สางแค้นภาค 2(7/ละครบทสำคัญ)

สางแค้นภาค 2(7/ละครบทสำคัญ)

  • 97 ตอบ
  • 1491 อ่าน
*

ออฟไลน์ twintower

  • Full Member
  • **
  • 227
  • 2741
    • ดูรายละเอียด
สางแค้นภาค 2(7/ละครบทสำคัญ)
« เมื่อ: กันยายน 09, 2021, 11:25:54 pm »
สางแค้นตอนนี้ไม่มีบนเสียวนะครับ
twintower

--------------------------------------------------------------------------------------------------------
นุ่มนิ่มนั้นเรียนในโรงเรียนหญิงล้วนมาตั้งแต่เรียมัธยม ด้วยความเป็นคนที่หน้าตาสวยทำให้มีพวกทอมมาตามจีบเธอมาก แต่เธอไม่สนใจ เธอตั้งแง่รังเกียจพวกทอมอย่างมากจนเธอเรียนชั้น ม.5 เธอนั้นมีแฟนคนแรกคือ อาจารย์สาวที่สอนวิชาศิลปะที่เป็นคนทำให้เธอสนใจในความรักแบบผู้หญิงแท้ๆ ไม่ใช่แบบทอมดี้ อาจารย์คนนั้นสอนทั้งความรักและความสวาทให้กับเธอ ทั้งคู่แอบคบหากันอย่างลับๆจนนุ่มนิ่มเรียนจบ กำนันน้อมได้ส่งเธอไปเรียนที่อังกฤษทันทีทำให้ความรักของของคู่ต้องจบลง ถึงนุ่นนิ่มจะเสียใจมากกับรักแรกของเธอที่ต้องแยกจากกันเหลือแต่ความรู้สึกดีๆที่มีให้กัน แต่ที่อังกฤษเธอได้ค้นพบอะไรหลายอย่าง จากที่ต้องจากบ้านมาไกลทำให้เธอมีอิสระขึ้นและสิ่งที่ถ่ายทอดจากกำนันมาสู่เธอโดยตรงคือนิสัยที่เจ้าชู้ นุ่มนิ่มคบหาได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เธอมีแฟนหลายคนทั้งคนไทยและต่างชาติ  ทำให้เธอรับรู้ถึงรสสวาทของทั้งชายและหญิง รวมถึงลองของแปลกๆใหม่ๆอย่างยาเสพติดพวกยาอี จนถึงช่วงที่เรียนปริญญาโทใบแรกมีเรื่องที่ไปจุดประกายในชีวิตเซ็กส์ของเธอ

วันนั้นเธอไปร่วมปาร์ตี้ยาอีกับแฟนหนุ่มของเธอที่เป็นคนอังกฤษ ในงานเธอเสพยาจนไม่ได้สติ จนเธอไม่รู้ว่าเธอเมีเซ็กส์กับใครบ้างในงานทั้งผู้หญิงทั้งผู้ชายภายใต้สติที่เลอะเลือนจะว่าเธอถูกข่มขืนก็ไม่ใช่เพราะเธอเต็มใจ  และเธอเองก็ช่วยกันรุมผู้หญิงอีกคนหนึ่ง  ตัวเธอเองก็ถูกรุมทั้งข้างหน้าข้างหลังจากผู้ชายพร้อมๆกัน ทั้งๆที่เธอปวดร้าวไปหมดทั้งตัวแต่เธอกลับค้นพบว่ามันสร้างความสุขให้กับเธออย่างมาก ทำให้เธอกล้าบอกว่าเธอเองเป็นพวกที่มีความหลากหลายทางเพศ ( LGBTI) นอนได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย รวมถึงเรื่องเซ็กส์หมู่ที่ทำให้เธอนั้นมีความสุขทางเพศอย่างมากหลังจากวันนั้นเธอได้เข้าร่วมสวิงกี้ปาร์ตี้นี้อีกหลายครั้ง เธอได้ลองรักทุกรูปแบบแม้กระทั่งกับพวกที่เกย์คิงส์เธอก็ลองมาแล้วทำให้เธอมีความชำนาญในบทสวาทอย่างมาก แต่ส่วนลึกในจิตของนุ่มนิ่มนั้นถวิลหารสรักจากเพศเดียวกันมากกว่า และเธอนั้นชื่นชอบ มาดอนน่านักร้องชื่อดัง เพราะมีหลายๆอย่างที่เหมือนเธอในเรื่องการหาความสุขทางเพศ เธอจึงใช้ชื่อนี้ในการติดต่อค้ายากับพวกคาเทลในเม็กซิโก

และพอมาอยู่เมืองไทยการได้ลิซ่าที่เป็นทั้งรุ่นน้องและอดีตเลขาเก่าของพี่ชายมาร่วมงานด้วย ไม่นานนักนุ่มนิ่มก็ได้ลิซ่ามาร่วมเตียงเพราะรสนิยมทางเพศนั้นใกล้เคียงกัน ทั้งคู่ต่างดูกันออกตั้งแต่สมัยที่ลิซ่าเป็นเลขาให้กับพี่ชายของนุ่มนิ่ม ว่ามีรสนิยมคล้ายๆกันทั้งเรื่องชอบเล่นดนตรีไทยและเซ็กส์หมู่ที่ลิซ่าเองก็เคยมีประสบการณ์ในเรื่องนี้มาตั้งเรียนมัธยมที่เธอเล่นเซ็กส์กับเพื่อนสาว 3คนพร้อมกัน ยิ่งพอมาเรียนมหาวิทยาลัยลิซ่ายังใช้ชีวิตเซ็กส์แบบคุ้มค่าทั้งผู้ชาย,ผู้หญิงหรือแบบสวิงเธอผ่านมาแล้ว พอได้มาทำงานด้วยกันจากที่คุ้นเคยกันมาตั้งแต่สมัยเรียนทำให้ทุกอย่างมันง่ายขึ้น ถึงลิซ่าจะรู้ว่างานที่ทำให้นั้นมันเป็นงานที่สกปรก แต่ด้วยรายได้ที่งดงามประกอบกับที่ได้คู่ขาที่รู้ใจทำให้เธอยินยอมที่จะร่วมงานกับนุ่มนิ่ม  ส่วนมุกดานั้นตอนแรกทั้งนุ่มนิ่มกับลิซ่าต่างปกปิดเรื่องนี้ไม่ให้มุกดารู้ เพราะพอจะดูออกว่ามุกดานั้นไม่เหมือนพวกเธอ แต่ด้วยความที่ทำงานอย่างใกล้ชิดและนิสัยที่เจ้าชู้ของนุ่มนิ่ม เธอจึงอดใจไม่ได้ที่อยากจะได้บอดี้การ์ดสาวมาเชยชม

และเธอก็สมหวังเพราะในคืนหนึ่งที่คอนโดที่เธอซื้อไว้ตอนย้ายกลับมาอยู่เมืองไทยใหม่ๆ เธอชวนมุกดากับลิซ่านั่งคุยกันถึงเรื่องงานของเธอที่วางแผนไว้ ทุกคนต่างดื่มไวน์และคุยกันไป  จนลิซ่าที่ดูจะรู้ใจเจ้านายสาวได้แยกกลับไปก่อน ปล่อยให้ทั้งสองนั่งคุยกัน จนมุกดาเริ่มไม่ได้สติเพราะฤทธิ์ของไวน์ทำให้ทุกอย่างง่ายดายและอดีตหมวดสาวก็โอนอ่อนตามเจ้านายสาวเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ถึงเธอจะไม่เคยมีอะไรกับผู้หญิงด้วยกันมาก่อน แต่เมื่อถึงขั้นนี้และการปลุกอารมณ์อย่างมีชั้นเชิงของนุ่มนิ่ม ทำให้มุกดาไม่ขัดขืนในคืนนั้นนุ่มนิ่มสอนให้เธอได้รู้รสรักจากผู้หญิงด้วยกัน  ทำเอามุกดานั้นแทบสำลักความสุขที่เจ้านายมอบให้ หลังจากนั้นเธอเองก็กลายเป็น 1 ในคู่ขาของนุ่มนิ่มจนกลายมาเป็นเซ็กส์หมู่ของสามสาว  ถึงมุกดาจะไม่ค่อยชอบบทรักของผู้หญิงด้วยกันเท่าไหร่ แต่เมื่อลงเรือลำเดียวกันแล้วเธอจึงยอมเพราะผู้หญิงกับผู้หญิงในความคิดของมุกดานั้นมันไม่มีอะไรเสื่อมสลาย มุกดามีแนวคิดคล้ายลิซ่า ถึงงานจะสกปรกแต่รายได้ที่ได้รับนั้นมันคุ่มค่าอย่างมาก ยิ่งเธอสนองตอบนุ่มนิ่มอย่างดีค่าตอบแทนก็ยิ่งสูงขึ้นตามตัว อดีตผู้หมวดสาวจึงมองข้ามเรื่องงานที่นุ่มนิ่มทำแถมบางครั้งยังคอยให้คำปรึกษาและร่วมวางแผนงานกับประพาสอยู่เสมอ

ส่วนวิฑูรย์นั้นเป็นอดีตหนุ่มบาร์โฮส ที่ดาบณรงค์แนะนำให้กับประพาส วิฑูรย์ที่เคยมีอดีตเป็นนักมวยสากลสมัครเล่นมาตอนเรียนมหาวิทยาลัยก่อนจะผันตัวมาทำงานบาร์โฮสและแอบขายยาบ้าให้กับพวกที่ทำงานด้วยกันจนถูกดาบณรงค์จับ แต่ดาบณรงค์มีข้อแลกเปลี่ยนกับวิฑูรย์ให้ทำงานเป็นสายให้โดยแลกเปลี่ยนกับการไม่ดำเนินคดี วิฑูรย์จึงยอมรับแถมยังได้เป็นคนปล่อยเฮโรอีนกับยาบ้าให้กับเพื่อนร่วมงานกับบรรดาลูกค้าที่มาเที่ยวที่บาร์ เฮโรอีนกับยาบ้าพวกนี้ดาบณรงค์ให้วิฑูรย์เอามาขาย จนบาร์ถูกตำรวจบุกจับข้อหาค้าประเวณี ดาบณรงค์กลัวจะมีการขยายผลมาถึงเรื่องยาเสพติดจึงฝากให้วิฑูรย์มาทำงานกับประพาส ด้วยความที่เป็นคนที่ฉลาดเรียนรู้ได้เร็วและมีพื้นฐานการต่อสู้ทำให้วิฑูรย์ถูกจัดให้อยู่ในพวกกลุ่ม A แถมหน้าตาที่ดีจึงสะดุดตานุ่มนิ่มเข้าให้ เพราะที่ผ่านๆมาเธอมักเลือกชายหนุ่มที่หน้าตาดีในกลุ่มคนที่มาทำงานให้เธอมาสนองตัณหาของพวกเธอทั้ง 3 คน แต่มักจะมอบความสุขให้พวกเธอได้ไม่เต็มที่

พวกนี้จึงได้ร่วมเตียงกับพวกเธอไม่นานจึงถูกปลดให้ไปทำงานในกลุ่มBและพวกนี้ถูกเธอสั่งห้ามให้พูดถึงเรื่องนี้โดยเด็ดขาดถ้าใครฝ่าฝืนมีโทษถึงตายและมันได้ผลคนที่เคยนอนกับเธอไม่เคยมีใครกล้าพูดถึงเพราะมีอยู่คนหนึ่งที่ถูกเลือกให้มาสนองความสุขได้เผลอพูดกับเพื่อนอีกคนที่เป็นคนพม่าทั้งคู่ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ แต่วิฑูรย์นั้นสนองความต้องการให้เธอทั้ง 3 คนได้อย่างเต็มที่เวลาที่เธอต้องการ โดยเฉพาะลีลารักที่มอบให้กับ 3 สาวอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะมุกดานั้นถึงกับติดอกติดใจอย่างมากและแอบไปนอนกับวิฑูรย์บ่อยครั้งเวลาที่วิฑูรย์มากรุงเทพ ซึ่งนุ่มนิ่มนั้นรู้แต่ปล่อยผ่านไป เพราะเธอถือว่า 2 คนนี้แค่เป็นคนที่สร้างความสุขเกี่ยวกับเรื่องบนเตียงให้เธอเท่านั้น และทั้งคู่ต่างเป็นกำลังสำคัญของนุ่มนิ่ม

ส่วนเรื่องทรัพย์สินที่ถูกยึดนั้นนุ่มนิ่มเองก็พยายามที่จะกอบกู้ทรัพย์สินของกำนันกลับคืนมาให้ได้มากที่สุด หลังจากที่เธอเริ่มตั้งหลักได้เธอซื้อบ้านราคาหรูในกรุงเทพเพื่ออยู่แทนคอนโดที่เธอซื้อตอนกลับมาอยู่เมืองไทยใหม่ๆ ก่อนจะเริ่มซื้อทรัพย์สินของกำนันที่ถูกขายทอดตลาดโดยเฉพาะบ้านที่เชียงรายเธอต้องการซื้อคืนมาให้ได้และเธอทำได้สำเร็จในการประมูลของที่ถูกขายทอดตลาดรวมทั้งทรัพย์สินอีกหลายอย่างที่เธอทุ่มเงินซื้อคืนมา แต่ที่ดินที่เคยเป็นที่ตั้งของรีสอร์ทเธอไม่ซื้อ เพราะเธอถือเป็นที่ดินอาถรรพ์ที่ได้พ่อได้มาโดยการบังคับให้เจ้าของที่คนเก่าขาย  เธอไปๆมาๆระหว่างกรุงเทพกับเชียงรายได้อย่างสะดวกเพราะมีเครื่องบินส่วนตัว บ้านที่เชียงรายหลังจากซื้อคืนมาได้เธอนำมาปรับปรุงใหม่ รั้วเก่านั้นเธอสั่งให้รื้อและสร้างใหม่เป็นกำแพงปูนที่สูงจนสายตาของคนข้างนอกมองเข้าไปไม่เห็น เธอนำรูปวาดขนาดใหญ่ของพ่อกับแม่มาติดคู่กันที่ห้องรับแขก มันพอจะชดเชยความรู้สึกของเธอที่ได้บ้านหลังที่เธอรักกลับคืนมา

 ถึงตอนนี้ นุ่มนิ่มที่ยังอยู่ในร่างเปลือยเริ่มคิดทบทวนแผนการต่างที่เธอวางไว้ โดยเฉพาะเรื่องเฮโรอีนล็อตใหญ่ที่กำลังจะส่งไปยังเม็กซิโกและโคลัมเบีย แต่เธอก็ยังตรวจสอบข่าวกับล็อตที่ถูกจับที่อิสราเอลว่าจะมีผลกระทบมาถึงเธอหรือไม่ สมองเธอทำงานอย่างหนักไหนจะเรื่องกิจการที่เธอกำลังทำอยู่และเรื่องของแคนที่รบกวนจิตใจของเธออย่างมาก

ฝ่ายแคนหลังจากที่ได้ข้อมูลมาจากธงรบแล้ว แคนนั้นนั่งดูรายงานการปะทะใจกลางเมืองที่ทางตำรวจส่งมาให้มาอีกครั้ง รถที่ใช้ก่อเหตุนั้นถูกขโมยมาทั้ง 2 คัน ส่วนรถมอเตอร์ไซด์นั้นถูกลักลอบนำจากฝั่งลาวทั้ง 2 คัน คนที่ถูกจับยังอาการโคม่าอยู่ ส่วนเรื่องของที่งานบนชั้น 10 ของตึกที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุนั้นยังไม่มีความคืบหน้าเท่าไหร่นัก ยิ่งคิดแคนยิ่งหนักใจตอนนี้ข้อมูลของคนที่เกี่ยวข้องกับกำนันน้อมอยู่ที่แคนหลายแฟ้ม เทพคนที่แคนเคยจับตอนฆ่าปทุมและแคนไปนั่งฟังการสอบสวนตอนที่เทพให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องเส้นทางขนยาเสพติดและบรรดาคนที่รับซื้อ ตอนนี้ออกจากคุกและไปทำสวนที่แม่สอด วรรณาอดีตเมียเก็บและผู้จัดการบริษัทบัญชีไปออกจากคุกแล้วไปเปิดร้านขายสังฆภัณฑ์ที่เลยและมีพวกชั้นปลายแถวที่ออกจากคุกอีก2-3 คน 

ส่วนลูกทั้ง 3 คนของกำนัน ข้อมูลที่ได้มา ลูกสาวคนโตนั้นหย่าขาดกับสามีและเก็บตัวไม่เข้าสังคม ลูกชายคนกลางบวชเป็นพระ ส่วนลูกสาวคนเล็กนั้นกลับจากอังกฤษและซื้อบ้านของกำนันที่ถูกขายทอดตลาดพร้อมกับทรัพย์สินอีกหลายอย่าง คืนมาเรียบร้อย มีการเปิดบริษัทขนส่งที่จดทะเบียนเรียบร้อย แคนใช้ปากกาหมึกแดงวงไปที่รูปถ่ายที่ได้มาจากทะเบียนราษฎร์ที่รูปของลูกสาวคนโตกับลูกสาวคนเล็กของกำนันน้อม  แคนเดาว่าเงินจำนวนมากที่นำมาประมูลซื้อของคืนคงเป็นเงินในบัญชี C ที่กำนันเอาไปฝากที่ธนาคารในสวิตเซอร์แลนด์และหมู่เกาะเคย์แมนอย่างแน่นอน ลูกสาวคนเล็กของกำนันจะเอาเงินจำนวนมาจากไหนถ้าไม่ใช่เงินที่กำนันน้อมเอาไปฝากไว้ แต่ทางการไทยไม่มีหลักฐาน ข้อมูลและเส้นทางทางของเงินที่นำมาซื้อของที่ประมูลของลูกสาวคนเล็กที่ชื่อประภัสสรนั้น เงินจำนวนนี้ถูกโอนมาจากธนาคารในอังกฤษมาที่ธนาคารในเมืองไทยตามปกติ ที่มาของเงินนั้นถูกแจ้งว่ามาจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ในยุโรป แคนพิจารณาอย่างถี่ถ้วนพร้อมกับนึกในใจ

“อย่าให้เป็นลูกของมึงเลยนะไอ้น้อม กูไม่อยากจะจองเวรกับครอบครัวของมึงอีก”

หลังจากนั้นอีก 2อาทิตย์ ทางตำรวจได้ข่าวเรื่องการขนเฮโรอีนจากภาคเหนือเข้ากรุงเทพ โดยใช้รถกระบะในการขน รถนั้นถูกสกัดจับได้บนเส้นทางพิษณุโลก-นครสวรรค์ แต่พอตำรวจเข้าจับกุมรถคันนั้นได้ระเบิดขึ้นมาทำให้ตำรวจเสียชีวิต 5 นาย เช่นเดียวกับคนขับและคนที่นั่งมาที่ร่างละเอียดไปพร้อมกับรถ ต่อมาอีก 2วัน มีการซุ่มโจมตี ต.ช.ด.ที่กำลังเข้าจับกุมขบวนขนยาเสพติดที่ชายแดนกาญจนบุรี ทำให้ ต.ช.ด.เสียชีวิตอีก 3 นาย ฝ่ายตรงข้ามตาย 2คน และ ต.ช.ด.ที่รอดตายให้การว่าคนร้าย 2 คนที่ตายนั้นถูกยิงแต่ยังเดินหน้าเข้ามาหาโดยไม่หวาดกลัว ตามด้วยด่านตรวจของทหารที่อยู่ไม่ห่างจากพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำมีการขนเฮโรอีนผ่านด่านตรวจของทหาร พอถูกค้นคนขับรถวิ่งหนีทิ้งรถก่อนที่รถจะระเบิดมีทหารเสียชีวิตอีก 5 คนพร้อมชาวบ้านที่ขับรถผ่านอีก 6 คน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำเอาทางการนั้นนั่งไม่ติด

แต่นุ่มนิ่มนั้นสะใจมากที่แผนการณ์ของประพาสนั้นสมบูรณ์โดยไม่มีที่ติมันเป็นการตอบโต้ให้กับทางการที่ทำกับพ่อของเธอ แถมเป็นการดึงความสนใจการการขนเฮโรอีนล็อตใหญ่ออกนอกประเทศ เหตุการณ์ที่รถกระบะระเบิดคนขับที่รับจ้างขนนั้นไม่รู้ว่าในกล่องใส่เฮโรอีนมีอยู่1 กล่องที่ใส่ระบิดไปแทน และมีรถขับตามห่างๆเพื่อรอคอยให้ตำรวจบุกจับกุมแล้วกดชนวนระเบิดทางวิทยุ ส่วนที่กาญจนบุรีคนขนเป็นพวกระดับ C ที่ได้กินยาแองเจิลเข้าไปก่อนจึงไม่มีความหวาดกลัว แต่รถที่ระเบิดตรงด่านคนขับเป็นคนของประพาสที่ทำตามแผนการที่วางไว้ คือให้หนีแล้วกดชนวนระเบิดใส่พวกทหาร

ทางตำรวจจึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ระวังมากขึ้นในการเข้าตรวจค้นหรือจับกุมยาเสพติด มีการประชุมกันหลายครั้งรวมถึงความคืบหน้าการปะทะที่กลางกรุง ตอนนี้ทางตำรวจได้ชื่อคนที่เดินสะกดรอยตามแคนในห้างแล้วชื่อพงษ์ศักดิ์หรือพงษ์ เป็นเด็กที่บ้านแตกพ่อเป็นคนไทยแม่เป็นคนลาวเคยถูกจับตั้งแต่เด็กเคยถูกจับในข้อหามั่วสุมอยู่ 2-3 ครั้งที่หนองคายแต่ไม่ได้ถูกขึ้นทะเบียนประวัติเพราะตอนนั้นยังเป็นเยาวชนอยู่ มีนิสัยที่ค่อนข้างเกเรตำรวจคนที่เคยจับกุมตอนนี้ได้ย้ายมาอยู่ที่หน่วยปราบปรามยาเสพติดได้เห็นรูปจึงจำได้ แต่หลังจากที่ถูกจับครั้งที่ 2 และถูกอบบรมแต่ไม่ได้ดำเนินคดี พงษ์ได้หายออกนอกพื้นที่จังหวัดหนองคายและพึ่งมาปรากฏตัวให้เห็น ทำให้ทางเจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลเพิ่มขึ้น ส่วนคนร้ายที่อาการสาหัสตอนนี้อาการดีขึ้นแต่ยังไม่ยอมให้ปากคำใดๆ

เรื่องของคนที่รอดตายนั้นไม่หลุดไปถึงประพาสทำให้ทางฝ่ายของนุ่มนิ่มนั้นวางใจเพราะไม่หลักฐานใดๆที่จะชี้ให้เห็นว่าการกระทำเหล่านี้มาจากคำสั่งของเธอ นิ่มนุ่มจึงวางใจและบินไปสหรัฐกับเม็กซิโกอีกครั้งเพื่อการเจรจาในการส่งเฮโรอีนไปขายรวมถึงเรื่องการนำเข้าโคเคนด้วย ครั้งนี้เธอพามุกดาไปด้วยพร้อมสั่งให้ลิซ่าช่วยดูงานในประเทศไทยแทนเธอ ส่วนแคนนั้นกำลังตามติดในเรื่องนี้มีการประสานงานแลกเปลี่ยนข้อมมูลกับทาง DEA ของสหรัฐอยู่ตลอดเวลา

ที่สำนักงาน ป.ป.ส.แคนมีประชุมกับทาง DEA ของสหรัฐ ภายในห้องประชุมแคนนั้นสะดุดตากับฝรั่งที่สูงร่วม 2 เมตรที่เดินเข้ามากับเจ้าหน้าที่ DEA อีก 2 คน ถึงจะใส่สูทแต่ดูสะดุดตากับคนทั่วไปมากนอกจากรูปร่างที่สูงใหญ่เหมือนนักมวยปล้ำแล้ว ยังมีเคราที่ยาวถึงอกและหัวที่โกนอย่างเกลี้ยงเกลา แคนเดินเข้าไปหาฝรั่งคนนั้นทันที

“พีท”

เสียงร้องทักแคนดังมาก่อน

“โจเซฟ ผมไม่รู้ว่าคุณจะมาด้วย”

มือของทั้งคู่ประสานกันแน่นถึงแคนจะเป็นคนที่สูงร่วม 182 เซนติเมตรแต่ดูตัวเล็กไปถนัดตาเมื่อเทียบกับยักษ์ใหญ่คนนี้  โจเซฟเป็นเจ้าหน้าที่ DEA สหรัฐและเป็นครูฝึกให้กับแคนตอนไปฝึกที่สหรัฐรวมถึงเป็นคนเสนอให้แคนไปแฝงตัวกับบริษัททหารรับจ้างเมื่อหลายปีก่อน ทำให้ทั้งคู่นั้นมีความสนิทกันมาก 

“มีเรื่องที่สำคัญนะพีท”

“คุณแต่งตัวแบบนี้ผมไม่คุ้นตาเลย”

อีกฝ่ายหัวเราะชอบใจที่แคนทักแบบนี้ ปกติโจเซฟจะแต่งตัวด้วยชุดหนังแบบแขนกุดเพื่อโชว์รอยสักที่แขนทั้งสองข้าง โจเซฟเป็นมือดีอีกคนหนึ่งของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ DEA อดีตเคยเป็นนาวิกโยธินอยู่ช่วงหนึ่งก่อนจะผันตัวมาอยู่กับหน่วยปราบยาเสพติด แคนหันไปทักทายกับเจ้าหน้าที่ DEA อีก 2คนอย่างคุ้นเคย ก่อนที่การประชุมจะเริ่มขึ้น ทางสหรัฐมีความกังวลใจมากกับเรื่องเฮโรอีนสูตรพิเศษที่มีตราพระจันทร์ครึ่งดวงเพราะมีการแพร่เข้าไปในสหรัฐจำนวนมากโดยผ่านทางเม็กซิโก ทางสหรัฐมีการสกัดจับได้หลายครั้งแต่ยังมีเล็ดรอดเข้ามาได้  ข้อมูลหลายๆเรื่องที่มีการแลกเปลี่ยนกันตลอดทำให้มีการจับตามองขบวนการนี้เป็นพิเศษ จนสุดท้ายทางเลขาธิการ ป.ป.ส.ได้กล่าวสรุปกับทางสหรัฐ

“คุณโจเซฟเรื่องนี้มันเรื่องใหญ่ ผมคงต้องหารือกับผู้ใหญ่ก่อนครับ”

“ผมทราบครับ และวันพรุ่งนี้ทางเราจะส่งเรื่องผ่านสถานทูตไปให้กับหน่วยงานความมั่นคงของไทย ถ้าทางไทยเอาด้วยทางเราก็พร้อมที่จะจัดการตามนี้ครับ”

โจเซฟพูดและหันมามองที่แคนที่นั่งเงียบมาตลอด แคนยิ้มแบบเครียดๆตอบกลับ ก่อนที่โจเซฟจะกลับไปได้คุยกับแคนอีกครั้ง

“ถ้างานนี้ทางรัฐบาลคุณตกลง ทางเราอยากให้คุณเป็นคนนำนะพีท ทางเรารู้ฝีมือคุณอย่างดี”

“ผมรอคำสั่งอย่างเดียวโจฟ ถ้าผู้ใหญ่ไฟเขียวผมก็พร้อม ที่ผ่านมาเราตั้งรับพวกมันมาตลอด”

คำตอบของแคนทำให้อีกฝ่ายยิ้มอย่างพอใจ หลังจากนั้นอีก 1อาทิตย์ในห้องทำงานของรองนายกพลตำรวจเอกพิชญ์ แคนกับเลขาธิการ ป.ป.ส.พร้อมด้วย เลขาสภาความมั่นคงและผบ.ตร. มาพบตามคำสั่งของรองนายก

“เรื่องที่ทาง DEA สหรัฐแจ้งมาผมแค่บอกกับท่านนายกไปว่าทางนั้นให้งบประมาณมาเท่านั้นแต่รายละเอียดไม่ได้บอก เพราะถ้าเกิดเรื่องแดงขึ้นมาท่านจะได้ปฏิเสธเต็มปากว่าทางไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เหมือนกับผมกับท่าน ผบ.ตร. ที่รู้แต่เพียงคำบอกเล่าเท่านั้นไม่เคยเห็นเอกสารพวกนี้มาก่อน ซึ่งตัวท่านนายกก็พยักหน้ารับทราบ งานนี้เรามีระยะเวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้น แล้วแคนว่ายังไงลูกจะรับงานนี้หรือไม่ก็อยู่ที่ตัวเรานะ”

แคนพยักหน้าก่อนจะตอบ

“ครับพ่อ จะได้ประสานงานกันสะดวกมากขึ้นเพราะแคนก็รู้จักพวกทีมงานของโจเซฟทุกคน”

ท่านรองนายกพยักหน้ารับรู้ งานนี้มันหินกว่างานที่แคนเคยทำในพม่าและถ้าพลาดขึ้นมาอาจจะมีปัญหาตามมาหลายอย่างแต่แคนคงเลือกที่จะเสี่ยงที่รับงานนี้ เพราะที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่เป็นฝ่ายสูญเสียอย่างหนัก และวิธีนี้คงจะเป็นวิธีที่ทำให้อีกฝ่ายถึงขั้นที่จะล่มสลายไปเหมือนกับขบวนการของกำนันบุญส่งกับสาธิตก็เป็นได้

“เอาละงานนี้ไม่ชื่อปฏิบัติการ ทุกอย่างจะเป็นความลับทั้งหมด แต่ผมจะเรียกว่าทีมพิเศษเพื่อให้พวกเราในที่นี้และผู้บัญชาการทุกเหล่าทัพเข้าใจตรงกันเรามีเวลา 2 อาทิตย์ในการคัดเลือกคนเข้ามา และแคนคิดว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่ในการฝึก”

“ถ้าได้ระดับผู้เชี่ยวชาญมีประสบการณ์จริงๆไม่เกิน 2 อาทิตย์ครับ เรื่องอาวุธไม่น่าจะมีปัญหาแต่เราต้องฝึกให้เกิดความคุ้นเคยกันในทีมมากกว่าครับ”

“ไม่เสนอใครมาร่วมงานด้วยหรือแคน”

“ไม่ครับพ่อ งานนี้ควรจะเลือกคนที่ไม่เคยรู้จักคุ้นเคยกันมาก่อนจะดีที่สุดครับ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงตามนี้แจ้งไปทางสหรัฐว่าเราตกลงตามเรื่องที่เสนอมา เราจะเริ่มตามแผนในอีก 1เดือน แคนรับเรื่องการฝึกไปเลยนะ”

“ครับพ่อ”

แคนรับคำด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่หลังจากนั้นอีก 2วัน แคนได้มาพบกับธงรบอีกครั้งพร้อมนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่อีกหลายนาย

“มึงจำตำรวจคนนี้ได้หรือเปล่าวะ”

แคนรับรูปจากเพื่อนที่ส่งมาให้พร้อมคำถาม ในรูปเป็นรูปตำรวจยศนายดาบ ที่ดูมีอายุพอสมควร แคนส่ายหน้าแล้วตอบเพื่อน

“ไม่วะ ทำไมหรือ”

“ตำรวจคนนี้ชื่อ ดาบณรงค์ เมื่อ 30 กว่าปีก่อนเคยถูกสั่งย้ายเพราะไปเกี่ยวข้องคดีของลุงมึงเลยโดนย้ายตอนนั้นพึ่งจบจากโรงเรียนนายสิบมาใหม่ๆ หลังจากนั้นประวัติพอตัว ถูกตั้งกรรมการสอบหลายครั้งแต่เอาผิดไม่ได้ ตอนกูไปอยู่กับไอ้น้อมเคยได้ยินไอ้ทุมมันหลุดปากออกมาเลยรู้ว่าดาบคนนี้คอยเคลียร์เรื่องและส่งข่าวให้ไอ้น้อมหลายเรื่องตั้งแต่หนุ่มๆ แต่ดันเสือกมีผลงานปราบยาเสพติดตลอด ผู้ใหญ่ในโรงพักเลยทำเป็นมองไม่เห็นในเรื่องที่มันทำ กูลองสืบดูก็หาจุดเอาผิดมันไม่ได้แต่ดูออกว่าเกี่ยวข้องกับหลายเรื่องทั้ง ยาทั้งของเถื่อน ชอบเลี้ยงไอ้พวกเดินยาไว้เป็นสาย ในท้องที่มีอิทธิพลพอสมควร กูสงสัยว่าดาบคนนี้จะเกี่ยวข้องกับไอ้พวกในหมู่บ้านตะวันลับเพราะอยู่ใกล้ถิ่นอิทธิพลของมัน และที่ได้ข่าวมาพวกมันชอบจับคนมายัดยาแล้วรีดเอาเงินมีตำรวจในโรงพักเกี่ยวข้องอยู่2-3คน ที่เหลือมันใช้พวก ชรบ.กับพวกอาสาในท้องที่ ตั้งด่านเถื่อนไม่ก็บุกจับดื้อๆแล้วยัดยา แต่อย่างที่บอกหาจุดเอาผิดไม่ได้  มันฉลาดมากหลักฐานสาวไม่ถึงมันและคนก็กลัวอิทธิพลของมันด้วยไม่มีใครกล้าแจ้งความ และที่สำคัญกูสงสัยว่ามันเกี่ยวข้องกับตำรวจ ปส.ที่ตายเพราะถ้าจะไปหาข่าวยาเสพติดในพื้นที่แถวนั้นต้องพึ่งพามัน เพราะมันรู้จักท้องที่แถวนั้นดีมันอยู่มานาน”

“แล้วจะให้กูทำยังไง”

“กูอยากให้มึงไปแหย่รังแตน เอาคนของ ป.ป.ส.ไปไม่อยากใช้พวกตำรวจด้วยกัน มึงลองทำตัวเป็นนักท่องเที่ยวไม่ก็พวกต่างถิ่นผ่านไปแถวนั้น แต่ใช้เรื่องไปสืบเรื่องขนเฮโรอีนที่ทหารโดนระบิดตายคาด่านบังหน้าพวกมันจะได้ไม่สงสัยเวลาเจอพวกมึง”

“ผู้กำกับโรงพักนั้นเป็นใคร”

“เกษียณปีนี้ส่วนไอ้ดาบเวรนี่ปีหน้า ผู้กำกับมาจากนักเรียนนายสิบไม่ได้จบสามพราน ส่วนเรื่องที่เหลือแล้วแต่มึงจะเอายังไง แล้วกูจะส่งคนไปตามประกบมันหลังจากที่เจอกับมึง กูอยากจะลองว่าพอมึงไปแหย่มันแล้วมันจะตื่นแตกรังหรือเปล่า กูอยากรู้ว่ามันมีเอี่ยวกับไอ้พวกที่หมู่บ้านนั้นขนาดไหน”

หลังจากนั้นอีก 2วัน แคนกับพวกอีก3คนได้มาที่บริเวณชายแดนใกล้สามเหลี่ยมทองคำ มีการเตรียมการมาอย่างดีเพื่อให้สะดุดตาและทางธงรบได้บอกจุดที่พวกของดาบณรงค์มักจะมาตั้งด่านเถื่อนเป็นประจำ  แคนกับพรรคพวกได้ถ่วงเวลาจนถึงช่วงค่ำจึงได้ขับรถ มาตามจุดที่พวกดาบณรงค์มักจะจับกุมคนแปลกหน้าเพื่อยัดยาซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นถนนที่เชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้าน แคนที่เป็นคนขับนั้นได้สวมหมวกเพื่ออำพรางใบหน้าเพราะไม่รู้ว่าจะมีใครจำหน้าตนเองได้หรือไม่ และระหว่างทางที่จะมุ่งหน้าไปที่ถนนใหญ่ รถของแคนถูกรถกระบะคันหนึ่งวิ่งมาปาดหน้าทำให้แคนเหยียบเบรกทันที

“ใจเย็นวัฒพวกมันมาตามแผนแล้ว”

แคนยิ้มอย่างเหี้ยมๆพร้อมบอกไปที่วัฒนาที่นั่งอยู่ด้านข้าง เพราะตามข้อมูลที่ได้จากธงรบ พวกดาบณรงค์มักจะเลือกพวกนักท่องเที่ยวหรือคนแปลกหน้าต่างถิ่นที่เข้ามาในพื้นที่และสะกดรอยตามก่อนจะทำทีเป็นตำรวจเพื่อจับกุมไม่ก็ตอนขับผ่านด่านตรวจเถื่อนแล้วทำการยัดยาเพื่อรีดไถเงิน มีคนลงจากรถ 4คนแต่งตัวให้เหมือนตำรวจนอกเครื่องทุกคนสวมเสื้อกั๊กสีดำมีตราตำรวจแต่ไม่มีชื่อหรือเครื่องหมายบอกสังกัดทุกคนตรงเข้ามาหาที่รถแล้วคนที่ดูเหมือนหัวหน้ามือข้างหนึ่งชักปืนออกมาส่วนอีกข้างใช้ทุบกระจกแล้วส่งเสียงตะคอก

“ลงจากรถเดี๋ยวนี้ลงมา”

แคนขยับหมวกให้หลุบต่ำลงแล้วหันไปพยักหน้ากับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ที่มาด้วยให้ลงจากรถ ทันทีที่ลงจากรถทุกคนถูกดันตัวให้หันหน้าไปแนบกับรถทันที

“เฮ้ยอะไรกันนี่”

เจ้าหน้าที่ป.ป.ส.คนหนึ่งพูดออกมา

“ไม่ต้องพูดเอามือยันที่รถไว้ กูสงสัยว่าพวกมึงขนยาบ้า”

แคนเหลือบไปมองด้านหลังรถเห็นรถอีกคันจอดอยู่แต่คนในรถนั้นไม่ลงมาจากรถ มีการค้นตัวอย่างลวกๆก่อนที่จะมีคนหนึ่งเปิดประตูด้านคนขับเพื่อจะดึงปุ่มเปิดกระโปรงหลังแล้วทำทีไปค้นด้านหลังก่อนจะร้องออกมาด้วยเสียงที่ดัง

“เฮ้ยแล้วนี่มันอะไร”

เสียงที่ดังทำให้ทุกคนหันไปมองและละครบทต่อไปได้ดำเนินต่อทันที คนที่ไปค้นได้เดินมาพร้อมโชว์ถุงพลาสติกใสที่ห่อเป็นก้อนกลมๆขนาดเท่ากำปั้นให้เห็น ภายในเห็นเป็นเม็ดยาสีส้มจำนวนหนึ่งอย่างชัดเจน

“นี่อะไรยาบ้าใช่ไหม”

มันตะคอกถามอีกครั้งแต่แคนยังมองไปด้านหลังและตัวละครสำคัญได้ก้าวลงจากรถแล้วเดินตรงเข้ามายืนข้างๆคนที่ทำทีไปค้นท้ายรถ ดาบณรงค์นั้นแต่งกายอย่างที่แต่งอยู่ประจำมีป้ายคล้องที่คอเพื่อให้เห็นว่าเป็นตำรวจ และคนที่ทำทีไปค้นท้ายรถได้หันไปบอกเจ้านายทันที

“หมวดครับ นี่ของตามที่สายรายงานครับ”

มันพูดพร้อมยื่นของในมือไปให้ดาบณรงค์ แคนจึงพูดขึ้น

“เฮ้ยอะไรกัน จู่ๆจะทำแบบนี้ได้ไง พวกผมมาทำงานนะ”

ดาบณรงค์เดินเข้ามาหาแคนทันที

“แล้วนี่มันอะไร ยังจะมาเถียงพวกกูอีกหลักฐานคาตาแบบนี้”

“คาตาห่าอะไรละ พวกมึงไปเปิดท้ายเองแล้วเอาเหี้ยอะไรก็ไม่รู้มาโชว์ พวกมึงจะยัดยาพวกกูหรือไง ตอนเปิดท้ายรถพวกกูก็ไม่ได้ไปดูด้วยนี่หว่า”

“ไอ้เหี้ยมึงอย่าพูดมาก”

ดาบณรงค์ดันหัวของแคนกระแทกที่รถด้วยความโกรธ ทำให้หมวกที่สวมหลุดจากหัว พอดาบณรงค์เห็นหน้าของแคนอย่างชัดเจนหน้านั้นถึงกับถอดสีทันทีเพราะรู้ว่าคนคนนี้เป็นใคร เป็นจังหวะที่ลูกน้องของดาบณรงค์ที่ไปค้นในรถตรงที่วัฒนานั่งพอเปิดเก๊ะหน้ารถพบปืนพกของวัฒนาและบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ป.ป.ส. ทำเอามันตกใจรีบวิ่งเอาบัตรมาให้เจ้านายดู  แต่เห็นเจ้านายหน้าถอดสีเหมือนโดนผีหลอกอยู่ทำเอามันชะงัก

“ผู้การพีรพล”

เสียงสั่นออกจากปากดาบณรงค์ ทำไมมันจะไม่รู้จักแคนเพราะเห็นภาพถ่ายมาหลายหน ทั้งจากประพาสและจากพวกตำรวจด้วยกัน แคนหันมาหามันพร้อมพูดออกมา

“เออใช่กูเอง พวกเราเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ไม่เชื่อดูบัตรนี่ เรามาทำงานแถวนี้”

ประโยคแรกของแคนพูดกับดาบณรงค์ส่วนประโยคหลังบอกไปยังบรรดาลูกน้องพร้อมหยิบบัตรประจำตัวออกชูให้เห็น ทำให้ดาบตัวแสบนั้นรีบยกมือไหว้แคนทันที ส่วนพวกมันที่เหลือต่างชะงักและหน้าถอดสีไปตามกัน

“ท่านครับยกโทษให้ผมด้วยผมไม่ทราบว่าเป็นท่าน”

“มึงไม่ต้องมาพูด ให้พวกมึงทุกคนมารวมกันตรงนี้ ใครหนีกูยิงกระบาล”

แคนบอกไปยังพวกดาบณรงค์แล้วเปิดประตูรถหยิบปืนที่วางอยู่ในช่องวางของตรงประตูขึ้นมา พร้อมกับเจ้าหน้าที่ป.ป.ส.อีก 3 คนที่หยิบปืนที่ไว้ในรถออกมา

“แชมป์โทรแจ้งตำรวจท้องที่บอกให้มาด่วน”

แคนบอกไปที่ลูกน้อง แล้วสั่งให้พวกดาบณรงค์นอนคว่ำลงไปกับพื้น

“ท่านครับ ผมว่าเราคุยกันได้นะครับ มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดครับท่าน”

เสียงดาบณรงค์วิงวอน แคนไม่ตอบ ส่วนวัฒนาใช้ถุงมือยางที่เตรียมหยิบเอาห่อพลาสติกจากมือลูกน้องดาบณรงค์มาใส่ในถุงแบบซิปล็อกทำเอาดาบณรงค์ถึงกับกราบแคนไปบนพื้นถนนแต่แคนนั้นตะคอกออกมา

“หุบปากไปเลยมึงเข้าใจผิดห่าอะไร เรื่องนี้ไม่จบแค่นี้ แล้วมึงนอนหมอบลงไปด้วย”
 
อีกฝ่ายนั้นเงียบเสียงทันทีและทำตามคำสั่ง ดาบณรงค์ไม่กล้าทำอะไรมากเพราะอีกฝ่ายนั้นถือปืนพร้อมยิงและรู้พิษสงของแคนเป็นอย่างดี แคนสั่งให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.อีกคนเอาเคเบิ้ลไทร์ที่ติดมารัดข้อมือของดาบณรงค์กับลูกน้องและทำการค้นตัว ในตัวดาบณรงค์เจอปืน 2 กระบอกพกที่เอวกับที่ข้อเท้า ปืนกระบอกเป็นขนาด.45 แต่กระบอกที่ 2ทำเอาแคนตาลุกทันทีเพราะเป็นปืนลูกโม่ขนาด.32  และอีก1 กระบอกเป็นของคนที่มาทุบกระจกรถและค้นเจอบัตรว่าเป็นตำรวจ ส่วนที่เหลืออีก 3 คนมีบัตรเป็น ชรบ.กับตำรวจอาสานั้นไม่พกปืนแต่พกวิทยุสื่อสารและโทรศัพท์มือถือ พวกป.ป.ส.นั้นยึดของพวกนี้ทันที พอค้นรถคันที่ปาดหน้าในรถพบปืนลูกซองอีก 1กระบอก ปืนสั้นถูกนำใส่ถุงซิปล็อก ซึ่งเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ทุกคนใส่ถุงมือยางในการตรวจค้น แคนเอาบัตรประจำตัวดาบณรงค์ขึ้นมาดูแล้วแกล้งพูด

“สำคัญนักนะมึงยศดาบแต่ให้ลูกน้องเรียกหมวด มึงแย่แน่ไอ้ณรงค์”

ดาบตัวแสบไม่กล้าตอบได้แต่นิ่งแต่ในใจว้าวุ้นเพราะเจอกับของจริงเข้าให้แล้วไม่นานนักมีรถกระบะของตำรวจท้องที่มาถึงที่เกิดเหตุ มีตำรวจมา 2นายเป็นร้อยเวรกับคนขับรถ พอเห็นดาบณรงค์ที่นอนคว่ำอยู่กับพื้น จึงเดินไปหาแคนที่ยื่นบัตรประจำตัวให้ร้อยเวรดู ทำเอาอีกฝ่ายรีบทำความเคารพ

“ผู้การครับ นี่เป็นตำรวจเหมือนกันครับ”

ร้อยเวรรีบบอกแคนนั้นถามกลับทันที

“ผมรู้เป็นตำรวจ 2 ตัว แต่ที่เหลือไม่ใช่”

“มีอะไรเข้าใจผิดหรือเปล่าครับท่าน”

“ไม่มี พวกมันกะจะยัดยาพวกผม”

แคนเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ร้อยเวรฟังจนจบทำให้อีกฝ่ายทำหน้าไม่ถูก แคนเดาว่าคงจะพอรู้ประวัติของดาบตัวแสบนี้อยู่เหมือนกันก่อนจะปิดท้าย

“งั้นผู้กองเอาพวกมันขึ้นกระบะให้หมดทั้ง 5 ตัว ผมจะแจ้งความพวกมันเรื่องยัดยากับทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน หลักฐานอยู่ในถุงนี่ แล้วผู้กำกับละ”

แคยยกถุงซิปล็อกให้ดูพร้อมถามถึงผู้กำกับ เพราะบทละครต่อไปนี้แคนเป็นทั้งคนกำกับและคนเขียนบทแล้ว

“เอ่อ ออกเวรแล้วครับท่าน”

“จะโทรหรือจะวิทยุตามก็ได้ให้ไปรอที่โรงพักเดี๋ยวนี้ “

“ครับท่าน”

อีกฝ่ายดูจะรับคำสั่งอย่างไม่เต็มใจแต่ต้องปฏิบัติตาม พร้อมกับโทรศัพท์ไปหาผู้กำกับแล้วสั่งให้ตำรวจที่ขับรถวิทยุเรียกสายตรวจมาเพิ่ม เพื่อจะได้ขับรถของพวกดาบณรงค์ไปโรงพัก แคนยิ้มอย่างสะใจขณะที่พวกดาบณรงค์เดินเรียงกันขึ้นกระบะท้ายรถตำรวจ แผนการขั้นแรกผ่านไปด้วยดี พอไปถึงโรงพักผู้กำกับนั้นมายืนรออยู่แล้ว ทันทีที่แคนลงจากรถผู้กำกับนั้นเดินเข้ามาหาทันที

“ผู้การพีรพลครับ ผมไม่ขอแก้ตัวครับ แต่เราน่าจะคุยกันได้”

“เอาพวกมันขึ้นไปบนโรงพักก่อน”

เป็นคำตอบจากแคนทำให้ผู้กำกับหันไปสั่งตำรวจให้พาพวกดาบณรงค์เข้าไปที่ห้องสอบสวน แคนกับพวกเดินตามขึ้นไปบนโรงพักที่ตำรวจบนโรงพักต่างมองมาที่แคนแทบทุกคน มีนายตำรวจยศพันตำรวจโทคนหนึ่งที่แคนจำได้ว่าเป็นรุ่นเดียวกับต้นพี่ชายของนพได้เดินเข้ามาหา

“แคนเรื่องนี้พี่จัดการเองนะ ดาบณรงค์เป็นลูกน้องพี่”

แคนรู้ข้อมูลมาก่อนว่าใครเป็นรองผู้กำกับฝ่ายสืบสวนที่โรงพักนี้ แคนยิ้มๆก่อนจะเดินเข้าไปในห้องสอบสวนโดยที่ผู้กำกับและรองฝายสืบสวนตามเข้าไปติดและตำรวจอีก2-3คนตามเข้ามาด้วย ตอนแรกผู้กำกับสั่งให้ตำรวจตัดเคเบิ้ลไทร์ที่รัดข้อมือของพวกดาบณรงค์ออกแต่แคนพูดขึ้น

“ยังไม่ต้อง”

พูดจบแคนหันไปทางวัฒนาที่ยื่นถุงซิปล็อกที่ใส่ถุงพลาสติกให้ผู้กำกับดู

“ผมต้องการคำอธิบายครับผู้กำกับ แบบนี้เขาเรียกยัดยาหรือเปล่า แถมเป็นตำรวจแค่ 2 คน อีก 3ไม่ใช่ วิทยุที่ยึดได้ก็เป็นเครื่องเถื่อนไม่ตีตรา แต่ปืน 3 กระบอกยังดีมีทะเบียน ถ้าจะถามพวกผมว่าเข้าพื้นที่แล้วทำไมไม่แจ้งท้องที่ ผมไม่ได้มาจับกุมยาเสพติดแต่มาหาข่าวเรื่องที่ด่านทหารโดนระเบิดของไอ้พวกขนยา ปืนพวกผมก็เอาไว้ในรถไม่พกที่ตัว ตอนโดนค้นพวกผมก็ยอมให้ค้นคนไอ้ขุนช้างที่มันเอาหัวไปกระแทกที่รถมันเลยรู้ว่าผมเป็นใคร ก่อนที่ผมจะแสดงตัว  จบนะตรงนี้ แล้วถ้าผู้กำกับอธิบายไม่เคลียร์ผมว่าคงต้องไปอธิบายกับทางผู้การจังหวัดไม่ก็ท่าน ผบ.ตร.เอง”

แคนจงใจพูดขู่ทำเอาอีกฝ่ายเงียบไปชั่วขณะก่อนจะตอบ

“เอาแบบนี้ละกันครับ ผมของร้องอย่าให้เป็นเรื่องผมขอโทษแทนลูกน้องแล้วจะไม่ให้ทำแบบนี้อีก ถ้าจะผิดผมก็ผิดด้วยที่ดูแลลูกน้องไม่ดีอีกอย่างปีหน้าดาบก็จะเกษียณแล้ว ผลงานความดีความชอบก็มีมากครับ”

“ผู้กำกับจะปกป้องลูกน้องหรือครับ แล้วถ้าเกิดผมเป็นพวกชาวบ้านธรรมดาละ ไม่โดนยัดยาเรียกเงินแล้วหรือไง”

“ผมบอกแล้วไงครับผู้การว่ามันเข้าใจผิด ผมต้องขอโทษจริงๆ แล้วเมื่อกี้ลูกน้องผมมันก็บอกว่าเจอห่อนี้ในท้ายรถของผู้การจริงๆ”

เสียงของดาบณรงค์ที่ยืนอยู่มุมห้องพูดออกมา แคนตอบกลับทันที

“มึงหุบปากไปเลย ยังจะมาแถอีก ถ้ามึงจะเอาแบบนั้นก็ได้ กูจะเอาห่อยานี้ส่งให้พิสูจน์หลักฐานตรวจหารอบนิ้วมือกับดีเอ็นเอ ถึงมึงจะบอกว่า ตรงถุงพลาสติกนะมีรอยนิ้วมือของลูกกระจ๊อกมึง แต่กูจะให้ตรวจที่เม็ดยาด้วย แล้วมึงคงรู้นะว่าจะเจออะไรบ้างที่เม็ดยานะ คราวนี้มึงไม่รอดแน่ไอ้เวร”

ดาบณรงค์นั้นเหงื่อแตก เพราะลืมเรื่องนี้ไปจริงๆ ทำให้ผู้กำกับต้องหันไปบอกให้เงียบ ส่วนแคนสั่งให้ลูกน้องเอาของที่ยึดได้จากพวกดาบณรงค์มาวางเรียงกันบนโต๊ะ ระหว่างนั้นทางผู้กำกับกับรองฝ่ายสืบสวนได้พยายามพูดอ้อนวอนพร้อมขอโทษแคนไม่ให้เอาเรื่องดาบณรงค์โดยบอกวาจะจัดการลงโทษเอง แคนรู้ว่าถ้าเอาเรื่องผู้กำกับจะพลอยซวยไปด้วยอย่างแน่นอน เป้าหมายของแคนคือดาบณรงค์เท่านั้นแต่จะยอมง่ายๆมันก็จะทำมีพิรุธได้ แคนดึงเวลาไปพักใหญ่ก่อนจะพยักหน้า

“เอาก็ได้ ผมไม่เอาเรื่องแต่ทางนี้จะเอายังไงต่อ”

“ผมจะย้ายดาบณรงค์กับตำรวจอีกคนให้มาทำงานธุรการครับ และลงโทษกักเวร 14 วัน ยังไงก็ขอบคุณมากนะครับผู้การ ผมรับรองว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก”

แคนหัวเราะด้วยน้ำเสียงเหี้ยมๆ

“แบบนี้น้อยไป คนสันดานแบบนี้ต้องเอาให้หนักกว่านี้ ตัดสายเคเบิ้ลให้มันก่อน”

แคนสั่งไปยังลูกน้องให้จัดการตัดสายเคเบิ้ลที่รัดข้อมือดาบณรงค์ออก

“เฮ้ยไอ้ขุนช้าง มึงมาหากูนี่”

แคนเรียกดาบณรงค์ให้เข้ามาหา อีกฝ่ายเดินอย่างหงอยๆมาหาพร้อมยกมือไหว้

“ขอบคุณผู้การมากนะครับที่ไม่เอาเรื่องพวกผม ผมกราบขอโทษอีกครั้ง”

ดาบณรงค์จำใจพูดออกมาทั้งๆที่ตัวเองพึ่่งถูกหยามแต่แคนมองไปที่ผู้กำกับแล้วพูดออกมา

“ไอ้คนแบบนี้ถ้าไม่ลงโทษอะไรมันก็ไม่สำนึกจริงไหมครับผู้กำกับ ถึงผมจะไม่แจ้งความเอาเรื่องมันแต่ถ้าผมไม่ลงโทษมันเองมันก็ไม่เข็ดหลาบ เฮ้ยไอ้ขุนช้างได้ยินที่กูพูดกับผู้กำกับแล้วนะ”

“ครับท่าน”

“ถ้าอย่างนั้น ยึดพื้น 30 “

พอแคนพูดจบดาบณรงค์นั้นทำตามทันที แต่แคนบอกไปร่างที่นอนคว่ำเตรียมยึดพื้น

“เฮ้ยอะไรวะไม่ทวนคำสั่ง แล้วกูยังบอกไม่หมดลุกขึ้นมาก่อน อย่าช้า ไอ้เวร”

แคนรอจนดาบณรงค์ลุกขึ้นมายืนต่อหน้า แล้วบอกด้วยน้ำเสียงที่เหี้ยมเกรียม

“ไอ้หัวล้านมึงถอดเสื้อผ้าออกให้หมดเหลือแต่กางเกงในแล้วค่อยยึดพื้น อย่าอิดออดชีวิตมึงขึ้นอยู่กับกู”

น้ำเสียงที่เฉียบขาดของแคนทำให้ดาบณรงค์เม้มปากแน่นแต่ต้องทำตามโดยที่ผู้กำกับไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกมาได้แต่ยืนมอง จนดาบณรงค์ทำตามที่แคนสั่งและมาอยู่ในท่าเตรียมพร้อมก่อนทวนคำสั่ง

“ยึดพื้น 30 ปฏิบัติ”

มันเริ่มยึดพื้นตามคำสั่ง แคนรอไปจนถึง 5 ครั้งแล้วถึงบอก

“ใครบอกให้มึงแบบนี้ กูยังสั่งไม่เสร็จไอ้เวรเสือกรู้ก่อนเกิด ทำใหม่มึงยึดพื้นไปเรื่อยๆแต่กูเป็นคนนับ ขึ้นสุดลงสุดนะมึงถ้าไม่สุดกูไม่นับและที่สำคัญกูนับตามใจกู....เริ่ม”

ดาบณรงค์เริ่มยึดพื้นตามคำสั่งแต่แคนยังไม่นับ จนไปถึง 5 ครั้ง แคนเริ่มนับ 1 และเว้นไปอีก3-4ครั้งถึงนับ 2 และมีบางครั้งที่แคนนับไปถึง 10

“เฮ้ย ลงไม่สุดนับใหม่ 1 ........ 2..........3........”

แขนของดาบณรงค์นั้นล้าเต็มที ถ้านับจริงๆมันร่วม 70 ครั้ง แต่แคนยังนับป้วนเปี้ยนไม่เกิน10 ท่ามกลางสายตาที่มองมายังดาบตัวแสบด้วยความสมเพช พวกลูกน้องหลายคนไม่กล้ามองเบือนหน้าไปทางอื่น จนดาบณรงค์นั้นหมดแรงทรุดลงไปนอนราบกับพื้นห้อง

“ถุยไอ้ขุนช้างมึงก็ได้แค่นี้ เก่งกับกับคนที่ไม่มีทางสู้เท่านั้นกระจอก ทุเรศฉิบหาย เอ้า พวกมึงดูไว้นี่หัวหน้ามึงนะและจำใส่กะโหลกหนาๆของพวกมึงไว้ ไอ้นี่มันยศดาบแต่อย่าเสือกสวมรอยเรียกหมวดอีก ส่วนอีกตัวก็ยศจ่าส่วนไอ้ที่เหลือก็สวมรอยทำเป็นตำรวจ ครั้งนี้กูไม่เอาเรื่องแต่ถ้าพวกมึงยังทำอีกอย่าหาว่ากูไม่เตือน โดยเฉพาะไอ้ขุนช้างติดคุกตอนแก่นะไม่สนุกนะโว้ย”

ดาบณรงค์นอนราบไปกับพื้นแบบหมดแรงโดยไม่กล้าเถียงได้แต่หอบด้วยความเหนื่อยล้า ส่วนแคนหันไปบอกกับผู้กำกับ

“ของที่ผมยึดมา ผมคืนให้พวกมันหมดส่วนยาผมจะเอาไปตรวจสอบ แล้วดูแลลูกน้องให้ดีๆนะผู้กำกับเพราะครั้งหน้าผมไม่ใจดีแบบนี้”

 แคนสำทับไปอีกครั้งแล้วมองไปที่ดาบณรงค์ที่ตอนนี้ลุกขึ้นมานั่งแต่ไม่กล้าสบตาแคน เหมือนกับพวกลูกน้องที่หลบตาแคนกันเป็นแถว แคนหันไปพยักหน้ากับพวกแล้วเดินออกจากห้องสืบสวน ผู้กำกับหันไปพยักหน้าให้รองฝ่ายสืบสวนไปส่ง แคน แล้วสั่งให้ตำรวจที่อยู่ในห้องจัดการตัดสายเคเบิ้ลไทร์ให้พวกที่เหลือจนรองผู้กำกับกลับมาในห้อง ผู้กำกับจึงบอกกับดาบณรงค์

“ดาบต่อไปนี้ห้ามทำเรื่องแบบนี้อีกนะ ผมแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นมานานแล้ว เพราะเห็นว่าดาบมีผลงาน เรื่องนี้มันยังดีที่ผมคุยกับผู้การพีรพลจนเขายอมไม่เอาเรื่อง และอีกเรื่องผมกลัวว่าทางผู้ใหญ่จะส่งเขามาดูพฤติกรรมดาบนะสิ  ผู้การนะเขาสายตรงท่าน ผบ.ตร.กับท่านรองนายกดีไม่ดีท่านสั่งลงมาเท่ากับดาบโดนจับตามองแล้ว ผมช่วยได้เท่านี้นะดาบและตั้งแต่พรุ่งนี้ผมสั่งย้ายดาบกับจ่าภานุ ให้มาอยู่ธุรการ แต่ถ้าผู้ใหญ่ถามมาผมช่วยอะไรไม่ได้แล้วนะ”

ดาบณรงค์รับคำสั่งแต่ภายในใจนั้นระอุไปด้วยความแค้นที่มีต่อแคน แคนทำแบบนี้มันหยามศักดิ์ศรีของดาบณรงค์อย่างมาก ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครเคยทำกับดาบณรงค์แบบนี้มาก่อน ถึงตัวเองจะเป็นฝ่ายผิดแต่ดาบณรงค์นั้นไม่คิด แต่แคนทำให้ตนเองนั้นอับอายอย่างมาก แต่ตอนนี้ได้แต่ฝากความแค้นไว้ในใจ ฝ่ายแคนหลังจากขึ้นรถแคนนั้นไม่ได้ขับเองแต่ให้วัฒนาเป็นคนขับ แคนได้ใช้โทรศัพท์ส่งข้อความไปหาธงรบ

 
เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 10, 2021, 08:17:38 pm โดย twintower »

*

ออฟไลน์ biggiggog

  • Ultimate Member
  • ********
  • 3537
  • 1285
    • ดูรายละเอียด
Re: สางแค้นภาค 2(7/ละครบทสำคัญ)
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 10, 2021, 12:16:33 am »
ฝ่ายแคนเริ่มลุยบ้างแล้ว
อีกฝ่ายจะว่าไง
ขอบคุณครับ

*

ออฟไลน์ plot0440

  • Junior Member
  • ***
  • 303
  • 48
    • ดูรายละเอียด
Re: สางแค้นภาค 2(7/ละครบทสำคัญ)
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กันยายน 10, 2021, 12:29:53 am »
มีอะไรให่อ่านก่อนนอนพอดีเลย ตกลงนิ่มนี้เป็นนางเอกใช่ม่ั

แผนนิ่มคืออย่างเดือด แคนเองต้องเดือดกว่าละนะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 10, 2021, 12:55:58 am โดย plot0440 »

*

ออฟไลน์ treemiles

  • Junior Member
  • ***
  • 402
  • 233
    • ดูรายละเอียด
Re: สางแค้นภาค 2(7/ละครบทสำคัญ)
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กันยายน 10, 2021, 12:37:03 am »
เจอแหย่รังแตนแบบนี้ รังแตนก็แตกกระเจิ้ง หักเหลี่ยมเฉือนคมไม่ไว้หน้ากันเลย

*

ออฟไลน์ ones26421

  • Gold Member
  • *****
  • 1285
  • 212
    • ดูรายละเอียด
Re: สางแค้นภาค 2(7/ละครบทสำคัญ)
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กันยายน 10, 2021, 12:52:36 am »
แล้วตกลงแคนจะได้เย็ดนุ่มนิ่มไหมนะ

*

ออฟไลน์ dectai

  • Junior Member
  • ***
  • 392
  • 74
    • ดูรายละเอียด
Re: สางแค้นภาค 2(7/ละครบทสำคัญ)
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กันยายน 10, 2021, 01:18:46 am »
555 ถูกใจดันพี้นนี่ละครับ นับยังไงก็ไม่เคยครบเหมือนกันทุกที่

*

ออฟไลน์ cd13579

  • Global Moderator
  • *****
  • 1605
  • 1039
  • ชายผู้มีโครงการเต็มหัว แต่ไม่มีปัญญาเขียน
    • ดูรายละเอียด
Re: สางแค้นภาค 2(7/ละครบทสำคัญ)
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: กันยายน 10, 2021, 01:38:01 am »
เปิดปฎิบัติการโต้ตอบ มาดูว่าดาบแก่จะร้ายแค่ไหน
ใครหื้อใครซ่า ข้าแบนเรียบ

*

ออฟไลน์ Manoptana

  • Gold Member
  • *****
  • 1101
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: สางแค้นภาค 2(7/ละครบทสำคัญ)
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: กันยายน 10, 2021, 01:54:55 am »
แคนมีวิธีการให้พวกทำผิดร้อนตัวหรือโกรธแค้น จะได้พลาดหรือทำเรื่องให้หางโผล่ จะได้สาวเรื่องต่อได้ง่ายขึ้น คนทำผิดอย่างไรก็ไม่แนบเนียนเพราะไม่ใช่เรื่องจริงอยู่แล้ว

*

ออฟไลน์ Sitthikirn

  • Junior Member
  • ***
  • 371
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: สางแค้นภาค 2(7/ละครบทสำคัญ)
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: กันยายน 10, 2021, 02:00:36 am »
ฝ่ายแคนเริ่มตอบโต้บ้างแล้ว
รอวัดเหลี่ยมเลยครับแคนกับนิ่มว่าใครจะคมกว่า

*

ออฟไลน์ นัทโตะ

  • Junior Member
  • ***
  • 478
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: สางแค้นภาค 2(7/ละครบทสำคัญ)
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: กันยายน 10, 2021, 02:10:35 am »
ดาบนี่ล่ะจะทำให้ขบวนการแตก พอมันโมโหแล้วนุ่มนิ่มเสียขบวนแน่

Re: สางแค้นภาค 2(7/ละครบทสำคัญ)
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: กันยายน 10, 2021, 03:00:57 am »
มาดูว่าผู้การจะทำอย่างไร จ่าจะรอดไหมหรือจะโดนผู้การยิงตายก่อน

*

ออฟไลน์ bigmut

  • Junior Member
  • ***
  • 594
  • 262
    • ดูรายละเอียด
Re: สางแค้นภาค 2(7/ละครบทสำคัญ)
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: กันยายน 10, 2021, 03:30:01 am »
อยากมีฉากแคนจัดนุ่มนิ่ม

*

ออฟไลน์ elviswhat

  • Legend Member
  • *******
  • 2944
  • 988
    • ดูรายละเอียด
Re: สางแค้นภาค 2(7/ละครบทสำคัญ)
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: กันยายน 10, 2021, 03:37:26 am »
ผู้การเราโหดเอาเรื่องนะเนี่ย

*

ออฟไลน์ dodoza2

  • Senior Member
  • ****
  • 850
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: สางแค้นภาค 2(7/ละครบทสำคัญ)
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: กันยายน 10, 2021, 05:12:06 am »
เจอผู้การลุยแล้วขอบคุณมากครับสนุกมากจะได้บวกกันแล้ว

*

ออฟไลน์ marco35

  • Junior Member
  • ***
  • 483
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: สางแค้นภาค 2(7/ละครบทสำคัญ)
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: กันยายน 10, 2021, 05:37:41 am »
ผู้การนี่โหดเอาเรื่อง นะ

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ