OUT OF AMMO EP 18 ความรู้สึก

OUT OF AMMO EP 18 ความรู้สึก

  • 133 ตอบ
  • 6911 อ่าน
*

ออฟไลน์ cd13579

  • Global Moderator
  • *****
  • 1605
  • 1039
  • ชายผู้มีโครงการเต็มหัว แต่ไม่มีปัญญาเขียน
    • ดูรายละเอียด
OUT OF AMMO EP 18 ความรู้สึก
« เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2017, 04:25:21 am »
          แวะทักทายกันก่อนนะครับ
     และแล้วก็เค้นออกมาจนได้สำหรับตอนนี้ ถถถถถถ ไม่น่าเรื่องเยอะเอาชีวิครันทดเลยกู เป็นเรื่องแนวบู๊ก็ดีอยู่แล้ว ช่วงนี่แฟนขาบู๊สนั่นคงเบื่อ (ที่จริงน่าจะเบื่อหลายคนเลยละ) ยอมรับเลยครับว่าไม่ถนัดเรื่องแนวๆดราม่าหึงหวงตีกันแย่งหม้อ อะไรเถือกนี้จริงๆ แต่ก็อยากให้เรื่องมีมีหลายรส คนเราจะรักกันชอบกันมันต้องมีเรี่องราวครับผมคิดแบบนี้

เรื่องก็ไม่ไปไหนซักที 5555+ ข้ามไปอีกไม่กี่ตอนพ่อดนัยของเราจะได้กลับมาไล่ยิงกันแล้วครับ จากนั้นก็จะช่วงชีวิตรันทดของทุกๆคนในหน่วย มาดูว่าจะเจองานช้างขนาดไหนและอีโง่ดนัยจะไปได้กับสาวสวยอย่างไร (ส่วนอีกคู่มันแค่รอจังหวะครับ) ไหวว่าลงตอนนี้คงจะได้กำลังใจตอบแทนกลับมาบ้างนะครับ อีแบบขอบคุณครับ 3 คำแบบนี้มันอ่านแล้วแบบไม่สื้อถึงห่าเหวอะไรเลย สนุกมั้ยเบื่อมั้ยติชมได้นะครับ
ไม่กัดฉีดยาแล้ว ถึงกัดก็ไม่เจ็บ เพราะผมตัวเล็กน่ารักครับ ถถถถถถถ
  ::JubuJubu::

และยังไงก็ขอบคุณๆทุกท่านที่สนับสนุนนะครับ
ขอให้สนุกนะครับ Enjoy  ::Falling::
ไม่มีรูปครับขี้เกียจล
ง  ::DayDream::

•====================================•

ตอนที่ 18 ความรู้สึก

เช้าวันต่อมา ดนัยเดินง่วงสะลึมสะลือออกจากจากคอกม้า เขาขยี้ตาแรงๆด้วยความง่วงซึม
นับเป็นคืนที่ไม่สดใสนักสำหรับเขา  ก็เล่นคิดมากนอนไม่หลับกระสับกระส่ายจนเกือบเช้า พิษรักแรงหึงมันช่างรบกวนสมาธิ ตอนนี้อะไรๆก็ผิดหูผิดตาไปหมด

พอไม่เจอเขาก็โหยหา พอเจอหน้าก็อยากครอบครอง และพอเธอมีคนจองแล้วเขาก็ดันร้อนรนทนไม่ได้
ความรักสำหรับเขามันคือความวอดวายที่เขาชอบวิ่งเข้าไปหาเสมอๆ ไม่ว่าจะผ่านมากี่คนกี่ครั้งกี่ปี ไม่ว่าจะทำตัวแบบไหน สุดท้ายเขาก็โดนไอ้ความรักมันเล่นงานมาโดยตลอด
แต่กามเทพช่างไม่เมตตาพ่อร้อยตำรวจตรีปลอมตัวมาเลยแม้เพียงนิดเดียว  พ่อหนุ่มชาวไร่ (ตัวปลอม) ต้องมาเจอภาพบาดตาแต่เช้าเลยสำหรับวันนี้



มาวิน: “พี่มายด์ครับดอกไม้สวยๆสำหรับคนสวยๆครับ”
อุสาห์ย่องมาแอบส่องตอนเช้าๆก็ยังไม่วายเจอซีนทำร้ายจิตใจอีก
ไหม: “ไม่รับละแก? มาถึงขนาดนี้แล้วรับเหอะอย่าเล่นตัวมากเลย แกไม่รับชั้นเอานะแกกินเด็กเขาว่าอมตะ”
หลังคะยั้นคะยออีกนิดหน่อยเธอยอมรับช่อดอกไม้เล็กๆนั้นไปจนได้ นั้นยิ่งตอกแผลดนัยไปอีก เรียกได้ว่าชีช้ำกระหลาปลี แต่ก็นั้นแหละเขาก็ได้แต่กลืนก้อนความรู้สึกที่จุกคอลงไปอย่างไม่มีทางเลือก

นั้นแหละสาเหตุของอาการหงุดหงิดของดนัย ไม่ใช่แค่นี้ตลอดการทำงานทั้งวันในวันนี้มาวินก็ตามมาดูแลเอาใจมายด์ตลอดวัน
ที่สำคัญคือเธอก็ชอบใจในการกระทำของมาวินอย่างน้อยที่สุดเขาก็เห็นแบบนั้น
ความหัวร้อนของดนัยเลยอัพเกรดตัวเองไปอีกระดับจนแทบไม่เป็นอันทำการทำงาน เป็นวันที่เขาจะทำจะหยิบอะไรก็พลาดก็ผิดไปเสียทั้งหมด อย่าว่าแต่เธอเลยเพื่อนสาวร่วมคณะของมายด์ก็ยังชื่มชมชื่นชอบหนุ่มตี๋คนนี้อย่างออกนอกหน้า บางคนนี้ถึงกับแอบอ่อยมาวินเลยด้วยซ้ำ

แต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะพุ่งเป้าไปที่เธอคนเดียวอย่างเห็นได้ชัด แต่ขนาดตัวมายด์เองยังไม่ว่าอะไรคนงานวงนอกแบบดนัยก็ได้แต่ยืนมองตาปริบๆ ยิ่งดนัยเองเป็นคนที่ชิงทิ้งเธอไปแบบนั้นเขาเองยิ่งไม่มีสิทธ์จะพูดอะไรได้อีก
ซึ่งเหตุการณ์ก็ซ้ำแล้วซ้ำเล่าวนให้เขาช้ำใจทุกวี่ทุกวัน แต่ดนัยก็ยังทำงานในไร่ไปตามปกติแม้ทุกคืนเขาจะหลับไม่เต็มตาเลยก็ตาม
แม้ตำรวจหนุ่มจะพยายามพร่ำบอกตัวเองทุกคืนว่าให้ทำใจ แต่เหมือนดังยาพิษที่รุนแรงราดใส่บาดแผล พิษร้ายนั้นซึมซาบลงในทุกอูณของจิตใจเขา ยากที่เขาจะจัดการมันลงได้ง่ายๆ

พิษรักกัดกร่อนร่างกายและจิตใจเขาไปเรื่อยๆสวนทางกับคณะนักศึกษาที่นับวันจะยิ่งคุ้นเคยและสนุกกับงานที่นี่มากขึ้นๆ ซึ่งวันไหนอากาศดีๆพวกนักศึกษาก็จะล้อมวงก่อไฟร้องเพลง พูดคุยกันใต้ฟ้าที่พราวไปดวงดาวสวยงามและบางวันก็มีคนงานมาร่วมวงซึ่งบางวันก็จะมีเหล้า เบียร์มากินให้วงสนทนานั้นไหลลื่นขึ้นคามประสาคนงานซึ่งแน่นอนว่า นักศึกษาหลายราบก็ไม่พลาดที่จะร่วมวงชนขวดชนแก้วด้วย

แน่นอนว่าเหล่าคนงานทั้งหลายก็เป็นเจ้าถิ่นที่แสนดี ทุกหัวค่ำพวกเขาจะมาเตรียมไม้เตรียมฟืนก่อไฟไว้รออยู่แล้ว
ซึ่งปกติดนัยจะไม่ไปแถวนั้นทั้งๆที่เขาแสนจะโปรดปรานบรรยากาศ เพราะอะไรเหรอ
เพราะชายหญิงคู่หนึ่งที่มักชอบมานั่งคุยกันอย่างสนิทสนม คู่ที่ดูเหมาะสมกันราวกับถูกเสกสรรมาเพื่อกันและกัน ส่วนดนัยเองพยายามหลีกเลี่ยงหลบหน้ามายด์ตลอด แต่ดูเหมือนยังไงๆเขาก็ไม่เคยหลบภาพบาดใจนั่นพ้นเลย
โดยเฉพาะวันนี้

“ดนัยโว๊ย ว่างอยู่ใช่มั้ยไปช่วยหอบฟืนหน่อย ไอ้กริชมันปวดขี้กะทันหันมึงไปช่วยกูก่อน ช่วยกูหน่อยดิ”
คนงานร่างสัดทัดเดินมาจับแขนดนัยเป็นเชิงข้อร้อง ดรัยเองที่วันนี้เป็นเวรเฝ้าคอกม้าก็กำลังจะปฎิเสธไปแต่เมื่อมันยังเซ้าซี๊ให้เขาช่วยเขาเองก็เห็นแก่น้ำใจมัน เขาเองก็ติดหนี้น้ำใจมันไว้ไม่น้อยเลยจำต้องหอบไม้กองใหญ่เดินตามมันไป

แม้จะเดาว่าเขาจะต้องเจอมายด์…

นางในฝันของตนที่กำลังนั่งดูมาวินร้องเพลงเคล้าเสียงกีต้าร์ด้วยสายตาที่วิบวับ สายตาที่อ่อนหวานที่เขาเคยได้รับมาก่อน แม้จะเป็นเวลาสั้นๆก็ตาม แต่เขาเลือกทิ้งมันออกมาเอง แม้จะทำเพื่อเธอก็เถอะ เขารีบวางไม้หอบโตลงและบ่ายหน้าหลีกออกมาแต่เหมือนโชคไม่เข้าข้างดนัยเลย

“พี่ดาาาานายยยย”
เสียงอ้อแอ้ของไหมสาวหน้าจิ๋มลิ้มช่างพูด ผู้มีทรวดทรงน่าจับไปจิ้มจึ้กๆ ที่กำลังเมาอ้อแอ้มารั้งแขนเขาลากเข้าไปกลางวงพร้อมกับตะโกนบอกเพื่อนชายหญิงที่นั่งดื่มกินกันรอบกองไฟอยู่
ไหม: “ทุกโคนนนน วันนี๊ พี่ดนัยย สุดหล้อมานั่งกับพวกเราด้วยน้าาาาาา ตบมือเด๊รอไรวะ”

เสียงตบมือและเสียงเฮฮ่าดังขึ้น แต่ดนัยก็ดึงแขนออกจากตัวนุ่มๆของไหมอย่างสุภาพ
ดนัย: “วันนี้พี่เฝ้าม้าครับ พี่แค่มาช่วยไอ้ปอมันขนไม้เฉยๆ นี่ก็จะไปแล้วครับ น้องเชิญสนุกค่อเลยครับ”
แต่เหยื่อมาอยู่ตรงหน้าแล้วมาวินเองก็ไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆ

มาวิน: “พี่ดนัย ดื่มกันซักหน่อยเถอะครับ เอาขวดนี่ไปเลยก็ได้ผมไม่ค่อยกิน เมาแล้วจะร้องเพลงจีบสาวไม่ได้”
เขายื่นขวดเบียร์ที่เหลือเกินครึ่งมาให้พร้อมกับคนอื่นที่โห่เชียร์เป่าปากแซวมายด์กับมาวินจนเธอหน้าแดงปริ๊ดดด
แรกๆเขาก็จะปฎิเสธไปแต่ทว่าเสียงหวานของมายด์ก็ชิงพูดแขวะตนก่อน

มายด์: “วิน อย่าไปรบกวนพี่เขาสิคะ พี่ดนัยเขาทำแต่งานไม่กินหรอกค่ะ ไปได้เลยคะฝันดีนะค่ะ”
น้ำเสียงสายตาเธอมันจงใจแดกดันเขาชัดๆไล่เขาไปจะได้ไม่เกะกะละสิ! แต่ที่เขาไม่ชอบที่สุดคือสายตาดูถูกจากมาวิน มันมองเขาอย่างเยาะเย้ยราวกับมันเป็นคนคุมเกมแต่เพียงเดียว รู้ตัวอีกทีเขาก็กำลังเปิดเบียร์ขวดที่สองอยู่ อยากให้ไปงั้นไม่ไปละ จะนั่งดูให้คาตากันไปเลย เขาจะนั่งประชดชีวิตให้มันเห็นชัดๆไปเลย

ยิ่งนั่งเขาก็ยิ่งได้ยินเสียงร้องเฮดังขึ้นพร้อมเสียงตบมือ เพราะไอ้แว่นนี่ก็ขยันหยอดราวกับมันมีอาชีพหาหอยหลอดที่ต้องค่อยหยอดปูนขาว มันขยันหยอดคำหวานใส่มายด์จนดนัยนั่งอยู่ยังแทบอ้วก มาวินมาหันไปยิ้มให้ทุกคนรอบกองไฟ โดยเฉพาะมายด์สายตานี้หวานจนมดทั้งไร่แทบเป็นเบาหวานตายคารัง ก่อนไอ้เด็กแว่นนรกจะหันมามองเขาเบาๆอย่างมีผู้ที่ได้ชัยเพราะมายด์ดูชอบและสนุกที่ได้นั่งคุยกับมันมากเหลือเกิน
“นี่กูมาทำไรตรงนี้วะเนี่ย” ดนัยพึมพำขึ้นเบาๆหลังจากเริ่มรู้สึกตัวว่าไม่ควรมาอยู่นี่เลยเขาก็ขยับตัวจะหนีออกไปจากกองไฟ
ขืนอยู่ต่อได้ฆ่าคนฝังดินแน่ ขนาดซ้อมอลูมิเนียมบางๆในมือยังเบี้ยวคามือไปแล้วเมื่อเขารู้สึกตัว
ขืนอยู่ต่อเขาคงก็ฝังอำพรางศพคนแถวนี้แน่ๆ เขาต้องออกไปจากที่ตรงนี้แล้ว เขามีภารกิจมีหน้าที่ มีงานที่ได้รับมอบหมายมา เขาจะเผยพิรุจอะไรให้ดูโดดเด่นไม่ได้ แค่นี้เขายังกลายเป็นคนสนิทของลุงเจ้าของไร่ไปแล้วด้วยซ้ำ

แต่ดูสภาพการณ์จะไม่เปิดช่อง เมื่อไอ้ปอตัวดีดันปวดท้องและฝากมันดูแลเรื่องดูแลกองไฟไว้แถมนักศึกษาอีกหลายๆคนก็มาชวนคุยกับเค้าแถมเป็นน้องผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ ที่ชวนเขาคุยไม่หยุดจริงๆคือน้องไหมที่มายึดแขนเกาะแข้งเกาะขา นี่ถ้าไม่ได้อยู่ในงานแฝงตัวนี้เขาก็หิ้วไปกินแล้ว คนดีก็เงี่ยนเป็นนะครับ คิดดูหน้าอกก็ไม่ใช่น้อยๆบดอัดแขนถูไปถูมาอยู่ใด ยิ่งเมาเละแทะแบบนี้ แต่ก็นั้นแหละเขาทำไม่ได้หรอก

ยิ่งนั่งนานยิ่งมีภาพบาดตาตำใจอยู่เต็มจอ ป่านไปมานานขวดที่ 6 7 8ก็ค่อยไหลลงท้องไปเรื่อยๆ ฤทธิ์แอลกอฮอล์เริ่มแสดงออกมาทีละนิดๆ แถมยิ่งสวีทเขาก็ยิ่งกระดกหนักขึ้นๆ  และนั้นก็สมใจเด็กแว่นที่เป็นคนวางแผน ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าดนัยหึงมายด์จนแทบจะหักคอตนอยู่แล้ว ทำไมเขาจะไม่รู้ว่ามายด์ก็ทำไปเพราะประชดดนัยเหมือนกัน ยิ่งดนัยดื่มมากเท่าไหร่โอกาสจัดการไอ้ลูกจ้างกำละลอก็ยิ่งง่ายขึ้น

แต่ที่เขาดันเผลอใจให้เหยื่อล่อคนนี้ซะเองแล้ว คนแบบมาวินไม่เคยรู้อยากคบใครแบบนี้มาก่อน อาจเพราะเขาเป็นคนฉลาดเวลาจะคบใครก็อ่านออกหมดว่าคบเพราะหวังทรัพย์สิน บ้างก็เพราะหน้าตา บ้างก็อยากเอาชนะ ไม่มีใครที่ฉลาดและคู่ควรพอเลย จนมาเจอมายด์สาวรุ่นพี่คนนี้ตอบทุกโจทย์ที่เขาอยากจะให้มีในคู่ชีวิต จากแค่เอาเธอมาเพื่อจับผิดดนัยตอนนี้กลายเป็นเขาเริ่มจะถลำลงไปลึกแทน

แต่ทว่าเขารู้จักดนัยน้อยไป
ฝ่ายนั้นเองก็เริ่มคุยกันงุ้งงิๆกับไหมแล้ว คงด้วยอยากประชดคืนและเบียร์อีกหลายขวดทำให้ไอ้หนุ่มชาวไร่ที่แสนเก็บตัวเริ่มออกลายให้เห็นกันบ้าง จากที่เด่นเป็นสง่าอยู่ลำพังดนัยก็เริ่มกลบรัศมีความหล่อของมาวินด้วยความเป็นกันเองตลกและคุยสนุกของตัวดนัย
มายด์เองก็เริ่มออกอาการมองดนัยที่มีสาวๆล้อมหน้าล้อมหลังตาเขียวปั้ด

ส่วนทางฝั่งดนัยก็มองสบตากลับมาและยักคิ้วคืนให้เธอชัดๆ แบบจะประกาศว่าเขาเองก็หาใหม่ได้แบบหล่อนเหมือนกัน หลังจากทั้งคู่แข่งกันประชดประชันกันจนต่างฝ่ายต่างหัวร้อนจนได้ระดับ ไอ้แว่นเจ้าแผนการก็เริ่มขั้นตอนต่อไปของมันทันที
หลังจากร้องเพลงจีบมายด์จบไปอีกหลายเพลง เขาก็เดินมาคุกเข่าตรงหน้าเธอ
มาวิน: “ผมชอบพี่จริงๆนะ รับผมไว้ในใจได้รึเปล่าครับ”
มาวินรีบเอามือเธอมาจับทั้งสองมือและส่งสายตาอ้อนวอนเธอ มายด์ยังสับสันมึนงงอยู่ เธอตั้งตัวไม่ทันกับไอ้การรุกแบบสายฟ้าฟาดแบบนี้ เธออ่ำอึ้งไม่รู้จะออกจากสถานการณ์นี้ยังไง เพราะตอนนี้คนอื่นที่อยู่แถวนั้นก็เริ่มตะโกนเชียร์เธอดังขึ้นเรื่อยๆ 
มาวิน: “โธ่พี่รังเกียจผมเหรอ งั้นผมขอโทษ”
มายด์: “ไม่ใช่แบบนั้นแค่เราพึ่งรู้จักกันเอง”
มาวิน: “ก็ถึงมาลองคบมาศึกษากันไงครับ”

พอมาวินดูหน้าเธอก็ทราบว่าเขาต้องการแผนร้ายอีกนิด เขาต้องการแรงผลักเบาๆอีกนิด
มาวิน: “พี่ดนัยช่วยผมหน่อยสิ”

ดนัยมองมายด์และเลื่อนสายตาไปที่มือที่เกาะกุมกันอยู่ เธอไม่พยายามดึงออกซักนิด แถมคิดดูดีๆ ทั่งคู่ก็เข้ากันและเหมาะกันดี เธอคงมีความสุขมากกว่าคบกับเค้า ไม่สิเธอกับเค้ามันไม่มีทางเป็นไปได้ เขาต้องมอบสิ่งที่ดีให้เธอ เขาต้องเลิกรั้งเธอและให้เธอไปเจอคนดีๆได้แล้ว เขาไม่อยากให้เธอต้องมีปัญหานี่คงเป็นทางที่ดีสุดระหว่างเขาทั้งคู่

แม้คอจะแห้งผาก ปากจะหนักแค่ไหนก็เขาก็กลั้นใจเอ่ยออกไปจนได้
ดนัย: “ก็ลองดูเถอะครับ ผมว่านายน้อยน่าจะดูแลคุณได้ดี กว่า…..คนก่อนๆ อีกอย่างทั้งคู่ก็เหมาะสมกัน...ดี”
แม้จะฝืนใจแค่ไหน แม้จะอยากเปลี่ยนใจแค่ไหนแต่เขาก็พูดออกไปแล้ว
มายด์เองก็มองหน้าดนัยอย่างอึ้งๆ นี่ดนัยกำลังเอาเธอให้คนอื่น นี่เขาไม่แคร์ใจเธอบ้าง ไม่ถามเธอบ้างเหรอว่าอยากได้คนดีคนรวยมั้ย แต่ในเมื่อเขาอยากให้เธอไปนักเธอก็จัดให้

มายด์โน้มตัวลงไปหอมแก้มมาวินแทนคำตอบและถอยออกมาบอกกับมาวินว่า
มายด์: “อย่าทำให้ผิดหวัง! แบบคนที่แล้วนะคะ”

มันเป็นช่วงเวลาที่อาการแขนขาอย่างอ่อนแรงไปหมด ท้องไส้ปั้นป่วนป่วนใจโหวงๆ เหมือนกำลังจุก ไร้กำลังไร้ความคิดใดๆ กลับมาสู่เขาอีกครั้ง ความคิดเดียวในตอนนี้คือเขาอยากให้ควักมีดที่ซ่อนรองเท้ามาตัดลิ้นตัวเองและยัดลงคอตัวเองและปาดคอหอยตายไปเลย นี่เขาทำอะไรลงไปเนี่ย ทำไมเขาต้องพูดออกไปแบบนั้น นี่สรุปเขาควรทำอย่างไรต่อ

หลังจากทั้งคู่ผละออกจากกัน มายด์ก็หันมามองไอ้คนงานวูบหนึ่งก่อนจะเบือนหน้าหนีไป
ดนัย: “นายน้อยครับ ดึกแล้วไปนอนเถอะครับ แต่รบกวนฝากคุณไหมกลับไปพร้อมกันด้วยเลย ผมจะจัดการแถวนี้เองครับ”
พูดจบเขาก็เดินหายไปจากตรงนั้นทันที ทิ้งคู่รักคู่ใหม่ไว้ด้านหลัง

------------------------------------------------------


“อืออออ ชั้นยังม่ายยยมาวววว แหวะ”
เพื่อนสาวตัวดีของเธอทำท่ามันจะอ้วกบนเตียงตัวเอง แต่โชคดีที่สุดท้ายเธอก็จัดการลากสังขารไหมขึ้นไปนอนได้อย่างเรียบร้อย
มายด์เป่าปากเบาๆ รีบลุกขึ้นไปคว้าผ้าเช็คตัวไปอาบน้ำ ร่างงามเดินเข้าไปในห้องน้ำไม่นานเธอก็ชำระร่างเสร็จ ก่อนจะแต่งตัวออกมานอนบนเตียง แต่วงหน้าสวยสดมีแต่ความไม่สบายใจฉายอยู่ชัด

มายด์: “หึ! ก็สมควรแล้วนิ   เลิกคิดเลยถึงไอ้หมอนั้นได้แล้ว!”
ตั้งแต่เธอเดินออกมาจากกองไฟเธอก็คิดถึงแต่ดนัย
เขาจะรู้สึกอะไรบ้าง จะนั่งร้องไห้ จะเสียดายเธอมั้ยหรือจะไม่รู้อะไรเลยแบบที่ทำ
มีอย่างที่ไหนมาเชียร์เธอให้คนอื่นต่อหน้าแบบนี้ จะควงจนหมอนั้นกระอักเลือดตายเลย
เธอนั่งคิดวิธีแกล้งดนัยจนกระทั้งมีเสียงดังสนั่น

เปรี้ยงงง! ซ่าาาาาา ครืนนนนน!
เสียงฟ้าผ่าดังลั่น หญิงสาวตกจนเกือบกริ๊ดออกมา เมื่ออยู่ดีๆฝนก็ตกขึ้นมาซะอย่างนั้นแถมตกหนักผิดฤดูกาลอีกด้วย โชคดีที่เธอถึงห้องพักแล้ว แต่ป่านนี้ดนัยจะหาที่หลบฝนได้รึยัง
มายด์: “แล้วจะไปห่วงทำไมเนี่ย จะบ้าตายนี่เรามีแฟนแต่ดันไปนึกถึงผู้ชายที่ทิ้งเราเนี่ยนะ”
เธอนอนกระสับกระส่ายอยู่พักใหญ่จนผล็อยหลับไปจนได้


เธอมารู้สึกตัวอีกทีตอนไหมมาปลุก ทั้งคู่รีบทำกิจวัตรยามเช้าและออกไปรวมตัวเพื่อเริ่มการดูงานของวันนี้ แต่เช้านี้ทำไมเวลาทำงานของพวกเธอมันช้านักนะ ร้อนจนอาจารย์ต้องเดินไปหาลุงหัวหน้าคนงานแต่หูเธอกลับได้ยินเรื่องที่น่าประหลาดใจ


มายด์: “ดนัยหายตัวไป?”
เธอพูดเบาๆอย่างประหลาดใจ แต่ไม่เพียงเธอที่ประหลาดใจ คนงานแทบทั้งไร่ล้วนแต่ประหลาดใจทั้งสิ้น คนงานคนนี้ไม่เคยทิ้งงานหายหน้าไปไหน เขาทำงานดีมาตลอดและไหงวันนี้ดนัยที่ต้องมานำนักศึกษาออกดูงานกลับหายไป แถมวันนี้ดนัยต้องเป็นคิวที่เขาที่ต้องพาพวกนักศึกษาไปดูคอกม้าด้วย
ในใจเธอเริ่มร้อนรนกังวลเรื่องดนัย หรือว่าเรื่องเมื่อคืนจะทำให้เขาเตลิดหนีไป? แต่ก็ช่างประไรเธอกับเขาไม่ได้เป็นไรกันแล้วนิ

“ลุงศักดิ์ๆ คุณท่านให้มาตามครับ ด่วนเลยครับ”
เสียงคนงานวิ่งมาตามหัวหน้า
ลุงศักดิ์: “มีไรวะ มีใครเป็นอะไรเหรอ”
คนงาน: “นายตามดนัยเจอแล้ว มันนอนป่วยคัวร้อนเป็นไฟอยู่ข้างคอกม้า นายจะให้ไปตามหมอมาดูมันหน่อย”
ลุงศักดิ์หันไปสั่งงานคนแถวนั้นก่อนจะวิ่งตามคนงานไปไม่นานนักรถกระบะของไร่ก็วิ่งตะบึงออกไร่ออกไป

วันนั้นเธอแทบไม่มีจิตใจจะทำอะไร แม้กระทั่งคุยกับมาวิน ทุกอย่างมันหมองหม่นไปหมดจนคนที่ได้ชื่อว่าแฟนถึงกับต้องเอ่ยปากถาม
มาวิน: “มายด์เป็นอะไรรึเปล่าครับ ดูไม่สดใสเลย”
มายด์: “เปล่าๆ แค่วันนี้เหนื่อยๆ ไม่มีอะไรหรอก”
มาวินมองมายด์อย่างครุ่นคิดก่อนจะยิ้มและชวนเธอคุยเหมือนเคย แต่คนที่ดูคนขาดแบบเขามีเหรอจะดูไม่ออกว่าเธอปิดปังเรื่องเอาไว้ แสดงว่ามายด์กับดนัยต้องรู้จักกันมากกว่าคนรู้จักแต่จะเป็นใครเขาก็ไม่ยอมให้ใครมาพรากเธอไปแน่ เขาจะฉีกโฉมหน้าที่แท้จริงไอ้ดนัยออกให้ได้

เพื่อเขาจะได้ปกป้องไร่และครอบครัวที่เหลืออยู่จากมัน

--------------------------------------------------------------
ภายในห้องพักของดนัย
ประตูไม้โทรมๆถูกผลักออกก่อนร่างงามจะย่องเข้ามา มายด์แอบหนีออกมาดูอาการดนัย ส่วนมาวินต้องเข้าเมืองไปกับลุงขจร เธอเลยมีเวลาหลบมาหาดนัยได้

“นี้ทำไมเราต้องมาห่วงไอ้ผู้ชายใจดำนี้ด้วยเนี่ย?”
เธอมองดนัยอย่างโมโห แรกๆก็เป็นห่วงแต่พอเห็นหน้าแล้วก็นึกได้ว่าไอ้คนที่นอน
ป่วยทำอะไรกับเธอไว้ ตอนนี้เธอทั้งโกรธทั้งงอนทั้งน้อยใจไม่เข้าใจแต่เธอก็สลัดความเป็นห่วงในใจออกไปไม่ได้อยู่ดีเธอเลยมายืนอยู่ตรงนี้

แต่พอเห็นใบหน้าชัดๆก็ยัวะขึ้นมาเธอกลับหันหลังจะออกไปให้พ้นๆจากดนัย
“มาหาเราแฟนไม่ว่าเหรอ?”

เสียงแหบพร่าไม่มีกำลังดังขึ้นมา
มายด์หันไปก็เจอตาคู่เดิมที่จ้องมาเหมือนทุกครั้ง แต่วันนี้มันช่างดูอ่อนล้าไร้ประกายต่างกับเมื่อก่อน มายด์เองก็อดสะเทือนใจกับแววตาที่เปลี่ยนไปไม่ได้ แต่พอนึกดูอีกทีไม่ใช่ตัวดนัยเหรอที่ทำให้เรื่องมันกลายเป็นแบบนี้ ความสงสารที่ก่อตัวมลายหายไปทันที

มายด์: “วินเขาจะว่าหรือไม่ว่ามันก็ไม่ใช่ธุระของคนงาน”
น้ำเสียงแดกดันกับถ้อยคำที่แสนประชดของมายด์เล่นเอาคนป่วยแทบจะไข้ขึ้นตาย เธอคงไม่ใยดีเขาแล้วละมั้งถึงถ่อมาซ้ำเติมเขาถึงที่นี้ ความน้อยใจความหดหู่พุ่งตีอัดอก และกลายเป็นทิฐิ

ดนัย: “อาาาา เผลอลืมไปแล้วว่าตอนนี้เป็นว่าที่คุณนายเจ้าของไร่ใหญ่ไปซะแล้ว”
มายด์: “ใช่! ก็หลานชายที่นี้ทั้งดีทั้งเอาใจใส่ ไม่หายไปแบบคนแถวนี้ แถมรวยกว่า เป็นใครก็ต้องสนใจ”
ดนัย: “น่าอิจฉาจริงๆ คู่นี้เหมาะสมกันมากจริงๆ ใครจะไปเอาตำรวจจนๆ วันๆเอาแต่ไปหาลูกปืนเสี่ยงตาย เอาคนรวยๆดีกว่าสุขสบายไปทั้งชีวิต”
มายด์: “เงินทองมันไม่สำคัญเท่าหัวใจหรอก เงินมันหาง่าย คนจริงใจสิหายาก”
ดนัย: “แล้วไอ้ตี๋เจ้าของไร่มันจริงใจเหรอ จริงใจไปอีกท่ากี่ดอกแล้วครับ คุยกันไม่ถึงอาทิตย์ก็คบกันแล้ว! นี่คือจริงใจ? แล้วไอ้ควายที่วิ่งตามตื้อจนเขางอกแล้วนี่ไม่จริงใจเหรอ อ้อโทษทีไม่ใช่เรื่องของคนงาน”

มายด์: “สำนึกได้ซะที! ก็โง่มาตามเองปะ ไม่ได้ขอปะ! คนเราเจอคนที่ใช่มันก็ใช่ไม่เกี่ยวกับเวลาหรอก แต่มันอยู่ที่การกระทำ ไม่ใช่อยู่ดีๆก็หายออกไปจากชีวิต”
ดนัย: “แล้วคิดว่าอยากออกมาเหรอไงวะ!!!”
ร่างที่นอนป่วยลุกขึ้นมาตวาดตอบ แววตาสั่นระริกๆด้วยอารมณ์ต่างๆที่วนอยู่ในหัว ก่อนจะไอแค่กๆ ไอหนักจนตัวโยน
มายด์: “แล้วทำไมไม่บอกกันละ ไม่บอกแบบนี้คนที่อยู่ทางนู้นไม่มีหัวใจเหรอ ไม่คิดบ้างเหรอว่าจะมีใครห่วง”

เธอตัดเพ้อด้วยความเสียใจ เธอเองก็เป็นเดือดเป็นร้อนตอนเขาหายไปถึงขนาดโทรหาเข้ม แต่ไม่มีใครบอกอะไรเธอซักอย่าง จนเธอเคยคิดว่าดนัยโดนยิงตายไปแล้วด้วยซ้ำ
ดนัย: “เอาเวลาไปห่วงแฟนมายด์ดีกว่า….ได้เจอคนที่ใช่แล้วนิ”
เสียงแสบแห้งแบบไม่ได้ยินดังออกจากคอคนที่เธอตามหามาสามเดือนอย่างไร้เยื้อใย นาทีดนัยเองก็หึงจนหน้ามืดไปแล้วเหมือนกัน เขาก็มีศักศรีลูกผู้ชายพอ ในเมื่อเธอเลือกเองแล้วเขาเองก็จะไม่รั้งไม่ดึงเธอไว้ ไม่แม้อ้อนวอนให้เธอเห็นใจ ไม่ต้องมาแคร์ไม่ต้องมาใส่ใจกันอีกเลยเรียกได้ว่ากำลังประชดชีวิตก็ไม่ผิดนัก

ดนัยลุกขึ้นอย่างลำบากก่อนจะเดินไปหยิบขวดน้ำที่ตู้อนิจจาพิษไข้รอบนี้ร้ายแรงกว่าที่เขาคิด แต่เดินเขาก็ยังไม่ไหว ร่างที่เคยบุกป่าฆ่าคนร้ายมานับไม่ถ้วนวันนี้ซวนเซจะล้มหน้ามืดไปซะแล้ว

แต่ทว่ามายด์เองก็ถลันเข้ามาพยุงได้ทันพอดี
คุณหมอสัตว์ถึงกับสะดุ้งเมื่อตัวเขาร้อนราวกับไฟ ไข้ขึ้นขนาดนี้ยังจะปากเก่งอวดเก่งได้ขนาดนี้อีคนปกติคนมีไข้ขนาดนี้ลุกยังไม่ไหว แต่ตานี้จะเดินไปหยิบน้ำ ไม่เจียมสังขารตัวเองจริงๆ

แต่ไอ้คนป่วยก็ยังดื้อดึงอยู่ดี
ดนัย: “ไม่..ต้อง…...มา…ยะ ยุ่ง”
ร่างที่ยืนไม่ไหวพยายามแกะแขนและดันเธอไปห่างๆ ตาจ้องเขม็ง แต่ดูๆไปเหมือนจะพยายามขู่เธอสายตา
มายด์ทั้งหมั่นไส้ทั้งสงสาร เธอดันดนัยกลับไปนอนที่เดิมและเดินไปหยิบน้ำเทใส่แก้วให้ แน่นอนว่าดนัยไม่แม้จะมองน้ำแก้วนั่น หันหน้าเบือนหนีหลบราวกับเด็กๆ แม้ตัวเองจะแสบคอปากแห้งขนาดไหนจะไอขนาดไหนก็ไม่หันไปชายตาแลน้ำในแก้วแม้แต่นิดเดียว

มายด์: “กินดีๆไม่ได้สินะ ได้! มานี่!”
มายด์ตับดนัยมาบีบปากเอาแก้วจ่อกรอกน้ำลงคอแบบไม่ให้ดนัยตั้งตัว ใครจะคิดล่วงหน้าได้ว่าเธอจะกล้าบีบปากกรอกน้ำลงคอ คุณตำรวจที่นอนป่วยไร้ทางสู้ก็จำใจกระเดือกน้ำลงไปอย่างไร้ทางขัดขืน

มายด์: “ไง! จะซ่าอีกมั้ยคะ คุณคนงาน!”
สำหรับเธอคนป่วยก็คือคนป่วย สุขภาพต้องมาก่อนเสมอปกติเธอจะจำดนัยว่าเป็นตัวกวนๆเฮฮาตลกไปเรื่อย พอมาเห็นสภาพที่ป่วยเป็นซากแบบนี้มันก็อดเหวงไม่ได้
แต่ดูเหมือนคนป่วยจะยังไม่สิ้นฤทธิ์

ดนัย: “นี่มายด์ บอกว่าอย่ามายุ่งไง! เราดูแลตัวเองได้ ออกไปดูแลไอ้มาวินรูปหล่อแสนดีนู้น”
มายด์: “ยังไม่สำนึกตัวอีก ป่วยขนาดนี้ยังจะอวดดีอีก”
ดนัย: “มันก็เรื่องของเราจะป่วยจะเหงาจะตายก็เรื่องของ….แอ็ก!!”
มายด์ฝาดหัวดนัยด้วยขวดน้ำพลาสติกที่มีน้ำเต็มขวดจนเขาลงไปนอนบนเตียง ดนัยถลึงตามองอย่างไม่ยอมแพ้ง่ายๆ
มายด์ปิดฝาขวดน้ำออกช้าก่อนจะปืนขึ้นเตียงเล็กๆ
มายด์: “รู้มั้ยว่าคนป่วยต้องดื่มน้ำเยอะๆ มาหมอจัดการให้”
เสียงหวานรอบนี้ทำเอาดนัยต้องเป็นฝ่ายสยองแทน นี่เขากำลังจะเจอกับต่อไปอะไรวะเนี่ย!
ดนัย: “แต่มายด์เป็นหมอสัตว์นะ”
มายด์: “อย่างดนัยเราไม่นับเป็นคนหรอก มามะกินน้ำซะ”

เธอบีบปากเขาก่อนจะยัดปากขวดน้ำลงไป ดนัยก็ไม่มีเลือกนอกจากต้องกระเดือกน้ำลงไปจนหมด ดนัยนึกแค้นสังขารตัวเองตอนนี้ที่แย่ แย่จนสู้แรงผู้หญิงตัวเล็กยังไม่ได้

มายด์: “ไง ยังจะกล้าหื้ออีกมั้ยคะ”
เธอหยิบขวดน้ำขวดที่สองออกมาเปิดฝาช้าๆ
ดนัย: “ยอมละจ้า ไม่หื้อละจ้า”
ดนัยตอบอย่างโหยแรง โดนบริการป้อนน้ำแบบสายเถื่อนไปรอบนึงดนัยก็พึงสังวรได้ว่าตอนนี้เขาไร้อำนาจต่อรองใดๆ ไม่มีสิทธิขัดขืนต่อรองอะไรทั้งสิ้น เอ๊ะหรือเขาไม่อยากขัดขืนเองวะ?

มายด์: “นอนนิ่งๆ อย่างอวดเก่งอีก ไข้สูงขนาดนี้ช็อคได้เลยนะ ถ้ากลับมาไม่เจออยู่บนเตียง โดนดีแน่”
ดนัย: “จ้า….เออ รับทราบครับ”
ดนัยขานตอบแบบไม่เต็มใจ แต่พอเธอถลึงตาใส่ เขาก็รีบรับคำอีกครั้ง คนมันไร้ทางต่อสู้ก็ต้องยอมๆไปก่อนละวะ

มายด์เดินออกหยิบข้าวที่ครัว โชคดีที่ไม่มีใครเห็นว่าเธอเอาข้าวต้มไปไหน หลังจากที่ดูแลให้ไอ้คนป่วยกินข้าวกินยาเธอก็น้องกลับมาทำกิจกรรมกับเพื่อนต่อ

โดยไม่รู้ตัวเลยว่า มาวินนั่นแอบดูเธออยู่ตลอด

นี่เขาไปตัวเมืองไม่นานไอ้โจรดนัยก็ล่อลวงผู้หญิงของเขาซะแล้ว มาวินมองห้องรูหนูของดนัยด้วยสายตาอาฆาต เขาต้องวางแผนการเพิ่มอีกซะแล้ว ยิ่งเวลานี้ไอ้ดนัยป่วยเคลื่อนไหวอะไรไม่ได้ นับเป็นจังหวะดีในการวางแผนกำจัดมัน มันจะต้องพินาศ

คืนนี้มายด์ที่นอนไม่หลับ มันรุ่มร้อนกระวนกระวายใจแปลกๆ เธอเลยออกมาเดินรับลมที่หน้าระเบียงบ้านแล้วก็ได้พบกับผู้บุกรุก
เจ้าก้อนขนกลมๆกระโดดขึ้นมาบนเก้าอี้ข้างๆเธออย่างไร้เสียงจนเธอหันมาเจอมัน
มายด์: “เจ้าเหมียวอ้วน มาทำไรดึกๆ”
เจ้าแมวประจำไร่ไม่พูดไม่จา มันเขาหัวมาถูขาเธออย่างออดอ้อน เจ้าแมวอ้วนมันไม่มีคนเล่นด้วยเพราะดนัยไม่อยู่มันเลยแวะมาหาคนเอาใจคนอื่น
มายด์อุ้มมันขึ้นเล่นด้วยอยู่ครู่ใหญ่

มายด์: “นี่ชั้นทำถูกแล้วใช่มั้ยเจ้าเหมียว ชั้นแค่….แค่เลือกสิ่งดีๆให้ตัวเอง แต่ทำไมชั้นไม่มีความสุขเลย?”
เจ้าแมวอ้วนไม่มีทีท่าจะสนใจที่เธอพูด มันหาวหนึ่งทีก่อนนอนขดตัวอยู่บนตักเธอ
เธอขยี้หัวมันอย่างหมั่นไส้
มายด์: “นี่แกไม่ฟันเลยใช่มั้ย พึ่งใครไม่ได้เลยเจ้าแมวตัวนี้”
ก่อนที่เธอจะปล่อยให้ลมเย็นๆพัดผ่านตัวเธอไปอีกนาน

และทุกอย่างก็ดำเนินไปตามปกติ ดนัยเองก็กลับมาทำงานตามปกติ ทั้งสองคนไม่พยายามเจอหน้ากัน แต่มาวินที่รู้ถึงเรื่องก็ไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดรอด เขามักจะไปหามุมหรือจังหวะสวีทหวานในจุดหรือตำแหน่งที่ดนัยจะเห็นได้ชัดเสมอ แต่การทำแบบนั้นมันก็ทำให้คนที่ไม่ใคร่จะชอบใจนักเลิกอดทนเช่นกัน

“ทุกคนนี่คือคือวัวนมของไร่เรานะครับ เราจะให้ทุกคนหัดรีดนมกันนะครับ พี่ๆคนงานระวังให้น้องๆด้วยนะ วัวพวกนี้พอตกใจและมันถีบ น้องระวังด้วยนะครับ”
ทุกคนก็ลองและฝึกและลองรีดนมวัว แต่พอสบโอกาสที่มาวินเดินผ่านหน้าไปนักศึกษาชายคนหนึ่ง ก็ได้โอกาสผลักมาวินที่ก้มลงไปหิ้วถังนมให้ล้มลงด้วยความหมั่นไส้ แต่ทว่าเรื่องราวกลับบานปลายกว่าทุกคนจะคาดคิด

ผัวะ!
มออออออ!


เพราะตอนที่มาวินล้มลงถังนมเปล่าในมืออีกข้างหลุดมือไปหาแม่วัวใกล้ๆกันและฟาดเข้าไปใบหน้ามันอย่างจัง
ด้วยความตกใจ มันดีดเท้าหลังออกไปตามสัญชาติญานแต่นักศึกษาที่เดินผ่านมาคือไหมและมายด์
มายด์ที่เดินตามไหมมาอยู่พอดีตรงตำแหน่งที่หลังวัวที่กำลังตื่นพอดี
แต่ก่อนที่กีบวัวจะโดนตัวอันบอบบางของเธอ มือของดนัยก็คว้าไหล่เธอและดึงเธอหลบออกมา

เจ้าวัวที่ตกใจดิ้นไปมาในคอกอยู่อีกพักใหญ่ คนงานหลายคนรีบลากเจ้านายตนและออกมาห่างๆมัน และคนงานอีกกลุ่มก็รีบปลอบเจ้าวัวและกั้นคนแถวให้ออกไปไกลๆ
ดนัยเองก็รีบจูงมือเธออกไปจนถึงระยะปลอดภัยจากแม่วัว และพอพ้นระยะอันตรายเขาก็ปล่อยมือเธออกและหันหลังเดินหนีทันที



มายด์: “อย่าพึ่งไป ดนัยแปปนึง”
ดนัย: “มีอะไรให้รับใช้ครับ หรือบาดเจ็บตรงไหน?”
มายด์: “เราโอเค แค่จะ...ขอบคุณเฉยๆ”
เธอลังเลเล็กน้อย แต่ก็พูดขอบคุณออกมา ดนัยเองก็เหมือนจะชะงักไปเล็กๆ ก่อนจะพยักหน้าเบาๆพร้อมยิ้มที่มุมปากน้อยๆ เป็นครั้งแรกของรอบอาทิตย์ที่ดนัยยิ้มออก แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะทำพูดอะไรต่อมาวินก็ถลันมาต่อยดนัยที่เผลอยืนมองหน้ามายด์จนเซ

ดนัย: “อะไรครับนายน้อย? ต่อยผมทำไม”
ดนัยรีบตะโกนถาม แต่คำตอบจากไอ้หนุ่มแว่นคือหมัดสองที่เบ้าตา เสียงดังจากทั้งสองคนเริ่มทำให้ทุกคนที่กำลังสนใจแม่วัวเริ่มหันมา เมื่อสถานการณ์เริ่มไม่ดีมาวินก็รีบผลักดันเข้าไปหลังเรือนเก็บของใกล้ๆทันที

มาวินคว้าคอเสื้อดนัยทั้งสองมือและผลักเขาใส่ผนังก่อนจะตะคอกเสียงใส่
มาวิน: “มึงจะทำไร ไอ้ดนัย!!”
ดนัย: “ผมแค่ดึงเธออกมาไกลๆวัว ขืนไม่ดึงเธอก็โดนวัวถีบดิ”
ดนัยตอบและจ้องใบหน้าที่จ้องเขม็งอย่าใจเย็น
มาวิน: “ไม่ใช้มึงกำลังจะหลอกมายด์เหรอ ให้เธอยอมเชื่อว่ามึงเป็นคนดี”
ดนัยแอบด่าโครตเหง้ามันในที่ที่เลี้ยงลูกเลี้ยงหลานให้มองโลกได้ร้ายสุดๆแบบนี้
ดนัย: “ก็ผมเป็นคนดีจริงๆ และผมก็ไม่ล่วงเกินหรือลวมลาม แฟน...เออ หมายถึงคนของนายน้อยเลย”
มาวิน: “คนดีอะไรมาปลอมตัวทำลับล่อๆในไร่คนอื่นวะ กูจะลากมึงไปให้ตำรวจ”

ดนัยอยากจะตะโกนกลับไปว่ากูนี่ละตำรวจที่เอ็งบอกถึง และอยากบอกด้วยว่าพวกมาวินได้เลี้ยงคนร้ายไว้ใกล้ๆตัว
ดนัย: “ก่อนจะลากผมไป ไหนบอกดิว่าจะไปบอกคนอื่นยังไง ไอ้ดนัยเป็นโจรเป็นคนร้าย ไหนละหลักฐาน?”
มาวินชะงักไปเล็กน้อย ตัวมาวินเองก็ไม่มีหลักฐานอะไรมามัดตัวดนัยตามที่ดนัยบอกเหมือนกัน
ดนัย: “ฟังนะ! ไอ้แว่น ทำตัวให้มันดีๆได้แล้ว ทำแบบนี้คนที่จะซวยคือแกนะเฮ้ย”
ดนัยเลิกสวมบทบาทเป็นคนงานไร่ เขาเอ่ยเตือนมันอย่างจริงใจและตรงไปตรงมา เด็กหนุ่มข้างหน้าเขาเป็นคนที่น่าสงสารและต้องการคนเข้าใจ ชีวิตอันแสนพูลสุขไปด้วยทรัพย์สินของมันไม่มีความสุขเลยแม้แต่น้อย เพราะความโชคร้าย เพราะเขา เพราะตัวมันเอง

มาวินต่อยดนัยอีกครั้ง คนอย่างมาวินไม่เชื่อใครยกเว้นตัวเอง
ดนัย: “ไม่เตือนซ้ำแล้วนะ มีอีกหมัดกูจะไม่เกรงใจจริงๆละนะ”
ดนัยหันหน้ากลับมาตอบก่อนจะเล่นเลือดที่ริมฝีปากตัวเอง
สายตามองมาอย่างจริงจัง มาวินไม่ฟังคำขู่มันเงื้อหมัดอีกครั้ง แต่รอบนี้หมัดตรงของดนัยก็ซัดเข้าหน้าที่หน้าเขาก่อนทันที


ดนัย: “ขอตบเกรียนหน่อยเถอะวะ ไหนๆก็มีโอกาสแล้ว”
เขายิ้มเหี้ยม ก่อนเดินหามาวินที่กำลังยืนขึ้นอยู่ มาวินถมเลือดออกจากปากพอตั้งหลักได้ก็พุ่งเข้าดนัยอีกครั้ง ดนัยยิ้มเยาะที่มุมปากและขยับคอหลบหมัดมาวินแบบสบายๆ
คนที่เคยฝึกแทบล้มประดาตายกับคนธรรมดาไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครเหนือกว่า

เขานึกไอ้เพื่อนสุดที่เลิฟที่ฝีมือดีกว่านี้หลายเท่า 
มาวินด่าเขาอีกหลายคำก่อนต่อยเขาไม่ยั้ง แต่ไม่มีหมัดไหนโดนเขาเลย


เขายืนนึกถึงตอนที่เขาฝึก ที่จริงพวกเขาอ่วมทั้งแต่ในป่าในเช้าวันนั้นแล้ว วันนั้นพวกเขาเจองานช้างและก็งานช้าง

“เฮ้ยไอ้ดนัยวิ่งรอกูก่อนสิวะ”
ไอ้อินทรีเพื่อนรักคนใหม่ตะโกนไล่หลังเมื่อพวกเขาทั้งสามหนีตีนของเหล่าลูกน้องเก่าของอินทรีสิบกว่าคนที่พยายามแจกมือแจกเท้าให้พวกเขาอยู่
สมิง: “เชื่อผมยังว่าพี่ดนัยหนีไวยิ่งกว่าใคร”
เด็กหนุ่มร่างผอมเกร็งอายุน้อยที่สุดในกลุ่มสามคนบอกลูกพี่คนใหม่ ขณะวิ่งอยู่ข้างๆคุณชายลูกชายนายตำรวจใหญ่อย่างอินทรี
อินทรี: “เออกูเชื่อแล้ว แล้วเราจะวิ่งหนีไปอีกนานแค่ไหนวะ”
สมิง: “จนกว่าจะหนีพ้น พี่จะหยุดถามมันมั้ยละว่าจะตามไปอีกไกลมั้ยครับ แต่ผมขอบาย”
ทั้งสองวิ่งไปเจอขอนไม้ที่ยื่นไปฝั่งของตลิ่ง ดนัยมายืนรอและรีบกวักมือเรียกทั้งคู่
ดนัย: “รีบข้ามแล้วยกไม้ออก เร็วดิ”
พอทั้งสามข้ามมาได้ เขาก็ช่วยกันยกขอนไม้นั้นทิ้งแม่น้ำ ไม่ให้ฝ่ายที่วิ่งไล่ข้ามตามาได้


ในแบบทดสอบส่วนที่สองเรียบง่ายยิ่งกว่ารอบแรกด้วยซ้ำ การเดินทางแบ่งเป็นสองแบบ
แบบแรก เดินอ้อม แต่ไม่มีอันตรายและสิ่งกีดขวาง อันตรายของเส้นทางนี้คือตัวผู้คัดเลือกด้วยกันและเส้นทางที่ไกลและกันดารเท่านั้น
ส่วนอีกทางคือทางตรง แต่เต็มไปด้วยอันตรายจากคนของหน่วยที่นั่งรอนอนรออยู่ เส้นในทางนี้จะมีทางย่อยหลายเส้นซึ่งมันก็จะพาไปเจอแบบทดสอบของคนนั้น ซึ่งรับประกันได้ถึงความโหดแต่แลกมาด้วยระยะทางอันสั้น ถ้าหากว่าผ่านออกไปได้อะนะ

“แล้วสรุปเราจะออกไปทางอ้อมแบบชาวบ้านกันอีกมั้ย หรือจะบ้าพลังไปวัดกับทีมงานทางตรงด้านในกัน”
ดนัยที่เอานิ้วจุ่มน้ำเล่นอยู่เป็นคนถามขึ้น
อินทรี: “ออกไปข้างนอกก็เจอพวกมันอีก เดินทางตรงนี่ละ พวกที่รอๆมันจะแน่แค่ไหนกัน”
หนุ่มหล่อหน้าตาดีที่สุดเป็นคนเอ่ยขึ้น
สมิง: “แต่เขาว่าปัญหาด้านหน้าไม่ได้มีแค่ด้านกำลังกายนะพี่ ผมว่าเราออกไปด้านนอกเถอะ”

ทั้งสามมองหน้ากันไปมองหน้ากันมา ไม่รู้จะตัดสินใจไปกันยังไงดี
ดนัย: “ไปทางตรงละกัน ถือว่าไหนๆก็มาถึงปากทางละ  อีกอย่างขี้เกียจอยู่แต่ในป่าในดงแล้ววะ”
เมื่อไม่มีใครค้านอะไร ทีมงานสามสหายจึงเดินเข้าไปตามเส้นทาง เดินไม่ไม่นานก็เข้าสู่เขตป่าโปร่งอีกครั้ง

“ระวังเท้าด้วยนะผู้เข้าฝึก”
เสียงชายคนหนึ่งลุกขึ้นมาจากกองใบไม้ข้างหลังพวกเขา เล่นเอาทุกคนสะดุ้งและรีบหันมาตั้งท่ารับมือทันที
หญ้าแห้ง: “ใจเย็นๆ เรียกผมว่าหญ้าแห้ง หน้าที่ของผมไม่ใช่สู้กับพวกคุณ ผมแค่มาเตือน”

สมิง: “เตือนอะไร แล้วทำไมต้องโผล่แบบน่ากลัวๆละครับ”
หญ้า: “ก็ผมอยู่ทีมพนา วันก็อยู่เฝ้าป่า ดักยิงพวกตัดไม้บ้าง ขนยาบ้าง อยู่มานานๆเข้าก็เลยพรางตัวในป่าเก่ง แต่ผมไม่ให้คุณมาฝึกพรางอะไรตอนนี้หรอก คุณแค่เดินไปถึงธง คุณก็ผ่านแล้วครับ ง่ายๆ”
หญ้าชี้นิ้วไปยังธงเสาเล็กๆที่อยู่ไม่ไกล

อินทรี: “เออ ง่ายดีไปเร็วพวกเรารีบไปก่อนพวกมันดีกว่า”
หญ้า: “ผมว่าคุณอย่ายกเท้าขวาดีกว่า ขาจะขาดเอา”
สมิงเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นรอยดินที่พึ่งกลบที่เท้าของอินทรี
สมิง: “กับระเบิด!!”
เด็กหนุ่มรีบก้มลงขุดดินรอบๆเท้าอินทรี แล้วก็พบระเบิดที่ใต้เท้าเขาพอดี
ดนัยเองก็คุกเข่าไปมองใกล้ๆ
ดนัย: “สลักแบบเก่าแน่ ไม่งั้นเราเน่าหมดแล้ว”
สมิง: “ไม่ชัวร์ครับ อาจเป็นแบบชนวนเวลาก็ได้”
หญ้าแห้ง: “ไม่ครับอันนี้ลูกซ้อม ไม่มีระเบิด แต่ก้าวถัดไปก็เข้าสู่สนามทุ่มระเบิดแล้ว ผมฝังเกือบทั้งวัน มีทุกแบบเลยนะแต่ระวังขาขาดกันละครับ”

พูดจบไอ้คนในชุดพรางก็ถอยออกไปยืนดู
ดนัย: เปิดมาก็งานหยาบเลยวะ ใครกู้เป็นวะ เรื่องนี่พี่ไม่ชำนาญเลยวะ”
อินทรี: “มึงยังจะไปต่ออีก ระเบิดทั้งนั้นนะไอ้บ้า ถอยกลับดีกว่า”
ดนัย: “เดินมาหลายชั่วโมงแล้วก็เดินกลับ เราไปไม่ทันเวลาแน่”
อินทรี: “แล้วเอ็งจะเสี่ยงเหรอวะ กูไม่เอาแหละคนนึง”

สมิงยืนมองทั้งสองคนที่เริ่มเถียงกันอีกครั้งอย่างแสนจะเบื่อเขามองรอยดินตรงหน้าก่อนเดินเข้าไปในดงกับระเบิดทีละก้าวช้าๆ
ดนัย: “เฮ้ยๆเอาจริงเหรอวะ?”
สมิง: “ผมต้องเข้าหน่วยนี้ให้ได้พี่ ผมสัญญากับแม่ไว้แล้ว พี่จะไปทางอื่นก็รีบไปเถอะครับ”
สมิงเอามือกวาดใบไม้ตรงหน้าช้าๆก่อนจะใช้มีดขุดดินออกเมื่อเห็นชัดแล้วว่าเป็นระเบิดเขาก็หักกิ่งไม้ออกมาปักไว้ใกล้ๆ และเดินต่อไป
สองสหายที่เหลือมองหน้ากันก่อนจะเดินทางตามไอ้น้องเล็กของกลุ่มไปอย่างเงียบๆ ทุกคนเดินกันอย่างช้าๆโดยมีสมิงนำทาง

ดนัย: “ถามจริงเถอะ มึงไม่กลัวตูมตามเลยเหรอวะ?”
 อินทรี: “อย่าไปกวนน้องมันดิจืด เดะก็ตายห่ากันหมดหรอก”
สมิง: “ไม่กลัว เขาไม่เอาระเบิดจริงๆมาเล่นหรอกพี่ เขาไม่กล้าเสี่ยงหรอก”
แต่ดนัยที่ฟังก็หน้าเริ่มซีดลง
ดนัย: “เอ็งไม่ได้อ่านใบสมัครเหรอวะ”
อินทรี: “อ่านดิ เขาบอกว่ามีโอกาสตายใช่ปะ เขาแค่ขู่มึงเฉยๆ”
ดนัย: “ไม่ๆ ไม่ใช่ขอนั้น มึงคือมันมีด้านหลังที่บอกว่า วัตถุระเบิดทั้งหมดเป็นของจริงหมดนะเฮ้ย”

สมิง: “ไม่อำสิพี่ ใครจะจะกล้าเสี่ยงขนาดนั้นวะพี่”
ดนัย: “เขากล้ารมยาเราแล้วอุ้มมานะเฮ้ย ระเบิดมันก็มีสิทธิปะวะครับ”
หญ้าแห้ง: “มันมีหน้าหลังตามที่บอกจริงๆ ไม่เชื่อละสิว่าเราจะกล้า งั้นดูนี้”
ไอ้คุณหญ้าแห้งที่ไม่รู้มาโผล่ด้านหน้าพวกเขาตอนไหน โยนหินก้อนใหญ่เท่ามือไปยังด้านหนึ่ง

ปึด! เสียงเอ็นขาดและวินาทีต่อมาทุ่นระเบิดก็พุ่งกระโดดลอยขึ้นมากลางอากาศ
สมิง: “ชิบหายละ”
ดนัย: “พ่องเอ็งเล่นกูแล้ว”
สมิงกับดนัยที่พอจะเดาออกว่าอะไรเกิดต่ออุทานขึ้นพร้อมกันและรีบกระชากอินทรีลงไปนอนหมอบราบที่พื้น

ตูมมมม!
ระเบิดทำงานและสาดลูกปรายไปรอบทิศ กิ่งต้นไม้เล็กต่างหักร่วงไปทั่วบริเวณรอบๆ
ดนัย: “นี่ไงสาส กล้ารึยังละมึง”
สมิง: “เรากลับกันทันมั้ยวะพี่?”
อินทรี: “คิดว่าไม่วะ”
และทั้งสามก็มองหน้ากันเจื่อนๆ

ดนัยรีบสลัดความทรงจำแสนสยองออกจากหัว เขาไม่ควรเสียสมาธิในการต่อสู้ แม้ว่าศัตรูจะอ่อนแค่ไหน อีกคำสั่งคำสอนจากการฝึกนรกแตกพาเขากลับมาในปัจจุบัน
เขายืนรับมือกับมาวินอยู่เกือบห้านาที โดยไม่มีรอยฟกช้ำเพิ่มเติมเลยแม้แต่น้อย

น่าเบื่อโครตๆ ดนัยนึกในใจ ไอ้เด็กคนนี้ไม่มีอะไรนอกจากความหัวร้อนกับหัวดื้อ ยิ่งเวลาผ่านไปมาวินยิ่งออกหมัดสะเปะสะปะมากขึ้นเพราะความอ่อนล้าหลังจากชกลมมาพักใหญ่ๆ

ดนัย: “พอได้แล้ว!”
ดนัยหมดความอดทน แรกเขากะจะให้มาวินต่อยจนเหนื่อยไปเอง แต่มาวินก็ดื้อรั้นกว่าที่คิดเยอะ
เขาตวัดแตะข้อเท้าให้อีกฝ่ายเสียการทรงตัว ก่อนมือเขาจะขยำคอและผลักอีกฝ่ายกระแทกลงกับพื้น

ดนัยจ้องตามาวินที่ยังฮึดฮัดไม่ยอมแพ้
ดนัย: “เลิกบ้าได้แล้วไอ้เด็กเวร”
มาวิน: “ไม่! กูไม่หยุดแค่นี้แน่ ไม่หยุดจนกว่ามึงจะออกไปจากครอบครัวกู”
ดนัย: “กูก็ไม่อยากมาเจอหน้าคนแบบมึงหรอก”
ดนัยพูดจบก็ปล่อยมันนอนที่พื้น แล้วดนัยก็หันหลังเดินออกไป

มาวิน: “ไอ้ดนัยอย่าพึ่งไป”
ดนัยหันกลับมาตามเสียงอย่างไม่เต็มใจ แต่มาวินที่นอนกองก็อาศัยจังหวะที่ดนัยไม่ทันระวังสาดฝุ่นที่พื้นเข้าใส่ตาเขา
ดนัย: “เฮ้ย!! ไอ้เด็กเวร”
ดนัยรีบถอยหลังตามสัญชาตญาณ มาวินที่ได้จังหวะงามๆก็คว้าไม้หน้าสาม ฟาดใส่เขาไม่ยั้ง
ดนัยแม้จะมองแทบไม่เห็นแต่ก็พอจะปิดป้องหลบเลี่ยงได้ เขากัดฟันทนเจ็บอย่างใจเย็นจนแต่เมื่อเขาสังเกตุเห็นว่ามีคนกำลังเดินมา จากที่หลบหลีกปิดป้องเขากลับเขาหัวไปรับไม้อย่างจงใจ

ดนัยทรุดลงพื้น มาวินรีบเงื้อไม้ขึ้นสุดแขนแต่ก่อนที่มันจะได้ฟาดลง

มายด์: “หยุดเลยนะวิน พอได้แล้ว”
มายด์รีบเข้ามาดึงแขนเขาไว้ ตามด้วยเพื่อนคนงานและลุงศักดิ์
ดนัย: “โอยยยๆ นายน้อยอย่าตีผมเลยครับ ผมทำอะไรไม่ถูกใจ ผมไม่รู้ ผมขอโทษ”
ดนัยรีบเปลี่ยนสีกลายเป็นคนงานไร้ทางสู้ตะกายไปกอดขาลุงศักดิ์ พร้อมอ้อนวอนชายชราหัวหน้าคนงานเสียงสั่นเครือ
ดนัย: “ลุงๆ ช่วยผมด้วย ช่วยผมหน่อย นายน้อยหาว่าผมฉวยโอกาสจับมือถือแขนกับน้องคนนี้ ผมแค่ดึงน้องเขาออกมาไกลวัว ลุงก็เห็นนิว่าวัวมันตื่นข้างนอก”

มาวินฮึดฮัดจะฟาดดนัยอีกรอบแต่ลุงศักดิ์รีบมายืนขวางไว้ให้
ลุงศักดิ์: “คุณวิน โมโหอะไรก็อย่าลงไม้ลงมือกันเลยครับ”
มาวิน: “ลุงหลบไป ผมจะจัดการไอ้เลวนี่เอง ปล่อยได้แล้วมายด์ มันเป็นคนร้ายนะ อย่าห้ามผม”
แทนที่มาวินจะสงบลง เขากลับยิ่งโวยวายจนคนงานหลายคนร่วมทั้งนักศึกษาด้านนอกเริ่มเข้ามาดู

เพียะ!
มายด์ตัดสินใจตบหน้ามาวินไปหนึ่งทีเพื่อเรียกสติ มาวินที่โดนตบหน้ามองเธออย่างคิดไม่ถึง นี่เธอตกหลุมพรางของดนัยถึงขนาดตบหน้าเขาเลยเหรอ
มายด์: “ตั้งสติหน่อย ดูด้วยสิว่าทำอะไรอยู่”
มาวินเริ่มสังเกตว่าทุกคนกำลังจ้องมาที่เขาด้วยสายตาที่มองคนทำผิด
เขาไม่ผิด ไอ้ดนัยต่างหากที่เป็นคนร้าย

มาวิน: “มายด์ ฟังวินนะครับ…”
มายด์: “ไม่! วินออกไปสงบสติอารมณ์ก่อน เราค่อยพูดกัน ตอนนี้วินไปก่อนดีกว่า”
มาวินทองมายด์อย่างผิดหวังและหันไปมองดนัยที่ทำตัวน่าสงสารอย่างแนบเนียนด้วยสายตาที่คั่งแค้น
ดนัยที่สบตามันก็มองกลับด้วยสายเย้ยหยันก่อนจะตีสีหน้าคนงานถูกรังแกต่อไป
มาวิน: “แล้วมายด์จะรู้ว่าเราพูดจริง”

เขาเขวี้ยงไม้ทิ้งก่อนจะเดินฝ่าฝูงชนออกไป
มาวินเสียรู้ดนัยด้วยวิธีของเขาเอง มาวินนึกโทษตัวเองที่ประมาทไอ้คนงานแสนกลมากเกินไป รวมถึงที่เขาหึงมายด์จนขาดสติ ทุกอย่างเลยเข้าทางดนัยทั้งหมด แต่ยังไงเขาจะหาวิธีที่จะจัดการดนัยให้ได้

ส่วนดนัยก็นั่งให้มายด์ทำแผลให้
เขาแกล้งทำเป็นเจ็บแผลเต็มที่ เพื่อเรียกคะแนนสงสารบ้าง
ดนัย: “จริงๆ มายด์ไม่ต้องมาทำแผลให้เราก็ได้นะ เราเกรงใจ”
แม้ใบหน้าจะแสดงออกอย่างใสซื่อ แต่ในใจกลับคิดว่าการลงทุนนี้คุมแสนคุม แม้จะเจ็บตัวไปหน่อยก็เถอะ
ดนัยลงทุนยื่นหัวไปรับไม้ทันทีที่เห็นว่ามายด์กำลังเดินเข้ามา แถมยังสร้างภาพสถานการณ์ว่าที่มาวินทำร้ายเขาเพราะหึงมายด์ ต่อไปนี่มาวินจะบอกเรื่องเขากับใครความน่าเชื่อถือก็ลดลง และทุกคนในไร่จะทองมาวินในทางลบมากขึ้น ทั้งสองอย่างน่าจะซื้อเวลาให้เขาได้พอสมควร

ที่สำคัญที่สุดคือมายด์กับเขาจะได้คุยกันอีก
มายด์: “ก็ไม่ได้เต็มใจ แต่แค่รับผิดชอบสิ่งที่แฟนเราทำ”
ดนัย: “เราจะไม่พูดหรอกว่านายน้อยเออ หมายถึงมาวินเป็นคนดีไม่ดีหรือเหมาะสมไม่เหมาะสม แค่เราจะถามว่า มายด์รักมาวินจริงๆรึเปล่าแค่นั้น”
มายด์: “มาพูดตอนนี้ให้ได้อะไรขึ้นมา พูดแบบนี้ต้องการอะไร?”
ดนัย: “แค่ไม่อยากให้มายด์เสียใจ”

ใบหน้าบึงตึงอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะสวนกลับมาอย่างน้อยใจ
มายด์: “คนแคร์ความรู้สึกกันเขาทำกันแบบนี้เหรอ เขากระโดดหายไปจากชีวิตกันแบบนี้เลยเหรอ?”
ดนัย: “เราจะไม่ขอให้มายด์เข้าใจเราเรื่องนี้ แต่เราก็มีเหตุผลที่จาก เราก็ไม่ชอบแต่มันเป็นตัวเลือกที่เราเลือกไม่ได้เหมือนกัน”
มายด์: “เหรอ! เลือกไม่ได้ แต่ถึงต้องหายไปแบบไม่ลาเลยมั้ยละ เลิกทำตัวเป็นคนดีได้แล้วดนัย”

ดนัย: “ที่เราไม่ลามายด์ เพราะเราทำใจพูดคำว่าลาก่อนกับมายด์ไม่ได้”
มายด์: “แต่มานั่งเล่นนอนเล่นอยู่ที่นี่ได้ มานั่งคุยนุ้งนิ้งกับไหมกับลูกสาวคนงานสวยๆได้”
ดนัย: “แต่ทุกคนที่เราคุย เราไม่ได้คิดอะไรด้วยเลย ทุกคนที่คุยด้วยไม่ได้มีอะไรมากกว่าเพื่อนเลย”
มายด์: “ทำไมเราต้องเชื่อด้วย”
ดนัย: “เพราะตั้งแต่คืนนั้นถึงตอนนี้ เราคิดถึงผู้หญิงอยู่คนเดียว”
มายด์จ้องหน้าดนัยด้วยความไม่เข้าใจ สรุปเขาจะเอาไงกับเธอ หนีเธอมาแต่พอว่าคิดถึงเธอทุกวัน นี่เขาต้องการอะไรจากเธอ มายด์รีบลุกเดินหนีออกไปทิ้งดนัยไว้ลำพัง

มายด์แอบไปนั่งร้องไห้ลำพัง ร้องไห้ที่ยังไม่ลืมผู้ชายคนนึง ร้องไห้ที่ตกปากรับคำไปเป็นแฟนผู้ขายอีกคนทั้งๆที่ไม่ได้รักเขา
เธอไม่รู้ว่าเธอควรจะทำอย่างไรต่อจากนี้

ส่วนมาวินก็ถูกลุงขจรไล่ให้ไปนอน ชายชราไม่เชื่อหลานตัวเองแม้ซักครึ่งทำเมื่อเขาบอกเรื่องที่เขาสงสัยดนัย แถมยังคำหนิเรื่องที่เขาลงไม้ลงมือกับมันอีกด้วย

ส่วนดนัยก็นอนไม่หลับตามเคย แต่วันนี้เขาเปลี่ยนจากนอนอมทุกข์ออกมาเดินรับลมให้สมองโล่งๆแทน เขาเดินมาตามทางจนรู้ตัวอีกทีก็จวนจะถึงเรือนใหญ่ของเจ้าของไร่
แต่ทันทีที่เขาจะหันหลังกลับก็มีเสียงเรียกเขาซะก่อน

“ไอ้ดนัยใช่มั้ย มา มาหาข้าแปปนึงก่อน”
ดนัยที่จำน้ำเสียงเจ้าของไร่ก็เดินไปหาร่างร่างชายชราที่นั่งสูบบุหรี่อยู่ที่โต๊ะหินใต้ต้นไม้
ลุงขจร: “เออ มาๆ ข้าจะมีเรื่องจะพูดด้วย”
ดนัย: “มีอะไรให้ผมรับใช้เหรอครับ?”
ดนัยนั่งลงตรงหน้าอย่างนอบน้อม
ลุงขจร: “ใช้อะไรละ หมดเวลางานแล้วใช้งานก็ผิดกฎหมายสิวะ ข้าแค่จะมาขอโทษแทนไอ้วินมัน”

ดนัย: “แค่เรื่องเข้าใจผิดครับ แค่หึงแฟนไปหน่อย”
ลุงขจร: “ถ้าแค่นั้นข้าจะดีใจกว่านี้ แต่มันหาว่ามึงเป็นโจรเป็นผู้ร้าย คิดเอา โมโหหึงขนาดใส่ความเอ็งเลยนะ”
ดนัยยิ้มเจื่อนๆไป แต่ในใจโล่งอกที่รูปการณ์มันเป็นไปตามที่เขาคิดไว้

ดนัย: “ผมไม่กล้าทำร้ายคนดีๆแบบคุณๆทั้งหลายหรอกครับ”
ลุงขจร: “ใช่มั้ยละ แล้วเอ็งมาเดินทำไมดึกๆแบบนี้กลุ้มใจเรื่องอะไรอยู่ เมียทิ้งเหรอวะ”
ดนัย: “คุณท่านเดาเก่งนะครับ วันหลังเดาเลขท้ายให้ผมซักงวดนะครับ”
ลุงขจร: “หน้ามันฟ้องโว๊ย คนอยู่มานานมันดูออก ส่วนเรื่องเลขท้ายถ้าข้ารู้จ้าคงบอกเมียข้าไปนานแล้ว”
ลุงขจรหัวเราะร่า พร้อมหนิบแก้วเล็กๆออกมาและเทของเหลวในไหดินให้ดนัย

ลุงขจร: “จิบๆไป เพื่อบรรยายกาศในการสนทนา แต่อย่าบอกเมียข้านะ มันบ่นข้าตาย ถ้ามึงบอกไล่ออกเลยนะ”
ดนัยมองของเหลวในแก้วและกระดกมันเข้าไปตามคำสั่ง
ลุงขจร: “แล้วเรื่องที่กลุ้มมันเป็นยังไงพอเล่าได้มั้ย เพื่อข้าจะแนะนำอะไรได้บ้าง”
ดนัยมองหน้าชายเจ้าของไร่ และตัดสินใจหยิบไหดินมาเทเอง และกระดกมันเข้าไปเป็นแก้วที่สอง

ดนัย: “ขอมอมตัวเองก่อนครับ เรื่องนี้มันไม่รู้จะเริ่มยังไงเหมือนกัน มันค่อนข้างซับซ้อน”
ลุงขจร: “ไม่พ้นเรื่องผู้หญิงละสิท่า วัยแบบเอ็ง อยู่ไกลกันก็แบบนี้แหละ”
ชายชรายิ้มมุมปากเพราะอ่านออก
ดนัย: “ก็ประมาณนั้นแหละครับ แต่จะว่าทางนั้นก็ไม่ได้ ผมเองก็ผิดส่วนหนึ่ง แต่พอเวลาเห็น….หมายถึงรู้ข่าวก็อดใจหายไม่ได้”
ลุงขจร: “มีรักก็มีทุกข์ ฉันเองกว่าจะผ่านมาถึงวันนี้ได้ก็ผ่านเรื่องแย่ๆมาเยอะ ไอ้ดนัยเอ็งยังหนุ่ม ยังมีอนาคต อย่าให้เรื่องแย่ๆมาทำให้เอ็งเสียศูยน์”
ดนัย: “ตอนนี้ก็เริ่มทำใจได้แล้วครับ ที่จริงก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่โดนทิ้ง ทิ้งไปหาคนใหม่ที่ดีกว่านี่โดนบ่อยครับ”
ลุงขจร: “ข้าก็ไม่รู้ว่าเรื่องทั้งหมดเป็นไงนะ แต่หน้าเอ็งไม่ได้ใกล้กับคำว่าทำใจเลยวะ เอางี้ข้าให้เสาร์นี้เอ็งลาได้สามวัน ไปจัดการเรื่องนี้”
ดนัย: “ไม่ถึงต้องขนาดนั้นหรอกครับ ผมว่าผมปล่อยให้เป็นแบบนี้แหละ คงดีแล้ว”
ลุงขจรยกแก้วเหล้ายกประดก ก่อนจะตบไหล่ดนัยเบาๆ

ลุงขจร: “แตกต่างกันมากสินะ เอ็งกับแม่หนูคนนั้น”
ดนัย: “ที่บ้านเขากีดกั้นครับ แต่เธอไม่รู้ ผมไม่อยากให้พ่อลูกทะเลาะกัน”
ลุงขจร: “มึงนี่เป็นคนดี ดีจนเข้าขั้นโง่เลยวะ เอาเถอะๆ ข้าแค่อยากเตือนสติไว้สองข้อ”
ดนัยหันมาฟังอย่างตั้งใจ

ลุงขจร: “อย่ายอมแพ้จนกว่าจะสุดทาง และอะไรมันจะใช่ก็คือใช่ ถ้าเอ็งกับหนูเป็นคู่กันยังไงมันก็หนีไม่พ้น แต่ถ้าไม่ฝืนคบกันได้แต่ยังไงก็อยู่ไม่ยืด ข้าฝากเอ็งไว้แค่นี้แหละ”
หลังจากนั้นลุงแกก็เปลี่ยนเรื่องคุย สุดท้ายคนแก่ก็คือคนแก่ที่ชอบเล่าเรื่องในชีวิตตัวเองให้คนอื่นฟัง

แต่เขาเองก้ชอบฟังเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว ผ่านไปอีกเกือบชั่วโมงลุงขจรจึงพาร่างที่เอนไปมากลับไป ดนัยคาดว่าคืนนี้ลุงขจรผู้กว้างขวางจะเจอดีจากคู่ชีวิตไม่น้อย
ดนัยยกแก้วเหล้าแก้วสุดท้ายขึ้น ชูขึ้นบนฟ้า ที่ทอระยิบไปด้วยดาวนับร้อย จริงๆเขาคิดไว้เสมอว่าถ้าหากอนาคตมีแฟนก็อยากจะมานอนดูดาวสวยๆแบบนี้ นอนกุมมือชมฟ้ายามค่ำคืนมันก็น่าจะโรแมนติกไม่น้อย
“ช่างแมร่ง”
เขาบ่นเบาๆกับดวงดาวและเทของเหลวแก้วสุดท้ายลงคอก่อนจะเดินหายไป

ในที่สุดเวลาก็ผ่านไปจนถึงกิจกรรมสุดท้ายของเหล่านักศึกษา คือการเข้าไปดูป่าต้นน้ำใกล้ๆและทำฝายและแก้มลิงเพื่อดูแลป่า โดยการเดินเข้าไปเพราะไร่แห่งนี้ก็มีที่ติดกับป่าอีกทั้งชาวไร่ที่นี้ยังค่อยเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ เรียกได้ว่าเป็นคนเฝ้าป่าเลยก็ไม่ผิดเท่าไหร่
โดยการสร้างฝายส่วนที่อยู่ด้านล่างจะให้นักศึกษาช่วยกันทำ

ส่วนที่อยู่สูงขึ้นไปที่ทางขึ้นกันดารและอันตรายกว่าจะเป็นของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่มาให้ความรู้และคนงานที่ขึ้นไปเท่านั้น
ส่วนทางมายด์ก็มีมาวินเฝ้าไม่ยอมให้ละสายตา จนเธออึดอัดแบบบอกไม่ถูก ถึงจะแสนดีอย่างไร แต่คนที่พึ่งรู้จักกันแล้วมากดดันบังคับกันกลายๆแบบนี้ก็ไม่ไหว เฝ้าจนเธอนึกว่าตัวเธอเป็นนักโทษคดีร้ายแรง

หลังที่เช้าจรดเย็นผ่านไปฝายก็ผ่านไปด้วยดีหลังจากทุกคนกำลังเก็บของเตรียมกลับ แต่ก็ไร้วี่แววของดนัยที่มาด้วย ช่วงนี้เธอรู้สึกว่าดนัยแปลกๆไปกว่าเดิม แม้จะทำตัวเหมือนเดิมแต่เธอกำลังรู้สึกว่าเขากำลังทำอะไรที่ดูผิดปกติมากอยู่
ลุงศักดิ์: “ไอ้ดนัยไปไหนวะ มันไปไหนเขาจะกลับกันหมดแล้ว”
คนงาน: “เห็นไปยืนหน้าน้ำตก เหมือนคนอกหักกำลังจะโดดน้ำตายเลยลุง 5555+ ไม่เชื่อไปดูเลย ยืนเหม่อมองฟ้า เหมือนคนอกหักในละครเลยลุง”
ลุงศักดิ์: “มึงนี่ปากหมาชิบหาย ไปๆเก็บของๆ”


ประโยคระหว่างคนทั้งสองทำให้มายด์อาศัยช่วงจังหวะที่มาวินและคนอื่นๆไม่ได้สนใจแอบขึ้นไปด้านบนของป่า ถ้าดนัยคิดสั้นเพราะเธอจริงๆก็ต้องเป็นเธอที่ต้องไปห้าม แม้ทางจะชันแต่เธอก็กลั้นใจเดินขึ้นไปจนในที่สุดเธอก็ตามจนพบว่าคนที่เธอกำลังหายืนอยู่หน้าหินสูงที่ด้านล่างเป็นสายธารเชี่ยวกราก นี่เขาตั้งใจจะโดดน้ำฆ่าตัวตายจริงๆ!

 
ดนัย: “มายด์ๆ ฟื้นสิฟื้น”
เขาขอบคุณทักษะว่ายน้ำในใจเมื่อเขาว่ายไปพาร่างนุ่มนิ่มมาอยู่อ้อมกอด แต่วินาทีต่อมาเขาก็สาปส่งเทวดาที่ตอนนี้เธอไม่ได้สติแล้ว
ดนัยพยายามลากสังขารขึ้นฝั่งแต่ด้วยเพราะเขาบาดเจ็บตอนตกน้ำแถมยังว่ายไม่สะดวกเพราะอุ้มมายด์อยู่ ตอนนี้เขาภาวนาในใจขอให้ไอ้หนูนั้นยังไม่ไปไกลนัก ไม่งั้นเขากับเธอคงไปนอนลอยคอในคลองประปาแน่

ในที่สุดเขาก็ฉวยโขดหินไว้ได้ พอดีกับที่เขาเห็นร่างที่วิ่งพรวดออกมาจากแนวป่า เขารีบดันร้างมายด์เข้าไปใกล้ตลิ่งและเมื่อเธอถึงมือมันแล้ว เขาก็ปล่อยแขนที่ล้า ปล่อยให้กระแสน้ำพาร่างเขาลอยไป
“ฝากด้วยละนะ”
เขายิ้มให้ชายร่างเล็กที่ลากมายด์ขึ้นมา ก่อนจะจมหายไปกับสายน้ำ

เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 20, 2018, 03:23:30 am โดย cd13579 »
ใครหื้อใครซ่า ข้าแบนเรียบ

*

ออฟไลน์ darkdd1999

  • Senior Member
  • ****
  • 966
  • 260
    • ดูรายละเอียด
Re: OUT OF AMMO EP 18 ความรู้สึก
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2017, 04:54:08 am »
อย่าจบแบบนี้หน่าาาา ไม่เอาาา /กลับมาซะทีครับ รออยู่ ฉากเสียวด้วยนะ55555




คำเตือน  ก่อนคอมเม้นต์ จากเจ้แว่น
................................................
ใครจะอ่านผลงานทุกตอนในห้องนี้ ถ้าทำตามกติกา-เงื่อนไขนี้ไม่ได้ แล้วรีพลายมักง่ายผ่านไปที หรือ รีพลาย ขอบคุณครับ,ขอบคุณ,ขอบคุณค่ะ,ติดตามครับ,สนุกมากครับ,ติดตามต่อ. อะไรประมาณนี้ จะแบนเลยนะ ขอบคุณมากๆครับ ก็ไม่ต้อง thank,thank you,thx ขี้หมาหลายแหล เหล่านี้ก็อย่าให้เห็น จัดรูดแบนไปยาวๆถ้าเจอ นี่เป็นข้อตกลงไว่ก่อนอ่านระหว่างเจ้าของงาน กับสมาชิก ::Angry:: ถ้า รีพลายผิดเงื่อนไขมาหรือ โชว์พาล์วอยู่มานาน โชว์เก๋า โชว์สด โชว์เกรียน ทำมึนลองมาจะแบนเลย เพื่อสมาชิกอีกส่วนที่พร้อมทำตามกติกา ::Cheeky:: เพราะไม่เช่นนั้น รีพลายคุณอาจทำให้ สมาชิกที่ปฏิบัติตามพลอยอดอ่านไปด้วย ฉะนั้นไม่แน่ใจ อย่าพิมพ์เอามักง่ายมั่วๆ..ถ้าคิดว่า กฏนี้มันยากก็ไปหาที่อื่นเสพนะ อย่าเข้ามาใช้มาอ่านงานที่ห้องนี้ อ๋อ ใครโดน pm เตือนถ้ายังมึนจะแบนจาก 6 เดือนเป็น 1ปี. .

กฎที่วางนี่ไม่ได้เขียนเอา ฮา เนอะ แบนจริงใครอยู่นานแล้วคงรู้จัก แว่น ดี..คิดว่า ฉันแบนจริงหรือเตือนเอาสนุกเล่นๆ..อย่าๆลอง เดี๋ยวจะเสียความรู้สึกด้วยรีพลายคุณเอง ทำตามเงื่อนไข ยากอะไร หรือ จะโชว์เกรียน..เตือน,ขอร้อง,ขอความร่วมมือ แล้วเมื่อไม่รักษาสิทธิ์-ประโยชน์คุณเอง ก็แบนไปใช้เวปอื่น. .


………………………………………………………………………………………………….
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 11, 2017, 05:38:31 am โดย kaithai »

*

sniperteam

Re: OUT OF AMMO EP 18 ความรู้สึก
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2017, 05:29:08 am »
รอมานานมากครับ แต่ก็คุ้มกับการรอ แต่ต้องกลับไปอ่านตอนเก่าหน่อยลืมจนต่อเรื่องไม่ถูก ขอบคุณมากนะครับ พระเอกกะเล่นตัวจัง สงสารน้องมาย

*

ออฟไลน์ gfthebc

  • Senior Member
  • ****
  • 874
  • 4
    • ดูรายละเอียด
Re: OUT OF AMMO EP 18 ความรู้สึก
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2017, 07:03:38 am »
ต้อง​บอก​ตาม​ตรง​ว่า​ผม​ไม่​เคย​อ่าน​เรื่อง​นี้​มา​ก่อน​ พอ​ได้​อ่าน​แล้ว​สงสัย​ต้อง​ไป​ไล่​ตาม​อ่าน​ตั้งแต่ตอน​แรก​แล้ว​ละ​ครับ​

*

กำพล

Re: OUT OF AMMO EP 18 ความรู้สึก
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2017, 07:14:37 am »
ตอนนี้พ่อแง่แม่งอนเยอะมากเลย ดนัยจะจมน้ำตายหรือเปล่า

*

ออฟไลน์ chanky2007

  • Gold Member
  • *****
  • 1457
  • 409
    • ดูรายละเอียด
Re: OUT OF AMMO EP 18 ความรู้สึก
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2017, 07:38:33 am »
รอกันนานมาก เจอดราม่าไปอีกหนึ่งตอน
คู่นี้ต้องลุ้นกันอีกพอสมควร สงสารทั้งดนัยทั้งมายด์
แต่ก็แอบสงสารมาวินด้วย รู้สึกว่า รักครั้งนี้มีแต่คนเจ็บ

ขอบคุณครับ ได้แต่หวังว่าจะมีตอนต่อไปเร็วๆครับ
คิดว่าดี ก็ทำไป

*

ออฟไลน์ digitalz

  • Full Member
  • **
  • 230
  • 204
    • ดูรายละเอียด
Re: OUT OF AMMO EP 18 ความรู้สึก
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2017, 07:51:44 am »
เพิ่งได้เข้ามาติดตามเรื่องนี้เป็นครั้งแรก เนื้อหาและการเรียบเรียงน่าสนใจและน่าติดตามมาก เข้าถึงความรู้สึกได้จริงๆ 

Re: OUT OF AMMO EP 18 ความรู้สึก
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2017, 08:03:47 am »
คิดถึงน้องมายกับดนัยมากๆ ขอบคุณครับ ::WowWow::
 

*

ออฟไลน์ gritkin

  • Gold Member
  • *****
  • 1329
  • 472
    • ดูรายละเอียด
Re: OUT OF AMMO EP 18 ความรู้สึก
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2017, 08:27:03 am »
ยินดีต้อนรับ​กลับ​มา​ครับ​ อ่านเพลินๆดีครับตอนนี้ สนุกดีครับโอเคเลยครับ

*

ออฟไลน์ swss2511

  • Ultimate Member
  • ********
  • 4178
  • 734
    • ดูรายละเอียด
Re: OUT OF AMMO EP 18 ความรู้สึก
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2017, 08:28:47 am »
 มัวแต่กล้าๆกลัวๆทำตัวเองทั้งนั้นดนัยเอ๋ย เมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้จะโทษใครได้ ต้องกล้าลุยรวบรัดบ้าง

*

ออฟไลน์ thep59

  • Veteran Member
  • ******
  • 1942
  • 638
    • ดูรายละเอียด
Re: OUT OF AMMO EP 18 ความรู้สึก
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2017, 08:41:58 am »
รอมานาน แต่ก็คุ้มกับการรอคอยครับ  น่าสงสารน้องมาย พระเอกนี่เล่นตัวจัง ขอบคุณครับ

*

ออฟไลน์ thana7

  • Gold Member
  • *****
  • 1045
  • 226
    • ดูรายละเอียด
Re: OUT OF AMMO EP 18 ความรู้สึก
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2017, 09:05:20 am »
น้ำตาซึมครับนึกถึงชีวิตตัวเอง  แต่งได้ยอดเยี่ยมจริง

*

ออฟไลน์ kaithai

  • Global Moderator
  • *****
  • 2695
  • 2727
    • ดูรายละเอียด
Re: OUT OF AMMO EP 18 ความรู้สึก
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2017, 09:11:17 am »
 การแสดงถึง ความรู้สึก ของหลายๆคน ในหลายๆเหตุการณ์ 
 ที่แสดงอารมณ์  ออกมาได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ตามความจำเป็น 

แต่ที่แน่ๆ "รู้สึกดีใจ"  ที่มีตอนนี้มา อิอิ
 ::Confident:: ::Confident:: ::Confident::

*

ออฟไลน์ niceanglev

  • Senior Member
  • ****
  • 875
  • 49
    • ดูรายละเอียด
Re: OUT OF AMMO EP 18 ความรู้สึก
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2017, 09:25:28 am »
พระเอก มันอะไรกัน น้ำเน่ามากๆ เล่าให้มายฟังไปให้จบๆ ยังไงมายก็ต้องไว้ใจได้อยู่แล้ว 

*

ออฟไลน์ peddo

  • Ultimate Member
  • ********
  • 3233
  • 1222
    • ดูรายละเอียด
Re: OUT OF AMMO EP 18 ความรู้สึก
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2017, 09:41:41 am »
ผมว่าท่านซีดีเขียนดรามาได้ดีทีเดียวนะครับ จริงๆแล้วอ่าตอนบู๊ไม่ค่อยเข้าใจ แต่ตอนบทเสียวชัดแจ้งมาก เสียดายมาไม่บ่อย แต่ก็ชื่นใจเมื่อได้อ่านครับ เริ่ม มาม่า เหมือนกัน อิอิ

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ