ตำนานเทพวายุ [ season2 ] ตอนที่ 25 : อเวจี

ตำนานเทพวายุ [ season2 ] ตอนที่ 25 : อเวจี

  • 105 ตอบ
  • 1088 อ่าน
*

ออฟไลน์ Monotone_#

  • Junior Member
  • ***
  • 422
  • 167
    • ดูรายละเอียด
ตำนานเทพวายุ [ season2 ] ตอนที่ 25 : อเวจี
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 13, 2020, 03:30:49 pm »
สวัสดีครับ สวัสดี ความจริงแล้ว ผมตั้งใจจะลงตอนนี้ตั้งแต่ วันเสาร์แล้ว แต่ว่าพออ่านข่าว ติดตามข่าว
ที่เกิดขึ้นที่โคราชแล้ว มันหดหู่และไม่มีกะจิตกะใจจะลงจริงๆครับ เพราะโคราชก็เป็นบ้านเกิดของพ่อด้วย



ขอแสดงความเสียใจและไว้อาลัยให้กับผู้ที่จากไป และขอสดุดีแก่ วีรชนผู้เสียสละด้วยครับ พวกเราจะก้าวผ่านความทุกข์ไปด้วยกัน



ตอนนี้มีการซ่อนข้อความเช่นเคยครับ ต้องแสดงความคิดเห็นกันก่อนนะครับ
และเมื่อหลังจากอ่านเนื้อเรื่องจบทั้งหมดแล้ว อยากให้กลับมา Edit และแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมครับ

•••••

ทำความเข้าใจฉบับเร่งด่วน ก่อนอ่าน


天の形 : TEN NO KATA

อ่านว่า เท็น โนะ กาต้า แปลว่า ท่วงท่าการรำของสวรรค์

เป็นการเคลื่อนไหวของคาราเต้ 10 รูปแบบ ท่วงท่าทั้ง 10 ของเท็นโนะกาต้านั้น ถูกคิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 1930 หรือ 90 ปีที่แล้ว จึงทำให้ปัจจุบันไม่ค่อยเป็นที่นิยมนัก แต่มันก็ยังแฝงไว้ด้วยความสวยงามและอันตรายอย่างยิ่ง





ฟาจิน

หรือมวยภายใน เป็นศิลปะการต่อสู้ของจีน  มุ่งเน้นการดึงพลังจากทุกๆส่วนของร่างกาย และระเบิดพลังอัดไปที่จุดต่างๆ ของเป้าหมาย


•••••••



ตอนที่ 25 :  อเวจี




ค่ำคืนนั้นผ่านไปโดยที่ริวนั้นตัวแห้งเลยล่ะ เพราะพลอยกับคิราระนั้นคิดใหม่วางแผนกันใหม่ พวกเธอจะสลับกันครอบครองดุ้นของริวกะคนละ 1 น้ำแล้วค่อยสลับ ซึ่งหมายความว่า 1 น้ำของพวกเธอหนึ่งคนจะแลกกับหนึ่งน้ำของริวกะแล้วสลับกันนั่นเอง


ในขณะที่คิราระแตกแล้วพัก พลอยก็จะขึ้นมาขย่มริวต่อ และพอพลอยแตกคิราระก็จะมาโซโล่ต่อ ซึ่งริวไม่มีทางได้พัก ตัวแห้งเลยจ้าาา



เข้าวันรุ่งขึ้นแน่นอนว่าริวนั้นตาโบ๋เลยครับ โดนรีดน้ำไปเกินโหล ส่วนสองสาวนั้นทั้งสดชื่นแจ่มใส แถมยังดูเปล่งปลั่งอีกด้วย พลอยยังคงมีอาการขัดๆกับการเดินเล็กน้อย นั่นเพราะเธอพึ่งโดยเปิดตูดไปเมื่อคืนนั่นเอง


[ คิราระ ]  :  พลอย ไหวมั้ย


[ พลอย ]  :  ค่ะพี่คิราระ ตาริวบ้ากาม ทำกันได้


มั่บ !!! ทันใดนั้นคิราระก็คว้ามั่บเข้าที่มือของน้องพลอยทันที เพราะมีบางสิ่งที่เธอต้องพูดกับพลอย


[ คิราระ ]  :  ตอนนี้ริวกะเป็นคนแรกของพลอยแล้วนะ อะไรที่ผ่านมาอย่าไปสนใจ ตอนนี้เราสองคนเป็นผู้หญิงของ อิซานางิ ริวกะ แล้วนะ



พลอยพูดอะไรไม่ออกเลยตอนนี้ ว่ากันบางครั้งการเสียน้ำตานั้น มันก็แสดงถึงความดีใจและตอนนี้พลอยก็เป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกดีใจ เธอรู้สึกโล่งใจ ที่บัดนี้แผลในใจของเธอได้หายไปหมดแล้ว


[ คิราระ ]  :  ต่อจากนี้ไปพวกเราต้องช่วยกันดูแลริวกะนะพลอย ระหว่างที่พี่ทำงานตอนกลางวัน พลอยก็ช่วยพี่ดูแลริวกะที่มหาวิทยาลัย พอกลับบ้านมาพี่นะรับช่วงต่อดูแลริวกะเอง


[ พลอย ]  :  ค่ะ พี่คิราระ


[ คิราระ ]  :  พลอย พี่ถามอะไรหน่อยสิ่ ที่ทำอาหารพลาดเมื่อวาน พลอยจงใจรึเปล่า


[ พลอย ]  :  ไม่เลยค่ะ พลอยตั้งในทำมากนะคะพี่คิราระ แต่ว่าพลอยทำไม่ได้เรื่องเลย จริงอยู่ที่พลอยทำอาหารเป็น แต่นั้นก็เป็นอาหารอีสานและอาหารทั่วไป ถ้าให้ทำอาหารที่ละเอียดอ่อนมากๆอย่างอาหารญี่ปุ่น พลอยทำไม่ได้จริงๆค่ะ ชีวิตนี้เคยปั้นแต่ข้าวเหนียว พอมาลองทำข้าวปั้นเลยบีบแรงไปจนเบี้ยวเลย ฮืออออ


คิราระนั้นหัวเราะลั่นเลย น้องสาวคนใหม่ของเธอนั้นช่างน่ารักอะไรเช่นนี้ ไม่แปลกใจเลยที่ริวกะจะรักเธอ มั่บ !!! คราวนี้พลอยเอาคืนมั่ง เธอจับมือคิราระและพูดว่า


[ พลอย ]  :  พลอยเองก็มีเรื่องที่ไม่ถนัดและทำไม่ได้ บางเรื่องพลอยก็ยังไม่รู้ใจริวว่าเขาชอบอะไร ชอบแบบไหน เราสองคนค่อยๆปรับตัวกันนะคะ



ครั้งนี้คิราระก็ถึงกับน้ำตาคลอเลยทีเดียว ความจริงใจของพลอยที่มีให้เธอนั้นมันช่างวิเศษอะไรแบบนี้ แต่ระหว่างที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันนั้น อั้มก็เคาะประตูก๊อกๆและเดินเข้ามาทันที


[ อั้ม ]  :  ว่าไงสาวๆ ดูสดชื่นกันจริงเชียว มีอะไรกินมั่งเอ่ย


[ คิราระ - พลอย ]  :  อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่อั้ม


ทั้งสองสาวเดินไปหาอั้มทันทีและจูงมาที่โต๊ะอาหารทันที ตรงหน้าอั้มตอนนี้คืออาหารที่ดูเหมาะกับวันพักผ่อนจริงๆ มี ทั้งแซนวิชโรลล์ มีทั้งขนมปังอบกรอบ มีทั้งนมถั่วเหลืองสูตรของพลอย ซึ่งเมนูทั้งหมดนี้ช่างมีกลิ่นที่ชวนให้ลิ้มรสจริงๆ


[ อั้ม ]  :  อื้มม อร่อยมากพลอย คิราระลองอันนี้สิ่


[ คิราระ ]  :  งื๊อออออ อร่อยมากเลย ขนมปังนุ่มมาก แบบนี้สิ่นะถึงเอาไปนึ่งก่อน


[ พลอย ]  :  งื้อออค่ะ พลอยเอาไปนึ่งให้มันนิ่มจะได้ม้วนง่ายๆ ส่วนน้ำสลัดนั้นพลอยก็ใช้สูตรไข่ไก่ค่ะ รสจะนุ่มจะมันๆ ยิ่งกินกับผักนี่ยิ่งอร่อยมากๆเลยค่ะ


พลอยนั้นโชว์สกิลการทำอาหารจนพี่ๆทั้งสองประทับใจมากๆ รอยยิ้มที่แสดงว่าอาหารของเธอนั้นอร่อยมากจากทั้งสองสาวนั้น ทำให้พลอยนั้นถึงกับยิ้มไม่หุบเลย


[ คิราระ ]  :  พี่อั้มคะ เมื่อคืนกลับมากี่ทุ่มคะ


[ อั้ม ]  :  อ่ะ เอ่ออ 3 ทุ่มมั้งพี่ไม่แน่ใจ เหนื่อยมากๆ มาถึงเลยอาบน้ำนอนเลย


••• ย้อนไปเมื่อคืน •••


เวลา 23.00 น.


อั้มนั้นกลับมาถึงบ้าน 3 ทุ่มจริงๆ เธออาบน้ำทันทีเมื่อมาถึง แต่ว่าเธอไม่ได้ง่วงแต่อย่างใด เธอยังคงอ่านตำราแพทย์และทบทวนบทเรียนต่างๆอยู่ ในใจเธอนั้นคงคิดว่าคืนนี้คงไม่มีอะไรเกิดขึ้น นั่นเพราะว่าริวกะพาพลอยมาบ้านนั่นเอง เธอเห็นรองเท้าของพลอยยังอยู่ที่หน้าประตูแสดงว่า วันนี้พลอยคงค้างที่นี่ นายริวคงจะไม่ make love กับพลอยแน่ๆเพราะส่วนหนึ่งเขาก็ยังเกรงใจคิราระ ไอ้ครั้นจะมีอะไรกับคิราระ นายริวเองก็คงเกรงใจพลอยเช่นกัน


จนเวลาผ่านไป 5 ทุ่ม อั้มนั้นก็เดินออกมาเพื่อทานน้ำและเตรียมตัวนอน แต่ว่าระหว่างนั้นเธอก็ได้ยินเสียงพูดคุยกันที่ห้องของนายริว อั้มจึงรีบเดินไปทันที และภาพที่เธอเห็นผ่านประตูที่ถูกเปิดแง้มๆไว้นั่นก็คือ ภาพที่ทั้งสามกำลังนัวเนียกันอยู่ ภาพที่ทำให้เธอถึงกับของขึ้นนั้นก็คือถาพที่รุ้งพลอยและคิราระ ช่วยกันจัดการกับลำควยที่ใหญ่โตของริวนั่นเอง ภาพนั้นทำให้เธอถึงกับมือไม้สั่นไปหมด หญิงสาวที่ไม่เคยมีประสบการณ์ด้าน Sex แบบเธอมาเจออะไรแบบนี้ก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน


เพียงไม่นานมือไม้ของเธอก็เริ่มเคลื่อนไหวมาที่หน้าอกของตัวเองอย่างเลี่ยงไม่ได้ ขาเรียวงามก็เบียดเสียดจนร่องแคมนั้นเริ่มเสียว อยากไปอยากไปอยู่ตรงนั้น อยากทำแบบนั้น อยากเป็นคนที่ถูกรัก อยากเป็นคนสำคัญบ้าง เสียงครางของคิราระ เสียงร้องของพลอย ทำให้อั้มถึงกับเผลอจินตนาการว่าถ้าเธอโดนขย่มแบบนั้น เธอจะร้องแบบไหน เธอจะครางยังไง แต่ที่สำคัญเธอจะมีโอกาสนั้นไหมนะ อร๊างงง อ๊าาาา เสียงร้องของคิราระนั้นบ่งบอกได้อย่างดีว่าเธอถึงจุดสุดยอดแล้ว อั้มเองพอได้ยินดังนั้นก็เร่งบี้บี้บี้จนกระทั่ง น้ำสาวใสไหลออกมาจนได้ เธอขาสั่นไปหมด นี่เหรอความเสียว นี่หรือความสุข


อั้มถึงกับทรุดลงกับพื้นทันที นี่ขนาดแค่เบ็ดนะ ถ้าเกิดเธอโดนไอ้ดุ้นลำนั้นทิ่มแทงล่ะมันจะเสียวขนาดไหน ในขณะที่พลอยกำลังร้องลั่นเพราะความเสียวราวจะขาดใจ ในขณะที่ตัวอั้มนั้นยังคงมีน้ำใสๆไหลเปรอะหว่างขา ตัวเธอเองก็ต้องข่มใจและเดินออกที่ตรงนั้นทันที เพราะถ้ายังได้ยินเสียงครางที่เสียวซ่านอยู่แบบนี้ เธออาจจะอดใจไม่ไหวและเข้าไปขอร่วมแจมด้วยก็ได้


หลังจากที่พี่อั้มเดินออกไปแล้ว คิราระก็หันมามองที่ประตูและยิ้มอย่างมีเลสนัย นั่นเพราะว่าประตูที่แง้มๆนั้นเธอเป็นคนเปิดนั่นเอง ซึ่งคิราระรู้ดีว่า พี่อั้มนั้นจะต้องมาดื่มน้ำที่ห้องรับแขกก่อนนอนประจำ จึงจงใจเปิดประตูไว้และครางเสียงดังๆนั่นเอง



••• ปัจจุบัน •••



[ คิราระ ]  :  ค่ะพี่อั้ม เมื่อคืนพวกเรานอนดึกนิดหน่อยค่ะ มีเรื่องคุยกันเยอะเลย เนอะพลอย


[ พลอย ]  :  เอะ เอ๋ ( หน้าแดง )  ค่ะ ค่ะ


[ อั้ม ]  :  อืม.... แล้วนายริวล่ะ ยังไม่ตื่นเหรอ


[ พลอย ]  :  อ๊าาา ลืมเลยพลอยไปตา~ ( ตามให้เองค่ะ )


[ คิราระ ]  :  แย่แล้วพลอย มาช่วยกันทำอกไก่อบกับพี่ที วันนี้ริวกะจะกินอกไก่เป็นประจำ พี่อั้มรบกวนด้วยนะคะปลุกริวกะ ให้ที


คิราระเอ่ยขึ้นมาและจูงมือพลอย ที่กำลังจะอาสาไปปลุกริว ให้เดินตามเธอเข้าครัวทันที คิราระนั้นจงใจให้พี่อั้มไปตามริวกะด้วยตัวเอง อั้มนั้นก็ถึงกับงงเลยสิ่แบบนี้ ทำไมจู่ๆให้ไปปลุกนายริวล่ะ แต่เธอก็ยอมไปแต่โดยดี ใจอั้มนั้นเต้น ตึก ตึก ตึก ราวกับกระเดื่องกลองเมทัล เธอตะโกนเรียก นายริว รายริว ก็ยังไม่มีเสียงตอบกลับ เคาะประตูก็ยังไร้วี่แวว เธอจึงจำใจต้องเข้าไปในห้องของริวกะ ตอนนี้เธอยืนอยู่กับจุดเมื่อวาน จุดที่เธอเห็นริวกะกำลังบรรเลงเพลงรักกับสาวๆทั้งสอง แค่นึกถึงลีลากับขนาดของลำควยที่เห็นแล้ว อั้มก็ใจบ่าดีเลย แอ๊ดด !!! อั้มนั้นเดินเข้าไปช้าๆ ช้าๆ และตรงหน้าก็นายริวที่กำลังนอนหลับอยู่


อั้มนั้นจ้องมองใบหน้าของชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่าน้องชายบุญธรรมอย่างไม่วางตาราวกับว่ากำลังตกอยู่ในภวังค์ ถ้าวันนั้นเธอกล้าพูดความจริงว่าในใจ นั้นไม่มีใครมาแทนความรู้สึกของเธอได้ ป่านนี้เธอคงจะได้ใกล้ชิดและแสดงความรักกับเขามากกว่านี้ ใบหน้าตอนหลับของเขานั่นดูยังไงก็รักจนอย่างจะเข้าไปหอมไปจูบจนจะขาดใจ และแล้วอั้มก็ไม่สามารถทนต่อความต้องการของตัวเองได้ แม้ใจจะเต้นจนไม่เป็นจังหวะ แม้จะเขินอายเพียงใด แต่เธอจอทำแบบที่ใจต้องการสักทีเถอะ เธอค่อยๆเดินเข้าหานายริวที่กำลังหลับอยู่แล้วเอี้ยวตัวลงทีละนิด ทีละนิด ช้าๆ


[ ริวกะ ]  :  อือออ งืมมม


[ อั้ม ]  :  อื๊ยยย


ดูเหมือนว่าริวนั้นจะละเมอ จนอั้มตกใจร้องออกมา และทันใดนั้นริวกะก็ตื่นทันที อั้มจึงรีบแก้เกมส์ด้วยการเด้งตัวขึ้นทันทีและทำเป็นเอื้อมมือไปเขย่าตัวชายหนุ่ม


[ อั้ม ]  :  ตื่นเถอะนายริว ไปกินข้าวกัน


[ ริวกะ ]  :  ฮืออ ขอนอนต่อไม่ได้เหรอครับ วันนี้วันอาทิตย์นะ


[ อั้ม ]  :  ไม่ได้ พลอยกับคิราระ ทำอาการไว้รอนายแล้ว ตื่นเลย ตื่นเลย


ริวนั้นพยายามหมุนตัวห่มผ้าต่อ แต่อั้มก็ดึงคืนมาทุกที จนนายริวต้องยอมแพ้และลุกขึ้นมานั่งทั้งๆที่ยังหลับตา


[ อั้ม ]  :  โหยยย ทำพี่เหนื่อยแต่เช้าเลยนะนายริว ไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วมากินข้าวเลย


[ ริวกะ ]  :  ครับพี่อั้ม งืออ หะ ห๊าววว ขอบคุณที่มาปลุกครับ


[ อั้ม ]  :  แค่นี้สบายมาก น้องชายพี่ทั้งคน


อั้มพูดแค่นั้นแล้วรีบเดินออกไปทันทีทิ้งให้ริวกะนั้นนั่งอึนอยู่ ส่วนริวนั้นพอได้ฟังคำพูดเหล่านั้นก็ได้แต่นั่งนิ่งอยู่เกือบนาที


[ ริวกะ ]  :  ครับ เราเป็นแค่พี่น้องกัน


ริวกะพูดแค่นั้นจริงๆ และไม่นานเขาก็ลุกขึ้นไปอาบน้ำแปรงฟัน 20 ต่อมาพ่อหนุ่มเจี๊ยวหวานก็มาที่โต๊ะอาหารซึ่งตอนนี้เมียคนทรงและเมียเมดได้เตรียมอาหารให้เรียบร้อยแล้ว หน้าตาของทั้งสองดูสดชื่นมากๆต่างจากริวกะที่ยังดูเพลียๆอยู่ ทั้งสองผลัดกันเอาใจริวกะสารพัด ทั้งคู่ยิ้มและหัวเราะราวกับกำลังทำสิ่งที่รอมาทั้งชีวิตเลยก็ว่าได้


ตัวอั้มนั้นเมื่อเห็นคิราระยิ้มได้แบบนี้เธอก็มีความสุขไม่ใช่น้อย ตัวเธอนั้นรักคิราระเหมือนน้องสาวแท้ๆคนนึง ซึ่งจากคำบอกเล่าของมิไรนั้น คิราระเป็นเด็กที่ร่าเริงสดใสมากๆ ยิ้มเก่งและขี้อ้อน แต่สิ่งที่อั้มรู้สึกได้คือความทุกข์ใจของคิราระ และยิ่งมาอยู่ด้วยกันอั้มก็รู้ได้ทันที ว่าคิราระนั้นมีความทุกข์ใจเรื่องที่สักวันนายริวกับรุ้งพลอยต้องแต่งงานกัน แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว เพราะจากบทรักสองรุมหนึ่ง ที่อั้มเห็นเมื่อคืนมันก็บ่งบอกได้เป็นอย่างดี ว่าความทุกข์ใจนั้นคงไม่เหลือแล้วล่ะ


แต่ใครจะรู้ว่าถึงแม้จะยินดีที่น้องสาวมีความสุข แต่เธอกลับทุกข์ยิ่งกว่า อั้มนั้นกลายเป็นคนที่ห่างไกลจากนายริวมากที่สุด เป็นคนที่แตกต่างมากที่สุด เป็นคนที่มีความสำคัญน้อยที่สุด ยิ่งทุกคนมีความสุข ปละ ใกล้ชิดกันมากเท่าไร ในของอั้มกลับรู้สึกว่าโดดเดี่ยวและห่างไกลมากเท่านั้น


วันนั้นทั้งวัน ทั้ง 4 คนต่างพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะรุ้งพลอยกับคิราระที่ดูจะสนิทสนมกันอย่างไม่น่าเชื่อ อั้มนั้นก็เช่นกันเธอโดนพลอยนั้นชวนคุยบ่อยมากๆ จนทำให้เธอไม่มีเวลาที่จะคิดมากเลย จนกระทั่ง 5 โมงเย็นพิกุลก็มารับตามที่บอกไว้ โชคดีที่วันนี้ทั้งวัน ริวกะไม่ได้จับพลอยไปรีแมตช์เกมส์กามอีกครั้ง ทำให้เธอเวลาฟื้นตัวมากพอจนทำให้การเดินของเธอกลับมาเป็นปกติ จึงทำให้พิกุลไม่สงสัยอะไร นี่ถ้ารู้ว่าลูกสาวที่แสนน่ารักคนนี้ กลายเป็นคนที่ร้อนแรงขนาดขึ้นขย่มชายคนรักด้วยตัวเองล่ะก็ แม่กุลคงเตรียมก้านมะยมไว้ฟาดแน่นอนเลยทีเดียว



อีกหลายวันผ่านไป ทุกคนก็ดำเนินชีวิตกันตามวิถีของแต่ละคนต่อไป ริวกะ พลอย เวย์ ปาล์ม ฝน และผองเพื่อนก็กลับไปเรียนตามวัยของตน คิราระก็ทำงานที่บ้านพร้อมกับหน้าที่เลขาเบอร์สองของมิไร ว่ากันว่ายิ่งใกล้ยิ่งเจ็บมันก็คงไม่แปลก เพราะตอนนี้มีคนๆหนึ่งกำลังตกอยู่ในสถานการณ์นั้นอยู่ นั่นก็คืออั้มนั่นเอง ยิ่งนานวันเข้าเธอก็เริ่มคิด คิด คิด ว่าตัวเธอนั้นไม่ใช่คนของอิซานางิ เธอเป็นคนไกล เธอไม่ใช่คนที่ทุกคนต้องการ วันนี้ก็เช่นกันเธอมาเรียนตามปกติโดยที่มีใครบางคนมาดักรอเธออยู่


[ อั้ม ]  :  พะ เพียว


[ ไอ้เพียว ]  :  หวัดดีอั้ม


เพียวหรือได้เหี้ยเพียว มันคนนี้คือแฟนเก่าของอั้มนั่นเอง เรียกได้ว่ามันเป็นคนที่เกือบได้เปิดซิงอั้มก็ว่าได้ มันเข้ามาตอนที่อั้มอ่อนแอและสับสนเรื่องริวกะ มันเอาอกเอาใจ พูดปลอบสารพัดจนสาวน้อยที่โหยหาความรักตกหลุมเชื่อ และยอมรับมันเป็นแฟน แต่ทั้งคู่ก็คบกันได้เพียงไม่ถึงครึ่งปี ทั้งคู่ก็ต้องเลิกลากันไป เพราะอั้มจับได้ว่าเพียวไม่ได้เธอเพียงคนเดียว


แต่เหตุผลหลักๆนั้นคือตลอดเวลาที่คบเพียว อั้มรู้ตัวเองเสมอว่าทั้งหมดเพียงเพราะเธอต้องการมีใครสักคนเอาใจ ต้องการมีใครสักคนที่แทนนายริวได้ จริงอยู่ว่าเพียวนั้นเอาออกเอาใจเธอทุกอย่าง แต่มันก็ไม่สามารถแทนที่ได้เลย เธอจึงใช้ข้ออ้างที่ไอ้เพียวนอกใจเธอบอกเลิกเพียว ซึ่งเพียวก็ยอมแต่โดยดี แต่ทำไมตอนนี้มันมาอยู่ต่อหน้าอั้มล่ะ


[ อั้ม ]  :  เพียวไม่มีเรียนเหรอ


[ เพียว ]  :  ก็มีแหละ แต่เราแยากแวะมาหาอั้มน่ะ


[ อั้ม ]  :  มาหาอั้ม ?  ทำไมล่ะ


[ เพียว ]  :  เรารู้สึกเหมือนอั้มมีเรื่องไม่สบายใจน่ะ เราเป็นห่วงอั้ม


ปากหวานมาแต่ไกลเลยทีเดียว นี่แหละคือเหตุผลที่อั้มตกปากรับคำรับมันเป็นแฟน เพราะคำหวานสารพัดที่มันสรรหามานั่นเอง ซึ่งแตกต่างจากนายริวที่ไม่เคยพูดอะไรสักคำให้เธอใจเต้นบ้างเลย


[ อั้ม ]  :  อึ่ อื้ม ขอบใจนะเพียว


[ เพียว ]  :  ไม่เป็นไรหรอก ถึงเราจะเลิกกันแล้วก็เถอะ แต่ความรู้สึกของเพียวที่มีให้อั้มก็ไม่เปลี่ยนแปลงนะ


[ อั้ม ]  :  ....


[ เพียว ]  :  จริงๆนะ เพียวน่ะนะทุกข์ใจมาตลอดเลยล่ะ แค่ว่ามันก็เป็นผลกรรมที่เพียวควรได้รับแล้วล่ะ


[ อั้ม ]  :  ช่างเถอะเพียว มันผ่านมาแล้ว เราเป็นเพื่อนกันน่ะดีแล้ว


[ เพียว ]  :  จริงเหรออั้ม เรายังเป็นเพื่อนกันได้ใช่มั้ย


[ อั้ม ]  :  อื้ม



เพียวนั้นดีใจสุดๆเลย เขากำมือสองข้างพร้อมกับตะโกนไชโยจนคนแถมนั้นต้องมอง ใบหน้าสีหน้าของเพียวมันบ่งบอกจริงๆว่าเขาดีใจแม้จะได้เป็นแค่เพื่อนก็ตาม และจากนั้นทุกๆวันเพียวก็แวะมาหาอั้มทุกวันๆ ทุกวันๆ อย่างสม่ำเสมอ และทุกๆครั้งเพียวก็เหมือนรู้ว่าอั้มจะเดินผ่านตรงไหน เพราะอั้มจะเจอเพียวตลอดเลย ถึงแม้อั้มจะรู้ใจตัวเองดีว่าไม่ได้คิดกับเพียวมากกว่าเพื่อน แต่เธอก็รู้สึกดีที่มีคนเอาใจใส่แบบนี้ จนกระทั่งวันนี้ก็มาถึง


[ อั้ม ]  :  เรียนที่วิทยาเขตนู้นเป็นไงบ้างเพียว ต้องเทียวไปเทียวมา ลำบากเลยนะ


[ เพียว ]  : โหย สบายมาก เรามาเจออั้มเราก็หายเหนื่อยแล้ว


[ อั้ม ]  :  อ่อ อื้มๆ


[ เพียว ]  :  เอ้อ อั้มๆ ว่าแต่ตอนเย็นว่างมั้ย เราอยากชวนอั้มไปกินข้าวสักมื้อ


[ อั้ม ]  :  อ๋อ อืม.......


[ เพียว ]  :   เราอยากเป็นเจ้ามือสักมื้อน่ะ อั้ม ถือว่ามันเป็นมือสำหรับมิตรภาพของเรานะ



•••• ย้อนกลับไปเมื่อวาน ••••


[ อั้ม ]  :  อะไรนะวันหยุดนี้ คิราระจะไปเที่ยวบ้านพลอยเหรอ

[ คิราระ ]  :  ค่ะพี่อั้ม คุณพิกุลกับพลอยชวนน่ะค่ะ


[ อั้ม ]  :  หืม น้ากุลชวนเหรอ


[ คิราระ ]  :  คือน้องพลอยอยากกลับไปเยี่ยมคนที่บ้านนั้นน่ะค่ะ คุณพิกุลเลยจะพาไป แล้วคราวนี้น้องพลอยเลยมาชวนคิราระน่ะค่ะพี่อั้ม


[ อั้ม ]  :  อ๋อ อื้มๆ พี่น้องคู่นี้รักกันดีจริงๆ แล้วคิราระเลยจะมาขออนุญาตพี่ว่างั้นเถอะ


[ คิราระ ]  :  ค่ะ คิราระต้องมาขออนุญาตก่อน เพราะถ้าไปก็จะไม่มีใครดูแลบ้าน


[ อั้ม ]  :  ไปเถอะ เดี๋ยวพี่หาอะไรกินง่ายๆเอง


[ คิราระ ]  :  อืมมม... ริวกะ  คือชั้นไปได้มั้ย


[ ริวกะ ]  :  อื้ม ไปสิ่ ไปพักผ่อนบ้าง เดี๋ยวชั้นหาอะไรกินข้างนอกก็ได้


[ อั้ม ]  :  ก็กลับมากินบ้านสิ่ เดี๋ยวพี่ทำให้กินก็ได้


[ ริวกะ ]  :  คร๊าบ คร๊าบบ



สรุปว่าวันนหยุดสุดสัปดาห์นี้พลอยได้ชวนคิราระให้ไปที่บ้านของเธอ ซึ่งมันก็เท่ากับว่าริวและอั้ม จะมีเวลาอยู่ด้วยกันสองต่อสองตลอดวันหยุดเลย


••• ปัจจุบัน •••



[ อั้ม ]  :  เอ่อ อื้มๆ แต่อั้มต้องกลับไม่เกิน 6 โมงนะเพียว


[ เพียว ]  :  ได้สิ่ ได้สิ่ นี่อั้มก็ไม่มีเรียนแล้ว เราไปกันเลยมะ


[ อั้ม ]  :  หืม เพียวรู้ได้ไงว่าอั้มไม่มีเรียนแล้ว


[ เพียว ]  :  ฮี่ๆ บอกแล้วว่าอั้มเป็นคำสัญของเพียวเสมอ


ไอ้เพียวยิ้มให้อั้มอย่างจริงใจและบอกความรู้สึกไปอีกครั้ง ส่วนอั้มนั้นก็รู้สึกดีเช่นกันที่เพียวนั้นใส่ใจเธอ แม้เธอจะไม่รู้สึกเกินเพื่อน แต่การที่ถูกใส่ใจแบบนี้ใครล่ะจะไม่รู้สึกดี ระหว่างนั้นสายโทรศัพท์ของเพียวนั้นก็ดังขึ้นมา เขาจึงขออนุญาตรับและเดินออกไปทันที ส่วนอั้มนั้นก็เช่นกันเธอหยิบโทรศัพท์ออกมา ซึ่งเวลาก็บอกว่าตอนนี้ 15.30


[ อั้ม ]  :  งืมม โทรฯบอกนายริวหน่อยดีกว่า


[ เพียว ]  :   ป่ะอั้ม เดี๋ยวขับรถตามเรามานะ เดี๋ยวเราส่งโลเคชั่นบอก


[ อั้ม ]  :  หะ หา !!! อื้มๆ


เพียวนั้นพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่อั้มจะได้โทรฯ เธอจึงตัดสินใจว่าจะโทรฯบอกหลังจากที่ถึงแล้วนั่นเอง จากนั้นทั้งคู่ก็ขับรถออกไปทันที เพราะอั้มนั้นตั้งใจว่ากินเสร็จจะรีบกลับบ้าน เพราะเธอไม่อยากให้นายริวต้องอยู่คนเดียว เหมือนที่เธอเคยทำมาในอดีต



•• ด้านริว ••


หลังจากที่เรียนเสร็จ ริวก็ตรงดิ่งไปหาพลอยเลย เพราะว่าวันนี้เขาอาจจะมีเวลาอยู่กับเธอไม่ถึง 10 นาที เพราะว่าน้ากุลนั้นจะมารับเธอทันทีที่เรียนเสร็จ วันนี้พ่อหนุ่มมังกรมาแบบฉายเดี่ยว เพราะไอ้เวย์คู่หูนรกแตกนั้น ไม่ได้เข้าเรียนข่วงบ่าย เขาไปส่งน้องฝนและปาล์มที่เรงเรียนเก่า โดยเขาบอกกับริวว่าจะกลับมาช่วงเย็นๆ เพราะมีการบ้านต้องรีบทำรีบส่ง 


ทำให้ตอนนี้ริวได้สวีทกับพลอยแบบลำพัง และก็เป็นไปตามคาด หลังจากริวมาหาพลอยและพูดคุยกันไม่ถึง 20 นาที ว่าที่แม่ยายก็ขับรถมาจอดตรงหน้าเลยก็ว่าได้ มิหนำซ้ำยังรับคิราระมาแล้วด้วย


[ ริวกะ ]  :  โห น้ากุลครับ รับคิราระมาแล้วแบบนี้ ผมจะหาข้ออ้างไหนอยู่คุยกับพลอยต่อเนี่ย


[ พิกุล ]  :  ก็เพราะน้ารู้น่ะสิ่ว่าเราจะอ้างว่าต้องไปรับคิราระ น้าเลยไปรับมาก่อนเลย  เรากับพลอยยังอยู่ในช่วงคาดโทษนะริว


[ ริวกะ ]  :  คร๊าบบบ ฮือออ กระซิก กระซิก


[ คิราระ ]  :  งือออ ริวกะ จะให้คิราระอยู่เป็นเพื่อนมั้ย


[ ริวกะ ]  :  เธอไปพักผ่อนเถอะคิราระ ถ้าชั้นให้เธออยู่ด้วย คงมีคนงอแงแน่ๆเลย อุ้ย นั่นไง นั่นไง แก้มป่องเป็นปลาปั้กเป้าเลย


[ พลอย ]  :   เง้ออออ  อย่ามาแซวพลอยนะ ( เดินไปคล้องแขนคิราระ )  เสาร์ อาทิตย์นี้ พี่คิราระต้องอยู่กับพลอย แบร่ !!!



พลอยนั้นแลบลิ้น ปลิ้นตาใส่ริวจนคิราระกลั้นหัวเราะไม่อยู่ ส่วนริวกับพิกุลเองก็ยิ้มไม่หุบเช่นกัน ความน่ารัก สดใสแบบนี้แหละ ที่พวกเขาอยากเห็นมาตลอด 10 ปี หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งพิกุล คิราระ และรุ้งพลอยก็พากันขึ้นรถไปทันที และทั้งสองสาวก็ไม่ลืมที่จะแอบส่งจูบและบ๊ายบายผ่านกระจกรถ


แค่นี้แหละที่มันทำให้ริวนั้นสุขใจไม่ใช่น้อยเลย แต่ว่าระหว่างที่ริวกะเตรียมตัวจะกลับบ้านเพราะว่าวันนี้เขามีนัดกับพี่อั้มไว้ เวย์ก็ได้โทรศัพท์เข้ามาหาริวกะ และเมื่อรับสายเขาก็พูดได้ท่าทีที่รีบร้อนราวกัยมีเรื่องอะไรไม่ดีเกิดขึ้น


[ เวย์ ]  :  เฮ้ย ไอ้มังกร เมื่อกี้กูเห็นพี่อั้มขับรถตามไอ้เพียวออกไป


[ ริวกะ ]  :  มึงพูดอะไรไอ้เวย์ พี่อั้มจะออกไปกับไอ้เพียวได้ไงวะ


[ เวย์ ]  :  กูเห็นจริงๆ พี่อั้มขับรถตามไอ้เพียวออกไป



••• ย้อนกลับไปเมื่อเกือบชั่วโมงที่แล้ว •••


หลังจากที่คุยกับอั้มและตกลงกันว่าจะไปทานอาหารด้วยกัน จู่ๆก็มีสายโทรศัพท์เข้ามา ไอ้เพียวหยิบขึ้นมาดูชื่อที่หน้าจอและพูดขอตัวออกไปรับสายทันที มันรู้ดีว่าใครที่โทรมา


[ เพียว ]  :  ฮัลโหล มีไรวะ


[ ระยำ 1 ]  :  นั่นแน่ เห็นนะเว้ย ว่ากำลังจะไปไหนกับอีอั้มน่ะ


[ เพียว ]  :  ก็ธรรมดาเปล่าวะ หล่อ หน้าตาดี ก็เป็นปกตินี่หว่า


[ ระยำ 1 ]  :  โถ้ว ไอ้เพียว เพราะพวกกูไม่ใช่เหรอวะที่คอยรายงาน คอยส่งข่าวให้มึง มึงถึงมาดักรอเจออีอั้มได้แบบนี้ มึงต้องตอบแทนพวกกูแล้วแหละ


[ เพียว ]  :  เฮ้ย กูไม่ได้ขอให้พวกมึงทำฟรีๆ กูก็จ้างพวกมึงแล้วไง ยังจะเอาอะไรอีกวะ



[ ระยำ 1 ]  :  เฮ้ย สมบัติผลัดกันชมสิ่วะ  สันดารของมึงคงไม่ได้คิดจะคบจริงจังหรอก  พอเย็ดจนหนำใจมืงก็เปลี่ยนคน อย่าคิดว่าพวกกูไม่รู้น่า แค่แบ่งๆมาให้พวกกูเย็ดบ้างจะเป็นอะไรวะ เพราะยังไงมึงก็ตั้งใจจะพามันไปสวิงอยู่แล้วไม่ใช่หรือไงวะ


นี่ไงล่ะ เหตุผลที่ไอ้เพียวมาหาอั้มแล้วเจอตลอดเพราะไอ้พวกเพื่อนร่วมห้องระยำนี่เอง ที่มันคอยส่งข่าวบอกไอ้เพียวให้รู้ถึงตารางเรียน ห้องเรียน และเวลาว่างต่างๆ ไอ้เพียวจึงมาได้ถูกจังหวะตลอด และแน่นอนว่าพวกมันก็คงไม่ได้หวังแค่เงินค่าจ้าง 5 พันแน่ๆ พวกมันหวังที่จะได้เสพสุขจากร่างกายของอั้มด้วยต่างหาก


[ เพียว ]  :  พวกมึงนี่เหี้ยจริงๆรู้ทันกูหมด  ถ้ามึงอยากเย็ดก็ต้องรอว่ะ ท่าทางกูจะเบื่อยาก กูจะเย็ดให้สาสมกับที่พลาดไปคราวก่อน  ไอ้เหี้ยที่ไหนไม่รู้ทำแผนกูเสียหมด



[ ระยำ 1 ]  :  เฮ้ย !!! อย่านานนักนะเว้ย พวกกูยิ่งใจร้อนอยู่ เผลอๆถ้าร้อนมากๆ คลิปว่อนเนตนะเว้ย



ไอ้เพียวถึงกับหนักใจเลยทีเดียว พวกมันมาไม้นี้จริงๆ สมกับคำที่กล่าวเอาไว้ว่า ไม่มีสัจจะในหมู่โจร ตัวมันเองก็เลินเล่อไปด้วย เพราะปกติมันจะหลอกเย็ดด้วยตัวเองตลอด นี่เป็นครั้งแรกที่มันต้องจ้างคนช่วย มันจึงลืมนึกถึงการเก็บหลักฐานไว้กันเหนียว ต่างจากไอ้พวกเหี้ยนี่ที่ทำกันจนชำนาญ เหยื่อหลายคนที่พวกมันทั้ง มอมยา ข่มขืน ถ่ายคลิป บางคนถึงกับต้องหนีไปก็มี


บางคนที่กลัวอับอายก็หายหน้าไม่กล้าแจ้งความ บางคนโชคร้ายหน่อยพวกมันก็จะใช้คลิปข่มขู่เพื่อเรียกมาหาความสุขเรื่อยๆ เรียกว่าเลวบริสุทธิ์ก็ว่าได้ ครั้งนี้ก็เหมือนกัน วินาทีแรกที่ไอ้เพียวติดต่อมาให้พวกมันช่วย  พวกมันนั้นไม่คิดเรื่องเงินตอบแทนเลย มันคิดแต่จะหาทางที่จะได้เสพสุขกับเรือนร่างของอั้มอย่างเดียวเลยก็ว่าได้


[ เพียว ]  :  เออ ไว้กูเบื่อแล้วจะบอก


ไอ้เพียวตัดสายทิ้งทันที เพราะไม่อยากให้อั้มรอนาน อ้อยกำลังจะเข้าปากช้างแบบนี้ทีเหรอที่มันจะโง่ปล่อยไปง่ายๆ ส่วนไอ้พวกระยำทั้ง 4 ตัวที่เป็นเพื่อนร่วม Section ของอั้ม เมื่อวางสายแล้ว ก็หัวเราะลั่นกันเลยเพราะพวกมันกำลังจะได้สมหวังกับเรือนร่างอันสุดแสนจะยั่วยวนของอั้มนั่นเอง


[ ระยำ 1 ]  :  5555 โง่ชิบหาย ไอ้ควายเพียว


[ ระยำ 2 ]  :  เฮ้ย แบบนี้กว่าพวกเราจะได้เย็ด อีอั้มไม่โบ๋ หมดแล้วเหรอวะ


[ ระยำ 3 ]  :  โถ๊  ไม่โบ๋หรอก ไอ้เหี้ยเพียวควยเล็กจะตายห่า


[ ระยำ 4 ]  :  แล้วมึงจะเอาหลักฐานนั่นไปขู่มันจริงเหรอวะ


[ ระยำ 1 ]  :  กูขู่มันไปงั้นแหละ มึงก็รู้ว่าไอ้เพียวมันลูกหลานใคร กูไม่อยากเสี่ยงหรอกโว้ย


[ ระยำ 3 ]  :  แต่ที่ดูๆข่าว พ่อไอ้เพียวก็ไม่ได้มีข่าวเสียหายอะไรนี่หว่า เห็นออกข่าวบ่อยๆ


[ ระยำ 1 ]  :  พ่อมันเดินสายสว่างทำงานสุจริต  แต่ลูกชายดันเหี้ยเหมือนอามัน ( น้องชายพ่อ ) อามันน่ะตัวเหี้ยเลยจะบอกให้ แต่ต้องขอบคุณความเหี้ยของไอ้เพียวนะ ไม่งั้นพวกเราคงไม่ได้เย็ดอีอั้มหรอก


[ ระยำ 2 ]  :  5555 เออจริงว่ะ แต่แบบนี้ก็เท่ากับไอ้เพียวจะได้เปิดซิงสิ่วะ แม่งเอ๊ยยยย



[ ระยำ 4 ]  :  ช่างแม่งเหอะซิงไม่ซิง  กูจะเย็ดให้เรียกกูผัวจ่าเลย สัดหยิ่งนัก



[ ระยำ 3 ]  :  เฮ้ย พวกมึงไม่กลัวบ้างเหรอวะ อีอั้มมันลูกบุญธรรม ของประธานอิซานางิ กรุ๊ป นะเห้ย พวกมึงก็รู้ว่าพวกนั้นมันยากูซ่าเก่า



[ ระยำ 1 ]  :  กลัวเหี้ยไร ฮู๊  ถ้าได้เย็ดอีอั้มแล้ว มันก็ไม่กล้าทำอะไรหรอก มันคงไม่อยากให้ทั้งโลกรู้ ว่าลูกสาวบุญธรรม มีผัวทีเดียวพร้อมกันสี่คนหรอก จริงป่ะ


[ ระยำ 2 ]  :  ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไปเหอะ ไปเติมหน่อย กูยำใส่มวนมาล่ะ


[ ระยำ 4 ]  :  ฮ่า ๆ ๆ ๆรู้งานสัสๆ ป่ะๆ ยุคนี้เสรีกัญชา โว้ยยย


พวกมันทั้งสี่หัวเราะลั่นเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะยังไงพวกมันก็มีแต่ได้กับได้ทั้งนั้น หลังจากนั้นพวกมันก็พากันเดินไปหลังมหาวิทยาลัยใกล้ๆทะเลสาบ ซึ่งที่ตรงนั้นเป็นที่ซ่องสุมของพวกมันเลยก็ว่าได้ ทั้งเอาไว้โดดเรียน พี๊ยา หรือ พาเด็กมาเล่นเสียว พวกมันอาศัยกิตติศัพพ์เรื่องเล่าขานเรื่องผีทะเลสาบ ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้ามาที่นี่นัก ที่นี่จึงกลายเป็นแดนสวรรค์ของพวกมันเลยก็ว่าได้  แต่มันไม่ได้รู้เลยว่ามีใครบางคนได้ยินพวกมันพูดคุยกัน และเขาก็รู้เรื่องทั้งหมดแล้ว



ณ. แหล่งซ่องสุม



[ ระยำ 1 ]  :  เออ แล้วจะเอาไงกับพวกหลักฐานดีวะ เก็บไว้ที่ใครดีวะ


[ ระยำ 2 ]  :  ไว้ที่มึงนั่นแหละ ไว้หลายคนเดียวปัญหาเยอะ รอไม่ไหวแล้วโว้ย ฮ่า ฮ่า ฮ่า


[ ระยำ 1 ]  :  เออๆ ไปเถอะ หาไรแดกกัน ว่าแต่พวกมึงระวังๆกันไว้หน่อยนะเว้ย กูได้ยินมาว่าน้องชายของอีอั้มที่อยู่ปี 2 แม่งโหดชิบหาย   



[ ระยำ 2 ]  :  กูก็ได้ยินมาเหมือนกันว่ะ แม่งลือกันว่ามันคนเดียว กระทืบพวกเหี้ยนพเป็น 10 แถมยังตบ บอดี้การ์ดฝรั่งจนคว่ำอีกด้วย



[ ระยำ 3 ]  :  ช่างแม่งเถอะ ยังไงซะถ้าได้เย็ดอีอั้ม ไอ้เด็กเหี้ยนั่นก็ต้องเรียกพวกเราว่าพี่เขยอยู่แล้วนะเฮ้ย 55555


พวกมันพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน โดยไม่รู้เลยว่าบนต้นไม่นั้น มัจจุราชได้ต้องมองพวกมันอยู่ อ๊ากกกกก !!! ในขณะที่พวกมันทั้ง 4 คนกำลังเตรียมเดินออกจากพื้นที่นั้น ชายหนุ่มที่อยู่บนต้นไม้ก็กระโดดลงมาและฟาดไปที่พวกอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนพวกมันล้มกลิ้งกันไปคนละทิศ มี 1คนสลบเหมือนทันที แต่ก็ยังมีไอ้ระยำอีกสามคนที่รอด


ตั้กๆๆๆ ไอ้ระยำเบอร์ 2  พุ่งใส่ชายชายปริศนาทันที ไอ้นี่มันคุ้นชินกับการต่อยตี จึงทำให้มันตั้งสติได้เร็วกว่าคนอื่นๆ แต่ว่า  ชายคนดังกล่าวก็ไม่ธรรมดาจริงๆ เขายกแขนขึ้นมาบล็อคหมัดซ้ายของไอ้เบอร์ 2 อย่างรวดเร็ว และถอยไปตามแรงของมันจนติดต้นไม้ ปึ้ก !!! ฝ่ามือขวาของเขาอัดเข้าที่หน้าจองมันจนหน้าโยก และอาศัยจังหวะนั้นบิดแขนซ้ายของหมัด และหมุนสลับตำแหน่งจับหัวของมันโขกเข้ากับต้นไม่อย่างรวดเร็ว


[ ระยำ 2 ]  :  โอ๊ย !!!

ยัง ยังไม่จบแค่นั้น ในขณะที่ร่างของมันกำลัฃจะทรุดลงเพราะความเจ็ยปวด ชายปริศนาก็แทงเข่าเข้าใบหน้าของมันอย่างรุนแรงจนสลบทันที


 


[ ระยำ 3 ]  :  เฮ้ย อะไรวะ อ้อกก !!!


ไอ้เบอร์ 3 ที่กำลังมันงงเพราะโดนฟาด ถึงกับร้องออกมาทันที มันโดนพุ่งเข้าเตะเข้าที่ท้องอย่างจังจนตัวเป็นกุ้ง แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังแข็งใจต่อยสวนกลับไป แต่ไม่ว่าจะต่อยยังไงก็ไม่โดน


[ ระยำ 1 ]  :  ไอ้เหี้ย มึงเป็นใครวะ


มันไม่พูดเฉยๆ แต่พุ่งเข้าต่อสู้ด้วย วูบ วูบ วูบ ชายคนดังกล่าวก้าวเท้าหลบอย่างรวดเร็วด้วยชั้นเชิงที่เหนือกว่า ปั้ก ปั้ก เขาอาศัยจังหวะนั้นปล่อยหมัดออกไปซ้าย แจกหมัดไปคนละที หมัดนี่เข้าหน้าของทั้งคู่อย่างจัง ไอ้ระยำนัมเบอร์วันถึงกับของขึ้นเลยทีเดียว


[ ระยำ 1 ]  :  มึง ไอ้เหี้ย !!!


มันคำรามขึ้นด้วยความโกรธแค้น และพุ่งหมัดที่สะเปะสะปะเข้าใส่อย่างรวดเร็ว ผั๊วะ !!! โดนจังๆ หมัดนี้ของมันเข้าเป้าจริงๆ แต่ว่าเป้านั้นคือไอ้ระยำเบอร์ 3 ชายหนุ่มปริศนากระชากคอของมันขึ้นมาเพื่อรับหมัดแทน เปรี้ยง !!! หมัดลุ่นๆของไอ้หมายเลข 1 พุ่งใส่เต็มๆ จนไอ้เบอร์3 เลือดกำเดาทะลัก


[ ระยำ 3 ]  :  โอ๊ยย จมูกกู โอ๊ย


[ ระยำ 1 ]  :  เหี้ย ไอ้เหี้ยเอ๊ย


ไอ้หมายเลข 1 ยังไม่หยุด มันยังคงสาวหมัดใส่ชายปริศนา ต่อเนื่อง แต่ไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่สามารถต่อยเข้าเป้าได้เลย และจังหวะนั้นเอง ผั๊วะ !!! เขาก้าวหลบสั้นๆ ด้วยฝ่ามือมือขวาเข้าที่หัวของมัน ส่งผลให้มันถึงกับชะงักเลยทีเดียว ผั๊วะ !!! ตามด้วยหมัดขวาที่ต่อยเข้าปลายคางอย่างรวดเร็ว แม้จะไม่ได้ใส่เต็มแรงมากนัก แต่ด้วยความแม่นยำจึงทำให้สมองของมันสั่นไหวและไม่สามารถทรงตัวได้ ผั๊วะ !!! เขาเตะย้ำเข้าขอพับของไอ้หมายเลข 1 เต็มๆจนมันถึงกับทรุดเลยทีเดียว





และในจังหวะที่ไอ้เบอร์ 1 นั้นทรุดลงเขาก็หันไปชกซ้ำเข้าใส่หน้าไอ้หมายเลข 3 ที่ตอนนี้ไร้หนทางต่อสู้จนแววตาของมันเหม่อลอยราวกับกำลังจะหมดสติ ปั้ก !!! ชายหนุ่มปริศนาก็แทงเข้าหน้าของไอ้เบอร์ 1 มันร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดทันที


เรียกได้ว่าไร้ปราณีเลยก็ว่าได้ และในจังหวะที่พวกมันทั้ง 2 ไร้หนทางที่จะต่อสู้นั้น มั่บ !!! โป๊ก !!! เขากระชากคอเสื้อของพวกมันทั้งสอง และจับโขกกันอย่างรุนแรง จนมันทั้งสองสลบเหมือนไปในทันที



เขามองสำรวจอีกครั้งจนแน่ใจว่าทั้ง 4 สลบไปแล้ว และค่อยๆถอดหน้ากากที่ใช้อำพรางใบหน้า แน่นอนว่าคนๆนั้นคือ ไอ้เวย์ นั่นเอง แต่ไม่รู้ว่าเพราะความบังเอิญหรืออะไรกันแน่ เวย์ได้กลับมาจากการไปส่งฝนและปาล์มพอดี บังเอิ๊ญบังเอิญในขณะที่เขากำลังจอดรถและกำลังเดินออกมานั้น


เขาก็บังเอิ๊ญบังเอิญไปเจอไอ้พวกนี้เข้า เวย์รู้ดีว่าได้สี่ตัวนี้มันเป็นพวกขี้ยา และด้วยสัญชาตญาณบางอย่างจึงทำให้เวย์ตัดสินใจที่จะแอบสังเกตพฤติกรรมของพวกมัน และได้ยินไอ้พวกนี้กำลังโทรศัพท์คุยกับไอ้เพียวถึงแผนชั่วๆของพวกมันพอดี


และทันทีที่ได้ยินพวกมันพูดว่าจะไป " เติม "  เวย์ก็รู้ได้ทันทีว่าไอ้เวรพวกนี้ต้องไปหลังมหาวิทยาลัยแน่ๆ เพราะนั่นคือแหล่งซ่องสุมของพวกมัน เขาจึงรีบวิ่งมาดักและแอบฟังเกี่ยวกับแผนชั่วๆของพวกมันนั่นเอง เวย์รีบสำรวจอุปกรณ์สื่อสาร กระเป๋าเงินของพวกมันอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ลืมที่จะใส่ถุงมือเพื่อป้องกันลายนิ้วมือ เวย์จำได้ว่าเมื่อกี้พวกมันคุยกันว่าให้เก็บหลักฐานไว้กับไอ้หมายเลข 1 เวย์จึงรีบสำรวจที่ตัวของมัน


[ เวย์ ]  :  เข้ารหัส อีก ไอเวนเอ๊ย


เวย์ถึงกับสบถออกมาอย่างหัวเสีย เพราะว่าโทรศัพท์ของไอ้เวนนี่ตั้งพาสไว้ แต่ที่หน้าจอของมันก็มีข้อความจากแอพพริเคชั่นแชทป๊อปอัพขึ้นมา


" พี่อย่าเอาคลิปไปลงเนตนะ หนูยอมแล้ว "


เท่านั้นแหละเวย์ของขึ้นเลยทีเดียว งั้นไอ้พวกเหี้ยนี่คงไม่ได้ทำแบบนี้ครั้งแรกสิ่นะ สงสัยว่างานนี้เขาคงต้องเก็บกวาดไอ้นักศึกษาระยำพวกนี้แล้วล่ะ


[ เวย์ ]  :   ผมต้องการดูข้อมูลบางอย่างในโทรศัพท์ ผมจะส่งยี่ห้อ รุ่น และ เลขเครื่องไปให้ รบกวนปลดล็อคให้ผมหน่อย และก็ส่งพนักงานทำความสะอาดมาที่มหาวิทยาลัยหน่อย


เวย์ติดต่อหาใครบางคนและแจ้งทุกๆอย่างไป และไม่นานนักเวย์ก็ได้ข้อความตอบกลับมา และทันทีที่เขาเปิดโทรศัพท์ของไอ้ระยำนัมเบอร์วันได้ ทุกอย่างก็เริ่มขึ้น




[ ระยำ 1 ]  :  เฮ้ย อะไรวะเนี่ย เฮ้ยเกิดอะไรขึ้นวะ


เมื่อไอ้เวนนี่มันสติขึ้นมามันก็ต้องตกใจจนแทบครั่ง เพราะตอนนี้มันถูกคลุมหัวด้วยผ้าบางอย่างและมันยังรู้สึกได้ว่าตอนนี้ตัวของมันนั้นถูกจับนอนราบโดยเอาหัวลง


[ เวย์ ]  :  ตื่นแล้วเหรอ ( เครื่องดัดเสียง )


[ ระยำ 1 ]  :  เหี้ยอะไรวะ อ่อกกกก


ยังไม่ทันที่มันจะได้พูดอะไร ชายปริศนาก็อัดเข้าท้องของมันเต็มๆ จนมันหายใจไม่ออก


[ เวย์ ]  :  มึงเอายามาจากไหน


[ ระยำ 1 ]  :  ยาอะไรวะกูไม่รู้ อ้อกกก ( โดนอีกหมัด )


[ เวย์ ]  :  ยังไม่ยอมพูดสิ่นะ


ทันใดนั้นมันก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังจ๋อม จ๋อม จ๋อม น้ำ !!! น้ำนั่นเอง เกิดอะไรขึ้น ทำไมได้ยินเสียงน้ำหรือว่ามันกำลังจะถูกถ่วงน้ำ บ้าเหรอมันแค่ดูดกัญชาแถมที่ซื้อมาก็จ่ายเงินสด มันจะถูกตามมาเก็บได้ยังไง แต่ว่าความคิดของมันก็ต้องชะงักลงทันที เมื่อน้ำจากถังถูกเทลงมาที่มัน ถุงผ้าเนื้อบางสีดำที่ใช้คลุมหัวของมันนั้นเปียกชุ่มทันที มิหนำซ้ำยังปิดแนบสนิทกับจมูกและปากของมัน ทำให้หายใจลำบากอีกด้วย



เวย์ยังคงเทน้ำต่อไปเรื่อยๆ ส่วนไอ้ระยำ 1 ก็ได้แต่รับการทรมานอย่างเดียว มันพยายามหายใจทั้งทางปากและจมูก แต่ไม่ว่าจะทางใดมันก็แทบไม่ช่วยอะไรเลย และพอผ่านไปสักพักการทรมานยกแรกก็ผ่านไป


[ เวย์ ]  :  มึงเอายามาจากไหน ?


[ ระยำ 1 ]  :  ฮื๊ออ ฮื๊อออ ฮื๊อออ ( พยายามสูดลม )กูไม่รู้ อ่กกก


น้ำถูกเทลงมาอีกครั้ง การทรมานแบบนี้มันถูกเรียกว่า water overboarding จับผู้ต้องหานอนในลักษณะลาดเอียงเอาหัวลงหาผ้าปิดหน้าไว้และเทน้ำใส่ ทั้งความกลัวเพราะมองไม่เห็นและความทรมานที่หายไม่ออกเพราะถูกน้ำปิดจมูก แบบนี้แหละมันทรมานจริงๆ





[ เวย์ ]  :  มึงเอายามาจากไหน


[ ระยำ 1 ]  :  ฮื๊อออ ฮื๊อออ ฮื๊อออ  ยอมแล้วยอม ฮื๊อออ ฮื๊ออออ


แบบนี้แหละเขาเรียกว่า กระจอก แค่นักศึกษาที่ทำตัวกร่างเท่านั้น ไม่ได้มีความแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ โดนทรมานไป 2 ชุดเท่านั้นความซ่าความเก่งทั้งหมดก็หายไปทันที แต่ว่าเวย์ยังไม่ยอมหยุดเขาเทน้ำถังที่สามเพื่อทรมานมันอีก มันเป็นการย้ำว่ากูฆ่ามึงได้ง่ายๆโดยไม่สะทกสะท้าน ส่วนไอ้ระยำนั้นก็ถึงกับมองเห็นเงามรณะอยู่กลายๆอีกนิดเดียวลมหายใจจะหมด อีกนิดเดียวมันจะตาย  แต่เหมือนนรกยังไม่ต้อนรับคนเลวๆอย่างมัน เพราะชายคนดังกล่าวก็หยุดเทน้ำก่อนที่มันจะตาย


[ เวย์ ]  :  มึงเอายามาจากไหน


[ ระยำ 1 ]  :  อยะ อย่าฆ่าผมเลย อ่อกก ผม ผม ผมเอายามาจากไอ้นพครับ ไอ้นพมันปล่อยยาให้คนในมหาวิทยาลัย อย่าฆ่าผมเลย อย่าฆ่าผมเลย


[ เวย์ ]  :  พูด !!! พูดมาให้หมด


[ ระยำ 1 ]  :  อ่อกกก อ่อกกก


[ เวย์ ]  :  พวกมึงทำอะไรอีกพูดมาให้หมด


[ ระยำ 1 ]  :  อ่อกก  เรื่อง เรื่องยาผมก็บอกไปแล้ว จะถามอะไรผมอีก อ่อกกกก


[ เวย์ ]  :  ยังไม่พูดใช่มั้ย งั้นตายเถอะมึง


[ ระยำ 1 ]  :  อย่าฆ่าผม อย่าฆ่าผมพี่อยากรู้อะไรพี่ถามสิ่ อย่าฆ่าผม มีอีก มีอีก มีอีกเรื่อง ไอ้  ไอ้ ไอ้เพียวมันวางแผนจะพาอั้มไปบ้านของมันแถวพระรามสาม มันกะจะวางยาพาไปเย็ดและจะถ่ายคลิปแบล็คเมล์ มันมาพูดคุยให้อั้มตายใจแล้วพากันออกไปแล้วเมื่อกี้


[ เวย์ ]  :  อะไร อั้มไหนกูไม่รู้จัก ไอ้คนชื่อเพียวเป็นใคร กูก็ไม่รู้จัก


[ ระยำ 1 ]  :  ไอ้เพียว ไอ้เพียวไง ภูภัทร นิมิตทรัพย์ ลูกชายนายภูมิ นิมิตทรัพย์  มันชอบหลอกผู้หญิงไปเอาประจำ แถมยังถ่ายคลิปไว้ขู่ด้วย มัน มัน มันพยายามมาทำดีให้อั้มใจอ่อนทมันไปรออั้มทุกๆที่ที่อั้มจะไป อั้ม กุลธิดา มิตรพงไพร  ลูกสาวหมอทศพล  ลูกบุญบุญธรรมของ ตระกูลอิซานางิไง มัน มัน มันจะพาไปร้านโรแมนซ์เทล ที่พระรามสาม มันวางแผนจะวางยาและพาอั้มไปข่มขืน


ไอ้ระยำสติแตกไปแล้ว มันหลุดพูดทุกๆอย่างออกมาหมดเลย นี่สิ่นะความกลัวตายที่สามารถทำให้คายทุกอย่างออกมาได้


[ เวย์ ]  :  อะไรวะ แล้วมันรู้ได้ยังไงว่าคนชื่ออั้มจะไปที่ไหน เวลาไหน


[ ระยำ 1 ]  :  คือ คือ  อ้ออก


เพียงแค่มันอ้ำอึ้งๆได้แปปเดียว หมัดเพียวก็พุ่งใส่ท้องของมันทันที ความปราณีของเวย์นั้นไม่มีให้พวกมันเลยทีเดียว


[ เวย์ ]  :  คืออะไร ห๊ะไอ้พวกเด็กเหี้ย


[ ระยำ 1 ]  :  อ่อกก มันจ้างให้พวกผมคอยรายงานการเคลื่อนไหวของอั้มให้มันรู้ เพื่อมันจะได้เข้าหาอั้มได้ถูก โอ๊ยย อ้ออก


[ เวย์ ]  :  นี่พวกมึงทำกับผู้หญิงแบบนี้ได้ไง มึงขายเพื่อนมึงได้ยังไง



ผั๊วะ ผั๊วะ ผั๊วะ หมัดหนักๆ สาวเข้าใส่ลำตัวและท้องของมันอีกนับ 10 ความเจ็บปวดที่ได้รับ ความเจ็บที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ทำให้ได้ระยำคนนี้ถึงกับร้องออกมาราวกับกำลังจะตาย



[ เวย์ ]  :  ตายซะเถอะ ไอ้พวกชิงหมาเกิด



[ ระยำ 1 ]  :  อย่า อย่าฆ่าผม อย่า พี่อยากรู้เรื่องอะไร พี่บอกผม อย่าฆ่าผม อย่าฆ่าผม อ๊ากกกก !!!



เปรี๊ยะ !!! เวย์กล่าวใช้สตั้นกัน หรือ กระบองช็อตไฟฟ้า จี้เข้าที่ต้นคอของไอ้เพื่อนระยำ 1 ครั้งจนมันแน่นิ่งไป โชคดีที่การช็อตครั้งนี้ทำให้มันสลบเท่านั้นไม่กะว่าให้ถึงตาย พรืดด !!! เวย์ถอดหน้ากากและอุปกรณ์บางอย่างที่คาดว่าเป็นอุปกรณ์แปลงเสียงออกมา และในมือของเวย์ตอนนี้ก็คือมือถือของไอ้ระยำนัมเบอร์วัน เขาหยิบมันมาจากตัวตอนที่มันยังสลบอยู่ เวย์ได้ทั้งตัวเลขเครื่อง ยี่ห้อ ให้บางหน่วยงานช่วยปลดล็อครหัสให้



และเมื่อเปิดออกมาอ่านเขาถึงกับของขึ้นเลยทีเดียว เพราะในนั้นมีทั้งคลิปที่มันไปหลอกรุมโทรม สวิงกิ้ง และภาพหลักฐานที่พวกมันแค๊ปไว้เพื่อเตรียมแบล็คเมล์ไอ้เพียว พวกมันคิดไม่ซื่ออยู่แล้วตั้งแต่ต้น การที่มันใช้ไอ้เพียวเป็นตัวดำเนินเรื่องเพราะมันไม่อยากจะซวยนั่นเอง


แต่ตอนนี้เรียกได้ว่าพวกมันซวยเสียยิ่งกว่าซวยเสียอีก เพราะมันได้ก้าวล้ำเข้าไปในเรื่องที่ไม่ทำอย่างยิ่งเข้าให้แล้ว ที่เวย์แกล้งถามเรื่องยาไปนั้นเพื่อต้องการเบี่ยงประเด็นที่เขาอยากรู้เรื่องอั้ม แต่กลับกลายเป็นว่าดันได้ข้อมูลเรื่องเครือข่ายยาเสพติด ของนายนพพลพ่อของไอ้เชี้ยนพขี้แตกอีกด้วย


และก็เหมือนกับละครไทย พอทุกอย่างจบลงหน่วยงานพิเศษที่เขาติดต่อไปก็มาถึงทันที เพื่อให้ทุกอย่างดูไม่ผิดสังเกต พวกเขาใช้รถบัสของมหาวิทยาลัยในการเดินทางเข้ามา รวมทั้งรถแวนอีกจำนวน 1 คันด้วย


[ เจ้าหน้าที่พิเศษ ]  :  โห เละเทะเลย นี่ไม่รุนแรงไปหน่อยเหรอครับ พันตรีพิเศษ



[ เวย์ ]  :  แค่นี้ยังเบาไปด้วยซ้ำสำหรับความเลวที่พวกมันทำไว้  ทำไมล่ะ ?  จะจับผมเหรอ


[ เจ้าหน้าที่พิเศษ ]  :  ถึงคุณจะออกจากราชการแล้ว แต่ผลงาน และฝีมือของคุณก็เป็นที่ประจักษ์ไปทั่ว ถ้าคุณยืนยันว่าเด็กพวกนี้มีความผิด ผมคงไม่กล้าโต้แย้งอะไรครับ แล้วจะให้ดำเนินการยังไงต่อไปครับ


[ เวย์ ]  :  ( ยื่นมือถือให้ )  ในมือถือมีคลิปผู้เสียหายจำนวนมากๆ ใช้มันแกะหาผู้สมรู้ร่วมคิดคนอื่นๆมการโพสต์การถ่ายทั้งหมด ถ้ามีคลิปไหนหลุดลงโซเชียลตามลบให้หมด


[ เจ้าหน้าที่พิเศษ ]  :  ได้ครับ ผมจะตั้งทีมเฉพาะกิจขึ้นมาทันทีครับ


[ เวย์ ]  :  ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากให้ทีมผู้เชี่ยวชาญที่เป็นผู้หญิงเป็นคนทำงานด้านนี้ ผมไม่อยากให้พวกเธอที่อยู่ในคลิป ต้องอับอายไปมากกว่านี้ แล้วก็ดำเนินการเยียวยาผู้เสียหายโดยด่วน ติดต่อพวกเธอทุกคนให้เข้ามาชี้ตัวผู้ต้องหาด้วย


[ เจ้าหน้าที่พิเศษ ]  :  ได้ครับ แล้วจะทำยังไงกับพวกสี่คนนี้ดีครับ


[ เวย์ ]  :   เค้นข้อมูลออกมาให้หมด และก็นี่ ( ยื่นที่อัดเสียงให้ )  ในนั้นมีหลักฐานเสียงทั้งหมดตั้งแต่พวกมันพูดคุยกันเรื่อง นางสาว กุลธิดา    เรื่องนายเพียว ภูภัทร  และเรื่องการปล่อยยาของนายนพให้กับเด็กในมหาวิทยาลัยนี้ ดำเนินการสืบและรวบรวมข้อมูล ของนายเพียว และนายนพ ทันที



[ เจ้าหน้าที่พิเศษ ]  :  แล้วเรื่อง คุณกุลธิดาล่ะครับ พันตรีพิเศษ


[ เวย์ ]  :  ชั้นจัดการเอง  เอาล่ะ แยกย้ายทำงานเก็บหลักฐาน



[ เจ้าหน้าที่พิเศษ ]  : ( ตบเท้า ยืนตัวตรง ตะเบ๊ะ )  ครับผม


เจ้าหน้าที่พิเศษ  10 นายยืนทำความเคารพเวย์อย่างพร้อมเพรียง และเริ่มดำเนินการเก็บกวาดหลักฐานทันที ส่วนเวย์นั้นก็รีบหยิบโทรศัพท์เพื่อโทรหาริวกะ เพื่อแจ้งเรื่องที่พี่อั้มขับรถออกไปกับไอ้เพียวทันที




••• ปัจจุบัน •••



หลังจากริวกะนั้นได้ฟังคำพูดของเวย์ เหมือนทุกสิ่งนั้นพังทลายลงมาต่อหน้าริวกะทันที ทั้งที่พี่อั้มสัญญากับเขาไว้ ทั้งที่บอกว่าวันนี้จะอยู่ทานข้าวเย็นด้วยกัน แต่พี่อั้มกลับออกไปกับไอ้เพียวแฟนเก่าที่เคยเกือบทำระยำกับเธอเอาไว้อย่างงั้นเหรอ ความเสียใจ ความน้อยใจ มันผสมผสานจนระเบิดออกมาทันที ริวกะตอนนี้เรียกได้ว่าโมโหจนขาดสติเลยทีเดียว



[ ริวกะ ]  :  พอ กูพอแล้ว กูจะไม่ยุ่งวุ่นวายอีกแล้ว


[ เวย์ ]  :  เฮ้ย ใจเย็นสิ่วะ มึงเป็นอะไรเนี่ย อยู่ดีๆก็ของขึ้น


[ ริวกะ ]  :  กูพอแล้ว กูเหนื่อย ปล่อยเขา ถ้าเขาอยากกลับไปเจออะไรแบบนั้นปล่อยเขา กูจะไม่ยุ่งอีกแล้ว ทั้งที่ไอ้เหี้ยเพียวมันคิดจะทำแบบนััน แต่ทำไมพี่อั้ม~ ( ถึงยังไปกับมัน )



[ เวย์ ]  :  มึงเป็นคนตัดสินใจเองไม่ใช่เหรอ ว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับพี่อั้ม ไอ้มังกรเรื่องนี้มีแค่กูกับมึงที่รู้กันสองคนเท่านั้น พี่อั้มก็รับรู้ว่าไอ้เหี้ยเพียวมันแค่นอกใจ พี่อั้มไม่รู้ว่ามันคิดจะทำระยำอะไรกับตัวเขา



[ ริวกะ ]  :  แล้วไงวะ ไอ้เรื่องนอกใจมันก็เป็นเรื่องจริงไม่ใช่เหรอ มึงกับกูก็ไม่ได้จัดฉากอะไรเลย มันยังไม่เพียงพอเหรอวะที่พี่อั้มจะคิดได้



[ เวย์ ]  :  เฮ้ออ ที่มึงโมโหหัดฟัดหัวเหวี่ยงแบบนี้ เพราะมึงยังรักพี่อั้มอยู่ใช่มั้ย ไอ้มังกร



[ ริวกะ ]  :  อะไรมึง รักอะไร มึงพูดอะไรกูไม่ได้คิดอะไรแล้ว



[ เวย์ ]   :  มึงมันตอแหลไม่เนียนเลยไอ้เวนเอ๊ย กูก็ตงิดๆตั้งแต่ตอนที่พี่อั้มสกัดจุดมึงแล้ว ทั้งๆที่จะตายห่าให้ได้แต่มึงไม่โกรธพี่อั้มเลย อาการของมึงมันออกแนวน้อยใจมากกว่า งั้นแสดงว่าตั้งแต่ตอนนั้นมึงก็ยังรักพี่อั้มอยู่ มึงอย่ามาแหล ไอ้มังกร อ้าวเห้ย !!! เห้ย !!!



ริวกดสายทิ้งเอาดื้อๆเลย ตอนนี้เขาไม่อยากจะรับรู้ ไม่อยากจะฟังอะไรทั้งสิ้น เพราะสิ่งที่เวย์พูดนั้นถูกต้องทุกประการ ตอนที่พี่อั้มสกัดจุดจนเขาจนเกือบไปหาอาจารย์เอ็นมะอีกครั้ง ริวกะในตอนนั้นน้อยใจมากๆ แม้ภายนอกจะดูกล้าแกร่ง เข้มแข็ง แต่การถูกทำร้ายจากคนที่รักมันก็รู้สึกแย่ไม่ใช่น้อยเลย  ริวกะเดินหลีหนีผู้คนออกมาทีละนิด ทีละนิด จนเข้าสู่พื้นที่ที่ไร้ผู้คนจากนั้นก็ แว๊ป !!! เขาสะบัดมือ 1 ครั้งและก่อให้เกิดพื้นที่ที่บิดเบี้ยวบนอากาศ และจากนั้นริวกะก็หายเข้าไปในนั้นทันที


เวย์นั้นพยายามกดต่อสายหาเพื่อนรักอีกครั้งแต่ดูเหมือนว่าจะติดต่อไม่ได้ ตอนนี้เหมือนว่าเขาจะรับรู้ได้ถึงสิ่งผิดปกติบางอย่าง ทำไมอยู่ดีๆเพื่อนของเขาถึงได้ดิ่งและดูเหมือนน้อยใจอะไรขนาดนั้น ซึ่งแน่นอนว่าเวย์ไม่รู้ว่าวันนี้พี่อั้มสัญญาว่าจะกลับไปทำอาหารเย็นและกินพร้อมกับริวกะนั่นเอง นั่นจึงไม่แปลกเลยที่ริวจะน้อยใจรุนแรงแบบนี้


[ เวย์ ]  :  เฮ้อ เด็กหนอเด็กปากแข็งจริงไอ้เวน


เวย์ยกมือดูนาฬิกาข้อมือซึ่งมันบอกเวลา ว่าปาเข้าไป 16.30 น. แล้ว ตอนนี้เวย์ต้องรีบตัดสินใจว่าจะเอาไงต่อไป แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก !!! เวย์นั้นกดที่โทรศัพท์และเช็คสภาพการจารจรอย่างละเอียด ซึ่งปกติแล้วการจะไปยังเส้นพระรามสามในเวลานี้ถือว่าสาหัสเลยทีเดียว เขาถึงกับมึนเลยทีเดียว ว่าจะไปยังไงดีโดยใช้เวลาน้อยที่สุด



[ เวย์ ]  :   จากนี่ไปพระรามสามไปเส้นไหนดีเนี่ย


[ เจ้าหน้าที่พิเศษ ]  :  ถ้าใช้จักรยานยนต์ไปเส้นทางนี้ จะประหยัดเวลาได้เยอะครับ



[ เวย์ ]  :  โอเค ขอบใจมาก ช่วยเตรียมคนให้ผมหน่อย ขอที่ฝีมือดีที่สุด มา 10 นาย ประจำพื้นที่รอบร้านโรแมนซ์เทลและสวนสาธารณะข้างหลังด้วย



[ เจ้าหน้าที่ ]  :  ใช้เจ้าหน้าที่ ถึง 10 นายเลยเหรอครับคุณเวย์ จะไปจับกุมแก๊งค์ไหนกันครับ



[ เวย์ ]  :  แค่มันคนเดียว ก็อันตรายกว่าทั้งกองทัพแล้ว ดำเนินการด่วนเลย


เวย์สั่งการเสร็จก็รีบวิ่งออกไปทันที เขาวิ่งออกไปอีกทางของมหาวิทยาลัย ซึ่งคือทะเลสาบที่เขาบอกว่ากลัวนักกลัวหนา แต่ท่าทีตอนนี้เวย์ไม่ได้มีท่าทีดังกล่าวเลย แซ่ก แซ่ก แซ่ก เวย์วิ่งผ่านต้นไม้ใบหญ้าที่สูงเกือบมิดหัวอย่างชำนาญราวกับว่าคุ้นเคยกับที่นี่เป็นอย่างดี


[ เวย์ ]  :  โอยย ตูละอยากใช้ฮิไรชินได้แบบมันบ้างโว้ย


เวย์บ่นๆขึ้นมานิดๆ เพราะระยะทางตอนนี้ก็ไม่ใช่ใกล้ๆเลย แต่แค่แปปเดียว เวย์ก็สับตีนแตกมาถึงกำแพงของมหาวิทยาลัย ซึ่งมันติดกับซอยหอพอดี เขามองซ้ายมองขวา และเมื่อเห็นว่าไม่มีคนเขาจึงปีนขึ้นอย่างชำนาญและข้ามฝั่งทันที ที่ที่เวย์จะไปนั้นก็คือหอของเขานั่นเองแต่ไม่ใช่ที่ห้อง เวย์นั้นรีบตรงไปที่ลานจอดรถทันที พรึ่บ !!! เขาหยุดวิ่งและดึงผ้าคลุมออกอย่างเร็ว เผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ภายใน้ผ้าคลุมทันที มันคืออาชาเหล็กสีน้ำเงิน จากแบรนด์ดังสัญลักษ์รูปตัว Y จากค่ายญี่ปุ่น รหัสคือ R1M



เวย์นั่นก้าวขึ้นคร่อมรถอย่างรวดเร็ว และประทับนิ้วมือลงที่แป้นบางอย่างทันที ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด เสียงตื่นบางอย่างดังขึ้นพร้อมกับไฟเรือนไมค์ที่สว่างขึ้น ตอนนี้เครื่องยนต์พร้อมที่จะคำรามแล้ว บรึ้ม !!! เสียงคำรามแผดเสียงของเครื่องยนต์ดังกระหึ่มไปทั่วลานจอดรถให้หอพัก จนคนแถวนั้นต้องหันมอง ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด  ภาพข้อมูลบางอย่างปรากฏขึ้นบนหน้าจอเรือนไมล์อีกครั้ง มันคือข้อมูลแผนที่ ที่เขาขอกับเจ้าหน้าที่พิเศษไว้ก่อนหน้านั้นนั่นเอง


มั่บ !!!  ฟรุ่บ !!!  หลังจากที่เขาดูแผนที่และจดจำมันได้แล้ว เขาจึงหยิบหมวกกันน็อคที่แขวนใกล้ๆมาส่วมทันที บึ้ม !!! เสียงอาชาเหล็กแดนญี่ปุ่นดังขึ้นอีกครั้งและพุ่งออกไปในทันที ซอยหอพักที่ว่าแคบๆ ก็ไม่อาจขวางทางอาชาเหล็กได้ เวย์มุดซ้าย ย้ายเลนซ้ายขวาอย่างคล่องแคล่ว จนคนแถวนั้นถึงแจกกล้วยกับยังขอให้รวยเป็นแถบๆ แกร๊กๆ ๆ ๆ ติ๊ก ๆ ๆเวย์ทดสอบระบบเบรคและไฟสัญญาณอีกครั้งเพื่อให้มั่นใจว่ามันยังทำงานได้ดี ก่อนที่จะพุ่งออกไปยังถนนใหญ่หน้าปากซอย และมุ่งสู่พระรามสามทันที




••• ด้านอั้ม •••


อั้มนั้นขับรถตามโลเคชั่นมาเรื่อยๆ จนกระทั่งตอนนี้มันเข้าเขตพระรามสามแล้ว หลักฐานก็คือสะพานโค้งรูปทรงสวยงาม ใช่แล้วที่นี่คือช่องนนทรีเขตพระรามสาม ไอ้เพียวนั้นมันรู้ดีว่ายังไงอั้มก็ไม่มีทางปฏิเสธหรือต่อว่ามันแน่ๆ เพราะร้านที่มันกำลังจะพาอั้มไปนั้น มันตรงกับจริตและความชื่นชอบของอั้มมากๆ จริงอยู่ว่าตลอดเวลาอั้มอาจจะค่องเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นหรือจีนอยู่บ่อยๆ แต่สถานที่อั้มนั้นชื่นชอบเป็นพิเศษดันเป็นประเทศในโซนยุโรป และร้านที่กำลังจะไปนั้นก็ตกแต่งแบบที่อั้มชื่นชอบเป๊ะๆเลย


จากช่องนนทรีมาราวๆ 15 นาที อั้มก็มาถึงร้านที่เพียวนัดไว้ ทันทีที่ลงรถสิ่งแรกที่อั้มทำนั้นคือการโทรศัพท์ เธอจะโทรฯบอกนายริวว่า กำลังมาธุระแต่ยังไงก็จะกลับก่อน 6 โมงแน่ๆ แต่โทรฯยังไงก็ไม่ติด และในขณะที่เธอกำลังจะโทรติดต่ออีกครั้งนั้น ไอ้เพียวก็รีบเดินเข้ามาทันทีเพื่อที่จะรีบพาเธอเข้าไปข้างใน


[ เพียว ]  :  ป่ะอั้มไปกันเถอะ


ไอ้เพียวนั้นทำท่าเหมือนจะโอบเอวอั้มเข้าไป แต่อั้มนั้นไวมากเธอเดินเข้าไปอย่างรวดเร็วก่อนที่ไอ้เพียวจะได้ทำแบบนั้น เพียงก้าวแรกที่เดินเข้ามา สายตานับสิบคู่ก็ต้องมาที่อั้มราวกับตกอยู่ในมนต์สะกด รูปร่างที่เพรียวบางสมส่วน หน้าอกที่นูนเด่น ใบหน้าสวยหวานแบบสาวไทยแท้ๆ ขนาดเธอไม่ได้ใส่เสื้อรัดรูปแบบสมัยนิยม ยังอยู่ได้เลยว่าหุ่นดีมากๆ ส่วนไอ้เพียวน่ะเหรอถึงกับแอบกัดฟันพร้อมกับเอ่ยขึ้นในใจ


[ เพียว ]  :  คืนนี้กูจะเย็ดให้ร้องเลย หยิ่งนักนะมึง


ไอ้เพียวคิดว่ายังไงคืนนี้อั้มก็คงไม่รอดจากมันไปได้แน่ๆ เพราะร้านนี้คือห้องรอเชือดของมันนั่นเอง สักพักมันก็เร่งเดินตามอั้มทันทีและทำทีเป็นสุภาพบุรษ ภายมือเพื่อเชิญอั้มนั่ง อั้มเองก็ยังคงทำตัวปกติและเดินตามไปเป็นมารยาทเท่านั้น


[ อั้ม ]  :  ไม่เป็นไรเพียว เพียวนั่งเถอะ อั้มนั่งเองได้


ไอ้เพียวนั้นหน้าแห้งเลยทีเดียว มันทำท่าทางจะขยับเก้าอี้ให้อั้มนั่งแบบสุภาพบุรุษเขาทำกัน แต่อั้มนั้นกลับไม่สนใจ เธอเอ่ยว่าจะขอนั่งเอง ซึ่งไอ้เพียวก็ได้แต่ปั้นหน้ายิ้มใส่ แต่ในใจนี่โคตรอับอาย


[ เด็กเสิร์ฟ ]  :  เมนูครับ คุณพี่


เด็กเสิร์ฟคนหนึ่งก็เดินมาทำงานตามหน้าที่ของเขา เขายื่นเมนูให้พร้อมกับทักทานด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มเลยทีเดียว ไอ้เพียวก็ยังคงตีเนียนเป็นสุภาพบุรุษให้อั้มสั่งอาหารก่อน ส่วนอั้มนั้นก็รีบสั่งอาหารทันที ราวกับว่าจะรีบกินรีบเสร็จ จนกระทั่งไอ้เพียวก็สั่งเช่นกันและพูดปิดท้ายว่า เอาเหมือนเดิม  จนผ่านไปอีกเกือบ 20 นาทีอาหารก็เริ่มมาเสิร์ฟ แค่รูปร่างหน้าตาก็ชวนหิวสุดๆแล้ว อีกทั้งบรรยากาศก็ยังเป็นแบบยุโรปที่อั้มชื่นชอบอีก ทำให้ไอ้เพียวนั่นมั่นใจทันทีว่ายังไงวันนี้อั้มต้องไม่รอดมือมันแน่ๆ



… ณ. ดินแดนอันไกลโพ้น ...


ท้องฟ้าที่สลับสีไปมาระหว่าง ม่วงฟ้าและชมพู แมกไม้หลายสายพันธุ์ที่ไม่เคยถูกคนพบบนโลกบอกได้เลยว่าที่นี่ไม่ใช่โลกมนุษย์ แล้วมันคือที่ใดกันเล่า ภาพตรงหน้านั้นปรากฏเป็นชายคนหนึ่งกำลังนั่งอึนอยู่เดียวดาย แน่นอนว่าคนนั้นคือริวกะนั่นเอง เขาเข้ามาในมิติที่ว่างเปล่าหรือแดนสนธยาตามตำนาน


หลังจากที่ตัดสายเวย์ทิ้งตัวริวกะนั้นก็หนีเข้ามาที่นี่โดยที่หวังว่าเวลาที่ต่างกันจะทำให้เขาลืมเลือนอะไรไปได้บ้าง แต่มันไม่ใช่เลย ยิ่งมาอยู่ในที่ที่ไม่มีคน เขาก็ยิ่งฟุ้งซ่านเข้าไปใหญ่ ตอนนี้พี่อั้มจะทำอะไรอยู่นะ ตอนนี้ไอ้เชี่ยเพียวมันคิดจะทำอะไรพี่อั้มหรือเปล่า ความรู้สึกนึกคิดต่างๆ ก็ประดังโถมเข้ามาราวกับมวลน้ำมหาศาล


เป็นอย่างที่เวย์พูดตลอดเกือบปีที่ผ่านมา ความรู้สึกของเขาที่มีให้พี่อั้มนั้นมันยังไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าจะพยายามหลบหลีกที่จะแสดงออก แต่มันก็ไม่สามารถโกหกตัวเองได้ว่าเขาไม่ได้คิดกับพี่อั้มแค่เพียง พี่สาวกับน้องชาย การที่เขาพยายามทำทุกอย่างโดยที่ไม่ให้พี่อั้มรู้ตัว มันก็ทรมานมากพอแล้ว และนี่ยิ่งมารู้ว่าพี่อั้มไปกับไอ้เพียว ความรู้สึกของเขาก็ยิ่งดาวน์เข้าไปอีก แต่ในอีกแง่หนึ่งนั้นเขาก็อดห่วงพี่อั้มไม่ได้


เขาพยายามสงบใจอยู่นาน แต่ยิ่งทำใจมันก็ยิ่งร้อนลุ่มดุจไฟเผาและในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหวแพ้ใจตัวเองจนได้ ริวกะนั้นออกจากแดนสนธยาทันที ตอนนี้ท้องฟ้ากลับมาเป็นสีฟ้าอีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้จะเย็นมากแล้ว เขาไม่รู้ตัวเลยว่าเขาได้นั่งอึนอยู่ในนั้นจนเวลาผ่านไปเกือบจะ 1 ช.ม.แล้ว สิ่งแรกที่ริวกะได้ทำนั้นคือการต่อสายหาคู่หูนรกแตกของเขาทันที


[ เวย์ ]  :  ว่าไงพ่อมังกรช้ำรัก กร๊ากกกกกก


[ ริวกะ ]  :  มึงเงียบไปเลยไอ้เวน .... แล้วพี่อั้มอยู่ไหน


[ เวย์ ]  :  อะไรนะ กูไม่ได้ยิน อะไรนะ ใครที่ไหน ยังไง ทำไมซิ๊


[ ริวกะ ] :   กูถามว่าพี่อั้มอยู่ที่ไหน ไอ้เพียวมันพาพี่อั้มไปไหน มึงจะตอบดีๆหรือจะให้กูไปเตะมึงที่หอพัก  30 วินาทีกูก็ถึงหน้าประตูห้องมึงแล้ว ลองดูมั้ย


[ เวย์ ]  :  โอย อย่าทำกูเลย มึงเก็บแรงของมึงไว้เถอะ ถ้ามึงจะตามหาพี่อั้มจริงๆ มึงเตรียมตัวเหนื่อยได้เลย


[ ริวกะ ]  :  ทำไมวะ พี่อั้มอยู่ไหน เหี้ยเพียวมันพาพี่อั้มไปไหน


[ เวย์ ]  :  พระรามสาม มันอ้างว่าจะชวนพี่อั้มมากินข้าว แล้วก็คงวางแผนพาไปเคลมนั่นแหละ


[ ริวกะ ]  :  เชี้ยเอ๊ย ห่างจากที่นี่ 50 กิโลฯ เลยนะ


[ เวย์ ]  :  จริงๆแล้ว 53 กิโลเมตรว่ะ แล้วมึงจะเอายังไง บิดมอเตอร์ไซค์มั้ย ไปเอาที่หอกูก็ได้


[ ริวกะ ]  :  กูวิ่งไปเองดีกว่า


[ เวย์ ]  :  เฮ้ย ๆ ๆ ๆ   ไอ้มังกร ระยะนี้มันเกินมาราธอนอีกนะเว้ย


[ ริวกะ ]  :  กูคงต้องใช้ฮิไรชิน ไม่งั้นกว่าจะวิ่งไปถึงคงอ้วกแตกก่อนแน่



[ เวย์ ]  :  เออๆ ยังไงก็ได้ แล้วแต่ปุ๊เลย


[ ริวกะ ]  :  แม่งเอ๊ย กูจะตบให้คว่ำเลยคราวนี้ คราวก่อนกูปล่อยไปง่ายๆคงไม่สำนึกสิ่นะ แล้วมึงอยู่ไหนวะตอนนี้ไอ้เวน


[ เวย์ ]  :  ธุระส่วนตัวโว้ย กูจะส่งรายละเอียดที่กูรู้ไปให้ ที่เหลือมึงจัดการเอาเอง อย่าถามมาก กูช่วยมึงได้แค่นี้


[ ริวกะ ]  :   เฮ้ย แล้วมึงไปรู้เรื่องพวกนี้ได้ไงวะ


[ เวย์ ]  :  เอาเป็นว่ากูแอบได้ยินมาแล้วกัน กูจะส่งโลเคชั่นร้านที่ไอ้เพียวพาพี่อั้มไปให้ ไม่ต้องถามมาก



เวย์นั้นวางสาย และส่งโลเคชั่นไปให้ริวกะทันที พร้อมกับพูดลอยๆไปว่า มึงรีบๆมาให้ทัน กูไม่อยากยิงไอ้เพียวทิ้ง  ใช่แล้ว ตอนนี้เวย์อยู่พระรามสามแล้ว ตรืด ตรืด ตรืด ตรืด  ตริ๊ง !!!  ทันทีที่ข้อความมาริวก็รีบเปิดอ่านทันที และพอเขาได้เห็นแผนที่ก็ถึงกับถอนหายใจเลยทันที


[ ริวกะ ]  :   เฮ้อจากนี่ไปถึงพระราม 3 ก็ 53 กิโลเมตร หนักกว่ามาราธอนอีก  ยามิ !!! ได้ยินมั้ย


ทันใดนั้นริวกะก็ติดต่อหายามิทันที เพื่อหวังว่าจะให้เขาช่วยในการเดินทางแต่ว่า...


[ ยามิ ]  :  ข้ามีธุระที่ต้องทำขอรับนายน้อย


[ ริวกะ ]  :  เดี๋ยวๆ ยามิ ชั้นก็มีธุระที่โคตรสำคัญนะ ชั้นต้องรีบไปหาพี่อั้ม


[ ยามิ ]  :  ถ้าสำคัญขนาดนั้น ท่านต้องลงมือด้วยตนเองขอรับนายน้อย ท่านลืมข้อตกลงของพวกเราก่อนที่ท่านจะไปที่ไทยหรือเปล่าขอรับ ว่าเรื่องอะไรที่เกิดขึ้นเพราะการตัดสินในที่ผิดพลาดของท่าน ท่านจะต้องแก้ไขมันด้วยตัวเอง แล้วเหตุการณ์ครั้งนี้ท่านคิดว่าท่านผิดหรือเปล่าขอรับ ถ้าท่านตอบว่าไม่ใช่ความผิดของท่าน ข้าจะไปที่นั่นเดี๋ยวนี้เลย



ริวกะฟังยามิเทศน์แล้วก็ต้องสะอึกทันที เขาคิด คิด คิด แล้วก็คิด ว่าความผิดครั้งนี้มันเป็นเพราะใครและเพราะอะไร เขานิ่งไปสักพักและได้ตอบกลับยามิไปว่า


[ ริวกะ ]  :  ชั้นจัดการเอง นายไปจัดการธุระของนายเถอะ


[ ยามิ ]  :   งั้นเหรอขอรับ งั้นข้าขอตัวก่อนนะขอรับนายน้อย


ยามิตอบกลับมาแค่นั้นและเงียบไปทันที ส่วนริวกะเช็คเส้นทางอีกครั้ง เขาพยายามหาเส้นทางเพื่อหลีกเลี่ยงกล้องวงจรปิดความเร็วสูง ที่อาจจะจับภาพของเขาได้ แต่ในแผนที่ที่เวย์ส่งมาให้นั้นระบุไว้ว่า เป็นกล้องดัมมี่ทุกตัว ริวกะจึงสบายใจได้เปราะหนึ่ง แม้จะสงสัยหลายๆอย่างเกี่ยวกับตัวเวย์และคำพูดที่แปลกๆของเขา


แต่ตอนนี้ริวกะไม่มีเวลาที่คิดเรื่องนั้นแล้ว ตอนนี้สิ่งที่ริวกะต้องทำคือ ไปถึงที่นั่นให้เร็วที่สุด แต่ว่า... วู๊บบ !!!  เกิดช่องว่างมิติเกิดขึ้นตรงหน้าริวกะสิ่งที่เขาทำคือการเก็บโทรศัพท์มือถือไว้ในนั้น เพราะแน่นอนว่าอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ คงไม่สามารถทนต่อออร่าของฮิไรชินได้


[ ริวกะ ]  :  เอ้ยยย ลืม เกือบแล้วตู


ริวกะเอ่ยขึ้นราวกับลืมอะไรบางอย่าง เขารีบวิ่งไปหาตู้น่ำอัดลมใกล้ๆและกดมันออกมาทันที 4 ขวด  แซ่ก แซ่ก แซ่ก แซ่ก ริวกะเปิดฝาและเอาใช้นิวปิดที่ปลายขวดเล็กๆ จากนั้นเขาก็เขย่าทันที




ซึ่งแน่นอนว่ามันพุ่งออกมาอย่างรวดเร็วเมื่อถูกเขย่า นี่เขาทำบ้าอะไรเนี่ย อยู่ดีๆมาเขย่าน้ำอัดลมเล่นทำไม


[ ริวกะ ]  :  อึ้ก อึ้ก อึ้ก อึ้ก


หลังจากทำแบบนี้วนจนครบ 4 ขวด ริวกะก็กระดกดื่มทันที ที่สำคัญเขาต้องเปลี่ยนเสื้อด้วย ปกติแล้วเสื้อผ้าที่ริวกะใส่นั้นช่วงล่างจะเป็นชุดที่จูกะเป็นคนถักทอให้ ใยแมงมุมของจูกะสามารถทนต่อคลื่นสายฟ้าและเพลิงของริวกะได้ เธอจึงถูกมอบหมายให้จัดการเรื่องพวกนี้



ส่วนเสื้อนักศึกษานั้นจะเป็นเพียงเสื้อผ้าธรรมดาที่หาซื้อได้ทั่วไป นั่นคือเหตุผลว่าทำไม เสื้อของริวกะจึงถูกมีดสปาต้าของแกรมมาฟันจนฉีกขาดได้นั่นเอง พรึ่บ !!!  หลังจากที่เก็บโทรศัพท์มือถือและเปลี่ยนเสื้อเรียบร้อยแล้ว เปรี๊ยะ !!!  แซร่บบบ !!!  คลื่นสายฟ้าสีน้ำเงินเข้มก็ห้อมล้อมตัวของริวกะทันที ยังไงวันนี้เขาก็ต้องเหนื่อยๆแน่ๆ ถึงแม้จะใช้ฮิไรชินก็ตาม แต่ระยะทาง 53 กิโลเมตรนี่มันก็ไม่ใช่น้อยๆเลย แต่ว่าเหนื่อยแค่นี้เขายอม  ซู่มมม !!!



•• ด้านอั้ม ••

ระหว่างมื้ออาหารนั้นอั้มและเพียวก็พูดคุยกันบ้าง แน่นอนว่าพออั้มทำท่าจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ไอ้เพียวก็จะพยายามชวนคุยจนอั้มเสียสมาธิตลอด จนอั้มเลิกล้มความพยายามโทรศัพท์จนได้ ส่วนไอ้เพียวนั้นก็พยายามพูดหยอดตามสไตล์ของมันแต่ดูเหมือนว่าไม่เป็นผล กำแพงของอั้มรอบนี้โคตรแข็ง


[ อั้ม ]  :  อั้มขอไปเข้าห้องน้ำแปปนะ


[ เพียว ]  :  อื้มๆ ตามสบายเลย


ระหว่างนั้นไอ้เพียวก็มองไปที่ไอ้เด็กเสิร์ฟคนที่เข้ามารับออเดอร์ พร้อมกับทำสีหน้าประมาณว่าเรียบร้อยมั้ย แน่นอนว่สมันพยักหน้าตอบกลับมาว่าเรียบร้อยแล้ว และไม่นานอั้มก็เดินกลับมา พร้อมกับน้ำผลไม้แก้วโต ซึ่งไปเพียวก็ทำเนียนพูดคุยไปอีกสักพักหนึ่ง มันยิ้มอย่างมั่นใจเลยทีเดียวว่าคืนนี่ยังไงอั้มก็ต้องเป็นของมันแน่ๆ อั้มเดินเข้าห้องน้ำสองถึงสามรอบเลยทีเดียว แต่ไอ้เพียวก็ไม่ได้ว่าอะไร แบบนี้สิ่ดี ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไร โอกาสของมันก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น



••• ด้านริวกะ •••


ริวกะนั้นออกวิ่งมาได้เกือบ ชั่วโมงแล้ว ตอนนี้เขาผ่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิมาแล้ว และกำลังจะเข้าเขตราชเทวี แต่ว่า... ปึ้ดด !!! อยู่ดีๆริวกะรู้สึกปวดแปล๊ปที่กล้ามเนื้อ เขาจึงตัดสินใจมองหาที่ปลอดคนและหยุดพักทันที และทันใดนั้นเขาก็เห็นตึกสูงตระหง่านตรงหน้า เขาจำได้ว่านี่คืออาคารสำนักงานของบริษัทที่เป็นหุ้นส่วนรายใหญ่ของอิซานางิ  ริวกะจึงพุ่งขึ้นดาดฟ้าจริงอยู่ว่าตามหลักเขาต้องค่อยๆลดความเร็วด้วยการวิ่งเบาๆและค่อยหยุด แค่ตอนนี้มันไม่มีเวบาทำแบบนั้น ริวกะจึงหยุดทันที


[ ริวกะ ]  :  อึ้กก !!!


ริวกะตะคริวกินขาและปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรงทันที ซึ่งการที่ริวกะจะมีอาการแบบนี้ก็ไม่แปลก มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วการใช้ฮิไรชินนั้น ร่างกายต้องรับภาระหนักมากๆ โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรี การที่จะสามารถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหนือมนุษย์แบบนี้ สิ่งที่ริวกะต้องจ่ายไปก็คือพลังงานจำนวนมากมาย โชคดีที่ตอนนี้ตัวริวกะเองก็แข็งแกร่งขึ้นมาก ถ้าเป็นเมื่อก่อนล่ะก็การใช้ฮิไรชินวิ่งมาไกลขนาดนี้ เขาคงสลบเหมือดแน่ๆ แต่ที่สำคัญตอนนี้เขากำลังต้องการน้ำเป็นอย่างมาก  และทันใดนั้น


[ เวตาล ]  :  น้ำครับ ท่านริวกะ


[ ริวกะ ]  :  เห้ย !!! เวตาลมาได้ไง


อยู่ดีๆเวตาลก็มาปรากฏตัวต่อหน้าริวกะพร้อมกับน้ำ สามลิตร มันเกิดอะไรขึ้นล่ะทำไมอยู่ดีๆเวตาลถึงมาอยู่ที่นี่ได้


[ เวตาล ]  :  กระผมกำลังประชุมบอร์ดบริหารของพิทักษ์เทวาอยู่ครับ แต่กระผมสัมผัสได้ถึงกระแสไฟฟ้าในอากาศที่กำลังปั่นป่วน กระผมจึงมั่นใจว่าเป็นท่านริวกะครับ 


[ ริวกะ ]  :  หะ อื้มๆ ขอบใจนะ อึ้ก อึ้ก อึ้ก อึ้ก อึ้ก


ริวกะรับน้ำดื่มจากเวตาลมาซัดอึ้ก อึ้ก ถ้าจะให้พูดก็คือตอนนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาวิ่งด้วยฮิไรชินไกลขนาดนี้ ปกติแล้วเขาใช้ฮิไรชินในการต่อสู้เท่านั้น นั่นจึงแทบจะไม่ได้กระทบร่างกายหรือเหนื่อยอะไรเลย แต่นี่มันไม่ใช่ นี่มันเป็นการวิ่งมาราธอนชัดๆ ต่อให้เขาจะมีความอึดระดับสัตว์ประหลาด แต่มันก็ต้องมีเหนื่อยกันบ้างแหละ


[ ริวกะ ]  :  เฮ้อออ ค่อยยังชั่ว


[ เวตาล ]  :  อยากได้อะไรเพิ่มไหมครับท่านริวกะ กระผมเกรงว่าระดับน้ำตาลในเลือดของท่านอาจจะลด จนทำให้มีผลกระทบได้นะครับ


[ ริวกะ ]  :  ไม่เป็นอะไร ก่อนมานี่ชั้นซัดน้ำอัดลมไร้กรดมาหลายขวดละ คำนวนระดับน้ำตาลที่ได้รับ ระยะทาง และการใช้พลังงานแล้วก็คงจะพอดีกับระยะ มาราธอน นี่แหละ


นี่คือเหตุผลที่ทำไมริวกะต้องซัดน้ำอัดลมนั่นเอง นั่นเพราะการวิ่งระยะทางไกลนั่น ร่างกายจะต้องใช้พลังงานสูง และอาจจะสิทธิ์ที่ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงต่ำจนถึงระดับที่อันตราย ซึ่งอาจจะส่งผบให้หมดสติได้ ริวกะจึงต้องเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดโดยวิธีที่เร่งด่วนที่สุดนั่นก็คือน้ำอัดลมไร้กรดนั่นเอง นั่นคือเหตุผลว่าทำไมริวกะร้องเขย่าๆๆ เพื่อไล่แก๊สออก เพราะวิ่งที่เขาต้องการนั้นคือพลังงานจากน้ำตาลอย่างเดียวยังไงล่ะ





[ เวตาล ]  :  น่าอัศจรรย์จริงๆครับ ที่ท่านริวกะผสานความรู้ด้านวิชาการในยุคปัจจุบันให้เข้ากับพลังงานที่เปี่ยมล้นนี้ในกายท่าน จนความสามารถทวีคูณขึ้นมาขนาดนี้



[ ริวกะ ]  :  ชั้นโชคมีที่ปรึกษาที่ยอดเยี่ยมอยู่รอบตัว ลำพังชั้นตัวคนเดียว คงทำอะไรไม่ได้มากมายขนาดนี้หรอก


ริวกะนั่งดื่มน้ำและพูดคุยกับเวตาลอย่างเป็นกันเองมากขึ้น แต่แล้วริวกะก็นึกอะไรจึ้นได้ซึ่งมันทำให้เขาถึงกับสะดุ้งเฮือก !!!


[ ริวกะ ]  :  เฮ้ย !!! เดี๋ยวๆ  พิทักษ์เทวา  !!!  พิทักษ์เทวาที่เป็น 1 ใน พันธมิตรของเรา ( อิซานางิ กรุ๊ป ) ใช่มั้ย



[ เวตาล ]  :  ใช่ครับ  อิซานางิ พิทักษ์เทวา และ ผ่องเพทาย     พันธมิตรทางธุรกิจของภูมิภาคเอเชียตามที่ท่านริวกะรู้มานั่นแหละครับ ส่วนตัวของผมใน ฉากหน้ามีชื่อว่า เวโรจน์ พิทักษ์เทวา เป็นเจ้าของบริษัทพิทักษ์เทวา และบริษัทลูกในเครือข่ายทั้งหมดครับ


[ ริวกะ ]  :  หะ หา !!! คุณเวโรจน์ พิทักษ์เทวา คือนายเหรอ เวตาล !!!


ริวกะถึงกับอึ้งแดรกไปเลยทีเดียว เพราะนี่คือเรื่องใกล้ตัวของเขามากๆ  อิซานางิ จากญี่ปุ่น ผ่องเพทาย จากจีน และ พิทักษ์เทวา จากไทย 3 บริษัทนี้รวมกันก่อตั้งเป็นไตรภาคีขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือ และค้ำจุนซึ่งกันและกัน ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าเศรษฐกิจจะย่ำแย่เพียงใด ทั้งสามบริษัทนี้ก็จะช่วยกันประคับประคองกันเสมอ จนปัจจุบันได้กลายเป็นภาคีที่มีมูลค่าหลักทรัพย์เฉลี่ยมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียทั้งหมดเลยก็ว่าได้



[ เวตาล ]  :  เดิมทีนั้น สถิตย์เทวา ( นามสกุล รุ้งพลอย ) นั้นถูกกำหนดให้เป็น 1 ในไตรภาคีครับ แต่หลังจากที่นายหญิงสกุณาและท่านสกลสิ้นบุญ สถิตย์เทวาก็ระส่ำระสาย เกิดการแก่งแย่งมากมาย ท่านรินและท่านพิกุล จึงตัดสินใจสร้างพิทักษ์เทวาขึ้นมาครับ



[ ริวกะ ]  :  เรื่องการก่อตั้งชั้นก็ไม่ค่อยรู้รายละเอียดมากนัก เพราะตอนนั้นชั้นก็แค่ 10 ขวบ แถมสภาพจิตใจก็ยังไม่พร้อมจะรับรู้อะไรด้วย



[ เวตาล ]  :  ท่านรินและท่านพิกุล ตัดสินใจไม่เข้าช่วยสถานการณ์ที่ย่ำแย่ของสถิตย์เทวาในตอนนั้นครับ ท่านทั้งสองอยากจะ ReSet ระบบที่เน่าเฟะภายในของสถิตย์เทวา ท่านพิกุลจึงอาศัยช่วงที่คับขันนั้น คัดกรองคนในองค์กรครับ


ริวกะได้ฟังก็พินิจพิจารณาตามที่ได้ฟัง ตัวเขาเองก็จำเรื่องราวตอนก่อตั้งไตรภาคีนี้ไม่ได้ เพราะตอนนี้เขาเองก็พึ่ง 10 ขวบ แถมสภาพจิตใจยังไม่คงที่อีกด้วย แต่ตอนนี้เขาเองก็เข้าใจไม่ยาก ว่าทำไมพ่อและน้ากุลจึงตัดสินใจ สร้างเทวาพิทักษ์ขึ้นมาใหม่ แทนที่จะประคับประคองสถิตย์เทวา


[ ริวกะ ]  :  สร้างขึ้นใหม่กับคนที่มีไฟ ดีกว่ารั้งไว้กับพวกฉ้อฉลสิ่นะ



[ เวตาล ]  :  ใช่ครับ ตอนนั้นทั้งท่านรินและท่านพิกุล ก็หนักใจมากๆ แต่ก็ต้องทำ ไม่เช่นนั้นสถิตย์เทวาคงต้องแปดเปื้อนไปมากกว่านี้



ริวกะนั้นรับฟังเรื่องราวต่างๆอย่างตั้งใจแต่ทันใดนั้นริวกะก็นึกขึ้นมาได้ ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งคุยแล้ว เขาต้องรีบไปที่พระรามสามโดยเร็ว


[ ริวกะ ]  :  อีก 10 กิโลเมตรสิ่นะ


เปรี๊ยะ !!! ริวกะเร่งพลังกายอีกครั้งเพื่อเตรียมใช้ฮิไรชิน แต่เขาก็ได้ถูกเวตาลห้ามไว้เสียก่อนที่จะได้พุ่งออกไป


[ เวตาล ]  :  ช้า ก่อนครับท่านริวกะ ในบริเวณจนถึงช่องนนทรี จะเต็มไปด้วยกล้องจับความเร็วครับ การใช้เทพอัสนียาตราแบบนั้น กระผมเกรงว่ากล้องอาจจะจับเอาไว้ได้


[ ริวกะ ]  :  งั้น ชั้นก็แค่เร่งความเร็วขึ้นอีก คงไม่เป็นไรแล้ว


[ เวตาล ]  :  แต่ว่า แบบนั้นจะทำให้สูญพลังโดยใช่เหตุนะครับ


[ ริวกะ ]  :  แต่พี่อั้ม กำลังอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงนะเวตาล เรื่องสูญพลังน่ะช่างมันเถอะ


[ เวตาล ]  :  ได้โปรดฟังคำแนะนำของกระผมด้วยครับ ท่านริวกะ


เวตาลยังคงยืนยันอย่างหนักแน่นเช่นเดิม ส่วนริวกะนั้นพอได้ฟังคำพูดนั้นก็ถึงกับต้องฟัง เพราะน้ำเสียงที่ริวกะสัมผัสได้นั้น มันคือน้ำเสียงของความมุ่งมั่นและหวังดี ไม่ใช่การใช้เสียงข่มแต่อย่างใด นั่นจึงทำให้ริวกะเงียบและรับฟังเวตาลพูด เพราะผู้นำที่ดีต้องรับฟังเสียงรอบตัวแม้จะเป็นเพียงเสียงเล็กๆก็ตาม


[ ริวกะ ]  :  ว่ามาสิ่ เวตาล


[ เวตาล ]  :  กระผมจะเตรียมยานพาหนะให้ท่านริวกะทันทีครับ ระยะที่ท่านวิ่งมานั้นเป็นระยะเท่ากับการวิ่งมาราธอนแล้ว และยิ่งเป็นการใช้เทพอัสนียาตราแล้วด้วย ท่านควรพักครับ


[ ริวกะ ]  :  ขอบใจที่แนะนำชั้นนะเวตาล แต่ถ้าไปรถยนต์ มันติดแน่นอนตอนนี้ เหนื่อยก็ต้องทนล่ะนะ



[ เวตาล ]  :  รบกวนตามผมมาเถอะครับ แค่ 5 นาทีเท่านั้น
( หยิบเครื่องมือสื่อสาร ) กระแต เตรียมรถได้เลย ( หันมาหาริวกะ ) มาทางนี้ครับท่านริวกะ ลิฟต์คงจะช้าไปกว่าจะถึงชั้น 3



เวตาลกดโทรศัพท์เพื่อติดต่อหาใครบางคนทันที จากนั้นเขาก็เดินนำทางริวกะมายังมุมๆหนึ่งและ ฟุ่บ !!!  เวตาลกระโดดลงจากตึกสูงสิบชั้นทันที ริวกะยืนมองสักครู่ไม่ถึง 10 วินาทีเวตาลก็กางปีกและกระพือเพื่อเลี้ยวเข้าอาคารจอดรถทันที ฟุ่บ !!! ริวกะเห็นดังนั้นก็กระโดดตามลงไปทันที ฟุ่บ !!! ริวบิดมือเพื่อควบคุมมวลอากาศและถีบตัวกับกำแพงที่ว่างเปล่าและกระโดดม้วนตัวเจ้ามาที่อาคารทันที


และเมื่อกระโดดเข้ามาในตัวอาคาร สิ่งที่ริวกะเห็นก็คือป้ายตัวโตๆเขียนไว้ว่า " ชั้นนี้เฉพาะผู้บริหาร "  แสดงว่าทั้งชั้นนี้คงจะไม่มีคนอื่นแล้วสิ่นะ ริวกะได้ยินเสียงเวตาลตะโกนเรียก เขาจึงรีบวิ่งไปทันที และสิ่งที่ริวกะเห็นก็ทำให้เขาตกใจเป็นอย่างมาก เพราะข้างๆเวตาลมีหญิงคนหนึ่งแต่งตัวภูมิฐาน ราวกับเลขาของเวตาลก็มิปาน ลักษณะท่าทางการยืนดูสง่า ทรวดทรงองเอวก็ไม่ธรรมดา พูดได้ว่าเธอทั้งสวยและดูดีมากๆ อีกทั้งแว่นที่เธอใส่ก็ไม่สามารถบดบังความงามนี้ได้เลยจริงๆ




[ เวตาล ]  :  สบายใจได้ครับท่านริวกะ เธอคนนี้เป็นหัวหน้าทีมวิศวกรของ พิทักษ์เทวา ครับ เธอเป็นหนึ่งในเด็กที่ได้รับทุนการศึกษาจากมูลนิธิของ อิซานางิ ครับ อีกอย่างผมเป็นฝึกงานเธอมากับมือด้วยครับ


[ ริวกะ ]  :  อ่อ อื้มๆ



กระแต





[ กระแต ]  :  ทางนี้ค่ะ นายน้อย



กระแตวิศวกรสาวเดินนำหน้าริวกะไปทันที พรึ่บ !!! เธอดึงผ้าตรงหน้าออก และสิ่งที่ปรากฎนั้นทำให้ริวกะถึงกับตะลึง มันคือรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ตัวท็อปของแบรนด์ญี่ปุ่น สัญลักษณ์ปีกนก แต่สิ่งที่แปลกออกไปคือ ภาพลักษณ์ตอนนี้เหมือนมันถูกยกเครื่องขึ้นใหม่ทั้งหมดเลย ริวกะไม่รอก้าวขาขึ้นคร่อมทันที และสิ่งที่เขาสัมผัสได้นั้น มันคือความรู้สึกที่คุ้นเคย ทั้งน้ำหนัก บาลานซ์ ตำแหน่ง แฮนด์ ครัช เบรค และเกียร์


[ ริวกะ ]  :  สุดยอดเลยแฮะ ไม่รู้สึกว่า ติดๆขัดๆเลย


[ กระแต ]  :  ทั้งรุ่น โครงสร้างและอะไหล่ ดิฉันถอดแบบมาจากคาเสะมารุ ( ชื่อรถ ) ค่ะนายน้อย


[ ริวกะ ]  :  หืม บ้านใหญ่ ก็ว่าอยู่ทำไมทั้งรุ่น ทั้งการแต่งโครงเหมือนกันมาก



[ กระแต ]  :  ระบบวงจรไฟฟ้าและเครื่องยนต์นั้นทีมงานและดิฉันใช้ของดั้งเดิมจากทางโรงงานค่ะ แต่ที่ปรับคือโครงตัวถังดิฉันปรับให้มันเพรียวขึ้นเพื่อให้เข้ากับการจารจรที่ติดขัดในเมืองไทย ปรับแต่งสายครัช ติดตั้งควิกชิพเตอร์ ปรับระบบ ABS และ เอนจิ้นเบรค ส่วนโช๊คอัพดิฉันเปลี่ยนเป็นแบรนด์ใช้ของ Brembo  T-Rex ค่ะ


[ ริวกะ ]  :  หืม Brembo T-Rex เลยเหรอ 4 แสนเลยนะนั่น เสียดายตังเลยแฮะ ( เหล่มองที่แฮนด์ )  หืม ปุ่มพวกนี้ใช้งานยังไงครับ


ริวกะฟังๆแล้วก็ต้องสะดุดตา เพราะที่แฮนด์ขวานั้นมีอุปกรณ์ที่แปลกตามากๆ มันมีปุ่มกดเล็กๆอยู่ 4-5 ปุ่ม ซึ่งคาเมะมารุไม่มี เขาจึงถามขึ้นด้วยความสงสัย วิศวกรสาวจึงได้รีบตอบทันที


[ กระแต ]  :  ปุ่มสีแดงนั้นเป็นตัวล็อครอบเครื่องค่ะ สามารถออกตัวได้ทันทีเหมือนรถระบบออโต้ และใช้ในการเข้าโค้งซึ่งจะไม่ทำให้ความเร็วตกหรือเพิ่มกระทันหัน ปุ่มสีเหลืองเป็นระบบพิทเลน ส่วนปุ่มสีฟ้าเป็นระบบจอดอัตโนมัติค่ะนายน้อย และตรงนี้ค่ะ ( ชี้ที่เรือนไมล์ )  ดิฉันปรับหน้าจอเรือนไมล์ให้แสดงผลเป็นภาพแบบ Full HD อีกทั้งยังมีระบบคำนวนระยะแคบ ระหว่างรถยนต์ซ้ายขวา เพื่อให้นายน้อยเบรค หรือ ไปต่อได้โดยไม่เสียเวลาค่ะ


กระแต หัวหน้าทีมวิศวกรสาวสวย อธิบายระบบต่างๆให้ริวกะเข้าใจอย่างละเอียดถี่ถ้วน ตอนนี้เธอเองก็ถึงกับทำตัวไม่ถูกเช่นกัน นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้พบกับ อิซานางิ ริวกะ ตัวเป็นๆ ไม่นึกว่าจะหล่อขนาดนี้ แถมหน้าตาตอนที่กำลังตั้งใจฟังเธออธิบายนั้นก็ดูดีสุดๆ เลยก็ว่าได้


[ กระแต ]   :  ดิสเบรค 320 มม. ทีมงานหล่อขึ้นมาใหม่โดยใช้คาน์บอนแทนค่ะ สามารถทนความร้อนได้สูงมาก รวมถึงเซ็นเซอร์ตรวจจับความร้อนที่ตัวดิสเบรคค่ะ ระบบนำทางเนวิเกเตอร์ ทางทีมงานใช้สัญญาณเฉพาะของทางอิซานางิค่ะ สัญญาณจะส่งตรงจากดาวเทียมลงมายังตัวรับที่เรือนไมล์



[ ริวกะ ]  :  นี่มันงานระดับโมโตจีพีเลยนะเนี่ย แล้วเสียงล่ะครับ เกินกฎหมายกำหนดมั้ยเนี่ย ถ้าแบบนั้นผมลำบากแน่ๆเลย


[ กระแต ]  :   พวกเราติดตั้งเซ็นเซอร์และซอฟต์แวร์ไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ เสียงจากเครื่องยนต์จะไม่เกินตามที่กฎหมายกำหนด แต่ถ้านายน้อยต้องการเสียงกระหึ่มดิฉันจะปรับแต่งเพิ่มให้ค่ะ




[ ริวกะ ]  :  พอแล้วครับพอแล้ว ว่าแต่งานปราณีตแบบนี้คงใช้เวลาไม่น้อยเลย แล้วทำไมนายถึงมีรถคันนี้ได้ล่ะ


[ เวตาล ]  : ท่านรินเป็นคนสั่งไว้ครับ ท่านบอกไว้ว่าถ้าเกิดเรื่องฉุกละหุกในเมืองขึ้นมา การใช้พลังของท่านริวกะจะทำได้ลำบาก เพราะฉะนั้นจึงได้ให้กระผมเตรียมยานพาหนะไว้ให้ท่านครับ



สมกับเป็นประธานของอิซานางิคนปัจจุบัน รินนั้นมองได้ขาดจริงๆ ส่วนริวกะเองก็นึกขอบคุณพ่อของเขาไม่ใช่น้อยเลย ตลอดเวลาถ้าไม่ได้การซัพพอร์ตจากพ่อละก็เขาก็คงแย่เหมือนกัน และอยู่ดีๆ ริวกะก็พูดขึ้นมา เขาขอยืมนามบัตรของเวตาลและปากกา ริวกะนั้นบรรจงเซ็นลายเซ็นลงไปในที่ว่างของนามบัตรและยื่นไปให้กระแตทันที



[ ริวกะ ]   :   เอานามบัตรนี้ไปนะ แล้วพาทีมงานวิศวกรที่ช่วยกันปรับปรุงรถคันนี้กินดื่มกันให้เต็มที่นะ


[ กระแต ]  : มะ มะ ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันและทีมงานได้รับเงินเดือนอยู่แล้วค่ะ อีกอย่างดิฉันไม่ดื่มแอลกอฮอล์ค่ะ



[ ริวกะ ]  :  เงินเดือนก็ส่วนเงินเดือน นี่เป็นของรางวัลตอบแทน เพราะชั้นชอบรถคันนี้มาก รับไปเถอะ ถือว่าชั้นเลี้ยงนะ ส่วนระบบต่างๆที่เหลือผมคงต้องขอให้คุณกระแต ช่วยแนะนำในวันหลังนะครับ วันนี้ผมไม่มีเวลาแล้ว


ริวกะยืนยันที่จะให้รางวัลแก่กระแตและทีมวิศวะกร ส่วนเธอนั้นก็ได้แต่ยืนมองตาปริบๆและหันไปมองเวตาล ซึ่งเขาก็พยักหน้าเป็นการอนุญาตเช่นกัน นั่นจึงทำให้วิศวกรคนสวย ไม่อาจจะปฏิเสธได้ ส่วนเวตาลก็ยืนยิ้มเลยทีเดียว ริวกะนั้นนอกจากจะใจกว้างแล้ว เขายังมีน้ำใจให้พนักงานทุกระดับชั้นจริงๆ


[ ริวกะ ]  :  ว่าแต่.... คุณกระแตบอกใช่มั้ยว่ารถคันนี้ ใช้คาเสะมารุเป็นต้นแบบ


[ กระแต ]  :  ใช่ค่ะ ตอนแรกที่เห็นแผงโครงสร้าง ระบบ วงจร ซอฟท์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และ ECU ดิฉันก็ตกใจอย่างมากเลยค่ะ มันทั้งซับซ้อนและสวยงาม ระบบบางตัวถึงดิฉันจะถอดแบบและสร้างมันออกมาได้ แต่ดิฉันก็ยังไม่สามารถเข้าใจการทำงานของมันได้ทั้งหมดอยู่ดีค่ะ



[ ริวกะ ]  :  อื้ม ก็นะไม่เป็นไร ( เสียบกุญแจ สตาร์ทรถ และพูดภาษาญี่ปุ่น ) 風丸  システムオン ( คาเสะมารุ ซิสุเตะมุ ออน )



กระแตถึงกับงงเลยทีเดียว ว่าริวกะทำอะไรอยู่ดีๆ ก็พูดภาษาญี่ปุ่นเหมือนกับออกคำสั่งซะงั้น ซึ่งโชคดีที่คำสั่งของริวกะพูดนั้นมันทับศัพท์ภาษาอังกฤษพอดี กระแตจึงรู้ว่าเมื่อกี้ริวกะพึ่งพูดว่า " คาเสะมารุ ซิสเต็ม ออน " และทันทีที่พูดจบระบบที่ซ่อนเอาไว้ภายในก็รันระบบทันที ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด  ริวกะกดอะไรบางอย่างที่เรือนไมล์ และภาพก็ปรากฎขึ้นมาทันที มันเป็นโฮโลแกรมสามมิติ แสดงจุดที่เขาอยู่และเส้นทางลัดไปยังพระรามสามนั่นเอง  กระแตถึงกับอ้าปากค้างเลยทีเดียว เพราะไม่คิดว่าระบบของบิ๊กไบค์จะทำแบบนี้ได้


ส่วนริวกะนั้นเขามองแผนที่สักพักก็ออกคำสั่งว่า สแตนด์บาย หน้าจอเรือนไมล์ก็กลับมาเป็นปกติ กระแตรีบหยิบหมวกกันน็อคมาให้ทันที มั่บ !!! แกร๊กก !!! บรึ้น !!! คาเสะมารุคำรามลั่นอีกครั้งและพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว กระแตนั้นจึงรีบถามเวตาลทันที เพราะวิศวกรแบบเธอพอเจออะไรที่น่าตื่นเต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีแบบนี้ มันก็อดไม่ได้ที่จะอยากรู้




[ กระแต ]  :  ระบบของ Big Bike ทำแบบนั้นได้ด้วยเหรอคะ ท่านประธาน


[ เวตาล ]  :  อิซานางิ กรุ๊ป กำลังพัฒนาระบบนำทางเพื่อรองรับการแข่งขันรถยนต์ทางไกลที่แอฟฟริกาน่ะ ระบบที่คาเสะมารุมีนั้น มันเป็นแค่ตัวต้นแบบเท่านั้นเอง


[ กระแต ]  :  สุ สุดยอดเลยค่ะ ท่านประธาน ขนาดรุ่นโปรโตไทป์ ยังสุดยอดขนาดนั้นเลย


[ เวตาล ]  :   กระแต ชั้นอยากให้เธอ ทุ่มเท แรงกายแรงใจ เพื่อพัฒนาระบบต่างๆต่อไป เพื่อให้สมกับที่เป็นผู้รับใช้ของคุณหนุรุ้งพลอยนะ


[ กระแต ]  :  ค่ะ ท่านประธาน   


[ เวตาล ]  :  หืม เวลาอยู่สองคนให้เรียกชั้นว่าอะไร กระแต


[ กระแต ]  :  เอ่อ.... ค่ะ คุณพ่อ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 15, 2020, 04:26:53 pm โดย Monotone_# »

*

ออฟไลน์ Monotone_#

  • Junior Member
  • ***
  • 422
  • 167
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season2 ] ตอนที่ 25 : อเวจี
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 13, 2020, 03:30:58 pm »
 



เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 13, 2020, 11:09:08 pm โดย Monotone_# »

*

ออฟไลน์ Monotone_#

  • Junior Member
  • ***
  • 422
  • 167
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season2 ] ตอนที่ 25 : อเวจี
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 13, 2020, 03:31:04 pm »
กระแต วิศวกรสาว

อายุ 26 ปี ปัจจุบัน ทำงานตำแหน่ง หัวหน้าวิศวกร เครื่องยนต์ให้กับ พิทักษ์เทวา และกำลังศึกษาปริญญาเอก ด้านอุสากรรมเครื่องยนต์



เวอร์ชั่น ถอดแว่น





เวอร์ชั่น ใส่แวน







ฝากตอนเก่าๆด้วยครับ



• • • • •   รวม Link ในแต่ละตอน • • • • •



→→→เนื้อเรื่องหลัก←←←



 












➸ ➸ ➸ ➸ จบ Season 1 ➸ ➸ ➸ ➸




Season2










_ _ _ _ _ _ _ _ _ _


เนื้อเรื่องของ น้องเมดคิราระ [ ยังไม่จบ ]

แววตาที่เปลี่ยนไปของสาวแกล
























 



[ แนะนำ อ่าน 4-7 ]









• • • • • •


กระทู้พิเศษ




••••••

OVA ไม่เกี่ยวกับ Time Line ใดๆ








. . . . . . . . . . .



Homunculus Serie
















. . . . . . . . . . .  .
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 14, 2020, 05:10:48 pm โดย Monotone_# »

*

ออฟไลน์ singkanong

  • Junior Member
  • ***
  • 570
  • 209
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season2 ] ตอนที่ 25 : อเวจี
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 13, 2020, 10:49:13 pm »
หายไปนานจริงๆเลยรอติดตามผลงานอันสุดยอดของท่านอยู่ตลอดนะครับ

*

ออฟไลน์ dodoza2

  • Junior Member
  • ***
  • 452
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season2 ] ตอนที่ 25 : อเวจี
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 13, 2020, 11:02:32 pm »
หายไปนานมากเลยคิดว่าจะไม่แต่งต่อหละ ขอบคุณมากครับ ติดตามอยู่เสมอ

*

ออฟไลน์ sucnil

  • Junior Member
  • ***
  • 273
  • 86
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season2 ] ตอนที่ 25 : อเวจี
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 13, 2020, 11:17:37 pm »
นายริวจะมาช่วยพี่อั้มทันหรือปล่าว

*

ออฟไลน์ aodpasa

  • Junior Member
  • ***
  • 346
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season2 ] ตอนที่ 25 : อเวจี
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 13, 2020, 11:27:48 pm »
ปากแข็งจังนายริว สุดท้ายก็ไปช่วย

*

ออฟไลน์ ones26421

  • Junior Member
  • ***
  • 599
  • 212
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season2 ] ตอนที่ 25 : อเวจี
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 13, 2020, 11:57:56 pm »
รอมานานเลยครับ

*

ออฟไลน์ test1234

  • Senior Member
  • ****
  • 882
  • 412
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season2 ] ตอนที่ 25 : อเวจี
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2020, 12:02:45 am »
ริวจะไปช่วยอั้มทันมั้ย แล้วจะมีอะไรกับกระแตเปล่า

*

ออฟไลน์ solid17

  • Full Member
  • **
  • 233
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season2 ] ตอนที่ 25 : อเวจี
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2020, 12:07:12 am »
เยี่ยมยอด เอาเทคโนโลยีมาช่วยจะได้เบาแรง เจ้ามังกรไปได้ แต่อยากอ่านทุกสัปดาห์เลย ไม่รู้จะได้เปล่า ผู้แต่ง

*

ออฟไลน์ Jonah MTS

  • Junior Member
  • ***
  • 278
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season2 ] ตอนที่ 25 : อเวจี
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2020, 12:11:29 am »
รีบไปไอ้ริววว  ฉันเป็นห่วงอั้มมากกว่าเอ็งอีกรู้มั้ย  ::DookDig::

*

ออฟไลน์ Kamol

  • Junior Member
  • ***
  • 284
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season2 ] ตอนที่ 25 : อเวจี
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2020, 01:19:33 am »
รอนานจนเกือบลืมตอนเก่า

*

ออฟไลน์ toshiies

  • Full Member
  • **
  • 73
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season2 ] ตอนที่ 25 : อเวจี
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2020, 01:36:19 am »
ไอ้เพียวจะรอดไหมเนี่ย พี่อั้มจะยอมบอกความรู้สึกตัวเองหรือยัง

*

ออฟไลน์ pornpat tammalangka

  • Junior Member
  • ***
  • 419
  • 1
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season2 ] ตอนที่ 25 : อเวจี
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2020, 01:36:50 am »
ตัวตนของนายเวย์เริ่มเปิดเผยมาทีละนิดแล้ว

*

ออฟไลน์ mspeed

  • Veteran Member
  • ******
  • 1564
  • 526
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season2 ] ตอนที่ 25 : อเวจี
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2020, 02:12:29 am »
。น้องกระแตโผล่มาแล้ว
นายริวจะจับเข้าสังกัดหรือไม่นะครับ
นับวันทุกคนก็ฝึกฝนจนเก่งขึ้นเรื่อยแล้ว
น่าสนใจตัวตนที่แท้จริงของนายเวย์ว่ามาทำอะไรในมหาลัยนี้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 14, 2020, 08:26:11 am โดย mspeed »

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ