ตำนานเทพวายุ kirara story ตอนที่ 4 : ในนามของอิซานางิ

ตำนานเทพวายุ kirara story ตอนที่ 4 : ในนามของอิซานางิ

  • 169 ตอบ
  • 5077 อ่าน
*

ออฟไลน์ Monotone_Memory

  • Senior Member
  • ****
  • 643
  • 3070
    • ดูรายละเอียด
สวัสดีครับ สาวกสาวเมด และ สาวแว่น
เนื้อเรื่องของคิราระมาแล้วครับ ต้องขอบอกว่า ตอนที่ 2 และ 3 มีหลายคอมเมนต์ที่ถูกใจผมมากๆ ตามสัญญาครับ วันนี้อักฝดมาให้อ่าน 2 ตอนในกระทู้เดียว 60,000 อักษร อย่าลืมนะครับ ถ้ากระทู้นี้มีคอมเมนต์ที่ถูกใน ผมจะลงตอนใหม่ให้มันที



กระทู้นี้มีการซ่อนข้อความ ต้องแสดงความคิดเห็นก่อนนะครับ ถึงได้อ่านเนื้อเรื่องที่เหลือ ผมขอกติกานิดนึง



1. แสดงความคิดเห็นอะไรก็ได้เพื่อขออ่านเนื้อเรื่องที่เหลือ


2. คิดเห็นอย่างไรกับตอนนี้ และ คุณคิดว่า ประโยคสุดท้ายที่ริวกะพูดกับคิราระนั้น มีความหมายว่ายังไง


3. ตอนนี้ชอบใครเป็นพิเศษไหมคร๊าบ




Ps. เนื้อเรื่องมี 2 reply ครับ





ติวเข้มก่อนเข้าเนื้อเรื่องนะครับ




Part นี้จะเป็นการใช้ คาราเต้ถึง 80%  มารู้คำศัพท์ของคาราเต้ ฉบับเร่งด่วนกันก่อนครับจะได้ไม่งง


Uraken uchi อุราเคน อุชิ

- เป็นการสแนปหมัด หรือ ดีดหมัดเข้าใส่หน้าอย่างรวดเร็ว

•••••


Mawashi Geri  มาวาชิ เกริ

- เป็นการดีดเตะเข้าที่ลำตัวโดยใช้จมูกเท้ากระแทก


•••••

Kubi mawashi geri : คุบิ มาวาชิ เกริ

- เป็นการเตะสูง และตวัดฮุคลงเข้าซอกคอ หรือ จะเรียกว่า บาซิลลี่ยน คิ๊ก ก็ได้


•••••


Uchiro geri : อุชิโร่ เกริ

- การเตะ Back Kick ของคาราเต้


•••••


More yoko geri : โมเระ โนโก เกริ

:  การเตะ Side kick ของคาราเต้



•••••

Mawashi Uke : มาวาชิ อุเกะ

- 1 ในท่ารำกาต้า เป็นการปัดป้อง การโจมตีด้วยการ หมุนมือทั้ง2 อย่างรวดเร็ว


•••••

Kakato otoshi geri : คาคาโตะ โอโตชิ เกริ

- เป็นการเตะด้วยการฟาดส้นเท้าเข้าใส่


•••••



ความเดิมตอนที่แล้ว


คิราระได้เข้าไปช่วยงานแม่ ที่บ้านอิซานางิ แต่ก็ได้ฝึกการต่อสู้ไปด้วย ด้วยความบังเอิญ คิราระได้เจอมิกุเพื่อนของเธอที่ร้านนมสด และด้วยความบังเอิญอีกที่มิกุเป็นเพื่อนกับริวกะ ไปมาๆความลับที่คิราระชอบริวกะ ก็ถูกมิกุรู้เข้าจนได้ วันนั้นคิราระได้เดินกลับบ้านพร้อมกัน และเจอนักเลงที่ย่านตลาดสุมิเระ แต่ริวกะก็ใช้แค่คำพูดทำให้พวกมันหยุดตีกัน ริวกะได้เดินไปส่งคิราระที่บ้าน


แต่ระหว่างที่ริวกะจะกลับบ้าน รินก็ได้โทรมาเพราะมีงานให้ทำ ริวกะจึงจำเป็นต้องเดินทางไปนางาซากิ แน่นอนว่าคิราระขอตามไปด้วย
โดยการเดินทางนั้น ริวกะได้ขอให้ เฮบิซัน ไปส่งและเมื่อถึงจุดหมายที่ความสูงราวตึก 15 ชั้น ริวกะก็จับคิราระขี่หลังและกระโดดลงจากหัวของเฮบิซันซะอย่างนั้น


• • • • • • • • • • • •


ตอนที่ 4 :  ในนามของอิซานางิ



ยังไม่ทันที่คิราระจะได้พูดจบ ริวกะก็กระโดดลงจากหัวของเฮบิซันแล้ว ทำให้ร่างของทั้งคู่ร่วงลงจากฟ้าตามแรงโน้มถ่วงอย่างรวดเร็ว แต่ทำไมริวกะกระโดดลงไปคนละทิศกับที่ตั้งศาลเจ้าล่ะ



[ คิราระ ]  :  กรี๊ดดดดด  !!!  ตายแน่ ตายแน่ ตายแน่



คิราระกรีดร้องแข่งกับเสียงลมที่พัดมากระทบทั้งตัว เธอกอดคอริวกะแน่นตามที่ริวกะบอกโดยทันที และหลับตาปี๋ไม่กล้าลืมตามองเลย


[ ริวกะ ]  :  เชื่อใจชั้นนะคิราระ


แว๊บเดียวเท่านั้น แค่เสี้ยววินาทีในขณะที่ทั้งคู่อยู่กลาง อากาศคิราระได้ยินเหมือนริวกะเรียกชื่อเธอ หรือ เธอหูฝาดไปเพราะลมรอบๆตัวมันก็แรงมาก แต่เธอมั่นใจว่าเมื่อกี้ได้ยินว่าริวกะเรียกชื่อต้นของเธอ จากหลับตาปี๋เธอจึงลืมตามามองทันที ก็พบว่าตอนนี้เธอกำลังตกลงมาจากท้องฟ้า มันน่ากลัวหัวใจมัน ว่าบ ๆ ๆ ๆ ทุกวินาที แต่ภาพแสงไฟ ภาพวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนมันสวยงามเหลือเกิน



วิ๊ววววว คิราระรู้สึกได้ว่าอากาศรอบตัว สายลมรอบตัวกำลังเปลี่ยนแปลง ชั้นต้องใช้มือ
คิราระนึกถึงคำพูดของริวกะทันที  แต่จะทำยังดีเพราะตอนนี้ทั้งคู่เริ่มเสียการทรงตัวไปทางซ้ายแล้ว จะกลับตัวขึ้นไปยืนยังไงดีล่ะ วุ่บบบ  ริวกะบิดขอมือราวกับวาดอะไรสักอย่างและกระแทกมือลงไป เพียงคู่เดียวสายลมก็พัดมาจากด้านซ้ายพยุงตัวของทั้งคู่ให้กลับมาตรงเช่นเดิม
ริวกะไม่รอช้า เขาไขว้เป็นตัว X ตรงหน้าและเหวี่ยงไปข้างหลังราวกับมังกรที่กำลังสยายปีก





การกระทำดังกล่าวของริวกะทำให้เกิดพาหมุน
รอบตัวพยุงพวกเขาไว้ไม่ให้เสียศูนย์ ตอนนี้การทรงตัวของทั้งคู่ไม่ขยับไม่เป๋แล้ว คิราระรู้สึกทึ่งกับสิ่งที่เห็น ตอนนี้เธอกำลังอยู่ใจกลางพายุขนาดย่อมที่กำลังหมุนอยู่ แต่ถึงกระนั้นความเร็วในการตกของทั้งคู่ก็ไม่ลดลงแม้แต่นิดเดียว วุ่บ เผี๊ยะ !!! เสียงประกบตบมือดังขึ้น ทำให้เกิดสายลมพัดมาประทะเต็มๆ มันเป็นลมที่พัดมาจากพื้นดิน







สายลมนี้ช่วยให้ความเร็วในการตกนั้นลดลงได้อย่างมาก  แต่มันก็ยังตกลงไวมากอยู่ดี คิราระจ้องมองไปที่ริวกะอย่างไม่วางตา ก่อนที่จะพูดบางอย่างขึ้นมา


 

[ คิราระ ]  :  ริวกะ  ชั้นเชื่อใจริวกะนะ แต่ทำอะไรสักอย่างได้มั้ย ชั้นยังไม่ได้บอกความรู้สึกของชั้นเลยนะ อ๊าาาาาาาาาา



คิราระพูดแข่งกับเสียงลมที่พัดอยู่รอบๆตัว เธอไม่รู้หรอกว่าริวกะจะได้ยินได้มั้ย แต่เธอก็อยากบอกให้เขารู้ว่าเธอนั้นเชื่อใจเขาอยู่แล้ว แต่ชั่วครู่นั้นคิราระก็ต้องชะชักดั่งต้องมนต์ เพราะตรงหน้านั้นคือพระจันทร์ที่สาดแสงนวลทั่วท้องฟ้า นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยก็ว่าได้ที่เธอได้มองพระจันทร์ใกล้ขนาดนี้ และเธอยังเห็นว่าตอนนี้
ริวกะก้มหน้าหันซ้ายขวาราวกับว่ากำลังมองหาอะไรอยู่




[ ริวกะ ]  :  มองไม่ค่อยเห็นเลยแฮะ   หาต้นไผ่ให้ชั้นที โฮตารุ !!!



สิ้นเสียงของริวกะ ก็ปรากฎแสงสีเหลืองขึ้นตรงจุดๆหนึ่ง ซึ่งตรงจุดๆนั้นมันคือต้นไผ่นั่นเอง




[ ริวกะ ]  :  เจอล่ะ  ขอบใจมาก ก่อนอื่นต้องเคลียร์พื้นที่




ริวกะพูดสั้นๆ ก่อนที่จะไขว้มืออีกครั้งเหมือนครั้งแรกแต่ว่าครั้งนี้เขาเกร็งกล้ามเนื้อจนแขนสั่นไปหมด คิราระที่กอดคออยู่นั้นเมื่อเห็นริวกะตัวสั่นในใจก็เกิดเป็นห่วงขึ้นมา แต่สิ่งที่ริวกะทำนั้นเขาทำเพื่อต้องการใส่พลังให้มากขึ้นต่างหาก ฟุ่บ ฟุ่บ วู้มมม !!!




เขาสะบัดแขนทั้งสองข้างออกอย่างเต็มแรง ก่อให้เกิดลมพายุพัดกรรโชกเป็นลักษณะกระจายออกเป็นวงกลมอย่างรุนแรงโดยมีริวกะเป็นศูนย์กลางของพายุ สิ่งที่คิราระเห็นคือต้นไม้ที่อยู่ข้างล่างนั้นถูกพัดจนลำต้นเอนตามแรงลมที่พัดกรรโชก แต่สิ่งที่แปลกคือดวงไฟหิ่งห้อยนั้นไม่ขยับแม้แต่น้อยทั้งที่ต้นไม้ขนาดใหญ่ยังโดนพัดจนเอนเอียงเลย



ร่างทั้งคู่ตกลงแนวดิ่งอย่างรวดเร็ว ซึ่งมันยังห่างจากจุดที่มี ไฟสีเหลืองหรือต้นไผ่ อีกหลายเมตรเลยทีเดียว



[ ริวกะ ]  :  จับแน่นๆนะโนโซมิ



ฟุ่บ ฟุ่บ ริวกะยกแขนขึ้นทั้งสอง เขางอและเกร็งนิ้วจนคล้ายกรงเล็บ วุ่บบบบ พริบตาเดียวริวกะก็กระชากแขนไปข้างหลัง



ซึ่งผลก็คือตัวเขาและคิราระพุ่งไปข้างหน้าทันที วิ้ววววว ร่างของริวกะและคิราระร่วงตามแรงและทิศทางลม แต่ดูเหมือนว่าริวกะจะไม่ตกใจอะไรราวกับว่าเขากำลังควบคุมทุกอย่างอยู่ ตัวริวกะพุ่งไปข้างล่างและดูเหมือนว่าเขาจะกะระยะได้พอดีเป๊ะเพราะตรงหน้านั้นคือยอดต้นไผ่ ต้นไผ่8ต้นติดๆกัน และตอนนี้มันกำลังเอนเอียงตามแรงลมพายุที่พัดอย่างต่อเนื่อง



ฟู่วววว ทั้งคู่ร่วงลงมาอย่างรวดเร็ว คิราระนั้นกลัว เธอกลัวจนหัวใจแทบจะหยุดเต้น แต่เธอเชื่อ เชื่อในตัวริวกะ  ป๊อกกก ริวกะดีดนิ้วก่อนที่จะถึงต้นไผ่ แอ๊ดดด !!! ต้นไผ่ทั้ง8ต้นที่ถูกพัดจนเอนถูกรวบตึงทั้งกอราวกับมีคนเอาเชือกมามัดไว้ เผี๊ยะ !!! ริวกะประกบมือแนวนอนจนเกิดเสียง และทันใดนั้นทุกอย่างก็สงบลงและริวกะก็เหยียบเข้าบนยอดไผ่ที่ลู่ตามลมจนมันงอไปตามแรงตกกระทบ





เปรี๊ยะ !!! แอ๊ดดดด !!! เสียงต้นไผ่ลั่นเปรี๊ยะ ๆ ๆ ๆ ตามแรงตก x2 จากน้ำหนักตัวของทั้งคู่ คิราระเริ่มรู้สึกถึงสิ่งผิดปกติเพราะรอบตัวเธอสงบนิ่งไม่มีลมพัดแล้ว นั่นก็เพราะที่ริวกะทำเมื่อกี้คือการปลดการควบคุมวายุทั้งหมดยังไงล่ะ และเมื่อพายุที่พัดต้นไผ่หายไป ....... สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น



เผี๊ยะ !!! ริวกะกับคิราระโดนต้นไผ่ดีดดึ๋งจนลอยกลับมายังทิศทางที่จะมุ่งหน้าไปยังศาลเจ้าแล้ว แต่ว่าเพราะแรงดีดจากต้นไผ่ที่ไม่สามารถควบคุมได้ คิราระจึงจับริวกะไว้ไม่อยู่ ทั้งคู่จึงกระเด็นออกจากกัน



[ คิราระ ]  :  กรี๊ดดดดดด อ๊าาา ตายแน่ๆๆๆ ริวกะช่วยด้วยยยย



คิราระร้องเสียงหลงเพราะตอนนี้เธอกับริวกะโดนดีดออกจากกันเรียบร้อย  ตายแน่ ตายแน่ ตายแน่ คิราระคิดในใจ แต่ว่าระหว่างที่เธอถูกดีดจนลอยกลางอากาศนั้น มั่บบ !!! ริวกะพุ่งมาจากไหนก็ไม่รู้ เขาอุ้มเธอและพุ่งตัวลอยอยู่กลางอากาศราวกับเจ้าบ่าวอุ้มเจ้าสาว ก่อนที่จะหันมาพูดกับเธอ





[ ริวกะ ]  :  บอกแล้วไงให้เชื่อใจชั้น ชั้นไม่ปล่อยมือเธอหรอก



คิราระมองไปที่ริวกะด้วยสายตาที่ซาบซึ้ง หวานเจี๊ยบเลยทีเดียว เพราะตอนนี้เขาก็มองเธอด้วยสายตาที่หวานซึ้งเช่นกัน ป๊อก !!! เสียงดีดนิ้วของริวกะดังขึ้นอย่างชัดเจน พลันสายลมก็พัดโหมกระหน่ำอีกครั้ง จากที่โดดดีดจนสูงโด่งแต่ตอนนี้คิราระรู้สึกได้ว่าตัวเธอและริวกะปลิวไปตามแรงลมด้วยองศาที่ค่อยๆขนานเป็นระนาบเดียวกับการเดิน เธอมองเห็นชัดเจนว่าข้างล่างนั้นคือต้นไม้ที่ขึ้นหนาจนมองไม่เห็นพื้นดิน แต่ครั้งนี้เธอไม่กลัวอีกแล้ว เธอเชื่อใจริวกะว่าจะไม่ปล่อยมือให้เธอได้รับอันตรายเด็ดขาด



สักครู่เดียวคิราระรู้สึกว่าตัวเธอได้รับแรงสะเทือนราวกับอยู่บนพื้นดินแล้ว แต่ไม่ใช่เลย แซ่กก ๆ ๆ  เสียงบางอย่างรางกับเสียงใบไม้ดังขึ้นคิราระจึงได้เอี้ยวตัวมองและสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้มันเกิดจินตนาการของคิราระไปแล้ว เพราะตอนนี้ริวกะกำลังวิ่ง วิ่งและกระโดดไปมาบนยอดต้นไม้ที่หนาทึบ เธอสังเกตที่เท้าของ
ริวกะก็พบว่ามีคลื่นไฟฟ้าสีน้ำเงินเข้มห่อหุ้มเท้าของริวกะไว้ นั่นรึเปล่านะที่ทำให้ริวกะกระโดดไปมาระหว่างต้นไม้ได้อย่างอิสระ



[ คิราระ ]  :  เง้อออออ ริวกะเดี๋ยวก็ตกหรอก มันคืออะไรสายฟ้าตรงเท้านั่นน่ะ



[ ริวกะ ]  :   ชั้นใช้คลื่นสายฟ้าห่อหุ้มเท้าไว้เพื่อลดแรงเสียดทานระหว่างพื้นผิวต้นไม้ อากาศ และ เท้าของชั้น  อีกอย่างกิ่งก้านของต้นไม้ในป่านี้แข็งแรงมาก เธอกอดชั้นไว้แน่นๆก็พอไม่ต้องกลัวนะ



[ คิราระ ]  :  อื้อออ



คิราระตอบสั้นๆพร้อมกอดริวกะแน่นขึ้น เธอรู้สึกปลอดภัยเหลือเกินเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของเขา ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ ริวกะใช้ชุนโปผสานกับการใช้พลังจากเทพสายฟ้า วิ่งไปบนต้นไม้ราวกับหัวหน้าหน่วยยมฑูตจากอนิเมะเรื่องดัง  เรียกว่าเป็นสิ่งที่คิราระไม่เคยพบเจอพบเห็นมาก่อน



ใครจะเชื่อว่ามนุษย์จะวิ่งบนยอดไม้ได้ ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ ริวกะอุ้มคิราระวิ่งไปบนยอดต้นไม้ราวๆ  2-3 นาที จนเธอสังเกตุเห็นซุ้มประตูไม้ศาลเจ้าชัดเจน



และตอนนี้ปัญหาคือจะลงยังไงเพราะต้นไม้เหล่านี้ก็สูงเกือบเท่าตึก 2 ชั้น ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ ริวกะยังคงวิ่งและกระโดดไปมาระหว่างต้นไม้ไปเรื่อยๆ คิราระเองก็ยังคงกอดแน่นเหมือนเดิม ริวกะกระโดดสูงขึ้นเมื่อสิ้นสุดเขตป่าและต้นไม้ คิราระจับตามองทุกๆการกระทำของ
ริวกะ  เอ๋ !!!  คิราระใจหายว่าบ เผลออุทานจนลืมตัวเพราะตรงหน้านั้นเป็นพื้น พื้นปูนอิฐบล็อคแข็งๆ ไม่มีอะไรรองรับแน่ๆ เธอถึงกับกรีดร้องด้วยความกลัวและกอดคอเขาแน่นกว่าเดิม



ส่วนริวกะดูเหมือนจะแอบยิ้มในท่าทางของเธอตอนนี้ ชั้นไม่ให้เธอเป็นอะไรไปหรอกคิราระ
ริวกะเอ่ยขึ้นในใจก่อนที่จะสร้างสิ่งที่มหศจรรย์ขึ้น วิ๊วววว ริวกะได้ใช้มือขวากระแทกลงพื้นเหมือนกำหนดอาณาเขต




และทันใดนั้นพื้นอิฐพื้นดินก็สั่นสะเทือนราวกับโดนกระแทกและพื้นที่ตรงนั้นก็ปรากฎเป็นสายลม  สายลมจำนวนมากพัดมารวมตัวเป็นวงกลมคล้ายโดมขนาดย่อมๆจนฝุ่นรอบๆลานศาลเจ้าปลิวมารวมกันจนมันเป็นรูปร่างชัดเจน ฟู่วววว ฟิ่ววว  ริวกะพาเธอกระโดดไปที่ตรงๆนั้นทันที



[ คิราระ ]  :  อ๊าาา ตายแน่ ตายแน่ ตายแน่ อ๊าาาาา



คิราระร้องลั่นด้วยความกลัว เพราะต่อให้จะเป็นลม แต่มันจะรับหนักคนทั้ง 2 คนได้ไงมีหวังร่างได้กระแทกพื้นแน่ๆ แต่ว่า....  ปุปป เธอไม่ตาย ริวกะกระโดดลงบนอาณาเขตลมตรงนั้นโดยมีเธอในอ้อมกอด โดยที่ร่างของทั้งคู่ไม่ได้รับแรงกระแทกเลย แต่เหมือนถูกรับไว้ด้วยอะไรบางอย่างนุ่มๆ เมื่อลืมตาขึ้นมามองก็พบว่าเธอกับริวกะนั้นตัวลอยห่างจากพื้นไม่ถึง 1 ฟุต แต่ที่สำคัญเธอโดนริวกะกอดเต็มๆเลย




[ ริวกะ ]  :  5555 สนุกจังวุ๊ยยย ในโตเกียวคงทำแบบนี้ไม่ได้แน่ๆ 5555



[ คิราระ ]  :  ตาบ้า ตาบ้า ตาบ้า หัวใจจะวายหมดแล้ว งื๊อออ



คิราระต่อว่าริวกะด้วยอารมณ์งอนๆ แต่ก็อดยิ้มไม่ได้เพราะตอนนี้เขากอดเธอไม่ปล่อยเลย จนเธอแอบซบไปที่หน้าอกของเขา และเธอก็สัมผัสได้ว่าหัวใจเขาก็เต้นเร็วเหมือนกันไม่รู้ว่าเพราะวิ่งหรือเพราะมีเธออยู่ในอ้อมกอดของเขากันแน่ แต่ครู่เดียวก็มีเสียงบางเสียงดังขึ้นมาขัดจังหวะเขาเสียก่อน



[ ???? ]  :   ผมว่าแล้วเชียว ทำไมคืนนี้ลมถึงพัดแปลกๆ เพราะมีผู้ที่สามารถควบคุมวายุมาเยือนที่นี่นี่เอง คงกระโดดลงมาจากหัวท่านเฮบิซันอีกแล้วสิ่ครับ



[ ริวกะ ]  :   5555 ใช่ครับ



[ ???? ]  :  เฮ้อ ยังซนเหมือนเดิมเลยนะครับ ท่านริวกะ



[ ริวกะ ]  :  สวัสดีครับ เก็นโซ    โนโซมิลุกกันเถอะ


[ คิราระ ]  :  อะ อื้อๆ



คนที่มาทักริวกะนั้นคือเก็นโซ เป็นเหมือนผู้ดูแลศาลเจ้าประจำเขตนี้นั่นเอง แต่ทำไมดูเหมือนว่าเขาจะไม่ตกใจเลยนะ ที่เห็นเหตุการณ์แบบนี้



[ ริวกะ ]  :  ก็ที่โตเกียว มันเล่นแบบนี้ไม่ได้นี่ครับ ฮึ๊บบ สบายดีไหมครับ เก็นโซ



[ เก็นโซ ]  :  สบายดีครับท่านริวกะ แล้วท่านชินกับท่านรินล่ะ สบายดีไหมครับ


[ ริวกะ ]  :  แข็งแรงยิ่งกว่าเดิมอีกครับ 55555



[ เก็นโซ ]  :  ท่านควบคุมวายุได้ดีขึ้นมากแล้วนี่ครับ สามารถสร้างและควบแน่นมวลอากาศจนรับน้ำหนักได้แล้ว แต่ยังต้องฝึกอีกเยอะนะครับท่านริวกะ



[ ริวกะ ]   :   ครับ คงต้องให้เก็นโซช่วยสอนอีกเยอะเลย



[ เก็นโซ ]  :  เก็นโซผู้นี้พร้อมรับใช้ท่านริวกะและตระกูลอิซานางิ เสมอครับ โอ้ นั่นพันธะสัญญาชั้นสูงของเทนงู หรือว่าเธอคนนี้


เก็นโซพูดคุยกับริวกะอย่างสนิทสนม แต่ดูจะให้ความเคารพเสียมากกว่า แต่เขาก็สะดุดตาเมื่อเห็นคิราระและก็ต้องสะดุดตารอบสอง เพราะเห็นออร่าบางอย่างบนตัวคิราระซึ่งเก็นโซเรียกว่า พันธะสัญญาชั้นสูงของเทนงู



[ คิราระ ]  :  พันธะสัญญาชั้นสูง ?  เหรอคะ


[ ริวกะ ]  :  อ๋อ เธอคนนี้เป็นมนุษย์น่ะเก็นโซ  ยามิถูกใจเข้าให้ เลยรับมาเป็นน้องสาวบุญธรรมเสียเลย รู้สึกว่าลุงคุโระจะถูกใจด้วยสิ่



[ เก็นโซ ]  :  โอ้ น่ายินดีมากครับแบบนี้ ที่มีมนุษย์ได้รับตราพันธะจากสายเลือดของท่านไดเทนงู จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ของเทนงู   นางเป็นคนรักท่านริวกะงั้นหรือครับ


[ ริวกะ ]  :  เปล่าครับ เก็นโซ ( คิราระก้มหน้าทันที )


ถึงจะบอกว่าเปล่า แต่เก็นโซก็แอบยิ้มที่มุมปาก เพราะเขาเห็นท่าทางของคิราระที่ดูจะหม่นหมองทันทีหลังริวกะพูดจบ นั่นก็แสดงว่าคิราระไม่ได้รู้สึกแบบที่ริวกะพูด


[ เก็นโซ ]  :  ว่าแต่ ท่านริวกะมาถึงนางาซากิ มีธุระอะไรงั้นเหรอครับ


[ ริวกะ ]  :  มาธุระให้พ่อนิดหน่อยครับเก็นโซ ดูเหมือนว่าจะมีคนมาก่อความวุ่นวาย งั้นผมไปก่อนนะ


[ เก็นโซ ]  :  ครับ ท่านริวกะ


ริวกะพูดคุยกับเก็นโซจนจบก็ขอตัวทันที คิราระก็ก้มหัวเคารพเก็นโซเพราะดูว่าจะมีอายุมากกว่า แต่เก็นโซก็ได้เรียกให้หยุดไว้ ก่อนที่จะพูดอะไรบางอย่าง



[ เก็นโซ ]  :  ธิดาบุญธรรมแห่งคาราสึเทนงู ขอให้ท่านซื่อตรงกับหัวใจตนเอง



เก็นโซพูดกับคิราระด้วยประโยคแปลกๆ แต่คิราระก็เข้าใจได้ไม่ยาก แต่เธอจะทำได้จริงๆเหรอ เพราะตอนนี้ริวกะนั้นมีแต่รุ้งพลอยในหัวใจ จะมีเหรอที่เขาจะมีที่ว่างในหัวใจให้เธอ ขนาดชื่อ เอ๊ยชื่อ คิราระคิดอะไรขึ้นได้ ตอนกระโดดลงมาจากเฮบิซัน ริวกะเรียกชื่อเธอนี่นา เธอจึงรีบวิ่งตามริวกะทันที


ส่วนริวกะนั้นที่ไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของคิราระ เขาจึงหันมามองเพราะความเป็นห่วง จนป๊ะเข้ากับคิราระที่วิ่งมาพอจน และดั่งละครไทย คิราระพุ่งชนริวกะเต็มๆและเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดริวกะทันที คิราระชนริวกะดังอึ้ก ถึงจะเขินก็เถอะแต่เธอมีเรื่องสำคัญที่จะต้องถาม



[ คิราระ ]  :  นี่ๆๆๆๆ ริวกะเมื่อกี้ ได้เรียกชื่อชั้นรึเปล่า



[ ริวกะ ]  :  อื้ม ก็เรียกไง เธอมีอะไรรึเปล่า โนโซมิ



[ คิราระ ]  :  ไม่ใช่ๆ ก่อนกระโดดลงมาจากคุณเฮบิซัน ริวกะเรียกชื่อต้นชั้นใช่มั๊ย



[ ริวกะ ]  :  หืม เปล่านี่ เธอหูฝาดแล้ว โนโซมิ



คิราระเชื่อหูตัวเองว่าฟังไม่ผิด แต่ริวกะก็ปฏิเสธไป คิราระก็เซ้าซี้ต่อ ริวกะก็ยังคงปฏิเสธต่อไป จนกลายเป็นบทสนทนาที่กระหนุงกระหนิงราวกับคู่รักที่ทะเลาะกันเล็กน้อย จนกระทั่งทั้งคู่เดินมาถึงเนินเขาก่อนที่จะถึงย่านชุมชนในเมือง ถึงมันจะมีระยะไกลพอสมควรแต่คิราระก็ถึงกับแปลกตาและแปลกใจ เพราะรอบๆเป็นเมืองมีตึกรามบ้านช่อง สไตล์ตามสมัยนิยม


แต่ ณ.บริเวณนั้น ณ.จุดๆนั้นมันเป็นเหมือนอีกโลกๆหนึ่งเลย เพราะรูปทรงของบ้าน ร้านค้า เสาไฟ ต้นไม้ และบริเวณรอบๆ นั้นดูเป็นสไตล์ญี่ปุ่นราวกับถูกอนุรักษ์ไว้คงเดิม ร้านค้าต่างๆ พ่อค้า แม่ค้า ถึงจะแต่งตัวตามสมัยนิยมแต่การตกแต่งร้านยังคงอนุรักษ์แบบดั้งเดิมไว้จริงๆ พื้นที่นี้เปรียบเสมือนป่าใหญ่ท่ามกลางเมืองหลวงที่วุ่นวายจริงๆ ทั้งคู่พากันเดินมาอีกราว 5 นาทีก็ถึงจุดหมาย


•••••••••••



[ ริวกะ ]  :  ที่นี่คนเยอะเดี๋ยวจะหลง จับมือชั้นไว้ดีๆอย่าปล่อยล่ะ


[ คิราระ ]  :  อื้อ ๆ



คิราระถึงกับ งู๊ยยยย เลยทีเดียวเพราะริวกะนั้นพูดว่าอย่าปล่อยมือชั้นล่ะ ทำให้สาวน้อยตาใสถึงกับยิ้มไม่หุบเลยทีเดียว เธอจับมือริวกะด้วยความดีใจเต็มใจอุ่นใจแล้วเดินไปพร้อมกัน ทั้งคู่เดินลงมาจากเนินเขาเล็กๆเพื่อมุ่งหน้าไปยังตัวเมือง ซึ่งทั้งสองข้างทางนั้นประดับด้วยเสาไฟฟ้าที่ทำมาจากไม้และโคมไฟทรงโบราณที่งดงามยิ่งนัก แสงไฟสีส้มก็ช่วยให้แสงสว่างในยามค่ำคืนได้ลงตัวและสวยงามมากๆ คิราระตื่นตา ตื่นใจเป็นอย่างยิ่งเพราะภาพตรงหน้ามันสวยงามจริงๆ


[ คิราระ ]  :  คนเยอะจังเลย ที่นี่ที่ไหนเหรอริวกะ


[ ริวกะ ]  :  ย่านการค้า คาสุโกะน่ะ


[ คิราระ ]  :  อ๊าา คาสุโกะ ย่านการค้าคาสุโกะ ที่เขาว่ากันว่า มีร้านค้าเป็นร้อยน่ะเหรอ แถมยังมีคนเดินตลอดทั้งปี แถมๆๆ มีของอร่อยๆๆเยอะเลย  แล้วๆๆๆ



ดูเหมือนว่าคิราระจะตื่นเต้นมากๆ พอได้ยินชื่อคาสุโกะ เพราะมันเป็นแหล่งท่องเที่ยวทั้งกลางวันและกลางคืน อีกทั้งยังเป็นแหล่งวัฒนธรรมขึ้นชื่อของนางาซากิอีกด้วย เพราะพื้นที่ตลอดย่านการค้านั้นได้ทำการอนุรักษ์ศิลปะการปลูกสร้าง บรรยากาศ และ วัฒนธรรม แบบสมัยโบราณไว้เป็นอย่างดี


[ ริวกะ ]  :  เดี๋ยว โนโซมิ เธอตื่นเต้นอะไรขนาดนั้นหืม


[ คิราระ ]  :  แหะๆ ก็อยากมาตั้งนานแล้วนี่นา ไม่มีโอกาสได้มาเลยมันไกล คือ ไม่มีค่ารถมาแหะๆ


คิราระสารภาพให้ริวกะฟัง ซึ่งเขาก็เข้าใจและรู้สึกผิดที่ไปเบรคความรู้สึกดีใจนั้น ซึ่งคิราระนั้นก็ไปว่าตัวเองโดนริวกะดุ ก็ถึงกับหน้าเจื่อนลงไปนิดนึงเลยทีเดียว เขาเองคงต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อขอโทษคิราระแล้วล่ะ เพราะครั้งนี้เขาผิดเต็มๆเลย


[ ริวกะ ]  :   เธอไม่เคยมาที่นี่เหรอ โนโซมิ


[ คิราระ ]  :  อื้อ ( หน้าตาจ๋อยๆ )


[ ริวกะ ]  :   งั้นเดี๋ยวชั้นพาเที่ยวเอง


[ คิราระ ]  :   จริงนะๆ ริวกะ จริงนะจะพาเที่ยวจริงนะ


[ ริวกะ ]  :  อื้ม ก็บอกว่าอยากเที่ยวไม่ใช่เหรอ อุสส่าห์ได้มาทั้งที


[ คิราระ ]  :  เย้ๆๆ ริวกะใจดีที่สุดเลย ( ยิ้มหน้าบาน )



คิราระนั้นอารมณ์หงอยๆก็สลับขั้วเป็นร่าเริงทันทีพอ ได้ยินริวกะบอกว่าจะพาเที่ยว เธอร้องเย้ๆราวกับเด็กที่ได้ของรางวัลถูกใจแถมไม่พูดเปล่าเธอซบไปที่ไหล่ของ ริวกะเต็มๆจนนมนี่เบียดเลย เขารับรู้ได้ถึงความนุ่มนิ่มที่กำลังเบียดที่แขนของเขาซึ่งเขาก็พยายามข่มใจไว้เพราะถ้าปล่อยให้มังกรน้อยผงาดขึ้นมา รับรองได้ขายขี้หน้าแน่ๆ ริวกะปล่อยให้คิราระซบไปแบบนั้นโดยไม่ได้ว่าอะไรเพราะที่นี่ไม่ใช่ที่โตเกียว คงไม่มีคนมาเห็นและเอาเรื่องไปแซวเธอหรอก ริวกะจับมือคิราระเดินมาถึงย่านการค้าคาสุโกะ แค่ก้าวแรกที่คิราระก้าวเข้ามา สายตาเธอก็เต็มไปด้วยประกายวิบวับเลยทีเดียว




เธอใฝ่ฝันว่าอยากมาสักครั้งนานแล้วและตอนนี้เธอกำลังยืนอยู่ที่นี่แล้ว คิราระบีบมือริวกะแน่นขึ้น แน่นขึ้น เพราะความตื่นเต้นซึ่งเขาก็รับรู้ได้ทันทีว่าคิราระรู้สึกเช่นไร จากนั้นริวกะก็พาคิราระเดินซื้อนู่นซื้อนี่อยู่เกือบ 30 นาที จนตอนนี้ไม่มีร่องรอยของความเศร้าบนใบหน้าแล้ว มีแต่รอยยิ้มที่โคตรจะคาวาอี้เลย ซึ่งแน่นอนริวกะก็ถึงกับชะงักเหมือนกันเมื่อโดนดาเมจความน่ารักของคิราระโจมตีเข้าเต็มๆ


แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงคนโหวกเหวกโวยวายขึ้นทันที เมื่อมองไปตามเสียงก็พบว่าเป็นกลุ่มชายแต่งตัวธรรมดาทั่วไปแต่หน้าตาดูจะไม่เป็นมิตรสักเท่าไร พวกมันถือไม้เบสบอลเหล็กเดินแหกปากแถมยังเหมือนจะข่มขู่เงินจากพ่อค้าแม่ค้าอีก ทำให้ริวกะรู้ได้ทันทีว่านี่แหละสิ่งที่พ่อไหว้วานให้มา



[ ริวกะ ]  :  อ๋อ ไอ้พวกนี้เหรอที่พ่อบอก



ริวกะเอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นพวกมันซึ่งคิราระเองนั้นยังไม่เข้าใจที่ริวกะพูดเท่าไรนัก แต่เธอจับมือริวกะไว้แน่นเลยเพราะรู้สึกว่ากลุ่มคนพวกนั้นอันตรายจริงๆ พวกมันเดินมาถึงตรงที่ริวกะยืน แล้วก็ได้แต่สงสัยว่าทำไมไอ้เด็กตรงหน้าไม่ยอมหลบและไม่มีท่าทีจะกลัวพวกมันเลย



[ ริวกะ ]  :  เดี๋ยวดิ่พี่ชาย  พี่ชายจะมาเก็บค่าคุ้มครองแถวนี้ได้ไง จำได้ว่าแถวนี้ไม่มีการเก็บค่าคุ้มครองนี่นา



[ หัวหน้าอันธพาล ]  :  แล้วยังไงวะ กลุ่มอาคะโทระ ของพวกกูจะยึดที่นี่แล้วจะทำไม ใครไม่จ่ายก็อยู่ไม่ได้โว้ย



มันไม่พูดเปล่า แถมยังยังถีบทำลายข้าวของเพื่อเป็นการข่มขู่อีกต่างหาก แต่ริวกะก็ยังใจเย็นอยู่แถมยังยิ้มแย้มใส่อีกโดยไม่มีท่าทีกลัวเลย



[ ริวกะ ]  :   เอ... ชั้นจำได้ว่าที่ตรงนี้มันเป็นของ..... ของใครกันน๊าาา ของใครกันน้อออ


ไอ้หัวหน้าอันธพาลหน้าซีดทันที เพราะมันเองก็รู้ว่าตรงนี้ มันเป็นที่ของใคร แต่เพราะบอสใหญ่จากโตเกียวสั่งมา มันจึงจำเป็นต้องเข้ามายึดครองที่แถบนี้  อีกทั้งมันยังกลัวจะเสียหน้าถ้ายอมให้เด็กตรงหน้า มันจึงยังข่มขู่ต่อไปเพราะพวกมันมากันตั้ง 20 กว่าคน ถ้าทำไม่สำเร็จมีหวังโดนบอสสั่งกระทืบแน่ๆ



[ หัวหน้าอันธพาล ]  :  ไม่สนโว้ย  ที่นี่ต้องเป็นของอาคะโทระ งั้นเริ่มจากมึงก่อนเลย ไอ้เด็กอวดดี



เมื่อริวกะไม่มีท่าทีจะเกรงกลัวมัน มันจึงพุ่งหมัดใส่ทันที พ่อค้าแม่ค่าตรงนั้นถึงกับร้องขึ้นทันที แต่หมัดที่พุ่งมานั้นทำได้แค่โดนลมเท่านั้น วืดดดด คิราระปล่อยมือที่จับมือริวกะไว้และพุ่งเข้ามายืนบังหน้าริวกะทันที เธอใช้ไอคิโด้ที่ฝึกมาจากชิน จับล็อคมือไอ้หัวหน้ากลุ่มและหมุนทุ่มมันลงพื้นดัง ดึ้งงงง





[ หัวหน้าอันธพาล ]  :  โอ้ยย


ริวกะถึงกับอึ้งเลยทีเดียว เพราะไม่คิดว่าฝีมือของคิราระจะรุดหน้าไปรวดเร็วขนาดนี้ เพราะถ้านับจากที่คิราระเข้ามาฝึกในบ้านก็แค่เดือนกว่าๆเอง


[ ลูกน้องกีกี้ ]  :  มึงอีเด็กเปตร มึงทำลูกพี่กู


พ่อลูกพี่ลงไปนอนคลุกกับดินพวกลูกน้องกีกี้ถึงกับเดือดเลยทีเดียว พวกมันตะโกนด่าคิราระ และวิ่งใส่ทันที วุ่บ วุ่บ วุ่บ พวกมันสาวหมัดยาวๆใส่คิราระทันที แต่คิราระก็ถอยหลบๆอย่างคล่องแคล่ว มั่บ คิราระให้โอกาสที่มันเหวี่ยงแขนต่อยอย่างมั่วซั่ว จับเข้าอย่างแม่นจำและจะทุ่มอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันเกร็งเอาไว้ได้ มันทิ้งน้ำหนักไปข้างหลังเพื่อไม่ให้คิราระโดนทุ่มได้ แต่คิราระนั้นก็เปลี่ยนการเคลื่อนไหวทันที เธอหักข้อมือของมันกดลงและทุ่มเหวี่ยงไปด้านหลังตามแรงที่มันทิ้งตัว ทำให้มันถึงกับกลิ้งหลุนๆเลยทีเดียว






พอเห็นพวกเดียวกันโดนกระทืบพวกมันอีกคนก็วิ่งหาคิราระทันที ครั้งนี้คิราระเปลี่ยนการตั้งท่าจากท่าที่ดูผ่อนคลายของไอคิโด้ มาเป็นการตั้งท่ากาต้าของคาราเต้


[ ริวกะ ]  :  หือ ? กาต้า !!!


ริวกะถึงกับอึ้งเลย นี่คิราระไม่ได้ฝึกแค่ไอคิโด้สิ่นะ ปู่คงให้ฝึกคาราเต้ด้วยแน่ๆ วู่บบ กลุ่มอันธพาลวิ่งเข้ามาใส่คิราระทันที วุ่บ คิราระหลบก้าวหลบครึ่งก้าว ใช้แขนขวาปัดหมัด เปรี้ยง !!! คิราระอัดหมัดเข้าสีข้างของมันเต็มๆจนมันเซเพราะความเจ็บ





แต่เพราะเป็นผู้ชายแถมยังผ่านการต่อยตีมาหลายครั้งร่างกายจึงมีความทนทานมากนัก หมัดของคิราระจึงทำอะไรมันไม่ได้มากนัก แต่ว่า... วู๊บบ คิราระตั้งท่าเตะเข้ากลางลำตัว มันจึงยกแขนขึ้นมากันแต่ว่าไม่ใช่ คิราระนั้นบิดขาขึ้นสูงและเตะตวัดลงทันที ทำให้มันที่ยกแขนกันแค่ที่ลำตัวนั้น โดนเตะเข้าหน้าเต็มๆ เรียกว่าสลบคาตีนเลยทีเดียว




[ ริวกะ ]  :  เห้ย !!! เอาจริงดิ่ Kubi mawashi geri
( คุบิ มาวาชิ เกริ )


ริวกะถึงกับร้องเห้ยเลย เพราะคิราระปล่อยเซอร์ไพรส์ซะอย่างนั้น ตอนแรกว่าใช้ไอคิโด้เก็บไปสองคนก็ว่าเก่งแล้ว แต่ตอนนี้แม่คุณดันใช้คาราเต้ แถมยังใช้ไอ้เทคนิคการเตะขั้นสูงอย่าง คุบิ มาวาชิ เกริ หรือ บาซิลเลี่ยน คิ๊ก นั่นอีก ดูท่าทางว่าปู่จะได้ลูกศิษฐ์ฝีมือดีอีกคนนึงแล้วล่ะ


คิราระเตะไอ้นั่นสลบคาตีนไปแล้ว แน่นอนว่าเธอดีใจเพราะทำได้สำเร็จ แต่เหมือนว่าเธอจะไปจุดไฟแค้นให้พวกมันซะแล้วล่ะ เพราะพวกมัน 2 คนกำลังวิ่งมาหาเธอแล้ว คิราระเห็นท่าไม่ดีแล้วจึงเตรียมจะถอย เพราะเธอรู้ตัวดีว่าถ้าต้องสู้ 2-1 ฝีมือเธอตอนนี้คงไม่ไหวแน่ๆ แต่สายตาเธอก็เหลือบไปเห็นเด็กสาวตัวเล็กคนนึงยืนอยู่ไม่ห่างจากเธอนัก ด้วยความเป็นห่วงว่าเด็กคนนั้นจะได้รับอันตราย


คิราระจึงตัดสินใจวิ่งไปทางนั้นเพื่อที่จะพาเด็กน้อยออกไป แต่ไม่ทันเสียแล้ว แม้ว่าเธอไปถึงตัวเด็กสาวคนนั้นก็จริงแต่ก็มีพวกมันคนนึงพุ่งเข้าหาคิราระอย่างรวดเร็ว คิราระนั้นรู้ได้ทันทีว่าหนีไม่ทันแน่ๆ เธอจึงกอดเด็กคนนั้นไว้ อย่างน้อยก็อย่าให้เด็กคนนี้บาดเจ็บเลย เธอคิดแค่นี้จริงๆ.... แต่คิราระลืมไปอย่างนึงว่าตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ข้างๆเธอนั้นมีเขาอยู่ข้างๆเสมอ เปรี้ยงงง !!!



คิราระที่คิดว่าหลบไม่ทันแล้วนั้น ถึงกับหลับตาปี๋เลยเพราะถึงจะเก่งยังไงเธอก็แค่อายุ 17 ก็ต้องกลัวเจ็บตัวบ้างอยู่แล้ว แต่พ่อค้าแม่ค้าบริเวณนั้นทุกคนนั้นได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ในเสี้ยววินาทีนั้นริวกะได้พุ่งตัวเข้ารับหมัดที่กำลังพุ่งตรงใส่คิราระอย่างแม่นยำ ก่อนที่จะบิดข้อมืออย่างรวดเร็วจนผู้ชายตัวใหญ่ๆถึงกับลอยคว้าง ตกกระแทกพื้นดังตึ้งงง



อีกคนที่วิ่งตามมานั้นก็ต่อยใส่ริวกะทันที  ริวกะนั้นไม่หลบไม่หนี เขาเพียงปัดหมัดนั้นจนกระเด็นไปตามแรง และต่อด้วยการต่อยไปที่ท้องอย่างรวดเร็ว





ในขณะที่ได้อันธพาลตัวงอเพราะความจุก ริวกะก็เตะก้านคอใส่อย่างรุนแรงจนสลบคาที่เลยทีเดียว



5 วินาที ริวกะจัดการอันธพาล 2 คนจนหมดสภาพพูดไปใครจะเชื่อ แต่มันก็เกิดขึ้นจริงๆไปแล้ว พวกมันที่เหลือโมโหเลือดขึ้นหน้าทันที ดูเหมือนว่าริวกะจะหลีกเลี่ยงการประทะไม่ได้เสียแล้ว



[ ริวกะ ]  :  ยามิ ฮิคาริ โคฮาคุ กัปปะ จงมาตามคำเรียกของชั้น และปกป้องชาวบ้านเต็มกำลัง ที่เหลือชั้นจัดการเอง



ในขณะเดียวกัน ณ. บ้านใหญ่ วิ๊ง วิ๊ง วิ๊ง วิ๊ง ภูติคนสนิททั้ง4 ของริวกะได้ยินเสียงเรียกขึ้นในหัวพร้อมกันทันที ทั้ง4 ตนรับรู้ได้ทันทีว่างานเข้า และเมื่อได้ยินคำสั่งว่าปกป้องชาวบ้าน แสดงว่าภารกิจนี้ต้องแนบเนียน ทั้ง4 จึงได้จำแลงกายเป็นมนุษย์และเนรมิตรเครื่องแต่งกายด้วยชุดสูทสีดำที่เป็นเครื่องแบบของบอดี้การ์ดของอิซานางิกรุ๊ป พรึ่บบบ 3 พี่น้องเทนงู ยามิ ฮิราริ โคฮาคุ เทเลพอตมาหากัปปะที่รออยู่ทันที


[ กัปปะ ]  :  ไปกันเถอะ


เทนงู 3 พี่น้องพยักหน้าเมื่อกัปปะพูดจบ ทั้ง3 ยื่นมือไปแตะที่ตัวกัปปะ และทั้งหมดก็ได้เทเลพอตไปทันที





••••••


ที่นางาซากิ


ฟิ้ววว ไม่ถึง 20 วินาทีหลังสิ้นสุดคำเรียกของริวกะ บริเวณก็เกิดลมพัดขนาดย่อมๆขึ้นมาทันที ยามิ ฮิคาริ โคฮาคุและกัปปะ มาถึงเรียบร้อยแล้ว ทั้ง4ตนเดินแทรกออกมาจากข้างหลังปะปนกับฝูงชนแถวหน้า เพื่อเตรียมพร้อมที่จะปกป้องชาวบ้านทันที ส่วนคิราระที่หลบอยู่ข้างหลังริวกะนั้น เธอรู้ได้ทันทีว่าตอนนี้ต้องพาเด็กคนนี้ออกไป ในขณะที่เธอกำลังจะวิ่งออกไปนั้น ฮิคาริพี่สาวคนรองของ 3 เทนงูก็รีบมาพาเธอและเด็กสาวคนนั้นออกไปทันที



[ หัวหน้าอันธพาล ]  :  มึงหาเรื่องกับคนของ อาคะโทระ ( พยัคฆ์แดง ) มึงต้องชดใช้


[ ริวกะ ]  :  เข้ามา อาคะเนะโกะ ( แมวเหมียวสีแดง ) เมี๊ยว ๆ ๆ ๆ


[ หัวหน้าอันธพาล ]  :   มึ้งงง ไอ้เด็กเปตรมึงตาย เอาแม่งเลย ฆ่ามัน


สิ้นสุดคำสั่งพวกลูกกระจ๊อกกีกี้ทั้งหลาย วิ่งใส่ริวกะทันที เปรี้ยงง !!! ศพแรกผ่านไป ริวกะโยกหลบและอัดหมัดขวาเข้าเต็มๆหน้า





 ตู้มม โคร้มม !!! ศพสองศพสามค่อยๆผ่านไป  ริวกะเคลื่อนไหวหลบพวกมันอีก 2 คนที่กำลังเข้ามา เขาเคลื่อนที่หลบไปเรื่อยๆจนพวกมันชนกันเอง ริวกะวิ่งใส่และกระโดดหมุนตัวถีบทันทีจนพวกมันกระเด็นไปหลายฟุต พวกมันพอเห็นเพื่อนที่มีฝีมือทั้ง 3 คน ต่างกลายเป็น
กระสอบทรายโง่ๆให้ริวกะเตะเล่นก็เริ่มใจฝ่อ ยืนขาตายกันหมด จนหัวหน้ามันถึงกับของขึ้น


[ หัวหน้าอันธพาล ]  :  เห้ย พวกมึงเข้าไปสิ่วะ กลัวอะไรแค่เด็กคนเดียวไป๊


ไอ้หัวหน้าก็กลัวไม่ต่างกัน แต่ก็ยังแหกปากสั่งลูกน้อง แถมยังเหวี่ยงลูกน้องคนนึงเข้าไปอีก ลูกน้องคนนั้นก็ต้องสู้อย่างเต็มที่เพราะถ้าไม่สู้มันก็โดนลูกพี่มันกระทืบอยู่ดี แต่มีเหรอที่นักเลงกระจอกๆจะสู้กับคนที่เป็นมวยและฝึกมาจนเลือกตาแทบกระเด็น ริวกะโยกซ้ายปล่อยหมัด ขวาแย๊ปๆ อย่างรวดเร็ว จนไอ้ลูกน้องกีกี้ยืนเป็นเป้านิ่งเลย


ทุกการต่อสู้ของริวกะนั้นแน่นอนว่าพ่อค้าแม่ค้าทุกคนต่างก็มองอย่างไม่กระพริบตา แน่นอนว่ามีคนยกมือถือมาถ่ายคลิปไว้ด้วย ใครล่ะจะไม่อยากถ่ายทอดสิ่งที่มหัศจรรย์แบบนี้ออกไป คิราระเองก็เฝ้ามองด้วยสายตาที่ชื่นชมและเป็นปลื้มมากกว่าเดิมเสียอีก ริวกะเข้ามาช่วยเธออีกแล้ว



[ เด็กน้อย ]  :  พี่สาว พี่เป็นแฟนของพี่ริวกะเหรอคะ พี่สาวเก่งจังเลยชนะพวกนั้นได้ตั้งสามคนแน่ะ



คิราระถึงกับงุนงงมากกว่าดีใจที่ถูกเรียกว่าแฟนของริวกะ เพราะเด็กคนนี้ทำไมรู้จักริวกะ เปรี้ยง !!! เสียงดังสนั่นรบกวนความคิดของเธอ เมื่อมองไปตามเสียงก็พบว่าได้คนที่โดนเหวี่ยงมาหาริวกะนั้นสลบคาตีนริวกะเลย พวกมันเริ่มกลัวเริ่มเกรงทันที พวกมันเป็นสมาชิกยากูซ่าแต่กลับโดนเด็กมัธยมปลายเตะร่วงคาตีนไปหลายคนได้ยังไง พวกมัน 4-5 คนลุมล้อมริวกะไว้  วุ่บๆๆ ไม้เบสบอลหวดวืดไปๆมาๆ ไม่โดนริวกะเลย เขาหลบได้อย่างคล่องแคล่วเลยทีเดียว



มั่บ ริวกะบล๊อคไปที่แขนของพวกมันคนนึงที่กำลังจะฟาดใส่เขา และจับไม้เบสบอลนั้นยกขึ้นเพื่อป้องตัวจากการถูกหวดทันที ก๊อง !!! ก๊อง !!! ก๊อง !!! เสียงไม้เบสบอลที่ทำด้วยเหล็กกระทบกันจนเกิดเสียงดังสนั่น ริวกะนึกอะไรสนุกๆออกเขาจึงลงมือทำทันที กรึ้บบบ ริวกะใช้มือซ้ายตะปบเข้าที่ข้อมือขวาของลูกกระจ๊อกที่อยู่ใกล้ๆจนมันร้องลั่น และใช้มือขวาจับไปที่เข็มขัดของมันและยกขึ้นทันที  วู่บบ ผัวะ โอ้ยย !!!  วู่บบ ผัวะ โอ้ยย !!!  ริวกะจับร่างๆนั้นยกขึ้นเพื่อมาเป็นโล่ป้องกันตัวอย่างง่ายดาย ผัวะ โอ๊ยย !!! ผัวะ โอ๊ยย !!! พวกมันที่ยั้งมือไม่ทันก็หวดไม่เบสบอลเข้าเต็มๆหลังของเพื่อนมัน จนถึงกับร้องลั่นเลยทีเดียว


[ ริวกะ ]  :  แต่น แต๊น โล่ไวเบรเนี่ยม


ริวกะทำเหมือนเรื่องอันตรายตรงหน้าเป็นเรื่องเล่นๆ แถมยังจับพวกมันมาเป็นโล่อีก พวกมันถึงกับหน้าถอดสีเลย เพราะไม่คิดว่าไอ้เด็กนักเรียนตรงหน้ามันจะเก่งเวอร์ขนาดนี้


[ ริวกะ ]  :  เอ้า ฮึ๊บบบบบ


ริวกะขว้างไอ้ลูกกระจ๊อกคนนั้นออกไปราวกับขว้างโล่เลยทีเดียว ตัวมันหมุนติ้ว ๆ ๆ ๆ จนไปกระแทกกับเพื่อนๆมันสามคนจนล้มระเนระนาดกันหมด





[ ริวกะ ]   :  อ่าว โล่ไม่หมุนกลับมาแฮะ  55555555555555


ริวกะยังคงทำเป็นเรื่องตลกๆ อีกเช่นเคย นั่นจึงทำให้ไอ้หัวหน้าอันธพาลถึงกับเลือดขึ้นหน้าทันที ในเมื่อสู้ตัวๆต่อไม่ได้ก็ต้องใช้ตัวประกัน



[ หัวหน้าอันธพาล ]  :  เห้ย ไปจับนังเด็กอวดดีคนนั้นมา ( คิราระ )


สิ้นสุดคำสั่ง 1 ในลูกน้องกีกี้ก็วิ่งไปทางคิราระทันที แต่ก็ต้องสะดุดกึ้ก เพราะฮิคาริเดินขึ้นมาเพื่อปกป้องคิราระเสียก่อน


[ ฮิคาริ ]  :  จะทำอะไรน้องสาวของข้ามิทราบ เจ้าพวกอันธพาล


คิราระงุนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างมาก สาวสวยใส่แว่นแต่งตัวด้วยชุดสูทสีดำราวกับบอดี้การ์ด เดินขึ้นหน้ามาราวกับจะเธอแถมยังบอกว่าเธอเป็นน้องสาวอีก เธอทั้งงงทั้งตื่นเต้นไปหมดแล้ว



วู่บ เสียงหมัดแหวกอากาศเข้ามาหาฮิคาริ ดูเหมือนว่าพวกพวกมันจะไม่สนใจคำพูดของฮิคาริเลย วุ่บบ หมัดซ้ายสวิงเข้ามาอย่างรวดเร็ว แต่ฮิคาริก็ใช้มือขวาปัดออกอย่างง่ายดายและใช้มือซ้าย จับเข้าอย่างรวดเร็วและบิดสวนทางทันที แกร๊บบ เสียงเส้นเอ็นลั่นทันที





ฮิคาริบิดของศอกของมันจนตึงแน่นจะหักแหล่มิหักแหล่ ฮิคาริบิดยกขึ้นเหนือหัวอีกครั้ง มันถึงกับร้องโอ๊ยและต้องเขย่งขาตามเพื่อลดความเจ็บปวด ไม่งั้นข้อศอกมันหักแน่ๆ ปล่อยเพื่อนกูนะเว้ย !!!  มีเสียงหนึ่งเสียงดังขึ้น ฮิคาริมองเห็นทันมีว่าเป็นไอ้กุ๊ยคนหนึ่งกำลังวิ่งเข้ามา



[ กุ้ย 1 ]  :  มึงตายแน่ อีอ้วนเพื่อนกูมาแล้ว



กรึ่บ !!!



[ กุ๊ย 1 ]  :  โอ๊ย แขน แขนหักแล้ว



ไอ้กุ๊ยคนแรกข้อศอกหลุดทันทีที่พูดว่ากับฮิคาริว่าอีอ้วน ฮิคาริสะบัดแขนสวนทางอย่างรวดเร็วจนข้อศอกมันหลุด มันถึงกับชักเพราะความเจ็บปวดและลงไปกองกับพื้น ในขณะที่มันลงไปนอนดิ้นทุรนทุราย ไอ้กุ๊ย2ที่กำลังวิ่งเข้ามาก็ง้างหมัดใส่ทันที ฮิคาริตั้งท่าเตรียมรับมือ มั่บ !!! 



ไอ้กุ๊ยที่ข้อศอกหลุดนั้น มันคลานตะเกียกตะกายมาและใช้แขนอีกข้างล็อคขาซ้ายของฮิคาริไว้ ทำให้เธอก้าวขาไม่ได้ แต่ลืมไปรึเปล่าเธอยังมีขาขวา วู่บ ไอ้กุ้ย 2 ยิงหมัดซ้ายเข้าใส่ฮิคาริอย่างรวดเร็ว แต่... วุ่บ กรึ่กก
ฮิคาริยกขาข้างขวาขึ้นมารอไว้แล้ว ในจังหวะที่มันต่อยเข้ามาฮิคาริก็บิดขาเพื่อหมุนล็อคแขนของมันทันที แกร๊บบ


[ กุ๊ย 2 ]  :  โอ๊ยยยย





ฮิคาริบิดขาสวนทาง ทำให้ทั้งหัวไหล่และข้อศอกของมันนั้นเคลื่อนไหวสวนทางกับข้อต่อ มันร้องดังลั่นเพราะความเจ็บปวด ไอ้กุ๊ย 1 ถึงกับเหวอเลยมันคิดว่าล็อคขาไว้เพื่อจะทำให้ฮิคาริเสียเปรียบแต่ไม่เลย เธอใช้แค่ 1 แขน 1 ขาก็สามารถจัดการพวกมันได้สบายแล้ว


[ กุ๊ย 2 ]  :  ปล่อยนะโว้ย อีอ้วน


ฮิคาริได้ฟังแล้วของขึ้นเลย แกร๊บ !!!  โอ๊ยย !!! ฮิคาริบิดขาอีกครั้งจนมันร้องลั่น ก่อนที่จะคลายการล็อคและถีบมันออกไป ในขณะที่ไอ้กุ๊ย 1 กำลังจะด่าอีกครั้ง ปั้กก ฮิราริที่ถีบไอ้กุ๊ย2 ออกไปนั้น ได้หันมาเตะเสยปลายคางด้วยเท้าขวาจนไอ้กุ๊ย1หน้าหงายสลบคาตีน



[ กุ๊ย2 ]  :  มึง มึงอีอ้วนมึงทำเพื่อนกู



ขึ้นเลยฮิคาริขึ้นเลยทั้งที่หุ่นเธอปราดเปรียว สมส่วนขนาดนี้ยังมาเรียกว่าอีอ้วน โดนครั้งแรกว่าโมโหแล้วแต่โดนเรียกซ้ำแล้วซ้ำอีกใครจะทนไหว ไม่ว่าจะมนุษย์หรือปีศาจ เพศหญิงก็คือเพศหญิง พอโดนพวกมันเรียกว่าอีอ้วนใส่ มีหรือที่จะไม่โมโห  ไอ้กุ๊ย2 วิ่งใส่ฮิคาริอีกครั้งและเหวี่ยงหมัดใส่ทันทีวุ่บบบ ฮิคาริเอี้ยวตัวหลบหมัดที่กำลังพุ่งตรงมาใส่เธออย่างรวดเร็ว



ฮิคาริโยกหลบนิดเดียวและกระแทกฝ่ามือเข้าคางเต็มๆ ภาพตรงหน้ามันเบลอทันทีเพราะคางนั้นเป็นจุดอ่อนที่ร้ายแรง ผัวะ !!! ฮิคาริถีบ side kick ใส่ท้องของมันเต็มจนจุกตัวงอ ผัว !!! ต่อด้วยการเตะสูงใส่หน้ามันอีกครั้งจนเสียศูนย์และยังดีดลูกเตะกลับหลังใส่ซ้ำจนหน้าสะบัด 



ผัวะ ผัวะ ผัวะ ผัวะ ผัวะ ผัวะ ผัวะ ผัวะ ผัวะ ฮิคาริเตะรัวยับใส่เพราะโมโหที่มาเรียกตนว่าอีอ้วน ก่อนจะจบด้วยการหมุนตัวเตะเสยเข้าไปหน้าจนมันถึงลอยสลบกลางอากาศ เปรี้ยงง !!!





•••••••••


ด้านโคฮาคุ


ย๊ากกกก !!!


ลูกน้องกีกี้ 2 คนวิ่งเข้าใส่โคฮาคุ โคฮาคุในร่างมนุษย์นี้ดูแล้วทรงพลังยิ่งนักขนาดใส่เสื้อผ้ามิดชิดยังรู้เลยว่า กล้ามเป็นมัดๆแน่ๆ



[ ริวกะ ]  :  เบาๆมือหน่อยนะ โคฮาคุ ในบรรดา 4 ตน นายมีพละกำลังเยอะที่สุด เดี๋ยวพวกมันจะตายซะก่อน



[ โคฮาคุ ]  :  สั่งให้ข้าไปถล่มภูเขา ยังง่ายกว่าให้ข้าออมแรงอีกนะขอรับ  แต่ข้าจะพยายามขอรับนายน้อย



ริวกะส่งกระแสจิตพูดคุยกับโคฮาคุทันทีที่เห็นว่า มีพวกไม่เจียมตัววิ่งเข้าหา ถ้าพูดถึงโคฮาคุเขามีพลังกายมากมายอย่างที่ริวกะพูดจริงๆ อาจจะเทียบเท่าคาราสึ เทนงูผู้เป็นบิดาเลยก็ได้ ฟุ่บ ๆ ๆ ๆ ไอ้ลูกน้องกีกี้ที่พุ่งเข้าหา มันรัวหมัดซ้ายขวา ไม่ยั้งแต่โคฮาคุก็หลบได้สบาย




มั่บๆ แกร๊บ โคฮาคุใช้มือซ้ายรับหมัดขวาที่ต่อยเข้ามาได้อย่างแม่นยำและใช้แรงแขนล้วนๆ บิดมันออกอย่างง่ายดาย จนไอ้กีกี้ถึงกับเหวอว่า เหี้ย นี่แรงคนเหรอวะ ปั้กก !!! โคฮาคุตีเข่าเข้าท้องของมันจังๆจนมันแทบทรุด และกระชากคอเสื้อมันไว้ทันที



[ ลูกน้องกีกี้ผู้น่าสงสาร ]  :   เฮ้ย มึงทำอะไรเพื่อนกู


ก๊อง !!!  ไอ้ลูกน้องกีกี้อีกคน วิ่งเอาไม้เบสบอลเข้ามาหวดใส่หัวโคฮาคุเต็มๆ แต่เสียงที่เกิดขึ้นนั้นดังเหมือนเหล็กกระทบเหล็กเสียมากกว่า ไม้เบสบอลเหล็กในมือมันถึงกับบุบเลย เหวออออ มันร้องเสียงหลงและเตรียมตัววิ่งหนี แต่ไม่ทันเสียแล้ว มั่บบ !!! โคฮาคุจับที่คอเสื้อของมัน และโขกเฮดบัตเข้าเต็มๆ  จนมันถึงกับหน้ามืดตาลายเลยทีเดียว



โป๊กกก !!! ขวาตาย ซ้ายสลบ นี่คงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการออมแรงของเขาแล้ว โคฮาคุจับพวกมันทั้งสองอัดเข้าใส่กันเต็มๆ ถึงจะยั้งแรงไว้แต่เพราะความแรงบวกกับหัวกระแทกกันโดนจุดสำคัญ จึงทำให้พวกมันสลบทันที ริวกะที่กำลังวิ่งเข้าใส่กลุ่มอันธพาลก็โล่งใจที่โคฮาคุสามารถยั้งและออมพลังเอาไว้ได้ตามที่รับปาก


•••••••



ด้านยามิและกัปปะ


เรียกได้ว่าสองตนนี้ พออยู่ในร่างของมนุษย์และอยู่ในชุดเครื่องแบบบอดี้การ์ด เรียกได้ว่าโคตรเท่ โคตรเพอร์เฟค ไอ้ลูกน้องกีกี้ก็ทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครด มันพุ่งใส่ยามิที่ยืนขวางทันที แต่ยามิก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะเขาได้กลิ่นหอมๆ กลิ่นย่างหอมๆจากข้างหลัง เพราะตอนนี้ยามิยืนอยู่หน้าร้านขายไทยากินั่นเอง ตัวเขาเองยิ่งแพ้ให้กลิ่นหอมๆอยู่ด้วย  วุ่บ ( ยามิหลบ )


[ ยามิ ]  :  คุณแม่ค้า เดี๋ยวช่วยจัดขนมหอมๆรูปปลานั่น ให้ผม 1 ที่นะ


คุณแม่ค้าร้านไทยากิก็ งงๆ เพราะพ่อหนุ่มตรงหน้า ( ยามิ ) ไม่ได้มีท่าทีเกรงกลัวต่อไม้ตรงหน้าเลย วุ่บๆๆๆ กี้กี้ทั้ง2 พยายามไล่หวดใส่ยามิแต่ก็ไม่ได้โดนสักที เขาเคลื่อนไหวหลบได้อย่างคล่องแคล่วและที่สำคัญทุกการเคลื่อนไหวมันสวยงามยิ่งนัก นั่นเพราะยามิใช้
" ไทซาบากิ " 



รูปแบบการเคลื่อนไหวของศิลปะการต่อสู้ 8 ทิศทาง นั่นจึงทำให้เขาเคลื่อนไหวหลบได้อย่างสวยงามและรวดเร็ว เพราะการเคลื่อนไหวในแต่ละทิศ ยามิใช้การเคลื่อนไหวแค่ 2-3 ก้าวเอง มันทั้งได้ประสิทธิภาพและไม่เสียแรงโดยใช่เหตุ




[ ยามิ ]  :  นายน้อยขอรับ ข้าขออนุญาตใช้อาวุธเพื่อขมขู่ได้ไหมขอรับ


[ ริวกะ ]  :  ได้ ชั้นอนุญาต แต่อย่าให้รุนแรงไปนะ


ยามิสื่อสารทางจิตกับริวที่กำลังวุ่นกับการต่อสู้ เพื่อขออนุญาตใช้อาวุธ ซึ่งเมื่อริวกะก็อนุญาตยามิจึงยิ้มเลยทีนี้ วุ่บๆ เขายังคงใช้
" ไท ซาบากิ " หลบซ้ายขวาอย่างคล่องแคล่ว และพูดกับพวกมันเพื่อยั่วโมโหพวกมัน


[ ยามิ ]  :  เข้ามา อาคะเนโกะ ( แมวเหมียวสีแดง )


พวกมันโดนลบหลู่ชื่อแก๊งค์ก็ถึงกับขึ้นเลย พวกมันสองคนวิ่งเข้าใส่ยามิทันที วืดดด วืดดด พวกมันหวดใส่ยามิสะเปะสะปะไปหมด ยามิฉวยจังหวะนั้นบล็อคไม้ที่ตีเข้ามาและปลดทันที ยามิฉวยไม้เบสบอลได้มา 1 อันเขาก็ยิ้มทันที วืดๆ วืดๆ เขาควงไม้นั้นอย่างคล่องแคล่ว ส่วนไอ้พวกสมุนเดนตายก็ยังไม่มีท่าทีที่จะกลัว มันมา2จะกลัวทำไม มันวิ่งใส่ยามิอีกครั้ง วืดๆๆ ยามิก้าวหลบ ซ้ายขวาจนจนพวกมัน 2 คนหวดโดนกันเองและจังหวะที่มันชะงักนั่นแหละ เขาปักไม้ลงพื้นและกวาดราวกับวาดอาณาเขตทันที


[ ยามิ ]  :  อัคคีสาดแสง ( พูดไทย , ยามิพูดไทยได้ )


ผัวะ ตีไปที่ลำตัวไอ้คนทางขวา ผัวะ หันไปตีขาไอ้คนทางซ้าย ผัวะ กลับมาตีขาไอ้คนด้านขวา ผัวะ หมุนมาหวดใส่สำตัวไอ้คนทางซ้าย ผัวะ ผัวะ ผัวะ ผัวะ ผัวะ ผัวะ 





ยามิตีซ้ายสลับขวา บนสลับล่าง เรียกว่าตียับเลยทีเดียว แต่ยามิไม่ได้ตีเข้าที่หัวเพราะเขาไม่ได้ต้องการเอาชีวิตและอีกอย่างเพราะริวกะสั่งไว้ด้วย พวกมันทั้งสองนอนดิ้นกระแด่วๆ อ่วมไปทั้งตัวดีที่ว่ายามิออมแรงไว้ไม่งั้นคงจบไม่สวยแน่ๆ



[ กัปปะ ]  :  ซึบาสะมารุ นี่เจ้าเลียนแบบจากละครของประเทศไทยอีกแล้วเหรอ


[ ยามิ ]  :  เปล่าาาา ข้าเปล่า


[ กัปปะ ]  :  เจ้าอย่าโกหก เจ้าพูดว่าอัคคีสาดแสงชัดๆ ท่านน้าทานูกิสั่งไว้ไม่ใช่เหรอ ว่าห้ามลอกเลียนแบบการต่อสู้จากสิ่งที่ดู


[ ยามิ ]  :  เดี๋ยวสิ่ กัปปะแล้วเจ้ารู้จักได้ยังไง ว่าอัคคีสาดแสงคืออะไร


[ กัปปะ ]  :  ก็ข้านั่งดูข้างๆเจ้าไง


โคร้มม !!! เพราะมัวแต่คุยกับยามิ กัปปะจึงไม่ทันได้ระวังตัว พวกมัน 1 คนถือท่อนเหล็กง้างมากะว่าหวดโดนแน่ๆ แต่ยังไงกัปปะก็หลบได้ ไอ้กีกี้จึงเสียหลักพุ่งไปชนเข้ากับแผงร้านขายของฝากร้านหนึ่ง และนั่นมันทำให้กัปปะใจสลาย เพราะร้านที่พังนั้นบังเอิญมันคือร้านขายผักผลไม้ และแตงกวาที่กัปปะแสนรักแสนชอบก็โดนเหยียบเละต่อหน้าเลย ปึ้ด ปึ้ด ปึ้ด กัปปะถึงกับโมโหเลือดขึ้นหน้า แน่นอนว่าเขาไม่แสดงอาการหรือสีหน้าใดๆแต่อารมณ์ภายในนั้นแทบจะระเบิดแล้ว



[ กีกี้ร้านผัก ]  :   แน่จริงอย่าหลบสิ่วะ  ไอ้ อั้กกก



ก่อนที่มันจะได้พ่นน้ำลาย กัปปะก็ตรงเข้าบีบคอมันอย่างแน่นหนา จนมันหายใจไม่ออก ตึ้งงง กัปปะเหวี่ยงมันจนกระเด็นไปติดเสาปูนขนาดใหญ่ ในขณะที่กัปปะจะพุ่งใส่มันนั้น สมุนอีกคนก็เข้ามาช่วยทันที วืดๆๆๆ กัปปะชะงักตัวและเอี้ยวตัวหลบอย่างรวดเร็ว ตึ้กก วื๊ดด เปรี้ยง !!!





เขากระโดดถีบ ไอ้กีกี้ร้านผักตัวแรกที่โดนผลักติดกำแพง และหมุนตัวเตะกลับหลังกลางอากาศใส่ไอ้กี้กี้ตัวเสือกจนกระเด็น



[ กีกี้ร้านผัก ]  :  มึ้ง !!!


มันตะโกนด้วยความโกรธแค้น ที่โดนบีบคอและผลักจนหัวกระแทกเสา แต่มันหารู้ไม่ว่ากัปปะแค้นมันยิ่งกว่าที่บังอาจเหยียบแตงกวาที่แสนเลอค่า วุ่บๆๆๆ กัปปะนั้นพุ่งเข้าหามันทันที มันเห็นว่าจวนตัวจึงต่อยหมัดโง่ๆออกมา กัปปะก้มหลบ 1 อย่างรวดเร็วและรัวหมัดสั้นๆใส่หน้าท้อง ลำตัว สีข้าง เป็นชุด ผัวะ ๆ ๆ ๆ ๆ พลั่กก !!! กัปปะพับศอกและสับแนวขวางใส่หน้าอกมันอย่างแรง จนมันกระเด็นไปชนเสาอีกครั้ง




วุ๊ปป พลั่กก อ่อ อ่อกก กัปปะกระโดดตีเข่าใส่อีกครั้งอย่างรวดเร็วจนมันถึงกับชะงักตัวแข็ง ตึ้ก ๆ ๆ วุ่บบ เปรี้ยงง !!! กัปปะวิ่งใส่มัน เขากระโดดเหยียบหน้าอกและตีลังกาเตะเสย ด้วยลูกเตะซัมเมอร์ซอลอย่างรวดเร็ว รุนแรง



ร่างๆนั้นค่อยๆ ร่วงลงช้าๆ และสลบคาที่ วุป กัปปะเอี้ยวตัวหลบโดยที่ไม่ต้องมองราวกับว่ารับรู้ทุกการเคลื่อนไหว เพราะไอ้คนที่โดนถีบกระเด็นมันลุกขึ้นมาเอาคืนด้วยการพุ่งแทงใส่กัปปะจากด้านหลังแต่ก็วืด มันถือมีดด้วยขวายืนประจันหน้ากับกัปปะอีกครั้ง มันแทง ซ้าย ขวา แต่ก็วืดไปหมด มั่บ กัปปะถอยหลัง 2 ก้าวและใช้มือซ้ายจับมั่บเข้าที่ข้อมือขวา กร๊อบ !!!


เขาบีบจนข้อมือลั่นและบิดอย่างแรง มันร้องอย่างเจ็บปวดพร้อมกับมีดที่หลุดจากมืออย่างง่ายดาย  ปั้ก ปั้ก กัปปะใช้ศอกขวาทิ่มเข้าหน้าของมันจนหน้าหงาย และยังกระแทกซ้ำไปที่ลิ้นปี่จนมันจุกหน้างอ



วื๊ด !!! กัปปะย่อตัวใช้แขนขวาเกี่ยวไปหว่างขาของมันและยกทุ่มอัดลงพื้นด้วยท่า กาต้า กุรุม่า อย่างรวดเร็ว มันนอนหมดสภาพจุกเจ็บไปทั้งหมด ตึ้งงง ยังไม่ทันที่มันจะได้ร้องออกมา



กัปปะก็กระโดดหมุนตัวใช้ท่อนขาฟาดลงไปที่หน้าอกของมันเต็มๆ และดีดตัวขึ้นมาอย่างสวยงาม ทั้งโดนศอก ทั้งโดนทุ่ม ทั้งโดนทิ้งบอมบ์ใส่หน้าอก มันโดนโจมตีอย่างหนักหน่วงจนความเจ็บปวดที่ได้รับ เกินกว่าร่างกายจะรับไหว จึงทำให้มันถึงกับสลบคาลำแข้งเลยทีเดียว



[ กีกี้ตัวเสือก ]  :  อ่อ อ่อก อ่ะเฮื้ออ



 





เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 04, 2019, 03:24:59 am โดย Monotone_# »

*

ออฟไลน์ Monotone_Memory

  • Senior Member
  • ****
  • 643
  • 3070
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ kirara story ตอนที่ 4 : ในนามแห่งอิซานางิ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2019, 10:28:07 pm »
 


----- ตอนที่ 4  End


••••••••

ประตูวาร์ปเพื่ออ่านตอนเก่าๆ Click !!!!!

กระทู้พิเศษ




เนื้อเรื่องหลัก


 











_ _ _ _ _ _ _ _ _ _

Side Story แววตาที่เปลี่ยนไปของสาวแกล





•••••••••••



Side Story การเดินทางของสายรุ้ง


 














- - - - - -


เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 05, 2019, 03:45:02 pm โดย Monotone_# »

*

ออฟไลน์ Monotone_Memory

  • Senior Member
  • ****
  • 643
  • 3070
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ kirara story ตอนที่ 4 : ในนามแห่งอิซานางิ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2019, 10:28:19 pm »
••• ข้อมูลของภูติทั้ง 4 •••


ยามิ / ซึบาสะมารุ




พี่ใหญ่ของ 3 เทนงูหรือ ซันบะการะสึ ยามปกติที่ยามิอยู่ในร่างดั้งเดิม เขาจะเป็นมนุษย์อีกา ร่างเป็นมนุษย์แต่หัวเป็นอีกาและมีขนทั้งตัว และจะอยู่ในชุดพร้อมออกศึก แต่ยามใดที่จำแลงเป็นมนุษย์เขาจะชอบใส่ยูกาตะสีฟ้าครามเสมอเวลาอยู่บ้าน เว้นแต่ต้องตามริวกะออกไปข้างนอก ก็จะเปลี่ยนชุดตามยุคสมัยนั้นๆ ชื่อยามิเป็นชื่อที่ริวกะตั้งให้เพราะสีขนที่ดำสนิทราวกับความมืดที่จะกลืนกินทุกสิ่งอย่าง ริวกะจึงตั้งชื่อให้ว่า ยามิ ( ความมืด )

ยามิเป็นคนที่ชอบศึกษาเทคโนโลยีเช่นเดียวกบบิดาของตน เขาจะติดตามข่าวสาร นวัตกรรม แฟชั่น เทคโนโลยี ในทุกยุคทุกสมัย ทำให้ยามิปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่างๆได้อย่างรวดเร็ว ยามิมีความสามารถในการวางแผนการรบเพราะได้รับการสั่งสอนมาจากบิดา  สามารถเรียกลมพายุ สามารถเคลื่อนที่ด้วยการเทเลพอร์ตสั้นๆ และสามารถวาร์ปไปได้ทุกที่ในญี่ปุ่น ตามคำเรียกของริวกะ ยามิเชี่ยวชาญวิชานินจุสสึ โดยเฉพาะ ไทจุสสึ ( กระบวนท่า ) และเก็นจุสสึ ( วิชาลวงตา , ลวงจิต ) และชอบเลียนแบบการต่อสู้ที่ได้ดูจากทั้ง อนิเมะ ซีรีย์และละคร


แต่ยามิจะมีจุดอ่อนคือ อาหารที่มีกลิ่นหอมๆ เขาชอบชิม ชอบกินอาหารรสชาติดีๆ และ 1 ในเมนูโปรดของยามิก็คือ คัสสึด้ง ฝีมือ คุรุมิ แม่ของคิราระนั่นเอง


** รายละเอียดของยามิ มีอยู่ที่กระทู้ข้อมูลตัวละคร


•••••••


ฮิคาริ


น้องสาวคนกลางของ 3 เทนงู อายุ 350 ปี แต่ก็ถือว่ายังเด็กอยู่มาก ฮิคารินั้นจะอาศัยอยู่กับท่านแม่ที่หุบเขาลึกลับทางตอนเหนือเสียมากกว่า แต่ก็จะมารับใช้ริวกะที่บ้านใหญ่บ้าง ฮิคาริ แปลว่า แสง  เพราะฉนั้นเธอจึงชอบใส่ชุดที่โทนอ่อนๆ เช่นขาว หรือ เหลืองอ่อน ฟ้าอ่อน ฮิคาริก็เป็นเฉกเช่นเพศหญิงทั่วไป เธอแทบจะไม่อยู่ในร่างดั้งเดิมเลย เธอชอบอยู่ในร่างมนุษย์เสียมากกว่า ร่างมนุษย์ของฮิรารินั้น เป็นหญิงสาวอายุราว 18-19 ปี หน้าตาสะสวย หุ่นอ้อนแอ้น อรชรตามสไตล์ของคนที่ฝึกการต่อสู้จนกล้ามเนื้อกระชับเข้ารูป เธอมีผิวที่ขาวนวล อมชมพู และหน้าอกขนาด 34 นิ้วที่ถือว่ากำลังดีๆและสมส่วนกับตัวเธอ


ฮิคาริ ยามใส่แว่น




ฮิคาริ ยามที่ปลดลิมิตเตอร์ด้วยการถอดแว่น





โดยหลักๆหน้าที่ของฮิคารินั้นจะถูกวางไว้เฉกเช่นเดียวกับยามิผู้เป็นพี่ชาย คือดูแลริวกะ เธอจะคอยอยู่กับริวกะในเขตอาคม คอยปัดกวาดเช็ดถู ดูแลบ้านส่วนตัวของริวกะ แต่ส่วนมากก็จะไม่มีอะไรมาก แต่ยามที่ริวกะฝึกการควบคุมพลังและการต่อสู้ ฮิคาริจะไม่ออมมือเลย เธอ หวดยับเลยก็ว่าได้ ครั้งหนึ่งตอนริวกะอายุ 15 เขาลืมเอาข้าวกล่องไปโรงเรียน ฮิคาริอาสาจะเอาไปให้ แต่ด้วยความสวยใสน่ารัก จึงถูกพวกลูกคนมีตังส์เข้ามาจีบ และ พยายามจะเคลมเธอ ฮิคาริที่รู้สึกรังเกียจคนพวกนี้จึงจัดการ ไปคนละตุ้บสองตุ้บ จนไม่มีใครกล้ามายุ่งอีก
จนกลายเป็นข่าวลือว่าแฟนของริวกะโคตรเก่ง ครั้งหนึ่งตอนริวกะอยู่ ม.3 เขาและฮิคาริได้อาบน้ำด้วยกันสองต่อสองและก็.....



••••


โคฮาคุ




น้องคนสุดท้องของ3 พี่น้องเทนงู อายุ 350 ปี โคฮาคุ เป็นคนที่จงรักภักดีกับริวกะมากไม่แพ้พี่น้องของตนเลย เขามักจะสวมชุดยูกาตะสีเหลือง คงเพราะชื่อโคฮาคุที่แปลว่า อร่ามเรืองรองด้วยแหละมั้ง โคฮาคุเป็นภูติที่แข็งแรงมาก พละกำลังมหาศาล อาจจะเทียบเท่าคาราสึ เทนงู ก็ว่าได้ เขาสามารถอยู่ได้ทั้งร่างอีกาและมนุษย์เหมือนยามิ โคฮาคุชื่นชอบการเล่น weight และ การสร้างกล้ามเนื้อ เขาถึงกับขอให้ริน ช่วยซื้อ dvd การสร้างกล้ามเนื้อมาให้ ซึ่งรินก็ยินดีและยังสั่งทำเครื่องออกกำลังกายแบบพิเศษให้ เพราะพละกำลังของโคฮาคุนั้น เครื่องธรรมดาทั่วไปคงเบาเหมือนนุ่น



ด้วยพละกำลังที่มากเกินไป คาราสึ เทนงูจึงได้ผนึกพลังไว้ส่วนหนึ่ง โดยคนที่จะสามารถคลายผนึกนั้นได้ จะมีแค่ตนเองและรินเท่านั้น แต่ริวกะนั้นก็ทำได้ในภายหลังอีกด้วย โคฮาคุมีร่างกายที่แข็งเป็นเหล็ก ถึงจะสัมผัสได้ ถึงกล้ามเนื้อที่นุ่มนิ่มเหมือนมนุษย์ แต่ลองเอาอะไรก็ได้ไปหวดใส่สิ่ อ่ะหึอ่ะหึ



ถ้าการรับหน้าที่ผู้ติดตามริวกะเป็นของยามิ งั้นตำแหน่งลูกน้องคนสนิทคงเป็นของโคฮาคุ โคฮาคุมักถูกริวกะเรียกใช้งานบ่อยครั้ง ด้วยเหตุผลที่โคฮาคุเป็นคนมุ่งมั่นจริงจัง  ริวกะจึงมอบหมายงานสำคัญๆให้เขาทำประจำ โคฮาคุนับถือซึบาสะมารุผู้เป็นพี่ชายอย่างมาก เขาจะเชื่อฟังคำพูดของพี่ชายแทบทุกอย่างโดยไร้ข้อกังขา โคฮาคุและฮิคาริอายุเท่ากันแต่เพราะเถียงแพ้ จึงต้องยอมเป็นน้อง แต่เขาก็รักพี่สาวของเขาพอกับรักพี่ชายของตนนั่นแหละ






กัปปะ




กัปปะเป็นภูติธาตุน้ำ กัปปะเป็นลูกหลานของต้นตระกูลกัปปะผู้ยิ่งใหญ่ ที่อาศัยในป่าลับแลสักที่ในญี่ปุ่น กัปปะมีอายุมากกว่า ทั้ง3 พี่น้องเทนงู  แต่เพราะอายุไล่เลี่ยกัน ทั้ง4 จึงสนิทกันมากๆ กัปปะเป็นภูติที่ใช้ชีวิตเรียบง่าย กินง่ายอยู่ง่าย กัปปะชอบผักทุกชนิดโดยเฉพาะแตงกวา แค่มีแตงกวาเขาก็อยู่ได้แล้ว อีกทั้งยังมีนิสัยซื่อๆถ้าคิดอะไรออกแล้วมันไม่ใช่เรื่องไม่ดีก็พูดออกมาเลยตรงๆ ยามปกติกัปปะจะชอบอยู่ที่ทะเลสาบหลังบ้านอิซานางิ โดยจะชอบว่ายน้ำ ดำน้ำมากๆ กัปปะเป็นพวกโลวเทคโนโลยี ไม่เหมือนยามิ แต่ก็ได้ยามินี่แหละ คอยช่วยสอนช่วยบอกนู่นบอกนี่หลายๆอย่าง แม้กระทั่งการใช้ตู้เย็นเพื่อแช่แตงกวา ยามิก็ต้องสอน


ความสัมพันธ์ระหว่างกัปปะและริวกะ ก็เสมือนเพื่อนกันเสียมากกว่า นายและบ่าว แต่กัปปะนั้นก็มีความจงรักภักดีกับริวกะไม่ต่างกับภูติตนอื่นๆ ความสามารถของกัปปะคือ การควบคุมน้ำ เขาสามารถควบคุมมวลน้ำได้ตามใจนึก
และอีกความสามารถคือ วิชานินจาหรือนิสจุสสึ โดยเฉพาะไทจัสสึ หรือ กระบวนท่าต่อสู้ด้วยมือเปล่า เขาได้รับการสั่งสอนโดยตรงจาก คาราสึ เทนงู พร้อมๆกับยามิ
โดยปกติแล้วกัปปะเป็นคนที่อัธยาศัยดีใจดี มีแค่ไม่กี่เรื่องที่ทำให้เขาโกรธได้ 1 ในนั้นคือ แตงกวา ใครที่กระทำย่ำยีกับแตงกวาแสนรักของเขา  เขาจะโกรธมาก และเมื่อใดที่โกรธเขาจะ แปลงร่างเป็น ไรเดอร์คาบูโตะ





ไม่ช่ายยย  ยามใดที่กัปปะโกรธขึ้นมานั้นจะเป็นอะไรที่น่ากลัวมากๆ เขาจะโจมตีใส่ด้วย ไทจัสสึอย่างรวดเร็ว รุนแรง และ บ้าคลั่ง  จนริวกะและยามิ เคยพูดไว้ว่า แกล้งกัปปะให้ตายเขาก็ไม่โกรธแต่อย่าไปทำร้ายแตงกวาของกัปปะเด็ดขาด กัปปะในร่างมนุษย์นั้นจะเป็นเด็กหนุ่มที่ดูเท่ส์มากๆคนนึง เขาชอบใส่ชุดยูกาตะสีเขียวคาดขาวที่ดูสบายๆ กัปปะจมูกดีมากๆ สามารถแยกกลิ่นได้แบบละเอียดสุดๆ หลักฐานคือตอนที่คิราระน้ำเดิน กัปปะก็ยังสัมผัสถึงฟิโรโมน นั้นได้อย่างแม่นยำทีเดียว



•••••


ฮิโยริ : Hiyori





ฮิโยริ เป็นเด็กสาววัย 9 ขวบ ฮิโยริเป็นเด็กสาวลูกครึ่ง อังกฤษ - ญี่ปุ่น โดยมีแม่เป็นชาวนางาซากิโดยกำเนิด ส่วนพ่อเป็นทหารอากาศของกองทัพอังกฤษ พ่อและแม่ฮิโยริพบรักกันที่นี่ เหตุเพราะพ่อของเธอเป็นคนที่ชื่นชอบวัฒนธรรมของญี่ปุ่น จึงได้เดินทางมาเที่ยวอยู่บ่อยครั้ง จนได้มานางาซากิ และได้พบแม่ของเธอ  ฮิโยริมีผมสีเหลืองทอง ตามีฟ้า ซี่งได้มาจากพ่อเต็มๆ แต่ความสวย ความน่ารักที่เกินวัยนั้น ได้มาจากแม่เต็มๆ เธอมักจะมัดผมทรงทวินเทลเสมอๆเมื่อกลับจากโรงเรียน เพราะเป็นเด็กลูกครึ่งจึงโตไวกว่าเด็กๆรุ่นเดียวกัน เธอสูงถึง 130 เซนติเมตร แต่ก็ยังแบนอยู่นิดๆ


ฮิโยริรักริวกะเหมือนพี่ชายคนนึง เธอมักจะอ้อนริวกะทุกครั้งที่ริวกะมาเยี่ยม พ่อของฮิโยริยังคงรับใช้ชาติอยู่ที่ประเทศบ้านเกิดแต่ก็ยะมาเยี่ยมฮิโยริ ทุกๆ2 เดือน และด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน ก็ทำให้ฮิโยริกับพ่อได้คุยกันตลอดผ่าน Skype นั่นจึงทำให้ฮิโยริไม่รู้สึกน้อยในที่ไม่ได้เจอพ่อ ฮิโยริเป็นเด็กน่ารัก ช่างพูดช่างจา จึงทำให้เป็นที่รักของทุกคน


••••••

โลลิคอน บันไซ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 04, 2019, 02:49:55 pm โดย Monotone_# »

*

ออฟไลน์ porchai

  • Senior Member
  • ****
  • 615
  • 65
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ kirara story ตอนที่ 4 : ในนามแห่งอิซานางิ
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2019, 11:19:54 pm »
ขอบคุณครับ
สุดยอดเก่งมากคิราระฝึกไม่นานทำพระเอกเราอึ๊งเลย

*

ออฟไลน์ Blue Eye

  • Full Member
  • **
  • 85
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ kirara story ตอนที่ 4 : ในนามแห่งอิซานางิ
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2019, 11:45:35 pm »
จัดหนักจัดเต็มกันทุกคน  ออกอาวุธได้ทุกประเภท

*

ออฟไลน์ tungbts

  • Junior Member
  • ***
  • 513
  • 116
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ kirara story ตอนที่ 4 : ในนามแห่งอิซานางิ
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2019, 11:58:16 pm »
ริวกะอาระวาดอีกแล้วครับท่าน คิราระก็เจ๋ง

*

ออฟไลน์ dwarf

  • Legend Member
  • *******
  • 2035
  • 431
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ kirara story ตอนที่ 4 : ในนามแห่งอิซานางิ
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2019, 12:22:59 am »
ขอบคุณครับ..จากแต่เริ่มอ่านตั้งแต่ตอนแรกๆ มา คิดว่า หนุ่มน้อยริวคงจะเก่งแบบธรรมดาสามัญ...แต่พอติดตามเรื่อยๆ ริวกะเก่งกว่าที่คาดคิดไว้ครับ..สามารถติดต่อกับภูติต่างๆได้ รวมทั้งสามารถควบคุมลม น้ำ หรือธาตุต่างๆได้ แต่ชอบครับ..

*

ออฟไลน์ ryg123456

  • Veteran Member
  • ******
  • 1885
  • 43
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ kirara story ตอนที่ 4 : ในนามแห่งอิซานางิ
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2019, 12:45:23 am »
ริวกะปกป้องเธอแบบนี้
คิราระยอมถวายตัวเลยนะ

*

ออฟไลน์ Wandit Iempan

  • Junior Member
  • ***
  • 336
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ kirara story ตอนที่ 4 : ในนามแห่งอิซานางิ
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2019, 01:38:01 am »
จินตนาการสุดลึกล้ำ เดินทางได้เร็วเหมือนเทเลพอร์ต  ภาพประกอบการต่อสู้ก็สวยงาม ทำให้เข้าใจการบรรยายได้ชัดเจน
มีตบท้ายด้วยบทหวานๆด้วยนะ  การอธิบายให้เข้าใจถึงความยิ่งใหญ่ของตระกูลของริวด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 04, 2019, 02:20:03 am โดย Wandit Iempan »

*

ออฟไลน์ ssaa3112

  • Senior Member
  • ****
  • 813
  • 230
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ kirara story ตอนที่ 4 : ในนามแห่งอิซานางิ
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2019, 01:49:13 am »
คิราระ ได้ปู่ของริวกะสอนวิชาการต่อสู้ให้ แม้จะเรียนยังไม่นานแต่สามารถล้มนักเลงได้ นับว่าเก่งมากๆ

*

ออฟไลน์ sanookdeejang

  • Junior Member
  • ***
  • 451
  • 299
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ kirara story ตอนที่ 4 : ในนามแห่งอิซานางิ
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2019, 02:00:10 am »
ริวกะอาละวาดแล้ว

*

ออฟไลน์ 4251522

  • Junior Member
  • ***
  • 300
  • 50
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ kirara story ตอนที่ 4 : ในนามแห่งอิซานางิ
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2019, 02:38:54 am »
โดนรัวๆเรยแหะ พวกลูกกระจ็อก5555

*

ออฟไลน์ FLYINGPIG

  • Full Member
  • **
  • 171
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ kirara story ตอนที่ 4 : ในนามแห่งอิซานางิ
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2019, 02:58:23 am »
ตอนนี้ตะลุมบอนกันมันหยดติ๋งเลย เอามาสร้างเป็นหนังคงสนุกดีพิลึก

*

ออฟไลน์ Sbw27

  • Full Member
  • **
  • 115
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ kirara story ตอนที่ 4 : ในนามแห่งอิซานางิ
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2019, 03:09:47 am »
มาเที่ยวพร้อมทำงานกับกิกแล้วยังมีมารมาอีกนะ

*

ออนไลน์ Sri Trang

  • Junior Member
  • ***
  • 295
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ kirara story ตอนที่ 4 : ในนามของอิซานางิ
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2019, 03:44:38 am »
โหลดช้าไปนิดเพราะมีรูปเยอะ โดยเฉพาะรูปอนิเทชั่นของชุนลีช้ามาก  ยังไงรบกวนคิดถุงเวลาการโหลดรูปด้วยนะครับ

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ