ตำนานเทพวายุ ตอนที่ 13 : ลูกสะใภ้

ตำนานเทพวายุ ตอนที่ 13 : ลูกสะใภ้

  • 228 ตอบ
  • 4434 อ่าน
*

ออนไลน์ Monotone_#

  • Junior Member
  • ***
  • 422
  • 167
    • ดูรายละเอียด
ตำนานเทพวายุ ตอนที่ 13 : ลูกสะใภ้
« เมื่อ: เมษายน 13, 2019, 07:26:36 pm »
สวัสดีวันสงกรานต์ปีใหม่ไทย  เล่นน้ำกันเสร็จก็มามาติดตามเรื่องของพี่มังกรกับน้องกินรีต่อนะครับ

ผมมีของขวัญเล็กๆน้อยในวันสงกรานต์
เนื่องด้วยตอนนี้เป็นตอนที่ 13 และ วันนี้ก็วันที่ 13 เมษายน  ถ้าในระยะเวลาวันที่ 13-14-15   คอมเมนต์ถึง 5 หน้า ผมจะลงตอนที่ 14 ให้ต่อครับ แต่ถ้าไม่ถึงก็ไม่เป็นไรรออีก 1 อาทิตย์ผมก็ลงตามปกติครับ

ขอสปอยเล็กน้อยครับ

ตอนที่ 14 มีชื่อตอนว่า   ดาบยามาโตะ



ตอนนี้มีการซ่อนข้อความนะครับ ต้องแสดงความคิดเห็นก่อนนะครับ ถึงจะสามารถอ่านเนื้อเรื่องที่ซ่อนเอาไว้
ทุกความคิดเห็นคือรางวัลนะคร๊าบบ


Ps. ขอฝากกระทู้ข้อมูลตัวละครไว้ด้วยนะครับ

https://xonly8.com/index.php?topic=215066.0

โดยข้อมูลตัวละครนั้นจะปลดล็อคตามจำนวนคอมเมนต์ที่กำหนดไว้นะครับ แฟนๆพี่มังกร ช่วยๆกันคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจกันด้วยนะคร๊าบ


_ _ _ _ _ _

ความเดิมตอนที่แล้ว !!!

ริวเกือบม่องเท่งเพราะโดนพี่อั้มที่เขินอย่างหนัก หยิกแก้มจนเส้นประสาทไปโดนจุดสำคัญ ทำให้เกิดความผิดปกติของร่างกายก่อนที่จะไปหารุ้งพลอย แต่ริวก็ยังฝืนที่จะไปหาโดยมีน้องปาล์มตามไปดูอาการบนรถ และโดนริวกะขโมยจูบไปเรียบร้อย  ริวกะที่สภาพง่อยกระรอกก็มาถึงผับโดยที่มีเวย์มาส่ง แต่เวย์ก็ได้แยกตัวไปกับพี่สาพากันไปกันตับ ปล่อยให้เพื่อนรักอย่างริวต้องหิ้วสังขารที่ไม่สู้ดีนักไปหารุ้งพลอย ถึงจะได้คุยกันแต่ริวกะก็ต้องยอมห่างกันซักพักเพื่อหาที่พัก ซึ่งพลอยก็ตามมาและได้รู้ว่าริวกะนั้นคือเจ้าของผับแห่งนี้ และในห้องๆนั้นริวกะก็ได้หมดสภาพและสลบไปบนตักของรุ้งพลอย


_ _ _ _ _ _ _

ตอนที่ 13  :  ลูกสะใภ้


ผ่านไปราว 1 ช.ม.

อึ้ก แค่ก ๆ ๆ ริวที่สลบไปเพราะฤทธิ์ของยาของคาราสึ เทนงู เริ่มรู้สึกตัวแล้ว ตอนนี้สีหน้าเริ่มมีเลือดฝาดขึ้นมาดูเหมือนว่าอาการจะดีขึ้นแล้ว


[ พลอย ]  :  ตื่นแล้วเหรอริว ฮี่ๆ


ริวมองไปตามเสียงที่เรียก เขาจำได้ลางๆว่าก่อนจะสลบไปเขาบอกให้พลอยกลับไปพักนี่นา ริวรู้ตัวแล้วว่าตอนนี้เขานอนอยู่ แต่ทำไมหมอนมันแปลกๆ เห้ย !!! ริวสะดุ้งทันทีเพราะรู้ตัวแล้วว่านอนหนุนตักพลอยอยู่ ริวเด้งตัวขึ้นมาทันทีจนเกือบชนหัวของพลอย  อึ่ อึ่ก ริวยืนได้แปปเดียวก็หน้ามืดล้มลงอีก


[ พลอย ]  :  ว๊าย ริวว


พลอยเห็นดังนั้นจึงรีบเข้าพยุงตัวที่ล้มลงทันที โชคดีที่พื้นห้องปูพรมนุ่มๆไว้ ประกอบกับริวยังเอามือยันไว้ หัวจึงไม่ฟาดพื้น พลอยเข้ามาถึงก็จับริวนั่งเหยียดขาโดยที่ให้พิงตัวของเธอเพื่อที่จะให้ริวหายใจได้สะดวก โดยที่พลอยก็ใช้โซฟาเป็นฐานยันตัวเธอไว้อีกชั้น เพื่อที่จะได้ไม่ขยับและรับน้ำหนักมากเกินไป


[ พลอย ]  :  อย่าพึ่งรีบลุกสิ่ พี่นุบอกว่าถ้าฟื้นแล้วให้อยู่นิ่งๆ สัก 10 นาทีก่อน


[ ริว ]  :  หือ พี่นุ ?  ทานูกิ มาที่นี่เหรอ แล้วบอกมาได้ยังไง


[ พลอย ]  :  ไม่รู้สิ่ อยู่ดีๆเสียงก็ดังขึ้นในหัว


ริงได้ฟังก็ตกใจเพราะการจะสื่อกระแสจิตกันแบบนี้ มีแค่ตนกับพ่อและปู่ ที่ทำได้แล้วไหงพลอยทำได้ล่ะ แต่ช่างมันเถอะ ก็ดีไปอย่างพลอยจะได้มีทานูกิอยู่เคียงข้างเพราะยังไงทั้งริวและพ่อ ก็จะให้ทานูกิดูแลพลอยอยู่แล้ว หือ
ริวสะดุ้งเพราะเขานั่งพิงตัวของพลอยอยู่และตอนนี้หน้าอกไซ์ 36 ก็กำลังบี้บดกับหลังเขาอยู่


[ ริว ]  :  ทานูกิ มาที่นี่ได้ยังไง ริวยังไม่ได้เรียกเลย


[ พลอย ]  :  พลอยก็ไม่รู้ แต่ตอนที่พลอยเห็นริวโดนโซซัดโซเซ พลอยเป็นห่วงริวอยากมาหาริว แต่พลอยไม่กล้าทิ้งงาน พลอยไม่รู้จะทำยังไง พลอยเลยคิดในใจว่าใครก็ได้ช่วยที แล้วพี่นุก็มาเลย


ริวเริ่มคิดอะไรบางอย่าง ทำไมทานูกิถึงวาร์ปมาที่ไทยได้เพียงแค่รุ้งพลอยเรียกหา เพราะรุ้งพลอยไม่ได้ทำพันธะสัญญา แล้วอีกอย่างวันนี้ยามิก็ยังมาอีกทั้งที่ตนไม่ได้เรียกเช่นกัน เขาต้องหาคำตอบเรื่องนี้ให้ได้สะแล้ว แต่ก่อนอื่นต้องจัดการเรื่องตรงหน้าก่อน


[ ริว ]  :  พลอย ตกลงไปอยู่กับริวนะครับ น๊า น๊า


[ พลอย ]  :  ไม่เอาง่า งือออ


[ ริว ]  :  ทำไมล่ะพลอย


ริวพยายามขอคำตอบจากพลอยที่ตอนนี้ก้มหน้าเงียบไม่ตอบ ริวเองก็ไม่มีแรงพอที่จะคาดคั้นอะไร จึงเงียบเช่นกัน จริงๆเขาเงียบเพราะเหนื่อยและพยายามควบคุมสติ เพราะนมไซส์
ตู้มของพลอยกำลังเบียดหลังเขาอยู่ พลอยเห็นริวเงียบก็คิดไปเองว่าริวโกรธ ก็ทำตัวไม่ถูกจะตอบก็เขินจะไม่ตอบก็กลัวริวโกรธ พลอยทำอะไรไม่ถูกจึงเผลอตัว กอดริวที่กำลังนั่งพิงตนเต็มๆ


[ ริว ]  :  อุ่นจัง หายเหนื่อยเลยเนี่ย   แต่ถ้าจะให้ดีกอดแน่นกว่านี้ได้มั๊ยครับ


 ริวพูดอ้อนพลอยที่ตอนนี้กอดเขาอยู่พลอยนั้นก็ลังเลอยู่นิดหน่อย " ถ้าเราได้เจอกัน พลอยจะกอดริวไม่ปล่อยเลย " พลอยนึกถึงคำพูดที่เธอพูดไว้ก่อนหน้านี้ที่ระเบียงหอพัก พลอยแอบยิ้มอยู่ข้างหลัง ก่อนที่จะเอี้ยวตัวและเอาคางมาเกยที่ไหล่ของริวและเอื้อมกอดริวจนสุดวงแขนและดึงเข้ามากอดราวกับว่าจะไม่ปล่อยไปไหนอีก ริวถึงกับตะลึงเลยทีเดียวเพราะไม่คิดว่าพลอยจะทำตามคำขอ ความเหนื่อย 10 ปีมันหายไปหมดเลยก็ว่าได้ ริวจ้องมองที่มือของพลอยที่โอบกอดเขาอยู่


[ ริว ]  :  ต้องซื้อบัตรจับมือมั๊ยเนี่ย


[ พลอย ]  :  พลอยไม่ใช่น้องๆไอดอลนะ เชอะ


พลอยตอบด้วยน้ำเสียงที่เขินๆ ที่ข้างหูริว ซึ่งริวได้ยินดังนั้นก็คิดว่าพลอยคงอนุญาตแล้วล่ะ เขาจึงเอื้อมมือด้วยแรงที่มีน้อยนิดจับมือพลอย ก่อนจะก็ดึงมือของพลอยที่โอบกอดเขาขึ้นมาจูบเบาๆก่อนที่จะนำมาแนบที่แก้มเขียวข้ำของเขา และนั่นมันทำให้ริวรู้ว่าพลอยทำงานสู้ชีวิตมามากแค่ไหนเพราะมือของพลอยนั้นเริ่มด้าน ไม่เรียบเนียนเหมือนพี่มิไรหรือพี่อั้ม ขนาดคิราระที่ว่าทำงานบ้านยังมือนุ่มกว่าพลอยเลย น้ำตาแห่งความเสียใจเพราะรู้สึกผิดไหลรินออกจากตา รู้สึกผิดที่ 10 ปีมานี้ต้องปล่อยให้พลอยลำบากมาตลอด


[ พลอย ]  :  ริว ริว เป็นอะไร


พลอยที่กอดริวอยู่นั้นก็รู้สึกได้ถึงน้ำที่มันไหลออกมาจากดวงตาของริว พลอยตกใจว่าริวเป็นอะไรจึงรีบถามด้วยหน้าที่แตกตื่น


[ ริว ]  :  อื้อไม่เป็นไรคับ


[ พลอย ]  :  ริวโกรธพลอยเหรอที่ไม่ไปอยู่กับริว


[ ริว ]  :  เปล่าครับ


ริวก็ปฏิเสธไปเพราะเขาไม่ได้โกรธจริงๆ แต่เขารู้สึกผิดที่พลอยต้องลำบากเพราะเขาเป็นต้นเหตุ ริวยังคงจับมือพลอยมาแนบแก้มของเขาและจุมพิตลงบนฝ่ามือเบาๆ พลอยนั้นคิดว่าริวคงเสียใจที่เธอไม่ไปอยู่ด้วย เธอจึงจำเป็นต้องสารภาพเหตุผลที่แท้จริงที่ไม่ยอมไปอยู่กับริว
 


[ พลอย ]  :  ก็ ก็ถ้าไปอยู่กับริว ก็เท่ากับพลอยยอมรับ ที่คุณแม่บอกให้แต่งงานกัน แล้วถ้าต้องคบกันแต่งงานกันพลอยก็ต้องยอมให้ริวปล้ำอ่ะสิ่  งื้อออออ



อุ๊ป ริวถึงกับหลุดขำออกมา จนพลอยลุกหนีด้วยความเขิน ตุ้บ โอ๊ยยย ริวร้องลั่นเพราะตัวเขาล้มกระแทกพื้น พลอยที่รีบลุกเพราะความเขินจนลืมตัวว่าริวพิงตนอยู่นั้น จึงทำให้ริวล้มหงายทันที อันที่จริงริวก็ไม่ได้เจ็บอะไรขนาดนั้น แต่โอเวอร์แอคติ้ง ให้พลอยสงสารไปอย่างงั้นและมันยังได้ผลอีก พลอยรีบนั่งลงมาประคองริวนั่งอีกครั้ง และครั้งนี้นมของพลอยเบียดแน่นกว่าเดิมเสียอีก


[ พลอย ]  :  ริวเป็นอะไรมั๊ย


[ ริว ]  :  เจ็บ


ยัง มันยังทำสำออย ริวที่เห็นว่ามันได้ผลจึงแกล้งสำออยต่อไปเพื่อจะได้อยู่ใกล้ๆพลอยต่อ


[ ริว ]  :  เอ๋พลอย เมื่อกี้พลอยบอกว่าเป็นห่วงริวเหรอ


ริวจงใจถามขึ้นมา ทำให้พลอยที่ได้เผลอพูดออกไปถึงกับหน้าแดงพูดไม่ออก ริวก็ได้แต่ยิ้มๆในความน่ารักของพลอย เอ้อ พลอยจริงด้วย ริวมีอะไรจะให้ ว่าแต่เห็นกระเป๋าตังส์ของริวมั๊ย ริวถามหากระเป๋าตังส์ พลอยที่เก็บไว้กับจึงยื่นมาให้ 


[ ริว ]  :  นี่ไงของที่


[ พลอย ]  :  ถ้ารูปถ่ายพลอยเห็นแล้ว กระเป๋ามันเปิดเลยเห็น แบร่


[ ริว ]  :  โห หมดกันอุสส่าห์จะเก็บไว้ให้กับตัวเองแท้ๆ เผื่อจะมีรางวัล  อ่ะ ฮืออออออ


ริวงอแงเหมือนเด็กไม่มีผิด เพราะแผนของเขาที่อุสส่าห์ดองไว้กว่า 8 ปีคือการเก็บรูปงานวันเกิดที่มีรูปพลอยกับพ่อแม่พลอย แล้วกะว่าถ้าตามหาพลอยจนเจอก็จะเอามาให้เพื่อเซอร์ไพรซ์ แต่แผนมันดันพังเสียก่อน ริวนั่งหน้าจ๋อยทันทีจนพลอยอดขำไม่ได้ ฟืดดด   หือ ริวสะดุ้งตาโตตกใจ เพราะพลอยนั้นเอี้ยวตัวมาหอมแก้มเขาฟอดใหญ่เลย และก็พูดกับริวโดยที่หน้าห่างกันไม่ถึงคืบ


[ พลอย ]  :  ขอบคุณนะริวที่ทำเพื่อพลอยมาตลอด


ริวอมยิ้มทันทีแผนของเขาไม่เสียเปล่าแล้ว แต่ใจริวตอนนี้ต้องการมากกว่านั้นอีกนิด ริวเอี้ยวตัวมายื่นหน้าเข้าพลอยเพื่อจะจูบพลอย  แต่ริวก็ถูกมือของพลอยแตะไปที่ริมฝีปากเพื่อห้ามไม่ให้ทำ พลอยมองที่ริวด้วยสีหน้าที่เศร้าลงทันทีเพราะดันไปนึกถึงรอยจูบที่เอ็มมันทำไว้ ก่อนที่จะบอกริวว่า ริวตอนนี้พลอยให้ได้แค่นี้นะ ขอเวลาพลอยหน่อยนะ ฟืดดด พลอยหอมซ้ำไปที่แก้มริวอีกครั้ง ริวเองก็เข้าใจพลอยและไม่คิดจะตื้ออีก เพราะแค่นี้มันก็ทำให้ริวยิ้มไม่หุบแล้ว


[ พลอย ]  :  ริวคือว่า พลอยมีเรื่องรบกวนหน่อย


[ ริว ]  :  อื้อ ว่ามาเลย


[ พลอย ]  :  คือ คือช่วยขอลายเซ็นคุณมิไร ให้หน่อยได้มั๊ย พลอยชอบคุณมิไรมากๆเลย พลอยชอบแนวคิดแนวทางการวางตัวในสังคม ทัศนคติ พลอยชอบ ลุ๊ค working woman ของคุณมิไรมากๆเลย พลอยเก็บเงินซื้อพอคเกตบุ๊คของคุณมิไรไว้ด้วยนะๆ ริวช่วยขอลายเซ็นให้หน่อยนะ นะริวนะ


ริวถึงกับฟังแทบไม่ทัน นี่คุณเธอแร๊ปเหรอเนี่ย แต่ริวก็รู้ได้อย่างหนึ่งว่า พลอยนั้นชื่นชมในตัวของมิไรมาก ทำไมไม่ขอเองล่ะ แปปนึงนะ ริวพยายามล้วงกางเกงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างทุลักทุเล  พลอยเห็นแบบนั้นก็สงสัยว่าทำอะไร ริวกดโทรออกหาใครบางคนก่อนที่อีกฝ่ายจะรับสาย


[ ริว ]  :  ฮัลโหลคร๊าบ


[ ???? ]  :  ว่าไงนายริว เป็นไงดีขึ้นยัง  พี่ออกมาบริษัทกับคุณพ่อนะ คิราระเล่าให้พี่ฟังแล้ว อย่าโกรธยัยอั้มเลยนะ


[ ริว ]  :  งือ มีคนอยากคุยด้วยอ่ะคับ


[ ???? ]  :  ใครเหรอ


อ่ะพลอย ริวยื่นโทรศัพท์ให้พลอย ซึ่งพลอยก็ปฏิเสธอยู่แล้ว แต่ริวก็คะยั้นคะยอให้รับจนได้ พลอยก็คุยทั้งๆที่ไม่รู้ว่าเป็นใคร


[ พลอย ]  :  สวัสดีค่ะ พลอยค่ะ


[ ???? ]  :  รุ้งพลอยเหรอ สวัสดีจ้า นี่พี่มิไรเองนะ


อื๊ออออ พลอยถึงกับหน้าแดงตัวแข็ง เพราะปลายสายคือ อิซานางิ มิไร ไอดอลของเธอ ที่เธอทั้งรักและชื่นชมเป็นอย่างมาก ใครจะไปคิดว่าไอดอลที่เธอนั้นชื่นชมสุดหัวใจจะมาคุยกับเธอผ่านโทรศัพท์แบบนี้ พลอยทำตัวไม่ถูกถึงกับยื่นมือถือคืนให้ริว โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าริวนั้นแอบเปิดกล้องไว้แล้ว


[ พลอย ]  :  ริวคนบ้า พลอยขอให้ช่วยขอลายเซ็นให้ ทำไมให้พลอยคุยกับคุณมิไรล่ะ  งื้ออออ


[ ริว ]  :  ก็นี่ไง ขอเลยสิ่ขอกับเจ้าตัวเองเลย


[ พลอย ]  :  พลอยแค่จะฝากพ็อคเกตบุ๊ค ให้คุณมิไรช่วยเซ็นเองริวง่ะ ริวแกล้งพลอยอ่ะ ใครจะไปกล้าคุยกับคุณมิไรตรงๆอ่ะ งือออ


ริวนั้นหัวเราะกับท่าทางของพลอยจริงๆ พลอยนั้นก็เขินจริงเขินจัง โดยที่ไม่รู้เลยว่าทุกอากัปกิริยานั้น มิไรได้เห็นทั้งหมดผ่านมือถือที่ริวแอบเปิดกล้องไว้ มิไรรู้ได้ทันทีว่าเด็กคนนี้ชื่นชอบเธอจริงๆ เพราะทุกอย่างมันถูกแสดงออกมาด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์จริงๆ


[ ริว ]  :  พลอยเขาว่ามาแบบนี้อ่ะพี่มิไร พลอยเขาอยากได้ลายเซ็นพี่อ่ะ 


[ พลอย ]  :  ริวพูดกับใครอ่ะ  อ๊าาาา งืออออ


ริวโชว์โทรศัพท์ให้พลอยดูทันที ซึ่งพลอยเห็นแล้วก็ยิ่งอายเข้าไปใหญ่ เพราะตอนนี้หน้าจอแสดงผลเป็นการ video call ระหว่างเธอกับมิไร พลอยถึงกับอายจนจะลุกหนี แต่เพราะกลัวริวจะล้มอีกเลยได้แต่หลบหน้า


[ มิไร ]  :  นายริว พี่ขอคุยกับรุ้งพลอยหน่อย


ริวยื่นโทรศัพท์ให้พลอยตามคำบอกของมิไร ซึ่งพลอยก็ต้องรับมาทั้งเขินๆเพราะไอดอลของเธอต้องการจะคุยกับเธอ


[ พลอย ]  :  สวัสดีค่ะ คุณมิไร


[ มิไร ]  :  จ้า รุ้งพลอย ว่าไงมีอะไรว่ามาซิ๊ นี่นายริวหยุดขำได้แล้ว รุ้งพลอยอายหมดแล้ว


มิไรดุริวทันที เพราะเธอได้ยินเสียงริวหัวเราะออกมา จนริวต้องถึงกับเย็น
ว่าบที่สันหลังและเงียบลงในที่สุด


[ พลอย ]  :  เรียกแค่ พลอย ก็ได้ค่ะคุณมิไร คือ พลอยอยากจะขอลายเซ็นคุณมิไรได้ไหมค่ะ พลอยจะฝากให้ริวเอาพ็อคเกตบุ๊คไปให้คุณมิไรเซ็นที่บ้านนะคะ


[ มิไร ]  :  พี่คงเซ็นให้ไม่ได้นะ


พลอยหน้าเสียลงทันทีที่มิไรปฏิเสธ แต่ด้วยประสบการณ์ในการพูดคุยธุรกิจที่พี่กุลสอนมาว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต้องห้ามแสดงสีหน้า เพราะมันจะทำให้เสียเปรียบด้านเจรจาทันที พลอยจึงเก็บอาการที่ผิดหวังไว้ก่อนจะตอบด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม


[ พลอย ]  :  ค่ะๆ แค่ได้คุยกับคุณมิไร พลอยก็ปลื้มใจมากแล้วค่ะ


[ มิไร ]  :  พี่คงเซ็นให้พลอยไม่ได้  ถ้าพลอยไม่มาด้วยตัวเองนะจ๊ะ ฝากคนอื่นเซ็นมันจะมีค่าอะไรจริงมั๊ย เอาหนังสือมาหาพี่เลย พี่อยากเจอพลอยเหมือนกัน ให้นายริวพามาเลยนะพี่อยากเลี้ยงพลอยสักมื้อนึง แต่ว่ารีบๆนะจ๊ะ อาทิตย์หน้าพี่กับคุณพ่อต้องกลับญี่ปุ่นแล้ว พลอยแค่นี้ก่อนนะ พี่ต้องประชุมกับคุณพ่อแล้ว  พี่ฝากดูนายริวด้วยนะอาการน่าจะยังไม่หายดีเท่าไร แล้วเจอกันนะจ๊ะ


[ พลอย ]  :  ค่ะ ค่ะ คุณมิไร


พลอยได้ยินแบบนี้ก็ยืมปากแทบฉีก ทั้งเขิลทั้งดีใจ ที่มิไรเอ่ยปากชวนเธอให้ไปหา ฮึ๊ คนเจ้าเล่ห์ หน้าพลอยหุบทันทีเพราะริวนั้นหันมาทำหน้าล้อเลียนใส่ ส่วนริวนั้นก็ยิ้มให้พลอย เขาดีใจที่พลอยมีความสุข ดีใจที่ได้เห็นพลอยยิ้มแบบนั้น อ่อกกก และก็เป็นอย่างที่มิไรบอก อาการของริวยังไม่หายดี ริวยังคงกระอักเลือดออกมาอีกเล็กน้อย พลอยที่เห็นแบบนั้นก็ตกใจเข้าไปใหญ่กอดริวแน่นกว่าเดิม ยิ่งทำให้หน้าอกทรงโตของเธอเบียดแน่นเข้าไปอีก


[ พลอย ]  :  ริวเป็นไงมั่ง


ยิ่งพลอยกอดแน่น นมก็ยิ่งเบียดเข้าไปใหญ่ริวถึงกับแอบซื๊ดดเลยทีเดียว


[ ริว ]  :  คาไมทาจิ อยู่หรือเปล่า


วิ๊ววว สิ้นเสียงเรียกของริวสายลมก็พัดขึ้นทันที พลันปรากฏร่างของสัตว์สามตัว รูปร่างบ่งชัดว่าเป็นพังพอน ทั้ง 3 ตนมีขนสีขาวเงิน มันขลับ อีกทั้งยังมีอักขระยันต์บนตัวหลายจุด ทั้ง 3 ตนนั้นเดินเข้ามาหาริวกะราวกับสัตว์เลี้ยงเข้ามาหาเจ้าของ มันคลอเคลียทั้งริวและรุ้งพลอยด้วยท่าทางที่น่ารักน่าเอ็นดู ขนที่นุ่มๆของมันทำให้รุ้งพลอยอดใจไม่ไหวที่จะลูบไล้ไปทั่วตัว


[ พลอย ]  :   ริว เด็กๆพวกนี้คือ


พอพวกมันได้ยินพลอยเรียกว่าเด็กๆ พวกมันก็ส่ายหางดุ๊กดิ๊กก่อนที่วิ่งเข้าหาพลอยราวกับเคยเจอกันมาก่อน จึงเกิดเป็นภาพที่น่าเอ็นดูอย่างมาก


[ ริว ]  :  คาไมทาจิ น่ะปีศาจภูติสายลม เอิ่ม ที่เกิดเหตุเมื่อ 10 ปีก่อนเพราะริวโกรธจนควบคุมตัวเองไม่ได้ เจ้าสามตนนี้เลยคลุ้มคลั่ง จนเอิ่มมม


ริวหน้าเสียทันทีที่พูดถึงเหตุการณ์วันพายุคลั่งวันนั้น มันคงจะกลายเป็นฝันร้ายติดตัวพลอยไปตลอดชีวิต คิไมทาจิ ทั้ง 3 ตนก็สลดลงทันที แต่....  อื้ออ ขอกอดหน่อยทั้ง 3 ตัวเอ้ย 3 ตน พังพอนทั้ง 3 ถูกพลอยรวบเข้าไปกอดพร้อมกันทั้งหมด ก่อนที่พลอยจะซบไปที่ขนนุ่มๆของทั้ง 3 ตน สร้างความประหลาดใจให้ริวอย่างมาก


[ พลอย ]  :  ขอบใจนะ ที่ทำให้คนชั่วพวกนั้นหายไป ถ้าพวกคนชั่วพวกนั้นยังอยู่ อาจจะไปทำแบบนั้นกับคนอื่นก็ได้


ทั้งคาไมทาจิและริวได้ฟังก็ถึงกับตาลุกวาว โดยเฉพาะริว เขารู้สึกผิดมาตลอดที่ได้สร้างภาพอันโหดร้ายให้พลอยเห็น และเพราะเขาที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ คาไมทาจิถึงได้คลั่งขนาดนั้น ริวยิ้มอย่างมีความสุขจริงๆ จนพลอยนั้นคลายอ้อมกอดออก คาไมทาจิ ทั้ง 3 ตนจึงเดินดุ๊กดิ๊กด้วยขาสั้นๆมาหานายน้อยของพวกมัน นายน้อยมีอะไรให้ข้ารับใช้เจ้าคะ 1 ในปีศาจพังพอนเอ่ยออกมา


[ พลอย ]  :  อ๊ะ พูดได้ด้วย งู๊ยยย น่ารักกก งือออ เป็นผู้หญิงด้วย


[ ริว ]  :  ธาตุลมและไฟในตัวชั้นมันประทะกันและชั้นพึ่งฟื้นจากฤทธิ์ยาของลุงคุโระ พวกเจ้าช่วยบรรเทาอาการพวกนี้หน่อยได้รึเปล่า ชั้นมีธุระต้องทำก่อน


[ คาไมทาจิ ]  :  ได้เจ้าค่ะ แต่อาการหนักพอดูนะเจ้าคะ และอีกอย่างคือ ฤทธิ์ยานั้น....


[ ริว ]  :  ไม่เป็นไร จัดการเถอะ


พลอยมองสิ่งที่ริวกำลังทำอย่างสนใจ ริวยื่นแขนออกมา ก่อนที่คาไมทาจิ อีกตนจะเดินเข้ามาก่อนที่จะใช้ยาที่พกติดตัวผสมกับน้ำลายของตนทาไปที่บริเวณเส้นเลือดใหญ่แขนและจุดปี๋เหลียงของริว เพียงไม่ถึงนาทีริวมีสีหน้าที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน


[ ริว ]  :  ขอบใจพวกเจ้ามากนะ


[ คาไมทาจิ2 ]  :  นายน้อยขอรับ ถ้าท่านอนุญาต พวกข้า3 พี่น้อง จะขออยู่กับท่านจนธุระของท่านเสร็จเรียบร้อยได้หรือไม่ขอรับ เพราะผลข้างเคียงตัวยาของท่านคาราสึ เทนงู แรงยิ่งนัก ข้าเกรงว่าถ้ายาของข้าหมดฤทธิ์ เมื่อยามนั้นท่านจะได้รับผลของยาตัวนั้นอีกขอรับ



[ ริว ]  :  ได้สิ่ เจ้ามาอยู่กับข้า อีก 2 ตนไปอยู่กับรุ้งพลอยนะ ป่ะพลอยจะทุ่มนึงแล้ว ริวมีธุระพอดี


[ พลอย ]  :  อะไรเหรอริว


[ ริว ]  :  สัมภาษณ์งาน


_ _ _ _ _ _ _ _ _ _


พลอยและริว เดินออกมาจากห้องนั้นทันที พลอยสงสัยว่าที่ ริวทำเมื่อกี้คืออะไร ริวจึงอธิบายว่าแรกเริ่มนั้นคาไมทาจิเป็นปีศาจที่คอยทำร้ายผู้คนตามป่าเขา ตัวแรกจะชนให้ล้ม ตัวที่2จะฟันให้ได้รับบาดเจ็บ ตัวที่3จะทายาสมานแผล


[ พลอย ]  :  อ๋อตัวที่เกาะริวทีไหล่ของริวนั้นคอยสมานแผล ส่วนตัวที่เป็นผู้หญิงคงจะชนสิ่นะ ส่วนตัวนี้คงคอย อ่ะฉั๊วะ อ่ะฉั๊วะ สิ่นะ


พลอยลูบไล้คาไมทาจิตัวผู้ที่ลอยอยู่ข้างๆอย่างเอ็นดู ส่วนตัวมันก็คลอเคลียกับพลอยดุจแมวอ้อนเจ้าของ


[ ริว ]  :  เอิ่มม ตัวเมียนั่นแหละ มือปาด อ่ะแหะๆ


[ พลอย ]  :  โห สวยสังหารนี่เอง ร้ายไม่เบานะเห็นสวยๆแบบนี้


พลอยลูบหัวพังพอนสาวที่ลอยอยู่ข้างๆ ซึ่งนางพังพอนก็ลอยไปลอยมา คลอเคลียพลอยเช่นกัน เห้ย !!! เดี๋ยวก่อนนะ ริวเริ่มคิดอะไรออก ก็ตอนนี้ทั้ง 3 ตนเร้นกายอยู่นี่นาแล้วทำไมพลอยมองเห็นอีกทั้งยังสัมผัสได้อีก ทั้งเรื่องที่สามารถพูดคุยกับทานูกิผ่านจิตได้อีก พลอยแอบมองริวที่ครุ่นคิด ด้วยท่าทีที่เคอะเขิน ทำไมเธอถึงกล้าให้ริวนั่งพิงแบบนั้นนะ อีกทั้งยังกล้าหอมแก้มริวอีก นิสัยไม่ดีเลยนะยัยพลอย พล่อยบ่นกับตัวเองในใจ


[ ป้า ]  :  หนุ่มเอ้ย ทางนี้ทางนี้


ริวเดินมาถึงทางเข้าก็เจอป้ากำลังยืนชะเง้อๆอยู่หน้าประตูพอดี ป้าชั่งใจอยู่นานว่าจะมาดีไหม สุดท้ายก็ยอมมา พลอยวิ่งมาหาป้าก่อนเลยเพราะป้าคนนี้ใจดียอมให้เธอกินข้าวโดยให้จ่ายทีหลังได้

[ พลอย ]  :  สวัสดีค่ะป้า

[ ริว ]  :  สวัสดีครับป้า


ทั้งสองยกมือไหว้คุณป้าก่อนจะทักทายอย่างมีมารยาท


[ ป้า ]  :  นังหนูทำงานที่นี่เหรอ อื้มๆใหญ่โตดีนะ แต่หนุ่ม
เอ้ย ป้าทำงานไม่ไหวนะป้าแก่แล้ว


[ ริว ]  :  น่าๆป้า ผมขอเวลา 1 ช.ม. เอ้ามาพอดี


ทุกคนมองตามที่ริวพูดก่อนจะเห็นว่าเป็นชายมีอายุแต่งตัวด้วยชุดสูทสีดำดูภูมิฐาน พลอยจำได้เขาคือ คุณดิเรกหัวหน้าคณะผู้บริหารของผับแห่งนี้นี่เอง  พลอยเริ่มขวัญเสียเพราะว่าตอนนี้เป็นเวลางานของเธอ แต่เธอดันออกมาข้างนอก พลอยจึงทำท่าจะเดินออกจากตรงนั้นแต่ริวก็ดึงแขนเสื้อไว้เบาๆ


[ ดิเรก ]  :  สวัสดีครับ นายน้อยริวกะ


[ ริวกะ ]  :  สวัสดีครับคุณดิเรก เรื่องที่ผมวานให้ทำเรียบร้อยไหมครับ


[ ดิเรก ]  :  เรียบร้อยครับ นายน้อย


[ ริว ]  :  คุณป้าครับ นี่คุณดิเรกครับ หัวหน้าคณะผู้บริหารของ domo ผับ  พลอยคงรู้จักแล้วเนอะ


ดิเรกตอบกลับคำพูดของริวอย่างนอบน้อมก่อนที่จะยิ้มให้พลอยอย่างใจดี ซึ่งริวก็ได้แนะนำให้ป้าได้รู้จักผู้บริหารคนนี้เช่นกัน


[ ดิเรก ]  :  นุแจ้งผมเรียบร้อยแล้วนะ คุณรุ้งพลอย ไม่ต้องห่วง  คุณป้าครับรบกวนเชิญทางนี้ครับ


ทั้งป้าทั้งพลอยก็ต่างตกใจกับเหตุการณ์นี้ พลอยนั้นก็พอจะเดาออกว่าริวนั้นมีสถานะในผับแห่งนี้ แต่ป้านี่สิ่ตกใจหัวใจจะวาย เพราะไอ้หนุ่มตรงหน้าคนนี้มีฐานะอะไรกันแน่ ทำไมผู้บริหารถึงให้ความเคารพแบบนี้


[ ป้า ]  :  หนุ่มให้ป้าทำงานดึกๆไม่ไหวนะ


[ ริว ]  :  ป้าเชื่อใจผมนะ


ป้าฟังดังนั้นก็คิดแล้วคิดอีกก่อนจะตัดสินใจลองเชื่อริวดู เพราะยังไงป้าก็ต้องกลับบ้านนอกอยู่แล้ว ลองดูก็ไม่เสียหลาย เชิญทางนี้ครับคุณป้า คุณดิเรกผายมือเป็นการเชิญให้ป้าเดินตาม พลอยนั้นก็มองซ้ายมองขวาอยากตามไป  ไปสิ่พลอย ริวนั้นเหมือนรู้ใจพลอยจึงบอกให้พลอยตามไป


[ พลอย ]  :  เย้  ขอบคุณค่ะ ริวน่ารักจังเลย

[ ริว ]  :  ก็รักซะเลยสิ่

[ พลอย ]  :  บ้า พูดไรเนี่ย งื๊อออ


พลอยถึงกับเขินเลยเจอหยอดเข้าเต็มๆ นี่ริวเป็นเจ้าของผับหรือพนักงานโรงงานขนมครกถึงหยอดเก่งแบบนี้ พลอยเขินจนทำอะไรไม่ถูกจึงรีบเดินตามคุณป้าไปโดยที่มี คาไมทาจิ ทั้งสองตนตามไปด้วย


เห้ย !!! ไอ้มังกร เสียงเรียกที่คุ้นเคยตะโกนเรียก เป็นเวย์นั่นเอง เวย์เดินมาพร้อมพี่สาคนสวยที่จากห้องน้ำหลังจากเสร็จกิจกามมาหมาดๆ อุ๊ย แหม จูงมือกันมาด้วย ริวแซวทันทีที่ทั้งสองเดินมา


[ สา ]  :  อย่าแซวนะน้องริว แล้วมาทำอะไรที่นี่


[ ริว ]  :  มาเที่ยวครับ พี่สาล่ะ


[ สา ]  :  พี่เหงาๆเลยมาเที่ยว


[ ริว ]  :  แหม สาวสวยแบบพี่มีเหงาด้วยเหรอครับ


[ สา ]  :  ปากหวานจริงๆเลย อ๊ะ


ริวไม่พูดเปล่าแต่ยังเข้ามาโอบเอวสา จนสาถึงกับตกใจ เวย์ถึงกับชะงักทันทีเพราะริวนั้นก้มไปทำท่าเหมือนจะจูบ เวย์ถึงกับหันหน้าหนีเพราะมุมที่เขาเห็นมันเหมือนริวกำลังจูบพี่สาจริงๆ สาก็ตกใจเช่นกันไม่คิดว่าริวจะกล้าทำต่อหน้าเวย์แบบนี้ กึ้ก การเคลื่อนที่ของริวหยุดชะงักลงเพราะสาใช้ดันไว้ไม่ยอมให้ริวจูบ ซึ่งมันเป็นไปตามที่ริวคาดไว้จริงๆ แต่ริวก็ยังยื่นหน้าเข้าไปใกล้อีก ก่อนที่สาจะหน้าแดงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

[ สา ]  :  เวย์ พี่กลับก่อนนะ

ริวที่คลายอ้อมกอดก็พอมองพี่สาด้วยรอยยิ้ม ส่วนพี่สาก็รีบเดินกลับด้วยท่าทีเขิลๆ ซึ่งต่างกับเวย์ที่ตอนนี้หน้าเศร้าเป็นหมาหงอยเลย เพราะคิดว่าริวจูบพี่สาจริงๆ แต่เขาก็ต้องทำใจเพราะเขาเคยบอกกับสาเองว่า ว่าถ้าอยากลองเย็ดกับริวก็ตามสบาย แล้วอีกอย่างสถานะของเขากับพี่สาก็ยังเป็นแค่คู่ขากัน


[ ริว ]   :  เป็นไรมึง ซึมเป็นส้วมเลยมึง หงอยเลยดิ่

[ เวย์ ]  :  หงอยไรมึง เปล่า

[ ริว ]  :  กูขอไลน์พี่สาหน่อยดิ่เวย์

[ เวย์ ]  :  เอาไปทำไร กูไม่ให้เอ้ยไม่มี

[ ริว ]  :  น่ะ ไอสัดนี่กั๊กอีก


เวย์เริ่มใจเสียแล้วเพราะดูท่าทางเพื่อนตนตั้งใจจะเล่นพี่สาจริงๆเสียแล้ว และพี่สาก็คงยอมให้ริวเชยชมง่ายๆด้วย เพราะเธอเคยเอ่ยปากว่าอยากเอากับริว แต่ทำไมเขาต้องรู้สึกปวดหัวใจด้วยนะ ทำไมเขาต้องแคร์ด้วย


[ ริว ]  :  รักเขาแล้วอ่ะดิ่ ไอ้ฟราย  แหมทำตีเนียนไอ้หมาหวงก้าง แมวหวงกระดูก


[ เวย์ ]  :  ไรมึงไอ้ริว ใครตีเนียนอะไร


[ ริว ]  :  นั่นแน่ เรียกกูว่าริวซะด้วย หึงก็บอกรักพี่เขาก็บอก อย่ามาทำเป็นเข้ม พอกูจะจูบพี่เขาทำเป็นหันหนีนะไอ้เวน ภาพบาดตาเหรอ  55555 อ่ะมึงดูนี่


ริวเรียกให้เวย์ดูที่ริมฝีปากและเสื้อของตน เวย์ถึงกับงง ว่าให้ดูอะไร


[ ริว ]  :  มึงดูปากกูนี่ ปากกูไม่มีรอยลิปสติก นั่นก็คือกูไม่ได้จูบพี่เขา และ มึงดูเสื้อกู คราบน้ำเป็นรูปรอยมือสองข้าง เพราะพี่เขาดันไม่ให้กูจูบ คิดเอาเองนะไอ้ควาย ว่าพี่สาเขาแคร์มึงหรือกู


เวย์คิดตามดังนั้นจากหน้าอมทุกข์ก็ยิ้มจนสุดมุมปาก แสดงว่าพี่สาแคร์เขาสิ่นะ ถ้าไม่งั้นคงปล่อยให้ริวกอดจูบไปแล้ว


[ เวย์ ]  :  แล้วมึงบอกอะไรพี่สา

[ ริว ]  :  อ๊ะ อ๊ะ ไปถามกันเอง 555 ป่ะแดรกข้าว


ริวเดินคล้องคอเวย์ให้ตามเขามา ส่วนเวย์ที่สบายใจขึ้นก็เดินตามไปอมยิ้มไปท่าทางว่าเขาคงคิดกับพี่สามากกว่าแค่พี่น้องคู่ขาไปแล้ว


_ _ _ _ _ _ _ _


คุณดิเรกนำทางป้าและพลอยมาที่ห้องๆหนึ่ง ซึ่งเหมือนว่าจะเป็นห้องครัวและในนั้นก็มีพนักงานใส่ชุดผ้ากันเปื้อน 4-5 คนยืนต้อนรับอยู่ ป้าก็งงว่าจะให้ป้าทำอะไรหรือให้ทำอาหาร


[ ป้า ]  :  คุณคะ ป้าบอกไปแล้วว่าป้าทำงานดึกๆไม่ไหว เดี๋ยวไม่กี่วันป้าต้องกลับต่างจังหวัดแล้ว


[ ดิเรก ]  :  กรุณารอสักครู่นะครับคุณป้า เอ้านายน้อยมาพอดี


ป้า พลอย และ พนักงานทุกคน พอได้ยินที่คุณดิเรกพูดจึงหันไปตามที่คุณดิเรกเอ่ยทันที


[ ริว ]  :  ป้าครับ ป้าช่วย ไก่น้ำแดงให้ได้มั๊ย มีน้ำซุบกับเครื่องปรุงให้เรียบร้อย ตามนั้นเลยครับ รบกวนด้วยนะครับ


ดิเรกฟังริวเสร็จก็พยักหน้าให้พนักงาน 5 คนนั้น เมื่อทั้ง 5 คนพอได้รับสัญญาณจึงลงมือทันที ทุกคนต่างแยกย้ายกันทำหน้าที่ ทั้งเตรียมผัก ทั้งเปิดไฟอุ่นน้ำแกง ทั้งเตรียมข้าว ทั้งหมดทำด้วยความรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยสัญชาตญาณของคนทำครัว ป้าจึงเดินไปดูอย่างสนใจ สิ่งที่ป้าเห็นคือผัก น้ำแกง และเนื้อสัตว์ที่ถูกเตรียมไว้แล้ว รอก็แค่ป้ามาปรุง แต่มันผิดไปหมดทุกกระบวนการเลย ป้าเดินไปที่เขียงผักสิ่งที่มันแปลกตาคือ ผักที่เริ่มเสียคุณภาพ ทั้งรูปร่างและสีผัก ป้าลองจับหัวหอมใหญ่ที่ถูกหั่นเป็นแว่นๆ มันนิ่มไปหมดเวลากดลงก็ไม่มีเสียงเวลาหัก และเมื่อลองชิมมันก็มีแต่ความฉุน ความหวานสลัวๆเฉพาะตัวนั้นหายไปหมดแล้ว ป้ายิ้มๆแล้วบอกว่า


[ ป้า ]  :  แม่หนู  หัวหอมใหญ่ถ้าจะเก็บไว้นานความกรอบและหวานจะหายไปนะ ถ้าเอาไปแช่เย็นมันจะช่วยรักษาความกรอบไว้ได้ระยะหนึ่ง อีกอย่างมันสุกง่ายหนูต้องจัดการมันเป็นอันดับสุดท้าย


ป้ายิ้มให้ก่อนที่จะเดินไปที่ส่วนน้ำแกงที่กำลังเคี่ยวอยู่ หนุ่มป้าขอยืมกระบวยที่ใช้คนน้ำแกงหน่อย ชายหนุ่มที่รับผิดชอบก็ยื่นให้ทันที ป้าจึงลองคนดูบ้างปรากฏว่ามันคนได้ง่ายมากๆ เพราะใส่เครื่องไม่ถึงจึงทำให้น้ำนั้นไม่ข้นอย่างที่ควรจะเป็น ป้ายิ้มๆก่อนที่จะส่งกระบวยคืนให้ ก่อนที่จะหยิบทัพพีตักน้ำแกงนั้นแบ่งใส่ถ้วยเล็กๆ ยืนให้พนักงานคนนั้นชิม


[ ป้า ]  :  คิดว่ายังไงหนุ่ม รสชาตินี้


[ พนักงานห้องครัว ]  :  ผมว่ามันจืดไปครับ ขาดหวาน


[ ป้า ]  :  ใช่ ตามที่บอกเลยหนุ่ม น้ำแกงที่ใช้ต้องข้นกว่านี้รสหวานก็ต้องเพิ่มหน่อย เพราะเวลาเอาไปเคี่ยว มันจะต้องส่งรสหวานละมุนลงไปในเนื้อไก่


ป้าเดินดูทุกขั้นทุกตอนพร้อมกับแนะนำทุกๆคนด้วยความเมตตาใจดี พนักงานทุกคนก็รับฟังและทำตามอย่างดี ก่อนที่ป้าเดินมาหาริวกับดิเรก


[ ป้า ]  :  หนุ่มเอ้ย ป้าทำให้ไม่ได้หรอก เครื่องปรุงกับวัตถุดิบ ถูกเตรียมมานานเกินไป มันหมดเวลาอร่อยของมันแล้ว แต่ไม่ใช่ความผิดของพนักงานนะ มันเป็นเรื่องของเวลา


ริวยิ้มให้ป้า ก่อนที่จะมีพนักงานคนนึงตักน้ำแกงใส่ชามเดินมาเสิร์ฟ ให้กับเขา


[ ริว ]  :  มึงมานี่ไอ้ชูชก


ริวเรียกเวย์ให้เดินเข้ามาก่อนที่จะยื่นชามน้ำแกงให้กิน เวย์ก็รับมาและนิ่งสักพัก เพราะเขาสงสัยมาหลายนาทีแล้วว่าทำไมผู้บริหารที่นี่เรียกริวว่านายน้อย

[ เวย์ ]  :  ตกลง พ่อง เอ้ย คุณรินพ่อของมึงเป็นเจ้าของที่นี่ใช่มะ

[ ริว ]  :  เออๆ รีบๆชิม


นั่นแหละที่เวย์ต้องการคำตอบ เมื่อหายคาใจเขาจึงตักน้ำแกงนั้นไปซดทันที อย่างไม่รีรอ


[ เวย์ ]  :  มันก็อร่อยนะ แต่มันแปลกๆว่ะ เหมือนขาดอะไรไป น้องช่วยพี่ชิมหน่อย


เวย์ แจ๊บๆที่ปากเหมือนกำลังจะหาคำตอบว่าอะไรหายไป และตักน้ำแกงให้เด็กเสิร์ฟผู้ชายชิม ซึ่งผลออกมาก็เป็นแบบเดียวกับเวย์ ฉับ ฉับ ฉับ เสียงบางอย่างทำให้ทุกคนหันไปมอง เป็นป้านั่นเอง ป้ากำลังหันหอมหัวใหญ่แบบลวกๆ ก่อนที่จะนำทุกชิ้นส่วนที่หั่นใส่ลงในผ้าขาวบางและออกแรงบีบคั้นให้น้ำออกมา ป้านำน้ำที่ได้ใส่ถ้วยเล็กๆเดินมา ก่อนที่จะเทมันลงในชามน้ำแกงนั้น


[ ป้า ]  :  ลองชิมใหม่หน่อย หนุ่ม


เวย์ไม่รอช้ารีบเอาช้อนตักน้ำแกงขึ้นซดทันที ซรู๊ดด
อึ้กกก  อร่อยยยยย แม่จ้าวววว
  เวย์ถึงกับครางลั่นออกมา
ขออนุญาตนะครับ หนุ่มพนักงานไม่รอช้ากล่าวขออนุญาตก่อนที่จะรีบซดตามบ้าง  ซึ่งก็ไม่ต่างกันเขาอึ้งกับสิ่งที่ป้าทำมากๆ แค่ใส่น้ำหัวหอมใหญ่นิดหน่อยรสชาติก็ดีขึ้นทันที  เฮ้ย !!! ใช่แล้ว มันไม่มีกลิ่นถ่านไม้ใช่ไหมป้า เวย์สะดุ้งพูดออกมาเพราะนึกถึงเรื่องสำคัญได้


       สิ่งที่หายไปเป็นกลิ่นหอมๆจากถ่านไม้นั่นเอง พนักงาน5คน ถึงกับมองหน้ากันเลิ่กลั่กคิดว่าจะโดนเจ้านายด่าเสียแล้ว ป้าก็ยิ้มให้แล้วบอกว่า


[ ป้า ]  :  ไม่ใช่ความผิดของพนักงานหรอก ในห้องครัวแบบนี้จะให้ใช้เตาถ่านมันก็แย่น่ะสิ่ แค่นี้ก็เก่งกันแล้ว แต่ว่าอาหารที่ป้าขาย ป้าจะเตรียมวัตถุดิบสดๆในอัตราส่วนที่จะไม่ทำให้เครื่องเจือจางเกินไป เพื่อที่จะได้รสชาติที่ดี



[ ป้า ]  :  แต่หนูๆพวกนี้ต้องทำแข่งกับเวลาเพื่อให้ทันเสิร์ฟ อย่าไปถือโทษโกรธเลยนะคุณผู้บริหาร ดิเรกได้ฟังแบบนั้นก็อมยิ้มเลยทีเดียว ป้าคนนี้มีจิตใจที่ดีงามอย่างที่นายน้อยริวกะบอกจริงๆ แต่ทั้งหมดมันเป็นไปตามที่
ริวกับดิเรกคิดกันไว้แล้ว



[ ริว ]  :  ป้าครับ งั้นถ้าป้าต้องทำอาหารจานด่วนที่ต้องแข่งกับเวลาและราคาประหยัด ป้าคิดว่าอะไรดีครับ สัก 2 เมนู


[ ป้า ]  :  อืม เร่งด่วน ประหยัดเหรอ ป้าจะทำสุกี้แห้ง เพราะมันเป็นเมนูที่กินง่าย มีทั้งผักทั้งเนื้อ อีกอย่างป้าคงทำเป็นไข่น้ำเพราะไข่ราคาไม่ได้แพงมาก น้ำก็ยังซดให้โล่งคอได้


เมื่อได้ยินคำถามจากริว ป้าก็ใช้เวลาคิดไม่นานและตอบไป เพราะเรื่องอาหารราคาประหยัด มันทางของป้าอยู่แล้ว เพราะตลอดเวลาหลายปีป้าก็ทำแต่อาหารราคาประหยัดรสชาติอร่อยให้เด็กๆตลอด ริวจึงยิ้มทันที


[ ริว ]  :  งั้นเมนูตามนี้เนอะคุณดิเรก  ตอนนี้ผู้บริหารมีมากี่ท่านแล้ว


[ ดิเรก ]  :  ได้ครับนายน้อย ผู้บริหารมาครบทุกคนครับรวมนายน้อยก็ 4 คน แต่ถ้านับรวม พลอยกับเพื่อนของนาย 6 คน ครับ


[ ริว ]  :  งั้นนับ แค่ 5 พอนะครับ ตัดเพื่อนผมไปเลย มันไม่ค่อยหิว


[ เวย์ ]  :  โอ๊ยย หิวข้าวจังเลย  ทำไมหิวแบบนี้นะ ถ้าได้กินข้าวด้วยก็คงดี น่านะนับกูไปด้วยนะ  หิวข้าวจังเลยยย นี่เวย์ไงจำเพื่อนไม่ได้เหรอ กูไหว้ก็ด้ายยยยไอ้มังกรเพื่อนรัก


ทุกคนขำขันกับท่าทางของเวย์จริงๆ ถึงกับนั่งไหว้ริวกันเลยทีเดียว คงเพราะอยากกินฝีมือป้านั่นแหละ


[ ริว ]  :  เออๆได้ คุณดิเรกครับ งั้นเป็น 6 ที่นะ  ป้าครับ ป้าช่วยทำ ไข่น้ำ 3 ที่ แล้วก็ สุกี้แห้ง 3 ที่นะครับ มีคนรอทานข้าวครับ แล้วก็ 5 คนนั้นเป็นลูกมือให้ป้านะ จดจำสิ่งที่ป้าเขาจะถ่ายทอดให้ด้วยล่ะ มันจะเป็นประโยชน์กับตัวเอง


[ พนักงานครัว 5 คน ]  :  ครับ / ค่ะ


ริวที่สั่งงานเรียบร้อยทุกอย่างก็เตรียมตัวที่จะขึ้นไปรอข้างบน แต่พลอยนั้นทำท่าเหมือนไม่อยากจะไปหันรีหันขวางอยู่


[ ริว ]  :  จะอยู่ช่วยป้าก็ได้นะพลอย


อื้อออ พลอยยิ้มดีใจจนออกนอกหน้า เธออยากอยู่ที่นี่จริงๆ แต่ก็ไม่กล้าพูดเพราะคุณดิเรกอยู่ด้วย แต่ริวก็พูดเป็นเชิงอนุญาตแทน ก่อนที่เขาจะเดินไปพร้อมกับคุณดิเรกและเวย์ โดยที่ไม่ต้องรอคำคัดค้านของป้าเลย เพราะริวมั่นใจว่าป้าจะไม่มีทางปฏิเสธคนที่หิวแน่นอน



เป็นอย่างที่ริวว่า ป้าได้ยินคำว่ามีคนรอกินข้าวอยู่จิตวิญญาณของแม่ครัวก็ทำงานทันที ป้าขอผ้ากันเปื้อนและรับมันมาใส่ก่อนที่จะเริ่มลงมือทำอาหารอย่างชำนาญโดยที่มีลูกมือทั้ง 5 คนคอยช่วย พลอยที่ยืนมองด้วยความสนใจก็ไม่กล้าจะเข้าไปช่วยเลย เพราะทุกคนทำงานกันไวมาก แต่ป้าก็ยังไหว้วานให้เธอทำบางอย่างอีกด้วย ลูกมือทั้ง 5 ก็ต่างช่วยกันทำงานอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ลืมจดจำวิธีการที่ป้าได้สอนออกมาทั้งคำพูดและการลงมือทำ


_ _ _ _ _ _ _ _ _



30 นาทีผ่านไป ณ. ห้องทานข้าวติดกับห้องประชุมผู้บริหาร


[ ดิเรก ]  :  อันที่จริง นายน้อยรับคุณป้ามาเลยก็ได้นะครับ ไม่เห็นต้องลำบากเลย พวกผมไม่มีอะไรคัดค้านอยู่แล้ว


[ ดิลก ]  :  ใช่ครับ อย่างที่พี่ดิเรกบอก


[ ริว ]  :  ผมตั้งใจให้ป้ามาทำอาหาร ให้ผู้บริหารครับ แล้วถ้าไม่ให้พวกคุณอาลองชิม มันก็ไม่มีความหมายนะครับ แต่ยังไงก็ขอบคุณทุกคนนะครับ ที่สละเวลาพักผ่อนมา


[ ดรุณี ]  :  หาได้รบกวนเลยค่ะนายน้อย ปกตินายน้อยไม่เคยเรียกพวกเราเลย และครั้งนี้เรียกมาเพราะตัวพวกเราเองด้วย ไม่ได้รบกวนอะไรเลยค่ะ



ขออนุญาต ค่ะ !!!!!


แอ๊ดดด เสียงประตูเปิดออก พร้อมกับรถเสิร์ฟอาหารที่เข็นมา อึ่กกก เอื้อกกก แค่ประตูเปิดออกมากลิ่นก็เริ่มออกฤทธิ์เสียแล้ว กลิ่นหอมๆของอาหารจานด่วนทั้งสองทำให้เสียงพูดคุยเงียบลง แม้แต่ริวเองก็โดนเล่นงานไปด้วย
ครึ่กกก รถเข็นค่อยๆเลื่อนมาช้าๆตรงหน้า ขออนุญาตเสิร์ฟค่ะ  พลอยเป็นคนรับหน้าที่เสิร์ฟอาหารเอง ริวก็ไม่รอช้ารีบลุกขึ้นไปช่วย จนผู้บริหารทุกคนสะดุ้งตัวตาม


[ ริว ]  :  อ๊ะ นั่งกันเลยครับ ยังไงผมก็ยังอายุน้อยกว่า จะให้นั่งเฉยๆก็แปลกๆอยู่ แล้วอีกอย่างบนโต๊ะอาหารไม่มีตำแหน่งนะครับ


ทั้งพนักงานที่เดินขึ้นมาและผู้บริหารต่างอมยิ้มและเอ็นดูในสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า เด็กคนนี้ต้องถูกสั่งสอนมาแบบไหนถึงได้มารยาทดีแบบนี้ ทั้งๆที่แค่ออกปาก ก็สามารถไล่ผู้บริหารคนไหนออกก็ได้ แต่เขาก็ไม่เคยทำไม่เคยถือตัวเลย


[ ริว ]  :  ผมขอแนะนำนะครับ คุณป้าคนนี้เป็นคนทำอาหารชุดนี้ โดยมีลูกมือทั้ง 5 คนด้านหลังครับ


ริวอธิบายรายละเอียดคร่าวๆก่อนที่จะช่วยกันเสิร์ฟอาหาร  บนโต๊ะที่มีลักษณะเป็นกระจกหมุนได้เหมือนร้านอาหารทั่วไป


[ คุณดิลก ]  :  เอ๊ะ สุกี้แห้งทำไมเนื้อมันแปลกๆล่ะครับคุณป้าเหมือนหมูนุ่มเลย


[ ป้า ]  :  ใช่ค่ะคุณ ป้าเห็นว่ามันดึกแล้ว ถ้าให้กินของอย่างเนื้อสัตว์ชิ้นใหญ่ๆมันจะย่อยช้าและอึดอัด ป้าเลยเอาหมูไปทุบแล้วทำเป็นหมูเด้งให้แทน ลองทานดูนะคะคุณ


[ คุณดรุณี ]  :  คุณป้าคะ แล้วไข่น้ำนี่ล่ะคะ ทำไมยังดูเหมือนพึ่งทอดเลย



[ พนักงานผู้ช่วย ]  :  ขออนุญาตค่ะคุณดรุณี อันนั้นต้มน้ำแกงก่อนค่ะ ส่วนไข่เจียวพึ่งทอดพึ่งต้มตอนที่ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยหมดแล้วค่ะ แต่ว่าน้ำซุบกับเครื่องแกงอาจจะไม่เข้าเนื้อไข่ที่พึ่งทำเสร็จใหม่ๆ คุณป้าเลยให้เอาไข่ไปตีโดยใช้เครื่องค่ะ มันจะทำให้ไข่ฟูกว่าการใช้มือตีปกติ เวลาทอดไข่จะฟูนุ่มละเอียดทำให้น้ำแกงเข้าเนื้อไข่ได้ดีโดยใช้เวลาไม่นานค่ะ ชิ้นไข่จึงยังคงนุ่มฟูอยู่ค่ะ



อึ้ก เอื้อกก เสียงกลืนน้ำลาย ดังขึ้นแข่งกับคำอธิบายของพนักงาน มันบ่งบอกว่าแค่ได้รู้ขั้นตอนการทำและได้รับกลิ่นมันก็ทำให้ต่อมความหิวถูกกระตุ้นได้แล้ว ไม่ถึงนาทีอาหารทั้ง หมดก็ถูกเสิร์ฟเรียบร้อย ทั้งริวและเวย์หลังช่วยเสิร์ฟเสร็จก็มานั่งประจำที่เรียบร้อย





[ ริว ]  :  วันนี้ผมขอทำตามใจหน่อยนะครับ ปกติเนี่ยถ้าอยู่ที่บ้านเวลากินอาการจำพวก อุด้ง ราเมน พวกเราจะซรู๊ดเส้นให้มันสุดในรวดเดียวจนเกิดเสียงดัง เราจะไม่กัดมันให้ขาดเพราะจะเสียมารยาทต่อผู้ปรุงอาหาร แต่ถ้าเวลาทานจำพวกข้าวธรรมเนียนของพวกเราจะจะกินกันอย่างเงียบๆและไม่คลุกข้าวให้ผสมกับกับข้าวกันเลย แต่อย่างว่าครับที่นี่คือเมืองไทย ผมขอทำตามใจสักวันละกัน ซรู๊ดดดดดดด  ริวกะพูดเสร็จก็ซดน้ำแกงไข่น้ำเสียงดังลั่น




เหมือนเสียงสวรรค์ทรงโปรด สิ้นคำของริวทุกคนก็รีบตักอาหารที่หมายตาเอาไว้ทันที คุณดิเรกและดิลก 2 พี่น้องจ้องไปที่สุกี้แห้ง ส่วนคุณดรุณี ตักไปที่ไข่น้ำ  กรุ๊บบ จั๊บบ ซรู๊ดด  เสียงการกินอาหารที่เอร็ดอร่อยถูกแสดงออกมาอย่างไม่มีกั๊ก เพราะริวพูดดักไว้ก่อนแล้วว่ากินเสียงดังได้ ทุกคนจึงกินกันอย่างเต็มที่


[ คุณดิลก ]  :  หมูนี่นุ่มจริงๆครับคุณป้าอร่อยมากก


[ คุณดิเรก ]  :  แทบไม่รู้สึกถึงน้ำมันผัดเลยครับคุณป้า ช่วงนี้หมอสั่งลดของมันพอดีเลย ผมชอบมากครับ


[ คุณดรุณี ]  :  ไข่ฟูนุ่มกรอบมากค่ะคุณป้า  ทำยังไงให้กรอบแบบนี้คะ


[ คุณเวย์ ]  :  อือ  อื๊อ อือ งืม งืม งั่ม งั่ม งั่ม ( แดกอย่างเดียว )


[ ป้า ]  :  ป้าใช้ไฟแรงค่ะคุณ แล้วบีบน้ำมะนาวลง 2-3 หยด ไข่เลยฟูและกรอบ



ทั้งหมดต่างตั้งหน้าตั้งตากินกันอย่างเอร็ดอร่อย ราวกับว่ามันไม่ใช่แค่อาหารพื้นฐานราคาถูกธรรมดาๆเลย


[ ดรุณี ]  :คุณดิเรก ฉันขอลองชิมสุกี้แห้งได้ไหม


[ ดิเรก ]  :  ตักได้เลยครับ คุณดรุณี     


[ ดิลก ]  :  คุณดรุณีครับ ผมขอลองชิมไข่น้ำบ้างได้ไหมครับ


[ ดรุณี ]  :  ตักเลยค่ะคุณดิลก 




นี่แหละคือสิ่งที่ริวคาดหวังไว้ ทุกคนนั้นต้องการบริหารงานแข่งกับเวลา จนบางวันต้องกินแต่อาหารกล่อง อาหารเวฟ ที่มันช่วยให้ประหยัดเวลาแต่มันก็ไม่สดใหม่และคุณค่าทางโภชนาการก็ไม่มากเท่าที่ควร อีกทั้งความสุขในโต๊ะอาหารที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ นี่แหละคือพื้นฐานของมนุษย์ที่แท้จริง


[ ป้า ]  :  ขออนุญาตินะคะ คุณทั้งหลาย


ต๊อกๆๆ เสียงป้ากำลังทำอะไรบางอย่าง ทุกคนละจากอาหารตรงหน้าเดินมาดูสิ่งที่ป้ากำลังทำ อย่างแรกป้าเอาตั้งฉ่ายแห้งมาสับพอละเอียดคลุกกับอะไรบางอย่าง ส่งกลิ่นหอมไปทั่ว และ อย่างที่ 2 คุณป้าหยิบกระเทียมมาโขลกโป๊กๆในครก ก่อนที่จะหยิบสารพัดวัตถุดิบขึ้นมาจัดการอย่างรวดเร็วราวกับร่ายเวทย์มนต์ มันคือน้ำจิ้มสุกี้ สูตรเต้าหู้ยี้นั่นเองและสุดท้ายพระเอกของงานคือ งาขาวคั่ว ที่คั่วสดๆด้วยเต้าแก๊สแบบพกพาต่อหน้าทุกคน และส่งกลิ่นหอมคละคลุ้งไปทั่ว



สิ่งที่ป้าทำคือ Live cooking ซึ่งลูกค้าจะได้เห็นตั้งแต่วัตถุดิบเปล่าๆที่ถูกสร้างสรรค์อย่างเป็นขั้นเป็นตอนตรงหน้า ทั้งรูปลักษณ์ และ กลิ่นที่เปลี่ยนไปทุกขั้นตอนการปรุงมันจะช่วยเพิ่มความอยากอาหารได้อย่างดียิ่ง ทั้ง 3 รีบกลับไปนั่งประจำที่อย่างรวดเร็ว โดยที่พลอยเป็นคนนำมาเสิร์ฟเอง พลอยตักตั้งฉ่ายในปริมาณ 2 ช้อนชาเทลงในชามไข่น้ำของคุณดรุณี และ ตักน้ำจิ้มสุกี้สูตรเต้าหู้ยี้ใส่ลงในจานสุกี้แห้งของคุณดิเรกและดิลกจานละ 2 ช้อนโต๊ะและโรยงาขาวลงอีก มันช่างส่งกลิ่นหอมไปทั่วจริงๆ



ทั้ง 3 ท่านไม่รอช้าตักอาหารตรงหน้ากินต่อทันที ตั้งฉ่ายที่ใส่ในไข่น้ำทำให้มีเทคเจอร์ในการเคี้ยวเพิ่มขึ้นอีกทั้งรสเค็มนิดๆยังเข้ากับไข่ได้ดี ส่วนน้ำจิ้มเต้าหู้ยี๊ช่วยเพิ่มรสชาติของสุกี้แห้งได้อย่างดีราวกับจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายก็ไม่ปาน ริวแอบยิ้มอย่างดีใจที่ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี จะติดตรงไอ้เพื่อนเวนที่กินไม่หยุดสักที จนไปขอไข่น้ำส่วนของพลอยมากินซะอย่างงั้น ซึ่งพลอยก็ไม่ได้ว่าอะไร จนริวอดสงสัยไม่ได้ว่ามันหิวมาจากไหนไปทำอะไรมาถึงได้กินเหมือนตาย อดตายอยากมาแบบนี้ จนเวลาผ่านไปหลายนาทีอาหารตรงหน้าก็หมดเกลี้ยงลง



ขออนุญาตนะคะ !!! พนักงานห้องครัว 1 ในลูกมือของป้า ยกบางอย่างใส่ถาดมา มันเป็นชาร้อนๆที่ควันลอยเด่นเป็นหลักฐาน

พนักงานคนดังกล่าวยกมาให้ และพลอยก็รับหน้าที่เสิร์ฟต่อ


[ พลอย ]  :  ขออนุญาตเสิร์ฟนะคะ พอดีคุณป้าเห็นว่าวันนี้เมนูทั้ง 2 ใช้น้ำมันเป็นส่วนประกอบ คุณป้าเลยวานให้พลอยชงชาอู่หลงมาให้ค่ะ จะเป็นแบบหวานน้อยนะคะ สรรพคุณของชาอู่หลงมันจะช่วยดักจับไขมันและช่วยในการย่อยอาหารค่ะ



[ ผู้บริหารทั้ง 3 คน ]  :  โอ้ ดีเลยครับ / ค่ะ


ผู้บริหารทั้ง 3 คนรับชาอู่หลงร้อนๆจากพลอยมา ก่อนจะค่อยๆเป่าช้าๆ ค่อยๆจิบ ช้าๆ อะไรจะสุขปานนี้ คณะผู้ปรุงอาหารเห็นภาพดังกล่าวก็ต่างสุขใจ คนที่รักในการทำอาหารจะมีอะไรสุขใจไปกว่าภาพของผู้คนกำลังกินอาหารที่พวกเขาทำอย่างมีความสุขล่ะ


[ ริว ]  :  ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้


ริวพนมมือหลับตาและกล่าวขอบคุณสำหรับอาหารตามธรรมเนียนของญี่ปุ่น ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้ เหล่าผู้บริหารก็กล่าวคำขอบคุณเช่นกัน ริวเดินมาหาป้าทันที


[ ริว ]  :  ป้า ถ้าผมจะขอให้ป้ามาทำงาน~


[ ป้า ]  :  โอ้ย หนุ่ม ป้าบอกแล้ว ป้าทำงานดึกๆไม่ไหวจริงๆ
ป้าแก่แล้ว ให้ทำงานเลิกดึกดื่นเที่ยงคืนป้าไม่ไหว


[ ริว ]  :  ไม่ใช่ครับป้า ผมอยากให้ป้าทำงานคือ จัดเตรียมอาหารให้ผู้บริหารเอาแค่ช่วงเช้าและบ่ายๆพอ ส่วนช่วงเย็นผมจะให้พนักงาน 5 คนนั้นจัดการต่อเอง เพราะช่วง
เช้าเนี่ย แผนกทำอาหารเขาง่วนกับการเตรียมวัตถุดิบสำหรับเตรียมปรุงในตอนเย็น ทำให้ปรุงอาหารให้ผู้บริหารช้ากว่าเวลาเยอะเลย 


[ ริว ]  :  บ้านของคุณดิเรกอยู่ไกลแต่ต้องเข้าออฟฟิศเช้าทุกวัน จึงต้องมาฝากท้องที่นี่ ผมเลยอยากให้ป้าเตรียมอาหารเช้าไว้ให้คุณดิเรกครับ ส่วนคุณดิลกจะมีอาการกรดไหลย้อนบ่อยๆ ผมอยากให้ป้าช่วยทำอาหารที่ย่อยง่ายๆไขมันต่ำให้เป็นพิเศษ ป้าพอจะช่วยได้ไหมครับ  แค่ช่วงเช้ากับบ่ายๆก็พอครับ พอจะได้ไหมครับป้า ผมเสียดายรสมือคุณป้าไม่อยากให้กลับต่างจังหวัดก่อนจริงๆครับ



ป้าได้ฟังดังนั้นก็ครุ่นคิดในใจ ใจป้ามันหมดไฟที่จะทำอาหารตั้งนานแล้ว ตั้งแต่สามีของป้าเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุแล้ว ป้าก็ทิ้งทุกอย่างที่ลพบุรีและกลับมาอยู่ที่บ้านเกิดจังหวัดนครนายก  



เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 14, 2019, 02:48:54 am โดย Monotone_# »

*

ออนไลน์ Monotone_#

  • Junior Member
  • ***
  • 422
  • 167
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ ตอนที่ 13 : ลูกสะใภ้
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 13, 2019, 07:30:29 pm »
สูตรทำสุกี้แห้ง





https://youtu.be/ccZNbITGDSY


 

•••••••••••



สูตรทำไข่น้ำ





https://youtu.be/OeH1-va_b9E



ผมขอใช้สูตรจาก ลุงชาย หรือ พี่ชาย นะครับ  ผมคิดว่าสามารถทำตามกันได้ง่ายๆพร้อมกินเลย   ส่วนตัวผมชอบคลิปของลุงชายมากๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 13, 2019, 08:04:43 pm โดย Monotone_# »

*

ออฟไลน์ Achita Sanitpon

  • Full Member
  • **
  • 128
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ ตอนที่ 13 : ลูกสะใภ้
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: เมษายน 13, 2019, 07:46:28 pm »
ขอบทให้เมดเพิ่มอีกนิดดดดด

*

ออฟไลน์ ziggy2

  • Senior Member
  • ****
  • 857
  • 251
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ ตอนที่ 13 : ลูกสะใภ้
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: เมษายน 13, 2019, 08:10:18 pm »
คุณพ่อเปิดตัวลูกสะใภ้ สะขนาดนี้   ดีใจกะ พลอย จริงๆ


มีแถมสูตรทำสุกี้ด้วย เดี๋ยวต้องไปลองทำแบบแห้งมั่งล่ะ ขอบคุณครับ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 14, 2019, 08:32:49 am โดย ziggy2 »

*

ออฟไลน์ navy868

  • Banned!

  • Gold Member
  • *****
  • 1444
  • 878
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ ตอนที่ 13 : ลูกสะใภ้
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: เมษายน 13, 2019, 08:15:06 pm »
พลอยนี่ก็ไม่ธรรมดาเลยนะ คุยผ่านจิตกับทานูกิแถมยังเห็นคาไมทาจิอีก... ::Glad::
ปล.ที่สำคัญคือเป็นว่าที่ลูกสะใภ้ของริน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 13, 2019, 08:27:51 pm โดย navy868 »

*

chumnan.sermsukmaitri

Re: ตำนานเทพวายุ ตอนที่ 13 : ลูกสะใภ้
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: เมษายน 13, 2019, 08:20:37 pm »
เริ่มที่จะเข้าที่เข้าทางแล้วต่อไปพลอยคงจะมีความสุขที่สุดเลย

*

ออฟไลน์ naitoom

  • Gold Member
  • *****
  • 1499
  • 648
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ ตอนที่ 13 : ลูกสะใภ้
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: เมษายน 13, 2019, 08:26:52 pm »
ตอนนี้มีสูตรอาหารจากคุณMonotone# ด้วย นำไปทำเองได้ ยกเว้นแต่ชาอู่หลง ที่พลอย ยกมา ที่บ้านไม่มี เปลี่ยนเป็นกาแฟ แล้วกันครับ

*

ออฟไลน์ Chaisak Thong

  • Tiny Member
  • *
  • 23
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ ตอนที่ 13 : ลูกสะใภ้
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: เมษายน 13, 2019, 08:27:25 pm »
สบายท้องกันถ้วนหน้าเลยอิอื

*

ออฟไลน์ jomza537

  • Full Member
  • **
  • 123
  • 96
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ ตอนที่ 13 : ลูกสะใภ้
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: เมษายน 13, 2019, 08:32:26 pm »
อยากกินอาหารฝีมือป้าบ้างแล้วสิ

Re: ตำนานเทพวายุ ตอนที่ 13 : ลูกสะใภ้
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: เมษายน 13, 2019, 08:40:28 pm »
ว่าที่นายหญิงแห่งตระกูลอิซานางิ

*

ออนไลน์ mewzira

  • Junior Member
  • ***
  • 506
  • 56
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ ตอนที่ 13 : ลูกสะใภ้
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: เมษายน 13, 2019, 08:42:12 pm »
ติ่นมาจะจัดพลอยเลยไหมนะ อิอิ

สงสัยเรื่องพลอยเพิ่มอีกแล้ว

ไหนจะรินพูดอะไรให้ริว คิดอีก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 13, 2019, 09:34:06 pm โดย mewzira »

*

ออฟไลน์ automilo

  • Junior Member
  • ***
  • 373
  • 111
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ ตอนที่ 13 : ลูกสะใภ้
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: เมษายน 13, 2019, 08:42:29 pm »
อ่านตอนนี้เสร็จแล้วหิวเลย 555 แต่ว่าทำไมพลอยถึงติดต่อกับภูติได้ งง ครับ

*

ออฟไลน์ dodoza2

  • Junior Member
  • ***
  • 452
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ ตอนที่ 13 : ลูกสะใภ้
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: เมษายน 13, 2019, 08:49:19 pm »
บรรยายซะนึกว่ารายการอาหาร​ รักเขาแล้วสินะเวย์ขอบคุณมากครับติดตามตลอดครับ​ เมื่อใหร่ปมในใจจะหายน้อพลอย

Re: ตำนานเทพวายุ ตอนที่ 13 : ลูกสะใภ้
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: เมษายน 13, 2019, 08:56:35 pm »
พึ่งเข้ามาอ่าน เรื่องนี้น่าติดตามมาก เดี่ยวผมต้องไปอ่านตั้งแต่ตอนแรกแล้ว

*

ออฟไลน์ porchai

  • Junior Member
  • ***
  • 320
  • 65
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ ตอนที่ 13 : ลูกสะใภ้
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: เมษายน 13, 2019, 09:07:47 pm »
ขอบคุณครับ
บรรยายซะนึกว่ารายการอาหาร​
งงพลอยติดต่อภูตได้ไง

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ