เกมรักภารโรงเฒ่า ตอนที่ 57 : นางฟ้าภัคจิรา & เจ้าหญิงพลอยพรรณ

โพลล์

ถ้าคุณเป็นกรวิทย์ คุณจะตัดใจจากหมอพลอยไปจีบครูเบสท์ไหมครับ?

ไม่มีทาง ยังไงก็จะรักน้องพลอยตลอดไป ไม่ว่าพลอยจะผ่านอะไรมา พี่กรรับได้ทุกอย่าง
68 (19.7%)
แน่นอน เพราะครูเบสท์ก็เพรียบพร้อมไม่เป็นรองหมอพลอย พี่กรจะปัดเป่าฝันร้ายของน้องเบสท์เอง
149 (43.1%)
ปลงกับชีวิต หนีเข้าทางธรรม เสียสละสองสาวให้ลุงพลที่เป็นตัวจริงของพวกเธอ
129 (37.3%)

จำนวนผู้โหวตทั้งหมด: 321

เกมรักภารโรงเฒ่า ตอนที่ 57 : นางฟ้าภัคจิรา & เจ้าหญิงพลอยพรรณ

  • 95 ตอบ
  • 15365 อ่าน
*

ออฟไลน์ nato87

  • Global Moderator
  • *****
  • 509
  • 5679
    • ดูรายละเอียด
พูดคุยก่อนอ่าน : มาแล้วครับ ช่วงนี้ผมจะพยายามเร่งให้จบภาคเร็ว ๆ เพื่อจะได้ไปทำอย่างอื่น อย่าตกใจนะทำไมช่วงนี้ฟิตจัง

ตอนนี้หากใครที่ชอบหมอเบสท์ สนใจบอสใหญ่ของภาคสอง น่าจะฟินน์ไม่น้อยครับ เพราะผมเปลี่ยนมุมมองการเล่าเรื่องมาที่ครูเบสท์ครึ่งหนึ่ง ส่วนครึ่งหนึ่งเป็นของหมอพลอย อย่างที่ทราบกันดีว่าผมวางบทให้สองคนนี้เป็นบอสของแต่ละภาค ซึ่งมีศักดิ์ศรีเสมอกัน พูดแบบตรงไปตรงมาก็คือ นี่คือมเหสีเอกฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาของท่านท้าวชุมพลศักดาเค้าล่ะครับ 55555

ลุงพลมีบทนิดหน่อยนะครับ จนเกือบเป็นตัวประกอบกันเลยทีเดียว จริง ๆ ไม่มีไรมาก ผมแค่อยากเปลี่ยนมุมมองการเล่าเรื่องผ่านตัวละครหญิงบ้างแค่นั้นเอง

เช่นเดียวกัน ตอนหน้าผมจะเล่าเรื่องผ่านมุมมองของสองสาวอย่างน้องหมวยและน้องอีฟบ้างนะครับ เพื่อให้ทุกคนรู้จักพวกเธอมากขึ้น โดยเฉพาะน้องอีฟเนี่ย รู้สึกว่าเธอจืดจางที่สุดในบรรดานางเอกภาคสองแล้ว

ปล.ผมมีคำถามสนุก ๆ ทิ้งท้ายให้คนอ่านได้คิดกันเล่น ๆ นะครับ ว่าสมมุติว่าถ้าคุณเป็นกรวิทย์ คุณจะตัดใจจากหมอพลอยไปจีบครูเบสท์ไหมครับ ถ้าหากว่าคุณมีโอกาสสมหวังอ่ะนะ (ช่วยตัดความเป็นจริงว่าท้ายที่สุดแล้วนางเอกทุกคนต้องตกเป็นของลุงพลแป๊ปนึง แล้วลองคิดดูดี ๆ ครับ)


............................................

ในวันรุ่งขึ้น ภัคจิราขับรถมาทำงานตามปกติ ความสุขเดียวของเบสท์คือการได้มาทำงานและพบปะกับเหล่าบรรดาลูกศิษย์ที่เคารพรักเธอเหมือนพี่สาวคนนึง งานทำให้เบสท์รู้สึกดีเพราะได้สอนหนังสือเด็ก รวมทั้งยังได้ช่วยเหลือผู้คนที่เดือดร้อน เบสท์คิดเสมอว่านี่อาจเป็นสิ่งที่ช่วยบรรเทาความทุกข์ในอดีตที่ตามมาหลอกหลอนเธออยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

“วันนี้มาเช้าเหมือนเคยนะคะคุณครู” ป้าแก้วคนขายกาแฟในโรงอาหารเอ่ยปากทักทายภัคจิรา “เหมือนเดิมนะคะ ลาเต้เย็น”

“ค่า…เหมือนเดิมเหมือนเคยแหละคะป้า” นางฟ้าภัคจิราตอบ “ป้านี่รู้ใจหนูจริง ๆ นะคะ”

“ก็มาร้านป้ากี่ที ๆ ก็สั่งแต่ลาเต้” ป้าแก้วคนขายออกปากแซว จนครูสาวยิ้มหวานแก้เขิน “รอสักครู่นะคะ”

ภัคจิรายิ้มรับ ก่อนเหลือบมองคูหาด้านข้างที่ยังว่าง เมื่อวันสองวันก่อนภัคจิราได้ข่าวว่าลุงพล นักการภารโรงคนเก่าคนแก่ของวิทยาลัยพยาบาลที่กำลังจะเปิดกิจการร้านน้ำเต้าหู้หลังปลดเกษียณอายุ

“ลุงพลแกว่าจะมาเปิดร้านขายน้ำเต้าหู้นะคะครู” ป้าแก้วตอบ “พักหลัง ๆ แกขับรถล้มอยู่บ่อย ๆ ไม่รู้เป็นอะไร ลูกหลานก็ไม่ค่อยดูแลแกเลย เห้อ!!”

ภัคจิราครุ่นคิดและลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด นับตั้งแต่เรื่องที่หทัยรัตน์และเดือนดาราเอาข่าวคราวด้านลบของลุงพลมาบอกเธอ ด้วยความสนใจในเรื่องภารโรงเฒ่า ภัคจิราเลยเอ่ยปากถามป้าแก้วที่เป็นคนเก่าคนแก่ของวิทยาลัยอีกคน

“ขอโทษนะคะป้าแก้ว แล้วร้านน้ำเต้าหู้นี่ ลุงพลแกทำอยู่คนเดียวเหรอคะ?” ภัคจิราชี้ไปที่คูหาที่ยังว่าง “ลูกหลานแกไม่มาช่วยเหรอ?”

“ป้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ตั้งแต่เมียแกตายไปเมื่อ 5 ปีก่อน ก็ดูแกเปลี่ยนไป ยิ่งพักหลัง ๆ ยิ่งเปลี่ยนไปมากกว่าเดิม ป้าก็บอกไม่ถูก” สาวใหญ่สารภาพ “เห็นว่าแกว่าจะมาเตรียมร้านเตรียมของ ก็ยังไม่เห็นมาสักที ไม่รู้แกมัวทำอะไรอยู่ เอ้านี่จ๊ะ ลาเต้ได้แล้วนะ”

“ขอบคุณค่ะ” ภัคจิรายิ้มหวาน จ่ายเงินให้ป้าแก้วแล้วถือแก้วกาแฟกลับไปที่ห้องทำงาน

………………………………………………………………..

ภัคจิราเดินถือแก้วกาแฟไปที่ห้องทำงาน หญิงสาววางแก้วไว้บนโต๊ะทำงานพร้อม ๆ กับกระเป๋าหนังแบรนด์หนังค่ายบาเลนซิก้า เหล่าบรรดาแม่บ้านและลูกจ้างชั่วคราวต่างพนมมือไหว้ภัคจิราด้วยความเคารพรัก



“สวัสดีคะครูเบสท์ มาเช้าเหมือนเดิมเลยนะคะ” กลุ่มแม่บ้านทักทายอาจารย์สาวสวยประจำวิทยาลัยพยาบาล

“ก็เหมือนเคยแหละค่ะป้า นี่คะ หนูซื้อของฝากมาให้ด้วย” ภัคจิรายื่นถุงผลไม้ให้กลุ่มแม่บ้านด้วยไมตรีจิต

“แหม…เกรงใจครูเบสท์จัง ยังไงก็ขอบคุณมากนะคะ” หญิงร่างท้วมวัยกลางคนในชุดแม่บ้านพนมมือไหว้ของคุณภัคจิรา หญิงสาวพนมมือไหว้ตอบเพราะอีกฝ่ายอาวุโสกว่า

นอกจากเป็นที่รักของเหล่าบรรดาเด็กนักศึกษาแล้ว ภัคจิรายังเป็นที่รักของเหล่าบรรดาแม่บ้านและลูกจ้างชั่วคราว ด้วยความไม่ถือตัวและอัธยาศัยดี ทำให้หลายคนต่างยกย่องว่าภัคจิราเป็นนางฟ้าประจำวิทยาลัยพยาบาลเคียงคู่กับเจ้าหญิงน้ำแข็งอย่างพลอยพรรณ

เคยมีกลุ่มนักศึกพยาบาลให้คำนิยามเกี่ยวกับสองคนนี้ว่า ‘หากเจ็บปวดทางกายให้ไปหาหมอพลอย แต่ถ้าเจ็บปวดทางใจ ให้มาหาครูเบสท์’ ซึ่งหมายถึงถ้าคุณไม่สบายก็ขอให้ไปหาหมอพลอยเพื่อทำการรักษา แต่ถ้ามีปัญหาไม่สบายใจก็ให้ไปหาครูเบสท์เพื่อขอคำปรึกษา

ภัคจิราเปิดคอมพิวเตอร์ประจำตำแหน่ง เธอเปิดเว็บไซค์ของวิทยาลัยแพทย์และพยาบาลแล้วล็อคอินเข้าระบบเพื่อทำงานที่คั่งค้างไว้ หญิงสาวเอื้อมมือไปหยิบแก้วกาแฟพลาสติกขึ้นมาดื่มแก้กระหายก่อนเริ่มทำงาน

“เอาละนะยัยเบสท์ ลุย!!” หญิงสาวให้กำลังใจตัวเอง ก่อนเริ่มทำงานที่ค้างเอาไว้ เธอตั้งใจว่าจะเคลียร์งานให้เสร็จก่อนคาบเรียนตอนเช้าลากยาวไปถึงตอนเที่ยง ขึ้นสอนอีกทีก็ช่วยบ่ายสามโมงจนถึงห้าโมงเย็น เรียกได้ว่าชีวิตของเธอมีแต่งานเท่านั้น

อันที่จริงแล้ว ภัคจิรามีโครงการจะไปเรียนต่อปริญญาเอกที่เมืองนอก ตอนนี้เธอกำลังทำเรื่องขอทุนไปเรียนต่อที่อเมริกา หลายวันที่ผ่านมาเธอวุ่นวายอยู่กับเรื่องการสอบวัดความรู้ทางภาษาอย่าง TOEFL และ IELTS ซึ่งบอกได้เลยว่าภัคจิราทำคะแนนได้น่าพอใจเลยทีเดียว

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนที่แล้ว ตอนที่เบสท์แวะกลับบ้านที่พัฒนาการเพื่อขอคุณพ่อและคุณแม่เรื่องเรียนต่อ

“จะไปเรียนต่อจริง ๆ เหรอเบสท์?” กมลวรรณ ข้าราชการระดับสูงในกระทรวงมหาดไทย คุณแม่ของภัคจิราเอ่ยปากถามลูกสาวด้วยความเป็นห่วง “นี่ใจคอแกไม่คิดจะแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาเหมือนพี่สาวแกบ้างเลยเหรอ?”

“ก็หนูชอบเรียนนีคะแม่” ภัคจิรากอดคุณแม่และหอมแก้มอีกหนึ่งฟอด “น๊าค๊า…หม่ามี๊”

“ลูกคนนี้ไม่รู้จักโตจริง ๆ อ้อนเหมือนเด็ก” กมลวรรณถอนหายใจยาว พลางเหลือบมองทศพลผู้เป็นสามี “เอ้า!? จะยืนยิ้มอีกนานไหมคุณ พูดอะไรกับลูกหน่อยซิ”

“แกคิดดีแล้วนะเบสท์” ทศพล ข้าราชการระดับสูงของมหาดไทยถามลูกสาวเพื่อยืนยันความชัดเจน “ถ้าแกรักเรียนขนาดนั้น พ่อคงไม่ห้าม แล้วไม่ใช่ว่าไปเรียนเมืองนอกเมืองนาไปชอบหนุ่มฝรั่งแล้วไม่กลับมาไทยนะ”

“แหม…พ่อก็!!” นางฟ้าภัคจิราอ้อนเสียงหวาน “หนูไม่ได้บ้าผู้ชายขนาดนั้นซะหน่อย!?”

“ยังไงพ่อคงไม่ขัดแกหรอกเบสท์ แกโตแล้ว แกเองก็ต้องมีวิถีชีวิตของแก” ทศพลตอบ ก่อนทิ้งตัวนั่งบนโซฟาแล้วหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่าน ปล่อยให้แม่ลูกได้คุยกัน

“แล้วลูกตั้งใจจะไปเมื่อไร?” กมลวรรณเอ่ยปากถามลูกสาวด้วยความเป็นห่วง

“ก็ตั้งใจว่าถ้าขอทุนกับขอวีซ่าเสร็จเมื่อไร เบสท์จะไปทันทีค่ะแม่” เบสท์ยิ้มหวาน “ยังไงเบสท์จะตั้งใจเรียนนะคะแม่ อีกหน่อยหนูจะเป็น ดร.เบสท์ แล้วนะคะ”

“อืม…เอาเถอะ” กมลวรรณถอนหายใจยาว พลางลูบศีรษะลูกสาวด้วยความรัก “เผลอแป๊ปเดียวลูกสาวของแม่ก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้วซินะ ตั้งใจเรียนแล้วรีบกลับมานะลูก”

“ค๊า….” ภัคจิราตอบเสียงหวาน อ้อมกอดของแม่ช่างอบอุ่นกว่าสิ่งใดในโลก นี่คือความรักที่งดงามที่สุดในชีวิตของภัคจิรา

ภัคจิราตั้งใจว่าชีวิตนี้จะไม่ยอมมีแฟนหรือมีความรักเด็ดขาด แม้ว่าหลายครั้งภัคจิราจะแสดงท่าทีเหมือนเป็นคนอารมณ์ดี แต่นั่นเป็นเพียงแค่เปลือกนอกที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อปิดบังความรู้สึกผิดในใจ

เมื่อหลายปีก่อน ภัคจิราเคยมีแฟนชื่อนพวินท์ เขาเป็นรุ่นพี่และเดือนคณะ เพราะความงี่เง่าและเอาแต่ใจของภัคจิราเลยทำให้แฟนหนุ่มของเขาต้องเสียชีวิต ภัคจิราไม่เคยลืมบรรยากาศในงานศพของแฟนหนุ่มเลยแม้แต่น้อย

ครอบครัวของนพวินท์ในชุดดำต่างอยู่ในสภาพหมดอาลัยตายอยากเมื่อลูกชายหัวแก้วหัวแหวนมาเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ภัคจิราเหลือบมองใบหน้าของคุณแม่พี่วินที่ร้องไห้จนน้ำตาเกือบหลั่งออกมาเป็นสายเลือด คนที่นั่งเคียงข้างก็คือนรารัตน์ น้องสาวของนพวินท์ และอดีตเพื่อนสนิทของภัคจิราที่เป็นตัวตั้งตัวตีเชียร์ให้สองคนนี้มาเป็นแฟนกันในที่สุด

“ใครสั่งให้แกมา...” นรารัตน์จ้องมองภัคจิราตาเขม็งด้วยความเกลียดชัง เธอคือคนสุดท้ายที่ได้คุยกับพี่ชายก่อนประสบอุบัติเหตุเพียง 10 นาที นพวินท์ระบายความเสียใจให้น้องสาวอย่างนรารัตน์ฟังเรื่องความขี้หึงและขี้งอนของภัคจิราคนรัก

“นิด…ไม่เอา!” แม่บังเกิดเกล้าของนพวินท์และนรารัตน์เอื้อมมือแตะบ่าของลูกสาวเพื่อห้ามปราม “เบสท์ ตามป้ามาจ๊ะ ไปหาวินกัน”

ภัคจิราเดินตามคุณแม่ของพี่วินเพื่อทำการเคารพศพของคนรัก สาวน้อยจากเชียงรายรู้สึกเศร้าและเสียใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“เบสท์ขอโทษนะคะพี่วิน เบสท์ขอโทษ” ภัคจิราพนมมือไหว้พร้อมธูปเพื่อขอขมาคนรัก “เป็นเพราะความงี่เง่าของเบสท์แท้ ๆ ฮือ ๆ”

“ปล่อยวางเถอะเบสท์” แม่ของวินแตะที่บ่าของภัคจิราเพื่อปลอบใจ “วินเค้าทำบุญมาแค่นี้”

“แกน่าจะตายตามไปด้วยนะ” นรารัตน์แทรกออกมา จนคุณแม่ของเธอต้องดุเพื่อให้สงบสติอารมณ์

เหล่าบรรดาญาติพี่น้องของนพวินท์ต่างมองภัคจิราด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเฉยชา ไม่มีใครรู้ว่าภายในใจของพี่ป้าน้าอาเหล่านี้คิดอะไร แต่ที่แน่ ๆ คงไม่ต่างอะไรจากที่นรารัตน์คิด นั่นคือเพราะภัคจิราเลยทำให้นพวินท์ต้องตาย

ภัคจิราไม่เคยลืมเลย นี่คือฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนเธอมาทั้งชีวิต มันเป็นบาดแผลทางจิตใจที่ทำให้ภัคจิราไม่กล้าเปิดใจรักใครอีก เพราะเธอกลัวว่าจะทำให้ใครต้องแบบนพวินท์

ตัดมาที่ปัจจุบัน หลังจากเคลียร์งานในระบบเสร็จ ภัคจิราก็ถือแฟ้มเอกสารและกระเป๋าหนังบาเลนซิก้าเพื่อเตรียมตัวไปสอนหนังสือตามที่เคย

“สวัสดีค่ะครู” กลุ่มนักศึกษาพยาบาลพนมมือไหว้อาจารย์ภัคจิราด้วยความเคารพ หญิงสาวยิ้มรับด้วยไมตรีจิต

“จ้า หวัดดีจ๊ะ” ภัคจิรายิ้ม ก่อนเดินเข้าห้องเรียนเพื่อเตรียมสอนหนังสือนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่หนึ่ง โดยภายในห้องมีเดือนดาราและอรัญญา สองสาวแก๊งนักสือของหทัยรัตน์ด้วย

ภัคจิราทำการสอนหนังสือนักศึกษาพยาบาลตามปกติ จนกระทั่งเลิกคาบเรียน ในขณะที่ภัคจิรากำลังเตรียมตัวไปสอนหนังสือในคลาสต่อไป สาวหมวยและน้องอีฟก็เข้ามาทักทายอาจารย์สาวคนสวย

“ครูเบสท์คะ หนูมีอะไรจะมาบอก” เดือนดารามีสีหน้าไม่สู้ดีนัก ราวกับว่ามีอะไรไม่สบายใจบางอย่าง



“มีอะไรเหรอจ๊ะหมวย?” ภัคจิราเอ่ยปากถาม คณะกำลังใส่เอกสารการเรียนการสอนเข้าไปในแฟ้ม

“วันนี้พี่อุ๊ลาป่วย นอนซมอยู่แต่ในห้องค่ะ” เดือนดาราตอบ “หนูว่ามันแปลก ๆ เมื่อวานพี่อุ๊ยังดูปกติอยู่เลย”

“จริงค่ะครู หนูกับหมวยไปหาพี่อุ๊เมื่อคืน สภาพเหมือนคน…เอ่อ…หนูจะพูดยังไงดีล่ะ?” อรัญญาครุ่นคิดคำพูดที่เหมาะสม “เอ่อ…เหมือน…ถูกกระทำชำเรามาค่ะ”

“อีฟว่ายังไงนะ?” ภัคจิราขมวดคิ้ว “หทัยรัตน์เนี่ยนะ? มันเกิดอะไรขึ้น?”

“คือหนูไม่ทราบเหมือนกันค่ะครู” อรัญญาตอบ “หนูรู้แค่ว่าหนูกับหมวยจะไปหาพี่อุ๊ที่ห้อง พอเข้าไปเจอ ก็เห็นพี่อุ๊นอนซมไข้ขึ้นสูง ถามอะไรก็ไม่ตอบ”

“หนูก็ไม่รู้ว่าพี่อุ๊แกติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่หรือเปล่า?” เดือนดาราออกความเห็น “แต่หนูว่ามันแปลก ๆ เพราะเมื่อเช้าพี่อุ๊ยังดูแข็งแรงอยู่เลย”

“ชั้นเห็นนาถมาเดินด้อม ๆ มอง ๆ แถว ๆ นั้นด้วยแหละ” อรัญญาแทรกขึ้นมา “ชั้นว่าหลัง ๆ นาถนี่แปลกไปนะ ไม่รู้ซิ”



“นาถเป็นแบบนั้นมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว” หมวยตอบ

“นี่หมวยกับอีฟกำลังจะบอกครูว่า ทุกอย่างเป็นเพราะลุงพลเหรอ?” ภัคจิราเอ่ยปากถาม “ครูบอกแล้วไง ว่าถ้ายังไม่มีใครมาร้องทุกข์ด้วยตัวเอง ครูจะไม่ยุ่งอีก”

“แต่ครูคะ…” น้องหมวยพยายามอธิบาย แต่ก็ถูกภัคจิราตัดบททันที

“ครูพูดชัดเจนแล้วนะหมวย” อาจารย์สาวเริ่มทำเสียงดุ “ถ้าเกิดอุ๊เค้าแค่ป่วยเป็นไข้หวัดธรรมดาจะว่ายังไง? ถ้าจะกล่าวหาใครก็ต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนกว่านี้นะ ถ้ามันเกิดเป็นอย่างที่หมวยกับอีฟสงสัยจริง ก็ให้อุ๊มาบอกกับครูด้วยตัวเอง แล้วเดี๋ยวครูจะช่วย ตกลงไหม?”

“แบบนั้นก็ได้ค่ะครู” หมวยหันไปมองหน้ากับอีฟ “ว่าตามนั้นนะอีฟ”

“อื้อ…” อีฟพยักหน้า “งั้นหนูสองคนไม่รบกวนเวลาของครูแล้วนะคะ”

“จ๊ะ…โชคดีนะ” ภัคจิรายิ้ม ก่อนหยิบแฟ้มเอกสารและกระเป๋าหนังบาเลนซิก้าสะพายบ่า เพื่อเตรียมเข้าคลาสเรียนในชั้นต่อไป

หลังจากนั้นภัคจิราก็สอนหนังสือเด็กนักศึกษาพยาบาลตามปกติ จนถึงช่วงพักเที่ยง อาจารย์สาวเดินเข้าลิฟต์ลงมาที่ชั้น 1 ของอาคารเรียนพร้อม ๆ กับกลุ่มนักศึกษาพยาบาลและครูบาอาจารย์ประจำวิทยาลัยแพทย์และพยาบาล

เสียงส้นสูงของภัคจิรากระทบพื้นปูนดังเป็นจังหวะ เรือนผมหยักศกสีดำเป็นเงางามพริ้วไหวตามจังหวะการเคลื่อนไหวของนางฟ้าภัคจิรา อายไลน์เนอร์และมาสคาร่าสีดำช่วยเสริมให้หญิงสาวคนนี้ดูโดดเด่นกว่าใคร ลิปสติกสีแดงบนริมฝีปากอวบอิมทำให้เธอดูเซ็กซี่และน่าค้นหา ทุกย่างก้าวของหญิงสาวช่างดูสง่างาม เหล่าบรรดานักศึกษาพยาบาลทุกชั้นปีที่เดินผ่านต่างพนมมือไหว้ภัคจิราด้วยความเคารพ



“แก ๆ ดูครูเบสท์ซิ” กลุ่มนักศึกษาพยาบาลต่างจับกลุ่มนินทากันเมื่อเห็นครูเบสท์เดินผ่าน “ครูเบสท์แกสวยเซ็กซี่อ่ะ คนอะไรไม่รู้เพอร์เฟ็คทุกอย่าง”

“แกว่าหมอพลอยกับครูเบสท์ใครสวยกว่ากัน?”

“ชั้นไม่รู้ แต่นาทีนี้ชั้นเทใจให้ให้ครูเบสท์ว่ะ”

“ชั้นว่าหมอพลอยสวยกว่า”

“ครูเบสท์ต่างหากที่สวยกว่า”

“หมอพลอยชั้นว่าบางทีก็ดูหยิ่งไปนะ”

“ครูเบสท์บางทีก็แต่งหน้าหนาไปอ่ะ”

“แต่ยังไงก็ตามเหอะ ชั้นว่าใครได้สองคนนี้เป็นแฟน คน ๆ โคตรโชคดีเลยวะแก”

สารพัดคำพูดของเหล่าบรรดานักศึกษาพยาบาลที่พูดถึงสองสาวงามระดับท็อปของวิทยาลัยแพทย์และพยาบาลอย่างพลอยพรรณและภัคจิรา คงการันตีได้ว่า นางฟ้าภัคจิราและเจ้าหญิงพลอยพรรณ นั้นช่างเป็นกุลสตรีที่เพรียบพร้อมและงดงามเพียงใด

ภัคจิราเดินผ่านริมถนนฟุตบาตที่ข้างบนมีหลังคากระเบื้องปูไว้กันแดดกันฝนไปตามทางที่ทำเอาไว้ พอเดินไปสักพักอาจารย์สาวก็เหลือบไปเห็นลุงพล ที่เป็นนักการภารโรงอาวุโส ซึ่งกำลังจะเกษียณอายุในอีกไม่กี่วันข้างหน้าแล้ว

“สวัสดีครับครูเบสท์” ลุงพลพนมมือไหว้อาจารย์สาวภัคจิรา ในมือก็ถือถังแกลอนน้ำมันอยู่

“สวัสดีค่ะลุง” ภัคจิรารีบพนมมือไหว้ตอบ เพราะอีกฝ่ายอาวุโสกว่ามาก

ตอนแรกภารโรงหื่นตั้งใจจะชวนภัคจิราคุยสักหน่อย แต่อาจารย์สาวไม่เปิดโอกาสรีบเดินจ้ำอ้าวไปที่โรงอาหาร ทำเอามนุษย์ลุงเงิบไปไม่ได้

“จะว่าไปครูเบสท์ก็สวยน่ารักไม่แพ้หมอพลอยเลยนะ” ลุงพลยิ้ม “นี่ถ้าเกิดได้ครูเบสท์เป็นเมียอีกคนนี่แหล่มเลย ฮ่า ๆ”

ลุงพลเดินไปที่ห้องเก็บของเพื่อเอาน้ำมันไปเติมเครื่องตัดหญ้าเพื่อนำไปใช้หน้าทางเข้าวิทยาลัยพยาบาลตามหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย

……………………………………………………………………………….

ตัดมาที่ฝั่งของลุงพล หลังจากเติมน้ำมันเครื่องตัดหญ้าแล้ว มันก็เดินถือเครื่องจักรไปที่หน้าวิทยาลัยพยาบาลเพื่อเตรียมตัดหญ้าแถวนั้นช่วงเที่ยงวัน ซึ่งวันนี้สภาพอากาศภายในเมืองหลวงนั้นครึ้มฟ้าครึ้มฝนทั้งวัน แต่ก็ยังไม่มีฝนตกลงมาสักที ทั้ง ๆ ที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ทำนายว่าพื้นที่ร้อยละ 69 ของกรุงเทพมหานครจะมีฝนตก

ลุงพลในชุดเสื้อยืดสีดำ สวมถุงมือแบบคนตัดอ้อย สวมหมวกกันแดดแบบชาวไร่สวน กางเกงแสล็คเก่า ๆ และรองเท้าแตะที่มีขายตามร้านโชว์ห่วยทั่วไปเดินตามริมฟุตบาตและกำลังเตรียมข้ามถนนไปอีกฝั่ง

ทันใดนั้นเอง มีรถ Lambogini สีเหลืองเลี้ยวเข้ามาด้วยความเร็ว จนเกือบชนกับลุงพลนักการภารโรงอาวุโสประจำวิทยาลัยพยาบาล

“เฮ้ย!! เดินภาษาอะไรวะลุง!!” เสียงบีบแตรไล่พร้อม ๆ กับกระจกประตูรถถูกเลื่อนขึ้น พร้อมกับร่างของชาวหนุ่มวัย 30 ปีเศษที่ชื่อภูวนาท

“คุณต่างหากขับรถภาษาอะไร!?” ลุงพลประท้วง จนยามและนักศึกษาพยาบาลที่เดินผ่านไปมาแถวนั้นหันมองด้วยความสนใจ “นี่ถ้าผมเป็นอะไรไปคุณจะรับผิดชอบไหวไหม?”

“ดูแล้วก็ไม่เห็นเป็นไรนิ” เจ้าบอยชี้หน้าใส่ลุงพล เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ได้สึกหรออะไร “หลีกไป!! คนเค้ามีธุระ!!”

ลุงพลไม่อยากต่อล้อต่อเถียง เลยเดินหลีกทางให้รถสปอร์ตหรูของเจ้าบอยแลนผ่าน เจ้าบอยโชว์พาวด้วยการออกล้อฟรีเพื่อประกาศศักดาเหนือภารโรงเฒ่าอย่างรุนพล

แม้จะต่างวรรณะ กูเป็นแค่นักการภารโรงกระจอก ๆ แต่กูก็มีสมอง ลุงพลคนเจ้าเล่ห์คิด มันเหลือบมองท้ายรถของเจ้าบิ๊กอย่างเอาเรื่อง อย่าให้ถึงทีรุ่นใหญ่อย่างกูนะไอ้หลานรัก เหอะ!!

…..ใครเลยจะคิด ว่าในอนาคตภายภาคหน้า ไอ้บอยภูวนาทนี่แหละที่ฟ้าส่งมาเพื่อเป็นศัตรูชิงชัยในสนามรักกับอัศวินเฒ่าผยองอย่างชุมพล

……………………………………………………………………

“พี่บอยคะ พลอยบอกแล้วไง ไม่ต้องซื้ออะไรมาฝากอีก” พลอยพรรณขมวดคิ้วใส่เจ้าบอย หลังจากที่ฝ่ายชายยังตื้อไม่เลิก ภูวนาทหนุ่มเจ้าสำราญซื้อของฝากที่พลอยพรรณชอบมากำนัลให้ว่าที่คู่หมั้นในอนาคตได้ทาน

“พีเต็มใจครับ พี่ตั้งใจว่าจะไปเยี่ยมคุณพ่อกับคุณแม่ของน้องพลอยด้วย” ภูวนาทยิ้มหวาน “ยังไงซะเดี๋ยวอีกหน่อยเราก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว”

“ใครเป็นครอบครัวเดียวกับพี่คะ” พลอยพรรณจ้องมองหน้าภูวนาทไม่กระพริบ ถึงแม้จะโกรธ แต่พลอยพรรณก็ยังสวยสง่าเหมือนเจ้าหญิงไม่มีผิด “พลอยเหนื่อยที่จะพูดแล้วนะคะพี่บอย”

“พี่ขอโทษครับพลอย…” ภูวนาททำหน้าสำนึกผิด “พลอย พี่ยอมรับนะครับว่าพี่อาจดูไม่ดีนักในสายตาของพลอย แต่พี่บอยคนนี้ก็ยืนยันได้นะครับว่าพี่น่ะรักพลอยจริง ๆ พี่เลิกแล้วกับนิสัยเจ้าชู้และ……”

“ถ้าพี่รักพลอยจริง ๆ ตอนนี้พลอยมีสิ่งนึงที่ต้องการจากพี่บอย คือไปให้พ้นหน้าพลอยเดี๋ยวนี้…..” พลอยพรรณแทรกขึ้นมาโดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกยังไง “พลอยไม่ชอบคนที่พูดจาภาษาคนไม่รู้เรื่องนะคะพี่บอย”

“พลอย…พี่ดูเลวร้ายในสายตาพลอยมากนักเหรอครับ?” ภูวนาทเริ่มเคร่งเครียด เมื่อเจ้าหญิงน้ำแข็งไม่มีท่าทียอมสยบ “พี่ทำทุกอย่างถึงขนาดนี้ เพื่อพลอยเลยนะครับ ทำไมถึงได้ใจร้ายกับพี่ถึงขนาดนี้”

“พี่บอยทำเพื่อตัวเองมากกว่าค่ะ” พลอยพรรณตอบ “และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปอีกนานเท่าไร พลอยคงไม่มีวันรักพี่บอยได้ ต่อให้ต้องตายก็ไม่มีวัน”



พลอยพรรณไม่ใช่คนที่ชอบพูดคำหยาบ เธอมีการศึกษาที่ดี เป็นปัญญาชนและหมอที่มีหน้ามีตาทางสังคม น้ำเสียงเล็ก ๆ หวาน ๆ ของเธอเป็นอะไรที่น่าฟังเสมอ แต่เมื่อถึงเวลาโกรธ น้ำเสียงและคำพูดของเธอก็เต็มไปด้วยความคมที่พร้อมจะเฉือดเฉือนหัวใจของอีกฝ่ายให้เจ็บปวดได้ชะงัดดีนักแล

“งั้นแสดงว่าพลอยอยากเห็นครอบครัวของพลอยพินาศไปต่อหน้า เพราะศักดิ์ศรีของพลอยใช่ไหม?” ภูวนาทเริ่มเปลี่ยนเป็นโหมดอำมหิต “พลอย พี่จะพูดแบบนี้นะ ความอดทนของคนเรามีจำกัด พี่ให้เกียรติพลอยถึงขนาดนี้ แต่พลอยกับหมิ่นน้ำใจพี่และพ่อของพี่ พี่เองก็อยากจะเตือนพลอยด้วยความหวังดีเหมือนกันนะครับ ผู้หญิงที่ฉลาดคือผู้หญิงที่รู้ว่าไม่ควรขวางทางลม ยิ่งโดยเฉพาะพี่กับพ่อช่วยคุณพ่อกับคุณแม่ของพลอยด้วยแล้ว พี่มั่นใจเลยว่าคงไม่มีใครทำแบบครอบครัวพี่ได้อีก”

“แต่พอดีพลอยไม่ใช่ผู้หญิงฉลาดสักเท่าไร บางครั้งพลอยก็ทำอะไรด้วยความรู้สึกส่วนตัวมากกว่าใช้ตรรกะและเหตุผล เช่นเดียวกับครั้งนี้” เจ้าหญิงน้ำแข็งยืนหยัดต่อจุดยืนของตัวเอง “จำไว้นะคะ การที่ผู้หญิงคนนึงจะรักผู้ชายสักคน เธอไม่ได้รักเค้าที่อำนาจวาสนา แต่เธอรักเค้าที่หัวใจของเค้า และพี่บอยก็ไม่มีคุณสมบัติใด ๆ ที่คนอย่างพลอยจะยอมมอบกายและใจให้”

“พลอยกล้าพูดแบบนี้กับพี่เหรอ?” ภูวนาทมองหน้าพลอยพรรณอย่างเอาเรื่อง ตอนนี้หนุ่มคาสโนว่าลืมไปแล้วว่าอีกฝ่ายเป็นว่าที่คู่หมั้นในอนาคต

“แล้วจะทำไมคะ?” พลอยพรรณก็ไม่ด้อยไปกว่ากัน เจ้าหญิงน้ำแข็งยืนหยัดในศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิงตามที่ตนเองเชื่อ ให้ตายยังไงเธอก็ไม่มีวันแต่งงานกับผู้ชายแบบภูวนาทเด็ดจาด

ก่อนที่ทุกอย่างจะเลวร้ายไปกว่านี้ ผู้ช่วยของหมอพลอยพรรณก็เปิดประตูเข้ามา เพราะภัคจิรามาหา

“เอ่อ…ขอโทษที่ขัดจังหวะนะคะ” ผู้ช่วยสาวใหญ่เปิดประตูห้องทำงานของพลอยพรรณเข้ามา “ครูเบสท์มาค่ะคุณหมอ”

“เชิญค่ะพี่บอย พลอยมีธุระต้องคุย” พลอยพรรณเอ่ยปากไล่ภูวนาทแบบไม่ไยดี

“งั้น..พี่ไม่รบกวนพลอยแล้วนะ” ภูวนาทจำใจต้องฝืนยิ้ม เจ้าหญิงพลอยพรรณคนนี้ปากคอเราะร้ายเอาเรื่องได้เหมือนกัน

ภูวนาทเดินออกจากห้องไป สวนทางกับภัคจิราที่นั่งรออยู่ด้านหน้า

“สวัสดีครับครูเบสท์” ภูวนาทยิ้มทักทาย “มาหาหมอพลอยเหรอครับ”

“ค่ะ” ภัคจิราตอบตามมารยาท ก่อนเดินสวนทางภูวนาทเข้าไปหาหมอพลอยเพื่อพูดคุยเรื่องงานวิชาการทางการแพทย์อย่างที่เคย

อย่างไรก็ตาม ภัคจิราเริ่มสงสัยแล้วว่าความสัมพันธ์ระหว่างหมอพลอยพรรณกับเภสัชหนุ่มอย่างคุณกรวิทย์นั้นเหมือนกำลังมีปัญหาบางอย่าง กับการปรากฏตัวของภูวนาทหนุ่มเพลย์บอยจอมเจ้าชู้ ที่เคยมาขายขนมจีบกับภัคจิรามาบ้าง เพียงแต่ภัคจิรานั้นแตกต่างจากหมอพลอย เพราะต้องตระเวนเดินสอนนักศึกษาตามชั้นเรียนต่าง ๆ เลยทำให้เจ้าบอยตามตัวยากเสียหน่อย จนต้องถอดใสไปจีบนางฟ้าประจำห้องพยาบาลอย่างพลอยพรรณแทน

………………………………….


“ขอบคุณนะคะพี่พลอย พี่พลอยช่วยเบสท์ได้มากเลย” ภัคจิรายิ้มหวาน พลางหยิบเอกสารวิชาการใส่แฟ้มเพื่อเตรียมตัวกลับห้องทำงานของตัวเอง

“ไม่เป็นไรจ๊ะ” พลอยพรรณยิ้ม “ว่าแต่เบสท์คิดดีแล้วเหรอ? จะไปเรียนต่อที่อเมริกาน่ะ”

“ค่ะ เบสท์คิดดีแล้ว” ภัคจิรายิ้ม “เบสท์คิดว่าความรู้ไม่มีขีดจำกัด เบสท์อยากหาความรู้ใส่ตัวเยอะ ๆ เพื่อช่วยเหลือสังคมและคนด้อยโอกาสนะคะพี่พลอย”

“ความคิดดีจังเลย” เจ้าหญิงพลอยพรรณชื่นชม “ถ้าเบสท์ไปจากที่นี่ ที่นี่คงเหงาน่าดู”

ภัคจิรายิ้ม หญิงสาวไม่ตอบอะไร อันที่จริงเธอก็รู้สึกผูกพันกับวิทยาลัยแพทย์และพยาบาลแห่งนี้ไม่น้อย มีลูกศิษย์มากมายที่เคารพรักเธอ เหล่าบรรดาแม่บ้านและลูกจ้างชั่วคราวต่างให้การยอมรับเธออย่างดี



แต่ภัคจิราตั้งใจแล้วว่าเธออยากเรียนให้สูงขึ้นไป เพื่อนำความรู้ที่ได้มาเพื่อช่วยเหลือผู้คน และอีกส่วนเพื่อชดใช้ความผิดในใจ ที่เธอทำให้ผู้ชายดี ๆ อย่างนพวินท์ต้องตาย

“งั้นเดี๋ยวเบสท์ขอตัวก่อนนะคะพี่พลอย” ภัคจิรายิ้มหวาน พนมมือไหว้พลอยพรรณ

“ที่หลังไม่ต้องไหวก็ได้จ๊ะเบสท์” พลอยพรรณประท้วง “เอาจริง ๆ เบสท์น่ะอ่อนกว่าพลอยแค่ปีกว่า ๆ เอง เรารุ่นเดียวกันนะ คราวหลังให้เรียกพลอยว่าพลอย อย่าเรียกพี่หมอหรือพี่พลอยเลย มันดูห่างเหินกันยังไงไม่รู้”

“ก็ได้ค่ะพลอย” ภัคจิรายิ้ม “งั้นเบสท์ไปก่อนนะ เจอกัน”

“อืม…” พลอยพรรณยิ้มรับ ก่อนก้มหน้าทำงานที่ตัวเองได้รับมอบหมายต่อไป

………………………………………………………………………..

ภัคจิราเดินออกมาจากห้องพยาบาลเพื่อกลับไปที่ทำงานตัวเอง ตอนนี้เป็นช่วงบ่ายสองโมงของวัน ยังพอมีเวลาพักให้หายเหนื่อยอีกชั่วโมงก่อนทำการสอนในคลาสต่อไป ระหว่างเดินทางกลับหอทำงานที่อาคารใหญ่ ภัคจิราก็เหลือบไปเห็นเภสัชกรวิทย์ในชุดเสื้อยืดสีน้ำเงิน กางเกงแสล็คสีดำและรองเท้าหนังหุ้มสีสีดำ ตรงห้องโถงลิฟต์ใต้อาคารใหญ่




“ครูเบสท์ครับ” กรวิทย์เอ่ยปากทักคุณครูสาวคนสวย

“คะ?” ภัคจิราตอบรับ พลางคิดว่าอะไรดลใจให้กรวิทย์มาหาเธอ หรือจะเป็นเรื่องเมื่อวาน

“คือพอมีเวลาสักสองสามนาทีคุยกับผมหน่อยไหมครับ เรื่องเมื่อวาน” เภสัชหนุ่มเอ่ยปาก “ผมรู้สึกผิดยังไงไม่รู้จริง ๆ ก็เลยอยากมาขอโทษครูเบสท์อีกครั้งครับ”

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 09, 2018, 02:02:39 am โดย nato87 »


ฝากติดตามเพจเฟสบุ๊คของผมด้วยนะครับ

https://web.facebook.com/Nato87.The.Storyteller

*

ออฟไลน์ err

  • Legend Member
  • *******
  • 2309
  • 999
  • ดอนควาย
    • ดูรายละเอียด
เม้นท์ตามโพลข้างบนครับ  คือไอ้หนุ่มกรวิทย์เนี่ยนะ   ถ้าจะตามมาตอแยกับเด็กๆของลุงพลเนี่ย  แนะนำให้ไปบวชดีกว่าจะได้ไม่ต้องมาเจ็บซ้ำซาก  หรือเปลี่ยนแนวไปจีบยัยทอมเซเว่นดีกว่า  รับรองลุงพล เค้าไม่ไปยุ่งหรอก รึทอมก็เป็นหนึ่งใน  12 




ขอฝากคำเตือน  ก่อนคอมเม้นต์ จากเจ้แว่น
................................................
ใครจะอ่านผลงานทุกตอนในห้องนี้ ถ้าทำตามกติกา-เงื่อนไขนี้ไม่ได้ แล้วรีพลายมักง่ายผ่านไปที หรือ รีพลาย ขอบคุณครับ,ขอบคุณ,ขอบคุณค่ะ,ติดตามครับ,สนุกมากครับ,ติดตามต่อ. อะไรประมาณนี้ จะแบนเลยนะ ขอบคุณมากๆครับ ก็ไม่ต้อง thank,thank you,thx ขี้หมาหลายแหล เหล่านี้ก็อย่าให้เห็น จัดรูดแบนไปยาวๆถ้าเจอ นี่เป็นข้อตกลงไว่ก่อนอ่านระหว่างเจ้าของงาน กับสมาชิก ::Angry:: ถ้า รีพลายผิดเงื่อนไขมาหรือ โชว์พาล์วอยู่มานาน โชว์เก๋า โชว์สด โชว์เกรียน ทำมึนลองมาจะแบนเลย เพื่อสมาชิกอีกส่วนที่พร้อมทำตามกติกา ::Cheeky:: เพราะไม่เช่นนั้น รีพลายคุณอาจทำให้ สมาชิกที่ปฏิบัติตามพลอยอดอ่านไปด้วย ฉะนั้นไม่แน่ใจ อย่าพิมพ์เอามักง่ายมั่วๆ..ถ้าคิดว่า กฏนี้มันยากก็ไปหาที่อื่นเสพนะ อย่าเข้ามาใช้มาอ่านงานที่ห้องนี้ อ๋อ ใครโดน pm เตือนถ้ายังมึนจะแบนจาก 6 เดือนเป็น 1ปี. .

กฎที่วางนี่ไม่ได้เขียนเอา ฮา เนอะ แบนจริงใครอยู่นานแล้วคงรู้จัก แว่น ดี..คิดว่า ฉันแบนจริงหรือเตือนเอาสนุกเล่นๆ..อย่าๆลอง เดี๋ยวจะเสียความรู้สึกด้วยรีพลายคุณเอง ทำตามเงื่อนไข ยากอะไร หรือ จะโชว์เกรียน..เตือน,ขอร้อง,ขอความร่วมมือ แล้วเมื่อไม่รักษาสิทธิ์-ประโยชน์คุณเอง ก็แบนไปใช้เวปอื่น. .
………………………………………………………………………………………………….
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 15, 2018, 11:07:33 am โดย kaithai »

*

ออฟไลน์ therasak

  • Legend Member
  • *******
  • 2817
  • 641
    • ดูรายละเอียด
ผมว่าถ้าครูเบสมีใจให้เพราะสงสารก็น่าจะสำเร็จนะ อยู่ที่กรวิทย์จะทำตัวให้ครูเบสเห็นใจได้แค่ไหน

*

ออฟไลน์ cdx

  • Junior Member
  • ***
  • 410
  • 2653
    • ดูรายละเอียด
กรวิทย์เอ้ย..แกก็เหมือนฉันตอนเป็นหนุ่มนั่นละ สุดท้ายหมาคาบไปกิน ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่า เอาได้เอาเลย ไม่ต้องคิดมาก 555

*

ออฟไลน์ Thanatouch MAN

  • Junior Member
  • ***
  • 453
  • 0
    • ดูรายละเอียด
ไม่มีบทวาบวิวเลยนะ แต่ก็สนุกดีครับ ได้จินตนาการไปด้วย ขอบคุณครับ

*

ออฟไลน์ Suchart Thanee

  • Full Member
  • **
  • 236
  • 1
    • ดูรายละเอียด
ชอบแนวการแต่งแบบนี้ครับ สลับกันไป เป็นกำลังใจให้อย่างที่สุดครับ

*

ออฟไลน์ nato87

  • Global Moderator
  • *****
  • 509
  • 5679
    • ดูรายละเอียด
เม้นท์ตามโพลข้างบนครับ  คือไอ้หนุ่มกรวิทย์เนี่ยนะ   ถ้าจะตามมาตอแยกับเด็กๆของลุงพลเนี่ย  แนะนำให้ไปบวชดีกว่าจะได้ไม่ต้องมาเจ็บซ้ำซาก  หรือเปลี่ยนแนวไปจีบยัยทอมเซเว่นดีกว่า  รับรองลุงพล เค้าไม่ไปยุ่งหรอก รึทอมก็เป็นหนึ่งใน  12 

ยัยทอมนั่นเป็นอริของลุงพลในอนาคตครับ ภาคหน้าอริรอกระทืบลุงเยอะมาก  ::HoHo::

ผมว่าถ้าครูเบสมีใจให้เพราะสงสารก็น่าจะสำเร็จนะ อยู่ที่กรวิทย์จะทำตัวให้ครูเบสเห็นใจได้แค่ไหน

ถูกต้องครับ บางทีถ้าครูเบสท์รู้ว่ากรวิทย์เมาแอ๋ไปกุ๊กกิ๊กกับสาวอาบอบนวดมาเพราะผิดหวังจากหมอพลอยก็น่าจะสงสารอยู่บ้างแหละ แต่ผมเคยบอกแล้วครับว่า คนดีไม่มีที่ยืน คนอย่างกรวิทย์ต้องเกิดมาเพื่อช้ำ  ::HoHo::

กรวิทย์เอ้ย..แกก็เหมือนฉันตอนเป็นหนุ่มนั่นละ สุดท้ายหมาคาบไปกิน ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่า เอาได้เอาเลย ไม่ต้องคิดมาก 555

กรวิทย์นี่คือเงาสะท้อนผู้ชายเราได้ดีเลยนะครับ ดีเกินไปมักอดแดกส์ ต้องเลวบ้างระยำบ้างถึงจะได้กิน เนอะ 5555  ::HoHo::

ไม่มีบทวาบวิวเลยนะ แต่ก็สนุกดีครับ ได้จินตนาการไปด้วย ขอบคุณครับ

ช่วงท้ายภาคแรกผมเน้นปูเนื้อเรื่องส่งต่อไปภาคสองครับ เพราะถือว่าภารกิจของลุงพลสำเร็จลุล่วงแล้ว แต่ก็ยังมีฉาก 18+ ให้ตามก่อนจบตามที่คุณโหวตมาไว้ทิ้งท้ายก่อนจากครับ

ชอบแนวการแต่งแบบนี้ครับ สลับกันไป เป็นกำลังใจให้อย่างที่สุดครับ

ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 15, 2018, 10:37:33 am โดย nato87 »


ฝากติดตามเพจเฟสบุ๊คของผมด้วยนะครับ

https://web.facebook.com/Nato87.The.Storyteller

*

playnut

 ภาคสองอยากเห็นลุงพลสวิ้งกับหมอพลอยและครูเบส  อยากเห็นบทเลสเบี้ยนเยอะๆ   อยากให้มีบทเสียวทุกตอน    เป็นกำลังใจให้พี่ด้วยนะครับ   ผมดีใจนะที่จะได้ภาคสองต่อ   ขอบคุณมากนะครับ   พี่ไม่สนใจสร้างตัวละครที่เป็นผู้หญิงให้เป็นคู่แข่งลุงพลที่เป็นทอม    เป็นหัวหน้าของเบสและพลอย  พรรณ   แข็งแรงเป๊นนักกีฬาสวยมากชอบมีอะไรกับผู้หญิงโดยใช้กางเกงทอม  แต่เกลียดผู้ชายเข้าไส้และสุดท้ายก็ถูกลุงพลจับทำเมียบ้างไหมครับ   จะจบภาคแล้ว ตอนจบขอบทเสียวสัก  6part   ไปเลยนะครับ

*

ออฟไลน์ solosealer

  • Junior Member
  • ***
  • 311
  • 58
    • ดูรายละเอียด
ถ้าทำลง Ebook 
รับรองยอดขาย ไม่แพ้ 
XO กับ รักยม ของท่าน Ass แน่นอน

รู้สึกสงสาร กรวิทย จริงๆ
ต้องช้ำใจเสีย 2 สาว ให้ลุงพล

*

ออฟไลน์ olemantu

  • Ultimate Member
  • ********
  • 3292
  • 1551
    • ดูรายละเอียด
ภาพสวย ๆ จนจำไม่ได้แล้วว่าใครเป็นใครกันบ้าง สวยแบบนี้กันสมควรให้ลุงพล แกทั้งแข็งทั้งคึก

*

ออฟไลน์ nato87

  • Global Moderator
  • *****
  • 509
  • 5679
    • ดูรายละเอียด
ภาคสองอยากเห็นลุงพลสวิ้งกับหมอพลอยและครูเบส  อยากเห็นบทเลสเบี้ยนเยอะๆ   อยากให้มีบทเสียวทุกตอน    เป็นกำลังใจให้พี่ด้วยนะครับ   ผมดีใจนะที่จะได้ภาคสองต่อ   ขอบคุณมากนะครับ   พี่ไม่สนใจสร้างตัวละครที่เป็นผู้หญิงให้เป็นคู่แข่งลุงพลที่เป็นทอม    เป็นหัวหน้าของเบสและพลอย  พรรณ   แข็งแรงเป๊นนักกีฬาสวยมากชอบมีอะไรกับผู้หญิงโดยใช้กางเกงทอม  แต่เกลียดผู้ชายเข้าไส้และสุดท้ายก็ถูกลุงพลจับทำเมียบ้างไหมครับ   จะจบภาคแล้ว ตอนจบขอบทเสียวสัก  6part   ไปเลยนะครับ


บทเสียวทุกตอน ไม่ไหวม้างคุณ ส่วนบทเลสอาจจะมีบ้างนิดหน่อย ผมไม่อยากให้มีมากนักเดียวมันจะผิดธีมเรื่อง 55555+

ตัวละครทอมมีแล้วครับ ทอมเซเว่นที่ชื่อนันกิ๊กน้องทรายจากตอนที่แล้วไง ผมวางตัวไว้เป็นหนึ่งในอริของลุงพลในภาคสองด้วยนา

แต่เอาจริง ๆ บทเลสผมก็อยากเขียนอีกนะ โดยเฉพาะคู่หมอพลอยจับคู่ตีฉิ่งกับครูเบสท์ เปลี่ยนธีมเป็นแนวยูริแยกไปอีกจักรวาลก็น่าสนนะ

ถ้าทำลง Ebook
รับรองยอดขาย ไม่แพ้
XO กับ รักยม ของท่าน Ass แน่นอน

รู้สึกสงสาร กรวิทย จริงๆ
ต้องช้ำใจเสีย 2 สาว ให้ลุงพล

ผมยกย่องและนับถือท่านแอสมากครับ นักประพันธ์ในดวงใจเลย

ส่วนกรวิทย์ก็อย่างที่ทราบกันนั่นแหละ เกิดมาเพื่อช้ำจริง ๆ แต่ที่ตลกร้ายก็คือ เหมือนคนอ่านจะชอบอ่ะนะ  ::HoHo::

ภาพสวย ๆ จนจำไม่ได้แล้วว่าใครเป็นใครกันบ้าง สวยแบบนี้กันสมควรให้ลุงพล แกทั้งแข็งทั้งคึก

ก็นางเอกของลุงพลทุกคนอดีตชาติล้วนเป็นนางฟ้านางรำบนสวรรค์เชียวนา



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 15, 2018, 11:41:36 am โดย nato87 »


ฝากติดตามเพจเฟสบุ๊คของผมด้วยนะครับ

https://web.facebook.com/Nato87.The.Storyteller

*

ออฟไลน์ tetete

  • Gold Member
  • *****
  • 1121
  • 175
    • ดูรายละเอียด
ถ้าต้องให้หมอเบสรักกับกรวิทย์ แล้วทำให้หมอพลอยรู้สึกไม่ดีกับหมอเบส ปล่อยให้หมอเบสไปเรียนต่อดีกว่าครับ

*

ออฟไลน์ ××Mon××

  • Gold Member
  • *****
  • 1498
  • 8
    • ดูรายละเอียด
ผมยังเดาไม่ถูกเลยว่าเจ้าบอยจะสมหวังกับหมอพลอยหรือปล่าว การบีบให้ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงต้องยกลูกสาวให้จะสำเร็จใหม ส่วนกรวิทย์ น่าจะมีสาวๆมาปลอบใจเค้าสักหน่อย น่าสงสารจริงๆ

*

ออฟไลน์ cd13579

  • Global Moderator
  • *****
  • 1675
  • 1075
  • ชายผู้มีโครงการเต็มหัว แต่ไม่มีปัญญาเขียน
    • ดูรายละเอียด
เลือกช้อยสอง ขอพื้นที่ให้คนดีๆด้วยครับ ให้ตับที่พังพินาศได้ฟื้นตัวบ้างเถอะ 

ลุงพลไม่ทาง1:12 ไหวหรอก มีมันต้องมีหลุดมีรอดให้กันบ้าง ตอนสองตอนก็ได้ ให้คนดีมีบทบ้างเถอะ 
ใครหื้อใครซ่า ข้าแบนเรียบ

*

ออฟไลน์ supstar123

  • Junior Member
  • ***
  • 423
  • 299
    • ดูรายละเอียด
ลุงเราจะไหวหรือเปล่าหนา

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ