รักไม่มีขีดจำกัด (ความรักของผม ปี2) ตอนที่ 5 by X-SOZE

รักไม่มีขีดจำกัด (ความรักของผม ปี2) ตอนที่ 5  by  X-SOZE

  • 3 ตอบ
  • 11131 อ่าน
*

ออฟไลน์ sanookinm

  • Full Member
  • **
  • 164
  • 1255
    • ดูรายละเอียด
รักไม่มีขีดจำกัด (ความรักของผม ปี2) ตอนที่ 5 เพื่อนสนิท...คิดไม่ซื่อ...by  X-SOZE

  เปิดเทอมวันแรก...ห้องเรียน 341 วิชาคณิตศาสตร์
"ไอ้เหลียง..กูได้ข่าวว่าห้องเราจะมีเด็กใหม่เข้ามาวะ" เสียงไอ้กายพูดกับผมขณะอาจารย์กำลังสอนอยู่หน้าห้อง
"จริงดิ...กูยังไม่ได้ข่าวเลยวะ" ผมพูดตอบมันเบาๆ
"เห้ยจริงดิ..เด็กใหม่ของมึงเนี่ยผู้ชาย ผู้หญิงวะ" เสียงไอ้ต้นซึ่งนั่งอยู่ข้างหน้าหันมาถามอย่างสนอกสนใจ
"ไม่รู้วะ.. ไอ้เหลียง มึงลองไปถามแม่เลี้ยงมึงดิ" ไอ้กายพูดกับผมด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"เออๆ..มึงไปถามเลยไอ้เหลียงแล้วมาบอกพวกกูด้วย " ไอ้ต้นก็สนับสนุนไอ้กายอย่างเต็มที่เลยครับ
"ถ้าเป็นผู้หญิงแล้วถูกสเป็คกูนะ..กูจองนะเว้ย" ไอ้ต้นพูดหน้าตาหื่นกามมากครับ ไอ้นี่ ขนาดมียัยอิงจอมแสบเป็นแฟนแล้วทั้งคน มันยังจะมีหน้าไปเหล่ผู้หญิงอื่นอีกนะเนี่ย - -
พวกเราสุมหัวกันกระซิบกระซาบคุยกันเรื่องเด็กใหม่ซะจน...ลืมสังเกตุอะไรบางอย่าง....แล้วในที่สุด....
"ไอ้สามคนนั้นน่ะ..ลุกขึ้น!!"
"ซวยแล้วมึง" ไอ้กายสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงอาจารย์
"ไงละมึง..เสียกอยากรู้นัก..ไอ้เวร" ผมด่ามันอย่างเซ็งๆครับ - -
"อธิบายเลขทั้งหมดที่ครูสอนมาซิ" เสียงอาจารย์พูดกับเราฟังดูแล้วเหมือนเสียงพยายมจริงๆ หรือผมคิดไปเอง
"มึงทำก่อนเลยไอ้กาย..." ไอ้ต้นโยนให้ไอ้กายคนแรกเลยครับ ไอ้พวกนี้ มันรักเพื่อนกันจริงๆ
"ไอ้สัดต้น...งั้น..กูสละสิทธิ์ให้มึงก่อนเลยไอ้เหลียง"  ไอ้กายโบ้ยมาให้ผมอีกต่อหนึ่ง
"ไอ้เหี้ย..." ผมแอบด่ามันเบาๆ ไอ้พวกนี้มันรักเพื่อนกันจริงๆเลยครับ  ไอ้พวกเวรนี่  แต่ผมคิดว่า ยังไงๆ ผมก็ทำได้ครับ เพราะข้างหลังผม..มีเธอคนนั้นนั่งอยู่ด้วยนี่นา…
"พูดตามเรานะเหลียง..." เสียงที่ผมรอคอยก็ดังขึ้นจากข้างหลังผมเบาๆครับ เสียงของเธอคนนั้นนั่นเอง
"เอ้า..นายเหลียงจะอธิบายได้รึยัง..หรือจะให้ครูหักคะแนนแล้วไปบอกแม่เธอ " โอยยย หักคะแนนยังไม่เท่าไหร่ แต่บอกแม่ฝ้ายนี่รับไม่ได้จริงๆ
"พูดตามเรานะ...aเท่ากับ......" ผมพูดตามที่เธอบอกทุกถ้อยคำแบบไม่ให้อาจารย์จับได้ว่ามีใครบางคนแอบบอกผมจากข้างหลัง จนในที่สุด...
.....เสียงกริ่งหมดคาบเรียนก็ดังขึ้น
"เอาแหละนักเรียน อย่าลืมอ่านหนังสือนะ ไปทานข้าวได้" และแล้วอาจารย์ก็ปล่อยเราไปพักตามเวลาครับ
"ไอ้เหลียงแดกข้าวเหอะ" เสียงไอ้กายแหกปากพูดกับผมครับ
"เออๆ..เดี๋ยวตามไป" ผมตอบก่อนที่จะเดินไปหาเพื่อนสาวที่ช่วยชีวิตผมไว้
"ดรีม..ขอบใจนะที่ช่วยอ่ะ" ผมรีบเดินตามเธอออกมานอกห้องครับ เป็นดรีมเพื่อนสาวแสนน่ารักของผมนั่นเองครับ
"ไม่เปนไรหรอกจ้ะ...ทีหลังก็อย่าคุยตอนเรียนสิ" ดรีมยิ้มก่อนจะพูดกับผมอย่างน่ารักครับ ผมเห็นรอยยิ้มของเธอทีไร ใจมันจะละลายลงไปกองกับพื้นทุกที ดรีมยิ้มได้น่ารักสุดๆเลยครับ อาจเทียบได้กับพี่พลอยแฟนสาวของผมเลย ผมก็อธิบายไม่ถูกอ่ะนะครับ คือ ดรีมหน้าตาเธอออกหมวยๆจีนๆอ่ะครับ แล้วก็มีลักยิ้มที่มุมปากด้วย เวลาเธอยิ้มหรือหัวเราะ โลกทั้งโลกมันดู สดใสขึ้นมาในพริบตา ให้ผมมองดรีมยิ้มทั้งวัน ผมก็ไม่เบื่อ ^^
"...." ผมได้แต่มองดรีมยิ้มจนใจลอยเคลิ้มไปกับรอยยิ้มพิมใจของเธอซะจนลืมตัว
"เหลียง...เหลียง!!"
"ฮะ...ว่าไงนะดรีม" ผมสะดุ้งทันทีเมื่อดรีมเรียกผมครับ
"คิกๆ..เหลียงเป็นอะไรอ่ะ" ดรีมหัวเราะเมื่อเห็นท่าทางผมครับ ให้ตายเหอะ ทำไมดรีมเธอน่ารักขนาดนี้นะ ผมชักปล่อยใจให้เตลิดไปกับความน่ารักสดใสของดรีมซะจน..มันคงยากที่จะตัดใจ
"ดรีมไปกินข้าวกับเราป่าว" ผมชวนดรีมด้วยความเต็มใจอย่างยิ่ง
" เอ่อ..แล้ว.พี่พลอยละ" ดรีมสีหน้าเปลี่ยนไปทันทีเมื่อพูดถึงพี่พลอย เหมือนกับว่าเธอ..เสียใจ ไม่หรอกน่า ผมคงคิดมากไปเอง ดรีมจะมาเสียใจทำไม
"พี่พลอยไปเค้าทำโครงงานกับเพื่อนน่ะ เค้าก็เลยให้เราไปกินข้าวก่อนเลย"
"หรอ...งั้นก็ไปสิ" ดรีมตอบผมอย่างร่าเริง สีหน้าเธอกลับมาสดใสอีกครั้ง ผมอดแปลกใจไม่ได้ แต่ผมก็ไม่สนใจอะไรแล้วละครับ ตอนนี้ ผมขอแค่ได้อยู่กับเพื่อนสาวของผม ได้นั่งมองเธอยิ้ม ได้มองเธอหัวเราะ ผมก็ดีใจสุดๆแล้วครับ...
"เหลียงมองดรีมทำไมอ่ะ..มีอะไรหรอ" เสียงดรีมพูดกับผมขณะเรากำลังนั่งทานข้าวด้วยกันสองคนครับ
"ป..ป่าวหรอก...ทำไมหรอ..เรามองคนสวยไม่ได้หรอ" ผมตอบแบบทีเล่นทีจริง ดรีมหลบสายตาก้มลงตักอาหารทานต่อ ผมเห็นดรีมเป็นแบบนี้แล้ว ผมชอบมากๆเลยละ
"จะบ้าหรอเหลียง.." ดรีมพูดกับผมแบบเอียงอาย
"จริงๆไม่ได้โกหก..นี่ดรีม เราถามไรอย่างดิ"
"อะไรหรอ"
"ดรีมไม่มีแฟนหรอ..?" ผมถาม
"จะบ้าหรอเหลียง แฟนที่ไหนละ" ดรีมรีบตอบปฏิเสธแทบจะในทันที
"อ้าว..ดรีมยังไม่มีแฟนจริงดิ" ผมถามต่อด้วยความตื่นเต้น เพราะผมแทบไม่เคยถามเธอในเรื่องนี้เลย แต่ผมก็เคยคิดว่า ผู้หญิงน่ารักใสๆอย่างดรีม ก็น่าจะมีแฟนเหมือนคนอื่นเค้านะ
"ใครจะไปชอบผู้หญิงอย่างเราละ.." ดรีมตอบแบบถอนใจ
"โห่..ต้องมีคนมาชอบดรีมบ้างแหละ " ผมพูดต่อ
"เหลียงว่าแปลกมั๊ยละ...คนที่มาชอบเรา..เรากลับไม่เคยสนใจ แต่คนที่เราหลงรัก เค้ากลับไม่เคยรู้ว่ามีใครบางคน..รักเค้าหมดหัวใจ"  ดรีมสบตาผมก่อนจะพูด ประโยคนี้กับผม ผมสบตาดรีมถึงแม้มันจะถูกบดบังด้วยแว่นคู่ใจอันเดิม แต่ผมรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของเธอ สายตาของเธอบ่งบอกถึงความเจ็บปวดลึกๆที่อยู่ในใจ สีหน้าของดรีมเต็มไปด้วยความเศร้า ผมได้แต่อึ้งกับสิ่งที่เธอพูด  นี่ดรีมมีคนที่เธอหลงรักอยู่แล้วงั้นหรอ?
“…” ไม่ช้าเราทั้งสองคนก็มีแต่ความเงียบ ผมกับดรีมต่างคนต่างไม่พูดอะไรอีก ถึงแม้โรงอาหารจะมีแต่เสียงดังกึกก้อง แต่ความรู้สึกของผมมันเหมือนกับว่า ทุกอย่างมีแต่ความเงียบงันไร้เสียงใดๆทั้งสิ้น ดรีมมีคนที่เธอรักอยู่แล้วหรอ… แล้วทำไม ผมถึงได้รู้สึกใจหายแบบนี้น่ะ ความรู้สึกแบบนี้…มันหมายถึงอะไรกันแน่…?
“เราอิ่มแล้วแหละเหลียง…” ดรีมพูดกับผมเบาๆ น้ำเสียงของเธอฟังดูเยือกเย็น
“ดรีมรักใครหรอ?”  ผมเผลอถามดรีมออกไปตรงๆอย่างที่ไม่ควรจะทำ โถ่ไอ้เหลียง นี่มึงทำอะไรอยู่เนี่ย
“ขนาดนี้แล้ว เหลียงยังไม่รู้อีกหรอ?” ดรีมเงยหน้ามองตาผม น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความผิดหวัง ราวกับว่าเธอกำลังผิดหวังในตัวผมอย่างงั้นแหละ ผมไม่เข้าใจจริงๆ
“ดรีมหมายความว่าไง…”  
“ก็เราบอกแล้วไงว่าคนที่เรารัก..เค้าไม่เคยรู้ตัวหรอก” ดรีมพูดกับผมเบาๆ น้ำเสียงฟังดูเศร้าหมอง
“แล้วดรีมเคยบอกเค้ามั๊ย ว่าดรีมรักเค้า” ผมถามดรีมตรงๆอีกครั้ง ผมไม่เข้าใจตัวเองเลยว่า ทำไมผมถึงต้องเป็นเดือดเป็นร้อนเมื่อรู้ว่าดรีมว่าคนที่เธอรักอยู่แล้ว ผมไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมผมถึงต้องซักไซ้ถามเรื่องส่วนตัวของเธอขนาดนี้ นี่ผม ผมเป็นอะไรไปเนี่ย
“เหลียงอย่าถามดรีมอีกเลยนะ..เราขอร้อง!!” ดรีมขึ้นเสียงพูดกับผมเสียงดัง ผมถึงกับชะงัก อ้าปากค้าง กับการท่าทางของดรีมที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน นี่เป็นครั้งแรก ที่ดรีมขึ้นเสียงกับผม ผมได้แต่นั่งอึ้ง แววตาของเธอดูน่ากลัวอย่างที่ผมไม่เคยเจอ นี่มันอะไรกันแน่
“ดรีม…” ดวงตาของผมเปิดกว้าง อ้าปากค้าง ผมเรียกดรีมเบาๆ ด้วยความตกใจ เหมือนเธอจะได้สติกลับมาอีกครั้ง สีหน้าของเธอเหมือนจะตกใจมากกับการกระทำของเธอเอง
“ล..เหลียง..คือเราไม่ได้ตั้งใจ..เราขอโทษ..เรา…”
“เราขอโทษนะดรีม…เราก็แค่..เอ่อไม่อะอะไรหรอก..งั้นเราไปก่อนนะ เจอกันบนห้องนะ” ผมรีบชิงพูดตัดหน้าเธอด้วยความละอายใจ เรื่องนี้ผมผิดเองทั้งหมด ดรีมก็คงจะรำคาญผมแน่ๆ ผมอายจริงๆ อับอายๆ ผมรีบลุกจากโต๊ะและเดินออกจากโรงอาหารไป ทั้งๆที่ผมก็ยังไม่รู้เลยว่ากำลังจะเดินไปไหน แต่เท้าของผมมันพาผมเดินไปเอง ผมคงมองหน้าดรีมไม่ติดแน่ ดรีมเธอไม่เคยขึ้นเสียงกับผมเลยด้วยซ้ำ  ผมทิ้งดรีมให้เธอนั่งอยู่คนเดียว ผมสับสนไปหมด ความรู้สึกของผมมันสับสน จิตใจของผมมันปั่นป่วนไปหมด  ผมยังอึ้งไม่หายกับสิ่งที่ดรีมทำ  แต่มันก็ไม่ แปลกหรอกครับ ผมไม่ควรจะไปยุ่งย่ามเรื่องคนรักของเธอตั้งแต่แรก ผมไม่น่าทำแบบนั้นตั้งแต่แรก ทำไมผมต้องทำอย่างนั้นด้วย ผมก็ไม่เข้าใจ ทั้งๆที่ดรีมกับผมเป็นเพื่อนกันมาหลายปี แต่ผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับเธอมาก่อนเลย ทันทีที่เธอบอกว่าเธอมีคนที่เธอรักอยู่แล้ว ใจผมมันก็รู้สึกแปลกๆอย่างบอกไม่ถูก ทำไมกันนะ…?
“อ้าวเหลียง!!...เข้ามาหาครูหน่อยสิ” เสียงคุณครูยังสาวเรียกผม ขณะที่ผมกำลังเดินเหม่อไปเรื่อยอย่างไร้จุดหมาย
“ค.ครับ ผ.อ.”
“นั่งสิเหลียง…”
“ผ.อ.มีอะไรกับผมหรอครับ”
“แหม..เรียกเหมือนอยู่บ้านก็ได้จ้ะ” เสียงหญิงสาววัยใกล้40 พูดกับผมอย่างเป็นกันเอง
“ก็เห็นแม่ฝ้ายเคยบอกว่าอยู่โรงเรียนอย่าเรียกเหมือนอยู่บ้านนิครับ..มันดูไม่ดี”
“คิกๆ..ก็เมื่อกี้มีคนอยู่ตั้งเยอะนิ แต่ในนี้ก็ไม่มีใครแล้ว เรียกเหมือนอยู่บ้านก็ได้” แม่ฝ้ายพูดกับผมอย่างอารมณ์ดี  
“ครับแม่ฝ้าย”
“เออนี่เหลียง..แม่มีเรื่องสำคัญจะบอกเหลียงนะ” แม่ฝ้ายพูดกับผมพร้อมกับเปิดลิ้นชักและหยิบแฟ้มเล่มหนึ่งก่อนที่แม่ฝ้ายจะส่งให้ผม
“นี่อะไรหรอครับ..?” ผมถามพร้อมกับเปิดแฟ้มออกดู
“เหลียงคงได้ข่าวบ้างแล้วสินะที่ว่า ห้องของเหลียงจะมีนักเรียนย้ายมาใหม่เทอมนี้” แม่ฝ้ายพูดกับผมด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ครับ..ก็ได้ข่าวเหมือนกัน” ผมตอบ ที่ไอ้กายบอกผม สงสัยจะจริงครับ
“จ้ะ..เหลียงลองดูในแฟ้มประวัติเค้าสิ” ผมก้มดูเอกสารให้แฟ้มประวัติการเรียนทันที
“อืม..หน้าตาก็ดีนิครับ..ชื่อเป้งั้นหรอครับ..เอ๊ะ!!..นามสกุลคุ้นๆนะครับ” ผมพูดกับแม่ฝ้ายด้วยความแปลกใจ
“ใช่มั๊ยละ..เค้าเป็นลูกขชายของข้าราชการผู้ใหญ่คนนึงในกระทรวง..แล้วครอบ ครัวเค้าพึ่งจะย้ายมาอยู่จังหวัดเรา พ่อของเราก็เลยช่วยทำเรื่องมาให้แม่รับเค้าเข้าเรียนที่นี่”
“ อ๋อ..ใช้เส้นว่างั้น..” ผมถึงบางอ้อในทันที
“จุ๊ๆ..เบาสิจ้ะ..ก็ประมาณนั้นแหละ..แวดวงข้าราชการน่ะ..เค้าต้องเห็นแก่ ผู้ใหญ่.ในเมื่อพ่อของเค้าเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ พ่อเราก็ต้องเอาใจสิ..”
“ครับ..ผมเข้าใจ” ผมพูดกับแม่ฝ้ายไปก็เปิดดูแฟ้มประวัติการเรียนของเด็กใหม่ไป
“แล้วพ่อเค้าอยากจะให้ผมทำอะไรอีกละครับ” ผมถามแม่ฝ้ายตรงๆ  
“แม่ก็คิดอยู่แล้วว่าเหลียงต้องรู้..”
“บอกมาเถอะครับ..”
“จ้ะๆ..พ่อเค้าบอกว่าให้เหลียงตีสนิทนักเรียนคนนี้ แล้วก็รับเค้าเข้ากลุ่มให้ได้  ให้เค้าเห็นเหลียงเป็นเพื่อนรักคนนึงให้ได้ เพราะมันจะเป็นประโยชน์ต่อการเลื่อนตำแหน่งของพ่อเค้า” แม่ฝ้ายพูดกับผมอย่างจริงจัง
“ครั้งที่แล้วให้ผมตีสนิทไอ้เจ..มาครั้งนี้ให้ผมตีสนิทเด็กใหม่อีก..พ่อเค้าเห็นผมเป็นสายลับหรือไงครับ”
“อย่าพูดแบบนั้นสิ..พ่อเค้าก็มีเหตุผลของเค้า” แม่ฝ้ายพูดปกป้องสามีของเธอทันที ถ้าผมเป็นคุณพ่อนะ ผมดีใจตายเลยละ
“ก็ได้ครับแม่ฝ้าย..แต่คงต้องผ่านด่านไอ้กาย ไอ้ต้นก่อนละครับ พวกมันคงไม่ยอมรับเด็กใหม่เข้ากลุ่มง่ายๆถ้าไม่ถูกใจมัน”
“ไม่ต้องคิดมากหรอกจ้ะ..แม่เชื่อว่าเหลียงทำได้” แม่ฝ้ายพูดกับผมอย่างเชื่อใจ
“ขอบคุณครับแม่ฝ้าย…” ผมพูดกับแม่ฝ้ายด้วยความเคารพ
“เหลียงไปเรียนเถอะจ้ะ..จะหมดเวลาพักแล้ว” แม่ฝ้ายพูดกับผมอย่างยิ้มแย้ม สาวใหญ่วัยใกล้40 แต่ทั้งหุ่นทั้งรูปร่างไม่แตกต่างกับครูสาววัยเอ๊าะๆเลยละครับ  ทั้งท่าทาง กิริยามารยาทของเธอก็งดงามเป็นกุลสตี ผมไม่แปลกใจเลยที่คุณแม่ของผมรักแม่ฝ้ายเหมือนเป็นน้องสาวแท้ๆ…
ไม่นานผมก็ขึ้นเรียน แล้วผมก็ได้เจอกับดรีมอีกครั้ง แต่ว่าครั้งนี้ เรากลับแทบไม่มองหน้ากัน ไม่มีคำพูดใดๆออกจากปากเราสองคน ผมก็ไม่กล้าจะพูดกับเธอ เพราะผมละอายใจเกินไป ผมไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าเธอด้วยซ้ำ  ผมรู้สึกได้ถึงความเงียบงันในใจของเรา สองคน เราสองคนไม่ต่างอะไรกับคนแปลกหน้า  เหมือนความสัมพันของเราที่มีมานานหลายปี ถูกตัดขาดไปดื้อๆ ตลอดครึ่งวันนั้น ไม่มีคำพูดแม้สักคำออกจากปากของผมหรือดรีม…
“เอาแหละนักเรียน..กลับบ้านได้.อย่าลืมทำการบ้านนะ” และแล้วก็หมดเวลาเรียนในช่วงบ่าย ซึ่งมันก็แค่3-4ชั่วโมง แต่สำหรับผม มันช่างนานแสนนานเหลือเกิน  ผมหันไปข้างหลัง ผมกลับเห็นแต่โต๊ะว่างๆ ไม่มีเธอคนนั้นนั่งอยู่ ผมรีบเก็บกระเป๋าและวิ่งตามเธอออกมาอย่างรีบร้อนจนผมไม่ทันมองโต๊ะตัวนึงที่ อยู่ข้างประตู…
“โอ๊ย!!..เจ็บ” ผมร้องลั่นเมื่อรู้สึกว่าเท้าของผมไปกระแทกกับโต๊ะตัวนั้น ขาผมถึงกับกระเผกด้วยความเจ็บปวด แต่ผมก็ไม่สนใจ ฝืนเดินลงบันไดตามเธอลงไป ผมเพียงแค่จะขอโทษเธออีกครั้ง ผมคงทนไม่ได้ถ้าหากผมกับดรีมต้องเป็นแบบนี้กันทุกวัน ผมไม่ยอมเด็กขาด เพราะ…ดรีมสำคัญสำหรับผมมาก!!
“ดรีม..เดี๋ยวสิ” ผมรีบวิ่งมาจนทันเธอที่ชั้นล่าง
“มีอะไรหรอเหลียง..?” ดรีมถามผมด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยจนฟังดูเยือกเย็นจนบอกไม่ถูก
“ดรีม..เหลียงขอโทษเรื่องตอนกลางวัน..เราจะไม่ถามดรีมเรื่องนั้นอีกแล้ว.เรา สัญญา” ผมพูดกับดรีมแบบจริงจัง เพราะดรีมสำคัญสำหรับผมมาก ผมยอมทำทุกอย่าง แต่จะไม่ยอมเสียดรีมไปเด็ดขาด!!
“ช่างมันเถอะเหลียง..อย่าพูดเรื่องนี้อีกเลยนะ” ดรีมพยายามฝืนยิ้มก่อนจะพูดกับผม แต่น้ำเสียงของเธอผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด  น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความโศก เศร้าเสียใจ
“ก็ได้.เราจะไม่พูดเรื่องนี้อีกแล้วนะ..เราขอโทษ” ผมพูดกับดรีมอย่างเหนื่อยหอบ
“แล้วเท้าไปโดนอะไรมาน่ะเหลียง..?” ดรีมถามผมด้วยความเป็นห่วงเมื่อสังเกตเห็นผมเดินกะเผก
“อ๋อ..ก็เมื่อกี้ตอนวิ่งลงมาเราไปเตะโต๊ะอ่ะ” ผมตอบ
“แล้วทำไมไม่ระวังละเหลียง..ถ้าเป็นมากจะทำยังไง” ดรีมต่อว่าผมทันที เธอรีบพาผมมานั่งพักที่ศาลา แล้วเธอก็มานั่งเก้าอี้ตรงข้ามกับผม
“ไหนขอเราดูแผลหน่อย..” ดรีมพูดกับผมอย่างเป็นห่วงเป็นใย ผมดีใจมากจริงๆ แค่ได้อยู่ใกล้ๆเธอผมก็มีความสุขไม่ต่างอะไรกับได้อยู่ใกล้ๆพี่ พลอย  เอ๊ะ!!...ความรู้สึกแบบนี้ มันเหมือนกับตอนที่ผมได้อยู่กับพี่พลอย มันเหมือนกับวันที่ผมกับพี่พลอยรักกันวันแรก ความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไรกันแน่….หรือว่า….
“โหยย..แผลถลอกเลือดซิบเลย” ดรีมดูแผลของผมก่อนที่เธอจะเปิดกระเป๋าหยิบพลาสเตอร์มาหนึ่งแผ่น ดรีมค่อยๆโน้มตัวก้มลงมาขาผม ทำให้เสื้อนักเรียนของเธอห้อยลงตามกฎแรงโน้มถ่วง ผมถึงกับตาโต อ้าปากค้าง เสื้อนักเรียนของดรีมที่ห้อยลงเผยให้ผมเห็นถึงเนินออกขาวเนียนสีขาวอมชมพู เสื้อในของดรีมเป็นสีครีมคล้ายๆของพี่พลอย ผมอยากจะถอนสายตาออก แต่มันเหมือนมีพลังบางอย่างที่ดึงดูดสายตาของผมไว้เหมือนต้องมนต์สะกด ผมยิ่งมองลึกลงไป จนในที่สุดผมก็เห็นร่องอกของดรีม ผมเห็นก็ถึงกับตาโต ตัวเกร็งไปทั้งตัว มันช่างสวยงามอะไรเช่นนี้ สวยกว่าของยัยแพทซะด้วยซ้ำ อะไรกันนี่ ทำไมดรีมถึงได้sexyขนาด นี้นะ หน้าอกของเธอก็เรียกได้ว่าใหญ่กำลังพอมือ  ขณะที่ผมกำลังลวนลามเพื่อนสาวของ ผมด้วยสายตาอยู่นั้นเอง สายลมเบาๆก็พัดผ่านส่วนย่อมไป พาให้กลิ่นกายของดรีมโชยมาเข้าจมูกผม ผมต้องตะลึงอีกครั้ง กลิ่นกายของเธอช่างหอมเย้ายวนกิเลศตัณหาอะไรเช่นนี้  ผมเกร็งมือกำหมั่นแน่น ในหัวของผมคิดตะเลิดไปถึงไหนต่อไหน ผมมองต้นคอขาวเนียนของเธอ มันช่าง น่าดอมดมอะไรเช่นนี้  ผมแทบทนไม่ไหวอีกแต่ไป ท่อนเนื้อของผมมันก็ทำตามสัญชาตญานของมันเอง มันเริ่มตื่นตัวต่อสิ่งเร้าทั้งหลายที่ผมได้เห็น…
“เรียบร้อยแล้วละ..ดรีมติดพลาสเตอร์ให้แล้วนะ..” ดรีมพูดกับผมอย่างน่ารัก  ผมมองดรีมไม่ละสายตา  สายลมพัดมาอีกครั้ง พัดพาผมของดรีมที่ปล่อยยาวให้ปลิวสยายไปตามแรงลม ดรีมดูงดงามปานนางฟ้า  ทำไมเธอถึงน่ารักได้ถึงขนาดนี้นะ ผมอดคิดไม่ได้ว่า ใครกันนะที่เธอหลงรัก แถมมันยังไม่รู้ตัวอีกต่างหากว่ามีผู้หญิงที่งดงามปานนางฟ้ามาหลงรักมัน ผมว่ามันต้องเป็นคนที่โง่มากแน่ๆ ถ้าผมเป็นมันนะ ผมจะไม่ยอมให้ผู้หญิงน่ารักใสๆแบบดรีมหลุดมือไปเด็ดขาด แต่ว่าเธอมีคนที่เธอรักอยู่แล้ว คิดไปก็เท่านั้น ถึงยังไง เธอก็มีคนที่เธอมอบหัวใจให้อยู่แล้ว และคนๆนั้นก็ไม่ใช่ผม… ผมรู้สึกเจ็บแปล๊บๆเหมือนโดนไฟช็อคเมื่อคิดว่าเธอมีคนที่รักอยู่แล้ว ทำไมผมต้องรู้สึกแบบนี้ด้วยนะ มันเพราะอะไร…
“ทีหลังเหลียงต้องระวังนะ…อย่าซุ่มซ่ามแบบนี้อีกรู้มั๊ย” ดรีมพูดอย่างไร้เดียงสาไม่ต่างกับน้องพิมหรือน้องหลิน
“ดรีมเป็นห่วงเราหรอ..” ผมจ้องตาดรีมพร้อมกับถามดรีมอย่างจริงจัง
“ค.ใครบอก..เหลียงอย่ามั่วสิ” ดรีมก้มหลบสายตาผมก่อนจะตอบผม ท่าทางของดรีมดูเขินอายแบบบอกไม่ถูก  ผมเห็นอย่างนั้น ผมจึงค่อยยื่นมือเข้าไปและจับมือดรีมไว้เบาๆ…
“เหลียง…” ดรีมเรียกผม เหมือนจะเป็นการถามว่า ทำอะไรน่ะ
”ดรีมเป็นห่วงเหลียงมั๊ย?” ผมถามดรีมซ้ำอีกครั้ง ขณะที่จับมือดรีมเบาๆ  มือของดรีมนุ่มมากเลยครับ ผมรู้สึกดีมากๆตอนที่จับมือดรีม หัวใจผมเต้นแรง  ดรีมค่อยๆหันมาสบตาผม สายตาของดรีมช่างทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
“เหลียงยังต้องถามเราอีกหรอ” ดรีมตอบแบบเลี่ยงๆ แต่ผมก็พอจะรู้คำตอบแหละครับ แต่ว่า ผมน่ะอยากจะได้ยินจากปากเธอตรงๆเลยมากกว่า ผมอยากรู้ ว่าดรีมรู้สึกยังไงกับผมกันแน่
“ต้องถามสิ..ดรีมเป็นห่วงเรามั๊ย? ”  ผมถามเธอซ้ำอีกครั้ง ผมจับมือดรีมแน่นขึ้น  ดรีมเงียบอยู่ชั่วครู แล้วดรีมก็จับมือผมตอบ ผมหัวใจเต้นแรงในทันที
“เป็นห่วงสิ..ดรีมเป็นห่วงหลียงมากนะ” ดรีมตอบผม น้ำเสียงของดรีมหวานจับใจ มือของดรีมช่างอบอุ่นอะไรขนาดนี้นะ ผิวเนียนนุ่มของดรีมทำให้ผมรู้สึกดีจริงๆ  บรรยากาศโดยรอบช่างเหมือนจะเป็น ใจ ลมอ่อนๆพัดพาเป็นระยะๆ เสียงกิ่งไม้ใหญ่ลู่ตามลม ผมมีความสุขเหลือเกิน ดรีมมีความรู้สึกดีๆให้ผม ผมรู้สึกได้  ถึงแม้มันจะไม่ใช่รักก็เถอะ แต่แค่นี้ผมก็ดีใจมากๆแล้ว ถึงแม้ดรีมจะมีคนที่เธอรักอยู่แล้ว แต่ผมก็ขอแค่ได้เป็นเพื่อนรักกับดรีมแบบนี้ ไปทุกๆวัน ผมก็มีความสุขมากๆแล้ว ถึงแม้ผมจะไม่ใช่ผู้ชายที่เธอแอบหลงรัก แต่แค่ยังมีความรู้สึกดีๆให้กันแค่นี้ ผมก็พอใจแล้ว  แค่ยังรักษาความรู้สึกดีๆไว้ได้ ผมไม่ต้องการสิ่งใดอีกแล้ว…
………..


*

ออฟไลน์ tak19

  • Junior Member
  • ***
  • 455
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: รักไม่มีขีดจำกัด (ความรักของผม ปี2) ตอนที่ 5  by  X-SOZE
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มกราคม 31, 2018, 10:03:35 am »
เมื่อไรจะได้น้องนำ้กับน้องอิงละครับ

*

ออฟไลน์ badboy2522

  • Senior Member
  • ****
  • 637
  • 447
    • ดูรายละเอียด
Re: รักไม่มีขีดจำกัด (ความรักของผม ปี2) ตอนที่ 5  by  X-SOZE
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มีนาคม 14, 2019, 07:32:45 pm »
ขอบคุณครับ เหลียงเอ๋ย ไมโง่จัง เก่งแต่เรื่อง อย่างว่า 5555

*

ออฟไลน์ myfino262903

  • Full Member
  • **
  • 230
  • 3
    • ดูรายละเอียด
Re: รักไม่มีขีดจำกัด (ความรักของผม ปี2) ตอนที่ 5  by  X-SOZE
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2020, 09:09:59 pm »
ไหมล่ะท่านพระยา เดี๋ยวก็เป็นเรื่องหรอกครับ หรือจะให้ครบเจ็ดวันครับ ชีวิตจริงมีแบบนี้ไหมแว้

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ