ครั้งหนึ่ง ณ ร้านคาราโอเกะ [ Part 6 ] ตอนที่ 71 ( ประสบการณ์ของนายโทน )

ครั้งหนึ่ง ณ ร้านคาราโอเกะ [ Part 6 ] ตอนที่ 71 ( ประสบการณ์ของนายโทน )

  • 604 ตอบ
  • 7476 อ่าน
*

ออฟไลน์ ΜoNoTΩИ∑ ★★★

  • Senior Member
  • ****
  • 705
  • 4277
    • ดูรายละเอียด
สวัสดีครับ สวัสดี ร้านเกะมาละครับ

ขอโทษด้วยครับพอดีแก้งานเยอะเลย

ยินดีต้อนรับสมาชิกร้านเกะท่านใหม่ๆด้วย

แล้วก็ขอบคุณสำหรับลูกค้าผู้ที่มาเยี่ยมร้านเกะตั้งแต่ตอนที่ 1 จนถึงปัจจุบัน

รู้สึกขอบคุณมากๆเลยคร๊าบบบบบบ ขอบคุณทุกคอมเมนต์จริงๆครับ  ผมอ่านทุกตอมเมนต์นะครับ สั้นยาวผมก็อ่านหมด

และขอบคุณทุก EDIT และแสดงความคิดเห็นเพิ่มหลังอ่านจบ  มันเป็นกำลังใจอย่างดี

อย่างที่บอกครับกระทู้นี้ Free STYLE คอมเมนต์อะไรก็ได้ครับ เพื่อจะอ่านเนื้อหาที่ซ่อนไว้

ไม่จำเป็นต้อง EDIT ไม่ต้องกลัวผิดกฎใดๆ แต่ระวังกระทู้อื่นๆ หมวดอื่นๆด้วยนะครับ

เราต้องทำตามกฎของบอร์ดและกระทู้นั้นๆนะครับ เพราะเวลา MOD ลงดาบก็เด็ดขาดมา




ปล. สำหรับท่านที่ต้องการอ่าน ซีรีย์คาราโอเกะ หรือ ทุกซีรีย์ย้อนหลัง


สามารถคลิกที่ภาพ เพื่อวาร์ปไปห้องสมุดนายโทนได้เลยครับ








★★★★★★★★★★★



ปล.2 สำหรับใครสมาชิกใหม่ที่พึ่งสมัครเมมยูซเซอร์เข้ามาแล้วพออ่านเรื่องนี้แล้วอยากอ่านต่อก็ง่ายๆครับ
ตามภาพเลย ขั้นตอน 1 2 3  แต่ระวังการคอมเมนต์ไว้ให้ดีๆ อย่ามาแต่ อีโม นะ








★★★★★★★★★★★


ขออนุญาตแนะนำสาวๆ สักหน่อยครับ



พี่หมิว / เจ๊หมิว







★★★★★★★★★★★


แม่เสือดาว








★★★★★★★★★★★



ภาพที่มีเสียงของน้องมิ้นต์ มองไรไอ้บ้า






★★★★★★★★★★★



ภาพที่มีเสียงของน้องแก้ม คุณแฟนนนนนนน







★★★★★★★★★★★



ปล.3 ฟังเพลงกันด้วยล่ะ




★★★★★★★★★★★




ความเดิมตอนที่แล้ว




ผมเล่าเรื่องที่เคยทำงานให้ทั้ง สามคนฟัง เป็นครั้งแรกเหมือนกัน

ที่ได้เล่าเรื่องงานแบบนี้ ทั้งสามคนก็บอกว่าไม่มีอะไรจะห้าม

เพราะมันเป็นงานที่สำคัญต่อบริษัทที่ทำงานอยู่ด้วย

จนวันรุ่งขึ้นผมก็เตรียมตัวมาโรงยิมครับ แต่ก็แวะไปที่บริษัทก่อน

พอมาถึงก็เจอพี่แมนที่กำลังเดินมารับดอกไม้จากพนักงาน

เพราะพี่แมนพึ่งทำการเจรจาธุรกิจกับพวกไต้หวันสำเร็จได้

แล้วระหว่างนั้นพี่เขาก็เห็นผมนั่นแหละครับ ก็เลยเรียกไปช่วยรับดอกไม้

เราทักทายกันตามปกติ แต่มันไม่ปกติสำหรับคนอื่นไง

แล้วตอนนั้นพี่หมิวก็เดินมา ผมก็ยังไม่รุ้จะคุยยังไงดี

ผมก็พยายามเลี่ยงครับ แต่พี่หมิวก็กระชากคอเสื้อผมแล้วถามว่า

ทำไมต้องเย็นชาด้วยล่ะ หรือว่าไม่รักเจ๊แล้วเหรอ


★★★★★★★★★★★


นายโทนได้อารี่ 71



ผมนี่เอ๋อเลย เฮ้ย ๆ ๆ ๆ  ทำไมพี่หมิวพูดแบบนี้ต่อหน้าทุกคนล่ะ แล้วเดี๋ยวก่อนนี่พี่แกลืมหรือเปล่าว่าตัวเองบอกว่า ในบริษัทต้องเว้นระยะ ไม่มีคำว่าพี่น้อง



อย่าว่าแต่ผมเลยที่เอ๋อ เพื่อนร่วมงาน พี่ร่วมงานที่ยืนอยู่ก็เอ๋อเหมือนกัน คือมันคงจะมีแค่ในละครแหละที่ระดับผู้บริหารจะมาพูดจาเป็นกันเองกับพนักงานต๊อกต๋อยพันธุ์นี้


พูดจาเฉยๆก็ว่าน่าเหลือเชื่อแล้ว แต่กิริยาเหมือนจะเป็นกันเองที่ทั้งดึงคอเสื้อเข้าไปหาและถามว่าไม่รักเจ๊แล้วเหรอนี่สิ่ยิ่งทำผมสตั๊นเข้าไปอีก สตั๊นแบบปุ้ง ๆ ๆ ๆ เหมือนโดนมัลติแคส ของ แบล็ค สมิท








แล้วตอนที่ผมสตั๊นอยู่นั้น พี่หมิวก็บอกอื้มม คงไม่รักเจ๊แล้วล่ะเนอะ ก็เจ๊ทำให้น้องชายโกรธนี่นะ... ผมนี่คิดใจใจ โอ้โห เอารางวัลสุพรรณหงษ์ไปเถอะแบบนี้  แล้วเล่นใหญ่ไฟกระพริบด้วยนะ และแล้วสิ่งที่ผมกลัวก็เกิดขึ้น



" โทน นี่แกงอนคุณหมิวเหรอ "



ผมหันควั่บ !!! คอแหบหัก เพราะมีคนในกลุ่มเพื่อนร่วมงานพูดขึ้นมา แล้วพี่หมิวก็เสริมมาโบ๊ะบ๊ะมาก



[ พี่หมิว ]  :  ใช่ค่ะ เพราะหมิวไม่ดีเอง เลยทำให้น้องโทนโกรธ



น้องโทน น้องโทนเหรอ ไม่ ไม่ใช่ ปกติพี่หมิวไม่เคยเรียกผมว่าน้องโทน   ถ้าไม่โทน ก็อีโทน ถ้าหงุดหงิดก็เรียกไอ้ลิง ไม่อ่ะ ไม่ใช่แน่นอนที่จะเรียกน้องโทนแบบนี้ ผมไม่เข้าใจนะว่าพี่หมิวทำแบบนี้ทำไมเนี่ย แล้วเหมือนว่าตอนนี้เพื่อนร่วมแผนกของผมจะเอาใจช่วยพี่หมิวซะเต็มประดาเลย โทนคุณหมิวเขามาขอโทษแล้วแกจะไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอ ผมคิดใจนั่นไง อีโทนพี่น้องกันก็มีทะเลาะกันบ้าง แกสงสารคุณหมิว ผมคิดในใจ แน้ะ !!!



แล้วตอนนั้นพี่หมิวก็ปล่อยปกเสื้อผมครับ แล้วก็ทำท่าถอนหายใจแล้วบอกว่า ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะน้องโทนเขาคงจะโกรธหมิวอยู่ นั่นไงล่ะนั่นไง ผมก็ถามเลยนะว่า เจ๊หมิวไหนบอกว่าจะไม่เอาคำว่าพี่กับน้องมาใช้ในเวลางานไงล่ะ แล้วไหงถามแบบนี้ล่ะ แล้วพี่หมิวก็ตอบว่า



ตอนนี้โทนโดนพักงานไม่ใช่เหรอ งั้นมันก็ไม่ใช่เวลางานน่ะสิ่แบบนี้เจ๊ก็เรียกได้ไม่ใช่เหรอ แล้วอีกอย่างเพราะเจ๊อยากให้โทนหายโกรธเจ๊ไง โอยยย แผน นี่มันเป็นแผนแน่ๆ ผมรู้เลยว่าตั้งแต่ผมพูดออกไปว่า ไหนจะไม่เอาคำว่าพี่น้องมาพูดในที่ทำงาน นั่นเท่ากับว่าการ์ดกับดักของพี่หมิวทำงานสมบูรณ์แบบแล้วล่ะครับ



แล้วเพื่อนร่วมแผนกผมก็บอก โห แก อีโทนเห็นใจคุณหมิวเถอะนะ ผมนี่ปวดหัวเลย นี่มันเป็นการยืมมือคนอื่นมาช่วยกดดันชัดๆ แล้วตอนนี้พี่หมิวเธอไม่ได้ล็อคคอผมแล้วไง เท่ากับว่าเหมือนเธอไม่ได้บังครับอะไรแล้วตอนนี้ แต่ความจริงแล้วผมติดการ์ดกับดักเรียบร้อย



แล้วพี่หมิวก็ยังพูดอีกว่า ทั้งๆมี่เมื่อก่อนเป็นคนน่ารักกว่านี้แท้ๆ คอยดูแลพี่สาวตลอด จะใจร้ายกับเจ๊จริงๆเหรอ นั้น !!! กรูนี่เสียงสูงเลยครับ พี่หมิวยังพูดไม่จบ



แล้วเพื่อนในแผนกก็เสริมมาอีก โทนแกก็ใจเย็นอ่อนหน่อยดิ่ คุณหมิวพี่สาวแกเลยนะ ปกติแกก็ใจเย็นนี่นาโทน เอ้อออ เนี่ยพูดแบบนี้ค่อยน่าฟังหน่อย แล้วเพื่อนอีกคนก็พูดมาว่า


หรือแกทะเลาะกับคุณดาวแฟนแกน่ะ อารมณ์เลยบ่จอย โอ้โห้ !!! โยงเก่งจังโว๊ยยยยย ผมบอกไม่เกี่ยวเลย แล้วตอนนั้นพี่หมิวก็ถาม " แฟน " น้องโทนมีแฟนด้วยเหรอคะ นั่นไงงานเข้าแล้วจ้าาาาาา



มาหน้า มาหลังโบ๊ะบ๊ะไปหมด เพื่อนผมก็บอกใช่ค่ะ แฟนอีโทนคือแซ่บมากกก พี่หมิวก็อื้มม แล้วก็ตีหน้าเศร้า โอยยยย ผมล่ะงึ่ด แล้วคือมันแปลกนะ  ทั้งๆที่โดนบีบหน้า บีบหลังเหมือนกัน ไม่ได้ต่างกับตอนที่บ้านเลย คือกดดันนะ


แต่มันเป็นคนละความรู้สึกกับที่บ้าน คือตอนนี้เหมือนโดนแกล้งมากกว่า ไม่ได้รู้สึกเหมือนโดนบีบให้ตายเหมือนที่บ้าน ไม่รู้สิ่ครับอาจจะเพราะเป็นเพื่อนๆ ตรงนี้เขาไม่รู้ความจริง



พวกเขาแค่รับรู้จากปากพี่หมิวแค่ว่าพี่หมิวทำให้ผมโกรธและพยายามช่วยพูด ต่างกับพี่เตยที่ทั้งเหน็บ ทั้งพูดเรื่องบ้านไม่ติดแอร์ จะด่าเรื่องที่ผมเลวก็ไม่ด่าตรงๆ แต่ไปด่ากราดสิ่งรอบข้างแทน


หรือสิ่งที่ผมรับรู้ได้จากพี่เตยมันไม่ใช่แค่กดดันแต่เป็นการกดให้ผมดูต่ำกันนะ ทั้งพูดเรื่องค่าเช่าหอพัก แล้วยังมาพูดเรื่องบ้านไม่ติดแอร์อีก รู้นะว่าตัวผมผิดจะด่าว่าอะไรผม ผมยอมนะ แต่มาด่า มาเหน็บบ้านแบบนี้ไม่ยอมว่ะ



พ่อแม่กว่าจะสร้างขึ้นมาได้ขนาดนี้ใครจะไปยอมให้มาพูดกันล่ะ หรือว่าผม..จะตั้งแง่กับพี่เตยมากเกินไปนะ ผมก็หักหลังพี่เตยจริงๆนั่นแหละ การที่เธอจะโวยวายมันก็ไม่แปลกนะ แต่เดี๋ยวก่อน ก่อนหน้านั้นผมต้องเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ก่อน



เพื่อนร่วมงานก็บอกแก แกยกโทษให้คุณหมิวเถอะพี่สาวมาง้อแล้วนั่น พอผมมองไปที่หน้าพี่หมิว พี่แกก็ทำหน้าเศร้าๆโอยย เอารางวัลไปเลยไป ผมยืนควันออกหัวหงุดหงิดก็หงุดหงิด เขินก็เขิน โอยยยยย



คือผมไม่คิดเลยครับ ว่าพี่หมิวจะมาไม้นี้ จนผมบอกโอยย จะทำอะไรก็ทำ เพื่อนในแผนกก็มาบีบไหล่ มั่บ ๆ ๆ ๆ แล้วบอกต้องแบบนี้ดิ่ พี่น้องกันรักกันไว้น่ะดีแล้ว


ผมอยากจะตะโกนว่าไม่ช่ายย พวกแกน่ะตกเป็นเครื่องมือของพี่หมิวแล้ว ผมเงยหน้าไปมองพี่หมิวคือตอนนี้หน้าพี่แกนี่เต็มไปด้วยตัวอักษรคำว่า " ชั้นชนะ " โอยย กูล่ะงึ่ดเด๊ แล้วพอผมวางความคิดเรื่องนี้ไป



สิ่งที่ผมรู้สึกได้คือ สายตาคนรอบข้างเริ่มมองผมแปลกๆ สายตาแบบนี้ผมรู้จักดีมันเป็นสายตาที่สงสัย คงจะสงสัยว่าไอ้ต๊อกต๋อยนี่เป็นใคร คือมันเป็นปกติครับ วัฒนธรรมองค์กรของบริษัทผมเนี่ย เวลาใครทำอะไรสำเร็จ



ก็มักจะประกาศออกมาและเปิดโอกาส ให้พนักงานเข้ามาพูดคุยกับผู้บริหารระดับสูง อาจจะมาขอเคล็ดลับการทำงานและแสดงความยินดี แต่ตอนนี้คงจะแปลกเกินไปที่พี่หมิวมายืนคุยด้วยท่าทีที่เป็นกันเองเอง




แล้วตอนนั้นพี่หมิวก็พูดขึ้นมาค่อนข้างเสียงดังนะว่า ต่อให้เป็นน้องชายเจ๊ เจ๊ก็ไม่ช่วยหรอกนะเพราะเรื่องการทำงานมันเป็นความรับผิดชอบส่วนตัว ผมก็เอ้าาาา อะไรวะ คือคิดในใจนะอะไรของพี่เขาวะ



แล้ววันนั้นก็เหมือนวันรวมญาติเนอะเพราะพ่อกับแม่ของพี่หมิวก็มาด้วย เอ้ารออะไรไทซาบากิสิ่ครับ แค่คุยกับลูกสาวลูกชายคนก็มองด้วยสายตาอาฆาตแล้วคร๊าบ แต่ตอนนั้นเฮือก !!! ทะ ทางนี้ไม่มี พี่หมิวดักหน้า เพื่อนร่วมงานล้อม วงหมดเลย อารมณ์เหมือนเล่นเกมส์บอมเบอร์แมนแล้วพลาดวางระเบิดดักตัวเองอ่ะ ตู้มมม แล้วพี่หมิวก็จับแขนไว้ด้วย ทุกคนก็สวัสดีค่ะท่าน สวัสดีครับท่าน ผมก็สวัสดีครับ คุณท่าน



ผมพยายามทำตัวลีบๆ เล็กๆ ท่องไว้ไม่เห็น ไม่เห็น ไม่เห็น พ่อแม่กับพี่หมิวก็ทักทายทุกคนที่เข้ามาหา โดยเฉพาะพวกผู้บริหารระดับบิ๊กๆ ๆ ที่ตามพี่แมนไม่ทัน ก็จะมาตามท่านแทน คุณท่านทั้งสองก็บอกว่า ต่อไปนี้งานคงยุ่งกันเยอะนะเพราะเราได้ร่วมงานกับทางไต้หวันแล้ว ขอให้ทุกคนตั้งใจมากกว่าเดิมนะ แล้วคุณท่านก็ทักทายทุก เหมือนไม่ถือตำแหน่งอะไรเลย ท่านได้สอนอะไรเล็กๆน้อยๆให้กับพวกเคล็ดลับนั้นก็คือ



การทำ To do list วันนึงต้องทำอะไรบ้าง แล้วเอามาเรียงไล่ลำดับความสำคัญ เอาข้อมูลงานต่างๆมาย่อยๆ ๆ ๆ ต้องเต็มที่กับงาน และอย่าลืมพัฒนาตัวเอง แล้วตอนนั้นท่านก็หันมาถามผมว่า อีกข้อที่สำคัญคืออะไรนะเจ้าโทน


เฮือก !!!  โอย คาถาบังตาใช้ไม่ได้ผล นี่ผมลืมท่อง นะโมพุทธายะหรือเปล่า ผมก็ครับ ต้องทำงานพื้นฐานซ้ำๆในทุกวันครับ  แล้วตอนนี้คือไม่ต้องมีฮาคิสังเกตุผมก็รับรู้ได้ว่าสายตาทุกคนมองมาที่ผม



อารมณ์แบบโปสเตอร์จอน วิค อ่ะครับปืนกระบอกเล็งมาหมด สายตาทุกคนจ้องมาที่นี่หมด คุณท่านตอบว่าอื้มใช่ แล้วไหนลองบอกมาหน่อยสิ่ลูกชาย ว่าทำไมถึงมีรายงานว่า ( ชื่อ - นามสกุล จริงของผม )  ถูกพักงานเนื่องจากประพฤติตนไม่เหมาะสมล่ะ โอยยยย อารมณ์นี้มันเหมือนตอนที่โดนเรียกเข้าห้องปกครอง เพราะโดนจับได้ว่าใส่เข็มขัดโดม่อนมาโรงเรียน







แต่นี่มันหนักกว่าหลายเท่าไง เพราะคนที่ถามไม่ใช่แค่อาจารย์ห้องปกครอง แต่เหมือน ผ.อ.  มาสอบด้วยตัวเอง ตายห่า ผู้ถือหุ้นใหญ่มาถามผมแบบนี้ ผมจะทำไงดีล่ะ ผมนี่เหงื่อตกพลั่ก ๆ ๆ ๆ ๆ  อื้อหือเอาไงดี แล้วตอนนั้นผมหันไปหาพี่หมิวนะ ไหนบอกพี่สาวจะช่วยน้องชายไง ผมส่งสายตาอ้อนวอนเลยนะตอนนั้น แต่พี่หมิวก็หันไปคุยกับแม่ซะงั้น แม่คะวันนี้ต้องไปไหนต่อมั้ยคะ เอ้า !!!  เปลี่ยนเรื่องเฉ๊ยย แล้วพ่อพี่แมนก็ย้ำนะ ว่าไงลูกชายมีอะไรจะแก้ตัวมั้ย




ผมก็เลิ่กลั่กเลยครับ เลิ่กลั่กกว่าพี่หมิวตอนเล่าเรื่อง เธอ ฉัน และเขาอีกครับ พ่อพี่หมิวก็บอกอีกนะว่า พ่อจำได้นะว่าตอนที่มาทำงานด้วยพ่อก็สอนไปแล้วว่าอะไรควรทำในอนาคตน่ะ โอ่ยยย โดเรมอนช่วยด้วยขอประตูไปไหนก็ได้ที แล้วพ่อพี่หมิวก็บอกว่าเก็บเอาไปคิดแล้วกันนะ แล้วสมัครเข้ามาที่นี่ไม่ได้ขอให้เจ้าแมน หรือเจ้าหมิวช่วยใช่มั้ย



ผมก็บอกเลยว่า เอ่อผมเองก็พึ่งรู้ครับว่าคุณท่านมีหุ้นอยู่ที่บริษัทนี้ คุณท่านก็อื้มแล้วนี่เจ้าแมนแจ้งรายละเอียดการทำงานต่อจากนี้ยัง ผมก็ยังเลยครับตอนนี้ผมได้แค่ของที่จำเป็นต้องใช้กับกำหนดการคร่าวๆครับ คุณท่านก็ถามว่าแล้วนี่จะไปไหนถึงมาที่นี่ได้ ผมก็บอกว่าตั้งใจจะไปโรงยิมครับเลยแวะมาที่นี่ก่อนเผื่อจะมีงานที่ต้องรู้



พ่อพี่หมิวบอกว่าไม่จำเป็นต้องมาหรอกโทน ถึงจะมีงานที่จำเป็นต้องรู้มันก็ไม่จำเป็นต้องมาที่นี่ เพราะยังไงซะก็เข้าไปทำงานไม่ได้อยู่แล้ว ตอนนี้ที่ต้องโฟกัสคืออะไรทำไมเรื่องแค่นี้ถึงลืมล่ะ อื้อหือ เอาอีกแล้วตูผมก็ได้แต่ครับๆๆๆไป คุณท่านก็บอกว่า คงต้องปรับความคิดกันใหม่เลยนะเรื่องกันทำงาน พรุ่งนี้หลังจากที่เสร็จธุระที่ยิมเข้าไปหาพ่อที่บ้านด้วย



โอย มันยิ่งกว่าห้องเย็นอีก แบบนี้มันช่องฟรี๊ซชัดๆ แล้วพ่อพี่หมิวก็หันไปหาพี่จักรแล้วบอกคุณจักรเหนื่อยหน่อยที่มีเจ้าโทนอยู่ในแผนก พี่จักรก็บอกครับพอรับมือไหวครับ แล้วคุณท่านก็จะแยกตัวออกไปครับ แล้วท่านก็เรียกผู้บริหารท่านนึงเดินคุยไปด้วย ก็คงจะไปที่รถแหละครับส่วนพี่หมิวกับแม่ก็เดินมาหาแหละครับ



คุณท่านก็ถามว่าไงเจ้าโทนเดี๋ยวนี้เกเรใหญ่แล้ว ผมก็เอ่อคร๊าบบ แล้วคุณท่านก็บอกว่าถ้ายังไม่รู้จักระงับอารมณ์แล้วมีเหตุการณ์นี้อีกอาจจะต้องออกจากที่นี่นะ ผมก็ครับ ๆ ๆ ท่านก็บอกอีกว่าเดี๋ยวแม่ต้องไปประชุมต่อนะ ผมก็จะเดินไปส่งครับ แต่คุณท่านก็บอกว่าไม่ต้องไปส่ง คุยกับเจ้าหมิวไปก่อน



ผมก็ฮึ๊ !!!  คุยอะไรอีกล่ะนั่น คุณท่านเดินไปครับก็มีพวกการ์ดที่คอยดูแลเดินไปด้วย พี่หมิวก็ยืนกอดอกแล้วบอกว่า เข้าใจมั้ยทำงานก็คือทำงานไม่มีเส้นสายอะไรทั้งนั้น ครั้งนี้พักงานแค่ตักเตือนถ้ายังทำนิสัยไม่น่ารักแบบนี้อีก จะโดนพักงานด้วยหักเงินด้วย เอาใบเตือนไปด้วยอีกใบไม่มีปราณี ไม่มีคำว่าพี่น้องนะ



ดูดู๊ดู ทิ้งระเบิดตู้มใหญ่แล้วก็ไปเลย ดูเธอทำแล้วตอนนั้นพวกการ์ดที่เหลือก็เดินเอาบัตรอะไรมาให้ผมไม่รู้ครับ ผมรับมาแล้วถามว่าอะไรครับ พี่เขาบอกว่าตอนนี้ที่โรงยิมในบริษัทมีการเปลี่ยนระบบเข้าออกน่ะนี้เป็น Key Card ที่ทำขึ้นมาใหม่ ผมก็อ้อครับขอบคุณครับ แล้วพี่เขาก็บอกว่าถึงจะแค่ระยะสั้นๆ แต่ก็ยินดีต้อนรับกลับบ้าน พี่เขาตบไหล่ปั้ปๆ แล้วก็เดินไป



พอทุกอย่างผ่านไปสิ่งที่ผมรู้ได้คือสายตาของคนรอบๆข้างเริ่มไม่ค่อยมีออร่าน่ากลัวละ ก็คงจะเพราะโดนคุณท่านเทศนามั้งนะ แล้วเพื่อนร่วมงานก็เดินมาถามอะไรอ่ะแกบัตรอะไรอ่ะ ผมก็บอกว่าอ๋อ Key Card ของโรงยิมบริษัทน่ะครับวันนี้ผมต้องไปรายงานตัว พี่จักรก็บอกว่าเดี๋ยวๆ ที่บอกว่าเป็นบอดี้การ์ดนี่จริงเหรอ ผมก็พยักหน้าอื้มครับ



แล้วตอนนั้นมีใครบางคนมาดึงแขนผมครับ จะใครน่ะเหรอก็เหมียวไง เอ้าเหมียวมาไงเนี่ย เหมียวบอกว่ามาเล่าให้ฟังเลยว่าเกิดอะไรขึ้น ผมบอกว่าเดี๋ยวๆแล้วนี่ไม่ทำงานกันเหรอไง เหมียวก็ยื่นข้อมือให้ดูว่านี่ไงจะพักเที่ยงแล้วมาเลย มาเล่าให้ฟังเดี๋ยวนี้ แล้วผมก็โดนลากไปคุยครับ ไม่ได้ไปคนเดียวนะ



แต่เพื่อนในแผนก 10 กว่าคนก็ไปด้วย ที่เหลือ 10 กว่าคนจากทั้งหมดก็เพราะส่วนนึงเขาไม่ได้สนใจอยากฟังเรื่องของผม เขาต้องไปทานข้าวและไปทำงาน เขาแค่บอกว่าเอ้อวันหลังค่อยเล่าให้พี่ฟังนะโทนพี่มีงานด่วน ส่วนบางคนที่อาจจะไม่มีงาน หรือมีแต่ไม่รีบก็ไปกับผมด้วย




เราเดินมาที่ร้านอาหารร้านนึงซึ่งก็เป็นเหมือน Co Working Space ล่ะนั่งทานข้าวได้นั่งคุยกันได้ แล้วคือแปลกเพราะพี่จักรก็มาด้วยปกติแล้วพี่จักรเขาจะไม่ค่อยอะไรกับเรื่องพวกนี้นะ ผมก็ถามว่าเอ้าพี่จักรมาด้วยเหรอ พี่จักรก็บอกว่าเฮ้ยต้องมาดิ่ เพราะมีเรื่องน่าสนใจอยู่



ผมก็ถามอะไรน่าสนใจเหรอครับ พี่จักรบอกว่าเอ็งไม่เคยบอกว่ารู้จักกับคุณ[ ชื่อพ่อพี่หมิว ]  สองเอ็งก็ไม่เคยบอกว่าเคยทำงานกับเขาด้วย สามพี่ก็อยากรู้ว่าไปทำอีท่าไหนเขาถึงเรียกเอ็งว่าลูกชายแบบนั้น แล้วเหมียวก็บอกใช่ ๆ ๆ เมื่อกี้อ่ะคือเรียกว่าลูกชายเต็มสองหูเลยอ่ะโทน บอกมาเลยนะ



แล้วเมื่อกี้ที่สู้กับบอดี้การ์ดของคุณแมนอ่ะคืออะไร ไม่ยักเคยบอกว่าสู้เป็น ผมก็หืมอะไรเนี่ยแล้วตอนนั้นเหมียวก็แอบหยิกผมใต้โต๊ะเบาๆ พี่ๆที่เป็นผู้หญิงก็บอก แกบอกมาเลยนะอีโทนว่าเรื่องเป็นมายังไงคุณหมิวคุณแมนก็บอกว่าแกเป็นน้อง แถมไหนจะท่านทั้งสองนั้นอีก ผมก็เฮ้อออ กินราเมงดีกว่า



ก็แน่นอนล่ะครับหมูชาชูต้องมาแล้วล่ะจังหวะนี้ ผมก็เริ่มเล่าแหละเรื่องตั้งแต่ตอนมหา'ลัยปี 2 ที่เริ่มไปทำงานกับพี่แมนนู่นนี่นั่น ก็นะมันไม่ใช่ว่าเป็นความลับอะไรนี่นะ ผมก็เล่าว่าเป็นไงมาไงเท่านั้นเอง ส่วนเรื่องความลับผมก็ไม่ได้เล่าอะไร พี่จักรก็บอกโหอิจฉาว่ะนี่ได้ไปเรียนงานกับท่านตรงๆเลยเหรอ



ผมก็บอกว่าครับ แต่จะเป็นแค่เสาร์อาทิตย์น่ะครับที่ได้ไปทำงานที่บ้านคุณท่าน เพราะว่าวันปกติผมก็เรียนหนังสือแล้วก็ไปฝึกซ้อมกับทีมรักษาความปลอดภัยในตอนเย็น พวกพี่ก็โหแก แล้วนี่แกไม่ได้ตื่นเต้นเลยเหรอ ผมถามนะว่าตื่นเต้นอะไรเหรอครับ พี่ๆก็บอกเอ้าแก !!!  นี่แกรู้จักกับหุ้นส่วนใหญ่เลยนะแก แล้วยังเคยไปเรียนรู้งานจากท่านอีก



ผมก็พูดนะว่า ก็ผมบอกแล้วไงว่าผมเองก็เพิ่งรู้ว่าคุณท่านเขาเป็นหุ้นส่วนใหญ่ที่นี่ จะให้ผมตื่นเต้นอะไรเล่า พี่จักรก็อืมแต่ก็แปลกนะ ที่เรียนรู้จากท่านมาเยอะขนาดนั้นแต่เอ็งยังดูกร้านๆแข็งๆอยู่ โอ้โห เหมือนใจโดนทิ่มดังฉึก !!!  ผมบอกพี่ๆ ๆ ๆ มันคนละส่วนไม่ใช่เหรอนั่น พี่จักรก็บอกนะว่า



ก็ไม่แปลกใจหรอกว่าทำไมเอ็งทำงานเก่ง แถมรู้มากกว่ากว่าบางคนอีกก็คงเป็นเพราะได้เรียนรู้งานกับท่าน แต่อย่างที่บอกไปแหละว่าเอ็งยังกร้านๆเหมือนว่าไม่ได้เอาความรู้มาใช้เต็มที่อ่ะ ฉึ๊ก !!! ดอกที่สองเข้ามาทิ่มอีกแล้ว แล้วตอนนั้นก็เหมียวเธอขยับมาใกล้ๆผมอีกนิดนึง คือโต๊ะการนั่งมันเป็นแบบญี่ปุ่น



แล้วมีหลุมให้หย่อนขาลงไปน่ะครับแล้วก็มีโต๊ะสูงขึ้นมาให้เสมอแขนวางทำงานได้ แล้วพี่ก็ถามว่าแกแล้วตกลงว่าที่บอกทำงานการ์ดอ่ะคือไรเหรอ ผมก็บอกว่าพวกพี่ก็น่าจะรู้นี้น่าว่าบริษัทที่คุณท่านเป็นเจ้าของจริงๆน่ะมีทีมรักษาความปลอดภัยที่พี่แมนก่อตั้งขึ้นมา ก็มีหน้าที่ดูแลบุคคลสำคัญนั่นแหละ



ผมเองก็เคยทำงานในทีมนั้นคอยดูแลพี่แมนกับพี่หมิวซะส่วนมาก พี่ในแผนกก็โห้วจริงอ่ะ ผมก็อื้อครับก็ประมาณนั้นแหละ ก็เลยได้เข้ามาอยู่ในทีมรักษาความปลอดภัยแต่ผมก็ไม่ได้ดูแลคุณท่านหรอก ส่วนมากคนที่ดูแลคุณท่านจะเป็นพวกมือโปรน่ะครับ พี่ๆเขาก็ถามนะว่าแล้วดูแลคุณแมนที่ว่านี่ดูแลยังไงเหรอ



ผมก็พยายามนึกๆนะ แล้วบอกว่าก็เอ่อ.. ก็เวลาไปทำงานก็ไปด้วยตลอด พี่แมนก็มานอนค้างที่บ้านผมมั่ง บางทีผมก็นอนค้างบ้านพี่แมนมั่ง แล้วคือมันเหมือนจังหวะซิทคอมอ่ะ พี่จักรคือดื่มๆน้ำอยู่เขาสำลักพรวดเลยนะ เขาบอกเฮ้ยๆๆโทนแบบนี้มันไม่ปกติแล้วนะ



เอ็งได้เข้าไปเรียนรู้งานถึงบ้านเขาเลยเนี่ยนะ ผมก็เอ่ออ่ออื้มครับแปลกเหรอครับพี่จักรก็บอกเฮ้ย มันไม่ใช่เรื่องง่ายนะที่เป็นแค่เด็กฝึกงานแต่จะได้เข้าไปถึงบ้านเขาน่ะ ผมก็บอกว่าก็ไม่เห็นมีอะไรแปลกนี่ครับ บางทีพี่แมนก็จะมานอนค้างบ้านผมบ่อยๆ เท่านั้นแหละครับ ฮ๊ะ !!! อะไรนะอีโทน คุณแมนไปนอนบ้านแกเหรอ



คือต้องบอกแบบนี้นะครับทุกท่านบอกสั้นๆเลยว่าพี่แมนนั้น “ หล่อ “   หล่อมาก คือหล่อกระชากใจสาวเลย แถมยังเก่งมีความสามารถก็ไม่แปลกหรอกครับที่จะฮ็อตปรอทแตก แล้วคือบอกว่าพี่แมนไปนอนค้างบ้านผมเนี่ยนะ พวกเขาถามผมย้ำอีกครั้งว่าจริงเหรอแก



ผมก็ซดน้ำราเมงแล้วถามว่าแปลกตรงไหนเนี่ย แล้วเหมียวก็พูดขึ้นมาว่าโทนแต่ห้องโทนเล็กนะ คุณแมนนอนได้เหรอ..... แว๊ปนึงคือผมคิดในใจชิบหายละพูดอะไรออกมานั่น แล้วทุกคนก็เงียบหมดเลยนะ มีพี่คนนึงถามขึ้นมาว่าแล้วเหมียวแกรู้ได้ไงว่าห้องอีโทนมันเล็กน่ะ…..



ชิบหายละ โอยทำไมน้ำราเมงที่มันทั้งหวานทั้งกลมกล่อมอยู่ดีๆก็กลืนยากแบบนี้ เหมียวเอ๊ยหลุดออกมาเฉยเลย แล้วเหมียวก็เนียนว่าก็ก่อนจะไปเชียงใหม่เหมียวเอาเอกสารไปให้โทนที่บ้านก่อนขึ้นเครื่องค่ะ ผมก็คิดในใจเฮ้ยๆๆๆ พูดให้ดีๆนะไม่งั้นโดนแซวแน่ๆ ผมน่ะไม่เท่าไรแต่ตัวเธอนั่นแหละที่จะแย่เอา


เพราะยังไงซะผมก็ผู้ชาย ต่อให้โดนแอบเอาไปพูดแต่ยังไงคนเสียก็เหมียวนั่นแหละ เหมียวบอกว่าก็พอโทนโดนพักงาน งานบางตัวในแผนกก็ช้าลงอ่ะ เหมียวเลยต้องเอาไปให้โทนช่วยดูไม่งั้นเหมียวก็ประสานงานไม่ได้อ่ะ พี่ก็ถามว่าแกไปห้องนอนโทนเนี่ยนะ



เหมียวบอกก็ไม่ได้ขึ้นไปนะคะ แต่มองจากข้างล่างก็รู้แล้วแหละว่าเล็กก็ข้างบนเป็นบ้านไม้ ที่บ้านเหมียวทำรีสอร์ตแค่มองดูตัวบ้านก็รู้แล้วค่ะว่าถ้าจัดเป็นห้องๆแล้วห้องโทนคงเล็กแน่ๆล่ะ แล้วทุกคนก็เชื่อเหมียวนะ เอ้อ เอาเข้าไปสิ่หรือว่าเหมียวเตรียมการบ้านมาดี หรือว่าตั้งใจพูดกันนะ ช่างเถอะเอาเป็นว่ารอดตัวไป



พี่ในแผนกก็ถามนะว่า แล้วที่บอกไปเรียนรู้งานที่บ้านท่านอ่ะไปเรียนอะไรมั่ง โอย ตอบคำถามเดิมอีกละ แต่ผมก็ต้องตอบแหละครับ ผมก็บอกว่าก็เรียนรู้งานพื้นฐานทั้งหมดแหละครับ งานเอกสาร พรีเซนต์ รูปแบบวางงาน ว่างๆก็ไปซื้อของกับคุณท่านสองคนที่พารากอน เดินซื้อของใช้บ้าง ซื้อของเข้าครัวบ้าง บางทีพี่แมนกับพี่หมิวก็ไปด้วย



พวกพี่ๆก็ฮ๊ะ !!! ไปซื้อของด้วยเหรอ ผมก็ถามเอ่อซื้อของมันแปลกตรงไหนหว่า ผมก็บอกปกติก็ไปกับคุณท่านประจำอ่ะ พี่เขาก็บอกอีโทนสมองแกเบลอป่ะเนี่ย แบบนั้นมันเหมือนแกเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวเลยนะ พี่อีกคนก็เสริมว่ามิน่าล่ะท่านถึงเรียกแกว่าลูกชายคล่องปร๋อเลย ผมก็ฮึ๊ ? เหรอ ปกติคุณท่านก็เรียกผมลูกประจำนะ บางทีก็เรียกเจ้าโทนเหมือนเรียกพี่แมน พี่หมิว พี่ผู้หญิงก็บ่นโอ๊ยนี่แกรู้เรื่องอะไรมั่งเนี่ย อีโทนเอ๊ย



แล้วพวกเขาก็พากันหัวเราะไป ผมก็ไม่อะไรนะยังซดน้ำราเมงต่อไป พี่จักรเขาถามผมนะว่าแล้วถ้าได้เรียนงานทำงานกับคุณ(ชื่อพ่อพี่แมน ) ตั้งแต่ยังไม่จบมหาวิทยาลัย ทำไมพอเรียนจบแล้วไม่ทำงานที่นั่นเลยล่ะ มาลำบากวิ่งหางานทำไม ผมก็บอกนะว่าก็พี่แมนไม่ให้ผมทำงานที่นั่นอ่ะ พี่ผู้หญิงก็ฮ๊ะ !? ทำไมอ่ะแก ผมก็เลยบอกไปว่า พี่แมนให้เหตุผลว่า




มันสบายเกินไปถ้าจะมีงานที่บริษัทรอผมอยู่ ไหนๆก็สอนงานแล้วควรออกไปหางานทำเอง ฝึกงานผมก็ยังไม่ได้ฝึกกับบริษัทของพี่แมนเลย ต้องไปฝึกงานกับที่อื่น ผมพูดแล้วก็นึกถึงความขมขื่นที่ต้องไปทำงานไกลๆ น้ำตาจะไหลอ่ะฮืออออ  ผมก็คิดไว้แล้วว่าคงสบายละ มีที่ฝึกงานแล้วแน่ๆแต่ว่า...



[ พี่แมน ]  :  เฮ้ยโทน ไปหาที่ฝึกงานเอาเองนะ



ผมนี่ เอ๊าาา !!! ในใจเลยคือหน้าเสีย ใจหล่นลงตรีนเลยตอนนั้น เฮ้อคิดแล้วเศร้าขอเหล้าเข้มๆ แล้วตอนนั้นเหมียวก็ถามนะว่าแล้วกับคุณหมิวอ่ะ ทำไมถึงสนิทกันขนาดนั้น ถึงกล้ามาดึงคอเสื้อแล้วถามว่าไม่รักเจ๊แล้วเหรอ



แล้วคือเหมือนอุปทานหมู่อ่ะครับ เพราะทุกคนพูดแทบจะพร้อมกันว่า " ใช่ " ไหนแกสารภาพบาปมาเดี๋ยวนี้ ทำไมแกดูสนิทกับคุณหมิวมากๆ ผมก็ตีเนียนกินไปพูดไปว่า ตอนทำงานผมต้องคอยดูแลพี่หมิวบ่อยๆนี่ครับ แล้วพี่รหัสผมก็เป็นเพื่อนกับพี่หมิวด้วย




เหมียวก็ถามนะว่าใครอ่ะพี่รหัส ผมก็ตอบเจ๊จ๋าไง.... ทุกคนเงียบเลยตอนนั้นจนพี่จักรบอกโทนเอ๊ยเอ็งนี่มันเส้นก๋วยจั๊บจริงๆว่ะเฮ้ย ทำไมรู้จักแต่คนใหญ่คนโตแต่ไม่เคยบอกพวกพี่บ้างล่ะ



ซึ่งผมก็ยังยืนยันนะว่าก็ใช่ผมรู้จักกับพวกเขา แต่ผมก็ไม่เห็นว่ามันจำเป็นอะไรที่ต้องบอกนี่ครับ อีกอย่างผมมาทำงานที่นี่ผมเองก็เพิ่งรู้ตอนเข้าไปพรีเซนต์หลังจบสัมมนาที่ทะเล ว่าคุณท่านเป็นหุ่นส่วนใหญ่ของที่นี่



ก็วันที่พี่แมนเขาเข้ามาในแผนกเรานั่นแหละ ผมก็บอกว่านี่ผมยังไม่รู้เลยว่าที่พี่หมิวทำแบบนั้นตรงหน้าบริษัทจะทำให้ผมโดนนินทาว่าเป็นเด็กเส้นมั้ย พี่ๆเขาก็บอกคิดมากน่ะแก แกทำงานด้วยตัวของแกเอง




เฮ้ออ ถ้าคนอื่นเขาคิดแบบพวกพี่ก็ดีน่ะสิ่ครับ ช่างเถอะวะผมจะแคร์คนทั้งโลกก็ไม่ได้ด้วย เพราะแค่ 3 คนที่คอนโดก็ป่วนสุดๆแล้ว แต่ถามว่ามีความสุขมั้ย ผมว่านะทุกท่านที่อ่านคงรู้แหละว่าผมมีความสุขรึเปล่า




หลังจากที่รู้เรื่องสมใจอยาก พวกพี่เขาก็กินไปคุยไป เรื่อยๆ ผมกับเหมียวก็กินกันต่อ ผมหมายถึงกินข้าวนะ ต่างคนก็ต่างคุยเรื่องของตัวเองน่ะครับ แต่ก็จะมีนะที่เหมียวเอาไหล่มาชนเบาๆ




จนเมื่อกินมื้อเที่ยงกันเสร็จพวกพี่เขาก็ต้องไปทำงานนั่นแหละครับ ตอนแรกพี่เขาก็บอกจะส่งผมขึ้นรถแหละ แต่ผมไม่เอาหรอก  มันแปลกๆว่ามั้ยให้พี่ๆมาส่ง ผมเดินมาพร้อมกับพวกพี่ๆจนมาถึงหน้าตึก ผมก็อื้มไปก่อนนะครับ



พี่ๆเดินขึ้นไปแล้ว พอผมแยกกับพี่ๆแล้ว ผมก็จะไปโรงยิมนะแต่ว่าก็มีใครบางคนมาหาผมอีกนั่นแหละ ซึ่งเป็นเหมียวนั่นเองแล้วถือกระเป๋ามาด้วย ผมก็หืมจะไปไหนล่ะนั่นเหมียว เหมียวบอกกลับคอนโดวันนี้ไม่ได้มาทำงานเหมือนกันพึ่งกลับมาจากเชียงใหม่ ผมก็ถามเอ้อแล้วบอกจะกลับวันพุธนี่ ทำไมมาเร็วจังล่ะ




เหมียวบอกว่าก็ธุระเสร็จแล้ว ก็เลยกลับมาทำงานน่ะผมก็อ่ออื้มแล้วจะกลับเลยป่ะเนี่ย เหมียวก็ถามผมน่ะว่าแล้วโทนอ่ะจะไปโรงยิมกี่โมง ผมก็ถามกี่โมงแล้วอ่ะนั่น เหมียวบอกบ่ายโมงครึ่ง ผมก็บอกอ้อ 4 โมงน่ะถึงจะไป เหมียวก็บอกว่างั้นก็ว่างอ่ะดิ่ไปส่งหน่อย ผมก็หืมอื้มๆก็ไปดิ่เดี๋ยวไปส่ง



เราเดินมาอีกนิดหน่อยน่ะครับแล้วค่อยขึ้นรถ Taxi กันผมถามนะว่าแล้วเป็นไงมั่งอ่ะกลับบ้าน เหมียวบอกมันก็ดีแหละถ้าไม่ต้องไปธุระเรื่องงานน่ะ ผมก็บอกว่างั้นรอวันหยุดยาวๆก็กลับไปพักผ่อนสิ่ ที่บ้านเหมียวบรรยากาศดีจะตาย เหมียวก็ถามนะว่าพูดงี้เหมือนเคยเห็นบ้านเรางั้นแหละ



ผมก็บอกนะถึงไม่ไปก็รู้ว่าดีแน่ๆล่ะ เชียงใหม่อากาศดีจะตาย อากาศดีผมหมายถึงในช่วงที่ผมเล่านะ เหมียวบอกงั้นก็ไปบ้านเราดิ่ ผมก็อื้มก็ถ้ามีโอกาสไปน่ะแล้วเหมียวก็บอกว่ามีอยู่แล้วล่ะถ้าใจอยากจะไปอ่ะ เหมียวพูดแล้วก็ขยับมานั่งกอดแขนครับ ผมก็อื้มงั้นไปดิ่เหมียวก็เอนมาซบไหล่แหละครับ



จนมาถึงคอนโดเหมียวแถวราชเทวี ซึ่งมากี่ทีผมก็คิดเสมอๆว่าจริงๆแล้วฐานะของบ้านเหมียวน่าจะไม่ธรรมดาจริงๆแหละ ไม่งั้นพนักงานเงินเดือนประมาณหนึ่งคงอยู่คอนโดแพงๆแบบนี้ไม่น่าจะได้แล้วได้ยินว่าไปจัดการเรื่องที่ดินด้วยผมยิ่งปักใจเชื่อเข้าไปใหญ่ เหมียวบอกอือหนักง่ะช่วยถือหน่อย โอเคผมก็ถือให้แล้วตอนนั้นในลิฟต์ผมก็แกล้งกระซิบไปว่าจะให้ส่งหน้าห้อง หรือส่งหน้าเตียง



เหมียวก็ยิ้มแล้วบอกว่าวันนี้ไม่ได้หรอกช่วงไข่ตก ถ้าทำอะไรล่ะก็ อุแว๊แน่ๆ แล้วอีกอย่างห้องเราก็ไม่มีถุงยางเหมือนใครบางคนด้วย ผมก็บอกว่าแหม เห็นผมเป็นคนยังไงเนี่ย เหมียวก็บอกว่าก็ไม่รู้สิ่น๊าปากบอกว่าไม่ ว่าไม่ แต่ว่าวันนั้นก็ทำกับเรานี่นา ผมถามว่าแล้วเคืองป่ะล่ะ เหมียวยิ้มแล้วบอกว่าก็เปล่านี่ เธอกอดแขนผมแล้วก็ฮี่ๆๆๆ




ผมก็คิดนะว่าจากคนที่ผมแอบชอบในวันนั้น วันนี้กลับเป็นเพื่อนร่วมงานและเพื่อนร่วมเตียงเฉยเลยแฮะ พอมาถึงห้องผมก็เข้าไปแหละ ก็นะผมก็ไม่ใช่คนดีที่แบบว่าเอ่อเราส่งหน้าห้องก่อนดีกว่านะเดี๋ยวมันจะดูไม่ดี แหม่ ใส่กันซะยับที่ทะเลแล้วผมคงไม่ต้องแสร้งเป็นคนดีแล้วแหละ



ผมรู้ตัวดีแหละว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ เพราะเหมียวเองก็บอกว่าห้องไม่มีถุงยางแล้วผมเองก็ยังไม่อยากเป็นพ่อคน พอเข้ามาถึงห้องเหมียวก็เอากระเป๋าไปเก็บแหละ ผมก็ถามนะว่าโซฟานอนได้มั้ย เหมียวบอกเอาเลยๆ ๆ ๆ  เปิดแอร์เองนะโทน โอเค๊ไม่เกรงใจละครับ ผมวางกระเป๋าลงแล้วเอนตัวเลย



ไม่เกรงใจละนะโอยเมื่อย พอผ่านไปสัก 10 นาทีผมก็ได้ยินเสียงฝักบัวแหละ สงสัยเหมียวจะอาบน้ำ แอร์เย็นๆก็จะพาหลับวุ๊ยยยยย  สักพักเหมียวก็เดินออกมาใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้นเรียบร้อยเช็ด ๆ ๆ เส้นผมทีเปียกๆ แล้วเหมียวก็บอกแปปนะเดี๋ยวหายาทาให้ ผมก็ถามยาอะไรเหมียวก็บอกเถอะน่า



จนสักพักเหมียวก็มาพร้อมตลับยาสีเขียวแซมบัค พอมาถึงเหมียวก็มานั่งตุ้บข้างๆ แล้วบอกว่ามานี่จะทายาให้ เธอเปิดตลับแล้วเอานิ้วก้อยนั่นแหละแตะๆยาแล้วมาป้ายที่จุดช้ำๆของบนหน้าผม เหมียวก็บอกว่าโทนนี่น๊ามีแต่รอยช้ำเต็มไปหมดเลย ผมก็บอกจ้าๆ จะพยายามยาม




เหมียวถามว่าเป็นไรน่ะโทนดูหน้าเครียดๆตั้งแต่บริษัทแล้ว ผมก็บอกไปตามตรงว่าหนักใจน่ะสิ่ เพราะพี่แมน พี่หมิว ทำแบบนั้นไม่รู้จะโดนใครหมั่นใส้รึเปล่า เหมียวบอกว่าถ้ามองในมุมเรานะตอนนี้คงไม่ได้สนใจอะไรแล้ว ผมก็หืมยังไงเหรอ เหมียวบอกว่า ถ้าให้คิดแบบพนักงานทั่วไปนะ



ตอนที่คุณแมนมาทักโทนแล้วให้ช่วยถือดอกไม้ เราจะมีความงงว่าไอ้นี่ใคร   พอคุณแมนคุยกับโทนความรู้สึกต่อมาคงจะเริ่มสงสัยว่ารู้จักกันสนิทแค่ไหน การมาทำงานที่นี่ได้เพราะเส้นหรือเปล่า ตอนนี้ผมเครียดเลยครับ แต่เหมียวก็บอกว่า แต่พอคุณหมิวมาพูดเรื่องการทำงานที่ไม่มีคำว่าพี่น้อง แล้วโดนท่าน ( พ่อพี่หมิว ) มาดุต่อหน้าคนอื่นแบบนั้น




เราคงไม่กล้าคิดน่ะว่าตลอดเวลาที่ไปเรียนรู้งานกับท่านมา โทนจะโดนหนักขนาดไหน ขนาดต่อหน้าคนอื่นยังโดนดุแบบไม่ไว้หน้าแบบนั้นเลย เราว่าคุณหมิวที่ประกาศออกไปแบบนั้นเพราะช่วยโทนนะ ทั้งการที่ทำตัวสนิทมากๆและพูดให้ชัดเจนเรื่องการไม่ช่วยเหลือเราว่านั่นเพราะคุณหมิวจะช่วยโทนแหละ



ผมคิดในใจหึ เจ๊หมิวใจดีขนาดนั้นเลยเหรอ พอเหมียววางตลับยาแล้วเธอก็ขยับตัวมาซบที่ไหล่แล้วบอกว่า เราไม่รู้หรอกว่าสองคนทะเลาะอะไรกัน แต่พี่น้องกันก็ค่อยๆคุยกันสิ่โทน ยิ่งคุณหมิวมาทำแบบนี้เหมือนเธอแคร์โทนมากนะ แต่แค่แสดงออกไม่ชัดเจนมากกว่า ก็คงกลัวเสียฟอร์มล่ะมั้ง เหมียวซบแล้วก็บอกสิ่งที่เธอคิดให้ผมฟังนั่นแหละครับ



ผมก็ถามว่าแล้วนี่จะไปไหนต่อป่ะเนี่ย เหมียวบอกไม่แล้ว ตอนเย็นจะสั่งข้าวมากินแล้วก็จะนอนเลยพรุ่งนี้เราต้องทำงานแล้ว ผมก็อื้มๆงั้นเหมียวนอนพักก่อนก็ได้ เดี๋ยวเราจะไปโรงยิมเลย เหมียวก็อื่ออื้มโอเคถึงอยู่ต่อก็ไม่ให้ทำหรอก ผมบอกเดี๋ยวๆๆอะไร อะไร เหมียวบอกว่าโห อายุขนาดนี้กันแล้วไม่ต้องทำอายเลย ก็ถ้าเราอยู่ช่วงปลอดภัยแล้วโทนขอเราก็ยอมให้ทำแหละ




ผมลูบหัวเธอเบาๆแล้วบอกว่าไปนอนได้แล้ว เหมียวบอกงิ้มๆ เดี๋ยวไปส่งที่ประตู ซึ่งหลังจากนั้นผมก็นั่ง Taxi ตรงไปที่โรงยิมเลยครับ พอมาถึงผมก็แอบย่อง ย่อง ย่อง เข้าไปในโรงยิมครับ โอ้แม่จ้าว ทำไม ทำไมมันเป็นอย่างเง้ !!!  คึ คือแบบ อารมณ์เหมือนตอนเรียนจบมัธยมอ่ะ



แล้วพอกลับมาอีกครั้ง ทำไมโรงเรียนกูพัฒนาไวอย่างเง้ ทำไมตอนเรียนอยู่ถึงไม่มีอย่างเง้ !!!หรือพอเราเรียนจบแล้วโรงเรียนดูเจริญขึ้น เนี่ยย ความรู้สึกนี้กลับมาอีกแล้ว



เนี่ยพอผมกลับมาโรงยิมอีกครั้งคือทุกอย่างเปลี่ยนเลย เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นเลย อุปกรณ์ก็เป็นตัวเดิมแหละจำได้แต่ดูใหม่ขึ้น ทุกมุมจัดสรรปันส่วนได้ชัดเจน โซนดึงเชือก โซนเวทเทรนนิ่ง โซนวิ่ง โซนซาวด์น่า ที่สำคัญเบาะที่ใช้ในการฝึกพวกการต่อสู้ประชิดก็เพิ่มขึ้น มีเบาะยูโดหรือเบาทาทามิเพิ่มมาด้วย โอ้ โฮะ โฮ !!! ทำไมมันดีแบบเน้ ทำไมมันดีกว่าชาวบ้านเขา





 






เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 14, 2021, 01:41:26 pm โดย Monotone_Memory »

*

ออฟไลน์ I2ta3ta3

  • Senior Member
  • ****
  • 986
  • 0
    • ดูรายละเอียด
ถ้าอารมณ์พาไปมีไม่มีถุงก้อได้หมดนะ

*

ออฟไลน์ Bluemuffer

  • Senior Member
  • ****
  • 894
  • 0
    • ดูรายละเอียด
ไม่เปนไรครับ ต่างคนต่างมีภารกิจ

*

ออฟไลน์ elelle

  • Senior Member
  • ****
  • 779
  • 81
    • ดูรายละเอียด
ก่อนนอนลองรีเฟรีชดูลงพอดีแฮะ แต่มีคำผิดตรง เหมียว กับ หมิวนะ ตอนกินข้าวกลางวัน

*

ออฟไลน์ Nu metal

  • Gold Member
  • *****
  • 1366
  • 415
    • ดูรายละเอียด
มาๆๆ ทำงานเหมือนเดิมนะโทน

*

ออฟไลน์ tummada5819

  • Full Member
  • **
  • 103
  • 0
    • ดูรายละเอียด
 ::KO::ขอเข้าร้านเกะคนแรกๆจากที่รอคอยมาหลายวันนะตับ อยากให้ถึงตอนคืนดีกับพี่เตยสักทีนะคับ

*

ออฟไลน์ sunnies

  • Legend Member
  • *******
  • 2079
  • 588
    • ดูรายละเอียด
โดนคุณท่านดุเลยแถมโดนวางระเบิดใส่อีกกลับมาทำงานยังจ่ะมีคนกล้ามากวนบาทาอีกมั้ยครับ

*

ออฟไลน์ ัuffa555

  • Veteran Member
  • ******
  • 1546
  • 494
    • ดูรายละเอียด
 ::HeyHey:: คุณโทนนี่ยังซื่อเหมือนเมื่อตอนปี 2 ไม่มีผิดเลยครับ

*

ออฟไลน์ ballzae

  • Senior Member
  • ****
  • 746
  • 77
    • ดูรายละเอียด
พี่หมิวนี่สวยแล้วก็เก่งมากจริงๆ รู้วิธีพูดไม่ให้โทนโดนมองว่าเป็นเด็กเส้นได้ดีมากๆเลย

*

ออฟไลน์ pddy2545

  • Junior Member
  • ***
  • 493
  • 53
    • ดูรายละเอียด
สรุปโดนพี่หมิวแกง เหนือชั้นขนาดนี้ ยังไงก็ไม่รอด 😅

*

ออฟไลน์ puretank

  • Junior Member
  • ***
  • 410
  • 63
    • ดูรายละเอียด
นึกว่าจะนอกใจนางเอกผมซะแล้ว ส่งยันห้องเลย

ปล.มีบทตัวประกอบอดทนให้พูดถึงด้วยแหะ

*

ออฟไลน์ commail

  • Junior Member
  • ***
  • 263
  • 0
    • ดูรายละเอียด
ได้บู๊อีกแล้วนายโทน

*

ออฟไลน์ guang_k

  • Senior Member
  • ****
  • 607
  • 0
    • ดูรายละเอียด
งานนี้ความกดดันน่าจะลดลงไปเยอะแล้ว เพราะทุกคนรู้แล้วว่าคุณโทนได้เทรนงานมาดีแค่ไหน และมีแบ๊คดีและไม่ก้าวก่ายเรื่องงานให้เอามาเป็นประเด็นด้วย
แต่คราวนี้พลาดท่าให้พี่หมิวอีกแล้วนะครับ แผนการดีมากเลย คนตกหลุมเป็นกลุ่มเลย
และเหมียวในตอนนี้ก็ให้ความรู้สึกดีขึ้นมากไม่งอนง่ายๆ เหมือนเดิม ดูเป็นผู้ใหญ่เข้าใจอะไรดีขึ้น
เข้ายิมไปจะเจอเด็กใหม่หาเรื่องเหมือนวันก่อนอีกหรือเปล่านะ ยังไม่หายดีด้วยซิ

ได้ลงมือกันจริงๆ ด้วย เจ้าหญิงเริ่มเปิดใจแล้ว น่าจะปูทางของการคุยกันที่พูดถึงในพารืทเทพีบ้านไพรที่บอกไว้ อยากให้มินต์กับแก้มมีความสุขแบบเต็มๆ เหมือนกับดาวนะ เพราะเท่าที่อ่านมาดาวเขายอมรับและปล่อยอดีตทิ้งไปได้เยอะสุดในบรรดาสามสาว
กำลังย้อนมาอ่านเทพีบ้านไพรของมินต์พอดีเลย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 14, 2021, 03:38:02 am โดย guang_k »

*

ออฟไลน์ pui10000

  • Banned!

  • Gold Member
  • *****
  • 1027
  • 93
    • ดูรายละเอียด
นางพญามาแผนสูงแล้ว

*

ออฟไลน์ manu111

  • Senior Member
  • ****
  • 636
  • 50
    • ดูรายละเอียด
นึกว่าจะออกกำลังกายกับเหมียวก่อนไปยิมซะแล้ว

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ