกรรจ์ 2 คนได้เดินเข้ามาประกบแล้วเอาของแข็งที่น่าจะเป็นปืนเข้ามาจ่อที่หลังของผม และได้ขอให้ผมตามพวกเขาไป...

สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ทีแรกก็นึกว่าเป็นพวกโจร ยังคิดอยู่เลยว่า โจรสมัยนี้มันกล้าขนาดบุกมาปล้น ที่จอดรถสำนักงานแล้วเรอะ? พอพวกนั้นบอกให้ตามเค้าไป ผมก็ยิ่ง งง หนักกว่าเดิม....และแน่นอนว่า ผมก็ทำการล็อครถและตามพวกเขาไป ก่อนจะถูกนำตัวขึ้นบนรถตู้และถูกเอาถุงกระสอบครอบที่หัวอีกต่างหาก อ้อ มีการจับผมใส่กุญแจมืออีก...

และระหว่างทางที่ถูกพาตัวไปนั้น ผมก็ครุ่นคิดตลอดทางว่า เคยไปทำอะไรใครเค้าไว้บ้างนะ ซึ่งก็นึกไม่ออก เพราะปกติผมก็ไม่ใช่มีนิสัยนักเลง ที่แกว่งเท้าหาเสี้ยนอยู่แล้ว ถ้าจะมีก็ มีแต่เรื่องที่เหมือนไปแอบตีท้ายครัวชาวบ้าน อย่าง การที่คบหากับตาลที่ เธอนั้นได้มีแฟนหนุ่มอยู่แล้วนั้นเอง...เพราะจากที่เคยได้ยินที่ คุณแว่น เพื่อนของตาลบอก หมอนั้นเป็นลูกผู้มีอิทธิพล...ฉะนั้น ความน่าจะเป็นที่สุดจึงน่าจะเป็นเรื่องนี้แหละ....

และนานพอควร ก่อนที่รถตู้ดั่งกล่าวจะจอดและผมก็ถูกพาตัวลงมาจากรถตู้ และโดนบังคับให้นั่ง ก่อนที่จะมีชายคนหนึ่งดึงกระสอบที่ครอบหัวผมไว้นั้นออก....และสิ่งแรกที่ผมเห็นคือ สถานที่ๆถูกนำตัวมานั้นเหมือนเป็นโกดังร้างแห่งหนึ่ง แถมที่นั้นก็มีชายฉกรรจ์กำยำ 5-6 คนยืนเรียงแถวอยู่ด้านหน้าด้วย...

“ไม่ต้องกลัวนะพี่ชาย พวกเราพี่ชายมาเพื่อจะสักถามอะไรหน่อย ขอความกรุณาพี่ชายช่วยตอบพวกเราดีๆด้วยนะ..”ชายฉกรรจ์ หน้าเหี้ยมคนหนึ่งที่เอ่ยกล่าวกับผม ซึ่งมันก็กรุณาให้เกียรติเรียกผมว่า “พี่” ทั้งๆที่พวกที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้ อายุน่าจะมากกว่าผมทุกคนเลย ราวๆ 38-40 กว่าๆ...

“ครับ..” ผมตอบรับอย่างสั้นๆ อย่างไม่มีทางเลือก

“เมื่อคืนวันศุกร์ พี่ชายอยู่กับคุณหนูของพวกเรามัย?..” ชายฉกรรจ์คนเดิม ถาม และนั้นทำให้ผมมีสีหน้าท่าทีสงสัย...
 
“เอะ เอ๋...คุณหนูเหรอ?..” ผมเอ่ยนทวน อย่าง งง กับคำถามนั้น เพราะผมดันฟันธงว่า พวกนี้น่าเป็นพวกของแฟนเก่าของตาลนั้นเอง พอได้ยินสิ่งที่ถามถึงกับ งง ส่วนทางชายหน้าเหี้ยมนั้น พอเห็นผมมีท่าที งงๆ จึงหยิบบางอย่างออกมา...

“งั้นขอถามใหม่...พี่ชายอยู่กับผู้หญิงในภาพนี้รึเปล่า? เธอคนนี้เป็นคุณหนูของพวกเรา..” ชายคนเดิมเอ่ยถามอย่างเปลี่ยนคำถามเล็กน้อยพร้อมกับให้ผมดูรูปที่เขาได้หยิบออกมา และผู้หญิงในรูปนั้นก็คือ ณัฐกานต์...

“ว่าไงละ...” ชายฉกรรจ์หน้าเหี้ยมคนเดิมถามย้ำ ขณะที่ผมตกใจ เมื่อเห็นภาพ....ก่อนที่จะตอบรับ..

“เออ ครับ..”

“แล้วทำอะไรกับคุณหนูของเรารึเปล่า?..”

“เออ เปล่าครับ ก็แค่นั่งดื่มทานเป็นเพื่อนเธอยันเช้าเท่านั้น..”ผมเอ่ยตอบกลับทันที อย่างไม่กล้าเอ่ยความจริงออกไป เพราะคิดว่า ถ้าเอ่ยออกไปมีหวังโดน 11 มม. ที่ชายคนนั้นถือที่มือขวาตลอดเวลานั้น เป่าที่ขมับแหงๆ...

“แน่ใจนะ...ว่าแค่นั้นจริงๆนะ เพราะถ้าพี่ชายโกหก แล้วพวกผมจับได้ละก็ พี่ชายได้ไปนอนเล่นอยู่ก้นทะเลในอ่าวไทยนะ..”คำกล่าวถัดมา ก็ทำให้ผมอึ้งและกลัวสุดๆ ในหัวของผมตอนนี้ มึนตึบไปหมด ทีแรกนึกว่า เป็นพวกของแฟนของตาล แต่ไม่ใช่ ดันเป็น พวกของ ณัฐกานต์เหรอ?...เธอเป็น ลูกสาว ผู้มีอิทธิพลเหมือนกันเหรอ?...

และขณะที่ผมมึน งง อย่างไม่ทันจะเอ่ยอะไรต่อนั้น....อยู่ๆก็เหมือนได้ยินเสียงรถที่แล่นมาอย่างเร็ว ก่อนจะเบรกอย่างแรงดัง เอี๊ยดดดดดด และไม่กี่อึดใจ หลังจากเสียงนั้นเงียบหาย ก็มีใครบางคน เข้ามายังสถานที่ที่เหมือนโกดังร้างแห่งนี้...

“ชั้นบอกไปแล้วว่า ไม่มีอะไร ไม่ได้โดนทำอะไร ทำไมไม่เชื่อกันบ้าง ถึงกับเอาเพื่อนของชั้นมาสอบปากคำแบบนี้นะ..มันจะมากไปแล้วนะ..นายเจ๋ง...” หญิงสาวที่เดินเข้ามาเอ่ยต่อว่า ชายฉกรรจ์หน้าเหี้ยม คนที่ถามผม ซึ่งเธอคนนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่น ณัฐกานต์นั้นเอง...

“เออ....แต่ที่ผมทำไปเพราะเป็นห่วงคุณหนูนะครับ..”

“เข้าใจว่าทำเพราะเป็นห่วงชั้น แต่ชั้นเคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอ? ว่า ถ้าชั้นไม่สั่งก็ไม่ต้องเข้ามายุ่งกับเรื่องส่วนตัวชั้นนะ..”

“แต่พวกผมกลัวว่า มันอาจจะมีเหตุการณ์เหมือนตอนคุณหนูอยู่เมืองนอกก็ได้นะครับ..”

“ตอนนั้นกับตอนนี้มันต่างกัน…ชั้นไม่ได้ไร้เดียงสาเหมือนตอนนั้นแล้ว อีกอย่าง ถ้าอยู่ในประเทศนี้ ส่วนใหญ่แค่เห็นนามสกุลชั้นเค้าก็หัวหดกันหมดแล้ว...อีกอย่างชั้นได้ยินมาว่า นายส่งคนไปจัดการกับ เค้า...จะ..เจ้าคนที่เคยเป็นแฟนชั้นนี่จริงเปล่า?..” ณัฐกานต์กับชายฉกรรจ์หน้าเหี้ยมที่เอ่ยโต้ตอบอย่างไปมา ซึ่งท่าทางของชายฉกรรจ์คนนั้นก็แสดงท่าทีน้อบน้อมต่อเธอพอควร...

“เออ...ครับ คุณหนู ดูจากเวลาแล้ว ป่านนี้ หมอนั้น คงนอนอยู่ก้นอ่าวไทยเรียบร้อยแล้วครับ...” คำกล่าวตอบของชายคนนั้น ก็ทำให้ณัฐกานต์มีท่าทีกุมขมับ...ขณะที่ผมที่ได้ยินก็อึ้งอย่างเสียววาบ....ก่อนที่เธอจะหันขวับมาทางผมและส่งเสียงเชิงสั่ง..

“พวกนาย...ยังไม่ปล่อยเค้าอีกเหรอ..” ณัฐกานต์หันมาทางผม และเอ่ย เมื่อเห็นว่า ผมยังคงถูกมัดอยู่เหมือนเดิม...และทันทีที่เธอเอ่ย ก็มีชายฉกรรจ์ 2 คนก็ขานรับ และเดินเข้ามาปล่อยตัวผมอย่างทันที...

“จากนี้ไป พวกนายห้ามแตะคนๆนี้อีกเข้าใจมัย? ไม่สิ ไม่ต้องมายุ่งเรื่องของชั้น... ถ้าชั้นไม่ได้สั่งอะไรเข้าใจมัย?...” ณัฐกานต์หันไปเอ่ยสั่งเหล่าชายฉกรรจ์ กลุ่มนั้น...ซึ่งพี่หน้าเหี้ยมหน้าโหด ที่รู้สึกว่า ชื่อ ‘นายเจ๋ง’ จะพยักหน้า หลังจากที่ณัฐเอ่ยสั่งเสร็จ เธอก็เข้ามาจับมือ จูงผมออกไปจากสถานที่แห่งนี้...
 
“ว่าแต่นายยังไม่ถูก พวกนี้ทำทารุณอะไรใช่มัย?...” ณัฐกานต์ร้องถาม หลังจากที่พาผมออกมาจากสถานที่เหมือนโกดัง มายังที่รถของเธอ ซึ่งจอดอยู่ด้านนอกไม่ห่างจากตัวโกดังซะเท่าไร...

“อะ อืมมม....ยัง....เออ คนพวกนั้น ลูกน้องเธอเหรอ?..” ผมตอบ พร้อม ถามเธอกลับ..ซึ่งเธอก็หันมามองผมและเอ่ยตอบ

“ถ้าพูดให้ถูกลูกน้องพ่อชั้นนะ..” เธอตอบพร้อมกับกดรีโมทเปิดรถและเข้าไปในรถ...ซึ่งผมก็เปิดประตู และตามเธอเข้าไปนั่ง ที่นั่งข้างคนขับ...

“พ่อของเธอเหรอ? เออ...ณัฐ เป็นลูกสาว พวกเจ้าพ่อเหรอ?...” ผมที่เอ่ยถามต่อ ด้วยความสงสัย และนั้นก็ทำให้ณัฐกานต์หันควับด้วยสีหน้าที่ดูตกใจสุดๆ ก่อนจะเอ่ยถามผม...

“อย่าบอกนะ ว่านายไม่รู้จักชื่อเสียงของ “XXXXX” นะ..” เธอเอ่ยตอบด้วยชื่อสกุลตัวเอง ด้วยท่าทีเหมือนอึ้งๆกับคำถามนี้ ซึ่งผมก็ทำให้เธออึ้งมากขึ้น เมื่อผมทำการตอบด้วยการส่ายหัว...

“แล้ว....ชื่อ พ่อเลี้ยงชาติ ละ? เคยได้ยินรึเปล่า?...” ณัฐกานต์ที่เอ่ยถามต่อ...ซึ่งครั้งนี้ผมก็พยักหน้าตอบเธอ เพราะเคยได้ยินชื่อนี้ เป็น ผู้มีอิทธิพลคนดังทางแถบ จังหวัดนนทบุรี...และพอผมหยักหน้าเธอก็เอ่ยต่อ...

“นั้นพ่อชั้นเอง...” และนั้นก็ทำให้ผมอ้าปากหวอ...และตอนนี้แหละที่ทำให้ผม พอเข้าใจแล้วว่า ทำไม ที่ทำงานถึงนอบน้อมเธอกันนัก...

“ที่แท้...ที่นายทำตัวไม่เหมือนคนอื่น เพราะไม่รู้จัก ตระกูลชั้นนี่เอง...เป็นครั้งแรกเลยนะ ที่เจอคนในนี้ แถมเป็นคนกรุงแต่กำเนิดแล้ว...ไม่รู้จักชื่อเสียงตระกูลชั้นเนี่ย..” ณัฐกานต์เอ่ยต่ออย่างถอนหายใจ...ก่อนจะสตาร์ทรถขับออกไป...

“เออ...คุณณัฐครับ ผมมีเรื่องถามคุณสักหน่อย..” ผมที่เอ่ยถามเธอขึ้น หลังจากที่เธอขับรถออกไปได้เล็กน้อย..แน่นอนว่าการพูดการจาของผมก็ถูกเธอแซวทันที...

“พอรู้ว่า ชั้นเป็นใคร คำพูดคำจาเปลี่ยนทันทีเลยนะ....ไม่ต้องทำมาดัดจริต เรียก คุณกับชั้นเลย สำหรับนายมันไม่ชินหู...”

“เหอๆๆ...แล้ววันนี้เป็นอะไรละ ถึงได้ไม่มาทำงาน..” ผมที่เอ่ยถาม อย่างยิ้มแห้งๆ ซึ่งนั้นก็ทำให้เธอที่กำลังขับรถนั้น ตีหน้ายุ่งอย่างแก้มระเรือนิดๆ....

“เป็นไข้นิดหน่อยนะ ผลมาจาก โดนใครไม่รู้เอา ของใหญ่ๆ มากระทุ้งใส่ เมื่อคืนวันศุกร์นะ..” คำกล่าวตอบของเธอที่เอ่ยอย่างหน้าระเรือนั้นก็ทำเอาผม พูดไม่ออกเลย เพราะใครที่ว่านั้นก็คือผมเอง...ก่อนที่ผมจะถามเธอต่อ..

“แล้วที่ลูกน้องพ่อเธอพูดเมื่อกี้นี้ นี่จริงเปล่า?...”

“เรื่องไหนละ?..” เธอตอบเชิงถาม...

“เรื่องที่เค้าจัดการกับ คนที่เคยเป็นแฟนเธอนั้นไง..” ผมตอบอย่างขยายความในคำถามเมื่อกี้ของผม ซึ่งนั้นก็ทำให้เธอทำการจอดรถ เนื่องจากเป็นจังหวะไฟแดงพอดีด้วย และหันมามองหน้าผมและเอ่ยตอบ...

“ก็คงจริงมัง...เพราะนายเจ๋ง ลูกน้องพ่อชั้นคนนี้ เป็นคนพูดจริง ทำจริงนะ....อีกอย่างไม่ใช่ครั้งแรกที่เค้ากำจัดพวกที่ทำให้ชั้นร้องไห้ แต่ทำมาหลายครั้งแล้ว เพียงแต่จะรุนแรงในระดับไหนก็เท่านั้นเอง...มีอยู่ครั้งหนึ่งเล่นก่อเรื่องจนถูกสั่งห้ามเข้าที่อังกฤษเลยด้วย...” คำกล่าวตอบของเธอก็เล่นเอาผมกลัว ในตัวของผู้ชายที่เป็นลูกน้องของพ่อเธอคนนี้จริงๆ ถึงกับก่อเรื่องจนอังกฤษสั่งห้ามเข้านี่ ก่อเรื่องขนาดไหนเนี่ย....ระดับน้องๆก่อการร้ายรึเปล่า?..

“แล้วไม่นึกห้ามเค้ามังเหรอ?...” ผมเอ่ยถามต่อ เพราะคนที่ถูกกระทำครั้งนี้ ครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นแฟนเธอเลยนะ...

“ถึงอยาก ก็คงไม่ทันแล้วละ ลองนายเจ๋งบอกว่า ลงไปนอนเล่นก้นอ่าว ป่านนี้ก็คงไปนอนเล่นจริงๆแล้ว และอีกอย่าง ชั้นเอง ก็นึกอยากจะสั่งเก็บเค้าเหมือนกัน เจ้าผู้ชายที่บังเอิญกล้ามาบอกเลิกคนอย่างชั้นก่อนแบบนี้นะ..” คำตอบของเธอที่ทำให้ผมแทบผวาจนอยากแต๋วแตกเลยละ...

“เออ....ถามอีกอย่าง ก่อนหน้านี้เคยคิดจะเก็บผมมังมัย?...” ผมกลั้นใจเอ่ยถาม เพราะ ก่อนหน้าที่จะมีเรื่องราวนั้น ความสัมพันธ์ของผมกับเธอเหมือนเป็นคู่กัดมีหลายคราที่โต้เถียงกันอย่างรุนแรง...

“นายนะเหรอ?...” ณัฐกานต์ที่เอ่ยทวนอย่างชำเลืองมองผมอย่างยิ้มๆ ก่อนที่เธอจะกล่าวต่อ...

“ไม่เคยนะ... แต่นายนะ โดนนายเจ๋ง เพ่งเล็ง กาหัวอยู่นะ เพราะชั้นไปบ่นเรื่องของนายให้หมอนั้นได้ยินอยู่หลายครั้ง จนหมอนั้นถามชั้นอยู่หลายครา ว่า จะให้ลงมือเก็บนายรึเปล่า?...ซึ่งถ้าชั้นตอบไป ว่า อยาก ป่านนี้ นายคงอาจจะถูกจับนั่งยาง ไม่ก็โดนถ่วงไปนอนก้นอ่าวไทยเล่นแล้วละ...” ณัฐกานต์ที่เอ่ยตอบ ซึ่งคำตอบของเธอก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นเลย ก่อนที่เธอจะเอ่ยเชิงถามผม...

“แล้วนายอยากรู้มัยว่า ทำไมชั้นถึงไม่สั่งเก็บนายนะ..” เธอเอ่ยถาม พร้อมกับเว้นช่วงไปเล็กน้อยและทำการเอ่ยต่อ..

“เพราะว่านายมันน่าสนใจยังไงละ นานแล้วที่ไม่มีใครทำกับชั้น เหมือนเป็นคนปกติทั่วไป..ส่วนใหญ่พอเห็นสกุลชั้นก็มักจะทำตัวน้อบน้อมสุภาพจ้า จนมันอึดอัด ชั้นทำผิดก็ไม่มีใครกล้าค้าน มีแต่เออ ออ ตามน้ำกันทั้งนั้น มีแต่นายเนี่ยแหละที่กล้าขัดแบบไม่เกรงใจ แถมฝีมือการทำงานก็ดี จนไม่อยากเชื่อว่าจบจากสถาบันแบบนั้นมา...แต่มาถึงตอนนี้ ความสนใจนั้นก็ชักลดลงแล้วสิ พอรู้ว่าที่นายกล้าต่อปากกับชั้น เพราะไม่รู้ว่าชั้นเป็นใคร...” ณัฐกานต์เอ่ย ซึ่งช่วงท้ายเธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดูผิดหวัง...

“ขอโทษด้วยก็แล้วกันที่ทำให้เธอเข้าใจผิด...” ผมเอ่ยตอบอย่างนึกเห็นใจเธอ ที่เธอหลงคิดว่า ผมเป็นคนกล้าหาญ ทั้งๆที่จริงแล้วไม่ใช่เลย ถ้าผมรู้ว่าเธอเป็นลูกใคร ผมก็คงทำเหมือนกับทุกคนแหละ เพราะผมมันคนธรรมดา...และเพื่อนๆก็รู้ว่า สยามเมืองยิ้มเรา เป็นยังไงใช่มัยละครับ...ถ้าคนธรรมดา มีเรื่องกับ คนที่มีอิทธิพลนะ...

“แต่ชั้นหวังว่า หลังจากที่นายรู้ว่าชั้นเป็นใคร นายจะยังทำตัวเป็นปกติเหมือนที่ผ่านมาอยู่นะ..”

“ถ้าเธอรับปากว่า ถ้าทำแล้วจะไม่ถูก จับถ่วงน้ำ ละก็...จะทำตัวเหมือนที่ผ่านมาได้อยู่หรอก...” ผมตอบ ซึ่งนั้นก็ทำให้ณัฐกานต์หัวเราะ....

“หึๆๆ นายนี่ขี้กลัวกว่าที่คิดนะเนี่ย...ถ้าเรื่องนั้นชั้นรับปาก....” เธอเอ่ยด้วยรอยยิ้ม และสิ่งสุดท้ายที่เธอเอ่ยกับผม เมื่อได้ขับรถมาส่งผมยังตึกที่ทำงาน เพื่อให้ผมไปเอารถที่จอดทิ้งไว้...ซึ่งกว่าไปถึงก็หัวค่ำนิดๆแล้ว...

“นี่....นายคงไม่ว่าอะไรใช่มัย ถ้าหลังจากนี้ อาจจะมีบางครั้งที่ ชั้นจะชวนนายเป็นเพื่อนไปไหนต่อไหนบ้างนะ..”

“อืมมมม ถ้าไปแล้ว ไม่โดนจับตัวมาสอบปากคำแบบนี้อีก ก็จะไปเป็นเพื่อนได้ทุกเมื่อนะ..” ผมตอบ คำกล่าวเชิงขอของเธออย่างไม่คิดอะไร โดยที่ผมนั้นก็ไม่รู้ตัวเลยว่า ความสัมพันธ์ของผมกับเพื่อนสาวคนสวยทำงาน รายนี้ ได้เริ่มมีการแปลงเปลี่ยนไปอย่างเล็กน้อยแล้ว....ใช่ นาทีนั้น ผมไม่รู้จริงๆ กว่าจะรู้ก็หลังจากนั้น อีกพักใหญ่เลยละ...

To..be....ภาค 5 สิ่งที่ซ่อนอยู่ใน web

ผู้แต่ง


ช่วงตอบคำถาม ...

ถาม :มีในธัญวลัยไว้ ??

ตอบ : ทำยูเซอร์ไว้ แต่ไม่ได้ลงเรื่องนี้ ลงแต่ น้องเมย์ เวอร์ชั่น ภาษา สวย แต่ยังไม่ได้แต่งต่อเลย  ถ้า เจอเรื่องนี้ คนลงคือ คนที่ก็อปปี้จากผมไป

******************************

ถาม : คุณแว่นมีชื่อจริงมัย?...

ตอบ : ชื่อแว่นนั้นแหละ แต่คิดไว่าคงไม่ใช่ชื่อจริง เป็นชื่อเรียกต่อๆกันมา แต่ถ้าเอาคำตอบตามความจริง แล้ว ผมไปเชิญ คุณ areja มาเล่นเรื่องนี้ อย่างที่เห็นบทคุณแว่น เหมือนสาวตัวแถมที่มีนิสัยประหลาดๆ เป็นนักเขียน ที่มองทุกอย่างเป็นข้อมูล

*****************************

ถาม : มีรูปอิมเมจสาวๆมัย?

ตอบ : ไม่มีครับ ส่วนใหญ่ ผมแต่งไม่มี บางเรื่องใช้รูปตัวการ์ตูนสวยๆแท้ ไม่อยากใช้รูปคนจริง เพราะกลัว
(แค่ผลิตสื่อลามกนี่ ก็ก้าวขาเข้าคุกไปก้าวแหละ555+) ฉะนั้นอยากจิ้นเป้นใคตรเชิญตามสบาย..
 
*******************************************************************

ถาม : คุณแว่น รู้เรื่อง ตาลในเวปได้ไง

ตอบ : อืมมมม..จริงๆมันมีเฉลย ในไม่กี่ตอนข้างหน้านี่แหละ...

*****************************

ถาม : ในเวปนั้นมีอะไรมัง...

ตอบ : มีความลับที่น่าปวดตับไม่แพงที่อยู่ใน Folder พี่ปราง ครับ (บอกได้แค่นี้ ที่เหลือรออ่านตอนหน้าเอา่..)

*******************************************************

ถาม : เรื่องนี้จบดีมัย?...

ตอบ : จบดีครับ....

มีตกหล่น....อะไรไปมัยนะ...


*

ออฟไลน์ dawdom

  • Banned!

  • Gold Member
  • *****
  • 1053
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ผมกลายเป็นคน เอาเพื่อนเอาฝูง ภาค 4
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2021, 11:41:55 am »
ดีครับ ชอบแนวแบบนี้อ่านสนุกไม่เครียดดีครับ

*

ออฟไลน์ kaku1234

  • Senior Member
  • ****
  • 695
  • 284
    • ดูรายละเอียด
Re: ผมกลายเป็นคน เอาเพื่อนเอาฝูง ภาค 4
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2021, 12:54:03 pm »
555ล่อลูกเจ้าพ่อเลยหวะ เจ๋งๆพี่กาย

*

ออฟไลน์ ponggunyuki2527

  • Gold Member
  • *****
  • 1481
  • 499
    • ดูรายละเอียด
Re: ผมกลายเป็นคน เอาเพื่อนเอาฝูง ภาค 4
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2021, 02:35:33 pm »
ชอบการซ่อน Easter egg สำคัญในจังหวะที่ดูเหมือนไม่มีอะไรได้แนบเนียนมากๆ

*

ออฟไลน์ Melon

  • Full Member
  • **
  • 134
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ผมกลายเป็นคน เอาเพื่อนเอาฝูง ภาค 4
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2021, 02:43:16 pm »
สมัครเป็นเอฟซีรอติดตามเรื่องนี้เลยคร้าบ

*

ออฟไลน์ elelle

  • Senior Member
  • ****
  • 626
  • 81
    • ดูรายละเอียด
Re: ผมกลายเป็นคน เอาเพื่อนเอาฝูง ภาค 4
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2021, 03:01:59 pm »
เอาเรื่องนี้ลงอีบุ๊คเถอะชอบสุดละ

*

ออฟไลน์ alpha7

  • Full Member
  • **
  • 104
  • 58
    • ดูรายละเอียด
Re: ผมกลายเป็นคน เอาเพื่อนเอาฝูง ภาค 4
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2021, 03:20:00 pm »
อ่านได้เพลินๆ ดี

*

ออฟไลน์ akennya

  • Gold Member
  • *****
  • 1124
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ผมกลายเป็นคน เอาเพื่อนเอาฝูง ภาค 4
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2021, 03:21:15 pm »
ทำให้คิดว่าภาคนี้น่าจะมีดารารับเชิญเหมือนภาคที่แล้วเลย

*

ออฟไลน์ 13igboss

  • Senior Member
  • ****
  • 649
  • 51
    • ดูรายละเอียด
Re: ผมกลายเป็นคน เอาเพื่อนเอาฝูง ภาค 4
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2021, 03:33:39 pm »
ชอบอ่านเรื่องแนวนี้สนุกดี รอติดตามผลงานนะคับ  ::YehYeh:: ::Glad:: ::Dribbling::

*

ออฟไลน์ drblackjack

  • Junior Member
  • ***
  • 446
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ผมกลายเป็นคน เอาเพื่อนเอาฝูง ภาค 4
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2021, 03:47:52 pm »
สนุกมากครับ
ทำให้ได้เรียนรู้ว่าควรขอเลี้ยงข้าวสาวๆตั้งแต่แพ้เรื่องงานครั้งแรกละ
สาวๆที่มีปมเบื้องหลังนี่ยิ่งทำให้น่าค้นหามากขึ้นด้วย

*

ออฟไลน์ ziggy2

  • Veteran Member
  • ******
  • 1539
  • 251
    • ดูรายละเอียด
Re: ผมกลายเป็นคน เอาเพื่อนเอาฝูง ภาค 4
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2021, 03:52:32 pm »
จบดี  อย่าเปลี่ยนนาครับ สาวๆแต่ล่ะคนนี้สุดๆทั้งนั้นเลย

*

ออฟไลน์ schareon

  • Senior Member
  • ****
  • 919
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ผมกลายเป็นคน เอาเพื่อนเอาฝูง ภาค 4
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2021, 05:54:14 pm »
ไม่ได้เขม่นครับ แต่ออกแนวอิจฉามากกว่า

*

ออฟไลน์ saranchai

  • Senior Member
  • ****
  • 696
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ผมกลายเป็นคน เอาเพื่อนเอาฝูง ภาค 4
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2021, 07:49:38 pm »
ชอบเรื่องนี้นะ ไม่หนักหรือปวดตับเกินไป หวังว่าจะได้ณัฐมาเคลัยร์ปัญหาให้กายเพราะมีอิทธิพลให้ตาลด้วยจะดีมาก

*

ออนไลน์ thongdaeng_skk

  • Gold Member
  • *****
  • 1289
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ผมกลายเป็นคน เอาเพื่อนเอาฝูง ภาค 4
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2021, 08:31:35 pm »
เดินเรื่องได้ดี สนุกมากเป็นธรรมชาติดีครับ

*

ออฟไลน์ kenwin

  • Gold Member
  • *****
  • 1403
  • 575
    • ดูรายละเอียด
Re: ผมกลายเป็นคน เอาเพื่อนเอาฝูง ภาค 4
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2021, 09:16:42 pm »
พอได้เริ่มนับหนึ่ง ก็เริ่มมีมาเรื่อยๆเลยนะ

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ