7 Sin : Wrath "การเริ่มต้น" (EP.1)

7 Sin : Wrath "การเริ่มต้น" (EP.1)

  • 250 ตอบ
  • 11944 อ่าน
*

ออฟไลน์ cd13579

  • Global Moderator
  • *****
  • 1596
  • 1022
  • ชายผู้มีโครงการเต็มหัว แต่ไม่มีปัญญาเขียน
    • ดูรายละเอียด
7 Sin : Wrath "การเริ่มต้น" (EP.1)
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2017, 03:59:38 pm »
พูดคุยก่อนอ่าน
ถึงพูดอ่านทุกท่าน นี้คือคำเตือนกรุณาตอบตามกฎกันดีๆนะไม่อยากให้มีคนปลิว
ในที่สุดก็ปั้นจนจบ แต่งเรื่องแบบเหนือมนุษย์แลดูสบายกว่าเรื่องปกติอีก 555+
เรื่องต่อมาคือใครรอ out of อดทนหน่อยนะจับใส่โหลดองไปแล้ว ตอน 15 นี้มันเขียนยากกว่าที่เคยคิดไง (แต่ตอน16 แต่งจบแล้ว) พอดีตอน15 นี้มีชุดใหญ่เลยต้องให้เวลากับมันหน่อยงานจะได้ดีๆ


โอเคหมดเรื่องราวจะบ่นละ
เชิญเสพงานกันเลยทุกคน ENJOY  ::Falling::
 

ตอนที่1

คฤหาสน์หลังงามของเสี่ยอิน
ร่างอ้วนของเจ้าของคฤหาสน์นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานหรูราคาแพง ในมือมีแก้วบรั่นดีราคาแพงหูฉี่เขานั่งริมรสมันอย่างพออกพอใจ อารมณ์ของมันกำลังเบิกบานเพราะกำจัดเสี้ยนหนามตำใจไปได้ สองตำรวจที่เขาไปจัดการเป็นหอกข้างแคร่มานานแสนนานแล้ว การที่เขี่ยมันให้พ้นทางได้ก็เรียกว่าตอนนี้ไม่มีใครระแคะระคายเรื่องธุรกิจใต้ดินของมันเลย

‘หนักแผ่นดิน หนักแผ่นดินพวกเรานี้เป็นคนหนักแผ่นดิน’
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เสี่ยผู้มั่งคั่งคว้ามันขึ้นมาดูก่อนจะกดรับ

เสี่ย: “เออกูเอง ห๊ะมึงไม่ฆ่ามันวะ ฆ่าแล้วมันไม่ตาย ควายมึงไม่ปาดคอมันเลยวะทะลึ่งยิงตกน้ำก็เป็นแบบนี้ไง”
เสี่ยตวาดลูกน้องดังลั่น

 

ก่อนมันจะตัดสายไป มันไม่ค่อยสบายใจนักที่เกิดความเสี่ยงในการทำงานของมัน

ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นตัดเสี่ยออกจากห้วงความคิด
“พ่อคะ หนูกับพี่เข้าไปนะค่ะ” ก่อนประตูไม้สุดวิจิตรของห้องทำงานจะเปิดออกพร้อมร่างของลูกสาวทั้งสองของมันจะเดินเข้ามาหน้าโต๊ะทำงานของมัน

ทั้งคู่เป็นลูกสาวแท้ๆของมันเอง ลูกสาวจากภรรยาที่ล่วงลับของมัน พวกเธอทั้งสองงดงามสวยสะพรั่ง ยิ่งมองพวกเธอยิ่งนึกถึงเมียรักที่จากไป

อร: “พ่อค่ะหนูกับพี่อิงมีเรื่องจะคุยด้วยค่ะ”
เสี่ยอินจึงได้สติหลุดออกจากห้วงความทรงจำ
อิง: “อรอย่าพึ่งกวนคุณพ่อสิ พี่ว่าตะกี้คุณพ่อกำลังคุยธุระอยู่นะ คุณพ่อทำงานให้เสร็จก่อนก็ได้ค่ะพวกหนูกลับมาอีกรอบก็ได้”
เสี่ยอิน: “ไม่กวนๆ ลูกน้องมันทำงานไม่เรียบร้อย พวกเลยต้องดุเขาซะหน่อย งานมันจะเสียหายได้ไงว่าแต่สาวสวยทั้งสองมาหาพ่อมีเรื่องอะไรละ”
เสี่ยอินยกแก้วขึ้นมาจิบหลังพูดจบ
สองพี่น้องมองหน้ากันก่อนยัยอรลูกสาวคนเล็กจะวิ่งอ้อมโต๊ะมาตีมือเขาเบาๆและดึงแก้วออกไปจากมือเสี่ย

อิง: “คุณพ่อกินเหล้าอีกแล้วนะค่ะ ทำไมไม่ฟังลูกเลยละค่ะ”
ลูกสาวคนโตบ่นใส่เสี่ยใหญ่บิดาของเธอ แต่สำหรับเสี่ยแล้วมันเหมือนมารดาเธอตอนเอ็ดตนเสียนี่กะไร
เสี่ยอิน: “โธ่แค่นิดหน่อยๆเองค่ะ ลูกสาวทำไมใจร้ายกับพ่อแบบนี้ละ” เขาพยายามยื่นมือไปหยิบแก้วคืนจากลูกคนเล็กของตน

อร: “หยุดเลยค่ะพ่อ หนูสัญญากับแม่ไว้แล้วว่าจะดูแลพ่อไม่ให้นอกลู่นอกทาง แม่ก็สั่งหนูว่าห้ามพ่อกินเหล้าพ่อจะหื้อกับแม่เหรอค่ะ”

เสี่ยอินหัวเราะเบาๆก่อนจะยกมือยอมแพ้และนั่งลง พลางคิดในใจว่าขนาดภรรยาตายไปนานแล้วแต่เขาก็ยังเกรงใจเธออยู่เสมอ
เสี่ยอิน: “แม่เราก็จริงๆ ขนาดตายแล้วยังฝากลูกๆมาจู้จี้กับพ่ออีก เฮ้อ คิดถึงแม่แกจริงๆ”

สำหรับเสี่ยอินแล้วครอบครัวเป็นสิ่งมีค่าชิ้นสุดท้ายในชีวิตอันแสนจะโหดร้ายของมัน
มันไม่เคยให้ภรรยาและลูกสาวทั้งสองรู้ถึงธุรกิจอันดำมืด ลูกสาวทั้งสองจึงโตมาในฐานะสุจริตชนแท้ๆไม่มีส่วนเกี่ยวพันกับเรื่องที่เขาทำอยู่

อิง: “คุณพ่อค่ะจริงๆหนูจะมาถามเรื่องที่มหาลัยจะไปออกค่ายนะค่ะ คุณพ่อจะสมทบทุนให้พวกหนูได้ปะค่ะ งบมันยังขาดๆอยู่เลยค่ะ”
เสี่ยอิน: “พ่อก็บอกแล้วว่าไปตากแดดตากลมเปิดกล่องหาเงินมันจะได้เท่าไหร่กัน ลูกสาวพ่อเหนื่อยเปล่าๆ เอาๆรอแปปนะ”
มันล้วงสมุดเช็คขึ้นมาเขียนก่อนส่งให้เธอ
เสี่ย: “สามแสนพอมั้ยลูก บอกแล้วขอพ่อมาเลยสองสามล้านก็ให้ได้” ลูกสาวพนมไหว้ก่อนรับเช็คไปใบหน้าสวยยิ้มร่าอย่างมีความสุข

อร: “ส่วนหนูก็จะขออนุญาตไปทำบุญเลี้ยงเด็กกำพร้ากับทางโรงเรียนคะ ไปกับโรงเรียนไม่มีอะไรน่าห่วงเลยค่ะพ่อ”

เสี่ยครุ่นคิดอยู่ซักพัก แต่พอเห็นลูกสาวคนเล็กส่งตาใสๆมาให้ก็ใจอ่อนตามเคย

เสี่ย: “เอาๆ ไปก็ไป ดูแลตัวเองดีๆพ่อฝากไปทำบุญอีกห้าพันละกัน”
ก่อนเสี่ยจะส่งเช็คไปให้ลูกสาวคนเล็กของตน
อร: “พ่อใครกันเนี่ยทั้งรวยทั้งใจดี” ก่อนจะหัวเราะคิกๆ
อิง: “รวยไม่พอลูกสาวยังสวยอีกต่างหาก”
ก่อนหัวเราะปนเสียงสัพหยอกของสามพ่อลูกจะดังในห้องทำงานไปอีกซักพักใหญ่ๆ

ขณะที่อีกคนกำลังมีความสุขแต่อีกคนอีฟากกำลังเผชิญทุกข์เวทนาอย่างแสนสาหัส

สิงห์: “อึกกกกก อือออออ หื้ออออออ” เสียงร้องอึกอักในลำคอดังออกมาจากร่างของสิงห์ ราวกับกำลังทรมานอย่างมากซึ่งถ้าหากใช้ตาเนื้อคงไม่เจอสาเหตุที่ทำให้เขานอนร้องบนเตียงคนป่วยช่วงดึกๆแบบนี้

ซาตาน: “อยู่ในแดนมนุษย์มันอึดอัดเป็นบ้าเลย ใช้พลังได้จำกัดจำเขี่ยจริงๆ เสียเวลาข้าชะมัด”
หากแต่หากใครสามารถมองเห็นสิ่งที่มนุษย์คนอื่นไม่เห็นหรือมีพลังจิตหรือตบะญานแก่กล้ามากพอ
ก็จะพบชายชราในชุดสูทธหรูยืนอยู่ข้างๆหัวเตียง  ในมือถือก้อนพลังงานคล้ายละอองเลือดแดงคล้ำก้อนใหญ่เท่าแกลอนน้ำใหญ่อันหนึ่ง  และไอ้ก้อนพลังที่ว่านั้นมันก็ค่อยๆม้วนตัวลอยหายซึมลงไปในร่างสิงห์อย่างต่อเนื่อง  สร้างความเจ็บปวดแก่เขาอย่างต่อเนื่องราวกับตอนนี้เลือดเขาเป็นน้ำร้อนเดือดที่วิ่งพล่านไปทั่วตัวโดย  เฉพาะส่วนที่พิการมันร้อนจนนึกว่าเอาไปนาบกับเตาหลอมเหล็ก

หลังจากสิงห์ยอมรับเป็นตัวแทนแก่ซาตานแล้วมันก็บอกเขาว่ามันจะฟื้นฟูอวัยวะส่วนที่ถูกทำลายคืนมาให้ แต่มันไม่ได้บอกว่ามันจะทำให้เขาเจ็บปวดร่างขนาดนั้นเลย และเมื่อได้ยินเสียงมันบ่นงึมงำๆเมื่อครู่สิงห์ก็นึกสงสัยและเหมือนว่ามันจะอ่านใจสิงห์ออก
 
หลังยืนอยู่อีกพักใหญ่มันก็สะบัดมือวูบก้อนพลังงานที่หดลงเกือบครึ่งก็กลายเป็นรูปนาฬิกาทราย มันปาดหน้าผากเบาๆ ก่อนจะยกมือสองข้างประกบเข้าหาและดึงออกมาใหม่
ก้อนพลังงานใหญ่กว่าก้อนเดิมก็ถูกสร้างขึ้นระหว่างมือ

ซาตาน: “เอาอันนี้ของขวัญปลอบใจจากข้าเจ้ามนุษย์ ปวดหน่อยนะ วันนี้แค่นี้ก่อนวันหลังจะมาอธิบายเรื่องการเก็บวิญญานและพวกที่เจ้าจะชิงวิญญานพวกมันได้”

ก่อนมันจะลอยขึ้นมาบนหัวสิงห์ก่อนจะอัดพลังใส่เบ้าตาขวาสิงห์

สิงห์: “โอ้กกกกกก อาาาาาาาาา เฮื้อ โอยยยยยยยย” ร่างสิงห์เกร็งและบิดไปมาด้วยความเจ็บปวดโดยเฉพาะเบ้าตาที่มันอัดพลังใส่มันแสบร้อนคล้ายมีใครคีบเหล็กเผาไฟแดงฉานไปยัดใส่  เขาทุรนทุรายอยู่นานเท่าไหร่ไม่รู้ก่อนประตูห้องผู้ป่วยจะเปิดออกก็ร่างแพทย์สาวเจ้าของเสียงที่ค่อยดูแลเขาทุกวันจะวิ่งเข้ามาดูอาการเขา

หมอฟาง: “ใจเย็นค่ะคุณคนไข้ อย่าพึ่งดิ้นค่ะ”  
หมอฟางที่เห็นคนไข้พิเศษของตนฟุบหลับลงก็ยันตัวลุกขึ้นปาดเหงื่อ
พยาบาล: “คนไข้เพ้อแบบนี้โชคดีนะค่ะที่ไม่กัดลิ้นตัวเอง”
ฟาง: “เหนื่อยกันหน่อยนะ โรงบาลเล็กๆไม่ค่อยมีคนพอ เวลาคนไข้เป็นอะไรทีก็วิ่งกันหอบแย่เลย”
เธอหันไปคุยกับเพื่อนพยาบาลสาวที่เข้ามาด้วยกันขณะจัดเตียงให้สิงห์และทั้งคู่ช่วยกันเก็บเครื่องมือและออกไปจากห้องแต่หลังจากเลื่อนประตูปิดห้องเธอก็ฉุกคิดอะไรได้
 
แต่งานตรวจคนไข้ชั้นอื่นก็ดึงตัวเธอให้ยุ่งเกินกว่าจะคิดถึงเรื่องนี้อีก

เวลาผ่านไปได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหลังจากที่หมอสาวเดินจากไป
ร่างผู้ป่วยพิการก็ลืมตาขึ้นในความมืด
ดวงตาสีแดงสว่างเหมือนกองไฟเล็กๆสว่างวาบขึ้น จากยาที่ฉีดให้หลับหลายชั่วโมงก็กลายเป็นไม่กี่นาที สิงห์มองแขนที่เคยขาดเสมอศอกบัดนี้เหลือเพียงข้อมือที่ยังไม่กลับมา ส่วนเท้าก็เหลือเพียงข้อเท้าลงไปที่ยังไม่คืนสภาพ

สิงห์เริ่มใคร่ครวญถึงหนทางการล้างแค้นของตนว่าจะต้องทำอย่างไรพวกมันถึงจะปวดร้าวที่สุด พวกมันต้องเจ็บปวดมากกว่าตนเป็นร้อยเท่าพันเท่า แต่ดูเหมือนว่าจนป่านนี้ฟ้าดินก็ยังคงสาปส่งสิงห์อยู่

ครืนนนน เสียงประตูศิลาบานเดิมผุดขึ้นพร้อมกับร่างของซาตานในชุดเกราะกันกระสุนแบบทหารสมัยปัจจุบัน
ซาตาน: “อ้าวเริ่มฟื้นตัวแล้ว ดีๆจะได้ทันจัดการพวกมันพอดี”
สิงห์: “ท่าน! ใครคือพวกมันกัน? แล้วชุดนี้มันคืออะไรวะครับ”
ซาตาน: “ก็ดูจากความทรงจำเจ้า คนยุคนี้สวมเกราะแบบนี้กันไม่ใช่รึไง ใช้กันลูกเหล็กแบบสมัยนู้นแต่ลูกเหล็กสมัยนี้มันแปลกตาไปเยอะเชียวละ ข้าล่ะประทับใจในวิทยาการในการฆ่ากันเองของพวกเจ้าจริงๆ แต่คงกันดาบหอกหรือเวทย์จากไอ้พวกตัวเรืองแสงไม่ไหว” ก่อนมันจะสะบัดมือเปลี่ยนชุดกลับไปเป็นเกราะโบราณแบบครั้งแรกที่พบ
 
พยาบาลสาวคนเดิมที่ช่วยหมอฟางกำลังนั่งเอนไหล่หลังจากจัดการงานจนครบถ้วน

ติ้ง!

เสียงลิฟต์กลางเก่ากลางใหม่ดังขึ้น
หล่อนขมวดคิ้วเพราะเวลานี้มันไม่ใช่เวลาเยื่ยมไข้แล้ว ใครกันที่ขึ้นมาพบตึกที่มีแต่ผู้ป่วยสาหัสดึกๆดื่นๆแบบนี้ แต่อีกไม่นานเธอก็จะได้สัมผัสกับคนกลุ่มนั้นแบบแนบเนื้อจนเธอคาดไม่ถึงแน่นอน

ภายในลิฟต์
ลูกน้องชั้นหางแถว5คนกับลูกน้องชั้นกลางเป็นลูกพี่ยืนมองเลขลิฟต์ที่ไต่ขึ้นไปช้าๆ
ตัวหัวโจกของมันตรวจดูเลขห้องและรูปถ่ายเหยื่อของมันเพื่อตรวจสอบอีกครั้ง

“พี่เอก พี่จะกังวลใจอะไรมากมายวะ แค่งานฆ่าคนพิการเองพี่”
ลูกน้องตัวดำอ้วนพลุยถามขึ้นมา

เอก: “เปล่ากูแค่เช็คอีกรอบ จบเดือนนี้กูอาจจะได้เลื่อนไปคุมโรงงานยาที่ภาคใต้แล้ว กูไม่อยากพลาด โอกาสรวยของกูอยู่ไม่ไกลแล้ว”
ผอม: “โรงงานเดียวกับที่มันพึ่งทรยศนายแล้วโดนดีไปปะพี่?”
ลูกน้องตัวผอมแห้งขอบตาดำ ถามขึ้นมา

เอก: “ไอ้คนที่เราจะไปเก็บนี้ละ ไอ้คนที่โดนเห็นว่าพิการเลยนะมันเล่าๆกันมาวะ มันเล่ามาว่า...”

เสียงฮือฮาถึงความอำมหิตของโทษในวันนั้นดังเซ็งเซ่ในลิฟต์จนประตูเปิดออก

“ตอนนี้งดให้ญาติเข้าเยี่ยมแล้วค่ะ มาใหม่พรุ่งนี้นะคะ”
เสียงพยาบาลที่ก้มหน้าเขียนบันทึกลงคอมหันหลังให้ลิฟต์ส่งเสียงแจ้งให้มันทราบ

แต่เธอก็ยังได้ยินเสียงเท้าเดินมาข้างหลัง
เธอหยุดงานที่ทำแล้วกำลังจะหันกลับไปต่อว่าแขกยามวิกาล
 

เอก: “หยอย ดำ เก็บควยสกปรกๆไปก่อน เอารูปเหยื่อไปมันน่าจะอยู่ห้องติดกับที่นี้ละ ฆ่ามันเสร็จออกมาก็น่าจะตามึงพอดี”

สมุนสองตัวผู้ยืนรอได้แต่ถอนหายใจก่อนจะรับคำลูกพี่กอดคอเพื่อนหัวหยิกเดินไปตามคำสั่งอย่างเลี่ยงไม่ได้
ทั้งสองคนเดินไปยังห้องที่สิงห์อยู่ก็บ่นพึมพำด้วยความไม่สบอารมณ์

ดำ: “เหี้ย กูกับมึงได้คิวสุดท้ายอีกแล้ววะ ไอ้เชี่ยอ้วนกับผอมได้ก่อนตลอดเลยวะ โครตไม่ยุติธรรม”
หยอย: “ก็พวกมันประจบเก่งไง งานทำด้วยกันพวกเราสองคนลงแรงเยอะกว่า แต่แมร่งเสือกได้หน้าตลอดๆ”

ดำ: “เออ พูดแล้วโมโหวะ รีบฆ่าแมร่งเถอะ จะรีบกลับไปรอ เงี่ยนจนปวดควยละสัส”

แก๊ก  เสียงประตูแง้มเปิดร่างไอ้สารเลวสองตัวเดินตรงไปยังเตียงผู้ป่วยตรวจดูหน้าทุกคนในห้องจนมาเตียงสุดท้าย
ดำ: “เจอสักที เสียเวลาชิบหาย” มันดึงผ้าห่มออกแต่สิ่งที่นอนบนเตียงไม่ใช่ร่างชายพิการตามที่มันคิดแต่เป็นแค่…

หยอย: “หมอน? แล้วไอ้เวรที่กูต้องฆ่าไปไหน? แล้วมันจะคลุมเตียงไว้กันฝุ่นเหรอ? จะหาเจอที่ไหนได้วะ”

เสียงเย็นยะเยือกดังจากข้างหลังพวกมัน
“อยู่หลังพวกมึงไง”
มันสองคนมั่นใจว่าเดินทั่วห้องแล้วไม่มีใครยืนอยู่นอกจากพวกมันแน่ๆ แต่เจ้าของเสียงชวนสยองข้างหลังมาตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วทำไมแค่น้ำเสียงก็ทำให้มันทั้งคู่มือเย็นเฉียบเหงื่อกาฬค่อยๆผุดไหลออกมา

ทั้งคู่เหลือบตามาสบกันก่อนจะกลืนน้ำลายเฮือก กลั้นใจชักมีดจ้วงแทงชายลึกลับด้านหลังพร้อมกันแต่แทนที่มีดพับจะแทงทะลุผิวกายชายคนนั้นแต่มันกลับถูกฝ่ามือเปล่าๆยกมากั้นไว้เฉยๆราวกับมีดทั้งสองเป็นมีดพลาสติกเด็กเล่น
แต่พริบตานั้นความสงสัยก็ปลิวลับไปเมื่อชายปริศนาแสยะยิ้มและจ้องตาพวกมันราวกับสัตว์ร้าย
สิ่งที่มันจำได้ก่อนจะสิ้นสติคือ ดวงตาสีแดงฉานราวกับถ่านไฟร้อนระอุที่จ้องมาอย่างชั่วร้าย
 
เอกเดินออกมาที่เคาท์เคอร์ที่พยาบาลเคยนั่งตอนแรกมันรื้อดูของมีค่าแถวนั้นเผื่อจะได้อะไรติดไม้ติดมือไปฝากลูกๆที่บ้านระหว่างก้มๆเงยๆหาของประตูลิฟต์ก็ดังขึ้น มันรีบก้มลงหลบใต้โต๊ะทันที

เอก: (ซวยแล้วกูใครมาวะเนี่ย)

เสียงฝีเท้าเดินมาหยุดหน้าเคาท์เตอร์
“พี่เกด พี่เกดค่ะ พี่อยู่ไหน” เสียงผู้หญิงตะโกนหาพยาบาลที่นอนสลบไสลเพราะฤทธิ์ไอ้จ้อนพวกมัน หลังจากเรียกซ้ำอีกไม่กี่รอบเธอก็เดินมานั่งรอที่หน้าคอมที่ใต้โต๊ะมีหัวโจกตัวเลวนั่งอยู่

แต่สำหรับไอ้โจรชั้นกลางๆนี้เป็นนาทีทองชัดๆ
เพราะเด็กสาวอีกคนในชุดกาวน์นั้นสวยสะพรั่งกว่านางพยาบาลที่เขาทิ่มจนขาถ่างเมื่อครู่แบบคนละรุ่น ทั้งใบหน้า รูปร่าง ความขาวเนียนชวนลูบไล้ หากเปรียบเทียบกัน เกดเป็นดอกไม้แต่เธอคนนี้เป็นดอกฟ้า หากเกดเป็นบ้านหลังงามเธอคือพระราชวังอันเลอค่าและการที่เธอมานั่งตรงนี้  หน้ามันโดยไม่รู้เลยว่ามันนั่งอยู่ใต้โต๊ะ นั่งเชยชมขาอ่อนขาวเนียนและด้วยเธอเผลอเร่อไปหมุนเก้าอี้ให้มันเห็นถึงกางเกงในลูกไม้ที่ปิดเนินสวาทอร่ามตา

ไอ้โจรสารเลวรู้สึกทันทีว่าท่อนเอ็นที่สงบหลังจากขยี้กามพยาบาลจนหมดแรงเมื่อครู่นั้นชูคอผงกจนแน่นกางเกง ตามันไล่มองเนื้อในร่มผ้าอย่างกลัดมันแถมมันยังได้กลิ่นหอมบางๆจากเรือนกายแม้จะอยู่ไกลพอสมควร สมองนึกภาพตอนมันได้สูดกลิ่นเรือนกายใกล้ๆ เอ็นก็แทบจะแทงทะลุกางเกงออกมา

มันไม่เคยเห็นใครสวยเท่านี้เว้นลูกสาวสองพี่น้องของนายใหญ่ มันเคยเห็นครั้งหนึ่งมันยังเก็บไปชักว่าวเป็นเดือนๆ แต่รอบนี้มันกำลังจะได้ขยี้กามหญิงสาวที่สวยไม่แพ้กัน หรือบางทีอาจสวยกว่า

ขณะมันกำลังคิดว่าจะกระเด้าเธอท่าไหนบ้าง คุณหมอสาวก็ได้กลิ่นคาวๆ ออกมาจากห้องพักพยาบาลหมอเริ่มเอะใจก่อนลุกไปเปิดประตูห้องเพื่อตรวจสอบสิ่งที่เธอคิด

หมอฟาง: “คุณพระช่วย! พี่เกด!” 
หมอสาวตกอยู่ใต้อำนาจมันโดยมิอาจเลี่ยงได้ เธอยกมือขึ้นให้มันเห็นมันจะได้ไม่ทำร้ายเธอ

เอก: “ดีจะได้ไม่ต้องใช้ความรุนแรงกัน พูดกันง่ายๆจะได้สบายตัว” มันใช้มีดจ่อดันเธอไปจนติดกำแพง

มันใช้ลูกตาเหลือกๆ ไล่สำรวจร่างหมอสาวชัดๆอีกหนึ่งรอบก่อนจะเลียปากตัวเอง ก่อนจะยื่นมือไปที่ทรวงอกเธอ

เพียะ ! เสียงเธอสะบัดมือตบแขนมันให้ออกจากจากหน้าอกเธอ

ฟาง: “คุณมันชั่วจริงๆ ไอ้เลว”
เอก: “เอ๊ะ อีนี้ยึกยักดีดดิ้น อยากท้องแตกไง”
มันยกมีดขึ้นขู่สำทับ เธอจ้องมันด้วยแววตาแข็งกร้าว มันจ่อมีดมาใกล้ลำคอขาวผ่อง
เอก: “มึงอย่านะ ขยับตัวอีกทีกูปาดคอมึงแน่ อยู่เฉยๆเข้าใจ๋”
เธอจ้องมีดสลับกับหน้ามันก่อนจะกัดฟันกรอดแต่ก็สะบัดหน้าหลบตามัน ผู้หญิงที่ชีวิตไม่เคยตบตีกับใครจะไปสู้อะไรชายฉกรรจ์ที่มีมีดได้

ไอ้หัวโจกแก๊งค์เก็บงานยิ้มอย่างยินดี ชีวิตมันจะได้จับนางฟ้ามาขย่มแล้วช่างเป็นโชคดีของมันแท้ๆ มือหยาบหนายื่นไปที่เสื้อเชิ้ตของเธออีกครั้ง
 
ฟาง: “นี้พวกนายจะมาแค่ฆ่าคนป่วยอาการสาหัสเนี่ยนะ จิตใจกระด้างที่สุด”
เอก: “ถุยย โลกสวยชิบหาย พวกกูอะนายสั่งไปฆ่าหมากูก็ต้องทำ ไม่ต้องพูดเยอะเดินนำเข้าไป”

เธอจำใจเลื่อนบานประตูเดินเข้าไป แต่พอเธอเห็นภาพเหตุการณ์ข้างในเธอก็ได้แค่ยกมือขึ้นมาปิดปากยืนขาแข็งเบิกตาค้าง
ไอ้เอกที่เดินตามมาดันเธอให้หลบออกด้านข้างไป
แต่พอมันเห็นเหตุการณ์ในห้องก็ยืนตะลึงเหมือนหมอฟางก่อนจะหลุดปากออกมาเบาๆ
“นี้มันเกิดอะไรขึ้นวะ”

ภาพที่มันเห็นคือ ไอ้ดำนั่งทับไอ้อ้วนจวงแทงกระหน่ำไปที่คอไอ้อ้วนไม่ยั้ง หยาดโลติตพุ่งออกจากบาดแผลที่ลำคอ ท่วมทะลักพื้นฉีดสาดกระจายไปทั่วแต่ไอ้ดำก็ยังเงื้อมืดสุดแขนด้วยสองมือแทงลงมาซ้ำๆ

ฉึก ฉึก ฉึก
เสียงคมมีดชำแรกผ่านคอไอ้อ้วนซ้ำๆ ลำคอไอ้อ้วนแทบจะหลุดออกจากกัน แต่ไอ้ดำก็ยังไม่มีทีท่าจะหยุดมือแต่อย่างใด

“หยุดไอ้ดำ มึงทำเหี้ยไรวะ”
ลูกพี่ใหญ่กระโจนถีบร่างไอ้ดำกลิ้งล้มลงไปและยืนถือปืนชี้ไปที่ร่างไอ้ดำ

“นายคนนี้ไม่รอดแล้ว”
เสียงหมอสาวร้องขึ้นมาหลังจากประเมินอาการของไอ้ผอม ซึ่งเธอก็ไม่คิดว่าจะรอดอยู่แล้ว

เอก: “มึงทำเหี้ยอะไรวะ นี้มันเกิดอะไรขึ้นวะ?”
มันหันไปตะคอกหันไปตะคอกถามไอ้ดำที่นอนกุมหัวดิ้นทุรนทุรายอยู่

โครม เพล้ง เสียงข้าวของล้มกระจายมาจากอีกฝั่งของห้อง ร่างชายสองคนกำลังต่อสู้กันอุตตลุด ก่อนชายร่างแห้งจะชิงมีดจากมือชายอีกคนได้ก่อนจะฟันศอกจนชายที่ถูกแย่งอาวุธผงะไปก่อนจะแทงไปที่ท้อง ชายหัวหยิกโดนแทงก็สะท้านนิ่งไปก่อนจะ ร้องออกมา

หยิก: “อ้ากกกกกก กูจะฆ่ามึง”

ไอ้หยิกเหมือนสัตว์ที่บาจเจ็บทั้งแค้นและบ้าคลั่ง
ยกมือบีบคอไอ้ผอมจนมันหน้าเขียว
ไอ้ผอมเสือกมีดเข้าไปอีกหวังจะให้ไอ้หยิกปล่อยมือแต่ราวกับว่าบาดแผลไม่ได้ทำให้มันอ่อนแรงลงแต่เพียงนิด ไอ้ผอมเริ่มจะขาดอากาศมันดิ้นรนก่อนจะขาดใจ ถอนมีดออกมาแทงซ้ำและบิดปลายมีดคว้านบาดแผล

ไอ้หยิกร้องเบาๆคำเดียว ก่อนจะทรุดลงอ่อนแรงแน่นิ่งลงไปนอนกับพื้น ก่อนไอ้ผอมจะทิ้งตัวนั่งลงอย่างอ่อนแรงและหันไปตะโกนเตือนลูกพี่มัน

หยิก: “พี่ระวังพวกแมร่งเป็นบ้าไปแล้ว”

ตามคำที่มันร้องเตือนร่างไอ้ดำที่ล้มอยู่ก็เกร็งแข็งและพุ่งเข้าใส่เอกซึ่งๆหน้า
และถ้าเอกตาไม่ฝาดแววตาไอ้ดำนั้นส่วนที่เป็นตาขาวกลายเป็นสีเลือดไปแล้ว
แต่นั้นไม่ใช่สิ่งที่เขากังวล

ปัง ปัง ปืนพกในมือคำรามพ่นกระสุนใส่ร่างที่ตรงเข้ามา ร่างนั้นผงะชะงักตามแรงกระสุนที่เจาะตรงอก มันหมดแรงเดินได้แต่ตะกายพื้นคลานไปหาเอกช้าๆ จนสิ้นใจตายตาเหลือกจ้องมายังเอกอย่างคับแค้นใจ ทิ้งร่างจมกองเลือดไม่ไกลศพเพื่อนที่มันฆ่าไป

ฟาง: “นี่ นี่นายฆ่าคนเหรอ?” เธอพึมพำออกมามากกว่าจะต้องการถามหาคำตอบ เธอรู้สึกคลื่นไส้อยากอ้วก แม้จะพบคนตายและเลือดมามากแต่การเข่นฆ่ากันต่อหน้ามันก็เลยขีดความอดทนเธอมากไปแล้ว

เอก: “กู กูไม่ผิดนะไอ้ดำ มึง….มึงจะฆ่ากูเองนะ”
ไอ้หัวโจกร้ายก็พึมพำตะกุกตะกักออกมา มันหอบหายใจแรงอย่างหวาดผวา มันไม่คิดว่าจะมีใครบ้าคลั่งวิ่งใส่ปืน สีหน้าของดำที่บิดเบี้ยวด้วยแรงโกรธยังวนเวียนในหัวมันอยู่เลย

แต่เสียงสะอื้นร้องไห้อย่างหวาดผวายิ่งทำให้มันเสียสติ
เอก: “มึงร้องทำห่าไร ปั๊ด ยิงตายห่าอีกคน”

มันหันกลับมาตวาดใส่ฟาง ช่วงเวลาที่ทั้งคู่ไม่ได้สนใจศพ ตาไอ้ดำที่แดงดั่งเลือดก็มีสัญลักษณ์แปลกๆที่ดวงตาก่อนตราแปลกๆจะเรืองแสงสว่างวูบก่อนที่ไอสีแดงจางๆจะลอยออกจากศพและลอยหายไปในความมืด

ไอ้เอกหลังจากตั้งสติได้ก็รีบหันไปหาลูกน้องที่ยังมีชีวิตอยู่
เอก: “ไอ้ผอม นี้เกิดอะไรขึ้นวะ มึงเล่ามาเลย เร็วเข้า”
แต่ร่างลูกสมุนคนสุดท้ายก็นั่งหันไปอีกทางและไม่ตอบสนองต่อเสียงใดๆ วินาทีที่ทั้งสองคนกำลังสงสัยกับท่าทีแปลกๆของผอม ทั้งสองก็ต้องใจหายวาบ

ร่างที่นั่งพุ่งขึ้นยืนพรวดเหมือนโดนผีสิง ก่อนมันจะพึมพำราวกับคุยกับใครและหันมาช้าๆ

ใบหน้ามันบิดเบี้ยวอย่างโกรธแค้นแบบไอ้ดำแต่มันกลับมีเส้นเลือดสีดำขึ้นตามใบหน้าก่อนเส้นเลือดสีดำจะจางหายไป แต่ตาขาวมันกลับค่อยกลายเป็นสีแดงทั้งสองข้าง

มันชักมีดออกมาแล้วย่างสามขุมมาหาลูกพี่มัน
เอกตะลึงจนไม่รู้จะทำยังไง ลูกน้องคนสุดท้ายก็บ้าตามคนอื่นไป มันจ้องไอ้ผอมที่เดินพึมพำราวเสียสติมันเงื้อมีดขึ้นพุ่งตรงมาอย่างประสงค์ร้าย

วิตาทีนั้นวิธีเดียวที่มันนึกออกคือ ยิง
 

สิงห์: “ขอบคุณมากนะหมอที่ดูแล แต่หมอไม่น่ามาเจอผมเลย ผมต้องขอโทษล่วงหน้าเลยกับสิ่งกำลังจะเกิด”

ก่อนที่เธอจะขยับปากถามอะไร ไอ้เอกก็รีบถลันตัวมันหนีไปอย่างรวดเร็ว
แต่สิงห์กลับยิ้มที่มุมปากราวกับสมเพช

เพียงแค่สิงห์ยกมือขึ้นร่างเอกก็ลอยขึ้นราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นจับยก ใบหน้ามันคล้ำราวกับกำลังขาดอากาศหายใจ

สิงห์ต้องทนยืนรอต้องนานกว่าจะทำให้ตัวเองใช้พลังได้ขนาดนี้และเสียเวลาวางแผนอีกนิดหน่อย
เขานึกถึงตอนที่ซาตานอธิบายการใช้พลัง

30นาทีที่แล้ว
 

โชคดีมันได้ผล แต่อัตตราสูญสลายของไอแดงก็ถือว่าสูงพอสมควร แต่เขาได้มาจากเหยื่อสามคนแถมตัวเองยังผลิตไอแดงนี้ได้พอสมควร เรื่องนี้เลยไม่เป็นปัญหาในตอนนี้แถมการใช้ไอแดงในรูปแบบนี้ยังกินพลังงานสมองและสมาธิสุดๆคาดว่าเขาต้องฝึกอีกมากนี้ขนาดคุมหยาบๆยังกินแรงมาก

แต่สิ่งที่เขาจะพบต่อไปนี้ยากจะทำความเข้าใจกว่าการใช้พลังซะอีก 
เล่นเอาเสียสมาธิไปแวบเพราะนึกไม่ถึง

และพอเสียสมาธิไอ้เชือกก็เสียรูปร่างปล่อยไอ้โจรหล่นลงมา พอมันยืนขึ้นได้ก็รีบโกยหางจุกตูดเลย สมแล้วที่เป็นสุนัขรับใช้

สิงห์: “มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก มานี้เลย”
เขายกมือขึ้นหมายจะใช้พลังเพื่อจับมันอีกครั้ง  
สิงห์: “หมอทำบ้าไร คิดอะไรอยู่?”
หมอฟาง: “หยุดไม่ให้มีคนตายเพิ่มไง คุณเป็นฆาตกรเหรอไง คิดเหรอว่าฉันเดาไม่ออกว่าคุณเป็นคนบงการเรื่องนี้”

ไอ้เดาออกนี้ไม่สงสัยแต่สงสัยที่เธอไม่กลัวตนแถมยังเถียงคอเป็นเอ็นซะด้วย ตรงนี้สิที่แปลก
สิงห์: “หมอนั้นมันคนชั่วนะจะไปแคร์ทำไม ชีวิตพวกมันก่อเรื่องเหี้ยๆไว้แค่ไหน หมอเคยรู้มั้ย ออกมาจากทุ่งลาเวนเดอร์ได้แล้ว!”

ฟาง: “แต่นั้นก็ไม่ใช่เหตุผลที่คุณจะฆ่าใครได้ คุณควรจะจับมันส่งตำรวจให้กฎหมายจัดการ..”
สิงห์: “กฎหมาย! เฮอะ ออกมาจากทุ่งดอกไม้ซะหมอ กฎหมายปราณีพวกมันเกินไปไม่สาสมกับสิ่งที่มันทำ  ไม่สาสมกันซักนิด”

ฟาง: “สาสมหรือไม่แต่มันก็เป็นบรรทัดฐานของสังคมและมันไม่ใช่เครื่องมือล้างแค้นของใครคนใด คุณออกมาจากหลุมความเกลียดชังได้แล้ว”

สิงห์แทบอยากจะหักคอเธอแทนไอ้เวรคนที่หนีไป
สิงห์: “ตอนทำงานก็เจอนักสิทธิ กูก็แทบบ้าแล้วตอนนี้ยังมาเจออีกคน ไม่รู้จะหาคำไหนมาพูดเลยวะ”
 
เขาอุ้มร่างอันนุ่มนิ่มไปวางบนเตียงคนไข้ของเขาก่อนเดินออกไปจากห้อง

“ยะ อย่าเข้ามานะไม่งั่นอีพยาบาลนี้ตายห่าแน่
มึงเป็นตำรวจไม่ใช่เหรอ ถอยไป”
ไอ้เอกเมื่อจวนตัวก็เอาพยาบาลเกดมาเป็นตัวประกัน
ขณะที่สิงห์กำลังเลือกวิธีการเชือดมัน ร่างในชุดกาวน์ก็เดินผ่านเคาท์เตอร์และผ่านไอ้โจรร้ายมาหาตน

สิงห์: “ทำไมใส่ชุดหมอละท่านจอมปีศาจ”

ซาตาน: “นานๆทีมาโรงบาลที ยิ่งเมื่อก่อนมันเล่นเอาโบสถ์มาเป็นโรงพยาบาล ไม่ใช่ข้าเข้าไม่ได้นะ ลำพังเขตแดนมนุษย์สร้างไหนจะต้านข้าได้ แค่ในภาวะที่ถูกลดพลังมันจะเสียเวลาและไอ้พวกตัวเรืองแสงมันจะรู้ตัว ซึ่งนั้นเป็นสิ่งที่ข้าไม่ต้องการ”

สิงห์: “เอาเถอะ นั้นมันเรื่องของท่านว่าแต่มาทำไมอีกครับ?”
 

สิงห์: “มันจำเป็นครับ ทำลายหลักฐานเรื่องนี้ซะไม่งั้นพวกมันจะมาอีกแล้วคนที่โดนลูกหลงจะมากขึ้นเรื่อยๆ”

สิงห์ทยอยเข็นเตียงคนไข้อื่นๆออกจากห้องไป
สิงห์: “บอกว่าช่วยคนอื่นก่อนแต่ย้อนมาช่วยผมไม่ทันละกัน ฝากหมอใจอ่อนคนนี้ไปก่อนเลยครับ จัดการเสร็จเมื่อไหร่จุดไฟเลยครับ อีกอย่างเรียกผมว่าสิงห์ก็พอ”

ก่อนอดีตตำรวจจะออกจากห้องไป แต่ก่อนประตูจะปิดสนิทลง
เกด: “คุณสิงห์ เราจะได้เจอกันอีก ใช่มั้ยค่ะ?”

สิงห์: “เมื่อเวลานั้นมาถึง คุณก็จะรู้ครับ”
ก่อนดวงตาสีแดงจะสว่างขึ้นก่อนประตูจะปิดลง

หวอออออออๆ
เสียงไซเรนรถดับเพลิงและรถกู้ภัยดึงสิงห์กลับมาที่ปัจจุบัน

สิงห์มองเหล่าคนไข้ที่ทยอยออกมาจากโรงบาลก่อนหันกลับไป ร่างของชายผู้ครองอำนาจแห่งซาตานค่อยๆเดินหายไปกับความมืดแห่งรัตติกาล

 
เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 07, 2017, 02:45:32 am โดย cd13579 »
ใครหื้อใครซ่า ข้าแบนเรียบ

*

ออฟไลน์ artmanna

  • Senior Member
  • ****
  • 910
  • 723
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "การเริ่มต้น" (EP.1)
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2017, 04:12:55 pm »
เริ่มต้นการแก้แค้นล่ะ ละเลงเลือดได้ อ่านรอบแรกแล้วยังงงๆ เดี๋ยวอ่านใหม่ซักรอบ

*

ออฟไลน์ banknung

  • Full Member
  • **
  • 192
  • 216
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "การเริ่มต้น" (EP.1)
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2017, 04:13:20 pm »
ขอบคุณครับ เนื้อหายเข้มข้นดีมากครับ

*

ball20

Re: 7 Sin : Wrath "การเริ่มต้น" (EP.1)
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2017, 04:19:03 pm »
หายไปนาน จนเกือบนึกตอนเก่าไม่ออกเลยครับ

*

ออฟไลน์ Mr.D

  • Junior Member
  • ***
  • 360
  • 148
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "การเริ่มต้น" (EP.1)
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2017, 04:35:02 pm »
อยากเห็นตอนตัวแทนแต่ละบาป ใช้สมองสู้กันไวๆ ครับ

*

ออนไลน์ kaithai

  • Global Moderator
  • *****
  • 2693
  • 2704
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "การเริ่มต้น" (EP.1)
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2017, 04:37:52 pm »
ตอนที่หนึ่ง  อยู่ที่นี่

1  :     


ลืมกันแล้วยัง






คำเตือน  ก่อนคอมเม้นต์ จากเจ้แว่น
………………………………………………………………………………………………….
ใครจะอ่านผลงานทุกตอนในห้องนี้ ถ้าทำตามกติกา-เงื่อนไขนี้ไม่ได้ แล้วรีพลายมักง่ายผ่านไปที หรือ รีพลาย ขอบคุณครับ,ขอบคุณ,ขอบคุณค่ะ,ติดตามครับ,สนุกมากครับ,ติดตามต่อ. อะไรประมาณนี้ จะแบนเลยนะ ขอบคุณมากๆครับ ก็ไม่ต้อง thank,thank you,thx ขี้หมาหลายแหล เหล่านี้ก็อย่าให้เห็น จัดรูดแบนไปยาวๆถ้าเจอ นี่เป็นข้อตกลงไว่ก่อนอ่านระหว่างเจ้าของงาน กับสมาชิก ::Angry:: ถ้า รีพลายผิดเงื่อนไขมาหรือ โชว์พาล์วอยู่มานาน โชว์เก๋า โชว์สด โชว์เกรียน ทำมึนลองมาจะแบนเลย เพื่อสมาชิกอีกส่วนที่พร้อมทำตามกติกา ::Cheeky:: เพราะไม่เช่นนั้น รีพลายคุณอาจทำให้ สมาชิกที่ปฏิบัติตามพลอยอดอ่านไปด้วย ฉะนั้นไม่แน่ใจ อย่าพิมพ์เอามักง่ายมั่วๆ..ถ้าคิดว่า กฏนี้มันยากก็ไปหาที่อื่นเสพนะ อย่าเข้ามาใช้มาอ่านงานที่ห้องนี้ อ๋อ ใครโดน pm เตือนถ้ายังมึนจะแบนจาก 6 เดือนเป็น 1ปี. .

กฎที่วางนี่ไม่ได้เขียนเอา ฮา เนอะ แบนจริงใครอยู่นานแล้วคงรู้จัก แว่น ดี..คิดว่า ฉันแบนจริงหรือเตือนเอาสนุกเล่นๆ..อย่าๆลอง เดี๋ยวจะเสียความรู้สึกด้วยรีพลายคุณเอง ทำตามเงื่อนไข ยากอะไร หรือ จะโชว์เกรียน..เตือน,ขอร้อง,ขอความร่วมมือ แล้วเมื่อไม่รักษาสิทธิ์-ประโยชน์คุณเอง ก็แบนไปใช้เวปอื่น. .
………………………………………………………………………………………………….

*

ออฟไลน์ kopXIIII

  • Junior Member
  • ***
  • 415
  • 279
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "การเริ่มต้น" (EP.1)
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2017, 04:43:53 pm »
เหมือนบาปนี้จะมีผู้เทรนพลังให้ใช้เต็มที่เลยแฮะ
ความแค้นที่ยังไม่รอการชำระ จะได้ชำระเมื่อไร
สมเป็นอดีตตำรวจจริงๆสิงห์

*

ออฟไลน์ munkza

  • Senior Member
  • ****
  • 963
  • 430
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "การเริ่มต้น" (EP.1)
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2017, 04:53:37 pm »
สิงห์จัดการเก้บมันให้หมด รกโลกพวกนี้ สนุกมากครับผม

*

pinmonkey

Re: 7 Sin : Wrath "การเริ่มต้น" (EP.1)
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2017, 04:54:21 pm »
สงสานสิงห์ สมน้ำหน้าเหล่าร้าย เป็นกำลังใจให้สิงห์กับฟาง แต่ต้องระวังซาตานเอาคืนนะสิงห์ ขอบคุณมากครับ

*

ออฟไลน์ ggg12114

  • Banned!

  • Full Member
  • **
  • 165
  • 152
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "การเริ่มต้น" (EP.1)
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2017, 05:25:30 pm »
เริ่มต้นการแก้แค้นแล้วจะได้สาวๆอีกกี่คนนะ

*

ออฟไลน์ gritkin

  • Gold Member
  • *****
  • 1241
  • 472
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "การเริ่มต้น" (EP.1)
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2017, 05:47:35 pm »
เริ่มล้างเเค้นจากหางไปหัว เละทั้งองค์กรเเน่นอน เลือดสาดสุดๆเลยครับ สุดยอดครับผม

*

ออนไลน์ peddo

  • Ultimate Member
  • ********
  • 3033
  • 1222
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "การเริ่มต้น" (EP.1)
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2017, 05:49:12 pm »
คุณเกดดูท่าจะติดใจสิงห์นะครับ แต่หมอฟางจะอยู่รอดปลอดภัยมั้ยนะ โหดดีสมขื่อเรื่อง ขอบคุณครับ

*

ออฟไลน์ segasa

  • Full Member
  • **
  • 246
  • 74
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "การเริ่มต้น" (EP.1)
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2017, 06:37:45 pm »
 ::Fighto:: เข้มข้นต่อเนื่องกันไปยาวๆ เลยครับ อ่านกันเเบบลืมหายใจ เสียนิดนึงนานไปนิดจนต้องย้อนไปอ่านต่อก่อน ::Reader::

*

ออฟไลน์ thisisbest

  • Junior Member
  • ***
  • 449
  • 168
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "การเริ่มต้น" (EP.1)
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2017, 07:03:19 pm »
สนุก แบบเลือดสาด ตัวแทนฯคนอื่นจะสู้ไหวมั้ย

*

ออฟไลน์ GoDeRsOuL

  • Junior Member
  • ***
  • 371
  • 946
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "การเริ่มต้น" (EP.1)
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2017, 07:03:43 pm »
::Fighto:: เข้มข้นต่อเนื่องกันไปยาวๆ เลยครับ อ่านกันเเบบลืมหายใจ เสียนิดนึงนานไปนิดจนต้องย้อนไปอ่านต่อก่อน ::Reader::

ตอบแทนว่าทำไมถึงนาน
นานเพราะทำงานร่วมกันหน่ะครับ แหะๆ
ต่างคนก็ต่างว่างไม่ตรงกัน น้องเขียน ผม ตรวจ น้องแก้ ผม ตรวจๆ เสร็จก็ลง เลยนานนิดนึงครับผม

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ